The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Supit Siriarunrat, 2020-06-11 00:35:58

Guidelines-for-thalassemia-care

Guidelines-for-thalassemia-care

ความพรอ้ มดา้ นบคุ ลากรในการดแู ลผปู้ ว่ ยเป็นจ�ำนวนมาก ผปู้ ว่ ยและครอบครัวต้องสญู เสียเวลาและโอกาส รวมท้งั
อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อแม่และเด็กในครรภ์ หรือขณะคลอดอีกด้วย ธาลัสซีเมียจึงเป็นโรคทาง
พันธุกรรมท่ีเป็นปัญหาส�ำคัญทางสาธารณสุข และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ หากไม่มี
การควบคมุ และป้องกันโรค ในอนาคตจ�ำนวนผู้ปว่ ยจะเพิม่ ขึน้ เรอ่ื ยๆ จนยากจะแก้ไขได้
โดยท่ัวไปการควบคุมและป้องกันโรคทางพันธุกรรมประกอบด้วย 5 ข้ันตอนส�ำคัญที่ต้องด�ำเนินการไป
ด้วยกันอย่างตอ่ เนือ่ ง ดงั น้ี
1. การให้ความรู้แก่ประชาชนและบุคลากรทางสาธารณสุขท่ีเกี่ยวข้อง ประชาชนควรได้รับความรู้
ที่เพียงพอจนท�ำให้ตระหนักถึงความส�ำคัญของโรคและทราบแนวทางในการป้องกันโรค ในขณะเดียวกันต้องให้
ความร้แู กบ่ ุคลากรทางสาธารณสุขใหม้ คี วามรทู้ ถี่ ูกตอ้ ง และเพียงพอในการปฏิบัตหิ น้าทไี่ ด้อยา่ งเหมาะสม
2. การตรวจทางห้องปฏบิ ตั กิ ารเพือ่ คดั กรองและวนิ ิจฉัยพาหะและผู้ป่วยธาลสั ซีเมยี
3. การวินิจฉัยคู่เสี่ยงที่มีโอกาสให้ก�ำเนิดบุตรเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง 3 ชนิด ตามนโยบายของ
กระทรวงสาธารณสขุ คอื Hb Bart’s Hydrops Fetalis, Homozygous β-thalassemia และ β-thalassemia/
Hb E
4. การตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด (Prenatal Diagnosis) เพื่อยืนยันว่าทารกในครรภ์เป็นโรคชนิดรุนแรง
หรอื ไม่
5. การให้ค�ำปรึกษาและแนะน�ำทางพันธกุ รรมอยา่ งครบวงจร เพื่อใหห้ ญิงต้งั ครรภ์และสามมี คี วามเข้าใจ
อย่างถูกต้อง และมีข้อมูลที่เพียงพอในการตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในกรณีท่ีผลการตรวจวินิจฉัยทารกในครรภ์
บ่งช้ีว่าเด็กเป็นโรคชนิดรุนแรง การตัดสินใจท่ีจะยุติการต้ังครรภ์หรือต้ังครรภ์ต่อไปข้ึนกับความสมัครใจของหญิง
ต้งั ครรภแ์ ละสามีเปน็ สำ� คัญ
ถึงแม้ว่ากระบวนการควบคุมและป้องกันโรคธาลสั ซเี มยี ชนิดรุนแรงจะมดี ว้ ยกันหลายขัน้ ตอน และมีความ
เกยี่ วขอ้ งกบั บคุ ลากรทางสาธารณสขุ หลากหลายสาขาวชิ าชพี นบั ตงั้ แตส่ ตู แิ พทย์ กมุ ารแพทย์ อายรุ แพทย์ พยาบาล
นักเทคนิคการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักจิตวิทยา นักวิชาการสาธารณสุขและผู้ให้ค�ำปรึกษาแนะน�ำ
ทางพันธุกรรม หากบุคลากรทุกคนมีความต้ังใจจริง และให้ความร่วมมือซ่ึงกันและกัน ในการปฏิบัติหน้าที่
อย่างถูกต้องเหมาะสม ย่อมจะน�ำไปสู่ความส�ำเร็จในการด�ำเนินงานควบคุมและป้องกันโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง
ของประเทศ ซึ่งนอกจากจะมีความคุ้มทุนในการด�ำเนินงานสูงแล้ว ยังช่วยให้เด็กไทยมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์เป็น
ก�ำลงั ส�ำคัญในการพฒั นาประเทศชาตติ ่อไป

 46  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

แนวทางการตรวจวนิ จิ ฉัยธาลัสซเี มียและฮีโมโกลบนิ ผดิ ปกติทางห้องปฏิบตั กิ าร

เนื่องจากชนิดของธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติในประชากรไทยมีความหลากหลาย จึงไม่มีการ
ทดสอบใดการทดสอบหนง่ึ ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทส่ี ามารถใหก้ ารวนิ จิ ฉยั ไดค้ รอบคลมุ ความผดิ ปกตไิ ดท้ กุ ชนดิ โดยทวั่ ไป
การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพ่ือวินิจฉัยธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติในหญิงตั้งครรภ์และสามีมี 3 ระดับ
(ภาพที่ 3) ท่ตี อ้ งด�ำเนนิ การอย่างต่อเน่อื ง ดังน้ี
ระดับท่ี 1 การตรวจคัดกรอง (Screening Tests) เป็นขั้นตอนแรกที่มีเป้าหมายหลักในการคัดกรอง
เอาคนปกติหรือคนท่ีมีความผิดปกติชนิดที่ไม่รุนแรงออกไป เพื่อจะได้ไม่ต้องตรวจเลือดต่อและเป็นการประหยัด
คา่ ใชจ้ า่ ย คงเหลอื แตผ่ ทู้ น่ี า่ จะมคี วามผดิ ปกตขิ องธาลสั ซเี มยี และฮโี มโกลบนิ ผดิ ปกตทิ เ่ี ขา้ สกู่ ระบวนการตรวจวเิ คราะห์
ในขั้นตอนต่อไป
ระดับท่ี 2 การตรวจวิเคราะห์ชนิดและปริมาณฮีโมโกลบินในเลือด (Hb typing) สามารถตรวจ
วนิ ิจฉยั ธาลัสซเี มยี ทีไ่ ม่ซบั ซ้อนได้เกอื บทกุ ชนดิ ที่พบบ่อยในประชากรไทย ยกเวน้ พาหะ α-thalassemia
ระดับที่ 3 การตรวจวิเคราะห์ระดับดีเอ็นเอ (DNA analysis) ใช้ในกรณีท่ีผลการตรวจ Hb typing
ในระดบั ที่ 2 ไมส่ ามารถใหก้ ารวนิ ิจฉยั ได้ชัดเจน หรอื กรณีต้องการทราบชนิดของมวิ เตชน่ั ของธาลัสซีเมยี ที่วนิ จิ ฉัยได้
ในระดับท่ี 2 และกรณีการตรวจวินิจฉยั ทารกในครรภท์ ี่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคธาลัสซีเมยี ชนดิ รนุ แรง
การด�ำเนินงานทางห้องปฏิบัติการทุกข้ันตอนล้วนมีความส�ำคัญทั้งส้ิน บุคลากรที่เกี่ยวข้องควรพิจารณา
ใหเ้ หมาะสมตามหลกั วชิ าการ และสอดคลอ้ งกบั ขอ้ กำ� หนดดา้ นคณุ ภาพ เพอื่ ใหผ้ ลการตรวจวเิ คราะหม์ คี วามนา่ เชอื่ ถอื
สามารถสนับสนนุ การควบคุมและป้องกนั โรคธาลัสซีเมียชนดิ รนุ แรงไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

แนวทางการดูแลรักษา ผปู้ ว่ ยธาลสั ซีเมีย ในเวชปฏิบัติทว่ั ไป  47 

ตัวอยา งเลือดชนดิ EDTA Blood ระดับท่ี 1 การตรวจคดั กรอง
ของหญิงตั้งครรภแ ละสามี (Screening Tests)

ตรวจคัดกรอง โดยใช OF+DCIP หรือ เปนขั้นตอนแรกที่มีเปาหมายหลักในการ
MCV/ MCH+DCIP คดั กรองเอาคนปกตหิ รอื คนทม่ี คี วามผดิ ปกติ
ชนิดที่ไมรุนแรงออกไป เพื่อจะไดไมตอง
ผลการตรวจคัดกรองคนใดคนหน่งึ เปน ลบ ผลการตรวจคดั กรองเปนบวกท้ังคู ตรวจเลือดตอและเปนการประหยัด
หรอื เปนไปในลักษณะทไ่ี มม โี อกาสเส่ยี ง หรอื เปน ไปในลักษณะท่มี โี อกาสเสย่ี ง คา ใชจ า ยคงเหลอื แตผ ทู น่ี า จะมคี วามผดิ ปกติ
ในการใหก ำเนิดบตุ รเปนโรคชนดิ รนุ แรง ในการใหกำเนิดบตุ รเปน โรคชนิดรนุ แรง ของธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติ
ตอ งสง เลอื ดทง้ั คู ตรวจวิเคราะห ทเ่ี ขา สกู ระบวนการตรวจวเิ คราะหใ นขน้ั ตอน
ทงั้ 3 โรค ตอ ไป
ไมใชคูเสย่ี งตัง้ ครรภไดต ามปกติ หาชนดิ และปรมิ าณฮีโมโกลบนิ
ในเลอื ด (Hb Typing) ระดบั ท่ี 2
การตรวจวเิ คราะหช นดิ และปรมิ าณ
ประเมนิ คูเสีย่ งจากการตรวจ Hb Typing ฮโี มโกลบนิ ในเลอื ด (Hb typing)
สามารถตรวจวนิ จิ ฉยั ธาลสั ซเี มยี ทไ่ี มซ บั ซอ น
ไมใ ชค ูเส่ยี งต้งั ครรภไ ดตามปกติ เสี่ยงตอ Hb bart’s hydrops fetalis, ไดเ กอื ยบกทเวกุ นชพนาดิ หทะพ่ี บαบ-tอ hยaใlนaปssรeะmชาiaกรไทย
beta-thal/E และ beta-thal major
ระดบั ท่ี 3
ตอ-αงส-ง tเhลaอื lด1ตรกวรจณวเีเิ สคย่ีรงาตะอหร Hะbดbบั aDrtN’sAhy(DdNroApsafneatlaylsisis) การตรวจวเิ คราะหร ะดบั ดเี อน็ เอ
- beta thal mutation กรณเี สย่ี งตอ beta-thal/E หรอื beta-thalmajor
(DNA analysis)
ประเมนิ คเู สย่ี งจากการตรวจวเิ คราะหร ะดบั DNA ใชใ นกรณที ผ่ี ลการตรวจ Hb typing
ในระดบั ท่ี 2 ไมส ามารถใหก ารวนิ จิ ฉยั ได
ชดั เจน หรอื กรณตี อ งการทราบชนดิ ของ
มวิ เตชน่ั ของธาลสั ซเี มยี ทว่ี นิ จิ ฉยั ไดใ น
ระดบั ท่ี 2 และกรณกี ารตรวจวนิ จิ ฉยั ทารก
ในครรภท ม่ี คี วามเสย่ี งตอ การเปน

โรคธาลสั ซเี มยี ชนดิ รนุ แรง

ทารกในครรภไมม คี วามเส่ียงตอ ทารกในครรภม คี วามเสย่ี งตอ โรคธาลสั ซเี มยี ชนดิ รนุ แรง
โรคธาลัสซีเมยี ชนดิ รนุ แรง
ตง้ั ครรภต ามปกติ ตรวจวนิ จิ ฉยั กอ นคลอด (PND)

ทารกในครรภไ มเ ปน โรคธาลสั ซเี มยี ทารกในครรภเ ปน โรคธาลสั ซเี มยี
ชนดิ รนุ แรง ชนดิ รนุ แรง

ตง้ั ครรภต ามปกติ ไดร บั คำปรกึ ษาแนะนำ
ทางพนั ธกุ รรมโดยละเอยี ด

ภาพท่ี 3: ขนั้ ตอนการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารเพอื่ วนิ จิ ฉยั ธาลสั ซเี มยี และฮโี มโกลบนิ ผดิ ปกตใิ นหญงิ ตง้ั ครรภแ์ ละสามี


 48  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

ตัวอย่าง EDTA Blood
ตรวจคัดกรอง โดยใช้ OF+DCIP หรอื MCV/MCH+ DCIP

ผลการตรวจคัดกรองเป็น -/- ผลการตรวจคดั กรองเป็น -/+ หรือ +/- หรอื ++

Non-thalassemia or ตรวจ Hb typing
Non-clinically significant thalassemia โดย HPLC/LPLC/CE

A2A A2A EA EA EE
(Hb A2≤ 3.5%) (Hb A2 3.6-8%) (Hb E ≥ 25%) (Hb E < 25%) (Hb E ≥ 80%)
Suspected Suspected Homozygous Hb E
-thalassemia trait Hb E trait With or without
-thalassemia With or without Hb E trait
With or without -thalassemia

PCR for Thalassemia disease
-thalassemia --thalassemia: A2A Bart’s H/CS A2A Bart’s H
--thalassemia: A2F, EF,A2FA, EFA
--thalassemia: EA Bart’s/CS EA Bart’s

ภาพทภ่ีา4พ:ทแี่ น4:วแทนาวงทกาางรกดาำ�รเดนํานิ เนงนิานงาทนาทงหาง้อหงอ้ ปงฏปบิฏตัิบิกัตาิกราร

แนวทางการดูแลรักษา ผู้ป่วยธาลัสซีเมยี ในเวชปฏบิ ัตทิ ั่วไป  49 

ตารางที่ 24: สรปุ การแปลผลการตรวจ Hb typing

 50  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

ตารางที่ 24: สรปุ การแปลผลการตรวจ Hb typing (ตอ่ )

หมายเหตุ สามารถดาวน์โหลดข้อมลู เพ่มิ เตมิ ได้ท่ี http://www.dmsc-library.moph.go.th/

แนวทางการดูแลรักษา ผ้ปู ว่ ยธาลสั ซเี มีย ในเวชปฏบิ ตั ิท่วั ไป  51 

เอกสารอ้างอิง
1. คณะกรรมการทบทวนคู่มือปฏิบัติงานการตรวจวินิจฉัยโรคธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบิน
ผิดปกติทางห้องปฏิบัติการ. คู่มือทางห้องปฏิบัติการตรวจวินิจฉัยธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติ.
พมิ พค์ ร้งั ท่ี 7. นนทบุร:ี สถาบันชีววทิ ยาศาสตรท์ างการแพทย์และสถาบนั วิจยั วทิ ยาศาสตร์สาธารณสขุ
กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย,์ ฉบับปรังปรุง, 2558.
2. สมชายแสงกิจพรและสิริภากรแสงกิจพร. ธาลัสซีเมียโรคเลือดจางทางพันธุกรรม
ทป่ี อ้ งกนั ได.้ พมิ พค์ รง้ั ที่ 8. นนทบรุ :ี สถาบนั ชวี วทิ ยาศาสตรท์ างการแพทยแ์ ละสถาบนั วจิ ยั วทิ ยาศาสตร์
สาธารณสขุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, 2558.
3. คณะกรรมการจดั ทำ� คมู่ อื การตรวจวเิ คราะหช์ นดิ และปรมิ าณฮโี มโกลบนิ . คมู่ อื การตรวจ
วิเคราะห์ชนิดและปริมาณฮีโมโกลบิน. พิมพ์ครั้งที่ 5.นนทบุรี: ศูนย์วิจัยทางคลินิกกรมวิทยาศาสตร์
การแพทย์, 2556.
4. คณะท�ำงานทบทวนแนวทางปฏิบัติในการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพ่ือสนับสนุนการ
ควบคุมและป้องกันโรคธาลัสซีเมีย. แนวทางปฏิบัติในการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพ่ือสนับสนุน
การควบคมุ และป้องกันโรคธาลสั ซเี มยี . พิมพค์ ร้ังที่ 1. นนทบรุ ี : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, 2559.

 52  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

แนวทางการจดั บริการของเขตบริการสุขภาพ

(รอ้ ยแกน่ สารสนิ ธ์ุ Model)

โดย แพทยห์ ญงิ มนธนา จนั ทรนยิ ม
โรงพยาบาลขอนแก่น

1. ปญั หาและสภาพการปฏิบัติงานเดมิ ก่อนทีจ่ ะริเริม่ การปรับปรงุ

ธาลัสซีเมียเป็นโรคโลหิตจางเร้ือรังท่ีถ่ายทอดทางพันธุกรรม เกิดจากความผิดปกติของยีนท่ีเก่ียวข้อง
ในการสังเคราะหฮ์ โี มโกบินของเมด็ เลือดแดง จากการศกึ ษาพบว่าความชุกของการเกิดโรคธาลัสซีเมียรายใหม่ยงั คง
เพม่ิ ขนึ้ เรอื่ ยๆ มปี ระชากรไทยทมี่ ยี นี ทางพนั ธกุ รรมแฝงอยใู่ นตวั โดยไมม่ อี าการ (พาหะ) ประมาณรอ้ ยละ 30.0 – 40.0
หรือประมาณ 18-24 ลา้ นคน หากบคุ คลเหล่านีแ้ ตง่ งานกนั จะทำ� ใหม้ ลี กู หลานเปน็ โรคนี้ได้ ในแต่ละปีมเี ดก็ เกดิ ใหม่
ปว่ ยเป็นโรคธาลสั ซีเมียประมาณ 12,000 รายปัจจุบันเรามีผปู้ ว่ ยที่เป็นธาลัสซเี มียประมาณ 6 แสนรายผู้ปว่ ยเหล่าน้ี
จะมอี าการซดี เหลอื งเจรญิ เตบิ โตไมส่ มอายุ เจบ็ ปว่ ยเรอ้ื รงั ตอ้ งไดร้ บั การรกั ษาพยาบาล รบั การใหเ้ ลอื ดอยเู่ ปน็ ประจำ�
มผี ลตอ่ สขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ ของตนเองและครอบครวั เปน็ อนั มาก นอกจากนยี้ งั เปน็ ปญั หาสำ� คญั ยงิ่ ทางสาธารณสขุ
สง่ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สงั คมและการพัฒนาประเทศ ดงั นน้ั การวางแผนควบคุมป้องกนั การรักษาพยาบาลที่มี
ประสิทธิภาพ และเข้าถึงบริการด้านการรักษาท่ีมีมาตรฐานอย่างสม่�ำเสมอ จึงเป็นหัวใจส�ำคัญท่ีจะช่วยป้องกัน
การเกิดผู้ป่วยรายใหม่ และท�ำให้ผู้ป่วยเด็กเกิดใหม่ที่เป็นโรคธาลัสซีเมียมีคุณภาพชีวิตท่ีดีเทียบเท่าเด็กปกติและ
สามารถเติบโตข้ึนเปน็ อนาคตทดี่ ขี องชาตไิ ดต้ ่อไป
ในปจั จบุ นั เนอื่ งจากแผนงานสง่ เสรมิ ปอ้ งกนั และควบคมุ โรคธาลสั ซเี มยี ยงั ขาดการวางแผนทค่ี รบวงจรและ
ขาดการเช่ือมโยงงานกันอย่างต่อเน่ือง ประกอบกับผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่อยู่เฉพาะในสถาบันโรงเรียนแพทย์เท่าน้ัน
ท�ำให้ประสทิ ธิภาพในการวางแผนป้องกนั โรคลดน้อยลง เน้นปรมิ าณ แต่ไมส่ ามารถพฒั นางานในเชิงลึกได้เนือ่ งจาก
กลไกการท�ำงานที่มีการปรับเปล่ียนต�ำแหน่งของบุคลากรภายในหน่วยงานอยู่บ่อยครั้ง จึงขาดความต่อเนื่องและ
ความเชี่ยวชาญทจี่ ะทำ� งานด้านการปอ้ งกนั ได้อยา่ งเตม็ ประสทิ ธภิ าพ
ดา้ นการรักษาพยาบาลผปู้ ่วยเดก็ ธาลัสซีเมยี ในประเทศไทยได้มีการพัฒนามาตรฐานการพยาบาลมานาน
กว่า 60 ปี โดยมีการใหบ้ รกิ ารรบั เลอื ดอย่างสม่ำ� เสมอและขบั ธาตเุ หล็กที่เกนิ ออกไป เพื่อท�ำให้ผู้ปว่ ยเด็กมชี วี ติ และ
มพี ัฒนาการทส่ี มวยั เหมอื นเด็กปกตทิ ว่ั ไป แตเ่ นื่องจากประชากรสว่ นใหญไ่ ม่สามารถเขา้ ถึงการรกั ษาได้ เพราะตอ้ ง
ใชง้ บประมาณสงู ท้งั เครือ่ งมอื เลือด เวชภณั ฑต์ ่างๆ รวมทัง้ ผเู้ ชยี่ วชาญทางการแพทย์ ท�ำให้ผู้ปว่ ยสว่ นใหญ่ไม่ไดร้ ับ

แนวทางการดูแลรักษา ผูป้ ว่ ยธาลัสซีเมยี ในเวชปฏบิ ัติทัว่ ไป  53 

การรักษาพยาบาล ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและมีช่วงอายุท่ีส้ันกว่าเด็กปกติ ซ่ึงปัญหาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่จะ
สง่ ผลกระทบต่อตวั ผ้ปู ว่ ยเองท่ีตอ้ งทุกข์ทรมานจากโรคเรอ้ื รงั และส่งผลกระทบระยะยาวต่อครอบครวั ผู้ป่วยดว้ ย
ดังนั้น โรงพยาบาลขอนแก่น จึงได้เริ่มพัฒนาแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียและแนวทาง
การป้องกันการเกิดโรครายใหม่จากเดิม (ภาพที่ 5) ให้มีประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น ในรูปแบบการพัฒนาเครือข่าย
เพือ่ ผปู้ ว่ ยธาลสั ซเี มียตัง้ แต่ปี พ.ศ.2550 เปน็ ตน้ มาอย่างตอ่ เนือ่ งจนถงึ ปจั จุบนั

ผูปวยยน่ื บตั รนัดที่ OPD เด็ก
- ซกั ประวตั ิ ชงั่ นำ้ หนัก/วดั สว นสูงเวลา 8.00 น.

เจาะเลอื ดท่หี อ ง LAB
รอผลเลือด

นำผลเลือดกลบั มา ท่หี อ งตรวจโรคเดก็
รอพบกุมารแพทย
เวลา 13.00 น.

- Hct < 22 % Admit - Hct > 22 % กลบั บาน
ทำ Admit ท่ีศนู ย Admit
เวลาประมาณ 15.00 น. รบั ยากลบั บา นท่ี
หองยาผูปว ยนอก
Admit เด็กโต
- เจาะเลือด G/M เวลา 16.00 น. สง ธนาคารเลอื ด
- OnNSS lock G/M

รอรับเลอื ดทห่ี อผูปว ย สงเลอื ดใหห อผปู วย

ผูปวยไดร บั เลือดและยาขบั ปส สาวะ รบั ยาทห่ี อ งยาผูปว ยใน
เวลาประมาณ 20.00 น. เวลาประมาณ 10.00 น.

เลอื ดหมดประมาณ 24.00 น.

- - ผผ้ปู ูป่ววยยบบ้าานนไกไกลลDD//CCววนั นั ตตอ่ อมมาาเวเวลลาาปปรระะมมาาณณ1122.0.000นน
ภาพท่ี 5: ข้นั ตอนการดแู ลผปู้ ่วย Thalassemia แบบเดมิ

* ภหมาาพยทเหี ต5ุ:มขีกัน รตะอบนวนกกาารรดทแู ้ังลสน้ิผปู 1ว0ยขั้นTตhอaนlaใชsเ้sวeลmาทiงั้aสแิ้นบ2บวเนัดมิ 1 คืน

*5ห4มายเGหuตุidมeกี lรinะeบsวนfoกrาtรhทeังสcaินre1o0fขtันhaตlอaนssใชeเmวลiaาทpงัaสtiนิen2tsวinัน g1enคeนื ral practice

ANC ตรวจเลือดหญงิ ฝากครรภ 1
ใหค วามรูเบื้องตน

OF, DCIP, MCV 2
ปกติ ผิดปกติ รพ.ขอนแกน

ต้งั ครรภต อ ตามสามีมาตรวจเลอื ด 3
* มโี อกาสเสีย่ งตอ การเกิด พรอมใหคำปรึกษา (Counselling 1.) ศนู ยอนามยั แมแ ละเดก็
Bart’ hydrops fetalis
Hb typing คสู มรส 4
ปกติ

No couple at risk Couple at risk Couple at risk คณะเทคนิค
Bart’s hydrops fetalis Homo β -thal. Or β -thal / HbE การแพทย
5

Pregnancy Couselling 2. for DNA analysis
and delivery DNA analysis
PCR for α- thal 1 6

ปกติ + - รพ.ขอนแกน

Pregnancy + Pregnancy 7
and deliver and delivery
Terminated pregnancy
and counseling 3.

ภาพท่ี 6: ข้นั ตอนมารับการตรวจคัดกรองและฝากครรภข์ องคสู่ มรสแบบเดมิ

* หมายเหต:ุ จากข้ันตอนดังกลา่ วใช้ระยะเวลาทั้งส้นิ 4-8 สัปดาห์ ข้ึนกบั ระยะเวลาในการติดตามคู่สมรส
(1) ตอ้ งให้คำ� ปรกึ ษาถงึ 3 ครั้ง และขาดความตอ่ เนื่อง
- คู่สมรสตอ้ งเดนิ ทางมารบั การตรวจมากกวา่ 1 คร้งั และการตรวจดัง้ เดิมไม่สามารถตรวจคน้ ภาวะ Bart’s
hydrops fetalis ได้ 100%

แนวทางการดูแลรักษา ผ้ปู ่วยธาลสั ซเี มีย ในเวชปฏิบัติท่วั ไป  55 

2. แนวทางในการพัฒนาคุณภาพการใหบ้ ริการประชาชน

2.1 การก�ำหนดนโยบายขององคก์ าร
1) ลดอัตราการเกิดผู้ป่วยธาลัสซีเมียรายใหม่ โดยการสร้างเครือข่ายให้โรงพยาบาลต่างๆ และ
เจ้าหน้าท่ีสาธารณสุขในส�ำนักตรวจราชการสาธารณสุขเขตสุขภาพท่ี 12 ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด
จงั หวัดกาฬสินธ์ุ และจงั หวัดมหาสารคาม
2) ยกระดับมาตรฐานการรกั ษาผู้ป่วยเดก็ ธาลัสซีเมียใหม้ ีคุณภาพชวี ิตท่ีดขี น้ึ
3) พัฒนาเครือข่ายการรักษา เพ่ือให้ผู้ป่วยสว่ นใหญ่สามารถเขา้ ถงึ การรักษาไดง้ า่ ยขน้ึ
2.2 การกำ� หนดกลยทุ ธ์ แผนงาน โครงการ
การพัฒนาการป้องกันและรักษาผู้ป่วยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล ต้องพัฒนาท้ังด้านบุคลากร
ทางการแพทย์ ผปู้ ่วย และผู้ดูแลไปพรอ้ มกนั ดงั นี้
1) การพฒั นาองค์ความร้ใู ห้กับบคุ ลากรทางการแพทย์ เร่ิมตัง้ แตภ่ ายในโรงพยาบาลขอนแกน่ และ
โรงพยาบาลเครอื ขา่ ยในทกุ ระดบั ในรปู แบบของสหสาขาวชิ าชพี ประกอบดว้ ย แพทย์ พยาบาล เภสชั กร ทนั ตแพทย์
โภชนากร, เทคนคิ การแพทย์ และนกั กายภาพบำ� บดั เพอื่ ใหเ้ กดิ การดแู ลผปู้ ว่ ยแบบองคร์ วมไดอ้ ยา่ งเตม็ ประสทิ ธภิ าพ
และมกี ารติดตามประเมินผลในระยะยาว
2) การพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพให้แก่ผู้ป่วยและผู้ดูแลมีความสามารถในการดูแลตนเอง
และพฒั นาตนเองไมใ่ หเ้ ปน็ ภาระแกส่ งั คมในอนาคตได้ โดยเนน้ การมสี ว่ นรว่ มของครอบครวั และแบง่ ปนั แลกเปลย่ี น
ประสบการณ์เรียนรูก้ ารดำ� เนนิ ชวี ติ ในวิถีทางของผปู้ ่วยธาลัสซเี มยี ท่มี คี ณุ ภาพ
2.3 การก�ำหนดวตั ถุประสงคข์ องการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ
1) มเี ครอื ขา่ ยในการปอ้ งกนั การเกดิ ผปู้ ว่ ยรายใหมช่ นดิ รนุ แรง (βthalassemia/ HbE, Homozygousβ
thalassemia) ทม่ี ปี ระสิทธภิ าพ และลดภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ Bart’s Hydrops fetalis
2) มีเครือข่ายในการรักษาผู้ป่วยธาลัสซีเมียที่มีมาตรฐานเทียบเท่าสากลเพิ่มมากขึ้น และสามารถ
เพ่ิมศกั ยภาพของโรงพยาบาลชมุ ชน เพื่อใหผ้ ูป้ ว่ ยเข้าถึงการบรกิ ารทีส่ ะดวกรวดเรว็
3) มีเครือขา่ ยในภาคประชาชนหรอื ผู้ป่วยที่สามารถเผยแพรค่ วามรู้เรือ่ งโรคสู่สาธารณชนได้

3. แนวคดิ วิธกี าร และการเปล่ยี นแปลงระบบการบริหารจัดการเพอื่ การปรับปรงุ คณุ ภาพ
การใหบ้ ริการ

3.1 การก�ำหนดและการสรา้ งวฒั นธรรมองคก์ าร

เนื่องจากการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าสากล ต้องมีการให้เลือด
และให้ยาขับธาตุเหล็กกับผู้ป่วยอย่างสม�่ำเสมอ ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรท้ังบุคลากรทางการแพทย์และค่าใช้จ่ายที่ม ี
ราคาสูง ดังน้ัน การก�ำหนดแนวคิดและวัฒนธรรมในองค์กรจึงเป็นสิ่งส�ำคัญ ท่ีจะท�ำให้เกิดการเปล่ียนแปลงและ
แรงขบั เคลอื่ นไปสผู่ ลงานทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ กบั ผปู้ ว่ ย หวั ใจสำ� คญั คอื องคค์ วามรทู้ เี่ ขา้ ใจถงึ สาเหตทุ เี่ ปน็ ปจั จยั สำ� คญั ทท่ี ำ� ให้
การรักษาผู้ป่วยทุกคนมีประสิทธิภาพ ให้ผู้ป่วยเหล่าน้ันมีคุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้น เป็นความหวังของเด็กไทยที่ร่างกาย
เจบ็ ปว่ ย แตค่ วามสามารถไมเ่ คยดอ้ ยกวา่ เดก็ ทวั่ ไป และแนวคดิ การทเ่ี หน็ คนไขเ้ ปน็ ชวี ติ ไม่ใชแ่ คช่ ้นิ ส่วนของร่างกาย
เปน็ ชีวิตของเด็กๆ ที่มคี วามฝันและความหวัง

 56  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

3.2 การสรา้ งการมสี ่วนรว่ มของบุคลากรในการเปลี่ยนแปลงระบบการทำ� งาน

เร่ิมจากการพัฒนาศักยภาพของผู้ป่วยและผู้ดูแล ให้มีความสามารถเข้าใจในการดูแลตนเอง
มีความเป็นผู้น�ำกล้าแสดงออก (จากเด็กหลังห้องกลายเป็นเด็กหน้าห้อง) โดยการจัดค่ายเสริมสร้างความรู้และ
ทกั ษะการเปน็ ผนู้ ำ� ใหก้ บั ผปู้ ว่ ยและผดู้ แู ล ตอ่ มาจดั คา่ ยใหผ้ ปู้ ว่ ยและเจา้ หนา้ ทแ่ี บบสหสาขาวชิ าชพี ในหนว่ ยงานตา่ งๆ
ในการถ่ายทอดความรู้ และพัฒนาองค์ความรู้ของผู้ป่วยแบบองค์รวม สร้างความสัมพันธ์การดูแลรักษาผู้ป่วยด้วย
หวั ใจ (humanize health care) สอดแทรกไปในกจิ กรรมของคา่ ย ทำ� ใหเ้ จา้ หนา้ ทส่ี ว่ นใหญม่ องเหน็ แนวคดิ การดแู ล
รกั ษาผปู้ ว่ ยดว้ ยหวั ใจมากขนึ้ ซง่ึ การจดั กจิ กรรมคา่ ยทำ� ตอ่ เนอื่ งทกุ ๆ ปี จนเกดิ ความสมั พนั ธท์ อี่ บอนุ่ และเหนยี วแนน่
เหมอื นคำ� กล่าวทว่ี ่า “รกั ษาแบบลูกแบบหลาน”

3.3 การสง่ เสรมิ สนับสนนุ การใช้ระบบสาระสนเทศในการบรหิ ารจัดการ

1) ดา้ นการรกั ษา มกี ารทำ� แฟม้ ประวตั ผิ ปู้ ว่ ย เพอื่ ความตอ่ เนอื่ งและเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพของการรวบรวม
ข้อมูล มุ่งน�ำไปวิจัยและพัฒนาการรักษาต่อไป หลังจากนั้นได้มีการพัฒนาระบบการลงทะเบียนทางคอมพิวเตอร ์
เพ่ือเก็บข้อมูลผู้ป่วย และน�ำมาวิเคราะห์ วิจัย จนมีแนวทางการรักษาผู้ป่วยเป็นแบบแผนของตนเองได้ และการม ี
“คมู่ ือธาลัสซีเมีย” สำ� หรับสอนผู้ป่วยและผดู้ แู ล รวมท้งั มีส่อื แนะนำ� ข้นั ตอนการขอรบั บรกิ าร
2) ดา้ นการปอ้ งกนั ไดม้ กี ารตรวจคดั กรอง และตรวจเชงิ ลกึ ระดบั โมเลกลุ แลว้ สง่ ผลใหก้ บั โรงพยาบาล
เครือข่ายทางระบบคอมพิวเตอร์ มีการ log in เข้าดูข้อมูล นอกจากนี้ยังมีระบบการรายงานผลและบันทึกข้อมูล
ส่งกลับส่วนกลาง คือ ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการวิเคราะห์และสรุปผลจนพัฒนาเป็น
รปู แบบการตรวจคดั กรองเปน็ ของตนเองไดส้ ำ� เร็จ
นอกจากน้ันยังมีระบบสารสนเทศติดต่อระหว่างผู้ป่วย และชมรมของผู้ป่วยทางส่ือออนไลน์ คือ
facebook ที่ http://www.facebook.com/ศูนย์ธาลัสซเี มีย รพ.ขอนแก่น เพื่อใหผ้ ู้ปว่ ยสามารถสอบถามปัญหา
และแลกเปลีย่ นเรียนรู้ซง่ึ กนั และกนั และมกี ารให้คำ� ปรกึ ษาด้านสขุ ภาพ การป้องกนั โรคและแนวทางการพบแพทย์
ในรายทตี่ ้องการค�ำปรึกษา หรือมขี อ้ ข้องใจต้องการทราบเก่ียวกบั โรคธาลัสซเี มยี

3.4 การสร้างวัฒนธรรมการดแู ลผปู้ ว่ ย

การสรา้ งวฒั นธรรมการดแู ลผปู้ ว่ ยแบบเพอื่ นชว่ ยเพอื่ นและพสี่ อนนอ้ งในกรณที มี่ ารบั บรกิ ารทโี่ รงพยาบาล
ผู้ป่วยจะต้องดูแลตนเอง เช่น เมื่อผู้ป่วยท่ีเป็นเด็กโตมาถึงโรงพยาบาลทุกคนจะมีหน้าท่ีดูแลเด็กรุ่นน้องที่เป็นผู้ป่วย
เหมือนกัน โดยการพาชัง่ น�้ำหนกั วดั ส่วนสูง ส่วนผปู้ กครองทมี่ าถงึ ก่อนจะช่วยแนะนำ� ขัน้ ตอนการมารับบรกิ ารหรือ
พาผู้ปว่ ยรายอน่ื ๆ ไปรับการตรวจในทีต่ า่ งๆ ของโรงพยาบาล เช่น ทีแ่ ผนกหู คอ จมกู หรอื แผนกตา เป็นต้น
การสรา้ งวฒั นธรรมการรบั ผดิ ชอบตนเองของผปู้ ว่ ยและผดู้ แู ล เชน่ การรจู้ กั โรคทตี่ นเองเปน็ อยวู่ ธิ กี ารดแู ล
ตนเอง ชอ่ื ยาและรู้หม่เู ลอื ดของตน เพอ่ื ให้ผปู้ ่วยร้สู กึ มสี ่วนรว่ มในการรักษาและการมารบั การรักษาอยา่ งสม�ำ่ เสมอ
หรือโทรติดต่อเพอื่ เลอื่ นนัดเมอ่ื จ�ำเป็น

แนวทางการดูแลรกั ษา ผูป้ ่วยธาลสั ซีเมยี ในเวชปฏบิ ตั ทิ ว่ั ไป  57 

4. แนวคดิ วิธีการดำ� เนินการให้ความส�ำคัญกบั ประชาชนและการให้บริการกบั ประชาชน

4.1 การรับฟังและรวบรวมความต้องการ ความคดิ เหน็ ความพึงพอใจ

การรับฟงั และรวบรวมความตอ้ งการของผปู้ ว่ ยและครอบครัว ท�ำโดยผ่านกจิ กรรมคา่ ยและกจิ กรรม
การประชุมวิชาการท่ีจัดให้ผู้ป่วยเป็นประจ�ำทุกปี โดยมีการจัดกิจกรรมกลุ่มให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์และความรู้ (peer group support) มีเจ้าหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์ในการถอดบทเรียน เพื่อน�ำมา
พฒั นาปรบั ปรงุ รปู แบบการทำ� งานตอ่ ไป เชน่ ผดู้ แู ลบางรายอยากใหม้ หี นว่ ยรกั ษาพยาบาลใกลบ้ า้ น เพอ่ื ทจี่ ะลดระยะ
เวลาการเดินทาง ซ่ึงการมารับการรักษาที่โรงพยาบาลส�ำหรับคนต่างจังหวัดเป็นเร่ืองที่ยากล�ำบาก และต้องเสีย
ค่าใช้จ่ายสูงเพราะไม่มีรถส่วนตัว ระยะทางไกลบางคร้ังไม่มีรถโดยสารผ่านหรือหากผ่านก็เพียงวันละเที่ยวเท่านั้น
จากการเดนิ ทางทล่ี ำ� บากทำ� ใหไ้ มส่ ามารถพาผปู้ ว่ ยมารบั การรกั ษาตามนดั ไดน้ อกจากนน้ั ผปู้ ว่ ยกลมุ่ นเี้ มอื่ มาโรงพยาบาล
จะไดร้ บั เลอื ดเปน็ กลมุ่ สดุ ทา้ ย เพราะถอื วา่ ไมเ่ รง่ ดว่ น บางครง้ั ตอ้ งนอนรอทโ่ี รงพยาบาลหลายวนั เนอื่ งจากไมม่ เี ลอื ด
ใหผ้ ูป้ ว่ ย ดงั น้ัน จงึ มกี ารพฒั นารปู แบบการบรกิ าร one stop service ให้ผูป้ ่วยไดร้ บั การรกั ษาท่สี ะดวก รวดเรว็
ลดระยะการรอคอยและสามารถรบั เลือดแล้วกลบั บ้านได้ทนั ที

4.2 การสร้างการทำ� งานแบบหนุ้ ส่วน

การทำ� งานแบบห้นุ สว่ น แบง่ เปน็ 2 ส่วน คอื
1) ทมี ดแู ลรกั ษา สรา้ งการทำ� งานแบบเปน็ ทมี ทง้ั ภายในทมี และระหวา่ งทมี ทมี ดแู ลรกั ษานอกจาก
จะตอ้ งรบั ผดิ ชอบงานในดา้ นการรกั ษาทค่ี รอบคลมุ ทงั้ การตรวจวนิ จิ ฉยั การเตรยี มเลอื ด จดั หาเลอื ดใหเ้ พยี งพอ และ
การดูแลรักษาผู้ปว่ ยให้มีประสิทธิภาพ โดยมเี ป้าหมายร่วมกันคือยึดผูป้ ่วยเปน็ จุดศูนย์กลางการรักษา เพอ่ื ประโยชน์
สูงสุดของผู้ป่วย และยังต้องท�ำการเผยแพร่ความรู้วิชาการให้กับโรงพยาบาลเครือข่ายเพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแล
รักษาและปอ้ งกันโรคตอ่ ไป
2) ทีมผู้ป่วยและผู้ดูแล ต้องท�ำหน้าท่ีรับผิดชอบในการดูแลตนเองให้มาตามนัดทุกครั้งและ
มสี ว่ นรว่ มในการออกเผยแพรค่ วามรใู้ นชมุ ชน และรว่ มออกหนว่ ยบรกิ ารจดั หาโลหติ กบั เจา้ หนา้ ทโี่ รงพยาบาลขอนแกน่
สง่ ผลใหม้ กี ารทำ� งานประสานกนั อยา่ งเปน็ ทมี ตา่ งฝา่ ยตา่ งมองเหน็ คณุ คา่ ของกนั และกนั “เหมอื นกงิ้ กอื รอ้ ยขาทตี่ อ้ ง
ใช้ทุกขาร่วมกนั เดนิ ”

4.3 ชอ่ งทาง วิธีการ ในการเขา้ ถงึ การบริการแบบบูรณาการ

ดา้ นการส่งเสรมิ ศกั ยภาพผู้ปว่ ย
1) มี facebook ของชมรมผปู้ ว่ ยธาลสั ซเี มยี ทส่ี ามารถเขา้ ถงึ ขอ้ มลู เครอื ขา่ ยผปู้ ว่ ยทงั้ ประเทศได้ เชน่
ชมรมผู้ป่วยธาลสั ซเี มีย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณแ์ ละโรงพยาบาลศิริราช
2) มกี ารใหค้ ำ� ปรกึ ษาปญั หาดา้ นสขุ ภาพ การรกั ษา รวมทงั้ ปญั หาการดแู ลเลยี้ งดผู ปู้ ว่ ยหรอื แมก้ ระทง่ั
ปญั หาในครอบครัวในระบบ online

 58  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

ดา้ นการพัฒนาการรักษา
มโี รงพยาบาลชมุ ชนตน้ แบบนำ� รอ่ งในการรกั ษาผปู้ ว่ ยธาลสั ซเี มยี ใกลบ้ า้ น เพอ่ื ไมใ่ หผ้ ปู้ ว่ ยตอ้ งเดนิ ทาง
มารับบริการที่โรงพยาบาลจังหวัด รวมทั้งมีโรงพยาบาลจังหวัดข้างเคียงรองรับผู้ป่วยเข้ารับการรักษาท่ีมีมาตรฐาน
เพ่มิ ขึน้ เชน่ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ โรงพยาบาลมหาสารคาม และโรงพยาบาลร้อยเอด็
ด้านการวางแผนปอ้ งกันแบง่ เปน็ 2 ระดบั คือ
1) โรงพยาบาลท่ีมีสตู ิแพทย์ สามารถตรวจวนิ จิ ฉัยกอ่ นคลอดได้เอง
2) โรงพยาบาลท่ัวไปท่ีไม่มีสูติแพทย์ สามารถร่วมเครือข่ายในการตรวจวินิจฉัยและให้ค�ำปรึกษา
ทเี่ หมาะสมก่อนส่งตัวผ้ปู ว่ ย ในกรณีที่ตอ้ งตรวจวนิ จิ ฉัยกอ่ นคลอด และมรี ะบบการปรกึ ษาแบบ online ในการให้
ค�ำปรึกษาแก่คู่สมรสคู่เส่ียงที่เข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลชุมชน เพ่ือให้ผู้มารับบริการม่ันใจในการบริการ ได้รับ
ความสะดวกรวดเรว็ ถูกต้องและสามารถลดการเดินทางมารบั การปรึกษาท่โี รงพยาบาลจงั หวัดได้

4.4 การขยายโอกาสในงานบริการภาครฐั ในกลมุ่ ต่างๆ อยา่ งทัว่ ถึง

1) มีการจัดระบบการให้บริการตามมาตรฐานสากลทงั้ ด้านการป้องกนั และรกั ษา โดยขยาย node
ในการรักษาระดับโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งไม่จ�ำเป็นต้องมีแพทย์ผู้เช่ียวชาญทางโลหิต ได้แก่ โรงพยาบาลชุมแพ
โรงพยาบาลบา้ นไผ่และโรงพยาบาลโพนทอง รวมทั้ง node ระดบั โรงพยาบาลจงั หวัด 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาล
กาฬสินธุ์ โรงพยาบาลชัยภูมแิ ละโรงพยาบาลมหาสารคามทำ� ให้ผู้ป่วยเดก็ ธาลสั ซเี มียเข้าถึงการรกั ษาอย่างสม่ำ� เสมอ
มากขึ้น
2) การขยาย node ในการป้องกัน ระดับโรงพยาบาลชุมชน ได้แก่ โรงพยาบาลชุมแพ และ
โรงพยาบาลระดับจังหวัด ไดแ้ ก่ โรงพยาบาลบ้านไผ่ โดยการตรวจวินิจฉัยกอ่ นคลอด (PND) ซึง่ กอ่ นหนา้ น้ตี อ้ งท�ำ
โดยผู้เชี่ยวชาญ (perinatologist) แต่หลังจากท่ีมีการฝึกอบรมท�ำให้โรงพยาบาลต่างๆ ท่ีมีสูติแพทย์ม่ันใจใน
การตรวจวินิจฉัยมากขนึ้ คู่เสยี่ งสามารถเข้ารับการตรวจคดั กรองได้อย่างรวดเรว็ ขึ้น
3) การขยายโอกาสการเพิม่ ศักยภาพให้กบั โรงพยาบาลตา่ งๆ ทสี่ นใจ โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้
ตา่ งๆ ใหเ้ จา้ หนา้ ทท่ี างการแพทยม์ คี วามตระหนกั ในการพฒั นาการรกั ษาและปอ้ งกนั ผา่ นทางการฝกึ อบรมประจำ� ปี
อยา่ งตอ่ เนอื่ งและกระตนุ้ ใหเ้ กดิ การขยายผลงานในงานธาลสั ซเี มยี สำ� หรบั ผปู้ ฏบิ ตั มิ ากขน้ึ โดยสง่ เสรมิ ใหม้ กี ารประกวด
ผลการดำ� เนินงานธาลสั ซเี มยี ระดบั ภูมภิ าคในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื


5. แนวคดิ และนวัตกรรมในการท�ำงาน

5.1 การใหค้ วามสำ� คญั กับส่งิ ท้าทาย

จากข้อมลู การศกึ ษาประชากรในพื้นทจี่ ังหวัดขอนแก่น ในปี พ.ศ. 2550 ทีเ่ รมิ่ ทำ� โครงการในปีแรก
พบว่า ประชากรมีภาวะของพาหะธาลัสซีเมียเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 40 ถ้าเปรียบเทียบกับข้อมูลของประเทศ คือ
เป็นพาหะธาลัสซีเมีย ประมาณรอ้ ยละ 30.0 ท�ำใหเ้ กิดเปน็ แรงขับเคล่ือนท่จี ะพฒั นารูปแบบการปอ้ งกันธาลัสซเี มยี
รายใหมอ่ ยา่ งจรงิ จงั และสบื คน้ หาจดุ ออ่ น เพอื่ พฒั นาแนวทางทเ่ี หมาะสม เนน้ การทำ� งานเชงิ รกุ มากขน้ึ เพอื่ ลดภาระ
งานเชิงรับในอนาคต โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ “ลดการเกิดผู้ป่วยธาลัสซีเมียรายใหม่” และผู้ป่วยธาลัสซีเมีย
ทม่ี อี ยู่สามารถเข้าถึงการรกั ษาทม่ี มี าตรฐานได้มากขึน้

แนวทางการดแู ลรักษา ผู้ปว่ ยธาลัสซเี มีย ในเวชปฏบิ ัตทิ ั่วไป  59 

อย่างสมํ่าเสมอและให้ยาขับธาตุเหล็กที่เพียงพอสามารถทําให้ผู้ป่วยมีอายุขัยปกติและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
ซ่ึงการรักษารูปแบบน้ีในประเทศไทยมีมานานกว่า 50 ปี แต่ในจังหวัดขอนแก่นมีผู้ป่วยธาลัสซีเมียเป็นส่วนน้อย
ท่ีจะเข้าถึงการรักษาแบบมาตรฐาน ถ้าเทียบกับปริมาณคนไข้ที่มีการกระจายอยู่ในทุกพื้นที่ แต่มีโรงพยาบาล
เพียงแห่งเดียวที่ให้บริการ คือ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นโรงเรียนแพทย์ ดังน้ัน ความท้าทายของการรักษา
คือ เ ริ่มตั้งแต่ก ารใหจา้คกวกาามรรศู้เพึกษื่อาเปขลอี่ยงโนรแงพนยวาคบิดาจลาศกิรเิรดาิมชทพี่วบ่าว่า“เปกา็นรโพรคัฒธนาาลกัสาซรีเรมักียษไามผ่ตู้ป้อ่วงยรธักาษลาัสกซ็มีเมีชียีวโิตดอยยกู่ไาดร้ให้เลือด
กแาคร่หรอซทนักึ่งย่ีจษ้าก่าะตาางเเาขสรพเ้ารมปอื่ถัก�่ำลใึงษเห่ียสกา้คนมารนรอูปเรไแลแขักลี้ยบ้สษะงาบาใไมแนหมาบ้ีใ่โ้ยรนตบถาปขใมขชับราาช้ะตธดวีเารเทิตตฐรไศีายุเดหไนน้อทลบยย็ถก่า่อม้าทงยเีมปี่เทพากปียนียต่วบงาิแยกพนลงับอกะ่าปสวไยด่าาร”้รมิมับ5เาาป0บรณ็นถรคปแทิกนนีา�ำไรแใวขหอตค้ทย้ผ่ใิด่ีมน่าู้ปใีกงจห่วทาังยมร่ัวหม่ทกถวีอรี่ึงวัดาะ”่าขยจอ“ุขานเัยยปปอแ็นกยกโู่ใ่นตรนิแมคทลีผธุกะู้าปพสล่วื้นาัสยมทซธาีาเี่ มรลแถียัสตใตซ่มช้อีเีโ้ชมรงีวงียเิตพขเไป้ายดร็นา้อับบสยา่ว่าลนงเปนพก้อียตยงิ

แห่งเด5ีย.2วทก่ีใาหร้บสริกา้ งาสรรรคคือก์ าโรงใหพ้บยรากิบารลใศหรมีนเ่ พครื่อินสทง่ ผรล์ ใซห่ึงเ้ กปิด็นกโารรงเปรียลนยี่ แนพแปทลยง์ ดังนั้น ความท้าทายของการรักษาคือ
เร่ิมตั้งมแีกตา่กราจรัดใหต้ังคศวูนายม์ธราู้เพลัส่ือซเปีเมลียี่ยนโรแงนพวยคาบิดจาลาขกอเดนิมแทกี่วน่าตั้ง“แเตป่ ็นปโี รพค.ศธ.า2ล5ัส5ซ0ีเมเพียไื่อมให่ต้กอางรปัก้อษงากกัน็มโีชรีวคิตธาอลยัสู่ไซดีเ้ มแียค่หน้าตา
แบบเคปรลบี่ยวนงจเรลี้ยงไม่โต ขาดเรียนบ่อย ป่วยง่าย” เป็นแนวคิดใหม่ที่ว่า “เป็นโรคธาลัสซีเมียต้องเข้ารับการรักษาเพ่ือให้
คนไขส้ ามารถใชช้ วี ติ ไดอ้ ยา่ งปกตแิ ละได้รับบรกิ ารอยา่ งทวั่ ถงึ ”

5.2 การสร้างสรรคก์ ารใหบ้ ริการใหม่เพือ่ สง่ ผลให้เกดิ การเปล่ยี นแปลง

มกี ารจดั ตงั้ ศนู ยธ์ าลสั ซเี มยี โรงพยาบาลขอนแกน่ ตง้ั แต่ ปี พ.ศ. 2550 เพอ่ื ใหก้ ารปอ้ งกนั โรคธาลสั ซเี มยี
แบบครบวงจร

เตรยี มประวตั ิก่อนนดั จองเลือด

Admit ที่ Thalassemia Clinic ใน ward เดก็ โต

bl.transfusion Empowerment
D/C in 6 hr ให้ Health education ขณะรอรับ

ภาพที่ 7: รูปแบบการท�ำงานของ Thalassemia Clinic
มกี ารจัดต้ัง one stop service ของ Thalassemia Clinic ใหเ้ ป็นรูปแบบ “one day care” ท�ำให้ผปู้ ว่ ย
ไมเ่ สยี การเรยี น สำ� หรบั เดก็ โตจะมาตรวจเลอื ดในชว่ งเชา้ หลงั จากนน้ั กไ็ ปโรงเรยี นได้ และกลบั มารบั เลอื ดในชว่ งบา่ ย
ท�ำให้ผู้ปว่ ยมี Normal life style มากที่สดุ มีการให้การดแู ลและให้คำ� ปรึกษาเปน็ รายกรณี เน่ืองจากผปู้ ว่ ยบางราย
ท่เี ขา้ สชู่ ่วงวยั ร่นุ มักไมค่ อ่ ยให้ความรว่ มมือในการรักษา และมีการใช้ peer group support เพอ่ื ทำ� ใหเ้ ดก็ มีความ
ม่ันใจในการเขา้ สงั คมมากขน้ึ

 60  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

ใหคําปรึกษา วางแผนครอบครัวตั้งครรภต อ
วางแผนครอบครัวเพ่ือยตุ กิ ารตั้งครรภ
ตรวจวินจิ ฉัย DNA ตรวจวนิ ิจฉยั เบอื้ งตน

ตรวจวินิจฉยั กอนคลอด
ในคเู สย่ี ง

ภาพที่ 8: รปู แบบการให้บริการของศนู ยธ์ าลัสซเี มีย

การพัฒนารูปแบบการป้องกันแนวใหม่แบบครบวงจร one stop service ให้กับคู่สมรสท่ีมาฝากครรภ์
ณ ศูนยธ์ าลัสซีเมีย โรงพยาบาลขอนแกน่ อาคารตรวจผู้ป่วยนอก เพอ่ื ทำ� ใหค้ ู่สมรสเขา้ ถึงขอ้ มลู ที่ถกู ต้องชดั เจนจาก
ผเู้ ชยี่ วชาญมากขึน้

5.3 การปรับใชเ้ ทคโนโลยหี รอื องคค์ วามรู้ใหม่มาปรบั ใช้ในการปฏบิ ตั งิ าน

มติ กิ ารรักษา
1) Peer group support:การจัดกลุม่ ผปู้ ่วยเม่ือเขา้ รับบริการพร้อมกนั ตามนดั ท�ำใหผ้ ูป้ ่วยมโี อกาส
ได้แลกเปลย่ี นเรียนรปู้ ระสบการณซ์ ง่ึ กนั และกนั เชน่ การสอนการฉดี ยาขบั ธาตุเหลก็ เปน็ ตน้
2) Empowerment:การพัฒนาศักยภาพให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลเป็นปัจจัยเสริมที่ส�ำคัญท�ำให้การดูแล
ผู้ป่วยประสบความส�ำเร็จ เพราะการรักษาควบคู่กันท้ังด้านร่างกายและจิตใจ ท�ำให้เกิดเมล็ดพันธุ์ท่ีดีส�ำหรับชีวิต
และอนาคตของผปู้ ว่ ย ทำ� ให้ผปู้ ่วยทกุ รายไดเ้ ขา้ เรยี นตามเกณฑจ์ นส�ำเรจ็ การศกึ ษา
มิติการปอ้ งกนั
1) การพฒั นาระบบสารสนเทศทง้ั การรายงานผลตรวจคเู่ ทยี่ ว/คสู่ มรส ทางระบบออนไลนท์ ำ� ใหท้ ราบ
ผลการตรวจอย่างรวดเรว็ ทนั เวลา
2) การพัฒนาระบบเครือข่าย ท�ำให้สามารถให้ค�ำปรึกษา ผ่านระบบ Online Center 1171
(043-336789) เพอื่ การป้องกันโรคทีม่ ีประสทิ ธภิ าพมากขึ้น
3) การออกแบบระบบการรายงานผลที่สามารถลดความผิดพลาดจาก Human error from
knowledgeจากแพทย์ผู้เช่ียวชาญ โดยการพัฒนาระบบ logistic ในการรับส่งสิ่งตรวจและรายงานผลเลือดของ
คสู่ มรส ทำ� ใหค้ สู่ มรสไดร้ ับการตรวจอยา่ งครบถว้ น จนถึงระดบั มาตรฐานสากล
4) การพัฒนาการตรวจวินิจฉัยระดับ DNA ในคู่เที่ยวที่ต้องการยืนยันผลการตรวจท่ีชัดเจนท้ัง
β-thalassemia mutation และ α-thalassemia deletion ซ่งึ ก่อนหน้านกี้ ารตรวจวินจิ ฉัยมีเพยี งในโรงพยาบาล
ที่เป็นโรงพยาบาลแพทย์เท่าน้ัน ผลจากการพัฒนาท�ำให้เกิดการลดช่องว่างการส่งต่อผู้ป่วย เกิดความคล่องตัว
ในการท�ำงาน และเป็นการท�ำงานที่ครบวงจร ในระดับโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขที่มีเพียงโรงพยาบาล
ขอนแก่นแหง่ เดียวท่สี ามารถพัฒนางานเชงิ ลกึ และงานเชิงรกุ ไปพร้อมกนั

แนวทางการดแู ลรักษา ผูป้ ว่ ยธาลัสซเี มยี ในเวชปฏิบัติท่วั ไป  61 

6. การเพิ่มประสิทธภิ าพในการดำ� เนินงาน

6.1 การลดข้ันตอนและระยะเวลาการปฏบิ ัติงาน

ด้านการรกั ษา
ลดระยะเวลาวันนอนในโรงพยาบาล โดยก่อนหน้านี้ ยังไม่มีแนวทางการรักษาผู้ป่วยกลุ่มโรคน้ี
อย่างชัดเจน จึงไม่มีการวางแผนในการรักษาล่วงหน้า เมื่อผู้ป่วยมารับบริการท่ีโรงพยาบาลจึงไม่มีเลือดให้ผู้ป่วย
เพราะขน้ึ อยกู่ บั ปรมิ าณเลอื ดทเ่ี หลอื ใชจ้ ากงานอบุ ตั เิ หตแุ ละคนไขว้ กิ ฤตจงึ ทำ� ใหผ้ ปู้ ว่ ยตอ้ งนอนคา้ งคนื ทโ่ี รงพยาบาล
เพอื่ รอรบั เลอื ด ดงั นน้ั เมอ่ื มกี ารจดั ระบบรปู แบบการบรกิ ารใหม่ จากทมี สหสาขาวชิ าชพี ทำ� ใหม้ กี ารวางแผนลว่ งหนา้
ชัดเจน ผู้ป่วยจึงได้รับเลือดตรงเวลาที่นัดหมาย ลดเวลาการรอคอยเหลือเพียง 6 ช่ัวโมง ก็สามารถกลับบ้านได้
นอกจากนนั้ ยงั ไดร้ บั การบรกิ ารทค่ี รบวงจรทงั้ ตรวจหู ตรวจตา ตรวจฟนั พรอ้ มกนั โดยไมต่ อ้ งเสยี เวลามาโรงพยาบาล
หลายครั้ง ซึ่งแต่เดิมการเข้ารับการตรวจพิเศษต่างๆ เหล่าน้ีผู้ป่วยต้องเสียเวลาเดินทางมารับการตรวจแต่ละครั้ง
อย่างน้อย 1 วัน การจัดระบบรปู แบบการบรกิ าร One stop service จากทีมสหสาขาวชิ าชพี จึงสร้างประสทิ ธิภาพ
ในการรักษา และป้องกันภาวะแทรกซอ้ นจากการรักษาในระยะเวลาทสี่ นั้ ที่สดุ ดังภาพที่ 9

นัดตรวจหปู ระจำป พบโสต ศอ นาสกิ แพทย โภชนศาสตรบ ำบดั

Admit ท่ี Blood transfusion
Thalassemia clinic กายภาพบาํ บัด
พบจักษุแพทย เภสัชกร
นัดตรวจตาประจำป ตรวจทนั ตกรรม
โดยทนั ตแพทย

ภาพที่ 9: รูปแบบการบริการ one stop service

ดา้ นการตรวจวินจิ ฉัย
จากเดิมท่ีมีรูปแบบการตรวจเลือดจากการฝากครรภ์แบบทีละราย โดยตรวจภรรยาก่อนหากพบว่า
ผิดปกติจึงใหส้ ามมี าตรวจ Hb typing ถ้าผล Hb typing ผิดปกตจิ ึงนดั มาใหค้ �ำปรกึ ษาเพื่อเจาะตรวจ DNA ใหม ่
ซ่ึงจะต้องใช้ระยะประมาณ 4–6 สัปดาห์ คู่สมรสต้องเสียเวลาเดินทางมาโรงพยาบาลหลายครั้ง เจ้าหน้าที่ต้อง
ให้ค�ำปรึกษาและเจาะเลือดหลายรอบ นอกจากนั้น ข้ันตอนการตรวจและระยะเวลาท่ีจะตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด
(PND) มีความจ�ำกัดท�ำให้คู่เสี่ยงหลายรายไม่สามารถเข้ารับการตรวจยืนยันได้เพราะอายุครรภ์เกิน 22 สัปดาห ์
ท�ำให้โอกาสในการป้องกันการเกิดใหม่ของโรคลดลงซึ่งจะส่งผลเสียระยะยาว จึงมีการพัฒนาแนวทางการตรวจ
วินิจฉยั ใหม่ในคูส่ มรสดังภาพท่ี 10

 62  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

เจาะเลือดคสู มรส สาม–ี ภรรยา 1 สัปดาห
ตรวจ DCIP,CBC เบอ้ื งตน

Hb typing ในกรณี DCIP หรือ MCV < 80 fL

DNA analysis ในคเู สียง 1 สัปดาห

ใหคําปรึกษาคเู สียง หรอื รายงานผล
กลับสโู รงพยาบาลตา งๆ

ภาพที่ 10: แนวทางการตรวจวินิจฉัยใหมใ่ นคสู่ มรส

6.2 การกระจายอำ� นาจการตดั สนิ ใจ

เน้นการกระจายอ�ำนาจในการดูแลรักษาและปอ้ งกนั โรคสู่โรงพยาบาลต่างๆ ทง้ั ในระดับโรงพยาบาล
ชุมชนและจังหวัดให้มีมาตรฐานการรักษาเดียวกัน โดยมีระบบเครือข่ายรองรับการให้ค�ำปรึกษาแก่ node ต่างๆ
เมอ่ื มปี ญั หาในขณะปฏบิ ตั งิ าน และใหอ้ ำ� นาจในการตดั สนิ ใจกบั โรงพยาบาลทเ่ี ปน็ เจา้ ของผปู้ ว่ ยอยา่ งเตม็ ทโ่ี ดยสามารถ
สรปุ รปู แบบในการดำ� เนินงาน ได้ดงั นี้

แนวทางการดแู ลรักษา ผปู้ ่วยธาลัสซีเมยี ในเวชปฏิบตั ทิ ัว่ ไป  63 

Thalassemia Center Lab ถา ยทอดองคค วามรู รพ. node ตางๆ
and counselling สนบั สนนุ การพฒั นา - พัฒนาการรักษาใหมีมาตรฐานมากขึ้น

(Regular transfusion and iron chelation)
- พัฒนาการตรวจวินิจฉัยและความรูตลอดเวลา
(learning by doing)

ธนาคารเลือด จัดเตรียมโลหิต รพ. node ตางๆ 
พัฒนาการตรวจและ - รับผูปวยกลับไปรักษาตอใกลบาน และผูปวย
ระบบ logistic
รายใหมในทองถิ่นเขารับการรักษาไดมากขึ้น
- เพิ่มศักยภาพในการจัดหาโลหิตทำโครงการ

5 for 1 หรือ พอแกวแมขวัญ ใหมีผูบริจาค
โลหิตประจำใหผูปวย

ภาพที่ 11: รปู แบบการพัฒนาระบบเครอื ขา่ ย

“ใกล้บ้านใกล้ใจ” เน้นให้ทุกโรงพยาบาลมีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยถึงแม้ไม่มีผู้เช่ียวชาญอยู่ประจ�ำ
แตส่ ามารถด�ำเนนิ งานโดยมีระบบการเรยี นรู้และการปรกึ ษาที่รวดเรว็ (online under supervision) เพอื่ ลดภาวะ
แทรกซ้อนจากการรักษาและเพ่ิมประสิทธิภาพในการรักษาได้เทียบเคียงระดับสากล เนื่องจากโรคธาลัสซีเมียมี
ความจ�ำเพาะในการดูแลจึงมีการพัฒนา guideline ในการดูแลรักษา และการตรวจวินิจฉัย ให้โรงพยาบาลที่เป็น
node ต่างๆ สามารถปฏบิ ตั ิตามในเบือ้ งต้นได้ ส่วนการให้ค�ำปรึกษาจะเนน้ ใหเ้ จ้าหน้าท่ีในพื้นที่เป็นผู้ให้คำ� ปรกึ ษา
แก่ผู้ป่วยเอง เนื่องจากมีความใกล้ชิดและเข้าใจในสภาพปัญหาของผู้ป่วยได้มากกว่า โดย center จะเป็นผู้ให ้
ค�ำปรึกษาในดา้ นแนวทางปฏิบตั เิ ท่านนั้

6.3 การสร้างมาตรฐานการปฏิบัตงิ าน

มแี นวทางในการปฏบิ ัติงานตาม CPG ของตนเองและเผยแพรไ่ ปยังโรงพยาบาลเครอื ข่ายต่างๆ โดย
เรม่ิ จากการพฒั นา guideline ใหเ้ หมาะสมกบั ผปู้ ว่ ยในพนื้ ทขี่ องตนเองและสภาวะของทอ้ งถนิ่ ซงึ่ การทำ� guideline
เกดิ จากการนำ� ขอ้ มลู การรกั ษายอ้ นหลงั 3 ปี มาวเิ คราะหแ์ ละวางแนวทางปฏบิ ตั ใิ หช้ ดั เจน จนสามารถใชเ้ ปน็ แนวทาง
ในการปฏบิ ัติให้กบั โรงพยาบาลต่างๆ ทไ่ี มม่ ผี ูเ้ ชยี่ วชาญได้
แนวทางด้านการป้องกัน หลังจากลงพื้นท่ีโรงพยาบาลชุมชนหลักในเขตจังหวัดขอนแก่น จังหวัด
กาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดร้อยเอ็ด ท�ำให้เข้าใจถึงปัญหาของการป้องกันโรคที่ขาดประสิทธิภาพ
เน่อื งจากไม่มกี ารควบคมุ มาตรฐาน นอกจากนัน้ ยังพบว่าการแปลผลการตรวจเบอ้ื งตน้ (Hb typing) เจ้าหน้าทย่ี ังมี
ความรไู้ มถ่ งึ เกณฑ์ จงึ มกี ารแกป้ ญั หาโดยการจดั ระบบการอบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร และสรา้ งเครอื ขา่ ยสง่ ตอ่ การสง่ ตรวจ
เพือ่ feedback ผลการตรวจและพัฒนาการรายงานผลการตรวจรูปแบบใหม่ (R to R) โดยสามารถสรปุ ขน้ั ตอนการ
ด�ำเนนิ งานไดด้ ังนี้

 64  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

ลงพื้นทีใ่ หค วามรแู ละทดสอบความรู
กจิ กรรมกลมุ เฉพาะสาขา

แพทย, พยาบาล, เทคนคิ การแพทย
เพอ่ื รบั ฟง อปุ สรรคและแนวทางแกไข

Feedback ถอดบทเรยี นสมั มนาทมี สหสาขาวชิ าชพี
รวมกันวางแนวทางใหม

สราง guidelineCPG ของตนเอง
จากขอมูลทม่ี ี

เผยแพรความรแู ละประเมนิ ผล
วางระบบการสง ตอผปู วยรายใหม

วางระบบการสง ตรวจใหม

ภาพท่ี 12: ขน้ั ตอนการสร้างเครือข่ายการสง่ ตอ่ ข้อมูล

* มีแนวทางการรักษาและการตรวจคดั กรองในแนวทางเดยี วกัน โดยมีการ direct feedback อย่างตอ่ เนอื่ ง

6.4 การสรา้ งความเปน็ เอกลักษณ์ของหนว่ ยงาน

มีกรอบแนวคิดวัฒนธรรมการปฏิบัติในแนวเดียวกัน คือ การดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ โดยม ี
ผู้ป่วยและญาติเป็นศูนย์กลาง มีจิตสาธารณะ มุ่งมั่นท�ำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วย ให้ความรักในการดูแล
ดุจญาติมิตรและมสี มั พันธภาพอนั ดกี ับผูร้ ว่ มงานดจุ พี่นอ้ งท่ีช่วยเหลือเก้ือกูลซ่งึ กนั และกนั

แนวทางการดูแลรกั ษา ผปู้ ว่ ยธาลสั ซีเมีย ในเวชปฏิบตั ิทัว่ ไป  65 

6.5 การนำ� องคค์ วามรหู้ รอื เทคโนโลยีใหม่ มาใชใ้ นการปฏิบัติงานและให้บรกิ าร

การสรา้ งแนวคดิ แบบนอกกรอบนโยบายและแผน โดยยดึ ผปู้ ว่ ยเปน็ จดุ ศนู ยก์ ลาง จดั รปู แบบการรกั ษา
เพ่ือผปู้ ว่ ยและโดยผู้ป่วย พฒั นาศกั ยภาพใหผ้ ู้ป่วยและญาตมิ ีความเชื่อมั่น มคี วามรู้ความเข้าใจในตวั โรค และน�ำไป
ปฏบิ ตั จิ นสามารถกลบั มาเปน็ ผู้น�ำ (ครู ข) ในกล่มุ ผู้ปว่ ยด้วยกนั เอง สอนกันเองในการปฏิบัตติ วั และการปอ้ งกนั โรค
ทถี่ กู ตอ้ ง รวมทง้ั สอนความรใู้ หก้ บั ประชาชนทว่ั ไปได้ โดยผา่ นสอื่ ตา่ งๆ เพอ่ื สรา้ งแรงจงู ใจใหป้ ระชาชนไดเ้ ขา้ ถงึ ขอ้ มลู
ง่ายข้ึน ริเร่ิมการบูรณาการรักษาแบบสหสาขาวิชาชีพและน�ำองค์ความรู้ในการรักษาผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียแบบ
regular transfusion และ iron chelation มารักษาผู้ป่วยเด็กกลุ่มน้ีเป็นครั้งแรกท่ีโรงพยาบาลขอนแก่น ท�ำให ้
ผู้ป่วยมี normal life style & normal growth ตามมาตรฐาน National guideline of thalassemia
management
การสร้างแนวคิดเชิงรุกท�ำให้เห็นปัญหาในการป้องกันโรคที่ถูกแบ่งแยกส่วนในการบริหารจัดการ
น่ันคือ กรมอนามัยและกรมวิทยาศาสตร์รับผิดชอบในการตรวจวินิจฉัยและป้องกัน ส่วนกระทรวงสาธารณสุข
รับผิดชอบในการรักษาพยาบาล เมื่อได้ผลตรวจจากกรมอนามัย/กรมวิทยาศาสตร์ หลังจากนั้นผู้ป่วยหรือคู่สมรส
ส่วนใหญ่จะต้องได้รับการดูแลรักษาซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุขคือ โรงพยาบาลต่างๆ แต่
เนื่องจากปัญหาขาดความต่อเน่ืองและการเช่ือมต่อข้อมูลกันระหว่างหน่วยงาน ประกอบกับบริบทของผู้ป่วยแต่ละ
รายตา่ งกนั รวมทงั้ ความรขู้ องเจา้ หนา้ ทใ่ี นแตล่ ะหนว่ ยงานไมเ่ ทา่ เทยี มกนั จงึ ทำ� ใหป้ ระสทิ ธภิ าพในการปอ้ งกนั ลดลง
เพราะยงั ไมม่ แี นวทางปฏบิ ัตใิ นการปอ้ งกันการเกดิ โรคใหม่ที่ชดั เจน ดงั นั้นเมอ่ื ลงปฏบิ ัติในพ้ืนที่จงึ ไม่บรรลเุ ปา้ หมาย
ดงั นน้ั จงึ เกดิ การปรบั เปลย่ี นรปู แบบบรกิ ารใหมแ่ บบ one stop service ทศี่ นู ยธ์ าลสั ซเี มยี โรงพยาบาล
ขอนแกน่ โดยมกี ารพฒั นาเทคโนโลยกี ารตรวจ DNA for thalassemia และใหค้ ำ� วนิ จิ ฉยั โดยผเู้ ชยี่ วชาญเฉพาะสาขา
(hematologist, perinatologist) ท่ีโรงพยาบาลขอนแก่น เพ่ือรองรับการพัฒนาระบบการป้องกันที่สมบูรณ์แบบ
มากขึ้น

 66  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

7. ขัน้ ตอนในการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ

ให้ความรู้พัฒนาความเข้าใจในการดูแลผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียกับเจ้าหน้าท่ีในโรงพยาบาลขอนแก่นโดย
มขี ัน้ ตอนการปฏิบตั ิงาน ดังนี้

จัดประชมุ วชิ าการใหบคุ ลากรทางการแพทยข อง รพ.ขอนแกน
เร่อื ง “Update in thalassemia” เพื่อวางรากฐานความรูใ หม

ประชุมทีมสหสาขาวชิ าชีพ จดั ตง้ั ทมี สหสาขาวชิ าชีพเริม่ แรกเปนทมี นำ ไดแ ก หองตรวจปฏบิ ัติการ
เปน ระยะเพอ่ื หาทางแกไ ข ธนาคารเลือดพยาบาล และกมุ ารแพทยสาขาโลหิต

ในอปุ สรรคตางๆ ใหค วามรพู ฒั นาศักยภาพของผูป วยและญาติ (จัดคาย) ใหเ ห็นความสำคญั ในการ
มารบั การรักษาอยางสมำ่ เสมอและกลาแสดงออกรับฟงปญหาของผูปว ยและผูดแู ล

พฒั นารูปแบบการรกั ษาแบบ one day care จาก learn to base of problem
ปญหาของผูป ว ยท่ตี องขาดเรียนบอ ย เรียนไมทันเพอ่ื น ถูกลอ เลยี นบานไกลและ ยากจน

พฒั นาศกั ยภาพของหองปฏิบัติการใหท ำการตรวจเพ่ิม ตงั้ แตว ินิจฉัย
เริ่มทำ Hb typing เองพฒั นาการตรวจติดตามการรกั ษา ตรวจ ferritin level

พัฒนาการตรวจติดตามการรักษา ตรวจ ferritin level

พฒั นาศักยภาพของธนาคารเลอื ด: เตรยี มหาเลือดลว งหนาใหเ พียงพอ
เพิ่มคุณภาพของเลือดโดยตรวจพิเศษ minor blood group ตามมาตรฐานสากล

เก็บรวบรวมขอ มูล พฒั นารปู แบบการบรกิ ารแบบสหสาขาวิชาชีพทชี่ ดั เจนเพม่ิ ขน้ึ มีทีมยอยเพ่ิมเตมิ ไดแก
การดูแลรักษาและวจิ ัย เภสัชกร กายภาพ ครไู ดแ กอ าสา โภชนากร ทนั ตกรรม ทมี Park จดั กจิ กรรม
ออกเผยแพรความรรู วมกบั สตู นิ รีแพทยแ ละทีมสหสาขาวชิ าชีพ และติดตาม
วเิ คราะหปญ หา
โดยใชง บประมาณหลกั หาอปุ สรรค และแนวทางแกไขใหก บั โรงพยาบาลชุมชนหลัก 4 มมุ ของจังหวัดขอนแกน
ไดแ ก รพ.ชมุ แพรพ.กระนวนรพ.นำ้ พอง และรพ.บา นไผ
จาก สปสช.

พัฒนาเครอื ขา ยในระดับเขต พ้ืนทส่ี ำนักตรวจราชการสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 12
คอื รพ.รอยเอ็ดรพ.กาฬสินธุ และรพ.มหาสารคาม

ขยาย node ในการดแู ลรกั ษาและปอ งกนั รบั ฟง อปุ สรรคและคนหาแนวทางแกไข

ภาพที่ 13: ข้ันตอนในการปรบั ปรุงคณุ ภาพการให้บรกิ าร

แนวทางการดแู ลรกั ษา ผปู้ ่วยธาลัสซีเมยี ในเวชปฏบิ ัตทิ ่วั ไป  67 

พฒั นาเครอื ขายในระดับเขต พ้นื ทีส่ ำนักตรวจราชการสาธารณสุขเขต 12 และ
รพ. อื่นๆ ท่ีสนใจคอื รพ.รอ ยเอด็ รพ.กาฬสินธุ, รพ.มหาสารคามและรพ.ชยั ภมู ิ
ขยาย node ในการดแู ลรกั ษาและปองกัน รับฟงอุปสรรคและคน หาแนวทางแกไข
จดั ประชมุ เครอื ขา ยในจงั หวัดทกุ 4 เดอื นจดั ประชุมเครอื ขา ยระดบั จังหวัดทุก 1 ป :
จัดประชมุ วชิ าการธาลสั ซเี มยี (practical in thalassemia) ตง้ั แตป  2551จนถงึ ปจ จบุ นั
พฒั นาศกั ยภาพของผปู วยและญาตอิ ยา งตอ เนื่อง: จัดตงั้ ชมรมผปู ว ยต้งั แตป  พ.ศ. 2551
ประชมุ วชิ าการประจำปจ ากทีมสหสาขาวชิ าชพี empowerment ใหผ ปู วยมสี วนรว ม
ในการออกสือ่ ประชาสัมพนั ธ การรณรงคออกรบั บริจาคโลหติ และออกทำงาน

ในพื้นท่โี รงพยาบาลเครอื ขา ย เพ่ือใหเ กิดความรวมมือในการดูแลผปู วย

ใชง บประมาณ สรุปปญ หาและอปุ สรรค ถอดบทเรียนพบวาสถานการณ
จากภายนอก การกระจายของโรคเพ่ิมมากขน้ึ ประกอบกับความรูค วามเขาใจ
โดยมี สปสช. เปนงบหลกั การตรวจวินิจฉัยทต่ี องมคี วามเช่ยี วชาญชำนาญ ทำใหการปองกันธาลสั ซเี มีย
จึงยงั ไมม ีคณุ ภาพเทา ทีค่ วร จงึ พฒั นารปู แบบการปอ งกันใหม

จัดตัง้ ศูนยธาลัสซเี มียเพือ่ ใหการปอ งกนั แบบครบวงจร
โดยมตี น แบบจากโรงพยาบาลศิรริ าชและมหาวิทยาลัยเชยี งใหม

ภาพที่ 13: ข้นั ตอนในการปรับปรงุ คณุ ภาพการให้บริการ (ตอ่ )

 68  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

- พัฒนาการตรวจวนิ ิจฉัยระดบั DNA PCR for α-thalassemia
- พฒั นารปู แบบการรายงานผลตรวจทส่ี อดคลอ้ งกับปญั หาสถานการณ์ปจั จุบนั
- จดั หางบประมาณเพือ่ ตรวจวินจิ ฉัยโดยไดร้ ับงบหลกั จาก สปสช.
- พฒั นาการตรวจวินิจฉยั ระดบั DNA for mutation β-thalassemia
- พฒั นาการบริการตรวจวนิ จิ ฉัยแบบ one stop service ให้โรงพยาบาลเครอื ขา่ ย
- พัฒนารปู แบบ logistic ทัง้ การรับสง่ิ ส่งตรวจและการรายงานผล
- จดั ท�ำทะเบียนขอ้ มูลผลการตรวจ และ conferencecase study ทุกเดอื นเพ่อื ตดิ ตามสถานการณ์
ระหว่างกุมารแพทย์โลหิต, สูตินรีแพทย์ (perinatologist), นักเทคนคิ การแพทย์ และพยาบาล
- พัฒนาการบริการให้คำ� ปรกึ ษาครบวงจรทัง้ โดยตรงกบั ผ้ปู ว่ ยและในรปู แบบเครอื ขา่ ย

8. ผู้มสี ่วนร่วมที่ทำ� ใหก้ ารดำ� เนนิ การประสบความส�ำเร็จ

1) ผู้ป่วยและญาติ ท่ีมีการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเน่ือง ท�ำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยในทาง
ทีด่ ขี ้ึน และทมี รักษามแี รงใจท่จี ะพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง ซ่งึ ควรมีการพฒั นาชอ่ งทางในการสือ่ สารระหวา่ งทีมงาน
และผปู้ ว่ ยอยา่ งตอ่ เนอื่ ง เชน่ การจดั กจิ กรรมทกุ ครงั้ ทม่ี ารบั บรกิ าร การจดั กจิ กรรมประจำ� ทกุ ปี การจดั คา่ ยเพอ่ื สรา้ ง
ความรัก ความผูกพันระหว่างเจา้ หนา้ ทก่ี ับผปู้ ว่ ยเด็ก เปน็ ตน้ ทีมสหสาขาวชิ าชีพทมี่ ีหัวใจบริการแบบ humanize
health care และทมี ผบู้ ริหารโรงพยาบาลขอนแก่น โดยเฉพาะท่านผู้อำ� นวยการที่มีวสิ ัยทศั นแ์ ละให้การสนบั สนุน
การจัดโครงการต่างๆ สนับสนุนทีมงานไปศึกษาดูงานท่ีโรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
ท�ำให้ทีมงานเห็นแนวทางต้นแบบในการพัฒนางานธาลัสซีเมียที่มีมาตรฐานระดับสากล รวมท้ังได้ถ่ายทอดความรู้
เพื่อน�ำกลับมาพัฒนาในการดูแลรักษาและป้องกันโรคให้กับผู้ป่วย นอกจากนี้ยังได้รับค�ำแนะน�ำจากผู้เช่ียวชาญ
หลายๆ หน่วยงาน ก่อนเร่ิมท�ำโครงการในปีแรกๆ ได้แก่ ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด อาจารย์แพทย์หลายท่าน
เช่น ศาสตราจารย์อรณุ ี เจตศรีสภุ าพ โรงพยาบาลศรนี ครินทร์ และรองศาสตราจารยส์ พุ รรณ ฟูเ่ จรญิ คณะเทคนคิ
การแพทย์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่นรวมทง้ั ผสู้ นบั สนุนงบประมาณหลกั คือ สปสช. ทสี่ นบั สนนุ งบประมาณ PP area
base ของส�ำนักตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพท่ี 12 เพื่อจัดท�ำโครงการอย่างต่อเน่ืองทุกปีตั้งแต่
ปีแรกถึงปัจจบุ นั สว่ นรปู แบบในการพัฒนาองคก์ รมี role model จากศูนยธ์ าลัสซีเมยี โรงพยาบาลศริ ิราช ซง่ึ มกี าร
บริหารจัดการแบบ individual ภายใต้ระบบทบวงมหาวิทยาลัย ที่มีผู้เชี่ยวชาญเชิงลึกมากมายท�ำงานเฉพาะสาขา
และไดน้ ำ� มาประยกุ ตใ์ หเ้ ขา้ กบั ระบบของกระทรวงสาธารณสขุ ทเ่ี นน้ งานบรกิ าร แตต่ อ้ งพฒั นางานเชงิ ลกึ ไปควบคกู่ นั
ทำ� ใหท้ มี งานตอ้ งทำ� งานหนักเพิม่ มากข้นึ แต่มจี ดุ ยืนเดียวกนั คอื “ยดึ ผลประโยชนข์ องผู้ป่วยหรอื ผมู้ ารับบรกิ ารเป็น
ที่ตง้ั บรกิ ารดุจญาติมิตร คุณภาพระดบั สากล”

แนวทางการดูแลรักษา ผูป้ ่วยธาลัสซีเมยี ในเวชปฏิบตั ทิ ว่ั ไป  69 

โรงพยาบาลเครอื ขาย

สปสช. ศนู ยธาลสั ซเี มยี ผบู รหิ ารโรงพยาบาล

Partner Co-partner

- ศูนยธาลสั ซเี มีย รพ.ศิริราช - ผูปว ยธาลัสซีเมยี - ภาคสวนเอกชนตางๆ ที่เขารว ม
- คณะเทคนิคการแพทย มข. - คสู มรสคัดกรอง การจดั หาโลหิต, จดั กิจกรรมกบั ผปู ว ย
- กรมวทิ ยาศาสตร - ส่ือมวลชนในการเผยแพรข อ มูล
- คณะแพทยศาสตร มข. ชอง 11, ชอง 9, ส่ือทองถ่นิ ,
- มลู นธิ ิโรคโลหิตจางธาลสั ซีเมีย หนงั สอื พมิ พ, เคเบิ้ล

ภาพท่ี 14: แสดงเครอื ข่ายในการดำ� เนนิ งานของศนู ย์ธาลสั ซีเมีย

9. ผลของการด�ำเนินงานและประโยชนท์ ี่ได้รบั

9.1 สภาพการปฏบิ ตั ิงานใหมภ่ ายหลงั มีการปรบั ปรงุ และพฒั นาบรกิ าร แบง่ เปน็ 2 ดา้ นดังน้ี

ดา้ นการดูแลรักษา

1) การจดั แยกผปู้ ว่ ยไวเ้ ปน็ กลมุ่ เฉพาะ เพอ่ื สะดวกในการดแู ลและมกี ารตดิ ตามประเมนิ ผลความกา้ วหนา้
ของผู้ป่วยและผ้ดู ูแล และการให้บรกิ ารของทีมสหสาขาวิชาชพี
2) มกี ารจดั การใหค้ วามรแู้ กผ่ ปู้ ว่ ยและผดู้ แู ลในเรอื่ งโรคเกดิ อยา่ งไร เมอ่ื เปน็ โรคจะอยกู่ บั โรคใหม้ คี วามสขุ
อยา่ งไร การปอ้ งกันโรคทำ� ได้อย่างไร
3) การเสริมพลงั อ�ำนาจให้แกผ่ ปู้ ่วยและผดู้ ูแล ดงั น้ี
(1) ทีมงานพยายามดึงความสามารถภายในตัวผู้ป่วยออกมาและส่งเสริมสนับสนุนให้มีแสดงออก
ในวาระต่างๆ ได้แก่ การฟ้อนร�ำ การร้องเพลง การวาดรูป ตามความสามารถของผู้ป่วย จัดให้มีครูมาสอนและ
ผลกั ดันใหเ้ ข้าไปนำ� เสนอในเวทตี ่างๆ เช่น การร�ำเปิดงาน การชว่ ยงานในการรบั บรจิ าคโลหิตหรอื ช่วยงานในชุมชน
เช่น งานผ้าป่าตา่ งๆเป็นตน้
(2) ในดา้ นผดู้ แู ล จดั ครมู าฝกึ การทำ� อาหารและการทำ� ดอกไม้ จำ� หนว่ ยเปน็ รายไดเ้ สรมิ ของครอบครวั
(3) ส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถให้ความรู้เรื่องโรค, การดูแลรักษาและการป้องกันโรคให้กับประชาชน
ทัว่ ไปได้ เชน่ การใหค้ วามรู้ในงานรบั บริจาคโลหิต การใหค้ วามรใู้ นงานกาชาด และงานไหมของจังหวดั
(4) ส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้เข้าร่วมประชุมวิชาการท่ีโรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และ
โรงพยาบาลพระมงกุฎ
(5) ส่งเสรมิ ให้ผปู้ ว่ ยเข้าประชุมรว่ มกับชมรมธาลสั ซีเมยี แหง่ ประเทศไทย

 70  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

4) การพัฒนา node ใหก้ บั โรงพยาบาลเครอื ข่าย ทงั้ ในระดบั โรงพยาบาลชมุ ชนและระดบั จงั หวัด ดงั นี้
(1) โรงพยาบาลชุมชน พบว่า มีจำ� นวนผปู้ ่วยถูกสง่ กลับจากโรงพยาบาลขอนแกน่ ไปเข้ารับการรกั ษา
ต่อท่ีชุมชน ดังน้ี
- โรงพยาบาลชุมแพจำ� นวน 6 ราย ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2553 และขณะน้ี โรงพยาบาลชมุ แพใหก้ าร
รักษาผปู้ ว่ ยเดก็ ธาลัสซเี มียถึง 60 ราย/เดือน
- โรงพยาบาลบ้านไผ่จ�ำนวน 5 ราย ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2554 และขณะนี้มีผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมีย
เขา้ รบั การรกั ษาทั้งสิ้น 30 ราย/เดอื น
รวมทงั้ มกี ารจดั ตงั้ สนบั สนนุ ใหม้ กี ารหา regular donor ใหก้ บั โรงพยาบาลชมุ ชน ทำ� ใหป้ ระชาชน
เขา้ ถงึ การบรกิ ารทรี่ วดเรว็ มากข้นึ ทำ� ใหล้ ดคา่ ใชจ้ ่ายในการเดินทาง
(2) โรงพยาบาลจังหวดั สนบั สนุนให้เกดิ การรักษาตามมาตรฐาน ดังน้ี
- สนบั สนุนใหโ้ รงพยาบาลชยั ภูมิ เปดิ Thalassemia Clinic ตั้งแตป่ ี พ.ศ. 2552 และสามารถ
พัฒนาต่อเนอื่ งจนไดร้ ับรางวลั จากมูลนธิ ชิ มรมโรคโลหิตจางธาลสั ซีเมียแหง่ ประเทศไทย ในด้านการพัฒนาเครอื ข่าย
- สนับสนุนให้โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เปิด Thalassemia Clinic ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 ขณะนี้
มีผู้ป่วยเข้ารับบรกิ ารรับเลือดประจ�ำประมาณ 60 ราย/เดอื น

ดา้ นการป้องกัน

ผลจากการพัฒนา guideline การตรวจคดั กรองใหม่ สามารถลดระยะเวลาการรอคอยจาก 4-8 สัปดาห์
เปน็ 2 สปั ดาห์ และไดผ้ ลติ รปู แบบขนั้ ตอนการตรวจคดั กรองวนิ จิ ฉยั ทเ่ี หมาะสมกบั สถานการณป์ จั จบุ นั (ตามขน้ั ตอน
ในภาพท่1ี 5)ซึ่งวิทยาการเทคโนโลยีก้าวหน้าถงึ ระดับโมเลกลุ
ผลทไี่ ดจ้ ากการพฒั นาทงั้ หมดทำ� ใหเ้ กดิ รปู แบบการตรวจวนิ จิ ฉยั อยา่ งองคร์ วม สามารถลดขน้ั ตอน ลดภาระ
งาน อีกทั้งยังเป็นการท�ำงานเชิงลึกในระดับโมเลกุล (DNA) เป็นครั้งแรกในระดับโรงพยาบาลศูนย์ของกระทรวง
สาธารณสุข (ตามข้นั ตอนในภาพที่ 16) และการท�ำงานเชงิ รกุ ท่ีลงเก็บข้อมูลในพืน้ ทจ่ี ากโรงพยาบาลต่างๆ ทำ� ให้เกิด
รปู แบบการรายงานผลคูส่ มรสในการตรวจคัดกรองใหม่ (ตามภาพท่ี 17)
ซ่ึงผลจากการพัฒนาข้างต้นท�ำให้เกิดการบริหารจัดการงานป้องกันและการดูแลรักษาผู้ป่วยธาลัสซีเมีย
เปน็ “ศนู ยธ์ าลสั ซเี มยี ” ภายใตร้ ะบบของกระทรวงสาธารณสขุ เปน็ แหง่ แรกของประเทศไทยทม่ี กี ารปอ้ งกนั ครบวงจร
ท้ังตรวจวินิจฉัยเชิงลึกและป้องกันเชิงรุก โดยได้งบประมาณสนับสนุนจากองค์การภายนอก คือ สปสช. เป็นหลัก
ตง้ั แต่ปี พ.ศ. 2553 ถึงปัจจบุ ัน และมีโรงพยาบาลเครือขา่ ยเขา้ รว่ มถงึ 20 โรงพยาบาล

แนวทางการดแู ลรักษา ผปู้ ว่ ยธาลสั ซเี มีย ในเวชปฏบิ ัติทวั่ ไป  71 

ภาพท่ี 15: รูปแบบขั้นตอนการตรวจคดั กรองวินจิ ฉัย

ภาพที่ 16: การทำ� งานเชงิ ลกึ ในระดับโมเลกุล (DNA) ในระดับโรงพยาบาลศูนย์

 72  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

ภาพที่ 17: รูปแบบการรายงานผลคสู่ มรสในการตรวจคดั กรองใหม่
9.2 ประโยชน์และจุดเด่นของการดำ� เนนิ งาน
1) เป็นหน่วยบริการแรกของกระทรวงสาธารณสุขท่ีมีการพัฒนางานทั้งเชิงลึกและบริการไปพร้อมกัน
ทำ� ใหม้ คี วามเชอื่ มโยง มองเหน็ ปญั หาไดช้ ัดเจนและสามารถแก้ไขปัญหาไดต้ รงจดุ
2) ลดระยะเวลาการตรวจวนิ ิจฉัยและรักษา
3) เพม่ิ คณุ ภาพและประสทิ ธภิ าพในการป้องกนั และรกั ษา
4) การสรา้ งเครอื ขา่ ยเพอ่ื ใหผ้ ้ปู ว่ ยเขา้ ถงึ บรกิ ารได้งา่ ยขน้ึ และลดภาระตน้ ทุนการเดินทางของผปู้ ว่ ย
5) ลดภาวะแทรกซ้อนจากการเขา้ ไม่ถงึ การรกั ษาพยาบาล หรือการรักษาทต่ี ำ�่ กว่ามาตรฐาน
6) มีการท�ำแนวทางการรักษาและตรวจวินิจฉัยใหเ้ หมาะสมกับทอ้ งถนิ่ ขน้ึ กับสภาวะของผปู้ ่วย
7) พัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยในการดูแลตนเองและรับผิดชอบต่อสังคม โดยการออกเผยแพร ่
ความรู้เรอ่ื งโรคแกผ่ ้ปู ว่ ยดว้ ยกนั และประชาชนท่ัวไป
8) เป็นการใช้ทรัพยากรอยา่ งคุ้มค่า แมต้ ้นทุนในการกั ษาผู้ปว่ ยกลมุ่ น้ีจะสงู แต่ผลทไี่ ด้รับคือ การพฒั นา
ผู้ป่วยจนสามารถลดภาระของครอบครัว และประเทศชาติในภายหน้าได้ โดยผู้ป่วยทุกรายท่ีเข้าร่วมโครงการต้อง
ได้รบั การศึกษาข้นั ต�่ำตามเกณฑ์ที่รฐั บาลก�ำหนด
9) มกี ารทำ� งานทเ่ี ปน็ ระบบแบบแผน Holistic approach อยา่ งแทจ้ รงิ ดแู ลตง้ั แตผ่ ปู้ ว่ ยจนถงึ ครอบครวั
ทง้ั สภาพร่างกายและจิตใจ ต่อเนื่องจนผ้ปู ว่ ยกลบั ไปอยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งคุ้มคา่
10) มกี ารท�ำงานแบบสหสาขาวิชาชพี รว่ มกันอยา่ งมคี วามสขุ

แนวทางการดูแลรกั ษา ผปู้ ว่ ยธาลัสซเี มีย ในเวชปฏิบัตทิ ว่ั ไป  73 

9.3 ผลของตวั ชี้วัดในมิติต่าง ดงั น้ี

มิติประสิทธภิ าพการใหบ้ รกิ าร

1) การลดขัน้ ตอนและระยะเวลาในการให้บริการ
(1) การลดขนั้ ตอนในการดแู ลผปู้ ว่ ย คอื เดมิ ผปู้ ว่ ยธาลสั ซเี มยี จะอยรู่ บั การรกั ษาในโรงพยาบาลตงั้ แต่
08.00–12.00 น. ของวนั รงุ่ ขึ้น ซ่งึ เท่ากับ 2 วนั 1 คนื ดงั นนั้ การแยกผู้ป่วยธาลสั ซีเมยี ออกมาเป็นกลุ่มเฉพาะท�ำให้
เกิดข้อตกลงที่ชัดเจนระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ มีการก�ำหนดจ�ำนวนที่เหมาะสมกับอัตราก�ำลังท่ีให้บริการ
กำ� หนดชว่ งเวลาท่เี จาะเลือด สง่ เลือด และรับเลอื ดของผู้ปว่ ย เชน่ ผ้ปู ว่ ยทกุ คนจะได้รับการเจาะเลอื ดเสรจ็ ภายใน
08.00-10.00 น. ผปู้ ว่ ยจะได้รับเลอื ดได้ไม่เกิน 12.00 น. และจะกลับบา้ นไม่เกิน 16.00 น. ในกรณีผ้ปู ว่ ยบางราย
ที่ต้องการเจาะเลือดก่อนนัด ห้องเลือดจะเตรียมเลือดไว้ให้ เม่ือได้เลือดสามารถโทรติดต่อผู้ป่วยให้มารับเลือดได้
เป็นการช่วยลดข้นั ตอนและระยะเวลาในการรอคอยของผู้ป่วย
(2) ลดระยะเวลาการรอคอยผลตรวจคดั กรองและตรวจวนิ จิ ฉยั จาก 6 สปั ดาห์ เหลอื ภายใน 2 สปั ดาห์
(3) ลดขน้ั ตอนการบริการท่ีซับซ้อน ทำ� ให้คสู่ มรสลดการตรวจเลือดหลายคร้ัง
(4) ให้บริการแบบ one stop service เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการท่ีครบวงจรสมบูรณ ์
ซ่งึ เดมิ คูส่ มรสต้องเดนิ ทางมาตดิ ต่อตามจุดตา่ งๆ ของโรงพยาบาลซงึ่ มีข้นั ตอนหลายขนั้ ตอน
(5) การใหบ้ รกิ ารการตรวจคดั กรองใหก้ บั โรงพยาบาลเครอื ขา่ ย สามารถรบั ผลตรวจภายใน 2 สปั ดาห์
และมีระบบ logistic ลดความสับสนของสงิ่ สง่ ตรวจ
2) การด�ำเนนิ การตามมาตรฐานงานท่ีกำ� หนด
(1) การให้บริการที่กำ� หนดตามมาตรฐาน เช่น การประเมนิ การเจรญิ เติบโตตามวัยของผปู้ ่วย
(2) การรับเลือดท่ีมีอายไุ มเ่ กิน 7 วัน ไดค้ ณุ ภาพการเตรียมเลอื ดตามมาตรฐานสากล
(3) ผ้ปู ว่ ยจะตอ้ งมีความรเู้ ร่อื งโรค การดูแล การป้องกันและผลขา้ งเคยี งจากการรับเลือด
(4) ผปู้ ว่ ยไดร้ บั การตรวจรกั ษาจากทมี สหสาขาวชิ าชพี อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เชน่ การตรวจฟนั เปน็ ประจำ� ทกุ
ครั้งท่ีมาพบแพทย์ และการตรวจผล Ferritin ทุก 3 เดือน
(5) การตรวจหาโรคทีม่ ากับเลอื ดทุก 6 เดอื น การตรวจตา การตรวจการได้ยนิ ทกุ ปี
(6) ผู้ปว่ ยไดร้ บั ยาขับเหลก็ เมอื่ มี Ferritin เกินมาตรฐาน
(7) สามารถตรวจพบคู่เสยี่ งไดก้ อ่ นอายุครรภ์ 22 สปั ดาห์ มากกวา่ รอ้ ยละ 90
(8) ให้คำ� ปรึกษาเพือ่ ลดภาวะแทรกซอ้ นจากการต้งั ครรภ์ Bart’s Hydrop fetalis
(9) ค่สู มรสที่เป็นคู่เสีย่ งทกุ ค่ไู ด้รบั คำ� ปรกึ ษาให้ทางเลือกอยา่ งถกู ตอ้ ง ได้สำ� เรจ็ ทกุ คู่
3) ผลของตวั ชี้วดั ท่ีสะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงประสทิ ธิภาพของการใหบ้ รกิ ารอื่นๆ
(1) ผปู้ ว่ ยมคี า่ Hct < 25 vol.%
(2) ผปู้ ่วยสขุ ภาพแขง็ แรงขึน้ ไม่เจบ็ ปว่ ยด้วยโรคทีส่ ามารถป้องกันได้
(3) ผ้ปู ว่ ยมนี �้ำหนกั และส่วนสงู เหมาะสมกับวัยตามเกณฑม์ าตรฐาน
(4) ผู้ป่วยสามารถสอบเรยี นตอ่ ในระดับอุดมศึกษาได้
(5) ผู้ป่วยมคี วามสามารถเป็นผู้น�ำในการท�ำกิจกรรมเป็นที่ยอมรบั ของสังคมได้ เชน่ มีความสามารถ
ในการให้ความรู้ในชมุ ชน

 74  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

มิติคุณภาพการใหบ้ ริการ
1) ความพึงพอใจของผู้รับบริการจากการประเมินความพึงพอใจ พบว่า ผู้รับบริการมีความพอใจอยู่ใน
ระดับดมี ากคดิ เป็น ร้อยละ 98
2) ความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/ความพึงพอใจของภาคส่วนต่างๆที่เข้ามาร่วมในการปฏิบัติงาน
หรอื บริการ
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความพึงพอใจในระดับดีมาก เน่ืองจากโครงการน้ีเกิดจากทีมสหสาขาวิชาชีพ
ซงึ่ มปี ญั หาเกย่ี วกบั การทำ� งานทมี่ ภี าระงานลน้ มอื โดยไมไ่ ดม้ กี ารวางแผนไวล้ ว่ งหนา้ ระยะเรมิ่ แรกทมี สหสาขาวชิ าชพี
ที่เข้ามาร่วมเป็นทีมงาน ประกอบด้วย แพทย์, พยาบาลตึกเด็ก, พยาบาล OPD,เวชระเบียน, เจ้าหน้าท่ีห้อง Lab
และห้องเลือดได้รวมกันจัดระบบการท�ำงานที่มีประสิทธิภาพขึ้นและน�ำระบบนั้นมาประยุกต์ใช้มีการประเมินผล
ทุกสัปดาห์และปรับปรุงเปล่ียนแปลงระบบตามความเหมาะสม ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 1 ปีในการปรับปรุงระบบงาน
จนสามารถใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ จึงท�ำให้ทีมสหสาขาวิชาชีพเกิดความพอใจ และ
น�ำระบบการท�ำงานน้ันมาเผยแพร่สู่เครือข่าย โรงพยาบาลขอนแก่น ได้แก่ โรงพยาบาลชุมชนและ โรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพต�ำบลในเขตเมืองขอนแก่น ซ่ึงปีแรกของการขยายเครือข่าย โรงพยาบาลที่เป็นลูกข่ายรายแรก คือ
โรงพยาบาลชุมแพ และในปีต่อมามีโรงพยาบาลท่ีเป็นลูกข่าย คือโรงพยาบาลชัยภูมิโรงพยาบาลโพนทอง และ
โรงพยาบาลบา้ นไผ่ ตามลำ� ดับ
3) การจดั การข้อรอ้ งเรียน หรอื ความไมพ่ ึงพอใจของผู้รบั บริการ
การดูแลผู้ป่วยในโครงการน้ีก่อนที่ผู้ป่วยจะเข้าร่วมโครงการจะมีการพูดคุยและมีข้อตกลงถึงแนวทาง
ในการดูแลรักษา ท�ำใหผ้ ลทไ่ี ด้รบั จึงไมม่ ขี ้อร้องเรียนหรอื เกดิ ความไมพ่ ึงพอใจค่อนข้างนอ้ ย
มิตคิ วามค้มุ ค่า
1) การลดคา่ ใช้จา่ ยในการเข้าถึงบริการของประชาชน
จากแผนงานธาลัสซเี มียแห่งชาติ ปี 2550-2554 พบวา่ เด็กปว่ ยด้วยโรคธาลสั ซีเมยี ชนดิ รุนแรงจะเสีย
ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลตลอดอายุขัยประมาณ 1,260,000 ถึง 6,600,000 บาทโดยเฉลี่ย 10,550 บาท/
คน/ เดอื น (ตอ่ พงษ์สงวนเสรมิ ศร:ี 2545) สว่ นคา่ ใช้จ่ายในการปอ้ งกันและควบคุมโรคเฉพาะค่าใชจ้ ่ายในการตรวจ
วนิ ิจฉัยจะพบเพียงคสู่ มรสคลู่ ะ 48.28 บาท (เชนนท์วนาภริ ักษ:์ 2545) ซึง่ เมือ่ เปรียบเทียบกับคา่ ใช้จา่ ยในการรักษา
จะแตกต่างกันสูงมากย่ิงไปกว่านั้นผลดีท่ีได้จากการช่วยเหลือความทุกข์ทรมานของพ่อแม่และครอบครัวของผู้ป่วย
น้ันเกินกว่าจะประมาณเป็นค่าเงินได้ดังน้ันการเพ่ิมประสิทธิภาพในการป้องกันและควบคุมโรค นอกจากจะช่วยลด
ค่าใช้จ่ายในการรักษาแล้ว ยังสามารถลดการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ได้อย่างชัดเจน ซ่ึงการจะน�ำไปสู่การป้องกันที่มี
ประสิทธิภาพน้ันยอ่ มผา่ นปจั จยั หลายประการ เริ่มจากคู่สมรสตอ้ งมารบั การตรวจเลือดตัง้ แต่เริ่มตัง้ ครรภ์ และตอ้ ง
มีกระบวนการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นย�ำ หลังจากท่ีมีการพัฒนา node ในการป้องกันและส่งเสริมความรู้ให ้
เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ท�ำให้คู่สมรสเข้าถึงการบริการได้ง่าย ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ความร่วมมือในการมา
ฝากครรภ์และตรวจเลือดได้ดีข้ึน ประกอบกับระบบ logistic และการรายงานผลที่มาจากผู้เช่ียวชาญ ท�ำให้ลด
ความผิดพลาด เพิม่ ความมนั่ ใจให้ผู้ปฏบิ ตั หิ น้างาน รวมทั้งเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการป้องกนั ได้อย่างถูกต้องแมน่ ยำ�

แนวทางการดแู ลรกั ษา ผู้ป่วยธาลสั ซีเมยี ในเวชปฏิบัติทั่วไป  75 

เดิมเม่อื ผปู้ ่วยจะมาโรงพยาบาลในกรณขี องชาวนาจะตอ้ งเตรียมหญา้ ส�ำหรับเล้ียงสตั ว์ จะต้องจา้ งคน
เฝ้าบ้านหรือฝากเพื่อนบ้านไว้ เพราะพ่อแม่ต้องเตรียมของเพ่ือพาลูกมานอนโรงพยาบาล ย่ิงในฤดูหนาวจะต้อง
เตรียมเส้ือกันหนาว ผ้าห่มมาโรงพยาบาลด้วย เพราะเตียงและผ้าห่มโรงพยาบาลไม่เพียงพอ ดังนั้นการท่ีพ่อแม่จะ
พาลกู มาโรงพยาบาลแตล่ ะครงั้ จงึ เปน็ เรอ่ื งทย่ี ากลำ� บาก ทำ� ใหม้ กี ารขาดนดั การรบั การรกั ษาจงึ ไมต่ อ่ เนอ่ื ง ซง่ึ การพา
ผปู้ ว่ ยมาโรงพยาบาลแต่ละครง้ั น้ันแสดงวา่ ผู้ปว่ ยมอี าการซดี อ่อนเพลยี ส่วนใหญ่จะพบ HCT ไม่เกินรอ้ ยละ 20.0
ดังนั้นการมาโรงพยาบาลแต่ละคร้ังครอบครัวของผู้ป่วยจึงจ�ำเป็นต้องมากันหลายคนเพราะต้องอุ้มผู้ป่วยและ
ถือขา้ วของต่างๆ มาด้วย นน่ั หมายถึงคา่ ใช้จา่ ยท่เี พ่ิมมากขึน้ แทบท้ังสน้ิ
หลงั จากการปรบั เปลย่ี นระบบแบบใหมม่ กี ารแยกกลมุ่ ผปู้ ว่ ยออกจากโรคอนื่ ๆ มกี ารใหค้ วามรเู้ กยี่ วกบั โรค
การดูแลและการป้องกัน มีการประเมินผลและติดตามผู้ป่วยอย่างต่อเน่ือง จากท่ีเคยต้องเดินทางมาโรงพยาบาล
ท้ังครอบครัว ก็เปล่ียนเป็นมาแค่ผู้ป่วยและผู้ดูแล 2 คนเท่าน้ัน ซ่ึงบางรายผู้ป่วยมาโรงพยาบาลเพียงคนเดียว
ญาติไมต่ ้องมาดว้ ยกไ็ ด้ หรือบางคนน�ำลกู มาฝากไวแ้ ลว้ หลังจากน้ันแมก่ ก็ ลับไปท�ำงานตอ่ ได้ หากไมส่ ะดวกสามารถ
เล่อื นนัดไดแ้ ละผ้ปู ว่ ยใชเ้ วลาอยู่ในโรงพยาบาลไม่เกนิ 8 ชว่ั โมง ท�ำใหผ้ ู้ให้บริการและผู้รบั บริการเกิดความพึงพอใจ
ทง้ั 2 ฝ่าย ผูด้ ูแลไม่ขาดงานหลายวนั ผู้ปว่ ยไม่ขาดเรยี นหลายวนั ค่าใช้จา่ ยในส่วนผู้รับบริการก็ลดลงอยา่ งเหน็ ได้ชัด
2) การลดตน้ ทุน/ผลิตภาพการให้บรกิ ารของหน่วยงาน
(1) การลดต้นทุนการผลิต เป็นผลมาจากการศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลคู่สมรส ท�ำให้ทราบถึง
การกระจายของโรคและวางกรอบแนวคิดใหม่ สร้างรูปแบบการท�ำงานตรวจคัดกรองใหม่ ลดความซ้�ำซ้อน
ในการท�ำงานหลายรอบ จากการท�ำงานแบบเดมิ ท่ตี ้องมกี ารตดิ ตามคู่สมรสมารับค�ำปรึกษา ตรวจคดั กรอง 2-3 รอบ
เปลี่ยนเปน็ มกี ารเจาะตรวจเลือดคู่สมรสต้ังแต่ครงั้ แรกทมี่ าฝากครรภ์ ยกเลิกการตรวจ OF-test แต่ใชค้ ่า MCV แทน
เพื่อลดความผดิ พลาดจาก human error
(2) การลดตน้ ทนุ อนั ดบั แรกของหนว่ ยงาน คอื ลดความแออดั ของโรงพยาบาล เร่มิ ตง้ั แต่ OPD ผ้ปู ว่ ย
ไม่ตอ้ งเสียเวลาในการรอคอยท่ี OPD เพียงยื่นบตั รและรบั ใบ admit และเดินไปท่ี ward หลังจากนัน้ ward จะจัด
แยกผู้ป่วยไว้เฉพาะโรค จัดพยาบาลดูแลโดยเฉพาะ มีจ�ำนวนการนัดของผู้ป่วยชัดเจน เจ้าหน้าที่ของคลังเลือด
และห้องปฏบิ ัติการ สามารถบริหารจัดการอตั รากำ� ลังให้เหมาะสมกับภาระงานได้ ไมม่ ากหรอื น้อยเกินไป ผูป้ ว่ ยไมม่ ี
การนอนค้างคืน และใช้เวลาอยู่ใน ward ไม่เกิน 16.00 น. ก็สามารถกลับบ้านได้ ซึ่งจะท�ำให้ลดความแออัดของ
ward ลดการใช้นำ�้ -ไฟฟ้า และทรัพยากรอนื่ ๆ ได้
3) ความคุ้มคา่ ทางเศรษฐกิจ สังคมและชุมชน โดยรวม
(1) สังคมเศรษฐกิจและชุมชนโดยรวม การส่งเสริมกิจกรรมออกเผยแพร่ความรู้ในการป้องกัน
รณรงค์การตรวจเลือดก่อนแต่งงานและก่อนตั้งครรภ์ ท�ำให้ชุมชนและสังคมเกิดความตระหนักในการเฝ้าระวังและ
มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกบั โรคธาลสั ซีเมียเพิม่ ขนึ้
(2) เมอื่ ผปู้ ว่ ยและผู้ดแู ลมีความรู้ และได้น�ำความร้นู นั้ ไปแจง้ ใหญ้ าตพิ น่ี ้องและชาวบา้ นไดท้ ราบ
สาเหตุการเกดิ ของโรค การปอ้ งกนั และการดแู ลรักษาแลว้ ทำ� ให้มชี าวบา้ นใหค้ วามสนใจตอ้ งการตรวจเลอื ดก่อน
(3) แตง่ งานและมบี ตุ รเพมิ่ ขน้ึ เพอ่ื ปอ้ งกนั ไมใ่ หม้ บี ตุ รหลานเปน็ โรคธาลสั ซเี มยี เมอ่ื ชมุ ชนใดไมม่ ี
ผ้ปู ่วยธาลัส ซเี มยี เกิดขน้ึ กจ็ ะท�ำให้ชมุ ชนน้นั มีความสุข

 76  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

(4) การที่ญาตไิ มต่ ้องมาหลายคนทำ� ใหค้ า่ ใชจ้ า่ ยลดลง อกี คนทตี่ ้องมากบั ลกู ด้วยก็ไดท้ ำ� งานและ
มีเงนิ เพิม่ ข้นึ
(5) เกดิ กลุม่ เพ่ือนช่วยเพ่อื น ชว่ ยเหลอื กันด้านประกอบอาชีพขึ้น เชน่ ชว่ ยกนั หางานท�ำ เปน็ ต้น

10. แนวทางการพัฒนาในอนาคต

10.1 แนวทางการปรบั ปรุงในอนาคต

1) สามารถพัฒนา node ในระดับโรงพยาบาลชมุ ชนได้เพมิ่ ขึ้น เพอื่ ใหผ้ ูป้ ว่ ยเข้ารบั และเข้าถงึ บรกิ ารได้
มากขน้ึ และเผยแพรส่ โู่ รงพยาบาลชุมชนต่างๆ ให้สามารถปฏบิ ัติตามแนวทางท่ถี ูกต้องเหมาะสมได้
2) พฒั นาตอ่ ยอดความรใู้ นการดแู ลรกั ษาและปอ้ งกนั โรคอยา่ งตอ่ เนอื่ ง โดยการฝกึ อบรมเจา้ หนา้ ทเี่ ฉพาะ
ทางธาลสั ซเี มียเป็นประจำ� ทกุ ปี
3) สนบั สนุนให้เหน็ ความส�ำคญั ของการท�ำงานเฉพาะโรค ท่ีตอ้ งอาศัยความชำ� นาญ ความเช่ียวชาญและ
ความต่อเนื่อง เพื่อมุง่ ผลแหง่ ความเป็นเลศิ เช่น การผลกั ดันให้มคี า่ ตอบแทนพิเศษในรปู แบบ case manager
4) การท�ำระบบการเรยี นรู้ learning by doing โดยการ feedback & test เพ่อื รกั ษาประสทิ ธภิ าพการ
ท�ำงานอย่างตอ่ เนื่อง
เน่ืองจากกลมุ่ โรคน้มี ีความพเิ ศษ คอื สามารถป้องกันไม่ให้เกิดใหม่ แต่การรักษาหายขาดนอ้ ย หากผ้ปู ว่ ย
ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี จะเป็นการเพ่ิมศักยภาพให้ผู้ป่วยเป็นประชากรท่ีมีคุณภาพในอนาคตได้ เพราะผู้ป่วย
กลุ่มน้ีไม่ได้พิการทางสมอง และจะเป็นโทษมหันต์ หากละเลยต่อการรักษาเพราะจะเพ่ิมอัตราการกระจายโรค
ออกไปมากขน้ึ นอกจากนน้ั การรกั ษาภาวะแทรกซอ้ นตา่ งๆ ทเ่ี กดิ จาก undertreatment เปน็ การสญู เสยี ทรพั ยากร
จำ� นวนมากไปแบบไร้ประโยชน์ เพราะผปู้ ว่ ยไมส่ ามารถกลบั มามี normal life ได้

10.2 ความย่ังยนื และการขยายผลการพฒั นา

เนอ่ื งจากผปู้ ว่ ยธาลสั ซเี มยี มจี ำ� นวนมากและมแี นวโนม้ เพมิ่ ขนึ้ เรอื่ ย จงึ ถอื เปน็ ภาวะสำ� คญั ทจี่ ะตอ้ งผลกั ดนั
ให้เป็นนโยบายหลักของประเทศ ให้มีการวางแผนการป้องกันและควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพมากข้ึน โดยศูนย ์
ธาลสั ซเี มยี ทำ� การรวบรวมขอ้ มลู การพฒั นาโครงการสรา้ งเครอื ขา่ ยเพอื่ ผปู้ ว่ ยธาลสั ซเี มยี สง่ ตอ่ สปสช. เขตสขุ ภาพที่ 7
ต่อเน่ืองกันมาเป็นระยะเวลา 3 ปี จนสามารถขยายผลไดร้ ับการเขา้ รว่ มเป็นคณะกรรมการในการพจิ ารณาแนวทาง
การปอ้ งกนั โรคธาลสั ซเี มยี ระดบั ประเทศกบั สำ� นกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ และไดส้ ะทอ้ นถงึ ปญั หาตา่ งๆ ของ
ผู้ปฏบิ ัติ เพ่ือใหเ้ กิดแนวทางแกไ้ ขปัญหาในระดบั ประเทศอยา่ งยง่ั ยนื
การสร้าง node เพื่อการรักษา ท�ำให้ลดภาระงานของโรงพยาบาลศูนย์ โดยที่ผู้ป่วยกลับเข้าถึงการ
บรกิ ารทเ่ี พม่ิ ขน้ึ สนบั สนนุ ใหม้ เี วทใี นการแลกเปลยี่ นเรยี นรใู้ นแงก่ ารทำ� งานกบั ผปู้ ว่ ย เกดิ แรงผลกั ดนั และเปน็ ตน้ แบบ
ให้โรงพยาบาลชมุ ชนและโรงพยาบาลระดบั จังหวดั ต่อไป

แนวทางการดูแลรักษา ผปู้ ่วยธาลัสซีเมีย ในเวชปฏิบตั ิทว่ั ไป  77 

เภสัชกรเชิงรุก กิจกรรมร่วแมลกะับคเรดอก็ บทค่ปี รว่ ัวยธาลัสซเี มยี

กิจกรรมรว่ มกบั เดก็ ทปี่ ว่ ยธาลัสซเี มยี และครอบครวั

พัฒนาศกั ยภาพบุคลากรในเขตบริการสขุ ภาพ

 78  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

วนัรธว่ ามลกสั จิ ซกเี มรรยี มโลก

แนวทางการดแู ลรกั ษา ผู้ป่วยธาลัสซีเมยี ในเวชปฏิบัตทิ ่วั ไป  79 

ข้อเสนอแนะเพ่ือการพฒั นา

1 การเผยแพร่ถอดบทเรียนรูปแบบการด�ำเนินงานในพื้นที่ท่ีด�ำเนินการได้ดีประสบ
ความส�ำเรจ็ เพอ่ื ให้พืน้ ทอี่ ื่นๆ สามารถนำ� ไปปรบั ประยกุ ต์ใชไ้ ดต้ ามความเหมาะสม
2 การศกึ ษารวบรวมข้อมูลเชิงระบาดวิทยาในภาพรวมของประเทศ

3 การพฒั นาศกั ยภาพการของห้องปฏิบตั ิการในโรงพยาบาลใหม้ ีคณุ ภาพมาตรฐาน
เพอื่ เพมิ่ ขดี ความสามารถใจการตรวจและควบคุมก�ำกับหอ้ งปฏิบตั ิการของเอกชน
4 การผลกั ดนั ให้ผู้ปว่ ยธาลสั ซีเมยี ได้รบั สทิ ธกิ ารรักษาตามทส่ี มควรไดร้ ับ

5 ควรมีการศกึ ษารวบรวมข้อมลู ระบาดวทิ ยาในภาพรวมของประเทศ เชน่ จ�ำนวนผ้ปู ว่ ย
ท่ีมีอยู่และการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อวางแผนในการจัดท�ำงบประมาณเพ่ือการดูแลรักษา
และเพ่ือการควบคุมป้องกนั โรคธาลัสซีเมยี ชนดิ รุนแรงในครอบครัวและเครือญาติ
6 พฒั นาแนวทางการวนิ ิจฉัยพาหะและโรคธาลสั ซเี มยี ตลอดจนหาคเู่ สีย่ งตอ่ การเกดิ
โรคธาลัสซีเมยี ชนิดรนุ แรง ทไ่ี ด้ประสทิ ธิภาพและคุม้ ค่า

7 ควรมีการศึกษาระบบการสง่ ตอ่ ผปู้ ่วยธาลัสซีเมียทีเ่ ป็นไปไดแ้ ละมีคุณภาพ และมีประสิทธภิ าพ

8 การติดตามผลการรกั ษา รวมท้ังการพัฒนาการวินิจฉัยและปอ้ งกันภาวะแทรกซ้อน
จากโรคธาลสั ซีเมยี จากการรกั ษา
9 การศึกษาวิจยั ดา้ นคณุ ภาพชวี ติ ของผู้ปว่ ยและครอบครวั

10 ศึกษาการรกั ษาโดยการปลูกถ่ายไขกระดูกและการท�ำ gene therapy ซงึ่ ขณะน้ี
มกี ารรักษาแล้ว โดยศึกษาในด้านความคุ้มคา่ และคุณภาพชวี ติ ของผ้ปู ่วย
11 การพัฒนาการให้คำ� แนะนำ� ปรึกษาทางพนั ธศุ าสตรแ์ กค่ รอบครวั ผ้มู โี อกาสเสยี่ ง
ตอ่ การมบี ุตรเปน็ โรคธาลัสซเี มยี
12 การพฒั นาการหาเลือดทเี่ หมาะสมและปลอดภัยให้ผปู้ ว่ ยไดร้ บั ได้มากข้ึน

13 เช่อื มโยงการจัดระบบบรกิ าร (รวมการคดั กรอง การวินิจฉยั การรกั ษา การติดตาม
ระบบสารสนเทศ) เพือ่ เปน็ ข้อมูลสู่การบรหิ ารจัดการในภาพประเทศ และสามารถนำ� ไปเปน็
นโยบายระดับชาติ เพือ่ ปอ้ งกนั การเกดิ โรคทีร่ นุ แรงรายใหม่ ตลอดถึงลดพาหะของโรคดว้ ย

 80  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

ภาคผนวก

 แบบสำ� รวจขอ้ มลู พนื้ ฐาน
การด�ำเนินการพัฒนาระบบบรกิ ารโรคธาลสั ซเี มีย
โดย สำ� นักวชิ าการแพทย์ กรมการแพทย์
 ขอ้ มลู หน่วยบรกิ ารธาลัสซีเมียในประเทศไทย
โดย กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์

แนวทางการดูแลรกั ษา ผปู้ ว่ ยธาลัสซเี มีย ในเวชปฏบิ ตั ิท่วั ไป  81 

แบบสำ� รวจข้อมลู พน้ื ฐานการดำ� เนินการพัฒนาระบบบริการโรคธาลัสซีเมยี

ชื่อโรงพยาบาล.............................................................อำ� เภอ......................................จังหวัด....................................
โรงพยาบาลขนาด (A) รพศ. (S) รพท. โรงพยาบาลมหาวทิ ยาลัย อื่นๆ (ระบ)ุ ……....…….…………

ประเดน็ ค�ำถาม ใช่ ไมใ่ ช่ รายละเอียด เพมิ่ เติม
โปรดระบ ุ : จำ� นวน
1. โรงพยาบาลของทา่ นมกี ารใหบ้ ริการคลนิ กิ โรคเลือด (ถ้าม)ี : ลกั ษณะการทำ� งาน
(Hemato-clinic)
1.1 ถ้ามีแยกเปน็ เด็ก/ผใู้ หญ่ โปรดระบุหากสามารถส่งตรวจไป
1.2 ให้การบริการโดย ทใี่ ด มกี ำ� หนดเวลาทราบผลเทา่ ใด
- แพทย์ผ้เู ชยี่ วชาญ โรคเลอื ดเด็ก โปรดระบแุ นวทางการรักษา หาก
โรคเลือดผูใ้ หญ่ ไมม่ ีการบรกิ าร
- แพทย์ทั่วไป โปรดระบุ generic name

2. โรงพยาบาลของทา่ นสามารถทำ� hemoglobin typing

3. โรงพยาบาลของท่านสามารถตรวจ DNA สำ� หรบั วินิจฉยั
ชนิดโรคธาลัสซีเมีย

4. โรงพยาบาลของท่านสามารถตรวจ nucleic acid
amplification test (NAT) ไดห้ รอื ไม่

5. โรงพยาบาลของท่านมีพยาบาลท่ีมีความรู้ ความเข้าใจใน
การใหเ้ ลอื ดแกค่ นไขธ้ าลสั ซเี มยี และมกี ารเฝา้ ระวงั อาการ
ขา้ งเคยี ง และภาวะแทรกซอ้ นเปน็ อยา่ งดี

- ในเดก็
- ในผู้ใหญ่

6. โรงพยาบาลของท่านสามารถตรวจ/ส่งตรวจการหาค่า
ระดับ

- ferritin
- minor blood group alloantibody

7. โรงพยาบาลของท่านสามารถรักษาภาวะแทรกซ้อน จาก
โรคธาลสั ซเี มียไดท้ ัง้ ด้านอายรุ กรรม และศัลยกรรม

- ในเดก็
- ในผใู้ หญ่

8. โรงพยาบาลของทา่ นมกี ารใหย้ าขบั เหล็กได้
- แบบรบั ประทาน
- แบบฉีด

 82  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice

ประเด็นคำ� ถาม ใช่ ไมใ่ ช่ รายละเอยี ด เพิม่ เติม

9. โรงพยาบาลของท่านสามารถให้บริการด้าน stem cell โปรดระบชุ นดิ
transplantation

10. โรงพยาบาลของท่านมี clinical practice guideline
ในการดูแลผู้ป่วยโรคธาลัสซเี มีย
- ในเด็ก
- ในผูใ้ หญ่

11. โรงพยาบาลของทา่ นมีระบบการสอน และสนบั สนุน โปรดระบุ
การดูแลตนเองของผูป้ ่วย

นิยาม

องคป์ ระกอบของคลนิ ิกโรคเลอื ดต้องมคี รบทั้ง 4 ดา้ น ดังน้ี
1.1 มีบุคคลทป่ี ฏบิ ตั งิ านในคลนิ ิก
1.1.1 แพทย์
1.1.2 พยาบาล
1.1.3 นักเทคนคิ การแพทย์
1.2 โปรแกรมการสอนและระบบสนบั สนนุ การดูแลตนเองของผ้ปู ว่ ยในดา้ นตา่ งๆ ดงั น้ี
1.2.1 การรับประทานอาหาร ประเดน็ ข้อดแี ละข้อเสียในชนดิ อาหารตา่ งๆที่จ�ำเปน็ ต้องทราบ
1.2.2 การปฏบิ ตั ติ ัวเพ่ือปอ้ งกนั ภาวะแทรกซ้อน อาทิ : กระดกู หกั งา่ ย
1.2.3 การประเมินตนเองเพอ่ื พบแพทย์ในภาวะซีดมาก ติดเชอ้ื และภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
1.2.4 ได้รบั วัคซนี ไขห้ วดั ใหญป่ ระจ�ำทุกปี และหรอื หลงั การตดั ม้าม
1.3 มีระบบขอ้ มลู ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมยี
1.3.1 มีการลงทะเบยี นผู้ป่วยทกุ ราย
1.3.2 มีระบบฐานข้อมูลเพอื่ ใช้ในการติดตามการรกั ษาผ้ปู ่วย
1.3.3 มีระบบฐานข้อมูลการใหบ้ รกิ าร ซง่ึ สามารถนำ� มาใชป้ ระเมินผลและพฒั นาระบบบริการ
1.3.4 มรี ะบบฐานข้อมูลเพื่อรายงานตัวชว้ี ดั ตา่ งๆ
1.4 มกี ารทำ� งานในรูปแบบเครือขา่ ยกบั ชมุ ชน และโรงพยาบาลในระดับสูง และตำ่� กว่า

แนวทางการดแู ลรักษา ผปู้ ่วยธาลสั ซีเมยี ในเวชปฏิบัตทิ ่วั ไป  83 

 84  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice รายชื่อหนรว่ายยชงื่อาหนนว่ ใยหงา้บนรใหกิ ้บารรกิ าตรรตรววจจธธาาลลสั ซัสเี มซียีเแมบียง่ ตแาบมเง่ขตตสาขุ มภเาขพตสขุ ภาพ
เขตสุขภาพทเ่ีข1ตสเุขชภียาพงทใี่ห1มเช่ ยี ลงใำ� หพมู่นลาํ พลูน�ำปลําาปงางแแมมฮ่ ่ฮ่ออ่งสงอสนอเชนียงเรชายียงพระเายยา แพพระ่ แเยละาน่าแนพร่ และนา่ น

การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ

ลําดับ หนว่ ยงาน Hb typing α-thal 1 β-thal PND ผู้รับผิดชอบ/ผูป้ ระสานงาน โทรศพั ท์ E-mail address
mutation mutation
053 112188-90 [email protected]
1 ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทยท์ ี่ 1 เชียงใหม่   - - นายสมคิด ธจิ ักร์ ตอ่ 605-6 [email protected]
[email protected]
2 ศูนยว์ ทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย   - - น.ส. อัมรา โยวัง 089 8532240 [email protected]
น.ส.อัญชษิ ฐา สมเงนิ 084 2231239 [email protected]
053 946480 [email protected]
ภาควชิ ากมุ ารเวชศาสตร์ รศ.พญ.พมิ พ์ลักษณ์ เจริญขวัญ 053 945417
[email protected]
3 คณะแพทยศาสตร์     อ. อรุณี ภเู่ สือ 053 949297
053 945078 [email protected]
มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ อ. ทัศนยี า จาํ รัสรตั นกร [email protected]
053 276856 ตอ่ 205
ศูนยบ์ รกิ ารเทคนิคการแพทยค์ ลนิ กิ [email protected]
053 999200 ต่อ 2272
4 คณะเทคนคิ การแพทย์   - - รศ.ดร. สาคร พรประเสริฐ
053 569187 ตอ่ 13
มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่

5 โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพเชยี งใหม่   - - น.ส. กญั ญากาญจน์ คงไทย
ศนู ยอ์ นามยั ท่ี 1 เชียงใหม่  - - - น.ส. พชั ราภรณ์ ตะรโิ ย
 - - - น.ส. พสิ ุทธนิ ี กันธารักษ์
6 โรงพยาบาลนครพิงค์
จังหวดั เชยี งใหม่

7 โรงพยาบาลลาํ พูน จังหวดั ลําพูน

8 โรงพยาบาลลาํ ปาง จงั หวดั ลาํ ปาง  - - - นางอําไพ ภาษติ 054 237400 ต่อ 3003 [email protected]
9 หนว่ ยธาลัสซเี มีย มหาวิทยาลัยพะเยา
10 โรงพยาบาลพะเยา    ศ.ดร.นพ.ต่อพงศ์ สงวนเสรมิ ศรี 054 466666 ตอ่ 3461 [email protected]

11 โรงพยาบาลแพร่  - - - คุณณัฐวัฒน์ จโิ นรส 054 409300 ตอ่ 1237, 1233
12 โรงพยาบาลน่าน คณุ คนึงนจิ ถงุ คาํ
089 8523492 khanungnitt@yahoo

 - - - นายประเสรฐิ จันทนสกุลวงศ์ 054 533500 ต่อ 2204
086 1928192
-

 - - - นางหทยั กาญจน์ สอนธรรม 087 6756951 [email protected]

รายชือ่ หนร่วายยชง่อื าหนนว่ ใยหงาบ้ นรใหกิ บ้ ารริกาตรรตรววจจธธาาลลัสซัสีเมซียีเแมบียง่ ตแาบมเ่งขตตสาุขมภเาขพตสขุ ภาพ
เขตสขุ ภาเพขตทส่ีุข2ภาพพทษิ ี่ 2ณพโุิษลณกโุ ลกเพเพชชรรบบูรูรณณ์ อ์ุตอรดตุ ิตรถด์ สติ ุโขถท์ัยสแโุ ลขะทตายั ก และตาก

การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ าร

ลาํ ดบั หนว่ ยงาน Hb typing α-thal 1 β-thal PND ผู้รบั ผดิ ชอบ/ผู้ประสานงาน โทรศัพท์ E-mail address
mutation mutation
1 ศูนย์วิทยาศาสตรก์ ารแพทยท์ ่ี 2 พษิ ณุโลก
น.ส. ดุจดาว บญุ ยอด 081 6804640 [email protected]
2 โรงพยาบาลพุทธชนิ ราช พิษณุโลก 089 8580293 [email protected]
  ส่งตอ่ - นางเรณู วริ ิยะประสทิ ธ์ิ 055 322824-27
3 โรงพยาบาลศรสี ังวรสโุ ขทัย 055 270300 [email protected]
แนวทางการดูแลรักษา ผู้ปว่ ยธาลสั ซเี มยี ในเวชปฏบิ ตั ทิ ว่ั ไป  85   ส่งต่อ ส่งต่อ ส่งตอ่ พิมพ์ภา ราชขวัญ 087 5206861 [email protected]
4 โรงพยาบาลอตุ รดิตถ์ 089 7022314 [email protected]
น.ส. เพญ็ ศิริ ใยดี 088 9059939
5 โรงพยาบาลแมส่ อด  สง่ ต่อ - - นายรณรงค์ แก้วประเสริฐ 055 682030-43 [email protected]
6 โรงพยาบาลสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช 091 1392075 [email protected]
7 โรงพยาบาลเพชรบรู ณ์ นางงามตา หมื่นยา 081 8328635
   - นายนภดล เพมิ่ ศรพี งษ์ 055 411064 -
ศูนยว์ ิจัยโลหติ วิทยา 086 9300293 [email protected]
8 ห้องปฏบิ ัติการธาลสั ซีเมยี  Strip  - นายธิเดช อนุ่ ใจ 055 531224 [email protected]
นายย่ิงยศ แกว้ เนตร 081 6883607 [email protected]
มหาวิทยาลัยนเรศวร 055 511024
9 โรงพยาบาลสุโขทยั    - นายประนอม ปทั ทุม 081-9721002 -
056 717603, 056 717633 [email protected]
 สง่ ตอ่ - - นางมยรุ ี จันทร์โท 055 965058
081 2531878
ร.ศ.นพ. พีรพล วอง
    น.ส. สวชิ ญาพร เจมิ นมิ่

น.ส. บุณฑริกา ม่วงสุข 085 1429395 [email protected]
 สง่ ตอ่ สง่ ต่อ ส่งต่อ นายสมชาย เขยี วรดิ 055 611782 -
055 611702

 86  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice รายชือ่ หนร่วายยชงื่อาหนนว่ ใยหงา้บนรใหกิ บ้ ารริกาตรรตรววจจธธาาลลัสซัสีเมซียเี แมบียง่ ตแาบมเง่ขตตสาุขมภเาขพตสุขภาพ
เขตสขุ ภาพเขทตี่ส3ขุ ภนาพคทร่ี 3สนวครรรสควร์ รกค�ำ์ กแาํ แพพงงเเพพชชร รพจิ พติ รจิ อิตุทรัยธอานุที แยั ลธะชาัยนนี าแทละชยั นาท

การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ าร

ลําดับ หนว่ ยงาน Hb typing α-thal 1 β-thal PND ผูร้ ับผิดชอบ/ผู้ประสานงาน โทรศพั ท์ E-mail address
mutation mutation
1 ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์การแพทย์ท่ี 3 นครสวรรค์
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ นายเจตน์ วนั แต่ง 097 1743797 [email protected]
089 8605011 [email protected]
2 ศูนยอ์ นามยั ท่ี 3   - - น.ส. อุษา ถนอมเงิน 056 245618 ต่อ 315
092 9497892 [email protected]
3 โรงพยาบาลสวรรคป์ ระชารกั ษ์ นายอภชิ า อภริ ตั น์อาภา 086 9359996 [email protected]
4 โรงพยาบาลกําแพงเพชร     น.ส. ปุณชนิกา บุญเลิศ 056 255451 ต่อ 257, 260
089 6437095 [email protected]
 - - - นายเอกธง ล้มิ วีระประจกั ษ์ 056 219888
 - - - น.ส.วริ งรอง เอ่ียมกาย 089 7076638 [email protected]
055 714224-6 ต่อ 2305

รายชื่อหนร่วายยชง่อื าหนนว่ ใยหงาบ้ นรใหกิ ้บารรกิ าตรรตรววจจธธาาลลสั ซสั ีเมซยี เี แมบีย่งตแาบมเ่งขตตสาุขมภเาขพตสขุ ภาพ
เขตสขุ ภาพที่ 4เขพตสรุขะภนาพคทร่ี 4ศพรรีอะยนธุครยศารีอสยุธรยะาบสรรุ ะี บลรุ พี ลพบบุรรุ ี ี สสิงิงหหบ์ ์บรุ ี อรุ ่าี งอท่าองงทนนอทงบรุ นี ปนททุมธบานุรีี แปละทนุมครธนาานยกี และนครนายก

การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ

ลาํ ดับ หนว่ ยงาน Hb typing α-thal 1 β-thal PND ผรู้ บั ผิดชอบ/ผปู้ ระสานงาน โทรศัพท์ E-mail address
mutation mutation
แนวทางการดูแลรักษา ผู้ปว่ ยธาลสั ซเี มยี ในเวชปฏบิ ตั ทิ ว่ั ไป  87  1 สถาบนั วิจัยวิทยาศาสตรส์ าธารณสุข
น.ส.สาวิตรี ด้วงเรอื ง 080 4431194 [email protected]
2 โรงพยาบาลสระบุรี 086 6201450 [email protected]
3 โรงพยาบาลพระน่งั เกลา้    - น.ส.วราลกั ษณ์ เลศิ สุภางคกูล 02 9510000 ตอ่ 99321
4 โรงพยาบาลปทุมธานี 089 4841493 -
5 โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลิมพระเกยี รติ  - - - นางปิยะนุช สงสนธิ 083 0496805 -
 - - - น.ส. นนั ทช์ ญาน์ สงิ หแ์ กว้ 081 5352747 -
 - - - น.ส. ศิรวิ รรณ จลุ ศยั -
 - - - น.ส. วราภรณ์ บปุ ผา 089 6795560

โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์  - - - น.ส. ประภาพร พานิชชอบ 037 395085-6 -
6 สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ า ตอ่ 10371

สยามบรมราชกมุ ารี 081 9234417

 88  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice รายช่ือหนรว่ายยชงือ่ าหนน่วใยหงา้บนรใหกิ บ้ ารรกิ าตรรตรววจจธธาาลลสั ซสั เี มซยี ีเแมบีย่งตแาบมเ่งขตตสาุขมภเาขพตสุขภาพ
เขตสขุ ภาพที่ 5 กเขาตญสขุ จภนาพบทรุ ี่ 5ี สกุพาญรจรนณบุรบี สรุพุ ีรรรณาชบุรบี รุราีชนบุรคี นรคปรปฐฐมม เเพพชชรบรุรบี สรุ มีทุ สรมสาุทครรสสมาทุ ครสรงคสรมามุทแรลสะปงรคะรจวาบมคีรแขี นัลธะ์ ประจวบครี ีขนั ธ์

การตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ าร

ลําดบั หน่วยงาน Hb typing α-thal 1 β-thal PND ผรู้ ับผิดชอบ/ผ้ปู ระสานงาน โทรศพั ท์ E-mail address
mutation mutation

1 ศูนย์วทิ ยาศาสตร์การแพทย์ที่ 5 สมุทรสงคราม   ส่งตอ่ - นางปานทิพย์ ศริ โิ ชติ 084 1316522 [email protected]
034 720668-71 ตอ่ 119

2 โรงพยาบาลพหลพลพยหุ เสนา  - - - น.ส. อุษณี วรพสิ ทุ ธวิ งศ์ 086 7999899 [email protected]
034 587800 ต่อ 6084

3 โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพ  - - - น.ส. สกนุ ตลา ปอ้ มเชียงพณิ 084 6477743, 032 310368-71 [email protected]
ศูนยอ์ นามยั ที่ 5 ราชบรุ ี
น.ส.อาภาพร จงนวกิจ 082 2989019

4 โรงพยาบาลนครปฐม  - - - นายพทิ กั ษ์ คิมนารักษ์ 090 9530020 [email protected]
034 254150-4

ศนู ยว์ จิ ยั ธาลัสซเี มยี 081 5669770

5 สถาบันชวี วทิ ยาศาสตร์โมเลกลุ    - น.ส. พรนภา คาํ พันธ์ 028 892558 [email protected]

มหาวิทยาลยั มหดิ ล

รายชือ่ หนร่วายยชง่ือาหนน่วใยหงา้บนรใหกิ บ้ ารรกิ าตรรตรววจจธธาาลลัสซัสีเมซยี เี แมบียง่ ตแาบมเ่งขตตสาุขมภเาขพตสขุ ภาพ
เขตสขุ ภาพที่ 6เขตชสลุขภบาุรพีทสี่ 6มชทุ ลรบปุรี สรมาุทกราปรรากฉาะร เฉชะเงิ ชเงิ ทเทรราา ปปรารจาีนจบีนุรี บสรรุะแี สก้วระระแยกอง้วจนัรทะบยรุ อี แงละจตรันาทด บุรี และตราด

การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัติการ

ลาํ ดบั หน่วยงาน Hb typing α-thal 1 β-thal PND ผู้รับผิดชอบ/ผู้ประสานงาน โทรศพั ท์ E-mail address
1 ศนู ย์วทิ ยาศาสตรก์ ารแพทยท์ ี่ 6 ชลบุรี mutation mutation
แนวทางการดูแลรักษา ผู้ปว่ ยธาลสั ซเี มยี ในเวชปฏบิ ตั ทิ ว่ั ไป  89 
น.ส.วันวิสาข์ เนตรเรืองแสง 089 6809201 [email protected]
082 8971923 [email protected]
  - - น.ส.ศิรนิ าถ โชยรัมย์ 038 784006-7 ตอ่ 322
038 931000 -
2 โรงพยาบาลชลบุรี  - - - นางจนิ ตนา สวุ รรณวกิ 089 4998839 [email protected]
นายชวลิต คงงาม 089 9369477 [email protected]
081 7823939
3 โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา  - - - น.ส. จฑุ ารัตน์ นอ้ ยเจริญ 086 5198168 -
นางกญั ญส์ ริ ิ เจริญธรรมโชค 089 8340869 [email protected]
087 3654207 [email protected]
4 โรงพยาบาลพุทธโสธร  - - - น.ส.อมรวรรณ ทองโกมล 089 6168885 [email protected]
น.ส. สธุ าทพิ ย์ อนันต์ 085 0854177 [email protected]
095 7509155
5 โรงพยาบาลพระปกเกลา้  - - - น.ส. ชฎา ศาสตรส์ ุข 089 1126968 -
[email protected]
6 โรงพยาบาลระยอง  - - - น.ส. นฤมล สุขศริ ิ
นางเบญจพร พณิ สมบตั ิ

7 โรงพยาบาลเจา้ พระยาอภยั ภเู บศร  - - - นายณรงค์ บวั ศรี
น.ส.นัฐพร บัวเผอ่ื น

 90  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice รายชอ่ื หนร่วายยชง่อื าหนนว่ ใยหงา้บนรใหกิ ้บารรกิ าตรรตรววจจธธาาลลัสซสั ีเมซียีเแมบยี ่งตแาบมเ่งขตตสาุขมภเาขพตสุขภาพ
กรกุงรเุงทเทพพมมหหาานนครคร

การตรวจทางห้องปฏบิ ตั กิ าร

ลาํ ดบั หน่วยงาน Hb typing α-thal 1 β-thal PND ผรู้ ับผิดชอบ/ผปู้ ระสานงาน โทรศพั ท์ E-mail address
mutation mutation 089 1408027
-
1 ภาควิชาอายรุ ศาสตร์   - - น.ส.สกณุ า ศริ ิบลู ยพ์ ิพฒั นา
โรงพยาบาลศิรริ าช -
-
2 ภาควิชากมุ ารเวชศาสตร์    - นางอจั จมิ า ตรีสุคนธ์ 02 4197000 ต่อ 5971-3 -
โรงพยาบาลศิรริ าช น.ส.วราภรณ์ กลมเกลา -
-
3 ศูนย์ธาลสั ซีเมยี     น.ส.ชมพูนชุ กาญจนากร 02 4199358
โรงพยาบาลศิรริ าช น.ส.กมลรัตน์ โพธิ์ขาว -
-
4 คณะแพทยศาสตร์     น.ส. รุ่ง เศรษฐพบิ ูลย์ 02 2564564 -
โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ 080 2167662 -

5 ภาควิชาพยาธวิ ิทยา คณะแพทยศาสตร์    - อ.สมุ าลี จินดาดํารงเวช 02 2011076 ตอ่ 1445 -
โรงพยาบาลรามาธิบดี อ.กอบกร พงศ์จันทรเสถียร 085 8155754 -

6 โรงพยาบาลราชวิถี     นางภัทราภรณ์ บญุ ขนั ท์ 02 3548108 ตอ่ 3602-1 -

7 โรงพยาบาลเวชศาสตรเ์ ขตร้อน  - - - น.ส.พุทรา ชลสวสั ดิ์ 089 2067612 -
มหาวทิ ยาลยั มหิดล
-
ศูนย์วจิ ัยธาลสั ซีเมีย น.ส.พรนภา คําพันธ์ 02 8872557-8 -

8 สถาบันชวี วิทยาศาสตร์โมเลกุล     น.ส.นิสรา วาปีสิทธิพนั ธ์ 02 4419003-7

มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล ต่อ 1357

9 กองพยาธิวทิ ยา    - ร.ต.หญิงปญุ ญสิ า บญุ เพ็ง 02 3547711
โรงพยาบาลพระมงกฏุ เกล้า ตอ่ 99358

10 กล่มุ งานพยาธิ  - - - ร.ต.อ.กิตตพิ งศ์ สงวนวงษ์ 02 3548208
โรงพยาบาลตํารวจ ต่อ 121, 141

11 โรงพยาบาลเจรญิ กรงุ ประชารกั ษ์  - - - คุณฐิตพิ ร น้อยบัวทพิ ย์ 02 2910160, 02 2897000

12 โรงพยาบาลกลาง  - - - น.ส. วราภรณ์ เรืองราย 086 7771284

13 โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพ รายชอ่ื หนว่ -ยงานใหบ้- ริการต-รวจนธางาณลชั สัชาซหีเริมโิ อยี ตแัปบปะ่งตามเขตสขุ ภ0า2พ5ต2่อ11605550-2 -
ศูนย์อนามัยท่ี 1 กรุงเทพฯ
-
14 กลมุ่ งานพยาธิวทิ ยา   - กรงุ เ-ทพมนนา.หสง.สพาาอนยนพคณิสรงิ หสวุามรราณตรจณุ ี 02 3548333
สถาบนั สขุ ภาพเดก็ แหง่ ชาตมิ หาราชินี ต่อ 3516 -
E-mail address
13 โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพ  การตรวจท- างหอ้ งปฏบิ -ตั กิ าร - นางณัชชา หิริโอตปั ปะ 02 5216550-2
ลาํ ดบั ศูนย์อนามัยท่ี 1 กรหงุ นเท่วพยฯงาน Hb typinกgารตmรαว-utจthทa-atาliงo1หnอ้ งmปฏβuิบ-tta--ัตhtกิ iaoาlnร ผูร้ ับผิดชอบ/ผู้ประสานงาน -
PN- D น.ส.พอน สิงหามาตร โตทอ่ รศ1ัพ05ท์ -
แนวทางการดูแลรักษา ผู้ปว่ ยธาลสั ซเี มยี ในเวชปฏบิ ตั ทิ ว่ั ไป  91  14 กลมุ่ งานพยาธวิ ิทยา - 02 3548333
135 สโหรถอ้ งางพบปยนัฏาสบิ ุขตัาภลกิ าสพรง่ เโสลดรห็กิมิตแสวหุขทิง่ ภชยาพตแมิ ลหะาเรคามชีบินาํ ี บดั นนาาวงงณสาโาชัทยชพเาศิณหรษริสโิฐุวอพรตรงัปณศป์จธะุณิมาี หาร E-mail a- ddress
โศรูนงยพอ์ ยนาบามายัลทสม่ี 1เดก็จรพุงรเทะพปฯนิ่ เกลา้ 0022ต45ตอ่ 62อ่ 01310650051505600--52
-
ลํา1ด64บั กลมุ่ งานพยาธวิ ิทยหา นว่ ยงาน Hb typing mα-uttha-atlio1n β-t-hal PN- D นนนผาา.สงง้รู .พสับพาภิผอยานดิ พพชณิสรอิงบอหสา/วุาผรมรักู้ปราษณตรส์ะรจสมุณาบีนูรณงา์ น 0082ต1โท3่อ75ร534ศ058พั 213ท063์234 E-mail a- ddress
โสรถงาพบยันาสบขุ าภลาตพากเดสก็ ินแหง่ ชาติมหาราชินี mutation
-
ลาํ111ด587ับ โหร้องงพปยฏาบิ ัตาลิกภารมู โพิลลหอิตดวุลิทยเาดชและเคมีบําบัด Hb ty-pinกgารตmรαว-utจthทa----atาliงo1หnอ้ งmปฏβuิบ-tta-----ัตhtิกiaoาlnร - นนนผาา.ตวย้รู .าธบัศโันริผทิพยดิ ภเงชศษทั อร์รษบฉฐ/ัตวผณพรูป้ดงชิ ศิฐรชละ์ าธสักนิมาษนานณหทงา์์ารน 000222โ4ท656ร430ศ040พั27000ท0340์ 88-5 -
สโรถงาพบยนั ารบาาชลาสนมุกเลูดจ็ หพนระ่วปย่นิงาเกนลา้ PN-- D นนาางงนพาิภรารี พตั รนอ์ พาลรกัขษนั ์สธ์โมฆบษูรติ ณ์ 008811 67855052609214 -
-
1196 สกาํลน่มุ กังาอนนพามยัายธกิวริทุงยเาทพมหานคร - นนา.ตว.าศโริทิพเงศษร์ ษฉฐตั พรดงศิฐล์ ธกั มิ ษาณหา์ ร 002245630407000408-5 -
1157 โหร้องงพปยฏาิบตัาลกิ ตาราโกลสหนิ ติ วทิ ยา และเคมบี าํ บัด - -
โรงพยาบาลสภมู เิพดลจ็ อพดรุละยปเิ่นดเชกลา้ -
-
111968 กสถลาุ่มบงาันนรพาชยานธวิกุ ิทูลยา - - - - นนนาาางยงนพธันาภิ รยาีรพภัตทัรนรอ์ พาวลรณกัขชิ ษนั ชส์ธาโ์มนฆบนษูรทิตณ์ ์ 00088211667485050252060392814
สโราํ งนพกั ยอานบาามลยั ตากกรสุงนิเทพมหานคร - - -

17 โรงพยาบาลภมู ิพลอดุลยเดช  - - - น.ต.ศริ ิพงษ์ ฉตั รดฐิ ลกั ษณ์ 02 5347048

18 สถาบนั ราชานกุ ลู -  - - นายธันยภัทร วณิชชานนท์ 02 6402038

19 สาํ นกั อนามัย กรุงเทพมหานคร  - - - นางนารรี ัตน์ พลขันธโ์ ฆษติ 081 6855691

 92  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice รายชอ่ื หนร่วายยชง่ือาหนน่วใยหงาบ้ นรใหกิ ้บารริกาตรรตรววจจธธาาลลัสซัสีเมซียีเแมบยี ่งตแาบมเ่งขตตสาขุ มภเาขพตสขุ ภาพ
เขตสุขภาเพขตทสขุ่ี 7ภาพขทอี่ 7นขแอกนน่แก่นกากาฬฬสสนินิ ธธุ์ ม์ุ หมาหสาารสคาามรแคลาะรม้อยแเอล็ดะร้อยเอ็ด

การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร

ลําดับ หนว่ ยงาน Hb typing α-thal 1 β-thal PND ผูร้ บั ผดิ ชอบ/ผปู้ ระสานงาน โทรศัพท์ E-mail address
mutation mutation
1 ศูนย์วทิ ยาศาสตร์การแพทยท์ ่ี 7 ขอนแกน่ นางสทุ ัศนยี ์ วิมลเศรษฐ 089 5732732 [email protected]
  - นางอธิชา มหาโยธา 093 3275226
2 โรงพยาบาลศรีนครนิ ทร์ ขอนแกน่ - นายยศสมบัติ จงั ตระกลู 085 0114423 -
3 คณะเทคนคิ การแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  -  รศ.ดร.สพุ รรณ ฟ่เู จรญิ 081 9651869 -
4 ศนู ย์อนามยั ที่ 6 ขอนแก่น   - นางสนทอง ไชยบญุ เรอื ง 089 4187019 -
5 โรงพยาบาลขอนแกน่ - นางสาวมลธิชา สูญกลาง 098 0969707 -
6 โรงพยาบาลโพนทอง  - - นายภวู นาท พลเยี่ยม 092 6973607 -
7 โรงพยาบาลรอ้ ยเอด็   - นายสยาม จําปาไตร 087 2201669 -
8 โรงพยาบาลมหาสารคาม - น.ส. สมพศิ ปนิ ะเก 081 2606887 -
- -
- -
- -

รายชอ่ื หนรว่ายยชง่ือาหนน่วใยหงา้บนรใหกิ บ้ ารรกิ าตรรตรววจจธธาาลลัสซสั เี มซียเี แมบียง่ ตแาบมเ่งขตตสาุขมภเาขพตสขุ ภาพ
เขตสขุ ภาพทเี่ ข8ตสอขุ ดุภารพธทา่ี 8นอี ุดหรนธาอนงี หบนวัองลบำ�วั ภลําู ภเูลเลยย หหนนองอคงาคย านยครพนนคมรสพกลนนมครสแลกะลบนงึ กคาฬร และบึงกาฬ

การตรวจทางห้องปฏิบตั ิการ

ลําดบั หนว่ ยงาน Hb typing α-thal 1 β-thal PND ผรู้ บั ผดิ ชอบ/ผปู้ ระสานงาน โทรศัพท์ E-mail address
mutation mutation
1 ศนู ย์วิทยาศาสตร์การแพทยท์ ่ี 8 อดุ รธานี
- นางบุญนภิ า สวุ รรณกาล 042 207364-6 ต่อ 108 [email protected]
2 โรงพยาบาลอดุ รธานี  ส่งตอ่ ส่งตอ่ น.ส. ดลนภา บรรณบดี 081 8727244
3 โรงพยาบาลหนองบวั ลาํ ภู
4 โรงพยาบาลเลย 083 3293919 [email protected]
5 โรงพยาบาลหนองคาย
แนวทางการดูแลรักษา ผู้ปว่ ยธาลสั ซเี มยี ในเวชปฏบิ ตั ทิ ว่ั ไป  93  6 โรงพยาบาลสมเดจ็ พระยุพราชสว่างแดนดิน น.ส. นสุ รา ศิรวิ ิ 062 5624734 [email protected]
7 โรงพยาบาลนครพนม
8 โรงพยาบาลสกลนคร  - - - นายอรัญ บุตรศรี 042 245555 ต่อ 1253 [email protected]
086 6420608

น.ส.ยุพาพรรณ จารตั น์ 061 1618056 [email protected]
 - - - นายบญุ เลศิ กองสุวรรณ
083 5001912 [email protected]

042 311999 ต่อ 2204

 - - - นายคงเดช ถิน่ สพงุ 042 862123 ต่อ 725 [email protected]
085 7551303
 - - - นายวริ ัตน์ นลิ เกตุ
042 413456 ต่อ 166 [email protected]
- - - น.ส. นิตยา ทองนาํ 081 3869943, 081 7693180
 น.ส. อัยรัตน์ดา จยุ้ เตย
080 4616544

084 7935738 [email protected]

042 721111 ต่อ 1115, 1302

 - - - นายพชิ ยั ทองธราดล 042 511422 ตอ่ 1062 [email protected]
 - - - น.ส.อรทัย กจุ นา 081 2605670

042 711615 ตอ่ 2332 [email protected]
086 3869943

 94  Guidelines for the care of thalassemia patients in general practice รายช่อื หนร่วายยชงื่อาหนนว่ ใยหงาบ้ นรใหิก้บารรกิ าตรรตรววจจธธาาลลัสซสั ีเมซยี ีเแมบียง่ ตแาบมเ่งขตตสาขุ มภเาขพตสขุ ภาพ
เขตสขุ ภเาขพตสทุข่ีภ9าพนท่ีค9รนรคารรชาสชสีมมี าา ชชัยัยภูมภิ บมู ุริ ีรบัมยรุ ์ ีรแัมละยส์รุ แินทลระ์ สุรินทร์

การตรวจทางห้องปฏบิ ตั ิการ

ลําดบั หนว่ ยงาน Hb typing α-thal 1 β-thal PND ผูร้ บั ผิดชอบ/ผปู้ ระสานงาน โทรศพั ท์ E-mail address
mutation mutation

1 โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพ    - ดร. ยพุ ิน โจ้แปง 081 7897904 [email protected]
ศนู ยอ์ นามัยที่ 9 นครราชสีมา 044 305136
081 1862557 -
2 โรงพยาบาลบรุ รี มั ย์  - - - นายณรงค์ สังคะรมั ย์ 044 615002 -
นางอจั ฉรา งามสะอาด 044 519017 -
044 511757 ต่อ 471 -
3 โรงพยาบาลสรุ ินทร์  - - - นายสันติ มุ่งสนั ติ 044 235000 (รพ.มหาราช) -
นายวิจติ ร เสาวรัจ 081 260 3082 -
044 341929 (เซน็ ทรลั แลป)
นางจารกุ ร วิศาลสวัสดิ์

4 นครราชสมี าเซน็ ทรัลแลบ็  - - - นางสาวสมิ าพร ฮมุ โฮม

รายชื่อหนร่วายยชงอื่ าหนน่วใยหงาบ้ นรใหกิ ้บารริกาตรรตรววจจธธาาลลสั ซัสีเมซียีเแมบยี ่งตแาบมเ่งขตตสาขุ มภเาขพตสุขภาพ
เขตสขุ ภาพเทขต่ี 1สุข0ภาอพุบท่ีล10ราอชบุ ลธราาชนธี าศนรี ศสี รสีะะเเกกษษยยโสโธสรธอราํ นอาจำ� เจนรญิาจแเลจะรมญิุกดาแหาลระมกุ ดาหาร

การตรวจทางห้องปฏิบัตกิ าร

ลําดับ หน่วยงาน Hb typing α-thal 1 β-thal PND ผรู้ บั ผดิ ชอบ/ผู้ประสานงาน โทรศพั ท์ E-mail address
mutation mutation

1 ศูนย์วิทยาศาสตรก์ ารแพทยท์ ี่ 10 อุบลราชธานี   - - นางวภิ าวดี เจยี รกุล 045 312230-3 ต่อ 113 [email protected]
นางขวัญใจ วงั คะฮาต ตอ่ 108 [email protected]
[email protected]
2 วิทยาลยั แพทยศาสตรแ์ ละการสาธารณสุข    - ดร. รสรนิ การเพียร 045 353900 ต่อ 5853
มหาวทิ ยาลัยอุบลราชธานี 086 8006146 [email protected]
045 240074-87
3 โรงพยาบาลสรรพสิทธปิ ระสงค์  - - - นายโภคากร พลิ าคงเดชากร ตอ่ 1331, 1587 [email protected]
[email protected]
4 โรงพยาบาลศรสี ะเกษ  - - - นายสุธรี ์ คันศร 045 616380-1 ตอ่ 2902 [email protected]
5 โรงพยาบาลยโสธร  - - - นายพงศธร ศริ ิพลู ศกั ดิ์ 045 714043 ตอ่ 2322
 - - - นางหวานใจ กรีรมั ย์ 042 611285 ตอ่ 1285
6 โรงพยาบาลมกุ ดาหาร
087 2345657

รายชอ่ื หนร่วายยชงือ่ าหนนว่ ใยหงาบ้ นรใหกิ บ้ ารริกาตรรตรววจจธธาาลลัสซสั ีเมซียีเแมบียง่ ตแาบมเง่ขตตสาขุ มภเาขพตสขุ ภาพ
เขตสุขภาพทเ่ีข1ต1สขุ ภชาุมพพท่ี ร11นชคมุ พรรศนรคีธรรศรรีธมรรรมารชาชสสรุุราาษษฎรฎ์ธรานธ์ ี าระนนีอรงะภนูเกอต็ งพังภงาูเกแต็ละกพระังบงี่ า และกระบี่

การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการ

ลาํ ดบั หน่วยงาน Hb typing α-thal 1 β-thal PND ผรู้ บั ผิดชอบ/ผ้ปู ระสานงาน โทรศัพท์ E-mail address
mutation mutation

1 ศูนย์วทิ ยาศาสตร์การแพทย์ท่ี 11 สุราษฎรธ์ านี -  สง่ ตอ่ ส่งต่อ นางพัทธนันท์ ธนพัตสิรยิ กุล 095 0967007 [email protected]
077 355301-6 ตอ่ 210

แนวทางการดูแลรักษา ผู้ปว่ ยธาลสั ซเี มยี ในเวชปฏบิ ตั ทิ ว่ั ไป  95  2 โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี  - ส่งตอ่ - นางกรรณทิมา พรหมศริ ไิ พบูลณ 089 2905612 [email protected]
นายเจรญิ ฤทธิ์ สัมฤทธ์ิ 081 3262075 [email protected]

นายสจั จะ สรุ พจน์ 081 8913156 [email protected]

3 โรงพยาบาลมหาราชนครศรธี รรมราช  - สง่ ต่อ - คุณกิตติ รัตนพุ งศ์ 097 2355801 [email protected]

075 340250 ตอ่ 4335, 4323

4 โรงพยาบาลพังงา  - สง่ ต่อ - นางราตรี สงวนนาม 089 7235136 -
076 411616 ต่อ 6005

5 โรงพยาบาลตะก่ัวป่า  - ส่งต่อ - น.ส. จรญั ญา ศริ ิโสภโน 086 9408232 -
076 584295

6 โรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็  - สง่ ต่อ - น.ส. อาแอเสาะ หะระตี 085 6402966 -
076 361234 ต่อ 1139

7 โรงพยาบาลกระบี่  - - - นางเกศณิ ี แจม่ วุฒิปรีชา 091 0342122 -
075 611212 ตอ่ 2062


Click to View FlipBook Version