~1~
ใบงานเพอื่ การเรียนรู้ ชัน้ ป.4
กลุ่มสาระวิชา ศลิ ปะ (ทศั นศลิ ป์ ) ใบงานท่ี 1
หน่วย ชวี ติ กับศลิ ปะ
ครูผู้สอน นางอญั ชลี วัฒนวันยู
คาอธิบายการทากจิ กรรม
1. นกั เรยี นอ่านคาถามจากแบบทดสอบก่อนเรยี นในใบงานเพ่ือการเรยี นรูน้ ี้ แลว้ ทา
แบบทดสอบโดยกากบาททบั ขอ้ ท่ีถกู ท่ีสดุ
2. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายเพ่ือตรวจสอบคาถามรว่ มกนั และแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
แบบทดสอบ
ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย X ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถกู ตอ้ ง
1.การพมิ พค์ วรมลี กั ษณะอย่างไร 6.ขอ้ ใดหมายถงึ การพมิ พภ์ าพ
ก. มีรูปรา่ งสวยงาม ก. การสรา้ งงานศิลปะโดยเศษวสั ดเุ หลอื ใช้
ข. มลี วดลายชดั เจน ข. การสรา้ งงานศิลปะโดยการสรา้ งโครงงาน
ค. มีความคงทน ค. การสรา้ งงานศลิ ปะโดยการสรา้ งแมพ่ ิมพ์
ง. มลี กั ษณะ 3 มติ ิ ง. การสรา้ งงานศิลปะโดยการ ตดั ฉีก ปะ
2.การพมิ พภ์ าพ ควรเลือกใชส้ ใี ด 7.กระดาษชนิดใดสามารถนามาสรา้ งเป็นแมพ่ มิ พไ์ ด้
ก. สีนา้ ข. สีเทยี น ดีท่สี ดุ
ค. สีดนิ สอ ง. สชี อลค์ ก. กระดาษวาดเขียน
3.วสั ดขุ อ้ ใดไมค่ วรนามาเป็นแมพ่ มิ พ์ ข. กระดาษหนงั สอื พิมพ์
ก. เศษใบไม้ ข. กระดาษขยมุ้ ค. กระดาษแข็ง
ค. กระจกแตก ง. เศษวสั ดุ ง. กระดาษทชิ ชู
4.เพราะเหตใุ ด จงึ ไมค่ วรนาวสั ดผุ ิวโลหะ มาทา 8.ขอ้ ใดเป็นกระบวนการสรา้ งงานท่ถี กู ตอ้ ง
เป็นแมพ่ ิมพ์ ก. วางแผน ปรบั ปรุงแกไ้ ขผลงาน ปฏิบตั ิงานตาม
ก.เพราะลวดลายไมส่ วย แผน
ข.เพราะมอี นั ตราย ข. ปฏิบตั ิงานตามแผน วางแผน ปรบั ปรุงแกไ้ ข
ค.เพราะพนื้ ผิวไมต่ ิดสี ผลงาน
ง. เพราะมรี าคาแพง ค. งานแผน ปฏิบตั งิ านตามแผน ปรบั ปรุงแกไ้ ข
5.ถา้ ตอ้ งการพิมพเ์ ป็นภาพตน้ ไมค้ วรใชว้ สั ดขุ อ้ ใด ง. ปรบั ปรุงแกไ้ ขผลงาน วางแผน ปฏิบตั ิงานตาม
ก. คลปิ ตะปู ข.ใบไม้ ก่ิงไม้ แผน
ค. ยางลบ เหรยี ญ ง. เศษของมคี ม
~2~
9.ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ ประโยชนข์ องการพมิ พภ์ าพ 15. โอง่ มงั กร เป็นผลงานศลิ ปะท่มี ีช่ือเสียงของ
ก. ฝึกทกั ษะการพดู จงั หวดั ใด
ข. พฒั นาการทกั ษะกระบวนการ ก. จ. สระบรุ ี
ค. พฒั นาความคิดสรา้ งสรรค์ ข. จ. นนทบรุ ี
ง. พฒั นาการสงั เกต ค. จ. เพชรบรุ ี
10.กระบวนการสรา้ งงานภาพพิมพส์ ว่ นใหญ่ ง. จ. ราชบรุ ี
สามารถสรา้ งไดค้ รงั้ ละก่ีชิน้ 16. ประเพณีแหบ่ งั้ ไฟ เป็นของทอ้ งถ่ินใด
ก. 2 ชิน้ ข. 4 ชิน้ ก. ภาคเหนือ
ค. 6 ชิน้ ง. ไดค้ รงั้ ละหลายๆชิน้ ข. ภาคอสี าน
11. ตงุ เก่ียวขอ้ งกบั วฒั นธรรมทอ้ งถ่ินใด ค. ภาคกลาง
ก. ภาคเหนือ ง. ภาคใต้
ข. ภาคอีสาน 17. ตงุ เป็นผลงานศิลปะท่เี ก่ียวขอ้ งกบั วนั สาคญั ใด
ค. ภาคกลาง ก. วนั ขนึ้ ปีใหม่
ง. ภาคใต้ ข. วนั สงกรานต์
12. หนา้ กากผีตาโขนเก่ียวกบั ศลิ ปะประเภทใด ค. วนั เขา้ พรรษา
ก. งานปั้น ง. วนั ออกพรรษา
ข. งานแกะสลกั 18. เทศกาลลอยกระทงเก่ียวขอ้ งกบั ผลงานศิลปะใด
ค. ภาพวาด ก. เทยี นแกะสลกั
ง. ภาพพมิ พ์ ค. โอง่ มงั กร
13. งานแกะสลกั เทียนเขา้ พรรษาเป็นผลงานศลิ ปะ ข. รม่ บอ่ สรา้ ง
ท่มี ชี ่ือเสียงของจงั หวดั ใด ง. กระทง
ก. จ. ราชบรุ ี 19. ตวั หนงั ตะลงุ เป็นงานศิลปะของภาคใด
ข. จ. เชียงใหม่ ก. ภาคเหนือ
ค. จ. หนองคาย ข. ภาคอสี าน
ง. จ. อบุ ลราชธานี ค. ภาคกลาง
14. ขอ้ ใดไมเ่ ก่ียวขอ้ งกบั งานเฉลมิ ฉลองทาง ง. ภาคใต้
วฒั นธรรม 20. จ.เลย เก่ียวขอ้ งกบั ผลงานศลิ ป์ ขอ้ ใด
ก. เทียนแกะสลกั เขา้ พรรษา ก. โอง่ มงั กร
ข. กระทง ข. รม่ บอ่ สรา้ ง
ค. โอง่ มงั กร ค. ตวั หนงั ตะลงุ
ง. หนา้ กากผีตาโขน ง. หนา้ กากผีตาโขน
~3~
ใบงานเพอื่ การเรียนรู้ ชัน้ ป. 4
กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ) ใบงานท่ี 2
หน่วย ชวี ติ กบั ศลิ ปะ
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาเร่อื ง
การพมิ พภ์ าพ หมายถงึ การถา่ ยทอดรูปแบบจากแมพ่ ิมพอ์ อกมาเป็นผลงานท่มี ีลกั ษณะ
เหมอื นกนั กบั แมพ่ ิมพท์ กุ ประการ และไดภ้ าพท่ีเหมือนกนั มีจานวนตงั้ แต่ 2 ชิน้ ขนึ้ ไป การพิมพภ์ าพเป็น
งานท่ีพฒั นาตอ่ เน่ืองมาจากการวาดภาพ ซง่ึ การวาดภาพไมส่ ามารถ สรา้ งผลงาน 2 ชิน้ ท่มี ีลกั ษณะ
เหมอื นกนั ทกุ ประการได้ จงึ มีการพฒั นาการพิมพข์ นึ้ มา ชาติจนี ถือวา่ เป็นชาติแรกท่นี าเอาวิธีการพมิ พ์
มาใชอ้ ย่างแพรห่ ลายมานานนบั พนั ปี จากนนั้ จงึ ไดแ้ พรห่ ลายออกไปในภมู ภิ าคต่างๆของโลก ชนชาติ
ทางตะวนั ตกไดพ้ ฒั นาการพิมพภ์ าพ ขนึ้ มาอยา่ งมากมาย มกี ารนาเอาเครอ่ื งจกั รกลตา่ งๆเขา้ มาใชใ้ น
การพมิ พ์ ทาใหก้ ารพิมพม์ ีการ พฒั นาไปอย่างรวดเรว็ ในปัจจบุ นั
การพิมพภ์ าพมีองคป์ ระกอบท่สี าคญั ดงั นี้
1. แมพ่ มิ พ์ เป็นส่งิ ท่สี าคญั ท่สี ดุ ในการพมิ พ์
2. วสั ดทุ ่ใี ชพ้ ิมพล์ งไป
3. สีท่ใี ชใ้ นการพมิ พ์
4.ผพู้ ิมพ์
ภาพพมิ พ์ หมายถงึ ผลงานศิลปะท่ถี กู สรา้ งขนึ้ มาดว้ ยวธิ ีการพิมพ์ กดใหต้ ิดเป็นภาพ บน
กระดาษจากแมพ่ ิมพช์ นิดตา่ งๆ เชน่ แมพ่ ิมพไ์ ม้ แมพ่ มิ พโ์ ลหะ หรอื แมพ่ ิมพอ์ ่ืนๆ ซง่ึ แมพ่ ิมพเ์ หลา่ นนั้
ศลิ ปิน ไดส้ รา้ งสรรคข์ นึ้ มาดว้ ยตวั ของเขาเอง การพมิ พภ์ าพนนั้ จะตอ้ งมีแมพ่ มิ พท์ ่ใี ชเ้ ป็นแบบอยา่ ง
สาหรบั ในการพิมพ์ ซง่ึ สามารถเลอื กใชว้ สั ดตุ า่ งๆ นามาเป็นแม่พิมพไ์ ด้ เชน่ ใบไม้ ก่ิงไม้ ไม้ กระดาษ ไม้
ก๊อก กระดมุ ขวด ชิน้ เผือก เป็นตน้ แตว่ สั ดตุ า่ งๆ ท่จี ะนามาเป็นแมพ่ ิมพน์ นั้ ตอ้ งมีรอ่ งมรี อย ซง่ึ จะเป็น
รอ่ งลกึ มากหรอื ลกึ นอ้ ยกข็ นึ้ อย่กู บั ลกั ษณะแบบอย่างหรอื รูปแบบในการพิมพ์ การพมิ พภ์ าพในขนั้ ตอน
แรกจะ ตอ้ งออกแบบหรอื รา่ งแบบเสยี กอ่ น เพ่อื ท่จี ะไดภ้ าพพิมพท์ ่สี วยงามและถกู ตอ้ งตามแบบอย่างท่ี
ตอ้ งการ
การพมิ พ์ คือการนาวสั ดตุ า่ งๆมาจ่มุ สหี รอื ทาสี แลว้ กดลงบนแผ่นรองพิมพ์ เป็นการสรา้ งภาพท่ี
เกิดจากแมพ่ มิ พ์ โดยทาสบี นแมพ่ มิ พ์ แลว้ นามาพมิ พก์ ดลงบนกระดาษตามโครงรา่ งท่ีออกแบบไวแ้ ลว้
วัสดุ อุปกรณใ์ นการพมิ พภ์ าพ
1. แมพ่ ิมพ์
2. สีนา้ หรอื สโี ปสเตอร์
~4~
3. พกู่ นั
4. ท่ใี สน่ า้ ลา้ งพกู่ นั
5. ผา้ เชด็ มอื
6. กระดาษวาดเขียน
คุณสมบัตลิ ักษณะเฉพาะของพนื้ ผิววสั ดุ เราอาจนาคณุ สมบตั ิของผิววสั ดมุ าใชป้ ระกอบใน
การสรา้ งสรรคง์ านภาพพมิ พไ์ ด้ การสรรหาวสั ดตุ า่ งๆ เพ่อื นามาใชเ้ ป็นส่ือในการทางานภาพพิมพน์ ีจ้ ะทาให้
แนวทางในการสรา้ งสรรคศ์ ิลปะภาพพิมพส์ ามารถทาไดก้ วา้ งขวางมากขนึ้ การพิมพภ์ าพมหี ลายวธิ ีดงั นี้
1. การพิมพด์ ว้ ยภาพส่วนต่างๆ ของพชื เป็นการนาเอาส่วนต่างๆ ของพืชซ่งึ มีลกั ษณะแปลก
และสวยอยใู่ นตวั ของมนั เองมาเป็นแมพ่ ิมพ์
2. การพิมพภ์ าพด้วยเศษวัสดุ เป็นการนาเอาเศษวัสดุต่างๆ เช่น ขวด จุกขวด เปลือกหอย
ฟองนา้ เศษผา้ ดินเหนียว เศษไม้ มาเป็นแม่พิมพ์ การพิมพอ์ าจจะพิมพต์ ่อเน่ืองกนั หรือเรยี งในแบบซา้ ๆ
กนั เป็นแนวเสน้ ตรงหรอื เสน้ โคง้
3. การพิมพภ์ าพด้วยเชือก เป็นการใชเ้ ชือกเป็นแม่พิมพ์ พิมพใ์ หเ้ ป็นเร่อื งราวตามจินตนาการ
โดยใชเ้ ชือกขนาดตา่ งๆ กนั ภาพพิมพท์ ่พี ิมพด์ ว้ ยเชือกนนั้ ลวดลายท่เี กิดขนึ้ จะแตกตา่ งไปจากแมพ่ ิมพด์ ว้ ย
สว่ นของพืชและเศษวสั ดุ
4. การพิมพจ์ ากกระดาษขยุ้ม เป็นการนากระดาษท่ีไม่แข็งเกินไปมาขยมุ้ ใหเ้ ป็นกอ้ น จ่มุ ลงไป
ในสีท่ไี มเ่ ขม้ ขน้ มาก แลว้ ไปพิมพล์ งกระดาษใหเ้ ป็นรูปภาพตามตอ้ งการ กระดาษขยมุ้ ท่ีใชใ้ นการพิมพภ์ าพ
นนั้ เม่อื ถกู นา้ สบี อ่ ยๆจะออ่ นน่ิมพิมพภ์ าพออกมาไมส่ วยจงึ ควรเปล่ยี นกระดาษขยมุ้ บอ่ ยๆ
5. การพิมพจ์ ากการพับกระดาษ เป็นการนากระดาษมาพบั เป็นรูปตา่ งๆ ก่อนแลว้ นาส่ิงท่ีพบั
นนั้ มาทาสจี ากนนั้ จงึ นาไปพิมพ์
6. การพิมพภ์ าพจากแม่พิมพท์ ่ีแกะจากวัสดุอ่อน วิธีการนีจ้ ะตอ้ งจดั ทาแม่พิมพก์ ่อน โดย
เลือกวัสดุอ่อนไดแ้ ก่ แกนตน้ กลว้ ย ยางลบ ดินเหนียว โฟม มันเทศ เผือก หรือผลไมต้ ่างๆ ท่ีจะนามา
แกะสลกั ไดม้ าออกแบบตามท่ตี อ้ งการ แลว้ จงึ นาไปพิมพ์
งานศิลป์ กับวฒั นธรรม
ทศั นศิลป์ หมายถงึ ศิลปะท่มี องเหน็ หรอื ศิลปะท่สี ามารถสมั ผสั รบั รูช้ ่ืนชมดว้ ยประสาทตา
สมั ผสั จบั ตอ้ งได้ และกินเนือ้ ท่ใี นอากาศ
1. งานทศั นศลิ ป์ ในเหตกุ ารณต์ า่ งๆ ในทอ้ งถน่ิ
หมายถงึ ผลงานศิลปะท่ีมคี วามเก่ียวขอ้ งกบั เหตกุ ารณห์ รเื รอ่ื งราวท่เี กิดขนึ้ ประเพณี
วฒั นธรรม หรอื การละเลน่ ตา่ งๆในทอ้ งถ่ิน เชน่ ประเพณีลอยกระทง งานแหเ่ ทียนพรรษา
2. งานทศั นศลิ ป์ ในงานเฉลิมฉลองในทอ้ งถน่ิ
~5~
หมายถึง ผลงานศิลปะท่ีมีความเก่ียวขอ้ งกบั งานแสดงความยินดี งานบญุ หรืองานเฉลิมฉลอง
ตา่ งๆท่เี กิดขนึ้ ในทอ้ งถ่ิน เชน่ งานบญุ บงั้ ไฟ งานบญุ หลวงและการละเลน่ ผีตาโขน
งานทศั นศลิ ป์ จากวฒั นธรรมตา่ งๆ
วัฒนธรรม หมายถงึ ส่ิงท่ที าความเจรญิ งอกงามใหแ้ ก่หมคู่ ณะ ในวฒั นธรรมตา่ งๆของไทย
ลว้ นมีความเก่ียวขอ้ งกบั งานทศั นศลิ ป์ เช่น วฒั นธรรมในการปลกู เรอื น วฒั นธรรมในการกิน วฒั นธรรม
ในการแตง่ กาย เป็นตน้
แตล่ ะภาคในประเทศไทย มวี ฒั นธรรม ประเพณีท่คี ลา้ ยคลงึ กนั แตจ่ ะแตกตา่ งกนั ในทางปฏิบตั ิ
ตามคติความเช่ือ ชา่ งพนื้ บา้ นแตล่ ะทอ้ งถ่ินไดอ้ อกแบบผลงานใหม้ คี วามเป็นเอกลกั ษณข์ องทอ้ งถ่ิน โดย
ใชภ้ มู ิปัญญาผา่ นทางผลงาน จนออกมาสวยงามเป็นท่ีน่าช่ืนชม
ภาคเหนือ เป็นภาคท่ไี ดร้ บั อิทธิพลมาจากเมียนมา ศิลปะ วฒั นธรรมประเพณีในทอ้ งถ่ิน จงึ มี
กล่นิ อายของพมา่ ปนอยดู่ ว้ ย เช่น วดั พระธาตตุ า่ งๆในภาคเหนือ ท่สี รา้ งดว้ ยศลิ ปะแบบพมา่ เป็น
เอกลกั ษณป์ ระจาทอ้ งถ่ิน และยงั เป็นท่ชี ่ืนชอบของคนไทยภาคตา่ งๆรวมทงั้ ชาวตา่ งชาติดว้ ย วฒั นธรรม
การรดนา้ ดาหวั ในวนั สงกรานต์ ช่างพนื้ บา้ นไดค้ ิดคน้ ทาขนั สลงุ (สะ-หลงุ ) มลี วดลายท่สี วยงามตาม
แบบอยา่ งชาวเหนือ เพ่อื ใชร้ ดนา้ ดาหวั ผหู้ ลกั ผใู้ หญ่เป็นส่ิงท่คี วรแก่การอนรุ กั ษ์
ภาคกลาง งานทศั นศลิ ป์ สว่ นใหญ่จะมาจากศิลปะพนื้ บา้ นผสมผสานกนั ไปโดยมีความเก่ียวขอ้ ง
กบั วิถีชีวิตของคนในชมุ ชน ทามาจากวสั ดทุ ่มี อี ยตู่ ามธรรมชาติ เช่น เครอ่ื งจกั สานท่จี งั หวดั อา่ งทอง การ
สานปลาตะเพยี นและงอบท่จี งั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา การทาเครอ่ื งปั้นดินเผา โอง่ มงั กร ท่จี งั หวดั ราชบรุ ี
ก็เป็นท่รี ูจ้ กั ไปท่วั ประเทศ
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ มีงานทศั นศลิ ป์ ทอ้ งถ่ินท่เี ป็นเอกลกั ษณม์ ากมาย เช่น การ
ออกแบบ ตกแตง่ ลวดลายเทยี นพรรษา ในวนั ออกพรรษา ชา่ งไดแ้ กะสลกั ลวดลายอนั ประณีต งดงาม
เป็นการสรา้ งผลงานทศั นศิลป์ จากวฒั นธรรมประเพณีท่มี ใี นทอ้ งถ่ิน และหาดไู ดย้ าก
วฒั นธรรมการแตง่ กายของคนภาคนีจ้ ะแตง่ กายดว้ ยการน่งุ ผา้ ขาวมา้ จงึ มีการทอผา้ ใชเ้ องตงั้ แต่
อดตี มกี ารพฒั นาวิธีการและลวดลายใหม้ ีความสวยงามมากย่ิงขนึ้ เรอ่ื ยๆ จนเป็นท่เี ล่ืองลอื มาจนถงึ
ปัจจบุ นั
ภาคใต้ เป็นภาคท่มี ีงานทศั นศลิ ป์ น่าสนใจไมแ่ พภ้ าคอ่ืนๆ เช่น การแกะหนงั ตะลงุ การเขียน
ลวดลายท่งี ดงามบนเรอื กอและ การตกแตง่ ลวดลายเรอื ในประเพณีชกั พระ กน็ ่าสนใจและน่าช่ืนชมมาก
เช่นกนั
วฒั นธรรมการแตง่ กายของชาวใตท้ ่นี ิยมน่งุ โสรง่ หรอื ปาเต๊ะ จงึ มกี ารคิดคน้ ดดั แปลงลวดลายบน
ผา้ จากท่ไี มม่ ีลวดลาย ก็มีการพมิ พล์ วดลายลงไปบนผา้ จนเป็นผา้ บาติก ท่มี สี ีสนั และลายท่สี วยงาม
นามาตดั เยบ็ เป็นโสรง่ หรอื ผา้ นงุ่ สวมใสท่ งั้ ชายและหญิง
~6~
ใบงานเพอื่ การเรียนรู้ ชัน้ ป. 4
กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศลิ ป์ ) ใบงานที่ 3
หน่วย ชวี ติ กบั ศิลปะ
คาอธิบายการทากจิ กรรม
1. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั ิเรอ่ื งการการพมิ พภ์ าพ จากการสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วีดีทศั น์ สมั ผสั วสั ดุ
อปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศิลป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ รอ่ื งการการพิมพภ์ าพ มาสรา้ ง
ผลงาน แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
2. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั ิเรอ่ื งการพิมพด์ ว้ ยภาพสว่ นตา่ งๆ ของพืช จากการสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วดี ี
ทศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศลิ ป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ รอ่ื งการพิมพด์ ว้ ย
ภาพสว่ นตา่ งๆ ของพืช มาสรา้ งผลงานแลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
3. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั เิ รอ่ื งการพิมพภ์ าพดว้ ยเศษวสั ดุ จากการสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วีดที ศั น์
สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศลิ ป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ รอ่ื งภาพดว้ ยเศษวสั ดุ
มาสรา้ งผลงานแลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
4. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั ิเรอ่ื งการงานศิลป์ กบั วฒั นธรรม จากการสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วดี ีทศั น์
สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศิลป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ รอ่ื งการงานศลิ ป์ กบั
วฒั นธรรม มาจดั ทารายงาน แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
~7~
ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้ ชัน้ ป. 4
กลุ่มสาระวิชา ศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ) ใบงานท่ี 4
หน่วย ชวี ติ กบั ศลิ ปะ
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นสรุปความรูแ้ ลว้ บนั ทกึ ลงในแบบบนั ทกึ ในใบงานเพ่ือการเรยี นรู้
บนั ทกึ สรุปความรู้ทไี่ ดร้ ับ
1. การพมิ พภ์ าพ คือ ...........................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
2. การพมิ พภ์ าพดว้ ยสว่ นๆตา่ งๆของพชื ………………………………………………………………………
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
3. การพิมพภ์ าพดว้ ยวสั ดหุ รอื เศษวสั ด…ุ ………………………………………………………………
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
4. วสั ด-ุ อปุ กรณใ์ นการพมิ พภ์ าพ
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
5. เทคนิควิธีการพมิ พภ์ าพท่รี ูจ้ กั
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
~8~
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
6.ทศั นศลิ ป์ หมายถงึ
....................................................................................................................... ............................
.......................................................................................................................... ..........................
............................................................................................................................ .......................
...............................................................................................................................
7. งานทศั นศลิ ป์ ในเหตกุ ารณต์ ่างๆ ในทอ้ งถ่ิน หมายถงึ ....................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
.. .................................................................................................................................................
8.งานทศั นศลิ ป์ ในงานเฉลิมฉลองในทอ้ งถ่ิน หมายถงึ ...........................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
9.วฒั นธรรม หมายถงึ .........................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
10.วฒั นธรรมไทยเก่ียวขอ้ งกบั งานทศั นศลิ ป์ ไดแ้ ก่
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
~9~
ใบงานเพอื่ การเรียนรู้ ชั้น ป. 4
กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ) ใบงานที่ 5
หน่วย ชวี ติ กับศลิ ปะ
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นสรุปประโยชนท์ ่เี กิดขนึ้ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ
หลกั การทรงงานของในหลวงรชั กาลท่ี 9 บนั ทกึ ลงในตาราง
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง สาระสาคญั
1. หลักคดิ ............................................................................................….
ความรู้ ................................................................................................
คณุ ธรรม
2. หลักปฏบิ ัติ ......................................................................................……....
พอประมาณ
.................................................................................................
มีเหตผุ ล .................................................................................................
..............................................…...............................................
มีภมู ิคมุ้ กนั .................................................................................................
..............................................…...............................................
3. ผลลัพท์ 4 มติ ิ
วตั ถุ .................................................................................................
..............................................…...............................................
สังคม .................................................................................................
..............................................…...............................................
วฒั นธรรม .................................................................................................
..............................................…...............................................
ส่งิ แวดล้อม .................................................................................................
..............................................…...............................................
หลกั การทรงงาน ~ 10 ~
ประโยชนท์ นี่ าไปใช้
ทาตามลาดบั ขนั้
ไมต่ ิดตารา
ทางานอย่างมีความสขุ
ความเพียร
ใหน้ กั เรยี นทาแบบประเมินตนเองดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และความคิดเหน็ ตอ่ ความรูท้ ่ีไดร้ บั
ประเมนิ ตนเองด้านคุณธรรม จริยธรรม
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
1. เป็นผใู้ ฝ่รู้ ใฝ่ศกึ ษา คน้ ควา้ หาความรู้
2. ความรบั ผิดชอบ ขยนั และอดทน
3. ความซ่อื สตั ย์
4. ความมีระเบยี บวินยั
5. ปฏิบตั ิกิจกรรมอยา่ งมีความสขุ
6. รูจ้ กั เอือ้ เฟื้อเผ่ือแผ่ต่อผอู้ ่ืน
ความคดิ เหน็ ต่อความรู้ทไ่ี ด้รับ
ประโยชนท์ ่ีได้ คือ
.......................................................................................................................................
การนาไปใชป้ ระโยชน์
...........................................................................................................................................
~ 11 ~
แบบทดสอบหลังเรียน
ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย X ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถกู ตอ้ ง
1.การพิมพค์ วรมีลกั ษณะอยา่ งไร 6.ขอ้ ใดหมายถงึ การพมิ พภ์ าพ
ก. มีรูปรา่ งสวยงาม ก. การสรา้ งงานศลิ ปะโดยเศษวสั ดเุ หลือใช้
ข. มลี วดลายชดั เจน ข. การสรา้ งงานศิลปะโดยการสรา้ งโครงงาน
ค. มีความคงทน ค. การสรา้ งงานศลิ ปะโดยการสรา้ งแมพ่ ิมพ์
ง. มีลกั ษณะ 3 มติ ิ ง. การสรา้ งงานศิลปะโดยการ ตดั ฉีก ปะ
2.การพิมพภ์ าพ ควรเลือกใชส้ ใี ด 7.กระดาษชนิดใดสามารถนามาสรา้ งเป็นแมพ่ ิมพไ์ ด้
ก. สีนา้ ดีท่สี ดุ
ข. สีเทียน
ค. สดี นิ สอ ก. กระดาษวาดเขียน
ง. สชี อลค์ ข. กระดาษหนงั สอื พมิ พ์
ค. กระดาษแข็ง
3.วสั ดขุ อ้ ใดไมค่ วรนามาเป็นแมพ่ ิมพ์ ง. กระดาษทิชชู
ก. เศษใบไม้
ข. กระดาษขยมุ้ 8.ขอ้ ใดเป็นกระบวนการสรา้ งงานท่ถี กู ตอ้ ง
ค. กระจกแตก ก. วางแผน ปรบั ปรุงแกไ้ ขผลงาน ปฏิบตั ิงานตาม
ง. เศษวสั ดุ
แผน
4.เพราะเหตใุ ด จงึ ไม่ควรนาวสั ดผุ ิวโลหะ มาทา ข. ปฏิบตั ิงานตามแผน วางแผน ปรบั ปรุงแกไ้ ข
เป็นแมพ่ ิมพ์
ผลงาน
ก.เพราะลวดลายไมส่ วย ค. งานแผน ปฏิบตั งิ านตามแผน ปรบั ปรุงแกไ้ ข
ข.เพราะมอี นั ตราย ง. ปรบั ปรุงแกไ้ ขผลงาน วางแผน ปฏิบตั ิงานตาม
ค.เพราะพนื้ ผิวไมต่ ิดสี
ง. เพราะมีราคาแพง แผน
5.ถา้ ตอ้ งการพิมพเ์ ป็นภาพตน้ ไมค้ วรใชว้ สั ดขุ อ้ ใด 9.ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ ประโยชนข์ องการพิมพภ์ าพ
ก. คลิป ตะปู ก. ฝึกทกั ษะการพดู
ข.ใบไม้ ก่ิงไม้ ข. พฒั นาการทกั ษะกระบวนการ
ค. ยางลบ เหรยี ญ ค. พฒั นาความคิดสรา้ งสรรค์
ง. เศษของมคี ม ง. พฒั นาการสงั เกต
~ 12 ~
10.กระบวนการสรา้ งงานภาพพมิ พส์ ว่ นใหญ่สามารถ15. โอง่ มงั กร เป็นผลงานศลิ ปะท่มี ีช่ือเสียงของ
สรา้ งไดค้ รงั้ ละก่ีชิน้ จงั หวดั ใด
ก. 2 ชิน้ ก. จ. สระบรุ ี
ข. 4 ชิน้ ข. จ. นนทบรุ ี
ค. 6 ชิน้ ค. จ. เพชรบรุ ี
ง. ไดค้ รงั้ ละหลายๆชิน้ ง. จ. ราชบรุ ี
11. ตงุ เก่ียวขอ้ งกบั วฒั นธรรมทอ้ งถ่ินใด 16. ประเพณีแหบ่ งั้ ไฟ เป็นของทอ้ งถ่ินใด
ก. ภาคเหนือ ก. ภาคเหนือ
ข. ภาคอสี าน ข. ภาคอสี าน
ค. ภาคกลาง ค. ภาคกลาง
ง. ภาคใต้ ง. ภาคใต้
12. หนา้ กากผีตาโขนเก่ียวกบั ศิลปะประเภทใด 17. ตงุ เป็นผลงานศิลปะท่เี ก่ียวขอ้ งกบั วนั สาคญั ใด
ก. งานปั้น ก. วนั ขนึ้ ปีใหม่
ข. งานแกะสลกั ข. วนั สงกรานต์
ค. ภาพวาด ค. วนั เขา้ พรรษา
ง. ภาพพิมพ์ ง. วนั ออกพรรษา
13. งานแกะสลกั เทียนเขา้ พรรษาเป็นผลงานศลิ ปะ 18. เทศกาลลอยกระทงเก่ียวขอ้ งกบั ผลงานศิลปะใด
ท่มี ชี ่ือเสยี งของจงั หวดั ใด ก. เทียนแกะสลกั
ก. จ. ราชบรุ ี ค. โอง่ มงั กร
ข. จ. เชียงใหม่ ข. รม่ บอ่ สรา้ ง
ค. จ. หนองคาย ง. กระทง
ง. จ. อบุ ลราชธานี 19. ตวั หนงั ตะลงุ เป็นงานศิลปะของภาคใด
14. ขอ้ ใดไมเ่ ก่ียวขอ้ งกบั งานเฉลมิ ฉลองทาง ก. ภาคเหนือ
วฒั นธรรม ข. ภาคอสี าน
ก. เทียนแกะสลกั เขา้ พรรษา ค. ภาคกลาง
ข. กระทง ง. ภาคใต้
ค. โอง่ มงั กร 20. จ.เลย เก่ียวขอ้ งกบั ผลงานศลิ ป์ ขอ้ ใด
ง. หนา้ กากผีตาโขน ก. โอง่ มงั กร
ข. รม่ บอ่ สรา้ ง
ค. ตวั หนงั ตะลงุ
ง. หนา้ กากผีตาโขน
~ 13 ~
ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้ ชัน้ ป. 4
กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศลิ ป์ ) ใบงานที่ 6
หน่วย ชวี ติ กับศลิ ปะ
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นวางแผนออกแบบชิน้ งานวาดภาพตามท่ีตนเองสนใจ
แบบเสนอผลงานท่ี 6
แผนปฏบิ ตั งิ าน.............................................................
~ 14 ~
ใบงานเพอื่ การเรียนรู้ ชัน้ ป.4
กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ) ใบงานที่ 1
หน่วย ชวี ติ กับศิลปะ
ครูผู้สอน นางอญั ชลี วัฒนวันยู
คาอธิบายการทากจิ กรรม
1. นกั เรยี นอ่านคาถามจากแบบทดสอบก่อนเรยี นในใบงานเพ่ือการเรยี นรูน้ ี้ แลว้ ทา
แบบทดสอบโดยกากบาททบั ขอ้ ท่ีถกู ท่ีสดุ
2. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายเพ่ือตรวจสอบคาถามรว่ มกนั และแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
แบบทดสอบ
ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย X ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถกู ตอ้ ง
1.การพมิ พค์ วรมลี กั ษณะอย่างไร 6.ขอ้ ใดหมายถงึ การพมิ พภ์ าพ
ก. มีรูปรา่ งสวยงาม ก. การสรา้ งงานศิลปะโดยเศษวสั ดเุ หลือใช้
ข. มลี วดลายชดั เจน ข. การสรา้ งงานศิลปะโดยการสรา้ งโครงงาน
ค. มีความคงทน ค. การสรา้ งงานศิลปะโดยการสรา้ งแมพ่ ิมพ์
ง. มีลกั ษณะ 3 มติ ิ ง. การสรา้ งงานศิลปะโดยการ ตดั ฉีก ปะ
2.การพมิ พภ์ าพ ควรเลือกใชส้ ใี ด 7.กระดาษชนิดใดสามารถนามาสรา้ งเป็นแมพ่ มิ พไ์ ด้
ก. สนี า้ ข. สเี ทยี น ดีท่สี ดุ
ค. สีดนิ สอ ง. สชี อลค์ ก. กระดาษวาดเขียน
3.วสั ดขุ อ้ ใดไมค่ วรนามาเป็นแมพ่ มิ พ์ ข. กระดาษหนงั สอื พมิ พ์
ก. เศษใบไม้ ข. กระดาษขยมุ้ ค. กระดาษแข็ง
ค. กระจกแตก ง. เศษวสั ดุ ง. กระดาษทิชชู
4.เพราะเหตใุ ด จงึ ไมค่ วรนาวสั ดผุ ิวโลหะ มาทา 8.ขอ้ ใดเป็นกระบวนการสรา้ งงานท่ถี กู ตอ้ ง
เป็นแมพ่ มิ พ์ ก. วางแผน ปรบั ปรุงแกไ้ ขผลงาน ปฏิบตั ิงานตาม
ก.เพราะลวดลายไมส่ วย แผน
ข.เพราะมีอนั ตราย ข. ปฏิบตั ิงานตามแผน วางแผน ปรบั ปรุงแกไ้ ข
ค.เพราะพนื้ ผิวไม่ตดิ สี ผลงาน
ง. เพราะมรี าคาแพง ค. งานแผน ปฏิบตั ิงานตามแผน ปรบั ปรุงแกไ้ ข
5.ถา้ ตอ้ งการพมิ พเ์ ป็นภาพตน้ ไมค้ วรใชว้ สั ดขุ อ้ ใด ง. ปรบั ปรุงแกไ้ ขผลงาน วางแผน ปฏิบตั ิงานตาม
ก. คลิป ตะปู ข.ใบไม้ ก่ิงไม้ แผน
ค. ยางลบ เหรยี ญ ง. เศษของมีคม
~ 15 ~
9.ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ ประโยชนข์ องการพมิ พภ์ าพ 15. โอง่ มงั กร เป็นผลงานศิลปะท่มี ีช่ือเสยี งของ
ก. ฝึกทกั ษะการพดู จงั หวดั ใด
ข. พฒั นาการทกั ษะกระบวนการ ก. จ. สระบรุ ี
ค. พฒั นาความคิดสรา้ งสรรค์ ข. จ. นนทบรุ ี
ง. พฒั นาการสงั เกต ค. จ. เพชรบรุ ี
10.กระบวนการสรา้ งงานภาพพิมพส์ ว่ นใหญ่ ง. จ. ราชบรุ ี
สามารถสรา้ งไดค้ รงั้ ละก่ีชิน้ 16. ประเพณีแหบ่ งั้ ไฟ เป็นของทอ้ งถ่ินใด
ก. 2 ชิน้ ข. 4 ชิน้ ก. ภาคเหนือ
ค. 6 ชิน้ ง. ไดค้ รงั้ ละหลายๆชิน้ ข. ภาคอสี าน
11. ตงุ เก่ียวขอ้ งกบั วฒั นธรรมทอ้ งถ่ินใด ค. ภาคกลาง
ก. ภาคเหนือ ง. ภาคใต้
ข. ภาคอีสาน 17. ตงุ เป็นผลงานศิลปะท่เี ก่ียวขอ้ งกบั วนั สาคญั ใด
ค. ภาคกลาง ก. วนั ขนึ้ ปีใหม่
ง. ภาคใต้ ข. วนั สงกรานต์
12. หนา้ กากผีตาโขนเก่ียวกบั ศิลปะประเภทใด ค. วนั เขา้ พรรษา
ก. งานปั้น ง. วนั ออกพรรษา
ข. งานแกะสลกั 18. เทศกาลลอยกระทงเก่ียวขอ้ งกบั ผลงานศิลปะใด
ค. ภาพวาด ก. เทยี นแกะสลกั
ง. ภาพพมิ พ์ ค. โอง่ มงั กร
13. งานแกะสลกั เทยี นเขา้ พรรษาเป็นผลงานศิลปะ ข. รม่ บอ่ สรา้ ง
ท่มี ีช่ือเสยี งของจงั หวดั ใด ง. กระทง
ก. จ. ราชบรุ ี 19. ตวั หนงั ตะลงุ เป็นงานศลิ ปะของภาคใด
ข. จ. เชียงใหม่ ก. ภาคเหนือ
ค. จ. หนองคาย ข. ภาคอีสาน
ง. จ. อบุ ลราชธานี ค. ภาคกลาง
14. ขอ้ ใดไมเ่ ก่ียวขอ้ งกบั งานเฉลมิ ฉลองทาง ง. ภาคใต้
วฒั นธรรม 20. จ.เลย เก่ียวขอ้ งกบั ผลงานศลิ ป์ ขอ้ ใด
ก. เทียนแกะสลกั เขา้ พรรษา ก. โอง่ มงั กร
ข. กระทง ข. รม่ บอ่ สรา้ ง
ค. โอง่ มงั กร ค. ตวั หนงั ตะลงุ
ง. หนา้ กากผีตาโขน ง. หนา้ กากผีตาโขน
~ 16 ~
แบบทดสอบหลังเรียน
ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย X ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถกู ตอ้ ง
1.การพิมพค์ วรมีลกั ษณะอยา่ งไร 6.ขอ้ ใดหมายถงึ การพมิ พภ์ าพ
ก. มีรูปรา่ งสวยงาม ก. การสรา้ งงานศลิ ปะโดยเศษวสั ดเุ หลือใช้
ข. มลี วดลายชดั เจน ข. การสรา้ งงานศิลปะโดยการสรา้ งโครงงาน
ค. มีความคงทน ค. การสรา้ งงานศลิ ปะโดยการสรา้ งแมพ่ ิมพ์
ง. มีลกั ษณะ 3 มติ ิ ง. การสรา้ งงานศิลปะโดยการ ตดั ฉีก ปะ
2.การพิมพภ์ าพ ควรเลือกใชส้ ใี ด 7.กระดาษชนิดใดสามารถนามาสรา้ งเป็นแมพ่ ิมพไ์ ด้
ก. สีนา้ ดีท่สี ดุ
ข. สีเทียน
ค. สดี นิ สอ ก. กระดาษวาดเขียน
ง. สชี อลค์ ข. กระดาษหนงั สอื พมิ พ์
ค. กระดาษแข็ง
3.วสั ดขุ อ้ ใดไมค่ วรนามาเป็นแมพ่ ิมพ์ ง. กระดาษทิชชู
ก. เศษใบไม้
ข. กระดาษขยมุ้ 8.ขอ้ ใดเป็นกระบวนการสรา้ งงานท่ถี กู ตอ้ ง
ค. กระจกแตก ก. วางแผน ปรบั ปรุงแกไ้ ขผลงาน ปฏิบตั ิงานตาม
ง. เศษวสั ดุ
แผน
4.เพราะเหตใุ ด จงึ ไม่ควรนาวสั ดผุ ิวโลหะ มาทา ข. ปฏิบตั ิงานตามแผน วางแผน ปรบั ปรุงแกไ้ ข
เป็นแมพ่ ิมพ์
ผลงาน
ก.เพราะลวดลายไมส่ วย ค. งานแผน ปฏิบตั งิ านตามแผน ปรบั ปรุงแกไ้ ข
ข.เพราะมอี นั ตราย ง. ปรบั ปรุงแกไ้ ขผลงาน วางแผน ปฏิบตั ิงานตาม
ค.เพราะพนื้ ผิวไมต่ ิดสี
ง. เพราะมีราคาแพง แผน
5.ถา้ ตอ้ งการพิมพเ์ ป็นภาพตน้ ไมค้ วรใชว้ สั ดขุ อ้ ใด 9.ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ ประโยชนข์ องการพิมพภ์ าพ
ก. คลิป ตะปู ก. ฝึกทกั ษะการพดู
ข.ใบไม้ ก่ิงไม้ ข. พฒั นาการทกั ษะกระบวนการ
ค. ยางลบ เหรยี ญ ค. พฒั นาความคิดสรา้ งสรรค์
ง. เศษของมคี ม ง. พฒั นาการสงั เกต
~ 17 ~
10.กระบวนการสรา้ งงานภาพพมิ พส์ ว่ นใหญ่สามารถ15. โอง่ มงั กร เป็นผลงานศลิ ปะท่มี ีช่ือเสียงของ
สรา้ งไดค้ รงั้ ละก่ีชิน้ จงั หวดั ใด
ก. 2 ชิน้ ก. จ. สระบรุ ี
ข. 4 ชิน้ ข. จ. นนทบรุ ี
ค. 6 ชิน้ ค. จ. เพชรบรุ ี
ง. ไดค้ รงั้ ละหลายๆชิน้ ง. จ. ราชบรุ ี
11. ตงุ เก่ียวขอ้ งกบั วฒั นธรรมทอ้ งถ่ินใด 16. ประเพณีแหบ่ งั้ ไฟ เป็นของทอ้ งถ่ินใด
ก. ภาคเหนือ ก. ภาคเหนือ
ข. ภาคอสี าน ข. ภาคอสี าน
ค. ภาคกลาง ค. ภาคกลาง
ง. ภาคใต้ ง. ภาคใต้
12. หนา้ กากผีตาโขนเก่ียวกบั ศิลปะประเภทใด 17. ตงุ เป็นผลงานศิลปะท่เี ก่ียวขอ้ งกบั วนั สาคญั ใด
ก. งานปั้น ก. วนั ขนึ้ ปีใหม่
ข. งานแกะสลกั ข. วนั สงกรานต์
ค. ภาพวาด ค. วนั เขา้ พรรษา
ง. ภาพพิมพ์ ง. วนั ออกพรรษา
13. งานแกะสลกั เทียนเขา้ พรรษาเป็นผลงานศลิ ปะ 18. เทศกาลลอยกระทงเก่ียวขอ้ งกบั ผลงานศิลปะใด
ท่มี ชี ่ือเสยี งของจงั หวดั ใด ก. เทียนแกะสลกั
ก. จ. ราชบรุ ี ค. โอง่ มงั กร
ข. จ. เชียงใหม่ ข. รม่ บอ่ สรา้ ง
ค. จ. หนองคาย ง. กระทง
ง. จ. อบุ ลราชธานี 19. ตวั หนงั ตะลงุ เป็นงานศิลปะของภาคใด
14. ขอ้ ใดไมเ่ ก่ียวขอ้ งกบั งานเฉลมิ ฉลองทาง ก. ภาคเหนือ
วฒั นธรรม ข. ภาคอสี าน
ก. เทียนแกะสลกั เขา้ พรรษา ค. ภาคกลาง
ข. กระทง ง. ภาคใต้
ค. โอง่ มงั กร 20. จ.เลย เก่ียวขอ้ งกบั ผลงานศลิ ป์ ขอ้ ใด
ง. หนา้ กากผีตาโขน ก. โอง่ มงั กร
ข. รม่ บอ่ สรา้ ง
ค. ตวั หนงั ตะลงุ
ง. หนา้ กากผีตาโขน
~ 18 ~