การพฒั นาตามแนวพระราชดารมิ ีลกั ษณะของการพัฒนาท่ีอนุโลม
และรอมชอมกับสภาพธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและสภาพของสังคม
จิตวิทยาแห่งชุมชน คือ “ไม่ติดตำรำ” ไม่ผูกมัดติดกับวิชำกำรและ
เทคโนโลยีท่ีไม่เหมำะสมกับสภำพชีวิตควำมเป็นอยู่ที่แท้จริงของคน
ไทย เพรำะสภำพปัญหำมีไม่เหมือนกัน หากใช้ปัญญาไตร่ตรองให้
รอบคอบ ครบถ้วนจะพบวิธีการพัฒนาใหม่ ๆ ในการแก้ไขปัญหาของ
ประชาชน
ทรงโปรดที่จะทาส่ิงที่ยากให้กลายเป็นสิ่งท่ีง่าย ทาสิ่ง
ที่สลับซับซ้อนให้เข้าใจง่าย อันเป็นการแก้ปัญหาด้วยการใช้กฎ
แห่งธรรมชาติเป็นแนวทางน่ันเอง แต่การทาสิ่งยาก ให้กลายเป็นง่ายน้ัน
เป็นของยากฉะน้ันคาว่า “ทำให้ง่ำย” หรือ “Simplicity” จึงเป็นหลัก
คิดสาคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศในรูปแบบของโครงการอัน
เนื่องมาจากพระราชดาริ
ในการดาเนนิ งานทุกโครงการพระราชดาริของพระองค์ พระองค์จะทรงอนุโลม
ตามปัจจัยสภาวะแวดล้อมตามธรรมชาติในแต่ละแห่งท่ีพระองค์ทรงทาโครงการ ทรง
ออมชอมกบั ธรรมชาติตามสภาพทีโ่ ครงการสามารถดาเนนิ งานอยู่ได้ โดยไมท่ รงยึดติด
ในหลักกำรหรือทฤษฎีจำกตำรำทำงวิชำกำรมำกจนเกินไป แต่ทรงปรับปรุง
เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ท่ีหน้างาน และปรับไปตามปัญหาที่ทรงพบระหว่าง
ดาเนินงาน เพ่ือให้โครงการพระราชดาริของพระองค์ประสบความสาเร็จ
เกิดประโยชน์สูงสุด ได้รับการยอมรับจากชุมชนและสามารถดาเนินการต่อไปได้ด้วย
ชุมชนเอง ตามความเหมาะสมบนพื้นฐานปัจจัยของทรัพยากรต้นทุนที่ชุมชนมี
อยู่ในพน้ื ทน่ี ้ัน และตามวถิ ีชวี ิตของประชาชนทจ่ี ะไดร้ ับประโยชน์จากโครงการนนั้
กำรคิดนอกกรอบ ถ้าเราจะทางานแล้วมีทฤษฎีบอกว่า ต้องทา
อย่างไรเพ่ือให้ประสบความสาเร็จแต่เราศึกษาแล้วพบว่าไม่เหมาะกับ
บริบทของเรา เพราะอาจต้องลงทุนสูง ใช้คนมาก ใช้เคร่ืองมือท่ีมีราคา
แพง เราจาเป็นต้องมีการดัดแปลง เพ่ือให้เหมาะสมกับสภาพของเรา
โดยยึดหลักการสาคัญของตาราไว้ ส่วนอ่ืนดัดแปลงตามบริบทของเรา
ไม่ต้องตามตาราท้ังหมด เพราะถ้ารอให้ทาตามตาราได้ท้ังหมดอาจจะ
ไม่ได้ทาอะไรเลย