คำนำ
กิจกรรมการดำเนินงานพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม (Social Lab) เป็นกิจกรรมภายใต้
โครงการศูนย์บริการวิชาการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมในระดับพื้นที่ โดยในปีงบประมาณ 2563
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ ไดจ้ ดั สรรงบประมาณเพ่ือให้สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุน
วิชาการ 1 – 11 ดำเนินโครงการฯ ซง่ึ ไดก้ ำหนดกิจกรรมรว่ มภายใต้โครงการฯ จำนวน 6 กิจกรรม ดังนี้
1. การจดั การความรู้ (Knowledge Management : KM)
2. การพัฒนางานประจำส่กู ารวจิ ัย (Routine to Research : R2R)
3. การขบั เคลือ่ นพื้นทป่ี ฏิบตั ิการพัฒนาสังคม (Social Lab)
4. การพฒั นาระบบขอ้ มูลเครือข่ายด้านการพฒั นาสงั คมและจดั สวสั ดิการสังคม
5. หนว่ ยเคล่ือนทท่ี างวิชาการเชิงรุกในพน้ื ทีร่ บั ผิดชอบ
6. การเพมิ่ ความรูแ้ ละทกั ษะด้านการจดั บริการ
สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 7, 8 และ 9 ได้ถอดบทเรียนพื้นที่ปฏิบัติการ
พัฒนาสังคม (Social Lab) ภาคเหนือ 17 จังหวัด โดยการกำหนดพื้นที่ในการถอดบทเรียนเป็นกลุ่มจังหวัด
ในระดับภาคเหนือ 17 จงั หวดั ประกอบไปด้วย
(1) สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 7 ซึ่งรับผิดชอบ 3 จังหวัดภาคเหนือตอนลา่ ง ได้แก่
1) จงั หวดั พจิ ติ ร 2) จังหวดั นครสวรรค์ และ 3) จงั หวัดอุทยั ธานี
(2) สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 8 ซึ่งรับผิดชอบ 6 จังหวัดภาคเหนือตอนลา่ ง ได้แก่
1) จังหวัดอุตรดิตถ์ 2) จังหวัดสุโขทัย 3) จังหวัดพิษณุโลก 4) จังหวัดตาก 5) จังหวัดเพชรบูรณ์ และ
6) จงั หวัดกำแพงเพชร
(3) สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ซึ่งรับผิดชอบ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่
1) จงั หวัดเชยี งใหม่ 2) จงั หวัดแม่ฮ่องสอน 3) จงั หวดั ลำพนู 4) จงั หวัดลำปาง 5) จังหวดั เชียงราย 6) จงั หวัดพะเยา
7) จงั หวัดแพร่ และ 8) จังหวดั น่าน
เพือ่ ใหเ้ กิดการแลกเปล่ียนเรยี นรู้ในการแก้ไขปัญหาทางสงั คมของกลุ่มเปา้ หมายร่วมกับเครือข่าย
อาทิ ด้านการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปัญหาความรนุ แรงในเด็ก สตรี และครอบครวั ทงั้ นีก้ ลไกเครือข่ายในการขับเคล่ือน
เช่น อพม. ศพค. รพ.สต. สภาองค์ชุมชน วดั โรงเรียน เป็นต้น ร่วมขับเคลื่อนในการศกึ ษาสภาพปัญหา การกำหนด
ประเด็นร่วม การร่วมดำเนินงาน ติดตามและถอดบทเรียน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย
การพัฒนาสงั คมในชุมชน โดยมอี งค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ เปน็ เจา้ ภาพ สร้างชมุ ชนจัดการตนเอง เริ่มท่ีการจดั การ
ข้อมูล ช่วยเหลือ คุ้มครอง ป้องกัน นำสู่การจัดสวัสดิการสังคมและพัฒนาสังคมอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมาย
มงุ่ พัฒนาคนทกุ ช่วงวัย สร้างครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแขง็ สตู่ น้ แบบชมุ ชนแหง่ ความสุข (Happiness Community)
การถอดบทเรียนการดำเนินงานพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม (Social Lab) ภาคเหนือ เล่มน้ี
สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 7, 8 และ 9 ใช้วิธีการทบทวนหลังปฏิบัติงาน (After Action Review: AAR)
โดยกำหนดประเด็นในการถอดบทเรียนร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ทบทวนผลการดำเนินงานที่ผ่านมาใน 5 ประเด็น ได้แก่ 1) กระบวนการขับเคลื่อน
พื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม 2) การกำหนดพื้นที่และสภาพปัญหาทางสังคมที่สำคัญเชิงพื้นที่ 3) กระบวนการ
ขับเคลื่อนพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม 4) ปัจจัยความสำเร็จที่เป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practice) และ 5) ปัญหา
อุปสรรค ในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน และแนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม ปี 2564
ทั้งน้ี ผลการถอดบทเรียนจะนำไปสู่การใช้เป็นตัวแบบในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานเชิงพื้นที่ต่อไป เรียนรู้และ
นำไปประยุกตใ์ ช้ ต่อยอดขยายผลพน้ื ทีป่ ฏบิ ตั ิการพัฒนาสังคม (Social Lab) ในระดบั พ้ืนทกี่ ลมุ่ จงั หวดั ต่อไป
สำนกั งานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 7, 8 และ 9
ธนั วาคม 2563
สารบัญ
เร่ือง หนา้
สว่ นท่ี 1 วิธีการถอดบทเรยี นพืน้ ที่ปฏิบตั ิการพฒั นาสงั คม (Social Lab) 1
ส่วนท่ี 2 การกำหนดพนื้ ท่ี และสภาพปัญหาทางสงั คมท่ีสำคัญเชิงพน้ื ท่ี 3
ส่วนที่ 3 กระบวนการขับเคลื่อนพื้นทีป่ ฏิบตั ิการพฒั นาสงั คม (Social Lab) 6
สว่ นท่ี 4 ปัจจยั ความสำเรจ็ และรูปแบบความสำเรจ็ ท่เี ป็นแบบอยา่ งท่ีดี (Best Practice) 10
ส่วนที่ 5 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางการขบั เคล่ือนพืน้ ท่ีปฏบิ ตั ิการพัฒนาสงั คม ประจำปี 2564 16
สรปุ ผลการถอดบทเรยี นการขบั เคลอ่ื นพื้นทีป่ ฏิบตั ิการพัฒนาสงั คม (Social Lab) ปี 2563 ภาคเหนอื 1
สรปุ ผลการถอดบทเรียนการขับเคลือ่ นพนื้ ท่ปี ฏิบัติพฒั นาสังคม (Social Lab) ปี 2563
ภาคเหนือ
………………………………………………………………………………
สว่ นท่ี 1 วธิ ีการถอดบทเรียนพนื้ ทีป่ ฏิบตั กิ ารพัฒนาสังคม (Social Lab)
พื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม (Social Lab) หมายถึง พื้นที่ที่สำนกั งานส่งเสริมและสนบั สนุน
วิชาการ ร่วมขับเคลื่อนในดำเนินการในพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคมร่วมกับหน่วยงาน พม.One Home
จงั หวดั เพอ่ื ให้เกิดการแลกเปล่ยี นเรียนรู้ในการแก้ไขปัญหาทางสงั คมของกลมุ่ เป้าหมายร่วมกบั เครือข่าย อาทิ
ด้านการป้องกันและแกไ้ ขปัญหาความรุนแรงในเด็ก สตรี และครอบครัว ทั้งนี้กลไกเครือขา่ ยในการขับเคล่อื น
เช่น อพม. ศพค. รพ.สต. สภาองค์ชุมชน วัด โรงเรียน เป็นต้น ร่วมขับเคลื่อนในการศึกษาสภาพปัญหา
การกำหนดประเด็นร่วม การร่วมดำเนินงาน ติดตามและถอดบทเรียน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วม
ของภาคีเครือข่ายการพัฒนาสังคมในชุมชน โดยมีองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นเป็นเจ้าภาพ สร้างชุมชนจัดการ
ตนเอง เริ่มที่การจัดการข้อมูล ช่วยเหลือ คุ้มครอง ป้องกัน นำสู่การจัดสวัสดิการสังคมและพัฒนาสังคม
อย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายมุ่งพัฒนาคนทุกช่วงวัย สร้างครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง สู่ต้นแบบชุมชน
แหง่ ความสขุ (Happiness Community) โดยมีวัตถปุ ระสงค์ ดังนี้
1) เพื่อจัดทำพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม ที่มีการนำหลักวิชาการมาปรับใช้ในการหา
แนวทางแกไ้ ขปญั หากล่มุ เป้าหมาย และสามารถขบั เคล่อื นโดยอาศัยกลไกของกระทรวง พม. ในระดบั พนื้ ท่ีได้
2) เพื่อนำรูปแบบการขับเคลื่อนเชิงประเด็นหรือกลุ่มเป้าหมายในระดับพื้นที่ มาพัฒนา
เป็นตัวแบบ (Model) ในการขยายผลสพู่ น้ื ที่อนื่
3) เพื่อเสริมสร้างปฏิบัติการร่วมกันของหน่วยงาน พม. One Home เครือข่ายทางสังคม
ในรปู แบบการหนนุ เสริมทางวิชาการและปฏบิ ตั กิ าร
การถอดบทเรียนพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม (Social Lab) ของสำนักงานส่งเสริม
และสนับสนุนวิชาการ 7, 8 และ 9 ใช้วิธีการทบทวนหลังปฏิบัติงาน (After Action Review: AAR)
โดยกำหนดประเด็นในการถอดบทเรียนร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ทบทวนผลการดำเนินงานที่ผ่านมาโดยใช้เทคนิคการเล่าเรื่อง ( Story Telling)
รวมถึงการกำหนดประเด็นหลักใน 5 ประเด็น ได้แก่ 1) กระบวนการขับเคลื่อนพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม
2) การกำหนดพื้นที่และสภาพปัญหาทางสังคมที่สำคัญเชิงพื้นที่ 3) กระบวนการขับเคลื่อนพื้นที่ปฏิบัติการ
พัฒนาสังคม 4) ปัจจัยความสำเร็จที่เป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practice) และ 5) ปัญหา อุปสรรค ในการ
ขับเคลื่อนการดำเนินงาน และแนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม ปี 2564 โดยเชื่อมโยงกับ
ปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) และ ผลลัพธ์ (Output) ทั้งนี้ผลการถอดบทเรียนจะนำไปสู่
การใชเ้ ปน็ ตวั แบบในการขับเคลื่อนการปฏิบัตงิ านเชงิ พ้ืนที่ ตอ่ ไป
สำนักงานสง่ เสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 7, 8 และ 9
สรปุ ผลการถอดบทเรยี นการขับเคลอ่ื นพ้นื ทีป่ ฏิบตั ิการพฒั นาสงั คม (Social Lab) ปี 2563 ภาคเหนอื 2
โดยการกำหนดพื้นที่ในการถอดบทเรียนเป็นกลุ่มจังหวัดในระดับภาคเหนือ 17 จังหวัด
ประกอบไปดว้ ย
(1) สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 7 ซึ่งรับผิดชอบ 3 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง
ไดแ้ ก่ 1) จงั หวัดพิจติ ร 2) จงั หวดั นครสวรรค์ และ 3) จงั หวดั อุทยั ธานี
(2) สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 8 ซึ่งรับผิดชอบ 6 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง
ได้แก่ 1) จังหวัดอุตรดิตถ์ 2) จังหวัดสุโขทัย 3) จังหวัดพิษณุโลก 4) จังหวัดตาก 5) จังหวัดเพชรบูรณ์ และ
6) จังหวัดกำแพงเพชร
(3) สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ซึ่งรับผิดชอบ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน
ได้แก่ 1) จังหวัดเชียงใหม่ 2) จังหวัดแม่ฮ่องสอน 3) จังหวัดลำพูน 4) จังหวัดลำปาง 5) จังหวัดเชียงราย
6) จงั หวัดพะเยา 7) จงั หวดั แพร่ และ 8) จังหวัดนา่ น
สำนักงานส่งเสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 7, 8 และ 9
สรปุ ผลการถอดบทเรยี นการขบั เคลื่อนพนื้ ที่ปฏบิ ตั ิการพฒั นาสงั คม (Social Lab) ปี 2563 ภาคเหนือ 3
ส่วนที่ 2 การกำหนดพ้ืนที่ และสภาพปญั หาทางสังคมท่ีสำคญั เชิงพื้นท่ี
2.1 การกำหนดพน้ื ที่ดำเนนิ การ Social Lab ของภาคเหนือ
ในปีงบประมาณ 2563 สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 7, 8 และ 9 ได้ขับเคลื่อน
การดำเนินงานพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม (Social Lab) ร่วมกับทีม One Home พม. ในเขตพื้นท่ี
ความรบั ผดิ ชอบ 17 จงั หวัดภาคเหนือ โดยมพี ืน้ ทที่ ี่จังหวัดเสนอและในขณะเดยี วกันได้มีการจัดกลุ่มตามพื้นท่ี
ได้แก่ 1) กลุ่มพื้นที่บูรณาการของหน่วยงาน พม.One Home 2) กลุ่มพื้นท่ีตำบลสร้างเสริมสวัสดิการสังคม
ของหนว่ ยงานสังกัดกรมพฒั นาสังคมและสวัสดกิ าร ซงึ่ เป็นพนื้ ทเ่ี ชิงบูรณาการที่พรอ้ มจะพัฒนาเป็นพ้ืนท่ีตำบล
ตน้ แบบ โดยไดม้ ีการกำหนดพ้นื ท่ดี ำเนนิ การรายจงั หวดั ดงั น้ี
ท่ี จงั หวัด อำเภอ ตำบล พื้นที่บรู ณา พน้ื ทตี่ ำบลสร้าง หมายเหตุ
การ เสรมิ สวัสดกิ าร
1 เชยี งใหม่ ดอยสะเก็ด แม่คือ
สนั กลาง One Home สังคม
2 เชยี งราย พาน ผาบอ่ ง ✓
ศรีเต้ีย ✓ ✓
3 แมฮ่ ่องสอน เมอื ง บา้ นตนุ่
✓ ✓
4 ลำพูน บ้านโฮ่ง เปอื ✓ ✓
แมเ่ ก๋งิ ✓
5 พะเยา เมือง ทงุ่ ฝาย ✓ ✓
ท่าสายลวด ✓ ✓
6 น่าน เชียงกลาง นคิ มทุ่งโพธ์ิ ✓
ทะเล ✓ ✓
7 แพร่ วังช้นิ พจิ ติ ร ✓
บ้านมงุ ✓
8 ลำปาง เมือง ปา่ แฝก
น้ำหมนั
9 ตาก แม่สอด ลาดยาว
วังท่าดี
10 กำแพงเพชร เมือง หนองไผแ่ บน
11 พจิ ติ ร วังทรายพนู
12 พิษณโุ ลก เนินมะปราง
13 สโุ ขทยั กงไกลาศ
14 อตุ รดติ ถ์ ท่าปลา
15 นครสวรรค์ ลาดยาว
16 เพชรบูรณ์ หนองไผ่
17 อทุ ัยธานี เมือง
สำนักงานส่งเสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 7, 8 และ 9
สรปุ ผลการถอดบทเรยี นการขบั เคลอ่ื นพ้นื ทปี่ ฏบิ ัตกิ ารพัฒนาสังคม (Social Lab) ปี 2563 ภาคเหนอื 4
2.2 สภาพปัญหาทางสงั คมทสี่ ำคัญเชงิ พื้นท่ี
2.2.1 สภาพปัญหาทางสังคมทสี่ ำคัญของพ้ืนท่ภี าคเหนอื จากการคาดการณ์
สภาพปัญหาทางสังคมที่สำคัญของพื้นที่ภาคเหนือ จากการคาดการณ์แนวโน้ม
ของสถานการณ์ทางสังคมเชิงกลุ่มเป้าหมายในอีก 2 ปีข้างหน้า คือ ปี พ.ศ.2564-2565 จากการวิเคราะห์
โดยใช้โปรแกรมทางสถิติพบว่า กลุ่มเด็ก มีแนวโน้มลดลง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอัตราการเกิดของเด็กในพื้นที่
ลดน้อยลง สาเหตุสำคัญมาจากการที่ผู้หญิงนิยมอยู่เป็นโสดมากขึ้น หรือแต่งงานช้าลง รวมทั้งการมีค่านิยม
ที่แต่งงานแล้วไม่ต้องการมีบุตร/มีจำนวนบุตรน้อยลง เนื่องด้วยค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจต่อการเลี้ยงดูเด็ก
ที่เพิ่มสูงขึ้น กลุ่มเยาวชน มีแนวโน้มลดน้อยลงจากจำนวนของเด็กที่ลดน้อยลงในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลต่อจำนวน
ของวัยแรงงานในอนาคต กลุ่มสตรี แนวโน้มเพิ่มสูงข้ึนอย่างต่อเนือ่ ง สาเหตุเพราะเพศชายมีความเสี่ยงในการ
เสียชีวิตมากกว่า และสตรีมีอายุที่ยืนยาวมากกว่าเพศชาย กลุ่มครอบครัว มีแนวโน้มการจดทะเบียนสมรส
ลดลง เนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจและค่านิยมในสังคมในปจั จุบนั ทำให้ผู้คนนิยมการใช้ชวี ติ อยู่คนเดียวมากข้ึน
อีกทั้งอาจมีภาระการดูแลบิดามารดาที่กำลังเข้าสู่วัยสูงอายุ กลุ่มผู้สูงอายุ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากวิทยาการทางการแพทย์ที่ทำให้คนมีอายุยืนยาวมากขึ้น อัตราการเกิดและอัตราการตายลดน้อยลง
กลุ่มคนพิการ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างตอ่ เนื่อง จำนวนที่เพิ่มมากขึ้นนีเ้ ป็นลักษณะของผู้ป่วยที่เป็นอัมพาต/
ติดเตียงจากภาวะความเครียดในสถานการณ์ปัจจุบัน คนที่มีภาวะ ความเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ รวมท้ัง
คนที่พิการจากอุบัติเหตุ นอกจากนี้ ยังพบความพิการในผู้สูงอายุที่มี ความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ เช่น
การมองเห็น/การได้ยินที่ไม่ชัดเจน ซึ่งส่งผลต่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน และกลุ่มคนยากจน มีแนวโน้ม
ของจำนวนคนยากจนลดน้อยลง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวนี้มีความไม่สอดคล้องกับข้อมูลสถานการณ์ความยากจน
ที่เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของทุกจังหวัด ทั้งน้ี จากสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์โรคระบาดเป็นปัจจัย
สำคัญที่ส่งผลให้คนตกงาน/ว่างงาน รายได้ลดลง ภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น ทำให้จำนวนคนยากจนควรเพิ่มสูงข้ึน
(ทั้งนี้ จากการคาดการณ์โดยใช้วิธีการทางสถิติพบว่า แนวโน้มของครอบครัวเรื่องการจดทะเบียนสมรส
และแนวโน้มของคนยากจนมีรูปแบบการทำนายท่ีมี ค่าความแม่นยำค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นไปได้ว่า ข้อมูลในส่วน
ดังกลา่ วมีความผันผวนค่อนข้างสูง ทำให้การทำนาย ไมส่ ามารถบ่งชีท้ ิศทางได้อย่างชดั เจน)
2.2.2 สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของเช้ือไวรัสโควดิ -19
สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีความรุนแรงในระยะแรก ต่อมา
เมื่อภาครัฐมีการกำหนดมาตรการอย่างเคร่งครัด จังหวัดมีการเตรียมความพร้อมและมีแนวทางการจัดการ
ตามสถานการณใ์ นพื้นที่ ดังนั้น จงึ คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้นหากไม่มีการแพร่ระบาด
ของเชื้อเพิ่มเติมจากผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับจากประเทศที่ยังคงมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
โควิด - 19 และมีการตดิ ต่อไปยังผู้อื่น รวมท้งั ประชาชนยังคงดำเนินชวี ิตด้วยความระมัดระวัง และปฏิบัติตาม
มาตรการทีห่ น่วยงานภาครฐั กำหนดอยา่ งเครง่ ครัดต่อเน่ือง
สถานการณ์ทางสังคมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา บางอย่างเกิดข้ึน
อย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบรุนแรงในวงกว้าง บางอย่างเกิดขึ้นอย่างช้าโดยประชาชนไม่ทันสังเกต สิ่งท่ี
ประชาชนต้องตระหนักและเรียนรู้ คือ การติดตามข้อมูลข่าวสารเพื่อให้รู้เท่าทันสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดข้ึน
ในแต่ละวัน รูจ้ กั ปรับตัวเพ่ือใหส้ ามารถดำเนนิ ชวี ติ ต่อไปภายใตส้ ถานการณ์ที่เปล่ียนแปลงตลอดเวลา
สำนักงานสง่ เสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 7, 8 และ 9
สรปุ ผลการถอดบทเรยี นการขับเคล่อื นพืน้ ที่ปฏบิ ัตกิ ารพัฒนาสังคม (Social Lab) ปี 2563 ภาคเหนือ 5
2.2.3 การเชื่อมโยงประเด็นสถานการณ์ทางสังคมในระดับภาค สู่การวิเคราะห์
สถานการณ์ทางสังคมในระดับพน้ื ที่
การเชื่อมโยงประเด็นสถานการณ์ทางสังคม พบว่า ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ได้ใช้วิธีการ
วเิ คราะห์สถานการณ์การขบั เคล่ือนงานด้านการพัฒนาสงั คมและจัดสวัสดิการสังคมในพื้นที่ ร่วมกับผู้นำท้องที่
ท้องถ่ิน ผนู้ ำชุมชน เครือข่ายภาคประชาชน อาสาสมคั ร เพื่อรว่ มวเิ คราะหส์ ถานการณ์ในระดบั พ้นื ท่ีทเ่ี ช่ือมโยง
กับสถานการณ์ทางสังคมในระดับภาค ท้งั นี้ การนำเสนอสถานการณ์ปัญหาทางเชงิ พ้ืนที่จะเช่ือมโยงกับปัญหา
ในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม อาทิ ปัญหาผู้สูงอายุจะเชื่อมโยงกับปัญหาด้านสุขภาพ หนี้สิน รวมถึง
ปัญหาด้านอาชีพและรายได้จะสัมพันธ์กับปัญหาด้านแหล่งน้ำและการเกษตร เป็นต้น โดยที่สถานการณ์ที่ได้
วิเคราะหอ์ ยา่ งมสี ่วนรว่ มจะนำไปสกู่ ารจดั ทำ SWOT และนำส่กู ารจัดทำแผนการพัฒนาสังคมและจดั สวสั ดิการ
สงั คมในระดับพ้ืนท่ี ตอ่ ไป
สำนักงานสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 7, 8 และ 9
สรุปผลการถอดบทเรยี นการขับเคล่อื นพ้ืนท่ีปฏบิ ัตกิ ารพัฒนาสงั คม (Social Lab) ปี 2563 ภาคเหนอื 6
ส่วนที่ 3 กระบวนการขบั เคล่อื นพ้นื ทป่ี ฏบิ ตั ิการพัฒนาสังคม (Social Lab)
กระบวนการขับเคลื่อนพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม (Social Lab) ในพื้นที่ภาคเหนือ อาศัย
กลไกขับเคล่ือนในระดับจังหวดั ผา่ นกลไก พม.One Home ของแตล่ ะจังหวัด ตามตวั ชว้ี ัด Social Smart City:
SSC. ที่มีแผนการขับเคลื่อน One Plan ในระดับพื้นที่เป็นเครื่องมือการบูรณาการงานของหน่วยงาน พม.
ในระดับจังหวัด และในระดับพื้นที่อาศัยกลไกขับเคลื่อนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้การขับเคลื่อน
ในระดบั พืน้ ท่หี ากดำเนินการรว่ มในพ้นื ที่ตำบลสรา้ งเสรมิ สวัสดิการสังคม ของหนว่ ยงานสงั กดั กรมพฒั นาสังคม
และสวัสดิการ ก็จะอาศยั กลไกคณะกรรมการขับเคล่ือนตำบลสรา้ งเสริมสวัสดิการสงั คม และสร้างการมีส่วนร่วม
กับหน่วยงานท้องถิ่น ท้องที่ เพื่อกำหนดประเด็นปัญหาของกลุ่มเป้าหมายและวางแผนการจัดโครงการ
หรอื กจิ กรรม ท่นี ำไปสู่การแกไ้ ขปญั หาในระดับพื้นที่
ทั้งนี้กระบวนการดำเนินการในพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม (Social Lab) ภายหลังที่เกิด
เหตุการณ์แพรร่ ะบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ซงึ่ หนว่ ยงานต้องปรับรูปแบบการดำเนินงานในระดับ
พน้ื ท่ี ประกอบไปดว้ ย
(1) ประชุมทีม One home ในจังหวัด เพื่อร่วมกำหนดขอบเขตในการศึกษาในพื้นที่
ปฏิบตั กิ ารพัฒนาสังคม (Social Lab) โดยศกึ ษาสภาพปญั หาของแต่ละจงั หวดั และพ้นื ทีป่ ฏบิ ตั ิการ
(2) นำข้อมลู มาวเิ คราะห์ประเดน็ ท่ีน่าสนใจหรอื มีความสำคัญ
(3) มีการระดมความคิดเห็น โดยการประชุมหรือใช้แบบสัมภาษณ์หรือแบบสำรวจความคิด
เหน็ ผู้ที่มสี ่วนเก่ียวขอ้ ง
(4) ดำเนนิ กิจกรรมเพือ่ ขับเคลอ่ื นงานตามแผนแนวทางท่ีกำหนด
สำนักงานส่งเสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 7, 8 และ 9
สรปุ ผลการถอดบทเรยี นการขับเคลือ่ นพน้ื ท่ีปฏิบัตกิ ารพัฒนาสังคม (Social Lab) ปี 2563 ภาคเหนือ 7
(5) มีรายงานผลหรือถอดบทเรียนสรุปผลการดำเนินงานในพื้นท่ีปฏิบัติการพัฒนาสังคม
อย่างนอ้ ย 1 พ้ืนท่ี
ท้ังน้ี แนวทางการขบั เคลื่อนพืน้ ทป่ี ฏิบตั ิการพัฒนาสังคม (Social Lab) มีการขับเคล่ือนพื้นที่
ปฏบิ ัตกิ ารพัฒนาสงั คม (Social Lab) ทเ่ี ป็นการทบทวนกระบวนการและแผนการขับเคลื่อนเชิงกลุ่มเป้าหมาย
ที่ได้ดำเนินการในปีงบประมาณ 2562 ร่วมกับหน่วยงาน พม. One Home จังหวัด และการนำเสนอข้อมูล
สถานการณ์ กำหนดประเด็นปัญหา และการจัดทำแผนในการแก้ไขปัญหา โดยกระบวนการเวทีสร้างการมี
ส่วนร่วมในระดับพื้นที่ โดยมีการขับเคลื่อนโดยอาศัยกลไกคณะกรรมการระดับตำบล เช่น คณะทำงานตำบล
ห่วงใยไม่ทอดทิ้งกัน คณะทำงานตำบลสร้างเสริมสวัสดิการสังคม เป็นต้น โดยอาศัยมิติ โครงการ
เชิงกระบวนการและบรู ณาการในระดับพืน้ ที่
กระบวนการขับเคลื่อนพื้นที่ปฏบิ ัติการพัฒนาสังคม ในปีงบประมาณ 2562 อาศัยการเชื่อม
ตัวชี้วัด Social Smart City ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเป็นเป้าหมายร่วม
ที่มีการวางเป้าหมายไว้ คือ ในระดับ (คน) ต้องจัดทำแผนให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ ในระดับ
(ครอบครัว) ต้องจัดทำแผนนำไปสู่การสร้างสังคมไร้ความรุนแรง ครอบครัวเข้มแข็ง และในระดับ (ชุมชน)
ต้องมีการส่งเสริมให้พื้นท่ีมีอาสาสมัคร กองทุนชุมชน ชุมชนสีขาว โดยเชื่อมโยงกับการจัดทำแผนงาน
ทางสังคมใน 2 มิติ คือ 1) มิติสวัสดิการสังคม 7 ด้าน และ 2) มิติเชิงกลุ่มเป้าหมาย และนำสู่การวิเคราะห์
และเสนอเป็นแผนและแนวทางให้หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานเครือข่ายร่วมจัด
กจิ กรรมและทรพั ยากรเพือ่ แก้ไขปัญหาตามสภาพปญั หาและความตอ้ งการที่เกิดข้ึน
สำนักงานส่งเสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 7, 8 และ 9
สรปุ ผลการถอดบทเรยี นการขับเคลือ่ นพ้ืนท่ีปฏบิ ตั กิ ารพฒั นาสงั คม (Social Lab) ปี 2563 ภาคเหนือ 8
การขับเคลื่อนแบบเชื่อมโยงกับกระบวนการพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม (Social Lab)
ปีงบประมาณ 2563 สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 7, 8 และ 9 ได้ดำเนินการร่วมกับ พม.
One Home จังหวัด ในการคัดเลือกพื้นที่และกำหนดกิจกรรมขับเคลื่อน โดยได้อาศัยแผน One Plan
ของ พม. One Home จังหวัด เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ ท้ังนี้ได้กำหนดขับเคลื่อนพื้นท่ี
เชื่อมโยงกับตัวชี้วัด: ระดับความสำเร็จของการดำเนินงานในพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม (Social Lab)
ที่นำผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ 2562 มาเป็นข้อมูลในการขับเคลื่อน ทั้งน้ีการดำเนินการตามแผนงาน
ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาของกลุ่มเป้าหมายที่ได้กำหนดร่วมกับคณะทำงานในระดับพื้นที่ และกำหนดเป็นแผน
ในการปฏิบัติการร่วมกันกับเครือข่ายในพื้นที่ และแนวทางการดำเนินงานของแต่ละกรมที่มุ่งแก้ปัญหา
ของกลุม่ เป้าหมายตามภารกจิ ต่อไป
กระบวนการขบั เคล่ือนพื้นทป่ี ฏิบัตกิ ารพัฒนาสงั คม (Social Lab)
การออกแบบกระบวนการอาศัยแผน One Plan ของ พม. One Home จังหวัด เป็นเครื่องมือ
และกำหนดขั้นตอนตามตัวชี้วัด: ระดับความสำเร็จของการดำเนินงานในพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม
(Social Lab) ที่นำผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ 2562 ซึ่งผลจากการทบทวนแผนงานทางสังคม
และกลุ่มเป้าหมายในปีงบประมาณ 2562 ที่สอดคล้องกับแผนงาน One Plan จังหวัด ที่หน่วยงาน One Home
ได้นำโครงการและกิจกรรมบรรจุไว้ในแผนบูรณาการ สามารถเชื่อมโยงปฏบิ ัติการเชิงพืน้ ท่ีแบบเฉพาะเจาะจง
โดยเฉพาะการขับเคลื่อนในเชิงประเด็น ได้แก่ 1) ความรุนแรงในครอบครัว 2) การตั้งครรภ์ไม่พร้อม
ในวยั รุ่น 3) เดก็ และเยาวชนเสีย่ งต่อการกระทำผิด และ 4) เดก็ ที่พึงไดร้ ับการสงเคราะห์ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก
พ.ศ. 2546 เปน็ ตน้
สำนักงานส่งเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 7, 8 และ 9
สรปุ ผลการถอดบทเรียนการขบั เคลอื่ นพ้ืนทป่ี ฏบิ ตั ิการพฒั นาสงั คม (Social Lab) ปี 2563 ภาคเหนอื 9
การจัดทำแผนการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมในระดับพื้นที่ของภาคเหนือ
ใช้เครื่องมือการวิเคราะห์ SWOT เพื่อให้เห็นภาพของการจัดทำแผนที่ครอบคลุมในทุกมิติของการส่งเสริม
ด้านสวัสดิการสงั คมในพนื้ ท่ี ไม่ว่าจะเป็นการมพี น้ื ท่ที ี่เหมาะแก่การทำการเกษตร ทำใหเ้ กดิ การรวมกลุ่มในการ
ประกอบอาชีพ เช่น การปลูกผักปลอดสารพิษ การปลูกพืชหมุนเวียน การทำนา และการปลูกพืชไร่
มีหน่วยงานของรัฐเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมร่วมกับประชาชนในตำบล มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์
ในการบรหิ ารงานในพื้นท่ี พร้อมทงั้ มปี ระชาชนในพน้ื ที่พร้อมรว่ มมือกันแกไ้ ขปัญหาในชมุ ชนดว้ ยจิตสาธารณะ
ทั้งยังเปิดโอกาสให้ประชาชนในตำบลมีส่วนร่วมในการริเริ่มกิจกรรมโครงการตา่ ง ๆ ทำให้ประชาชนในตำบล
มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี นำไปสู่การกำหนดกลยุทธ์เชิงรุก โดยให้มีการพัฒนาสมรรถนะและ
ความสามารถในการทำงานของบุคลากรขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในด้านความรู้เกี่ยวกับระเบียบ
ข้อบังคับ และกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสวัสดิการสังคม พร้อมกับประชาสัมพันธ์การดำเนิน
กิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับภาคประชาชน กลยุทธ์เชิงป้องกันให้หน่วยงานมีการประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่าง ๆ
ผ่านทางหอ กระจายเสียงในชุมชน กลยุทธ์เชิงแก้ไขในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เพื่อการ
บริหารจัดการในหน่วยงาน กลยุทธ์เชิงรับมีการจัดทำแผนพัฒนา 3 ปี โดยมีการคำนึงถึงกิจกรรม
และสถานการณท์ างสงั คมในการพิจารณาของบประมาณตา่ ง ๆ
ทั้งนี้ การเชื่อมโยงแผนพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมในระดับพื้นที่ ร่วมกับเครือข่าย
ทางสงั คม และองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น โดยการวิเคราะห์ SWOT จะสามารถเชือ่ มโยงสูก่ ารจดั ทำแผน 3 ปี
ขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินได้
สำนักงานสง่ เสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 7, 8 และ 9
สรุปผลการถอดบทเรยี นการขับเคลอ่ื นพืน้ ทีป่ ฏบิ ตั กิ ารพฒั นาสังคม (Social Lab) ปี 2563 ภาคเหนือ 10
ส่วนที่ 4 ปจั จยั ความสำเรจ็ และรูปแบบความสำเรจ็ ท่เี ป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practice)
4.1 ปจั จัยความสำเร็จ
1) ทีม One Home พม. มีการบูรณาการทำงานที่มีระบบ มีแผนการปฏิบตั งิ านและข้ันตอน
การขบั เคล่ือนงานทเี่ ปน็ ไปในทศิ ทางเดียวกัน
2) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นเจ้าภาพ ที่ร่วมสร้างชุมชนเข้มแข็ง ผู้บริหารท้องถิ่น
มีวิสัยทัศน์ในการวางแนวนโยบายในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ โดยเน้นประชาชนในพื้นที่เป็นศูนย์กลาง
และสง่ เสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
3) หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนากลุ่มเป้าหมาย
ของตนเองในพื้นที่ และเข้ามามีบทบาทรว่ มในการร่วมคิด รว่ มสร้าง รว่ มพฒั นา ไปพรอ้ ม ๆ กับหนว่ ยงาน พม.
และ อปท.
4) แนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม ( Social Lab) ที่มีโมเดล
การดำเนินงานที่มีความชัดเจน สามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่ ส่งผลให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทาง
เดยี วกัน และนำไปสู่จุดหมายเดียวกนั ไดอ้ ย่างเปน็ รปู ธรรม
5) การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการสร้างการรับรู้ และความเข้าใจในการปฏิบัติงาน
ของผู้ปฏบิ ัตงิ านในระดบั พืน้ ที่
6) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการกำหนดวิสัยทัศน์พันธกิจและยุทธศาสตร์ในการพัฒนา
ท้องถนิ่ อย่างเป็นระบบ
7) ผูบ้ ริหารมีภาวะความเปน็ ผู้นำสงู
8) บุคลากรในองคก์ รมีความรคู้ วามสามารถและมีความรับผดิ ชอบ
9) เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนริเริ่มกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ของ องค์กรปกครอง
ส่วนทอ้ งถน่ิ มกี ารรบั ฟังความคดิ เห็นจากภายนอกและมีความคลอ่ งตัว
10) มกี ารสนับสนุน การช่วยเหลือจากหนว่ ยงานภาครัฐ เช่น เงนิ สงเคราะห์ต่าง ๆ
สำนักงานส่งเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 7, 8 และ 9
สรุปผลการถอดบทเรยี นการขับเคลอ่ื นพน้ื ทป่ี ฏบิ ตั กิ ารพัฒนาสงั คม (Social Lab) ปี 2563 ภาคเหนือ 11
4.2 รูปแบบความสำเร็จทีเ่ ปน็ แบบอย่างท่ดี ี (Best Practice)
(1) รูปแบบการบริหารจัดการด้วยกลไกทางสังคม ในการลดปัญหาความรุนแรง
ในครอบครัว
แนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม (Social Lab) ที่สามารถสร้างคุณค่า
จากผลงานวิชาการ ที่สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 8 ได้ทำการศึกษาวิจัย เพื่อนำสู่การจัดทำเป็น
ขอ้ มูลแนวทางในการขับเคลอ่ื นเชิงประเด็นเพ่ือนำสู่การแก้ไขปัญหาให้ตรงกบั สาเหตุ ดงั เชน่ การแก้ไขป้องกัน
ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่มีการศึกษาวิจัย และการจัดทำเวทีเสวนาทางวิชาการ ที่สร้างข้อเสนอ
จากเวทีสู่ปฏิบัติการ ที่มีการวิเคราะห์ถึงสาเหตุและแนวทางการป้องกันปัญหาในมิติต่าง ๆ สามารถนำสู่การ
จัดทำเป็นเมนูให้คณะทำงานในระดับพื้นที่ใช้เป็นกรอบแนวทางในการจัดกิจกรรม หรือการเขียนเสนอ
ขอรับการสนบั สนุนงบประมาณจากแหลง่ ต่าง ๆ รวมถึงการเป็นขอ้ เสนอการแก้ไขปญั หาให้กบั องค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถนิ่ ใหด้ ำเนนิ การบรรจเุ ขา้ แผน เป็นต้น
ทัง้ นี้ ในการนำทฤษฎสี ู่ปฏบิ ัตจิ ำเป็นต้องอาศัยการบริหารจัดการด้วยกลไกทางสังคม โดยในภาพ
เป็นการเน้นการดำเนินการอย่างมสี ่วนร่วมในรูปแบบ “บวร” ที่เน้นบทบาทหน้าที่ทางสังคมของหน่วยต่าง ๆ
ที่เชื่อมประสานกันอันเป็นรูปแบบหลักของการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม โดยในภาพ
เป็นการเชื่อมโยงกระบวนการดำเนินงานในเชิงพื้นที่ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการแก้ไขปัญหา
ความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ทั้งในมิติด้านการคุ้มครอง และด้านการช่วยเหลือป้องกัน
รวมถึงการเชื่อมกับระบบสายด่วน 1300 ในการแจ้งเหตุและขอรับคำปรึกษา ซึ่งได้ทำการทดลองใช้ในกลุ่ม
พืน้ ท่ี เพอ่ื สรา้ งกระบวนการในระดบั ชมุ ชนเช่อื มกับการขบั เคล่อื นกลไก พม.ในระดบั พ้นื ที่
สำนักงานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 7, 8 และ 9
สรุปผลการถอดบทเรยี นการขับเคลื่อนพื้นที่ปฏิบตั ิการพฒั นาสงั คม (Social Lab) ปี 2563 ภาคเหนือ 12
(2) รูปแบบผลสำเร็จของการดำเนินงานในระดับพื้นที่ ประเด็น การป้องกันและแก้ไข
ปัญหา COVID-19 ด้วยชุมชน
ตำบลแม่คือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ มีการดำเนินการในการป้องกัน และลด
ความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งมีแนวโน้มการแพร่ระบาด
ที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ให้เข้าสู่หมู่บ้านและชุมชน ตลอดจนเพื่อป้องกันกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ง่ายต่อการ
ติดเชื้อที่อยู่ในหมู่บา้ นและชุมชน มีการดำเนินการในการค้นหาและเฝ้าระวังคนในพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงต่อการ
ติดเชื้อ COVID -19 ทุกแห่งในตำบล ในช่วงที่มีสถานการณ์การระบาดของโรค โดยมีการดำเนินงาน
การป้องกันและแก้ไขปัญหา COVID-19 ด้วยชุมชน ได้แก่การดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหา COVID-19
ดว้ ยชุมชน
ตำบลแม่คอื มีการดำเนินงานดา้ นการสวัสดิการสังคมในทุกกลุ่มเป้าหมาย มกี ารจัดทำข้อมูล
และพัฒนาการดำเนินงานพัฒนาข้อมูลร่วมกับมหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ และมีการขับเคลื่อน
การดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างสวัสดิการให้กับประชากรในพื้นที่ โดยการประสานกับหน่วยงานทั้งภายใน
และภายนอก และในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่ไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่มีสถานท่ี
เสย่ี ง ท่มี ีการรวมกลุ่มของประชาชนหลายแหง่ ได้มีการดำเนนิ การในการป้องกันและแก้ไขปญั หา COVID -19
อยา่ งเข้มแข็ง ดว้ ยพลงั จากเครือข่ายในพ้ืนท่ีและเจ้าหน้าที่ทุกภาคสว่ น ถึงแมใ้ นวันน้ีในพ้ืนที่ตำบลแม่คือ จะไม่พบ
ผู้ติดเชื้อ แต่ยังมีผู้ได้รับผลกระทบและประสบปัญหาความยากลำบาก ยังรอคอยความช่วยเหลือ เยียวยา
แตก่ ารขบั เคล่ือนงาน Social Lab หรือ พืน้ ทีป่ ฏิบัติการพฒั นาสังคม เพ่อื กา้ วไปสูก่ ารเป็น Social Smart City
สำนักงานสง่ เสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 7, 8 และ 9
สรปุ ผลการถอดบทเรียนการขับเคลอื่ นพ้นื ที่ปฏบิ ัติการพฒั นาสังคม (Social Lab) ปี 2563 ภาคเหนอื 13
ชุมชนต้นแบบด้านสังคม ในพื้นที่ตำบลแม่คือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID -19 ทีมงานหน่วยงานกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ หรือ ทีม ONE HOME เชียงใหม่ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนงาน
Social Lab ภายใต้ประเด็น “การป้องกันและแก้ไขปัญหา COVID -19 ด้วยชุมชน” เพื่อรูปแบบการพัฒนา
ที่เหมาะสมในพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมของประชารัฐเพื่อสังคมในชุมชน และสามารถขยายผลไปประยุกต์ใช้
ในพื้นที่อื่นได้ต่อไป ซึ่งการดำเนินงาน Social Lab หรือ พื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม เป็นหนึ่งในกิจกรรม
ของการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการวิชาการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมในระดับพื้นที่
ของสำนักงานส่งเสริมสนับสนนุ วชิ าการ 9 สำนกั งานปลัดกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย์
คือ การศึกษาสภาพปัญหาร่วมดำเนินงานติดตามและถอดบทเรียน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วม
ของประชารัฐเพื่อสังคมในชุมชน โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเจ้าภาพสร้างชุมชนจัดการตนเอง
เริ่มที่การจัดการข้อมูล ช่วยเหลือ คุ้มครอง ป้องกัน นำไปสู่การจัดสวัสดิการสังคมและพัฒนาสังคมอย่างเป็น
ระบบ เพ่อื กา้ วไปสกู่ ารเปน็ Social Smart City ชุมชนต้นแบบดา้ นสังคมต่อไป
ตำบลแมค่ อื อำเภอดอยสะเก็ด จงั หวัดเชยี งใหม่น้ัน ไมพ่ บผูต้ ดิ เชอื้ มกี ารเฝ้าระวงั อยา่ งเต็มท่ี
เนื่องจากมีสถานที่ชุมชน จำนวนหลายแห่ง ได้มีการสื่อสาร การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับปร ะชาชน
รวมไปถึงการประสานความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือ และเยียวยาผู้ประสบปัญหา
ความเดือดร้อนอย่างเต็มที่ เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญกับภาวะวิกฤติได้ในทุกสถานการณ์ที่อาจ
มีการเปล่ียนแปลง พร้อมปรับตัวรองรับชวี ติ วิถีใหม่ไดต้ อ่ ไป
ทีม One Hone เชียงใหม่ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนงาน โดยได้ประสานความร่วมมือในการ
ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น เป็นการบรรเทาสภาพปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วน โดยการมอบเครื่องอุปโภค
บริโภค และการช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหา การลงพื้นที่เยี่ยมบ้านสอบข้อเท็จจริง ผู้ประสบปัญหา
เพื่อพิจารณาให้การช่วยเหลือและประสานการช่วยเหลือ เยียวยา อย่างเหมาะสม รวมไปถึง การวิเคราะห์
วางแผนในการดำเนินงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาสังคม เป็นชุมชนต้นแบบ
ที่เข้มแข็ง มีจิตอาสา เข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ กินอิ่ม นอนอุ่น ลดการพ่ึงพาจากภาครัฐ ภายใต้การบูรณาการ
ระบบ “คน งาน งบประมาณ และทุนทางสังคม” กับภาคีเครือข่าย ทั้งในและนอกกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ แบบ 360 องศา เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายโอนประสบการณ์
เป็น Social Lab ดา้ นการพัฒนาสังคมท่ีม่งุ สู่ความมัน่ คงของมนุษย์ต่อไป
นอกจากนี้ จังหวัดเชียงใหม่มีการขับเคลื่อน กิจกรรม CSR ร่วมฝ่าโควิด-19
CSR หรือ Corporate Social Responsibility คือ ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร
ซึ่งคือการดำเนินกิจการภายใต้หลักจริยธรรมและการจัดการที่ดี โดยรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ท้งั ภายในและภายนอกองคก์ ร เพอ่ื นำไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือการพัฒนาท่ีย่ังยนื เป็นการจัดกิจกรรมท้ังภายใน
และภายนอกองค์กร ให้ความสำคัญต่อสังคม ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีในมือให้เกิดประโยชน์สูงสุด ร่วมเป็น
CSR ช่วยเหลือ เยียวยาผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์ ม่งุ สร้างเสรมิ เครอื ขา่ ยจากทุกภาคส่วนในการมีสว่ นรว่ มพัฒนาสงั คม ภายใต้วิสยั ทศั น์ “สรา้ งสังคม
ดี คนมีคุณภาพ” พร้อมไปกับการจัดระบบสวัสดิการที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อให้ประชาชน
มหี ลักประกนั และมคี วามม่นั คงในชวี ิต
สำนักงานส่งเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 7, 8 และ 9
สรุปผลการถอดบทเรยี นการขบั เคล่ือนพน้ื ทป่ี ฏิบัติการพฒั นาสังคม (Social Lab) ปี 2563 ภาคเหนอื 14
(3) รปู แบบการขบั เคลอ่ื นการจัดตงั้ ศนู ย์ชุมชนคุ้มครองเด็ก ตำบลน้ำหมนั อำเภอท่าปลา
จังหวดั อุตรดติ ถ์
การขับเคลื่อนการจัดตั้งศูนย์ชุมชนคุ้มครองเด็ก ตำบลน้ำหมัน อำเภอท่าปลา จังหวัด
อุตรดิตถ์ เป็นการนำประเด็นสภาพปัญหาทางสังคมของกลุ่มเป้าหมายในระดับพื้นที่ ปี 62 มาทบทวน
และกำหนดแนวทางในการขบั เคล่ือนร่วมกับองค์การบรหิ ารสว่ นตำบลน้ำหมนั อำเภอท่าปลา จงั หวดั อตุ รดิตถ์
และหนว่ ยงาน One Home จงั หวัดอุตรดิตถ์ โดยบา้ นพักเด็กและครอบครัวจังหวดั อุตรดติ ถ์ เปน็ เจ้าภาพหลัก
ในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว โดยมีหน่วยงาน One Home จังหวัดเป็นหน่วยงานสนับสนุน เพื่อแก้ไข
ปัญหา 1) ความรุนแรงในครอบครัว 2) การตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น 3) เด็กและเยาวชนเสี่ยงต่อการกระทำ
ผิด และ 4) เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ที่สามารถใช้เป็นโครงการ
เชงิ คมุ้ ครอง ป้องกนั ในระดบั พ้นื ท่ี รว่ มกบั กลไกเครอื ข่ายในระดับพน้ื ท่ีได้อย่างเปน็ รูปธรรม
(4) รูปแบบพื้นที่การบูรณาการด้านสังคมโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (Community Based)
พื้นที่บูรณาการด้านสังคมเทศบาลตำบลหนองปล้อง ตำบลหนองปล้อง อำเภอวังทรายพูน
จังหวัดพิจิตรเป็นพื้นท่ีที่เหมาะแก่การทำการเกษตร ประชาชนประกอบอาชีพหลากหลาย ส่วนใหญ่
การทำเกษตรจะเน้นใช้เครื่องมือทำให้มีกำลังในการผลิตมากมีแหล่งผลิตข้าวพื้นเมืองที่มีคุณภาพ
การคมนาคมการขนส่งสะดวก มีหน่วยงานของรัฐเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนการให้กับประชาชนในตำบล
อย่างต่อเนื่อง มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในการบริหารงานที่ดี ประชาชนเข้มแข็งมีความสามัคคีคอยช่วยเหลือซึ่งกัน
และกัน นำไปสู่การกำหนดกลยุทธ์เชิงรุกจัดให้มีโครงการจำหน่ายข้าวพื้นเมืองปลอดสารพิษ ผ่านเส้นทาง
คมนาคมขนส่งธรรมชาติของชุมชน โดยมีความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและชุมชน มีการเพิ่มฐานลูกค้า
สำนักงานสง่ เสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 7, 8 และ 9
สรปุ ผลการถอดบทเรยี นการขบั เคลือ่ นพน้ื ท่ีปฏบิ ตั กิ ารพฒั นาสังคม (Social Lab) ปี 2563 ภาคเหนอื 15
โดยใช้ E-Commerce..เป็นช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในชุมชน พร้อมท้ัง
ให้ความรู้เร่ืองการพัฒนาคุณภาพชวี ิตประชาชนโดยใหช้ ุมชนเป็นฐานการชว่ ยเหลือนำไปสู่การแกป้ ัญหาหนี้สิน
ของชุมชน รวมทั้งจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมของชุมชนเพื่อรับมือกับวัฒนธรรมภายนอกชุมชนโดยใช้
ทนุ ทางสงั คมเปน็ ฐานในการเตรียมความพร้อม
ปัจจัยความสำเรจ็
• เทศบาลตำบลหนองปล้อง มีการกำหนดวิสัยทัศน์พันธกิจและยุทธศาสตร์ในการพัฒนา
ท้องถนิ่ อยา่ งเป็นระบบ
• ผบู้ รหิ ารมีภาวะความเปน็ ผู้นำสูง
• บคุ ลากรในองค์กรมคี วามร้คู วามสามารถและมคี วามรับผดิ ชอบ
• เปิดโอกาสให้ประชาชนมสี ่วนริเริ่มกจิ กรรมหรือโครงการตา่ ง ๆ ของเทศบาล
• การบรหิ ารงานมีการรับฟังความคดิ เห็นจากภายนอกและมีความคลอ่ งตัว
• ภาคเี ครือข่ายในพ้ืนที่มีความเข้มแข็ง การสนับสนนุ การชว่ ยเหลือจากหนว่ ยงานภาครัฐ เช่น
เงนิ สงเคราะห์
สำนักงานสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 7, 8 และ 9
สรุปผลการถอดบทเรยี นการขบั เคลอื่ นพน้ื ท่ีปฏบิ ัติการพัฒนาสังคม (Social Lab) ปี 2563 ภาคเหนอื 16
ส่วนท่ี 5 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางการขบั เคล่ือนพ้ืนท่ปี ฏิบตั ิการพฒั นาสงั คม ปี 64
5.1 ปัญหา อปุ สรรค ในการขบั เคลื่อนการดำเนนิ งาน
1) ไมม่ งี บประมาณเฉพาะโครงการ จงึ จำเปน็ ต้องใชเ้ งินอุดหนนุ ในการขบั เคล่ือนงาน
2) สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 หรือ COVID-19
3) ขาดกลไกขับเคลื่อนในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เช่น คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นท่ี
ปฏบิ ตั ิการพฒั นาสงั คม
4) ขาดข้อมูลกลางที่สามารถสนับสนุนการทำงานของพื้นที่ได้ โดยข้อมูลที่มีไม่มี
ความสอดคล้องกนั อีกทง้ั ขอ้ มลู มคี วามหลากหลาย
5.2 แนวทางการขบั เคล่อื นพน้ื ทีป่ ฏิบัตกิ ารพฒั นาสงั คม ปี 64
1) ตั้งงบประมาณเฉพาะโครงการทีเ่ พยี งพอ เพอื่ ใชใ้ นการขับเคลื่อนโครงการในระดบั พ้นื ท่ี
2) จัดทำฐานข้อมลู กลางท่ีมคี วามน่าเชอ่ื ถือ และสามารถนำมาใชไ้ ด้จรงิ เชน่ TPMAP
3) สร้างเครือข่ายการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่มีความหลากหลายในพื้นที่ เพื่อให้
กลุ่มเปา้ หมายไดร้ ับการชว่ ยเหลอื ท่ีครอบคลุมทกุ มติ ิ
4) ควรมีการจัดทำแผนบรู ณาการการปฏบิ ตั งิ านทัง้ ระยะสัน้ – ระยะกลาง - ระยะยาว
5.3 แนวทางการคัดเลอื กพืน้ ที่บรู ณาการในพื้นท่ปี ฏบิ ัติการพัฒนาสังคม ปี 64
1) มีองค์ประกอบการขบั เคลื่อนในรูปแบบ “บวร”
2) มีการนำแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะแนวคิด
“โคก หนอง นา” โมเดล
3) ควรเชื่อมกระบวนงานร่วมกับพื้นที่ตำบลรูปธรรมแผนชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง
ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนภาคเหนือ พอช. เนื่องจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มีตัวชี้วัดในการ
ดำเนนิ งานชุมชนเขม้ แข็ง ซ่งึ สามารถเชอ่ื มกระบวนการใหส้ เู่ ปา้ หมายเดยี วกันได้
4) เป็นพื้นที่โครงการการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาคนจนอย่างเบ็ดเสร็จแม่นยำ
หรือพื้นท่ีขยายผลตามแนวคดิ โครงการ
สำนักงานส่งเสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 7, 8 และ 9