The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cnpimpon55, 2022-08-22 06:06:34

การบันทึกบัญชีกรณีจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

เลขที่ 15 ใบงานที่ 3.2

การบันทึกบัญชีกรณี
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

สาระการเรียนรู้

ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
กลักเกณฑ์การออกใบกำกับภาษี
การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

แบบทดสอบก่อนเรียน

1.​ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม​ผู้ประกอบการมีภาระภาษีที่ต้องชำระเกิดขึ้นแล้วกี่กรณี
ก.​2​กรณี
ข.​3​กรณี​
ค.4​กรณี
ง.​5​กรณี
จ.​6​กรณี

2.​การขายสินค้าโดยทั่วไปเกิดขึ้นเมื่อใด
ก.เมื่อถึงกำหนดชำระ
ข.เมื่อส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ
ค.เมื่อถึงกำหนดชำระแต่ละงวด
ง.เ​มื่อส่งมอบสินค้าให้ตัวแทน
จ.เ​มื่อโอนกรรมสิทธิ์

3.​Tax Point​หมายถึงอะไร
ก.​วันที่ผู้ประกอบการมีภาระภาษี
ข.​เมื่ออกใบกำกับภาษี
ค.​ภาษียังไม่เกิดขึ้น
ง.​ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
จ.​ผู้ประกอบการไม่มีหน้ามี่เสียภาษี
4.ภาษีมูลค่าเพิ่มคิดในอัตตราร้อยละเท่าใด
ก.ร้อยละ 10
ข.ร้อยละ 5
ค.ร้อยละ 9
ง.ร้อยละ 7
จ.ร้อยละ3

5.​Output​T​ ax​หมายถงอะไร
ก.เมื่อถึงชำระเงิน
ข.เมื่อส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ
ค.เมื่อถึงกำหนดชำระแต่ละงวด
ง.เมื่อส่งมอบสินค้าให้ตัวแทน
จ.เมื่อโอนกรรมสิทธิ์
6.วิธีการคำนวนภาษีที่ต้องชำระคือข้อใด
ก.ซื้อสินค้า-ขายสินค้า
ข.ภาษีขาย+ภาษีซื้อ
ค.ซื้อสินค้า+ขายสินค้า
ง.ภาษีขาย-ภาษีซื้อ
จ.ภาษีขาย-ภาษีมูลค่าเพิ่ม

7.การขายสินค้าโดยการส่งออก ความรับผิดเกิดขึ้นตามแต่ละเหตุการณ์ยกเว้นข้อใด
ก.การส่งออกโดยทั่วไป
ข.การส่งออกในกรณีนำเข้าไปในเขตอุตสาหกรรม
ค.การส่งออกสินค้าอยู่ในคลังทัณฑ์บน
ง.การส่งออกสินค้าตามกฎหมายศุลกากร
จ.การส่งออกสินค้าโดยเช่าซื้อ
8.การให้บริการแบ่งออกเป็นกี่กรณี
ก.3 กรณี
ข.4 กรณี
ค.5 กรณี
ง.6 กรณี
จ.7 กรณี

9.หลักเกณฑ์การขายสินค้าแบ่งเป็นกี่ส่วนตามกฎหมาย
ก. 7 ส่วน
ข. 6 ส่วน
ค. 5 ส่วน
ง. 4 ส่วน
จ. 3 ส่วน
10.กรณีเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนทั่วไปต้องยื่นแบบ ภงด ใด
ก.ภงด.50
ข.ภงด.90
ค.ภงด.91
ง.ภงด.51
จ.ภงด.30

แบบทดสอบก่อนเรียน

แสกน QR​ นี้​เพื่อทำแบบทดสอบ
ก่อนเรียน

ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

ความรับผิดในการเสียภาษี​มูลค่าเพิ่ม​คือ​ช่วงเวลา​หรือว​ันที่ผู้ประกอบการมีภาระภาษีที่
จะต้องชำระ​เกิดขึนแล้ว​
แบ่งเป็น​4 กรณี

1.​การขายสินค้า
1.1 การขายสินค้าโดยทั่วไป​เกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ​เว้นแต่มีการกระทำ
ดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อน

(1) โอนกรรมสิทธิ์ในสินค้า
(2) ได้รับชำระราคาสินค้าทั้งหมด
(3) ได้ออกใบกำกับภาษี​

ตัวอย่าง​บริษัท​​ธนา จำกัด​ขายรถยนต์ให้นางสำลีค​ วามรับผิดในการเสียภาษีของบริษัทเกิดขึ้นเมื่อมีการส่งมอบรถยนต์​แต่
ถ้าการส่งมอบได้โอนกรรมสิทธิ์ให้นางสำลีหรือได้รับการชำระเงินแล้วหรือได้ออกใบกำกับให้แล้ว​ให้ถือว่าเกิดความรับผิดเมื่อมี
การกระทำนั้นๆ

1.2 การขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระ​เกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาค่างวดแต่ละงวด​
เว้นแต่มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนก​็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นทันที​ตามส่วนของการกระทำนั้นๆ​

(1) ได้รับชำระราคาสินค้า
(2) ได้ออกใบกำกับภาษี

ตัวอย่าง​บริษัท​ธนา​จำกัด​ได้ทำสัญญาเช่ารถใ​ห้นางสำลี​200,000 บาทตกลงราคา​10​งวด​งวดละ​20,000 บาทด​ังนั้นความรับผิดใน
การเสีภาษีเกิดขึ้นเมื่อมีการกำหนดชำระค่างวด

1.3​การขายสินค้าโดยมีการตั้งตัวแทนเพื่อขายและได้ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนแล้ว​เกิดขึ้นเมื่อได้ส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อแล้ว​เว้นแต่มี

การกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนก็ให้ถือว่าความรับผิดนั้นเกิดขึ้นทันที​ตามส่วนของการกระทำนั้นๆ​

(1) ตัวแทนได้โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้แก่ผู้ซื้อ​ (2) ตัวแทนได้รับชำระราคาสินค้า ​ (3) ตัวแทน

ได้ออกใยกำกับภาษี​หรือ (​4) ได้มีการนำสินค้าไปใช้ไม่ว่าโดย

ตัวแทนหรือบุคคลอื่น

ตัวอย่าง​โรงงานผลิตตู้เย็นทำสัญญาให้ห้างสรรพสินค้าเป็นตัวแทนจำหน่าย​เมื่อโรงงานส่งมอบตู้เย็นให้ห้างสรรพสินค้าเพื่อขาย​ความ
รับผิดชอบในการเสียภาษีของโรงงานยังไม่เกิดขึ้น​จนกว่าห้างสรรพสินค้าจะได้ขายตู้เย็นให้ผู้ซื้อและมอบให้แก่ผ้ ูซื้อ

1.4​การขายสินค้าโดยการส่งออก​ ความรับผิดเกิดขึ้นตามแต่ละเหตุการณ​์ ดังนี้
(1) การส่งออกโดยทั่วไป​เกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออกว​ างหลักประกันอากรขาออก​ ​เว้นแต่กรณีไม่ต้องเสียอากรขาออกค​ วามรับผิด

เกิดขึ้นเมื่อออกใบขนส่งสินค้าขาออกตามกฎหมายศุลกากร
(2) การส่งออกในกรณีนำสินค้าเข้าไปในเขตอุตสาหกรรมส่งออก​เฉพาะสินค้าที่ต้องเสียภาษีอากรขาออกหรือได้รับการยกเว้นอากรขา

ออก​ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตอุตสาหกรรมส่งออก
(3) การส่งออก​สินค้าอยู่ในคลังทัณฑ์บน​ตามกฎหมายศุลกากร​

ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อนำสินค้าออกจากคลังสินค้า

1.5 การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม​ในอัตราร้อยละ​ 0ใ​นกรณีขายให้สถานทูต
​สถานกงสุล​หรือองค์การสหประชาชาติ​และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์สินค้าแล้ว​ทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่า
เพิ่ม​เกิดขึ้นเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สินค้า

ตัวอย่าง​ ​บริษัท​ธนา​จำกัด​ขายรถยนต์ให้แก่สถานทูตเมียนมาร์​เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ​0​ต่อมาสถานทูตขายต่อให้นาย​
ธนนท์​นายธนนท์ผู้รับโอนเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม​ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้นเมื่อโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์

2.​การให้บริการ

2.1 การให้บริการทั่วไป​เกิดขึ้นเมื่อได้รับการชำระค่าบริการ​ เว้นแต่ได้มีการออกใบกำกับภาษีให้แก่ลูกค้า​ ก่อนได้รับชำระค่า
บริการ​ก็ให้ถือว่าเกิดขึ้นแล้วตามส่วนของการกรพทำ

ตัวอย่าง​ นายมานะเปิดบริการซ่อมรถยนต์​ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้นเมื่อลูกค้าได้ชำระค่าบริการซ่อมรถยนต์​ เว้นแต่ก่อน
ได้รับชำระค่าซ่อมรถยนต์​นายมานะได้ออก
ใบกำกับภาษีให้ลูกค้า​ จึงถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้นแล้ว

2.2 การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำ เกิดขึ้นเมื่อได้รับราคาค่าบริการที่สิ้นสุดลง​เว้น
แต่ก่อนได้รับชำระค่าบริการมีการออกใบกำกับภาษีหรือได้ใช้บริการก​็ถือว่าเกิดขึ้นแล้วตามส่วนของการกระทำนั้น​ๆ

ตัวอย่าง​บริษัทรับเหมาก่อสร้างทำสัญญาตกลงแบ่งส่วนการชำระราคาตามส่วนของงานแบ่งเป็น​3​งวด​งวดที่1​เมื่อนอกเสาเข็ม​งวดที่​
2​เมื่อทำผนัง​งวดที่3​เมื่อเดินไฟฟ้าแ​ ละเก็บงาน ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าก่อสร้างของเเต่ละงวด

2.3 การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีดารใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร​
เกิดขึ้นเมื่อมีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วนแล้วแ
ต่กรณี
ตัวอย่าง​บริษัท​ก่อสร้าง​จำกัด​ว่าจ้างให้บริษัทในประเทศจีนออกแบบสร้างโรงงานในไทย
​รับความผิดในการเสียภาษี​เมื่อบริษัทก่อสร้าง​จำกัดช​ ำระค่าออกแบบให้กับบริษัทประเทศจีน​โดยบริษัทก่อสร้างมีหน้าที่นำ
ส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม

2.4 การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ​0​ตามมาตรา​80/1(5) และ
ภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในการบริการทำให้ผู้รับโอนมีหน้าที่ต้องเสีย
ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา​82/1(2) ความรับผืดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระค่าบริการ
ตัวอย่าง​สถานทูตญี่ปุ่นได้สิทธิการเช่าโทรศัพท์​ เสียภาษีในอัตราร้อยละ​0​ต่อมาสถานทูตได้โอนให้นางสำรวยท​ ำให้นางสำรวยมีหน้า
ที่ต้องเสียภาษี​มูลค่าเพิ่มค​ วามรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการจากนางสำรวย

3.​การนำเข้า
3.1​การนำเข้าทั่วไป​เกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาเข้า​วางหลักประกันอากรขาเข้า​เว้นแต่กรณีไม่ต้องเสียภาษีอากรขาเข้า​
3.2 นำสินค้าในราชอาณาจักร​เข้าไปในเขตอุตสาหกรรมส่งออก​แล้วนำสินค้าออกจากเขตอุตสาหกรรมส่งออก(​เข้ามาใน
ประเทศ)​โดยมิใช่เพื่อการส่งออก(​ไปต่างประเทศ)​ เกิดขึ้นในวันที่นำสินค้านั้นออกจากเขตอุตสาหกรรมโดยมิใช่เพื่อการส่ง
ออก

3.3 การนำเข้ากรณีตกค้างตามกฎหมายว​่าด้วยศุลกากร​เกิดขึ้นเมื่อทางการได้ขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่น​เพื่อนำเงินมาชำระค่าภาษี​
หรือค่าภาระติดพัน
3.4 การนำเข้าสินค้าที่จำแนกประเภทไว้​ในภาคที่ได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร​เกิดขึ้นพร้อมกับ
ความรับผิดตามกฏหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร

4.ก​ ารขายสินค้าหรือการให้บริการในบางกรณี
4.1 ขายกระแสไฟฟ้า​น้ำประปา​หรือสินค้าที่มีลักษณะเดียวกัน​เกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระสินค้าหรือได้มีการออกใบกำกับภาษี​ก่อนได้รับ
ชำระราคาสินค้าแล้วแต่กรณี
4.2 ขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่าง​เช่น​สิทธิบัตรเ​ครื่องหมายการค้า​สัมปทาน​ลิขสิทธิ์​​เกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาสินค้า​
4.3 ขายสินค้าหรือบริการด้วยเครื่องอัตโนมัติ​ ซึ่งชำระราคาด้วยการหยอดเหรียญ บัตร​ เกิดขึ้นเมื่อได้นำเงิน​บัตร​หรือสิ่งอื่นใดออก
จากเครื่องอัตโนมัติ

หลักเกณฑ์การออกใบกำกับ
ภาษี

เกณฑ์การออกใบกำกับภาษี​สำหรับการขายสินค้า​แบ่งเป็น​3​ส่วนตามกฎหมาย
(1) ส่งมอบสินค้า : เมื่อมีการส่งมอบสินค้า​ให้ออกใบกำกับภาษีพร้อมกันด้วย​
(2) รับชำระค่าสินค้าก่อนส่งมอบ : เมื่อมีการรับเงินสำหรับค่าสินค้า​แม้ว่าจะยังไม่ได้ส่งมอบ ก็ต้องออกใบกำกับ

ภาษีด้วย
(3) โอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าก่อนส่งมอบ​: เมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าก่อนส่งมอบ​ก็ต้องออกใบกำกับภาษีเลย

ทันทีที่ส่งมอบ

ในทางปฏิบัติ​เรามักจะเจอกรณีที่​
1.​ส่งมอบสินค้าในรูปของการซื้อขายทั่วไป​หรือ
2.​รับชำระค่าสินค้าก่อนส่งมอบในรูปแบบของเงินมัดจำเป็นส่วนใหญ่

หลักเกณฑ์การออกใบกำกับภาษี​ สำหรับการให้บริการ​แบ่งเป็น​ 2ส่วนตามกฎหมาย​
(1) รับชำระค่าบริการก่อนให้บริการ: แม้ว่ายังไม่ให้บริการ​แต่ถ้าได้รับค่าบริการแล้วเราต้องออกใบกำกับภาษี​เมื่อได้

รับค่าบริการด้วย
(2) มีการใช้บริการก่อนชำระค่าบริการ​: แม้ว่ายังไม่ได้รับชำระเงิน​แต่ถ้าได้มีการให้บริการแล้วต้องออกใบกำกับภาษี

ด้วย

การคำนวณภาษีมูลค่า
เพิ่ม

1.ก​ รณีเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนทั่วไป(​เสียภาษีอัตราร้อยละ7​
ต้องยื่นแบบ​ก.พ​30​ พร้อมใบกำกับชำระภาษี(ถ้ามี)​เป็นเดือนภาษีทุกเดือน​ไม่ว่าจะได้ขายสินค้าห​ รือให้บริการในเดือนภาษีนั่นหรือ
ไม่ก็ตามก​ ารคำนวณภาษีที่ที่ต้องชำระในแต่ละเดือน

ภาษีมูค่าเพิ่มที่ต้องชำระ​ = ภาษีขาย​- ภาษีซื้อ
ภาษีขาย>ภาษีซื้อ​= ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชะระ
ภาษีขาย<ภาษีซื้อ=​ ภาษีที่มีสิทธิขอคืนส่วนต่างเป็นเงินหรือขอเครดิตภาษีในเดือนถัดไป

ตัวอย่างที่ 1บริษัท รุ้งฟ้า จำกัด มียอดขายสินค้าประจำเดือน มิถุนายน 25x1ดังนี้
ยอดซื้อสินค้า เป็นจำนวน 120,000 บาท ขายสินค้า เป็นเงินจำนวน 250,000 บาท อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม7%
ให้ทำ 1.คำนวณภาษีขาย

2.คำนวณภาษีซื้อ
3.คำนวณจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระหรือขอคืน

ภาษีขาย = ขายสินค้า x 7% วิธีการคำนวณ
= 250,000 x 7%

=17,500

ภาษีซื้อ = ซื้อสินค้า x 7%
= 120,000 x 7%
=8,400

ภาษีมูลค่าเพิ่ม = ภาษีขาย - ภาษีซื้อ
 = 17,500 – 8,400
 = 9,100
สรุป ภาษีขาย >ภาษีซื้อ
ดังนั้น กิจการขอคืนภาษีเป็นเงินจำนวน 9,100 บาท

2.​กรณีเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ​0
ผู้ส่งออกสินค้าเสีนภาษีในอัตราร้ร้อยละ​0​จากมูลค่าส่งออก​ภาษีขายจึงมีค่าเป็น​0​เสมอ​ในขณะที่ภาษีซื้อจะขึ้น
อยู่ตลอดเวลา​ดังนั้น​ ผลการคำนวณจึงเป็นลบ​อันเกิดจากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายทำให้มีการคืนภาษีให้แก่ผู้
ประกอบการจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกเท่าจำนวนภาษีซื้อที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละเดือน

ภาษีขาย = 100,000 x 0 (อัตราร้อยละ 0)
 = 0 บาท
ภาษีซื้อ = 50,000 x 7/100
= 3,500 บาท
ภาษีมูลค่าเพิ่ม = ภาษีขาย - ภาษีซื้อ
ภาษีจากผลการคำนวณ = 0 - 3,500
 = - 3,500 บาท
ผลการคำนวณภาษีหนเดือนนี้ ปรากฏว่าเป็นลบ (-) กล่าวคือ ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายผู้ประกอบการจด
ทะเบียนที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 มีสิทธิขอคืนภาษีจำนวน 3,500 บาท

แบบทดสอบหลังเรียน



1.​ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม​ผู้ประกอบการมีภาระภาษีที่ต้องชำระเกิดขึ้นแล้วกี่กรณี
ก.​2​กรณี
ข.​3​กรณี​
ค.4​กรณี
ง.​5​กรณี
จ.​6​กรณี

2.​การขายสินค้าโดยทั่วไปเกิดขึ้นเมื่อใด
ก.เมื่อถึงกำหนดชำระ
ข.เมื่อส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ
ค.เมื่อถึงกำหนดชำระแต่ละงวด
ง.​เมื่อส่งมอบสินค้าให้ตัวแทน
จ.เ​มื่อโอนกรรมสิทธิ์

3.​Tax Point​หมายถึงอะไร
ก.​วันที่ผู้ประกอบการมีภาระภาษี
ข.​เมื่ออกใบกำกับภาษี
ค.​ภาษียังไม่เกิดขึ้น
ง.​ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
จ.​ผู้ประกอบการไม่มีหน้ามี่เสียภาษี
4.ภาษีมูลค่าเพิ่มคิดในอัตตราร้อยละเท่าใด
ก.ร้อยละ 10
ข.ร้อยละ 5
ค.ร้อยละ 9
ง.ร้อยละ 7
จ.ร้อยละ3

5.​Output​T​ ax​หมายถงอะไร
ก.เมื่อถึงชำระเงิน
ข.เมื่อส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ
ค.เมื่อถึงกำหนดชำระแต่ละงวด
ง.เมื่อส่งมอบสินค้าให้ตัวแทน
จ.เมื่อโอนกรรมสิทธิ์
6.วิธีการคำนวนภาษีที่ต้องชำระคือข้อใด
ก.ซื้อสินค้า-ขายสินค้า
ข.ภาษีขาย+ภาษีซื้อ
ค.ซื้อสินค้า+ขายสินค้า
ง.ภาษีขาย-ภาษีซื้อ
จ.ภาษีขาย-ภาษีมูลค่าเพิ่ม

7.การขายสินค้าโดยการส่งออก ความรับผิดเกิดขึ้นตามแต่ละเหตุการณ์ยกเว้นข้อใด
ก.การส่งออกโดยทั่วไป
ข.การส่งออกในกรณีนำเข้าไปในเขตอุตสาหกรรม
ค.การส่งออกสินค้าอยู่ในคลังทัณฑ์บน
ง.การส่งออกสินค้าตามกฎหมายศุลกากร
จ.การส่งออกสินค้าโดยเช่าซื้อ
8.การให้บริการแบ่งออกเป็นกี่กรณี
ก.3 กรณี
ข.4 กรณี
ค.5 กรณี
ง.6 กรณี
จ.7 กรณี

9.หลักเกณฑ์การขายสินค้าแบ่งเป็นกี่ส่วนตามกฎหมาย
ก. 7 ส่วน
ข. 6 ส่วน
ค. 5 ส่วน
ง. 4 ส่วน
จ. 3 ส่วน
10.กรณีเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนทั่วไปต้องยื่นแบบ ภงด ใด
ก.ภงด.50
ข.ภงด.90
ค.ภงด.91
ง.ภงด.51
จ.ภงด.30

แบบทดสอบหลัง
เรียน

สแกน​QR​ นี้​เพื่อทำแบบ
ทดสอบหลังเรียน


Click to View FlipBook Version