The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แหล่งเรียนรู้เเละภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลท่ากระดาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookcha, 2020-04-27 04:48:09

แหล่งเรียนรู้เเละภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลท่ากระดาน

แหล่งเรียนรู้เเละภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลท่ากระดาน



คาํ นํา

เอกสารเลมนี้ จัดทําข้ึนเพื่อเผยแพรแหลงเรียนรูที่เปนเครือขายของ ศูนยเรียนรูตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม ซึ่งเปนภารกจิ หนง่ึ ของ คณะกรรมการ กศน.ตําบล เพ่อื ใหประชาชน ผู
ทีส่ นใจ สถานศึกษา องคก ร และหนวยงานทเี่ กี่ยวขอ ง ใชเปนขอมลู ในการเลือกสถานท่ีสําหรับศกึ ษาดูงาน ของ
นักเรียน นักศึกษา และประชาชนท่ีสนใจ ไดมีความรูเก่ียวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตร
ทฤษฎีใหม ในเอกสารประกอบดวย ภูมิปญญา แหลงเรียนรูทางดานการเกษตร การปศุสัตว การแปรรูป
ผลิตภัณฑทางการเกษตรตางๆ โดยไดรวบรวมแหลงเรียนรูและภูมิปญญาทองถ่ินจากทุกแหงของตําบลทา
กระดาน อําเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ผูดําเนินการ หรือเจาของยินดีถายทอดความรูเพื่อเปน
วทิ ยาทานแกผ ทู ี่สนใจ ขอเขา แลกเปลี่ยนเรยี นรู และศกึ ษาดงู านดว ยความเต็มใจ

ทางคณะผูจัดทําขอขอบพระคุณผทู ่ีเก่ียวของ ในการใหค วามอนุเคราะหข อมลู ทีเ่ ปนประโยชนส ําหรับ
จดั ทําเอกสารฉบบั นี้เปนอยา งสูง หวังเปนอยา งย่ิงวา เอกสารเลมนี้ จะเปน ประโยชนกับผูท่ีสนใจและหนวยงาน
ท่ีเกยี่ วของในการพฒั นาการศกึ ษาตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและเกษตรทฤษฎีใหมต อไป

ผจู ดั ทํา
กศน.ตาํ บลทา กระดาน
วัน ๒๗ เดือน กุมภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๖๓



สารบญั

เรอ่ื ง หนา
พระราชดาํ รสั เศรษฐกิจพอเพียง .............................................................................................................. ๑
แผนท่ีตําบล ............................................................................................................................................๒
ตอนที่ 1 ..................................................................................................................................................๓
ตอนท่ี ๒ ..................................................................................................................................................๔
แหลงเรียนรู .............................................................................................................................................๔

๑.ดานเกษตรผสมผสาน .................................................................................................................๔
ประวัตคิ วามเปนมาของแหลงเรยี นรู ..............................................................................................๔
การบรหิ ารจดั การแหลงเรียนรู .......................................................................................................๔
องคค วามรู .....................................................................................................................................๔
หลักสูตรทส่ี ามารถถา ยทอดองคความรู ..........................................................................................๕
ขน้ั ตอนกระบวนการ....................................................................................................................... ๕
วสั ดุอุปกรณ................................................................................................................................... ๕
วิธกี ารทาํ .......................................................................................................................................๕
การใสปุย ไผตง ...............................................................................................................................๕
การเลย้ี งลาํ และการตัดแตงกอไผต ง ...............................................................................................๖
การปองกนั กาํ จดั แมลงศตั รูของไผต ง .............................................................................................๖
การเล้ยี งกบในกระชัง .....................................................................................................................๗
หนว ยงานเครือขาย ........................................................................................................................๘
๒.ดานเศรษฐกจิ พอเพยี งชมุ ชน “บา นสวนออนซอน” ....................................................................๘
ประวัติแหลงเรยี นรู ........................................................................................................................๘
การบริหารจดั การแหลงเรียนรู .......................................................................................................๘
การเดนิ ทางไปยังแหลงเรยี นร/ู แผนที่ .............................................................................................๘
องคค วามรู .....................................................................................................................................๙
หลกั สูตร/กจิ กรรม ..........................................................................................................................๙
หลักสูตร “เกษตรผสมผสานของสวนออนซอน” ............................................................................๙
หนวยงานเครือขา ย ........................................................................................................................๙



ภมู ปิ ญญาทองถนิ่ ........................................................................................................................ ๑๐
ดา น การเกษตร .......................................................................................................................... ๑๐
ขอ มูลติดตอ ................................................................................................................................ ๑๓
ผจู ดั ทําเอกสาร ............................................................................................................................ ๑๕

พระราชดํารัสเศรษฐกจิ พอเพยี ง

“สมัยกอนนี้พอมีพอกนิ สมัยน้ีชักจะไมพ อมีพอกิน จึงตองมีนโยบายทจ่ี ะทําเศรษฐกจิ พอเพียง เพื่อทจ่ี ะใหทกุ
คนมีความพอเพยี งได ใหพอเพียงน้ีกห็ มายความวา มีกนิ มีอยู ไมฟุม เฟอย ไมห รหู รากไ็ ด แตวา พอ
เศรษฐกจิ พอเพียง...จะทาํ ความเจริญใหแกป ระเทศได
แตต อ งมีความเพยี ร แลว ตองอดทน ตองไมใ จรอ น
ตองไมพ ูดมาก ตองไมทะเลาะกัน ถาทาํ โดยเขาใจกนั เชอ่ื วาทกุ คนจะมีความพอใจได. ..”
พระราชดาํ รสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหวั พระราชทาน ณ วนั ที่ ๔ ธนั วาคม ๒๕๔๑

“เศรษฐกิจพอเพยี งเปนเสมือนรากฐานของชีวติ รากฐานความมน่ั คงของแผน ดิน เปรยี บเสมือนเสาเข็ม
ท่ถี ูกตอกรองรบั บานเรือนตวั อาคารไวนัน่ เอง สิ่งกอ สรางจะมน่ั คงไดกอ็ ยูทเ่ี สาเข็ม
แตคนสว นมากมองไมเหน็ เสาเข็มและลืมเสาเข็มเสียดวยซ้ําไป”
พระราชดาํ รัสของพระบาทสมเด็จพระเจา อยหู วั
จากวารสารชยั พฒั นาประจําเดือนสิงหาคม ๒๕๔๒



แผนท่ตี าํ บล

วัดบา้ นนายาว

ตลาดสดบา้ นนายาว
ร.ร.ตชด.บา้ นนายาว

กศน.ตําบล
ท่ากระดาน

อ.สนามชัยเขต กศน.อําเภอสนามชยั เขต
ร.พ สนามชัยเขต
หา้ แยกหวั นา
ไปอาํ เภอท่าตะเกยี บ



ตอนที่ 1
บทนาํ
ความเปน มา
ตําบลทากระดานเดมิ ชื่อวาทา ววั ตอ มาเปลี่ยนชอ่ื เปน ทากระดาน ปจจบุ นั ตาํ บลทากระดาน มี
23 หมูบาน ประชากรสวนใหญอพยพมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 80 % อาชีพสวนใหญ คือ
เกษตรกรรม มีท้ังปลูกพืช เลี่ยงสัตว ประมง กสิกรรม อาทิ ปลูกมันสําปะหลัง ขาว ขาวโพด พืชสวน อาทิ
ยางพารา ปาลมนํา้ มัน ยูคาลิปตัส มะมว ง ลาํ ไย เปน ตน พนื้ ที่สวนใหญอ ยูในเขต สปก.มเี อกสารสิทธิท์ ี่ดินทาํ กิน
เปน ภบท.5 อยูในเขตปาเส่ือมโทรม ปาสงวนแหงชาติ ติดเขตแนวกันชนเขตอนุรักษพันธสัตวปาเขาอางฤาไน
พ้ืนที่รอยตอ 5 จังหวัด ภาคตะวันออก พื้นที่สวนใหญเปนดินลูกรัง เปนที่ราบสูง ลอนลูกฟูก มีภูเขาและลํา
คลองเปนแนวกั้นเขตแดน และติดตอ ตําบลทุงพระยา และอําเภอทาตะเกียบ อีกทั้งมีปาไมอยูมากมาย
ประชาชนสว นใหญประกอบอาชพี เกษตรกรรม ไรม นั สําปะหลัง ยูคาลปิ ตัส ปลกู ขาว ปลูกยางพารา ปลูกผัก
ทาํ สวนมะมวง ทําสวนปาลม และปลูกไผตง
พ้ืนท่ีตําบลทากระดาน สวนใหญเปนดินลูกรัง เปนท่ีราบสูง ลอนลูกฟูก มีภูเขาและลําคลอง
เปนแนวก้ันเขตแดน และติดตอ ตําบลทุงพระยา และอําเภอทาตะเกียบ อีกทั้งมีปาไมอยูมากมาย ประชาชน
สวนใหญประกอบอาชีพเกษตรกรรม ชาวบานสวนใหญมีรายไดนอยประชาชนมีหนี้สินจากแหลงเงินทุนใน
ระบบและนอกระบบคอนขางสูง ประชาชนขาดโอกาสในการเขาถึงแหลงเงินทุน เนื่องจากไมมีเอกสารสิทธิใน
ท่ีดินทํากินหรือมีท่ีทํากินนอย รายไดของประชาชนเหลื่อมล้ํากัน ยากจน และวางงานตลอดจนถูกเอารัดเอา
เปรียบจากนายทุน จากการทําเวทีประชาคม ความตองการของชาวบานพบวา ประชาชนตองการนําหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดําริมาเปนตนแบบในการดํารงชีวิต จึงไดเกิดแหลงเรียนรูและภูมิ
ปญญาจากการมีโอกาสไดไปศึกษาดูงาน และนาํ มาปฎบิ ัติจนสามารถถายทอดองคค วามรใู หก ับคนในชมุ ชนได
จากการนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดํารอมาเปนตนแบบในการ
ดาํ รงชีวติ ทําใหตําบลทากระดานมีแหลงเรยี นและภูมิปญ ญาในพื้นที่เพื่อใหป ระชาชนในพ้ืนทีไ่ ดเ ขามาศึกษาหา
ความรูแ ละนํามาปรบั ใชใ นชีวติ ประจาํ วนั คือ แหลงเรยี นรดู านการเกษตรผสมผสานบานทุงเหียง ท่ีใชเ ปนแหลง
ศึกษาหาความรูเก่ียวกับการทําไรนาสวนผสม การปลูกไผตง และแหลงเรียนรูดานเศรษฐกิจพอเพียงชุมชน
บานสวนออนซอน ใชศึกษาหาความรูเกี่ยวกบั การปลูกปา ๓ อยาง ประโยชน ๔ อยางซึ่งเปนแนวพระราชดําริ
ของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว แหลงเรียนรูทั้ง ๒ แหง นี้ยังมีภูมิปญญาทองถิ่นท่ีมีความรูความสามารถ
ถายทอดองคค วามรไู ดเปน อยา งดี



ตอนที่ ๒
แหลงเรยี นรู
กศน.ตาํ บลทากระดาน มีแหลงเรยี นรู จาํ นวนทงั้ สิน้ ๒ แหง ประกอบดวย
๑.ดานเกษตรผสมผสาน
แหลงเรยี นรเู กษตรผสมผสาน มี นายสมคิด กอนคอน เปน ผูดูแล ซง่ึ อยูใ นพื้นท่ีความรบั ผดิ ชอบของกศน.ตําบล
ทา กระดาน โดยมนี างสาววิภาวรรณ บุณแพง ครูกศน.ตาํ บล เปน ผรู บั ผดิ ชอบ แหลง เรียนรตู ้ังอยทู ี่บานทงุ เหยี ง
เลขที่ ๒๗ หมูที่ ๑๘ ตําบลทา กระดาน อําเภอสนามชยั เขต จงั หวัดฉะเชิงเทรา รหัสไปรษณยี  ๒๔๑๖๐ เบอร
โทรศพั ท ๐๘๗ ๑๔๒๘๙๖๓
ประวตั ิความเปน มาของแหลงเรยี นรู
นายสมคิด กอนคอน ไดเขาศึกษาและเรียนรูจากศูนยการเรียนรูหลายๆแหง เชน เร่ืองการจัดการวน
เกษตร จากผใู หญวบิ ูลย เขม็ เฉลิม ปราชญชาวบานเกษตรนักคิด แลวนําความรูประสบการณม าปรบั ใชท่ีไรข อง
ตนเอง ซ่ึงปลูกพืชทุกอยางที่กินและกินทุกอยางท่ีปลูก เหลือกินจึงขายภายใตหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
นายสมคิด กอนคอน มีแนวคิดในการพ่ึงตนเอง คือพ่งึ พาตนเองอยางพัฒนา สรา งความสาํ เร็จบนพื้นฐานความ
พอเพียง สรางจิตสํานึกใหเ กษตรรูจักรักตวั เอง มีวิถกี ารดําเนินชีวติ มีการวางแผนรวมกันในครอบครัว รว มแบง
เบาทุกขสุขซ่ึงกันและกัน เพื่อความม่ันคง จึงกายเปนจุดเร่ิมตนของศูนยเรียนรูเศรษฐกิจพอเพียงบานทุงเหียง
ซง่ึ กศน.อําเภอสนามชยั เขต จงั หวัดฉะเชงิ เทรา จัดตั้งขน้ึ เมือ่ ป ๒๕๕๙ กศน.อําเภอสนามชัยเขต มวี ัตถุประสงค
เพ่ือเปนศูนยการเรียนรูดานเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อใหมีการเรียนรูในการทําการเกษตรผสมผสานตามแนว
เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อใหเกิดการเรียนรูทางการเกษตรอยางมีประสิทธิภาพ โดย นายสมคิด กอนคอน เปน
ผูดูแล เริ่มจากการปลูกขาวหอมมะลิ จํานวน ๑๕ ไร ปลูกมะขามยักษ ปลูกดอกดาวเรือง พืชผักสวนครัว
เล้ียงปลา เล้ียงกบ และทําปุยหมักชีวภาพ มีกิจกรรมการเรียนรูการปลูกไผตรง การทํานาขาว การเล้ียงปลา
การเล้ียงกบในกระชงั การทาํ ปุยหมกั ชวี ภาพ การทาํ สมุนไพรปองกันกาํ จดั ศตั รูพืช เปนตน
การบรหิ ารจดั การแหลงเรียนรู
แหลงเรียนรูเศรษฐกิจพอเพียงบานทุงเหียง ตําบลทากระดาน อาํ เภอสนามชยั เขต จังหวดั ฉะเชิงเทรา
สามารถรองรบั ผเู ขาเยย่ี มชมได จํานวน ๕๐ คน ไมเ สยี คาใชจ ายในการเขาเยี่ยมชม และการเขา เยยี่ มชมนนั้ ตอ ง
ไปกลับไมสามารถพักคางคืนได แตถาจะคางคืนสามารถคางคืนไดที่บานนาอีสาน หมูที่ ๑๖ ตําบลทากระดาน
ซง่ึ มโี ฮมสเตยไ วร องรบั ผทู ีม่ าดงู านหรอื มาทอ งเที่ยว
การเดินทางไปยงั แหลง เรยี นร/ู แผนท่ี
สามารถเดินทางไดดวยรถประจําทางสายนายาว – สนามชัยเจต ระยะทาง 62 กิโลเมตร และรถ
สวนบคุ คล แหลง เรียนรูหา งจาก กศน.ตาํ บลทากระดาน ๒ กโิ ลเมตร
องคความรู
การทําไรนาสวนผสม มีการทําการเกษตรหลายๆอยางในพื้นท่ีเดียวกัน เปนการลดความเสี่ยงจากภาวะอากาศ
และราคา เนนความหลากหลายของพืช เชน ปลูกขาว ไมผล พืชผัก เล้ียงไก เปด เลี้ยงปลา เปนอาหารและ
ขายเปนรายได ลดรายจายและเพิ่มรายไดแกครอบครัว และเปนการใชทรัพยากรในไรนาอยางมีประสิทธิภาพ
รักษาความสมดุลของระบบนิเวศ ผลผลิตท่ีได เชน ขาว ไผตง มะขามเปร้ียว กบ ปลา และหลังจากเก็บเก่ียว


ขา วแลว ก็จะปลูกดาวเรอื ง มันเทศ นอกจากจะสรางรายไดอีกทางและเปน การปรบั สภาพดิน และใชพืน้ ทใ่ี หเกิด
ประโยชนสงู สุด
การปลูกไผตงจํานวน ๑๕ ไร พนั ธปุ ราจีนบุรี มกี ารบํารงุ รกั ษา การตดั แตงกิง่ เพ่ือใหอากาศถายเท และปองกัน
เช้ือโรค ก่ิงที่ตัดก็นําไปขายไดหรือนําไปใชประโยชนอยางอ่ืนได และการควบคุมหนอไมไมใหออกผลผลิตมาก
และใชถุงดําคลุมหนอไม เพ่ือใหผิวสวย ปองกันกันแมลงมากัดกินทําใหเกิดความเสียหาย และผลผลิตท่ีไดมี
ความสมบูรณ มีนํ้าหนักดี และไดราคาดี มีการลดตนทุนการผลิตโดยการทําปุยหมักชีวภาพไวใชเอง การใชปุย
อินทรียในการปลูกไผตงจะทําใหไผตงไมทรุดโทรมเร็วเหมือนการใชปุยเคมี มีการรวมกลุมผูปลูกไผตงเพื่อ
รวบรวมผลผลิตและ สามารตอ รองราคากบั พอ คาคนกลางได
หลกั สตู รทส่ี ามารถถายทอดองคค วามรู
1.การปลูกไผต ง
ขั้นตอนกระบวนการ
วสั ดอุ ุปกรณ
๑.พนั ธไผตง ๑ ไรใ ช ๑๒๐ ตน
2.ปุยคอก
3.ไมไผ
วิธกี ารทํา
1.เริ่มการเตรียมพื้นที่ปลูกโดยการไถหยาบตาก
แดดใหดินแหงเพ่ือกําจัดเชื้อราและวัชพืชบางชนิด
ท้ิงไว สกั 5-7 วนั ไถละเอยี ดอีกครง้ั
2. ขุดหลุมปลูกใหไดขนาดประมาณ 40 x 40 x
40 โดยขุดหลุมและนําดินข้ึนมากองไวใสปุยคอก
ผสมกับหนา ดินท่ีขุดข้ึนมาลงไปประมาณ 0.5-1.0
กิโลกรัม แนะนําใหใสยาฆาแมลงฟูราดานลงไป
ดว ย 1 ชอ นชาเพอื่ แกปญหาปลวกในพนื้ ทป่ี ลกู
3. ผสมดินกับปุยคอกใหเขากันรองกนหลุมดวยดินท่ีผสมปุยคอกแลวเพ่ือเปนอาหารใหตนไผในชวงสองเดือน
แรกโดยจะใหสูงจากดินกน หลุม ประมาณ 10-15 ซม. แลวนาํ ตน กลาไผตงวางลงไปในหลุม
4. วางกิ่งไผเอียงประมาณ 50-60 องศาเพราะหนอตอไปจะไดแทงขึน้ ตรงและเร็วฉีกถุงพลาสตกิ ออกกอ นวาง
ก่ิงพันธุ กลบดินจนพูนตอนน้ีใหรดนํ้าและอัดดินใหแนนเมื่อดินลางแนนแลวใหกลบดินท้ังหมดลงไป พูนดิน
บริเวณโคนก่งิ ไผใ หเปนเนนิ สูงเลก็ นอยใหเปน เนนิ บรเิ วณโคนตนไผ
๕.ใชไมปกเปนหลักตอกยึดกิ่งไผไวใหแนนเพ่ือกันลมโยกหรือถาลมไมแรงมากก็ไมตองปกหลักไม รดนํ้าใหชุม
ควรใชทางมะพรา วหรอื วสั ดุอน่ื ชวยพรางแสงแดดจนกวาตน กลาจะมใี บใหญ และต้ังตัวได แลวจึงคอ ยเอาออก
การใสป ยุ ไผต ง

ในชวงแรก (1-3เดือน) ตนไผสามารถใชปุยคอกท่ีคลุกเคลาไปกับดินท่ีปลูกไดพอ แตในระยะตอๆ ไป
จําเปนตองมีการพรวนดินรอบๆกอและใสปุยคอก 1 เดือน/คร้ัง ครั้งละประมาณ 2-3 กิโลกรัม ในระยะน้ี
อาจจะเห็นวาหนอท่ีแตกจะมีขนาดคอนขางเล็กและจะมีขนาดโตขึน้ ทุกๆ ป ถาความชมุ ช้ืนและดินอดุ มสมบรู ณ
ดีเพียงพอ แตถาจะใหผลรวดเร็วควรจะใหปุยเคมี 46-0-0 เรง ประมาณ2-3กํามือ/กอ/เดือน จะทําใหไผเกิด


หนอปริมาณมากตลอดป พอเขาเดือนที7่ จะทาํ การตัดแตงกอและพรวนดินเพ่ือกําจัดวชั พืช ปกตินยิ มพรวนดิน
อกี ครง้ั ในชวงเดอื นตุลาคมถึงพฤศจิกายน กอนที่ดินจะแหง เพราะถาดนิ แหงจะพรวนดินยาก ในกรณีที่ตองการ
เรงการออกหนอ (กรณีพิเศษ)จะใสในชวงตน เดือน ก.พ.ถงึ พ.ค. ปุยท่ีนิยมคอื ใชปุย คอกเปนหลกั ในอัตรา 2-3
กิโลกรัมตอ กอ/เดือน หรืออาจใชปุยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 200กรัมตอกอ และปุยเคมีสูตร 46-0-0
200กรมั /กอ (เรงหนอเพื่อขาย กอนหนอ ไมไทยจะเรม่ิ ออกหนอ )
การเลยี้ งลาํ และการตัดแตงกอไผต ง

ไผตง เมื่อปลูกไดประมาณ 3-4 เดือนจะเริ่มแตกหนอไดประมาณ 2-3 ลํา ในระยะแรกน้ีจะไมมีการ
ตัดหนอเลย ปลอยใหเปนลําตอไป การดูแลกอไผในชวงน้ีจะทําการตัดลําตนที่เล็กออกไป ไมตองเสียดาย ให
เหลือไวเฉพาะลําท่ีใหญ ลําท่ีมีเสนผาศูนยกลาง 1-1.5 นิ้วตัดท้ิงใหหมด วิธีการตัด ตองตัดใหจมดิน อยาใหมี
ตาเหลืออยูอีก(ไมตองการใหขยายพันธุอีก) ก่ิงแขนงเล็กๆ บริเวณโคนตนท่ีข้ึนเกะกะของลําแมควรตัดแตงให
โลง (แสงแดดสองถึงพ้ืนได) เพ่ือสะดวกในการใหน้ําและดแู ล เมอื่ ตน ไผอ ายไุ ดประมาณ 7-8 เดอื นจะมีหนอแทง
ข้ึนมาอีก 5-6 หนอ ตอนนี้ก็ยังไมมีการตัดหนอ ปลอยใหไผเปนลําตอไป แตถาพ้ืนท่ีตรงน้ันดินอุดมสมบูรณดี
หนอออกเยอะเราควรตัดขายไปบาง เชนถาขึ้นมา 5หนอใหตัดขายไป 3หนอ แตใหเลือกเอาหนอท่ีสมบูรณไว
(หนอท่ีเบียดกันใหตัดออกขายไป) การดูแลกอไผเพียงแคตัดเอาหนอเนา ลําคดเอียงแคระแกร็นออกและตัด
แตง กงิ่ แขนงเลก็ ๆทง้ิ รักษาลําไผใ หม อี ยูป ระมาณ 5-6ลาํ (ลาํ ใหญๆ )

การปองกันกาํ จัดแมลงศตั รูของไผตง
การระบาดรุนแรงของโรค

และแมลงในสวนไผมากนัก มีเพียง
แมลงพวกหนอนผีเส้ือกลางคืนมากัด
กิน และมวนใบไผเพ่ือหลบซอนและ
เปนท่ีอาศัยในระยะเปนดักแด แมลงท่ี
เขาทําลายหนอออนของไมไผสวนมาก
เปนประเภทกัดกินหนอ 4-5 ชนิด คือ
หนอนดวงเจาะหนอไผ(ไผตงลืมแลงไม
คอ ยเจอเพราะลําคอนขางตัน), ดวงกิน
หนอ, ดวงงวงเจาะกิ่ง , เพล้ียออนและ
มวนดูดนํ้าเล้ียง การควบคุมและกําจัด
สามารถกระทําไดหลายวิธี คือ ภายหลังที่หนอเร่ิมแตกจากตาของเหงาปลองแลว ก็หาทางปองกันพวกเช้ือรา
และแมลงท่ีเขามากัดกินและอาศัยอยูตามกาบของหนอออน โดยการใชสารปราบศัตรูพืช เชน มาลาไทออน
ผสมน้ําราดท่ีหนอและเหงา หรือใชฟูราดาน ภูไมด หวานลงที่ดิน แตอยานําหนอไปบริโภคภายใน 60วนั หรือ
ใชวิธีควบคุมโดยการลิดก่ิง หรือตัดลําแกท่ีเปนท่ีอยูของดักแดออก แลวทําลายหรือขายลําไป จึงเปนวิธีหน่ึงท่ี
ชวยลดจํานวนประชากรแมลงได สวนมากแลวไมคอยพบปญหาเก่ียวกับโรคตางๆในไผตงลืมแลง แตจะพบ


เพลี้ยตัวสีขาวๆเกิดข้ึนตามขอไผออน เราอาจใชผงซักฟอกละลายนํ้าราดรดลงไปก็จะหาย ถามีจํานวนนอยไม
มากนกั กใ็ ชมอื ขยี้ ถา จําเปนตอ งใชเ คมกี ็ตอ งใชชนิดออนๆเชน เซฟวนิ ฉีดพน
2.การเล้ียงกบในกระชัง โดยการซ้ือพันธมาจากตลาด ตัวละ 1 บาท โดยการใชกระชัง เล้ียงประมาณ 3-4
อาทิตย มกี ารคัดแยกขนาดของกบเพื่อปองกันตวั ใหญกนิ ตวั เล็ก แลวเปลย่ี นอาหารขนาดกลาง เลย้ี งตอ ไปอีก 1
เดือนเปล่ียนอาหารอีก เปนขนาดใหญ อีก 3-4 อาทิตย รวมระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ก็สามารถจับขายได
นํ า ไ ป ข า ย ท่ี ต ล า ด นั ด ใ น พื้ น ที่
กโิ ลกรัมละ 80 บาท

3. ปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ พันธุฝกใหญ เปนไมผลไมยืนตน การปลูกก็ควรปลูกชวงตนฤดูฝน ระยะปลูก
ประมาณ 8×8 เมตร ในพื้นท่ี 1 ไรปลูกได 25 ตน ปลูกในพื้นท่ีวาง ปลูกและดูแลงาย ใชฟางกลบโคนและ
รดนํ้าในชวงหนาแลง ผลผลิตน้ําหนักฝก ฝกดิบ 3-4 ฝกตอ 1 กก. ฝกสุก 14-18 ฝกตอ 1 กก. นํ้าหนักเนื้อ
มะขามเมื่อแกะเปลือกและเมล็ดแลว หนัก 700-750 กรัมตอมะขามสุก 1 กก. ความเปร้ียวจัดวาเปร้ียวกวา
มะขามบานธรรมดา 2-3 เทาโดยประมาณ เมอื่ ผลผลิตออกจะมีพอคามารับซ้ือมะขามฝกดิบที่สวนโดยใหร าคา
กิโลกรัมละ 10 บาท4. ใชแผงโซลาเซลลแทนการใชไฟฟาเพราะการใชไฟฟาสิ้นเปลืองพลังงานและสินเปลือง


เงินทอง แผงโซลาเซลลไดม าจาก ไดรับการสนับสนุนจากรัฐบาลโครงการชวยเหลือผูอยหู างไกลในป 2548
โดยใชใ นเร่ืองของการใหแสงสวาง พัดลม และตูเ ย็น ทําใหสามารถลดรายจา ยในครัวเรอื นได
หนว ยงานเครอื ขาย
-กศน.ใหการสนับสนนุ การแปรรปู ผลผลิตที่ได เชน การทาํ มะขามแชอ ่มิ การทําหนอ ไมด อง การขยายพนั ธไ ผตง
๒.ดา นเศรษฐกจิ พอเพียงชมุ ชน “บานสวนออนซอน”
ประวตั ิแหลงเรียนรู

“บานนาอีสาน” เปนช่ือชุมชนที่ชาวอีสานอพยพโยกยายมาจากจังหวัดตางๆทางภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ ไดแก จังหวัดบุรีรัมย สุรินทร และขอนแกน มาลงหลักปกฐานต้ังรกรากทํามาหากินใน
จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยยึดเอาพื้นท่ีท่ี ตําบลทากระดาน อําเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ต้ังขึ้นเปน
ชุมชน ชาวอีสานเหลาน้ีอพยพมาต้ังแตป ๒๕๒๐ พากันมาจับจองท่ีดินทํากินและปลูกสรางบานเรือนในปา
เส่ือมโทรม ซึ่งสมัยนั้นทางรัฐบาลประกาศใหชาวบานจับจองถือสิทธิครอบครองได คนอีสานเหลานี้จึงชักชวน
ญาติพ่ีนองอพยพมาอยูเพิ่มเติม ในที่สุดไดต้ังเปนชุมชนขึ้น ชื่อ “บานนาอีสาน” ตามแผนที่ประเทศไทย ต้ังอยู
หมูท่ี ๑๖ ตําบลทากระดาน อําเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชงิ เทรา

เมื่อป พ.ศ. ๒๕๔๐ นายเลี่ยมไดไปเรียนรู เร่ืองการจัดการวนเกษตร จากผูใหญวิบูลย เข็มเฉลิม
ปราชญช าวบา นเกษตรนักคดิ แลวนาํ ความรูประสบการณมาปรบั ใชทไี่ รข องตนเอง โดยต้ังชอ่ื สวนวา "สวน
ออนซอน" ดวยสาเหตุที่วา วันหนึ่งครอบครัวไดรวมกันรดน้ําตนไม ถอนหญารวมกัน ทําใหนึกถึงความสุขของ
วันเกาๆท่ีไดรวมกันมา จึงตง้ั ชอื่ สวนวา สวนออนซอน แปลวา สวนท่ีเตม็ ไปดว ยความภาคภูมิใจ ความรักท่ีเราได
เร่ิมตนกันมานึกถึงอดีตที่เราเริ่มจีบภรรยาบนคันนารวมกัน พอนายเล่ียมเหน่ือยจากการถางหญาเราก็มานั่ง
หยอกลอกันในสวนของเรา
การบริหารจดั การแหลงเรียนรู

มกี ารถา ยทอดความรทู ี่จะบงั เกิดท้งั ประสิทธิผลและมปี ระสิทธภิ าพสูงสดุ นน้ั นายเลี่ยม บตุ รจนั ทา มี
การเลือกใชส่ือที่ดึงดูดความสนใจของผูเรียน สอดคลองกับจุดมุงหมายและลักษณะเฉพาะตัวของผูเรียนซึ่งมี
ความแตกตางกันไปตามกลุมเปาหมาย เนนการใหผูเรียนฝกปฏิบัติจริง เชน การฝกสีขาวดวยเคร่ืองสีขาวมือ
หมุน การฝก ทํานํ้าตาลจากออ ย การฝกทําสบูส มุนไพร เรียนรกู ารทําเกษตรผสมผสานจากสวนออนซอน (โดย
การลงพ้ืนท่ี) เรียนรูสมุนไพรในสวนออนซอน เปนตน นอกจากนั้นยังมีการใชสื่อบุคคลเพ่ือใหเห็นตัวอยางท่ี
ชดั เจนย่ิงข้ึน โดยยกตัวอยางตนเอง เก่ียวกับการดําเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ทําใหผ ูเรียนเกิดแนวคิดใน
การดําเนนิ ชีวติ ที่เรยี บงา ย
การเดนิ ทางไปยงั แหลง เรยี นรู/แผนที่

นั่งรถสายแปดร้ิว – สนามชัยเขต ถึงอําเภอสนามชัยเขต นั่งรถสายสนามชัย – นายาว ๖๒ กิโลเมตร
ถึงบานนายาว นั่งวินมอเตอรไซต (รับจาง) จากทารถนายาว ประมาณ ๕ กิโลเมตร จะพบแหลงเรียนรูศูนย
เรียนรเู ศรษฐกจิ พอเพยี งชมุ ชน “บา นสวนออนซอน”


องคค วามรู

ภายในแหลงเรียนรู ผทู สี่ นใจสามารถเขาไปเรียนรูเรื่องการปลูกปา ๓ อยาง ประโยชน ๔ อยาง ซึ่งเปน
แนวพระราชดาํ ริของพระบาทสมเด็จพระเจา อยูหวั

การปลูกปา ๓ อยาง ไดดําเนินการโดย การปลูกตนไมใหญกอน เชน ไมมะคา ไมเต็ง ไมพยุง เพื่อใช
เปนท่ีอยูอาศัยใหรมเงา เปนปาสําหรับใชไม หลังจากนั้นจึงปลูกไมผล เชน ขนุน นอยหนา ตนแค และปลูก
ตนไมสาํ หรบั ใชท าํ ฟนถาน ทําเชื้อเพลิงและบนพ้นื ดนิ ก็ปลกู ผกั ปลกู มัน

ประโยชน ๔ อยาง ผลจากการปลกู ปา จะสรา งประโยชนพ้นื ฐานใหอยา งนอ ย ๔ อยาง คือ
๑. ปลกู ไวทาํ ท่ีอยอู าศัย
๒. ปลกู ไวเ พ่อื กนิ
๓. ปลกู ไวใชส อย
๔. ปลกู ไวเ พ่ือเปนรมเงาใหค วามรม เยน็
หลักสูตร/กิจกรรม
หลักสตู ร “เกษตรผสมผสานของสวนออนซอน”
หนวยงานเครอื ขา ย
- ผูนําชุมชนตําบลทากระดาน
- องคก ารบรหิ ารสว นตําบลทากระดาน
- สํานักงาน เกษตร อําเภอสนามชยั เขต
- กศน.ตําบลทากระดาน โดยมนี างสาววิภาวรรณ บญุ แพง เปนครู กศน.ตาํ บล เปน ผรู ับผิดชอบ เบอร
โทรศพั ท ๐๘๕ – ๖๗๘๔๑๑๒
รางวลั /เกียรตปิ ระวัตทิ ี่เคยไดรบั
-รางวลั ลูกโลกสเี ขียว
-โล ปราชญชาวบา น เกษตรกรดีเดน
การจาํ หนายผลิตภณั ฑใ นแหลง เรยี นรู
-ไดจ าํ หนา ยผลิตภัณฑต า งๆมากมายในแหลงเรียนรู ไดแ ก

-สบูสมุนไพร
-ครีมมะขามฟอกหนา
-สมุนไพร
-แชมพูมะกรูด
-ฝาง
-ขา วหอมทอง (ขาวฮาง)

๑๐

ตอนที่ 3

ภมู ิปญญาทองถิน่
ดา น การเกษตร

กศน.ตําบลทา กระดานมภี มู ิปญ ญาทอ งถิ่นดา นการเกษตร จํานวนทั้งสิน้ ๒ ทา น ประกอบดว ย
๑.นายสมคิด กอนคอน มอี งคความรเู ร่ือง การปลูกไผตง
นายสมคิด กอนคอน ไดเขาศึกษาและเรียนรูจากศูนยการเรียนรูหลายๆแหง เชน เรื่องการจัดการวน
เกษตร จากผูใหญว ิบูลย เขม็ เฉลิม ปราชญช าวบา นเกษตรนักคดิ แลว นาํ ความรูประสบการณม าปรบั ใชท่ีไรของ
ตนเอง ซ่ึงปลูกพืชทุกอยางท่ีกินและกินทุกอยางท่ีปลูก เหลือกินจึงขายภายใตหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
นายสมคิด กอนคอน มีแนวคิดในการพ่ึงตนเอง คือพง่ึ พาตนเองอยางพัฒนา สรางความสาํ เร็จบนพนื้ ฐานความ
พอเพยี ง สรางจิตสํานกึ ใหเกษตรรูจกั รักตวั เอง มีวถิ ีการดําเนินชีวิต มีการวางแผนรวมกันในครอบครัว รวมแบง
เบาทุกขสุขซ่ึงกันและกัน เพื่อความม่ันคง จึงกายเปนจุดเริ่มตนของศูนยเรียนรูเศรษฐกิจพอเพียงบานทุงเหียง
ซง่ึ กศน.อําเภอสนามชยั เขต จงั หวัดฉะเชงิ เทรา จดั ตั้งขึน้ เมอ่ื ป ๒๕๕๙ กศน.อําเภอสนามชัยเขต มีวตั ถปุ ระสงค
เพ่ือเปนศูนยการเรียนรูดานเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือใหมีการเรียนรูในการทําการเกษตรผสมผสานตามแนว
เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อใหเกิดการเรียนรูทางการเกษตรอยางมีประสิทธิภาพ โดย นายสมคิด กอนคอน เปน
ผูดูแล เริ่มจากการปลูกขาวหอมมะลิ จํานวน ๑๕ ไร ปลูกมะขามยักษ ปลูกดอกดาวเรือง พืชผักสวนครัว
เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ และทําปุยหมักชีวภาพ มีกิจกรรมการเรียนรูการปลูกไผตรง การทํานาขาว การเลี้ยงปลา
เลีย้ งกบในกระชงั การทาํ ปยุ หมักชีวภาพ การทาํ สมนุ ไพรปอ งกนั กาํ จดั ศตั รพู ืช เปน ตน

๒. นายเล่ียม บุตรจันทา มีองคความรูเรื่อง
วนเกษตร การแปรปู ผลภิ ัณฑท างการเกษตร

นายเลี่ยม บุตรจันทา ปจจุบันอยู
บานเลขที่ 411 บานนาอีสาน หมูท่ี 16
ตําบล ทากระดาน อ. ส นามชัยเขต จ.
ฉะเชงิ เทรา สถานภาพ สมรส เกิดวันท่ี 7 พฤษภาคม 2499 อายุ 61 ป การศึกษา จบการศกึ ษาผูใหญระดับ

๑๑
4 จากโรงเรียนวัดใหญชัยมงคล อ.หนองก่ี จ.บุรีรัมย ครอบครัวมีบุตร 2 คน คนโตจบมหาวิทยาลัยแมโจ
จงั หวัดเชียงใหม คนเลก็ จบมหาวิทยาลัยราชภฎั เชยี งราย

แตเ ดมิ นายเล่ยี มบุตร จนั ทา เปนผูชวยผูใ หญบานบานนาอีสาน หมูท 1่ี 6 ต.ทา กระดาน อ.สนามชัยเขต
จ.ฉะเชิงเทรา สมัยน้ันสูบบุหร่ี ด่ืมสุรา เลนการพนันทุกอยาง อาทิเชน มวยตู ชนไก ไพ ไฮโล หวย เรียกวา
อบายมุขทุกอยางสมบูรณแบบ ตอมานายเล่ียม บุตรจันทา ไดมาศึกษาดูงาน ประชุม อบรมสัมมนา ที่บาน
ผูใหญวิบูลย เข็มเฉลิม ไดแนวคิด เร่ืองการรูจักตนเองดวยบัญชีครัวเรือน รายรับ-รายจายในครอบครัวตนเอง
จดทุกอยางที่ซื้อ แลวนํามาคิดวิเคราะหตัวเลขจากรายรับรายจา ย ทําใหท ราบถึงท่มี าที่ไปของปญหาครอบครัว
วาทําไมจึงจนชักหนาไมถึงหลัง ลืมตาอาปากไมได จากบัญชีครัวเรือนท่ีจดทุกวันอยางตอเนื่อง พบวารายจาย
สวนใหญเกิดจากของฟุมเฟอย อบายมุข เหลา บุหร่ีและคาอาหาร
ปจจัย4 ตามลําดับ จึงเปลี่ยนวิธีคิด วิธีปฎิบัติจากเดิมๆมาเปนคิด
ใหมทําใหม หันมาใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตร
ทฤษฎีใหมมาใชเปนแนวทางในการประกอบอาชีพในการดํารงชีวิต
ดวยทางสายกลาง3 หวง 2 เง่ือนไข พอประมาณ มีเหตุผล มี
ภูมิคุมกันในตัวท่ีดี มีเง่ือนไขความรูและคูคุณธรรม กินทุกอยางที่
ปลูก ปลูกทุกอยางท่ีกิน มีการออม และปลูกปา 3 อยาง ประโยชน
4 อยางเปน บุคคลตน แบบเปนเกษตรตัวอยาง เปนวิทยากรบรรยาย
ทวั่ ประเทศ และภมู ิปญ ญาทอ งถ่นิ

สภาพปญ หา
นายเล่ียม บุตรจนั ทา ภูมิปญญาชาวบาน สามารถเปลี่ยนวิธีคิดใชวิกฤตเปนโอกาส ดวยการพลิกชีวิต

ดว ยบญั ชีครัวเรือน "ททท." คือทําทันที ทาํ ทกุ วัน จดทกุ วนั ดว ยกระบวนแนวคิดโดยยดึ หลัก "๓๕๓"ของผูใหญ
วิบูลย เข็มเฉลิม เจาของสํานึกวนเกษตรท่ีใหเรียนรู ๓ อยางคือ รูตัวเอง รูปญหา รูทรัพยากร ใหจัดการ ๕
อยางคือ ขาว อาหาร สมุนไพร ของใชและปยุ และใหท ํา ๓ แผน คือ แผนชีวิต แผนชมุ ชน และแผนทรพั ยากร
องคค วามรขู องนายเล่ียม บุตรจันทา

เปนผูที่มีองคความรูที่หลากหลายมากประสบการณ อาทิเร่ือง สัจจะออมทรัพย วนเกษตร บัญชี
ครัวเรือน การแปรรูปผลิตทางผลิตภัณฑทางการเกษตร สมุนไพร ปลูกไม ๓ อยางประโยชน ๔ อยาง องค
ความรูที่โดดเดนที่สุดคือ เรื่องบัญชีครัวเรือน วนเกษตรปลูกพืช ๓ อยางประโยชน ๔อยาง และการแปรรูป
ผลิตภัณฑทางการเกษตร ดานพืชสมุนไพร การเปนวิทยากรบรรยายใหความรูเกี่ยวกับองคความรูเร่ือง
เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหมการพัฒนาตนเองการปฏิบัติจริงดวยตนเอง มีการออม และเลิก

๑๒
อบายมุขทกุ อยางโดยส้ินเชิง เปนผูปฏิบตั ิตามทางสายกลาง คือ ความพอประมาณ มเี หตุผล มภี ูมคิ ุมกนั ในตวั ท่ี
ดี และมีเงือ่ นไขความรู เงื่อนไขคุณธรรม ตามหลัก ๓ หวง ๒ เง่ือนไข ทกุ ประการ
รางวลั /เกียรตปิ ระวัตทิ ี่เคยไดรบั

- รางวลั ลกู โลกสเี ขียว บานนาอีสานแบบอยา งชุมชนกวู ิกฤต
- โลปราชญชาวบานเกษตรกรดีเดน

๑๓

ขอมูลตดิ ตอ ตอนที่ 4

1. ศนู ยการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอําเภอสนามชยั เขต จงั หวัดฉะเชงิ เทรา
ที่อยู 99/1 หมูท ่ี 4 ต.คูยายหมี อ.สนามชยั เขต จ.ฉะเชิงเทรา
เบอรโ ทรศัพท

2. ศูนยเ รียนรูปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงประจําตําบลทากระดาน
กศน.ตําบลทา กระดาน
ผูประสานงาน นางสาววภิ าวรรณ บุญแพง

ที่อยู บา นทุง เหียง ตําบลทากระดาน อ.สนามชยั เขต
เบอรโทรศัพท ๐๘๕-๗๘๔๑๑๒

๑๔

รายการอา งอิง

นายสมคดิ กอนคอน การทําการเกษตรผสมผสาน การปลูกไผต ง
นายเลีย่ ม บตุ รจันทรา บานสวนออนซอน การปลูก 3 อยา ง ประโยชน 4 อยา ง

๑๕

ผจู ัดทาํ เอกสาร

คณะทํางานทปี่ รึกษา

นายธีรยล แสงอํานาจเจรญิ ผูอ ํานวยการสาํ นกั งาน กศน.จังหวัดฉะเชิงเทรา
นางอบุ ล ดีรัศมี ผอู ํานวยการ กศน.อําเภอสนามชัยเขต
นายอนันท เฟองทอง ศึกษานเิ ทศก
นางวัชรินทร ศรีณิบลู ย ศึกษานเิ ทศก
ดร.จรัสศรี หัวใจ ศกึ ษานเิ ทศก
นางสาวอจั ฉรา ธญั ยาธีรพงษ นักวชิ าการศกึ ษา

คณะทํางานฝา ยขอมลู

นายพรเทพ ผลาเหิม ครูอาสาสมคั รการศกึ ษานอกโรงเรียน
นางสาวพมิ ประภา ฤทธ์ิจันดี ครู กศน.ตาํ บลทากระดาน
นายชัยพล ศริ ิชัยเดช ครู ศรช.ตาํ บลทากระดาน

ผูจ ัดพมิ พ

นางสาวพมิ ประภา ฤทธิ์จันดี ครู กศน.ตาํ บลทา กระดาน

เรียบเรียง/จดั ทาํ รูปเลม

นายชัยพล ศริ ชิ ัยเดช ครู ศรช. ตําบลทากระดาน

บรรณาธกิ าร

นางนงคล กั ษณ เฉือ่ ยฉํา่ ผูอ าํ นวยการ กศน.อาํ เภอสนาชยั เขต

๑๖


Click to View FlipBook Version