การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
และการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Learning)
การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
และการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Learning)
การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง (Self-directed learning)
การเรียนรู้ด้วยตนเอง มีแนวคิดพ้ืนฐานมาจากทฤษฎีกลุ่มมนุษยนิยม
(Humanism) ซ่ึงมี ความเช่ือเร่ืองความเป็นอิสระ และความเป็นตัวของตัวเองของ
มนุษย์ ดังท่ีมีผู้กล่าวไว้ว่ามนุษย์ทุกคน เกิดมาพร้อมกับความดี มีความเป็นอิสระ
เป็นตัวของตวั เอง สามารถหาทางเลอื กของตนเอง มีศักยภาพและพัฒนาศกั ยภาพ
ของตนเองอย่างไม่มีขีดจากัด มีความรับผิดชอบต่อตนเองและต่อผู้อ่ืน ซึ่งเป็น
แนวคิดที่สอดคล้องกับนักจิตวิทยามนุษยนิยม (Humanistic Psychology) ท่ีให้
ความสาคัญในฐานะท่ีผู้เรียนเป็นปัจเจกบุคคล และมีแนวคิดว่ามนุษย์ทุกคนมี
ศักยภาพ และมีความโน้มเอียงที่จะใส่ใจ ใฝ่รู้ ขวนขวายเรียนรู้ด้วยตนเอง มนุษย์
สามารถรบั ผดิ ชอบพฤตกิ รรมของตนเองและถือวา่ ตนเอง เปน็ คนทม่ี ีคา่
การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
และการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Learning)
การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง (Self-directed learning)
การเรยี นรู้ด้วยตนเอง มีกระบวนการ ดงั ตอ่ ไปนี้
1. การประเมนิ ความต้องการของตนเอง (Assessing Needs)
2. การกาหนดจุดมงุ่ หมาย (Setting goals)
3. การกาหนดสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ (Specifying learning Content) โดย
กาหนดระดับความ ยากงา่ ย ชนดิ ของส่งิ ท่ตี ้องการเรียน
4. การจัดการในการเรียน โดยกาหนดปริมาณเวลาที่ต้องการให้
อาจารย์สอน ปริมาณเวลาที่ ต้องการให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับผู้เรียน
ปริมาณเวลาที่ต้องการให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ผู้เรียนกับผู้เรียน ปริมาณเวลาท่ี
ต้องการให้กับกิจกรรมการเรียนด้วยตนเองของแต่ละคน โดยกาหนด กิจกรรมการ
เรยี นตามประสบการณท์ ผ่ี ่านมา พรอ้ มทง้ั กาหนดว่ากิจกรรมควรสิ้นสดุ เมอื่ ใด
5. การเลือกวิธีการเรียนและส่ือการเรียนการสอน อุปกรณ์การสอน
เทคนคิ การสอน ทรพั ยากรการเรยี นรูท้ ีต่ อ้ งใช้
6. การกาหนดวิธกี ารควบคมุ สิง่ แวดล้อมในการเรียนรู้ ท้ังสิง่ แวดลอ้ ม
ทางกายภาพ และ ทางดา้ นอารมณ์
การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
และการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Learning)
การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง (Self-directed learning)
7. การกาหนดวิธีการตรวจสอบตนเอง โดยกาหนดวิธีการรายงาน/
บันทึกการสะท้อนตนเอง จะใช้ reflective practitioner techniques แบบไหน การให้
โอกาสได้ฝกึ ตัดสินใจ การแกป้ ัญหา และการกาหนดนโยบาย การเปดิ โอกาสให้ผ้เู รียน
สามารถ clarify ideas ใหช้ ัดเจนขน้ึ
8. การกาหนดขอบเขตบทบาทของผชู้ ่วยเหลือ
9. การกาหนดวิธีการประเมินผลการเรียน โดยเลือกประเภทของการ
ทดสอบ ลักษณะของการ Feedback ท่ีจะใช้วิธีการประเมินความถูกต้องของ
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน และการตดิ ตาม ประเมินผล
รูปแบบการเรยี นร้ดู ้วยตนเอง
1. การทาสมุดบันทึกส่วนตัว เพ่ือใช้บันทึกข้อมูล ความคิดเร่ืองราว
ต่าง ๆ ที่เราได้เรียนรู้หรอื เกิดข้ึนในสมองของเรา สมดุ น้ี จะชว่ ยเก็บสะสมความคิด
ทีละนอ้ ยเขา้ ไวด้ ว้ ยกนั เพือ่ เปน็ แนวทางใน การศกึ ษาเพม่ิ เติมใหก้ ว้างไกลออกไป
2. การกาหนดโครงการเรียนร้รู ายบคุ คล ท่มี ีการวางแผนไว้ลว่ งหนา้ วา่
จะเรียนรู้อย่างไร โดย พิจารณาว่าความรู้ที่เราจะแสวงหาน้ันช่วยให้เราถึง
จดุ ประสงคท์ ต่ี ้ังไว้หรอื ไม่ ทาให้เกดิ ความพงึ พอใจ ความสนกุ สนานทีจ่ ะเรียนหรอื ไม่
ประหยัดเงนิ และเวลามากน้อยเพยี งใด
การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
และการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Learning)
รูปแบบการเรยี นรู้ด้วยตนเอง
3. การทาสัญญาการเรียน เป็นข้อตกลงระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน
โดยอยู่บนพ้ืนฐานความ ต้องการของผู้เรียนท่ีสอดคลอ้ งกับเป้าหมายและหลักการ
ของสถาบนั การศกึ ษา โดยกาหนดกจิ กรรม การเรียนทีเ่ หมาะสม
4. การสร้างห้องสมุดของตนเอง หมายถึงการรวบรวมรายช่อื ข้อมลู
แหล่งความรู้ต่าง ๆ ท่ีคิด ว่าจะเป็นประโยชน์ตรงกับความสนใจเพ่ือใช้ในการศึกษา
คน้ คว้าต่อไป
5. การหาแหล่งความรู้ในชุมชน เช่นผู้รู้ ผู้ชานาญในอาชีพต่าง ๆ
ห้องสมุด สมาคม สถานท่ี ราชการ ฯลฯ ซ่ึงแหล่งความรู้เหล่าน้ีจะเป็นแหลง่ สาคญั
ในการคน้ คว้า
6. การหาเพือ่ นร่วมเรียน เพ่ือแลกเปลย่ี นความรู้กนั
7. การเรียนรู้จากการฝึกและปฏิบัติ ซ่ึงจะก่อให้เกิดความรู้และ
ประสบการณท์ ี่เปน็ ประโยชน์
การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
และการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Learning)
ลักษณะของผูท้ ีม่ ีการเรียนรู้ด้วยตนเอง
1. มีความสมัครใจท่ีจะเรียนรู้ด้วยตนเอง (Voluntarily to Learn) มิได้
เกิดจากการบงั คับ แต่ มีเจตนาท่จี ะเรยี นดว้ ยความอยากรู้
2. ใชต้ นเองเปน็ แหลง่ ข้อมลู ของตนเอง (Self-Resourceful) น่ันคอื
ผเู้ รียนสามารถบอกไดว้ า่ ส่ิงท่ีตนจะเรยี นคอื อะไร ร้วู า่ ทกั ษะและขอ้ มลู ทีต่ ้องการ
หรอื จาเปน็ ตอ้ งใช้มีอะไรบ้าง สามารถกาหนด เปา้ หมาย วธิ กี ารรวบรวมข้อมลู ที่
ตอ้ งการ และวิธกี ารประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ผู้เรียนต้องเปน็ ผจู้ ดั การ การ
เปล่ียนแปลงต่าง ๆ ดว้ ยตนเอง (Manage of Change)
3. รู้ วิธีการท่ีจะเรียน (Know how to Learn) นั่นคือ ผู้เรียนควรทราบ
ขน้ั ตอนการเรียนรู้ ของตนเอง รูว้ า่ เขาจะไปสูจ่ ดุ ท่ที าให้เกดิ การเรยี นร้ไู ดอ้ ยา่ งไร
4. มีบุคลิกภาพเชิงบวก มีแรงจูงใจ และการเรียนแบบรว่ มมือกับเพอื่ น
หรอื บคุ คลอ่ืน ตลอดจน การใหข้ ้อมลู (ปฐมนิเทศ) ในเชงิ บวกเก่ยี วกบั สิง่ แวดล้อม
ในการเรียน(Charismatic Organizational Player)
5. มีระบบการเรียนและการประยุกต์การเรียน และ มีการช่ืนชมและ
สนกุ สนานกบั กระบวนการเรียน (Responsible Consumption)
6. มีการเรียนจากข้อผิดพลาดและความสาเร็จ การประเมินตนเองและ
ความเขา้ ใจถึง ศกั ยภาพของตน(Feedback and Reflection)
การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
และการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Learning)
ลักษณะของผู้ทม่ี กี ารเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง
7. มีความพยายามในการหาวธิ กี ารใหมๆ่ ในการหาคาตอบ การประยุกต์ความรู้
ท่ีได้จากการ เรียนไปใช้กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล การหาโอกาสในการพัฒนา
และคน้ หาข้อมลู เพ่อื แกป้ ญั หา (Seeking and Applying)
8. มีการช้ีแนะ การอภิปรายในห้องเรียน การแสดงความคดิ เห็นส่วนตัวและการ
พยายามมี ความเหน็ ที่แตกตา่ งไปจากผสู้ อน (Assertive Learning Behavior)
9. มีการรวบรวมข้อมลู จากการไดป้ ฏิสัมพันธ์กับบุคคลและมีวิธีการนาข้อมลู ที่
ได้ไปใช้ (Information Gathering)
การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
และการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Learning)
ลกั ษณะของผทู้ มี่ กี ารเรียนรู้ด้วยตนเอง
ผู้เรียนแบบ Self-Directed จะประสบความสาเร็จได้มักจะมีลักษณะท่ีมี
Self-concept ทางบวก พร้อมท่ีจะเรียนแบบ self-direction มีประสบการณ์ และมี
styles การเรียนเป็นของตนเอง โดยการเรียนแบบน้ีจะเน้นที่ลักษณะของผู้เรียน
(ปัจจัยภายใน) ท่ีจะช่วยสร้างให้ผู้เรียนยอมรับความ รับผิดชอบต่อความคิดและ
กระทาของตน
ขณะท่ีลักษณะบุคลิกของบุคคล การสอน กระบวนการเรียนรู้ เป็น
จุดเริ่มต้นของการทาความเข้าใจน้ัน การเรียนแบบ Self-Directed บริบททางสังคม
จะเป็นตัวกาหนดกิจกรรมการเรียน หรือผลท่ีจะได้ เพื่อจะเข้าใจกิจกรรมการเรียน
แบบ Self-Directed อย่างแท้จริง ท้ังนี้เราจะต้องตระหนักถึง ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง
ผเู้ รียน ผู้สอน แหลง่ ทรพั ยากร และมิติทางสงั คมด้วย
การเรียนรู้ดว้ ยตนเองน้ันจงึ เปน็ ส่งิ ท่ีสาคญั เป็นอยา่ งมากเพราะจะทาให้
กลายเป็นคนท่ีขยัน แสวงหาความรู้ใส่ตัวเอง และในสักวันความรู้ที่ได้มาอาจจะ
นามาใช้ประโยชน์ไดใ้ นการดาเนนิ ชวี ิตประจาวนั ของเราได้ไม่มากก็น้อย
การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
และการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Learning)
แนวทางประยุกต์สูก่ ารปฏิบัติในการบริหารจดั การสถานศกึ ษา
จากพระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ไดก้ าหนดบทบัญญตั ิ
ในการจดั การศึกษาใหย้ ดึ หลกั การศึกษาตลอดชีวิตสาหรบั ประชาชน ให้สังคมมีส่วน
ร่วมในการจัดการศึกษา และพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่าง
ต่อเน่ือง ดังนั้นแนวคิดในการจดั การศกึ ษาตลอดชีวิต ด้านการเพิ่มโอกาสและความ
เสมอภาคทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตท่ีมีคุณภาพให้กับประชาชนอย่าง
ทั่วถึง การสนองความจาเป็นและความต้องการในการเรียนรู้ของบุคคลและชุมชน
การพัฒนาคณุ ภาพและมาตรฐานการศึกษาตลอดชีวิตอย่างตอ่ เน่ือง การสง่ เสรมิ ให้
ทุกภาคส่วนของสังคมเป็นภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการดาเนินงานการศึกษา
ตลอดชีวิต เพ่ือให้บุคคลต้องได้รับโอกาสในการรับการศึกษาตลอดชีวติ ที่มคี ณุ ภาพ
เท่าเทียม และเสมอภาค จากการศึกษารูปแบบต่างๆ ท่ีเหมาะสม และสอดคล้องกับ
ความต้องการของตนเอง จัดการศึกษาที่ครอบคลุมท่ัวถึงทุกคนในแต่ละช่วงวัย
ตลอดชีวิต บุคคลได้รับการพัฒนาเต็มตามศกั ยภาพในการเรยี นรเู้ พอื่ เป็นสมาชกิ ทดี่ ี
ของสังคม
การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
และการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Learning)
แนวทางประยุกตส์ ู่การปฏบิ ัติในการบริหารจดั การสถานศึกษา
แนวทางในการจดั การศกึ ษา กลา่ วคอื
1. การจัดการศึกษาสอดคล้องกับวิถีชีวิต ความถนัด ความสนใจ
ความแตกต่างของบุคคล และมีรูปแบบท่ีเหมาะสมตามสภาพและความจาเป็นของ
กลมุ่ เป้าหมาย
2. การจัดการศกึ ษาต้องสอดคลอ้ งกับทศิ ทางการพัฒนาประเทศ
3. ภาคเี ครอื ข่ายการศกึ ษาตลอดชวี ิต มสี ่วนรว่ มในการเสนอแนะในการ
จัดการศึกษา รวมทั้งกาหนดมาตรฐานการศกึ ษา
4. ผู้เรียน/ผู้รับบริการสามารถนาความรู้ไปใช้ในการดาเนินชีวิต และ
ปรับตัวให้ทันต่อการเปล่ียนแปลงของโลก และอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อย่างมี
ความสุข
เพื่อให้การศึกษาตลอดชีวิตเป็นวิถีชีวิตของคนในชาติอย่างแท้จริงและ
คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมคี ุณภาพและสามารถพัฒนาตนเองให้เปน็ พลเมือง
ที่มีคุณภาพ มีโอกาสเรียนรู้และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอด
ชีวิต อันจะนาไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้และภูมิปัญญาตลอดจนการเพิ่มขีด
ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงมีความจาเป็นจะต้องมีพระราชบัญญัติ
การศึกษาตลอดชีวิต เพ่ือเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความ
เปล่ยี นแปลงทางเศรษฐกจิ และสังคม