รายงาน
เร่ือง คานาม
จดั ทำโดย
เดก็ หญิงใจดี ดีดีดี
เลขท่ี ๓๒ ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษำปี ที่ ๑/๑
ผสู้ อน
อำจำรย์ โชษิตำ ศรีวงศ์
รายงานฉบบั น้ีเปน็ สว่ นหน่ึงของการเรียนวชิ า ภาษาไทย ท 02122 ภาคเรยี นท่ี ๑
ปีการศึกษา ๒๕๖๔ โรงเรียนบา้ นหนองหญ้าปลอ่ ง
ก
คำนำ
รำยงำนเร่ื องคำนำมฉบับน้ีเป็ นส่วนหน่ึงของวิชำภำษำไทย ท ๐๒๑๒๒
ช้ันมธั ยมศึกษำปี ที่ ๑ โดยมีจุดประสงค์ เพ่ือศึกษำควำมรู้ท่ีเกี่ยวกบั คำนำม รำยงำนน้ี
มีเน้ือหำประกอบดว้ ย ควำมหมำยของคำนำม ชนิดของคำนำม หน้ำท่ีของคำนำมและ
ตวั อย่ำงคำนำม ซ่ึงไดค้ น้ ควำ้ และรวบรวมขอ้ มูลจำกหนงั สือและส่ือแหล่งเรียนรู้ต่ำง ๆ
ผูจ้ ดั ทำหวงั เป็ นอย่ำงยิ่งว่ำรำยงำนฉบบั น้ีจะให้ควำมรู้ และเป็ นประโยชน์แก่
ผอู้ ่ำนทุก ๆ ท่ำน
เดก็ หญิงใจดี ดีดีดี
๑๒ ธนั วำคม ๒๕๖๔
สารบัญ ข
เรื่อง หน้า
คานา ก
สารบญั ข
ควำมหมำยของคำนำม ๑
ชนิดของคำนำม ๒
....
สำมำนยนำม ....
วสิ ำมำนยนำม ....
สมุหนำม ....
ลกั ษณะนำม ....
อำกำรนำม ....
หนำ้ ท่ีของคำนำม ....
ตวั อยำ่ งคำนำม ....
บรรณำนุกรม ....
ภำคผนวก
๑
คานาม
๑. ความหมายของคานาม
คำนำม หมำยถึง คำท่ีใชเ้ รียกชื่อ คน สัตว์ พืช สิ่งของ สถำนที่ สภำพ อำกำร ลกั ษณะ
ท้งั ท่ีเป็นส่ิงมีชีวติ หรือสิ่งไมม่ ีชีวติ ท้งั ท่ีเป็นรูปธรรม และนำมธรรม เช่นคำวำ่ คน ปลำ ตะกร้ำ
ไก่ ประเทศไทย จงั หวดั พิจิตร กำรออกกำลงั กำย กำรศึกษำ ควำมดี ควำมงำม กอไผ่ กรรมกร
ฝงู ตวั เป็นตน้
๒. ชนิดของคานาม
คำนำมแบ่งออกเป็น ๕ ชนิด ดงั น้ี
๑.๑ สำมำนยนำม หรือเรียกวำ่ คำนำมทวั่ ไป คือ คำนำมที่เป็ นชื่อทว่ั ๆ ไป เป็ นคำเรียก
ส่ิงต่ำงๆ โดยทวั่ ไปไม่ช้ีเฉพำะเจำะจง เช่น ปลำ ผีเส้ือ คน สุนขั วดั ตน้ ไม้ บำ้ น หนงั สือ
ปำกกำ เป็นตน้
๑.๒ วสิ ำมำนยนำม หรือเรียกวำ่ คำนำมเฉพำะ คือ คำนำมท่ีใชเ้ รียกชื่อเฉำะของคน สัตว์
หรือสถำนที่ เป็ นคำเรียนเจำะจงลงไปว่ำ เป็ นใครหรือเป็ นอะไร เช่น พระพุทธชินรำช เด็กชำย
วทิ วสั จงั หวดั พจิ ิตร วดั ทำ่ หลวง ส้มโอท่ำข่อย พระอภยั มณี วนั จนั ทร์ เดือนมกรำคม เป็นตน้
๑.๓ สมุหนำม คือ คำนำมที่ทำหนำ้ ท่ีแสดงหมวดหมูข่ องคำนำมทวั่ ไป และคำนำมเฉพำะ
เช่น ฝงู ผ้งึ กอไผ่ คณะนกั ทศั นำจร บริษทั พวกกรรมกร เป็นตน้
๑.๔ ลกั ษณะนำม คือ เป็ นคำนำมท่ีบอกลกั ษณะของคำนำม เพื่อแสดงรูปลกั ษณะ ขนำด
ปริมำณ ของคำนำมน้นั น้นั ให้ชดั เจน เช่น บำ้ น ๑ หลงั โต๊ะ ๕ ตวั คำวำ่ หลงั และ ตวั เป็ น
ลกั ษณะนำม
๑.๕ อำกำรนำม คือ คำนำมท่ีเป็นช่ือกริยำอำกำร เป็นสิ่งท่ีเป็นนำมธรรม ไม่มีรูปร่ำง มกั
มีคำวำ่ "กำร" และ "ควำม" นำหนำ้ เช่น กำรกิน กำรเดิน กำรพูด กำรอ่ำน กำรเขียน ควำมรัก
ควำมดี ควำมคิด ควำมฝัน เป็ นตน้
บรรณานุกรม
กมล ชกู ลนิ่ . (2550). การพฒั นาแบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคาภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 3.
วทิ ยานพิ นธค์ รุศาสตรมหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธาน.ี
กรมวิชาการ. (2544). คมู่ ือการจดั การเรียนรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย. กรงุ เทพฯ : องคก์ าร
รับสง่ สนิ คา้ และพัสดุภัณฑ.์
กรมวชิ าการ. (2545). คูม่ อื การจัดการเรยี นรู้กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย. กรงุ เทพฯ : องคก์ าร
รับสง่ สินค้าและพสั ดุภณั ฑ์.
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษา
ข้นั พืน้ ฐาน. กรงุ เทพฯ : กรมวิชาการ.
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.(2551). คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาตา่ งประเทศ. กรุงเทพฯ : กรมวิชาการ.
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). แนวการจัดกิจกรรมและสื่อการเรียนการสอนระดับ
กอ่ นประถมศกึ ษา. กรุงเทพฯ : กรมวิชาการ.
กรรณิการพ์ วงเกษม. (2533). ปัญหาและกลวธิ ีการสอนภาษาไทยในโรงเรยี นประถมศึกษา.
กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.
กรุงเทพฯ : กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). หลักสูตรการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2545. กรงุ เทพมหา
นครฯ: องค์การรับสง่ สนิ คา้ และพัสดภุ ัณฑ์ (ร.ส.พ.).
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก
แบบประเมินความพงึ พอใจ
ภาคผนวก ก
แบบประเมนิ ความพึงพอใจ
ส่ือการเรียนการสอนรายวิชาภาษาไทย
โรงเรยี นบา้ นหวั สะพานมติ รภาพท่ี 217 อาเภอเวียงสระ จงั หวดั สรุ าษฎร์ธานี
คาช้แี จง กรณุ ากรอกแบบสอบถามโดยทาเครือ่ งหมาย √ และเติมลงในช่องว่างทต่ี รงกับความคิดเห็น
ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู สว่ นบคุ คลผูต้ อบแบบสอบถาม
1. เพศ ชาย : หญิง
ตอนท่ี 2 แสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกับสอ่ื การสอนรายวชิ าภาษาไทย ท่ตี รงกับความคดิ มากทส่ี ดุ
ระดับความพึงพอใจ
ท่ี ขอ้ ความ มาก มาก ปาน น้อย นอ้ ย
ทสี่ ดุ กลาง ท่ีสดุ
ดา้ นบรรยากาศ
1 บรรยากาศของการเรยี นเปดิ โอกาสให้นักเรียน
มีสว่ นรว่ มในการทากิจกรรมและได้ทางาน
ร่วมกับผอู้ ่นื
2 บรรยากาศของการเรยี นทาใหน้ ักเรยี นมีความ
กระตือรอื ร้นในการเรยี น
3 บรรยากาศของการเรยี นเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี น
ทากิจกรรมได้อย่างอสิ ระ
ดา้ นกิจกรรมการเรยี น
4 กิจกรรมการเรียนรสู้ ่งเสริมให้นกั เรียนได้
แลกเปล่ยี นความรคู้ วามคดิ
5 กิจกรรมการเรยี นรู้มีเนื้อหาที่นา่ สนใจ
6 กจิ กรรมการเรียนรมู้ คี วามเหมาะสมของ
เนือ้ หากบั ระดับของผู้เรยี น
7 เวลาทีใ่ ชใ้ นการจัดกจิ กรรมเหมาะสม
ด้านประโยชนท์ ่ีได้รบั
8 การจดั การเรยี นร้ทู าใหเ้ ขา้ ใจเนื้อหาได้งา่ ย
9 การจดั การเรยี นรทู้ าให้นักเรียนมคี วาม
สนุกสนานในการเรยี นรู้
10 การจัดการเรยี นรู้ชว่ ยใหน้ ักเรียนสร้างความรู้
ความเขา้ ใจดว้ ยตนเองได้
ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ...............................................................