สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.๖
๑หน่วยการเรยี นรทู้ ี่
๑. อธบิ ายความสาคญั ของระบบสบื พันธ์ุ ระบบไหลเวยี นโลหิต และระบบหายใจ
ท่มี ผี ลต่อสุขภาพ การเจรญิ เติบโต และพฒั นาการ (พ ๑.๑ ป.๖/๑)
๒. อธิบายวธิ ีดแู ลรักษาระบบสืบพนั ธ์ุ ระบบไหลเวยี นโลหิต และระบบหายใจ
ให้ทางานตามปกติ (พ ๑.๑ ป.๖/๒)
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
ผงั สาระการเรียนรู้
ระบบสืบพันธ์ุ ระบบหายใจ
ความสาคญั ของระบบสบื พนั ธุ์ ความสาคัญของ ความสาคญั ของระบบหายใจ
ระบบการทางาน
องคป์ ระกอบของระบบสบื พันธ์ุ ภายในรา่ งกาย องคป์ ระกอบของระบบหายใจ
การทางานของระบบสืบพนั ธ์ุ การทางานของระบบหายใจ
วิธีการดูแลรักษาระบบหายใจ
วิธีการดูแลรกั ษาระบบสืบพันธุ์ ให้ทางานตามปกติ
ให้ทางานตามปกติ
ความสาคัญของระบบไหลเวยี นโลหติ ระบบไหลเวียนโลหิต
องค์ประกอบของระบบไหลเวียนโลหติ
วิธกี ารดูแลรกั ษาระบบไหลเวียนโลหิต
การทางานของระบบไหลเวยี นโลหติ ใหท้ างานตามปกติ
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
๑.
ระบบสืบพนั ธ์ุ
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖
๑.๑ ความสาคัญของระบบสืบพันธ์ุ
ระบบสบื พันธ์ุ ทาให้มนุษย์สามารถดารงชีวติ
ตามเพศของตนเองได้อยา่ งปกติ และสามารถสบื พันธุ์
เพอ่ื ให้เกดิ ลูกหลานสาหรับดารงเผา่ พนั ธุ์ของตน
ใหค้ งอยูต่ อ่ ไป
สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป.๖
๑.๒ องค์ประกอบของระบบสบื พนั ธ์ุ
๑)ระบบสบื พันธุ์เพศชาย
• ระบบสืบพนั ธุภ์ ายนอก ไดแ้ ก่ องคชาต
และถงุ อัณฑะ
• ระบบสืบพันธุ์ภายใน ไดแ้ ก่ อณั ฑะ หลอดเกบ็ อสจุ ิ
ท่อนาอสุจิ ตอ่ มสร้างนา้ เล้ียงอสจุ ิ
และตอ่ มลูกหมาก
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.๖
ระบบสืบพันธภุ์ ายนอกของเพศชาย
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.๖
ระบบสบื พันธภุ์ ายในของเพศชาย
สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป.๖
เมื่อเขา้ สู่วยั รนุ่ อัณฑะจะผลิตเซลลส์ บื พนั ธเุ์ พศชาย
คอื ตัวอสุจิ ซ่ึงเมื่อผลิตเปน็ จานวนมาก ร่างกายจะมี
การหล่งั ออกมาในขณะหลับ เรยี กวา่ ฝนั เปยี ก และหาก
ตัวอสุจไิ ด้รับการผสมกับเซลลส์ บื พนั ธุข์ องเพศหญิง คือ ไข่
จะทาใหเ้ กดิ การตงั้ ครรภ์หรือการมลี ูก
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖
นอกจากน้ี อณั ฑะยงั ผลติ ฮอร์โมนเพศชายท่ีทาให้
เพศชายมีลกั ษณะทางเพศที่ชดั เจนและแตกต่างจากเพศหญิง
เช่น กล้ามเนือ้ เปน็ มดั แข็งแรง เสียงแตกหา้ ว มีหนวด
ขนรกั แร้ ขนหนา้ แขง้ มีลกู กระเดอื กท่ีเห็นได้ชดั เจน
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.๖
การเปล่ยี นแปลงฮอร์โมนเมือ่ เข้าสู่วัยรนุ่ ทาใหเ้ พศชายมเี สยี งแตกหา้ ว
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
๒) ระบบสบื พนั ธเ์ุ พศหญิง
• ระบบสบื พันธุ์ภายนอก ไดแ้ ก่
บรเิ วณปากชอ่ งคลอด
• ระบบสบื พนั ธภ์ุ ายใน ไดแ้ ก่ รงั ไข่ ท่อนาไข่
มดลกู ผนังมดลูก ปากมดลูก และชอ่ งคลอด
สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป.๖
ระบบสืบพันธ์ภุ ายนอกของเพศหญงิ ระบบสืบพันธ์ภุ ายในของเพศหญงิ
สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.๖
เมือ่ เข้าสวู่ ัยรนุ่ รงั ไข่จะผลิตเซลลส์ ืบพันธเ์ุ พศหญงิ
คอื ไข่ ทุก ๒๘-๓๐ วัน ซึ่งหากได้รับการผสมกับ
เซลล์สบื พนั ธ์เุ พศชาย คอื ตัวอสจุ ิ จะทาให้ต้ังครรภ์หรอื
มีลกู แต่หากไมไ่ ด้รบั การผสมไข่จะฝ่อ เยอ่ื บุผนังมดลกู
ทเี่ ตรียมรองรบั การฝงั ตัวของไขท่ ่ีผสมแล้วจะลอกและ
ขับออกมา
สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป.๖
ทางช่องคลอด เรยี กวา่ ประจาเดอื น นอกจากนีร้ งั ไขย่ ังผลิต
ฮอรโ์ มนเพศหญงิ ทท่ี าใหเ้ พศหญงิ มีลกั ษณะทางเพศ
ทช่ี ดั เจนและแตกต่างจากเพศชาย เช่น สะโพกผาย
เตา้ นมขยายใหญ่ เอวคอด
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.๖
๑.๓ การทางานของระบบสบื พันธ์ุ
การปฏิสนธิ (อ่านว่า กาน-ปะ-ต-ิ สน-ท)ิ คือ
การทต่ี ัวอสุจขิ องเพศชายเข้าผสมกบั ไข่ของเพศหญิง
เม่ือผสมแล้วตวั ออ่ นจะฝงั ตัวทเี่ ยือ่ บุผนงั มดลกู และเริม่
การเจรญิ เตบิ โตจนครบ ๙ เดอื น กจ็ ะคลอดออกมา
เปน็ ทารก
สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
ไขท่ ี่ผสมแล้วแบง่ ตัวระหว่างเดนิ ทางไปสมู่ ดลูก
ไข่ผสมกบั ตัวอสุจิ
รังไข่
มดลกู
ตวั อ่อนเล็ก ๆ ฝังตัวอยู่ใน
เยื่อบุผนงั มดลูก
การผสมกนั ระหว่างตวั อสุจิกับไข่และการฝังตวั ท่เี ยือ่ บุผนงั มดลูก
ทีม่ า : สารานุกรมวทิ ยาศาสตร์ Kingfisher ชวี วทิ ยามนษุ ย์ เลม่ ๓
สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.๖
๑.๔ วธิ กี ารดแู ลรกั ษาระบบสบื พันธ์ุ
ให้ทางานตามปกติ
๑.๑ ไม่มีเพศสมั พนั ธ์ในวัยเรยี นเพราะเส่ยี งต่อการเกิด
โรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธ์
๑.๒ อาบนา้ ทาความสะอาดอวัยวะเพศ โดยเฉพาะ
บรเิ วณหนงั หุ้มปลายอวยั วะเพศของเพศชาย ควรใช้สบ่ฟู อก
ใหส้ ะอาด เพศหญงิ ใช้สบอู่ อ่ น ๆ หรอื น้าสะอาด
ทาความสะอาดอวัยวะเพศภายนอกทุกคร้งั และเชด็ ให้แหง้
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖
๑.๓ หลงั ขับถ่าย เพศหญงิ
ควรทาความสะอาดอวยั วะเพศ
ในลักษณะจากหนา้ ไปหลัง และ
เชด็ ให้แห้ง ไมค่ วรเชด็ ยอ้ นกลับ
เพราะจะนาเชอ้ื โรคจาก
ทวารหนกั มาส่ชู อ่ งคลอด ขณะอาบน้าควรทาความสะอาดอวยั วะ
หรือทางเดนิ ปสั สาวะ เพศทุกครงั้
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.๖
๑.๔ สวมใส่ชดุ ช้นั ในท่สี ะอาดแห้งสนทิ
และไม่รดั แนน่ เกนิ ไป
๑.๕ สงั เกตความผดิ ปกตทิ ่ีอาจเกิดข้นึ กบั อวัยวะเพศ
หากมีสิ่งผิดปกติ ตอ้ งรีบบอกพอ่ แมผ่ ู้ปกครองใหพ้ าไป
พบแพทย์
สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป.๖
๑.๖ ระวังอย่าให้บริเวณอวัยวะเพศถกู กระทบกระแทก
๑.๗ ในเพศหญิงเม่ือมปี ระจาเดอื นควรเปลี่ยนผ้าอนามัย
ทุก ๒-๓ ช่วั โมง และผา้ อนามัยที่ใช้แล้วควรห่อกระดาษหรอื
ถุงพลาสตกิ ให้มดิ ชดิ กอ่ นทง้ิ ถังขยะ
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
วิธีการใส่ผ้าอนามัย
๑. เลือกกางเกงชนั้ ในทกี่ ระชับ
๒. ลอกแถบกาวตรงกลางผา้ อนามยั ออก
๓. วางผ้าอนามยั ดา้ นที่มีกาวติดลงบน
กางเกงชนั้ ใน ถ้าเป็นผา้ อนามยั แบบมีปกี
ใหล้ อกแถบกาวทป่ี ีกทัง้ ๒ ขา้ ง แลว้ พับ
โอบมาติดด้านนอก
ของกางเกงช้นั ใน
สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
๒.
ระบบไหลเวยี นโลหติ
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.๖
๒.๑ ความสาคัญ
ของระบบไหลเวยี นโลหิต
ระบบไหลเวยี นโลหติ ทาหนา้ ทใ่ี นการลาเลยี ง
ขนส่งน้า สารอาหาร แกส๊ ออกซเิ จน และสารอืน่ ๆ
ไปยงั ส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกาย เพื่อใชใ้ นกระบวนการ
ทางานและการเจรญิ เตบิ โตของรา่ งกาย
๒.๒ องค์ประกอบ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
ของระบบไหลเวยี นโลหิต
๑) หวั ใจ ทาหนา้ ที่ในการสูบฉีดโลหติ ไปเล้ียง
สว่ นต่าง ๆ ท่ัวรา่ งกาย ภายในหัวใจแบง่ ออกเป็น
๔ ห้อง ได้แก่ หอ้ งบนขวา ห้องบนซ้าย หอ้ งล่างขวา
และห้องลา่ งซ้าย
สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
หวั ใจ
๑) โลหติ หรือเลอื ด สุขศึกษาและพลศกึ ษา ป.๖
มีสว่ นประกอบ ดังนี้ ๒.
๑.
๓.
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
๑. เม็ดเลอื ดแดง เปน็ เมด็ เลอื ดทม่ี จี านวนมากทส่ี ุด
มีเฮโมโกลบนิ (Hemoglobin) ที่ทาใหเ้ ลอื ดมสี ีแดง
มหี น้าทรี่ บั แกส๊ ออกซิเจนจากปอดไปเล้ยี งอวยั วะ
ตา่ ง ๆ และนาแก๊สคาร์บอนไดออกไซดก์ ลบั ไปฟอก
ท่ีปอด
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.๖
๒. เม็ดเลือดขาว มีขนาดใหญก่ วา่ เมด็ เลือดแดง
ทาหน้าที่กาจดั เชอ้ื โรค สรา้ งภมู ติ ้านทานโรค
ให้รา่ งกาย
๓. เกล็ดเลอื ด มหี น้าทสี่ าคญั ในการชว่ ยใหเ้ ลือด
แข็งตัว หยุดไหลเม่ือเกดิ บาดแผล โดยจะรวมตัว
กันเปน็ ก้อนแข็ง ปดิ บรเิ วณหลอดเลอื ดทถ่ี กู ตดั
หรือฉีกขาด ทาให้เลือดหยดุ ไหล
๓) หลอดโลหิต สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
หรอื หลอดเลอื ด
๒.
มี ๓ ชนดิ ดังนี้
๑.
๓.
หลอดเลอื ดแดงและหลอดเลอื ดดา
จะแทรกในเนือ้ เยือ่ ต่าง ๆ ทั่วรา่ งกาย
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
๑. หลอดเลือดแดง เปน็ หลอดเลือดท่นี าเลือดดี
ออกจากหัวใจหอ้ งล่างซา้ ย สง่ ต่อไปยัง
หลอดเลอื ดฝอย เพื่อเล้ยี งส่วนตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย
๒. หลอดเลอื ดดา เปน็ หลอดเลือดทร่ี บั เลอื ดเสีย
จากหลอดเลอื ดฝอยทม่ี าจากสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย
กลับเข้าส่หู วั ใจห้องบนขวาเพื่อสง่ ไปฟอกทป่ี อด
สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป.๖
๓. หลอดเลือดฝอย เปน็ หลอดเลอื ดทมี่ ขี นาดเล็กมาก
เชื่อมตอ่ ระหว่างหลอดเลอื ดดากับหลอดเลือดแดง
ทาหน้าที่ลาเลียงเลือดดีทีร่ ับสง่ ตอ่ จากหลอดเลอื ดแดง
ไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และรบั เลอื ดเสียที่ร่างกาย
ไม่ตอ้ งการกลบั เข้าสหู่ ลอดเลอื ดดา
๒.๓ การทางาน สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป.๖
ของระบบไหลเวียนโลหิต
การไหลเวียนโลหิตของหวั ใจทง้ั ๔ หอ้ ง มดี งั นี้
สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
๒.๔ วธิ ีการดูแลรกั ษา
ระบบไหวเวียนโลหติ ใหท้ างานตามปกติ
๑) ออกกาลังกายสมา่ เสมอ โดยเลอื กกจิ กรรม
ท่ีเหมาะสมกบั สภาพรา่ งกาย และไม่ควรหกั โหม เช่น
การออกกาลงั กายแบบแอโรบกิ (Aerobic) จะได้ปริมาณ
อากาศเขา้ สู่ปอดมากขึ้นจงึ ทาใหร้ ะบบไหลเวยี นโลหติ
ทางานได้อย่างมีประสิทธภิ าพ
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.๖
๒) รบั ประทานอาหารที่มปี ระโยชน์ช่วยบารุงเลอื ด
เชน่ ตบั เคร่อื งในสัตว์ ไข่แดง ผักใบเขียวตา่ ง ๆ หลกี เล่ยี ง
อาหารที่มีไขมนั สงู เพราะเส่ียงต่อการเกิดหลอดเลือดอุดตัน
๓) ดมื่ น้าอย่างนอ้ ยวนั ละ ๖-๘ แกว้ เพื่อใหเ้ ลือด
ไหลเวียนในรา่ งกายไดด้ ี
๔) ปฏิบัติตนด้วยความไมป่ ระมาท เพอ่ื ปอ้ งกนั
อบุ ัตเิ หตุที่ทาให้เลือดออก
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
ระบบไหลเวยี นโลหติ เปรยี บเสมือนระบบขนส่งของ
รา่ งกายที่ลาเลยี งเลือด และสงิ่ ท่ีเปน็ ประโยชนไ์ ปเลยี้ ง
ส่วนตา่ ง ๆ ท่ัวร่างกาย การดแู ลรักษาระบบไหลเวียนโลหติ
ให้ทางานเปน็ ปกติ จะทาใหอ้ วัยวะส่วนอ่ืน ๆ ของรา่ งกาย
ทางานไดด้ ีดว้ ย
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖
๓.
ระบบหายใจ
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.๖
๓.๑ ความสาคญั ของระบบหายใจ
ระบบหายใจ ทาหน้าท่แี ลกเปลี่ยนแก๊สเข้าและ
ออกจากร่างกาย โดยจะหายใจเขา้ เพอื่ รบั แกส๊ ออกซเิ จน
และหายใจออกเพอ่ื ขบั แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซดอ์ อกจาก
รา่ งกาย ทาใหเ้ ราสามารถทางานและทากิจกรรมประจาวนั
ไดเ้ ปน็ ปกติ โดยเฉพาะการทางานของสมอง หากสมอง
ขาดแก๊สออกซเิ จนเพยี งไมก่ ี่นาที สมองจะตาย ไมส่ ามารถ
สง่ั การให้ร่างกายทางานได้
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.๖
๓.๒ องค์ประกอบของระบบหายใจ
๑.
๒.
๓.
องค์ประกอบของระบบหายใจ
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
๑. จมูก ทาหนา้ ท่ีหายใจเข้าเพอ่ื นาแกส๊ ออกซิเจน
เขา้ สู่รา่ งกาย และหายใจออก เพอ่ื นาแกส๊
คารบ์ อนไดออกไซดอ์ อกจากร่างกาย ในจมูก
จะมีขนจมกู และเย่ือเมอื กทาหน้าทก่ี รองและดกั จับ
ฝุน่ ละออง มีเซลลร์ บั กลิ่นทาใหเ้ ราได้กล่นิ ตา่ ง ๆ
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.๖
๒. หลอดลม เป็นทางผ่านของอากาศเขา้ ส่ปู อด
และดกั ฝุ่นละอองไมใ่ ห้เข้าสูป่ อด
๓. ปอด ทาหน้าท่แี ลกเปลยี่ นแก๊สออกซเิ จนกบั แกส๊
คาร์บอนไดออกไซด์ โดยถุงลมเล็ก ๆ มากมาย
ที่อยภู่ ายในปอด
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป.๖
๓.๓ การทางานของระบบหายใจ
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
อากาศจะผา่ นเขา้ ทางรจู มกู เขา้ สหู่ ลอดลม ข้วั ปอด
แขนงขั้วปอด และถงุ ลมตามลาดับ อากาศในถงุ ลม
จะแลกเปลยี่ นแก๊สกบั หลอดเลอื ดฝอยท่หี มุ้ อย่รู อบ ๆ
โดยแก๊สออกซิเจนจากถงุ ลม (หายใจเข้า) เข้าไปยงั
หลอดเลอื ดฝอยและแก๊สคารบ์ อนไดออกไซดจ์ ะแพร่
จากเส้นเลือดฝอยเขา้ มายังถุงลม ซ่งึ จะถูกขับออก
ทางการหายใจออกตอ่ ไป
สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป.๖
๓.๔ วธิ กี ารดแู ลรักษาระบบหายใจ
ใหท้ างานตามปกติ
๑.
๑) อยูใ่ นบริเวณทีม่ ีอากาศบริสทุ ธิ์ หลกี เลีย่ งการอยู่
ในบริเวณท่ีมฝี นุ่ ละออง หรือใชผ้ ้าปิดจมูก
เม่อื อยูใ่ นบริเวณทีม่ ฝี ่นุ ควนั
สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป.๖
๒) รกั ษาสุขภาพ โดยรับประทานอาหาร ด่มื น้า
พกั ผ่อนใหเ้ พียงพอ และออกกาลงั กาย
แบบแอโรบิกอยา่ งสม่าเสมอ อย่างนอ้ ยสัปดาหล์ ะ
๒-๓ ครั้ง ครั้งละประมาณ ๓๐ นาที
๓) รกั ษาอุณหภมู ิของรา่ งกายใหอ้ บอุ่นอยเู่ สมอ
เม่อื อากาศเย็นต้องหม่ ผ้าหรอื สวมเสอ้ื ผา้ หนา ๆ
สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
๔) สวมหน้ากากอนามยั เมอื่ ตนเองเป็นหวดั เพอื่
ปอ้ งกันการแพร่กระจายของเชอื้ โรค และในกรณี
ท่ีผอู้ ืน่ เป็นหวัด ควรสวมหน้ากากอนามัย
เพื่อป้องกนั การตดิ เชื้อโรค
๕) ระมดั ระวังไม่ให้บริเวณหน้าอกถกู กระแทก
สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.๖
ตน้ ไม้ชว่ ยให้อากาศบริสุทธิ์
สง่ ผลดตี อ่ ระบบหายใจ
การหายใจเป็นกระบวนการสาคญั ที่ชว่ ยให้เรามชี วี ติ และทา
กิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ ดงั น้นั จงึ ควรรู้จกั ป้องกนั และหลกี เลีย่ ง
สง่ิ ท่ีมีผลกระทบต่อระบบหายใจ เพอื่ การ
มสี ุขภาพร่างกายทีแ่ ขง็ แรง