The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 5 สาระ ได้แก่
1. ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
2. หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิต
3.เศรษฐศาสตร์
4. ประวัติศาสตร์
5.ภูมิศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by laksanareesokron, 2022-03-28 08:46:55

PLC รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 5 สาระ

ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 5 สาระ ได้แก่
1. ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
2. หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิต
3.เศรษฐศาสตร์
4. ประวัติศาสตร์
5.ภูมิศาสตร์

Socเพิi่aมหlัวเsรื่อtงยu่อdยies

By 61010512037

TNETNOC FO ELBA สาระศาสนา
1 ศี ล ธ ร ร ม แ ล ะ จ ริย ธ ร ร ม

สาระหน้ าที่พลเมือง วัฒนธรรม และ
2 ก า ร ดํ า เ นิ น ชี วิ ต ใ น สั ง ค ม

ส า ร ะ เ ศ ร ษ ฐ ศ า ส ต ร์

3

สาระประวัติ ศาสตร์

4

ส า ร ะ ภู มิ ศ า ส ต ร์

5

สาระศาสนา ศีลธรรม
และจริยธรรม

รู ปแบบการจั ดกาเีร ยนรู้

การจั ดการเีร ยนรู้ การจั ดการเีร ยนรู้
ตามแนวคิ ด แบบเิป ด ร่ วมกั บ
ของกานเย สื่ ออิ นโฟกราฟิ ก

ร่ วมกั บมั ลติ มี เดี ย

การจั ดการเีร ยนรู้
แบบโยนิ โสมนิ การ
ร่ วมกั บมั ลติ มี เดี ย




การจั ดการเีร ยนรู้
แบบสมองเ็ป น
ฐาน ร่ วมกั บ
มั ลติ มี เดี ย

ภูมิหลัง

ตามหลัก IPESA โดยในขั้น I (Ideal
Situation) คือ เน้นการพัฒนา KPA ขั้น P
(Present Condition) คือ เนื้อหาสาระมี
จำนวนมาก ขั้น E (Existing Problems) คือ
สอนแบบบรรยายและใช้สื่อไม่หลากหลาย ขั้น
S (Solution Problems) คือ เน้นผู้เรียนเป็น
สำคัญ และขั้น A (Aims of Solution) คือ การ

จัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนา KPA

แบบแผนการวิจัย
และกลุ่มตัวอย่าง

แบบแผนการวิจัย


ทั้ง 5 สาระการเรียนรู้ มีแบบแผนการวิจัยแบบเดียวกัน คือ การวิจัยใน
ชั้นเรียนแบบกึ่งทดลอง รูปแบบกลุ่มเดียว สอบก่อนเรียนและสอบหลัง
เรียน (Classroom action Research, Quasi –Experimental.
Research, One group Pretest – Posttest Design)



กลุ่มตัวอย่าง

นักเรียนห้อง ม.1/1, ม.1/2, ม.3/1, ม.5/1, ม.5/2, ม.5/6
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฝ่ายมัธยม)

เครื่องมือที่

ใช้ในการวิจัย

ทั้ง 5 สาระการเรียนรู้
มีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ

1. แผนการจัดการเรียนรู้
2. สื่อการเรียนรู้
3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียน
4. แบบทดสอบวัดทักษะพิสัย
5. แบบประเมินคุณลักษณะอัน

พึงประสงค์

ผลการวิจัย

ประสิทธิภาพแผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้มี

ประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ ทุก
คน

ด้าน K
มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมี
นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีค่าดัชนี
ประสิทธิผลร้อยละ 49.23
ด้าน P
มีผลด้านพุทธิพิสัยตั้งแต่ระดับดีถึงดีมาก
และมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัย
สำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

ด้าน A
มีผลด้านทักษะพิสัยตั้งแต่ระดับดีถึงดีมาก

สาระ

สาระหน้าที่พลเมือง
วัฒนธรรม และการ
ดําเนินชีวิตในสังคม

รู ปแบบการจั ดกาเีร ยนรู้

การจั ดการเีร ยนรู้ การจั ดการเีร ยนรู้
แบบปั ญหาเ็ป น ตามแนวคิ ดของ
สมิ ธและราแกน
ฐาน ร่ วมกั บ ร่ วมกั บผั งกราฟิ ก
มั ลติ มี เดี ย




การจั ดการเีร ยนรู้
ตามแนวคิ ดขอ
งกานเยร่ วมกั บ

มั ลติ มี เดี ย

การจั ดการเีร ยนรู้
แบบืส บเสาะ

หาความรู้ 7 ขั้ น
ร่ วมกั บมั ลติ มี เดี ย

ภูมิหลัง

รายงานการประเมิ นผลสั มฤทธิ์ ิว ชา ส22102
ระดั บชั้ นมั ธยมึศ กษาตอนต้ นชั้ นีป ที่ 2
ีป การึศ กษา พบว่ า จำนวนนั กเีร ยนทที่ มี เกรดเฉลี่ ยผล
สั มฤทธิ์ ทางการเีร ยนในระดั บที่ น้ อยกว่ า 3 ลงมา มี
จำนวน 120 คน คิ ดเ็ป นร้ อยละ 22.99

รายงานผลการประเมิ นคุ ณภาพของผู้ เีร ยน
ด้ านการอ่ าน คิ ด ิว เคราะห์ และเขี ยน ของนั กเีร ยนชั้ น
มั ธยมึศ กษาีป ที่ 1–6 จำแนกตามกลุ่ มสาระการเีร ยนรู้ ีป
การึศ กษา 2563 พบว่ า ร้ อยละของระดั บความสามารถ
ด้ านการอ่ านฯ ในกลุ่ มสาระสั งคมฯ อยู่ ในลำดั บที่ 7 จาก
ทั้ ง 8 กลุ่ มสาระการเีร ยนรู้ ืถ อว่ ามี ค่ าอยู่ ในระดั บต่ำเ็ป น
อั นดั บรองสุ ดท้ าย

ร้ อยละของค่ าเฉลี่ ยคุ ณภาพของผู้ เีร ยนด้ าน
คุ ณลั กษณะที่ พึ งประสงค์ ีป การศึ กษา 2563 พบว่ า ร้ อย
ละของค่ าเฉลี่ ยของคุ ณลั กษณะฯ ด้ านมี ิว นั ย, ใฝ่ เีร ยนรู้ ,
และมุ่ งมั่ นในการทำงาน อยู่ ในระดั บต่ำกว่ าคุ ณลั กษณ์ ใน
ด้ านอื่ น ๆ

แบบแผนการวิจัย
และกลุ่มตัวอย่าง

แบบแผนการวิจัย


ทั้ง 5 สาระการเรียนรู้ มีแบบแผนการวิจัยแบบเดียวกัน คือ การวิจัยใน
ชั้นเรียนแบบกึ่งทดลอง รูปแบบกลุ่มเดียว สอบก่อนเรียนและสอบหลัง
เรียน (Classroom action Research, Quasi –Experimental.
Research, One group Pretest – Posttest Design)



กลุ่มตัวอย่าง

นักเรียนห้อง ม.3/3, ม.4/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.6/1
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏ

เครื่องมือที่

ใช้ในการวิจัย

ทั้ง 5 สาระการเรียนรู้
มีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ

1. แผนการจัดการเรียนรู้
2. สื่อการเรียนรู้
3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียน
4. แบบทดสอบวัดทักษะพิสัย
5. แบบประเมินคุณลักษณะอัน

พึงประสงค์

ผลการวิจัย

ประสิทธิภาพแผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์
80/80 ที่ตั้งไว้ ทุกคน

ด้าน K
จากการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ
นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบต่างๆ พบว่า
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนอย่างมีนัย
สำคัญทางสถิติที่ระดับ .0 5
จากการวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิผลของงานวิจัย
ภายในกลุ่มหน้าที่พลเมือง พบว่า ดัชนีประสิทธิผลมีค่า
ตั้งแต่ 0.5033 - 0.6803 นั้นหมายความว่าการจัดการ
เรียนรู้มีความก้าวหน้าอย่างมาก

ด้าน P
จากการวิเคราะห์การศึกษาและพัฒนาทักษะ
ต่างๆ ซึ่งประกอบด้วยทักษะการคิดวิเคราะห์ และทักษะการ
คิดแบบมีวิจารณญาณ ผลคือนักเรียนกลุ่มตัวอย่างของการ
วิจัย มีทักษะต่างๆในระดับ "ดี" ถึง "ดีมาก"
ด้าน A
จากการศึกษาการพัฒนาคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ ด้านต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย ด้านมุ่งมั่นในการ
ทำงาน ด้านใฝ่เรียนรู้ และด้านมีวินัย พบว่านักเรียนกลุ่ม
ตัวอย่างมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับ "ดี" ถึง "ดี
มาก"

สาระเศรษฐศาสตร์

รู ปแบบการจั ดกาเีร ยนรู้

การจั ดการเีร ยนรู้ การจั ดการเีร ยนรู้
แบบปั ญหาเ็ป น แบบ 4 MAT ร่ วม
กั บอิ นโฟกราฟิ ก
ฐาน ร่ วมกั บ
มั ลติ มี เดี ย

การจั ดการเีร ยนรู้
แบบืส บเสาะหาความ
รู้ (5Es) ร่ วมกั บอิ นโฟ

กราฟิ ก

การจั ดการเีร ยนรู้ แบบ การจั ดการเีร ยนรู้
ืส บเสาะหาความรู้ แบบืส บเสาะ

(5Es) ร่ วมกั บหนั งืส อ หาความรู้ (5Es)
อิ เล็ กทรอนิ กส์ (E- โดยใช้ บทเีร ยน
Book) อิ เล็ กทรอนิ กส์

ภูมิหลัง

สาระเศรษฐศาสตร์ พบว่ า ผลคะแนนเฉลี่ ยได้ ร้ อย
ละ 31.45 ซึ่ งต่ำกว่ าระดั บสั งกั ด (ร้ อยละ 40.70), ครู เน้ น
การสอนเนื้ อหาจากหนั งืส อเีร ยนี้ เ็ป นสำคั ญ ไม่ ได้ เน้ น
กระบวนการเีร ยนรู้ , ครู เน้ นการท่ องจำ ไม่ มี การปฏิ บั ติ
จิร ง, ครู ไม่ ส่ งเสิร มให้ นั กเีร ยนเชื่ อมโยงความรู้ และสร้ าง
ความคิ ดรวบยอด

แบบแผนการวิจัย
และกลุ่มตัวอย่าง

แบบแผนการวิจัย


ทั้ง 5 สาระการเรียนรู้ มีแบบแผนการวิจัยแบบเดียวกัน คือ การวิจัยใน
ชั้นเรียนแบบกึ่งทดลอง รูปแบบกลุ่มเดียว สอบก่อนเรียนและสอบหลัง
เรียน (Classroom action Research, Quasi –Experimental.
Research, One group Pretest – Posttest Design)



กลุ่มตัวอย่าง

นักเรียนห้อง ม.3/3, ม.4/1, ม.5/2, ม.5/3,
ม.6/1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

เครื่องมือที่

ใช้ในการวิจัย

ทั้ง 5 สาระการเรียนรู้
มีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ

1. แผนการจัดการเรียนรู้
2. สื่อการเรียนรู้
3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียน
4. แบบทดสอบวัดทักษะพิสัย
5. แบบประเมินคุณลักษณะอัน

พึงประสงค์

ผลการวิจัย

ประสิทธิภาพแผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ของสมาชิกกลุ่มมี

ประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ ทุกคน
ด้าน K
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อน

เรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีผลเป็น
เช่นนี้ทุกคน

ด้าน P
ผลประเมินสมรรถนะทักษะการคิดวิเคราะห์อยู่
ในระดับดีมาก โดยมีผลเป็นเช่นนี้ทุกคน
ด้าน A
ผลประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์อยู่ใน
ระดับดีมาก โดยมีผลเป็นเช่นนี้ทุกคน

สาระ
ประวัติศาสตร์

รู ปแบบการจั ดกาเีร ยนรู้

การจั ดการเีร ยนรู้ การจั ดกิ จกรรม
โดยิว ีธ การทาง การเีร ยนรู้ แบบ
ห้ องเีร ยนกลั บ
ประวั ติ ศาสตร์ ร่ วม ด้ านร่ วมกั บอิ นโฟ
กั บมั ลติ มี เดี ย กราฟิ ก



การจั ดกิ จกรรมการ การจั ดกิ จกรรมการ
เีร ยนรู้ แบบห้ องเีร ยน เีร ยนรู้ แบบคิ ดอุ ปนั ย

กลั บด้ านร่ วมกั บ ร่ วมกั บมั ลติ มี เดี ย
มั ลติ มี เดี ย



การจั ดกิ จกรรมการ การจั ดกิ จกรรม
เีร ยนรู้ ตามแนวคิ ดขอ การเีร ยนรู้ แบบ
ืส บเสาะหาความรู้
งกานเยร่ วมกั บ 5 ขั้ น (5Es) ร่ วม
มั ลติ มี เดี ย กั บอิ นโฟกราฟิ ก

ภูมิหลัง

จากรายงานการพั ฒนาคุ ณภาพการึศ กษา โรงเีร ยน
กาฬิส นธุ์ พิ ทยาสรรพ์ ประจำีป การึศ กษา 2563 พบว่ า
รู ปแบบการจั ดกิ จกรรมการเีร ยนการสอนในรายิว ชา
ประวั ติ ศาสตร์ ไม่ หลากหลาย ไม่ เอื้ อต่ อการพั ฒนาผู้
เีร ยน ส่ งผลให้ ผลสั มฤทธิ์ ทางการเีร ยน ทั กษะการคิ ด
และคุ ณลั กษณะอั นพึ งประสงค์ ของนั กเีร ยนโดยภาพ
รวมอยู่ ในระดั บค่ อนข้ างต่ำึถ งปานกลาง

แนวทางการการจั ดการเีร ยนรู้ ปั ญหาสาระ
ประวั ติ ศาสตร์ คื อ ปรั บปรุ งเปลี่ ยนแปลงรู ปแบบการ
สอน เทคนิ คการสอน หานวั ตกรรมการสอนที่ ทั นสมั ย
และหลากหลาย จั ดการเีร ยนรู้ ที่ เน้ นผู้ เีร ยนี้ เ็ป นสำคั ญ
โดยครู ผู้ สอนต้ องเปลี่ ยนบทบาทเ็ป นผู้ อำนวยความ
สะดวกในการจั ดการเีร ยนรู้
ให้ สอดคล้ องกั บความแตกต่ างระหว่ าง บุ คคล ที่ ผู้ เีร ยน
สามารถเีร ยนรู้ ได้ ตลอดเวลา

แบบแผนการวิจัย
และกลุ่มตัวอย่าง

แบบแผนการวิจัย


ทั้ง 5 สาระการเรียนรู้ มีแบบแผนการวิจัยแบบเดียวกัน คือ การวิจัยใน
ชั้นเรียนแบบกึ่งทดลอง รูปแบบกลุ่มเดียว สอบก่อนเรียนและสอบหลัง
เรียน (Classroom action Research, Quasi –Experimental.
Research, One group Pretest – Posttest Design)



กลุ่มตัวอย่าง

นักเรียนห้อง ม.2/9, ม.3/13, ม.5/3,
โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์

เครื่องมือที่

ใช้ในการวิจัย

ทั้ง 5 สาระการเรียนรู้
มีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ

1. แผนการจัดการเรียนรู้
2. สื่อการเรียนรู้
3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียน
4. แบบทดสอบวัดทักษะพิสัย
5. แบบประเมินคุณลักษณะอัน

พึงประสงค์

ผลการวิจัย

ประสิทธิภาพแผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ของสมาชิกกลุ่มมี

ประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่ตั้งไว้ ทุกคน
ด้าน K
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อน

เรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีผลเป็น
เช่นนี้ทุกคน

ด้าน P
ผลประเมินสมรรถนะทักษะการคิดวิเคราะห์
และการคิดอย่างมีวิจารณญาณอยู่ในระดับปานกลาง
ด้าน A
ผลประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านใฝ่
เรียนรู้และด้านมุ่งมั่นในการทำงานอยู่ในระดับสูง



รู ปแบบการจั ดกาเีร ยนรู้

การจั ดการเีร ยนรู้ การจั ดการเีร ยนรู้
แบบืส บเสาะ แบบวั ฏจั กรการ
เีร ยนรู้ 7 ขั้ น (7
หาความรู้ (5Es) Es) ร่ วมกั บอิ นโฟ
ร่ วมกั บกระบวนการ
ทางภู มิ ศาสตร์ โดย กราฟิ ก


ใช้ มั ลติ มี เดี ย



การจั ดการเีร ยนรู้
ตามแนวคิ ดขอ
งกานเยร่ วมกั บ

มั ลติ มี เดี ย



การจั ดการเีร ยนรู้ แบบ
ืส บเสาะหาความรู้

(5Es) ร่ วมกั บบทเีร ยน
ีว ดิ ทั ศน์ ช่ วยสอน

การจั ดการเีร ยนรู้ แบบ
สมองเ็ป นฐาน ร่ วมกั บ

มั ลติ มี เดี ย

ภูมิหลัง

รายงานการพั ฒนาคุ ณภาพการึศ กษา ประจำ
การศึ กษา 2563 การประเมิ นนในมาตรฐานที่ 1
คุ ณภาพของผู้ เีร ยน พบว่ า มี ผลการประเมิ นด้ านการ
ประเมิ นทั กษะคิ ดิว เคราะห์ ต่ำที่ สุ ดในการประเมิ นด้ าน
เดี ยวกั น การสรุ ปจากมาตรฐานที่ 3 กระบวนการเีร ยน
การสอนที่ เน้ นผู้ เีร ยนเ็ป นสำคั ญ พบว่ า จุ ดควรพั ฒนา
คื อ ครู ควรจั ดกิ จกรรมเน้ นให้ ผู้ เีร ยนได้ มี ความสามารถ
ในการคิ ดิว เคราะห์ คิ ดสั งเคราะห์ อย่ างหลากหลาย

รายงานผลสั มฤทธิ์ ทางการเีร ยน ภาคเีร ยนที่ 1
ีป การศึ กษา 2564 ด้ านพุ ทิธ พิ สั ย พบว่ า มี ผลสั มฤทธิ์
ทางการเีร ยนต่ำและยั งพบนั กเีร ยนที่ มี ผลสั มฤทธิ์ ไม่
ผ่ านเกณฑ์ ด้ านทั กษะพิ สั ย พบว่ า มี ความสามารถใน
การคิ ดิว เคราะห์ ต่ำ ด้ านิจ ตตพิ สั ย พบว่ า มี คุ ณลั กษณะ
อั นพึ งประสงค์ ด้ านมุ่ งมั่ นในการทำงานและด้ านใฝ่ เีร ยน
รู้ ต่ำ

แบบแผนการวิจัย
และกลุ่มตัวอย่าง

แบบแผนการวิจัย


ทั้ง 5 สาระการเรียนรู้ มีแบบแผนการวิจัยแบบเดียวกัน คือ การวิจัยใน
ชั้นเรียนแบบกึ่งทดลอง รูปแบบกลุ่มเดียว สอบก่อนเรียนและสอบหลัง
เรียน (Classroom action Research, Quasi –Experimental.
Research, One group Pretest – Posttest Design)



กลุ่มตัวอย่าง

นักเรียนห้อง ม.1/6, ม.1/10, ม.1/13, ม.2/8, ม.2/10
โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์

เครื่องมือที่

ใช้ในการวิจัย

ทั้ง 5 สาระการเรียนรู้
มีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ

1. แผนการจัดการเรียนรู้
2. สื่อการเรียนรู้
3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียน
4. แบบทดสอบวัดทักษะพิสัย
5. แบบประเมินคุณลักษณะอัน

พึงประสงค์

ผลการวิจัย

ประสิทธิภาพแผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ของสมาชิกกลุ่มมี
ประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ ทุกคน
ด้าน K
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อน
เรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีผลเป็น
เช่นนี้ทุกคน
ด้าน P
ผลประเมินสมรรถนะทักษะการคิดวิเคราะห์อยู่
ในระดับดีมาก โดยมีผลเป็นเช่นนี้ทุกคน
ด้าน A
ผลประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านมุ่ง
มั่นในการทำงานอยู่ในระดับดีถึงดีมาก และด้านใฝ่เรียนรู้อยู่
ในระดับดีมาก

Thank
You

Socเพิi่aมหlัวเsรื่อtงยu่อdยies

By 61010512037


Click to View FlipBook Version