The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความหมายของสปีชีส์และการเกิดสปีชีส์ใหม่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pnrphimnara, 2022-09-09 04:30:37

วิทยาศาสตร์ชีวภาพ

ความหมายของสปีชีส์และการเกิดสปีชีส์ใหม่

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์(E-book)
เรื่อง ความหมายของสปีชีส์และการเกิดสปีชีส์ใหม่

วิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว30103
ผู้จัดทำ

นางสาวพิมพิ์นารา สังวาลย์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/14
ครูผู้สอน
นางสาวรัตนา หมู่โยธา
โรงเรียนสตรีราชินูทิศ

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมอุดรธานี

ความหมายของสปีชีส์

สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะคล้ายกันสามารถ
ผสมพันธุ์กัน และสามารถดำรงเผ่าพันะุ์ต่อไปได้

หรือกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่มียีนพูล (gene
pool)

ร่วมกัน และเกิดการถ่ายโอนเคลื่อนย้ายระหว่าง
กันและกันได้ เรียกว่า สปีชีส์ (species)

ส่วนความหมายของ สปีชีส์ทางด้านสัญฐานวิทยา หมายถึง สิ่ง
มีชีวิตที่มีที่มีสัญฐานและโครงสร้างทางกายวิภาคต่างกัน เพื่อใช้เป็น
แนวคิดในการศึกษาด้านอนุกรมวิธาน สาเหตุสำคัญในการเกิดสปีชีส์
ใหม่เกิดจากการทำให้ประชากรต่างกลุ่มไม่สามารถผสมพันธุ์กันได้ จึง
ไม่มีโอกาสเกิดลูกผสมหรือเกิดก็เกิดได้ยาก แต่ถ้าเกิดลูกผสมแล้วลูก
ที่เกิดมาส่วนใหญ่ไม่สมบูรณ์หรือไม่แข็งแรงแล้วตายไปในที่สุด ดังนั้น
ประชากรของแต่ละกลุ่มจึงมีวิวัฒนาการอย่างอิสระ จนกระทั่งเกิด
สปีชีส์ใหม่ในที่สุด กลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์ กลไกการแยกัน
ทางการสืบพันธุ์ เป็นกลไกที่ยับยั้งมิให้เกิดยีนโฟลว์ระหว่างยีนพูล
ทำให้แต่ละสปีชีส์ยังดำรงอยู่ได้

กลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์

การดำรงความเป็นสปีชีส์ไว้ไม่ให้เกิดการผสมข้ามพันธุ์หรือผสมระหว่างสปีชีส์ที่ไกล้ชิดกัน มี 2 ระดับ ดังนี้

1.กลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์ก่อนระยะไซโกต

กลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์ก่อนระยะไซโกต เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์สืบพันธุ์ 2 สปีชีส์มาสัมผัสกัน
กลไกเหล่านี้ได้แก่
1.1 ช่วงเวลาหรือฤดูในการผสมพันธุ์ต่างกัน (Seasonal or Temporal isolution) ช่วงเวลาที่
เหมาะสมในการผสมพันธุ์ต่างกัน จึงทำให้เซลล์สืบพันธุ์ไม่มีโอกาสมาพบกัน
1.2 สภาพนิเวศวิทยาต่างกัน (Ecological isolation) คือมีแหล่งที่อยู่และแหล่งเพาะพันธุ์ต่างกัน
1.3 พฤติกรรมการผสมพันธุ์ต่างกัน (Behavioral isolation) เป็นการแสดงพฤติกรรมในการ
เกี้ยวพาราสี โดยใช้สัญญาณต่างๆ ท่าทาง เสียง การสร้างรัง ฟีโรโมนต่างกัน ทำให้แยกสปีชีส์ออก
จากกันได้

1.4 โครงสร้างอวัยวะสืบพันธุ์ต่างกัน (Mechanical isolation) คือ 2 สปีชีส์มีโครงสร้าง
อวัยวะสืบพันธุ์ต่างกัน จึงไม่เกิดการผสมพันธุ์ของ 2 สปีชีส์
1.5 สรีรวิทยาของเซลล์สืบพันธุ์ต่างกัน(Physiological or Gametic isolation) เช่น
ละอองเรณูของพืชสปีชีส์หนึ่ง เมื่อตกบนยอดเกสรตัวเมียของอีกสปีชีส์หนึ่งจะไม่สามารถงอก
หลอดละอองเรณูนำ เสปิร์มนิวเคลียสลงไปผสมไข่กันได้

2.กลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์หลังระยไซโกต

กลไกการแยกกันทางการสืบพันธุ์หลังระยไซโกตเกิดหลังจากกลไกอย่างแรกล้มเหลว ทำให้เกิดการ
ปฏิสนธิของสองสปีชีส์ขึ้นจนเกิด ไซโกตลูกผสมที่โตเต็มวัย แต่ยีนโฟลว์ระหว่างสปีชีส์ทั้งสองไม่สามารถ
ดำเนินต่อไป เพราะลูกผสม มียีนที่เป็นองค์ประกอบหรือจีโนม ที่ได้มาจากสปีชีส์หนึ่งไม่สมดุล หรือมาสอด
คล้องกับจีโนมที่ได้มาจากอีกสปีชีส์หนึ่งลูกผสมจึงมีโอกาสผิดปกติกรณีใดกรณีหนึ่ง ได้แก่

2.1 ลูกผสมตายหรืออ่อนแอหรือไม่สมบูรณ์ (Hybrid inviability) ก่อนถึงวัยเจริญ

พันธุ์
2.2 ลูกผสมเป็นหมัน (Hybrid sterility) เช่นม้าผสมกับลาได้ลูกเป็นล่อซึ่งเป็นหมัน

เวลาสร้างเซลล์สืบพันธุ์ของล่อด้วยการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสจึงมีปัญหา บางโครโมโซม

ไม่มีคู่ ทำให้ไม่สามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ ล่อเป็นหมันจึงไม่ทำให้เกิดสายพันธุ์ใหม่ที่เกิด

จากการผสมระหว่างม้ากับลาจึงเป็นสัตว์คนละสปีชีส์อย่างแท้จริง
2.3 ลูกผสม F2 ไม่สามารถสืบพันธุ์ต่อไป (Hybrid breakdown) เกิดในบางกรณีที่
รุ่น F1 ทั้งสองเพศที่อ่อนแอ แต่พอจะสามารถสืบพันธุ์และถ่ายทอดพันธุกรรมได้บ้างจนได้
รุ่น F2 ซึ่งมักจะไม่รอดตั้งแต่ระยะแรกของการเจริญหรือรอดแต่เป็นหมันจนสืบพันธุ์ไม่ได้

การเกิดสปีชีส์ใหม่?

การเกิดสปีชีส์ใหม่ โดยการเปลี่ยนแปลงหรือวิวัฒนาการมาจากสปีชีส์
ที่มีอยู่ก่อน โดยอาศัยหลักการแบ่งแยกทางการสืบพันธุ์ดังกล่าวแล้ว
จนกลายเป็นสปีชีส์ใหม่ ทำให้เกิดสปีชีส์ใหม่ๆได้มากมาย
แนวทางการเกิดสปีชีส์ใหม่ได้ 2 แนวทางคือ

1. การเกิดสปีชีส์ใหม่โดยการแยกกันตามสภาพภูมิศาสตร์

การเกิดสปีชีส์ใหม่โดยการแยกกันตามสภาพภูมิศาสตร์ เป็นการแยกกลุ่มออกตาม
สภาพภูมิศาสตร์เป็นเวลายาวนาน โดยมีสิ่งกีดขวางตามสภาพภูมิศาสตร์ เมื่อเวลาผ่าน
ไปนานๆ จะทำให้แต่ละกลุ่มเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางพันธุกรรมจนในที่สุดประชากร
แต่ละกลุ่มมีความแตกต่างทางพันธุกรรมอย่างมาก จนไม่สามารถผสมพันธุ์และถ่าย
ทอดยีนโฟลว์ระหว่างกันได้แม้จะมีโอกาสกลับมาอยู่ร่วมกันอีกก็ตาม

2. การเกิดสปีชีส์ใหม่โดยการเปลี่ยนแปลงจำนวนโครโมโซม

การเกิดสปีชีส์ใหม่โดยการเปลี่ยนแปลงจำนวนโครโมโซมเป็นการเกิดสปีชีส์
ใหม่ภายใยเขตภูมิศาสตร์เดียวกัน โดยมีกลไกการเกิดเนื่องจากการเพิ่มจำนวน
ชุดของโครโมโซม หรือที่เรียกว่า พอลิพลอยดี เหตุที่เกิดเนื่องจากในการแบ่ง
เซลล์สืบพันธุ์ โดยวิธีไมโอซิสนั้นจะได้โครโมโซมมากผิดปกติ ความจริงแล้วการ
เกิดพอลิพลอยดีนั้นเกิดได้ทั้งในพืชและสัตว์ แต่มีพบได้น้อยในสัตว์ เพราะสัตว์ที่
เกิดมามักผิดปกติ ไม่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างปกติ รวมทั้งสัตว์และคนยัง
ผิดปกติด้วย ถึงแม้โครโมโซมจะเกินมาเพียง 1 หรือ 2 แท่ง

อ้างอิง

HTTPS://DOCS.GOOGLE.COM/DOCUMENT/D/1YND4LSQAP
C1UFKAXYGFYLVABKQMTUNONJZNZQ-NH20I/EDIT


Click to View FlipBook Version