The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เทคนิคการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หน่วยที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by publicshare, 2022-09-26 08:56:06

เทคนิคการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หน่วยที่ 2

เทคนิคการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หน่วยที่ 2

หน่วยท่ี 2
การสำรวจความจำเป็นในการฝึกอบรม

หัวขอ้ เรื่อง (Topics)

2.1 ปัญหาขององค์กร
2.2 ความจำเป็นในการฝึกอบรม
2.3 แนวทางและข้ันตอนการหาความจำเป็นในการฝึกอบรม

แนวคิดสำคัญ (Main Idea)

การสำรวจความจำเป็นในการฝึกอบรมเป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการฝึกอบรม ซึ่งเป็นการค้นหา
ปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กรหรือหน่วยงาน ว่าเรื่องใดสามารถแก้ไขให้หมดไปหรือทุเลาได้ด้วยการฝึกอบรม
โดยรวมถึงการหาข้อมูลว่ากลุ่มบุคลากรเป้าหมายที่จะต้องเข้ารับการฝึกอบรมเป็นกลุ่มใด ตำแหน่งงานอะไร มี
จำนวนมากน้อยเพียงใด ควรจัดเป็นโครงการฝึกอบรมให้หรือส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมภายนอกองค์กร มี
ภารกิจใดบ้างที่ควรแก้ไขปรับปรุงดว้ ยการฝึกอบรม พฤติกรรมประเภทใดที่ควรเปลี่ยนแปลงด้านความรู้ ทักษะ
ทัศนคติ หรือประสบการณ์ ทั้งนี้ ต้องวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาเพื่อค้นหาความต้องการที่แท้จริงในการ
ฝึกอบรม ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ กำหนดขอบเขตและวัตถุประสงค์ วางแผน ดำเนินการตามแผน และเก็บรวบรวม
ขอ้ มูล วเิ คราะหข์ ้อมูล และรายงานผลการหาความจำเป็นในการฝึกอบรม

วัตถปุ ระสงค์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Objectives)

1. อธบิ าย ยกตัวอย่าง และจำแนกประเภทของปัญหาขององค์กรได้
2. บอกความหมาย ความสำคัญ และระบปุ ระเภทของความจำเป็นในการฝึกอบรมได้
3. บอกขั้นตอนและวิธกี ารรวบรวมข้อมลู เพื่อหาความจำเปน็ ในการฝกึ อบรมได้
4. อธิบายขัน้ ตอนและวิเคราะห์ความต้องการในการฝึกอบรมได้
5. มมี นษุ ยสมั พนั ธ์ มวี ินัย รับผิดชอบ ซ่อื สัตย์สุจริต และความอดทนอดกล้ัน

เน้ือหาสาระ (Content)

ในการดำเนินธุรกิจแม้ว่าองค์กรมีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ทักษะในการปฏิบัติงานอย่างดี
เพียงใด ปัญหาในการดำเนินงานขององค์กรย่อมเกิดขึ้นได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในองค์กรมีมากมาย ซึ่งปัญหา
บางอยา่ งอาจนำการฝึกอบรมไปใช้แกป้ ัญหาได้ แต่บางปญั หาไม่สามารถแก้ปัญหาได้ การหาความจำเป็นเป็นใน
การฝึกอบรมเป็นวิธีการที่ใช้ในการค้นหาปัญหาขององค์กรที่เกิดขึ้น ผลของการหาความจำเป็นในการฝึกอบรม
ต้องนำไปวิเคราะห์ว่า ความต้องการเรื่องใดที่สมควรได้รับการแก้ปัญหาด้วยการฝึกอบรม มีความจำเป็นต้องใช้
การฝกึ อบรมไปแก้ไขปัญหาน้ันอย่างเร่งดว่ น ในหน่วยการเรียนน้ีจะกล่าวถึงปัญหาขององค์กร ความต้องการใน
การฝึกอบรม แนวทางและข้ันตอนในการสำรวจความต้องการในการฝึกอบรม รายละเอยี ดมดี งั น้ี

2.1 ปญั หาขององค์กร

2.1.1 ความหมายของปัญหา
พจนานุกรมไทยฉบับทันสมัยและสมบูรณ์ (2552 : 670) ให้ความหมายว่า ปัญหา หมายถึงข้อ

สงสัย ขอ้ ขัดข้อง อปุ สรรค คำถาม ข้อที่ควรถาม ข้อท่ตี อ้ งพจิ ารณาแกไ้ ข
สมคิด บางโม (2551 : 39) สรปุ ปัญหาขององค์กรไว้ 5 ประการ คอื
1. ปัญหาด้านบุคลากร ได้แก่ บุคลากรไม่เพียงพอหรือมากเกินไป ขาดความรู้ความสามารถ

ทักษะ ขาดความรับผิดชอบ อัตราการลาออก การขาดงานสูง อุบัติเหตุเพิ่มขึ้น อัตราการร้องทุกข์ของ
พนกั งานสงู

2. ปัญหาด้านการเงิน ได้แก่ ปัญหาด้านการจัดสรรกำไร เสียดอกเบี้ยอัตราสูง ภาวะขาดทุน
ขาดเงนิ ทุนเพ่อื ขยายกจิ การ ตน้ ทนุ การผลิตสูง

3. ปัญหาด้านการจัดการและวิธีการทำงาน ได้แก่ ปัญหาด้านมาตรฐานการปฏิบัติงานต่ำ ขาด
ขวัญและกำลงั ใจในการปฏิบตั งิ าน สง่ มอบส้นิ ค้าให้ลูกค้าไม่ทันกำหนด ผลผลติ ตกตำ่ ค่าใช้จา่ ยสูง

4. ปญั หาดา้ นวสั ดอุ ปุ กรณ์ เครอ่ื งจักรและเวลา ได้แก่ ปัญหาสถานท่ีทำงานคับแคบ ภมู ิทัศนไ์ ม่
เหมาะสม เคร่อื งจักรเก่า ชำรุด ล้าสมัย ขาดแหลง่ วัตถดุ ิบ วตั ถุดิบมีคุณภาพต่ำ จดั ส่งไมต่ รงเวลาและเทคโนโลยี
ในการผลติ ลา้ หลัง

5. ปัญาด้านการตลาด ได้แก่ คู่แข่งขันมาก ยอดขายตกต่ำ คุณภาพของสินค้าสู้คู่แข่งไม่ได้
สนิ ค้าไม่ได้รับความนิยม เศรษฐกจิ ของประเทศตกต่ำ อัตราการสัง่ ซ้อื น้อยลง

นอกจากนี้ สมชาติ กิจยรรยง และอรจรีย์ ณ ตะกั่วทุ่ง (2550 : 43-44) กล่าวถึงปัญหาที่พบ
โดยทว่ั ไปขององค์กร ไดแ้ ก่

1. มีอตั ราของการสิน้ เปลืองค่าใชจ้ ่ายท่สี ูงขน้ึ
2. พนักงานใช้เวลาในการเรียนรงู้ านทีย่ าวนาน
3. มาตรฐานในการปฏบิ ัติงานตำ่ ลง
4. มีการใช้ประโยชนจ์ ากเคร่ืองมือเครื่องจักรได้ไม่เต็มท่ี
5. มกั มจี ำนวนอุบัติเหตุเพ่ิมข้ึน
6. ใช้เวลาในการปฏบิ ัติงานที่มรี ะยะเวลายาวนานข้ึน
7. มกี ารปฏบิ ัตงิ านทีเ่ ฉอื่ ยชา ล่าชา้ และไมก่ ระตือรือร้น
8. มีจำนวนการลาออก การลา ขาดงานของพนักงานทสี่ ูงขึ้น
9. ภาพลกั ษณ์ขององค์กรเสื่อมเสยี ลงไป
10. เกิดปัญหาการรอ้ งเรียน บ่น ตำหนิ ต่อวา่ จากลูกค้าหรือผู้ใช้บรกิ าร เปน็ ต้น
กลา่ วโดยสรปุ ปญั หาท่เี กิดขน้ึ ในองค์กร สามารถแบง่ ได้ ดังนี้
1. ปัญหาข้อขัดข้อง หมายถึง ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคนในองค์กรเป็นสำคัญ และเป็นปัญหาที่
เปน็ มาต้ังแตใ่ นอดีตจนถึงปัจจบุ นั และสมควรได้รับการแก้ไข เชน่ นพรัตน์พมิ พ์งานผิดบ่อยครั้ง
2. ปัญหาป้องกัน หมายถึง ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคนในองค์กรและเป็นปัญหาที่เป็นมาตั้งแต่
อดีต ปัจจุบันสามารถเตรียมการป้องกันได้ เช่น นพมาศไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการใช้ภาษาไทย ในการร่าง
หนังสือโต้ตอบทกุ คร้ังนพมาศจะเตรียมพจนานุกรมมาด้วยทกุ ครั้ง
3. ปัญหาเชิงพัฒนา หมายถึง ปัญหาที่สามารถหยั่งรู้ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต หรือเป็นปัญหาที่
เกดิ ขน้ึ จากความจำเป็น ท่ีจะทำให้เกดิ ส่งิ ใด หรอื พฒั นาส่ิงใดส่ิงหน่ึงใหด้ ีข้ึน อาจเป็นการเตรยี มคนเพื่อองค์กรใน
อนาคต เช่น นพวุฒไิ ดร้ ับคำสัง่ ใหเ้ ขา้ อบรมเพ่ือเพิ่มพูนความรูด้ ้านคอม พิวเตอร์ บริษัท เอเอ จำกัด ส่ัง

เครื่องจักรในการผลิตมาใหม่ซึ่งใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาเพ่ือรองรับการขยายตัวของบริษัท จึงได้มอบให้วิศวกร
ของบริษทั เขา้ รับการฝกึ อบรมการใชเ้ คร่อื งจักรดังกล่าว

2.1.2 การนำการฝึกอบรมาใชแ้ ก้ปัญหาองคก์ ร
ปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กรทำให้เกิดผลเสียต่อองค์กร ซึ่งการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นบางปัญหาอาจ

แก้ไขได้ด้วยการฝึกอบรม และบางครั้งการฝึกอบรมไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ ดังนั้น การตัดสินใจว่า
เมอ่ื ใดควรจะมีการฝึกอบรมเพื่อแกป้ ญั หาภายใน ควรพิจารณาในเร่ืองดังต่อไปนี้

1. เมือ่ ไม่มวี ธิ อี น่ื ทด่ี กี วา่ นใ้ี นการแก้ปัญหา
2. เม่ือพบว่าพนักงานขาดประสิทธภิ าพในการทำงาน
3. พนกั งานมีความสามารถในการทำงานน้อย
4. พฤตกิ รรมในการทำงานควรได้รับการปรบั ปรุง
5. สภาพแวดลอ้ มของท่ีทำงานควรไดร้ บั การปรับปรุง
6. มีอุบตั เิ หตุบอ่ ยครง้ั หรือเกิดข้ึนเป็นประจำ
7. งานไม่เสรจ็ ตามกำหนด งานคงั่ ค้างมาก
8. ผลงานไม่ได้มาตรฐาน (ไมส่ ะอาด ไม่เรยี บรอ้ ย ไมป่ ระณตี เปน็ ตน้ )
9. เครือ่ งจักรเสยี อุปกรณ์ต้องซ่อมบ่อยครั้ง ซอ่ มอยู่เสมอ
10. การปฏบิ ตั ิงานลา่ ชา้ เฉอื่ ยชา เกิดความท้อถอย
11. งานอยา่ งเดียวกัน แต่มีวธิ ีทำตา่ งกัน
12. การพิจารณาเงินเดือน ความดีความชอบไม่ยุติธรรม ไมเ่ หมาะสม
13. ขวัญกำลังใจในการทำงานตำ่ ไมม่ กี ารบำรงุ ขวัญ
14. อตั ราการลาออกสงู
15. พนกั งานไมม่ ีระเบยี บวนิ ยั ไม่ต้งั ใจทำงาน
จึงอาจกลา่ วได้ว่า ปญั หาขององค์กรที่เกิดข้นึ อาจเกดิ จากการขาดส่ิงหนง่ึ สิ่งใด ดังต่อไปนี้
1. ขาดความรใู้ นหนา้ ที่การงานท่ีทำ (Knowledge) หรอื ความรู้ในการทำงานไม่เพียงพอ
2. ขาดความสามารถในการปฏบิ ัติงาน (Practice) หรือทำงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานทก่ี ำหนด
3. ขาดทักษะในการทำงาน (Skill) เช่น ทำงานชา้ หรอื ทำงานไมเ่ ป็น เป็นตน้
4. มที ัศนคตไิ มด่ ตี ่องาน ต่อเพือ่ นร่วมงาน หรือตอ่ บริษทั เชน่ เบ่ืองาน ไม่พงึ พอใจในหน้าท่ีการ
งาน ทะเลาะกับเพ่ือนร่วมงานเสมอ เป็นต้น
5. ขาดความสนใจ (Interest) ในการทำงาน ไมอ่ ยากทำงาน
6. ขาดความเขา้ ใจ (Understanding) ในหนา้ ทก่ี ารงาน
จากลักษณะปัญหาข้างต้น สรุปได้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร เช่น ปัญหาบุคลากรขาดความรู้
ความสามารถ ความชำนาญ ทัศนคติหรือการบริหารงานขององค์กร เป็นต้น ปัญหาเหล่านั้นสามารถนำการ
ฝึกอบรมมาใชแ้ ก้ไขปัญหาได้
ในทางตรงกนั ข้าม ปัญหาทเ่ี กิดข้ึนในองค์กรบางปัญหาไมส่ ามารถใช้การฝกึ อบรมมาแก้ไขปัญหาได้ เชน่
บุคลากรไม่เพียงพอทำให้ผลิตสินค้าไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้า วิธีการปฏิบัติงานไม่เหมาะสม ทำให้การ
ปฏิบัติงานไม่คล่องตัว เครื่องจักรล้าสมัยทำให้ผลิตสินค้าได้น้อย สถานที่ทำงานคับแคบ แสงสว่างไม่เพียงพอ
หัวหน้าไม่มอบหมายงาน ขัดแย้งกับผูบ้ งั คับบัญชา เป็นต้น ปัญหาดังกล่าวหากจดั การฝกึ อบรมแล้ว ไม่สามารถ
แกป้ ัญหาได้และสิน้ เปลืองคา่ ใชจ้ ่ายในการฝึกอบรม

2.2 ความจำเป็นในการฝึกอบรม

การหาความจำเป็นในการฝึกอบรม (Training Needs Assessment-TNA) เป็นกระบวนการวิเคราะห์
ค้นหาความไม่เพียงพอที่มีอยู่ในปัจจุบันเมื่อเทียบกับระดับที่คาดหวัง หรือที่ควรจะเป็นในเรื่องของความรู้
ทักษะ ทักศนคติ และพฤติกรรมการปฏิบัติหน้าท่ี จนเปน็ เหตุให้องค์กรไมส่ ามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย
ท่ีกำหนดไว้ หรืออาจเรียกไดว้ ่าเกิดปัญหาข้นึ ในองค์กร ซ่งึ ตอ้ งศึกษาสภาพปัญหา เม่ือทราบปัญหาแล้วจะได้หา
วิธีการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการฝึกอบรม ดังนั้น การหาความจำเป็นในการฝึกอบรมจะต้องพิจารณาว่าปัญหาที่
เกิดขึน้ เป็นปญั หาท่ีนำการฝึกอบรมมาแก้ไขไดห้ รือไม่ และจำเป็นต้องอบรมหรือไม่ ใครบา้ งท่คี วรจจะเข้ารับการ
ฝึกอบรม เรื่องใดบ้างที่ควรจะนำมาบรรจุในหลักสูตรฝึกอบรม ควรเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องและมุ่งแก้ป้ญหาการ
ทำงาน ใชว้ ธิ กี ารฝึกอบรมแบบใดจึงจะได้ผล

2.2.1 ความหมายของความจำเป็นในการฝกึ อบรม
ความจำเป็นในการฝึกอบรม หมายถึง สภาพการณ์ ปัญหา อุปสรรค หรือข้อขัดข้องต่าง ๆ

เกย่ี วกับบุคคลท่เี กดิ ขน้ึ ในการปฏบิ ตั ิงาน โดยเกดิ ผลต่างระหว่างความต้องการในการปฏิบตั ิงานกับสิ่งที่พนักงาน
ทำได้ ตวั อยา่ งเช่น พนกั งานขายมผี ลงานดีในระยะแรกแต่แล้วผลงานตกตำ่ อย่างเห็นไดช้ ัดเจน ย่อมแสดงให้เห็น
ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความรู้ ความสามารถหรือแนวคิดใหม่ ๆ หัวหน้างานไม่สามารถบังคับบัญชาให้
พนกั งานเชื่อฟังและปฏิบัติงานตามท่ีได้มอบหมาย แสดงว่า หัวหนา้ งานผนู้ ้ันมีความจำเป็นต้องฝึกอบรมเทคนิค
การปกครองบังคับบัญชาหรือภาวะผู้นำ ผู้บริหารในฐานะผู้จัดการที่จะต้องทำงานให้สำเร็จด้วยผู้อื่น ผู้บริหาร
คนใดไมส่ ามารถทำงานให้ประสบความสำเร็จได้ เน่อื งจากไมม่ ีเทคนิคในการมอบหมายงาน สั่งงาน สื่อสารไม่เป็น
วิเคราะห์ปัญหาและตัดสินใจผิดพลาด ย่อมแสดงว่าผู้บริหารนั้นมีความจำเป็นต้องฝึกอบรมเกี่ยวกับทักษะใน
การจัดการ เป็นต้น จากตัวอย่างที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าความจำเป็นในการฝึกอบรมจะต้องเป็นปัญหาที่ใช้การ
ฝึกอบรมไปแก้ปัญหาสภาพการณ์ ปัญหาอุปสรรคหรือข้อขัดข้องเหล่านั้นได้ เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินงาน
ไปสเู่ ป้าหมายได้เป็นอย่างดี

2.2.2 ความสำคัญของการหาความจำเปน็ ในการฝึกอบรม
ตามปกติองค์กรอาจมีสภาพการณ์ ปัญหา อุปสรรคในการปฏิบัติงานเกิดขึ้นมากมาย การหา

ความจำเป็นในการฝึกอบรมเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะบอกให้ทราบว่าองค์กรควรมีการจัดการฝึกอบรมให้
แก้บุคลากรหรือไม่ และเป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการจัดการฝึกอบรมที่จะค้นหาปัญหาขององค์กรที่เกิดขึ้น
โดยที่ปัญหาสามารถนำการฝึกอบรมมาแก้ไขได้ เนื่องจากปัญหาบางอย่างแก้ไขไม่ได้ด้วยการฝึกอบรม ดังน้ัน
การหาความจำเป็นในการฝึกอบรมมีความสำคัญ ดังนี้

1. ทำให้รู้ว่าอะไรคือปัญหา และสาเหตุของปัญหามาจากอะไร มีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด
และที่สำคัญคือ ปัญหานั้นเกิดจากคนในองค์กรหรือไม่ หากเกิดจากคน บุคคลน้ันปฏิบัติงานอยู่ในสายงานใด
และขาดความรู้ความชำนาญดา้ นใด หรอื มีทัศนคตใิ นทางทีไ่ มด่ ีต่อองค์กรดา้ นใด เปน็ ต้น

2. เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้หรือ
อาจกอ่ ใหเ้ กิดปัญหาอืน่ ๆ ตามมา

3. ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงต้องใช้อย่างคุ้มค่า หากองค์กรมีการหาความจำเป็นในการ
ฝึกอบรมพร้อมทั้งดำเนินการจัดการฝึกอบรมจะทำให้แก้ปัญหาได้ตรงประเด็น ตรงตามความต้องการมีการ
บริหารการใช้ทรัพยากรทางการบรหิ ารได้อย่างคุม้ ค่า ในทำนองเดียวกันหากองค์กรจัดการฝึกอบรม โดยไม่ได้มี
การหาความจำเป็นในการฝึกอบรม ผลของการฝึกอบรมอาจไม่ตรงกับความต้องการ และต้องใช้ทรัพยากร

ทางการบริหาร คือ คน เงิน วัสดุ เครื่องมือเครื่องใช้ หรืออาคารสถานที่เป็นจำนวนมาก แต่ไม่เกิดประโยชน์ต่อ
องคก์ รเน่ืองจากไมส่ ามารถแกป้ ัญหาองค์กรได้ เปน็ ตน้

นอกจากนี้ ความจำเป็นในการฝกึ อบรมเกิดจากเร่ืองสำคัญ 6 ประการ คอื
1. มีแนวคิดและวิธีการใหม่ ๆ ในการทำงานเกิดขึ้น ทั้งนี้ เพราะมีการค้นคว้าทางด้าน
วิทยาศาสตร์ การค้นคว้าและวิจัยทำให้เกดิ เทคโนโลยีใหม่ ๆ บุคลากรจำเป็นต้องติดตามให้ทนั การเปล่ียนแปลง
ทเ่ี กิดขน้ึ
2. การแข่งขันขององค์กรเพื่อให้เกิดความเชื่อถือของสังคม การที่องค์กรจะเป็นที่เชื่อถือของ
สังคมได้นั้นบุคลากรขององค์กรจะต้องมีคุณภาพ ดังนั้น จึงต้องมีการพัฒนาบุคลากรในหน่วยงานให้มี
ประสทิ ธภิ าพในการทำงาน เพ่อื บังเกดิ ประสทิ ธิผลของงาน
3. ความต้องการของบุคคลในสังคมท่ีแตกต่างกัน บางสังคมต้องการนำเงินไปฝากธนาคารบาง
สังคมต้องการสินเชื่อจากธนาคาร ดังนั้น องค์กรจึงต้องรู้ความต้องการของสังคมและจัดฝึกอบรมบุคลากรใน
องค์กรให้มคี วามสามารถสนองตอบความต้องการของสังคมได้
4. ความเอาใจใส่ของบุคลากรในการทำงานให้กับองค์กรมีลักษณะถดถอย การทำงานของ
บุคคลหากทำงานอย่างเดียวเปน็ เวลานาน จะเกดิ ความเบื่อหน่าย องค์กรทดี่ ตี ้องแสวงหาวิธีการทำงานใหม่มาให้
บคุ ลากรนำไปปฏบิ ัตใิ นหนว่ ยงาน บคุ ลากรจะเกิดความอยากรู้อยากเห็นผลผลติ ที่เกิดจากการปฏบิ ัติงานใหม่ ๆ
5. มีระเบียบ กฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการทำงานมาก บุคลากรจำนวนมากไม่ทราบ
ระเบยี บ กฎเกณฑ์ขององค์กรได้ทั้งหมด ทำใหก้ ารทำงานเกดิ ความผิดพลาด ทำให้ขาดความม่ันใจในการทำงาน
การตดั สนิ ใจชา้ หรือตัดสินใจขัดกับระเบียบ กฎหมาย หลักเกณฑข์ ององค์กร
6. บุคลากรขาดวินัยในการทำงาน หากบคุ ลากรทำงานตามขัน้ ตอนและวธิ ีการ งานทีจ่ ะสำเร็จเร็ว
ผลงานเป็นตามเปา้ หมายขององค์กร หากบคุ ลากรขาดวนิ ยั จะทำใหง้ านสำเรจ็ ชา้ กวา่ ท่ีควร

2.2.3 ประเภทของความจำเป็นในการฝึกอบรม
ความจำเปน็ ในการฝกึ อบรมสามารถจำแนกได้หลายประเภท หลายลกั ษณะ ดงั น้ี
1. ความจำเป็นในการฝึกอบรมที่แบ่งตามความยากง่ายในการค้นหา แบ่งเป็น 2 ประเภท

ได้แก่
(1) ความจำเปน็ ที่ชัดแจ้ง คือ สภาพการณ์หรอื ปญั หาทีเ่ กิดขึ้นแล้ว เป็นความจำเป็นท่ไี ม่

ต้องค้นหา องค์กรจะต้องจัดการฝึกอบรมให้แก่บคุ ลากรไดท้ ันที เช่น เมื่อมีการรับบุคลากรเข้ามาทำงานใหม่
มีการขยายงาน มีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงาน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการผลติ ขยายงานวิธีการ
ทำงาน นโยบายบริษัท ระเบยี บตา่ ง ๆ แผนงาน เปน็ ตน้

(2) ความจำเป็นที่ต้องค้นหา คือ สภาพการณ์หรือปัญหาลักษณะต่าง ๆ ที่จะต้องมีการ
ค้นหาสาเหตุและวเิ คราะห์ว่าปัญหาเกิดขึ้นจากสาเหตุใด และสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นด้วยการอบรมได้
หรือไม่ เช่น เกิดอุบัติเหตุในการปฏิบัติงานบ่อยครั้ง การทำงานล่าช้า มีการร้องทุกข์สูง มีอัตราการลากิจ
ลาปว่ ย มาสาย และขาดงานมาก เครอื่ งมอื เครอ่ื งจกั รชำรุดเสยี หายมาก ผลผลิตตกตำ่ คา่ ใชจ้ า่ ยสงู เปน็ ตน้

2. ความจำเปน็ ในการฝกึ อบรมท่ีแบง่ ตามช่วงเวลา แบ่งเปน็ 2 ประเภท ไดแ้ ก่
(1) ความจำเป็นในการฝึกอบรมที่ปราฎชัดแจ้งในปัจจุบัน เป็นสภาพการณ์หรือปัญหา

อุปสรรคทเ่ี กดิ ขึ้นและก่อให้เกิดความเสียหายในปัจจุบัน เม่ือนำการฝึกอบรมมาแก้ไขปัญหาจะทำให้ปัญหาที่
เกิดขึ้นในปัจจุบันหมดไป เช่น ยอดยากของบริษัทไม่ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จึงจำเป็นต้องจัดการ
ฝึกอบรมใหพ้ นักงานขายเพ่ือเพ่ิมประสิทธภิ าพในการทำงาน หากพนักงานขายไม่ได้รบั การฝึกอบรมจะทำให้
ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ไม่สามารถต่อสู้กับคู่แข่งขันได้ เป็นต้น

จากตัวอย่างดังกล่าวจะเห็นได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาท่ีปรากฎอย่างชัดแจ้ง และสามารถนำการ
ฝึกอบรมมาใชแ้ กป้ ัญหาได้

(2) ความจำเป็นในการฝึกอบรมที่จะปรากฏในอนาคต เป็นสภาพการณ์หรือปัญหา
อุปสรรคที่ไม่ปรากฏชัดแจ้งในปัจจุบัน แต่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่บ่งบอกได้ว่าหากในปัจจุบันไม่มีการฝึกอบรม
บุคลากรที่เกี่ยวข้อง อาจเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต เช่น บริษัทมีนโยบายที่จะขยายธุรกิจภายใน 2 ปีข้างหน้า
โดยมกี ารนำเทคโนโลยีสมัยใหมเ่ ขา้ มาใช้ในการผลิต ดงั นนั้ ปจั จบุ ันถงึ แมย้ ังไม่ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้
แต่จำเป็นต้องให้การฝึกอบรมแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ทั้งนี้เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจ และ
ทักษะทางเทคโนโลยีสมยั ใหม่ เพือ่ เปน็ การเตรยี มความพร้อมเพอ่ื รองรับงานในอนาคต เปน็ ตน้

2.3 แนวทางและขัน้ ตอนการหาความจำเปน็ ในการฝกึ อบรม

2.3.1 แนวทางการหาความจำเปน็ ในการฝกึ อบรม
แนวทางในการหาความจำเป็นในการฝึกอบรมที่พบเสมอ มี 4 กรณี แต่ละกรณีมีวิธีการหา

ความจำเป็นในการฝกึ อบรม ดังน้ี
1. ความจำเป็นในการฝึกอบรมพนักงานใหม่ บางครั้งเรียกว่า “การปฐมนิเทศ” เป็นการ

ฝึกอบรมที่พนักงานใหม่ขององค์กรทุกคนควรจะได้รับ เพราะมีเป้าหมายที่จะให้พนักงานใหม่ทุกคนปรับตัว
ให้เขา้ กบั ระบบขององค์กร สามารถปฏิบตั งิ านหนา้ ทีท่ ี่ได้รับมอบหมายได้อย่างเต็มศักยภาพภายในระยะเวลา
อันสั้น หากการปฐมนิเทศจัดขึ้นสำหรับพนักงานหลายฝ่ายรวมกัน สาระความรู้ควรแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
ความรู้ทั่วไปและหน้าที่ความรับผิดชอบเฉพาะตำแหน่งความจำเป็นในการฝึกอบรมเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องหา
ความจำเปน็ เนือ่ งจากเป็นความจำเป็นที่ชดั แจ้ง

2. ความจำเป็นในการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากร เป็นการฝึกอบรมที่นิยมใชใ้ น
การเสริมศักยภาพของบุคลากรเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลื่อนตำแหน่ง เสริมสร้างประสบการณ์ในการ
ทำงาน ดังนนั้ การวเิ คราะห์หาความจำเป็นในการฝกึ อบรมจะพิจารณาในเรื่องดงั น้ี

(1) ตำแหนง่ หน้าที่ วา่ มีภารกิจใดบ้างที่มคี วามสำคญั ตอ่ องค์กร หน่วยงาน และลกู ค้าหรือ
บรกิ าร

(2) ความรู้ ทักษะ ทัศนคติ และการจัดการใดบ้างที่จำเป็นต้องเพิ่มคุณภาพหรือ
ประสิทธิผลของภารกจิ น้ัน

(3) ผูม้ ีหนา้ ทรี่ บั ผิดชอบขาดความรู้ ทกั ษะ หรอื มพี ฤตกิ รรมและการจัดการในเรื่องใดบ้าง
ทจ่ี ะสามารถแกไ้ ขขอ้ บกพร่องไดโ้ ดยการฝกึ อบรม

3. ความจำเป็นในการฝกึ อบรมเพื่อแกป้ ัญหา มวี ิธกี ารหาความจำเป็น ดังนี้
(1) การค้นหาและการวิเคราะห์ปัญหา การวิเคราะห์ต้องพิจารณาลักษณะของปัญหา

แหล่งทมี่ าของปญั หา ผทู้ เ่ี กี่ยวขอ้ ง ความรุนแรงของปญั หา มมุ มองเรอื่ งเวลา
(2) การเปรียบเทียบกับมาตรฐานที่ยอมรับ เป็นวิธีการหาความจำเป็นในการการ

ฝึกอบรมด้านความรู้ ความสามารถ และผลงานของบุคลากร โดยการนำผลการประเมินไปเปรียบเทียบกั บ
เกณฑ์มาตรฐาน เกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับและนิยม คือ เกณฑ์มาตรฐานในเรื่องหน้าที่และความผิดชอบของ
ตำแหน่ง (Job Description) ระดับความสามารถประจำตำแหน่ง มาตรฐานความสามารถด้านเทคนิคหรือ
ผลผลิต เปน็ ตน้

(3) การขอความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ เป็นวิธีการที่มักจะพบกับความยุ่งยากในการ
วิเคราะห์ข้อมูล เนื่องจากมีข้อขัดแย้งจากหลายฝ่ายซึ่งไม่สามารถได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและในบางคร้ัง
จำเปน็ ตอ้ งขอผเู้ ชย่ี วชาญจากภายนอกมาชว่ ย ซง่ึ ผเู้ ช่ียวชาญต้องมีความเข้าใจนโยบายขององคก์ รด้วย

(4) ความจำเป็นในการฝึกอบรมขององค์กรขนาดใหญ่ การวิเคราะห์เพื่อหาความจำเป็น
ในการฝึกอบรมในระดับองค์กร มักจะทำเพื่อเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่จะเกิดขึ้น การวิเคราะห์หา
ความจำเปน็ ในการฝึกอบรมแบง่ ออกได้เป็น 3 ระดบั คือ

(ก) การวิเคราะหอ์ งคก์ ร
(ข) การวเิ คราะห์ภาระหนา้ ที่
(ค) การวเิ คราะหร์ ายบคุ คล

2.3.2 ขนั้ ตอนในการหาความจำเป็นในการฝกึ อบรม
การหาความจำเป็นในการฝึกอบรมเป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการจัดฝึกอบรมท่ี

ประกอบด้วยหลายขั้นตอน ก่อนที่จะดำเนินการจัดการฝึกอบรม องค์กรต้องค้นหาความจำเป็นในการฝึกอบรม
ซึ่งบางครั้งอาจไม่ต้องค้นหาเพราะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ขั้นตอนในการหาความจำเป็นในการฝึกอบรม
สรุปได้ดังรปู ที่ 2.1

กำหนดขอบเขตและวตั ถุประสงคข์ องการหาความจำเป็น

วางแผนการหาความจำเปน็ ในการฝกึ อบรม

ดำเนินการตามแผนและเกบ็ รวบรวมข้อมลู

วิเคราะหข์ อ้ มูลเพ่ือหาความจำเป็นในการจัดการฝึกอบรม

รายงานผลการหาความจำเป็นในการฝกึ อบรม

รปู ที่ 2.1 ลำดับข้นั ตอนการหาความจำเปน็ ในการฝึกอบรม

1. การกำหนดขอบเขตและวัตถปุ ระสงคข์ องการหาความจำเป็นในการฝึกอบรม เป็นการกำหนด
จุดประสงค์ของการหาความจำเป็นในการฝึกอบรมว่าจะค้นหาปญั หาในจุดใด กลุม่ บคุ ลากรใด ท่ีจะสามารถ
ค้นพบปัญหาที่แท้จริงได้ ซึ่งปัญหาที่ค้นพบอาจเกิดขึ้นหลาย ๆ ปัญหา ดังนั้น จึงต้องทำการวิเคราะห์ความ
จำเป็นในการฝกึ อบรม โดยนำปัญหาตา่ ง ๆ ที่ค้นพบมาวิเคราะหว์ ่าปัญหาใดเปน็ ปัญหาที่สำคัญสมควรไดร้ บั
การแก้ไข

2. การวางแผนหาความจำเป็นในการฝึกอบรม เมื่อมีการกำหนดขอบเขตและวัตถุประสงค์ของ
การฝึกอบรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปเป็นการวางแผนหาความจำเป็นในการฝึกอบรม โดยต้อง

ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นขององค์กร ทั้งนี้ เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาวางแผนหาความจำเป็นเลือกวิธีการหาความ
จำเปน็ ที่เหมาะสม ระยะเวลาในการค้นหาความจำเปน็ เลือกกล่มุ บุคลากรท่ีจะหาความจำเป็น เปน็ ต้น

3. ดำเนนิ การตามแผนและเก็บรวบรวมขอ้ มูล เปน็ การปฏบิ ัติงานตามแผนท่ีกำหนดไว้ ส่วนวิธีการ
ศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเพ่ือหาความจำเปน็ ในการฝกึ อบรมฝกึ อบรมทำไดห้ ลายวิธี ดงั น้ี

(1) การวิเคราะห์เอกสารที่มีอยู่ เป็นการศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ขององค์กร เช่น ประวัติ พนักงาน
การฝึกอบรมหลกั สูตรต่าง ๆ ทีผ่ ่านมา เอกสารประเมินผลการปฏบิ ัติงานประจำปี รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานประจำปี เป็นตน้

วิธกี ารวิเคราะห์เอกสารท่มี ีอยู่มจี ดุ เด่นและจุดดอ้ ย ดังน้ี
จดุ เดน่
- ประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย เนื่องจากได้ศึกษาข้อมูลหลายประเภทในแหล่งข้อมูลเดียว ซึ่งไม่
เสียเวลาในการค้นหา ไม่เสียเวลาในการเดินทางหรอื การนัดหมายขอข้อมลู จากผู้อื่น
- สามารถใชข้ อ้ มลู เดมิ จากผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู ทีผ่ ่านมาได้
จุดด้อย
- ข้อมูลที่ได้อาจไม่ครบถ้วน ไม่ครอบคลุมประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้ผลการ
วิเคราะห์ไมเ่ ที่ยงตรงและนำผลไปใชไ้ ด้ไมม่ าก
- ข้อมูลอาจไม่ถูกตอ้ งและไมท่ นั สมยั
- การวิเคราะหข์ ้อมลู ตอ้ งใชบ้ ุคคลที่มปี ระสบการณ์ในการคัดเลือกข้อมูลที่ถูกต้อง เช่ือถอื ได้
(2) การสำรวจโดยใช้แบบสอบถาม เป็นวิธีการหนึ่งที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปแบบสอบถามเป็น
เครื่องมือทีใ่ ชร้ วบรวมขอ้ เทจ็ จรงิ ต่าง ๆ ความคิดเหน็ ทศั นคติ ความรู้สึก ประกอบด้วย ข้อความคำถามที่เป็น
ชุด ๆ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อได้คำตอบจากผู้ตอบในข้อเท็จจริงต่าง ๆ แบบสอบถามที่ใช้ในการสำรวจนิยมใช้ 2
แบบ ได้แก่
(2.1) แบบสอบถามปลายเปิด เป็นคำถามที่ผู้ตอบต้องเขียนตอบตามความเห็นของผู้ตอบ
ตวั อยา่ งเชน่

ตัวอยา่ ง คำถามปลายเปิด

ตำแหนง่ งาน เจา้ หนา้ ที่ฝึกอบรม

1. อธบิ ายสภาพแวดล้อมในการทำงานของทา่ น (ประเภทของหน่วยงาน สภาพหอ้ ง ฯลฯ)

........................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................

2. ท่านมีบทบาทหนา้ ทค่ี วามรับผดิ ชอบอะไรบา้ ง อธิบายลกั ษณะงานและเวลาท่ที า่ นใช้ในการ

ปฏิบัติงานนัน้ ๆ

หนา้ ทีท่ ี่รบั ผดิ ชอบ ลกั ษณะงาน เวลา

3. ทา่ นเคยใชเ้ คร่อื งมือหรืออปุ กรณอ์ ะไรบา้ ง
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................

4. หากท่านเคยให้คำปรกึ ษาแก่ผอู้ น่ื กรณุ าอธิบายวิธีการให้คำปรกึ ษาของทา่ นและเร่ืองที่ทา่ น
ให้คำปรึกษา
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................

(ท่มี า : สมาชกิ กิจยรรยง และอรจรยี ์ ณ ตะก่ัวทุ่ง, 2550 : 58)

วธิ ีการสำรวจโดยใชแ้ บบสอบถามปลายเปดิ มีจุดเดน่ และจุดด้อย ดงั น้ี
จดุ เดน่
- อาจทำใหค้ ้นพบข้อมูลอ่นื ท่ีนอกเหนือจากคำถาม
- ผตู้ อบแบบสอบถามสามารถแทรกประเด็นอนื่ ได้
- เหมาะสำหรับผตู้ อบทม่ี ที ักษะในการอ่านและเขยี นเป็นอย่างดี
จดุ ด้อย
- หากผตู้ อบแบบสอบถามไม่มีความถนัดด้านการเขยี นจะทำใหไ้ ด้รบั คำตอบที่ไม่ชดั เจน
- ตอ้ งใชเ้ วลาและความคดิ ในการตอบ
- การตอบต้องบนั ทึกเปน็ ลายลกั ษณ์อักษร ทำให้ผตู้ อบอาจเกดิ ความหนักใจหรอื อาจมี
ผลกระทบมาถึงตนเองไดแ้ ม้ไม่ระบุช่อื กต็ าม
- การได้รบั แบบสอบถามคืนมีจำนวนนอ้ ย อาจทำใหเ้ กิดปัญหาในเรอ่ื งการวิเคราะหข์ ้อมลู
- การวิเคราะห์ข้อมูลต้องใช้เวลาและความละเอยี ดรอบคอบ ในบา้ งครั้งคำตอบไม่ชดั เจนทำ
ให้การวเิ คราะห์อาจเกดิ การผิดพลาดได้
(2.2) แบบสอบถามปลายปิด เป็นคำถามท่มี ีคำตอบใหเ้ ลือกและข้อคำถามผู้สร้าง กำหนด
จุดม่งุ หมายท่ีแน่นอนไว้ แบบสอบถามชนดิ ปลายปิด แบ่งเปน็ 5 แบบ ดงั นี้

(ก) แบบให้เลอื กตอบอยา่ งใดอย่างหนง่ึ ในสองอย่าง มีการกำหนดคำตอบไว้ 2 คำตอบ

แล้วใหผ้ ู้ตอบเลือกตอบเพียง 1 คำตอบ เช่น

(1) ท่านเห็นดว้ ยกับการจดั โครงการในครง้ั น้หี รือไม่

 เหน็ ด้วย  ไม่เห็นดว้ ย

(2) ท่านคดิ วา่ เวลาทใี่ ช้ในการจัดโครงการมคี วามเหมาะสมหรอื ไม่

 เหมาะสม  ไม่เหมาะสม

(ข) แบบใหเ้ ลอื ก 1 คำตอบ จากหลายคำตอบ เช่น

(1) ห้องประชมุ ในการจดั โครงการฝึกอบรม “คุณธรรม นำความร”ู้

 เหมาะสม  เล็กไป

 ใหญไ่ ป  อน่ื ๆ (ระบุ).........................

(2) ระยะเวลาในการจดั โครงการฝึกอบรม “คุณธรรม นำความร”ู้

 น้อยไป  มากไป

 เหมาะสม  อื่น ๆ (ระบ)ุ ........................

(ค) แบบให้ผู้ตอบเลือกคำตอบได้มากกวา่ 1 คำตอบ เชน่

(1) ท่านทราบข่าวการฝึกอบรมโครงการนี้จาก

 โทรทศั น์  วิทยุ

 นติ ยสาร  หนังสอื พมิ พ์

 บตั รเชญิ  อน่ื ๆ (ระบ)ุ .......................

(ง) แบบให้เลือกคำตอบตามลำดบั กอ่ นหลัง เปน็ แบบสอบถามท่ใี ห้ผู้ตอบ ตอบ

ตามลำดบั ความชอบหรอื ท่ีคดิ ว่าสำคัญ เชน่

(1) ท่านเห็นว่าเร่ืองใดท่ีอย่ใู นหลกั สตู รการฝึกอบรมสามารถนำไปใชใ้ นการ

ปฏิบัติงานได้ เรียงตามการนำไปใชไ้ ด้มากท่ีสดุ ไปจนถึงน้อยทสี่ ดุ

1..........................................................................................................................

2..........................................................................................................................

3..........................................................................................................................

(จ) แบบประมาณค่า เป็นแบบทีก่ ำหนดระดบั น้ำหนักเปรียบเทียบกนั ผตู้ อบเลือกตอบ

ได้เพียงคำตอบเดียว ตวั อยา่ งเช่น

ตอนท่ี 1 ข้อมูลทั่วไปของผตู้ อบแบบสอบถาม  หญิง  ปริญญาตรี
เพศ  ชาย  31-40 ปี
อายุ  20-30 ปี  มากกวา่ 50 ปี
 ปวส.
 41-50 ปี  ปรญิ ญาเอก
ระดับการศกึ ษา  ปวช.  5-10 ปี
 มากกวา่ 20 ปี
 ปริญญาโท
ตำแหนง่ อายงุ าน  ตำ่ กวา่ 5 ปี

 10-20 ปี

ตอนท่ี 2 ให้ทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในช่องหน้าขอ้ ความท่ีตรงกับความเหน็ มากทีส่ ดุ

ความตอ้ งการฝึกอบรม

ที่ หลกั สูตร มาก มาก ปาน นอ้ ย ไม่
ทีส่ ดุ กลาง ประสงค์

1 หลักเกณฑก์ ารขอมี/เล่ือนวิทยฐานะ

2 การเขียนผลงานวิชาการ

3 กลยทุ ธ์นักวิจัย (วิจยั 5 บท)

4 ทกั ษะการสรา้ งเครง่ื อมือวัดและประเมนิ ผล

ทางการศึกษา

5 การจดั การเรยี นการสอนท่ีเน้นผ้เู รียนเป็นสำคัญ

6 การจดั การเรียนการสอนเพอ่ื พฒั นากระบวนการ

คดิ

7 การจดั ความรู้ในองค์กรสมัยใหม่

8 การเขยี นหนังสือราชการและระเบียบงานสาร

บรรณ

9 การพฒั นาบุคลิกภาพและการพดู ในท่ชี มุ ชน

10 เสริมศักยภาพครู บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

สู่การจดั การเรยี นรู้

ตอนท่ี 3 ข้อคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. ..............................................
...........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................................

จะเห็นได้ว่า การสำรวจความจำเป็นในการฝึกอบรมโดยใช้แบบสอบถามเป็นวิธีการที่นิยมใช้ในการ
เก็บรวบรวมข้อมูล ผู้จัดทำแบบสอบถามจะต้องออกแบบข้อคำถามให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการ
สำรวจ องค์ประกอบของแบบสอบถามจะประกอบด้วย ตอนที่ 1 ประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบ
แบบสอบถาม เช่น เพศ อายุ ระดับการศึกษา ตำแหน่ง อายุงาน ฯลฯ ตอนที่ 2 ประกอบด้วย ข้อคำถามท่ี
ตอ้ งการทราบขอ้ มลู ในการสำรวจ และตอนท่ี 3 ประกอบดว้ ย ข้อคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ

วิธีการสำรวจโดยใชแ้ บบสอบถามปลายปดิ มจี ุดเดน่ และจุดด้อย ดังน้ี
จุดเดน่ ของวิธกี ารสำรวจโดยใช้แบบสอบถาม
- มีความสะดวก รวดเรว็ และตรงตามวัตถุประสงค์
- การวิเคราะห์ผลทำได้ง่าย
- ไดข้ อ้ มลู ตรงประเด็น เชอ่ื ถือได้สงู
จดุ ดอ้ ย
- ผสู้ ร้างแบบสอบถามจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในการจัดทำ
- ข้อมูลที่ไดร้ ับอยูใ่ นวงจดั ไมห่ ลากหลาย
- ไมเ่ ปิดโอกาสใหไ้ ด้คำตอบทอี่ ยนู่ อกเหนือความคาดหมายของผู้สรา้ งแบบสอบถาม
- หากผตู้ อบไม่ต้ังใจหรอื ตอบไมต่ รงตามจริง ทำใหข้ ้อมูลผดิ พลาดหรอื เบีย่ งเบนได้
(3) การสำรวจโดยใช้การสัมภาษณ์ เป็นการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับงานจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้
ถูกสัมภาษณ์ เช่น หัวหน้างาน ผู้ปฏิบตั ิงาน ผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น ผู้สัมภาษณ์ต้องจัดเตรียมคำถามไว้ล่วงหนา้
และการสื่อสารระหว่างผู้ถูกสัมภาษณ์และผู้สัมภาษณ์ต้องมีความเข้าใจในคำถามและคำตอบที่ตรงกัน ส่ว น
การบนั ทกึ ข้อมูลอาจใชแ้ บบสอบถามแบบ Checklist หรือแบบบันทกึ ลงในข้อคำถาม
วิธีการสำรวจโดยใช้การสมั ภาษณ์มีจดุ เด่นและจดุ ด้อย ดังน้ี
จดุ เดน่
- ขอ้ มูลมีความเชอ่ื ถือไดส้ งู
- เป็นวิธีการรวบรวมขอ้ มูลท่ีมีประสทิ ธิภาพวิธีการหน่ึง เนื่องจากผสู้ ัมภาษณเ์ ป็นผ้เู กี่ยวขอ้ ง
กบั ผถู้ ูกสมั ภาษณ์และมีความรู้เกย่ี วกับงานนน้ั เปน็ อยา่ งดี
- ประหยดั คา่ ใชจ้ ่าย
จดุ ดอ้ ย
- ใช้เวลามาก
- การได้คำถามที่ตรงประเด็นข้ึนอยู่กับผสู้ ัมภาษณ์ ดังน้นั ผสู้ ัมภาษณ์จะต้องเป็นผู้มีทักษะท่ีดี
ในการป้อนคำถาม
- หากตอ้ งการข้อมลู จำนวนมากจากบุคคลต่าง ๆ วธิ ีการสัมภาษณไ์ ม่เหมาะสม เนอื่ งจาก
ตอ้ งใช้เวลาในการสัมภาษณม์ าก
- หากคัดเลือกผถู้ ูกสัมภาษณ์ไม่ดีไมส่ ามารถเป็นตัวแทนที่ดีได้ ดงั นั้น อาจได้ข้อมูลท่ีไม่สมบูรณ์

ตัวอย่าง แบบสมั ภาษณ์

ชอื่ ............................................................................................................................. .........................................
วนั เวลาทีส่ ัมภาษณ์............................................................................................................................. ..............

1. บทบาทหลกั และหน้าท่คี วามรบั ผิดชอบของคุณมีอะไรบ้าง
............................................................................................................................. ........................................
......................................................................................... ............................................................................

2. คุณมกี ลยุทธห์ รือแผนงานอะไรบา้ งทีจ่ ะช่วยทำใหง้ านของหน่วยงานบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์
.................................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ........................................

3. วัตถุประสงคข์ องหน่วยงานสอดคล้องกบั นโยบายขององค์กรหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
............................................................................................................................. ........................................
................................................................................................................................................................. ....

4. เจ้าหนา้ ทีใ่ นหนว่ ยงานของคณุ มจี ุดเดน่ และจุดอ่อนอะไรบา้ ง
.....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................

5. เจ้าหนา้ ทีใ่ นหน่วยงานของคุณมีมนุษยสัมพันธห์ รอื แรงจูงใจในการทำงานอย่างไรบ้าง คณุ พอใจมากน้อย
เพียงใด
............................................................................................................................. ........................................
............................................................................................................................. ........................................

6. คุณพัฒนาความรู้ ทักษะและทัศนคติของเจา้ หน้าท่ีในหนว่ ยงานของคุณอย่างไรบ้าง ทำบ่อยมาก-น้อย
เพยี งใด
............................................................................................................................. ........................................
.....................................................................................................................................................................

7. ในช่วง 6 เดือนท่ีผา่ นมา เจ้าหนา้ ทีใ่ นหนว่ ยงานของคุณมีปัญหาอะไรบ้างทีส่ ำคญั ที่สุด คณุ มีวิธแี กป้ ญั หานั้น
อย่างไร
............................................................................................................................. ........................................
......................................................................................... ............................................................................

(ทม่ี า : สมชาติ กิจยรรยง และอรจรยี ์ ณ ตะกั่วทงุ่ , 2550 : 60)

(4) การสังเกตการทำงาน เป็นการใช้ผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานมา สังเกต
บุคคลที่อยู่ในกลุ่มซึ่งควรได้รับการฝึกอบรมผู้ประเมินจะคอยสงั เกตว่าบคุ ลากรควรจะตอ้ งทำอะไรบ้าง และ
ทำอยา่ งไรภายใต้เง่อื นไขการทำงานตา่ ง ๆ ลำดับขนั้ ตอนท่สี ำคญั ในการทำงานและองค์ประกอบอ่ืน ๆ

ตัวอย่าง แบบการสงั เกตการณ์ใช้คอมพิวเตอรแ์ ละ LCD ของวทิ ยากร

จงเขยี นเครอื่ งหมายวงกลม  ลอ้ มรอบคำทีแ่ สดงระดบั ความสามารถของวทิ ยากรฝึกอบรม

พฤติกรรม ระดบั ความสามารถ

ท่าทาง ถูกต้อง พอใช้ ไมถ่ ูกต้อง
ตำแหนง่ ทยี่ ืน เหมาะสม พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรงุ
การชขี้ ้อความ
การใชเ้ ครื่อง เหมาะสมทุกคร้ัง เหมาะสมบางครง้ั ไม่ทำ
การปรับระยะชัด เหมาะสมทกุ คร้ัง เหมาะสมบางครง้ั ไม่ทำ
การปรบั ระดับคุณภาพบนจอ ตำแหนง่ ไมถ่ ูกตอ้ ง
การต้งั เครอื่ ง ทำ พอใช้ ไม่ถูกต้อง
การแก้ Keystone effect ถูกตำแหน่ง พอใช้
แผ่นใส/สไลด์ ไม่เหมาะสม
ขนาดของตัวอกั ษาบนจอ เหมาะสม พอใช้ ไม่เหมาะสม
ภาพประกอบ เหมาะสม พอใช้ นอ้ ยเกนิ ไป
สีบนแผ่นใส มากเกินไป เหมาะสม
การเสนอข้อมูล นานเกินไป
อตั ราการเสนอขอ้ มลู เรว็ เกนิ ไป เหมาะสม ต้องปรบั ปรงุ
การเสนอข้อมลู เป็นสว่ น ๆ ดี ปานกลาง
เทคนคิ พเิ ศษ มี ไมจ่ ำเปน็ ต้องใช้
แผน่ ใสกับการบรรยาย ไมม่ ี
วิทยากรกับผเู้ รยี น เหมาะสม ปานกลาง
ตรวจสอบการมองเหน็
จดั ระยะการดู ทำ ไมท่ ำ
ทำ ไม่ทำ

(ท่มี า : สมชาติ กิจยรรยง และอรจรีย์ ณ ตะกัว่ ทุง่ , 2550 : 62)

วิธกี ารสังเกตการทำงานมีจดุ เดน่ และจดุ ด้อย ดังน้ี
จุดเด่น
- ไดร้ บั ขอ้ มลู ทีช่ ดั เจนและเชื่อถอื ได้สูง
- อาจพบเหน็ หรือไดร้ ับขอ้ มลู ทีไ่ ม่สามารถคน้ หาได้จากแบบสอบถามประเภทอนื่ ได้

- ได้รับความเขา้ ใจในสถานการณ์และสิง่ แวดล้อมในการทำงาน และเปน็ การสรา้ ง
ความสมั พนั ธ์ท่ีดีกับผปู้ ฏบิ ตั งิ าน

จุดด้อย
- ใชร้ ะยะเวลาในการรวบรวมขอ้ มลู มาก ทำให้เกิดค่าใชจ้ ่ายสูง
- ผูส้ ังเกตต้องมีความรแู้ ละประสบการณ์ในการทำงานเป็นอยา่ งดี
- อาจทำให้ผู้ถูกสงั เกตประหม่าและไม่มีสมาชกิ ในการปฏบิ ัติงาน
- การมผี ู้สงั เกตอาจทำให้พฤติกรรมในการทำงานของผูถ้ ูกสังเกตเปล่ียนไปได้ จึงอาจได้ข้อมูลท่ี
ไม่แท้จริง
นอกจากนี้ ยังมีวิธีการรวบรวมข้อมูลเพื่อหาความจำเป็นในการฝึกอบรมอื่น ๆ เช่น การ
เปรียบเทียบมาตรฐานการทำงานในองค์กร การใช้ข้อมูลจากการประเมินผลการปฏิบัติงาน การใช้การทดสอบ
และจากขอ้ กำหนดมาตรฐานคณุ ภาพตา่ ง ๆ เปน็ ตน้
4. การวิเคราะห์ความต้องการในการฝึกอบรม เป็นการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นที่จะทำให้ทราบว่า
องค์กรมปี ัญหาอะไร สาเหตขุ องปญั หาอะไร สาเหตขุ องปัญหามาจากอะไร องค์กรมีความจำเป็นต้องจัดให้มี
การฝึกอบรม เพื่อแก้ไขปัญหาหรือไม่ ซึ่งต้องระลึกไว้เสมอว่าการฝึกอบรมมิใช่ทางออกทางเดียวในการ
แกป้ ัญหาองค์กร ปัญหาบางอย่างสามารถแก้ไขได้ด้วยการจดั การ เชน่ การปรบั เปลยี่ นสภาพแวดล้อมในการ
ทำงานให้ดีขึน้ การสร้างขวัญกำลังใจด้วยรางวัลและผลตอบแทนต่าง ๆ การแจ้งให้ผู้ปฏบิ ัตงิ านทราบถึงสิง่ ท่ี
องคก์ รคาดหวงั หรือความไม่พรอ้ มในดา้ นเคร่ืองจกั ร อุปกรณ์ เคร่ืองมือเคร่ืองใชข้ ององค์กร เป็นตน้
การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาความจำเป็นในการฝึกอบรมจะทำให้ทราบสภาพปัยหาขององค์กร ซ่ึง
เป็นข้อมูลที่จะนำมาจัดการฝึกอบรม วิธีการวิเคราะห์เพื่อค้นหาว่าองค์กรมีความต้องการจัดการฝึกอบรม
หรอื ไม่นัน้ สรปุ ไดด้ ังน้ี
(1) การวิเคราะห์องค์กร (Organization Analysis) คือ การวิเคราะห์ว่าองค์กรประกอบธุรกิจอะไร
บคุ ลากรมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในการประกอบธุรกิจขององค์กรหรือไม่ และมีความรูค้ วามสามารถเพยี งพอท่ีจะ
ทำให้บรรลุภารกิจขององค์กรหรือไม่ ผลประกอบการขององค์กรในปัจจุบันเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับอดีต
แตกต่างกันหรือไม่ อัตราการขาดงาน ลาออกของบุคลากรมีลักษณะอย่างไร เป็นต้น นอกจากนี้ ควร
วิเคราะห์ว่าบุคลากรที่มีอยู่ในปัจจุบันมีศักยภาพเหมาะสมกับการปฏิบัติงานในอนาคตได้หรือไม่ การ
วิเคราะห์องค์กรเป็นการตรวจสอบจุดมุ่งหมายในการดำเนินธุรกิจขององค์กร นโยบายและเป้าหมาย
แผนพฒั นาระยะสั้น ระยะยาว ตลอดจนปัจจยั ภายในและภายนอกต่าง ๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาองคก์ ร รวมถึง
สภาพแวดล้อมขององค์กรให้มีลักษณะที่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานขององค์กร นอกจากนี้การวิเคราะห์
องค์กรมีเป้าหมายที่จะนำไปสู่การเตรียมอัตรากำลัง ความรู้ความสามารถของทรัพยากรบุคคล เพื่อรองรับ
การเปลี่ยนแปลง ซึ่งการวิเคราะห์องค์กรจะต้องพิจารณาปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลต่อองค์กรด้วย
นอกจากนี้การวิเคราะห์องค์กรจะต้องพิจารณานโยบาย เป้าหมายและจุดมุ่งหมาย แผนพัฒนาองค์กร
อัตรากำลัง ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านต่าง ๆ จำนวนพนักงาน บรรยากาศในการทำงาน การเปลี่ยนแปลง
ด้านเทคโนโลยี ระบบองคก์ รและทัศนคตคิ วามพึงพอใจในการทำงานของพนักงาน เปน็ ตน้
(2) การวิเคราะห์ภารกิจหรือภาระหน้าท่ี (Task Analysis) คือ การวิเคราะห์ตำแหน่งงานต่าง ๆ ว่ามี
หนา้ ทค่ี วามรบั ผิดชอบอะไรบา้ ง สอดคล้องกบั เป้าหมาย แผนการดำเนนิ งานขององค์กรหรือไม่ ตำแหน่งงาน
แต่ละตำแหน่งต้องการผู้ที่มีความรู้ ทักษะ ความสามารถ ทัศนคติอย่างไร ซึ่งการวิเคราะห์ภาระหน้าที่จะทำให้
ได้ข้อมูลเกี่ยวกับงาน ผู้ที่ปฏิบัติงานได้ตรงตามภาระงานหรอื ไม่ ซึ่งต้องปฏิบตั ิงานใหส้ อดคล้องกับเป้าหมาย
และแผนการดำเนินงาน เพ่ือปฏบิ ัตงิ านให้ผลงานออกมาดีทส่ี ุดภายใตเ้ ง่ือนไขและสภาพแวดล้อมขององค์กร

โดยการวิเคราะห์ภาระหน้าที่จะวิเคราะห์ในเรื่องหน้าที่และความรับผิดชอบของตำแหน่ง การวิเคราะห์ความรู้
ทักษะ ทัศนคติ มาตรฐานผลงาน การเปรียบเทียบ ผลงานกับเกณฑ์มาตรฐานในการทำงาน วิเคราะห์สภาพ
ของปัญหาและข้อจำกัดในการปฏิบัติงาน ในการวิเคราะห์อาจสังเกตผลงาน ใช้การสังเกตขณะปฏิบัติงาน
หรอื การประเมินการใชเ้ วลาในการทำช้ินงานท่ีสำคญั ให้แล้วเสร็จ เป็นต้น

(3) การวเิ คราะห์รายบุคคล (Individual Analysis) เปน็ การวิเคราะห์เพ่ือวนิ ิจฉัยว่าพนักงานแต่ละคน
มีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่เหมาะสมตรงกับงานที่ปฏิบัติอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ โดยเปรียบเทียบ
ระหว่างผลการปฏบิ ัติงานในปัจจบุ ันกับมาตรฐานการปฏิบัติงานท่ีองค์กรคาดหวงั ซึ่งความแตกต่างท่ีเกิดข้นึ
จะชี้ให้เห็นว่าพนักงานคนใดจำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตาม
มาตรฐาน การวิเคราะหจ์ ะต้องค้นหาให้ไดว้ า่ การที่พนักงานมีผลการปฏบิ ตั ิงานต่ำกว่ามาตรฐาน มีสาเหตุมา
จากเร่ืองใด หากมีสาเหตุมาจากการขาดความรู้หรอื ทักษะที่เหมาะสมในการปฏิบัติงาน การฝึกอบรมจึงเป็น
สิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับพนักงาน หากปรากฎว่าผลการปฏิบัติงานที่ต่ำเกณฑ์มีสาเหตุมาจากเรื่องอื่น ๆ
เช่น อุปกรณ์ไม่เพียงพอ จำนวนพนักงานไม่เพียงพอ เป็นต้น ต้องแก้ไขด้วยวิธีอืน่ ทีไ่ ม่ใชก่ ารฝึกอบรม ดังน้ัน
การวเิ คราะห์บุคคลเพ่ือหาความต้องการในการฝึกอบรมน้ันอาจวิเคราะห์จากเรื่องต่าง ๆ ดงั นี้ ประวัติการทำงาน
การประเมินผลงาน ปัญหาในการปฏิบัติงานมหี รือไม่ การสงั เกตพฤติกรรมในขณะทำงาน การตรวจคุณภาพ
ของชิ้นงานท่ีผลติ ได้ การสัมภาษณจ์ ากหัวหน้างานใชแ้ บบสอบถามสำรวจทัศนคติหรอื การตรวจสอบประวตั ิ
การฝกึ อบรม เป็นตน้

การวิเคราะห์ความต้องการในการฝึกอบรมทั้ง 3 ด้าน ต้องกระทำไปพร้อม ๆ กันอย่างสม่ำเสมอ
เพราะองค์กร ภาระหน้าที่ และบุคคลมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลง
ด้านต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา องค์กรต้องมีการเปลี่ยนแปลงสภาพการทำงาน ความต้องการด้านบุคลากร
เปลี่ยนแปลงไป สภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การวิเคราะห์องค์กร
ภาระหนา้ ท่ีและบคุ คลจะให้คำตอบองค์กร ดังน้ี

(1) องค์กรจำเปน็ ต้องจัดฝกึ อบรมบคุ ลากรในองค์กรหรือไม่
(2) หากจำเป็นต้องจัดฝึกอบรม พนักงานคนใดหรือหน่วยงานใดมีความจำเป็นที่ต้องเข้ารับการ
ฝกึ อบรม
(3) พนกั งานจะต้องเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ ทักษะ ทัศนคตดิ า้ นใดบ้าง จึงจะสามารถปฏิบัติงาน
ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ ตามมาตรฐานทีอ่ งคก์ รกำหนดไว้หรือขจัดปัญหาทเ่ี กิดขน้ึ ให้หมดไปได้
5. รายงานผลการหาความจำเป็นในการฝึกอบรม หลังจากที่ได้รมีการวิเคราะห์ข้อมูลหาความ
จำเป็นในการฝึกอบรม เพื่อค้นพบความจำเป็นที่แท้จริง ซึ่งบางองค์กรอาจพบความจำเป็นในการฝึกอบรม
จำนวนมาก ดงั นน้ั การวเิ คราะห์หาวา่ แต่ละระดบั ของความจำเปน็ ในการฝกึ อบรมมปี ัญหาหรอื ไมม่ ปี ัญหาใน
เรื่องหรือประเด็นใดบ้าง สาเหตุของปัญหาเกิดขึ้นเนื่องมาจากอะไร เป็นความจำเป็นในการฝึกอบรมจริง
หรือไม่ ระดับความสำคัญและความเร่งดว่ นของแต่ละปัญหาหรือแต่ละประเด็นเป็นอย่างไร เมื่อวิเคราะห์ใน
เรื่องดังกล่าวแล้ว จึงจะนำข้อมูลความจำเป็นในการฝึกอบรมมาเรียงลำดับตามความจำเป็นจากมากที่สุดไป
ถึงน้อยที่สุด แล้วจึงสรุปผลและรายงานผลการหาความจำเป็นในการฝกึ อบรมนำเสนอให้กับผู้บริหารองค์กร
ต่อไป

สรุป

การฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอทำให้สามารถแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมบุคคลในองค์กรให้ดียิ่งขึน้
อย่างไรก็ตาม การอบรมหากขาดการหาความจำเป็นในการฝึกอบรม อาจทำให้การฝึกอบรมไม่ประสบ
ความสำเร็จ ดังนั้น การหาความจำเป็นในการฝกึ อบรมเป็นจดุ เริ่มตน้ ที่สำคญั ของการฝึกอบรม ความจำเปน็
ในการฝึกอบรมเป็นการหาปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร ปัญหาขององค์กรเกิดจากการบริหารงานและการ
เปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งบางปัญหาอาจนำการฝึกอบรมไปใช้
แก้ปัญหาได้ บางปัญหาก็ไม่สามารถแก้ได้ ปัญหาในองค์กรประกอบด้วย ปัญหาข้อขัดข้อง ปัญหาป้องกัน
และปัญหาพัฒนา นอกจากนี้ ความจำเป็นในการฝึกอบรมอาจเกิดจากสภาพการณ์เดิมที่ดีอยู่แล้ว แต่
ต้องการใหด้ ีกวา่ เดิมเพื่อมงุ่ สู่ความเปน็ เลิศขององค์กร การหาความจำเปน็ ในการฝึกอบรมมีขัน้ ตอนดังนี้ การ
กำหนดขอบเขตและวัตถุประสงค์ของการหาความจำเป็นในการฝึกอบรม การวางแผนหาความจำเป็นในการ
ฝึกอบรม การดำเนินการตามแผนและการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาความจำเป็นในการ
ฝกึ อบรม รายงานผลการหาความจำเปน็ ในการฝกึ อบรม

นอกจากน้ี วธิ ีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลเพื่อหาความจำเป็นในการฝึกอบรมใชว้ ิธีการวิจัย เช่น ใช้
แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ การสังเกต และการศึกษาจากเอกสารต่าง ๆ ในองค์กร วิธีการวิเคราะห์เพื่อ
ค้นหาว่าองค์กรมีความต้องการฝึกอบรมหรือไม่นั้นมีวีธีวิเคราะห์ ดังนี้ การวิเคราะห์องค์กร การวิเคราะห์
ภารกิจหรือภาระหน้าที่ และการวิเคราะห์รายบุคคล ซึ่งจะต้องทำการวิเคราะห์ทั้ง 3 ด้านไปพร้อมกันอย่าง
สม่ำเสมอ ทงั้ นี้ เพราะภาระหนา้ ท่ีและบุคคลมีความสมั พันธ์ซึ่งกันและกัน

กิจกรรมการเรียนการสอน
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 การหาความตอ้ งการในการฝกึ อบรม

แบบฝึกหดั ที่ 2.1

จงตอบคำถามตอ่ ไปนี้ใหส้ มบรู ณ์

1. ปญั หาขององค์กรมีหลายประเภท ใหน้ ักศกึ ษาอธิบายลักษณะและยกตวั อย่างประเภทของปญั หาท่ี
กำหนดให้ ดังนี้
1.1 ปัญหาขอ้ ขัดข้อง
ลกั ษณะ....................................................................................................................... .......................
....................................................................................................................................................................
ตัวอยา่ ง..................................................................................................................... .........................
................................................................................................................................... .................................

1.2 ปญั หาป้องกนั
ลกั ษณะ..............................................................................................................................................

....................................................................................................................................................................
ตวั อยา่ ง..................................................................................................................... .........................

....................................................................................................................................................................

1.3 ปญั หาเชงิ พัฒนา
ลกั ษณะ....................................................................................................................... .......................

....................................................................................................................................................................
ตัวอยา่ ง..............................................................................................................................................

....................................................................................................................................................................

2. ปัญหาและอปุ สรรคขององคก์ รมหี ลายด้าน เชน่ ปัญหาด้านการเงิน บุคลากร การจัดการ เปน็ ต้น
ใหน้ กั ศกึ ษายกตวั อยา่ งของปญั หาที่พบโดยท่ัวไปขององค์กรมา 4 ข้อ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

3. ลกั ษณะปัญหาใดที่ไมส่ ามารถใชก้ ารฝึกอบรมมาแกไ้ ขได้ ตอบเปน็ ขอ้ ๆ 2 ข้อ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................... .............
....................................................................................................................................................................

4. ปญั หาทีเ่ กิดข้นึ กบั องคก์ รเปน็ ปัญหาเก่ียวกับเรอื่ งใด ตอบเป็นขอ้ ๆ 2 ขอ้
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

5. จงบอกความแตกตา่ งระหว่างความจำเปน็ ในการฝึกอบรมทช่ี ัดแจ้ง และความจำเป็นในการฝึกอบรม
ท่ตี อ้ งค้นหามา 2 ข้อ
.................................................................................................................................................... ................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

แบบฝึกหดั ท่ี 2.2

จงตอบคำถามต่อไปน้ใี หส้ มบรู ณ์

1. วิธศี กึ ษาและรวบรวมข้อมลู เพ่ือหาความจำเป็นในการฝึกอบรมทน่ี ิยมมากทีส่ ุดคอื วธิ ีใด
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

2. วธิ ศี ึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เพอื่ หาความจำเปน็ ในการฝกึ อบรมแบบสัมภาษณม์ ขี ้อดีอยา่ งไรจงอธิบาย
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

3. การวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาผลตา่ งของผลประกอบการขององคก์ รในปัจจบุ ัน กบั อดีต คือการวิเคราะห์
เรอื่ งใด
....................................................................................................................................................................

4. เป้าหมายของการวิเคราะห์ข้อมูล เพ่ือเป็นการเตรยี มอัตรากำลังของทรัพยากรบคุ คลเพ่ือรองรบั การ
เปลี่ยนแปลงเปน็ การวิเคราะห์เรื่องใด
....................................................................................................................................................................

5. ผลของการวิเคราะห.์ ..........................................ทำใหท้ ราบวา่ ผ้ปู ฏบิ ตั ิงานปฏิบตั ิงานได้ตรงตามภาระงาน
หรอื ไม่

6. เปน็ การวเิ คราะหค์ วามรู้ ทกั ษะ ผลการปฏิบตั ิงานเปรยี บเทยี บกับเกณฑ์มาตรฐานในการทำงานคือ
การวิเคราะหเ์ ร่อื งใด
....................................................................................................................................................................

7. การวเิ คราะห์เพอื่ พิจารณาวา่ พนกั งานแต่ละคนมคี วามรู้ ความสามารถและทักษะเหมาะสมกบั งานท่ี
ปฏิบัติอยู่หรือไม่ คอื การวเิ คราะห์เรอ่ื งใด
............................................................................................................................... .....................................

8. วธิ กี ารสังเกตพฤตกิ รรมในขณะทำงานเปน็ วิธกี ารวเิ คราะห์แบบใด
........................................................................................................................................................... .........

แบบฝึกหัดท่ี 2.3

ประเภทของความจำเป็นในการฝกึ อบรม

1. ความจำเป็นในการฝึกอบรมที่ชดั แจ้ง
2. ความจำเป็นในการฝกึ อบรมท่ตี อ้ งค้นหา
3. ความจำเป็นในการฝึกอบรมในอนาคต

คำสั่ง ให้นกั ศกึ ษานำตวั เลขทีเ่ ป็นคำตอบมาใส่ไว้หน้าขอ้ ดังต่อไปน้ี
............ ก. บรษิ ทั รบั พนักงานใหม่
............ ข. ตน้ ทุนการผลติ สงู
............ ค. บริษัทมกี ารขยายงานในอนาคต
............ ง. บรษิ ัทนำระบบ E-Office มาใช้ในการปฏบิ ัติงาน
............ จ. ยอดขายของธนาคารไมบ่ รรลเุ ป้าหมายทีก่ ำหนดไว้
............ ฉ. บรษิ ทั มีการเปล่ียนแปลงเจ้าหน้าท่ีผปู้ ฏบิ ตั ิงาน
............ ช. มพี นกั งานเขา้ ปฏิบัติงานใหม่
............ ซ. คา่ ใชจ้ ่ายเกีย่ วกับคา่ สาธารณปู โภคสงู
............ ฌ. บรษิ ทั มนี โยบายขยายโรงงานอีก 2 ปีข้างหน้า
............ ญ. ถกู ตำหนิจากลกู ค้าเร่ืองการสง่ สนิ คา้ ลา่ ช้า

ใบงานท่ี 2.1
การหาความตอ้ งการในการฝกึ อบรม

วัตถุประสงค์การเรยี นรู้
1. มีความรคู้ วามเข้าใจในการสำรวจความจำเป็นในการฝกึ อบรม
2. บอกและสรปุ ขน้ั ตอนการหาความจำเป็นในการฝกึ อบรมได้
3. มีมนษุ ยสมั พนั ธ์ มวี นิ ัย รับผดิ ชอบ ซื่อสัตย์สจุ รติ และความอดทนอดกลนั้

สอื่ วัสดแุ ละอุปกรณท์ ีใ่ ชใ้ นการปฏิบตั งิ าน
1. ใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง การหาความตอ้ งการในการฝกึ อบรม
2. แบบประเมินผลงานใบงานท่ี 2.1 และแบบประเมนิ พฤตกิ รรม

ขัน้ ตอนในการฝกึ ปฏบิ ตั ิ
1. ใหผ้ ้เู รียนแบง่ กล่มุ ๆ ละ 3-4 คน เลอื กประธานและเลขานุการ เพอ่ื ประชมุ กลมุ่ ปรึกษา วาง

แผนการปฏบิ ัตงิ านใบงานท่ี 2.1
2. ศึกษาสถานการณ์กรณศี ึกษาและทำเปน็ รายงานส่งครู
3. ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลการศึกษากรณีศกึ ษาหน้าชน้ั เรยี น
4. ครแู นะนำและสรปุ ผลการศึกษาแตล่ ะกลุม่
5. ครูและผเู้ รยี นร่วมกนั สรปุ กจิ กรรมใบงานท่ี 2.1

เครอ่ื งมอื ประเมนิ ผล
แบบประเมนิ ผลงานและแบบประเมนิ พฤติกรรม

เกณฑ์การประเมินผล
ผเู้ รียนไดค้ ะแนนผลงานและพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิงานกลุ่ม 16 คะแนนข้ึนไป ถอื วา่ ผา่ นวัตถปุ ระสงค์

การเรยี นรู้

กรณศี กึ ษา เรอ่ื ง “ตามหาความจำเปน็ ”

บรษิ ทั รบั เบอร์ เอ็นจิเนยี รงิ่ จำกดั เปน็ บริษัทผลิตยางรถยนตส์ ่งสนิ คา้ ท้ังภายในและภายนอกประเทศ
มีบุคลากรภายในสำนักงานและสายการผลิตประมาณ 200 คน บรษิ ัทเปดิ กิจการมานานกวา่ 5 ปี ยอดขยาย
ท่ผี า่ นมายางรถยนตย์ ่หี ้อรับเบอร์บคุ๊ เปน็ ท่ีชืน่ ชอบของลูกค้าเป็นอยา่ งมาก ทำใหบ้ รษิ ัทมีนโยบายขยายกำลัง
การผลิต โดยมีแผนทจี่ ะเปิดบริษทั ในเครืออีก 1 แห่ง ปี พ.ศ. 2551-2552 เศรษฐกจิ ตกต่ำ เกดิ ภาวะเงินเฟ้อ
ทำให้กำลังการซื้อรถยนต์ของลูกค้าลดลง ประกอบกับราคาน้ำมันสูงขึ้น ทำให้เกิดผลกระทบต่อการขนส่ง
และส่งผลต่อบริษัทรับเบอร์บ้าง ระยะหลังฐานะการเงินของบริษัทไม่สู้ดี ผู้บริหารองค์กรนำงบการเ งินมา
ศึกษาพบว่า ยอดขายลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ค่าใช้จ่ายสำนักงานสูงผิดปกติ รายงานการผลิตสินค้าพบว่า
เกิดความผิดพลาดในการผลิตอยู่เปน็ ประจำ ทำให้ผลิตสินค้าไม่ทันความต้องการของลกู ค้า นอกจากนี้ได้รับ
รายงานจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ว่าได้รับการตำหนิจากลูกค้าเรื่องพนักงานด้านการตลาดของบริษัท ลูกค้า
ต่างประเทศตำหนิเรื่องการติดต่อสื่อสารกับบริษัทเนื่องจากไม่ได้รับความชัดเจนในการติดต่อสื่อสาร เมื่อ
ศึกษาขอ้ มลู พบว่าพนักงานประชาสัมพนั ธ์ไมม่ ีความรดู้ ้านภาษาต่างประเทศ

นายประสงค์สิทธิ์ ผู้บริหารของบริษัทเห็นว่าหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้อาจเกิดผลเสียต่อ
องค์กร จึงเรยี กนายสมบูรณ์แบบ ผ้จู ดั การฝา่ ยบริหารทรพั ยากรบคุ คล มาปรกึ ษา สมบรู ณ์แบบใหแ้ กป้ ัญหาท่ี
เกิดขึ้นโดยใช้การฝึกอบรม และควรหาความจำเป็นในการฝึกอบรมเพื่อค้นหาปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง
ประสงค์สิทธิ์จึงสั่งให้สมบูรณ์แบบทำรายงานสรุปขั้นตอนการหาความจำเป็นในการฝึกอบรม เพื่อนำเสนอ
ผบู้ ริหาร

คำสั่ง สมมติให้นักศึกษาเป็นนายสมบูรณ์แบบ จงสรุปขั้นตอนวิธีการหาความจำเป็นในการฝึกอบรมของ
บริษทั รับเบอร์ เอน็ จิเนยี ริ่ง จำกดั จัดทำเปน็ รายงานเพอ่ื นำเสนอผ้บู ริหารต่อไป

ใบงานท่ี 2.2
การหาความจำเป็นในการฝึกอบรม

วัตถุประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายการรวบรวมขอ้ มูลเพื่อหาความจำเป็นในการฝกึ อบรมได้
2. เลือกวธิ กี ารรวบรวมขอ้ มูลเพื่อหาความจำเป็นในการฝึกอบรมได้
3. หาความจำเป็นในการฝกึ อบรมได้
4. วิเคราะห์ความต้องการในการฝึกอบรมได้
5. มมี นษุ ยสมั พนั ธ์ มวี นิ ัย รับผดิ ชอบ ซ่อื สตั ยส์ ุจริต และความอดทนอดกล้นั

สอ่ื วสั ดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏบิ ัติงาน
1. ใบงานท่ี 2.2 เรอื่ ง การหาความตอ้ งการในการฝกึ อบรม
2. แบบประเมนิ ผลงานใบงานที่ 2.2 และแบบประเมนิ พฤติกรรม

ขน้ั ตอนในการฝึกปฏิบัติ
1. ใหผ้ เู้ รียนแบ่งเป็น 2 กล่มุ เลือกประธานและเลขานุการ เพ่อื ประชุมกลมุ่ ปรึกษา วางแผนการ

ปฏบิ ตั งิ านใบงานท่ี 2.2
2. ศกึ ษาสถานการณ์กรณีศึกษา ทำตามคำส่งั ในกรณีศึกษา
3. ให้แตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลการศกึ ษากรณีศกึ ษา
4. ครูแนะนำและสรปุ ผลการศึกษาแต่ละกลุม่
5. ครูและผู้เรยี นรว่ มกันสรุปกจิ กรรมใบงานท่ี 2.2

เคร่อื งมอื ประเมินผล
แบบประเมินผลงานและแบบประเมินพฤติกรรม

เกณฑก์ ารประเมินผล
ผ้เู รยี นไดค้ ะแนนผลงานและพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิงานกลุ่ม 16 คะแนนขึน้ ไป ถอื วา่ ผ่านวัตถุประสงค์

การเรียนรู้

กรณีศึกษา เร่ือง “คดั เลอื กวิธกี าร วิเคราะห์ผล”

ใหน้ กั ศึกษาหาความจำเปน็ ในการฝึกอบรมให้กับนักศึกษาสาขาวชิ าการเลขานุการ เพ่ือหาปญั หาต่าง
ๆ ทเ่ี กิดขน้ึ และนำปญั หามาวิเคราะห์เพ่อื เตรยี มจัดหลกั สูตรฝึกอบรมให้แก่นักศึกษา โดยใหห้ าขอ้ มลู จาก
แหล่งข้อมูล ดังต่อไปนี้

1. นกั ศึกษาสาขาวชิ าการเลขานุการทุกชน้ั ปี
2. ครูสาขาวชิ าการเลขานุการ และครูท่สี อนนักศึกษาสาขาวิชาการเลขานกุ าร

โดยใหป้ ฏบิ ัตดิ ังต่อไปนี้
1. แบ่งกลมุ่ ออกเปน็ 2 กล่มุ จบั ฉลากเพ่ือเลอื กแหลง่ ขอ้ มลู
2. เมอื่ ได้แหลง่ ขอ้ มลู ใหแ้ ต่ละกลมุ่ ประชุมปรกึ ษาหารือแบ่งภาระงาน
3. เลือกวธิ ีการรวบรวมข้อมูลเพอื่ หาความจำเป็นในการฝึกอบรม
4. ทำการรวบรวมข้อมลู จากแหลง่ ข้อมูลทีจ่ ับฉลากได้
5. นำข้อมลู มาวิเคราะหค์ วามตอ้ งการในการฝึกอบรม
6. สรปุ รายงานผลการวิเคราะห์ความต้องการในการฝึกอบรมเปน็ รูปเลม่ รายงาน
7. นำเสนอผลการวิเคราะห์โดยใชโ้ ปรแกรมนำเสนอข้อมลู

จงทำเครอื่ งหมาย () ข้อท่ีถกู ต้องทส่ี ดุ
1. ขน้ั ตอนแรกของการหาความจำเป็นในการฝึกอบรม คอื ขั้นตอนใด

ก. การกำหนดขอบเขตของการหาความจำเปน็ ในการฝึกอบรม
ข. การวางแผนหาความจำเปน็ ในการฝึกอบรม
ค. การศึกษาข้อมูลเบ้อื งตน้ เกี่ยวกบั องค์กร
ง. การเลือกความจำเปน็ ในการฝึกอบรม
จ. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลในการฝกึ อบรม
2. การศึกษาและรวบรวมข้อมูล เพื่อหาความจำเป็นในการฝึกอบรมที่วิเคราะห์ผลง่ายที่สุด ควรใช้วิธี
การศึกษาขอ้ มลู ดว้ ยวธิ ีใด
ก. การเปรียบเทยี บกบั มาตรฐานการทำงานในองค์กร
ข. การวเิ คราะหเ์ อกสารทมี่ ีอยู่
ค. การใชแ้ บบสอบถาม
ง. การใช้การสังเกต
จ. การบันทึกข้อมูล
3. ข้อใดแสดงถงึ ปัญหาข้อขัดข้องในองค์กร
ก. อำภาไดร้ ับทุนของบริษัทศึกษาต่อระดับปริญญาโทบรหิ ารธุรกิจ ณ ประเทศสหรัฐอเมรกิ า
ข. อนพุ งศไ์ ปฟติ เนสเพ่ือออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะตอ้ งการให้รา่ งกายแข็งแรง
ค. อัมพรอบรมเทคนิคการเขียนโต้ตอบจดหมายธรุ กิจต่างประเทศ
ง. นวริศรจ์ ดั สมั มนาเรอื่ งการพัฒนาองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก
จ. นพรัตนพ์ มิ พ์งานผิดบ่อยครั้ง
4. ข้อใดกล่าวถึงปญั หาทสี่ ามารถนำการฝึกอบรมมาใชเ้ พื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
ก. บริษัทดับเบิ้ล บี จำกัด ผลิตกระดาษส่งต่างประเทศ ปี 2552 มียอดสั่งซื้อจำนวนมาก จนเกิดปัญหา

ตามมา คือ ผลิตสินค้าไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้า เนื่องจากเครื่องจักรมีกำลังการผลิตน้อย จึง
ไมส่ ามารถผลิตสนิ คา้ ได้ตามคำสัง่ ซ้ือ
ข. บรษิ ทั เจเจ ชอปป้ิงมอลล์ จำกดั มสี าขาอยู่ในจังหวัดราชบรุ ีหลายสาขา ไดร้ บั การร้องเรียนจากลูกค้า
วา่ พนกั งานประจำสาขาพูดไม่สุภาพ
ค. บริษัทเกษตรการค้า จำกัด เปิดร้านสะดวกซื้อ ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับห้างสรรพสินค้าโลตัสส่งผลให้
ยอดขายในปจั จุบันลดลง
ง. บรษิ ัทชิตชัย ทรานสปอร์ต จำกัด มสี ำนักงานอยู่ถนนสุขุมวิท ไม่มที ่ีจอดรถให้ลูกค้าส่งผลให้ยอดขาย
ลดลง
จ. บริษัทเพ็ญ คอสเมตกิ ส์ จำกัด ถูกลูกค้ายกเลิกคำสงั่ ซ้ือสินคา้ กะทันหัน ทำใหเ้ กดิ ความเสยี หาย

5. เหตุการณ์ในข้อใดที่สามารถนำการฝึกอบรมมาแกไ้ ขปัญหาได้
ก. ยุคล ใช้คอมพิวเตอร์ได้ แต่ไม่ชำนาญ จึงทำให้เกิดทัศนคติที่ไม่ดีต่อการใช้คอมพิวเตอร์ในการ
ปฏบิ ตั งิ าน
ข. ยตุ ิ เป็นพนักงานใหม่ไม่สามารถปรบั ตวั เข้ากับสถานทท่ี ำงานได้ เพราะหัวหน้างานไม่มอบหมายงานใหท้ ำ
ค. ยานี มอี าการตาพร่ามัวขณะปฏิบัตงิ าน เนือ่ งจากแสงสวา่ งภายในห้องไม่เพยี งพอ
ง. ยกยอ ไม่พอใจหวั หน้าฝ่ายอยเู่ สมอ เน่อื งจากญาติของทั้งสองฝ่ายไม่ลงรอยกัน
จ. ยห่ี วา ได้รบั เงินเดือนน้อยกวา่ ทีต่ กลงไว้ตอนสมคั รงาน
6. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ เหตุการณ์ทีอ่ งค์กรควรจัดการฝึกอบรมให้แกบ่ ุคลากรมากท่ีสุด
ก. บริษัทมาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตรถยนต์มาสด้า 3 สู่ตลาด และมีการจัดบูธ
ประชาสัมพันธ์ ซึ่งมี บริษัทก้องเกียรติ จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์มาสด้า จึงจัดฝึกอบรมให้
ความร้ใู นสนิ ค้าตวั ใหม่แก่พนักงานทุกคน
ข. เกิดการระบาดของไข้หวัด 2009 ครั้งใหญ่ บริษัทคอมเพนนี การาจ จำกัด จึงจัดฝึกอบรมให้ความรู้
แกพ่ นกั งานเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เจบ็ ปว่ ย
ค. ปัจจุบันเกิดภาวะเงินเฟ้อในอัตราที่สูงมาก บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ควรฝึกอบรมพนักงาน ให้ความรู้
เรือ่ งภาวะเงนิ เฟ้อ เพ่อื นำมาใช้ในการทำงาน
ง. บรษิ ัทเอ ยู เอ จำกัด กำลงั ขยายกำลังการผลิต มีการบรรจุพนักงานใหม่ 120 อตั ราเพ่ือเป็นพนักงาน
ของบรษิ ัท
จ. จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยติดลบหลายจุด บริษัทหลักทรัพย์
จัดการกองทนุ ออมเงิน จำกัด จงึ ให้ความรูเ้ ร่อื งการบริหารธุรกิจในชว่ งไวรัสระบาด
7. การนำขอ้ มลู การประเมินผลการปฏบิ ัตงิ านของบุคลากรมาใช้เพื่อหาความจำเปน็ ในการฝึกอบรมควรใช้วิธี
การศกึ ษาข้อมลู ด้วยวิธีใด
ก. วธิ วี ิเคราะห์เอกสารทมี่ ีอยู่ ข. วธิ ีศกึ ษาข้อมลู เบ้ืองตน้
ค. วิธีใชแ้ บบสอบถาม ง. วธิ ีการสอบถาม
จ. วธิ กี ารสงั เกตการณ์
8. ขอ้ ใดคอื ความจำเปน็ ในการฝกึ อบรมท่ีไมส่ ามารถแกไ้ ขไดด้ ้วยการฝึกอบรม
ก. ได้รบั การรอ้ งทุกข์จากลูกค้าเน่ืองจากเกดิ ความไมพ่ อใจ
ข. บรษิ ทั ต้องการซ้อื เคร่ืองจักรทใี่ ชใ้ นการผลติ ใหม่
ค. การขาดงานของบุคลากรบรษิ ทั มยี อดสงู
ง. พนกั งานมีบุคลกิ ภาพท่ีไมเ่ หมาะสม
จ. เกดิ อบุ ัตเิ หตใุ นการปฏิบัติงาน
9. ขอ้ ใดคือสาเหตุที่องค์กรต้องจัดการฝึกอบรมให้แก่บุคลากรในองคก์ ร
ก. กรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรมมีมาตรการควบคุมคุณภาพของโรงงานอุตสาหกรรม โดย
โรงงานอตุ สาหกรรมทกุ แหง่ ตอ้ งมีระบบการควบคุมคุณภาพ GMP
ข. กระทรวงศึกษาธิการมอบนโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ให้แก่โรงเรียนในสังกัด สพฐ.
และ สอศ. ดำเนินการ
ค. ประเทศไทยใช้ยทุ ธวธิ ีขับเคล่อื นเศรษฐกิจภายใตโ้ ครงการไทยเข้มแข็ง
ง. รัฐบาลช่วยเหลอื ประชาชนโดยใหเ้ งินรายเดือนแกผ่ ู้ชรา
จ. กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายในการส่งเสริมให้พระสงฆ์มีสุขภาพดี โดยการดำเนินงานภายใต้
โครงการ 1 วดั 1 โครงการ

10. มานพเป็นผู้บรหิ ารบริษัท มีนพรตั น์เปน็ เลขานุการ วันหนง่ึ มานพสง่ั ให้นพรตั น์ คน้ หาเอกสาร เพื่อใช้ใน
การประชุม นพรัตน์ใช้เวลาค้นหาเอกสารอยู่นาน เพราะไม่มีความรู้ด้านการจัดเก็บเอกสารและเก็บ
เอกสารไม่เป็นระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว มานพจึงสั่งให้นพรัตน์เข้ารับการอบรมหลักสูตร “การ
บริหารงานเอกสารยุคสารสนเทศ” หลังจากเข้ารับการอบรมแล้ว นพรัตน์สามารถเก็บเอกสารและ
คน้ หาเอกสารไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น เปน็ ความจำเป็นในการฝึกอบรมประเภทใด
ก. ความจำเปน็ ในการฝึกอบรมที่ใชใ้ นการปฏบิ ตั ิงาน
ข. ความจำเปน็ ในการฝึกจะปรากฏในอนาคต
ค. ความจำเปน็ ในการฝึกอบรมของบุคลากร
ง. ความจำเป็นในการฝึกอบรมทตี่ ้องค้นหา
จ. ความจำเปน็ ในการฝึกอบรมทช่ี ดั แจง้

11. ความจำเป็นในการฝึกอบรมมีความหมายตรงกับข้อใด

ก. ปญั หาเก่ยี วกบั บคุ คลท่ีเกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน ซ่งึ สามารถใช้การฝกึ อบรมแก้ไขปัญหานน้ั ได้

ข. ปัญหาต่าง ๆ ในการปฏบิ ัติงานเปน็ สาเหตใุ นการทำงานไม่ประสบความสำเรจ็

ค. ปญั หาทเี่ กย่ี วกับการบริหารจดั การท่ีสามารถแก้ไขไดด้ ้วยการฝึกอบรม

ง. อุปสรรคตา่ ง ๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในการปฏบิ ัตงิ าน

จ. ปัญหาต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานสามารถใช้การฝึกอบรม เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และข้อคิดเห็นในการ

แกไ้ ขปัญหาต่าง ๆ

12. การหาความจำเป็นในการฝึกอบรมมีความสำคัญต่อการฝึกอบรมอย่างไร

ก. ทำให้วางแผนการฝึกอบรมได้อย่างเป็นระบบ

ข. ทำให้ทราบแนวทางในการจดั การฝึกอบรม

ค. ทำใหท้ ราบวา่ ควรจดั การฝึกอบรมแก่ใครและเร่ืองใด

ง. ทำให้ทราบปัญหาอุปสรรค และจดุ บกพร่องขององค์กรที่สามารถแก้ไขได้ดว้ ยการฝึกอบรม

จ. ทำให้ทราบความคิดเห็นและประสบการณ์ของผู้อื่น จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและความรู้

ตา่ ง ๆ จากการฝึกอบรม

13. บรษิ ัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกดั มแี ผนพัฒนาบริษัทเพ่ือรองรับการเตบิ โตด้านเศรษฐกิจด้วย

การขยายโรงงานผลิต เพื่อให้งานบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ และต้องมีการฝึกอบรมพนักงาน ควรหา

ความจำเปน็ ในการฝึกอบรมประเภทใด

ก. ความจำเปน็ เบอ้ื งต้น ข. ความจำเป็นระยะแรก

ค. ความจำเปน็ ในอนาคต ง. ความจำเป็นในการป้องกัน

จ. ความจำเป็นที่ชดั แจ้ง

14. “บริษัทต้องการฝึกอบรมพนักงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถปรับตัวเข้ากับ

ระบบของหน่วยงาน และสามารถปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้อย่างเต็มศักยภาพ”

ข้อความขา้ งต้นมคี วามหมายตรงกับขอ้ ใด

ก. การสัมมนา

ข. การปฐมนิเทศ

ค. การอบรมพนกั งาน

ง. การเพิ่มศักยภาพของบคุ ลากร

จ. ความจำเป็นในการฝกึ อบรมเพื่อแก้ไขปญั หา

15. เมื่อไดผ้ ลจากการหาความจำเป็นในการฝึกอบรมแล้ว ควรจัดกระทำข้อมูลตอ่ ไปอยา่ งไร
ก. นำข้อมูลมาวิเคราะห์ความจำเป็นในการฝึกอบรมโดยวิเคราะห์องค์กร วิเคราะห์ภารกิจ และ
วเิ คราะหร์ ายบุคคล
ข. นำขอ้ มูลมาจดั ทำรายงาน เพอื่ นำเสนอผู้บงั คบั บญั ชาเพื่อจดั ทำหลักสตู รตอ่ ไป
ค. นำข้อมลู มาวเิ คราะหโ์ ดยใช้โปรแกรมวเิ คราะห์ขอ้ มลู
ง. นำขอ้ มลู มาวิเคราะห์สถานภาพองค์กร
จ. นำข้อมลู มาวินิจฉัยวา่ พนักงานแตล่ ะคนมีความรู้ ความสามารถ และทกั ษะที่เหมาะสมหรอื ไม่


Click to View FlipBook Version