นิ ทานอีสป
ห่านกับไข่ทองคำ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีสองตายายผู้แสนยากจน
อาศัยอยู่ที่กระท่อมเก่า ๆ
ในป่ากว้างอย่างสงบสุข
แต่จู่ ๆ วันหนึ่งก็เกิดเรือ่ ง
ประหลาดขึ้น เมื่อตาเฒ่าพบว่า
ห่านที่เลี้ยงไว้นั้นออกไข่มาเป็น
สีทองอร่าม
"ยาย ๆ ดูนี่สิตาเจออะไร ! golden egg
ห่านของเราออกไข่มาเป็นทองคำ
ด้วยล่ะ" ตาเฒ่าร้องเสียงดัง
"จริงหรือตาเฒ่า ? จู่ ๆ
ห่านมันจะออกไข่มาเป็นทองคำได้
ยังไงกัน" ยายเฒ่าถามกลับแบบไม่
เชื่อหูตัวเอง
"ถ้ายายไม่เชื่อ เดี๋ยวตาเอาไข่ใบนี้ไปให้ในเมืองดู
ก่อนแล้วกัน จะได้รู้กันไปเลยว่านี่คือทองคำจริงหรือปลอม"
พูดจบตาเฒ่าก็รีบเดินทางไปยังร้านทองในเมืองทันที
เมื่อตาเฒ่ามาถึงร้านทองจึงยื่นไข่ห่าน
ปริศนาให้ช่างทองตรวจดูอย่างละเอียด เมื่อช่างทอง
ยืนยันว่านี่แหละคือทองคำของแท้ ตาเฒ่าก็เสนอ
ขายไข่ทองคำใบนั้นอย่างไม่รอช้า แล้วมุ่งหน้ ากลับ
บ้านไปบอกข่าวดีกับยายด้วยความตื่นเต้น
"ยาย ๆ ไข่ใบนั้นคือทองคำของจริง ตาได้
เงินกลับมาตั้งเยอะแน่ะ ต่อไปนี้เราจะรวยกันแล้ว
นะ !" พูดจบแล้วทั้งสองก็กอดกันอย่างมีความสุข
จากวันนั้นเป็นต้นมา สองตายายก็หมั่นเก็บไข่ทองคำไปขายทุกวัน
จนกลายเป็นเศรษฐีและมีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ แต่วันหนึ่งตาเฒ่าก็เริ่มรู้สึก
ไม่พอใจว่าทำไมห่านของเขาถึงออกไข่ได้เพียงวันละฟองเท่านั้น จึงเกิด
ความคิดขึ้นมาว่า
"ยายเฒ่า.. วันนี้เราไปผ่าท้องห่านกันดีกว่า จะได้เอาไข่ทองคำ
ทั้งหมดในนั้นไปขายทีเดียว มัวแต่เก็บวันละฟองแบบนี้ มันจะไปทันกิน
อะไร" ตาเฒ่าเอ่ยชวน
golden egg "ก็ดีเหมือนกันนะตา เราจะ
ได้ไม่ต้องเหนื่อยเดินทางเข้าเมือง
ทุกวัน" ยายเฒ่าเห็นดีเห็นงามไป
ด้วย
ว่าแล้วก็ไม่รอช้า สองตายาย
รีบจับห่านมาผ่าท้องทันที แต่
ปรากฏว่าในท้องของห่านนั้นไม่มี
ไข่ทองคำอยู่เลยแม้แต่ฟองเดียว
แถมทั้ งสองยังต้องสูญเสียห่าน
ของพวกเขาไป โดยไม่มีโอกาส
เก็บไข่ทองคำไปขายอีกเลย..
นิทานเรือ่ งนี้สอนให้รู้ว่า :
เวลาที่เด็กๆ อยากได้อะไร ต้องรู้จัก
พยายาม รู้จักขวนขวาย เพราะในโลกของความ
จริงนั้นไม่มีห่านที่ออกไข่ทองคำให้เราเหมือนใน
นิทาน ถ้าอยากมีฐานะร่ำรวยก็ต้องเรียนรู้ที่จะ
ประหยัดอดออม ไม่ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย หรือถ้า
อยากได้ของเล่นก็ต้องรู้จักเก็บหอมรอมริบ หมั่น
หยอดกระปุกทุกวัน และสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อคุณ
หนู ๆ ได้สิ่งของที่ต้องการแล้ว ก็ควรพอใจในสิ่ง
ที่ตัวเองมีกันด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นชีวิตจะไม่
เหลืออะไรเลยเหมือนกับสองตายาย หรือเป็นดั่ง
สุภาษิตไทยที่ว่า "โลภมาก มักลาภหาย" นั่นเอง