รายงาน เรือง ประวตั เิ ปตอง
จดั ทาํ โดย
เดก็ หญงิ กชพรรณ จิรวาณชิ ม.3.9 เลขท2ี
เสนอ
คุณครู จริยาวดี สอนพา
ภาคเรียนที 2 ปีการศกึ ษา 2564
โรงเรียน สตรีวิทยา
ประวตั ิกฬี าเปตองในต่างประเทศ
กาํ เนิดขึนครังแรกในประเทศกรีซ เมือประมาณ 2,000 ปี ก่อนคริสตกาล โดยเกบ็ กอ้ นหินทีเป็น
ทรงกลมจากภูเขาและใตท้ ะเลมาเล่นกนั ต่อมากีฬาเปตองไดแ้ พร่หลายเขา้ มาในทวปี ยุโรป เมืออาณาจกั ร
โรมนั ครองอาํ นาจและเขา้ ยดึ ครองดินแดนของชนชาวกรีกไดส้ าํ เร็จ ชาวโรมนั ไดใ้ ชก้ ีฬาประเภทนีเป็น
เครืองทดสอบกาํ ลงั ขอ้ มือและกาํ ลงั กายของผชู้ ายในสมยั นนั
ยคุ กลาง การเล่นลูกบูลนีเป็นทีนิยมเล่นกนั แพร่หลายในประเทศฝรังเศส ในสมยั พระเจา้ นโป
เลยี นมหาราชขึนครองอาํ นาจ พระองคไ์ ดท้ รงประกาศใหก้ ารเล่นลูกบูลนีเป็นกีฬาประจาํ ชาติของ
ฝรังเศส และเปิ ดโอกาสใหป้ ระชาชนทวั ไปไดเ้ ล่นกนั
ในทีสุดกฝ็ รังเศสไดม้ ีการกอ่ ตงั “สหพนั ธ์ เปตองและโปรวงั ซาล” ขึนในปี พ.ศ. 2481 (ค.ศ. 1938)
ประวตั กิ ฬี าเปตองในประเทศไทย
ถึงแมว้ า่ ในช่วงแรกๆนนั คนจะรู้จกั กีฬาเปตองนอ้ ยทาํ ใหก้ ารขายลูกเปตองนนั ขายไม่ค่อย เขาจึงใช้
วธิ ีการแจกลูกเปตองไปตามสถานทีราชการต่างๆ
หลงั จากนนั เมือทุกคนสามารถทราบวธิ ีการเลน่ และมีความรู้เกียวกบั การเล่นกีฬาเปตองแลว้ กเ็ ริมที
จะใหค้ วามสนใจกนั เยอะมากขึนจนถึงขนาดทีมีการจดั ตงั สมาคมเปตองขึนมาโดยการจดั ตงั สมาคมนนั
เกดิ ขึนในปี พ.ศ. 2519 มีการสนบั สนุนกีฬาชนิดนีอยา่ งกวา้ งขวางและกีฬาชนิดนียงั เป็นกีฬาทีถกู นาํ ไป
ใหบ้ รรดาขา้ ราชบริพารของสมเดจ็ พระศรีนครินทร์บรมราชชนนีเล่นอีกดว้ ย
กตกิ าเปตอง และวธิ กี ารเล่นเปตอง
1.แบ่งผเู้ ล่นออกเป็น 2 ฝ่ ายเท่า ๆ กนั ตงั แต่ 1-3 คน
2.เริมดว้ ยการเสียงทาย เพือเลือกวา่ ฝ่ ายใดเป็นผเู้ ริมเริมกอ่ น
3.ฝ่ ายทีชนะการเสียงทายจะเป็นฝ่ายเริมเล่นกอ่ น โดยผเู้ ล่นเลือกจุดเริมตน้ เขียนวงกลมลงบนพนื สนาม มี
เสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางระหวา่ ง 35-50 เซนติเมตร แตต่ อ้ งห่างจากเส้นเขตสนามหรือสิงกดี ขวางต่าง ๆ ไมน่ อ้ ย
กว่า 1 เมตร
4.เมือเขียนวงกลมแลว้ ฝ่ ายทีชนะการเสียงจะตอ้ งเขา้ ไปยนื อยใู่ นวงกลม แลว้ โยนลูกเป้าใหห้ ่างออกไป
จากจุดเริมตน้ ไม่นอ้ ยกวา่ 6-10 เมตร ถา้ โยนไม่ไดร้ ะยะทีกาํ หนดผโู้ ยนจะตอ้ งโยนใหม่ หากครบ 3 ครงั
แลว้ ยงั ไม่ไดต้ ามกติกาตอ้ งเปลียนใหฝ้ ่ายตรงขา้ มเป็นผโู้ ยนลูกเป้าแทน และมีสิทธิโยนได้ 3 ครงั
เหมือนกนั
5.เมือโยนลูกเป้าไดถ้ ูกตอ้ งแลว้ ฝ่ ายทีชนะการเสียงจะเป็นฝ่ ายโยนลกู เปตองใหไ้ ปอยใู่ กลล้ ูกเป้ามาก
ทีสุด ขณะโยนเท่าทงั สองขา้ งตอ้ งอยภู่ ายในวงกลม หา้ มเหยยี บเส้น หา้ มยกเทา้ และตอ้ งคอยใหล้ กู ตกถึง
พนื ก่อน จงึ จะออกจากวงกลมได้
6.หากฝ่ายใดโยนลูกเปตองหมดก่อน อีกฝ่ายทีมีลูกเปตองเหลือ กจ็ ะตอ้ งโยนลูกทีเหลือจนหมด และตอ้ ง
พยายามใหล้ กู เปตองขอฝ่ ายตนเขา้ ใกลล้ ูกเป้ามากทีสุด เพอื จะไดค้ ะแนนมาก ๆ
การแต่งกาย
กฬี าเปตองเป็นกฬี าทีเลน่ งา่ ย สะดวกและค่าใชจ้ ่ายในการเล่นกไ็ ม่แพง อกี ทงั ไม่มีขอ้ บงั คบั
ใดๆ วา่ ผเู้ ล่นจะตอ้ งแต่งกายแบบใด ฉะนนั ผเู้ ลน่ จะแตง่ กายแบบใดกไ็ ดแ้ ลว้ แต่ความชอบของแต่ละ
คน ซึงอาจเป็นกางเกงขาสัน กางเกงขายาว เสือแขนสันหรือเสือแขนยาวสีใดๆ กไ็ ด้ แตถ่ า้ เลน่ เป็นทมี
ไม่วา่ จะเป็นทมี 2 คนหรือ 3 คน จะตอ้ งแต่งกายใหเ้ หมอื นกนั
ขอแนะนาํ ในการเลือกเครืองแต่งกายสาํ หรับในการเลน่ กีฬาเปตอง ดงั นี
1. ไม่ควรสวมกางเกงหรือเสือทีคบั รัด หรือหลวมจนเกินไปเพราะจะทาํ ใหม้ ีอปุ สรรคในการ
โยนลูกเปตองได้ เช่น หากใส่เสือทีรัดแขนมากๆ จะทาํ ใหร้ ังแขนในขณะทีโยนลูกเปตองและทาํ ให้
การเหวยี งแขนไม่คล่องตวั แตถ่ า้ หากใส่เสือทีหลวมกจ็ ะทาํ ใหเ้ กิดความราํ คาญหรือดุรุงรังจนเกินไป
2. ไม่ควรใส่กางเกงหรือเสือสีเขม้ เช่น สีดาํ เพราะสีดาํ จะเกบ็ ความร้อนไดม้ ากกวา่ สีอืนๆ จะ
ทาํ ใหร้ ้อนอบอว้ นมากยงิ ขึนในกรณีทีเล่นกีฬาเปตองกลางแจง้
3. รองเทา้ ทีสวมไม่ควรมีนาํ หนกั มาก ควรใชร้ องเทา้ ทีมีนาํ หนกั เบา เพราะหากใชร้ องเทา้ ทีมี
นาํ หนกั จะทาํ ใหเ้ กิดอาการลา้ ของกลา้ มเนือเทา้ ไดง้ ่าย ทงั นี เนืองจากการเล่นกีฬาเปตองเป็นกีฬาทีตอ้ ง
เดินเป็นเวลานานและใชเ้ วลาแข่งขนั ทีค่อนขา้ งนานหรือตลอดทงั วนั
4. ควรสวมหมวกในการแขง่ ขนั เปตองกลางแจง้ ทีมีแสงสวา่ งมาก จะไดช้ ่วยลดแสงสว่างใหก้ บั
สายตาไดบ้ า้ ง สายตาจะไดไ้ มพ่ ร่ามวั
การนับคะแนน
ใหน้ บั เมือทงั สองฝ่ ายโยนลูกเปตองหมดในแต่ละเทียว ลูกของฝ่ ายใดอยใู่ กลล้ ูกเป้ามากทีสุด ฝ่ ายนนั
จะไดล้ ูกละ 1 คะแนน ฝ่ ายทีชนะคือฝ่ ายทีทาํ คะแนนถึงเกมส์ทีกาํ หนดก่อน คือ 11 คะแนน ส่วนในรอบ
ชิงชนะเลิศใหเ้ พมิ เป็น 13 คะแนน
ประโยชน์ทไี ด้รับจากกฬี าเปตอง
-เป็นกีฬาไม่หกั โหม ไม่มีการปะทะ ไม่มีการไดเ้ ปรียบเสียเปรียบ
-เลน่ ไดท้ ุกเพศทุกวยั วยั ทุกกลุ่มอาชีพ
-ฝึกการใชค้ วามคิด สตปิ ัญญา ฝึกสายตา การวางแผน มเี หตผุ ล การตดั สินใจ
-ไดอ้ อกกาํ ลงั กาย ผอ่ นคลาย เพลิดเพลิน สนุกสนาน ช่วยใหส้ ุขภาพจติ ดี
-ใชอ้ ุปกรณ์ไม่มาก ใชค้ ่าใชจ้ ่ายนอ้ ย
-เล่นไดท้ ุกสถานที ทีไม่ใช่พนื ไม,้ ซีเมนต,์ หรือมีนาํ ขงั จนลูกเป้าลอย
-เปิ ดโอกาสใหค้ นพกิ ารสามารถเล่นได้
-ส่งเสริมความสมั พนั ธ์ สามคั คีของครอบครัว สังคม ชุมชน
-แสดงความยนิ ดี ชมเชยกบั ผูท้ ีเล่นไดด้ ี
มารยาทในการเล่นทดี คี วรมดี ังนี
-เล่นอยา่ งสุภาพ มีนาํ ใจเป็นนกั กีฬา เป็นนกั กีฬาทีดี
-ไม่หยบิ อุปกรณ์ของผอู้ ืนมาเล่น
-ไม่ทดลองโยนลูกในสนาม
-ควบคุมอารมณ์ไม่ดีใจหรือเสียใจเกินไป
-หากมีการผดิ พลาดเกิดขึนไม่วา่ กรณีใดๆ ตอ้ งกล่าวคาํ วา่ ขอโทษ
-แตง่ กายสุภาพ รดั กมุ
-ปฏิบตั ิตามกตกิ า
-มีความอดทนตอ่ การฝึกซอ้ มและการเล่น
-หลงั จากฝึ กซอ้ มหรือแข่งขนั ตอ้ งเก็บอุปกรณใ์ หเ้ รียบร้อย
-รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภยั
-ปรบมือใหเ้ มือผตู้ ดั สินลงสนาม
-ปรบมือแสดงความยนิ ดีกบั ผูท้ ีเล่นไดด้ ี
-นงั ชมดว้ ยความสงบ ไม่ส่งเสียงโห่ร้อง
-ไม่แสดงทา่ ทางในการยวั ยุ
-ไม่ขวา้ งปาสิงของลงในสนามหากไม่พอใจ
-ยอมรับการตดั สินของกรรมการ
-ใหค้ วามร่วมมือกบั เจา้ หนา้ ทีในการอาํ นวยความสะดวก