ประวตั ิความเปนมาของขนมไทย
ครูตะวัน ชัยรัต
ประวัติความเปน มาของขนมไทย
ขนมไทย มเี อกลักษณดานวฒั นธรรมประจํา
ชาตไิ ทย คือ มีความละเอียดออ นประณตี ในการ
เลอื กสรรวัตถดุ บิ วิธีการทาํ ที่พถิ ีพถิ นั รสชาตอิ รอย
หอมหวาน สสี ันสวยงาม รูปลกั ษณชวนรับประทาน
ตลอดจนกรรมวิธีทีป่ ระณีตบรรจง
ประวัติความเปนมาของขนมไทย
ในสมัยโบราณคนไทยจะทาํ ขนมเฉพาะวาระสําคญั
เทา นั้น เปนตนวา งานทาํ บุญ งานแตง เทศกาลสาํ คญั หรือ
ตอนรับแขกสําคัญ เพราะขนมบางชนิดจาํ เปนตอ งใชกําลงั
คนอาศัยเวลาในการทาํ พอสมควร สว นใหญเปน
ขนบประเพณี เปนตน วา ขนมงาน เน่ืองในงานแตงงาน
ขนมพ้ืนบา น เชน ขนมครก ขนมถว ย ฯลฯ สวนขนมในวงั จะ
มหี นาตาสวยงาม ประณีตวิจติ รบรรจงในการจัดวางรูปทรง
ขนมสวยงาม
ขนมไทยด้งั เดิม มีสว นผสมคือ แปง นาํ้ ตาล กะทิ
เทา นน้ั สวนขนมทใ่ี ชไ ขเ ปน สว นประกอบ เชน ทองหยบิ
ทองหยอด เมด็ ขนุน นนั้ มารี กีมาร เดอ ปนา หรือ ทาวทอง
กีบมา หญงิ สาวชาวโปรตุเกส เปนผนู าํ สูตรมาจากโปรตเุ กส
ประวตั คิ วามเปนมาของขนมไทย
ขนมไทยทีน่ ยิ มทํากันทุกๆ ภาคของประเทศไทย
ในพธิ ีการตางๆ ก็คอื ขนมจากไข และเช่ือกันวา ชื่อและ
ลักษณะของขนมนั้นๆ เชน รบั ประทานฝอยทอง เพอื่ หวงั ให
อยดู วยกันยดื ยาว มอี ายยุ ืน ขนมชนั้ ก็ใหไดเ ล่อื นข้นั เงินเดอื น
ขนมถวยฟูขอใหเจรญิ ขนมทองเอกขอใหไ ดเ ปน เอก เปน ตน
ในสมัยรัชกาลที่ 1 มกี ารพมิ พตาํ ราอาหารออกเผยแพร
รวมถึงตาํ ราขนมไทยดว ย จงึ นบั ไดวาวัฒนธรรมขนมไทยมี
การบันทึกเปนลายลักษณอ ักษรครัง้ แรก ตําราอาหารไทย
เลมแรกคอื แมค รวั หวั ปาก ตอมาเมอื่ การคา เจริญขึ้นในตลาด
มขี นมนานาชนิดมาขาย และนบั วาเปน ยคุ ท่ขี นมไทยเปน ที่
นิยม
การแบง ประเภทของขนมไทย
แบงตามวิธีการทาํ ใหส กุ ไดด ังน้ี
1. ขนมที่ทําใหสุกดวยการกวน สว นมาก
ใชก ระทะทอง กวนต้งั แตเ ปน นา้ํ เหลวใสจนงวด
แลว เทใสพ ิมพห รอื ถาดเม่อื เย็นจงึ ตัดเปนช้ิน เชน
ตะโก ขนมลืมกลนื ขนมเปยกปูน ขนมศิลาออน
และผลไมกวนตา ง ๆ รวมถึงขาวเหนยี วแดง ขาว
เหนยี วแกว และกะละแม
2. ขนมที่ทําใหสุกดว ยการน่งึ ใชล งั ถึง
บางชนดิ เทสวนผสมใสถ วยตะไลแลวนึง่ บาง
ชนิดใสถาดหรือพมิ พ บางชนิดหอ ดว ยใบตอง
หรอื ใบมะพราว เชน ชอ มว ง ขนมชน้ั ขา วตม
ผดั สาลอ่ี อน สงั ขยา ขนมกลวย ขนมตาล
ขนมใสไส ขนมเทยี น ขนมนาํ้ ดอกไม ขาว
เกรียบปากหมอ
3. ขนมทที่ ําใหสกุ ดว ยการเชื่อม
เปนการใสส วนผสมลงในนาํ้ เชอื่ มท่ีกําลงั เดอื ด
จนสกุ ไดแ ก ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง
เมด็ ขนุน กลว ยเช่ือม จาวตาลเชอ่ื ม
4. ขนมท่ีทําใหส ุกดวยการทอด
เปนการใสส ว นผสมลงในกระทะที่มนี า้ํ มนั
รอนๆ จนสุก เชน กลวยทอด ขา วเมา ทอด
ขนมกง ขนมคา งคาว ขนมฝก บัว ขนมนางเลด็
5. ขนมทีท่ ําใหสกุ ดวยการนึง่ หรอื อบ
ไดแก ขนมหมอ แกง ขนมหนา นวล ขนมกลีบ
ลาํ ดวน ขนมทองมวน สาลี่แขง็ นอกจากนี้
อาจรวม ขนมครก ขนมเบอื้ ง ขนมดอกลําเจียก
ทใี่ ชความรอนบนเตาไวใ นกลุมนีด้ วย
6. ขนมทท่ี ําใหส ุกดวยการตม ขนมประเภท
น้ีจะใชห มอ หรือกระทะตมนํ้าใหเดือด ใสข นมลงไป
จนสกุ แลวตักขึน้ นํามาคลุกหรือโรยมะพรา ว ไดแก
ขนมถ่ัวแปบ ขนมตม ขนมเหนยี ว ขนมเรไร
นอกจากนี้ยังรวมขนมประเภทน้ํา ทนี่ ิยมนาํ
มาตม กบั กะทิ หรอื ใสแ ปงผสมเปน ขนมเปยก และ
ขนมท่กี นิ กับนํา้ เชอื่ มและนา้ํ กะทิ เชน กลว ยบวชชี
มนั แกงบวด สาคูเปย ก ลอดชอง ซาหร่มิ
วตั ถดุ บิ ในการปรุงขนมไทย
ขนมไทยสวนใหญทาํ มาจากขา วและจะใช
สว นประกอบอื่นๆ เชน สี ภาชนะ กลิ่นหอมจาก
ธรรมชาติ ขา วท่ใี ชในขนมไทยมีทงั้ ใชใ นรปู ขาวทง้ั
เมด็ และขา วที่อยูใ นรปู แปง นอกจากน้ันยงั มีวตั ถุ
ดิบอืน่ ๆ เชน มะพรา ว ไข นํ้าตาล ซงึ่ จะกลา วถึง
รายละเอยี ดดงั ตอ ไปนี้
ขาวและแปง
การนาํ ขาวมาทาํ ขนมของคนไทยเร่ิมตั้งแต
ขาวไมแกจ ดั ขาวออ นท่เี ปน น้าํ นม นํามาทําขาว
ยาคู พอแกข ้นึ อีกแตเปลือกยังเปนสีเขียวนาํ มาทาํ
ขาวเมา ขาวเมา ทไี่ ดน ําไปทาํ ขนมไดอีกหลายชนดิ
เชน ขาวเมาคลกุ ขาวเมา บด ขา วเมาหม่ี
กระยาสารท ขา วเจา ท่เี หลอื จากการรบั ประทาน
และท่นี าํ ไปทําเปน แปง เชน แปง ขาวเจา
แปง ขาวเหนยี ว นอกจากนัน้ ยังใชแ ปง มนั
สําปะหลงั ดว ย สวนแปงสาลมี ใี ชน อย มักใชใน
ขนมทีไ่ ดรับอิทธิพลจากตา งชาติ
มะพรา วและกะทิ
มะพรา วนาํ มาใชเ ปน สว นประกอบของขนมไทย
ไดต้ังแตมะพราวออ นจนถึงมะพรา วแกดังน้ี
- มะพราวออน ใชเ น้ือผสมในขนม เชน เปย กสาคู
วุน มะพราว สังขยามะพรา วออน
- มะพราวทึนทึก ใชขูดฝอยทําเปน ไสก ระฉีก ใช
คลุกกับขา วตม มัดเปนขาวตมหัวหงอก และใชเปน
มะพรา วขดู โรยหนาขนมหลายชนิด เชน ขนมเปย กปนู
ขนมขีห้ นู ซง่ึ ถอื เปน เอกลกั ษณอยา งหนึ่งของขนมไทย
- มะพรา วแก นาํ มาค้ันเปน กะทิกอ นใสใ นขนม
นาํ ไปทําขนมไดหลายแบบ เชน ตมผสมกบั สว นผสม
เชน กลวยบวชชี แกงบวดตา งๆ หรอื ตักหัวกะทริ าดบน
ขนม เชน สาคเู ปย ก ซาหรมิ่ บัวลอย
นํา้ ตาล
แตเดิมน้ันน้ําตาลที่นํามาใชทาํ ขนมคอื
น้าํ ตาลจากตาลหรือมะพรา ว ในบางทองที่ใช
นา้ํ ตาลออย นาํ้ ตาลทรายถูกนํามาใชภายหลัง
ไข
เรมิ่ เปน สวนผสมของขนมไทยตงั้ แตสมยั
สมเดจ็ พระนารายณมหาราชซึง่ ไดร บั อทิ ธพิ ล
จากขนมของโปรตุเกส ไขท ีใ่ ชทาํ ขนมน้ีจะตีให
ขึน้ ฟู กอนนาํ ไปผสม ขนมบางชนิดเชน ทอง
หยบิ ทองหยอด ฝอยทอง ตอ งแยกไขข าวและ
ไขแ ดงออกจากกัน แลว ใชแ ตไขแดงไปทําขนม
ถ่วั และงา
ถว่ั และงาจัดเปน สว นผสมทสี่ ําคญั ในขนมไทย การใช
ถั่วเขียวนึง่ ละเอียดมาทาํ ขนมพบไดตงั้ แตส มยั อยุธยา เชน
ขนมพมิ พถ่วั ทาํ ดวยถัว่ เหลืองหรือถว่ั เขยี วกวนมาอัดใส
พิมพ ถ่วั และงาทน่ี ยิ มใชใ นขนมไทยมีดงั น้ี
- ถัว่ เขยี วเลาะเปลอื ก มีชอื่ เรียกหลายช่อื เชน
ถ่วั ทอง ถั่วซกี ถ่ัวเขียวท่ใี ชต อ งลางและแชน ํ้าคางคนื กอ น
เอาไปนง่ึ
- ถั่วดํา ใชใสในขนมไทยไมก่ีชนดิ และใสทั้งเม็ด เชน
ขาวตม มัด ขาวหลาม ถัว่ ดําตมนา้ํ ตาล ขนมถั่วดํา
- ถว่ั ลิสง ใชนอ ย สว นใหญใชโรยหนา ขนมผกั กาด
กวน ใสใ นขนมจามงกุฎ ใสใ นรูปท่คี ่วั สกุ แลว
- งาขาวและงาดํา ใสเ ปน สว นผสมสาํ คญั ในขนมบาง
ชนดิ เชน ขนมเทียนสลดั งา ขนมแดกงา
กลวย
กลว ยมสี วนเกี่ยวขอ งกับขนมไทยหลาย
ชนดิ ไมว าจะเปนขนมกลวย กลว ยกวน กลว ย
เชอ่ื ม กลวยแขกทอด หรือใชก ลวยเปนไส เชน
ขาวตม มดั ขาวเหนียวปงไสก ลวย ขาวเมา
กลวยท่ีใชสวนใหญเ ปน กลว ยนา้ํ วา กลวยแตละ
ชนดิ เม่ือนาํ มาทําขนมบางคร้ังจะใหส ตี า งกนั
เชน กลว ยนา้ํ วาเม่อื นําไปเช่อื มใหส แี ดง กลว ย
ไขใ หส เี หลอื ง เปนตน
สี
สที ไี่ ดจ ากธรรมชาติและใชใ นขนมไทย มดี ังน้ี
สเี ขยี ว ไดจ ากใบเตยโขลกละเอยี ด
ค้นั เอาแตน ้ํา
สนี ํา้ เงนิ จากดอกอัญชนั เดด็ กลบี ดอกอญั ชนั
แชใ นนาํ้ เดอื ด ถาบีบน้าํ มะนาวลงไปเล็กนอย
จะไดสมี วง
สีเหลืองจากขมนิ หรือหญา ฝรนั่ หรอื กา นดอก
กรรณกิ าร
สแี ดงจากครงั่
สีดําจากกาบมะพราวเผาไฟ นํามาโขลกผสม
นํ้าแลว กรอง
กล่นิ หอม
กลิ่นหอมท่ีใชในขนมไทยไดแ ก
กลิ่นน้ําลอยดอกมะลิ ใชด อกมะลทิ เี่ กบ็ ในตอนเชา
แชล งในน้าํ ตม สกุ ท่เี ย็นแลว ใหกานจุมอยใู นน้าํ ปด
ฝาท้งิ ไว 1 คนื รงุ ข้ึนจงึ กรอง นาํ นาํ ไปใชทําขนม
กลนิ่ ดอกกระดังงา นยิ มใชอบขนมแหง โดยเดด็
กลบี กระดังงามาลนเทียนอบใหหอม ใสข วดโหลที
ใสข นมไว ปดฝาใหสนิท
กลน่ิ เทียนอบ จดุ ไฟท่ปี ลายเทียนอบทัง้ สองขา งให
ลกุ สกั ครหู น่งึ แลว ดับไฟ วางลงในถวยตะไล ใสใ น
ขวดโหลทีใ่ สขนม ปดผาใหสนิท
กลน่ิ ใบเตย หน่ั ใบเตยที่ลา งสะอาดเปนทอนยาว
ใสลงไปในขนม