บทความวชิ าการ
ญป่ี นุ่ ในเวทีภูมิภาคหลังวิกฤตเิ ศรษฐกจิ ปี 1997-1998:
มาตรการริเริม่ เชยี งใหม่ (The Chiang Mai Initiative)
เบญจมาศ นิลสวุ รรณ์
สำ�นกั วิชาการระหว่างประเทศ
คณะรฐั ศาสตรแ์ ละรฐั ประศาสนศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่
บทคดั ยอ่
บทความน้ีน�ำเสนอว่ามาตรการริเร่ิมเชียงใหม่ ซ่ึงเป็นความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียนบวกสามน้ัน
คืออะไร มีความส�ำคัญอย่างไร และส�ำหรับประเทศญี่ปุ่นแล้วเกี่ยวข้องอย่างไรในกลไกมาตรการริเริ่มเชียงใหม่
บทความเน้นมองภาพในบริบทความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นภูมิภาค
ที่ยังไม่มีองค์การระหว่างประเทศของภูมิภาค หรือการรวมตัวของรัฐอย่างเป็นเอกภาพขึ้นได้เน่ืองจากความ
ขัดแย้งทางประวัติศาสตร์และการเมืองที่ยังคงอยู่ บทความนี้ใช้มุมมองของเสรีนิยมใหม่เชิงสถาบันมาท�ำความ
เขา้ ใจมาตรการรเิ รม่ิ เชยี งใหม่ ในฐานะกลไกทางการเงนิ ของภมู ภิ าคซง่ึ มลี กั ษณะรว่ มมอื กนั เปน็ กรณเี ฉพาะภายหลงั
วกิ ฤตเิ ศรษฐกจิ เอเชยี ปี ค.ศ. 1997-1998 มาตรการรเิ รมิ่ เชยี งใหมเ่ ปน็ จดุ เรม่ิ ตน้ ทด่ี ขี องความรว่ มมอื ทางการเงนิ
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ทว่ายังต้องมีการปรับปรุงต่อไป ท้ังนี้ก็ขึ้นอยู่กับการร่วมมือกันต่อไปของประเทศ
สมาชิกอาเซียนบวกสาม
คÓสÓคัญ: มาตรการรเิ รมิ่ เชยี งใหม่ อาเซยี นบวกสาม เสรนี ยิ มใหมเ่ ชงิ สถาบนั ความรว่ มมอื ทางการเงนิ ในภมู ภิ าค
ญีป่ นุ่
27
Academic Paper
Japan in East Asian Regional Stage after Asian Financial Crisis
1997-1998: The Chiang Mai Initiative
Benjamas Nillsuwan*
School of International Affairs,
The Faculty of Political Science and Public Administration, Chiang Mai University
Abstract
The purpose of this paper is to present what “The Chiang Mai Initiative” under
ASEAN Plus Three framework is, and how important it is, especially focusing on how
Japan has involved in joining the Chiang Mai Initiative. The paper particularly focuses on
the context of international relations within the Northeast Asia, which is the region without
its own unified regional institution due to its historical and political conflicts. This paper
uses the perspective of neoliberal institutionalism as the tool to understand the Chiang Mai
Initiative. The Chiang Mai Initiative is a good start for East Asian regional financial cooperation.
It still must be improved, however, such improvement depends on further cooperation among
members of ASEAN Plus Three.
Keywords: The Chiang Mai Initiative, ASEAN Plus Three (APT), Neoliberal institutionalism,
Regional financial cooperation, Japan
* C orresponding author’s email: [email protected]
28
ญ่ีปุ่นในเวทภี มู ภิ าคหลังวกิ ฤตเิ ศรษฐกจิ ปี 1997-1998 : มาตรการรเิ รมิ่ เชียงใหม่ (The Chiang Mai Initiative)
เบญจมาศ นลิ สุวรรณ์
1. บทนÓ ช่วยเหลือเบื้องต้น ในกรณีเกิดวิกฤติการณ์การเงินท่ี
กระทบต่อสภาพคล่องในระยะสั้นของประเทศสมาชิก
ภายหลังวิกฤติการณ์การเงินเอเชีย หรือ โดยประเทศสมาชิกตกลงกันระดับทวิภาคี เจรจากัน
Asian Financial Crisis ในปี ค.ศ. 1997-1998 ระดับประเทศต่อประเทศเก่ียวกับช่วยเหลือทางการ
ซึ่งได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างหนักต่อ เงิน ตามความตกลงนี้ ญี่ปุ่น และจีน ได้ตกลงให้
ประเทศต่างๆ ในเอเชียรวมถึงประเทศไทยด้วย มี เงนิ ทุนส�ำรองเขา้ รว่ มไวเ้ ป็นจ�ำนวนประเทศละ 38.40
ความพยายามของประเทศในเอเชียฝั่งตะวันออก พนั ลา้ นดอลลา่ รส์ หรัฐฯ ขณะท่ีเกาหลีใต้ตกลงให้เงิน
(หรอื เรียกรวมกันว่าภมู ภิ าค East Asia) หลงั จาก ส�ำรองเข้าร่วมเป็นจ�ำนวน 19.20 พันล้านดอลล่าร์
ท่ีได้ประสบปัญหาดุลการช�ำระเงินโดยการขาดสภาพ สหรัฐฯ ส่วนสิบประเทศอาเซียนน้ันร่วมกันตกลงให้
คล่องในระยะสั้น และได้เข้ารับความช่วยเหลือทาง เงินเข้าร่วมคิดเป็นจ�ำนวนรวม 24 พันล้านดอลล่าร์
การเงนิ จากกองทนุ การเงนิ ระหวา่ งประเทศ หรอื Inter- สหรฐั ฯ
national Monetary Fund (ไอเอ็มเอฟ) แล้วใน กลไกดงั กล่าวนีอ้ าจดเู หมือนวา่ ไม่คอ่ ยเปน็
เวลาตอ่ มา จงึ เกดิ การพยายามสรา้ งกลไกความรว่ มมอื ทร่ี จู้ กั กนั นกั นอกจากในกลมุ่ ผเู้ กยี่ วขอ้ งโดยตรงกบั งาน
ทางการเงนิ ระดบั ภมู ภิ าครว่ มกนั กลไกหนง่ึ ขน้ึ มา เพอ่ื ด้านการเงินการคลังระหว่างประเทศ ทว่าเมื่อท�ำการ
ปอ้ งกนั ภูมิภาคจากวิกฤตกิ ารณ์การเงิน ทอี่ าจเกดิ ขึน้ ส�ำรวจงานวชิ าการภายใตห้ วั ขอ้ เอเชยี ตะวนั ออก หรอื
และกระทบเป็นลูกโซ่ท้ังภูมิภาคอีก ในยุคท่ีกระแส เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ กลับพบว่ามีการกล่าว
โลกาภวิ ตั นท์ างการคา้ และการเงนิ สามารถสง่ ผลกระทบ ถงึ มาตรการรเิ รม่ิ เชยี งใหม่ ในฐานะทเ่ี ปน็ ความรว่ มมอื
ตอ่ เสถยี รภาพทางเศรษฐกจิ อยา่ งรนุ แรงตอ่ ทกุ ประเทศท ่ี ที่น่าจดจ�ำ (notable) และส�ำคัญของภูมิภาคเอเชีย
ไมอ่ าจปดิ กนั้ ตวั เองจากกระแสเสรนี ยิ มใหมท่ างการคา้ ตะวนั ออก ในงานวิชาการหลายชิ้น (Kang, 2007;
และการเงินได้อีกต่อไป กลไกดังกล่าวรู้จักกันในชื่อ Higgott & Timmermann, 2009; Pempel, 2010;
ของ “แนวคดิ รเิ รมิ่ เชยี งใหม”่ (The Chiang Mai Yunling, 2010; Oba, 2013) โดยเฉพาะส�ำหรับ
Initiative) หรือ “ความริเร่มิ เชียงใหม”่ หรอื บางครั้ง ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeast
ก็เรยี ก “มาตรการริเร่ิมเชยี งใหม่” เปน็ ความรว่ มมือ Asia) ซึง่ หมายถึง ญปี่ ุ่น จีน และเกาหลเี หนือ-ใต้
ทางการเงินระหว่างประเทศอาเซียนสิบประเทศ กับ ที่มีประวัติศาสตร์ของความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์กันเสมอ
จีน ญ่ปี ุน่ และเกาหลใี ต้ (กลุ่มบวกสาม) ที่จดั ตงั้ ขน้ึ มาต้ังแตห่ ลงั สงครามโลกครัง้ ท่สี อง จนเป็นภมู ิภาคท ่ี
ในปคี .ศ. 2000 ภายใตก้ รอบความรว่ มมอื อาเซยี นบวก ดูเหมือนว่าไร้ว่ีแววท่ีจะมีการรวมตัวเป็นองค์การ
สาม (ASEAN Plus Three) โดยประเทศอาเซยี น ระหวา่ งประเทศ หรอื สถาบนั ทมี่ เี อกภาพไดด้ งั สหภาพ
และกลมุ่ บวกสามไดต้ กลงทจ่ี ะสรา้ ง สง่ิ ทจ่ี ะเปน็ กลไก ยุโรปหรือเอเชียแถบอ่นื ๆ
ชว่ ยเหลอื ตนเองและชว่ ยเหลอื ซงึ่ กนั และกนั (ธนาคาร โดยในกลไกมาตรการรเิ รมิ่ เชยี งใหมน่ ี้ ประเทศ
แหง่ ประเทศไทย, 2551) ญ่ีปุ่นและจีนนับว่ามีความส�ำคัญอย่างสูง เนื่องจาก
มาตรการรเิ ร่ิมเชียงใหม่ (CMI) คอื ความ ตกลงท่ีจะน�ำเงินมาลงทุนร่วมกันในกองทุนการเงิน
ตกลงที่จะร่วมมือกันให้ความช่วยเหลือทางการเงิน ของกลไกน้ี คิดเป็นร้อยละ 32 ในขณะท่ีเกาหลีใต้
ในระดับภูมิภาค โดยมีความตกลงท่ีจะน�ำทุนส�ำรอง เห็นชอบด้วยท่ีจะร่วมลงทุนคิดเป็นร้อยละ 16 และ
ระหว่างประเทศของแต่ละประเทศสมาชิกจ�ำนวน ประเทศอาเซียนทั้งสิบตกลงร่วมในกองทุนคิดเป็น
หน่ึง มาวางรวมกนั ไว้และสรา้ งเปน็ ระบบการให้ความ
29
วารสารญี่ปุ่นศกึ ษา
Japanese Studies Journal
ร้อยละ 20 อยา่ งไรกด็ ี ในรายละเอยี ดแล้ว ในส่วน 2. ความจÓเปน็ ของ CMI
ร้อยละ 32 ของจีนนั้น จะประกอบไปด้วยเงินจาก
ฮอ่ งกงดว้ ยส่วนหนง่ึ (AMRO, 2004) เพราะฉะน้นั หากมองความร่วมมือระหว่างรัฐท่ีเกิดข้ึน
หากนับประเทศโดยแยกจีนแผ่นดินใหญ่แยกออกจาก ในกรณีน้ี ด้วยมุมมองทางความสัมพันธ์ระหว่าง
ฮ่องกง ก็อาจถือได้ว่าญ่ีปุ่นเป็นประเทศที่ให้เงิน ประเทศในแบบ Neoliberal institutionalism หรอื
เข้าร่วมในกองทุนของกลไกน้มี ากทสี่ ดุ ส�ำนกั สถาบนั เสรนี ยิ มแนวใหม่ (หรอื เสรนี ยิ มใหมเ่ ชงิ
เมอ่ื พดู ถงึ ความรว่ มมอื กนั ในลกั ษณะสถาบนั สถาบนั ) ทเี่ ชอื่ ในบทบาททางบวกขององคก์ ารระหวา่ ง
หรือองค์การระหว่างประเทศ มีนักวิชาการที่มีความ ประเทศหรือสถาบันระหว่างรัฐ ว่าจะก่อให้เกิดความ
คดิ เหน็ แยกกนั อยสู่ องฝง่ั ไดแ้ ก่ กลมุ่ ทเี่ ชอื่ และสนบั สนนุ ร่วมมือระหว่างประเทศขึ้นได้ง่ายข้ึน ถึงแม้จะไม่ได้
ในสถาบันความร่วมมือระหว่างรัฐ ว่าจะสามารถ การันตีคุณภาพของการร่วมมือกันว่าจะสมบูรณ์เพียง
แกป้ ญั หาระหวา่ งประเทศไดก้ บั กลมุ่ ทสี่ งสยั คลางแคลง ใด แต่อย่างน้อยอาจเปรียบเปรยได้ว่า สภาพความ
ใจในบทบาทขององค์การระหว่างประเทศหรือสถาบัน สัมพันธ์ระหว่างประเทศก็จะถูกปรับปรุงจากสภาพ
ระหวา่ งรฐั ซึง่ กลุ่มหลังมองว่า สถาบนั หรือองคก์ าร “ป่า” มาเป็น “สวนสัตว์” ท่ีมรี ะเบียบขน้ึ (Jackson
ระหว่างประเทศน้ันเป็นเรื่องรอง ส่วนผลประโยชน์ & Sorensen, 2012) ดังท่ี Robert Keohane
แหง่ รฐั นน้ั เปน็ เรอ่ื งหลกั ทรี่ ฐั ใหค้ วามส�ำคญั จงึ เกดิ เปน็ ช้ีว่า สถาบนั ระหว่างประเทศท่ตี งั้ ขน้ึ จะเปดิ โอกาสให้
ค�ำถามทบ่ี ทความนส้ี นใจจะคน้ หา เกย่ี วกบั ขอ้ อภปิ ราย มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและโอกาสท่ีจะเจรจา
ต่างๆ ว่าความริเริ่มเชียงใหม่หรือ CMI น้ันมีท่ีมา ระหวา่ งกนั และกนั ชว่ ยเพมิ่ ความสามารถในการตรวจ
และความส�ำคญั ในทางการเงนิ ของภมู ภิ าคอยา่ งไร และ สอบรฐั อน่ื ๆ วา่ ได้ปฏบิ ัตติ ามขอ้ ตกลงร่วมกันหรือไม่
ส�ำหรับประเทศญ่ีปุ่นในฐานะผู้น�ำทางเศรษฐกิจของ ช่วยสร้างความคาดหวังท่ีมีต่อข้อตกลงร่วมระหว่าง
เอเชีย ต้ังแต่ยคุ ทศวรรษ 1960 เปน็ ตน้ มา รวมท้งั ประเทศว่าเปน็ ไปได้ รวมทงั้ ช่วยลดความกังวลสงสยั
เป็นผู้ร่วมออกเงินในกองทุนนี้มากที่สุด มาตรการ เกี่ยวกับเจตนาและพฤติกรรมของรัฐอ่ืนๆ ลง และ
ริเร่ิมเชียงใหม่ได้สะท้อนอะไรเก่ียวกับบทบาทของ ท�ำให้ร่วมมือกันได้เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ตัวอย่าง
ญ่ีปุ่นในเวทีภูมิภาค ท่ีส�ำคัญคือมาตรการริเร่ิม ของการสรา้ ง “สถาบนั ” ระหวา่ งประเทศตามแนวคดิ
เชียงใหม่น้ี เป็นตัวอย่างหน่ึงของความร่วมมือ เสรนี ยิ มใหมน่ ี้ เชน่ องคก์ ารสหประชาชาติ ระบบอตั รา
ทางการเงินระหว่างประเทศต่างๆ ของภูมิภาคเอเชีย แลกเปลย่ี นเบรตตนั วดู ส์ (Bretton Woods System)
ตะวันออก ภายใต้กรอบความสัมพันธ์ของอาเซียน ความตกลงแกตต์ (GATT) และองคก์ ารการค้าโลก
บวกสาม ขณะที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียง (WTO) เป็นต้น ตัวแสดงในความสัมพันธ์ระหว่าง
เหนือยังมีสภาวะความตึงเครียดทางการเมืองและ ประเทศจะไม่ไดม้ ีแค่รัฐเทา่ นั้น แต่มี “สถาบนั ” หรอื
ความม่ันคงระหว่างกัน บทความน้ีพยายามหา องค์การระหว่างประเทศต่างๆ เป็นอีกตัวแสดงหนึ่ง
ค�ำอธบิ ายผา่ นกรอบแนวคดิ เรอ่ื งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง ทกี่ า้ วขนึ้ มามผี ลตอ่ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งรฐั ในโลกยคุ
ประเทศดังกลา่ ว ใหม่ด้วยโลก ด้วยความเปน็ โลกสมัยใหม่ จึงมีปญั หา
ใหม่ๆ เกดิ ขน้ึ มากมายและมลี กั ษณะขา้ มชาติ ดงั นัน้
ความรว่ มมอื กนั ของรฐั ในการแกป้ ญั หาตา่ งๆ จะบรรล ุ
ไดด้ ว้ ยการแลกเปลยี่ นสง่ิ ดรี ะหวา่ งกนั และความรว่ มมอื
กันในลักษณะบูรณาการ หากคิดตามแนวคิดส�ำนัก
30
ญปี่ นุ่ ในเวทีภูมภิ าคหลังวกิ ฤตเิ ศรษฐกิจปี 1997-1998 : มาตรการริเร่มิ เชยี งใหม่ (The Chiang Mai Initiative)
เบญจมาศ นลิ สวุ รรณ์
เสรีนิยมใหม่เชิงสถาบันแล้ว กลไก CMI น้ี หาก ค้าแบบทวภิ าคี (FTAs) จ�ำนวนมาก เปน็ ต้น จน
สามารถจัดต้ังเป็นการถาวรและสามารถด�ำรงไว้อย่าง กระทั่งภายหลงั วิกฤติการณ์การเงนิ ในปี ค.ศ. 1997-
มั่นคงต่อไปได้แล้ว อย่างน้อยก็น่าจะเป็นหลักในการ 1998 จงึ เกดิ “มาตรการรเิ รมิ่ เชยี งใหม”่ ทพ่ี ดู ถงึ นขี้ นึ้
ช่วยสรา้ งเสริมความร่วมมอื กันในการปอ้ งกนั และแก้ มา ประเทศทมี่ กั จะมเี รอ่ื งขดั แยง้ กนั ทง้ั สามประเทศคอื
ปัญหาวิกฤติสภาพคล่องทางการเงินในลักษณะช่วย ญี่ป่นุ จนี และเกาหลีใต้ จึงมโี อกาสรวมตวั กนั แบบ
เหลอื กันเอง ทา่ มกลางโลกาภิวตั นท์ างการเงนิ ท่ีมีผล เฉพาะในดา้ นสภาพคลอ่ งทางการเงนิ ในยามวกิ ฤติ ซง่ึ
กระทบข้ามชาติและมคี วามไม่แน่นอนสงู อาจกลา่ วไดว้ า่ กรณนี มี้ อี าเซยี นเปน็ เสมอื นตวั ประสาน
เป็นท่ีน่าสังเกตว่า กลไกความร่วมมือ จงึ เกิดความรว่ มมือเฉพาะเร่อื งครัง้ นี้ขึ้นได้
ทางการเงนิ ทว่ี า่ นี้ เปน็ ตัวอยา่ งหนึ่งของความรว่ มมอื การมีลักษณะของการรวมตัวในลักษณะ
ระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคของเอเชียตะวันออก เฉพาะกจิ ของบรรดารฐั ในเอเชียตะวันออกนัน้ ต่างไป
ซง่ึ งานของ T.J.Pempel (2010) ช้ใี ห้เหน็ วา่ รฐั ใน จากลกั ษณะทแ่ี นวคดิ เสรนี ยิ มใหมเ่ ชงิ สถาบนั กลา่ วถงึ
ภูมภิ าคเอเชยี แถบนี้ มกั รวมตวั กันในลกั ษณะ เฉพาะ การรว่ มมอื กนั เฉพาะเรอ่ื งแสดงใหเ้ หน็ วา่ ในยคุ โลกา-
เร่ือง หรอื เฉพาะหนา้ เปน็ กรณไี ป (ad hoc) ดว้ ย ภวิ ตั น์ รฐั ในภมู ิภาคมีระดับการพ่ึงพงิ ระหวา่ งกนั เพ่ิม
ประเดน็ และเปา้ ประสงคท์ ห่ี ลากหลาย ท�ำใหค้ วามรว่ ม สงู ขนึ้ จงึ ตอ้ งสรา้ งรว่ มมอื กนั ไปตามกรณที างเศรษฐกจิ
มอื ตา่ งๆ บางครงั้ กข็ ดั แยง้ ในตวั เอง (contradictory) หรือแล้วแต่กรณีตามที่เห็นว่าจ�ำเป็น แต่การรวมตัว
ทวา่ กใ็ ชไ้ ดผ้ ล (pragmatic) ดงั จะเหน็ ไดจ้ ากการรวม กนั จะไมไ่ ปถึงขั้นทร่ี ฐั สมาชกิ จะรวมตวั กันอย่างแนบ
ตวั ของอาเซียนสบิ ประเทศ ซง่ึ มีความแตกตา่ งหลาก แนน่ เปน็ เอกภาพ มีพนั ธะผกู พนั ตามกฎหมาย และ
หลายสูงทั้งด้านประวัติศาสตร์การเมือง ระบอบการ สละอธปิ ไตยบางสว่ นมอบใหส้ ถาบนั ท�ำหนา้ ทตี่ ดั สนิ ใจ
ปกครอง เชื้อชาติ และศาสนา จุดเร่ิมของการรวม แทน เน่ืองจากการร่วมมือกันเป็นเรื่องเฉพาะกรณีไป
ตัวนั้นก็เป็นเพราะภัยคุกคามทางการเมืองระหว่าง อาจจะรู้สึกว่าปลอดภัยกว่าท่ีจะต้องเอาอธิปไตยของ
ประเทศท่ีมีร่วมกันมาแต่ครั้งอดีต ทว่าการนิยามผล รฐั ไปผกู กบั สถาบนั ไปทงั้ หมดทกุ เรอื่ ง ส�ำหรบั ประเทศ
ประโยชนแ์ ละความทา้ ทายของรฐั ตา่ งๆ ในเอเชยี นน้ั ก็ ญป่ี นุ่ ซงึ่ มบี ทบาททสี่ �ำคญั ในการเปน็ ผนู้ �ำการผลติ ของ
แตกต่างกนั ไป กระทง่ั อาเซยี นเองมักถูกตัง้ ข้อสงั เกต ภูมิภาคเอเชียมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 ที่ได้ส่งผลให้
อยู่บ่อยคร้ังว่า เป็นองค์กรที่ไม่น่าจะสามารถรวมตัว ประเทศตา่ งๆ ในภมู ภิ าค เชน่ เกาหลใี ต้ มาเลเซยี ไทย
ได้แนบแน่นเป็นเอกภาพได้เท่าเทียมกับสหภาพยุโรป อนิ โดนเี ซยี ไดร้ บั อานสิ งสข์ องระบบหว่ งโซอ่ ปุ ทานการ
เช่นเดียวกับอีกสามกลุ่มประเทศได้แก่ จีน ญี่ปุ่น ผลิตระหว่างประเทศภายในภูมิภาค ในอุตสาหกรรม
เกาหลเี หนอื -ใต้ ทม่ี คี วามบาดหมางทางประวตั ศิ าสตร์ ยานยนตแ์ ละอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ครั้นเมอ่ื เกิดวิกฤติการณ์
กันมาอย่างยาวนาน มีความหวาดระแวงซ่ึงกันและ การเงินข้นึ ในเอเชียในปี ค.ศ. 1997-1998 แลว้ การ
กันในด้านความมั่นคง รวมทั้งความขัดแย้งท่ียังคง ตดั สนิ ใจเขา้ รว่ มในกลไกความรเิ รมิ่ เชยี งใหมท่ ไ่ี ดส้ รา้ ง
คุกรุน่ ในคาบสมทุ รเกาหลี สง่ ผลใหเ้ ปน็ ภมู ิภาคที่ดจู ะ กนั ข้ึนน้นั มแี รงผลักดนั คอื ภัยจากภายนอกภมู ภิ าค
แสวงหาความรว่ มมอื ระหวา่ งกนั เองไดย้ ากยงิ่ จนเปน็ หรือจากระดับโลก ซึ่งก็คือความผนั ผวนของการเปิด
ภมู ภิ าคทไ่ี มอ่ าจมอี งคก์ ารหรอื สถาบนั ระหวา่ งประเทศ เสรีทางการเงนิ ในยุคโลกาภิวตั น์ ทท่ี �ำใหป้ ระเทศคู่ค้า
เฉพาะของภูมภิ าคนไี้ ด้ ตวั อยา่ งอ่ืนๆ ของการรวมตวั ที่ส�ำคัญของญ่ีปุ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้ง
ในลกั ษณะเฉพาะกรณี กไ็ ดแ้ ก่ การท�ำความตกลงการ ไทยเสยี่ งตอ่ การไดร้ บั ผลกระทบในการถกู โจมตคี า่ เงนิ
31
วารสารญ่ปี ุ่นศกึ ษา
Japanese Studies Journal
หรือการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจจนท�ำให้มีผู้ถูกเลิกจ้าง เก่ียวพันกับญี่ปุ่น ในบริบทสภาวะการเมืองในเอเชีย
หรือว่างงานเป็นจ�ำนวนมากอีก การเข้าร่วมในกลไก ตะวนั ออกเฉียงเหนอื
น้ีจึงเป็นความจ�ำเปน็ เพื่อทจ่ี ะรกั ษาผลประโยชน์ทาง
เศรษฐกิจของญี่ปุ่น เช่นเดียวกับประเทศอาเซียนท้ัง 3. มาตรการรเิ รม่ิ เชยี งใหม่ (The Chiang Mai
หลาย เพือ่ ทจี่ ะปกปอ้ งตนเองจากภยั เศรษฐกจิ ในยาม Initiative) : ความเปน็ มาและพฒั นาการ
วกิ ฤตทิ ่ีอาจเกิดขนึ้ อกี ในอนาคต
นอกเหนือไปจากความจ�ำเป็นทางเศรษฐกิจ การมีภัยคุกคามร่วมกันเป็นเหตุปัจจัยหนึ่ง
ทผ่ี ลักดนั ใหเ้ กดิ CMI แล้ว ยังมีแนวคิดเร่อื งภมู ภิ าค ที่ท�ำให้รัฐหันมาร่วมมือกันเพื่อป้องกันหรือแก้ไข
นิยม (Regionalism) ที่นา่ จะชว่ ยใหเ้ ข้าใจความร่วม ปัญหาบางอย่าง ตามแนวคิดของส�ำนักเสรีนิยมใหม่
มือในเอเชียตะวันออกยุคปัจจุบันได้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย เชิงสถาบนั ในกรณขี อง CMI น้นั เปน็ ตวั อยา่ งหนึ่ง
ผลกระทบของกระแสภมู ภิ าคนยิ มในเอเชยี เกดิ ขนึ้ หลงั ที่แสดงให้เห็นว่า การร่วมมือกันของรัฐเกิดขึ้นได้
ยุคสงครามเยน็ เมอ่ื ขัว้ อ�ำนาจทางการเมืองโลกทม่ี อี ยู่ เพื่อแก้ปัญหาบางอย่างที่มีร่วมกัน โดยเฉพาะในยุค
สลายไป และการเจรจาการคา้ ในระดบั พหภุ าคชี ะงกั งนั ท่ีปัญหามีลักษณะข้ามชาติและมีผลกระทบเป็นลูกโซ่
ภูมิภาคนิยมเป็นกระบวนการทางการเมืองซึ่งเริ่มขึ้น Henning (2002) ชใี้ ห้เหน็ ว่า เมอื่ เกิดวกิ ฤตกิ ารณ์
เม่ือทั้งมหาอ�ำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพ ทางการเงินข้ึนในคร้ังน้ัน ผู้น�ำในประเทศอาเซียนได้
ยุโรป ต่างให้ความส�ำคัญกับการกระชับสัมพันธ์และ แสวงหาหนทางบรรเทาความยากล�ำบากทางเศรษฐกจิ
แผ่อิทธิพลทางเศรษฐกิจในเขตภูมิภาคของตน โดย ของตน โดยการเชิญให้ผู้น�ำจากสามประเทศเข้าร่วม
ใช้วิธีการจัดต้ังเขตการค้าเสรีต่างๆ หรือการรับเอา ในการประชุมสุดยอดผู้น�ำอาเซียนท่ีมาเลเซียในเดือน
อดีตประเทศคอมมิวนิสต์เข้าเป็นสมาชิกของสหภาพ พฤศจิกายน ค.ศ. 1997 ซึ่งอยู่ในช่วงแรกๆ ของ
ยุโรป สิ่งเหล่าน้ีเป็นสัญญาณว่าเอเชียจะหวังพ่ึงพา วิกฤตกิ ารณก์ ารเงนิ นั้น
ตลาดเดิมไม่ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเม่ือเกิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญ่ีปุ่น
วกิ ฤตกิ ารณก์ ารเงนิ ในปี ค.ศ. 1997-1998 ตวั อยา่ งท่ ี ได้เสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนการเงินแห่งอาเซียน
ชัดเจนส�ำหรบั ประเทศไทย คอื ประเทศไทยในฐานะ (Asian Monetary Fund - AMF) แต่ข้อเสนอ
พนั ธมติ รยคุ สงครามเยน็ กลบั ไมไ่ ดร้ บั ความชว่ ยเหลอื ดงั กลา่ วถกู ปฏเิ สธลง ดว้ ยเสยี งคดั คา้ นจากสหรฐั อเมรกิ า
จากสหรัฐอเมริกาเลย วิกฤติการณ์การเงินครั้งนั้น และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
ผลักดันให้เกิดกลไกความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ด้วยเหตุผลทางจริยธรรมทางเศรษฐกิจ ในเรื่องการ
ภายในเอเชียมากมาย รวมถึงการขยายกลุ่มอาเซียน หวั่นเกรงปัญหาการโอบอุ้มช่วยเหลือผู้ก่อให้เกิด
เปน็ อาเซียนบวกสาม และอาเซยี นบวกหก เพ่อื สรา้ ง วิกฤตกิ ารณก์ ารเงนิ ซึง่ จะก่อให้เกิดปญั หาพฤตกิ รรม
เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง และลดความ มิชอบและขาดความระมัดระวัง (moral hazard)
เสย่ี งจากปัจจัยภายนอกตลอดทศวรรษท่ผี ่านมา และความซ้�ำซ้อนกันขององค์การระหว่างประเทศที่มี
อย่างไรก็ดี บทความน้ีจะเน้นไปที่การใช้ อยแู่ ลว้ ในขณะนน้ั จนี กไ็ มไ่ ดป้ ระกาศสนบั สนนุ แนวคดิ
แนวคิดส�ำนักเสรีนิยมใหม่เชิงสถาบัน เป็นกรอบ นอ้ี ยา่ งชดั เจน ท�ำใหข้ อ้ เสนอดงั กลา่ วเปน็ อนั ตอ้ งยตุ ไิ ป
แนวคิดหลักในการวิเคราะห์กลไก CMI และความ เปน็ ท่นี ่าสนใจวา่ ความพยายามในการมีบทบาทน�ำใน
องค์กรทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคของญ่ีปุ่นน้ันไม ่
ง่ายเลย ท่ามกลางอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาและ
32
ญีป่ ่นุ ในเวทภี ูมภิ าคหลงั วกิ ฤตเิ ศรษฐกิจปี 1997-1998 : มาตรการรเิ รมิ่ เชียงใหม่ (The Chiang Mai Initiative)
เบญจมาศ นลิ สวุ รรณ์
ไอเอ็มเอฟต่อเศรษฐกจิ เอเชีย แต่พจิ ารณาในทางกลบั และประเทศบวกสาม เช่น ความตกลงระหว่างไทย
กนั แลว้ อาจมองได้ดงั ท่ี Masahiro Kawai (2010) และญี่ปุ่น มาเลเซียและสาธารณรัฐประชาชนจีน
ชวี้ ่าข้อเสนอในการตั้ง AMF ของญปี่ ่นุ นน้ั กลายเปน็ อินโดนีเซียและสาธารณรัฐเกาหลี เป็นต้น อย่างไร
ชนวนส�ำคญั อนั หนง่ึ ทท่ี �ำใหเ้ กดิ มาเปน็ CMI ขน้ึ แทน กต็ าม ขอ้ ตกลงในรปู แบบ BSA น้ถี ือว่ามขี ้อจ�ำกัด
การรวมตวั ในกรอบอาเซยี นบวกสาม กเ็ ป็น เน่ืองจากมีลักษณะเป็นการตกลงที่จะให้กู้ยืมเงิน
อีกปัจจัยหน่ึงที่ผลักดันให้เกิดกลไกดังกล่าวขึ้นได้ ระหวา่ งกนั โดยไมม่ กี ารลงเงนิ จรงิ (เปน็ เพยี ง Standby
เร่ิมจากในการประชุมอาเซียนบวกสามที่เวียดนามใน facility) ดังนั้น จุดอ่อนของข้อตกลงในกรณีที่เกิด
ปี ค.ศ. 1998 ตวั แทนจากประเทศจนี ไดเ้ สนอใหม้ กี าร วกิ ฤตการณก์ ารเงนิ คอื ประเทศทเี่ ขา้ รว่ มอาจไมม่ เี งนิ
พบปะกนั เปน็ ประจ�ำ ระหวา่ งตวั แทนจากกระทรวงการ จ�ำนวนดังกล่าวปล่อยกู้ให้กับประเทศคู่สัญญา และ
คลงั และธนาคารกลางของแตล่ ะประเทศ เพอ่ื แสวงหา ขนั้ ตอนการด�ำเนนิ การเบกิ -ถอน (Swap Activation
ความเปน็ ไปได้ตา่ งๆ ในอันท่ีจะรว่ มมือกัน เก่ียวกบั Process) ของความตกลง BSA ต้องใช้เวลามาก
วิกฤติการณ์ทางการเงินของเอเชีย กระทั่งต่อมาใน ในการด�ำเนินการ กระน้ันตามแนวคิดเสรีนิยมใหม่
เดอื นพฤษภาคม ค.ศ. 2000 ในการประชมุ ประจ�ำปี เชิงสถาบันแล้ว ความริเริ่มเชียงใหม่น้ีถือได้ว่าเป็น
สภาผวู้ า่ การธนาคารเพอ่ื การพฒั นาแหง่ เอเชยี (ADB กา้ วแรกของการมกี ลไกชว่ ยเหลอื ตนเองทางการเงนิ ของ
Board of Governors) ทีจ่ ัดขนึ้ ทจี่ ังหวัดเชียงใหม่ ภูมิภาคเอเชียตะวนั ออกเอง
ประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของ จนในปีค.ศ. 2007-2008 ท่ีได้เกิด
ประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสาม ได้พบกันอีกคร้ัง วิกฤติการณ์การเงินของโลกอีกคร้ัง โดยเริ่มจาก
และประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันท่ีจะร่วมมือกันด้าน วิกฤติภาคอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา (Sub-
การเงิน 4 ดา้ น ไดแ้ ก่ การตรวจตรากระแสเข้า-ออก prime Mortgage crisis) เป็นตัวกระตุ้นให้น�ำมา
ของเงนิ ทนุ (monitoring capital flows) การสอดสอ่ ง สู่การปรับปรุง CMI ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ดูแลสภาวะเศรษฐกิจภายในภูมิภาค (regional (Siregar & Chabchitrchaidol, 2013) ในปีค.ศ.
surveillance) เครอื ขา่ ยแลกเปลย่ี นเงินตรา (swap 2010 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน
network) และการฝกึ อบรมบคุ ลากร โดยจีน ญป่ี ่นุ บวกสาม ได้เห็นชอบร่วมกันในการพัฒนาปรับปรุง
และเกาหลีใต้ เสนอท่ีจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนการ มาตรการรเิ รมิ่ เชยี งใหม่ จากความรว่ มมอื แบบทวภิ าคี
อบรมบคุ ลากรด้านการเงินแกก่ ล่มุ ประเทศอาเซยี น ไปสู่รูปแบบ “พหุภาคี” ต่างจากข้อตกลงเดิมที่เป็น
บรรดาตัวแทนของประเทศที่เข้าร่วมประชุม ลกั ษณะของคูส่ ญั ญาแบบ “รัฐต่อรัฐ” คือ รัฐสมาชกิ
ได้เห็นชอบที่จะด�ำเนินความร่วมมือภายใต้กรอบ ตกลงกันเองในระดบั ทวิภาคี ให้กลายมาเปน็ ลักษณะ
อาเซียนบวกสาม ในการแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารท่ ี “พหุภาคี” คือ ตกลงกันภายใต้กรอบความตกลง
ตอ่ เนอื่ งและทนั ทว่ งที ในทส่ี ดุ กเ็ กดิ เปน็ “มาตรการรเิ รมิ่ ฉบับเดียวกัน และสร้างหน่วยงานรองรับการท�ำงาน
เชยี งใหม”่ เพ่อื เป็นกลไกความรว่ มมอื ทางการเงนิ ใน ใหม้ คี วามเป็นสถาบัน (institutionalized) มากข้นึ
ภูมิภาค ในรูปแบบการท�ำความตกลงแลกเปลี่ยนเงิน ในช่ือ “มาตรการริเร่ิมเชียงใหม่พหุภาคี” (Chiang
ตราทวิภาคีระหว่างประเทศสมาชิก (Network of Mai Initiative Multilateralisation: CMIM)
Bilateral Swap Arrangements: BSA) กลา่ วคือ โดยจะมกี ารตัง้ กองทุน CMIM ข้นึ และให้กองทุนน้ี
เป็นความตกลงที่จัดท�ำข้ึนระหว่างประเทศอาเซียน ท�ำหน้าที่เป็นส่วนเสริมของความช่วยเหลือด้าน
33
วารสารญี่ปุ่นศกึ ษา
Japanese Studies Journal
การเงิน ที่ได้รับจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารกลางอาเซยี นบวกสาม ทจ่ี ัดขึน้ ณ ประเทศ
(ไอเอ็มเอฟ) อย่างไรก็ดี ส�ำหรับรูปแบบการจัดต้ัง ฟิลิปปินส์ มีมติให้ทบทวนหลักการส�ำคัญของ
กองทนุ CMIM ดังกลา่ วนค้ี อื การเป็นรปู แบบ Self- CMIM เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการเป็นกลไกเสริม
managed Reserved Pooling Arrangement (SRPA) สร้างภูมิคุ้มกัน ต่อผลกระทบจากความผันผวน
คอื ประเทศสมาชกิ แตล่ ะประเทศจะรว่ มสมทบเงนิ จรงิ ของเศรษฐกิจโลกให้แก่สมาชิก เช่น การเพ่ิมขนาด
ก็ต่อเมื่อมีประเทศสมาชิกท่ีประสบปัญหาแจ้งขอรับ ของกองทุน CMIM จาก 120 พันล้านดอลลาร์
ความช่วยเหลอื สหรฐั ฯ ข้ึนเป็น 240 พนั ลา้ นดอลลารส์ หรัฐฯ รวมถึง
CMI หรือท่ีได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นกองทุน การเพม่ิ หน้าท่ขี อง CMIM ในการให้ความชว่ ยเหลือ
CMIM เป็นหนึ่งในสามส่วนของหน้าท่ีหลักของ เพ่อื “ป้องกนั ” ไม่ใหเ้ กิดวิกฤต นอกเหนือจากการ
กรอบอาเซยี นบวกสาม โดยเปน็ ดา้ นของความรว่ มมอื ใหค้ วามชว่ ยเหลอื เมอื่ ประสบวกิ ฤตกิ ารณก์ ารเงนิ แลว้
ทางการเงนิ และเศรษฐกจิ ทม่ี รี ายละเอยี ดหลายประเดน็ ในมุมมองของเสรีนิยมใหม่เชิงสถาบัน ซึ่ง
เชน่ การเงนิ การคา้ การลงทนุ โดยตรงระหวา่ งประเทศ มองว่าสถาบันระหว่างประเทศจะช่วยให้รัฐแก้ไข
CMI นั้นเป็นส่วนของความร่วมมือด้านการเงินการ ปญั หาตา่ งๆ โดยสนั ติ ดงั ที่ ฉลองภพ สสุ งั กรก์ าญจน ์
คลงั (finance and monetary) ทม่ี วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ วิเคราะห์เก่ียวกับความริเริ่มเชียงใหม่นี้ว่า ก่อน
ให้ความช่วยเหลือในการเสริมสภาพคล่องแก่ประเทศ เกิดเหตุวิกฤติการณ์การเงิน ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมี
สมาชกิ ทปี่ ระสบปญั หาดลุ การช�ำระเงนิ หรอื ขาดสภาพ การกอ่ ตงั้ กลมุ่ ดงั เชน่ กลมุ่ อาเซยี นบวกสามขน้ึ ได้ กลมุ่
คลอ่ งเงนิ ตราตา่ งประเทศระยะสนั้ มวี งเงนิ รวมเทา่ กบั ดงั กลา่ วนคี้ ลา้ ยกบั กลมุ่ ความรว่ มมอื ทางเศรษฐกจิ ของ
120 พนั ลา้ นดอลลา่ รส์ หรฐั ฯ โดยมสี ดั สว่ นการสมทบ เอเชยี ตะวนั ออก (East Asian Economic Caucus
เงินระหวา่ งประเทศอาเซียนต่อประเทศจนี ญี่ปนุ่ และ : EAEC) ซึ่งนายกรัฐมนตรี มหาธีร์ โมฮัมหมัด
เกาหลีใต้ ในสดั สว่ น 20:80 (ประเทศอาเซียนรวม ของมาเลเซีย ไดเ้ คยเสนอขึน้ เมือ่ ปี ค.ศ. 1991 แต ่
กนั คิดเป็น 20 : จนี ญ่ปี ุ่นและเกาหลใี ต้รวมกันคดิ ขอ้ เสนอนมี้ ไิ ดส้ มั ฤทธผิ ล เนอ่ื งจากไดร้ บั การตอ่ ตา้ นจาก
เปน็ 80) ในการนม้ี กี ารจดั ตงั้ หนว่ ยงานคอื ส�ำนกั งาน สหรัฐอเมริกาและประเทศอน่ื ๆ ในภูมภิ าค เช่นเดยี ว
วิจัยเศรษฐกิจภูมิภาคของภูมิภาคอาเซียนบวกสาม กับแนวคิดของญ่ีปุ่น ท่ีได้เสนอกองทุนการเงินแห่ง
(ASEAN+3 Macroeconomic Research Office: เอเชยี (Asian Monetary Fund) ทก่ี ็ถกู ปฏิเสธเช่น
AMRO) ขน้ึ ในประเทศสิงคโปร์ ในปี ค.ศ. 2011 กนั อย่างไรก็ดี ในทสี่ ุดกเ็ กดิ มาตรการรเิ ริม่ เชยี งใหม่
ส�ำนกั งาน AMRO มภี ารกจิ หลกั ในการเปน็ หนว่ ยงาน นี้ โดยเปน็ ผลโดยตรงจากวกิ ฤตกิ ารณก์ ารเงนิ เปน็ การ
อสิ ระ ในการตดิ ตาม ประเมนิ และรายงานสถานการณ์ สะท้อนว่าประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกมีความ
เศรษฐกิจและการเงินของแต่ละประเทศสมาชิกและ จําเป็นท่ีจะต้องพัฒนาช่องทางและกลไกความร่วมมือ
ของภมู ภิ าคอาเซียนบวกสาม CMIM ถือวา่ เป็นหน่งึ เพื่อปกป้องตนเองจากความเส่ียงและความผันผวน
ในมาตรการสร้างความมีเสถียรภาพและการรวมตัว ทางการเงนิ มาตรการริเริม่ เชียงใหมจ่ ึงเปน็ สญั ลักษณ์
ทางการเงนิ ในเอเชียตะวันออก ใน “แผนงานการรวม ของความมุ่งมั่น ของประเทศภูมิภาคที่พร้อมจะ
กลมุ่ ทางการเงินและการคลังของอาเซยี น” พัฒนาความร่วมมือทางการเงินระหว่างกันให้มากข้ึน
ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2012 ที่ (ฉลองภพ, 2545)
ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการ
34
ญี่ปนุ่ ในเวทีภมู ภิ าคหลังวิกฤตเิ ศรษฐกจิ ปี 1997-1998 : มาตรการริเร่มิ เชยี งใหม่ (The Chiang Mai Initiative)
เบญจมาศ นลิ สุวรรณ์
เราจะเห็นว่าวิกฤติการณ์การเงินเป็นตัว บริษัทฟุจิตะส่ีคน ในข้อหาเข้าไปในเขตทหารโดยไม่
กระตนุ้ ใหเ้ กดิ CMI และตอ่ มาเปน็ CMIM แตค่ วาม ได้รบั อนญุ าตในปี ค.ศ. 2010 (ทรายแก้ว, 2554)
รเิ รม่ิ นย้ี งั เปน็ เพยี งสญั ลกั ษณ์ ซงึ่ จะเปน็ กลไกทใี่ ชแ้ กไ้ ข และยังมีประเด็นต�ำราเรียนญ่ีปุ่นที่ถูกกล่าวหาว่า
ปญั หายามวกิ ฤตไดจ้ รงิ หรอื ไม่ ตอ้ งรอพสิ จู นก์ นั ตอ่ ไป บิดเบือนประวัติศาสตร์ในการรุกรานประเทศเพื่อน
สิง่ ทบ่ี ทความนจี้ ะสนใจพิจารณาต่อไปอีก คือ สภาวะ บ้าน หรือประเด็นที่จีนไม่พอใจการเยือนศาลเจ้ายา
แวดล้อมทางเศรษฐกิจการเมืองภายในภูมิภาคเอเชีย สุคุนิ (Yasukuni Shrine) ของผูน้ �ำญี่ป่นุ ยังคงเปน็
ตะวันออกเฉียงเหนือ ท่ีเก่ียวพันกับมาตรการริเร่ิม ประเดน็ บาดหมางทางการทตู กนั อยเู่ ปน็ ประจ�ำอกี ดว้ ย
เชยี งใหมน่ ี้ เนอ่ื งจากตอ้ งพงึ่ พาเงนิ ทนุ ส�ำรองของสาม โดยการเยอื นศาลเจา้ ยาสคุ นุ ขิ องนายกรฐั มนตรชี นิ โสะ
ประเทศคอื ญีป่ ่นุ จีน และเกาหลีใตเ้ ป็นส�ำคญั อาเบะ เมื่อเดือนธนั วาคม ค.ศ. 2013 น้นั กก็ อ่ ใหเ้ กดิ
ภาวะชะงักงันของความสัมพันธ์ทางการค้าของสอง
4. ญ่ปี นุ่ ในสภาวะ “การเมอื งเย็น เศรษฐกจิ ประเทศขนึ้ อกี ครง้ั ทงั้ ทข่ี อ้ มลู ตวั เลขการคา้ ในปจั จบุ นั
ร้อน” ในเอเชียตะวนั ออกเฉยี งเหนอื แสดงให้เห็นว่าจีนมีสถานะเป็นคู่ค้าท้ังน�ำเข้าและ
สง่ ออกอนั ดบั หน่ึงของญป่ี ุ่น
หากพดู ถึงเศรษฐกจิ ในภมู ภิ าคเอเชยี ยคุ หลัง ท่ามกลางสภาวะความเย็นชาทางการเมือง
สงครามเยน็ คงไมส่ ามารถมองขา้ มการกา้ วขนึ้ มาของ ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศกลับ
จนี หรอื China Rise ที่สง่ ผลกระทบตอ่ เศรษฐกิจ ได้รับการพัฒนามลี กั ษณะเปน็ สถาบัน (institution-
ของเอเชยี และของโลกได้ จีนกา้ วเขา้ มามีบทบาททาง alized) ในหลายทาง ทง้ั ในระดบั พหุภาคขี นาดย่อม
เศรษฐกิจท่ีส�ำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดย (minilateral) หรือระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออก
เฉพาะภายหลังวิกฤติการเงนิ เอเชีย ในปี ค.ศ. 1997- ไม่ว่าจะเป็นการพบปะของผู้น�ำในการประชุมสุดยอด
1998 ซงึ่ ฉายภาพมหาอ�ำนาจทางเศรษฐกจิ จนี มาแทน เอเปค การประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม การ
ญป่ี นุ่ อย่างชดั เจนมากขนึ้ David C. Kang (2007) ประชมุ สดุ ยอดจนี -ญป่ี นุ่ ตง้ั แตป่ ี ค.ศ. 1998 เปน็ ตน้ มา
ชว้ี า่ ความสมั พนั ธข์ องจนี และญปี่ นุ่ มที ง้ั แงม่ มุ ของการ การประชมุ สามฝ่ายระหว่างจีน ญปี่ ่นุ และเกาหลใี ต้
แขง่ ขนั และรว่ มมอื ดงั ทญี่ ปี่ นุ่ เรยี กวา่ “เซเร เคเนทส”ึ ตงั้ แตป่ ี ค.ศ. 2000 เปน็ ตน้ มา รวมทงั้ การประชมุ โปว๋ อา้ ว
(seirei kenetsu) (การเมืองเย็น เศรษฐกิจร้อน) ฟอรมั่ (Boao Forum for Asia) ตง้ั แตป่ ี ค.ศ. 2002
หมายถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของจีนกับญ่ีปุ่น ซงึ่ เปน็ การประชมุ ประจ�ำปที จี่ นี จดั เพอ่ื การระดมความ
ที่แนบแน่นมากข้ึนทุกทีทั้งในระดับรัฐบาลและบริษัท คิดเหน็ จากภาครฐั เอกชน และผนู้ �ำในภูมิภาคเอเชยี
เอกชน เนอื่ งจากบรษิ ทั เอกชนญปี่ นุ่ ไดเ้ ขา้ ไปลงทนุ ดา้ น เพอื่ ก�ำหนดทิศทางดา้ นเศรษฐกิจของเอเชยี
การผลิตในจีนเป็นจ�ำนวนมาก กระนั้นในทางการ ในขณะท่ีญี่ปุ่นแม้จะไม่ได้เน้นการสร้าง
เมืองความสัมพันธ์ของท้ังสองประเทศ กลับเรียกว่า พนั ธมติ รกบั จนี เปน็ หลกั แตก่ ค็ ดิ ทจี่ ะสรา้ งความรว่ มมอื
“เกอื บๆ จะร้อนระอุ” เสียมากกว่า ที่กว้างข้ึนกับจีนและภูมิภาคเอเชียท้ังหมด (Kang,
มีความขัดแย้งในระดับที่รุนแรงเรื่องเกาะ 2007) ในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมาญี่ปุ่นพยายามสร้าง
เซนกาก/ุ เตยี วหวี (Senkaku/Diaoyutai) ถงึ ขนั้ ทจี่ นี การพูดคุยในสถาบันระดับพหุภาคีขนาดย่อม และ
ประท้วงด้วยการระงับการส่งออกแร่ธาตุวัตถุดิบ ระดับภูมิภาคหลายงาน ที่ไม่มีสหรัฐอเมริกาเข้าร่วม
หายาก (rare earth) ทใ่ี ชใ้ นการผลติ สนิ คา้ เทคโนโลยี ซ่งึ แสดงให้เหน็ วา่ ในทางเศรษฐกิจแล้ว ญป่ี นุ่ พยายาม
ชั้นสูงให้แก่ญ่ีปุ่น ท้ังยังจับตัวพนกั งานชาวญี่ปุ่นของ
35
วารสารญปี่ ่นุ ศกึ ษา
Japanese Studies Journal
วางตัวในภูมิภาคไปในทิศทางที่ก้าวออกจากความ ได้ มิใช่ต่างฝา่ ยตา่ งเสยี ขณะที่ Aaron Friedberg
สัมพันธ์แบบ “ดุมล้อและซี่ล้อ” หรือ “hub and (1993) ช้ีว่าภูมิภาคน้ีสุกงอมพร้อมที่จะสู้รบกัน
spoke” (ประภัสสร์, 2555) ท่ีมีกับสหรัฐอเมริกา (ripe for rivalry) เพราะเปน็ ภูมภิ าคทีไ่ มม่ สี ถาบนั
รว่ มดว้ ยมาอยา่ งยาวนาน (ความสมั พนั ธแ์ บบ “ดมุ ลอ้ พหุภาคีระดับภูมิภาค ท่ีมีข้อผูกพันทางกฎหมาย
และซ่ีลอ้ ” น้ัน เป็นค�ำทีใ่ ช้เรยี กยทุ ธศาสตรก์ ารครอง ชดั เจนเลย ส่วน John Ikenberry (2008) ก็มอง
ความเปน็ เจา้ ของสหรฐั อเมรกิ า โดยสหรฐั อเมรกิ าเปน็ ว่า ถึงกระน้ันในเอเชียตะวันออกกลับมี “ระเบียบ”
เสมอื น hub หรอื ดมุ ลอ้ เปน็ ศนู ย์กลาง และประเทศ (order) ทท่ี �ำใหค้ งสนั ตภิ าพในชว่ งครง่ึ หลงั ศตวรรษที ่
พนั ธมติ รต่างๆ เปน็ spoke หรอื ซีล่ อ้ ) การหาความ ผ่านมาได้ ระเบียบดงั กลา่ วเกิดขนึ้ จากความสัมพนั ธ์
ร่วมมือในระดับ “พหภุ าคขี นาดยอ่ ม” ท่ีไดก้ ล่าวไป ทวิภาคีแบบแข็งและความสัมพันธ์พหุภาคีแบบอ่อน
ข้างต้น หมายถงึ วิธีการทางการทูตทนี่ ยิ มใช้คยุ กันใน (“hard” bilateralism and “soft” multilateral-
กลุ่มเล็ก เพ่ือแกป้ ัญหาบางเร่อื งด้วยความรวดเร็ว ซ่ึง ism) ดังจะเห็นได้จากแกนกลางของความสัมพันธ์
วธิ กี ารเช่นน้ี ก็ไม่ใชก่ ารรว่ มมือตามท่ีแนวคิดเสรีนิยม คอื การเปน็ พนั ธมติ รของญปี่ ุน่ และสหรัฐอเมรกิ า และ
ใหม่เชิงสถาบันกล่าวถึงไว้ ฉะน้ันอาจกล่าวได้ว่าเป็น มีสว่ นเสริมคอื การเจรจา (dialogue) กันในหลายๆ
เทคนคิ เฉพาะทีญ่ ีป่ ่นุ ต้งั ใจน�ำมาใช้ในการเจรจาตอ่ รอง รูปแบบภายในภมู ภิ าค เช่น เอเปค อาเซียน อาเซียน
บวกสาม และการประชุมสดุ ยอดอาเซียน เปน็ ตน้
5. ญ่ีปนุ่ กบั การถว่ งดลุ อÓนาจทง้ั ภายในและ แต่ T.J.Pempel (2010) กลับเห็นว่า
ภายนอกภูมิภาค ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มักจะมีการ
แขง่ ขนั เปน็ ปฏปิ กั ษก์ นั อยเู่ สมอน้ี กลบั สกุ งอมพรอ้ มที่
ภายหลังความร่วมมือในกลไกความริเร่ิม จะรว่ มมอื กนั (ripe for cooperation) มากกวา่ ทงั้ น้ี
เชยี งใหม่ ประเดน็ เรอ่ื งการแขง่ ขนั การเปน็ ผนู้ �ำภมู ภิ าค ข้ึนอยู่กับว่าการพูดคุยเจรจากันน้ัน ได้รับการจัดการ
ของญ่ีปุ่นกับจีนก็เด่นชัดขึ้น ในกรณี CMI ซ่ึง อยา่ งไร Pempel พูดถงึ แนวคิดเร่ือง hedging หรือ
ดูเหมือนเป็นเรื่องของความร่วมมือ แต่ขณะเดียวกนั soft balancing ท่ีน่าจะน�ำมาอธิบายความสัมพันธ์
ก็มีภาพของการแข่งขันของมหาอ�ำนาจในนั้นอยู่ด้วย ทางเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียง
ดังท่ี Mie Oba (2013) ช้ีว่าวิกฤติการณ์การเงิน ใตว้ า่ หลงั วกิ ฤตเิ ศรษฐกจิ ประเทศเอเชยี แสดงใหเ้ หน็
เอเชยี ครงั้ นนั้ รวมทงั้ วกิ ฤตเิ ศรษฐกจิ ในสหรฐั ฯ ปี ค.ศ. ว่าพร้อมที่จะสละอธิปไตยของรัฐบางส่วน เพ่ือสร้าง
2008 ไดท้ �ำให้ดุลอ�ำนาจในเอเชยี ตะวนั ออกเปลี่ยนไป สถาบันการเงินของภูมิภาคเพ่ือท�ำหน้าท่ีผลักความ
โดยจะเหน็ ภาพวา่ ญปี่ นุ่ ไมใ่ ชผ่ นู้ �ำโดยอตั โนมตั ิ (auto- เสี่ยง (hedge) จากภัยของโลกาภิวัตน์ทางการเงิน
matic leader) ของภูมภิ าคอีกต่อไปแล้ว เพราะการ ทหี่ ลีกได้ยากออกไปก่อน ตวั อยา่ งเช่น การถูกโจมตี
เสนอความรเิ รมิ่ บางอยา่ งโดยญป่ี นุ่ นนั้ ไมเ่ ปน็ ผล ขณะ ค่าเงินที่ประเทศเหล่านี้อาจต้องเผชิญ ขณะเดียวกัน
เดยี วกนั “อ�ำนาจโดยเปรยี บเทยี บ” ของจนี กลบั สงู ขนึ้ ก็เป็นการถ่วงดุลอย่างน่ิมนวล (soft balancing)
จนชัดเจนว่าบัดน้ี จีนเป็นศูนย์กลางของพลวัตรทาง ต่อมหาอ�ำนาจทางการเงินของโลก หรือจากอ�ำนาจ
เศรษฐกจิ ของภมู ิภาค ครอบง�ำของสหรฐั อเมริกานั่นเอง ในกรณนี ี้ท้งั จนี และ
การจัดต้ัง CMI แสดงว่าท้ังสองประเทศ ญปี่ นุ่ ตา่ งกม็ คี วามกระตอื รอื รน้ ทจี่ ะเปน็ ผนู้ �ำในภมู ภิ าค
มิได้ละเลยที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในวาระทางการเงิน แม้ทางญี่ปุ่นจะมีข้อจ�ำกัด ที่มักจะต้องเป็นห่วงเร่ือง
ของภูมภิ าค ผลลัพธจ์ งึ ออกมาในรปู แบบตา่ งฝา่ ยต่าง
36
ญ่ปี ุ่นในเวทีภมู ิภาคหลงั วิกฤติเศรษฐกจิ ปี 1997-1998 : มาตรการรเิ ริ่มเชียงใหม่ (The Chiang Mai Initiative)
เบญจมาศ นิลสุวรรณ์
ความเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกา แต่ใน ชาตินยิ มในเกาหลีใต้ น�ำมาส่คู วามตงึ เครยี ดกับญ่ีปุ่น
กรอบอาเซียนบวกสามนน้ั ความริเรมิ่ เชยี งใหม่ และ เปน็ ระยะ นบั แตส่ นิ้ สดุ สงครามโลกครงั้ ทส่ี อง แตต่ ง้ั แต ่
ความริเริ่มตลาดพันธบัตรเอเชียเป็นความเคลื่อนไหว ปี ค.ศ. 2010 เป็นต้นมา ยังถือไดว้ ่ามีความสัมพนั ธ์
ที่ชดั เจนว่า ประเทศเอเชียจะมีโอกาสสร้างความร่วม ท่ีราบร่ืนกว่าจีน เน่ืองจากเกาหลีใต้มีปัญหากรณีเรือ
มอื ทีล่ ดการพง่ึ พิงเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในฐานะสกลุ โชนันกับเกาหลีเหนือ ในขณะท่ีนายนาโอโตะ คัง
เงนิ ส�ำรอง ตะกร้าค่าเงิน และธรุ กรรมการเงินระหวา่ ง (Naoto Kan) นายกรฐั มนตรีญ่ีปุ่นขณะนน้ั ไดก้ ล่าว
ประเทศได้ Pempel มองวา่ การพัฒนาทางเศรษฐกิจ ค�ำขอโทษเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ เนื่องในโอกาส
เป็นปัจจัยผลักดันต่อรัฐบาลของรัฐในเอเชียตะวัน ครบรอบหน่ึงร้อยปีของการท่ีเกาหลีเคยถูกผนวกเป็น
ออกทุกรัฐ หรือเรียกได้ว่าทุกรัฐล้วนให้ความส�ำคัญ ส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น นอกจากแสดงความเสียใจแล้ว
กับ “ความม่นั คงทางเศรษฐกิจ” ซงึ่ เปน็ ความมั่นคง นายคังยังได้สัญญาที่จะเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ชาว
ท่เี ป็นรูปธรรมทีช่ ัดเจนท่สี ุด ขณะท่ีเอเชียก�ำลงั เติบโต เกาหลี ท่ีถูกท้ิงไว้ในคาบสมุทรซัคคาลิน รวมท้ังจะ
นน้ั กจิ การดา้ นการทหารและความมน่ั คงจงึ ไมใ่ ชเ่ รอื่ ง ส่งมอบบันทกึ ของราชวงศโ์ ชซอน ซ่งึ ญ่ีป่นุ น�ำมาเกบ็
เดยี วในเกมอ�ำนาจการเมืองโลก ไวใ้ นชว่ งการยดึ ครองคนื ใหแ้ ก่เกาหลีใต้
อีกด้านหน่ึงมีความคิดว่า ความขัดแย้ง ความพยายามของญ่ีปุ่นในการปรับความ
ระหวา่ งจนี กบั ญป่ี นุ่ มแี นวโนม้ ทจี่ ะปะทคุ วามรอ้ นแรง สัมพันธ์กับเกาหลใี ตห้ ลังปี ค.ศ. 2010 น้ี นา่ จะเป็น
ขนึ้ มากกวา่ ทจ่ี ะเกดิ ความรว่ มมอื การทจี่ นี ทะยานขนึ้ ผลจากปจั จัย 3 ประการ ไดแ้ ก่ ประการแรก ตอ้ งการ
มาเป็นมหาอ�ำนาจทางเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยที่ไม่อาจ รว่ มมอื กนั ในทางเศรษฐกจิ อนั เปน็ ผลจากวกิ ฤตกิ ารณ์
มองข้ามได้ ผู้เขียนเห็นว่าไม่ว่าจีนจะด�ำเนินนโยบาย การเงนิ ในสหรฐั อเมรกิ าปคี .ศ. 2008 ซงึ่ ญปี่ นุ่ เกาหลใี ต้
ท่ีน�ำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับญ่ีปุ่นหรือไม่ และสหรฐั อเมรกิ าตา่ งเปน็ ตลาดสง่ ออกทสี่ �ำคญั ของกนั
จีนจะกา้ วขน้ึ มาอยา่ งสันติ (peaceful rising) หรอื และกัน การท่ีประเทศใดประเทศหนึ่งประสบวิกฤติ
ไม่ รวมท้ังท้ังสองประเทศจะลบเลือนความขุ่นเคือง ก็จะส่งผลกระทบต่ออีกประเทศหน่ึง ประการที่สอง
จากประวัติศาสตร์ และอยู่ร่วมด้วยการพ่ึงพาอาศัย คือ ปัญหาอาวุธนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือ เป็นภัย
กันทางเศรษฐกิจในทางบวกเพ่ือประโยชน์ของทั้งสอง คุกคามความมั่นคงของท้งั ญปี่ นุ่ และเกาหลีใตโ้ ดยตรง
ประเทศเองได้หรือไม่ก็ตาม ญ่ีปุ่นก็หลีกเล่ียงไม่ได้ที่ และประการทส่ี ามคอื แสนยานภุ าพทางการทหารของ
จะตอ้ งแขง่ ขนั กับจีนในทกุ ด้านต่อไป จีน ทีพ่ ัฒนากา้ วหน้าไปไกลท�ำใหญ้ ่ีป่นุ กงั วลต่อความ
ส�ำหรับความสัมพันธ์ระหว่างญ่ีปุ่นกับ ม่ันคงของตน ดังนั้นความร่วมมืออันดีระหว่างญ่ีปุ่น
เกาหลีใต้น้ัน ในอดีตเกาหลีใต้เคยถกู ผนวกเป็นส่วน เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมรกิ า ยอ่ มชว่ ยในการถว่ งดลุ
หนง่ึ ของญปี่ นุ่ ระหวา่ งปี ค.ศ. 1910-1945 ประเดน็ ท ี่ อิทธพิ ลดา้ นการทหารของจีน (วเิ ชียร, 2554)
สตรีเกาหลีใต้ถูกบังคับให้ไปบริการทางเพศแก่ทหาร ถา้ อยา่ งนัน้ แล้วเอเชียตะวนั ออกนัน้ ตกอยู่
ญี่ปุ่นในช่วงสงคราม ปัญหาการบิดเบือนต�ำราเรียน ในภาวะสุกงอมท่ีจะร่วมมือหรือสู้รบกันแน่? ใน
ญป่ี นุ่ ในสว่ นทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ขบวนการเรยี กรอ้ งเอกราช ส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีญี่ปุ่น
ของเกาหลี และกรณีพิพาทการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือ เกาหลีเหนือ-ใต้ และจีนน้ัน จะต้องตกอยู่ในวังวน
เกาะดกโตหรอื ทญี่ ป่ี นุ่ เรยี กวา่ เกาะทาเคชมิ า (Dokdo/ ของความขัดแย้งของประวัติศาสตร์ และความรู้สึก
Takeshima) ประเด็นเหล่านี้บวกกับความรู้สึก ไม่ไว้วางใจซ่ึงกันและกันอยู่ตลอดไปอย่างน้ันหรือ
37
วารสารญป่ี ุ่นศกึ ษา
Japanese Studies Journal
ทงั้ ทตี่ า่ งกพ็ งึ่ พงิ กนั ทางเศรษฐกจิ อยา่ งสงู มาตรการรเิ รมิ่ เชน่ ประเดน็ แรก CMIM จะมปี ระสทิ ธภิ าพในการเปน็
เชียงใหม่ที่ปรากฏข้ึนน้ัน บ่งบอกว่าความตึงเครียด ระบบตาข่ายความปลอดภัยทางการเงินของภูมิภาค
ทางการเมืองในภูมิภาค สามารถแยกออกจากความ (regional financial safety net) ได้ดเี พยี งไร หรอื
สมั พนั ธท์ างเศรษฐกจิ ได้ ผเู้ ขียนเห็นวา่ กรอบอาเซียน เป็นเพยี งความตกลงทางสญั ลักษณเ์ ท่าน้ันหรือไม่ จะ
บวกสามในกรณี CMI น้ันสะท้อนให้เห็นภาพ เป็น “สว่ นเสรมิ ” ให้แกไ่ อเอม็ เอฟท่ีมอี ยแู่ ลว้ หรือ
ผลประโยชนท์ างเศรษฐกจิ ระหวา่ งญป่ี นุ่ กบั อาเซยี น ที ่ กลับกลายเป็นว่าไปขัดแย้งกับกลไกของไอเอ็มเอฟ
มคี วามสมั พนั ธก์ นั แนบแนน่ อยกู่ อ่ นแลว้ ตง้ั แตท่ ศวรรษ ผเู้ ขยี นมองว่าการถกเถียงในประเด็นหลงั นี้ เกีย่ วข้อง
1980 เป็นต้นมา ด้วยระบบห่วงโซ่อุปทานการผลิต กับการเมืองระดับโลก ซ่ึงไกลเกินกว่าขอบเขตของ
ในเอเชียที่มีญ่ีปุ่นเป็นแกนกลาง ในขณะท่ีเขตเอเชีย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเอง ญี่ปุ่นพยายามหลาย
ตะวนั ออกเฉียงเหนอื แม้ยังคงมปี ญั หาความสมั พนั ธ์ คร้ังท่ีจะผลักดันองค์กรหรือความร่วมมือท่ีเป็นของ
ทางการเมืองระหว่างญี่ปุ่นกับจีนและเกาหลีใต้อยู่ เอเชียเอง โดยปราศจากอิทธิพลของมหาอ�ำนาจอย่าง
ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการสร้างกลไกร่วมมือเฉพาะ สหรฐั อเมรกิ า แต่ไม่ประสบความส�ำเร็จ ดงั น้นั ล�ำพงั
ด้านอย่าง CMI ข้ึนมา โดยมีอาเซียนเข้ามาช่วย การผลกั ดนั ของญป่ี นุ่ ยงั ไมเ่ พยี งพอ ตอ้ งอาศยั ตวั ชว่ ย
ประสาน ให้เกดิ ความร่วมมอื ในระดบั ภมู ภิ าค อน่ื ๆ เชน่ กลมุ่ อาเซยี น หรอื พนั ธมติ รภายนอกเอเชยี
ประเดน็ ที่สอง คอื แม้ CMIM จะมกี ารหารือเร่อื งการ
5. ขอ้ จÓกัดของ CMIM : กลไกภมู ิภาค เพิ่มขนาดวงเงินให้สูงข้ึน เนื่องจากตัวเลขกองทุน
ท่ยี งั ต้องพฒั นาตอ่ ไป เท่าที่มีอยู่ถือว่ายังต�่ำมาก ถ้าเทียบกับปริมาณเงินท่ี
ไทยและอินโดนีเซียเคยร้องขอจากไอเอ็มเอฟ ในช่วง
หลังจากท่ี CMI ก่อตงั้ ข้ึนและปรบั เปลย่ี น วกิ ฤตกิ ารณก์ ารเงนิ ปี ค.ศ. 1997-1998 นอกจากนยี้ งั
เป็น CMIM มีจุดประสงค์ท่ีจะปรับปรุงกลไกเสริม ถกู วจิ ารณใ์ นเรอื่ งขนั้ ตอนการด�ำเนนิ งานของกองทนุ ท่ี
สภาพคล่องระยะส้ัน ในยามเกิดวิกฤติการณ์การเงิน ดูล่าช้า ไม่ทันต่อการเบิกจ่ายเงินเพ่ือรับมือกับวิกฤติ
ของกลุ่มประเทศอาเซียนบวกสาม ท�ำหน้าท่ีเป็น ประเด็นที่สาม คือ CMIM ถูกวิพากษ์ในเชิง
เหมือนตาข่ายความปลอดภัยทางการเงินของเอเชีย หลกั การ กลา่ วคอื การรวมตวั ของกองทนุ การเงนิ ภมู ภิ าค
โดยหนว่ ยงานทตี่ ง้ั ขนึ้ รองรบั คอื AMRO นนั้ มหี นา้ ท ่ี จะก่อให้เกิดปัญหาจริยธรรมในท�ำนอง “ล้มบนฟูก”
ตรวจตราสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาค (macro- แก่รัฐสมาชิก ท่ีอาจจะชะล่าใจว่ามีกลไกคอยรองรับ
economic monitoring) ของภมู ภิ าค รวมทง้ั มหี นว่ ยงาน ความเสยี่ งทางการเงนิ ระหวา่ งประเทศใหแ้ ลว้ จงึ ท�ำให้
เบ้ืองต้นท�ำหน้าที่วิเคราะห์เพ่ือประเมินความเส่ียง ขาดความรับผิดชอบในทางเศรษฐกิจหรือไม่ ผู้ท่ี
แตเ่ น่ินๆ ชว่ ยท�ำให้ CMIM ตัดสนิ ใจและด�ำเนนิ งาน ไม่เห็นด้วยกับ CMIM อาจมองว่า CMIM อาจ
ไดร้ วดเรว็ ขนึ้ อยา่ งไรกด็ กี ลไกแนวคดิ รเิ รมิ่ เชยี งใหมน่ ี้ จะพัฒนาไปเป็นสถาบันภูมิภาคท่ีแยกขาดออกจาก
กย็ งั ไมส่ ามารถไปถงึ จดุ ทที่ �ำหนา้ ทเี่ ปน็ สถาบนั ระหวา่ ง ไอเอ็มเอฟ แล้วหันไปใช้กฎเกณฑ์ทางการเงินที่
ประเทศ ทรี่ ฐั สมาชกิ จะยอมสละอธปิ ไตยบางสว่ น เพอ่ื ยอ่ หย่อนกว่ามาตรฐานของไอเอ็มเอฟ และอาจก่อให้
เป้าหมายในการสร้างชุมชนทางการเมืองอย่างบูรณาการ เกิดปัญหาทางการเงนิ ระหวา่ งประเทศได้ในอนาคต
ของเอเชียได้ ตามแนวคิดเสรีนยิ มใหมเ่ ชงิ สถาบัน แนน่ อนวา่ การจดั ทาํ กองทนุ พหภุ าคนี นั้ ยงั มี
กรณขี อง CMIM มีประเดน็ ทถี่ กู ต้ังค�ำถาม องค์ประกอบส�ำคัญในรายละเอียดอีกมาก ท่ีประเทศ
โดยกลุ่มผู้ที่ไม่เช่ือหรือคลางแคลงใจอยู่หลายประการ
38
ญีป่ นุ่ ในเวทภี ูมิภาคหลงั วิกฤตเิ ศรษฐกจิ ปี 1997-1998 : มาตรการรเิ ริ่มเชยี งใหม่ (The Chiang Mai Initiative)
เบญจมาศ นิลสุวรรณ์
สมาชิกต้องพิจารณาและศึกษาในเชิงลึกต่อไป เช่น จากมุมมองแบบเสรีนิยมใหม่เชิงสถาบัน
ขนาดของวงเงนิ กระบวนการในการเบกิ ถอน อยา่ งไร ความร่วมมือดังกล่าวในลักษณะสถาบัน ย่อมเป็น
ก็ดีเร่ืองนี้จะประสบความส�ำเร็จได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับ ประโยชน์ต่อทุกรัฐสมาชิกท่ีเข้าร่วมกลไกนี้ แม้จะ
ความรว่ มมอื ทางการเมอื งในระดบั สงู ของกลมุ่ อาเซยี น ขดั แยง้ กบั ภาพความสมั พนั ธท์ างการเมอื งของประเทศ
บวกสาม และการสรา้ งความเขา้ ใจกบั องคก์ ารทางการ ทีม่ ีบทบาทน�ำอยู่ในภมู ิภาคนี้ ไดแ้ ก่ ญีป่ ่นุ จีน และ
เงนิ ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะไอเอ็มเอฟ เพ่อื ให้เกิด เกาหลีใต้ ซึ่งมักมีความขัดแย้งในทางการเมือง แต่
ประโยชนส์ งู สุดตอ่ ทกุ ประเทศสมาชกิ ในด้านเศรษฐกิจก็ด�ำเนินความสัมพันธ์กันไปได้
ดงั ค�ำกลา่ วทว่ี า่ การเมอื งเยน็ เศรษฐกจิ รอ้ น สง่ิ เหลา่ นี้
6. สรุป บ่งบอกถึงลักษณะพิเศษของความสัมพันธ์ระหว่าง
ประเทศในภูมภิ าคนี้ ว่าหากจะร่วมมอื กันเปน็ สถาบัน
มาตรการรเิ รม่ิ เชยี งใหม่ (The Chiang Mai ก็มักจะรวมกันแบบเฉพาะกิจ จนดูเหมือนภูมิภาคนี้
Initiative) เป็นกลไกความร่วมมือทางการเงินของ ไม่น่าจะรวมตัวกันอย่างเป็นเอกภาพได้อย่างสหภาพ
ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ในกรอบของอาเซียนบวก ยโุ รป ทวา่ การรว่ มมอื ในประเดน็ เฉพาะกเ็ กดิ ขน้ึ ได้ ทงั้ นี ้
สาม ที่ส�ำคัญและควรรู้จักในฐานะกลไกของภูมิภาค ก็ไมไ่ ดข้ ัดแยง้ กบั โครงสรา้ งอ�ำนาจในระดบั โลก
มีหน้าท่ีให้เงินส�ำรองยามฉุกเฉินแก่ประเทศสมาชิก การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน จน
ดังกล่าว ในยามท่ีเกิดวิกฤติการณ์การเงิน ซึ่งตั้ง ดูเหมือนว่าจีนอาจจะแซงหน้าญี่ปุ่นทั้งในฐานะของ
ขึ้นมาหลังการเกิดวิกฤติการณ์การเงินของเอเชียท่ี ผู้น�ำและอิทธิพลต่อเศรษฐกิจเอเชียในเร็ววันนี้ ซ่ึง
กระทบไปทว่ั ทงั้ ภมู ภิ าคในปี ค.ศ. 1997-1998 นอกจาก แน่นอนว่าท�ำให้อิทธิพลทางการเมืองของจีนสูงขึ้น
จะเป็นความร่วมมือทางการเงินของภูมิภาคความ ตามไปดว้ ย บรรยากาศของความสมั พนั ธแ์ บบแขง่ ขนั
รว่ มมอื แรก ทดี่ จู ะประสบความส�ำเรจ็ อยา่ งดใี นการจดั ตง้ั ระหว่างญ่ีปุ่นกับจีน (Japan-Chinese rivalry)
ข้ึนแล้ว ยังเป็นกระบวนการเริ่มต้นของภูมิภาคนิยม ดูจะเป็นเร่ืองท่ีไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในอนาคต ใน
ที่ส่งสัญญาณที่ดีว่าเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวัน ขณะท่ีญ่ีปุ่นที่ยังต้องยึดโยงอยู่กับพันธมิตรเก่าแก่คือ
ออกเฉียงใต้ สามารถมีกลไกทางการเงินระหว่าง สหรัฐอเมริกา ก็มีความชัดเจนว่ายอมรับการเข้าร่วม
ประเทศไว้รับมือกับปัญหาของตนเองได้ อย่างน้อย ของสหรัฐอเมริกา ในเร่ืองความม่ันคงและเศรษฐกิจ
ก็ในด้านข้อมูลข่าวสารและทิศทางของเศรษฐกิจการ ระดบั โลก แตไ่ มย่ อมรบั ในเรอ่ื งการเขา้ แทรกแซงระดบั
เงินอย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องรอแต่การพ่ึงพิงกับ ภูมิภาค เราจะเห็นได้ว่าญ่ีปุ่นเลือกใช้กรอบการเจรจา
สหรัฐอเมริกาและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ รปู แบบอน่ื กบั ประเทศอาเซยี น และประเทศคคู่ า้ อนื่ ๆ
เทา่ นน้ั แมว้ า่ ในปจั จบุ นั โดยหลกั การและในทางปฏบิ ตั ิ ในประเด็นเฉพาะเร่ือง เพ่ือเป็นการถ่วงดุลกับทางจีน
CMI และกองทนุ CMIM จะเปน็ ความรว่ มมอื เฉพาะ ที่ก้าวข้ึนมาน�ำหน้าในทางเศรษฐกิจ และในบางครั้ง
ประเด็นการเงินเท่านั้น และยังมีเส้นทางอีกยาวไกล จีนก็แสดงท่าทีท่ีจะมีบทบาทครอบง�ำในประเด็นใด
กว่าจะพัฒนาไปสู่การเป็นสถาบันระหว่างประเทศ ประเด็นหน่ึงมากเกินไป กลไกความริเร่ิมเชียงใหม่ท่ี
ท่ีมีลักษณะถาวร มีผลผูกพันทางกฎหมายเฉกเช่น ได้ร่วมมือกันก่อต้ังข้ึนน้ี จะพัฒนาก้าวหน้า และมี
องค์การระหว่างประเทศอื่นๆ ท้ังนี้ก็ขึ้นอยู่กับความ ประสิทธภิ าพดีเพียงใด จะอยูร่ อดหรือจะสลายไปตาม
รว่ มมอื ของบรรดารฐั สมาชกิ ทเี่ ขา้ รว่ มวา่ จะตกลงรว่ ม กาลเวลา กข็ น้ึ อยกู่ บั ความรว่ มมอื และการผลกั ดนั ของ
กนั พากลไกนไี้ ปจนถึงจุดนนั้ ได้หรือไม่
39
วารสารญ่ีปุ่นศึกษา
Japanese Studies Journal
กลมุ่ อาเซียนบวกสาม เพอื่ สรา้ งประโยชน์ส่วนรวมใน Friedberg, A. (1993). Ripe for rivalry: Prospects
ดา้ นการเงินของภูมภิ าคนีเ้ อง for peace in a multipolar Asia. Interna-
tional Security, 18, 5-33.
บรรณานุกรม
Henning, C.R. (2002). East Asian financial
ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์. (2545). East Asian cooperation. Policy Analyses in Inter-
financial cooperation: An assessment of national Economics 68 (Chapter 3-4).
the rationales. เอกสารประกอบการประชุม Washington, DC: Peterson Institute for
วชิ าการปี 2545 โดยมูลนธิ ชิ ัยพัฒนา สำ�นกั งาน International Economics.
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ กระทรวงพาณิชย์ สถาบันพัฒนา Higgott, R. & Timmermann, M. (2009).
องค์กรชุมชน และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา Institutionalizing East Asia: Learning
ประเทศไทย เม่ือวันท่ี 14-15 ธันวาคม 2545 lessons from Europe on regionalism,
ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิต้ี จอมเทียน regionalization, identity and leadership.
จงั หวดั ชลบุรี. In M.Timmermann & J. Tsuchiyama
(Eds.), Institutionalizing Northeast Asia :
ทรายแกว้ ทิพากร. (2554). ญีป่ ุ่น. เอเชียรายปี จับ Regional steps towards global governance.
ชพี จร 2554/2011. กรุงเทพฯ: สถาบนั เอเชีย Tokyo: United Nations University Press.
ศกึ ษา จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
Ikenberry, J. (2008). A new order in East
ธนาคารแหง่ ประเทศไทย. (2551). สมาคมประชาชาติ Asia?. In K.E. Calder & F.Fukuyama
เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ และจนี ญี่ป่นุ เกาหลี (Eds.), East Asian multilateralism: Pros-
(ASEAN+3). เขา้ ถึงเมอ่ื 25 มนี าคม 2557 pect for regional stability. Baltimore: The
จากเวบ็ ไซต์ http://www.bot.or.th John Hopkins University Press.
ประภัสสร์ เทพชาตรี. (2555). OBAMA เยือน Jackson, R. & Sorensen, G. (2012). Introduc-
ไทย. คอลัมน์กระบวนทัศน์, ไทยโพสต์, 15 tion to international relations: Theories
พฤศจิกายน 2555. and approaches (5th ed.). London and
New York: Oxford University Press.
วเิ ชียร อินทะสี. (2554). สาธารณรัฐเกาหล.ี เอเชีย
รายปี จบั ชพี จร 2554/2011. กรงุ เทพฯ: สถาบนั Kang, D. C. (2007). China’s impact on re-
เอเชยี ศึกษา จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั . gional relations in Northeast Asia: An
assessment. In Gi wook-Shin and D.C.
ASEAN+3 Macroeconomic Research Office Sneider (Eds.), Cross currents: Regional-
(AMRO) (2014). Country Representation. ism and nationalism in Northeast Asia,
Retrieved March 24, 2014 , from http:// Standford: Walter H. Shorenstein Asia-
www.amro-asia.org/about-amro/history/ Pacific Center Books.
country-representation/
40
ญป่ี ุ่นในเวทีภูมิภาคหลงั วกิ ฤติเศรษฐกจิ ปี 1997-1998 : มาตรการริเร่ิมเชียงใหม่ (The Chiang Mai Initiative)
เบญจมาศ นลิ สวุ รรณ์
Kawai, M. (2010). From the Chiang Mai Ini- Siregar, R. & Chabchitrchaidol, A. (2013).
tiative to an Asian Monetary Fund. ADB's Enhancing the effectiveness of CMIM and
Research and Development Technical AMRO: Selected immediate challenges
Assistance project (RDTA) no.7319. The and tasks. ADBI Working Paper Series no.
Future Global Reserve System: an Asian 403, Asian Development Bank. Retrieved
Perspective. Retrieved March 24, 2014 March 21, 2014, from http://www.adbi.
from http://aric.adb.org/grs/reports.php org/files/2013.01.17.wp403.enhancing.
effectiveness.cmim.amro.pdf
Oba, M. (2013). Northeast Asia after the
global financial crisis: Power shift, com- Yunling, Z. (2010). Northeast Asian Com-
petition, and cooperation in the global munity: Is it possible to turn vision into
financial crisis (pp.110-128). In T.J. Pem- reality?. In China and Asian Regionalism.
pel (Ed.), The economy-security nexus Singapore: World Scientific Publishing.
in Northeast Asia. New York: Routledge.
Pempel, T.J. (2010). Soft balancing, hedging,
institutional Darwinism: The economic-
security nexus and East Asian regionalism.
Journal of East Asian Studies, 10, 209-
238.
41