The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 210101020, 2022-10-01 10:33:59

การส่งเสริมความร่วมมือในการรับประทานยาสําาหรับผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน

ปที ่ี 31 ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน 2560 1

การส่งเสรมิ ความร่วมมอื ในการรบั ประทานยาสำ�หรบั ผ้ปู ่วยจติ เภทในชุมชน
PROMOTING MEDICATION ADHERENCE IN PERSONS
WITH SCHIZOPHRENIA IN COMMUNITY

วชั รินทร์ วุฒิรณฤทธิ,์ พย.ด. (Vatcharin Wuthironarith, RN., PhD.)*

Abstract
Caring for promoting persons with สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเป็นส่วนหน่ึงของ
schizophrenia to live with their families and สมาชิกในชุมชนเป็นเป้าหมายส�ำคัญของการ
happy to stay as a member in communities is one พยาบาลสขุ ภาพจติ และจติ เวชชมุ ชน หากพยาบาล
of our community mental health and psychiatric สุขภาพจิตและจิตเวชชุมชนให้ความส�ำคัญกับ
nursing goals. If we concern about this goal and เรื่องน้ีและมีระบบการดูแลเพื่อส่งเสริมความ
we have good system to promote medication ร่วมมือในการรับประทานยาส�ำหรับผู้ป่วยจิตเภท
adherence in persons with Schizophrenia in ในชมุ ชนรว่ มกบั การดแู ลดา้ นจติ สงั คมทเ่ี หมาะสม
community together with appropriately จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถคงภาวะสุขภาพจิตและ
psychosocial nursing implementations, these อยู่ในชุมชนได้อย่างต่อเน่ืองส่งผลให้มีความ
nursing actions would help to maintain well-being เชอื่ มโยงสมั พนั ธก์ บั สมาชกิ อนื่ ในชมุ ชนการไดร้ บั
of the persons with Schizophrenia. There โอกาสตา่ งๆ ในฐานะสมาชกิ กจ็ ะเปน็ ไปไดม้ ากขนึ้
stable mental health would be supported their ภาพของการประทับตรา (stigma) และการมอง
opportunities in daily living as a member in the ด้านลบต่อกันระหว่างผู้ป่วยและสมาชิกในชุมชน
community less or without negative stigma. In ยอ่ มลดลงหรอื หมดไป อนั จะนำ� ไปสกู่ ารมคี ณุ ภาพ
addition, this good living will let them having ชีวิตของผู้ป่วยและความผาสุกของครอบครัว
quality of life and also their families’ well-being. ตามไปด้วย

Keywords: promoting, medication adherence, ค�ำส�ำคัญ: การส่งเสริม ความร่วมมือในการ
persons with schizophrenia, community รบั ประทานยา ผู้ปว่ ยจติ เภท ชุมชน

บทคดั ย่อ บทน�ำ
การดูแลเพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยจิตเภท การรบั ประทานยารกั ษาอาการทางจติ อยา่ ง
สามารถด�ำรงชีวิตอยู่ร่วมกับครอบครัวและ ต่อเนื่องมีความส�ำคัญอย่างยิ่งต่อผลการรักษา

* Corresponding author, อาจารยป์ ระจำ� สาขาการพยาบาลสุขภาพจติ และจติ เวช คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลยั รังสติ
E-mail: [email protected]

2 Vol.31 No.1 January - April 2017

ผู้ป่วยจิตเภทเน่ืองจากยารักษาอาการทางจิตช่วย ร้อยละ 50 ของผู้ป่วยทางจิตจะเปล่ียนเป็นให้
ปรับสมดุลของสารสื่อประสาท ควบคุมอาการ ความร่วมมือในการรับประทานยาเพียงบางส่วน
คงภาวะความผาสุกและป้องกันอาการก�ำเริบซ้�ำ หรือไม่ร่วมมือใน 1 ปี และร้อยละ 75 ในสองป ี
และท�ำให้ผู้ป่วยสามารถท�ำหน้าที่ในสังคมได้ ซ่ึงการหยุดยาหรือรับประทานยาบางส่วนไม่ครบ
(Barkhof, Meijer, de Sonneville Linszen, & มีความสัมพันธ์กับการพยากรณ์โรคไม่ดี (Llorca,
deHaan,2012;Dolder,Lacro,Dunn,&Jeste,2002; 2008; Masand,Roca, Turner, & Kane, 2009)ผปู้ ว่ ย
Kaewprom, Curtis, & Deane, 2011; Leucht et al., ทมี่ อี าการทางจติ กำ� เรบิ ซำ้� บอ่ ยๆ สว่ นใหญเ่ กดิ จาก
2012) บทบาทพยาบาลจิตเวชในการเตรียมผู้ป่วย การขาดยา (มาโนช หล่อตระกูล และปราโมทย์
จิตเภทและญาติก่อนกลับบ้าน การติดตามเม่ือ สุคนิชย์, 2552) สภาพปัญหาดังกล่าวท้าทาย
ผู้ป่วยกลับบ้านเป็นระยะ และการนัดพบผู้ป่วย พยาบาลจิตเวชท่ีจะท�ำบทบาทหน้าท่ีเพื่อดูแล
และญาติเมื่อมารับบริการตรวจเพื่อติดตามอาการ ผู้ป่วยให้สามารถด�ำรงชีวิตอยู่ในชุมชนได้อย่าง
ที่โรงพยาบาลจงึ มีความส�ำคญั ทง้ั หมดล้วนม่งุ เนน้ มคี วามสุขและทำ� หนา้ ที่ตามศักยภาพได้
การดแู ลกำ� กบั ตดิ ตามใหผ้ ปู้ ว่ ยจติ เภทไดร้ บั ยาครบ บทความนี้มีวัตถุประสงค์ท่ีจะแลกเปลี่ยน
และตอ่ เนอื่ งเพอ่ื ทจี่ ะคงระดบั ของสารสอ่ื ประสาท ความรู้ประสบการณ์และแนวทางการดูแลเพื่อ
ในสมองซงึ่ เปน็ ปจั จยั หนง่ึ ทสี่ ำ� คญั ตอ่ ภาวะสขุ ภาพ ส่งเสริมความร่วมมือในการรับประทานยาและ
ของผู้ป่วยโดยร่วมไปกับการดูแลทางจิตสังคม ปฏิบัติตามแผนการพยาบาล เน้นบทบาทของ
ท่เี หมาะสม พยาบาลจิตเวชในด้านการป้องกนั อาการกำ� เรบิ ซ้ำ�
แม้ว่าการรับประทานยาต้านโรคจิตมีความ ในผปู้ ว่ ยจติ เภทในชมุ ชนเพอื่ ชว่ ยใหผ้ ปู้ ว่ ยสามารถ
ส�ำคัญต่อผลการรักษาในผู้ป่วยจิตเภท จากการ ใช้ชีวิตอยู่ร่วมในครอบครัวและชุมชนได้อย่าง
ทบทวนวรรณกรรมพบว่าผู้ป่วยจิตเภทขาดการ มคี ุณภาพชวี ติ ท่ดี ี
รับประทานยาอย่างต่อเน่ือง ร้อยละ 26 ถึง 41
(Bressington, Mui, & Gray, 2013; Hui et al., 2006; ความหมายของความรว่ มมอื ในการรบั ประทานยา
Lacro, Dunn, & Dolder, 2002) การศึกษาของ ค�ำที่ใช้ในการศึกษาและการดูแลผู้ป่วย
Bressington, Mui, & Gray (2013) ในผปู้ ว่ ยจิตเภท เก่ียวกับความร่วมมือในการรับประทานยามี
จำ� นวน 584 ราย ทมี่ ารบั บรกิ ารจากพยาบาลจติ เวช พัฒนาการมาโดยล�ำดับ ในระยะแรกๆ จะใช้ค�ำ
ชมุ ชนในประเทศฮอ่ งกงพบวา่ รอ้ ยละ30ของผปู้ ว่ ย ภาษาองั กฤษว่า medication compliance ตอ่ มาใน
ไม่ได้ปฏิบัติตามแผนการรักษาด้วยยา ผลการ พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) องค์การอนามัยโลกได้ใช้
วจิ ยั ดงั กล่าวสะทอ้ นให้เห็นความสำ� คญั ของขนาด ค�ำว่า medication adherence ในการจ�ำกัดความ
ปัญหาของความร่วมมือในการรับประทานยาของ เกย่ี วกบั ความรว่ มมอื ในการรบั ประทานยา(Vrijens
ผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน นอกจากน้ี Keith และ et al., 2012) ซึ่งสองค�ำนี้มีความหมายต่างกันใน
Kane (2003) พบว่าพฤติกรรมการรับประทานยา แง่ของการเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง โดยค�ำว่า
เป็นพฤติกรรมท่ีเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเวลาผ่านไป compliance ผู้ป่วยเชื่อฟังแพทย์และปฏิบัติตน

ปที ี่ 31 ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน 2560 3

ตามแพทย์แนะน�ำ ในขณะท่ีค�ำว่า adherence การยอมรับจากคนอื่นในสังคม (Sanseeha et al.,
ความหมายจะเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ผู้ป่วย 2009) ผู้ป่วยมักได้รับยารักษาที่ต้องรับประทาน
เข้าใจและยอมรับ จึงตัดสินใจปฏิบัติตนและ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ผลการรักษาจะดี
รับประทานยาให้ถูกต้องตามค�ำแนะน�ำของ หรอื ไมข่ นึ้ อยกู่ บั ความรว่ มมอื ในการรบั ประทานยา
บุคลากรทางสุขภาพ ดังที่องค์การอนามัยโลกได้ ของผู้ป่วยด้วยจากการทบทวนงานวิจัย พบว่า
ให้ค�ำจัดกัดความไว้ซ่ึงมีท่ีมาจากการผสมผสาน ปจั จยั ดา้ นตวั ผปู้ ว่ ยทสี่ ำ� คญั และมผี ลตอ่ การทผี่ ปู้ ว่ ย
คำ� จำ� กัดความของ Haynes (1979) และของ Rand จะใหค้ วามรว่ มมอื ในการรับประทานยา มีดังนี้
(1993) มาเปน็ คำ� จำ� กัดความใหมด่ งั นี้ 1.1 ความตระหนกั ตอ่ การเจบ็ ปว่ ยทางจติ
“Adherenceistheextenttowhichaperson’s (illness awareness) การยอมรับการเจ็บป่วย
behavior—taking medication, following a diet, (insight into illness) และความเชอื่ พน้ื ฐานเกยี่ วกบั
and/or executing lifestyle changes, corresponds การเจบ็ ปว่ ย (general beliefs) การทผี่ ปู้ ว่ ยตระหนกั
with agreed recommendations from a health care ถงึ การเจ็บป่วยไดด้ ี ยอมรับการเจ็บปว่ ย จะน�ำไปสู่
provider.” (WHO,2003, p.3) การมีพฤติกรรมดูแลสุขภาพท่ีจะรับการรักษาโรค
ดังนั้น ความร่วมมือในการรับประทานยา ที่เหมาะสม ส�ำหรับผู้ป่วยจิตเภท การยอมรับการ
(medication adherence) หมายถึง พฤตกิ รรมของ เจ็บป่วยเป็นปัจจัยท่ีส�ำคัญต่อพฤติกรรมการดูแล
บคุ คลในการรบั ประทานยาอาหารและเปลยี่ นแปลง ตนเอง รวมถึงการรับประทานยาตามแผนการ
รูปแบบการด�ำเนินชีวิต ด้วยความเต็มใจและ รักษาอย่างตอ่ เนอ่ื ง
เห็นด้วยกับค�ำแนะน�ำของบุคลกรผู้ให้การดูแล 1.2 จิตพยาธิสภาพ (Psychopathology)
ทางสุขภาพ (องคก์ ารอนามยั โลก, 2003) อ า ก า ร ท า ง จิ ต มี ผ ล ต ่ อ ค ว า ม ร ่ ว ม มื อ ใ น ก า ร
รับประทานยา เช่น ภาวะหวาดระแวง อาการ
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อความร่วมมือในการ หลงผดิ คดิ วา่ ตนเองเหนอื ผู้อน่ื ผปู้ ่วยท่ีอาการทาง
รับประทานยาของผปู้ ่วยจติ เภท จติ สงบมกั จะใหค้ วามรว่ มมอื ในการรบั ประทานยา
การท่ีผู้ป่วยจิตเภทจะสามารถดูแลตนเอง อยา่ งสม�ำ่ เสมอมากกว่าผูป้ ว่ ยท่ีมีอาการกำ� เรบิ
และให้ความร่วมมือในการรับประทานยาทาง 1.3 ความสามารถทางปญั ญา (Cognitive
จิตเวชได้ครบถ้วนและต่อเนื่องนั้น มีปัจจัยท่ีมี and executive function) เป็นอีกปัจจัยหน่ึงท่ีมี
ความสมั พนั ธต์ อ่ ความรว่ มมอื ในการรบั ประทานยา อิทธิพลตอ่ ความรว่ มมอื ในการรบั ประทานยาของ
หลายประการ (Barkhof et al., 2012; Brain et al., ผู้ป่วยจิตเภท ผู้ป่วยที่รับประทานยากับผู้ป่วยท่ี
2013; El-Missiry et al., 2015; Vrijens et al., 2012) ไมร่ ว่ มมอื ในการรบั ประทานยามคี วามสามารถทาง
ซ่งึ อาจจะสรุปปจั จัยท่สี ำ� คัญ 3 ปจั จยั ดงั นี้ ปัญญาแตกตา่ งกัน (El-Missiry et al., 2015) ทง้ั น้ี
1. ปัจจัยด้านผู้ป่วยผู้ป่วยจิตเภทมักจะถูก ความสามารถทางปัญญาในผู้ป่วยแต่ละคนอาจจะ
มองว่าเป็นโรคเร้ือรังและไม่สามารถรักษาให้ มีผลต่อความสามารถในการจ�ำ คิดเชิงเหตุผล
หายได้ ผู้ป่วยมักถูกประทับตราและไม่ได้รับ ความเข้าใจเก่ียวกับความจ�ำเป็นของยาต่อผลการ

4 Vol.31 No.1 January - April 2017

รกั ษาและการคดิ แกป้ ญั หาทเ่ี หมาะสมเกย่ี วกบั การ ระยะเวลา 12 เดือน พบว่า ทศั นคติ ประสบการณ์
รับประทานยา และความเชื่อเกี่ยวกับยาที่ไม่ดีเป็นปัจจัยท่ีมี
1.4 การรับรู้สมรรถนะแห่งตน (Self- อิทธิพลตอ่ ความรว่ มมอื ในการรบั ประทานยาของ
efficacy) จากการศึกษา พบว่าการรับรสู้ มรรถนะ ผู้ปว่ ยจิตเภท
แห่งตน (self-efficacy) มีความส�ำคัญต่อระยะ 2. ปจั จยั ดา้ นบคุ ลากรทางสขุ ภาพจติ พยาบาล
ปฏิบัติตาม (persistence) (Vrijens et al., 2012) เป็นส่วนหนึ่งของทีมสุขภาพจิต สัมพันธภาพ
ผู้ป่วยท่ีรับรู้สมรรถนะแห่งตนสูงจะให้ความ และบริการที่ผู้ป่วยได้รับเป็นปัจจัยส�ำคัญในการ
ร่วมมือในการรับประทานยาได้ดีกว่า (นภาพร สง่ เสริมความร่วมมือในการรบั ประทานยา ดังน้ี
เหลืองมงคลชัย และอรพรรณ ลือบุญธวัชชัย, 2.1 สัมพันธภาพระหว่างผู้ป่วยกับ
2554) บุคลากรทางสุขภาพจิตสัมพันธภาพท่ีดีน�ำไปสู่
1.5 ความเช่ือ ทัศนคติที่มีต่อยาและ ความไว้วางใจและรับฟงั การยอมรบั นับถอื ซึง่ กัน
อาการข้างเคียงจากการรับประทานยา ผู้ป่วยที่มี และกัน มีผลให้ผู้ป่วยพยายามท�ำความเข้าใจ
ความเชอ่ื มน่ั และเหน็ ประโยชนข์ องยารกั ษาอาการ ค�ำแนะน�ำและน�ำไปปฏิบัติตามหรือหากผู้ป่วย
ทางจิตจะให้ความร่วมมือในการรับประทานยา มขี อ้ กงั วลใจกก็ ลา้ ทจี่ ะสอบถามหรอื ขอคำ� ปรกึ ษา
มากกว่าผู้ป่วยที่ขาดความเชื่อม่ันในยาและ เพ่ือหาทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับตนเอง
ประโยชน์ของยาต่ออาการป่วย นอกจากนี้ผู้ป่วย (Beebe, Smith, & Crye, 2008)
ท่ีมีอาการข้างเคียงซึ่งอาจจะเกิดขึ้นหลังจากใช้ยา 2.2 บริการเตรียมก่อนกลับบ้านด้วย
รักษาอาการทางจิตเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ท�ำให้ แผนจ�ำหน่ายท่ีเหมาะสมผู้ป่วยที่เคยได้รับการ
ผู้ป่วยใช้เป็นข้ออ้างหยุดยาหรือต้องการหยุดยา เตรียมความพร้อมก่อนจ�ำหน่ายท่ีเหมาะสม
เพือ่ ปอ้ งกันการเกดิ อาการข้างเคียง ดว้ ยผ้ปู ่วยและ และเพียงพอก่อนได้รับอนุญาตให้กลับบ้านเป็น
ญาตขิ าดความรเู้ กย่ี วกบั การรกั ษาดว้ ยยาหลายราย ปัจจัยอีกข้อหน่ึงที่มีผลต่อความร่วมมือในการ
จึงหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน รับประทานยาของผู้ป่วยเม่ืออยู่ที่บ้านรวมถึง
จากการศึกษาของเบรนและคณะ (Brain การมาพบแพทย์ตามนัดและรับการรักษาอย่าง
et al., 2013) ศึกษาในผู้ป่วยจิตเภท 112 คนอายุ ตอ่ เน่ืองที่แผนกผู้ป่วยนอก
18-65 ปี ท่ีมารับการรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอก 3. ปจั จยั ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ มของผปู้ ว่ ยเนอื่ งจาก
8 แหง่ โดยใชแ้ บบประเมนิ DAI-10 (Drug Attitude ผปู้ ว่ ยจติ เภทอาจมขี อ้ จำ� กดั จากปจั จยั ดา้ นตวั ผปู้ ว่ ย
Inventory-10) ซึ่งเป็นแบบประเมินทัศนคติ ท่ีกล่าวไว้ในข้อแรกมีผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถดูแล
ประสบการณแ์ ละความเชอ่ื เกย่ี วกบั ยารกั ษาอาการ ตนเองใหร้ บั ประทานยาอยา่ งตอ่ เนอ่ื งได้ ปจั จยั ดา้ น
ทางจิต และแบบประเมิน Uhvalg for Kliniske ส่ิงแวดล้อมของผู้ป่วยจึงมีผลต่อความร่วมมือ
Undersogelser Side Effect Self-Rating Scale ในการรบั ประทานยา
ซ่ึงเป็นแบบประเมินอาการข้างเคียง และมีระบบ 3.1 ครอบครวั เปน็ ผทู้ ส่ี ามารถสนบั สนนุ
ติดตามความร่วมมือในการรับประทานยาเป็น ให้ก�ำลังใจมีเวลาให้ความเอาใจใส่ ช่วยเตือนเมื่อ

ปีท่ี 31 ฉบับท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2560 5

ผู้ป่วยลืมรับประทานยาและชื่นชมเมื่อผู้ป่วย ความร่วมมือในการรับประทานยาท่ีชัดเจนขึ้น
สามารถดูแลตนเองและรับประทานยาอย่าง นอกเหนอื จากการประเมนิ การรบั ประทานยาครบ
สม่�ำเสมอการมีคนอ่ืนเอาใจใส่ยังส่งผลต่อความ หรือไม่ได้รับประทานยา ผู้ป่วยตระหนักถึงความ
รู้สึกมีคุณค่าในตนเองของผู้ป่วย ซ่ึงจะมีผลดีต่อ เจ็บป่วย การยอมรับการเจ็บป่วยของผู้ป่วยเป็น
การมีแรงจูงใจและความหวังท่ีจะด�ำรงชีวิตอย่าง อย่างไร อาการทางจิตในปัจจุบัน ความสามารถ
มีคุณภาพ มีความพยายามที่จะดูแลตนเองและ ทางปัญญาของผู้ป่วยเป็นอย่างไร มีความสามารถ
รับประทานยาอย่างต่อเน่ือง ในกรณีที่ผู้ป่วย ในการท�ำความเข้าใจหรือจ�ำข้อมูลเก่ียวกับยาและ
ไมส่ ามารถจดั ยาดว้ ยตนเองได้สมาชกิ ในครอบครวั ประโยชนท์ จ่ี ะไดร้ บั หรอื ไม่ มากนอ้ ยอยา่ งไร ผปู้ ว่ ย
ที่เป็นผู้ดูแลสามารถช่วยจัดยาและดูแลให้ผู้ป่วย รบั รคู้ วามสามารถในการดแู ลตนเองรบั ประทานยา
รบั ประทาน (Barkhof et al., 2012; Dangdomyouth, อย่างไร มีความเช่ือ ทัศนคติท่ีมีต่อยาและอาการ
Stern, Oumtanee, & Yunibhand, 2008) ข้างเคียงจากการรับประทานยาอย่างไรผู้ป่วยเคย
3.2 เพอ่ื นและสมาชกิ ในชมุ ชนสง่ เสรมิ ได้รับการเตรียมความพร้อมก่อนจ�ำหน่ายที่
ความร่วมมือในการรับประทานยาของผู้ป่วย เหมาะสมและเพียงพอหรือไม่อย่างไรก่อนได้รับ
จติ เภทได้ จากการให้การยอมรบั และสนับสนนุ ให้ อนญุ าตใหก้ ลับมาอยู่ทบี่ า้ นคราวนี ้ และอีกปัจจัย
ผปู้ ว่ ยรับประทานยา ทส่ี ำ� คญั คอื สงิ่ แวดลอ้ มของผปู้ ว่ ย มคี รอบครวั และ
เพ่ือนของผู้ป่วยท่ีเป็นผู้สนับสนุนให้ก�ำลังใจ
กระบวนการพยาบาลในการดแู ลเพอ่ื สง่ เสรมิ ความ เอาใจใส่สอบถามเป็นระยะหรอื ไม่อยา่ งไร
ร่วมมือในการรับประทานยาของผู้ป่วยจิตเภท นอกจากการประเมินด้วยการสัมภาษณ์
ในชุมชน ด้วยค�ำถามปลายเปิดในประเด็นต่างๆ ที่เก่ียวข้อง
กระบวนการพยาบาลเป็นเคร่ืองมือในการ กับความร่วมมือในการรับประทานยาและปัจจัยที่
ดูแลผู้ป่วย ประกอบด้วย การประเมินสภาพ การ เกีย่ วขอ้ งข้างตน้ แลว้ พยาบาลอาจจะเลอื กใช้แบบ
ให้ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล การวางแผนการ ประเมินความร่วมมือในการรับประทานยาที่มีอยู่
พยาบาลและการปฏิบัติการพยาบาล และการ มาประกอบการประเมนิ เชน่ MedicationAdherence
ประเมินผล พยาบาลควรประยุกต์กระบวนการ Rating Scale (Holmes, Hughes, & Morrison, 2014)
พยาบาลมาใช้ร่วมกับองค์ความรู้จากหลักฐาน แบบสอบถามความร่วมมือในการรับประทานยา
เชิงประจักษ์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการ (ผการตั น์ ถาวรวงศ์ และชลธิดา สิมะวงศ,์ 2548)
รบั ประทานยาของผปู้ ่วยจติ เภทในชุมชน ดงั น้ี เปน็ ตน้
1. การประเมินสภาพผู้ป่วย การประเมิน 2. การให้ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
สภาพเกี่ยวกับความร่วมมือในการรับประทานยา ปัญหาที่พบบ่อย คือ ผู้ป่วยขาดยา โดยอาจจะไม่
พยาบาลควรประเมินปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อ รับประทานเลย หรือรับประทานบางชนิด แต่งด
ความรว่ มมอื ในการรบั ประทานยาทกี่ ลา่ วไวข้ า้ งตน้ บางชนิด หรือปัญหารับประทานไม่ถูกต้อง เช่น
ด้วย ท้ังน้ีจะได้ข้อมูลสาเหตุที่ท�ำให้ผู้ป่วยไม่ให้ ยาทไ่ี ดร้ ับควรจะรับประทานคร้งั ละเม็ด สองเวลา

6 Vol.31 No.1 January - April 2017

แตผ่ ปู้ ว่ ยรบั ประทานคราวเดยี วกนั เปน็ ตน้ สำ� หรบั ให้โอกาสระบายความรู้สึกความคิดความเช่ือ
สาเหตุเกี่ยวกับความร่วมมือในการรับประทานยา เกย่ี วกบั การรบั ประทานยารว่ มไปกบั การใหค้ วามรู้
ของผู้ป่วยจิตเภท ต้องน�ำข้อมูลที่ได้จากการ เกี่ยวกับการปรับยาและการได้รับยาเพ่ือบรรเทา
ประเมินสภาพมาวิเคราะห์ในแต่ละราย ซึ่งใน อาการจากฤทธิข์ า้ งเคียงของยา
ผู้ป่วยแต่ละคนอาจจะมีสาเหตุของพฤติกรรม ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความสามารถดูแล
ดงั กล่าวตา่ งกัน ตนเอง จัดยารับประทานเองได้ ควรมีกิจกรรมท่ี
3. การวางแผนและปฏิบัติการพยาบาล ส่งเสริมความมั่นใจในความสามารถของผู้ป่วย
การพยาบาลเพ่ือส่งเสริมความร่วมมือในการ เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ว่ ยรสู้ กึ มน่ั ใจมากขน้ึ และภมู ใิ จในตนเอง
รบั ประทานยาของผปู้ ว่ ยจติ เภทในชมุ ชนตอ้ งคำ� นงึ 3.2 กิจกรรมส่งเสริมส่ิงแวดล้อมที่
ถึงปัจจัยต่างๆ ท่ีมีผลต่อความร่วมมือในการ สนบั สนนุ ผปู้ ว่ ยใหม้ คี วามรว่ มมอื ในการรบั ประทาน
รบั ประทานยาขา้ งตน้ และมคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งอาศยั ยา ควรให้สมาชิกครอบครัวหรือผู้ดูแลผู้ป่วย
ความรว่ มมือจากตวั ผปู้ ว่ ย ครอบครัว และสมาชิก เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ลักษณะกิจกรรมมุ่งพัฒนา
ในชุมชน ดังน้ัน การส่งเสริมความร่วมมือในการ ความสัมพันธ์และการมีมุมมองต่อผู้ป่วยในทาง
รับประทานยาจึงต้องมีการปฏิบัติการพยาบาลกับ บวก สรา้ งความเชอ่ื มน่ั ของครอบครวั ทมี่ ตี อ่ ความ
บคุ คลทีเ่ กีย่ วขอ้ งเหล่าน้ี สามารถของผู้ป่วย และร่วมกันหาวิธีการแสดง
3.1 การพยาบาลแก้ไขสาเหตุจากปัจจัย ความเอาใจใส่ต่อกันด้วยการสื่อสารท่ีเหมาะสม
ด้านตัวผู้ป่วย หลังจากทราบสาเหตุท่ีท�ำให้ผู้ป่วย ท้ังนี้จะเป็นการปฏิบัติการพยาบาลเพ่ือส่งเสริม
ไมร่ ับประทานยาแลว้ เพือ่ ให้ผู้ปว่ ยมีความร่วมมอื ส่งิ แวดล้อมทเี่ ป็นบุคคลให้กับผู้ป่วย
ในการรับประทานยาพยาบาลควรค้นหาวิธีการ นอกจากกิจกรรมที่ให้ครอบครัวหรือ
ทจ่ี ะทำ� ใหผ้ ปู้ ว่ ยยอมรบั การเจบ็ ปว่ ยมกี ารใหค้ วามรู้ ผดู้ แู ลทำ� รว่ มกนั กบั ผปู้ ว่ ยแลว้ พยาบาลอาจจะตอ้ ง
เก่ียวกับโรคและยาท่ีได้รับ เน้นการท�ำให้เห็น จัดโอกาสให้ครอบครัวหรือผู้ดูแลได้รับบริการ
ประโยชน์ของยาต่อผลการรักษาและการป้องกัน ค�ำปรึกษา เพื่อพัฒนาความสามารถในการเผชิญ
การก�ำเริบซำ�้ ปัญหา เพ่ือจะเป็นผู้ดูแลสนับสนุนผู้ป่วยได้
ในกรณีท่ีพบว่าสาเหตุท่ีผู้ป่วยไม่ อย่างเหมาะสมต่อไป (รัตนา พันจุย, อรพรรณ
รับประทานยาเกิดจากทีผ่ ปู้ ่วยมคี วามเชอ่ื ทศั นคติ ลอื บญุ ธวัชชัย, และรัตน์ศริ ิ ทาโต, 2557)
ต่อยาไม่ดีและ/หรือเคยมีประสบการณ์เก่ียวกับ 3.3 โปรแกรมส่งเสริมความร่วมมือใน
มีอาการข้างเคียงจากการรับประทานยา ท�ำให้ การรบั ประทานยากรณที พี่ ยาบาลตอ้ งการพฒั นางาน
ไม่สบายใจหรือปฏิเสธที่จะรับประทานยาในกลุ่ม ดแู ลเพอ่ื สง่ เสรมิ ความรว่ มมอื ในการรบั ประทานยา
เดยี วกนั นอี้ กี การใชห้ ลกั การพยาบาลจติ เวชทต่ี อ้ ง ในผู้ป่วยจิตเภทที่เหมาะสมกับผู้ป่วยจิตเภทไทย
สรา้ งประสบการณท์ างอารมณใ์ นทางทดี่ จี ะมคี วาม โดยใช้ผลการวจิ ัย อาจจะศกึ ษาเพ่ิมเตมิ จากผลการ
จำ� เปน็ อาจจะทำ� ดว้ ยการเปดิ วงสนทนาแลกเปลยี่ น ทบทวนงานวิจัยซึ่งมีการวิจัยกันในเร่ืองน้ีมาอย่าง
ประสบการณก์ ารรบั ประทานยารกั ษาอาการทางจติ ต่อเนือ่ ง

ปีท่ี 31 ฉบับท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2560 7

จากการทบทวนงานวิจัยของ บารคฮอฟ Intervention (TIPS) (Beebe et al., 2008) พยาบาล
และคณะ(Barkhofetal.,2012)เรอื่ ง“Interventions จิตเวชที่ได้รับการอบรมเป็นผู้โทรไปให้การดูแล
to improve adherence to antipsychotic medication และให้ค�ำปรึกษากับผู้ป่วยจิตเภทเพื่อจัดการ
in patients with schizophrenia – A review of the กับปัญหา ช่วยเตือน และให้ค�ำปรึกษาพิจารณา
past decade” พบว่า โปรแกรมการปรบั ปรุงความ ทางเลือกในการเผชิญปัญหาและจัดการกับ
ร่วมมือในการรับประทานยาที่มีการศึกษาวิจัย อปุ สรรคทม่ี ผี ลตอ่ การรบั ประทานยาผลการศกึ ษา
ก่อนหน้า มีทั้งท่ีเป็นโปรแกรมท�ำเป็นรายบุคคล พบวา่ กลมุ่ ทดลองมอี ตั ราการรบั ประทานยา ระยะ
รายกลุ่ม ครอบครัว หรือระดับชุมชน มีช่วงของ 3 เดือน (รอ้ ยละ 80) สงู กวา่ กลุ่มควบคมุ (รอ้ ยละ
การให้ Interventions และช่วงระยะเวลาตดิ ตามท่ี 60.1)สำ� หรบั การประเมนิ ผลลพั ธข์ องความรว่ มมอื
แตกต่างกัน ตั้งแต่ติดตามภายใน 2 เดือน จนถึง ในการรับประทานยาในงานวิจัยที่ผ่านมา แต่ละ
บางโปรแกรมติดตาม 2 ปี โดยงานวิจัยศึกษาผล โปรแกรมมีการประเมินผลแตกต่างกัน เช่น self-
ของโปรแกรมเหล่าน้ีมีการใช้แนวคิดจากทฤษฎี report, pill count, และ urine test อย่างไรก็ตาม
ต่างๆ ได้แก่ Health Belief Model เป็นส่วนใหญ่ ผลวจิ ยั ยงั ไมม่ ขี อ้ สรปุ ทแ่ี นน่ อนดงั นนั้ การจะเลอื ก
รองลงมาคอื Self-regulationtheory,Socialsupport ใช้โปรแกรมใด พยาบาลควรพิจารณาจากบริบท
theory และ Theory of Planned Behavior ผลการ ของผู้ป่วยแต่ละรายและปัจจัยท่ีเป็นสาเหตุหลัก
ศึกษาพบว่าโปรแกรมที่เป็น Psychoeducation และการศึกษาวิจัยต่อยอดยังคงมีความจ�ำเป็นเพ่ือ
Interventions ส่งผลต่อความร่วมมือในการ จะได้โปรแกรมการดูแลเพ่ือส่งเสริมความร่วมมือ
รับประทานยาน้อย ยกเว้นโปรแกรมท่ีมีการ ในการรับประทานยาทมี่ ีประสิทธผิ ลดียิง่ ขน้ึ
ผสมผสานBehavioralandCognitive Interventions ส�ำหรับการศึกษาวิจัยในประเทศไทย มี
ที่มุ่งจัดการโดยตรงกับทัศนคติและความร่วมมือ การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความร่วมมือในการ
ในการรับประทานยา ร่วมกับโปรแกรมที่มีระยะ รบั ประทานยาหลายโปรแกรม เชน่ โปรแกรมการ
เวลานานกว่าจากการศึกษาพบว่า โปรแกรมที่ได้ เสริมสร้างแรงจูงใจผู้ป่วยจิตเภทในการใช้ยาตาม
ผลสูงสุดต่อการให้ผู้ป่วยเกิดความร่วมมือในการ เกณฑ์การรักษา สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จ
รับประทานยา ได้แก่โปรแกรมที่มีการผสมผสาน เจา้ พระยา(จนั ทรเ์ พญ็ สทุ ธชิ ยั โชติและคณะ,2556)
หลายวิธีการเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการ โปรแกรมการรบั รสู้ มรรถนะแหง่ ตนตอ่ พฤตกิ รรม
รับประทานยา เช่น โปรแกรมที่ผสมผสาน การปฏิบตั ติ ัวในผ้ปู ่วยจิตเภท (นติ ยา เศรษฐจนั ทร
cognitive behavioral techniques กับการให้ และคณะ, 2559) ท้ังสองโปรแกรมเป็นตัวอย่าง
ครอบครัวมีส่วนร่วม และการด�ำเนินการโดยใช้ โปรแกรมที่เน้นปัจจยั ดา้ นตวั ผปู้ ว่ ย
ชุมชนเป็นฐาน ส�ำหรับระยะเวลาในการด�ำเนิน 4. การประเมนิ ผล การตดิ ตามความรว่ มมอื
โปรแกรม โปรแกรมท่ีใช้ระยะเวลานานกว่า ในการรับประทานยา เนื่องจากผู้ป่วยบางรายอาจ
สามารถสง่ เสรมิ ความรว่ มมอื ในการรบั ประทานยา จะมีอาการทางจิตเปล่ียนแปลงหรือมีสถานการณ์
ไดม้ ากกว่า ตัวอยา่ งโปรแกรม Telephone-Nursing บางอย่างในชีวิตท่ีมีผลต่อสุขภาพจิตและการ

8 Vol.31 No.1 January - April 2017

รับประทานยา การท่พี ยาบาลเขา้ ไปเยีย่ มบ้านและ โดยท�ำเช่นน้ันมาตลอดจนกระทั่งวันที่อาจารย์
ประเมินอาการทางคลินิกจึงเป็นสิ่งท่ีจ�ำเป็นและ พยาบาลและนักศึกษาไปเยี่ยมที่บ้าน เมื่อสร้าง
ควรมีการปฏิบัติเป็นประจ�ำ นอกจากนี้ควรมีการ สัมพันธภาพกับผู้ป่วยและพ่ีสาวซึ่งอาศัยอยู่
ก�ำกับติดตามด้วยวิธีอ่ืน เช่น การให้ผู้ป่วยบันทึก ใกล้กับบ้านของผู้ป่วยแล้ว เราได้ท�ำความตกลง
ก็เป็นวิธีการหน่ึง ท่ีจะช่วยเตือนความจ�ำเกี่ยวกับ และต้ังเป้าหมายร่วมกันท่ีจะช่วยให้ผู้ป่วย
การรับประทานยาได้ การโทรศัพท์เพื่อสอบถาม รับประทานยาให้ถูกต้องและมีรูปแบบการด�ำรง
อาการและการรับประทานยาก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ ชีวิตทเ่ี หมาะสมมากขน้ึ
พบว่ามีค่าใช้จ่ายน้อย นอกจากติดตามประเมินได้ จากการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความ
แล้วยังมีผลดีต่อการกระตุ้นเตือนให้ผู้ป่วยมีความ รว่ มมอื ในการรบั ประทานยาในผ้ปู ว่ ยรายน้ี พบว่า
ร่วมมอื ในการรับประทานยาระหวา่ งทอี่ าศยั อยใู่ น ปัจจัยด้านผู้ป่วย คือ ผู้ป่วยยอมรับการ
ครอบครวั ด้วย เจ็บป่วย แต่มีความจ�ำกัดด้านความสามารถทาง
ตัวอย่างกรณีศึกษาที่ 1: ผู้ป่วยจิตเภทหญิง ปัญญา ท�ำให้ผู้ป่วยขาดความเข้าใจเกี่ยวกับความ
อายุ 55 ปี ป่วยเป็นจิตเภทมาประมาณ 15 ปี มโี รค จ�ำเป็นของการรับประทานยาให้ตรงตามเวลาท่ี
ประจำ� ตวั ทางกายคอื ความดนั โลหติ สงู สถานภาพ แพทย์ก�ำหนด และขาดการคิดเช่ือมโยงเร่ืองการ
สมรสคู่ จบการศึกษาระดบั ปรญิ ญาตรี เดิมท�ำงาน รับประทานยาทีม่ ตี ่อผลการรกั ษา และกระทบตอ่
เปน็ เจา้ หนา้ ทใ่ี นโรงพยาบาลแหง่ หนง่ึ ปจั จบุ นั ไมไ่ ด้ การดำ� รงชีวติ ประจำ� วัน
ประกอบอาชพี อยบู่ า้ นของตนเอง มบี ตุ รชาย 1 คน ปจั จัยดา้ นส่งิ แวดล้อม คอื ครอบครัว ผปู้ ่วย
บตุ รชายทำ� งานอยอู่ กี ทหี่ นงึ่ จงึ ไปเชา่ หอพกั อยใู่ กล้ มีส่ิงแวดล้อมท่ีเป็นแหล่งสนับสนุนทางสังคม
ทที่ ำ� งาน จะกลบั มาบา้ นทกุ วนั หยดุ สามที �ำงานอยู่ ท่ีส�ำคัญคือ มีพี่สาวและบุตรชายท่ีห่วงใยดูแล
ต่างจังหวัดกลับบ้านประมาณเดือนละคร้ังหรือ ผปู้ ่วยเป็นประจ�ำ
บางเดือนก็ไม่กลับ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยอยู่บ้านตาม การพยาบาลทไี่ ดใ้ หก้ บั กรณตี วั อยา่ งรายนใ้ี น
ลำ� พงั โดยมพี สี่ าวซง่ึ อยใู่ กลบ้ า้ นแวะมาเยย่ี มในชว่ ง ส่วนท่ีส่งเสริมความร่วมมือในการรับประทานยา
กลางวันบางวนั คอื
ผลจากการรวบรวมข้อมูลและประเมิน - จัดให้ผู้ป่วยสนทนาเก่ียวกับความเข้าใจ
สภาพ พบว่า ผู้ป่วยมีปัญหาความร่วมมือในการ เรื่องโรค การรักษาด้วยยา และให้ผู้ป่วยสังเกตผล
รับประทานยา ในลกั ษณะของวธิ ีปฏบิ ัติไม่ถูกต้อง ของการรบั ประทานยาวนั ละคราวเดยี วหมดทกุ ชนดิ
คือ ผู้ป่วยยินดีรับประทานยาตามท่ีได้รับมาจาก ซึ่งผู้ป่วยตระหนักถึงผลเสียมากข้ึน นอนท้ังวัน
โรงพยาบาลแต่รับประทานไม่ถูกเวลา ผู้ป่วย กลางคืนนอนไม่หลับ บ้านสกปรกเพราะง่วงจึง
รับประทานทุกชนิดในคราวเดียว โดยรวมยาทุก ลกุ มาท�ำความสะอาดไมไ่ หว
เวลามารบั ประทานพรอ้ มกนั หลงั อาหารเชา้ ผปู้ ว่ ย - เสนอแนะผู้ป่วยเปล่ียนแปลงวิธีการ
มีการใช้เวลาไม่เหมาะสม กลางวันนอนเกือบ รับประทานยา และร่วมกันวางแผนการใช้เวลา
ตลอดวนั เพราะงว่ ง สว่ นกลางคนื นอนไมค่ อ่ ยหลบั ในแต่ละวนั จัดท�ำตารางเวลาและบนั ทึกกิจกรรม

ปที ่ี 31 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2560 9

- พยาบาลเข้าไปเย่ียมสม�่ำเสมอ และให้ จากการสนทนากับผู้ป่วย บิดามารดา และ
กลา่ วชนื่ ชมเมอ่ื ผปู้ ว่ ยสามารถปฏบิ ตั คิ วามรว่ มมอื พยาบาลประจ�ำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบล
ในการรับประทานยาได้ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ ท่รี ับผิดชอบดแู ลครอบครัวน้ีทราบว่า ผปู้ ว่ ยได้รบั
ผู้ป่วยได้พูดคุยปรึกษาในส่ิงท่ีอาจยังมีข้อกังวลใจ ความเอาใจใส่จากครอบครัว และตัวผู้ป่วยก็
หรือไม่สบายใจเกย่ี วกับยาหรอื อาการขา้ งเคียง ตระหนักถึงความใส่ใจนี้ ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิต
- จดั ใหพ้ ส่ี าวของผปู้ ว่ ยมาเขา้ รว่ มสนทนา อยู่ที่บ้านได้ดี แม้ว่าป่วยมาหลายปี ผู้ป่วยมีหน้าท่ี
แลกเปล่ียนความรู้และประสบการณ์เก่ียวกับการ ชว่ ยงานบา้ นซ่งึ ท�ำไดพ้ อสมควร มารดาพอใจและ
รับประทานยา และเสนอแนะให้พี่สาวสอบถาม ใหค้ ำ� ชมเชยผปู้ ว่ ย มปี า้ ขา้ งบา้ นมาชว่ ยทำ� งานบา้ น
และใหก้ ำ� ลังใจเมอื่ ผู้ป่วยสามารถปฏิบตั ิไดด้ ี บางครั้ง
การประเมินผล การเข้าเย่ียมคร้ังต่อๆ มา การพยาบาลที่ได้ให้กับกรณีตัวอย่างรายน้ี
พบวา่ ผปู้ ว่ ยรบั ประทานยาถกู เวลา และรสู้ กึ สดชนื่ ในสว่ นทสี่ ง่ เสรมิ ความรว่ มมอื ในการรบั ประทานยา
ขึ้น สามารถลุกมาท�ำกิจวัตรประจ�ำวันได้ รดน้�ำ คอื
ต้นไม้ทบ่ี ตุ รชายหามาไว้ใหผ้ ูป้ ว่ ย (มารดา) ดแู ลได้ - สร้างสัมพันธภาพเพื่อให้ผู้ป่วยไว้วางใจ
ผปู้ ว่ ยรสู้ กึ ภมู ใิ จทตี่ นสามารถทำ� งานบา้ นและดแู ล พูดคุยและให้การเสริมแรงทางบวกเกี่ยวกับการ
ตน้ ไม้ของบตุ รชายได้ การสนทนาพดู คยุ ถึงการใช้ รับประทานยาและความสามารถท่ีผู้ป่วยช่วยงาน
เวลาเพื่อท�ำสิ่งที่มีคุณค่าเช่น การท�ำขนม การ ที่บ้านได้
ขายของหน้าบ้าน เป็นต้น ซึ่งพยาบาลได้ปรึกษา - เสนอแนะผู้ป่วยเกี่ยวกับการจัดยาใส่
รว่ มกบั พส่ี าวของผปู้ ว่ ย และวางแผนจะสนบั สนนุ กลอ่ งยาเพอื่ เตรยี มไวส้ ำ� หรบั แตล่ ะมอื้ ของวนั และ
ใหผ้ ้ปู ว่ ยขายของหน้าบา้ นเพ่ือมีรายได้ และเพอ่ื ให้ การวางไว้ในท่ีที่สามารถเตือนความจ�ำตนเองได้
ผู้ป่วยเกิดความภูมิใจในตนเอง โดยพี่สาวจะน�ำไป เพ่ือปอ้ งกนั การลมื กินยา
ปรกึ ษากบั บตุ รของผปู้ ว่ ยซงึ่ จะกลบั มาบา้ นในชว่ ง - เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้พูดคุยและระบาย
วนั หยุดเป็นประจำ� ตอ่ ไป ความรู้สึก และสอบถามขอ้ สงสยั เกี่ยวกับยา
ตัวอย่างกรณีศึกษาท่ี 2: ผู้ป่วยจิตเภทหญิง - เปิดโอกาสให้บิดามารดาของผู้ป่วยได้
อายุ 35ปี ป่วยเป็นจิตเภทมาประมาณ 8 ปี อาศัย สอบถามข้อสงสัยเก่ียวกับการดูแลผู้ป่วย และให้
อยู่กับบิดาและมารดาที่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ความรู้เก่ียวกับโรคจิตเภท การสังเกตอาการเตือน
สามารถช่วยงานบ้านท่ีได้รับมอบหมายได้ ผู้ป่วย ยาและอาการข้างเคียงที่อาจเกิดข้ึนเพื่อให้บิดา
รับประทานยารักษาอาการทางจิตต่อเนื่อง เมื่อยา มารดา ซึง่ เปน็ ผ้ดู แู ลหลกั มคี วามร้คู วามเขา้ ใจและ
ใกลห้ มดผปู้ ว่ ยจะไปรบั ยาทโี่ รงพยาบาลดว้ ยตนเอง มัน่ ใจในการดแู ลผ้ปู ว่ ยมากขึน้
ปญั หาทพี่ บคอื ผปู้ ว่ ยลมื กนิ ยาในบางครง้ั เนอื่ งจาก - ประสานงานกับพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย
ทำ� งานบา้ นหรอื ทำ� อยา่ งอน่ื จนเลยเวลารบั ประทาน ในชุมชน ให้ความร่วมมือทางการพยาบาล การ
ยา ติดตามเยี่ยมบ้าน ส่งต่อข้อมูลการดูแลเพ่ือเสริม
สร้างความเข้มแข็งในการท�ำงานร่วมกันเป็นทีม

10 Vol.31 No.1 January - April 2017

และผูป้ ว่ ยได้รับการดูแลตอ่ เนื่อง ร่วมกับครอบครัวและชุมชนด้วยการใช้ชีวิตตาม
การประเมินผล จากการเย่ียมผู้ป่วยใน ศกั ยภาพไดต้ อ่ เนอื่ งนา่ จะเปน็ เปา้ หมายสำ� คญั ทสี่ ดุ
หลายคร้ังต่อมา ผู้ป่วยสามารถรับประทานยาได้ ในการพยาบาลผปู้ ว่ ยจิตเภทในทศวรรษน้ี
ครบตามเวลา
กรณตี วั อยา่ งทงั้ สองขา้ งตน้ พยาบาลสขุ ภาพจติ เอกสารอ้างอิง
และจิตเวชได้เข้าไปส่งเสริมความร่วมมือในการ จันทร์เพ็ญ สุทธิชัยโชติ, สุกฤติยา กุลศรี, และ
รับประทานยาของผู้ป่วยจิตเภท โดยประยุกต์การ วฒั านาภรณ์พบิ ลู ยอ์ าลกั ษณ.์ (2556).ผลของ
ดแู ลดา้ นปจั จยั ตวั ผปู้ ว่ ยปจั จยั ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ มและ การเสรมิ สรา้ งแรงจงู ใจผปู้ ว่ ยจติ เภทในการ
สนับสนุนปัจจัยด้านสัมพันธภาพและบริการจาก ใชย้ าตามเกณฑก์ ารรกั ษาสถาบนั จติ เวชศาสตร์
บคุ ลากรทางสขุ ภาพจติ ทด่ี ี แนวทางจากโปรแกรม สมเดจ็ เจา้ พระยา.วารสารการพยาบาลจติ เวช
ต่างๆ จึงท�ำให้สามารถส่งเสริมผู้ป่วยให้ได้รับยา และสุขภาพจติ , 27(3), 75-86.
อยา่ งเหมาะสมและตอ่ เนื่องได้ ผการตั น์ ถาวรวงศ์ และชลธิดา สมิ ะวงศ.์ (2548).
ผลของการจัดการผู้ป่วยรายกรณีต่อการ
สรปุ กลับเป็นซ้�ำและความร่วมมือในการรักษา
การดูแลผู้ป่วยจิตเภทที่อยู่ในชุมชนเพื่อ ด้วยยาของผู้ป่วยโรคจิตเภท โรงพยาบาล
ส่งเสริมความร่วมมือในการรับประทานยาเป็น สวนปรุง. เชยี งใหม่: โรงพยาบาลสวนปรงุ .
บทบาทอสิ ระทส่ี ำ� คญั อกี บทบาทหนงึ่ ของพยาบาล นิตยา เศรษฐจันทร, อรทัย สงวนพรรค, ส�ำราญ
สุขภาพจิตและจิตเวชองค์ความรู้เกี่ยวกับความ อยู่หมื่นไวย, และวาสนา จินากลึง. (2559).
ร่วมมือในการรับประทานยาในผู้ป่วยจิตเภท การพฒั นาโปรแกรมการรบั รสู้ มรรถนะแหง่
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความร่วมมือในการ ตนต่อพฤติกรรมการปฏิบัติตัวในผู้ป่วย
รบั ประทานยาของผปู้ ว่ ยการประยกุ ตก์ ระบวนการ จิตเภท. วารสารการพยาบาลจิตเวชและ
พยาบาลและองค์ความรู้ใหม่จากหลักฐานเชิง สขุ ภาพจิต, 30(1), 1-16.
ประจกั ษจ์ ากงานวจิ ยั พฒั นาและทดสอบโปรแกรม มาโนช หล่อตระกูล และปราโมทย์ สุคนิชย์.
เสนอแนะใหใ้ ชก้ ารผสมผสานการดแู ลปจั จยั สำ� คญั (2552).จติ เวชศาสตรร์ ามาธบิ ด ี ( พมิ พค์ รงั้ ที่3).
ด้านต่างๆ มีประโยชน์ต่อการน�ำไปปรับใช้พัฒนา กรุงเทพฯ: บรษิ ทั บียอนด์ เอ็นเตอร์ไพรซ.์
รูปแบบและระบบการพยาบาลเพ่ือส่งเสริมความ รตั นา พนั จยุ , อรพรรณ ลอื บญุ ธวชั ชยั , และรตั นศ์ ริ ิ
ร่วมมือในการรับประทานยาของผู้ป่วยจิตเภทใน ทาโต. (2557). ผลของโปรแกรมการให้
ชุมชนต่อไปผลจากการรับประทานยาได้ถูกต้อง ค�ำปรึกษาแบบกลุ่มต่อความสามารถใน
และต่อเน่ืองน้ันนอกจากท�ำให้อาการของผู้ป่วย การเผชิญปัญหาของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภท
ไม่ก�ำเริบแล้ว ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ในชุมชน. วารสารการพยาบาลจิตเวชและ
ความสามารถในการทำ� หนา้ ทหี่ รอื ประกอบอาชพี สขุ ภาพจติ , 28(3), 117-129.
ตามศักยภาพและความผาสุกในการใช้ชีวิตอยู่ Barkhof, E., Meijer, C.J., de Sonneville, L.M.J.,

ปีท่ี 31 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2560 11

Linszen, D.H., & de Haan, L. (2012). Is there a difference between typical and
Interventions to improve adherence to atypical agents? American Journal of
antipsychotic medication in patients with Psychiatry, 159, 103-108.
schizophrenia: A review of the past decade. El-Missiry, A., Elbatrawy, A., El Missiry, M.,
European Psychiatry, 27, 9-18. Moneim, D.A., Ali, R., & Essawy, H. (2015).
Beebe, L.H., Smith, K., & Crye, C. (2008). Comparingcognitivefunctionsinmedication
Telenursing intervention increases adherent and non-adherent patients with
psychiatric medication adherence in schizophrenia. Journal of Psychiatric
schizophrenia outpatients. Journal of the Research, 70, 106-112.
American Psychiatry Nurses Association, Haynes, R.B. (1979). Determinants of compliance:
14(3), 217-224. The disease and the mechanics of treatment.
Brain, C., Allerby, K., Sameby, B., Quinlan, P., Joas, Baltimore MD: Johns Hopkins University
E., Karilampi, U., Lindstrom, E., Eberhard, Press.
J., Burns, T., & Waern, M. (2013). Drug Holmes, E.A.F., Hughes, D.A. & Morrison, V.L.
attitude and other predictors of medication (2014). Predicting adherence to medication
adherence in schizophrenia: 12 months of using health psychology theories: A
electronic monitoring (MEMS®) in the systematic review of 20 years of empirical
Swedish COAST-study. European Neuro- research. Value in Health, 17, 863-876.
psychopharmacology, 23, 1754-1762. Hui,C.L.M.,Chen,E.Y.C.,Kan,C.S.,Yip,K.C.,Law,
Bressington, D., Mui, J.& Gray, R.(2013). Factors C.W., &Chiu,C.P.Y.(2006).Antipsychotics
associated with antipsychotic medication adherence among out-patients with
adherence in community-based patients schizophrenia in Hong Kong. Keio Journal
with schizophrenia in Hong Kong: A cross of Medicine, 55(1), 9-14.
sectional study. International. Journal of Keith,S.J.,&Kane,J.M.(2003).Partialcompliance
Mental Health Nursing, 22, 35-46. and patient consequences in schizophrenia:
Dangdomyouth, P., Stern, P., Oumtanee, A., & Our patients can do better. Journal of
Yunibhand, J. (2008). Tactful monitoring: Clinical Psychiatry, 64(11), 1308-1315.
how Thai caregivers manage their relative Lacro, J.P., Dunn, L.B., Dolder, C.R. et al. (2002).
with schizophrenia at home.Issue in Mental Prevalence of and risk factors for medication
Health Nursing, 29, 37-50. nonadherence in patients with schizophrenia:
Dolder, C.R., Lacro, J.P., Dunn, L.B., & Jeste, D.V. A comprehensive review of recent
(2002).Antipsychoticmedicationadherence: literature. Journal of Clinical Psychiatry,

12 Vol.31 No.1 January - April 2017

63, 892-909. Vrijens, B., De Geest, S., Hughes, D.A.,
Leucht, S., Tardy, M., Komossa, K., Heres, S., Przemyslaw, K., Demonceau, J., Ruppar,
Kissling, W., Salanti, G., Davis, J.M. T., Dobbels, F., Fargher, E., Morrison, V.,
(2012). Antipsychotic drugs versus placebo Lewek, P., Matyjaszczyk, M., Mshelia, C.,
for relapse prevention in schizophrenia: A Clyne W., Aronson, J.K., & Urquhart, J.
systematic review and meta-analysis. (2012). A new taxonomy for describing and
Lancet, 379, 2063-2071. defining adherence to medication. British
Llorca, P.M. (2008). Partial compliance in Journal of Clinical Pharmacology, 73,
schizophrenia and the impact on patient 691-705.
outcomes. Psychiatry Research. 161(2), World Health Organization. (2003). Adherence
235-247. to long- term therapy: Evidence for action.
Masand, P.S., Roca, M., Turner, M.S., & Kane, J.M. Retrieved January 10, 2017 from
(2009). Partial adherence to antipsychotic http://apps.who.int/iris/bitstream/10665/
medication impacts the course of illness 42682/1/9241545992.pdf
in patients with schizophrenia: A review.
Primary Care Companion to the Journal of
Clinical Psychiatry, 11(4), 147-154.
Rand, C.S. (1993). Measuring adherence with
therapy for chronic diseases: Implications
for the treatment of heterozygous familial
hypercholesterolemia. American Journal of
Cardiology, 72, 68D-74D.
Sanseeha, L., Chontawan, R., Sethabouppha, H.,
Disayavanish, C., & Turale, S. (2009).
Illness perspectives of Thais diagnosed
with schizophrenia. Nurse Health Science,
11, 306-311.
Staring, A.B.P., Van der Gaag, M., & Mulder, C.L.
(2013). Letter to the editor: Schizophrenia
and antipsychotic medication—Better
adherence, better outcomes? Schizophrenia
Research, 151, 296-297.


Click to View FlipBook Version