The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

29.นางสาวปนัดดา มณีจันสุข

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

29.นางสาวปนัดดา มณีจันสุข

29.นางสาวปนัดดา มณีจันสุข

Keywords: รายงานพละ

รายงาน
แบดมินตัน

โดย
นางสาวปนดั ดา มณีจันสุข
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่5.1 เลขท2่ี 9

เสนอ
คุณครกู ระจ่าง หลักคา
โรงเรียนสามคั ควี ิทยาคม
สานกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 36



คานา

รายงานเลม่ นี้จดั ทาขึน้ เพื่อเป็นส่วนหน่ึงของรายวชิ า พ32101 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่5 เพือ่ ใหไ้ ด้ศึกษา
หาความรู้ในเร่อื งแบดมินตัน และได้ศึกษาอย่างเขา้ ใจเพ่ือเป็นประโยชน์กับการเรียน

ผู้จัดทาหวงั ว่า รายงานเล่มนีจ้ ะเป็นประโยชน์กับผู้อา่ น หรอื นักเรียน นกั ศึกษา ท่ีกาลังหาข้อมูลเรื่องน้ี
อยู่ หากมีขอ้ ผิดพลาดประการใด ผู้จดั ทาขอน้อมรบั ไวแ้ ละขออภยั มา ณ ทีน่ ี้ด้วย

ปนดั ดา มณีจนั สขุ
ผจู้ ดั ทา

สารบญั ข

คานา หน้า
สารบัญ ก
ประวัติความเปน็ มา ข
1-3
-ประวตั ิแบดมนิ ตนั ภายในประเทศ 1
-ประวัตแิ บดมินตันตา่ งประเทศ 1-3
ประโยชน์ของการเล่นกีฬาแบดมินตนั 3-4
-ด้านร่างกาย 3
-ด้านจิตใจ 3
-ด้านสงั คม 4
มารยาทในการเลน่ 4-5
-มารยาทของผ้เู ล่น 4-5
-มารยาทของผูช้ ม 5
การเล่นด้วยความปลอดภยั 5
วิธีการเก็บรักษาอปุ กรณ์ 5-6
เกมทีน่ าไปสกู่ ีฬาแบดมินตัน 6
-ชื่อเกม 6
-วิธกี ารเลน่ 6
-ประโยชน์ทไ่ี ด้รบั 6
ทกั ษะกีฬาพ้ืนฐานแบดมินตัน 6-10
-ทา่ การอบอุ่นรา่ งกาย 6-7
-การจับไม้ 7
-การยืนทรงตวั 7-8
-การตี 8
-การตบ 8-9
-การเสิร์ฟ 9
-การแขง่ ขัน 9-10
กตกิ าการแข่งขัน 10-11
บรรณนานุกรม 12

1

 ประวตั ิความเป็นมา

-ประวตั ิแบดมินตันภายในประเทศ

การเล่นแบดมินตนั ได้เข้ามาสู่ประเทศไทยในราวปี พ.ศ. 2456 โดยเร่มิ เลน่ กฬี าแบดมินตันแบบมี ตา
ข่าย โดยพระยานิพัทยกลุ พงษ์ ได้สร้างสนามขึ้นท่บี า้ น ซ่ึงต้งั อยรู่ ิมคลองสมเดจ็ เจ้าพระยาธนบรุ ี แล้วนิยมเลน่
กนั อยา่ งแพร่หลายออกไป สว่ นมากเลน่ กนั ตามบ้านผู้ดมี ีตระกลู วังเจา้ นาย และในราชสานัก การเลน่
แบดมินตันคร้ังนน้ั นยิ มเล่นข้างละ 3 คน ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2462 สโมสรกลาโหมได้เป็นผจู้ ัดแขง่ ขัน
แบดมนิ ตันท่ัวไปข้นึ เป็นคร้งั แรก โดยจัดการแข่งขัน 3 ประเภทไดแ้ ก่ ประเภทเดยี่ ว ประเภทคู่ และประเภท
สามคน ปรากฏว่าทมี แบดมินตันบางขวางนนทบรุ ี (โรงเรยี นราชวทิ ยาลยั บางขวางนนทบรุ )ี ชนะเลศิ ทุก
ประเภท นอกจากน้ี มนี ักกีฬาแบดมนิ ตนั ฝมี ือดเี ดินทางไปแขง่ ขันยงั ประเทศใกลเ้ คียงอยู่บ่อยๆ

ในปี พ.ศ. 2494 พระยาจินดารักษไ์ ด้ก่อต้ังสมาคมชือ่ ว่า "สมาคมแบดมินตนั แห่งประเทศไทย" เม่ือ
แรกต้งั มีอยู่ 7 สโมสร คอื สโมสรสมานมติ ร สโมสรบางกอก สโมสรนิวบอย สโมสรยนู ติ ้ี สโมสร ส.ธรรมภักดี
สโมสรสงิ หอ์ ุดม และสโมสรศิริบาเพ็ญบญุ ซึง่ ในปจั จบุ นั นี้เหลือเปน็ สโมสรสมาชกิ ของสมาคมอยู่เพียง 2 สโมสร
คอื สโมสรนิวบอย และสโมสรยนู ิตเ้ี ทา่ น้ัน และในปีเดียวกัน สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยก็ได้สมัครเข้า
เป็นสมาชิกของสหพันธแ์ บดมินตันนานาชาติด้วย สมาคมแบดมนิ ตนั แหง่ ประเทศไทยมนี ักกฬี าแบดมินตนั ทม่ี ี
ฝมี อื ดอี ยู่มาก ซึ่งได้สรา้ งชื่อเสียงให้กับประเทศไทยจากการลงแขง่ ขันใน รายการต่าง ๆ ของโลกเป็นอย่างมาก
ทั้งโธมัสคพั อูเบอร์คัพ และการแขง่ ขนั ออลองิ แลนด์ โดยวงการแบดมนิ ตันของไทยยกย่อง นายประวตั ิ ปัตต
พงศ์ (หลวงธรรมนญู วฒุ กิ ร) เปน็ บิดาแห่งวงการแบดมินตันของประเทศไทย

-ประวตั แิ บดมินตันตา่ งประเทศ

แบดมนิ ตัน (Badminton) เปน็ กฬี าที่ได้รบั การวจิ ารณ์เปน็ อยา่ งมาก เพราะไมม่ ีหลักฐานทีแ่ น่ชัดถงึ
ทม่ี าของกีฬาประเภทน้ี คงมแี ต่หลักฐานบางอย่างท่ที าใหท้ ราบว่า กีฬาแบดมินตนั มีเลน่ กันในยุโรป โดยเฉพาะ
ในประเทศองั กฤษ ตอนปลายศตวรรษท่ี 17 และจากภาพสนี า้ มนั หลายภาพได้ยืนยนั ว่า กฬี าแบดมนิ ตันเลน่
กันอยา่ งแพร่หลายในพระราชวงศข์ องราชสานักตา่ ง ๆ ในทวปี ยโุ รป แมว้ า่ จะเรียกกนั ภายใตช้ ื่ออนื่ ก็ตาม

โดยกฬี าแบดมินตันได้รับการบนั ทึกแบบเปน็ ลายลักษณ์อักษรในปี พ.ศ. 2413 ซ่ึงพบวา่ มกี ารเลน่
กฬี าลกู ขนไก่เกดิ ข้นึ ทีเ่ มอื งปูนา (Poona) ในประเทศอนิ เดีย เป็นเมอื งเล็ก ๆ ห่างจากเมืองบอมเบยป์ ระมาณ
50 ไมล์ โดยไดร้ วมการเลน่ สองอยา่ งเข้าด้วยกันคือ การเล่นปูนาของประเทศอินเดีย และการเล่นไม้ตีกบั ลกู ขน
ไก่ (Battledore Shuttle Cock) ของยุโรป

ในระยะแรก การเล่นแบดมนิ ตันจะเลน่ กนั เพยี งแต่ในหม่นู ายทหารของกองทัพ และสมาชิกชนชั้นสูง
ของอนิ เดยี เท่านัน้ จนกระท่งั มีนายทหารอังกฤษท่ีไปประจาการอยู่ทเี่ มืองปนู า นาการเลน่ ตีลกู ขนไกน่ ้กี ลบั ไป
อังกฤษ และเล่นกนั อยา่ งกว้างขวาง ณ คฤหาสน์แบดมนิ ตัน (Badminton House) ของดยุคแหง่ บิวฟอรด์ ท่ี
กลอสเตอรเ์ ชียร์ ดงั น้ันในปี พ.ศ. 2416 เกมกีฬาตีลูกขนไกเ่ ลยถูกเรยี กวา่ แบดมินตนั ตามช่อื คฤหาสน์ของด
ยุคแห่งบิวฟอรด์ ตง้ั แต่นนั้ เป็นตน้ มา

2

ทั้งนี้ กฬี าแบดมนิ ตนั ก็เรม่ิ แพรห่ ลายในประเทศแถบภาคพื้นยุโรป เนือ่ งจากเป็นเกมที่คลา้ ยเทนนิส
แตส่ ามารถเล่นไดภ้ ายในตัวตึก โดยไมต่ ้องกงั วลต่อลมหรอื หมิ ะในฤดูหนาว นอกจากนี้ ชาวยุโรปทอ่ี พยพไปสู่
ทวปี อเมรกิ า ยังไดน้ ากีฬาแบดมินตนั ไปเผยแพร่ รวมทั้งประเทศต่าง ๆ ในทวปี เอเชียและออสเตรเลยี ท่ีอยู่
ภายใต้อาณานิคมของอังกฤษ เนเธอรแ์ ลนด์ ต่างนาเกมแบดมนิ ตนั ไปเลน่ ยังประเทศของตนเองอยา่ งแพร่หลาย
เกมกีฬาแบดมินตนั จึงกระจายไปส่สู ่วนต่าง ๆ ของโลก รวมท้งั ประเทศไทยดว้ ย

สาหรบั การเลน่ แบดมนิ ตันในระยะแรกไมไ่ ด้มกี ฎเกณฑต์ ายตัว เพียงแตเ่ ป็นการตโี ตล้ กู กันไปมาไมใ่ ห้
ลูกตกพื้นเท่าน้ัน สว่ นเส้นแบ่งแดนกใ็ ช้ตาข่ายผูกโยงระหวา่ งตน้ ไม้สองต้นไมไ่ ดค้ านงึ ถงึ เร่ืองต่าสูง เล่นกนั ขา้ ง
ละไม่น้อยกว่า 4 คน สว่ นมาจะเลน่ ทีมละ 6 ถึง 9 คน ผเู้ ล่นสามารถแต่งตัวไดต้ ามสบาย

จนกระท่ังปี พ.ศ.2436 ไดม้ ีการจัดตงั้ สมาคมแบดมนิ ตนั แห่งประเทศองั กฤษขนึ้ ซ่ึงนับเป็นสมาคม
แบดมนิ ตันแหง่ แรกของโลก หลังจากท่ีมีการจดั แข่งขนั แบดมินตนั ชิงชนะเลิศแหง่ ประเทศอังกฤษ หรือท่เี รียก
กนั วา่ ออลอิงแลนด์ ต้งั แตป่ ี พ.ศ.2432 ทางสมาคมแบดมินตนั แหง่ ประเทศองั กฤษจงึ ได้ตงั้ กฎเกณฑข์ องสนาม
มาตรฐานขึน้ คือ ขนาดกวา้ ง 22 ฟุต ยาว 45 ฟุต (22 x 45) เป็นสนามขนาดมาตรฐานประเภทคทู่ ี่ใชใ้ น
ปจั จุบัน จากนัน้ จึงมีการปรบั ปรงุ ดัดแปลงในเร่ืองอปุ กรณการเล่นใหด้ ขี ้นึ เป็นลาดับ ต่อมาไดร้ บั ความนยิ ม
แพร่หลายไปทัว่ โลก โดยประเทศในเอเชียอาคเนยท์ ี่มีการเล่นกฬี าแบดมนิ ตนั และได้รบั ความนิยมสูงสุดคือ
อินโดนเี ซยี มาเลเซีย และประเทศไทย

ส่วนการแขง่ ขนั ระหว่างประเทศได้เร่ิมจดั ใหม้ ีขน้ึ ในปี พ.ศ. 2445 และตลอดเวลาหลายปที ่ผี ่านมา
จานวนประเทศท่ีเขา้ รว่ มแข่งขนั กีฬาแบดมินตนั ระหวา่ งประเทศมมี ากว่า 31 ประเทศ แบดมนิ ตนั ได้กลายเปน็
เกมกีฬาทเ่ี ลน่ กนั ระหวา่ งชาติ โดยมีการยกทีมขา้ มประเทศเพื่อแข่งขันระหวา่ งชาตใิ นทวีปยุโรป ในปี พ.ศ.
2468 กล่มุ นักกีฬาของประเทศอังกฤษได้แขง่ ขันกบั กลุ่มนักกฬี าประเทศแคนาดา หา้ ปีหลังจากนน้ั พบวา่
ประเทศแคนาดามีสโมสรสาหรับฝึกแบดมินตนั มาตรฐานแทบทุกเมือง

ในปี พ.ศ.2477 สมาคมแบดมินตันของประเทศอังกฤษเปน็ ผูน้ าในการก่อตง้ั สหพันธแ์ บดมินตนั
ระหวา่ งประเทศ โดยมีชาตติ า่ ง ๆ อีก 8 ชาติคือ แคนาดา เดนมารก์ อังกฤษ ฝรง่ั เศส ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์
นวิ ซีแลนด์ สก๊อตแลนด์ และเวลล์ โดยมศี ูนยก์ ลางอยู่ท่ีกรงุ ลอนดอน ปัจจบุ นั มีประเทศที่อยใู่ นเครือสมาชกิ
กวา่ 60 ประเทศ ทขี่ นึ้ ตอ่ สหพันธ์แบดมนิ ตนั ระหว่างประเทศ (I.B.F.) สหพันธม์ ีบทบาทสาคญั ในการกาหนด
และควบคุมกติการะเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ของการแข่งขนั กฬี าแบดมินตันทว่ั โลก

ในปี พ.ศ.2482 เซอร์ จอร์จ โทมสั นักแบดมินตันอาวุโสชาวอังกฤษเปน็ ผู้มอบถว้ ยทองราคา 5,000
ปอนด์ เพื่อมอบเปน็ รางวลั ให้แกผ่ ชู้ นะเลศิ ประเภทชาย ในการแขง่ ขนั แบดมนิ ตันระหวา่ งประเทศ ซงึ่ สหพันธ์
แบดมินตันได้รบั ไว้และดาเนินการตามประสงคน์ ้ี แม้วา่ ตามทางการจะเรียกวา่ การแขง่ ขันชิงถ้วยชนะเลศิ
แบดมินตนั ระหวา่ งประเทศ แต่นิยมเรียกกันวา่ โธมสั คพั (Thomas Cup) การแข่งขันจะจัดขน้ึ ทุก ๆ 3 ปี โดย
สหพนั ธไ์ ดแ้ บง่ เขตการแข่งขันของชาติสมาชิกออกเป็น 4 โซน คอื
1. โซนยุโรป
2. โซนอเมรกิ า
3. โซนเอเชีย
4. โซนออสเตรเลเซยี (เดมิ เรยี กว่าโซนออสเตรเลยี )

วธิ ีการแข่งขนั จะแข่งขนั ชิงชนะเลิศภายในแตล่ ะโซนขนึ้ ก่อน แลว้ ใหผ้ ู้ชนะเลศิ แตล่ ะโซนไปแขง่ ขนั รอบ
อนิ เตอรโ์ ซนเพอื่ ใหผ้ ู้ชนะเลศิ ท้งั 4 โซน ไปแข่งขนั ชิงชนะเลศิ กบั ทีมของชาตทิ ี่ครอบครองดถว้ ยโธมสั คัพอยู่ ซ่ึง
ได้รับเกยี รติไมต่ ้องแข่งขนั ในรอบแรกและรอบอนิ เตอร์โซน ชุดท่เี ขา้ แข่งขนั ประกอบด้วยผู้เลน่ อย่างนอ้ ย 4 คน
การทีจ่ ะชนะเลิศน้นั จะตดั สนิ โดยการรวมผลการแข่งขนั ของประเภทชายเดีย่ ว 5 คู่ และประเภทชายคู่ 4 คู่

3

รวม 9 คู่ และใช้เวลาการแขง่ ขนั 2 วัน การแขง่ ขนั ชิงถว้ ยโธมสั คัพครง้ั แรกจดั ให้มขี ึน้ ระหว่างปี พ.ศ. 2491-
2492

ตอ่ มาในการแขง่ ขันแบดมินตันโธมสั คัพ ครงั้ ท่ี 8 ปี พ.ศ. 2512-2513 สหพันธ์ไดเ้ ปล่ยี นแปลงวธิ กี าร
แข่งขันเล็กน้อย โดยให้ชาตทิ ่ีครอบครองถว้ ยอยู่น้ันเขา้ รว่ มแข่งขันในรอบอินเตอรโ์ ซนด้วย โดยวธิ ีการจับสลาก
แล้วแบง่ ออกเปน็ 2 สาย ผชู้ นะเลิศแต่ละสายจะได้เขา้ แขง่ ขันชงิ ชนะเลิศโธมัสคพั รอบสุดท้ายตอ่ ไป สาเหตทุ ่ี
สหพันธเ์ ปลี่ยนแปลงการแขง่ ขนั ใหม่นี้ เนื่องจากมีบางประเทศท่ีชนะเลิศได้ครอบครองถ้วยโธมัสคพั ไม่รักษา
เกยี รตทิ ี่ได้รบั จากสหพันธ์ไว้ โดยพยายามใช้ช้ันเชิงท่ไี ม่ขาวสะอาดรักษาถ้วยโธมสั คัพไวค้ ร้ังแลว้ ครง้ั เล่า
สหพันธจ์ ึงตอ้ งเปลยี่ นข้อบงั คับใหช้ าตทิ ค่ี รอบครองถ้วยอยู่นัน้ ลงแข่งขนั ในรอบอนิ เตอรโ์ ซนดังกล่าวด้วย

กีฬาแบดมนิ ตนั ได้แพรห่ ลายขึ้น แม้กระทั่งในกลุ่มประเทศสังคมนิยมกไ็ ด้มกี ารเลน่ เบดมนิ ตนั อย่าง
กว้างขวาง มีการบรรจแุ บดมินตนั เขา้ ไวใ้ นการแข่งขันเอเชียนเกมส์ และซเี กมส์ การแขง่ ขันกฬี าของประเทศใน
เครือจักภพสหราชอาณาจักร รวมท้งั การพิจารณาแบดมินตันเข้าสกู่ ารแขง่ ขันกฬี าโอลมิ ปิก ลว้ นแตเ่ ปน็ เครื่อง
ยนื ยันว่า แบดมนิ ตันได้กลายเปน็ กฬี าสากลแลว้ อย่างแทจ้ ริง

 ประโยชนข์ องการเล่นกฬี าแบดมินตัน

-ดา้ นร่างกาย

1.ทาใหร้ า่ งกายแข็งแรงและอวยั วะทุกส่วนได้พัฒนาอยเู่ สมอโดยเฉพาะข้อมือ แขน ขา และ สายตา
2.เป็นกีฬาท่ีต้องใชส้ มรรถภาพทางรา่ งกายท่ีดี สมรรถภาพทางร่างกายดงั กลา่ ว คือความแขง็ แรง ความอดทน
การทางานสมั พนั ธก์ นั ของระบบประสาทกับระบบกลา้ มเนื้อ พลงั ความยดื หยุ่นของอวัยวะตา่ ง ๆ ความ
คลอ่ งตวั ความทนทานของกลา้ มเนื้อ และระบบไหลเวียนเลอื ด ดังนั้น จึงทาใหผ้ ู้เล่นมรี ่างกายแข็งแรงอยูเ่ สมอ
3. ถา้ เลน่ แบดมินตนั เพอื่ ความอดทน จะชว่ ยให้ระบบย่อยอาหารทางานดขี ึน้ เพิม่ อัตราการเผาผลาญอาหารให้
สูงข้ึน เพิ่มอตั ราการเตน้ ของหัวใจ และอตั ราการหายใจให้ลกึ และดขี ้ึนดว้ ย
แบดมนิ ตันมวี ธิ กี ารตีลูกหลายแบบ จึงมีเทคนิคเลน่ มากมายทท่ี าให้ได้ การฝกึ ฝนการใช้สตปิ ัญญาอย่ตู ลอดเวลา
4.เปน็ กฬี าที่ต้องใช้ความฉลาด ไหวพริบ และการสอ่ หลอกประกอบกนั จึงกล่าวได้วา่ การเล่นแบดมินตันเป็น
การทาสงครามด้วยความฉลาด เพราะการเล่นมีการรกุ – รับตลอดเวลา

-ด้านจิตใจ

1.ช่วยผ่อนคลายความตรึงเครียดและสร้างความพอใจให้ผเู้ ลน่ เพราะคนทว่ั ๆ ไปต้องการเล่นใหส้ นกุ สนาน
ปลอ่ ยอารมณ์ไปกับการเคลอ่ื นไหวตามชนดิ ตา่ ง ๆ ของกจิ กรรม ตามหลักจติ วทิ ยาแลว้ แบดมนิ ตนั ยงั ช่วย
เสริมสร้างและรักษาจติ ใจไดอ้ ีกดว้ ย จติ แพทย์คารล์ เมนนินเยอร(์ Dr.Karl Menninger)หัวหนา้ หน่วยงาน
Topekaซ่งึ เป็นหน่วยงานระดับโลก ได้แนะนาให้ใชก้ ีฬาแบดมนิ ตนั
2.เป็นกจิ กรรมนนั ทนาการสาหรับคนไข้ที่ผิดปกติทางอารมณ์ และไมใ่ ชแ่ ต่จะทาให้สุขภาพจติ ของคนปวุ ยดีขึ้น
เทา่ น้ันคนปกตกิ ็ดีข้นึ ดว้ ยเชน่ กัน

4

-ด้านสังคม

1. เป็นกีฬาทส่ี ร้างเสริมมนษุ ย์สัมพันธ์ มิตรภาพ และการแสดงออกท่ีแสดงถงึ ความมนี า้ ใจนกั กีฬาอย่างแท้จริง
เพราะการเลน่ ตอ้ งเล่นรว่ มกบั คนอนื่ ๆ ได้มีการพบปะสงั สรรคท์ ัง้ เด็กและผูใ้ หญ่ท้ังผหู้ ญิงและผชู้ าย จะไดร้ ับ
ประโยชน์เทา่ ๆ กัน
2. เปน็ กฬี าที่มคี นนิยมมาก มีรางวลั สงู มีการแข่งขันท้ังในประเทศและต่างประเทศ ทาให้ไดเ้ หน็ เกมส์
แบดมินตนั ดี ๆ อยู่เสมอ

 มารยาทในการเล่น

-มารยาทของผเู้ ล่น

1. ผแู้ ขง่ ขนั ตอ้ งตระหนักอย่เู สมอวา่ ผู้เขา้ แขง่ ขนั เป็นนักกีฬาสมคั รเล่น ซง่ึ ต้องมนี ้าใจเป็นนักกีฬาอยเู่ สมอ และ
พร้อมท่ีจะให้อภัยแกความผิดพลาดทกุ โอกาส โดยไมค่ านึงถึงผลแพช้ นะเป็นสาคัญจนเกินไป
2. ผู้เข้าแข่งขันแตง่ กายด้วยชุดกีฬาสขี าว สะอาด เรยี บร้อย
3. ย้มิ แยม้ แจ่มใสต่อคู่แขง่ ขันแสดงออกถึงมติ รภาพความสุภาพ ออ่ นโยนด้วยการสัมผสั มอื หรอื เปิดโอกาสให้
คแู่ ขง่ ขนั ไดว้ อรม์ รวมท้ังไม่เอาเปรียบคตู่ ่อสหู้ รือคู่แขง่ ขนั ในการเสย่ี ง ให้โอกาสคู่ตอ่ ส้เู ป็นผู้นาการเลอื กเส่ยี ง
ก่อน
4. ไมแ่ สดงกริยาที่ไม่ดเี มื่อทาเสยี เอง ด้วยท่าทางหรือคาพูด รวมท้ังการกล่าวตาหนิผ้เู ล่นฝุายเดยี วกัน
5. ใช้คาพดู ทส่ี ุภาพในการแข่งขนั
6. การถามข้อสงสัย หรือถามคะแนนต่อผตู้ ัดสินในระหว่างการแข่งขนั ควรจะใชถ้ ้อยคาท่ีสภุ าพ
7. การอุทธรณ์คาวินจิ ฉยั ของผูต้ ัดสิน ก็เป็นอีกเรื่องหน่งึ ท่ผี ู้แขง่ ขนั ควรจะใชถ้ ้อยคาทรี่ ะมัดระวัง และเม่ือไดท้ า
การอทุ ธรณ์แล้ว ผูอ้ ทุ ธรณต์ ้องอยู่ในความสงบ และพรอ้ มท่ีจะทาการแข่งขนั ต่อไปได้ และเม่ือผตู้ ัดสนิ ชี้ขาด
อย่างไรกต็ ้องปฏิบตั ติ ามด้วยความเตม็ ใจ
8. เม่อื ขณะดาเนนิ การแขง่ ขันอยู่หากจะหยดุ พัก เชน่ ขอเช็ดเหงื่อ ด่ืมน้า เปลยี่ นแร็กเกต เปล่ยี นรองเทา้ ถุงเท้า
ฯลฯ ต้องขออนุญาตผ้ตู ัดสินทุกครง้ั เมื่อไดร้ บั อนญุ าติแล้วจงึ ปฏิบตั ไิ ด้
9. ในการสง่ ลูกเสียไปใหค้ ู่ต่อสู้จะต้องส่งลูกข้ามตาข่ายไปใหเ้ สมอ การส่งลูกลอดใตต้ าขา่ ยไปใหค้ ตู่ ่อสถู้ ือวา่ เปน็
การเสยี มารยาทอยา่ งรุนแรง
10. ในระหว่างการแขง่ ขนั ถ้าผตู้ ดั สนิ ทาหน้าท่ผี ิดพลาดแตเ่ ราอยู่ในฐานะได้เปรยี บไม่ควรใชค้ วามได้เปรยี บนนั้
เปน็ ประโยชน์
11. การตีลกู เสีย นักกฬี าทีด่ ตี ้องร้องออกมาดัง ๆ วา่ "เสีย" โดยไม่ตอ้ งรอให้ผู้ตัดสินร้องออกมาก่อน แต่ถา้ ผู้
ตดั สินดไู ม่ทนั ผู้ตลี กู เสียไม่ควรจะฉวยโอกาสเล่นต่อไปด้วย เพราะการฉวยโอกาสเชน่ น้ีเปน็ การกระทาที่ไม่
สุจริต
12. เมอ่ื การแขง่ ขนั เสรจ็ สิน้ ลง ถ้าเราเปน็ ฝาุ ยชนะจะต้องไม่แสดงความดีใจจนเกินควร ตอ้ งเข้าไปจับมือคแู่ ขง่
ขันทนั ทีพรอ้ มแสดงความเสยี ใจ ถ้าเปน็ ฝาุ ยแพไ้ ม่ควรจะแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวต้องควบคุมอารมณ์ และรบี ไป
แสดงความยินดีกบั ค่แู ขง่ โดยทันทีเหมือนกัน
13. ยอมรับและเชื่อฟังการตัดสินโดยไม่โต้แย้ง และเม่ือเสร็จสิ้นการแข่งขนั ควรแสดงความเคารพผู้ตัดสิ้น

5

14. ในสนามทีม่ ีผูม้ ารอเล่นอยู่มาก และไม่ใช่การแข่งขัน ไมค่ วรเลน่ กันนานจนเกนิ ไป ควรเปดิ โอกาสให้ผูอ้ ่ืนได้
เล่นบ้าง

-มารยาทของผชู้ ม

1. แตง่ กายใหส้ ภุ าพ เรยี บร้อย เปน็ การให้เกียรติแก่การแข่งขนั นนั้ ๆ
2. ให้เกียรติแก่นักกีฬาทัง้ 2 ฝุาย ด้วยการปรบมอื เมือ่ มีการแนะนาคู่แขง่ ขัน
3. ไม่กลา่ ววาจาไมส่ ุภาพ และไม่เชียรฝ์ าุ ยใดฝาุ ยหนึ่งจนไม่นา่ ดู
4. ขณะการแขง่ ขันยงั ดาเนินอยู่ไม่ควรรบกวนสมาธขิ องผ้แู ขง่ หรอื ผู้ชมดว้ ยกนั
5. การนิง่ เงยี บ ในขณะท่ีนักกีฬากาลังเล่นถอื ว่าเปน็ มารยาทของผู้ชมทด่ี ี
6. ควรปรบมอื เม่ือผเู้ ลน่ ฝาุ ยใดฝาุ ยหน่งึ เลน่ ไดด้ ี สวยงาม และกระทาเมื่อลกู ไม่ไดอ้ ยู่ในการเลน่
7. ไม่แสดงออกดว้ ยกิริยา หรือวพิ ากษว์ จิ ารณก์ ารตดั สนิ ของกรรมการ ขณะทาการแข่งขัน แมว้ า่ จะมี
ขอ้ ผดิ พลาด
8. เม่อื การแขง่ ขันส้ินสุดลง ควรปรบมือเปน็ เกยี รติแก่นักกีฬาท้งั สองฝาุ ย

 การเลน่ ดว้ ยความปลอดภัย

นักกีฬาต้องใช้ความสามารถของร่างกาย การเคล่ือนไหว และอปุ กรณ์ประกอบในการเลน่ ซึง่ หากผูเ้ ลน่
ขาดความระมัดระวงั ก็จะเกดิ อันตรายข้นึ ได้ ทง้ั ในส่วนของตนเองและผ้อู นื่ ฉะน้ันเพ่ือความปลอดภัยในการ
เลน่ จงึ ขอเสนอแนะขอ้ ปฏบิ ัติไวป้ ระกอบการเล่น ดังต่อไปนี้
1.เครือ่ งแต่งกาย เช่น กางเกง เสือ้ รองเทา้ ถงุ เทา้ ควรเลอื กใหเ้ หมาะสม ไม่หลวมหรอื คับจนเกนิ ไป
2.ควรเตรียมความพรอ้ มของร่างกายอยเู่ สมอด้วยการฝกึ ซ้อม
3.ตอ้ งอบอุ่นร่างกายก่อนการฝกึ ซ้อมหรืแขง่ ขนั เพ่ือความพร้อมของร่างการและคลายกล้ามเน้ือหลงั การ
ฝึกซ้อม
4.สารวจสถานทีแ่ ละอปุ กรณเ์ พอ่ื ความปลอดภยั เชน่ หลมุ ทราย ลวู่ ่ิง รองเทา้ จักร แหลน เสาไม้ เครือ่ งรองรับ
ตา่ งๆ ฯลฯ
5.ใชอ้ ุปกรณ์ให้เหมาะสมกบั สภาพของสนาม เชน่ รองเท้าวง่ิ ตะปูยาวใชก้ ับลวู่ งิ่ อ่อนน่ิม ตะปูส้ันใช้กับลู่ว่งิ แข็ง
เพ่ือปูองกันอนั ตรายของข้อเท้า เปน็ ต้น
6.การระมัดระวงั การใชร้ องเท้าตะปู ซึ่งอาจจะเกิดอนั ตรายตอ่ ตนเองและผู้อ่นื
7.ในการใชอ้ ุปกรณท์ ุ่ม พ่งุ ขว้าง ทุกครัง้ ต้องระวังอันตรายท่ีจะเกิดขน้ึ กบั ตนเองและผู้อื่น
8.ต้องหยดุ ทาการฝึกซ้อม เม่ือเกิดการบาดเจ็บ ควรพบแพทย์เพ่ือขอคาแนะนา
9.ตอ้ งปฏิบัตติ ามระเบยี บและกติกาการแข่งขนั จะชว่ ยปอู งกันอันตรายที่จะเกดิ ขน้ึ

 วิธกี ารเกบ็ รักษาอปุ กรณ์

1. ควรหลีกเหลยี่ งบริเวณทีม่ ีแสงแดดจัด หรือมอี ุณหภูมิ ต้งั แต่ 40 องศาข้ึนไป เพราะจะมีผลต่อเฟรมของไม้
อาจเกดิ การโค้งงอได้ เอ็นเสื่อม เอน็ กรอบ ได้

6

2. ไมค่ วรวางของท่ีมนี ้าหนกั มากกดทับ ไม้แบดมินตนั
3. หลงั จากเลน่ เสรจ็ ควรทาความสะอาดไม้แบดมินตันดว้ ยผา้ สะอาด ชับตรงบรเิ วณด้ามจับ หรอื เช็คบรเิ วณท่ี
มีคราบเหงื่อไคลทเี่ ป้ือน
4. ถ้าเป็นไปได้ ตอนซ้ือไม้แบดมาคร้งั แรก ไม่ควรลอกพลาสติกตรงดา้ มจับออก เพราะเนอื่ งจากบางคนทมี่ ี
เหงื่อออกมากๆ จะทาให้เหงือ่ ไหลซึมเขา้ ไปบรเิ วณดา้ มจับ และยิ่งถา้ เราไม่เช็คดา้ มจบั หลังเล่นเสรจ็ กอ็ าจเกิด
การสะสมของคราบเหง่ือไคล และนาไปสู่การแตกหักบรเิ วณด้ามจบั เพราะเน่ืองจากด้ามจับเปน็ ไม้
5. เม่อื เอ็นขาด เราควรทาการตดั เอ็นท้งิ โดยทันที เพราะถ้าไม่ตัดเอน็ แล้ว เฟรมของไมอ้ าจการเกิดการบิดเบยี้ ว
ได้

 เกมทน่ี าไปสกู่ ฬี าแบดมนิ ตนั

-ชอ่ื เกม

ย่อรับ

-วธิ กี ารเล่น

ใหค้ ตู่ อ่ สู้ตีลูกขนไก่ในลักษณะท่ีเรียกวา่ ลูกหยอด เพื่อทีเ่ ราจะไดฝ้ กึ รับลูกในระดับที่ต่าลงจากปกติ

-ประโยชนท์ ี่ได้รบั

ทาให้เราสามารถรบั ลูกหยอดไดเ้ ป็นอย่างดใี นเกมการแข่งขัน

 ทักษะกฬี าพืน้ ฐานแบดมนิ ตัน

-ท่าการอบอุ่นรา่ งกาย

กีฬาแบดมนิ ตันเปน็ กฬี าทีต่ ้องอาศัยความคล่องแคลว่ ว่องไวความแข็งแรง ของกลา้ มเนื้อมัดต่างๆ
นกั กีฬาแบดมนิ ตัน ทุกคนตอ้ งอบอุ่นร่างกายกอ่ นการแขง่ ขันเสมอ ทงั้ นเ้ี พ่ือปอู งกนั กาารบาดเจบ็ ข้อเคลอ่ื น
เคลด็ และอนั ตรายต่างๆทีจ่ ะเกดิ ข้ึน ได้เสมอตลอดการแขง่ ขัน การอบอุ่นร่างกายคือ การบริหารร่างกายทุกๆ
ส่วน เช่น กลา้ มเนอื้ ขอ้ ต่อ ตลอดจนระบบไหลเวยี น ของโลหติ พร้อมที่จะเลน่ กีฬาแบดมินตนั ต่อไป สาเหตุที่
นักกีฬาแบดมนิ ตนั ตอ้ งอบอนุ่ ร่างกายก่อนการเล่นคือ
1.อบอุ่นกล้ามเนื้อมดั ใหญ่ตา่ งๆ เชน่ กลา้ มเนอ้ื แขน ขา หน้าท้องใหพ้ ร้อมทีจ่ ะเลน่ แบดมินตันต่อไป
2.บริหารขอ้ ต่อต่างๆเช่น ข้อต่อหวั ไหล่ หัวเข่า ข้อศอก ข้อมือ ข้อเทา้ ฯลฯ
3.บริหารใหร้ ะบบการไหลเวียนโลหิต ส่งอาหารให้กล้ามเน้ือได้อยา่ งรวดเร็วและสม่าเสมอ
4.เตรยี มนกั แบดมนิ ตนั ให้พร้อมทางดา้ นจติ ใจเพื่อทจี่ ะได้ทาการแข่งขนั ต่อไป

7

5.ปูองกนั ตะคริว เหน็บชาที่จะเกดิ ข้นึ ขณะท่ีกาลงั เล่น หรือ แข่งขนั
6.ปอู งกนั อบุ ัตเิ หตุกล้ามเน้ือฉีกขาด ข้อต่อตา่ งๆ หลดุ พลิกแพลงได้

-การจับไม้

ในการเรม่ิ ฝึกหดั เลน่ แบดมนิ ตันจะเร่ิมดว้ ยการตลี ูกหนา้ มือก่อน ดังนน้ั ควรทีจ่ ะเร่ิมด้วยการจบั ไม้
แบบเชค็ แฮนด์ เมอ่ื ฝึกหัดตลี ูกหลังมือจึงสอนให้เลือกว่าจะคงรปู การจับไม้แบบเชค็ แฮนด์ไว้ และช่วยในการตี
ลกู หลงั มอื โดยการปรับน้ิวชี้ และนว้ิ หัวแม่มอื หรือปรับไปจบั ไม้แบบวเี ชพใน การตลี ูกหลงั มอื และปรับมาจบั ไม้
แบบเชค็ แฮนดเ์ ม่ือตลี ูกหน้ามือ ซ่ึงวิธกี ารจบั ไม้แรก็ เกตทถ่ี ูกตอ้ งและนยิ มมี 2 แบบคือ
1.แบบเช็คแฮนด์ เหมาะ สาหรบั การตลี ูกหน้ามือ (Fore Hand) จนถงึ ลกู อ้อมศรี ษะ (Over Head) ลกู ขนไก่
จะกระทบหน้าไมเ้ ป็นมุมฉาก แรงทใี่ ชต้ ลี กู หลังมือ (Back Hand)
สามารถปรบั นว้ิ เพ่ือชว่ ยใหก้ ารตลี กู ได้แรงขน้ึ โดยขยับนิว้ ชี้ลงไปชดิ กบั นิ้วกลาง
แล้วยื่นนิ้วหวั แมม่ อื กดลงท่สี นั เล็กของดา้ ม นวิ้ หวั แม่มือจะชว่ ยส่งแรงทาให้ตี
ลกู หลังมอื ไดแ้ รงขน้ึ กว่าการใช้ข้อมือเพยี งอยา่ งเดยี ว การตีหลังมือโดยวิธนี ี้
จะด้อยกวา่ การตโี ดยการจบั ไมแ้ บบวีเชพเลก็ น้อย ใช้มอื ซ้ายจับท่คี อไม้แร็กเกต
กอ่ นวางฝุามือขวาลงบนด้ามไม้แร็กเกต แลว้ จงึ ค่อยๆ ลากมือลงมาเรื่อย ๆ
จนน้ิวกอ้ ยหยุดท่ีปลายด้ามแล้วกาทงั้ 4 นว้ิ รอบ ๆ ด้ามไม้แรก็ เกตสว่ นน้ิวหัวแม่มือจะอยูท่ างดา้ นแบนอีกด้าน
หนงึ่ ของไมแ้ ร็กเกตคล้ายการสมั ผสั มอื
2. แบบวีเชพ ธนะรตั น์ หงส์เจรญิ (2537 : 43) ไดอ้ ธบิ ายวิธีการจับไม้แร็กเกตแบบวเี ชพไวว้ ่า ยกมือข้างท่ี
ถนัดขึ้นมาแลว้ กางนิ้วหัวแม่มือและนิ้วช้ีออก เป็นรปู ตวั วแี ล้ว
สอดดา้ มไมแ้ ร็กเกตเขา้ ไปในช่องรูปตัววีใช้นิว้ หวั แม่มอื กับนิ้วชี้คบี ทาง
ด้านแบนของด้ามไม้แร็กเกตไว้ เม่อื จบั ถูกต้องหวั ไมแ้ ร็กเกตดา้ นที่เปน็
สนั จะอยู่ตรงกลางร่องตัววพี อดี จากนนั้ นิว้ ทีเ่ หลือทั้ง 3 นว้ิ กาด้ามไม้
แรก็ เกตเข้ามาโดยกาให้สุดด้าม ปลายด้ามจะอยใู่ นองุ้ มือ ใช้น้วิ ชล้ี ็อก
ทางส่วนโค้งของ ด้ามไมแ้ ร็กเกตเอาไว้ เมื่อจับดา้ มไม้แร็กเกตเรียบรอ้ ย
สังเกตจะเหน็ วา่ นิว้ ชี้ไม่ติดกับนิว้ กลาง นิ้วนาง นวิ้ ก้อยที่เรียงติดกนั เปน็
มมุ 45 องศา สว่ นนว้ิ หวั แม่มือจะวางทาบอยู่ด้านแบนของด้ามไม้แร็กเกต เหมาะ สาหรับการตีลูกหลังมือ โดย
ทีน่ ิว้ หวั แม่มือจะกดอย่ทู ี่ สนั ใหญ่ของด้ามในการตีลูกหนา้ มือการจบั ไมแ้ บบวีเชพไมส่ ามารถปรบั หนา้ ไม้ให้ตั้ง
ฉากกับลูกขนไก่ได้ ลูกขนไก่จะทามุมกับหน้าไม้ประมาณ 45 องศา ซ่งึ ทาใหแ้ รงที่ใช้ในการตีลูกได้ประโยชน์
เพียงครึง่ เดียว และทวิถีของลูกขนไกจ่ ะไมต่ รงหรือทเ่ี ราเรยี กกนั วา่ ลูกไซด์ ลูกตบของนักกีฬาท่ีจับไม้ แบบ
วีเชพจะมีเสยี งดังน่าเกรงขามมาก แตล่ กู ขนไกว่ ิ่งค่อนข้างช้าเมอ่ื เปรยี บกับการตบโดยจบั ไม้ แบบเช็ค
แฮนด์ นอกจากนั้นยังทาใหล้ ูกขนไกเ่ สียหายงา่ ย โดยขนจะหกั หรอื บ้ี จากการตบเพียง 2-3 ครง้ั ซ่ึงทาให้เกิด
ความสิน้ เปลืองเป็นอย่างมากในการฝกึ ซ้อม

-การยืนทรงตวั

การยืนทา่ เตรียมพร้อม ประกอบด้วยการจบั แร็กเกตด้วยมือขวา ยืนในลักษณะเอียงลาตัวโดยให้เท้า
ซา้ ยนาหนา้ และเท้าขวาอยู่ข้างหลงั และให้ปลายเท้าชไ้ี ปตาม

8

ทิศทางทีจ่ ะตลี ูก สาหรับคนที่จบั แร็กเกตด้วยมือซา้ ยใหย้ นื
แบบเดียวกันเพยี ง แตส่ ลับเท้า การยนื ควรยนื ดว้ ยปลาย
เท้าลาตวั ต้งั ตรงขน้ึ หรือก้มเพียงเล็กนอ้ ยแขนท้ัง 2 ยกขนึ้
ใหส้ มดุลกนั โดยแขนที่จบั แร็กเกตต้องชูข้ึนใหห้ วั ของ
แรก็ เกตชี้ไปขา้ งหน้าใหท้ ามุมกับพ้นื ประมาณ 45 องศา
ส่วนแขนอกี ขา้ งหนึ่งยกขึน้ ถ่วงไวใ้ ห้สมดุลกัน

-การตี

ลูกหลักอนั เป็นแมบ่ ทของการเลน่ แบดมินตนั แต่ละจาพวกของการตลี ูกที่กล่าวมาน้ี จะมีวิธกี ารตี การ
วางเท้าฟตุ เวิรค์ กบั จังหวะการตลี กู ทแ่ี ตกตา่ งกัน ผู้เล่นท่ชี านาญแล้ว จะสามารถตีและบังคบั ลกู 4 จาพวกนใี้ ห้
ข้ามตาข่ายไปด้วยความหลากหลาย อาจจะมีความแตกต่างกนั ในรูปแบบตา่ ง ๆ อาทิเช่น วถิ ี ความเร็ว ความ
ยาว ความกวา้ ง ความสูง ความลึก การฉีกมมุ ความหนักแรง เบา ความเฉยี บคม ถา้ ทาอยา่ งน้ไี ด้และสามารถ
นาเอาความหลากหลายไปใช้ในสถานการณ์ทถ่ี ูกต้องน่นั คอื ศิลปะสดุ ยอดของการเลน่ กฬี าแบดมินตันทจ่ี ะ
ยงั ผลใหผ้ ลให้ผเู้ ล่นมีสไตล์หลากหลายของการตลี ูก ทาให้อีกฝาุ ยหน่ึงคิดไมถ่ ึง เดาไมอ่ อกวา่ เราจะส่งลูกข้ามไป
ในลักษณะใด แตล่ ะลกู ท่ีขา้ มไปนั้น ลว้ นแต่แฝงไปดว้ ยอตั ราส่วนแห่งการหลอลอ่ แฝงอย่ใู นตัวอยา่ งมี
ประสิทธิผล สรา้ งแบบฉบับเกมการเลน่ แบดมนิ ตันของตนเองให้เข้มแข็ง มีสไตล์การเลน่ เชิงรุก ดดุ ัน ยากแก่
การพา่ ยแพ้

-การตบ

ลูกตบเป็นลกู ทตี่ ีจากระดบั สูงให้พงุ่ ลงต่าอยา่ งรุนแรงและรวดเร็ว เป็นลกู สาคญั ท่ใี ชใ้ นการรุก เป็นลูกที่
ใช้ในการทาคะแนน ลกู ตบทด่ี ีต้องสามารถตีได้อยา่ งหนักหน่วง รนุ แรง และรวดเร็ว มีความแมน่ ยาเขา้
เปาู หมายดว้ ยการเหวย่ี งแขน สะบดั ข้อมือ และปรับหน้าไมเ้ พ่อื ให้สัมผสั ลกู ขนไก่ในลักษณะเต็มหนา้ ไม้ การตี
ลูกตบทค่ี วรจะเคลอ่ื นที่เขา้ หาลกู ทุกครั้งที่จะตี และกาหนดจดุ สมั ผสั อยูข่ า้ งหนา้ เหนือศรี ษะเสมอ
ลูกตบท่ใี ชก้ ันมากในการเลน่ แบดมนิ ตนั ทงั้ ในประเภทเด่ียวและประเภทคู่ มี 5 ชนิด ดว้ ยกนั

1. ลูกตบส้ัน (Short smash ) คือการตลี ูกที่ไมร่ ุนแรงมากเปน็ ลูกท่ตี ีดว้ ยความเร็วมากกว่าความ
รนุ แรง ใช้การตวักของข้อมือมากกว่าการใช้แรงเหวีย่ งของแขน ตบใหล้ กู ตกใกลต้ าข่ายคล้ายลูกตดั หยอดแต่
แรงกวา่ มาก วิถขี องลูกจะเป็นลักษณะทแยงมมุ ใช้ได้ผลดีกบั คู่แข่งทชี่ อบยืนรบั ลูกตบทา้ ยสนาม เพราะเป็นจุดท่ี
ไม่ค่อยระวังทาให้คู่แขง่ อาจรับไมท่ ันหรือถา้ รบั ไดก้ ็ต้องเอ้ือมมารบั ลกู ท่ีรบั กลบั มาโยนไม่ถงึ หลงั ทาให้เรามี
โอกาสตบซา้ ใกลต้ าข่ายมากขึ้น เปาู หมายการตีลูกตบส้ันบรเิ วณเสน้ สง่ ลกู ส้นั ทงั้ สองขา้ งถึงกึ่งกลางสนาม ซึ่ง
เปน็ เปูาหมายที่ไดผ้ ลดมี า

2.ลกู ตบยาว ( Long Smash ) เป็นการตบลกู ที่ตีด้วยความหนกั หน่วงรนุ แรงและจังหวะผลเตม็ ทซ่ี ่งึ
ต้องผสมผสานแรงเหว่ียงของแขน แรงตวัดข้อมือ การถ่ายน้าหนกั ตวั และจบั จังหวะของการเคลอื่ นทีใ่ หถ้ ูกต้อง
เปูาหมายในการตบลกู ยาวนอ้ี ยูบ่ ริเวณสนามด้านขา้ งทั้งสองด้าน ต้งั แต่กึ่งกลางสนามไปถึงทา้ ยสนาม ลกู ตบ
ยาวน้ีสามารถแยกได้เป็น 2 วิธี คอื

2.1 ลูกตบยาวต่า (Long Low Smash) เป็นการตบที่ใช้แรงตบรนุ แรงเต็มท่ที ่ีเราเหน็ ตบกันทั่วๆไป
ทิศทางทีค่ วรจะตบลงจดุ ใดจุดหนง่ึ นั้นส่วนใหญเ่ ขาจะตบลงท่ีจุดระหว่างกลางของผู้รับท้ังสองคนใน

9

กรณีทเี่ ปน็ การเล่นประเภทคู่ แต่กต็ ้องคอยสงั เกตดว้ ยว่าได้ผลแค่ไหน และขณะทีต่ บไปเรอ่ื ยๆ ก็ต้อง
คอยดแู ลวา่ ผ้รู บั คนไหนรับลกู ตบได้ไมด่ ี กต็ ้องตบลงตรงคนนน้ั มากหนอ่ ย นอกจากนัน้ ยังตอ้ งคอยดูว่า
ผู้รบั แต่ละคนมจี ุดรับการตบลงจดุ นัน้ เร่อื งท่ีกล่าวนี้สาคัญมากเพราะบางคร้งั เราอาจจะแพ้คู่แขง่ ขนั ได้
กเ็ พราะจุดน้ีเหมือนกนั ทั้งท่ีเราฝีมือดกี วา่
2.2 ลูกตบยาวสูง (Long high Smash) คอื การตบลูกใหข้ ้ามตาขา่ ยไปในระดับอกหรอื คอหรอื หน้า
ของคแู่ ข่งขนั เพราะในบ้างครง้ั ลูกตบยาวต่าคู่แขง่ ขนั ถนัดและรบั ได้อยู่เสมอจงึ ต้องเปล่ยี นวิธีของลูกตบ
ดว้ ย วิธีการตบเหมอื นกบั การตบลกู ยาวต่าแต่ไมก่ ดหน้าไม้แบดมนิ ตนั มาก
3.ลูกครึง่ ตบคร่งึ ตัด ( Cut Smash ) ลกู ครง่ึ ตบครง่ึ ตัดเป็นการตบทแยงสนามเป็นสว่ นมาก ตบตวักลกู
จากซ้ายไปขวาและจากขวาไปซา้ ยผ้เู ลน่ ต้องตบลูกในระดับสูงซึง่ บางคร้ังอาจจะตอ้ งกระโดดเพ่ือเพ่ิมความเร็ว
และความสงู ทาให้มุมของลูกมีความลึกมากย่งิ ขึน้ โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ในวินาทีท่คี แู่ ขง่ กาลงั เสยี การทรงตัว
ทักษะพ้ืนฐานทีใ่ ชใ้ นการเลน่ ลกู ครึ่งตบคร่ึงตัดเหมือนกับการตลี ูกธรรมดา นากจากวา่ ในขณะทีเ่ หวยี่ งไม้
แบดมินตันมาถึงจดุ กระทบลกู หนา้ ไมแ้ บดมนิ ตนั จะสัมผสั กับบรเิ วณหัวหรอื ฐานของลูกในลกั ษณะเฉือนลงมา
ด้านลา่ ง ในลกั ษณะน้ีหน้าไม้แบดมินตัน จะกระทบด้านข้างของลูก ฉะนั้นความเร็วของลูกก็จะลดลงและ
ตาแหนง่ การตกของลกู จะใกล้กวา่ การตบลกู ธรรมดา ประโยชนข์ องลูกครง่ึ ตบครึ่งตดั คือ ใช้เป็นการหลอกล่อที่
ทาใหค้ ูแ่ ข่งขนั เหน็ ว่าผู้ตใี ช้แรงตบเต็มที่ แต่ทีจ่ รงิ แลว้ ลูกจะไปช้าและส้นั กวา่ ลกู ตบธรรมดา ทาให้คู่แข่งขันไม่
สามารถเคล่ือนทมี่ าข้างหน้าเพื่อรับลกู ไดท้ ันที หรอื ถา้ ทนั ก็ชา้ และเป็นลกั ษณะการตโี ดยงัดโยนกลบั ไปไม่ใชก่ าร
โจมตี สว่ นมากจะใชล้ กู คร่ึงตบคร่งึ ตดั ในการเลน่ ประเภทเด่ียว

-การเสริ ์ฟ
มี 2 แบบ คือการเสรฟ์ิ ด้านแบคแฮนด์และโฟร์แฮนซึ่งจะข้ึนอยู่กับรปู แบบในการเลน่ ถ้าเล่นเดี่ยวจะ

ใช้วิธกี ารเสร์ฟิ ดา้ นโฟร์แฮนด์ให้ลกู โด่งไปหลงั คอร์ด
ซง่ึ จะยืนเอยี งยืนเอยี งลาตัวขา้ งซ้าย เท้าซา้ ยนาหน้าและให้เทา้ ขวาอยู่หลัง ท้ิงน้าหนกั ตวั อย่บู นเทา้

หลัง ถือลูกด้วยมือซ้ายจับส่วนบนของลูกแล้วใหห้ วั ลกู ขนไก่อยขู่ ้างล่าง เหว่ยี งแขนจากด้านหลังมาดา้ นหนา้
แลว้ สะบัดขอ้ มอื งัดลกู ขา้ งล่าง พร้อมถา่ ยน้าหนกั ตัวจากเท้าหลงั มาเท้าหน้า ปลอ่ ยลูกไปตามแรงเหว่ียงอย่าก
ฝืน โดยบงั คบั ให้ลกู ไปตกอย่เู สน้ หลัง

สาหรับการเสิรฟ์ ลกู เพอื่ เล่นคู่ทางด้านแบ็คแฮนด์ คือการจับไมโ้ ดยให้หวั ไมต้ ่ากว่าเอว ซ่งึ เป็นท่าท่ีถูก
วิธี ท่านถ้ี า้ คนเสริ์ฟไมเ่ ปน็ ยกไม้ขนึ้ สูงจะถือวา่ เปน็ การเสรฟ์ิ ยิงทนั ทถี ือว่าผิดกติกา การยืนตั้งท่าใหใ้ ชเ้ ทา้ ขวา
นาหนา้ ใช้มอื ซ้ายถือลูกให้หัวลูกขนไกด่ ่งิ ลงอยรู่ ะดับเดยี วกับเอว ถือไมแ้ บดมินตันใกล้กับลูกใช้หัวแมม่ ือบังคบั
ทิศทางการตีลกู ทางดา้ นแบ็คแฮนด์ พร้อมกบั ใชข้ ้อมือสะบัดไม้แบดมนิ ตนั ตีลูกใหเ้ ลียดเน็ตและลงใกลเ้ สน้ เสิร์ฟ
ด้านหนา้ ให้มากท่ีสดุ คนส่วนใหญจ่ ะให้ลกู ลงท่ีเส้นหน้าตรงกลาง เพราะระยการว่งิ ของลูกจะสน้ั ฝาุ ยตรงข้าม
จะมจี งั หวะเลน่ ลกู ได้ยาก แต่ใช่วา่ การเสรฟิ์ เข้ากลางจะดีเสมอไป เราอาจจะไปการเสร์ิฟกในรูปแบบตา่ งๆไป
เร่อื ยๆใหฝ้ าุ ยตรงขา้ มเดาทางได้ยาก ก้จะทาให้ลกู เสริ์ฟเราไดเ้ ปรียบเช่นกัน

-การแขง่ ขนั

จะแขง่ ขนั ชงิ ชนะเลิศภายในแตล่ ะโซนขนึ้ ก่อน แล้วใหผ้ ู้ชนะเลิศแต่ละโซนไปแข่งขนั รอบอินเตอรโ์ ซน
เพือ่ ใหผ้ ชู้ นะเลศิ ทั้ง 4 โซนไปแข่งขันชงิ ชนะเลิศกบั ทมี ของชาติทคี่ รอบครองถว้ ยโธมัสคพั อยู่ ซง่ึ ไดร้ บั เกียรติไม่
ต้องแขง่ ขนั ในรอบแรกและรอบอินเตอร์โซน ชดุ ท่เี ข้าแข่งขันประกอบด้วยผ้เู ล่นอย่างน้อย 4 คน การทจี่ ะ

10

ชนะเลิศน้นั จะตัดสนิ โดยการรวมผลการแข่งขนั ของประเภทชายเดี่ยว 5 คุ่ และประเภทชายคู่ 4 คู่ รวม 9 คู่
และใช้เวลาการแข่งขัน 2 วัน การแขง่ ขันชิงถ้วยโธมัสคพั ครั้งแรก จดั ใหม้ ีขน้ึ ระหว่างปี พ.ศ. 2491-2492

ตอ่ มาในการแข่งขนั แบดมินตันโธมัสคพั ครง้ั ท่ี 8 ปีพ.ศ. 2512-2513 สหพันธไ์ ด้เปลย่ี นแปลงวิธีการ
แขง่ ขันเล็กน้อย โดยให้ชาตทิ ี่ครอบครองถ้วยอยนู่ ้นั เข้าร่วมแขง่ ขนั ในรอบอนิ เตอร์โซนดว้ ย โดยวธิ ีการจับสลาก
แล้วแบง่ ออกเป็น 2 สาย ผู้ชนะเลิศแต่ละสายจะได้เขา้ แข่งขันชงิ ชนะเลิศโธมสั คพั รอบสุดทา้ ยต่อไปสาเหตุที่
สหพันธ์เปลีย่ นแปลงการแข่งขนั ใหม่น้ี เน่อื งจากมบี างประเทศทชี่ นะเลิศได้ครอบครองถ้วยโธมัสคพั ไม่รักษา
เกียรตทิ ไ่ี ด้รบั จากสหพันธ์ไว้ โดยพยายามใช้ชั้นเชงิ ที่ไม่ขาวสะอาดรักษาถ้วยโธมสั คพั ไวค้ รัง้ แล้วครั้งเล่า
สหพนั ธ์จึงตอ้ งเปลี่ยนข้อบังคับให้ชาตทิ ่คี รอบครองถ้วยอยู่น้ันลงแขง่ ขนั ในรอบอินเตอร์โซนดังกล่าวด้วย

กีฬาแบดมินตันไดแ้ พรห่ ลายขึ้น แม้กระทง่ั ในกลุ่มประเทศสังคมนิยมกไ็ ด้มกี ารเลน่ แบดมินตันอยา่ ง
กวา้ งขวางและมีการบรรจแุ บดมินตนั เขา้ ไว้ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ เซียนเกมส์ (ซีเกมส์ในปจั จบุ นั ) การ
แข่งขนั กีฬาของประเทศในเครือจกั ภพสหราชอาณาจักร รวมทั้งการพิจารณาแบดมนิ ตันเข้าส่กู ารแข่งขนั กฬี า
โอลมิ ปกิ ล้วนแตเ่ ป็นเครื่องยืนยนั ว่า แบดมนิ ตนั ได้กลายเป็นกฬี าสากลแล้วอยา่ งแทจ้ รงิ

 กตกิ าการแข่งขนั

1. การออกนอกเส้น มกี ารกาหนดเสน้ ออกแต่งต่างกันในกรณเี ลน่ เดยี่ วและเล่นคู่
2. การเสิรฟ์ ลูก ตามกตกิ า ท่ีถูกต้อง คือ

1. หวั ไมข้ ณะสมั ผัสลกู ตอ้ งตา่ กว่าขอ้ มอื อยา่ งเห็นได้ชดั
2. หวั ไมข้ ณะสัมผสั ลูกต้องต่ากวา่ เอวอยา่ งเห็นได้ชดั
3. ผู้เล่นต้องไม่ถ่วงเวลา หรอื เสริฟชา้ หรอื เสรฟิ 2 จังหวะ การเสริฟ ตอ้ งเสรฟิ ไปด้วยจงั หวะเดยี ว
4. ขณะเสริ ฟ์ สว่ นใดสว่ นหนง่ึ ของเทา้ ทั้ง 2 ข้างต้องสมั ผสั พ้ืนตลอดเวลา
5. การเสริ ฟ์ ลูกท่ีถูกต้อง ต้องให้แรก็ เก็ตสมั ผสั กบั หวั ลูกก่อน หากโดนขนก่อนถือว่าผิดกตกิ า
3. ขณะตีลูกโต้กัน หา้ มนาส่วนหน่งึ สว่ นใดของร่างกายหรือไมแ้ บดไปสมั ผสั กบั เน็ท
4. หา้ มตีลูกท่ฝี ง่ั ตรงข้ามโต้กลับมาในขณะท่ลี กู ยงั ไมข่ ้ามเน็ทมายังแดนเรา(Over net)
สหพนั ธ์ แบดมนิ ตันนานาชาติ ( IBF) ได้กาหนดให้ ทดลองใชร้ ะบบการนับคะแนนการแข่งขนั กีฬาแบดมนิ ตัน
ใหม่ ในระบบ 3 x 21 คะแนน ต้ังแต่ วนั ที่ 1 มกราคม 2549 เป็นต้นไป

รายละเอียดของกติกาการนับคะแนนมดี งั นี้

1. แมทช์หนึ่งต้องชนะให้ไดม้ ากที่สุดใน 3 เกม
2. ทกุ ประเภทของการแข่งขัน ฝุายทไี่ ด้ 21 คะแนนก่อนเป็นฝาุ ยชนะในเกมนน้ั ยกเวน้ เม่ือได้ 20 คะแนน
เท่ากนั ต้องนบั ต่อ ให้มคี ะแนนห่างกัน 2 คะแนน ฝุายใดได้คะแนนนา 2 คะแนนก่อนเป็นผ้ชู นะ แตไ่ ม่เกิน 30
คะแนน หมายความว่า หากการ เลน่ ดาเนินมาจนถงึ 29 คะแนนเท่ากัน ฝุายใดได้ 30 คะแนนก่อน เป็นผชู้ นะ
3. ฝาุ ยชนะเป็นฝาุ ยส่งลูกต่อในเกมต่อไป
4. ฝุายชนะการเสี่ยงสทิ ธเิ์ ปน็ ฝุายสง่ ลกู ไดก้ ่อน หากฝาุ ยตรงขา้ มทาลูก "เสีย" หรอื ลูกไม่ไดอ้ ยู่ในการเลน่ ผู้
เลือกส่งลกู ก่อน จะได้คะแนนนา 1-0 และไดส้ ง่ ลูกต่อ แตห่ ากผู้สง่ ลกู ทาลูก "เสยี " หรอื ลูกไม่อยูใ่ นการ
เล่น ฝุายตรงขา้ มจะไดค้ ะแนน ตามมาทันทีเป็น 1-1 และฝุายตรงขา้ มจะได้สิทธ์สิ ่งลูกแทน ดาเนินเช่นนี้ต่อไป
จนจบเกม

11

5. ประเภทคู่ให้ส่งลกู ฝุายละ 1 ครงั้ ตามคะแนนที่ได้ ขณะทเ่ี ปลีย่ นฝุายส่งลูก หากคะแนนเป็นจานวนค่ี ผอู้ ยู่
คอรด์ ดา้ นซ้าย เป็นผ้สู ่งลกู หากคะแนนเปน็ จานวนคู่ผู้อยคู่ อรด์ ด้านขวาเปน็ ฝาุ ยส่งลูก
หมายเหตุ ศึกษากติกาโดยละเอยี ดได้ทเ่ี ว็บไซต์ สมาคมแบดมินตันแหง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชปู ถัมภ์

การดิวส์
หาก ผู้เล่นทงั้ สองฝุายทาคะแนนไดเ้ ทา่ กนั ในคะแนนที่ 20 จะมีการเลน่ ต่อ จนกวา่ วา่ จะมีคะแนน

มากกว่าฝุายตรงข้าม 2 คะแนน แต่ถา้ ยังไมส่ ามารถทาคะแนนหา่ งกัน 2 แตม้ ได้ จะเล่นต่อไปเรื่อยๆ แต่ เม่ือ
แตม้ ได้ 29 เทา่ กนั ใครท่ีทาไดแ้ ต้ม 30 กอ่ นจะเปน็ ฝุายชนะ

12

บรรณนานุกรม

https://bit.ly/2RGUQdA
https://sites.google.com/site/nisakornkhaosri/1-pra-wati-kila-echer-bxl
https://bit.ly/3cdT7po
https://bit.ly/3cdomRC
https://bit.ly/2RVhtv7
https://bit.ly/3mFaowu
https://bit.ly/3hUP7M5
https://bit.ly/35RtLg3
https://bit.ly/3hOTqs5
https://bit.ly/32Jp71D
https://bit.ly/3cdEnH8
https://bit.ly/2ZQITGC
https://bit.ly/32NY05M


Click to View FlipBook Version