The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการพระราชดําริ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yosita26256, 2022-09-18 14:19:11

โครงการพระราชดำริ

โครงการพระราชดําริ

โครงการพระราชดําริ

ความเป็นไทย วิถีชาติ และ ศาสตร์พระราชา

คำนำ

โครงการพระราชดําริ ฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการศึกษาวิชาความเป็น
ไทย วิถีชาติ และ ศาสตร์พระราชา ประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
โดยเนื้อหาเกี่ยวกับ โครงการพระราชดําริ คณะผู้จัดทำต้องขอขอบคุณ
เจ้าของงานเขียนทุกท่านที่คณะผู้จัดทำได้นำข้อมูลมาใช้อ้างอิงประกอบการ
ศึกษา และขอขอบคุณ อาจารย์ วีรพล วีรพลางกูร ที่ช่วยให้คำแนะนำในการ
จัดทำรายงานจนเป็นผลสำเร็จ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็น

ประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจเรื่อง โครงการพระราชดําริต่อไป

สารบัญ

คำนำ (2)
บทที่ 1 (4)
บทที่ 2 (9)
บทที่ 3 ( 14 )
บทที่ 4 ( 20 )
บทที่ 5 ( 24 )
บทที่ 6 ( 30 )
บทที่ 7 ( 34 )
บทที่ 8 ( 39 )
บทที่ 9 ( 43 )
บทที่ 10 ( 50 )
บทที่ 11 ( 54 )

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่ม

1น้ำปากพนัง

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

ปัญหา

“ลุ่มน้ำปากพนัง” ที่เคยอุดมสมบูรณ์กลับมีปัญหาจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
จำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ความต้องการใช้น้ำย่อมมีปริมาณมากขึ้นด้วย แต่ป่าไม้
ต้นน้ำลำธารกลับลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ปริมาณน้ำจืดที่เคยดูดซับไว้แล้วทยอย
ปล่อยลงในแม่น้ำปากพนังและลำน้ำสาขาในช่วงฤดูแล้งลดลงด้วย

พระราชดำริ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริ ให้กรมชลประทานพิจารณา

ก่อสร้างประตูระบายน้ำปากพนังที่อำเภอปากพนังเพื่ อป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำและเก็บกักน้ำ

จืด พร้อมกับการก่อสร้างระบบคลองระบายน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วม และระบบ

กระจายน้ำเพื่ อการเพาะปลูกในพื้ นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

การบริหารงานโครงการ


การดำเนินงานพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเป็นรูปแบบใหม่ตามแนวพระราชดำริ โดยมี
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพัฒนาและแก้ไขปัญหาในด้านต่าง ๆ แบบเบ็ดเสร็จครบ
วงจรและสอดคล้องกัน ในรูปแบบคณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำ
ปากพนัง ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารโครงการฯ 6 คณะ และตั้งกองอำนวย
การเพื่ อดูแลและดำเนินการให้สอดคล้องกัน

ประโยชน์ของโครงการ

ป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าไปทำลายพื้ นที่การเกษตร
เก็บกักน้ำจืดไว้ในลำน้ำปากพนังและลำน้ำสาขาได้ประมาณ 70 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการอุปโภค -
บริโภค และการเพาะปลูกบริเวณสองฝั่ งลำน้ำ ประมาณ 521,500 ไร่ในฤดูฝน และประมาณ
240,700 ไร่ในฤดูแล้ง
คลองระบายน้ำช่วยบรรเทาอุทกภัย เนื่องจากสามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลได้สะดวกและรวดเร็ว
ขึ้น
ขจัดปัญหาขัดแย้งระหว่างเกษตรนากุ้งและเกษตรกรนาข้าว เนื่องจากมีการแบ่งเขตของการ
ใช้พื้ นที่อย่างชัดเจน
ลดปัญหาการอพยพย้ายถิ่นฐานไปทำกินในถิ่นอื่น
แม่น้ำปากพนังและลำน้ำสาขา เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์น้ำจืดได้เป็นอย่างดี
เพิ่มพู นผลผลิตการเกษตรหลากหลายและครบวงจร ทั้งทางด้านการเพาะปลูก การประมง
ปศุสัตว์ ฯลฯ ตลอดจนการพัฒนาอุตสาหกรรม
ยกระดับมาตรฐานการครองชีพและความเป็นอยู่ของราษฎร
ฟื้ นฟูสภาพนิเวศวิทยาให้กลับคืนสู่สมดุลย์
ลดปัญหาการน้ำเปรี้ยวและดินเปรี้ยว

แหล่งอ้างอิง

https://www.rid.go.th/royalproject/index.php?
option=com_content&view=article&id=137%3A20
09-05-24-07-10-36&catid=66%3A2009-05-04-
07-29-58&Itemid=7

ผู้จัดทำ บทที่ 1

ชื่อ : นางสาว โยษิตา วงศ์วัฒน์
รหัสนักศึกษา : 6510122137003
คณะ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สาขา : วิชาคอมพิวเตอร์แอนิเมชันและมัลติมีเดีย

โครงการบรรเทา

2อุทกภัย

โครงการบรรเทาอุทกภัย

วัตถุประสงค์ของโครงการ

- เพื่อบรรเทา,แก้ไข และป้องกันปัญหาน้ำท่วมในเขตพื้นที่อำเภอบางสะพาน
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- เพื่อบรรเทาความเสียหายของราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดอุทกภัยใน
พื้ นที่
- เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ
เพี ยงเส้นทางเดียวที่จะเดินทางไปสู่ภาคใต้
- เพื่อยกฐานะความเป็นอยู่ของราษฎรในเขตพื้นที่อำเภอบางสะพานให้ดีขึ้น

ปัญหา

จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นช่วงวันที่ 30 ธันวาคม 2545 ถึงวันที่ 1
มกราคม 2546 โดยมีสภาพน้ำไหลข้าม - ท่วมขังถนนและบ้านเรือนราษฎรลึก
ประมาณ0.60 - 1.50ม. ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณน้ำที่มากตลอดจนคลอง
บางสะพานและคลองย่อยต่างๆรวมถึงคลองแม่รำพึ งระบายน้ำไม่เพี ยงพอ
เนื่องจากสภาพของลำน้ำเหล่านั้นมีสภาพแคบและตื้นเขิน

รายละเอียดโครงการ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริเกี่ยวกับการบรรเทาอุทกภัย
พื้นที่ในเขตอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับความเสียหายเนื่องมา
จากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันระหว่างวันที่ 19 – 23 พฤศจิกายน 2531
เพื่อเป็นแนวทางสำหรับทางราชการในการเข้าไปฟื้ นฟูพัฒนาพื้นที่และ
แก้ไขป้องกันมิให้พื้นที่เหล่านั้น การเกิดน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนและพื้นที่ในเขต
ธุรกิจอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีสาเหตุสำคัญเนื่องมาจากน้ำ
คลองอู่ตะเภาที่ไหลผ่านเขตอำเภอมีระดับสูงล้นตลิ่งแล้วไหลบ่าเข้าไปท่วม
บริเวณกลางเมืองหาดใหญ่และพื้นที่ทั่วไปเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งน้ำที่ไหล
บ่าเข้ามานั้นได้ท่วมพื้นที่ต่าง ๆ อย่างรวดเร็วและท่วมขังมีความลึกมาก
ทำให้สภาพเศรษฐกิจโดยส่วนรวมของอำเภอหาดใหญ่และทรัพย์สิน
ราษฎรได้รับความเสียหายอย่างไม่เคยปรากฏเช่นนี้มาก่อน การแก้ไข
ปัญหาและบรรเทาน้ำท่วมที่ควรพิจารณาดำเนินการ น่าจะได้แก่ การขุด
คลองระบายน้ำขนาดใหญ่ ให้ทำหน้าที่แบ่งน้ำจากคลองอู่ตะเภาหรือช่วย
รับน้ำที่ไหลลงมาท่วมตัวอำเภอหาดใหญ่ให้ระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดย
เร็ว นอกจากนั้น หากต้องการที่จะป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนและพื้นที่
ธุรกิจให้ได้ผลโดยสมบูรณ์แล้ว หลังจากที่ก่อสร้างคลองระบายน้ำเสร็จก็
ควรพิจารณาสร้างคันกั้นน้ำรอบบริเวณพื้นที่ดังกล่าว พร้อมกับติดตั้ง
ระบบสูบน้ำออกจากพื้ นที่ไม่ให้ท่วมขังตามความ

แหล่งอ้างอิง

https://www.rid.go.th/royalproject/index.php?
option=com_content&view=article&catid=85:2009-05-04-
07-35-38&id=72:2009-05-15-11-56-52

ผู้จัดทำ บทที่ 2

ชื่อ : นางสาว ภัทราวดี บุษบงค์
รหัสนักศึกษา : 6510122137009

คณะ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สาขา : วิชาคอมพิวเตอร์แอนิเมชัน

และมัลติมีเดีย

โครงการประตูระบายน้ำ
คลองลัดโพธิ์อันเนื่อง

3มาจากพระราชดำริ

โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการที่
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระ
ราชดำริ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2545 “ให้พิจารณาใช้คลองลัดโพธิ์ จังหวัด
สมุทรปราการ เป็นทางลัดระบายน้ำเหนือ ซึ่งจะทำให้ช่วยระบายน้ำได้เร็วเพราะระยะทาง
สั้นเพียง 600 เมตร ก็ออกทะเลหากวันใดมีน้ำทะเลขึ้นสูงก็ปิดประตูไม่ให้น้ำทะเลเข้า
มา” โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ฯ ตั้งอยู่ในบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง
สร้างเสร็จเมื่อปี 2548 สามารถร่นระยะทางการระบายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาจาก 18
กิโลเมตร เหลือ 600 เมตร และลดเวลาจาก 5 ชั่วโมง เหลือเพียง 10 นาที
ประสิทธิภาพการระบายน้ำสูงสุดเฉลี่ย 45-50 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน ทำให้ช่วยลด
ผลกระทบน้ำท่วมต่อพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

“คลองลัดโพธิ์” นอกจากจะช่วยป้องกันเรื่องภัยน้ำท่วมได้แล้ว ทุกวันนี้บริเวณ
ละแวกคลองลัดโพธิ์ยังได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวของอำเภอพระประแดง
จังหวัดสมุทรปราการ ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ที่มีความน่าสนใจและเชิญชวนให้ไปเที่ยวกัน
เพราะบริเวณคลองลัดโพธิ์ได้จัดทำเป็นสวนสาธารณะ ชื่อ “สวนสุขภาพลัดโพธิ์” ที่มี
ความร่นรื่นด้วยต้นไม่น้อยใหญ่ ให้ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อยใจ ออกกำลังกายได้
โดยบริเวณใกล้เคียงกับคลองลัดโพธิ์ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อาทิ ชุมชนคลอง
บางกะเจ้า, สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “สวนบางกระเจ้า” และ
“ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง” เป็นต้น

วัตถุประสงค์โครงการ

ช่วยให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลลัดลงทะเลได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ช่วยแก้ไข
ปัญหาน้ำท่วมบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งสามารถช่วยลดระดับน้ำท่วม
สูงสุด 5-6 เซนติเมตร และ ลดระยะเวลาน้ำท่วมลงได้ 1-2 วัน

ลักษณะโครงการ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทาน
พระราชดำริ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2523 ให้ปรับปรุงคลองลัดโพธิ์ บริเวณคุ้งน้ำ
ช่วงที่ไหลผ่านเขตพื้นที่บางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ ระยะทาง 18 กิโลเมตร ให้
เหลือเพียง 600 เมตร เพื่อย่นระยะทางการไหลของน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาให้ไหลลัดลง
สู่ทะเลได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น อันจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมบริเวณกรุงเทพฯ และ
ปริมณฑลได้อย่างดี โครงการปรับปรุงคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานรับสนองพระราชดำริ ดำเนินการ
ปรับปรุงคลองลัดโพธิ์ จากเดิมที่มีสภาพตื้นเขินมีความกว้างเพียง 12 เมตร ให้
สามารถรับปริมาณน้ำได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งได้ก่อสร้างประตูระบานน้ำบริเวณต้นคลอง
ด้านทิศเหนือขนาดกว้าง 14 เมตร จำนวน 4 บาน ขุดคลองด้านเหนือประตูระบายน้ำ
กว้าง 65 เมตร ความยาวรวม 600 เมตร

ก่อสร้างประตูระบายน้ำบริเวณต้นคลองด้านทิศเหนือกว้าง 14 เมตร จำนวน
4 บาน
ขุดคลองด้านเหนือประตูระบายน้ำกว้าง 65 เมตร ท้ายประตูระบายน้ำกว้าง
66 เมตร
ความยาวคลอง 600 เมตร
ระดับก้นคลองอยู่ที่ - 7.0 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ระดับหลังคันคลอง + 2.65 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
การปิด-เปิด บานระบาย
ช่วงฤดูแล้งจะปิดบานเพื่ อป้องกันน้ำทะเลไหลกลับเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา
ช่วงฤดูน้ำหลาก เมื่อน้ำทะเลกำลังขึ้นจะปิดบาน และเมื่อน้ำทะเลกำลังลงจะ
เปิดบาน

ผลการดำเนินงานและกิจกรรมโครงการ

ผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยกังหันพลังน้ำ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระราชกระแสกับนายวุฒิ สุมิตร รองราช
เลขาธิการ นายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี ณ สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต
เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2549 รับสั่งว่า “…โครงการคลองลัดโพธิ์จะทำ
ประโยชน์ได้อย่างมหัศจรรย์มีพลังงานมหาศาล จะใช้เป็นพลังงานน้ำที่ระบายผ่าน
คลอง ทำประโยชน์อย่างอื่นได้ด้วยหรือไม่…”

จากพระราชกระแสในครั้งนั้น เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2550 กรมชลประทานจึง
ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับคณะวิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในโครงการศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพของคลองลัด
โพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้านไฟฟ้าพลังน้ำ และออกแบบกังหันพลังน้ำ
ต้นแบบผลิตกระแสไฟฟ้าตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา
ภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นำพลังงานน้ำที่ระบายผ่านประตูน้ำคลองลัด
โพธิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ มาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าได้สำเร็จ โดยใช้
หลักการพลังงานจล จากความเร็วของกระแสน้ำไหลมาปั่ นกังหัน ซึ่งใช้หลักการ
เดียวกับกังหันลม และหลักการชลศาสตร์ จนออกแบบเป็นกังหันหมุนตามแนว
แกน และกังหันแบบหมุนขวางการไหล จากการทดลองผลิตกระแสไฟฟ้า ได้
กำลังไฟฟ้าสูงสุด 5.74 กิโลวัตต์ เฉลี่ยแล้วใช้งบประมาณกิโลวัตต์ละ 2 แสน
บาท เพราะมีอุปกรณ์บางส่วนที่นำเข้าจากต่างประเทศ แต่โครงการที่ 2 ที่
กรมชลประทาน และมก.นำไปประยุกต์ใช้ คือประตูระบายน้ำบรมธาตุ จ.ชัยนาท
โดยจะติดตั้งกังหันผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทั้งหมด 4 ชุด โดยใช้วัสดุภายในประเทศ
ทั้งหมด ได้กำลังผลิตรวมกันไม่น้อยกว่า 80 กิโลวัตต์ ลดต้นทุนเหลือกิโลวัตต์
ละ 1 แสนบาท

แหล่งอ้างอิง

http://www.rdpb.go.th/TH/Recommend/ข้อมูลแนะนำทั่วไป-
c267/โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระร-v7834

http://www.tsdf.nida.ac.th/th/royally-initiated-
projects/10759-โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจาก
พระ/

https://sites.google.com/site/chankeidnirachkalthi9/khorngk
ar-pratu-rabay-na-khlxng-lad-phothi

ผู้จัดทำ บทที่ 3

ชื่อ : นางสาว กฤตนู วัฒนานนท์
รหัสนักศึกษา : 6510122137019
คณะ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สาขา : วิชาคอมพิวเตอร์แอนิเมชันและมัลติมีเดีย

โครงการฝนหลวง

4

โครงการฝนหลวง

เกิดขึ้นจากพระราชดำริส่วนพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี
พ.ศ.2498 เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ได้ทรงรับทราบถึงความเดือดร้อน ทุกข์ยากของราษฎร และเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำ
อุปโภคและการเกษตร จึงได้มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานโครงการพระราชดำริ
"ฝนหลวง"ให้กับ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ไปดำเนินการ ซึ่งต่อมาได้เกิดเป็นโครงการ
ค้นคว้าทดลอง ปฏิบัติการฝนเทียมหรือฝนหลวงขึ้น ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี 2512 ด้วยความสำเร็จของโครงการ จึงได้ตราพระราช
กฤษฏีกาก่อตั้งสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวงขึ้นในปี พ.ศ.2518 ในสังกัดกระทรวง
เกษตรและสหกรณ์เพื่อเป็นหน่วยงานรองรับโครงการพระราชดำริ "ฝนหลวง"ต่อไป

สารที่ใช้ทำฝนหลวงในปัจจุบันมีทั้งสิ้น 7 ชนิด บางชนิดมีคุณสมบัติดูดซับ
ความชื้นได้ดี (hygroscopic substances) บางชนิดมีคุณสมบัติเป็นแกนกลั่นตัว
(CCN) ของความชื้นในอากาศ บางชนิดสามารถคายความร้อนออกมาเพื่อกระตุ้น หรือ
เสริมการก่อตัวและเจริญเติบโตของเมฆ บางชนิดสามารถดูดดึงความร้อนทำให้
อุณหภูมิของอากาศหรือเมฆเย็นตัวลง เร่งการกลั่นตัวของไอน้ำและเสริมความหนา
แน่นของเมฆจนเกิดเป็นฝน การเลือกใช้สารฝนหลวงแต่ละชนิดจึงพิจารณาคุณสมบัติ
ที่กล่าวข้างต้นกับสภาวะของเมฆหรือบรรยากาศในแต่ละวันเป็นสำคัญ สารฝนหลวงที่
ใช้แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ สารฝนหลวงสูตรร้อน สารฝนหลวงสูตรเย็น และ
สารฝนหลวงสูตรสร้างแกนกลั่นตัวของอากาศ

แหล่งอ้างอิง

http://www.eppo.go.th/royal/m1700_0019.html

ผู้จัดทำ บทที่ 4

ชื่อ : นางสาว ปรียากรณ์ ดวงอาจ

รหัสนักศึกษา : 6510122137030

คณะ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สาขา : วิชาคอมพิวเตอร์แอนิเมชัน
และมัลติมีเดีย

โครงการบำบัดน้ำเสียโดย
ใช้พืช บึงมักกะสัน

5กรุงเทพมหานคร

โครงการบำบัดน้ำเสียโดยใช้พืช
บึงมักกะสัน กรุงเทพมหานคร

โครงการบำบัดน้ำเสียบึงมักกะสันอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระ
ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระราชดำริ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ร่วมปรับปรุงบึงมักกะสัน เพื่อช่วยระบายน้ำและบรรเทาสภาพน้ำเสียในคลองสามเสน

พระราชดำริ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

แนวพระราชดำริ

โครงการบำบัดน้ำเสียบึงมักกะสันอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระ
ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระราชดำริ เมื่อวันที่ 15 เมษายน และ
วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2528 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปรับปรุงบึงมักกะสัน เพื่อ
ช่วยระบายน้ำและบรรเทาสภาพน้ำเสียในคลองสามเสน โดยใช้รูปแบบ “เครื่องกรองน้ำ
ธรรมชาติ” ความตอนหนึ่งว่า “...บึงมักกะสันนี้ ทำโครงการที่เรียกว่าแบบคนจน โดยใช้
หลักว่าผักตบชวาที่มีอยู่ทั่วไปนั้น เป็นพืชดูดความโสโครกออกมาแล้วก็ทำให้น้ำสะอาด
ขึ้นได้ เป็นเครื่องกรองธรรมชาติใช้พลังงานแสงอาทิตย์และธรรมชาติของการเติบโต
ของพื ช...”

ความเป็นมาของโครงการ

หลักการบำบัดน้ำเสียโดยการกรองน้ำเสียด้วยผักตบชวา ตามแนวทฤษฎีการ
พัฒนาอันเนื่อง มาจากพระราชดำริ "บึงมักกะสัน"

บึงมักกะสันเป็นบึงขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งการรถไฟ แห่ง
ประเทศไทยได้ขุดขึ้น ในปี พ.ศ. ๒๔๗๔ เพื่อใช้เป็นแหล่งระบายน้ำและรองรับ น้ำเสีย
รวมทั้งน้ำมันเครื่องจากโรงงานรถไฟมักกะสัน ทำให้บึงมักกะสันตื้นเขิน จากการตก
ตะกอนของสารแขวนลอย ครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่ต่างก็ถ่ายสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอย
ลงสู่บึงมักกะสัน จนเกิดปัญหาภาวะสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมและน้ำเน่าเสียกลายเป็น
แหล่งเพาะเชื้อโรคแห่งหนึ่ง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงตระหนักถึงภัยแห่งภาวะ
มลพิษนี้จึงได้พระราชทานพระราชดำริ โดยใช้วิธีการในรูปแบบของ "เครื่องกรองน้ำ
ธรรมชาติ" กล่าวคือ ให้มีการทดลองใช้ผักตบชวา ซึ่งเป็นวัชพืชที่ต้องการกำจัดอยู่
แล้วนี้ มาทำหน้าที่ดูดซับความโสโครก รวมทั้งสารพิษจากน้ำเน่าเสีย โดยทรงเน้นให้
ทำการปรับปรุง อย่างประหยัด และไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่
ริมบึงการทำงานของระบบอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่าง พืชน้ำ ได้แก่ สาหร่าย หรือ
อัลจี กับแบคทีเรีย โดยในเวลากลางวัน อัลจีซึ่งเป็นพืชน้ำสีเขียวจะทำการสังเคราะห์
แสง โดยใช้คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในน้ำและแสงแดด อัลจีจะนำคาร์โบไฮเดรตไปใช้สร้าง
เซลล์ใหม่ ส่วนออกซิเจนที่เป็นผลพลอยได้นั้น ก็จะถูกแบคที่เรียนำไปใช้ในการย่อย
สลายน้ำเสีย ซึ่งผลของปฏิกิริยานี้จะได้ คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบ
สำคัญในการดำรงชีพของอัลจี ดังนั้น อัลจีและแบคทีเรียจึงสามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วม
กันได้ โดยต่างพึ่งพาอาศัยกันและกัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเปรียบเทียบว่า "บึง
มักกะสัน" เป็นเสมือนดั่ง "ไตธรรมชาติ" ของกรุงเทพมหานครที่เป็นแหล่งเก็บกักและ
ระบายน้ำในฤดูฝน นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้หลายอย่าง เช่น ปุ๋ย เชื้อเพลิง เยื่อสาน
จากผักตบชวาและการปลูกพืชน้ำอื่น ๆ เช่น ผักบุ้ง เป็นต้น รวมทั้งการเลี้ยงปลาด้วย
โดยมิได้มีพระราชประสงค์จะทำให้เป็นสวนสาธารณะแต่อย่างใด บึงมักกะสันจึงเป็นบึง
ที่สร้างภาวะแวดล้อมด้วยวิธีธรรมชาติ เรียบง่าย ประหยัด และที่สำคัญเป็น แหล่ง
ค้นคว้าทดลองที่พระราชทานเพื่อปวงประชาจักได้มีสุขถ้วนทั่วหน้ากัน การพัฒนาบึง
มักกะสันจึงนับเป็นความสำเร็จที่เกิดจากพระปรีชาสามารถในเชิงวิชาการด้าน
นิเวศวิทยาและการแก้ไขปัญหาภาวะมลพิษทางน้ำ ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกล จึงนับ
เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งแก่ชาวไทยทั้งมวล

ที่ตั้งของโครงการ

เขตห้วยขวาง จังหวัดกรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์

เพื่ อส่งเสริมและเผยแพร่เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียด้วยระบบพื ชกรองน้ำเสียให้
กับหน่วยงานต่าง ๆ และประชาชนผู้ที่สนใจนำไปใช้ปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมและแพร่
หลาย
เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านน้ำเสียชุมชน ด้วยเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียด้วย
การใช้ระบบพื ชกรองน้ำเสีย
เพื่อพัฒนารูปแบบเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียด้วยระบบพืชกรองน้ำเสีย ให้
สามารถนำไปปฏิบัติโดยประหยัดค่าใช้จ่าย และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

ประโยชน์ของโครงการ

บำบัดน้ำเสียรวมทั้งได้ผักตบชวาสำหรับทำปุ๋ยหมักหรือเชื้อเพลิงและอาหารสัตว์
ตามเหมาะสม รวมทั้งเป็นการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประประชาชนใน
พื้ นที่รอบบริเวณบึงมักกะสันให้ดีขึ้นอีกด้วย

แหล่งอ้างอิง

http://www.rdpbproject.com/โครงการบำบัดน้ำเสียโดยใช้พื ชบึง
มักกะสัน

ผู้จัดทำ บทที่ 5

ชื่อ : นาย ศุภณัฐ แสนสัมพันธ์นพ
รหัสนักศึกษา : 6510122137031
คณะ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สาขา : วิชาคอมพิวเตอร์แอนิเมชันและมัลติมีเดีย

โครงการปลูก

6หญ้าแฝก

โครงการปลูกหญ้าแฝก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงศึกษาเรื่องการใช้หญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดิน
และน้ำจากเอกสารของธนาคารโลก ซึ่ง นาย Richard Grimshaw ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย
และได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับหญ้าแฝกเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน
2534 สรุปความว่า ให้ศึกษา ทดลองปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน
ในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และศูนย์ศึกษาการ
พัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตลอดจนพื้นที่อื่น ๆ โดยให้พิจารณา
การปลูกตามความเหมาะสมของภูมิประเทศ และควรเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลการ
ศึกษา ทดลอง ให้ครอบคลุมทุกด้านด้วย

คุณสมบัติของหญ้าแฝก

โครงการวิจัยอันเนื่องมาจากพระราชดำริพบว่าหญ้าแฝกสามารถนำมาปลูกเป็น
แถวเป็นแนวเพื่อเป็นปราการธรรมชาติ ช่วยกรองตะกอนดินที่ถูกชะล้างมากักเก็บไว้
ชะลอความเร็วของน้ำตามธรรมชาติและทำให้ดินดูดซับน้ำได้ทัน

หญ้าแฝกสามารถนำมาใช้ในการปกป้องและอนุรักษ์ดูแลทรัพยากรธรรมชาติได้
เช่น ปลูกตามแนวคลองชลประทาน อ่างเก็บน้ำและหนองบึง รวมทั้งไหล่ถนนและ
บริเวณใกล้สะพาน รากที่สานกันแน่นเหมือนตาข่ายจะพยุงดินไว้ กลายเป็น ‘กำแพง
ใต้ดินที่มีชีวิต’ ช่วยชะลอแรงน้ำ ทำให้น้ำซึมลงในดินได้มากขึ้น ช่วยป้องกันหน้าดินถูก
กัดเซาะพังทลาย ในส่วนของบริเวณเชิงเขาแนวรั้วหญ้าแฝกยังช่วยหยุดยั้งการพัง
ทลายของดินด้วยเช่นกัน

แหล่งอ้างอิง

http://km.rdpb.go.th/Knowledge/View/75

ผู้จัดทำ บทที่ 6

ชื่อ : นาย ธีทัช ปุณะปุง
รหัสนักศึกษา : 6510122137033

คณะ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สาขา : วิชาคอมพิวเตอร์แอนิเมชัน
และมัลติมีเดีย

โครงการน้ำดี

7ไล่น้ำเสีย

โครงการน้ำดีไล่น้ำเสีย

หลักการบำบัดน้ำเสียโดยการทำให้เจือจาง (Dilution) ตามแนว
ทฤษฎีการพั ฒนาอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ "น้ำดีไล่น้ำเสีย" โดยใช้
หลักการตามธรรมชาติแห่งแรงโน้มถ่วงของโลก (Gravity Flow) การ
ใช้น้ำคุณภาพดีมาช่วยบรรเทาน้ำเน่าเสียหรือที่เรียกกันว่า"น้ำดีไล่น้ำ
เสีย"นั้น ได้แก่ การใช้น้ำที่มีคุณภาพดีช่วยผลักดันน้ำเน่าเสียออกไปและ
ช่วยให้น้ำเน่าเสียมีสภาพเจือจางลง ซึ่งกระแสน้ำจะไหลแผ่กระจายขยาย
ไปตามคลองซอยที่เชื่อมกับแม่น้ำดังนั้นเมื่อการกำหนดวงรอบเกี่ยวกับ
การไหลของน้ำไปตามคลองต่าง ๆ นับแต่ปากคลองที่น้ำไหลเข้าจนถึง
ปลายคลองที่น้ำไหลออกได้อย่างเหมาะสม โดยที่น้ำสามารถไหลเวียนไป
ตามลำคลองได้ตลอดแล้วย่อมสามารถเจือจางน้ำเน่าเสียและชักพาสิ่ง
โสโครกไปได้มาก ซึ่งจะเป็นวิธีการช่วยบรรเทาน้ำเน่าเสียในคลองต่างๆ
ตอนช่วงฤดูแล้งได้อย่างดีจากแนวพระราชดำริดังกล่าวข้างต้นนี้จึง
บังเกิดกรรมวิธีในการบำบัดน้ำเสีย 2 ประการ ตามแนวพระราชดำริ
"น้ำดีไล่น้ำเสีย" คือ วิธีที่หนึ่งให้เปิดประตูอาคารควบคุมน้ำรับน้ำจากแม่น้ำ
เจ้าพระยาในช่วงจังหวะน้ำขึ้นและระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนระยะ
น้ำลง

ซึ่งมีผลทำให้น้ำตามลำคลองมีโอกาสไหลถ่ายเทกันไปมามากขึ้นกว่าเดิม
เกิดมีการหมุนเวียนของน้ำที่มีสภาพเน่าเสียกลิ่นเหม็นกลายเป็นน้ำที่มีคุณภาพ
ดีขึ้น วิธีที่สองให้ขุดลอกคลองเปรมประชากรพร้อมทั้งกำจัดวัชพืชเพื่อให้เป็น
คลองสายหลักในการผันน้ำคุณภาพดีไปช่วยบรรเทาให้น้ำเสียเจือจางลงและให้
คลองเปรมประชากรตอนล่างเป็นคลองที่สามารถรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไป
ช่วยบรรเทาน้ำเสีย โดยส่งกระจายไปตามคลองต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร
ส่วนคลองเปรมประชากรตอนบนนั้นให้หาวิธีรับน้ำเข้าคลองเป็นปริมาณมาก
อย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นการเพิ่มระดับน้ำให้สูงขึ้นจะได้สามารถกระจายน้ำเข้าสู่
ทุ่งบางไทร-บางปะอินเพื่อการเพาะปลูก และเพื่อให้คลองเปรมประชากรตอน
บนมีลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำเพื่ อใช้ผลักดันน้ำเน่าเสียในคลองเปรมประชากร
ตอนล่างต่อไปได้

แหล่งอ้างอิง

http://www.xn-
-12co9drbac8a9as5aiidh8isei1npa.com/th/blog/pag
e/38/โครงการน้ำดีไล่น้ำเสีย

ผู้จัดทำ บทที่ 7

ชื่อ : นางสาว เกวลิน พิมพ์ทอง
รหัสนักศึกษา : 6510122137034
คณะ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สาขา : วิชาคอมพิวเตอร์แอนิเมชันและมัลติมีเดีย

กังหันน้ำ

8ชัยพัฒนา

กังหันน้ำชัยพัฒนา

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
ได้พระราชทานหลักการ และรูปแบบของเครื่องกลเติมอากาศ ให้แก่
กรมชลประทาน เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2531 ซึ่งสำนักงานวิจัย และ
พัฒนาเครื่องจักรกลน้ำกองโรงงาน กรมชลประทานได้ประดิษฐ์ กังหัน
ชัยพัฒนา เพื่อใช้ในโครงการ แก้ไขน้ำเสีย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
โดยได้รับพระราชทานเงินทุนจากมูลนิธิชัยพั ฒนาเพื่ อจัดสร้างอุปกรณ์
ต่าง ๆ และทำการศึกษาวิจัย และทดลองในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้
สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาพพื้ นที่ตามหลักการที่พระบาทสมเด็จพระ
ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทาน
กรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้ทำการประดิษฐ์ ศึกษา
ทดลอง และวิจัยเครื่องกลเติมอากาศ เพื่อใช้บำบัดน้ำเสีย 9 รูปแบบ คือ
โมเดล RX-1 ถึง RX-9

กังหันชัยพัฒนา เป็นกังหันบำบัดน้ำเสีย "สิทธิบัตรในพระ
ปรมาภิไธย" เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำแก่ปวงชนทำงานโดย การหมุนปั่ น เพื่อ
เติมอากาศให้น้ำเสียกลายเป็นน้ำดี สามารถประยุกต์ใช้บำบัดน้ำเสีย จาก
การอุปโภคของประชาชน น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งเพิ่ม
ออกซิเจน ให้กับบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทางการเกษตร

แหล่งอ้างอิง

http://www.tsdf.nida.ac.th/th/royally-initiated-
projects/10774-กังหันน้ำชัยพั ฒนา-พศ-2531/#:~:text=กังหันชัย
พั ฒนา%20เป็นกังหัน,เลี้ยงสัตว์น้ำทางการเกษตร

ผู้จัดทำ บทที่ 8

ชื่อ : นาย ณัฐพล ปราณีสอน
รหัสนักศึกษา : 6510122137036

คณะ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สาขา : วิชาคอมพิวเตอร์แอนิเมชัน
และมัลติมีเดีย

โครงการเขื่อน

9คลองท่าด่าน

เขื่อนคลองท่าด่าน

โครงการเขื่อนคลองท่าด่านอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
เป็นการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนจาก
อุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำนครนายก ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำ รวมทั้ง
เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีน้ำใช้ในการเกษตร การอุปโภค
บริโภคในช่วงหน้าแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อกักเก็บน้ำ
ได้มากขึ้น ทำให้พื้นที่โดยรอบชุ่มน้ำ ประชาชนมีการเพาะเลี้ยง
สัตว์น้ำเป็นอาชีพมากขึ้น หล่อเลี้ยงชุมชนทั้ง 4 อำเภอ ได้แก่
อำเภอเมือง ปากพลี องครักษ์ และบ้านนา ให้อุดมสมบูรณ์
มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี อีกทั้งพื้นที่โดยรอบได้ปรับปรุงสถานที่ให้
สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อน และที่สำคัญเพื่อแก้ไขปัญหา
ดินเปรี้ยวที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการเพาะปลูกอีกด้วย

โครงการพระราชดําริ

เขื่อนคลองท่าด่าน

โครงการนี้ คือสร้างอ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง โครงการเขื่อนคลองท่าด่าน คือ
แนวทางการส่งเสริม และช่วยเหลือ
แห่งหนึ่งคือที่แม่น้ำป่าสัก อีกแห่งหนึ่งที่ เกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งเป็นเป้าหมายหรือ
เป็นหัวใจ ของกรม ส่งเสริมการเกษตร
แม่น้ำนครนายก สองแห่งรวมกันจะเก็บกัก ที่มุ่งมั่น ช่วยเหลือเกษตรกร ทุกระดับ
ชั้น จากต้นกำเนิด ณ อุทยานแห่งชาติ
น้ำเหมาะสมพอเพียง สำหรับการบริโภค เขาใหญ่ ส่วนหนึ่งเป็นพื้น ที่ลุ่มน้ำ
นครนายก 2,4333 ตร.กม. กลายเป็น
การใช้ในเขตกรุงเทพฯ และเขตใกล้เคียง สายน้ำที่เป็นเส้น เลือดหล่อเลี้ยง พื้นที่
ในเขต อำเภอเมืองนครนายก, อำเภอ
ที่ราบลุ่มของประเทศไทยนี้ บ้านนา, อำเภอปากพลี และอำเภอ
องครักษ์ จังหวัดนครนายก ติดต่อ
การก่อสร้างโครงการเขื่อนคลองท่าด่านอัน พื้นที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัด
ฉะเชิงเทรา ที่ซึ่งแม่น้ำนครนายกไหล
เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครนายก บรรจบกับแม่น้ำปราจีน กลายเป็นแม่น้ำ
บางปะกงก่อนไหลลงสู่อ่าวไทย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล


อดุลยเดช พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตน

ราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบ

พิธีวางศิลาฤกษ์ เขื่อนคลองท่าด่าน ฯ เมื่อ

วันที่ 2 มิถุนายน 2545 ซึ่งชาวนครนายก

และหน่วยราชการทุกหมู่เหล่าล้วนซาบซึ้งใน

พระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ใน
การเสด็จพระราชดำเนินมาในครั้งนี้




เขื่อนขุน




ด่านปราการ

เขื่อนขุน

ด่าน

ปราการ




ด้วยลักษณะภูมิประเทศ ด้วระบบชลประทานจะ เขื่อนคลองท่าด่าน
บริเวณลุ่มน้ำเป็นหุบเขา ช่วยควบคุมปริมาณน้ำไม่
ให้ไหลท่วมผืนดินและเก็บ
แคบๆ และพื้นที่สูงชัน กักน้ำไว้ใช้ในยามแล้ง
ประกอบกับมีผิวดินตื้น รวมทั้งลดปัญหาดิน
และลาดเทมาก ระดับน้ำ เปรี้ยวเมื่อผืนดิน สำหรับ
ใต้ดินมีน้อยมาก เป็นเหตุ ผลดีที่จะได้จากเขื่อน
คลองท่าด่านนั้น ประการ
ให้เกิดน้ำไหลบ่าอย่าง แรกคือ ช่วยบรรเทา
รุนแรงในช่วงฤดูฝน และ อุทกภัยในเขตจังหวัด
น้ำท่วมขังในบริเวณพื้ นที่ นครนายก น้ำท่วมที่เคย
ราบเป็นเวลานาน ซ้ำยังมี สร้างความเสียหายเป็น
ปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดู มูลค่ามหาศาล

แล้ง ด้วยพระเมตตาที่
ทรงห่วงใยอาณา

ประชาราษฎร์ พระบาท
สมเด็จพระปรมินทรมหา
ภูมิพลอดุลยเดชจึงเสด็จ
พระราชดำเนินไปยังพื้ นที่

ที่ประสบปัญหาด้วย
พระองค์เองทรงรับทราบ

ปัญหา และดำริว่าการ
พั ฒนาลุ่มน้ำนครนายก
ตอนบนจะช่วยผ่อนทุกข์

หนักให้เป็นเบา

โครงการพระราชดําริ

ในแต่ละปีจะลดลงร้อยละ 35
ปริมาณน้ำที่เพิ่ มขึ้นยังส่งผลให้
กิจกรรม การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
เพิ่ มขึ้นตามไปด้วยจาก
สถานการณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
และทำการประมงที่ซบเซา อ่าง
เก็บน้ำเขื่อน คลองท่าด่านจะช่วย
กระตุ้นให้ประชาชนหันมาทำการ
ประมงกันมากขึ้น ผลผลิตปลาจะ
สูงถึงปีละ 58 ตัน นับว่าเพิ่ม
มากกว่าก่อนมีเขื่อนหลายเท่า ไม่
เพี ยงเท่านี้เขื่อนคลองท่าด่านยัง
สามารถส่งน้ำ เพื่อการ อุปโภค
บริโภคปีละ 16 ล้าน ลบ.ม. ให้กับ
พื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ของ ๔ อำเภอ
ได้แก่ อำเภอเมือง ปากพลี
องครักษ์ และอำเภอบ้านนา
นอกจากการมีน้ำชลประทานจะ
ช่วยชะล้างหน้าดินเปรี้ยวให้มี
สภาพความเป็นกรดลงลง และ
ช่วยเพิ่ มผลผลิตในเขตพื้ นที่
ชลประทานแล้ว การก่อสร้าง
เขื่อนคลองท่าด่าน ยังก่อให้
เกิดผลประโยชน์ทางอ้อมอื่น ๆ
ตามมา เช่น ทัศนียภาพ และสิ่ง
แวดล้อม บริเวณตัวเขื่อนและ
รอบอ่างเก็บน้ำจะพั ฒนาเป็น
แหล่งท่องเที่ยว ต่อไปในอนาคต

แหล่งอ้างอิง

https://www.porpeang.org/content/5534

ผู้จัดทำ บทที่ 9

ชื่อ : นาย ธนากร วรภักดี
รหัสนักศึกษา : 6510122137038
คณะ : วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สาขา : วิชาคอมพิวเตอร์แอนิเมชันและมัลติมีเดีย

เขื่อนป่าสัก

10ชลสิทธิ์


Click to View FlipBook Version