1.1 รปู แบบ
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑม์ ัทรแี ต่งดว้ ยคาประพันธ์
ประเภทรา่ ยยาว นาด้วยคาภาษาบาลที ่อนหนง่ึ แล้วแต่งดว้ ย
รา่ ยยาวมคี าบาลแี ทรก เป็นการใช้รูปแบบคาประพันธ์ได้
เหมาะสมกบั สาระสาคัญ ซงึ่ จะทาให้ผ้อู ่านมีความซาบซ้ึงใน
ความรักของผเู้ ป็นแม่ได้อยา่ งดียงิ่
2. องค์ประกอบของเรอ่ื ง
2.1 สาระสาคัญ เป็นการแสดงความรกั ของแมท่ ่มี ตี ่อลูกวา่ เป็นความรักที่ยง่ิ ใหญ่ การพลดั
พรากจากลูกย่อมนาความทกุ ขโ์ ศกมาสู่แมอ่ ยา่ งยากทีจ่ ะหาสงิ่ ใดเปรยี บได้
2.2 โครงเรือ่ ง มีการวางโครงเรอ่ื งไดด้ ีโดยผูกเรอ่ื งใหเ้ ทพบุตร ๓ องค์นริ มติ กายเปน็ สัตว์
รา้ ยมาขวางนางมัทรไี ว้ จนกลบั อาศรมไดท้ นั เวลาที่พระเวสสันดรจะใหท้ านสองกุมารใหก้ บั
พราหมณ์ชชู ก เมอื่ นางกลับมาแลว้ ไมพ่ บสองกมุ ารก็โศกเศร้าเสียพระทัยจนสลบไป ตอ่ มา
ภายหลังได้ทรงทราบวา่ พระเวสสนั ดรทรงใหท้ านสองกุมารใหแ้ กพ่ ราหมณช์ ชู ก นางมัทรกี ็คลาย
ความเศร้าโศกพระทัย และเต็มพระทัยอนุโมทนาในบตุ รทานของพระเวสสนั ดร
มีลกั ษณะตวั ละครสาคัญดังนี้
พระเวสสันดร มีลกั ษณะสาคญั ดงั น้ี
1) มคี ุณธรรมสงู เหนือมนุษย์ ยากทม่ี นุษย์ท่ัวไปจะทาได้ ได้แก่การบริจาค
บุตรทาน คอื พระชาลแี ละพระกณั หา ซึ่งเปรยี บเสมือนแกว้ ตาดวงใจของพอ่ แมใ่ ห้
เปน็ ทานแก่ชูชก นับเป็นการบาเพญ็ ทานอันย่งิ ใหญป่ ระการหนง่ึ
2) มีความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์ เชน่ ทาการใหน้ างมทั รตี ้องเจบ็
พระทยั เพอื่ จะได้คลายความเศรา้ โศกทพ่ี ระกมุ ารทง้ั สองหายไป เปน็ การใช้
จติ วทิ ยาเพ่อื ให้นางมัทรีคลายความเศรา้ โศก มเิ ชน่ นัน้ นางอาจจะเศรา้ โศกจนเกิด
อนั ตรายได้
นางมทั รี มลี ักษณะสาคัญดังนี้
1) มคี วามจงรกั ภกั ดีต่อพระสวามี
2) เปน็ ยอดกุลสตรี ปฏิบตั หิ น้าที่ภรรยาและมารดาได้อยา่ งสมบูรณค์ รบถว้ น
3) มีความอดทน ไม่ยอ่ ท้อต่อความยากลาบาก
4) มจี ิตอันเปน็ กศุ ล จงึ อนุโมบตุ รทานของพระเวสสันดร
2.4 ฉากและบรรยากาศ
ฉากเปน็ ป่าบริเวณอาศรมของพระเวสสนั ดร ผ้แู ตง่
บรรยายบรรยากาศไดส้ มจริง และเหมาะสมสอดคลอ้ งกบั เน้อื
เรื่อง ดงั ปรากฏบทอาขยานทน่ี กั เรียนทอ่ งจา
2.5 กลวธิ ีในการแต่ง
แต่งด้วยคาประพันธ์ประเภทร่ายยาวท่ีมีคาถาบาลี
นา เปน็ ตอนท่วี า่ ดว้ ยนางมทั รเี ข้าปา่ ไปหาผลไม้ กลับมาไม่
พบพระกุมารผเู้ ป็นลกู จึงออกตามหา
ผู้แต่งเน้นให้ผู้อ่านเกิดความซาบซ้ึงในการพรรณนา
ค ว า ม รั ก ข อ ง แ ม่ ที่ มี ต่ อ ลู ก ร ส ว ร ร ณ ค ดี ที่ เ ด่ น ชั ด
ที่สุด คือ สัลลาปังคพิสัย รองลงมาคือ พิโรธวาทัง ซ่ึง
ปรากฏในตอนที่พระเวสสันดรทรงเห็นนางมัทรีเศร้าโศก จึง
คิดหาวิธีตัดความเศร้าโศกนั้น ด้วยการกล่าวบริภาษนางมัท
รีว่า คิดนอกใจไปคบกับชายอ่นื
นางมัทรีทรงเจ็บพระทัยเลยตัดพ้อพระเวสสันดรก่อนจะออกตามหาพระโอรส
พระธิดา ด้วยพระวรกายท่ีอิดโรยจนสลบไป ตอนนี้เป็นช่วงท่ีสะเทือนอารมณ์และบีบคั้นหัวใจ
มาก ส่งผลให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกสงสารและเห็นใจนางมัทรีท่ีต้องสูญเสีย แต่เม่ือทราบความจริง
นางก็เข้าใจคลายความเศร้าโศกและอนุโมทนาทานบารมีกับพระเวสสันดร ผู้อ่านก็เกิดความปีติ
ใจ นบั วา่ ผู้แต่งไดใ้ ช้กลวธิ ใี นการนาเสนอได้อยา่ งสะเทือนอารมณ์ และนา่ สนใจ