อาหารไทยพื้นบ้าน
ต้มยำปลานิล
ต้มยำ
ต้มยำ เป็นแกงไทยที่มีรสเปรี้ยวเผ็ด ต้มยำเป็นอาหารที่รู้จัก และมีชื่อเสียง
ไปทั่วโลก คำว่า "ต้มยำ" มาจากคำภาษาไทย 2 คำ คือ "ต้ม" และ "ยำ" คำว่า
"ต้ม" หมายถึง กิริยาเอาของเหลวใส่ภาชนะแล้วทำให้ร้อนให้เดือดหรือสุก ขณะที่
"ยำ" หมายถึงอาหารลาวและไทยประเภทที่มีรสเปรี้ยวเผ็ด ดังนั้น "ต้มยำ" คือ
แกงไทยที่มีความเผ็ดร้อนและเปรี้ยว อันที่จริงคุณลักษณะของต้มยำมาจาก
ความแตกต่างระหว่างความเผ็ดร้อนและความเปรี้ยวและกลิ่นหอมของสมุนไพร
ในน้ำแกง ที่สำคัญน้ำแกงนั้นประกอบด้วย น้ำต้มกระดูกและเครื่องปรุงส่วนผสม
สดได้แก่ ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า น้ำมะนาว น้ำปลา และพริก
ที่มาของต้มยำกุ้ง
แกงในที่นี้ หมายถึง แกงจืดซึ่งได้รับอิทธิพลจากอาหารจีนฮั่นมาตั่งแต่อยุธยา
ตอนต้น อาจารย์สุจิตต์ วงษ์เทศได้ให้คำนิยมคำว่า “แกง”ไว้สองความหมายคือ
ความหมายที่1 แกง แปลว่าความตาย หรือมีความหมายเดียวกับ ฆ่า เมื่อใช้
พูดจาในชีวิตประจำวันเลยซ่อนคำว่าเข้าไปฆ่าแกง แล้วยังมีชื่อย่านครั้งกรุง
ศรีอยุธยาว่า “ตะแลงแกง”สถานที่ประหารชีวิตนักโทษ
ความหมายที่ 2 แกงหมายถึงกับข้าวอย่างหนึ่งที่มีน้ำ เรียกว่าน้ำแกง เช่น แกง
เนื้อ แกงปลาแกงส้มฯลฯจะเห็นว่าแกงต้องมีเนื้อสัตว์ จะมีเนื้อสัตว์มาปรุงได้ก้
ต้องฆ่าเสียก่อน
การทำต้มยำกุ้ง ในระยะแรกอาจใช้น้ำปลา ใส่สมุนไพร จำพวกใบนาก ตะไคร์ ข่า
แก่ ซึ้งมีวัตถุประสงค์ในการต้มคาวกุ้งหรือเนื้อสัตว์ที่ใช้ทำต้มยำ ตะไคร์ทุบเพื่อให้
มีน้ำมันออกมาและเกิดกลิ่นมากกว่าการหั่นแฉลบ จะใส่เมื่อน้ำเดือด เพื่อให้ได้
กลิ่นและน้ำแกงจะไม่เปลี่ยนสีเป็นสีเขียวของตะไคร์ เช่นเดียวกับข่าแก่ หั่นบางๆ
ใส่ขณะที่น้ำแกงเดือดจะทำให้น้ำแกงเกิดความหอมใส่ก่อนใส่กุ้ง
ประเภทต้มยำ
ต้มยำน้ำใส เป็นต้มยำชนิดหนึ่งน้ำแกงมีความใส
ต้มยำน้ำข้น เป็นต้มยำชนิดหนึ่ง พึ่งเป็นที่นิยมในทศวรรษที่ 1980 มักใช้กุ้ง นมข้นและ
ครีมเทียมเป็นส่วนผสมหลัก
ต้มยำกะทิ ต้มยำที่ใช้กะทิเป็นส่วนประกอบหลัก มีลักษณะคล้ายต้มข่าไก่
ต้มยำกุ้ง เป็นชนิดของต้มยำที่เป็นที่นิยมมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยว ใช้กุ้ง
เป็นส่วนประกอบหลัก คาดกันว่าถือกำเนิดในสมัยรัตนโกสินทร์
ต้มยำปลา เป็นต้มยำน้ำใสที่ใส่เนื้อปลาเข้าไป มักกินพร้อมข้าว เคยเป็นชนิดของต้มยำที่
แพร่หลายที่สุด ก่อนที่จะมีการท่องเที่ยวแบบมวลชนในประเทศไทย เคยเป็นที่แพร่หลาย
เนื่องจากปลาเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายตามแม่น้ำ ลำคลองภายในประเทศ ปกติแล้วจะใช้เนื้อ
ปลาที่ต้มแล้วเนื้อไม่ร่วนมาทำ
ต้มยำไก่ เป็นต้มยำชนิดหนึ่ง ใช้ไก่เป็นส่วนผสมหลัก
ต้มยำโป๊ะแตก หรือ ต้มยำทะเล เป็นต้มยำชนิดหนึ่งที่ใช้สัตว์ทะเลมาเป็นส่วนประกอบ
หลัก เช่น กุ้ง หอย หมึก
ต้มยำมะพร้าวอ่อนน้ำข้น เป็นต้มยำชนิดหนึ่งที่ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน
ต้มยำขาหมู ใช้ขาหมูเป็นส่วนประกอบ ใช้เวลาในการทำนาน เนื่องจากใช้ไฟต่ำในการต้ม
ชาวต่างชาติจะรู้จักต้มยำกุ้งมากกว่าต้มยำชนิดอื่น ๆ โดยต้มยำจะใส่เนื้อสัตว์หรือผัก-
สมุนไพรใดก็ได้
การใส่นม หรือกะทิลงไปนั้น บางทีก็นิยมใส่เพื่อให้รสชาติกลมกล่อมขึ้น มักจะเรียกว่า
ต้มยำน้ำข้น
ต้มยำกุ้ง นั้น นิยมใส่มันกุ้งลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นกุ้ง
ต้มยำหัวปลา มักจะไม่นิยมใส่นม
ถ้าเป็นต้มโคล้งจะใส่น้ำมะขามเปียกแทนน้ำมะนาว และจะใส่หอมแดงสดลงไปด้วย
ต้มยำปลานิล
ส่วนผสม วิธีทำ
ปลานิลตัวใหญ่ 1 ตัว เวลาเตรียมส่วนผสม: 5 นาที
ตะไคร้ 3 ต้น เวลาปรุงอาหาร: 10 นาที
ใบมะกรูด 7 ใบ 1.เตรียมปลาหั่นเป็นชิ้นคลุก
ข่าหั่นเป็นแว่น 3 ชิ้น เกลือให้ทั่วแล้วล้างน้ำให้สะอาด
หอมแดงทุบบุบ 5 หัว พักไว้
พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะขามเปียก 4 ทัพพี 2.ใส่น้ำประมาณ 1 ลิตรหรือให้
น้ำปลา 3 ทัพพี มากกว่าตัวปลา นิดหน่อยต้ม
ผงคนอร์รสดี 1 ทัพพี ให้เดือดใส่ตระไคร้ ใบมะกรูด
รากผักชี 3 ราก ข่า หอมแดงทุบ รากผักชี พริก
ใบตั้งโอ๋ 1 กำ แกง น้ำมะขามเปียก น้ำปลา
รสดี ปรุงเครื่องชิมตามชอบ
ถ้าชอบเผ็ดเติมพริกผงตอน
เสริฟ
เคล็ดลับ: ใส่พริกแกงลงไป
ด้วยช่วยให้ต้มปลาไม่มีกลิ่น
คาว
3.เมื่อน้ำเดือดอีกครั้งใส่ปลา
นิลลงไปต้ม 5 นาที ห้ามคน
เมื่อสุกแล้วใส่ใบตั้งโอ๋ ตักใส่
จานพร้อมเสริฟ
เคล็ดลับการทำต้มยำปลานิล
ปลานิลที่นำมาทำต้องเป็นแลานิลสดใหม่ จะได้เนื้อปลานิลที่แน่นและ
หวาน เลือกปลานิลขนาด 3 ขีด เนื่องจากเนื้อปลาจะมากหน่อย
การล้างปลานิล เป็นขั้นตอนสำคัญ หากล้างไม่สะอาดจะทำให้คาว ให้ใช้
น้ำเกลือ ล้างปลานิล ให้ไม่มีเมือก และเลือดติด เมือกปลาเป็นส่วนที่
ทำให้เนื้อปลามีความคาว
พริกที่ใช้ในการต้มยำให้ใช้พริกขี้หนูสวนผสมกับพรกชี้ฟ้า เนื่องจาก
พริกขี้หนูสวนช่วยเรื่องรสเผ็ด แต่พริกชี้ฟ้าช่วยเรื่องสีสันความ
สวยงาม
น้ำที่ใช่ในการต้มยำ หากใช้น้ำซุปหมู ที่เคี่ยวนานๆ จะช่วยให้ความ
กลมกล่อมของซุปต้มยำมีมากขึ้น
น้ำมะนาวให้ใส่ขั้นตอนสุดท้าย หากต้มน้ำมะนาวในซุปขณะน้ำเดือด จะ
ทำให้มีรสขม ทำให้ต้มยำไม่อร่อย
การต้มน้ำต้มยำในช่วงแรกให้ต้มในไฟอ่อนๆ และใส่เครื่องสมุนไพรลง
ไปก่อน อย่าง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ให้ความหอมของเครื่องต้มยำออก
มาก่อน เมื่อปรุงรสแล้ว ค่อยใส่เนื้อปลานิลลงไปต้ม
เมนูต้มยำปลานิล ให้ปรุงรสต้มยำให้เสร็จก่อน ใส่เนื้อปลานิลขั้นตอน
สุดท้าย หากใส่ปลานิลก่อน อาจจะทำให้เนื้อปลาแตกไม่เป็นชิ้น
การต้มปลานิล ให้เพิ่มความร้อนของไฟให้เดือด และใส่ปลานิลลงไป
และทิ้งไว้ให้สุกไม่ต้องคลน
วิธีทำต้มยำปลานิล ปลานิลทำอะไรกินได้บ้าง ปลานิลทำอะไรกินดี เมนูปลา
อาหารไทย ต้มยำปลานิล ต้มยำทำอย่างไร สูตรอาหารไทย ต้มยำ อาหาร
สุขภาพ อุดมไปด้วยสมุนไพร
ประโยชน์ของปลานิล มากคุณค่า ความ
อร่อย หลากหลายเมนู
1. ประโยชน์ของปลานิลช่วยเพิ่มการ 2. ประโยชน์ของปลานิลมีโซเดียมต่ำ ข้อดี
ทำงานของระบบประสาทและสมอง ปลา อีกอย่างหนึ่งของปลานิลคือ มีปริมาณ
นิลมีโอเมกา 3 ในปริมาณที่ไม่น้อยไปกว่า ของโซเดียมต่ำ สามารถรับประทานได้โดย
ไม่ต้องกลัวอาการบวมเค็ม โดยปกติปลา
ปลาทะเลน้ำลึก โดยเฉพาะปลานิลที่เลี้ยง น้ำจืดจะมีปริมาณแคลเซียมใกล้เคียงกับ
ในฟาร์ม ซึ่งโอเมกา 3 นี้ จะช่วยเพิ่มการ ปลาทะเล แต่มีปริมาณโซเดียมน้อยกว่า
จดจำของสมองและทำให้ระบบประสาท จึงไม่ทำให้ไตทำงานหนัก
ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถ
ป้องกันอาการอัลไซเมอร์ได้ดีอีกด้วย
3. ประโยชน์ของปลานิลไม่มีไขมัน ปลานิล 4. ประโยชน์ของปลานิลเป็นแหล่งโปรตีน
เป็นปลาที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในเขตทะเลน้ำลึก เสริมสร้างกล้ามเนื้อ สารอาหารสำคัญที่
หรือเขตที่มีอากาศหนาว ดังนั้นจึงไม่มี ร่างกายขาดไม่ได้ เพราะโปรตีนถือเป็นสาร
การสะสมไขมันแต่อย่างใด การรับ อาหารที่อยู่ในกระบวนการทำงานภายใน
ประทานปลานิลในช่วงลดน้ำหนักจึงนับ ร่างกายแทบทุกกระบวนการ โดยเฉพาะ
เป็นวิธีที่ดีที่สุดอีกวิธีหนึ่ง โดยเมนูที่เหมาะ อย่างยิ่งกระบวนการสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่ง
กับผู้ลดน้ำหนักคือปลานิลนึ่งกับน้ำพริก นอกจากโปรตีนจะช่วยเสริมสร้างกล้าม
โดยเมนูนี้จะให้พลังงานเพียง 40 กิโล เนื้อแล้วยังช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอใน
แคลอรีเท่านั้น ร่างกายได้ดีอีกด้วย
5. ประโยชน์ของปลานิลช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ อีกหนึ่งคุณประโยชน์ของโปรตีนที่ได้
จากเนื้อปลา คือคอลาเจนธรรมชาติชั้นดีจากธรรมชาติ โดยคอลาเจนที่ว่านี้จะช่วย
เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวพรรณ ทำผิวใสดูอ่อนกว่าวัย นอกจากนั้นยังส่งผลให้อวัยวะ
ต่างๆ ภายในร่างกายทำงานอย่างเป็นปกติอีกด้วย
6. ประโยชน์ของปลานิลปกป้องลูกน้อยในครรภ์ ผลการศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้หญิง
ที่ตั้งครรภ์พบว่า หญิงตั้งครรภ์ที่รับประทานปลาน้ำจืด ไม่ว่าจะเป็นปลาดุก ปลา
ตะเพียนหรือ ‘ปลานิล’ มีอัตราการแท้งเนื่องจากคลอดก่อนกำหนดน้อยกว่าผู้ที่ไม่
รับประทานปลาเลย นอกจากนั้นเด็กที่คลอดออกมา มีแนวโน้มเป็นโรคสมาธิสั้นน้อย
กว่าเด็กที่มารดาไม่รับประทานปลาในช่วงเวลาดังกล่าวอีกด้วย
สรรพคุณของเครื่องต้มยำ
โดยรวมแล้ว ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด จะมีสรรพคุณที่คล้ายกัน ได้แก่
ช่วยดับกลิ่นคาวจากเนื้อสัตว์
ช่วยย่อยอาหาร ขับลม ขับปัสสาวะ แก้จุกเสียด แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
สกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยไล่ยุง ไล่แมลง
ซึ่งแต่ละอย่างก็ยังมีสรรพคุณพิเศษแตกต่างกันออกไปอีกค่ะ
ข่า
บดเหง้าข่าให้ละเอียดผสมกับน้ำปูนใสดื่ม 3 เวลาหลังอาหาร ช่วยบรรเทา
อาการท้องร่วง คลื่นไส้อาเจียน
บดเหง้าข่าแก่ให้ละเอียดผสมกับเหล้าขาว ใช้ทาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ช่วยบรรเทา
อาการของโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน ลมพิษ
นอกจากนี้น้ำมันหอมระเหยจากเหง้าที่ทุบละเอียดยังสามารถไล่แมลงได้ด้วย
ตะไคร้
ช่วยให้เจริญอาหาร
ปอกตะไคร้จนเห็นเนื้อในสีชมพูอ่อน นำไปต้มในน้ำเดือดพอให้น้ำเปลี่ยนสี
ยกลง เติมน้ำตาลเล็กน้อย ดื่มแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน
ดื่มน้ำตะไคร้ก่อนไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ดื่มแอลกอฮอล์ได้น้อย
ลง หรือหากเมาค้าง การดื่มน้ำตะไคร้จะช่วยให้สร่างเมาเร็วขึ้น
ใบมะกรูด
ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี
แก้ไอละลายเสมหะ
แก้ช้ำใน
แช่เท้าลงในน้ำอุ่นที่ใส่ใบมะกรูดหั่นฝอยช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ดี
สมุนไพร
ต้มยำปลานิลมีพืชสมุนไพรที่ใช้ คือ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง และ
มะนาว ข่า ที่เป็นหน่อและเหง้ามีรสเผ็ดร้อนหวาน แก้ลม แน่นหน้าอก แก้ปวด
ท้อง จุกเสียดแน่น ขับลมให้กระจาย แก้ฟกบวม แก้ตกเลือด และขับน้ำคาวปลา
ตะไคร้ ที่เป็นต้นมีรสหอมปร่า แก้หืด แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะ บำรุงธาตุ และขับ
เหงื่ อ
พริกขี้หนู : ประโยชน์มากมายช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย ลดระดับน้ำตาลในเลือด
เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต เร่งอัตราการเผาผลาญ ช่วยลดน้ำหนัก เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์เป็นยาแก้หวัด ลดน้ำมูก บรรเทาอาการไอ แถมสรรพคุณ
อื่นๆ อีกเพียบ
ใบมะกรูด : ขับลมในลำไส้ ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี แก้จุกเสียด เป็นต้น
ข่า : บำรุงร่างกาย ลดเสมหะ ขับลม แก้บิด แก้มวนท้อง แก้อาการอาหารเป็นพิษ
เป็นต้น
ตะไคร้ : ขับเหงื่อ บำรุงธาตุไฟ ลดอาการไอ แก้หวัด ลดไข้ ช่วยขับลม เป็นต้น
ผักชี : บำรุงสายตา แก้กระหายน้ำ ลดระดับน้ำตาลในเลือด แก้ไอ ละลายเสมหะ
ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน แก้วิเวียนศีรษะ เป็นต้น
มะนาว : แก้วิงเวียน อาการเมา ขับเสมหะ รักษาโรคลักปิดลักเปิด แก้ไอ ขับ
เสมหะ บรรเทาอาการต่อมทอลซินอักเสบ
หอมแดง : ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น เจริญอาหาร บำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต ลดอาการ
วิงเวียนหน้ามืดตาลาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น