The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mookkey02, 2022-10-14 13:16:59

แผนจัดการเรียนรู้หน่วยที่1อาหารและการย่อยอาหาร

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่1

แผนการจดั การเร๑ียนรู้
วชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่องอาหารและการย่อยอาหาร
ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖ ภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๕

นางสาวญาณศิ า เสนปัญจะ

นกั ศึกษาปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศึกษา
สาขาวชิ าวทิ ยาศาสตร์ทว่ั ไปและฟิ สิกส์
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุดรธานี

โรงเรียนอนุบาลอดุ รธานี
อาเภอเมือง จงั หวดั อุดรธานี

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๑



แผนการจดั การเรยี นรู้
รายวิชาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๑ เรอ่ื งอาหารและการยอ่ ยอาหาร

ปีการศกึ ษา ๑/๒๕๖๕

จดั ทำโดย
นางสาวญาณศิ า เสนปัญจะ
รหสั นกั ศึกษา ๖๒๐๔๐๑๑๓๑๓๑
สาขาวิชาวทิ ยาศาสตร์ทว่ั ไปและฟิสิกส์
คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎอดุ รธานี

โรงเรยี นอนุบาลอุดรธานี
อำเภอเมือง จังหวัดอดุ รธานี
สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๑



คำนำ

แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชา ว๑๖๑๐๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๖
เล่ม ๑ น้ี จัดทำขึน้ เพ่ือใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนให้มปี ระสิทธิภาพ และให้นักเรียนบรรลุตาม
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด ทีก่ ำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับ
ปรับปรุง ๒๕๖๐) ผู้จัดทำจึงได้ศึกษาสาระการเรียนเทคนิค วิธีการสอนการวัดและประเมินผล มาจัดทำ
แผนการจดั การเรยี นรูใ้ นคร้งั น้ี

แผนการจดั การเรียนรใู้ นเล่ม ๑ นี้ ประกอบไปดว้ ย ทำไมต้องเรยี นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรียนรู้
อะไรในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คุณภาพผู้เรียนเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่
๖ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน โครงสร้าง
กำหนดการสอน แผนการจัดหน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง อาหารและการย่อยอาหาร เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุ
มาตรฐานการเรียนไดเ้ ต็มศกั ยภาพอย่างแทจ้ ริง

จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้จะสามารถนำไปใช้ประกอบการจัดการเรียนการ
สอนรายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี นำไปสู่การพฒั นาท่ีถกู ตอ้ งและเกิดผลแกผ่ ้เู รียนเป็นอยา่ งดี

ญาณิศา เสนปัญจะ



สารบัญ

เรื่อง หน้า

คำนำ............................................................................................................................. ................ ก

สารบัญ.......................................................................................................................................... ข

หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พ.ศ.๒๕๕๑(ฉบับปรบั ปรุง๒๕๖๐) ค

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

เปา้ หมายของวิทยาศาสตร์................................................................................................ ค

เรียนร้อู ะไรในวทิ ยาศาสตร์............................................................................................... ค

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้.......................................................................................... ง

คุณภาพผเู้ รียนเม่ือจบชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖.................................................................... จ

ตวั ชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖.......................................... ช

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน........................................................................................................... ณ

โครงสรา้ งกำหนดการสอน........................................................................................................... ด

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๑ เร่อื ง อาหารและการยอ่ ยอาหาร

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑................................................................................................ ๑

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒................................................................................................ ๗

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓................................................................................................ ๑๓

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๔................................................................................................ ๑๙

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๕................................................................................................ ๒๖

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๖................................................................................................ ๓๒



หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พ.ศ.๒๕๕๑(ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เปา้ หมายของวทิ ยาศาสตร์
ในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ค้นพบความรู้ด้วยตนเองมากที่สุดเพื่อให้ได้ทั้ง

กระบวนการและความรู้จากวิธีการสังเกต การสำรวจตรวจสอบ การทดลอง แล้วนำผลที่ได้มาจัดระบบเป็น
หลกั การ แนวคิด และองค์ความรู้

การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์จงึ มเี ปา้ หมายทสี่ ำคญั ดงั นี้
๑. เพอ่ื ให้เข้าใจหลักการ ทฤษฎีและกฎท่เี ป็นพื้นฐานในวชิ าวิทยาศาสตร์
๒. เพื่อให้เข้าใจขอบเขตของธรรมชาติของวิชาวิทยาศาสตร์และข้อจำกัดในการศึกษาวิชา
วทิ ยาศาสตร์
๓. เพอ่ื ใหม้ ีทักษะทีส่ ำคญั ในการศึกษาคน้ คว้าและคิดค้นทางเทคโนโลยี
๔. เพื่อให้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีมวลมนุษย์และ
สภาพแวดล้อมในเชงิ ทม่ี ีอิทธิพลและผลกระทบซง่ึ กนั และกัน
๕. เพื่อนำความรู้ความเข้าใจ ในวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและ
การดำรงชีวติ
๖. เพ่อื พฒั นากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแกป้ ัญหา และการจัดการ ทักษะ
ในการสอื่ สาร และความสามารถในการตดั สนิ ใจ
๗. เพื่อให้เป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีอย่างสรา้ งสรรค์

เรยี นรอู้ ะไรในวทิ ยาศาสตร์
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์มุ่งหวังให้ผเู้ รียนได้เรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ที่เนน้ การเช่ือมโยงความรู้กับ

กระบวนการ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้
และแกป้ ัญหาท่ีหลากหลาย ใหผ้ ูเ้ รยี นมสี ว่ นร่วมในการเรยี นรทู้ ุกขน้ั ตอน มีการทำกิจกรรมด้วยการลงมือปฏิบัติ
จริงอย่างหลากหลาย เหมาะสมกับระดบั ชัน้ โดยกำหนดสาระสำคญั ดงั น้ี

✧ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ชีวิตในสิ่งแวดล้อม องค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตการดำรงชีวิต
ของมนษุ ยแ์ ละสัตวก์ ารดำรงชีวติ ของพืช พนั ธุกรรม ความหลากหลายทางชวี ภาพและววิ ัฒนาการของสิง่ มชี ีวิต

✧ วิทยาศาสตร์กายภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ธรรมชาติของสาร การเปลี่ยนแปลงของสาร การเคลื่อนท่ี
พลังงาน และคลื่น

✧ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ เรียนรู้เกี่ยวกับ องค์ประกอบของเอกภพ ปฏิสัมพันธ์ภายในระบบ
สุริยะ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบโลก การเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ
และผลตอ่ สิง่ มชี วี ติ และส่งิ แวดลอ้ ม



✧ เทคโนโลยี
● การออกแบบและเทคโนโลยีเรียนรู้เกี่ยวกับ เทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการ
เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อ
แก้ปญั หาหรอื พฒั นางานอย่างมีความคดิ สร้างสรรค์ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลอื กใชเ้ ทคโนโลยี
อยา่ งเหมาะสมโดยคำนงึ ถึงผลกระทบต่อชวี ติ สังคม และสง่ิ แวดลอ้ ม
● วิทยาการคำนวณ เรียนรู้เกี่ยวกับ การคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในการ
แก้ปญั หาทพ่ี บในชวี ิตจริงได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ

มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับ
สิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศการถ่ายทอดพลังงาน การ
เปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อมแนวทางในการอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการแก้ไขปัญหาส่ิงแวดล้อมรวมทง้ั นำความรู้ไป
ใช้ประโยชน์

มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก
จากเซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์

มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสาร
พันธกุ รรม การเปลี่ยนแปลงทางพนั ธกุ รรมที่มผี ลต่อสงิ่ มีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและววิ ัฒนาการของ
สิง่ มชี ีวิต รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
สาระท่ี ๒ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ

มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบตั ิของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสมบตั ิของ
สสารกับโครงสร้างและแรงยดึ เหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปล่ยี นแปลงสถานะของสสาร
การเกดิ สารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี

มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะ
การเคลอื่ นทแ่ี บบต่าง ๆ ของวตั ถรุ วมท้งั นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์

มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้อง
กบั เสียง แสง และคล่นื แม่เหล็กไฟฟ้า รวมท้งั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์



สาระท่ี ๓ วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพกาแล็กซี

ดาวฤกษ์และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยอี วกาศ

มาตรฐาน ว ๓.๒ เขา้ ใจองค์ประกอบและความสมั พันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลีย่ นแปลง
ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผล
ต่อสง่ิ มีชีวติ และส่งิ แวดลอ้ ม

สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยีเพือ่ การดำรงชวี ติ ในสังคมท่ีมีการเปลีย่ นแปลง
อย่างรวดเรว็ ใช้ความรู้และทกั ษะทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์คณติ ศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ เพือ่ แกป้ ัญหาหรือพัฒนา
งานอยา่ งมีความคดิ สร้างสรรคด์ ้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลือกใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ งเหมาะสม
โดยคำนึงถงึ ผลกระทบต่อชวี ิต สงั คม และสง่ิ แวดล้อม
มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่าง มี
ประสทิ ธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม

คณุ ภาพผูเ้ รยี นเมือ่ จบช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
นักเรียนที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ควรมีความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการ และ

จติ วทิ ยาศาสตรด์ งั น้ี
๑. เข้าใจโครงสร้าง ลักษณะเฉพาะและการปรับตวั ของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งความสัมพันธ์ของสิ่งมชี ีวิตใน

แหล่งทีอ่ ยู่ การทำหน้าทข่ี องสว่ นตา่ ง ๆ ของพชื และการทำงานของระบบย่อยอาหารของมนุษย์
๒. เข้าใจสมบตั ิและการจำแนกกลุม่ ของวสั ดุ สถานะและการเปลย่ี นสถานะของสสาร การละลาย การ

เปลีย่ นแปลงทางเคมี การเปลยี่ นแปลงทีผ่ นั กลับได้และผนั กลบั ไม่ได้ และการแยกสารอย่างง่าย
๓. เขา้ ใจลกั ษณะของแรงโน้มถ่วงของโลก แรงลัพธ์ แรงเสียดทาน แรงไฟฟ้าและผลของแรงต่างๆ ผล

ที่เกิดจากแรงกระทำต่อวตั ถุ ความดัน หลกั การที่มีตอ่ วัตถุ วงจรไฟฟา้ อยา่ งง่าย ปรากฏการณเ์ บื้องตน้ ของเสียง
และแสง

๔. เข้าใจปรากฏการณ์การขึ้นและตก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์
องค์ประกอบของระบบสุริยะ คาบการโคจรของดาวเคราะห์ ความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์
การข้ึนและตกของกล่มุ ดาวฤกษ์ การใชแ้ ผนทด่ี าว การเกิดอุปราคา พฒั นาการและประโยชน์ของเทคโนโลยี
อวกาศ

๕. เข้าใจลกั ษณะของแหล่งน้ำวฏั จักรน้ำ กระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำคา้ ง น้ำค้างแขง็ หยาดน้ำฟ้า



กระบวนการเกิดหิน วัฏจักรหิน การใช้ประโยชน์หินและแร่ การเกิดซากดึกดำบรรพ์ การเกิดลมบก ลมทะเล
มรสุม ลักษณะและผลกระทบของภัยธรรมชาติ ธรณีพิบัติภัย การเกิดและผลกระทบของปรากฏการณ์เรือน
กระจก

๖. ค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและประเมินความน่าเชื่อถือ ตัดสินใจเลือกข้อมูลใช้เหตุผลเชิง
ตรรกะในการแกป้ ัญหา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการทำงานร่วมกนั เขา้ ใจสิทธิและหนา้ ท่ี
ของตน เคารพสทิ ธิของผอู้ ืน่

๗. ตั้งคำถามหรอื กำหนดปัญหาเกีย่ วกับสิ่งทีจ่ ะเรียนรู้ตามที่กำหนดให้หรอื ตามความสนใจ คาดคะเน
คำตอบหลายแนวทาง สร้างสมมติฐานที่สอดคล้องกับค าถามหรือปัญหาที่จะสำรวจตรวจสอบวางแผนและ
สำรวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม ในการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้ง
เชิงปรมิ าณและคณุ ภาพ

๘. วเิ คราะห์ข้อมลู ลงความเหน็ และสรุปความสมั พนั ธข์ องขอ้ มลู ท่ีมาจากการสำรวจตรวจสอบใน
รปู แบบท่เี หมาะสม เพ่ือสอ่ื สารความรูจ้ ากผลการสำรวจตรวจสอบได้อยา่ งมีเหตุผลและหลกั ฐานอา้ งองิ

๙. แสดงถึงความสนใจ มุ่งมั่น ในสิ่งที่จะเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องที่จะศึกษาตาม
ความสนใจของตนเอง แสดงความคิดเห็นของตนเอง ยอมรับในข้อมูลที่มีหลักฐานอ้างอิง และรับฟังความ
คิดเหน็ ผอู้ ืน่

๑๐. แสดงความรับผิดชอบด้วยการทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างมุ่งมั่น รอบคอบ ประหยัดซื่อสัตย์
จนงานลลุ ว่ งเปน็ ผลสำเรจ็ และทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสรา้ งสรรค์

๑๑. ตระหนักในคุณค่าของความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใช้ความรู้และกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิตแสดงความชื่นชม ยกย่องและเคารพสิทธิในผลงานของผู้คิดค้นและศึกษาหา
ความรู้เพิม่ เติม ทำโครงงานหรอื ชิน้ งานตามทีก่ ำหนดใหห้ รือตามความสนใจ

๑๒. แสดงถึงความซาบซึ้ง ห่วงใย แสดงพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้ การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อมอยา่ งรูค้ ุณคา่



ตวั ชีว้ ดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖

สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ

มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับ

สิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศการถ่ายทอดพลังงาน การ

เปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติ

และส่งิ แวดล้อมแนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสงิ่ แวดล้อมรวมทั้งนำความรู้ไป

ใช้ประโยชน์

ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

--

มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของส่งิ มชี วี ิต หนว่ ยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก

จากเซลล์ ความสมั พนั ธ์ของโครงสรา้ งและหน้าท่ีของระบบตา่ ง ๆของสตั วแ์ ละมนุษย์ทท่ี ำงานสมั พันธก์ นั

ความสัมพนั ธข์ องโครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของอวยั วะต่าง ๆ ของพชื ที่ทำงานสัมพันธ์กนั รวมท้งั นำความรู้ไปใช้

ประโยชน์

ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

๑. ระบสุ ารอาหารและบอกประโยชนข์ อง • สารอาหารทอี่ ยูใ่ นอาหารมี ๖ ประเภท ได้แก่

สารอาหารแตล่ ะประเภทจากอาหารท่ตี นเอง คาร์โบไฮเดรต โปรตนี ไขมัน เกลือแร่ วิตามนิ

รับประทาน และน้ำ

๒. บอกแนวทางในการเลอื กรับประทานอาหาร • อาหารแตล่ ะชนดิ ประกอบด้วยสารอาหารทแ่ี ตกต่างกัน

ให้ได้สารอาหารครบถว้ น ในสดั สว่ นทเ่ี หมาะสม อาหารบางอยา่ งประกอบดว้ ยสารอาหารประเภทเดียว

กบั เพศและวัย รวมท้งั ความปลอดภยั ตอ่ สขุ ภาพ อาหารบางอยา่ งประกอบดว้ ยสารอาหารมากกว่าหนง่ึ

๓. ตระหนักถึงความสำคัญของสารอาหาร โดย ประเภท

การเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหาร • สารอาหารแตล่ ะประเภทมีประโยชนต์ ่อรา่ งกาย

ครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย แตกตา่ งกัน โดยคารโ์ บไฮเดรต โปรตนี และไขมันเปน็

รวมท้ังปลอดภัยต่อสุขภาพ สารอาหารที่ให้พลังงานแก่รา่ งกายสว่ นเกลอื แร่ วิตามิน

๔. สร้างแบบจำลองระบบย่อยอาหาร และ และน้ำ เปน็ สารอาหารทไ่ี ม่ให้พลังงานแกร่ ่างกาย แต่

บรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร ช่วยใหร้ า่ งกายทำงานไดเ้ ปน็ ปกติ

รวมทั้งอธิบายการย่อยอาหารและการดูดซึม • การรับประทานอาหาร เพ่ือให้รา่ งกายเจรญิ เติบโต

สารอาหาร มกี ารเปลีย่ นแปลงของรา่ งกายตามเพศและวยั และมี

สขุ ภาพดจี ำเป็นต้องรับประทาน



ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
๕. ตระหนักถงึ ความสำคัญของระบบย่อย ใหไ้ ดพ้ ลงั งานเพยี งพอกับความตอ้ งการของรา่ งกาย
อาหารโดยการบอกแนวทางในการดแู ลรกั ษา และให้ไดส้ ารอาหารครบถ้วน ในสดั ส่วนทเ่ี หมาะสมกบั
อวัยวะในระบบย่อยอาหารให้ทำงานเปน็ ปกติ เพศและวัย รวมท้งั ต้องคำนงึ ถึงชนิดและปรมิ าณของวัตถุ
เจือปนในอาหารเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ
• ระบบยอ่ ยอาหารประกอบด้วยอวยั วะตา่ งๆ ได้แก่
ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เลก็ ลำไส้ใหญ่
ทวารหนกั ตบั และตับออ่ น ซ่ึงทำหนา้ ทร่ี ว่ มกันในการ
ยอ่ ยและดูดซมึ สารอาหาร
- ปากมฟี ันชว่ ยบดเคย้ี วอาหารให้มีขนาดเล็กลงและมลี ้ิน
ช่วยคลกุ เคลา้ อาหารกบั นำ้ ลายในนำ้ ลายมีเอนไซม์ย่อย
แปง้ ให้เปน็ นำ้ ตาล
- หลอดอาหารทำหนา้ ทล่ี ำเลียงอาหารจากปากไปยัง
กระเพาะอาหาร ภายในกระเพาะอาหารมีการย่อย
โปรตนี โดยกรดและเอนไซม์ที่สรา้ งจากกระเพาะอาหาร
- ลำไส้เล็กมีเอนไซม์ทีส่ รา้ งจากผนังลำไส้เลก็ เอง
และจากตับอ่อนทช่ี ่วยย่อยโปรตีน คารโ์ บไฮเดรตและ
ไขมัน โดยโปรตนี คาร์โบไฮเดรต และไขมนั ท่ผี ่านการ
ย่อยจนเปน็ สารอาหารขนาดเล็กพอทจ่ี ะดูดซมึ ได้รวมถึง
น้ำ เกลอื แร่และวติ ามินจะถูกดดู ซึมท่ผี นงั ลำไสเ้ ลก็ เข้าสู่
กระแสเลือดเพื่อลำเลยี งไปยงั ส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกาย ซ่ึง
โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมนั จะถูกนำไปใช้เป็น
แหล่งพลงั งานสำหรับใชใ้ นกจิ กรรมตา่ งๆสว่ นน้ำ เกลือแร่
และวติ ามิน จะช่วยให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ
- ตบั สรา้ งน้ำดแี ล้วส่งมายังลำไสเ้ ล็กชว่ ยใหไ้ ขมัน
แตกตัว
- ลำไส้ใหญ่ทำหนา้ ทด่ี ูดน้ำและเกลือแร่ เปน็ บริเวณที่มี
อาหารทยี่ ่อยไมไ่ ดห้ รือย่อยไม่หมดเปน็ กากอาหาร ซ่ึงจะ
ถกู กำจัดออกทางทวารหนัก
• อวยั วะตา่ ง ๆ ในระบบย่อยอาหารมคี วามสำคญั
จงึ ควรปฏบิ ัตติ น ดแู ลรกั ษาอวยั วะให้ทำงานเปน็ ปกติ



มาตรฐาน ว ๑.๓ เขา้ ใจกระบวนการและความสำคัญของการถา่ ยทอดลักษณะทางพันธุกรรมสาร

พนั ธุกรรม การเปล่ยี นแปลงทางพนั ธุกรรมทม่ี ีผลตอ่ ส่งิ มีชวี ิต ความหลากหลายทางชีวภาพและววิ ัฒนาการของ

สิ่งมชี วี ติ รวมทงั้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

--

สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ

มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พันธ์ระหวา่ งสมบตั ขิ อง

สสารกบั โครงสรา้ งและแรงยดึ เหนยี่ วระหวา่ งอนุภาค หลกั และธรรมชาติของการเปลยี่ นแปลงสถานะของสสาร

การเกดิ สารละลาย และการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี

ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

๑. อธิบายและเปรยี บเทียบการแยกสารผสม • สารผสมประกอบดว้ ยสารตั้งแต่ ๒ ชนดิ ขึ้นไปผสม

โดยการหยิบออก การร่อน การใชแ้ มเ่ หล็กดงึ ดูด กันเชน่ น้ำมันผสมนำ้ ขา้ วสารปนกรวดทราย วธิ กี าร

การรนิ ออก การกรอง และการตกตะกอน ทเ่ี หมาะสมในการแยกสารผสมข้นึ อยู่กับลักษณะ

โดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์รวมท้ังระบุวธิ ี และสมบตั ขิ องสารท่ผี สมกัน ถา้ องค์ประกอบของ

แกป้ ญั หาในชวี ิตประจำวันเก่ียวกบั การแยกสาร สารผสมเปน็ ของแข็งกับของแข็งทม่ี ีขนาด

แตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจใชว้ ิธกี ารหยิบออก

หรอื การร่อนผา่ นวสั ดุที่มรี ถู ้ามีสารใดสารหนงึ่

เปน็ สารแมเ่ หล็กอาจใช้วธิ กี ารใชแ้ ม่เหล็กดงึ ดดู

ถา้ องค์ประกอบเป็นของแขง็ ท่ีไม่ละลายใน

ของเหลว อาจใช้วธิ ีการรนิ ออกการกรอง หรือ

การตกตะกอน ซ่งึ วิธกี ารแยกสารสามารถนำไปใช้

ประโยชน์ในชีวติ ประจำวนั ได้

มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาตขิ องแรงในชวี ติ ประจำวนั ผลของแรงท่กี ระทำต่อวตั ถลุ ักษณะการ

เคลอ่ื นที่แบบต่าง ๆ ของวตั ถุ รวมท้งั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

๑. อธบิ ายการเกดิ และผลของ • วัตถุ ๒ ชนดิ ท่ผี ่านการขัดถูแลว้ เมอ่ื นำเขา้ ใกล้กนั อาจดงึ ดดู หรอื ผลกั กัน

แรงไฟฟา้ ซ่ึงเกิดจากวัตถทุ ี่ผา่ น แรงทเ่ี กดิ ขนึ้ นเี้ ปน็ แรงไฟฟา้ ซ่ึงเป็นแรงไม่สัมผัส เกดิ ขึน้ ระหวา่ งวัตถทุ มี่ ี

การขดั ถูโดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจุไฟฟา้ ซึ่งประจุไฟฟา้ มี ๒ ชนดิ คือประจุไฟฟ้าบวกและประจุไฟฟ้า

ประจักษ์ ลบ วตั ถทุ ม่ี ปี ระจุไฟฟา้ ชนิดเดียวกนั ผลกั กัน ชนิดตรงข้ามกันดึงดดู กนั



มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาปฏสิ ัมพนั ธ์

ระหวา่ งสสารและพลังงาน พลงั งานในชีวิตประจำวนั ธรรมชาตขิ องคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวขอ้ งกับเสยี ง แสง

และคลืน่ แม่เหล็กไฟฟา้ รวมท้ังนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

๑. ระบสุ ่วนประกอบและบรรยายหนา้ ท่ขี อง • วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายประกอบดว้ ยแหล่งกำเนิดไฟฟ้า

แต่ละสว่ นประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย สายไฟฟ้า และเครือ่ งใชไ้ ฟฟ้าหรืออปุ กรณไ์ ฟฟา้

จากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ แหล่งกำเนดิ ไฟฟ้า เช่น ถ่านไฟฉาย หรือแบตเตอร่ี

๒. เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟา้ อย่างง่าย ทำหน้าท่ีให้พลังงานไฟฟา้ สายไฟฟ้าเป็นตัวนำไฟฟ้า

๓. ออกแบบการทดลองและทดลองดว้ ยวิธที ่ี ทำหน้าทเ่ี ชอื่ มตอ่ ระหวา่ งแหลง่ กำเนิดไฟฟา้ และ

เหมาะสมในการอธบิ ายวธิ กี ารและผลของ เครื่องใช้ไฟฟา้ เข้าดว้ ยกันเครื่องใช้ไฟฟ้ามหี น้าทีเ่ ปล่ยี น

การตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนุกรม พลงั งานไฟฟ้าเปน็ พลังงานอื่น

๔. ตระหนักถึงประโยชน์ของความร้ขู องการ • เม่ือนำเซลลไ์ ฟฟ้าหลายเซลล์มาต่อเรยี งกันโดยใหข้ ว้ั บวก

ตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนุกรมโดยบอกประโยชน์ ของเซลล์ไฟฟ้าเซลล์หน่ึงต่อกับขั้วลบของอีกเซลล์หน่ึงเป็น

และการประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวัน การต่อแบบอนุกรมทำใหม้ ีพลังงานไฟฟา้ เหมาะสมกบั

เครื่องใช้ไฟฟา้ ซึ่งการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนกุ รมสามารถ

นำไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวัน เช่น การต่อ

เซลลไ์ ฟฟา้ ในไฟฉาย

๕. ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวธิ ีที่ • การตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมเมื่อถอดหลอดไฟฟา้ ดวง

เหมาะสมในการอธิบายการต่อหลอดไฟฟ้า ใดดวงหนึ่งออกทำให้หลอดไฟฟ้าท่ีเหลอื ดบั ท้งั หมด สว่ น

แบบอนกุ รมและแบบขนาน การตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบขนาน เมือ่ ถอดหลอดไฟฟ้าดวงใด

๖. ตระหนักถงึ ประโยชนข์ องความร้ขู องการ ดวงหนงึ่ ออกหลอดไฟฟา้ ทเ่ี หลือกย็ งั สวา่ งไดก้ ารต่อหลอด

ตอ่ หลอดไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนาน ไฟฟ้าแตล่ ะแบบสามารถนำไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ เช่น การต่อ

โดยบอกประโยชนข์ ้อจำกดั และการ หลอดไฟฟ้าหลายดวงในบา้ นจึงต้องต่อหลอดไฟฟ้าแบบ

ประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจำวัน ขนาน เพื่อเลือกใช้หลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนงึ่ ได้ตาม

ต้องการ

๗. อธิบายการเกิดเงามืดเงามัวจากหลักฐาน • เมอื่ นำวัตถุทบึ แสงมากนั้ แสงจะเกิดเงาบนฉากรบั แสงท่ี

เชิงประจักษ์ อยูด่ ้านหลงั วัตถุโดยเงามรี ปู ร่างคล้ายวัตถุท่ีทำให้เกิดเงา

๘. เขียนแผนภาพรงั สขี องแสงแสดงการเกดิ เงามวั เปน็ บรเิ วณทมี่ ีแสงบางสว่ นตกลงบนฉาก สว่ นเงามืด

เงามดื เงามวั เปน็ บรเิ วณทไ่ี ม่มีแสงตกลงบนฉากเลย



สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ

มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และวิวัฒนาการของเอกภพกาแลก็ ซี

ดาวฤกษ์ และระบบสุรยิ ะ รวมทงั้ ปฏิสมั พนั ธ์ภายในระบบสุริยะท่ีส่งผลต่อสง่ิ มชี วี ิต และการประยุกต์ใช้

เทคโนโลยีอวกาศ

ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

๑. สรา้ งแบบจำลองทีอ่ ธิบายการเกิด และ • เม่ือโลกและดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวเสน้ ตรงเดยี วกันกบั

เปรียบเทยี บปรากฏการณส์ รุ ิยปุ ราคา ดวงอาทิตยใ์ นระยะทางที่เหมาะสมทำให้ดวงจนั ทร์บงั ดวง

และจนั ทรปุ ราคา อาทติ ยเ์ งาของดวงจันทรท์ อดมายังโลก ผู้สงั เกตที่อยบู่ รเิ วณ

เงาจะมองเห็นดวงอาทิตย์มดื ไป เกิดปรากฏการณส์ ุริยปุ ราคา

ซ่ึงมีทงั้ สรุ ยิ ปุ ราคาเตม็ ดวง สุริยุปราคาบางส่วนและสรุ ิยุปราคา

วงแหวน

• หากดวงจนั ทร์และโลกโคจรมาอยู่ในแนวเสน้ ตรงเดียวกันกับ

ดวงอาทิตยแ์ ลว้ ดวงจนั ทรเ์ คลอื่ นทผ่ี ่านเงาของโลก จะมองเหน็

ดวงจนั ทร์มดื ไปเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาซึ่งมที ้ัง

จันทรปุ ราคาเต็มดวง และจนั ทรุปราคาบางสว่ น

๒. อธบิ ายพฒั นาการของเทคโนโลยี • เทคโนโลยีอวกาศเรม่ิ จากความตอ้ งการของมนุษยใ์ นการ

อวกาศ และยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยี สำรวจวตั ถุท้องฟ้าโดยใชต้ าเปล่ากล้องโทรทรรศนแ์ ละได้

อวกาศมาใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจำวัน พัฒนาไปสู่การขนสง่ เพอื่ สำรวจอวกาศดว้ ยจรวดและยาน

จากข้อมลู ท่ีรวบรวมได้ ขนส่งอวกาศและยังคงพัฒนาอย่างต่อเน่ือง ปัจจบุ ันมกี ารนำ

เทคโนโลยอี วกาศบางประเภทมาประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวัน

เช่น การใชด้ าวเทยี มเพื่อการส่ือสาร การพยากรณ์อากาศ หรอื

การสำรวจทรัพยากรธรรมชาติการใชอ้ ุปกรณว์ ดั ชพี จร

และการเตน้ ของหัวใจ หมวกนริ ภัย ชุดกฬี า



มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบและความสมั พันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลง

ภายในโลกและบนผวิ โลก ธรณพี ิบัติภัย กระบวนการเปล่ยี นแปลงลมฟ้าอากาศและภมู อิ ากาศโลก รวมทงั้ ผล

ตอ่ สง่ิ มชี วี ิตและสิ่งแวดลอ้ ม

ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

๑. เปรยี บเทยี บกระบวนการเกิดหนิ • หนิ เป็นวัสดแุ ขง็ เกิดขึน้ เองตามธรรมชาตปิ ระกอบดว้ ย แร่ตง้ั แต่

อัคนี หินตะกอน และหินแปร และ หนงึ่ ชนิดขน้ึ ไป สามารถจำแนกหนิ ตามกระบวนการเกดิ ได้เป็น

อธบิ ายวัฏจักรหินจากแบบจำลอง ๓ ประเภทได้แก่ หินอัคนหี ินตะกอน และหินแปร

๒. บรรยายและยกตวั อยา่ งการใช้ • หนิ อัคนีเกดิ จากการเย็นตวั ของแมกมา เน้ือหินมลี กั ษณะเปน็

ประโยชนข์ องหินและแรใ่ น ผลึก ทง้ั ผลึกขนาดใหญ่และขนาดเลก็ บางชนิดอาจเป็นเนอ้ื แก้ว

ชวี ิตประจำวนั จากข้อมูลทร่ี วบรวมได้ หรือมีรพู รุน

• หินตะกอน เกิดจากการทับถมของตะกอนเมื่อถูกแรงกดทบั และ

มีสารเช่อื มประสานจึงเกดิ เป็นหนิ เน้ือหนิ กลุ่มนสี้ ว่ นใหญม่ ีลกั ษณะ

เปน็ เมด็ ตะกอนมีทงั้ เนื้อหยาบและเน้อื ละเอียด บางชนดิ เป็นเนื้อ

ผลกึ ทีย่ ดึ เกาะกันเกิดจากการตกผลกึ หรือตกตะกอนจากนำ้

โดยเฉพาะน้ำทะเล บางชนิดมีลกั ษณะเปน็ ช้ัน ๆ จึงเรียกอกี ชอ่ื ว่า

หินช้ัน

• หินแปร เกิดจากการแปรสภาพของหนิ เดมิ ซง่ึ อาจเป็นหินอัคนี

หินตะกอน หรือหนิ แปรโดยการกระทำของความร้อน ความดนั

และปฏกิ ริ ยิ าเคมีเน้อื หนิ ของหินแปรบางชนิดผลึกของแร่เรียงตวั

ขนานกันเปน็ แถบ บางชนิดแซะออกเปน็ แผ่นไดบ้ างชนดิ เป็นเน้อื

ผลึกที่มีความแข็งมาก

• หินในธรรมชาตทิ ง้ั ๓ ประเภท มกี ารเปลยี่ นแปลงจากประเภท

หนึง่ ไปเป็นอีกประเภทหน่งึ หรอื ประเภทเดิมได้โดยมแี บบรูปการ

เปลี่ยนแปลงคงที่และต่อเนือ่ งเป็นวัฏจกั ร

• หนิ และแร่แตล่ ะชนดิ มีลักษณะและสมบตั ิแตกต่างกนั มนุษย์ใช้

ประโยชนจ์ ากแรใ่ นชวี ติ ประจำวนั ในลักษณะตา่ ง ๆ เชน่ นำแร่มา

ทำเคร่ืองสำอาง ยาสีฟนั เครื่องประดบั อปุ กรณท์ างการแพทย์

และนำหนิ มาใช้ในงานก่อสรา้ งต่าง ๆ เปน็ ตน้

๓. สรา้ งแบบจำลองทอ่ี ธิบายการเกดิ • ซากดึกดำบรรพ์เกิดจากการทับถมหรือการประทบั รอยของ

ซากดึกดำบรรพ์และคาดคะเน สิ่งมีชีวิตในอดตี จนเกดิ เป็นโครงสร้างของซากหรือร่องรอยของ

สภาพแวดลอ้ มในอดตี ของซากดกึ ดำ สิง่ มีชีวิตทป่ี รากฏอยูใ่ นหิน ในประเทศไทยพบซากดึกดำบรรพ์ท่ี

บรรพ์ หลากหลาย เช่น พชื ปะการัง ไดโนเสาร์และรอยตีนสตั ว์



ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง

• ซากดึกดำบรรพส์ ามารถใชเ้ ป็นหลักฐานหนง่ึ ทีช่ ่วยอธิบาย

สภาพแวดล้อมของพื้นท่ใี นอดีตขณะเกิดส่งิ มีชวี ิตนั้น เชน่ หากพบ

ซากดึกดำบรรพ์ของหอยนำ้ จืด สภาพแวดล้อมบรเิ วณนัน้ อาจเคย

เปน็ แหลง่ นำ้ จดื มากอ่ น และหากพบซากดึกดำบรรพ์ของพืช

สภาพแวดล้อมบริเวณน้นั อาจเคยเปน็ ปา่ มากอ่ น นอกจากน้ีซาก

ดึกดำบรรพย์ ังสามารถใชร้ ะบุอายุของหิน และเป็นข้อมูล

ในการศึกษาวิวฒั นาการของส่ิงมชี วี ติ

๔. เปรียบเทยี บการเกดิ ลมบก ลมทะเล • ลมบก ลมทะเล และมรสมุ เกดิ จากพ้ืนดินและพน้ื นำ้ ร้อนและ

และมรสมุ รวมทั้งอธิบายผลท่ีมีต่อ เยน็ ไมเ่ ทา่ กันทำใหอ้ ุณหภูมอิ ากาศเหนือพนื้ ดินและพื้นนำ้ แตกตา่ ง

สิง่ มชี วี ิตและสงิ่ แวดลอ้ มจาก กัน จึงเกดิ การเคลื่อนทขี่ องอากาศจากบรเิ วณที่มีอุณหภูมติ ่ำ

แบบจำลอง ไปยงั บรเิ วณท่ีมอี ุณหภมู สิ ูง

๕. อธิบายผลของมรสมุ ต่อการเกดิ ฤดู • ลมบกและลมทะเลเป็นลมประจำถิ่นที่พบบรเิ วณชายฝ่ัง โดยลม

ของประเทศไทยจากข้อมูลท่รี วบรวม บกเกดิ ในเวลากลางคนื ทำให้มลี มพัดจากชายฝ่งั ไปสู่ทะเล สว่ น

ได้ ลมทะเลเกิดในเวลากลางวัน ทำให้มีลมพดั จากทะเลเข้าสู่ชายฝั่ง

• มรสุมเป็นลมประจำฤดูเกดิ บริเวณเขตร้อนของโลก ซ่งึ เป็น

บริเวณกวา้ งระดับภูมิภาคประเทศไทยได้รบั ผลจากมรสุม

ตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงประมาณกลางเดือนตุลาคมจนถงึ

เดือนกุมภาพันธ์ทำใหเ้ กดิ ฤดูหนาว และได้รบั ผลจากมรสุม

ตะวนั ตกเฉยี งใต้ในช่วงประมาณกลางเดือนพฤษภาคมจนถงึ

กลางเดอื นตุลาคมทำให้เกิดฤดฝู น สว่ นชว่ งประมาณกลางเดือน

กุมภาพนั ธ์จนถงึ กลางเดือนพฤษภาคมเปน็ ชว่ งเปลยี่ นมรสุม

และประเทศไทยอยใู่ กล้เสน้ ศูนยส์ ูตร แสงอาทิตยเ์ กือบตงั้ ตรงและ

ต้ังตรงประเทศไทยในเวลาเท่ียงวัน ทำใหไ้ ดร้ ับความรอ้ นจากดวง

อาทติ ย์อย่างเต็มที่อากาศจงึ ร้อนอบอ้าวทำให้เกดิ ฤดูร้อน

๖. บรรยายลักษณะและผลกระทบของ • น้ำท่วม การกัดเซาะชายฝ่ัง ดนิ ถล่ม แผ่นดินไหวและสนึ ามิมี

นำ้ ท่วมการกัดเซาะชายฝ่ัง ดนิ ถล่ม ผลกระทบต่อชีวติ และส่ิงแวดลอ้ มแตกตา่ งกนั

แผ่นดนิ ไหว สนึ ามิ • มนษุ ยค์ วรเรยี นร้วู ธิ ปี ฏบิ ตั ติ นให้ปลอดภยั เชน่ ติดตามขา่ วสาร

๗. ตระหนกั ถงึ ผลกระทบของภัย อย่างสมำ่ เสมอ เตรียมถงุ ยงั ชีพให้พร้อมใช้ตลอดเวลา และปฏบิ ัติ

ธรรมชาติและธรณีพบิ ัตภิ ยั โดยนำเสนอ ตามคำส่ังของผูป้ กครองและเจ้าหนา้ ท่ีอย่างเครง่ ครัดเม่ือเกิด

แนวทางในการเฝา้ ระวงั และปฏบิ ตั ติ น ภยั ธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย

ให้ปลอดภยั จากภัยธรรมชาติ



ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

๘. สร้างแบบจำลองทีอ่ ธบิ ายการเกิด • ปรากฏการณเ์ รือนกระจกเกิดจากแกส๊ เรือนกระจกในช้นั

ปรากฏการณเ์ รือนกระจกและผลของ บรรยากาศของโลกกกั เกบ็ ความร้อนแล้วคายความร้อนบางส่วน

ปรากฏการณเ์ รือนกระจกต่อสิง่ มีชีวติ กลบั สผู่ วิ โลก ทำใหอ้ ากาศบนโลกมอี ุณหภูมิเหมาะสมต่อการ

๙. ตระหนักถึงผลกระทบของ ดำรงชวี ิต

ปรากฏการณ์เรือนกระจก โดยนำเสนอ • หากปรากฏการณ์เรือนกระจกรนุ แรงมากข้นึ จะมีผลตอ่ การ

แนวทางการปฏบิ ัตติ นเพื่อลดกจิ กรรม เปล่ยี นแปลงภูมอิ ากาศโลกมนษุ ยจ์ งึ ควรรว่ มกันลดกิจกรรมที่

ท่ีกอ่ ให้เกิดแก๊สเรอื นกระจก ก่อใหเ้ กิดแกส๊ เรอื นกระจก

สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว ๔.๑ เขา้ ใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชวี ิตในสังคมที่มีการเปลย่ี นแปลง

อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือ

พัฒนางานอยา่ งมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยอี ยา่ ง

เหมาะสมโดยคำนงึ ถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และส่ิงแวดล้อม

ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

--

มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใชแ้ นวคิดเชงิ คำนวณในการแก้ปญั หาทีพ่ บในชวี ิตจรงิ อยา่ งเปน็ ขน้ั ตอน

และเป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรยี นร้กู ารทำงาน และการแกป้ ญั หาไดอ้ ยา่ งมี

ประสิทธภิ าพ รเู้ ทา่ ทนั และมีจริยธรรม

ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

๑. ใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะในการอธบิ ายและ • การแกป้ ญั หาอย่างเป็นขั้นตอนจะชว่ ยใหแ้ ก้ปัญหา

ออกแบบวธิ กี ารแก้ปัญหาที่พบใน ได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

ชีวติ ประจำวนั • การใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะเปน็ การนำกฎเกณฑ์หรือ

๒. ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา่ งง่าย เง่อื นไขที่ครอบคลมุ ทุกกรณีมาใช้พิจารณาในการแกป้ ัญหา

เพือ่ แกป้ ัญหาในชีวิตประจำวัน ตรวจหา • แนวคิดของการทำงานแบบวนซ้ำ และเงือ่ นไข

ข้อผดิ พลาดของโปรแกรมและแก้ไข • การพิจารณากระบวนการทำงานทมี่ ีการทำงาน

แบบวนซ้ำหรอื เงื่อนไขเป็นวิธกี ารที่จะชว่ ยให้การออกแบบ

วิธกี ารแกป้ ญั หาเปน็ ไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ



ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
• ตวั อยา่ งปญั หา เชน่ การคน้ หาเลขหน้าท่ตี ้องการ
๓. ใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ ในการค้นหาขอ้ มูลอย่าง ใหเ้ ร็วทีส่ ุด การทายเลข ๑-๑,๐๐๐,๐๐๐ โดยตอบให้ถกู
มปี ระสทิ ธภิ าพ ภายใน ๒๐ คำถาม การคำนวณเวลาในการเดินทาง โดย
คำนงึ ถงึ ระยะทาง เวลาจุดหยุดพัก
๔. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทำงานร่วมกัน • การออกแบบโปรแกรมสามารถทำได้โดยเขียนเปน็ ข้อความ
อย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธแิ ละหนา้ ท่ขี อง หรอื ผังงาน
ตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น แจง้ ผเู้ กยี่ วขอ้ ง • การออกแบบและเขยี นโปรแกรมที่มกี ารใช้ตัวแปร
เมอื่ พบข้อมูลหรือบุคคลท่ีไมเ่ หมาะสม การวนซำ้ การตรวจสอบเงื่อนไข
• หากมีขอ้ ผดิ พลาดใหต้ รวจสอบการทำงานทีละคำส่งั เมือ่
พบจดุ ทีท่ ำใหผ้ ลลพั ธ์ไม่ถกู ต้องให้ทำการแก้ไขจนกวา่ จะได้
ผลลัพธท์ ่ถี ูกต้อง
• การฝกึ ตรวจหาขอ้ ผิดพลาดจากโปรแกรมของผู้อ่ืนจะช่วย
พฒั นาทักษะการหาสาเหตุของปัญหาได้ดีย่ิงขน้ึ
• ตวั อยา่ งโปรแกรม เชน่ โปรแกรมเกม โปรแกรม
หาคา่ ค.ร.น. เกมฝึกพมิ พ์
• ซอฟตแ์ วรท์ ่ีใช้ในการเขยี นโปรแกรม เชน่
Scratch, logo
• การค้นหาอย่างมปี ระสิทธิภาพ เป็นการค้นหาข้อมูลที่ไดต้ รง
ตามความต้องการในเวลาทรี่ วดเร็วจากแหลง่ ข้อมูลที่
นา่ เชอ่ื ถอื หลายแหลง่ และข้อมูลมีความสอดคลอ้ งกนั
• การใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสงู เชน่ การใช้ตวั ดำเนนิ การ
การระบรุ ูปแบบของข้อมูลหรือชนิดของไฟล์
• การจดั ลำดบั ผลลัพธจ์ ากการค้นหาของโปรแกรมคน้ หา
• การเรียบเรยี ง สรปุ สาระสำคญั (บูรณาการกบั
วชิ าภาษาไทย)
• อนั ตรายจากการใช้งานและอาชญากรรมทางอนิ เทอร์เน็ต
แนวทางในการป้องกัน
• วธิ กี ำหนดรหัสผ่าน
• การกำหนดสิทธิก์ ารใช้งาน (สทิ ธิใ์ นการเขา้ ถงึ )
• แนวทางการตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์
• อันตรายจากการติดต้งั ซอฟตแ์ วร์ท่อี ยู่บนอินเทอร์เนต็



คำอธบิ ายรายวชิ า

รหัสวชิ า ว๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตรว์ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖

กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

ศกึ ษาการเรยี นรูแ้ บบนกั วทิ ยาศาสตร์ สารอาหาร การเลอื กรบั ประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนใน

สัดส่วนที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อสขุ ภาพ ระบบย่อยอาหาร การแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน การใช้

แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน แรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัดถู การต่อ

วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมและการน าไปใช้ประโยชน์ การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม

และแบบขนานและการนำไปใช้ประโยชน์ การเกิดเงามืดเงามัว ปรากฎการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคา

เทคโนโลยีอวกาศกระบวนการเกิดหนิ อคั นี หนิ ตะกอน และหนิ แปร และวฎั จกั รหิน ลักษณะและสมบตั ิของหินและ

แร่ การใช้ประโยชน์ของหินและแร่ การเกิดซากดึกดำบรรพ์และสภาพแวดล้อมในอดีตของซากดึกดำบรรพ์

การเกดิ ลมบก ลมทะเล และมรสมุ ผลของมรสุมต่อการเกดิ ฤดูของประเทศไทย ลักษณะและผลกระทบของน้ำท่วม

การกัดเซาะชายฝงั่ ดินถลม่ แผน่ ดินไหว สึนามิ การเกิดและผลกระทบขอปรากฎการณ์เรือนกระจก

การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวธิ ีการแก้ปัญหาการออกแบบ การเขียนโปรแกรมและ

การตรวจหาข้อผิดพลาด การคน้ หาข้อมลู ในอนิ เทอร์เน็ตอย่างมรประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการ

ทำงานร่วมกันใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต รวบรวมข้อมูล จัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล สร้าง

แบบจำลองและอธิบายผลการสำรวจตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทาง

วิทยาศาสตร์ขั้นพ้ืนฐานและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

เบ้ืองตน้ สามารถสอื่ สารส่งิ ที่เรยี นรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถท างานรว่ มกบั ผอู้ น่ื อธิบายและออกแบบวิธีการ

แกป้ ัญหาโดยใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะ เขียนโปรแกรมอย่างง่ายเพ่ือแก้ปัญหาและตรวจหาของโปรแกรม ค้นหาขอ้ มูลใน

อนิ เทอรเ์ น็ตอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศทำงานรว่ มกนั

ตระหนักถึงคณุ คา่ ของความรู้ทางวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และใช้ความรู้และกระบวนการทาง

วิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนเคารพในสิทธิ

ของผู้อนื่ มีจติ วทิ ยาศาสตรจ์ รยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม

รหสั ตัวชี้วัด
ว ๑.๒ ป ๖/๑, ป ๖/๒ , ป ๖/๓, ป ๖/๔, ป ๖/๕
ว ๒.๑ ป ๖/๑
ว ๒.๒ ป ๖/๑
ว ๒.๓ ป ๖/๑, ป ๖/๒ , ป ๖/๓, ป ๖/๔, ป ๖/๕, ป ๖/๖, ป ๖/๗, ป ๖/๘
ว ๓.๑ ป ๖/๑, ป ๖/๒
ว ๓.๒ ป ๖/๑, ป ๖/๒, ป ๖/๓, ป ๖/๔, ป ๖/๕, ป ๖/๖, ป ๖/๗, ป ๖/๘, ป ๖/๙
ว ๔.๒ ป ๖/๑, ป ๖/๒, ป ๖/๓, ป ๖/๔
รวมท้ังหมด ๓๐ ตัวช้วี ดั



โครงสร้างกำหนดการสอน

หน่วย มาตรฐานตัวช้ีวดั ครั้ง จำนวน เรื่องทส่ี อน สือ่ /อุปกรณ์
ที่
๑ ว ๑.๒ ป. ๖/๑ ระบุสารอาหาร ที่ ชัว่ โมง ๑.ใบความรเู้ รื่องประโยชน์
และบอกประโยชน์ของ ของสารอาหาร
สารอาหารแตล่ ะประเภทจาก ๑ ๑ สารอาหารและประโยชน์ ๒.หนงั สอื เรียน
อาหารท่ีตนเองรับประทาน วิทยาศาสตร์ป.๖
ว ๑.๒ ป. ๖/๒ บอกแนวทางใน ของสารอาหาร (๑) ๓.แบบบันทึกกิจกรรม
การเลือกรับประทานอาหารให้ หนา้ ๑-๙
ไดส้ ารอาหารให้ได้สารอาหาร ๒ ๑ สารอาหารและประโยชน์ ๑.ใบงานอาหารกับ
ครบถ้วนในสัดสว่ นทเ่ี หมาะสม ของสารอาหาร (๒) สารอาหาร
กบั เพศและวยั ๑.ตารางปริมาณพลังงาน
ว ๑.๒ ป. ๖/๓ ตระหนกั ถงึ ๓ ๑ รบั ประทานอาหารให้ และสดั ส่วน
ความสำคัญของสารอาหารโดย เหมาะสมกับเพศ ของอาหาร ตารางธง
การเลือกรับประทานอาหารท่ีมี และวยั (๑) โภชนาการในอาหาร
สารอาหารครบถว้ นในสดั สว่ นท่ี ๒.คลิปวิดโี อ สสวท.
เหมาะสมกับเพศและวยั รวมทงั้ ๔ ๑ รบั ประทานอาหารให้ สารอาหาร
ปลอดภยั ตอ่ สุขภาพ เหมาะสมกับเพศ ๑.ใบความรู้เรื่องพลงั งาน
ว ๑.๒ ป. ๖/๔ สร้างแบบจำลอง และวัย (๒) และสดั สว่ นของอาหาร
ระบบยอ่ ยอาหาร และบรรยาย ๒.คลปิ วดิ โี อ สสวท.แตล่ ะ
หน้าท่ีของอวัยวะในระบบย่อย ๕ ๑ รับประทานอาหารให้ วนั รบั ประทานอาหาร
อาหารรวมทั้งอธิบายการย่อย เหมาะสมกบั เพศ เหมาะสม
อาหารและการดูดซึมสารอาหาร และวัย (๓) ๑.ใบงาน การรับประทาน
ว ๑.๒ ป. ๖/๕ ตระหนกั ถงึ อาหารให้เหมาะสมกับเพศ
ความสำคญั ของระบบย่อย ๖ ๑ รบั ประทานอาหารให้ และวัย
อาหารโดยการบอกแนวทางใน เหมาะสมกับเพศและวยั (๓) ๑.แอพลเิ คชนั่ EatD
การดแู ลรักษาอวัยวะในระบบ ๒.แบบบนั ทกึ กิจกรรมหนา้
ยอ่ ยอาหารให้ทำงานเป็นปกติ ๑๐-๑๗



หน่วย มาตรฐานตวั ชี้วดั ครัง้ จำนวน เร่ืองทีส่ อน สือ่ /อุปกรณ์

ท่ี ท่ี ชัว่ โมง

๑ ๗ ๑ ระบบย่อยอาหาร(๑) ๑.ขา้ วสุก

๒.กระจก

๓.หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.๖

๔.แบบบันทึกกจิ กรรมหนา้ ๑๙-๒๑

๘ ๑ ระบบยอ่ ยอาหาร(๒) ๑.การต์ นู เรอ่ื งลีมอนผจญภัย

๒.คลปิ วดิ โี อ สสวท. อวัยวะใน

ระบบยอ่ ยอาหาร

๓.แบบบันทึกกิจกรรมหน้า ๒๑-๒๒

๙ ๑ ระบบยอ่ ยอาหาร(๓) ๑.การ์ตนู เรอื่ งลีมอนผจญภยั

๒.ใบงานการทำงานของระบบย่อย

อาหาร

๓.คลิปวดิ ีโอ สสวท. การตัดต่อสรา้ ง

แอนิเมช่นั แบบจำลอง

๔.แบบบนั ทึกกิจกรรม หนา้ ๒๓

สร้างแบบจำลอง

๑๐ ๑ ระบบยอ่ ยอาหาร(๔) ๑.คลปิ วดิ โี อ สสวท. อวยั วะใน

ระบบยอ่ ยฯและหน้าท่ี

๒.หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.๖

หน้า๒๖-๒๗

๓.ใบความรู้ การดูแลรักษาอวัยวะ

ในระบบย่อยอาหาร

๔.แบบบันทึกกจิ กรรมหน้า ๒๔-๒๕

๑๑ ๑ ระบบยอ่ ยอาหาร(๕) ๑.คลิปวิดโี อ สสวท. อวัยวะใน
ระบบยอ่ ยฯและหนา้ ที่
๒.แบบบนั ทกึ กิจกรรมหน้า ๒๖-๓๐
๓.แบบฝกึ หดั ทา้ ยบทหน้า ๓๑-๓๓
สอบเก็บคะแนน ๑



หน่วย มาตรฐานตวั ช้ีวัด คร้งั จำนวน เรอื่ งท่ีสอน สอ่ื /อุปกรณ์

ที่ ท่ี ชัว่ โมง ๑.หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์
ป.๖ หน้า ๓๘-๔๔
๒ ว ๒.๑ ป. ๖/๑ อธิบายและ ๑๒ ๑ การหยบิ ออกและ ๒.คลิปวดิ ีโอ สสวท. การ
แยกของแขง็ ในสารเน้ือผสม
เปรียบเทียบการแยกสารผสม ๑๓ ๑ การรอ่ น (๑) ๓.ข้าวเปลือก ครกสาก
กระด้งหรือถาด ตะแกรง
โดยการหยิบออก การร่อน ๑๔ ๑ การหยบิ ออกและ ๔.แบบบนั ทึกกจิ กรรม
หน้า ๓๖-๔๓
การใชแ้ มเ่ หล็กดึงดดู การริน การรอ่ น (๒) ๑.หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์
ป.๖ หนา้ ๔๕-๔๗
ออก การกรองและการ การหยบิ ออกและ ๒.คลิปวิดีโอ สสวท. การ
แยกของแขง็ กับของเหลว
ตกตะกอน โดยใชห้ ลกั ฐานเชิง การร่อน (๓) ๓.นำ้ ผา้ ขาวบาง กระดาษ
กรอง กรวยกรอง แท่งแก้ว
ประจกั ษ์รวมทัง้ ระบุวิธี แกว้ พลาสตกิ ชอ้ นพลาสตกิ
ชุดขาต้งั ไมห้ นบี
แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ๔.แบบบันทกึ กจิ กรรมหน้า
๔๔-๔๙
เกย่ี วกับการแยกสาร ๑๕ ๑ การกรองและ ๑.หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์
ป.๖ หน้า ๔๙-๕๑
๑๖ ๑ การตกตะกอน (๑) ๒.คลิปวิดีโอ สสวท. แยก
สารแมเ่ หล็กออกจากสาร
๑๗ ๑ การกรองและ เนอื้ ผสม
๓.เมลด็ ขา้ วเปลอื กมีผงเหล็ก
การตกตะกอน (๒) ปน จาน ผ้าขาวบาง ไมจ้ ้มิ
ฟันแท่งแมเ่ หลก็ แกว้
การกรองและ กระดาษ/พลาสติก ตะแกรง
๔.แบบบันทกึ กจิ กรรมหน้า
การตกตะกอน (๓) ๕๐-๕๓

๑๘ ๑ การใชแ้ ม่เหล็กดึงดูด
๑๙ ๑ (๑)

การใชแ้ มเ่ หล็กดึงดูด
(๒)



หน่วย มาตรฐานตวั ช้ีวดั ครง้ั ท่ี จำนวน เร่ืองที่สอน ส่อื /อุปกรณ์

ท่ี ชั่วโมง

๒ ๒๐ ๑ การใชป้ ระโยชน์จากการ ๑.ผลสม้ น้ำตาล เกลอื

แยกสารเน้ือผสม (๑) กระชอน ผ้าขาวบาง

กะละมงั แก้วพลาสติก

นำ้ แข็งก้อนๆ มีดปอกผลไม้

พลาสตกิ

๒.คลปิ วดิ ีโอ สสวท.

ประโยชนจ์ ากการแยกสาร

เน้อื ผสม

๒๑ ๑ การใชป้ ระโยชน์จากการ ๑.บทความเร่อื งการทำ

แยกสารเน้อื ผสม (๒) น้ำตาลปึก

๒.คลปิ วิดโี อ สสวท.ประโยชน์

จากการแยกสารเนื้อผสม

๓.หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์

ป.๖ หนา้ ๕๓-๕๕

๔.แบบบันทึกกิจกรรมหนา้

๕๔-๕๕

๒๒ ๑ การใช้ประโยชน์จากการ ๑.คลปิ วิดีโอ สสวท.ประโยชน์

แยกสารเนื้อผสม (๓) จากการแยกสารเน้อื ผสม

๒.หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์

ป.๖ หน้า ๕๗-๖๓

๓.แบบบันทึกกจิ กรรม

หนา้ ๕๖-๖๑

๔.ใบความรู้เรอ่ื งการใช้

ประโยชน์จากการแยกสาร

เน้ือผสม

๕.แบบฝกึ หดั ทา้ ยบท

หน้า ๕๙-๖๑

สอบเก็บคะแนน ๒



หนว่ ย มาตรฐานตัวชี้วดั คร้ัง จำนวน เร่ืองทสี่ อน ส่อื /อุปกรณ์
ที่ ท่ี ช่ัวโมง
๒๓ ๑ กระบวนการเกดิ หิน ๑.ชุดตัวอยา่ ง ๓ ประเภท
๓ ว ๓.๒ ป. ๖/๑ เปรียบเทยี บ ไดแ้ ก่ หินอัคนี หนิ ตะกอน
กระบวนการเกดิ หินอัคนี หนิ และวัฏจักรของหนิ (๑) และหนิ แปร
ตะกอน และหินแปร และ ๒.แวน่ ขยาย
อธิบายวัฏจักรหินจาก ๒๔ ๑ กระบวนการเกิดหนิ ๓.หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์
แบบจำลอง และวฏั จักรของหนิ (๒) ป.๖ หน้า ๖๕-๗๐
ว ๓.๒ ป. ๖/๒ บรรยายและ ๔.คลปิ วดิ ีโอ สสวท. นำสู่
ยกตวั อย่างการใชป้ ระโยชน์ บทเรยี นกระบวนการ
ของหนิ และแร่ใน เกดิ หนิ
ชีวิตประจำวันจากขอ้ มลู ท่ี ๑.ชุดเกม Rocks &
รวบรวมได้ Minerals
ว ๓.๒ ป. ๖/๓ ๒.ใบงาน องค์ประกอบ
สร้างแบบจำลองที่อธบิ าย ของหนิ
การเกดิ ซากดึกดำบรรพ์และ ๓.คลปิ วดิ โี อ สสวท.
คาดคะเนสภาพแวดลอ้ มใน องค์ประกอบของหิน๑
อดีตของซากดึกดำบรรพ์ ๔.แบบฝึกหัดท้ายบท
หน้า ๖๔-๖๖

๒๕ ๑ กระบวนการเกิดหิน ๑.คลปิ วิดโี อ สสวท.
และวัฏจกั รของหนิ (๓) กระบวนการเกิดหนิ ๑
๒.แบบฝกึ หดั ทา้ ยบท
หนา้ ๖๗-๗๒

๒๖ ๑ กระบวนการเกดิ หนิ ๑.ชดุ ตัวอย่าง ๓ ประเภท
และวัฏจักรของหนิ (๔) ได้แก่ หนิ อัคนี หินตะกอน
และหนิ แปร
๒.แวน่ ขยาย
๓.ใบงาน กระบวนการเกิด
หิน วฏั จกั รของหิน
๔.แบบฝึกหดั หนา้ ๖๗-๗๒



หน่วย มาตรฐานตัวช้ีวัด คร้งั จำนวน เร่ืองทส่ี อน ส่ือ/อปุ กรณ์
ที่
ที่ ชั่วโมง

๒๗ ๑ กระบวนการเกิดหิน ๑.ชดุ เกม Rocks Dominoes

และวฏั จกั รของหนิ ๒.ใบงาน กระบวนการเกิดหนิ วัฏ

(๔) จกั รของหิน

๓.คลปิ วดิ โี อ สสวท. กระบวนการ

เกดิ หิน ๓

๒๘ ๑ กระบวนการเกดิ หนิ ๑.หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.๖

และวฏั จักรของหิน หน้า ๖๖-๗๗

(๖) ๒.แบบฝึกหดั หน้า ๗๓-๘๒

๒๙ ๑ ประโยชน์ของหินและ ๑.หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.๖

แร่ (๑) หน้า ๗๙-๘๖

๒.แบบฝึกหัด ๘๓-๘๕

๓.คลิปวดิ ีโอ สสวท. หินและแรม่ ี

ประโยชนอ์ ยา่ งไร

๔.ใบงาน ประโยชนข์ องหิน

๓๐ ๑ ประโยชน์ของหินและ ๑.คลิปวดิ ีโอ สสวท. หนิ และแร่มี

แร่ (๒) ประโยชน์อย่างไร

๒.แบบฝกึ หดั ทา้ ยบท

หนา้ ๘๖-๘๗

๓๑ ๑ ประโยชนข์ องหินและ ๑.คลิปวดิ โี อ สสวท. หินและแรม่ ี
แร่ (๓) ประโยชน์อยา่ งไร
๒.แบบฝึกหดั หนา้ ๘๗-๘๘
๓.ใบงาน ประโยชนข์ องแร่

๓๒ ๑ การเกิดซากดึกดำ ๑.คลิปวิดีโอ สสวท. บทนำการเกดิ
บรรพ์ (๑) ซากดกึ ดำบรรพ์ฯ
๒.หนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ป.๖
หน้า ๙๒-๙๓
๓.แบบฝึกหัด หน้า ๘๙



หน่วย มาตรฐานตวั ชี้วดั ครั้ง จำนวน เรื่องท่ีสอน สอื่ /อุปกรณ์
ท่ี ที่ ชวั่ โมง
๓๓ ๑ การเกดิ ซากดึกดำ ๑.อปุ กรณ์ทดลอง ทรายละเอียด ปูน
๓ ปลาสเตอร์ เปลอื กหอย พู่กนั ไม้
บรรพ์ (๒) ไอศกรมี ภาชนะผสม กรรไกร กลอ่ ง
นม บกี เกอร์ เครื่องชงั่
๓๔ ๑ การเกิดซากดึกดำ ๑.หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.๖ หน้า
บรรพ์ (๓) ๙๔-๙๙
๒.แบบฝึกหัด หนา้ ๘๙-๙๑
๓๕ ๑ การเกิดซากดึกดำ
บรรพ์ (๔) ๑.คลิปวดิ ีโอ สสวท. ซากดึกดำบรรพ์
แบบรอยพมิ พ์เกิดขึน้ ได้อย่างไร
๓๖ ๑ การเกดิ ซากดึกดำ ๒.แบบฝกึ หดั หนา้ ๙๑-๙๓
บรรพ์ (๕) ๓.อุปกรณ์ เดียวกนั กับชง่ั โมงที่ ๓๓
เพ่ิม ไดโนเสาร์พลาสติก
๓๗ ๑ การเกิดซากดึกดำ ๑.หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตรป์ .๖ หน้า
บรรพ์ (๖) ๑๐๐-๑๐๑
๒.แบบฝึกหดั หนา้ ๙๑-๙๓
๑.หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตรป์ .๖
หนา้ ๙๔-๑๐๓
๒.แบบฝกึ หดั หน้า ๙๔-๙๗

๓๘ ๑ ประโยชน์ของซาก ๑.หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ป.๖ หน้า
ดึกดำบรรพ์ (๑) ๑๐๔-๑๑๐
๒.แบบฝกึ หดั หนา้ ๙๘-๙๙
๓.คลิปวดิ โี อ สสวท. ซากดกึ ดำบรรพ์มี
ประโยชนอ์ ย่างไร

๓๙ ๑ ประโยชน์ของซาก ๑.หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ป.๖ หนา้
ดึกดำบรรพ์ (๒) ๑๐๔-๑๑๐
๒.แบบฝกึ หัด หนา้ ๑๐๐-๑๐๑
๓.คลิปวดิ โี อ สสวท. ซากดึกดำบรรพ์มี
ประโยชน์อยา่ งไร



หนว่ ย มาตรฐานตวั ช้ีวดั ครงั้ จำนวน เรื่องท่ีสอน สือ่ /อปุ กรณ์

ท่ี ท่ี ชวั่ โมง

๓ ๔๐ ๑ ประโยชน์ของซาก ๑.ใบงาน ซากดกึ ดำบรรพ์มปี ระโยชน์

ดกึ ดำบรรพ์ (๓) อย่างไร

๒.แบบฝึกหดั ท้ายเล่ม หน้า

๑๐๒-๑๑๙

สอบเก็บคะแนน ๓

สอบกลางภาคเรียนที่ ๑

รวม ๔๐ ชั่วโมง



แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ อาหารและการย่อยอาหาร บทที่ ๑ สารอาหารและระบบยอ่ ยอาหาร

เรือ่ ง สารอาหาร เวลา ๒ ช่ัวโมง

ภาคเรยี นท่ี ๑/๒๕๖๕ ผู้สอน นางสาวญาณิศา เสนปัญจะ

มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ชีว้ ดั
สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวติ หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก

จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์

ตวั ชว้ี ัด ป. ๖/๑ ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแตล่ ะประเภท จากอาหารท่ี
ตนเองรับประทาน
สาระสำคัญ

สารอาหาร คือสารที่มีอยู่ในอาหารและมีประโยชน์ต่อร่างกาย แบ่งได้เป็น ๖ ประเภท ได้แก่ โปรตีน
คาร์โบไฮเดรต ไขมนั วติ ามนิ เกลอื แร่ และน้ำ อาหารแตล่ ะอย่างมปี ระเภทและปรมิ าณของสารอาหารแตกต่าง
กัน อาหารบางอยา่ งมีสารอาหารหลายประเภท อาหารบางอย่างมีสารอาหารเพียงประเภทเดียว ซ่ึงพฤติกรรม
การรบั ประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เป็นโรคทางโภชนาการได้
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

หลังจบกจิ กรรมการจดั การเรียนรนู้ ักเรียนสามารถ
ด้านความรู้ (K)

๑. ระบคุ วามหมายของสารอาหารและบอกประโยชนข์ องสารอาหารแตล่ ะประเภทได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

๑. เขยี นปัญหาทางโภชนาการและผลกระทบต่าง ๆ ได้
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)

๑. สนใจใฝ่เรยี นรู้ มขี ้อสงสยั และกระตือรือรน้ ที่จะหาคำตอบ

สาระการเรียนรู้
๑. สารอาหาร
๒. ปญั หาทางด้านโภชนาการ



กิจกรรมการเรยี นรู้ : รูปแบบ ๕E
ขั้นที่ ๑ สร้างความสนใจ (Engagement)

๑. ครูตรวจสอบความรู้เดิมเกย่ี วกับสารอาหาร โดยครูใหน้ กั เรียนชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับการทำข้าวมันไก่
ความยาวของวีดทิ ศั น์ ๒-๓ นาที จากนน้ั อภปิ รายโดยใชค้ ำถาม ดังน้ี

- วีดิทศั นท์ ่คี รเู อามาให้ดูคือการประกอบอาหารอะไร (ข้าวมันไก่)
- ขา้ วมนั ไก่มสี ่วนประกอบอะไรบ้าง (นกั เรียนตอบตามสงิ่ ทสี่ ังเกตได้จากวดี ิทัศน์ เชน่ เนือ้ ไก่ และ
ไขมนั ไก่ เกลอื หอมแดง กระเทยี ม ขิง รากผักชี ข้าว นำ้ น้ำตาลมะพรา้ ว น้ำส้มสายชู เต้าเจยี้ ว ซีอ๊ิวดำ มะนาว
และพริก)
- เมื่อรับประทานข้าวมันไก่ เราจะได้รับสารอาหารใดบ้าง และ สารอาหารแต่ละประเภทมาจากอะไร
(นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น ได้รับโปรตีนจากเนื้อไก่ คาร์โบไฮเดรตจากข้าว น้ำตาลทราย
ไขมันจากเนื้อไก่และไขมันไก่ ได้วิตามินและเกลือแร่จากหอมแดง กระเทียม ขิง รากผักชี ข้าว มะนาว พริก
แตงกวา และเกลือ)
- ถา้ เรารับประทานข้าวมนั ไกท่ ุกวันโดยรับประทานอาหารอย่างอน่ื น้อยมากจะเกดิ อะไรขึ้นกับร่างกาย
ของเรา เพราะเหตุใด (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น ทำให้อ้วน เพราะได้รับคาร์โบไฮเดรต
จำนวนมากจากข้าว เนื้อไก่และไขมันไก่ทำให้ร่างกายได้รับไขมันสูง และอาจทำให้ได้วิตามินและเกลือแร่
ไมเ่ พยี งพอ เนื่องจากมีสัดส่วนของผกั และผลไมน้ อ้ ย หรอื อาจขาดวติ ามนิ และเกลอื แรบ่ างชนิด)

ขน้ั ที่ ๒ สำรวจและคน้ หา (Explanation)
๒. ครูนำภาพเด็กสองคนที่มีรูปร่างร่างกายไม่สมส่วนตดิ บนกระดาน โดยภาพเด็กคนที่ ๑ คือภาพเด็ก

ที่เป็นโรคขาดสารอาหาร และภาพเด็กคนที่ ๒ คือ ภาพเด็กที่เป็นโรคอ้วนจากนั้นครูสุ่มชื่อนักเรียนให้บอก
สาเหตุของการเกดิ โรคอ้วนและโรคขาดสารอาหาร พฤติกรรมทีท่ ำให้เกิดโรคขาดสารอาหารและโรคอ้วน และ
แนวทางการแกไ้ ขหรือป้องกนั โรคขาดสารอาหารและโรคอ้วน

พฤตกิ รรมการกนิ พฤตกิ รรมการกนิ

- กินน้อย - กินจุบจบิ

- อดอาหาร - กินอาหารทม่ี แี ต่

- เลือกกินแต่อาหาร คาร์โบไฮเดรตและไขมนั

ทีช่ อบเพียงอย่างเดียว - ไม่กินผักผลไม้ ฯลฯ

ฯลฯ

สาเหตุ : กินอาหารน้อยกวา่ ความต้องการของรา่ งกาย สาเหตุ : กินอาหารมากเกินกว่าความตอ้ งการของร่างกาย

แนวทางการแก๒ไ้.ข๑ :คกรนิ ูถอาามหคาำรถใาหมเ้ เพพีย่มิ งเพตอิมกจับากคกวาารมทตำอ้ กงิจกการรรขมอกงรบั ่านงักกเารยยี แนลดะังกนิน้ี อาหารท่ีมสี ารอาหารครบ ๖ ประเภท



- การเป็นโรคทางโภชนาการส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย (ทำให้เปน็ โรคจากการขาดสารอาหาร
หรอื หรือเป็นโรคอว้ น ซึง่ อาจเปน็ อปุ สรรคตอ่ การทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจำวนั )

- อุปสรรคในการทำกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากการเป็นโรคทางโภชนาการมีอะไรบ้าง (นักเรียน
ตอบตามความเขา้ ใจ เช่น คนที่มรี า่ งกายอ้วนหรอื ผอมมากมกั จะมีอาการเหน่ือยงา่ ย การเคลื่อนไหวไม่คลอ่ งตัว
ทำให้เล่นกีฬาบางชนิดหรือทำงานบางอย่างไม่ได้ หรือร่างกายไม่แข็งแรงเป็นหวัดบ่อยทำให้ทำ กิจกรรม
บางอย่างไม่ได้)

- ถ้าเรารับประทานอาหาร ๑ อย่าง เราจะได้สารอาหารครบทั้ง ๖ ประเภทหรือไม่ อย่างไร
(อาจได้รบั สารอาหารครบทง้ั ๖ ประเภท ถา้ ในอาหารที่เรารบั ประทานน้ันมีสารอาหารครบท้งั ๖ ประเภท เชน่
ไข่ไก่ หรืออาจได้รับสารอาหารไม่ครบทุกประเภท ถ้าในอาหารที่เรารับประทานนั้นมีสารอาหารไม่ครบทั้ง
๖ ประเภท เชน่ น้ำมันถ่วั เหลอื ง)

๓. นกั เรียนตอบคำถามในแบบบนั ทึกกิจกรรมหน้า ๗

ขน้ั ท่ี ๓ อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Exploration)
๔. นักเรยี นและครรู ่วมกันอภิปรายผลจากการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม เพื่อให้ได้ขอ้ สรปุ วา่
- สารอาหาร คอื สารที่มีอยูใ่ นอาหารและมีประโยชนต์ อ่ ร่างกาย แบ่งได้เป็น ๖ ประเภท ไดแ้ ก่ โปรตนี

คารโ์ บไฮเดรต ไขมัน วิตามนิ เกลือแร่ และนำ้ อาหารแตล่ ะอยา่ งมีประเภทและปรมิ าณของสารอาหารแตกต่าง
กนั อาหารบางอย่างมสี ารอาหารหลายประเภท อาหารบางอยา่ งมีสารอาหารเพยี งประเภทเดียว ซ่ึงพฤติกรรม
การรับประทานอาหารที่ไมเ่ หมาะสมอาจทำให้เป็นโรคทางโภชนาการได้

ขน้ั ท่ี ๔ ขยายความรู้ (Elaboration)
๕. ครเู ชอ่ื มโยงไปสู่ชีวติ ประจำวนั ของนักเรยี นโดยการยกเหตกุ ารณเ์ พอ่ื ให้นักเรียนไดเ้ กดิ การคดิ

ทบทวนในสิง่ ทเ่ี รยี น ดงั นี้
- เวลาที่นักเรยี นเลิกโรงเรยี นไป จะมีรา้ นขายอาหารอยูห่ น้าโรงเรยี น นกั เรียนซื้ออะไรกนิ บา้ ง ส่ิงที่

นกั เรียนกินนน้ั ไดส้ ารอาหารอะไรบ้าง
- เมอื่ เวลานักเรียนสัง่ KFC ทำไมจงึ ต้องมี เฟรนด์ฟรายหรือมนั บดมาดว้ ย
- ถา้ สัง่ พิซซ่านักเรยี นจะสัง่ หนา้ อะไร ขอบแบบไหน เพ่ือที่จะไดร้ ับสารอาหารครบถ้วน

ขน้ั ที่ ๕ ประเมนิ (Evaluation)
๖. นักเรียนเล่มเกม Kahoot และครมู อบรางวลั แกผ่ ูช้ นะลำดบั ท่ี ๑-๓



ส่ือการเรยี นรู้
๑.วดี ิทัศน์เก่ียวกับการทำขา้ วมันไก่ ท่ีมา https://www.youtube.com/watch?v=DHPMnbx๕Jjw
๒.แบบบันทกึ กิจกรรมหนา้ ๗
๓. ภาพเดก็ อว้ นและผอม
๔. เกม Kahoot
๕. ตารางปรมิ าณพลังงานและสัดส่วนของอาหารตามธงโภชนาการ หรือ แอปพลเิ คชนั EatD

การวดั ผลและประเมินผลการเรยี นรู้

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ ีการวัดแลประเมินผล เครอ่ื งมอื วดั และประเมนิ ผล เกณฑ์
- ขอ้ คำถาม ทำได้ถูกต้องไมน่ ้อย
ด้านความรู้ (K) - สังเกตจากการตอบคำถาม - แบบบันทึกกจิ กรรมหน้า ๗
- เกม Kahoot กว่ารอ้ ยละ ๗๐
- ระบคุ วามหมายของ - ตรวจแบบบันทกึ กจิ กรรม
- ขอ้ คำถาม ทำได้ถกู ต้องไมน่ อ้ ย
สารอาหารแตล่ ะประเภทได้ หน้า ๗ - ตรวจแบบบันทกึ กจิ กรรม กวา่ ร้อยละ ๗๐
หนา้ ๗
- เล่นเกม Kahoot - เกม Kahoot

ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - สังเกตจากการตอบคำถาม

-เขยี นปัญหาทางโภชนาการ - ตรวจแบบบันทึกกจิ กรรม

และผลกระทบต่าง ๆ ได้ หน้า ๗

- เลน่ เกม Kahoot

ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - สังเกตคณุ ลักษณะอนั พงึ - แบบประเมนิ คุณลักษณะอัน ทำได้ถกู ต้องไม่น้อย
(A) ประสงค์
- สนใจใฝ่เรียนรู้ มีข้อสงสัยและ พงึ ประสงค์ กว่ารอ้ ยละ ๗๐
กระตือรือรน้ ท่จี ะหาคำตอบ





คำชี้แจง สำรวจอำหำรทเ่ี รำกนิ ใน ๑ วนั และขดี เครอ่ื งหมำยถูก √ ลงในช่องสำรอำหำร



แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๒

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๖

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ ๑ อาหารและการยอ่ ยอาหาร บทที่ ๑ สารอาหารและระบบย่อยอาหาร

เรอื่ ง สารอาหาร เวลา ๒ ชั่วโมง

ภาคเรียนท่ี ๑/๒๕๖๕ ผสู้ อน นางสาวญาณศิ า เสนปญั จะ

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชีว้ ดั
สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของสง่ิ มชี วี ิต หน่วยพ้ืนฐานของส่งิ มชี วี ติ การลำเลยี งสารเขา้ และออก

จากเซลล์ ความสมั พนั ธ์ของโครงสรา้ งและหน้าทีข่ องระบบตา่ ง ๆของสัตวแ์ ละมนุษยท์ ี่ทำงานสมั พนั ธก์ นั
ความสมั พนั ธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของอวยั วะต่าง ๆ ของพชื ท่ีทำงานสมั พนั ธก์ ัน รวมท้งั นำความรู้ไปใช้
ประโยชน์

ตวั ช้วี ัด ป.๖/๒ บอกแนวทางในการเลอื กรับประทานอาหารใหไ้ ด้สารอาหารครบถ้วน ในสัดสว่ นที่
เหมาะสม กับเพศและวัย รวมทงั้ ความปลอดภยั ต่อสขุ ภาพ
สาระสำคัญ

ในแต่ละวนั เราควรรบั ประทานอาหารใหไ้ ดร้ บั สารอาหารครบทงั้ ๖ ประเภท และรับประทานให้ได้
ปริมาณพลังงานและไดส้ ดั สว่ นตามธงโภชนาการทเี่ หมาะสมกบั เพศและวัย และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยตอ่
สขุ ภาพ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

หลงั จบกจิ กรรมการจดั การเรียนรนู้ ักเรยี นสามารถ
ดา้ นความรู้ (K)

๑.บอกแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารใหเ้ หมาะสมกบั เพศและวยั
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

๑. วิเคราะห์และระบุสดั สว่ นของอาหารและปรมิ าณพลังงานจากอาหารทเ่ี หมาะสมกับเพศและวัย
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

๑. สนใจใฝเ่ รียนรู้ มขี ้อสงสัยและกระตอื รือรน้ ท่ีจะหาคำตอบ

สาระการเรยี นรู้
๑. การเลอื กรับประทานอาหารใหไ้ ด้สารอาหารครบถ้วน

กิจกรรมการเรยี นรู้ : รปู แบบ ๕E
ขัน้ ท่ี ๑ สรา้ งความสนใจ (Engagement)



๑. ครูตรวจสอบความรู้เดิมเกี่ยวกับการรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับตนเอง โดยครูให้นักเรียน
ชมวดี ทิ ัศน์สน้ั ๆ เก่ียวกบั การแข่งขันรับประทานอาหารปริมาณมาก จากนน้ั ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันอภิปรายโดยใช้
คำถามดงั น้ี

- นักเรียนคิดว่าการรับประทานอาหารปริมาณมากต่อมื้อ เป็นพฤติกรรมที่ควรทำตามหรือไม่ เพราะ
เหตุใด (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น ไม่ควรทำตาม เพราะในแต่ละวันเราควรรับประทาน
อาหารในปริมาณที่พอเหมาะไม่ควรรับประทานอาหารมากจนเกนิ ไป)

- นกั เรยี นเคยรับประทานอาหารมื้อหนึ่งในปรมิ าณมากเกนิ ความต้องการของรา่ งกายหรือไม่ (นักเรยี น
ตอบตามประสบการณข์ องตนเอง)

- หลังจากรับประทานอาหารปริมาณมาก นักเรียนรู้สึกอย่างไร (นักเรียนตอบตามประสบการณ์ของ
ตนเอง เชน่ รู้สกึ อดึ อดั แน่นท้อง ปวดทอ้ ง อยากอาเจยี น)

- นักเรียนควรรับประทานอาหารอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับตนเอง (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของ
ตนเอง)

- ครูเชือ่ มโยงความรเู้ ดมิ ของนักเรียนเข้าสูก่ จิ กรรมที่ ๑ โดยใช้คำถามดังน้ี นกั เรียนร้หู รอื ไมว่ า่ ในแต่ละ
วัน นักเรียนรับประทานอาหารเหมาะสมกับเพศและวัยของตนเองหรือไม่ และควรรับประทานอาหารอย่างไร
จงึ จะเหมาะสมกับตนเอง

ขนั้ ที่ ๒ สำรวจและค้นหา (Explanation)
๒. นักเรียนทำกิจกรรมในหนังสือเรียน กิจกรรมที่ ๑ ในแต่ละวันเรารับประทานอาหารเหมาะสม

หรอื ไมอ่ ยา่ งไร ตอนท่ี ๑ ซึง่ มีขัน้ ตอนดงั นี้
๒.๑ อ่านใบความรู้ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.๖ เรื่อง สารอาหาร พลังงานและสัดส่วนของ

อาหาร หน้า ๑๐-๑๔ จากน้ันอภิปรายและบอกประโยชน์ของสารอาหารแตล่ ะประเภท ระบปุ รมิ าณพลังงานท่ี
ร่างกายตนเองต้องการใน ๑ วันและหน่วยที่ใช้วดั ปรมิ าณอาหารตามธงโภชนาการ บันทึกผลลงในแบบบันทึก
กิจกรรมหน้า ๘

๒.๒ สำรวจอาหารและสบื ค้นข้อมูลส่วนประกอบของอาหารที่ตนเองรับประทานใน ๑ วันพร้อมท้ัง
ระบุปรมิ าณสว่ นประกอบตา่ งๆและบันทกึ ผลโดยใชห้ นว่ ยของปริมาณอาหารตามธงโภชนาการ

๒.๓ สืบค้นข้อมูลและระบปุ ระเภทของสารอาหารที่อยู่ในส่วนประกอบต่าง ๆ ของอาหารจากข้อ ๒
บันทึกผล

๒.๔ สบื ค้นข้อมลู ปริมาณพลังงานในอาหารที่ตนเองรับประทานใน ๑ วันคำนวณหาปริมาณพลังงาน
ท่ตี นเองได้รับและเปรียบเทียบกบั ปริมาณพลังงานทีร่ ่างกายตนเองต้องการในข้อ ๑ บันทกึ ผล

๒.๕ วิเคราะห์ประเภทของอาหารปริมาณพลังงานและสัดส่วนของอาหารที่รับประทานใน ๑ วัน
ว่าเหมาะสมกับเพศและวัยของตนเองหรือไม่อย่างไร บนั ทึกผล

๒.๖ เมื่อนักเรียนเข้าใจวิธีการทำกิจกรรมแล้ว ให้นักเรียนเริ่มปฏิบัติตามขั้นตอนการทำกิจกรรม
โดยครูเตรียมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้สำหรับเปิดเอกสาร ตารางปริมาณพลังงานและสัดส่วนของอาหารตามธง



โภชนาการ ซึ่งดาวน์โหลดเอกสารโดยการสแกน QR code ในหนังสือเรียนหน้า ๘ เพื่อให้นักเรียนใช้สืบค้น
ขอ้ มลู เกย่ี วกับอาหารทีต่ นเองรับประทาน หรือให้นักเรยี นค้นหาข้อมูลจากแอปพลเิ คชนั เกม EatD

ขั้นที่ ๓ อธบิ ายและลงข้อสรุป (Exploration)
๓. นักเรียนและครรู ว่ มกันอภปิ รายผลจากการปฏิบัติกิจกรรมที่ ๑ เพื่อให้ได้ขอ้ สรปุ ว่า
- สารอาหารในอาหารที่เรารับประทานจะให้ปริมาณพลังงานแตกต่างกัน ดังนั้น การรับประทาน

อาหารในแต่ละวัน ต้องคำนึงถึงปริมาณพลังงานที่ได้รับให้เพียงพอต่อความต้องการ ในแต่ละเพศและวัย เพ่ือ
ประโยชน์ในการดำรงชีวิตและเราควร รับประทานอาหารให้ได้สัดส่วนตามธงโภชนาการ ของกระทรวง
สาธารณสขุ ที่แบ่งสัดส่วน ของอาหารที่ควรรบั ประทานใน ๑ วัน สำหรับเด็กอายุ ๖-๑๓ ปี ซึ่งจะเห็นตามการ
เปรียบเทยี บในสัดส่วนอาหารได้ว่าถึงแม้คาร์โบไฮเดรต ไขมนั และ โปรตนี จะให้พลังงานแก่รา่ งกาย แต่เราควร
รับประทานอาหารทใี่ หส้ ารอาหารประเภท เกลือแร่ วติ ามิน นำ้ ในปริมาณทีเ่ หมาะสมเช่นกัน

ขั้นท่ี ๔ ขยายความรู้ (Elaboration)
๔. ครเู ช่อื มโยงไปสชู่ วี ิตประจำวันของนกั เรยี นโดยการยกเหตุการณ์เพ่อื ใหน้ ักเรียนได้เกดิ การคดิ

ทบทวนในส่งิ ทเ่ี รยี น ดงั น้ี
- นักเรียนคิดวา่ ใน ๑ วนั เดก็ ชาย A (เด็กชาย A แทนชื่อนกั เรียน ชายในห้องท่ีเปน็ นักกฬี า หรือเล่น

กฬี าบ่อย) กับเด็กหญิง B (เด็กหญงิ B แทนช่ือนักเรียนหญิงในห้องที่ไม่ได้ออกกำลังกาย) จำเปน็ ตอ้ งได้รับ
ปริมาณพลังงานจากอาหารเท่ากนั หรือไม่ เพราะเหตุใด (นกั เรยี นทงั้ สองคน ไม่จำเป็นต้องได้รับปริมาณ
พลังงานจากอาหารเทา่ กนั ปรมิ าณพลังงานทแ่ี ต่ละคนต้องการจะขนึ้ อยู่กบั เพศและวยั รวมทัง้ กิจกรรมทีท่ ำ )

ขน้ั ท่ี ๕ ประเมนิ (Evaluation)
๕. นักเรียนทำ ฉนั รู้อะไร ในแบบบนั ทึกกิจกรรมหนา้ ๑๖ ตอนท่ี ๑
๖. ครมู อบหมายให้นักเรยี นสบื ค้นข้อมลู เก่ียวกบั สาเหตุทท่ี ำให้อาหารไม่ปลอดภัย และผลกระทบจาก

การรับประทานอาหารที่ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ซึ่งครูแนะนำแหล่งข้อมูลให้นักเรียนไปสืบค้น เช่น เอกสาร
เผยแพรห่ รอื เวบ็ ไซตข์ องหนว่ ยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หรอื สามารถใชค้ ำคน้ ต่าง ๆ เพื่อค้นหาข้อมูลใน
เว็บไซต์สำหรับคน้ หาข้อมูล เช่น สาเหตุที่ทำให้อาหารไม่ปลอดภยั การปนเปื้อนในอาหาร โรคจากอาหารท่ไี ม่
สะอาด

สอื่ การเรียนรู้
๑. วีดิทัศน์สัน้ ๆ เก่ยี วกบั การแข่งขันรบั ประทานอาหารปริมาณมาก ทีม่ า มาม่าเผ็ดเกาหลXี ๔กบั ๑๐นอ่ ง

ยักษ์ | เสอื กนิ จุ EP.๑ - YouTube

๒. หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.๖ หน้า ๑๐-๑๔
๓. ตารางปรมิ าณพลังงานและสัดสว่ นของอาหารตามธงโภชนาการ หรอื แอปพลิเคชัน EatD
๔. แบบบนั ทกึ กิจกรรมหน้า ๘-๑๓ และ หนา้ ๑๖ ตอนที่ ๑

๑๐

การวัดผลและประเมินผลการเรยี นรู้

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ กี ารวดั แลประเมนิ ผล เคร่อื งมอื วัดและประเมนิ ผล เกณฑ์

ดา้ นความรู้ (K) - สังเกตจากการตอบคำถาม - ข้อคำถาม ทำได้ถูกต้องไมน่ ้อย

-บอกแนวทางในการเลือก - ตรวจแบบบันทึกกิจกรรม - แบบบันทกึ กิจกรรมหน้า กว่าร้อยละ ๗๐

รบั ประทานอาหารใหเ้ หมาะสม หน้า ๘-๑๓ และ หนา้ ๑๖ ๘-๑๓ และ หน้า ๑๖

กบั เพศและวยั ตอนที่ ๑ ตอนท่ี ๑

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) - สงั เกตจากการตอบคำถาม - ข้อคำถาม ทำได้ถูกต้องไม่นอ้ ย

- วเิ คราะห์และระบสุ ดั ส่วนของ - ตรวจแบบบนั ทึกกจิ กรรม - ตรวจแบบบนั ทกึ กจิ กรรม กว่าร้อยละ ๗๐

อาหารและปริมาณพลังงานจาก หน้า ๘-๑๓ และ หนา้ ๑๖ หนา้ ๘-๑๓ และ หนา้ ๑๖

อาหารทีเ่ หมาะสมกบั เพศและ ตอนที่ ๑ ตอนท่ี ๑

วัย

ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ - สังเกตคณุ ลักษณะอนั พงึ - แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั ทำได้ถกู ต้องไม่น้อย

(A) ประสงค์ พงึ ประสงค์ กวา่ รอ้ ยละ ๗๐

- สนใจใฝเ่ รียนรู้ มีข้อสงสัยและ

กระตือรือรน้ ทจ่ี ะหาคำตอบ

๑๑

๑๒

๑๓

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๓

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๑ อาหารและการย่อยอาหาร บทที่ ๑ สารอาหารและระบบย่อยอาหาร

เรอ่ื ง สารอาหาร เวลา ๒ ชวั่ โมง

ภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๕ ผ้สู อน นางสาวญาณิศา เสนปญั จะ

มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ดั
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจสมบตั ขิ องสง่ิ มชี ีวิต หนว่ ยพน้ื ฐานของสงิ่ มีชวี ติ การลำเลียงสารเข้าและออก

จากเซลล์ ความสมั พนั ธ์ของโครงสร้างและหนา้ ทีข่ องระบบตา่ ง ๆ ของสตั ว์และมนุษยท์ ีท่ ำงานสัมพนั ธก์ ับ
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหนา้ ทขี่ องอวยั วะตา่ ง ๆ ของพืชท่ีทำงานสมั พันธก์ นั รวมท้งั นำความรู้ไปใช้
ประโยชน์

ตัวชว้ี ัด ป. ๖/๓ ตระหนักถงึ ความสำคัญของสารอาหาร โดยการ เลือกรบั ประทานอาหารทมี่ ี
สารอาหารครบถว้ น ในสดั ส่วนทีเ่ หมาะสมกบั เพศและวัย รวมทัง้ ปลอดภัยตอ่ สุขภาพ
สาระสำคัญ

สาเหตุที่ทำให้อาหารไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ มีหลายสาเหตุ เช่น เกิดจากกระบวนการผลิต การเก็บ
เกี่ยวผลผลิต การขนส่งวัตถุดิบ เป็นต้น และอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คือ ทำให้เป็นโรคหรือมีอาการ
ตา่ ง ๆ เช่น อุจจาระรว่ งอาหารเปน็ พิษ อหวิ าตกโรค มะเร็งท่เี กิดจากราในอาหาร โรคไวรัสตับอักเสบเอ โรคไข้
สมองอกั เสบ โรคบดิ เป็นตน้

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
หลังจบกิจกรรมการจัดการเรียนร้นู ักเรียนสามารถ

ด้านความรู้ (K)
๑. บอกแนวทางในการเลอื กรับประทานอาหารให้ เหมาะสมกบั เพศและวยั
๒. อธบิ ายความปลอดภัยของอาหารต่อสุขภาพ

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. สบื ค้นข้อมลู และวเิ คราะห์ความปลอดภยั ของอาหารต่อสุขภาพ

ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
๑. สนใจใฝ่เรยี นรู้ มขี ้อสงสัยและกระตอื รือรน้ ทจี่ ะหาคำตอบ

สาระการเรยี นรู้
๑. การเลอื กรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน

๑๔

กิจกรรมการเรยี นรู้ : รูปแบบ ๕ E
ขั้นที่ ๑ สร้างความสนใจ (Engagement)

๑. ครทู บทวนความรู้จากการเรยี นในชวั่ โมงทแ่ี ล้วและถามคำถามกับนกั เรียนว่า
- นอกจากต้องรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน ได้ปริมาณพลังงานที่พอเหมาะ และได้
สัดส่วนตามธงโภชนาการแล้ว การรับประทานอาหารต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรอีกบ้าง และเรามีแนวทางการ
รบั ประทานอาหารอยา่ งไรเพือ่ ให้เหมาะสมกับตนเอง (นักเรียนตอบตามความเขา้ ใจ)

ข้ันที่ ๒ สำรวจและคน้ หา (Explanation)
๒. นักเรียนทำกิจกรรมที่ ๑ การรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับเพศและวัย ตอนที่ ๒ ในหนังสือ

เรยี นวทิ ยาศาสตร์ป.๖ หน้า ๙ โดยมีวธิ ีการทำกิจกรรมดังน้ี
๒.๑ สืบค้นข้อมูลสาเหตุที่ทำให้อาหารไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพซึ่งเกิดจากกระบวนการผลิต การ

คัดเลือกวัตถุดิบ การขนส่งวัตถุดิบ การประกอบอาหาร การขนส่งอาหาร การเก็บรักษาอาหาร รวมทั้ง
ผลกระทบต่อสุขภาพจากการรบั ประทานอาหารไมป่ ลอดภัย บนั ทกึ ผล พร้อมระบุแหล่งท่มี าของข้อมลู

๒.๒ ร่วมกันอภิปรายแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ บันทึกผลลงใน
แบบบันทึกกิจกรรมหน้า ๑๔

๒.๓ วิเคราะห์อาหารที่ตนเองจะรับประทานใน ๑ วัน ในตอนที่ ๑ ว่าปลอดภัยต่อสุขภาพหรือไม่
เพราะเหตใุ ด อภิปรายและบนั ทึกผลลงในแบบบันทึกกิจกรรมหน้า ๑๕

ขน้ั ที่ ๓ อธิบายและลงขอ้ สรุป (Exploration)
๓. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลจากการปฏิบัติกิจกรรมที่ ๑ เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่าสาเหตุที่ทำให้

อาหารไมป่ ลอดภยั ตอ่ สุขภาพ คอื
- เกิดจากกระบวนการผลติ มีการใช้สารเคมีในการเพาะปลูกพชื ทำให้สารเคมนี ั้นตกค้างอยู่ในผลผลติ

มียาปฏิชีวนะตกคา้ งในเนือ้ สัตวม์ กี ารผสมสารบางอยา่ งในอาหาร เช่น บอแรกซ์
- การเก็บเกี่ยวผลผลิต การคัดเลือกวัตถุดิบ อาจทำให้มีสิ่งปนเปื้อน อยู่ในผลผลิต เช่น แมลง รา

แบคทีเรีย ไวรัส พยาธเิ ศษดิน หิน กรวด โลหะ แกว้ มูลสตั ว์
- การขนส่งวัตถุดิบ ทำให้มีสิ่งปนเปื้อน หรือใช้ระยะเวลานานทำให้อาหารไม่ได้มาตรฐาน ไม่สด เก่า

หรือเนา่ เสีย มีรา
- การประกอบอาหาร ไม่ล้างวัตถุดิบหรือล้างไม่สะอาดก่อนนำมาประกอบอาหาร เกิดการปนเปื้อน

มีการใช้สารปรุงแต่ง อาหาร ไม่สด หมดอายุ เน่าเสีย ติดโรค ภาชนะไม่สะอาด ผู้ประกอบอาหารไม่มีระบบ
รกั ษาความสะอาด

- การขนสง่ อาหาร เชน่ ไม่ปิดฝาภาชนะท่ีบรรจุอาหาร
- การเก็บรักษาอาหาร เช่น เก็บอาหารปะปนกับสารอื่น ๆ เก็บในภาชนะที่ไม่ได้มาตรฐานเก็บในท่ที ี่
มีอณุ หภูมิและความชน้ื ไม่เหมาะสมหรือเกบ็ ไวน้ านเกนิ ไป

๑๕

ผลกระทบต่อสุขภาพจากการรับประทานอาหารที่ไม่ปลอดภัยจะทำให้เป็นโรคหรือมีอาการต่าง ๆ
เช่น อุจจาระร่วงอาหารเป็นพิษ อหิวาตกโรค มะเร็งที่เกิดจากราในอาหาร โรคไวรัสตับอักเสบเอ โรคไข้สมอง
อกั เสบ โรคบดิ เปน็ ตน้

ข้ันท่ี ๔ ขยายความรู้ (Elaboration)
๔.ครูเชื่อมโยงไปสู่ชีวิตประจำวันของนักเรียนโดยการยกเหตุการณ์เพื่อให้นักเรียนได้เกิดการคิด

ทบทวนในสงิ่ ทเ่ี รยี น ดังนี้

- อาหารที่นกั เรียนรบั ประทานในทุก ๆ วัน ปลอดภยั ตอ่ สุขภาพหรอื ไม่ อยา่ งไร (นกั เรยี นตอบตามผล

การวิเคราะห์ของตนเอง เช่น ปลอดภัย เพราะ รับประทานอาหารโดยเลือกวัตถุดิบที่สะอาด สดใหม่ และ
ประกอบอาหารเองในครอบครัว หรือไม่ปลอดภัย เช่น พบเศษกรวดในข้าว อาหารที่ซื้อไม่มีฝาปิดภาชนะท่ี
บรรจุอาหาร มแี มลงเกาะหรอื ตอมอาหาร)

ข้ันที่ ๕ ประเมิน (Evaluation)
๕. ครถู ามคำถามเพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น ดงั น้ี
- อาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพควรเป็นอย่างไร (อาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพควรเป็นอาหารที่ใช้

วัตถุดิบที่สด สะอาด ไม่เน่าเสีย หมดอายุ ไม่มีสิ่งเจือปน ผ่านกรรมวิธีประกอบอาหารอย่าง ถูกหลักอนามัย
และเกบ็ รักษาในทที่ ี่มีอณุ หภูมิเหมาะสม)

- สาเหตุที่ทำให้อาหารไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพคืออะไร (การใช้สารเคมีในการเพาะปลูกพืช การใช้ยา
ปฏิชีวนะเลี้ยงสัตว์ มีสิ่งปนเปื้อน เช่น แมลง แบคทีเรีย พยาธิ เศษดิน หิน กรวด อาหารเน่าเสีย มีรา ไม่ล้าง
วัตถุดิบหรือล้างไม่สะอาดก่อนนำมาประกอบอาหาร ใช้สารปรุงแตง่ อาหาร อาหารหมดอายุ ภาชนะไม่สะอาด
เก็บอาหารปะปนกับสารอืน่ ๆ เก็บอาหารในทท่ี มี่ อี ุณหภมู ิและความชืน้ ไมเ่ หมาะสม)

- ผลกระทบต่อสุขภาพจากการรับประทานอาหารที่ไม่ปลอดภัยมีอะไรบ้าง (ทำให้เป็นโรคหรือมี
อาการต่าง ๆ เช่น อุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ อหิวาตกโรค โรคไวรัสตับอักเสบเอ โรคมะเร็งที่เกิดจากราใน
อาหาร โรคไขส้ มองอักเสบ โรคบิด)

สอื่ การเรียนรู้
๑. หนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตรป์ .๖ หนา้ ๙
๒. แบบบันทึกกจิ กรรมหน้า ๑๔-๑๕
๓. อินเทอร์เน็ต

๑๖

การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธกี ารวดั แลประเมินผล เครอ่ื งมอื วัดและประเมินผล เกณฑ์

ดา้ นความรู้ (K) - สงั เกตจากการตอบคำถาม - ข้อคำถาม ทำได้ถูกต้องไมน่ ้อย

- ระบุความหมายของ - ตรวจแบบบนั ทกึ กิจกรรม - แบบบนั ทกึ กิจกรรมหนา้ กว่าร้อยละ ๗๐

สารอาหารแตล่ ะประเภทได้ หนา้ ๑๔-๑๕ ๑๔-๑๕

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) - สังเกตจากการตอบคำถาม - ข้อคำถาม ทำได้ถูกต้องไม่นอ้ ย

- สามารถจำแนกประเภทของ - ตรวจแบบบันทึกกิจกรรม - แบบบันทกึ กิจกรรมหนา้ กวา่ ร้อยละ ๗๐

สารอาหารได้ หนา้ ๑๔-๑๕ ๑๔-๑๕

ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ - สังเกตคณุ ลักษณะอนั พงึ - แบบประเมินคุณลกั ษณะอัน ทำได้ถกู ต้องไม่น้อย

(A) ประสงค์ พึงประสงค์ กวา่ รอ้ ยละ ๗๐

- สนใจใฝเ่ รียนรู้ มีขอ้ สงสยั และ

กระตือรอื รน้ ที่จะหาคำตอบ

๑๗

๑๘

๑๙

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๔

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๑ อาหารและการย่อยอาหาร บทที่ ๑ สารอาหารและระบบย่อยอาหาร

เรือ่ ง ระบบย่อยอาหาร เวลา ๒ ช่ัวโมง

ภาคเรียนท่ี ๑/๒๕๖๕ ผู้สอน นางสาวญาณศิ า เสนปญั จะ

มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชว้ี ดั
สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก

จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์

ตัวชี้วัด ป. ๖/๔ สร้างแบบจำลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อย
อาหาร รวมทั้งอธิบายการย่อยอาหารและการดดู ซึมสารอาหาร
สาระสำคัญ

ระบบยอ่ ยอาหารประกอบดว้ ยอวัยวะต่างๆ ไดแ้ ก่ ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไสเ้ ล็ก ลำไส้
ใหญ่ ทวารหนัก ตับ และตับอ่อน ซึ่งทำหน้าที่ร่วมกันในการย่อยและดูดซึมสารอาหาร ซึ่งอวัยวะต่าง ๆ ใน
ระบบย่อยอาหารมีความสำคญั จึงควรปฏบิ ตั ิตน ดูแลรักษาอวัยวะให้ทำงานเปน็ ปกติ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้

หลังจบกจิ กรรมการจัดการเรียนรนู้ ักเรียนสามารถ
ด้านความรู้ (K)

๑. อธิบายการย่อยอาหารและหนา้ ทีข่ องอวัยวะในระบบย่อยอาหารได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

๑. สามารถออกแบบและสรา้ งแบบจำลองของระบบย่อยอาหารได้
ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)

๑. สนใจใฝ่เรยี นรู้ มขี ้อสงสยั และกระตือรือร้นท่จี ะหาคำตอบ

สาระการเรยี นรู้
๑. ระบบยอ่ ยอาหาร

๒๐

กจิ กรรมการเรียนรู้ : รูปแบบ ๕E
ขนั้ ที่ ๑ สรา้ งความสนใจ (Engagement)

๑.ครูตรวจสอบความรู้เดิมเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร โดยครูสอบถามประสบการณ์ของนักเรียน
เกย่ี วกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารท่ีส่งผลตอ่ ระบบย่อยอาหาร โดยใชค้ ำถามดงั น้ี

- นกั เรยี นเคยรบี รบั ประทานอาหารแลว้ ไปเล่นหรอื ออกกำลังกายทันทหี รือไม่ แล้วถา้ เคยรสู้ ึกมีอาการ
ผดิ ปกตใิ นรา่ งกายหรือไม่ อย่างไร (นักเรยี นตอบตามประสบการณ์ของตนเอง เช่น ไม่ร้สู ึกผิดปกติ หรอื เคยรสู้ กึ
ผดิ ปกติ เช่น รู้สกึ จกุ เสียดท้อง ปวดทอ้ ง อาเจียน)

- อาการผิดปกติทีเ่ กดิ ขนึ้ นา่ จะเกดิ จากสาเหตุใด (นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง เชน่ การรบี
รับประทานอาหารเกินไปจึงทำให้เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ร่างกายต้องทำงานหนักในการยอ่ ยอาหาร หรือ การ
เล่นหรอื ออกกำลังกายทนั ทีหลังรับประทานอาหารอาจขัดขวางการยอ่ ยอาหารของร่างกาย)

๒. ครูเช่ือมโยงความร้เู ดมิ ของนกั เรียนสู่การเรียนเรือ่ งระบบย่อยอาหาร โดยใช้คำถามวา่
- นักเรียนรู้หรือไม่ว่า อาการปวดท้องหลังจาก รับประทานอาหารเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง และ
รา่ งกายนำสารอาหารในอาหารไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร ครูชกั ชวนนักเรยี นหาคำตอบจากการอ่านเรื่องระบบ
ย่อยอาหาร

ข้นั ที่ ๒ สำรวจและค้นหา (Explanation)
๓. นักเรียนอา่ นเรือ่ งระบบยอ่ ยอาหารในหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.๖ ในหน้า ๒๐
๔. ครใู ชค้ ำถามเพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจจากการอา่ น โดยใช้คำถามดงั น้ี
- อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหารมีอะไรบ้าง (ปวดท้อง จุกเสียดแน่นท้อง อึดอัด

ทอ้ งอดื อาเจยี น ทอ้ งเสยี )
- อาการเหล่านี้เกิดจากสาเหตุอะไร (เกิดจากพฤติกรรมการ รับประทานอาหาร เช่น รับประทาน

อาหารมากเกินไป รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา รับประทานอาหารเร็วเกินไป รับประทานอาหารแล้วทำ
กจิ กรรมอน่ื ทนั ที รับประทานอาหารทีไ่ มส่ ะอาดหรือมีรสจัด)

- การท่เี รามีพฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่เหมาะสมจะส่งผลต่อระบบใดของร่างกาย และส่งผล
อย่างไร (พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร จะทำให้อวัยวะในระบบ
ยอ่ ยอาหารทำงานไม่ปกติ)

- ระบบย่อยอาหารมีหน้าที่อะไร (ระบบย่อยอาหารมีหน้าที่ย่อยสารอาหารที่มีอนุภาคขนาดใหญใ่ ห้มี
ขนาดเลก็ และดูดซมึ สารอาหารท่มี อี นุภาคขนาดเลก็ เขา้ ส่เู ลือด)

- ถ้าร่างกายของเราไม่มีระบบย่อยอาหารจะเกิดอะไรขึ้น (ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำสารอาหารที่มี
อยใู่ นอาหารไปใช้ประโยชน์ได้)

- นกั เรียนทำ รหู้ รอื ยัง ในแบบบันทึกกจิ กรรมหนา้ ๑๙
๕. นักเรียนทำกจิ กรรมที่ ๒ อวยั วะในระบบย่อยอาหารมีลักษณะและหนา้ ทอ่ี ย่างไร โดยมขี ้ันตอนการ
ทำกิจกรรมดังน้ี

๒๑

๕.๑ สังเกตลกั ษณะของข้าวสุกในจานบันทึกผลในแบบบันทกึ กิจกรรมหน้า ๒๐-๒๑
๕.๒ เคยี้ วขา้ วสกุ ชา้ ๆ โดยยงั ไมก่ ลนื สงั เกตรสชาตแิ ละการทำงานของปาก ล้ิน และฟนั ขณะเคี้ยว
ข้าวและใช้กระจกส่องเพื่อสังเกตลักษณะของข้าวสุกในปากตนเอง บันทึกผลในแบบบันทึกกิจกรรม
หน้า ๒๐-๒๑
๕.๓ กลืนข้าวที่เคีย้ วช้า ๆ ผลัดกันสังเกตการเคล่ือนไหวของคอขณะกลืน บันทึกผลในแบบบันทกึ
กิจกรรมหนา้ ๒๐-๒๑
๕.๔ ร่วมกันอภิปรายลักษณะและหน้าที่ของปากลิ้นฟันในการย่อยอาหารบันทึกผลในแบบบันทึก
กิจกรรมหน้า ๒๐-๒๑
๖. นกั เรียนอา่ นการต์ นู เร่ือง ลีมอนผจญภยั แล้วเขียนอวัยวะในระบบย่อยอาหาร พร้อมกบั บอกหน้าที่
และประโยชน์และสร้างแบบจำลองระบบย่อยอาหาร บันทึกผลการสืบค้นลงในแบบบันทึกกิจกรรม
หนา้ ๒๑-๒๓

ข้นั ที่ ๓ อธบิ ายและลงข้อสรุป (Exploration)
๗. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันอภิปรายเพ่อื ใหไ้ ดข้ อ้ สรปุ ว่า
- ระบบย่อยอาหาร เป็นระบบของร่างกายที่มีหน้าที่ย่อยสารอาหารที่มีอนุภาคขนาดใหญ่ให้มีขนาด

เลก็ รวมท้ังทำหน้าท่ดี ดู ซมึ สารอาหารไปใชป้ ระโยชน์
- ลักษณะและหนา้ ทขี่ องอวัยวะต่าง ๆ ในระบบย่อยอาหาร
• ปาก เป็นช่องมีลิ้นและฟันอยู่ภายใน เป็นทางเข้าของอาหาร มีฟันสำหรับตัด สับอาหารให้มี
ขนาดเลก็ มีล้ินตะลอ่ มคลุกเคล้าอาหารกับน้ำลาย
• หลอดอาหาร เป็นทอ่ ตรงยาวจากปากถึงกระเพาะอาหาร บบี และคลายเพ่ือดนั ก้อนอาหารให้
เคลื่อนลงสู่กระเพาะอาหาร
• กระเพาะอาหาร เป็นถุงผนังด้านในมีลักษณะเป็นคลื่น ย่อยโปรตีนโดยใช้เอนไซม์และกรด
เกลอื
• ลำไส้เล็ก เป็นท่อยาวขดไปมา ผนังด้านในตะปมุ่ ตะป่ำคลา้ ยนิว้ มอื ยอ่ ยคารโ์ บไฮเดรต โปรตีน
ไขมนั โดยเอนไซม์ทลี่ ำไสเ้ ลก็ สร้างขน้ึ เองและจากตับออ่ นโดยมนี ้ำดจี ากตับมาชว่ ยทำให้ไขมัน
แตกตวั นอกจากนยี้ งั ทำหนา้ ท่ีดดู ซึมสารอาหารทุกประเภท
• ตับ เป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ สร้างน้ำดีไปเก็บที่ถุงน้ำดีและส่งไปยงั ลำไส้เล็ก น้ำดีช่วยทำให้
ไขมันแตกตัว
• ตบั ออ่ น เป็นอวัยวะรูปรา่ งเรียวยาว สรา้ งเอนไซมส์ ง่ ไปยังลำไสเ้ ล็กเพอื่ ช่วยยอ่ ยสารอาหาร
• ลำไส้ใหญ่ เป็นท่อขนาดใหญ่แตส่ ้นั กวา่ ลำไสเ้ ลก็ ดดู ซึมเกลือแรแ่ ละนำ้ บบี ตัวส่งกากอาหารไป
ยงั ทวารหนัก

๒๒

• ทวารหนัก เปน็ ชอ่ งเปิดทอี่ ย่สู ว่ นปลายสดุ ขอทางเดินอาหาร บีบตัวขับกากอาหารออกนอก
รา่ งกาย

- พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมจะส่งผลให้อวัยวะในระบบย่อยอาหารทำงานไม่
ปกติ อาจก่อใหเ้ กดิ โรคหรอื อาการผดิ ปกตติ ่าง ๆ ได้

ข้นั ที่ ๔ ขยายความรู้ (Elaboration)
๘. ครูเชือ่ มโยงไปส่ชู วี ติ ประจำวนั ของนักเรียนโดยการยกเหตกุ ารณ์ “หากเราไม่มีกระเพาะอาหาร

ระบบยอ่ ยอาหารของเราจะยังสามารถทำงานได้อยหู่ รือไม่ เพราะเหตุใด”
- ได้ เพราะ ร่างกายเราไม่ได้มีกระเพาะอาหารเป็นอวัยวะที่เอาไว้ย่อยอาหารเพียงส่วนเดียว อย่าลืม

ว่าสว่ นแรกของการทำงานของระบบย่อยอาหาร อยู่ท่ี “ฟัน” ในปากของเรา สง่ิ ที่เราตอ้ งทำคอื เคย้ี วอาหารให้
ละเอียดก่อนกลืน เพื่อให้ระบบย่อยอาหารอื่นๆ ทำงานต่อได้ง่ายขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้เรายังมีหลอดอาหารที่
ช่วยลำเลียงอาหารไปสู่ลำไส้เล็กโดยตรง และยังมีเอนไซม์ในลำไส้เล็ก น้ำย่อยจากตับอ่อน ที่จะมาช่วยย่อย
อาหารใหเ้ ปน็ โมเลกลุ ท่เี ล็กลง จนสามารถดูดซึมเขา้ สรู่ า่ งกายไดอ้ ีกดว้ ย

๙. ครูอธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่นักเรียนยังไม่เข้าใจ และแนะนำให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมที่
ห้องสมุดหรอื เว็บไซตท์ ีเ่ กีย่ วข้องกับ เรอ่ื ง ระบบยอ่ ยอาหาร จากอินเทอร์เน็ต

ขน้ั ท่ี ๕ ประเมนิ (Evaluation)
๑๐. ครถู ามคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี น ดังนี้
- ระบบยอ่ ยอาหารมหี น้าท่ีอะไร(ระบบย่อยอาหารมหี น้าท่ีย่อย สารอาหารท่ีมอี นภุ าคขนาดใหญใ่ ห้มี

ขนาดเลก็ และดูดซึมสารอาหารทมี่ อี นภุ าคขนาดเล็กเขา้ ส่เู ลอื ด)
- ถ้ารา่ งกายของเราไม่มรี ะบบย่อยอาหารจะเกิดอะไรขึ้น (ทำใหร้ า่ งกายไม่สามารถนำสารอาหารที่มี

อยู่ในอาหารไปใช้ประโยชน์ได้)

๑๑. นกั เรยี นทำ ฉันรู้อะไร ตอนท่ี ๑ ในแบบบันทึกกจิ กรรม หน้า ๒๖ เปน็ การบา้ น

ส่ือการเรยี นรู้
๑. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.๖
๒. แบบบันทึกกิจกรรม กจิ กรรมท่ี ๑ อวยั วะในระบบย่อยอาหารมลี ักษณะและหนา้ ท่ีอยา่ งไร

หน้า ๑๙-๒๓ และ ฉนั รอู้ ะไร ตอนที่ ๑ หน้า ๒๖
๓. การ์ตูนเร่ือง ลีมอนผจญภัย

๒๓

วัสดแุ ละอุปกรณ์
สงิ่ ทค่ี รูตอ้ งเตรยี ม/กลุม่

๑. ขา้ วสกุ ๑ จาน
๒. กระจก ๑ บาน
๓. ชอ้ น ๑ คัน

การวัดผลและประเมินผลการเรยี นรู้

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ กี ารวดั แลประเมินผล เคร่ืองมอื วัดและประเมนิ ผล เกณฑ์

ด้านความรู้ (K) - สังเกตจากการตอบคำถาม - ขอ้ คำถาม

- อธิบายการยอ่ ยอาหารและ - ตรวจแบบบันทึกกิจกรรม - แบบบนั ทกึ กิจกรรม

หนา้ ทีข่ องอวยั วะในระบบย่อย กิจกรรมที่ ๑ อวัยวะใน กจิ กรรมท่ี ๑ อวยั วะในระบบ ทำได้ถูกต้องไมน่ อ้ ย
อาหารได้ ระบบยอ่ ยอาหารมลี ักษณะ ย่อยอาหารมลี ักษณะและ กว่าร้อยละ ๗๐
และหนา้ ที่อย่างไร หน้า หน้าที่อยา่ งไรหน้า ๑๙-๒๓

๑๙-๒๓ และ ฉนั รอู้ ะไร และ ฉันรู้อะไร ตอนท่ี ๑ หน้า

ตอนท่ี ๑ หนา้ ๒๖ ๒๖

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P) - สังเกตจากการตอบคำถาม - ขอ้ คำถาม

- สามารถออกแบบและสรา้ ง - ตรวจแบบบันทกึ กิจกรรม -แบบบนั ทึกกิจกรรม กิจกรรม

แบบจำลองของระบบย่อย กิจกรรมท่ี ๑ อวยั วะใน ที่ ๑ อวัยวะในระบบย่อย

อาหารได้ ระบบยอ่ ยอาหารมลี ักษณะ อาหารมลี กั ษณะและหน้าที่ ทำได้ถกู ต้องไมน่ อ้ ย

และหนา้ ท่ีอย่างไร หนา้ อยา่ งไรหนา้ ๑๙-๒๓ และฉัน กวา่ ร้อยละ ๗๐

๑๙-๒๓ และ ฉันรู้อะไร รอู้ ะไร ตอนท่ี ๑ หน้า ๒๖

ตอนที่ ๑ หน้า ๒๖

ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ - สงั เกตคณุ ลักษณะอันพงึ - แบบประเมนิ คุณลักษณะอัน
(A) ประสงค์
- สนใจใฝเ่ รียนรู้ มขี อ้ สงสัยและ พึงประสงค์ ทำได้ถกู ต้องไม่น้อย
กระตือรอื รน้ ที่จะหาคำตอบ
กว่าร้อยละ ๗๐

๒๔


Click to View FlipBook Version