การพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งสำหรับผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ กรณีศึกษา ร้านมิสเตอร์ไนน์ Development of delivery packaging for bakery products Case study: Mr. Nine Cake นางสาว ปริยาภัทร บุญเรือง 116310509472-1 นางสาว โยษิตา นวลิขิตกุล 116310509542-1 นางสาว เบญจภัทร เผนโคกสูง 116310509543-9 นางสาว อรวรรณ ไชยสีหา 116310509547-0 รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรการจัดการโลจสิติกส์และซัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ ปีการศึกษา 2565 ลิขสิทธ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ชื่องานวิจัย การพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งสำหรับผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ กรณีศึกษา ร้านมิสเตอร์ไนน์ ชื่อ นางสาว ปริยาภัทร บุญเรือง นางสาว โยษิตา นวลิขิตกุล นางสาว เบญจภัทร เผนโคกสูง นางสาว อรวรรณ ไชยสีหา รหัสนักศึกษา 116310509472-1 116310509542-1 116310509543-9 116310509547-0 ปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ปีการศึกษา 2566 อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.วิญญู ปรอยกระโทก รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต โดยผ่านการพิจารณาจาก คณะกรรมการสอบวิจัย ดังมีรายชื่อต่อไปนี้ อาจารย์ที่ปรึกษา............................................ ( ดร.วิญญู ปรอยกระโทก ) ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
สารบัญ เรื่อง หน้า สารบัญ สารบัญ (ต่อ) สารบัญตาราง สารบัญรูป บทที่ 1บทนำ 1.1 ที่มาและความสำคัญ 1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.4 ขอบเขตการศึกษา 1.5 นิยามศัพท์เฉพาะ บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับด้านบรรจุภัณฑ์ 2.2 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับด้านการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ 2.3 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง 2.4แนวคิดและทฤษฎีผังก้างปลา 2.5แนวคิดและทฤษฎีแผนภูมิพาเรโต (Pareto Chart) 2.6 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับการทดสอบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง 2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง บทที่ 3 วิธีการดำเนินการศึกษา 3.1 บริษัทกรณีศึกษา 3.2 ขั้นตอนการดำเนินงาน 3.3 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.4 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาและเครื่องมือในการหารากของปัญหา 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล 1 1 1 2 2 2 4 4 9 12 14 16 17 19 36 36 36 37 37 38 38
สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า บทที่ 4 ผลการศึกษา 4.1 ศึกษาปัญหาของผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ 4.2 พัฒนาปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ 4.3 การตรวจสอบทดลองบรรจุภัณฑ์ 4.4. ต้นทุนบรรจุภัณฑ์แบบเดิมและบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา 4.5 ประเมินประสิทธิภาพกล่องบรรจุภัณฑ์ บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการศึกษา 5.2 ข้อจำกัดในการศึกษา 5.3 ข้อเสนอแนะ บรรณานุกรม ภาคผนวก 39 39 42 46 50 50 61 61 63 63 6 66
สารบัญตาราง ตาราง หน้า ตารางที่ 2.1 ตารางสังเคราะห์งานวิจัย ตารางที่ 4.1 แนวทางการแก้ไขปัญหาของผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เค้กเกิดความเสียหาย ตารางที่ 4.2 การทดสอบเวลาที่ใช้ในการบรรจุกล่องบรรจุภัณฑ์แบบเดิม ตารางที่ 4.3 การทดสอบเวลาที่ใช้ในการบรรจุกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา ตารางที่ 4.4 การเปรียบเทียบบรรจุภัณฑ์แบบเดิมและบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา ตารางที่ 4.5 ต้นทุนบรรจุภัณฑ์แบบเดิมและบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา ตารางชุดที่ 4.6 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบประเมินประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์ สำหรับผู้ใช้งานที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านการปกป้องของบรรจุภัณฑ์ ตารางชุดที่ 4.7 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบประเมินประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์ สำหรับผู้ใช้งานที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านการอำนวยความสะดวกการใช้งาน ตารางชุดที่ 4,8 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบประเมินประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์ สำหรับผู้ใช้งานที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านการขนส่ง ตารางชุดที่ 4.9 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบประเมินประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์ สำหรับผู้ใช้งานที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านความสวยงาม ตารางชุดที่ 4.10 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบประเมินความพึงพอใจของบรรจุภัณฑ์ สำหรับผู้บริโภคที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านการปกป้องของบรรจุภัณฑ์ ตารางชุดที่ 4.11 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบประเมินความพึงพอใจของบรรจุภัณฑ์ สำหรับผู้บริโภคที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านการอำนวยความสะดวกการใช้งาน ตารางชุดที่ 4.12 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบประเมินความพึงพอใจของบรรจุภัณฑ์ สำหรับผู้บริโภคที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านการขนส่ง ตารางชุดที่ 4.13 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบประเมินความพึงพอใจของบรรจุภัณฑ์ สำหรับผู้บริโภคที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านความสวยงาม 25 40 47 47 48 50 52 53 54 55 57 58 59 60
1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ที่มาและความสำคัญของปัญหา บรรจุภัณฑ์ คือสิ่งที่ใช้ห่อหุ้มตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ทำหน้าที่ป้องกันสินค้าไม่ให้ได้รับความเสียหาย นอกจากป้องกันความเสียหายแล้ว บรรจุภัณฑ์ยังเป็นสิ่งแรกที่ลูกค้าสามารถมองเห็นก่อนตัวสินค้า ถ้าหาก เลือก บรรจุภัณฑ์ที่เข้ากับสินค้าก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้และยังทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่ายมาก ยิ่งขึ้น ในปัจจุบัน เบเกอรี่มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้น เนื่องจากได้รับความนิยมมาจากพฤติกรรมการบริโภคที่ เปลี่ยนไปของผู้บริโภค โดยสังคมในเมืองส่วนมากทำงานนอกบ้าน ดำเนินชีวิตด้วยความเร่งรีบจึงต้องการความ สะดวกสบาย และยังต้องการอาหารที่พร้อมรับประทาน เบเกอรี่ถือเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ผู้บริโภคเลือก รับประทานเป็นอาหารว่างที่ทดแทนอาหารมื้อหลักในช่วงเวลาที่เร่งรีบ เค้กถือเป็นผลิตภัณฑ์เบเกอรี่หนึ่งที่ ได้รับ ความนิยมในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น งานวันเกิดหรืองานแต่ง เป็นต้น บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการบรรจุเค้กใน ปัจจุบัน ส่วนมากเป็นกล่องกระดาษลูกฟูก ทำให้เวลาขนส่งเค้กเกิดความเสียหาย เนื่องจากรูปแบบบรรจุภัณฑ์ในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบและหลากหลายคุณภาพและผลิตภัณฑ์เบ เกอรี่ได้รับความเสียหายขึ้นระหว่างการขนส่ง ทำให้ทางผู้วิจัยได้มีความสนใจที่จะศึกษาการพัฒนารูปแบบ บรรจุภัณฑ์เค้กเพื่อลดความเสียหายระหว่างการขนส่ง โดยใช้ร้านมิสเตอร์ไนน์เป็นกรณีศึกษาและเพื่อการ อำนวยความสะดวกและสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า 1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1.2.1) เพื่อศึกษาปัญหาของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการขนส่งเบเกอรี่ 1.2.2) เพื่อศึกษาแนวทางการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการขนส่งเบเกอรี่
2 1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.3.1) ทราบปัญหาของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการขนส่งเบเกอรี่ 1.3.2) ทราบแนวทางการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการขนส่งเบเกอรี่ 1.4 ขอบเขตการศึกษา ขอบเขตด้านพื้นที่ ร้านมิสเตอร์ไนน์ ขอบเขตด้านเนื้อหา 1. ศึกษาปัญหาของร้านมิสเตอร์ไนน์ 2. ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ 3. นําบรรจุภัณฑ์ไปทดสอบหลังจากนั้นทําการขนส่งจากระยะทางจริง ขอบเขตด้านระยะเวลา ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 - เดือนมีนาคม 2567 1.5 นิยามศัพท์เฉพาะ 1.5.1 บรรจุภัณฑ์ ( Packaging ) คือ สิ่งที่ได้มีการผลิตขึ้นมาเพื่อที่จะนำมาห่อหุ้มสินค้า ตัวช่วยปกป้องสินค้า รักษาสินค้าจากปัจจัยภายนอกได้เป็นอย่างดี ทำให้เกิดการเสียหายน้อยลง แถมเป็นตัวช่วยยืดระยะเวลาสินค้า ได้นาน และที่สำคัญบรรจุภัณฑ์ก็ยังมีประโยชน์อีกมากมาย ประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับความต้องการ ของบุคคล 1.5.2 บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง (Transport Package)เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีการออกแบบมาเพื่อใช้ในการบรรจุ สินค้า เพื่อให้สามารถจัดเรียงหรือจัดวางโดยใช้พื้นที่ได้น้อยที่สุด เพื่อใช้ในการขนส่ง รวมถึงให้มีสภาพแข็งแรง เพื่อป้องกันการกระแทกหรือป้องกันละอองน้ำหรือน้ำไม่ให้สินค้าเสียหายระหว่างการเคลื่อนย้ายหรือขนส่ง เช่น ลังไม้ หรือที่บรรจุในพาเลท (pallet) พาเลทกระดาษ กล่องกระดาษ เป็นต้น
3 1.5.3 ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ( Bakery ) คือ ผลิตภัณฑ์จากแป้งสาลีแปรรูปและทำให้สุกโดยการอบ ซึ่งแบ่ง ออกเป็น 4 ประเภทดังนี้ 1.5.3.1 ขนมปัง (Bread) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการใช้ยีสต์ ซึ่งจะมีส่วนผสมหลักได้แก่ แป้งสาลี ยีสต์ และส่วนผสมอื่นๆเช่น เกลือ ไข่ นมเป็นต้น 1.5.3.2 คุ๊กกี้ (Cookies) วัตถุดิบในการทําคุ้กกี้ จะคล้ายกับเค้กมาก คือ มีแป้ง เนย นม ไข่ นํ้าตาล สิ่งที่ช่วยให้ขึ้นฟูและส่วนผสมอื่นๆ 1.5.3.3 เค้ก (Cake) วัตถุดิบที่ใช้ในการทําเค้ก ได้แก่ แป้งสาลี นํ้าตาล เกลือ ผงฟู นม ไข่ ไขมัน และกลิ่นรส 1.5.3.4 เพสตรี้ (Pastry) วัตถุดิบที่ใช้ในการทําเพสตรี้ ส่วนผสมหลัก ได้แก่ แป้งสาลี ไขมัน นํ้า เกลือ ไข่ ซึ่งมี 2 ชนิด คือ พายร่วนและพายชั้น
4 บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดทฤษฎี เอกสารต่างๆ และผลงานที่เกี่ยวข้องเป็นพื้นฐานและ แนวทางในด้านต่างๆ เนื้อหาในบทนี้จะประกอบด้วยทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 2.1 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับด้านบรรจุภัณฑ์ 2.2แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับด้านการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ 2.3 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง 2.4 แนวคิดและทฤษฎีผังก้างปลา 2.5แนวคิดและทฤษฎีแผนภูมิพาเรโต (Pareto Chart) 2.6 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับการทดสอบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง 2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับด้านบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งสำคัญที่จะดึงดูดผู้บริโภคให้เลือกและตัดสินใจซื้อสินค้า บรรจุภัณฑ์ที่ดึงดูด ความสนใจก็คือ บรรจุภัณฑ์ที่มีความสวยงาม น่าสัมผัส สะอาด ถูกหลักอานามัย น่ารับประทาน ดังนั้น บรรจุ ภัณฑ์ที่ดีมิใช่เพียงดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคเท่านั้นแต่ยังจะต้องสามารถช่วยถนอม ช่วยยืดอายุและป้องกัน คุ้มครองผลิตภัณฑ์นั้นๆ จากการซึมผ่านของอากาศ กลิ่น ความร้อน ความชื้น จากภายนอก อีกทั้งจะต้อง สะดวกและเหมาะสมต่อการขนส่งเพื่อเป็นการลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ระหว่างการเดินทาง นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ยังช่วยในการสนับสนุนและส่งเสริมการขาย เพราะถือเป็นสื่อโฆษณาที่สามารถช่วยเพิ่มกำไรได้อีก ทางหนึ่ง ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีความรู้เรื่องการ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์
5 ธนิต โสรัตน์(2558) กล่าวถึงความสำคัญของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ในด้านต่างๆ ไว้ดังนี้ 1) เพื่อความปลอดภัยในการขนส่ง โดยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับลักษณะของสินค้า และให้สอดคล้องกับประเภทของพาหนะเพื่อการขนส่ง เช่น สินค้าราคาสูง สินค้าอันตราย สินค้าประเภท ของเหลว สินค้า ประเภทแก็ส สินค้าเน่าเสียได้ง่ายหรือสินค้าเสียหายได้ง่าย รวมทั้งสินค้าที่ต้องมีการควบคุม อุณหภูมิ เป็นพิเศษ 2) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการขนส่ง โดยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีขนาดที่เหมาะสม กับสภาพพาหนะที่ใช้ในการขนส่งเพื่อ ไม่ให้เกิดช่องว่างหรือหากมีก็ให้น้อยที่สุด เพื่อที่จะบรรจุสินค้าได้แบบ เต็มเนื้อที่ (Full Space Loading) เช่น การบรรจุสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ตู้ส าหรับสินค้าขนส่งทาง ตู้โบกี้ รถไฟ เป็นต้น 3) เพื่อปกป้องความเสียหาย การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีรวมทั้งวัสดุที่ใช้ส่งผลต่อความสามารถในการ ปกป้องความ เสียหายและการสูญหายรวมทั้งการเสียรูป เสียคุณสมบัติ เสื่อมคุณภาพ ของสินค้าในระหว่าง การ ขนส่ง และหรือในช่วงที่อยู่ระหว่างการเก็บรักษาในคลังสินค้าให้คงสภาพจนสินค้าได้มีการส่งมอบไปสู่ผู้ที่ ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและต่อความพึงพอใจ ของลูกค้า 4) ด้านประสิทธิภาพลดต้นทุนเชิงพื้นที่ เป็นการลดต้นทุนรวมด้านโลจิสติกส์โดยการออกแบบบรรจุ ภัณฑ์ให้มีขนาดเหมาะสมกับ สินค้าหรือวัสดุสิ่งของที่จะใส่ซึ่งจะลดช่องว่างในบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการออกแบบ บรรจุภัณฑ์ให้มีขนาด ที่เหมาะสม ทั้งกับขนาดพาหนะขนส่ง ขนาดพาเลท หรือขนาดของห้องและพื้นที่ซึ่งใช้ใน การวางหรือ เก็บสินค้าซึ่งจะช่วยลดช่องว่าง (Space) ให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งจะส่งผลต่ออรรถประโยชน์การใช้ พื้นที่ สูงสุด เป็นการเพิ่มจำนวนหรือปริมาณของให้เพิ่มมากขึ้นส่งผลต่อการลดต้นทุนรวมด้านโลจิสติกส์ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ 5) ด้านการบ่งชี้สินค้า ปัจจุบันมีการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในคลังสินค้า เช่น ระบบบาร์โค้ด มาใช้ใน คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า ซึ่งใช้เทคโนโลยีในการจัดเก็บสินค้าแบบอัตโนมัติและการตรวจนับ รับ สินค้า และหรือส่งมอบสินค้ารวมถึงการสั่งสินค้าแบบอัตโนมัติ และการคิดเงินแบบอัตโนมัติ จำเป็นที่จะต้องมีการ ออกแบบภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ให้สามารถเชื่อมโยงสอดคล้องกับเทคโนโลยีดังกล่าว 6) ด้านการติดตามสถานะ บรรจุภัณฑ์จะต้องมีการออกแบบให้สามารถติดแท็ก หรืออุปกรณ์ เทคโนโลยีซึ่งใช้ในการติดตามสถานะการขนส่ง (Transport Tracking) เพื่อให้สามารถติดตามสถานะที่อยู่ของ สินค้าและ สามารถตรวจสอบย้อนกลับให้ทราบข้อมูลตัวสินค้าและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการส่งมอบสินค้า
6 2.1.1 ขั้นตอนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ 1) การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย เป็นเรื่องสำคัญของการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพราะกลุ่มเป้าหมาย สามารถส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ได้โดยตรง ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาและเรียนรู้ความต้องการของตลาด และความต้องการของผู้บริโภค โดยการกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่อที่จะได้สามารถออกแบบบรรจุ ภัณฑ์ให้ตรงต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด ตัวอย่างกลุ่มเป้าหมาย เช่น วัยรุ่น วัยทำงาน แม่บ้าน เด็ก ฯลฯ เป็นต้น กลุ่มเป้าหมายที่ได้ยกตัวอย่างนี้นอกจากจะมีความสนใจและความต้องการที่ แตกต่างกันแล้วกลุ่มเป้าหมายเดียวกันแต่ช่วงอายุต่างกันและมีสถานะทางสังคมที่แตกต่างกัน ก็ย่อมมีความ ต้องการแตกต่างกันด้วยเช่นกัน ซึ่งทำให้ลักษณะของบรรจุภัณฑ์ก็ต้องมีความแตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมาย นั้นๆ หรือบางครั้งผลิตภัณฑ์บางอย่างผลิตขึ้นมาเพื่อผู้บริโภคกลุ่มหนึ่ง แต่ผู้บริโภคอีกกลุ่มหนึ่งกลับเป็นผู้เลือก และตัดสินใจซื้อ 2) การกำหนดชื่อตราสินค้า ตราสินค้าใช้เป็นชื่อหรือเครื่องหมายสำหรับการเรียกขานผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการจะต้อง ทำการกำหนดชื่อตราสินค้าให้เรียบร้อยก่อนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยกำหนดให้ชื่อ ตราสินค้ามี ความเป็นเอกลักษณ์ ชัดเจน น่าสนใจ ที่สำคัญจะต้องเป็นที่จดจำได้ง่ายแก่ผู้บริโภคตราสินค้าที่ดี จะทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำได้ 3) เลือกวัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ วัสดุมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการออกแบบบรรจุภัณฑ์การที่ ผู้ประกอบการจะตัดสินใจว่า จะให้วัสดุอะไรมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์นั้น ควรควรนึงถึงความปลอดภัยของ ผู้บริโภค ความ รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และคุณสมบัติของวัสดุแต่ละประเภท ที่จะนำมาผลิตบรรจุภัณฑ์เป็น สำคัญ เนื่องวัสดุแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติที่เป็นข้อดีและข้อเสีย ในการคุ้มครองผลิตภัณฑ์ให้คงคุณภาพ การยืด อายุผลิตภัณฑ์ และการนำกลับมาใช้ใหม่(Recycle)ที่แตกต่างกันไป หากท่านเลือกใช้วัสดุไม่ ถูกต้องนอกจาก จะทำให้เกิดผลกระทบต่อตัวผลิตภัณฑ์ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นสาเหตุให้เกิดต้นทุนในการผลิต บรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย วัสดุที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์มีดังนี้ ไม้เป็นวัสดุที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในการ นำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์ชั้นในที่ต้องสัมผัสกับ ผลิตภัณฑ์โดยตรง เนื่องจากมีความแข็งแรง น้ำหนักมาก แต่นิยม นำมาออกแบบเพื่อผลิต บรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่งมากกว่า เช่น ลัง กล่อง เข่ง ตะกร้า ฯลฯ เป็นต้น เยื่อและกระดาษ นับได้ว่าเป็นวัสดุที่นิยมนำมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์มากที่สุด เนื่องจากสามารถนำ กลับมาหมุนเวียนใช้ได้ กระดาษในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มีหลายประเภท ซึ่งสามารถ พิมพ์สีสันได้สวยงาม น้ำหนักเบา สะดวกต่อการขนส่ง นิยมนำมาออกแบบเพื่อเป็นบรรจุภัณฑ์ในการ จัดจำหน่ายและเพื่อการขนส่ง เช่น กล่องขนมอบ เบเกอรี่ กล่องใส่ผักและผลไม้ กล่องสุราและเบียร์ ฯลฯ เป็นต้น
7 พลาสติก ได้รับความนิยมในการนำมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุอาหาร ในปัจจุบัน พลาสติก เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงและรวดเร็ว เนื่องจากมีข้อดีหลายอย่างคือ สามารถดัดแปลงให้มี คุณสมบัติต่างๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน มีน้ำหนักเบา สามารถขึ้นรูปทรงได้ง่าย ป้องกันการซึมผ่านของ อากาศ น้ำ หรือไขมัน ทนต่อความร้อนเย็น ทนต่อกรดด่าง มีความแข็งแรงเหนียว ไม่นำไฟฟ้า ฯลฯ เป็นต้น โลหะ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องดื่ม อาหารกระป๋อง ฯลฯ มี คุณสมบัติทนทาน แข็งแรง ไม่มีการซึมผ่านขอไอน้ าและก๊าซ ป้องกันแสงสว่างได้ แต่มักมีจุดอ่อนคือ เกิดการกัดกร่อนและทำปฏิกิริยากับผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ได้ ด้วยเหตุนี้จำเป็นต้องมีการเคลือบผิว แก้ว เป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรักษาสภาพผลิตภัณฑ์ภายในได้ดีมาก เพราะเป็นบรรจุ ภัณฑ์ที่มีความเฉื่อยต่อการทำปฏิกิริยากับสารเคมีและชีวภาพต่างๆ เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่นๆ อีกทั้งยังมีความใส สามารถมองเห็นผลิตภัณฑ์ภายในได้ชัดเจนและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Recycle) แต่มีข้อเสียคือ แตกหักง่าย มีต้นทุนการผลิตสูง 4) การออกแบบรูปทรง สีสัน และกราฟฟิค บรรจุภัณฑ์ที่มีรูปทรงสวยงาม สามารถสร้างความประทับ ให้กับผู้บริโภคได้ทันที ถึงแม้ผู้บริโภคจะยังมิได้สัมผัสกับตัวผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใน รูปทรงของบรรจุภัณฑ์ สามารถสร้างความเป็น เอกลักษณ์ได้กล่าวคือเมื่อผู้บริโภคเห็นรูปทรงสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเป็นผลิตภัณฑ์ อะไรและมีชื่อตรา สินค้าอะไร หรือจะเป็นผลิตภัณฑ์เดียวแตกต่างกันที่ชื่อตราสินค้า ตัวอย่างเช่น นมเปรี้ยว พาสเจอร์ไรซ์ ส่วนใหญ่จะบรรจุในขวดพลาสติกขนาดกระทัดรัด รูปทรงกระบอก มีส่วนเว้าส่วนโค้งตรงกลาง ขวด 6 ท าให้เมื่อผู้บริโภคเห็นบรรจุภัณฑ์ที่มีลักษณะเช่นนี้ผู้บริโภคจะเข้าใจทันทีว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตขึ้น เพื่อบรรจุนมเปรี้ยวก่อนเสมอ เนื่องจากใช้ประสบการณ์เดิมที่คุ้นเคยเป็นเครื่องตัดสินนั้นเอง ส าหรับด้านสีสัน และกราฟฟิค สีสันและกราฟฟิคนี้คือการรวมของการ ใช้สัญลักษณ์ ตัวอักษร ภาพประกอบ ลวดลายและ พื้นผิว ซึ่งส่วนประกอบทั้งหมดจะสามารถบ่งบอกถึงชื่อตรา สินค้า ลักษณะผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ภายในได้และ สามารถแสดงถึงแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ได้ด้วย 5) การออกแบบฉลากบรรจุภัณฑ์ ฉลากอาหารมีความสำคัญอย่างมากสำหรับผู้ผลิตและผู้บริโภค กล่าวคือ ฉลากจะต้องสามารถบอกถึงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์สามารถให้ความรู้ทางด้านอาหารและ โภชนาการ มีข้อมูลที่สามารถช่วยในการตัดสินใจของผู้บริโภค เช่น ส่วนประกอบ ปริมาณ ราคา วันเดือนปีที่ ผลิตและ หมดอายุ เป็นต้น โดยปกติรายละเอียดบนฉลากอาหารให้แสดงข้อความเป็นภาษาไทยอยู่ในสภาพ เรียบร้อย สามารถอ่านได้ชัดเจน โดยสีตัวอักษรต้องตัดกับพื้นของฉลาก ให้แสดงรายละเอียดดังนี้ แสดงชื่อ เฉพาะของอาหาร ชื่อสามัญหรือชื่อที่ใช้เรียกอาหารตามปกติ กรณีใช้ชื่อทางการค้าต้องแสดงประเภทหรือชนิด
8 ของอาหารกำกับชื่ออาหารด้วย แสดงชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้แบ่งบรรจุ กรณีเป็นอาหารนำเข้าให้แจ้งชื่อ ประเทศ ผู้ผลิตด้วย แสดงเลขทะเบียนตำรับอาหาร หรือเลขที่อนุญาตให้ใช้ฉลากอาหาร(ถ้ามี) เพื่อแสดงให้ ผู้บริโภค ทราบว่าอาหารนี้ผ่านการได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แสดงปริมาณสุทธิเป็นระบบเมตริก ของแข็งให้แจ้งเป็นน้ำหนักสุทธิ ของเหลวแจ้งเป็น ปริมาตรสุทธิ ลักษณะ เป็นกึ่งแข็งกึ่งเหลวให้แจ้งเป็นน้ำหนักสุทธิหรือปริมาตรสุทธิก็ได้ กรณีแยกเนื้อ กับน้ำได้ต้องแจ้ง " น้ำหนักเนื้อ " ด้วย แสดงส่วนประกอบสำคัญคิดเป็นร้อยละของน้ำหนักกรณีเป็นเม็ดหรือแคปซูลให้แจ้ง ปริมาณต่อหน่วย แสดง วันเดือนปี ที่ผลิตอาหาร หรือวันเดือนปี ที่หมดอายุของอาหาร หรือควรบริโภค ก่อน ข้อความนี้อาจ แสดงไว้ด้านหน้าหรือด้านบน กรณีแจ้งไว้ด้านล่างของภาชนะบรรจุ ให้แจ้งไว้ส่วน หน้าฉลากว่าให้ดูเดือนปีที่ ผลิต หรือวันหมดอายุ หรือควรบริโภคก่อนได้ที่ใด ถ้ามีการแต่งสีต้องมีข้อความว่า "เจือสีธรรมชาติ" หรือ "เจือ สีสังเคราะห์" ถ้ามีการแต่งกลิ่นรสต้องมีข้อความว่า "แต่งกลิ่นธรรมชาติ" "แต่งกลิ่นเลียนธรรมชาติ" " แต่งกลิ่น สังเคราะห์" " แต่งรสธรรมชาติ" หรือ "แต่งรสเลียนธรรมชาติ" ถ้ามีการใช้วัตถุเจือปนอาหารโดยเฉพาะวัตถุกัน เสียต้องมีข้อความว่า "ใช้วัตถุกันเสีย" แจ้งวิธีปรุงเพื่อรับประทาน (ถ้ามี) แจ้งคำแนะนำในการเก็บรักษา (ถ้ามี) แจ้งคำเตือน (ถ้ามี) ข้อควรคำนึงถึงในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ให้มีเพียงความ สวยงามและความแปลกตา เท่านี้คงไม่เพียงพอ ส าหรับบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์อาหารเพราะหัวใจของบรรจุ ภัณฑ์ คือ การเก็บรักษาคุณภาพของ ผลิตภัณฑ์ให้คงอยู่ยืนยาว ดังนั้นการออกแบบที่ดีผู้ประกอบการควรค านึ งถึงหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์เป็นสำคัญ ดังนี้ 1) ป้องกันผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมในการบรรจุอาหารจะต้องสามารถ ป้องกันไม่ให้ อาหาร สัมผัสกับบรรยากาศภายนอก ซึ่งอาจจะเกิดจากการรั่ว การซึม แสง ความร้อนเย็น 2) เก็บรักษาคุณภาพของ ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์จะต้องสามารถรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ มิให้เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็น กลิ่น หรือ รสชาติ 3) ยืดอายุผลิตภัณฑ์ จะต้องสามารถน าเทคโนโลยีที่สลับซับซ้อนมาช่วยในการออกแบบ เพื่อให้บรรจุ ภัณฑ์สามารถยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ให้มีอายุยืนยาว 4) ความสะดวกในการใช้งาน 5) ความประหยัด ในการขนส่ง นอกจากนี้ ธนิต โสรัตน์ (2558) กล่าวว่า ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ต้องค านึงถึงประเภท ของ บรรจุภัณฑ์ด้วย ซึ่งสามารถแบ่งประเภทของบรรจุภัณฑ์ที่ต้องออกแบบได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้ - บรรจุภัณฑ์ เพื่อการขายปลีก (Retail & Inner Packaging) เป็นบรรจุภัณฑ์ซึ่งบรรจุหรือ ห่อหุ้มสินค้าส าหรับลูกค้าขั้น สุดท้ายหรือเพื่อการขายปลีกส่วนใหญ่มักวางอยู่บนชั้นวางของ เป็นจุดที่ ใกล้ชิดลูกค้ามากที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อ ต้องเน้นด้านความสวยงาม ภาพลักษณ์ การออกแบบเน้นด้าน การเป็นสื่อโฆษณาและความสะดวกในการเปิด แกะใช้งานหรือบางครั้งเป็นบรรจุภัณฑ์ที่พร้อมใช้กินใช้ ดื่มหรือพร้อมใช้งาน - บรรจุภัณฑ์ภายนอกเพื่อการขาย
9 ส่ง (Wholesaler & Outer Packaging) เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ บรรจุบรรจุภัณฑ์ขั้นสุดท้ายไว้ภายในซึ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อการขายปลีกส่วนใหญ่จะเน้นสะดวกในการใช้ สอยและความสวยงาม จึงขาดความแข็งแรงในการปกป้อง สินค้า อีกทั้งเป็นสินค้าขายปลีกจึงต้องมี บรรจุภัณฑ์ภายนอกส าหรับใส่เพื่อการปกป้องสินค้าและเพื่อการขาย ส่งซึ่งในบรรจุภัณฑ์ภายนอก 1 กล่อง อาจใส่บรรจุภัณฑ์เพื่อการขายปลีกได้หลายชิ้น 2.2 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับด้านการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ มณฑลี ศาสนนันทน์ (2550) กล่าวว่ากระบวนการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็น กระบวนการที่ ซับซ้อน ดังแสดงในภาพที่ 2.1ข้อความแสดงภารกิจจะเป็นสิ่งที่ถูกป้อนเข้าไปในกระบวนการ ซ่ึงสร้างข้ึนจาก การวางแผนผลิตภัณฑ์โดยทั่วไป กระบวนการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณจะไม่เกิดเป็นลำดับที่ต่อเนื่องกัน เพราะจะ เกิดการซ้อนทับกันและมีการทำซ้ำทวนสอบตลอดเวลา ดังรูปจะเห็นลูกศรเส้นประย้อนข้ึน แสดงถึง ความไม่แน่นอนของความคืบหน้าอาจเนื่องจากการพบข้อมูลใหม่ในขั้นตอนใดขั้นตอนหน่ึงแต่ส่งผลต่อ กระบวนการอื่นๆ ซ่ึงทา ให้ต้องมีการย้อนกลับไปทำกิจกรรมนั้นๆซ้าก่อนจะทำกิจกรรมในขั้นตอนต่อไป ภาพที่ 2.1 กระบวนการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่มา : มณฑลี ศาสนนันทน์ (2550)
10 รายละเอียดขั้นตอนของกระบวนการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์มีดงัต่อไปน้ี 1) การระบุความตอ้งการของลูกค้าเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมากเพราะลูกค้าจะยอม จ่ายเงินซ้ือ ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์น้ันต้องสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ การระบุความต้องการของลูกค้าเป็ นหน้าที่หลักของฝ่ายการตลาดที่จะทำการวิจัยและสำรวจตลาดจากน้ันส่งต่อข้อมูลให้กับฝ่ายวิศวกรรมเพื่อ เปลี่ยน ความต้องการเหล่านั้นให้อยู่ในรูปแบบของข้อกำหนดทางเทคนิค 2) การระบุข้อกำหนดของแบบผลิตภัณฑ์ ข้อมูลความต้องการของลูกค้าจะต้องถูก แปลงเป็นข้อกา หนดทางเทคนิคก่อน เช่น ความต้องการหน่ึงของลูกค้าเครื่องเป่าผม คือ ทำให้ผมแห้งเร็ว ในการออกแบบ ผลิตภัณฑ์จะต้องมีการแปลงความ ต้องการน้ีให้เป็นข้อมูลทางเทคนิคที่ช่วยในการตอบสนองความต้องการของ ลูกค้าได้ซ่ึงจากความต้องการดังกล่าว สามารถเปลี่ยนให้เป็นลักษณะทาง วิศวกรรมเช่นความเร็วลม และ อุณหภูมิ เป็นต้น 3) การสร้างแนวคิดผลิตภัณฑ์เป็นการสร้างแนวคิดผลิตภัณฑ์โดยการอธิบาย รูปแบบหน้าที่การทำงาน และคุณสมบัติพิเศษต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ภายใต้ข้อกำหนดที่ระบุข้ึนก่อนหน้า ในกระบวนการน้ีทีมออกแบบจะ เริ่มงาน สร้างสรรค์โดยเสนอแนวคิดต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการ โดยทั่วไปจะเสนอห ลายๆแนวคิด เพราะยิ่งมีแนวคิดมากยิ่งมีโอกาสที่จะได้แนวคิดที่ดีที่สุด เมื่อเทียบกับข้อกำหนด 4) การเลือกแนวคิดที่ดีที่สุดเป็นการประเมินแนวคิดต่างๆ พร้อมกับเลือกแนวคิดที่ดีที่สุดโดยการตัด แนวคิดที่ไม่ตรงกับข้อกำหนดของแบบผลิตภัณฑ์ออก แนวคิดที่ดีที่สุดอาจจะมาจากการรวมส่วนดีของหลายๆ แนวคิดเข้าด้วยกันหรือเลือกแนวคิดใดแนวคิดหน่ึงเลยก็ได้ 5) การทดสอบแนวคิดและสร้างข้อกำหนดของระบบย่อย หลังจากแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว จะนำแนวคิดน้ันไปทดสอบว่าสามารถตอบสนองความ ต้องการของลูกค้าได้จริงหรือไม่ ทีมออกแบบจะต้องใช้ ความคิดในการ สร้างสรรค์ ทักษะ ความรู้และวธิีการต่างๆรวมถึงผลการตัดสินใจต่อยอดขายและ กำไรของ ผลิตภัณฑ์ดว้ย เป้าหมายของการสร้างข้อกำหนดย่อยเพื่อช่วยกำหนด คุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่สามารถ นำไปสร้างเป็นต้นแบบเพื่อใช้ในการผลิตจริง 6) การสร้างแบบในรายละเอียด เป็นขั้ยตอนสุดท้ายของการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยจะอธิบายชิ้นส่วน ชุดประกอบ วัสดุขนาดเผื่อและวิธีประกอบผลิตภัณฑ์ข้อมูล ทั้งหมดนั้นจะต้องมีรายละเอียดที่เพียงพอที่จะเข้า สู่กระบวนการผลิตได้ 7) การทดสอบและสร้างต้นแบบรายละเอียดต่างๆ จะผ่านการจำลองทางเทคนิคเพื่อวิเคราะห์ความ เหมาะสมในการทำงานของผลิตภัณฑ์จากน้ันออกแบบ
11 8) กระบวนการผลิตและการวิเคราะห์ความเหมาะสมของกระบวนการผลิตและกาทำงานของผลิตภัณ ฑ์จากน้ันจะมีการสร้างต้นแบบ (prototype) ตามด้วยการทดลองผลิต ถ้าผลที่ไดส้อดคล้องกับแผนที่ตั้งไว้ก็ เริ่มผลิตจริงได้ 2.1.2 การวัดความสำเร็จของการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ในมุมมองของผู้ประกอบการการวัด ความสำเร็จของการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ คือ การที่ผลิตภัณฑ์น้ันสามารถผลิตออกมาได้และสร้างผล กำไรให้กับบริษัท ซ่ึงความสามารถดังกล่าวน้ีเป็นสิ่งที่วัดได้ยากและใช้เวลานาน อย่างไรก็ตามเราอาจใช้ตัววัดที่ เกี่ยวข้องกับความสามารถในการสร้างกำไร ประกอบไปด้วยดัชนี5 ข้อ ดังต่อไปน้ี 1) คุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นการพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ หรือไม่ซ่ึงคุณภาพของผลิตภัณฑจ์ะถูกสะท้อนออกมาในรูปของส่วนแบ่งตลาดและราคาที่ลูกค้าพอใจจ่าย 2) ต้นทุนผลิตภัณฑ์ พิจารณาจากต้นทุนการผลิตรวมถึงการลงทุนเครื่องมืออุปกรณ์ และต้นทุนการ ผลิตที่เกิดจากการผลิตสินค้าแต่ละหน่วย ต้นทุนผลิตภัณฑเ์ป็นตัวตัดสินว่าบริษัทได้ทำกำไรจากยอดขายและ ราคาที่กำหนดไวเ้ท่าใด 3) เวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นดัชนีชี้วัดว่าบริษัทสามารถปรับตัวต่อสภาพการแข่งขันและความ เจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้มากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ยังบอกได้ว่า บริษัทจะได้ผลตอบแทนทางการเงิน จากตัวผลิตภัณฑเ์ร็วเพียงใด 4) ต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นการพิจารณาว่าบริษัทได้ใช้เงินในการพัฒนา ผลิตภัณฑ์มากน้อย เพียงใด โดยต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์มักเป็นสัดส่วน สำคัญของการลงทุนเพื่อให้ได้ผลกำ ไรตอบแทน 5) ขีดความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นการพิจารณาขีดความสามารถของบริษัทในการพัฒนา ว่าเพิ่มข้ึนหรือไม่ขีดความสามารถที่เพิ่มข้ึนน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคตได้อย่างมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากข้ึน นอกจากดัชนีช้ีวัดทั้ง 5 ตัวที่ได้กล่าวไปแล้วยังมีเกณฑท์ ี่ใชใ้นการวัด ต่างๆ อีก ซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุประสงคข์องแต่ละองคก์ร 2.1.3 ประโยชน์ของการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากการศึกษาพบว่ามีการนำกระบวนการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปใช้อย่างแพร่หลายใน อุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อาหารผลิตภัณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม เครื่องจักร อุปกรณ์ เป็นต้น ไม่เพียงใช้ในการสร้าง ผลิตภัณฑ์เท่าน้ัน แต่ยังมีการนำไปใช้ในการปรับปรุงงานบริการอีกด้วยเช่น การออกแบบการจัดระบบ การศึกษาการปรับปรุงการให้บริการลูกค้า ซึ่งสามารถสรุปประโยชน์ของการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ ดังต่อไปนี้
12 1) การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีจะช่วยให้ผลิตสินค้าหรือบริการให้มีคุณภาพ(วิลาสินี มีมุขและระพี กาญจนะ, 2554) และสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผบู้ริโภค(พรียุจนัทร์ส่องและคณะ,2552) 2) ช่วยวางแนวทางในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการให้กับกลุ่มลูกค้าได้(เยาวรินทร์ รอดมณีและระพี กาญจนะ, 2554) 3) การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีการทำงานอย่างเป็นระบบและมีการวางแผนที่ดีจะสามารถช่วยลด ช่องว่างของปัญหาที่อาจจะเกิดข้ึนได้ซ่ึงจะช่วยให้ผู้ผลิตมีผลประกอบการที่มากข้ึน (จุฑากาญจน์ ดวงตาดา, 2551) เนื่องจากต้นทุนและรอบระยะเวลาในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ลดลง (อมรรัตน์ ปินตา , 2545) การจะออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้น้ันต้องอาศัยข้อมูล วิธีการ ความคิด สร้างสรรค์และความร่วมมือจากหลายๆ ฝ่ายขององค์กร ข้อมูลหลักที่สำคัญสำหรับการนำาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์คือ เสียงเรียกร้องของลูกค้า ซึ่งจะต้องมีการจัดการ เสียงเรียกร้องเหล่าน้ีก่อนที่จะนำเข้า สู่กระบวนการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์จะขอกล่าวถึง รายละเอียดและวิธีการจัดการเสียงเรียกร้องของ ลูกค้าในหัวข้อถัดไป 2.3 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกหรือบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง (out package/transport package) เป็นบรรจุ ภัณฑ์ที่ ออกแบบเพื่อใช้บรรจุสินค้า เพื่อให้สามารถจัดเรียงหรือจัดวางโดยใช้พื้นที่ได้น้อยที่สุด เพื่อใช้ในการ ขนส่ง รวมถึง ให้มีสภาพแข็งแรง เพื่อป้องกันการกระแทกหรือป้องกันละอองน้ำหรือน้ำไม่ให้สินค้าเสียหาย ระหว่างการเคลื่อนย้ายหรือขนส่ง เช่น ลังไม้ หรือที่บรรจุในพาเลท (pallet) พาเลทกระดาษ กล่องกระดาษ เป็นต้น สำหรับหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง จะเน้นด้านความสะดวกต่อการทำงานและต้นทุนเป็น หลัก โดยปรับเปลี่ยนวัสดุ ลดขนาด หรือเพิ่มขนาดให้สอดคล้องกับการใช้งานมากที่สุด บทบาทและหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง สามารถสรุปได้ 3 ประการ ดังนี้คือ 1. ด้านการเก็บรักษา (storage support) บรรจุภัณฑ์ทำหน้าที่ในการปกป้องและเก็บรักษาสินค้าไม่ให้ ได้รับความเสียหาย และเกิดความสะดวกในระหว่างการจัดเก็บ 2. ด้านการขนส่ง (transport support) บรรจุภัณฑ์ทำหน้าที่เพื่อให้เกิดความสะดวกและมีความ ปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายเพื่อการขนส่ง
13 3. ลดต้นทุน (cost reduction) บรรจุภัณฑ์ทำหน้าที่ในการทำให้ประหยัดเนื้อที่ทั้งเพื่อการเก็บรักษา และเพื่อการขนย้ายหรือการขนส่งสินค้า เนื่องจากสามารถจัดวางเรียงทับซ้อนได้ ข้อดีของการมีบรรจุภัณฑ์ที่ดีก็มีดังต่อไปนี้ 1. เป็นการคุ้มครองป้องกันสินค้าไม่ให้เกิดความเสียหาย อย่างเช่น กันกระแทก กันน้ำ กันแสงแดด ความชื้นเป็นต้น 2. เป็นการเพิ่มคุณค่าด้านจิตวิทยาต่อผู้ซื้อ โดยเน้นเรื่องการออกแบบที่สวยงาม แสดงถึงจุดเด่นของ สินค้า เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค 3. ส่งเสริมในเรื่องการจัดจำหน่ายและวางขายสินค้า ไม่ว่าจะตั้งแต่ขนส่ง ย้ายของเข้าคลังสินค้า หรือ ลูกค้าจะหิ้วกลับบ้าน โครงสร้างของบรรจุภัณฑ์จะต้องออกแบบมาเพื่อให้ความสะดวกสบายแก่ ผู้บริโภคมากที่สุด การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับประเภทขนส่ง นอกจากโรงงานผลิตกล่องกระดาษที่ดีจะต้องออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ดูสวยงามแล้ว จะต้องออกแบบ บรรจุภัณฑ์เพื่อให้การขนส่งเป็นไปอย่างราบรื่นอีกด้วย เช่น การระบุสัญลักษณ์ข้างกล่องเพื่ออำนวยความ สะดวกให้แก่ผู้ดูแลกล่องสินค้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้รับสินค้าปลายทาง โดยการให้บริการขนส่งจะ แบ่งเป็นแต่ละประเภท ดังนี้ 1. การขนส่งทางรถยนต์ เป็นบริการที่นิยมในพื้นที่มากที่สุด เพราะขนส่งสะดวก รวดเร็ว และพร้อมส่งได้ ตลอดเวลา ส่วนใหญ่จะเลือกบรรจุภัณฑ์แบบง่ายและราคาไม่แพงคือ กล่องกระดาษลูกฟูก แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นก็อาจจะพิจารณาจากประเภทสินค้าว่าแตกหักง่าย หรือต้องอาจจะเสริมด้วยวัสดุกันกระแทก เพื่อความปลอดภัยของตัวเองสินค้า 2. การขนส่งทางรถไฟ จะเสียหายจากการขนส่งน้อยกว่ารถยนต์ และค่าส่งไม่แพงมาก แต่ใช้ระยะเวลา ถึงจุดหมายที่นานกว่า ดังนั้นการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งชนิดนี้ จะต้องคำนึงถึงระยะเวลาที่ ค่อนข้างนาน การเลือกเกรดกระดาษที่ทนทานจึงต้องให้ความสำคัญอย่างมาก 3. การขนส่งระบบตู้คอนเทนเนอร์ ได้รับความนิยมในยุคนี้เช่นกัน เพราะสามารถลำเลียงขนส่งได้ทุกทาง ไม่ว่าจะรถบรรทุก รถไฟ เครื่องบิน เรือ และยังสามารถคงสภาพสินค้าไว้ได้อย่างดี ทั้งนี้ต้องคำนึงด้วย ว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าอะไร และตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้ขนส่งเป็นประเภทไหน
14 4. การขนส่งทางน้ำ หมายถึงการขนส่งทางเรือ ทางทะเล ใช้กับขนส่งต่างประเทศส่วนใหญ่ และเหมาะ กับสินค้าขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงต้องเลือกวัสดุกันกระแทกที่มีคุณภาพมากและสามารถป้องกันความ เสียหายของสินค้าได้ดี 5. การขนส่งทางอากาศ เหมาะกับสินค้าที่มีอายุการเก็บรักษาน้อย อย่างอาหารสด หรือดอกไม้ เพราะ สามารถส่งได้อย่างรวดเร็ว แต่ค่าใช้จ่ายจะแพง กล่องกระดาษสำหรับขนส่งทางอากาศจะต้องมี สัญลักษณ์ที่ชัดเจน ว่าสินค้าที่กำลังขนส่งคือสินค้าอะไร ต้องดูแลแบบไหน 2.4แนวคิดและทฤษฎีผังก้างปลา ทฤษฎีกางปลาหรือเรียกเป็นทางการว่าแผนผังสาเหตุและผล (Cause and effect diagram) แผนผัง สาเหตุและผลเป็นแผนผังทีแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา (Problem) กับสาเหตุทั้งหมดที่เป็นไปได้ที่ อาจก่อให้เกิดปัญหานั้น (Possible cause) เราอาจคุ้นเคยกบแผนผัง สาเหตุและผล ในชื่อของ “ผังกางปลา (Fish bone diagram)” เนืองจากหน้าตาแผนภูมิมีลักษณะ คล้ายปลาที่เหลือแต่กางหรือหลาย ๆ คนอาจรู้จัก ในชือของแผนผังอิชิกาว้า (Ishikawa diagram) ซึ่งได้รับการพัฒนาครังแรกเมือปี ค.ศ. 1943 โดยศาสตราจารย์ คาโอรุ อิชิกาวา แห่งมหาวิทยาลัย โตเกียว (เอกชัย ทายิตา, 2555) เมื่อไรจึงจะใช้แผนผังก้างปลา 1. เมือต้องการค้นหาสาเหตุแห่งปัญหา 2. เมื่อต้องการทําการศึกษาทําความเข้าใจหรือทําความรู้จักกบกระบวนการอื่นๆ เพราะวาโดยส่วนใหญ่ พนักงานจะรู้ปัญหาเฉพาะในพื้นที่ของตนเท่านั้น แต่เมื่อมีการทําผังกางปลาแล้วจะทําให้เราสามารถรู้ กระบวนการของแผนกอื่นได้ง่ายขึ้น 3. เมื่อต้องการให้เป็นแนวทางในการระดมสมองซึ่งจะช่วยให้ทุกๆ คนให้ความสนใจในปัญหาของกลุ่มซึ่งแสดง ไว้ที่หัวปลา วิธีการสร้างแผนผังสาเหตุและผลหรือผังก้างปลาสิ่งสําคัญในการสร้างแผนผังคือต้องทําเป็นทีมเป็นกลุ่ม โดยใช้ขั้นตอน 6 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 1. กำหนดประโยคปัญหาที่หัวปลา
15 2. กำหนดกลุ่มปัจจัยทีจะทําให้เกิดปัญหานั้น ๆ 3. ระดมสมองเพื่อหาสาเหตุในแต่ละปัจจัย 4. หาสาเหตุหลักของปัญหา 5. จัดลําดับความสําคัญของสาเหตุ 6. ใช้แนวทางการปรับปรุงที่จําเป็น การกําหนดปัจจัยบนก้างปลา เราสามารถที่จะกำหนดกลุ่มปัจจัยอะไรก็ได้ แต่ต้องมันใจว่ากลุ่มที่เรากาหนดไว้เป็น ปัจจัยนั้นสามารถที่จะช่วย ให้เราแยกแยะและกำหนดสาเหตุต่าง ๆ ได้อยางเป็นระบบ และเป็นเหตุเป็นผล โดยส่วนมากมักจะใช้หลักการ 4M 1E เป็นกลุ่มปัจจัย (Factors) เพื่อจะนําไปสู่การแยกแยะ สาเหตุต่างๆ ซึ่ง 4M 1E คือ M (Man) คนงาน หรือพนักงาน หรือบุคลากร M (Machine) เครืองจักรหรืออุปกรณ์อํานวยความสะดวก M (Material) วัตถุดิบหรืออะไหล่ อุปกรณ์อื่น ๆ ทีใช้ในกระบวนการ M (Method) กระบวนการทํางาน E (Environment) อากาศ สถานที ความสวาง และบรรยากาศการ-ทํางาน วิธีเขียนแผนผังก้างปลา (Fishbone Diagram) แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้ 1. ส่วนหัวปลา หรือ หัวลูกศร เขียนแสดงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยปกติจะทํา 1 ปัญหาต่อ 1 ผังก้างปลา เพื่อความ ง่ายในการระบุปัญหา 2. ก้างใหญ่ เขียนสาเหตุของปัญหาหรือปัจจัยที่เป็นปัญหา ซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหา เขียน 1 ปัจจัยต่อ 1 ก้าง
16 3. ก้างเล็ก จะเป็นก้างย่อยจากก้างใหญ่เขียนสาเหตุที่ทําให้ปัจจัยนั้นๆ เกิดปัญหาขึ้นเขียนได้มากกว่า 1 สาเหตุ ในแต่ละปัจจัย ภาพที่ 2.2 แผนผังสาเหตุและผล (Fishbone Diagram) ที่มา :เอกชัย ทายิตา 2555 ข้อดี 1. ไม่ต้องเสียเวลาแยกความคิดต่างๆ ที่กระจัดกระจายของแต่ละสมาชิก แผนภูมิกางปลาจะช่วยรวบรวม ความคิดของสมาชิกในทีม 2. ทําให้ทราบสาเหตุหลักๆ และสาเหตุย่อยๆ ของปัญหา ทําให้ทราบสาเหตุทีแท้จริงของปัญหา ซึ่งทําให้เรา สามารถแกปัญหาได้ถูกวิธี ข้อเสีย 1. ความคิดไม่อิสระเนื่องจากมีแผนภูมิกางปลาเป็นตัวกำหนดซึ่งความคิดของสมาชิกในทีมจะมารวมอยูที่ แผนภูมิก้างปลา 2. ต้องอาศัยผู้ทีมีความสามารถสูง จึงจะสามารถใช้แผนภูมิก้างปลาในการระดม ความคิด
17 ภาพที่ 2.3 แผนภูมิพาเรโต (Pareto Chart) ที่มา : ลือชัย สายปัญญา 2554 2.6 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับการทดสอบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง การทดสอบบรรจุภัณฑ์ คือ การทดสอบบรรจุภัณฑ์ประกอบด้วยการทดสอบที่ออกแบบมาเพื่อ ตรวจสอบความเหมาะสมของวัสดุบรรจุภัณฑ์เพื่อการใช้งานกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ บรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ จะต้องมีความแข็งแรงมากพอที่จะรับมือกับความโหดร้ายในการขนส่งและเงื่อนไขสภาพแวดล้อม โดยที่ยังคง ความทนทาน ปลอดภัย และสะดวกสบายสำหรับผู้ใช้ปลายทาง การทดสอบบรรจุภัณฑ์ช่วยเป็นการยืนยันได้ว่าบรรจุภัณฑ์ของคุณจะสามารถปกป้องผลิตภัณฑ์จาก ความเสียหายหรือการสึกกร่อนระหว่างขั้นตอนการขนส่งและแจกจ่ายสินค้า การทดสอบบรรจุภัณฑ์ยังช่วยลด ค่าใช้จ่ายในการบรรจุสินค้าจากการค้นพบระดับการป้องกันเที่เหมาะสมและลดปริมาณวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ต้อง ใช้อีกด้วย การทดสอบบรรจุภัณฑ์ขนส่งนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การทดสอบก่อนการขนส่ง และ ระหว่างขนส่งจริง ซึ่งการทดสอบก่อนการขนส่งนั้นมักอ้างอิงมาตรฐาน ASTM D4169 “Standard Practice for Performance Testing of Shipping Containers and Systems” และระเบียบวิธี ISTA 1A และ 2A ประกอบด้วยลำดับการทดสอบการตกกระแทกการสั่นสะเทือน และการกดทับ เพื่อประเมินสมรรถนะของ
18 บรรจุภัณฑ์ที่สามารถทนต่ออันตรายที่เกิดขึ้นในสภาวะการขนส่งได้ โดยใช้บรรจุภัณฑ์ชุดเดียวกันต่อเนื่อง ตลอดการทดสอบ และจะเปิดบรรจุภัณฑ์เพื่อตรวจสอบและประเมินความเสียหายของสินค้าเมื่อการทดสอบ เสร็จสิ้นการทดสอบประเภทนี้จะให้ผลเพียงผ่านหรือไม่ผ่านเท่านั้น จึงไม่ได้เป็นการรับประกันว่าสินค้าจะไม่ เกิดความเสียหายภายใต้สภาวะแวดล้อมขนส่งจริงได้เนื่องจากสินค้าอาจเผอิญกับปัจจัยอื่น ๆ ที่ยากต่อการ ควบคุม การทดสอบสมรรถนะของบรรจุภัณฑ์ขนส่งสามารถกระทำระหว่างการขนส่งจริง ในกรณีนี้ผลการ ตรวจวัดและบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อความเสียหายของสินค้าระหว่างทางจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับ ผลทดสอบที่ได้จากห้องปฏิบัติการ แต่ไม่สามารถใช้ทดแทนการทดสอบก่อนการขนส่งในห้องปฏิบัติการได้ เนื่องจากสภาวะการทดสอบจะถูกควบคุมในห้องปฏิบัติการ ในขณะที่สภาวะบรรยากาศระหว่างการขนส่งจริง อาจมีการแปรปรวนของอุณหภูมิ ความชื้น ลักษณะเส้นทาง และพฤติกรรมของผู้บังคับพาหนะขนส่ง เป็นผล ให้เกิดความรุนแรงมากกว่าผลที่ได้จากห้องปฏิบัติการ ระดับความเสียหายต่อสินค้าขึ้นกับความสามารถในการปกป้องของบรรจุภัณฑ์และระดับความทนต่อ การเเตกหักเสียหายของตัวสินค้า (product fragility) เองด้วย วัสดุกันกระแทกจึงเป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อช่วย ลดความรุนแรงที่จะมีผลต่อตัวสินค้าได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม การใช้วัสดุบรรจุเกินความจำเป็นจะสามารถ ปกป้องสินค้าจากความเสียหายได้จริงอยู่ แต่อาจส่งผลให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ในทางตรงข้าม วัสดุ บรรจุที่น้อยเกินไปอาจทำให้ต้นทุนลดลงจริง แต่อาจทำให้บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถปกป้องสินค้าได้เลย ดังนั้น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ขนส่งสินค้าจึงต้องอาศัยแนวคิดที่เป็นระบบเพื่อให้ได้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม โดยอาศัย ความรู้เชิงเทคนิคและความเข้าใจในสถานการณ์ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเพื่อให้สินค้าถึงจุดหมายได้อย่าง ปลอดภัย สำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหา ดังกล่าวข้างต้น จึงได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ร่วมกับภาควิชาเทคโนโลยี การบรรจุและวัสดุ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันของ สินค้าอุตสาหกรรมไทย ให้สามารถพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ ช่วยลดความสูญเสียของ ผลิตภัณฑ์ รวมทั้งยกระดับมูลค่าของสินค้าและสร้างการยอมรับสินค้าสู่มาตรฐานสากล นอกจากนี้ยังช่วยใน การขนย้าย การรวบรวม และจัดเรียงผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมโดยมีการใช้พื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่ง สามารถลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้อีกด้วย
19 2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง วรกฤต ช่างจัตุรัส , ชณัฐ วิพัทนะพร และศิวดล กัญญาคำ ,2566 ได้ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนาและ ออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อใช้ในการขนส่งปูนาสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงปูนาให้มีความแข็งแรงให้เป็นไปตาม มาตรฐานชุมชนเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพมีเครื่องมือการวิจัย ประกอบด้วย แบบสํารวจ แบบสังเกต และแบบ สัมภาษณ์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายในการวิจัย จํานวน 15 คน ที่มาจากการเลือกแบบเจาะจงแล้วนําข้อมูลที่ รวบรวมได้จากเครื่องมือการวิจัยและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์ในเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ลักษณะของบรรจุภัณฑ์แบบใหม่ พัฒนาขึ้นจากเสื่อกก รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดบรรจุภัณฑ์ 40×30 ซม. มี 12 ช่อง ช่องละ 10×10 ซม. มีประสิทธิภาพแข็งแรง สามารถปกป้องสินค้า สะดวกในการขนส่ง ใช้วัสดุที่ดีต่อ สิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์แบบใหม่มีความแข็งแรงสามารถรับน้ําหนักได้มากกว่าแก้วพลาสติกและสามารถนํา กลับมาใช้ซ้ําได้หลายครั้งและตรวจสอบปัญหาการทนต่อการใช้งานของบรรจุภัณฑ์โดยใช้ มาตรฐานชุมชนใน การวัด การทดสอบความแข็งแรงของการถูกกดทับแนวตั้งจะเฉลี่ยน้ําหนักที่รับได้คือไม่เกิน 6 กิโลกรัม และผล น้ําหนักของการทดสอบของการเฉลี่ยแนวนอนคือรับน้ําหนักได้ไม่เกิน 4.5 กิโลกรัม และการทดสอบของแรงดึง สามารถทนน้ําหนัก ได้เฉลี่ยน้ําหนักไม่เกิน 4 กิโลกรัม และทดสอบการทนความชื้นพบว่าบรรจุภัณฑ์สามารถ ทนน้ําได้ดีและสามารถนํากับมาใช้ซ้ําได้ หลายครั้ง จากการทดสอบทั้งหมดพบว่าบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบ สามารถใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพ ไสยเพ็ญ เฉิดเจิม , ภูพิชย์ ทานะ ,และแสงเดือน ธรรมวัตร ,2564 ได้ทำการวิจัยเรื่องการออกแบบ บรรจุภัณฑ์ข้าวไรซ์เบอรี่มีวัตถุประสงค์1. เพื่อออกแบบกราฟิกกล่องบรรจุภัณฑ์ข้าวไรซ์เบอรี่ ของ ผู้ประกอบการข้าวไรซ์เบอร์รี่ บ้านโคกเพชร ตำบลปรือ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ 2.เพื่อออกแบบรูปทรง กล่องบรรจุภัณฑ์ข้าวไรซ์เบอรี่ ของผู้ประกอบการข้าวไรซ์เบอรี่ บ้านโคกเพชร ตำบลปรือ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ผลการวิจัยพบว่า แบบที่บรรจุภัณฑ์ที่ทำด้วยกล่องกระดาษผู้เชี่ยวชาญให้ความคิดเห็นมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ4.08 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.57 เพราะมีความสะดวกต่อการบรรจุข้าวไรซ์เบอรี่ ง่ายต่อการหอบหิ้วและผู้ขายไม่ต้องลงทุนซื้อบรรจุภัณฑ์ที่มีราคาสูง ด้านการออกแบบกราฟิก พบว่าแบบที่มี ตัวอักษรและรูปภาพกราฟฟิกผู้เชี่ยวชาญให้ความคิดเห็นมากที่สุดโดยมีค่าเฉลี่ย 4.16 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.85 เพราะตราสินค้ามีความเป็นเอกลักษณ์ที่สื่อถึงข้าวไรซ์เบอรี่ ตลอดจนมีความเรียบง่ายเหมาะแก่ การจดจำ และนำไปใช้กับผู้บริโภคจริง พบว่าทุกด้านอยู่ในระดับมากโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.29 ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานเท่ากับ 0.66 เพราะบรรจุภัณฑ์มีทั้งความสวยงาม น่าสนใจและสะดวกต่อการนำไปใช้ กิตติพงษ์ ตาลกุล, และคณะ,2562 ได้ทำการวิจัยเรื่องเพื่อการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้า หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์โดยใช้แบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่เคยซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในเขต กรุงเทพมหานครจำนวน 400 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยร้อยละ ส่วนเบี่ยงมาตรฐาน และสถิติ t-test, Chi-square และ One-way Anova และแบบสัมภาษณ์โดยการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน โดย
20 วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) ใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัจจัยด้านการรักษาคุณภาพ ปัจจัยด้านการขนส่งและปัจจัยการด้านการส่งเสริม การตลาดมีอิทธิพลต่อการเลือกชื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของกลุ่มตัวอย่างอย่างมาก การส่งเสริม การตลาดมีผลต่อบรรจุภัณฑ์มีความสวยงามสามารถดึงดูดความน่าสนใจ และแนวคิดที่จะพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ มีเอกลักษณ์ให้กับตัวผลิตภัณฑ์ทำให้เพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการและเป็นช่องทางการขายในตลาดอนาคต และ2.ผู้ประกอบการควรสร้างเอกลักษณ์ของสินค้าให้เป็นที่จดจำได้ง่าย เช่น สี รูปลักษณะบรรจุภัณฑ์ โลโก้ อื่นๆ เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำของผู้บริโภค โครงสร้างของบรรจุภัณฑ์ให้แข็งแรงเพื่อป้องกันสินค้าภายในที่อาจ ได้รับความเสียหายจากจากการขนส่งสินค้า ณัตพร ไชยเสนา ,2562 ได้ทำการวิจัยเรื่องการออกแบบบรรจุภัณฑ์ด้านโลจิสติกส์ให้กับกลุ่ม หัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบบรรจุภัณฑ์ด้านโลจิสติกส์ของผลิตภัณฑ์ เครื่องปั้นดินเผาของกลุ่มหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และเพื่อประเมินความพึงพอใจ ในบรรจุภัณฑ์ด้านโลจิสติกส์ที่ออกแบบขึ้นมาให้กับกลุ่มหัตถกรรเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัย คือ ผู้ประกอบอาชีพขายผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด ในกลุ่มหัตถกรรม เครื่องปั้นดินเผา จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิจัยพบว่า การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ด้านโลจิสติกส์ด้านความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นด้วยกับรูปแบบของบรรจุ ภัณฑ์ด้านความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นแบบที่ 1( = 4.32, SD = 0.39) รูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ด้านการ ปกป้องผลิตภัณฑ์และการบรรจุ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นด้วยกับรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ด้านการ ปกป้องผลิตภัณฑ์และการบรรจุแบบที่ 1 เช่นกัน ( = 4.43, SD = 0.65) รูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ด้านอำนวย ความสะดวกและส่งเสริมการจัดจำหน่าย ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นด้วยกับรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ด้าน อำนวยความสะดวกและส่งเสริมการจัดจำหน่าย แบบที่ 1 เช่นกัน ( = 4.43, SD = 0.65) และผลการประเมิน ความพึงพอใจต่อการออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่พึง พอใจมากที่สุดกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบที่ 1 จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 55 รองลงมาพึงพอใจกับ การออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบที่ 2 จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 30พึงพอใจกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบที่ 3 จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 15 จิราวรรณ สมหวัง , และคณะ ,2565 ได้ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนาบรรจุภัณฑ์โลจิสติกส์สำหรับ ผลิตภัณฑ์ปลาร้า 5 วันของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการแปรรูปและการถนอมอาหารบ้านทุ่งสาธารณ์โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาความต้องการรูปแบบบรรจุภัณฑ์โลจิสติกส์สำหรับผลิตภัณฑ์ปลาร้า 5 วันของกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนการแปรรูปและการถนอมอาหารบ้านทุ่งสาธารณ์ 2. ออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์โลจิสติกส์ ต้นแบบสำหรับผลิตภัณฑ์ปลาร้า 5 วัน และ 3. สำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่มีต่อ บรรจุภัณฑ์โลจิสติกส์ต้นแบบสำหรับผลิตภัณฑ์ปลาร้า 5 วัน กลุ่มอย่างที่ใช้ในการวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ ผู้นำ
21 กลุ่มและสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการแปรรูปและการถนอมอาหารบ้านทุ่งสาธารณ์ และเจ้าหน้าที่หน่วยงาน ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จำนวน 22 คน โดยจัดการสนทนากลุ่มและสัมภาษณ์เชิงลึก และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการ วิจัยเชิงปริมาณ ในครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ปลาร้า 5 วัน จำนวน 100 คน ใช้วิธีการสุ่ม ตัวอย่างแบบเจาะจงเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเชิงปริมาณ ได้แก่ แบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ใช้สถิติบรรยาย และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. ความต้องการ รูปแบบบรรจุภัณฑ์โลจิสติกส์ของผลิตภัณฑ์ปลาร้า 5 วันของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการแปรรูปและการถนอม อาหารบ้านทุ่งสาธารณ์ ได้แก่ มีความง่ายและสะดวกในการบรรจุปลาร้าลงบรรจุภัณฑ์ มีขนาดและรูปแบบที่ สวยงามและดึงดูดความสนใจ มีความแข็งแรงปกป้องสินค้าได้ดีระหว่างการจัดเก็บและการขนส่ง สามารถ มองเห็นผลิตภัณฑ์ปลาร้าได้ มีความง่ายและสะดวกต่อผู้ซื้อ เช่น การถือหิ้ว หรือการเปิดรับประทาน และมี ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม 2.การออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์โลจิสติกส์สำหรับผลิตภัณฑ์ปลาร้า 5 วัน มี 3 ต้นแบบ ได้แก่ แบบกล่องพลาสติก แบบถุงซีลสุญญากาศแบบใสและแบบโถเครื่องปั้นดินเผา และ3.ผู้นำ กลุ่มและสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการแปรรูปและการถนอมอาหารบ้านทุ่งสาธารณ์มีความพึงพอใจในบรรจุ ภัณฑ์ต้นแบบของผลิตภัณฑ์ปลาร้า 5 วัน อยู่ในระดับมากที่สุด ผู้บริโภคมีความพึงพอใจต่อบรรจุภัณฑ์โลจิ สติกส์ต้นแบบและกราฟิกฉลากบนบรรจุภัณฑ์ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ปฎิญญาณ์ แสงอรุณ ,เศรษฐกาล โปร่งนุช ,2564ได้ทำการวิจัยเรื่องการออกแบบบรรจุภัณฑ์ประเภท กล้วยไม้ขนาดเล็กสำหรับการใช้เป็นของฝากหรือของที่ระลึกเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้ากล้วยไม้ มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษารูปร่าง ขนาดกระถางกล้วยไม้ดินสำหรับขายปลีก และข้อจำกัดสินค้าประเภทไม้ประดับขนาดเล็ก 2.เพื่อออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ของที่ระลึกประเภทกล้วยไม้จากนวัตกรรมชุดปลูกต้นไม้ที่สามารถ ควบคุมความชื้นและแสงสว่าง 3.ประเมินความพึงพอใจในรูปแบบบรรจุภัณฑ์ของที่ระลึกประเภทกล้วยไม้ที่ สร้างขึ้น วิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงทดลองขั้นแรกศึกษารูปร่าง ขนาดกระถางกล้วยไม้ดินสำหรับขายปลีกในระยะการ จำหน่ายในท้องตลาดและระยะการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ในชุดอุปกรณ์หาขนาดการบรรจุ ทดสอบ จากนั้น นำไปสร้างภาพจำลอง 3 มิติ เพื่อการหาความพึงพอใจต่อรูปแบบที่สร้างขึ้น โดยผู้วิจัยใช้การเลือกกลุ่มตัวอย่าง แบบบังเอิญ (Accidental sampling) จำนวน 100 คน ในพื้นที่จังหวัดนครปฐมและนนทบุรี ผลการศึกษา ลักษณะเฉพาะกล้วยไม้ดินมักใช้การเพาะเนื้อเยื่อ สามารถนำออกมาขายเมื่อมีใบจริง 2-4 ใบ โดยบรรจุ กระถางขนาดเล็กสำหรับขายปลีกหน้าร้าน ผู้บริโภคนิยมซื้อโดยการซื้อจำนวน 1 ต้น และ 5 ต้นต่อครั้ง และ เลือกกระถาง 6 นิ้ว ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งาน 5 ระดับต่อภาพบรรจุภัณฑ์ของที่ระลึกประเภท กล้วยไม้ที่สร้างขึ้นพบว่าในภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย (X = 4.00) มีความสวยงาม ความทันสมัยอยู่ในระดับที่ดีมาก (X = 4.50) รูปแบบกล่องเหมาะสมและน่าใช้งานอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย เท่ากับ (X = 4.04) ความสะดวกง่ายต่อการใช้งานอยู่ในระดับมากค่าเฉลี่ยเท่ากับ (X = 3.99) วัสดุในการ ออกแบบมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ (X = 3.93) มีความเหมาะสมต่อการนำไปวางขาย บนชั้นวางจำหน่ายสินค้า อยู่ในระดับมากค่าเฉลี่ยเท่ากับ (X = 3.87)
22 ภัทรกร ออแก้ว ,2563 ได้ทำการวิจัยเรื่องการออกแบบบรรจุภัณฑ์กระเป๋าจากเปลือกไข่ นกกระจอกเทศร้านปาลิตาโดยมีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อออกโครงสร้างแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีหม้ความเหมาะสมกับ กระเป๋าจากเปลือกไข่นกกระจอกเทศ 2.เพื่อทดสอบประสิทธิภาพเชิงกลของโครงสร้าในการปกป้องคุ้มครอง ต่อบรรจุภัณฑ์กระเป๋าจากไข่นกกระจอกเทศ 3.เพื่อออกแบบกราฟิกบน บรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงาม น่าสนใจ แสดงเอกลักษณ์เฉพาะ 4. เพื่อประเมินความพึงพอใจโดยรวม ต่อบรรจุภัณฑ์กระเป๋าจากไข่ นกกระจอกเทศ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ผู้ผลิตกระเป๋าจากเปลือกไข่นกกระจอกเทศ จำนวน 2 คน โดย ใช้แบบสัมภาษณ์ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักท่องเที่ยวที่เลือกซื้อกระเป๋าจากเปลือกไข่นกกระจอกเทศ จำนวน 100 คน โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภค มาออกแบบบรรจุภัณฑ์เป็นรูปแบบกล่องไดคัท จำนวน 3 รูปแบบ เพื่อนำไปทดสอบสมบัติเชิงกล พบว่ารูปแบบที่2 มีความแข็งแรงที่สุดทั้งด้านความต้านการ สั่นสะเทือน ด้านความต้านการตกกระแทก ด้านความต้านแรงกด กราฟิกบนบรรจุภัณฑ์ แบบที่2 มีเหมาะสม มากที่สุด โดยมีความสวยงาม มีคุณค่า สื่อถึงสินค้าภายใน มีเอกลักษณ์เฉพาะเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ ความพึง พอใจโดยรวม ต่อต้นแบบบรรจุภัณฑ์กระเป๋าจากเปลือกนกกระจอกเทศ ครอบคลุมวัตถุประสงค์ 2 ด้าน คือ 1. ด้านโครงสร้างบรรจุภัณฑ์สามารถปกป้องคุ้มครองสินค้า 2. ด้านกราฟิกที่สามารถช่วยส่งเสริมการขาย สร้าง ทัศนคติที่ดีงามต่อผลิตภัณฑ์ ผลการประเมิน พบว่าโดยภาพรวม มีความพึงพอใจในระดับมาก พุทธชน อนุรักษ์ , และคณะ ,2565 ได้ทำการวิจัยเรื่องแนวทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์กล้วยไม้ สำหรับใช้ในการให้บริการของสายการบินโดยใช้แอปพลิเคชัน Procreate มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทาง ออกแบบบรรจุภัณฑ์กล้วยไม้สำหรับใช้ในการให้บริการของสายการบินโดยใช้แอปพลิเคชั่น Procreate ผู้วิจัย ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ด้วยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling) กับกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ 1. กลุ่มเกษตรกร ผู้ปลูกกล้วยไม้ศรีราชา จำนวน 5 คน 2. พนักงานสายการบินจำนวน 3 คน และ 3. ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย จำนวน 1 คน โดยใช้ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง (Semi-Structured Interview) ซึ่งมีการกำหนดคำถามในการสัมภาษณ์ไว้ ล่วงหน้าเพื่อใช้ในการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) โดยมีวิธีใช้แนวคำถาม (Interview Guide) ซึ่งเป็นคำถามปลายเปิด (Open-end Questions) เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา (Descriptive Analysis) ผลจากการศึกษาและวิเคราะห์แนวทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์กล้วยไม้สำหรับใช้ใน การให้บริการของสายการบินโดยการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างทั้ง 3 กลุ่ม พบว่าแนวทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์ กล้วยไม้สำหรับใช้ในการให้บริการของสายการบิน ที่เหมาะสมควรใช้วัสดุที่เป็นกระดาษเคลือบกันน้ำที่มี น้ำหนักเบาแข็งแรงทนทานต่อการขนส่งและการบริการ มีพลาสติกใสในพื้นที่บางส่วนเพื่อให้เห็นผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ควรมีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเพื่อให้สะดวกแก่การขนส่งและจัดเก็บได้สะดวกสามารถถือพกพาได้ สะดวกและสามารถนำไปประยุกต์เพื่อใช้งานอื่น ๆ ลวดลายและสีสันบนบรรจุภัณฑ์ควรมีลวดลายกล้วยไม้ แบบเรียบง่ายสื่อให้เห็นถึงผลิตภัณฑ์และใช้สีโทนอ่อนเพื่อส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์กล้วยไม้มีความโดดเด่นตกแต่ง ด้วยลวดลายไทยเพื่อสื่อถึงความเป็นไทย มีข้อมูลฉลากบ่งบอกถึงแหล่งที่มาและสกุลของผลิตภัณฑ์กล้วยไม้ และควรมีฉลากเกี่ยวกับสัญลักษณ์เกี่ยวกับด้านการขนส่งเพื่อเกิดความระมัดระวังในการขนส่งมากยิ่งขึ้นโดย
23 ขนาดของบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์กล้วยไม้ คือ มีความกว้าง 20 เซนติเมตรและความสูง 43 เซนติเมตร ศศิธร ทองเปรมจิตต์ ,และศิรินภา พรมมาเเบน ,2562 ได้ทำการวิจัยเรื่องการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ขนมกลีบลำดวนชัชฎากรณ์เบเกอรี่ที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่นมีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบบรรจุภัณฑ์ขนมกลีบ ลำดวนให้กับชัชฎาภรณ์เบเกอรี่ โดยนำอัตลักษณ์ท้องถิ่งประจำจังหวัดตากมาใช้เป็นแนวทางในการออกแบบ เพื่อส่งเสริมสินค้าภายในท้องถิ่นเป็นของฝากที่ทรงคุณค่าจาการรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ร่วมกับการสัมภาษณ์และการสังเกต พบว่าประเพณีการลอยกระทงสายและ สะพานแขวนข้ามแม่น้ำปิง เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นเชิงศิลปวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมที่ชัดเจนของจังหวัด ตาก จึงนำอัตลักษณ์ที่ได้มานี้เป็นกราฟิกบนบรรจุภัณฑ์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวต้นกำเนิดแหล่งผลิตภัณฑ์ที่ สามารถปกป้องสินค้าไม่ให้แตกหักเสียหาย สามารถปกป้องการซึมผ่านของความชื้นและอากาศซึ่งเป็นสาเหตุ ของการเกิดเชื้อราและการเหม็นหืนได้ดี ประกอบกับความต้องการของผู้ประกอบการที่ต้องการวางตำแหน่ง ผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) และตลาดมวลชน (Mass Market) งานวิจัยนี้จึงกำหนด รูปแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับขนมกลีบลําาดวนไว้ 2 รูปแบบ ได้แก่ 1.การบรรจุผลิตภัณฑ์แยกชิ้นในถุงฟอยล์ลามิ เนต ก่อนบรรจุรวมในกล่องกระดาษ สำหรับจำหน่ายที่ตลาดเฉพาะกลุ่ม 2. การบรรจุรวมในถ้วยพลาสติก สําเร็จรูป ชนิด PP(Polypropylene) สำหรับจำหน่ายที่ตลอดมวลชน และกำหนดให้มีถุงช้อปปิ้ง (Shopping Bag) ไว้สำหรับ รวมหน่วย จากประเพณีการลอยกระทงสายและสะพานแขวนข้ามแม่น้ำปิงซึ่งเป็นอัตลักษณ์ ท้องถิ่น ผสานกับการใช้ โทนสีม่วงซึ่งเป็นอัตลักษณ์สีของแบรนด์ชัชฎาภรณ์ สามารถจัดวางกราฟิกได้ 2 รูปแบบ ผลจากการประเมินโดย กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์และผู้ประกอบการ พบว่าทั้ง 2 กลุ่มให้ คะแนนผลประเมินกราฟิกแบบที่ 2 มากกว่ารูปแบบที่ 1 ปรารถนา ศิริสานต์ ,และคณะ ,2562 ได้ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนาบรรจุภัณฑ์กล้วยแปรรูป ตำบล หนองตูม อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อการศึกษารูปแบบบรรจุภัณฑ์กล้วยแปรรูป 2. เพื่อพัฒนาแบบบรรจุภัณฑ์กล้วยแปรรูป 3. เพื่อประเมินความพึงพอใจของกลุ่มผู้บริโภคในการพัฒนาบรรจุ ภัณฑ์กล้วยแปรรูป วิธีวิจัยประกอบด้วยขั้นตอนแรกคือการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลจากแหล่งชุมชน เพื่อ ทราบปัญหาและความต้องการ โดยการสัมภาษณ์จากนั้นกำหนดแนวคิดในการทำแบบร่างบรรจุภัณฑ์และ ดำเนินการออกแบบ โดยใช้แนวคิดจากการตัดทอนจากรูปทรงของกล้วยโดยผลิตภัณฑ์มี 4 ประเภทคือกล้วย อบเนย กล้วยปาปริก้า กล้วยม้วน กล้วยเบรกแตก เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดดังนั้นจึงเข้าสู่ กระบวนการออกแบบโดยใช้แนวคิดจากการใช้ส่วนต่างๆของกล้วยในการออกแบบและทำการสร้างแบบ ประเมินผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบจำนวน 3 ท่านทำการประเมินเพื่อให้ได้แนวทางและรูปแบบในการ พัฒนาต้นแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อประเมินความพึงพอใจของการพัฒนาบรรจุภัณฑ์กล้วยแปรรูป คือ รูปแบบที่ใช้ ลายเส้นจากใบตองและลูกกล้วยในการจัดองค์ประกอบของตัวบรรจุภัณฑ์ สามารถสร้างเป็นบรรจุภัณฑ์ ต้นแบบกล้วยแปรรูปในด้านการป้องกันและรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ด้านการใช้สอย ด้านความสวยงาม
24 และด้านการส่งเสริมการขาย โดยคำนึงถึงตัวผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์เพื่อให้สื่อถึงตัวผลิตภัณฑ์ได้ง่ายและเป็น เอกลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์
ตารางที่ 2.1 ตารางสังเคราะห์งานวิจัย ชื่อผู้วิจัย ชื่อเรื่อง เครื่องมือที่ใช้ การดำเนวรกฤต ช่างจัตุรัส และคณะ การพัฒนาและออกแ บบบรรจุภัณฑ์เพื่อใช้ ในการขนส่งสำหรับเ กษตรกรผู้เลี้ยงปูนา 1) แบบสํารวจ (Basic Survey) 2) แบบสังเกต (observation) และ 3) แบบสัมภาษณ์ (Interviews) แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครง สร้าง (Structured Interviews) และ แบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโค รงสร้าง (Unstructured Interviews) 1.กลุ่มเป2.เครื่อง3.การเก็4.การวิเ5.สรุปผไสยเพ็ญ เฉิดเจิม และคณะ การออกแบบบรรจุภั ณฑ์ข้าวไรซ์เบอรี่ คอมพิวเตอร์โดยใช้ Photoshop 1.การศึ
25 นินงาน ผลลัพธ์ที่ได้ ป้าหมายในการวิจัย งมือในการวิจัย ก็บรวบรวมข้อมูล เคราะห์ข้อมูล ผลที่ได้ บรรจุภัณฑ์แบบใหม่พัฒนาขึ้นจากเสื่อกก มีประสิทธิภาพ แข็งแรงสามารถปกป้องสินค้า สะดวกในการขนส่ง ใช้วัสดุที่ดี ต่อสิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์แบบใหม่มีความแข็งแรงสามารถ รับน้ำหนักได้มากกว่าแก้วพลาสติกและสามารถนำกลับมาใช้ ซ้ำได้หลายครั้ง และตรวจสอบปัญหาการทนต่อการใช้งาน ของบรรจุภัณฑ์โดยใช้มาตรฐานชุมชนในการวัด การทดสอบ ความแข็งแรงของการถูกกดทับแนวตั้งจะเฉลี่ยน้ำหนักที่รับได้ คือไม่เกิน 6 กิโลกรัม และผลน้ำหนักของการทดสอบของการ เฉลี่ยแนวนอนคือรับน้ำหนักได้ไม่เกิน 4.5 กิโลกรัม และการ ทดสอบของแรงดึงสามารถทนน้ำหนักได้เฉลี่ยน้ำหนักไม่เกิน 4 กิโลกรัม และทดสอบการทนความชื้นพบว่าบรรจุภัณฑ์ สามารถทนน้ำได้ดีและสามารถนำกับมาใช้ซ้ำได้หลายครั้ง จากการทดสอบทั้งหมดพบว่าบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบสามารถ ใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพ กษาข้อมูลเบื้องต้น แบบที่มีตัวอักษรและรูปภาพกราฟฟิกผู้เชี่ยวชาญให้ความคิดเ ห็นมากที่สุดโดยมีค่าเฉลี่ย 4.16 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.85 เพราะตราสินค้ามีความเป็นเอกลักษณ์ที่สื่อถึง
2. เก็บร3.วิเครา4.สรุปผกิตติพงษ์ ตาลกุล และคณะ การวิจัยเพื่อการออก แบบและพัฒนาบรร จุภัณฑ์สินค้าหนึ่งตำ บลหนึ่งผลิตภัณฑ์ กรณีศึกษาบรรจุภัณ ฑ์ปลาสลิดไร้ก้าง อำเภอเมือง จังหวัด สุพรรณบุรี แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ ศึกษากลาหนึ่งตำนเขตกรุวิธีการสุะจง (Pusampli
26 รวบรวมข้อมูล าะห์ข้อมูล ผลการศึกษา ข้าวไรซ์เบอรี่ ตลอดจนมีความเรียบง่ายเหมาะแก่การจดจํา และนําไปใช้กับผู้บริโภคจริง พบว่าทุกด้านอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.29 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.66 เพราะบรรจุภัณฑ์มีทั้งความสวยงาม น่าสนใจและสะดวกต่อการนำ ลุ่มคนที่เคยซื้อสินค้ ำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ใ รุงเทพมหานครโดย สุ่มตัวอย่างแบบเจา urposive ng) 1. ปัจจัยด้านการรักษาคุณภาพ ปัจจัยด้านการขนส่งและปัจจัยการด้านการส่งเสริมการตลาด มีอิทธิพลต่อการเลือกชื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของก ลุ่มตัวอย่างอย่างมาก การส่งเสริมการตลาดมีผลต่อบรรจุ ภัณฑ์มีความสวยงามสามารถดึงดูดความน่าสนใจ และแนวคิด ที่จะพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ให้กับตัวผลิตภัณฑ์ทำให้เ พิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการและเป็นช่องทางการขายในตลา ดอนาคต และ 2. ผู้ประกอบการควรสร้างเอกลักษณ์ของ สินค้าให้เป็นที่จดจำได้ง่าย เช่น สี รูปลักษณะบรรจุภัณฑ์ โลโก้ อื่นๆ เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำของผู้บริโภค โครงสร้าง ของบรรจุภัณฑ์ให้แข็งแรงเพื่อป้องกันสินค้าภายในที่อาจได้รับ ความเสียหายจากจากการขนส่งสินค้า
ณัตพร ไชยเสนา การออกแบบบรรจุภั ณฑ์ด้านโลจิสติกส์ให้ กับกลุ่มหัตถกรรมเค รื่องปั้นดินเผา เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ผู้วิจัยใช้แบบสอบถามเป็น เครื่องมือในการเก็บข้อมูล โดยได้พัฒนาข้อคำถามจา กการทบทวนวรรณกรรม ที่เกี่ยวข้องและนำมาประ ยุกต์ใช้ในงานวิจัยนี้ ประชากที่ใช้ในกวิธีเก็บรการออกการวิเคสรุปผล จิราวรรณ สมหวัง และคณะ การพัฒนาบรรจุภัณ ฑ์โลจิสติกส์สำหรับผ ลิตภัณฑ์ปลาร้า 5 วันของกลุ่มวิสาหกิจ ชุมชนการแปรรูปแล ะการถนอมอาหารบ้ านทุ่งสาธารณ์ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี แบบสอบถาม ตารางสำเร็จรูปของทาโรย ามาเน่ (Yamane) 1.ศึกษาบบบรรจหรับผลิ2.เพื่ออบรรจุภัณบบสำหา 5วัน 3.เพื่อสำของผู้บริ
27 กรและกลุ่มตัวอย่าง การวิจัย รวบรวมข้อมูล กแบบบรรจุภัณฑ์ ราะห์ข้อมูล การออกแบบบรรจุภัณฑ์ด้านโลจิสติกส์ด้านความเป็นเอกลักษ ณ์เฉพาะถิ่น ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นด้วยกับรูปแบบของบรรจุภัณ ฑ์ด้านความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นแบบที่ 1 รูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ด้านการปกป้องผลิตภัณฑ์และการบ รรจุ อำนวยความสะดวกและส่งเสริมการจัดจำหน่าย าความต้องการรูปแ จุภัณฑ์โลจิสติกส์สำ ตภัณฑ์ปลาร้า 5วัน อกแบบและพัฒนา ณฑ์โลจิสติกส์ต้นแ รับผลิตภัณฑ์ปลาร้ ำรวจความพึงพอใจ ริโภคและผู้ประกอ ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนเข้าใจกระบวนการพัฒนาบรรจุ ภัณฑ์ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนได้
บการที่มีสติกส์ต้นณฑ์ปลาปฎิญญาณ์ แสงอรุณ ,เศรษฐกาล โปร่งนุช การออกแบบบรรจุภั ณฑ์ประเภทกล้วยไม้ ขนาดเล็กสำหรับการ ใช้เป็นของฝากหรือข องที่ระลึกเพื่อสร้างมู ลค่าเพิ่มสินค้ากล้วยไ ม้ งานวิจัยเชิงทดลองโดยใช้ แนวทาง SMART PRODUCT 1ศึกษาขานวิจัยที2.วิเคราการใช้งาโดยทดสองกระถอัจฉริยะารบรรจุระยะกล้เติบโตในการคำนสัดส่วนทดควบคุม
28 มีต่อบรรจุภัณฑ์โลจิ นแบบสำรวจผลิตภั าร้า 5วัน ข้อมูลเอกสารและง ทีเกี่ยวข้อง าะห์ทดสอบรูปแบบ านของ กระถาง สอบวิธีการทำงานข ถาง ะในการหาปัญหาก จุกล้วยไม้ โดยใช้ ล้วยไม้ดินที่สามารถ นกระถางใน นวณ ขนาด ทางการออกแบบชุ ม ลักษณะเฉพาะกล้วยไม้ดินมัก ใช้การเพาะเนื้อเยื่อ สามารถนำออกมาขายเมื่อมีใบจริง 2-4 ใบ โดยบรรจุกระถางขนาดเล็กสำหรับขายปลีก หน้าร้าน ผู้บริโภคนิยมซื้อโดยการซื้อจำนวน 1 ต้น และ 5 ต้นต่อครั้ง และเลือกกระถาง 6 นิ้ว ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งาน 5 ระดับต่อภาพบรรจุภัณฑ์ของที่ระลึกประเภทกล้วยไม้ที่สร้างขึ้ นพบว่า ในภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย (X = 4.00) มีความสวยงาม ความทันสมัยอยู่ในระดับที่ ดีมาก (X = 4.50) รูปแบบกล่องเหมาะสมและน่าใช้งานอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ (X = 4.04) ความ สะดวกง่ายต่อการใช้งานอยู่ในระดับมากค่าเฉลี่ยเท่ากับ (X = 3.99) วัสดุในการออกแบบมีความเหมาะสมอยู่ ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ (X = 3.93)
3.วิเคราอุปกรณ์วิธีการวานระบบแสงและดยใช้เคืระบบ 4.สรุปผภัทรกร ออแก้ว การออกแบบบรรจุภั ณฑ์กระเป๋าจากเปลื อกไข่นกกระจอกเท ศ ร้านปาลิตาไข่วิจิต -การเก็บข้อมูลแบบสำ รวจพฤติกรรมของผู้บริโภ ค -วิธีการสุ่มตัวอย่าง 1 ขั้นตอโครงสร้2 ขั้นตอความแข็บรรจุภัณ3.ขั้นตอฟิกบน บ
29 าะห์การจัดประกอบ ณ์โดย วางตำแหน่งการทำง บให้น้ำ ส่วนวัด ะลักษณะการบรรจุโ รื่องมือทดสอบ ผลการศึกษา มีความเหมาะสมต่อการนำไปวางขายบนชั้นวางจำหน่ายสินค้ า อยู่ ในระดับมากค่าเฉลี่ยเท่ากับ (X = 3.87) อนการออกแบบ ้างบรรจุภัณฑ์ อนการทดสอบ ข็งแรงของ ณฑ์ อนการออกแบบกรา บรรจุภัณฑ์ ผลการประเมิน ความพึงพอใจด้านกราฟิกบรรจุภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน 1. ความเหมาะสมของกราฟิกบนบรรจุภัณฑ์ของผู้ เชี่ยวชาญ ที่มีต่อผลการออกแบบกราฟิก 3 รูปแบบ ผลปรากฏว่ากราฟิกบรรจุภัณฑ์รูปแบบที่ 2 มีความ เหมาะสมที่สุด มีความเหมาะสมในระดับมาก มีค่า (x = 4.42) 2. ความพึงพอใจต่อต้นแบบบรรจุภัณฑ์ ของผู้ผลิต ผู้บริโภค แสดงความคิดต่อต้นแบบบรรจุภัณฑ์ กระเป๋าจากเปลือกไข่นกกระจอกเทศ ที่ได้รับการ ออกแบบ พบว่าโดยภาพรวม มีความพึงพอใจในระดับ มาก (x = 4.11)
4.ขั้นตอพอใจที่ มีต่อบรรพุทธชน อนุรักษ์,พัฒนะ ธนกฤตพุฒิเมธ,ณัฎฐ นิชา จตุวัฒน์ และอภิษฎา สุทธิอัมพร แนวทางการออกแบ บบรรจุภัณฑ์กล้วยไ ม้สำหรับใช้ในการให้ บริการ ของสายการบินโดยใ ช้แอปพลิเคชัน Procreate -การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) - แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้า ง (Semi-Structured Interview) -แอปพลิเคชัน Procreate การเก็บใช้ในการะกอบไมิ และข้โดยเก็บแหล่งข้อประสงค1. แหล่ง(Primarโดยการในการเกากกลุ่ม ที่กำหนศึกษาแนบบรรจุภ
30 อนประเมินความพึง รจุภัณฑ์ต้นแบบ บรวบรวมข้อมูลเพื่อ รศึกษาวิจัยครั้งนี้ป ไปด้วยข้อมูลปฐมภู ข้อมูลทุติยภูมิ บรวบรวมข้อมูลจาก อมูลที่ตรงตามวัตถุ ค์การศึกษาวิจัยดังนี้ งข้อมูลปฐมภูมิ ry Data) รใช้แบบสัมภาษณ์ ก็บรวบรวมข้อมูลจ ตัวอย่างในพื้นที่ ดไว้ในขอบเขตการ นวทางการออกแบ ภัณฑ์กล้วยไม้สำหรั แนวทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์กล้วยไม้สำหรับใช้ในการให้ บริการของสายการบิน ที่เหมาะสมควรใช้วัสดุที่เป็นกระดาษเคลือบกันน้ำที่มีน้ำหนักเ บาแข็งแรงทนทานต่อการขนส่งและการบริการ มีพลาสติกใสในพื้นที่บางส่วนเพื่อให้เห็นผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ ควรมีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเพื่อให้สะดวกแก่การขนส่งและจัดเ ก็บได้สะดวกสามารถถือพกพาได้สะดวกและสามารถนำไปปร ะยุกต์เพื่อใช้งานอื่นๆ ลวดลายและสีสันบนบรรจุภัณฑ์ควรมีลวดลายกล้วยไม้ แบบเรียบง่ายสื่อให้เห็นถึงผลิตภัณฑ์และใช้สีโทนอ่อนเพื่อส่งเ สริมให้ผลิตภัณฑ์กล้วยไม้มีความโดดเด่นตกแต่งด้วยลวดลายไ ทยเพื่อสื่อถึงความเป็นไทย มีข้อมูลฉลากบ่งบอกถึงแหล่งที่มาและสกุลของผลิตภัณฑ์กล้ว ยไม้และควรมีฉลากเกี่ยวกับสัญลักษณ์เกี่ยวกับด้านการขนส่งเ พื่อเกิดความระมัดระวังในการขนส่งมากยิ่งขึ้นโดยขนาดของบ
บใช้ในกให้บริกาดยใช้แอProcrea1. เกษตไม้ศรีรา2. พนักจำนวน ศูนย์การจำนวน 9 คน 2. แหล่ง(Seconข้อมูลส่วรศึกษาวงานวิจัยและข้อมน็ตที่เกี่ย
31 การ ารของสายการบินโ อปพลิเคชัน ate ได้แก่ ตรกรผู้ปลูกกล้วย ชา จำนวน 5 คน งานสายการบิน 3 คน และ 3. รบรรจุหีบห่อไทย 1 คน รวมทั้งหมด งข้อมูลทุติยภูมิ ndary Data) วนนี้ผู้วิจัยได้จากกา วรรณกรรม ยที่ เกี่ยวข้อง มูลจากสื่ออินเทอร์เ ยวข้องกับบรรจุภัณ รรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์กล้วยไม้ คือ มีความกว้าง 20 เซนติเมตรและความสูง43 เซนติเมตร
ฑ์ (Pacการออก(Packagผลิตภัณ(Orchidชุมชนก(SrirachCommการให้บบิน (Airแอปพลิและเอกงานวิจัย(Relateศศิธร ทองเปรมจิตต์ และศิรินภาพรมมาเเ บน การออกแบบบรรจุภั ณฑ์ขนมกลีบลำดวน ชัชฎาภรณ์เบเกอรี่ ที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่น -การวิจัยสนทนากลุ่ม (focus group discussion) 1 ศึกษาแนวทางในการสากท้องต
32 kaging) กแบบบรรจุภัณฑ์ ging Design) ณฑ์กล้วยไม้ d Products) ลุ่มกล้วยไม้ศรีราชา ha Orchid unity) บริการของสายการ rline Services) ิเคชัน Procreate กสารและ ยที่เกี่ยวข้อง ed Research) าอัตลักษณ์เพื่อเป็น ง สร้างความแตกต่างจ ตลาดและคู่แข่ง ประเพณีการลอยกระทงสายและสะพานแขวนข้ามแม่น้ำปิง เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นเชิงศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่ ชัดเจนของจังหวัดตาก จึงนำอัตลักษณ์ที่ได้มานี้เป็นกราฟิกบนบรรจุภัณฑ์
-การสัมภาษณ์และการ สังเกต 2.ขั้นตอและออกงบรรจุภั3.ขั้นตอและออกรรจุภัณ4. การวิและเลือฑ์
33 อนในการพัฒนา กแบบโครงสร้างขอ ภัณฑ์ อนในการพัฒนา กแบบกราฟิกของบ ฑ์ วิเคราะห์ อกต้นแบบบรรจุภัณ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวต้นกำเนิดแหล่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถปก ป้องสินค้าไม่ให้แตกหักเสียหาย สามารถปกป้องการซึมผ่านของความชื้นและอากาศซึ่งเป็นสาเ หตุของการเกิดเชื้อราและการเหม็นหืนได้ดี ประกอบกับความต้องการของผู้ประกอบการที่ต้องการวางตำ แหน่งผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) และตลาดมวลชน (Mass Market) งานวิจัยนี้จึงกำหนดรูปแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับขนมกลีบลําาด วนไว้ 2 รูปแบบ ได้แก่ 1.การบรรจุผลิตภัณฑ์แยกชิ้นในถุงฟอยล์ลามิเนต ก่อนบรรจุรวมในกล่องกระดาษ สำหรับจำหน่ายที่ตลาดเฉพาะกลุ่ม 2.การบรรจุรวมในถ้วยพลาสติกสําเร็จรูป ชนิด PP(Polypropylene) สำหรับจำหน่ายที่ตลอดมวลชนและกำหนดให้มีถุงช้อปปิ้ง (Shopping Bag) ไว้สำหรับรวมหน่วย จากประเพณีการลอยกระทงสายและสะพานแขวนข้ามแม่น้ำ ปิงซึ่งเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผสานกับการใช้โทนสีม่วงซึ่งเป็นอัตลักษณ์สีของแบรนด์ชัชฎา
ปรารถนา ศิริสานต์ ,และคณะ การพัฒนาบรรจุภัณ ฑ์กล้วยแปรรูป ตำบลหนองตูม อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย - การสัมภาษณ์ -แนวคิดจากการตัดทอน 1 ข้อมูลภาษณ์แส่วนร่วมบการแลจากเอกข้องกับบปรรูปมานในการ2 ทำการ่างบรรนฐาน
34 ภรณ์ สามารถจัดวางกราฟิกได้ 2 รูปแบบ ผลจากการประเมินโดย กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์และผู้ประกอบการ พบว่าทั้ง 2 กลุ่มให้คะแนนผลประเมินกราฟิกแบบที่ 2 มากกว่ารูปแบบที่ 1 ลที่ได้จากการสัม และสอบถามแบบมี มของกลุ่มผู้ประกอ ละศึกษา ค้นคว้า กสารงานวิจัยที่เกี่ยว บรรจุภัณฑ์กล้วยแ าใช้เป็นข้อมูลพื้นฐา ร ออกแบบ ารออกแบบแบบ รจุภัณฑ์ตามข้อมูลพื้ บรรจุภัณฑ์มีความสวยงาม ( − X = 4.14 S.D. = 0.63) อยู่ในระดับมาก มีความสะดวกในการ บริโภค ( − X = 4.04 S.D. = 0.63) อยู่ในระดับมาก รูปแบบบรรจุภัณฑ์มีความทันสมัยและสื่อถึงตัว ผลิตภัณฑ์ของกล้วย แต่ละรสชาติ ( − X = 4.02 S.D. = 0.71) อยู่ในระดับมาก ตัวอักษรอ่านได้ ชัดเจนและสื่อความหมายได้ดี ( − X = 4.00 S.D = 0.67) อยู่ในระดับมาก บรรจุภัณฑ์ป้องกันความ เสียหายต่อตัวผลิตภัณฑ์ ( − X = 3.84 S.D. = 0.65) อยู่ในระดับปานกลาง บรรจุภัณฑ์มีความแข็งแรง ทานต่อการขนส่ง ( − X = 3.82 S.D. = 0.71) อยู่ในระดับปานกลาง บรรจุภัณฑ์สามารถดึงดูดความ สนใจในการเลือกซื้อ ( − X = 3.78 S.D. = 0.58) อยู่ในระดับปานกลาง
3 นำแบภัณฑ์กล้ระเมิน 4 ได้รูปเพื่อทำแบบร่างบและไปทรวบรวม5 ประเมิบรรจุภัณกแบบ 6 นำแบมาเขียน7 ทำกาบรรจุภัณ