35 บบแบบร่างบรรจุ ล้วยแปรรูปไปเพื่อป แบบบรรจุภัณฑ์ แบบสอบถามตามแ บรรจุภัณฑ์ ทำการเก็บ มข้อมูล มิน สรุปรูปแบบ ณฑ์ที่ได้จากการออ บบบรรจุภัณฑ์ นแบบเพื่อการผลิต ารสร้างต้นแบบ ณฑ์กล้วยแปรรูป
36 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการศึกษา การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ผู้ศึกษาได้อธิบายถึงวิธีการ ดำเนินการศึกษาในขั้นตอนต่างๆ ดังต่อคำถามไปนี้ 3.1 บริษัทกรณีศึกษา 3.2 ขั้นตอนการดำเนินงาน 3.3 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.4 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาและเครื่องมือในการหารากของปัญหา 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 บริษัทกรณีศึกษา ร้านมิสเตอร์ไนน์ 3.2 ขั้นตอนการดำเนินงาน ขั้นตอนที่ 1 ลงพื้นที่ค้นหาปัญหาและสอบถามข้อมูล 1. ทำการสัมภาษณ์ 2. ค้นหาข้อมูลการรีวิวของร้านค้า ขั้นตอนที่ 2 การเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ปัญหา 1. เก็บรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ปัญหา 2. คัดเลือกปัญหาและผลิตภัณฑ์เพื่อทำการพัฒนาบรรจุภัณฑ์
37 ขั้นตอนที่ 3 ออกแบบและปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ 1. สมาชิกในกลุ่มทำการเสนอไอเดีย 2. ออกแบบบรรจุภัณฑ์ 3. ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบและประเมินประสิทธิภาพกล่องบรรจุภัณฑ์ 1. ทำการตรวจสอบทดลองบรรจุภัณฑ์ 2. เปรียบเทียบต้นทุนบรรจุภัณฑ์แบบเดิมกับแบบที่ได้พัฒนา 3. ประเมินประสิทธิภาพกล่องบรรจุภัณฑ์ ขั้นตอนที่ 5 สรุปผลการวิจัย 3.3 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่างของงานวิจัยครั้งนี้คือ เค้กขนาด 1 ปอนด์ประชากร จำนวน 20 ชิ้น 3.3.2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการเลือกใช้กลุ่มตัวอย่างโดยไม่ใช้คำนามน่าจะ เป็น (Non probability techniques) ใช้วิธีการพิจารณาจากการตัดสินใจของผู้วิจัยเอง (Purposive Sampling) เนื่องจากร้านกรณีศึกษาและร้านเค้กส่วนใหญ่นิยมขายเค้กขนาด 1 ปอนด์ 3.4 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาและเครื่องมือในการหารากของปัญหา 3.4.1 ทฤษฏีผังก้างปลา นำมาใช้วิเคราะห์ปัญหา โดยผังก้างปลา เป็นแผนภาพแสดงความสัมพันธ์ ระหว่างปัญหาที่ต้องการแก้ไขกับสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ซึ่งผู้วิจัยสามารถมองภาพรวมของปัญหาและสาเหตุ ทั้งหมดได้ง่าย ซึ่งการหาสาเหตุหลักของปัญหาจะใช้หลักการของ 4M ได้แก่ พนักงาน (Man), เครื่องจักรหรือ อุปกรณ์ (Machine), วัตถุดิบ (Material), วิธีการทำงาน (Method) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวมรวมข้อมูล
38 3.4.2 ทฤษฎีแผนภูมิพาเรโต นำมาใช้กำหนดสาเหตุที่สำคัญของปัญหาเพื่อแยกปัญหาที่สำคัญออกมา ทำการปรับปรุง 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.5.1 ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data ) เป็นข้อมูลจากการสัมภาษณ์เจ้าของร้านมิสเตอร์ไนท์เกี่ยวกับบริการชนิดประเภทสินค้า ปัญหาจากลูกค้าจากการขนส่ง และความคิดเห็นการติชมของลูกค้าจากแอป ShopeeFood เพจ Facebook 3.5.2 ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data ) 1. ข้อมูลทุติยภูมิ เป็นแหล่งข้อมูลที่นำมาใช้ในการปรับปรุงสำหรับงานวิจัยในครั้งนี้ ได้นำมาจาก เอกสาร หนังสือทางวิชาการ บทความ ทฤษฎีหลักการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงข้อมูลอินเทอร์เน็ต เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขปัญหา เพื่อนำมากำหนดกรอบในการสัมภาษณ์เพื่อการศึก ษาครั้งนี้ และสร้างเครื่องมือที่ใบ้ในการวิจัยให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ของการวิจัย 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล ในการศึกษางานวิจัยครั้งนี้เป็นการวิเคราห์เชิงคุณภาพ โดยใช้ข้อมูลจากผลการดำเนินงานของร้าน มิสเตอร์ไนน์ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 - เดือนมีนาคม 2567 เพื่อนำมาทำการวิเคราะห์ปัญหา โดยใช้ทฤษฎี ผังก้างปลาเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ปัญหา เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาที่ต้องการแก้ไขกับ สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา แล้วนำข้อมูลที่ได้มาประยุกต์ใช้ร่วมกับทฤษฎีแผนภูมิพาเรโตเพื่อกำหนดสาเหตุที่ สำคัญของปัญหาและแยกปัญหาที่สำคัญออก โดยข้อมูลที่ได้รับจากแผนภูมิพาเรโตจะเป็นข้อมูลสำหรับนำมา ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขต่อไป
39 บทที่ 4 ผลการศึกษา การศึกษาวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งสำหรับผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ กรณีศึกษา ร้านมิสเตอร์ไนน์ ซึ่งทําการศึกษาปัญหาโดยใช้ทฤษฎีแผนผังก้างปลาวิเคราะห์ปัญหาและคัดเลือกปัญหาโดยใช้ แผนภูมิพาเรโตเพื่อพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งสำหรับผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ กรณีศึกษา ร้านมิสเตอร์ ไนน์ ในบทนี้จะกล่าวถึงผลที่ได้จากการศึกษาตามวิธีการดำเนินการศึกษาในบทที่ผ่านมาโดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ 4.1ศึกษาปัญหาของผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ การศึกษาปัญหาในการขนส่งผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เค้กโดยใช้ทฤษฎีแผนผังก้างปลา โดยมีปัจจัยที่ทำให้ ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เค้กเกิดความเสียหายระหว่างการขนส่งทั้งหมดจำนวน 4 ปัจจัยดังนี้ วิธีการทำงาน ผู้ ให้บริการขนส่ง วัสดุบรรจุภัณฑ์ และการขนส่ง ภาพที่ 4.1 การวิเคราะห์ปัญหาในการขนส่งผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เค้กโดยแผนผังก้างปลา (Fishbone Diagram)
40 จากภาพที่ 4.1 การวิเคราะห์ปัญหาในการขนส่งผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เค้กโดยแผนผังสาเหตุและผล (Fishbone Diagram) โดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลและสอบถาม สัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เจ้าของร้าน พนักงานร้าน และความคิดเห็นการติชมของลูกค้าจากแอป ShopeeFood เพจ Facebook พบว่า ปัจจัยด้านวิธีการทำงาน สาเหตุคือ แพ็คสินค้าไม่แน่นหนาและวางสินค้าอยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะสมเมื่อ ส่งสินค้าให้กับไรเดอร์ทำให้สินค้าตะแคงเอียงสินค้าเกิดความเสียหาย ปัจจัยด้านผู้ให้บริการขนส่ง สาเหตุคือ ขาดความระมัดระวังและไม่ตรวจสอบสินค้าให้ดีก่อนขนส่งทำ ให้สินค้าไหลตะแคงเอียง ปัจจัยด้านวัสดุบรรจุภัณฑ์สาเหตุคือ บรรจุภัณฑ์ไม่แข็งแรงยังไม่เหมาะสมต่อการขนส่งจึงทำให้สินค้า ถูกกดทับบีบอัดและเคลื่อนที่เสียหายระหว่างทำการขนส่ง ปัจจัยด้านการขนส่ง สาเหตุคือ ระยะเวลาที่ทำการขนส่งอาจมีความล่าช้าทำให้สินค้าการจะเปลี่ยน สภาพไปจากเดิม เมื่อทราบปัญหาของการทำให้ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เค้กได้รับความเสียหายได้มีการวางแนวทางแก้ไข้ ปัญหา มีการระดมสมอง (Brain storming) ของทีมผู้วิจัยเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา ซึ่งนำเอาสาเหตุที่ได้ จากแผนผังก้างปลา มาทำการหาแนวทางการแก้ไขปัญหาแสดงดังตารางที่ 4.1 ตารางที่ 4.1 แนวทางการแก้ไขปัญหาของผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เค้กเกิดความเสียหาย สาเหตุหลัก สาเหตุย่อย แนวทางแก้ไขปัญหา 1. วิธีการทำงาน พนักงานแพ็คสินค้าไม่แน่นหนาและว างสินค้าอยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะสมเมื่อ ส่งสินค้าให้กับไรเดอร์ทำให้สินค้าตะแ คงเอียงสินค้าเกิดความเสียหาย อบรมตักเตือนพนักงาน
41 2. ผู้ให้บริการขนส่ง การให้บริการและดูแลสินค้าระหว่าง ทำการขนส่ง ผู้ให้บริการขนส่งขาด ความระมัดระวังและไม่ตรวจสอบ สินค้าให้ดีก่อนขนส่งทำให้สินค้าไหล ตะแคงเอียง ให้พนักงานแจ้งผู้ให้บริการขนส่งว่าสิ นค้าคืออะไรเขียนโน๊ตติดกับสินค้าเพื่ อเตือนให้ผ็ให้บริการขนส่งระวังมากขึ้ น 3.วัสดุบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ไม่แข็งแรงยังไม่เหมาะสม ต่อการขนส่งจึงทำให้สินค้าถูกกดทับ บีบอัดและเคลื่อนที่เสียหายระหว่าง ทำการขนส่ง ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ในการขนส่งใหม่ใ ห้บรรจุภัณฑ์แข็งแรงและเหมาะสม กับการขนส่ง 4.การขนส่ง ระยะเวลาที่ทำการขนส่งอาจมีความล่ าช้าทำให้สินค้าการจะเปลี่ยนสภาพ ไปจากเดิม ท ำ ก า ร ค ั ด เ ล ื อ ก บ ร ิ ษ ั ท ข น ส่ ง ที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงระยะเวลา ในการขนส่ง ปัญหา ความถี่ ความถี่สะสม ร้อยละ ร้อยละสะสม วัสดุบรรจุภัณ์ 50 50 56.82 56.82 ผู้ให้บริการขนส่ง 26 76 29.55 86.36 วิธีการทำงาน 9 85 10.23 96.59 ขนส่ง 3 88 3.41 100.00
42 ภาพที่ 4.2 คัดเลือกปัญหาโดยใช้ต จากการนำข้อมูลผลสำรวจมาจัดทำแผนภูมิและพิจารณาด้วยหลักของพาเรโต สรุปได้ว่า สาเหตุหลัก ของปัญหาในครั้งนี้ คือ บรรจุภัณฑ์ (ร้อยละ56.82) จึงส่งผลกระทบต่อสินค้า ดังนั้นผู้จัดทำจึงให้ความสำคัญ กับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าได้รับความเสียหาย 4.2 พัฒนาปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ มีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เค้กสามารถนำไปใช้ในกระบวนการขนส่งจากการวิเค ราะห์ ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยปัญหาที่มีความสำคัญจึงได้ทำการศึกษาบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ที่ทำการทดลองนั้น ต้องเป็นบรรจภัณฑ์ที่ไม่เพิ่มต้นทุนในการดำเนินการ และมีความแข็งแรง เพื่อจะได้นำแนวทางมาปรับเปลี่ยน และพัฒนาให้มีความเหมาะสมกับการขนส่ง สามารถสรุปได้ดังนี้
43 ปรังบรรจุภัณฑ์ ครั้งที่ 1 - เพิ่มการตัวล็อกเค้กให้ยึดติดกับฐานรองเค้ก ภาพที่ 4.3 ปรับปรังบรรจุภัณฑ์ ครั้งที่ 1 ปัญหาปรับปรังบรรจุภัณฑ์ ครั้งที่ 1 - เมื่อพับเก็บกล่องกล่องเค้กไม่สามารถพับได้มีการคล้ายตัวออก ปรับปรังบรรจุภัณฑ์ ครั้งที่ 2 - ปรับปรุงการพับเก็บให้กล่องสามารถมีที่ยึดเกาะไม่คล้ายตัว ภาพที่ 4.4 ปรับปรังบรรจุภัณฑ์ ครั้งที่ 2
44 ปัญหาปรับปรังบรรจุภัณฑ์ ครั้งที่ 2 - เมื่อพับเก็บกล่องทำให้ติดกับไม้ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล่องส่งผลให้เพิ่มความลำบากใน การพับเก็บ ภาพที่ 4.5 ปัญหาปรับปรังบรรจุภัณฑ์ ครั้งที่ 2 ปรับปรังบรรจุภัณฑ์ครั้งสุดท้ายที่นำไปใช้กับร้านมิสเตอร์ไนน์ - ลดที่ล็อคฐานรองเค้กมีการปรับปรุงให้กล่องมีขนาดพอดีกับฐานรองเค้ก - ลดช่องที่เอาไว้ใส่ไม้และการใส่ไม้ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ด้านในกล่องฐานรองเค้ก มีการออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ฐานรองเค้กให้มีที่ที่จะยึดเกาะเค้กให้มีความมั่นคงเพื่อป้องกันไม่ให้ เค้กมีการขยับและออกแบบให้บรรจุภัณฑ์มีขนาดพอกับฐานรองเค้กให้ตัวฐานไม่มีการเคลื่อนที่ แสดงดังภาพที่ 4.6
45 ภาพที่ 4.6 การออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์ด้านในกล่อง ด้านในกล่อง มีการออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์ด้านในตัวกล่องให้มีฝาดันกล่องด้านบนตัวกล่องเพื่อป้องกันการบีบอั ดของสินค้าไม่ให้ตัวเค้กได้รับความเสียหายระหว่างทำการขนส่งมีการออกแบบให้กล่องสามารถพับเก็บได้ง่าย กว่ารูปแบบเดิมที่ทางร้านใช้แสดงดังภาพที่ 4.7 ภาพที่ 4.7 การออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์ด้านในตัวกล่อง
46 ด้านนอกกล่อง กล่องมีขนาด กว้าง x ยาว x สูง 20 x 20 x 18 เซนติเมตร มีการออกแบบพัฒนาโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ให้มี ความหนาแน่นเพิ่มความแข็งแรงทำให้สามารถวางสินค้าซ้อนกันได้จะได้เป็นการเพิ่มพื้นที่ในการทำการขนส่ง เพิ่มขึ้น แสดงดังภาพที่ 4.8 ภาพที่ 4.8 การออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์ด้านนอกกล่อง 4.3 การตรวจสอบทดลองบรรจุภัณฑ์ เมื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการขนส่งจากการ วิเคราะห์ ปัญหาที่ได้เกิดขึ้น โดยปัญหาที่มีความสำคัญจึงได้ทำการศึกษาบรรจุภัณฑ์ โดยได้ปรับปรุงบรรจุ ภัณฑ์นำมาใช้งาน ดังนี้
47 1.การนำบรรจุภัณฑ์ไปใช้บรรจุสินค้า ภาพที่ 4.9 การนำบรรจุภัณฑ์ไปใช้บรรจุสินค้า 2. การทดสอบเวลาที่ใช้ในการบรรจุกล่องบรรจุภัณฑ์ ตารางที่ 4.2 การทดสอบเวลาที่ใช้ในการบรรจุกล่องบรรจุภัณฑ์แบบเดิม
48 ตารางที่ 4.3 การทดสอบเวลาที่ใช้ในการบรรจุกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา การทดสอบในการบรรจุสินค้าทำการทดสอบทั้งหมดจำนวน 10 ครั้งพบว่าเวลาในการบรรจุกล่อง บรรจุภัณฑ์แบบเดิมใช้เวลาบรรจุเฉลี่ย 34.24 วินาที และเวลาในการบรรจุกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา ใช้เวลาบรรจุเฉลี่ย 33.04 วินาที ซึ่งผลการทดสอบพบว่าเวลาในการการบรรจุกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการ พัฒนาใช้เวลาบรรจุเฉลี่ยน้อยกว่าบรรจุภัณฑ์แบบเดิม 1.19 วินาที 3.การเปรียบเทียบบรรจุภัณฑ์แบบเดิมและบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา ตารางที่ 4.4 การเปรียบเทียบบรรจุภัณฑ์แบบเดิมและบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา บรรจุภัณฑ์ที่พัฒนา บรรจุภัณฑ์แบบเดิม กระดาษที่ใช้ทำกล่อง กระดาษอาร์ตมัน กระดาษเทาขาว
49 ซึมซับคราบไขมัน ไม่ได้ กระดาษมีความมันวาว ได้ มีขนาดเหมาะสมกับ สินค้า มีขนาดพอดีกับสินค้า มีขนาดใหญ่กว่าสินค้า ป้องกันเค้กเคลื่อนที่ ได้ ไม่ได้ ป้องกันหน้าเค้กเสียหาย ได้ ไม่ได้ สามารถมองเห็นสินค้า ไม่ได้ ได้ ความสามารถการบรรจุ ง่าย ค่อนข้างยาก พื้นที่วางสินค้าในการ ขนส่ง วางได้ 4 กล่อง วางได้ 2 กล่อง - กระดาษที่ใช้ทำกล่องบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนา คือ กระดาษอาร์ตมัน บรรจุภัณฑ์แบบเดิม คือ กระดาษเทาขา; - ความสามารถในการซึมซับคราบไขมันบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนา สามารถซึมซับได้เพราะกระดาษ อาร์ตมันมีความมันวาว บรรจุภัณฑ์แบบเดิม ไม่ได้ - มีขนาดเหมาะสมกับสินค้าบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนา มีขนาดกล่องพอดีกับสินค้า บรรจุภัณฑ์ แบบเดิม มีขนาดใหญ่กว่าสินค้า - ความสามารถในการป้องกันเค้กเคลื่อนที่บรรจุภัณฑ์ที่พัฒนา ป้องกันได้ เพราะมีการนำตัวล็ อกมายึดสินค้ากับฐานไว้ด้วยกัน บรรจุภัณฑ์แบบเดิม ไม่ได้มีการป้องกัน - ความสามารถในการป้องกันหน้าเค้กเสียหายบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนา ป้องกันได้ เพราะมีการ ออกแบบให้มีฝาดันกล่องป้องกันการบีบอัด บรรจุภัณฑ์แบบเดิม ไม่ได้มีการป้องกัน - ความสามารถมองเห็นสินค้าได้บรรจุภัณฑ์ที่พัฒนา ไม่ได้สามารถมองเห็นได้ บรรจุภัณฑ์ แบบเดิม มองเห็นได้ - ความสามารถต่อการบรรจุบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนา บรรจุสินค้าได้ง่าย บรรจุภัณฑ์แบบเดิม บรรจุ สินค้าค่อนยาก
50 - พื้นที่วางสินค้าในการขนส่ง กระเป๋าไลน์แมนมีขนาด 40 x 40 x 40 เซนติเมตร บรรจุภัณฑ์ แบบเดิมมีขนาด 21 x 21 x 10 เซนติเมตร สามารถวางในกระเป๋าได้ 2 กล่อง บรรจุภัณฑ์ แบบใหม่ที่พัฒนา มีขนาด 20 x 20 x 18 เซนติเมตร สามารถวางในกระเป๋าได้ 4 กล่อง 4.4. ต้นทุนบรรจุภัณฑ์แบบเดิมและบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา ตารางที่ 4.5 ต้นทุนบรรจุภัณฑ์แบบเดิมและบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา บรรจุภัณฑ์ที่พัฒนา บรรจุภัณฑ์แบบเดิม ผลต่าง ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ 6.25 บาท 7 บาท 0.75 สตางค์ ต้นทุนของบรรจุภัณฑ์แบบเดิมมีต้นทุนกล่องละ 7 บาท และบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนารวมต้นทุน อุปกรณ์ป้องกันมีต้นทุนกล่องละ 6.25 บาท ซึ่งต้นทุนของบรรจุภัณฑ์แบบเดิมมีต้นทุนที่มากกว่าบรรจุภัณฑ์ที่ ได้รับการพัฒนาอยู่ที่ 0.75 สตางค์ 4.5 ประเมินประสิทธิภาพกล่องบรรจุภัณฑ์ ผลการวิเคราห์ข้อมูลการประเมินประสิทธิภาพการออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เพื่อการขนส่ง โดยแบ่งการประเมิน เป็นดังนี้ 1. การประเมินประสิทธิภาพความพึ่งพอใจของของผู้ใช้งานที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ กรณีศึกษา ร้านมิสเตอร์ไนน์ โดยทำการประเมิน 4 ด้าน 1.ด้านการปกป้องบรรจุภัณฑ์ 2.ด้านการอำนวยความสะดวกการใช้งาน 3.ด้านการขนส่ง 4.ด้านความคุ้มค่า
51 ผลแบบประเมินประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้ใช้งานที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ 1. ผู้ประเมิน (รวม 2 คน) 2. การวิเคราะห์ข้อมูล ความหมายค่าเฉลี่ย (Mean) ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด. 2543 :100) ค่าเฉลี่ยของคะแนน 4.51 – 5.00 หมายถึงดีมากที่สุด ค่าเฉลี่ยของคะแนน 3.51 – 4.50 หมายถึงดีมาก ค่าเฉลี่ยของคะแนน 2.51 – 3.50 หมายถึงปานกลาง ค่าเฉลี่ยของคะแนน 1.51 – 2.50 หมายถึงน้อย ค่าเฉลี่ยของคะแนน 1.00 – 1.50 หมายถึงน้อยที่สุด 3. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. ค่าเฉลี่ย (Mean) 2. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 4. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล แทน ค่าเฉลี่ย S.D แทน ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
52 ตารางชุดที่ 4.6 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบประเมินประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์สำหรับ ผู้ใช้งานที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านการปกป้องของบรรจุภัณฑ์ 1.ด้านการป้องกันของบรรจุภัณฑ์ X X/ S.D ระดับประสิทธิภาพ 1.1 ความสามารถป้องกันการบีบอัดของเค้กที่อยู่ ภายในไม่ให้เค้กได้รับความเสียหาย 7 3.50 0.71 ปานกลาง 1.2 ความสามารถของที่ยึดเค้กไม่ให้เคลื่อนที่เวลา ขนส่ง 8 4.00 0.00 ดีมาก 1.3 ความแข็งแรงของกล่องสามารถวางซ้อนกันได้ 8 4.00 0.00 ดีมาก รวม 23 3.83 0.41 ดีมาก ด้านการป้องกันของบรรจุภ ัณฑ์คว ามสามารถป้องกันการบีบอัดของเค้กที่อยู่ ภายในไม่ให้เค้กได้รับความเสียหาย มีค่าเฉลี่ย 3.50 ส่วนเบี่งเบนมาตรฐาน 0.71 ระดับประสิทธิภาพ ปานกลาง ความสามารถของที่ยึดเค้กไม่ให้เคลื่อนที่เวลาขนส่ง มีค่าเฉลี่ย 4.00 ส่วนเบี่งเบนมาตรฐาน 0.00 ระดับประสิทธิภาพ ดีมาก ความแข็งแรงของกล่องสามารถวางซ้อนกันได้มีค่าเฉลี่ย 4.00 ส่วนเบี่งเบน มาตรฐาน 0.00 ระดับประสิทธิภาพ ดีมาก รวมด้านการป้องกันของบรรจุภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.83 ระดับ ประสิทธิภาพ ดีมาก
53 ตารางชุดที่ 4.7 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบประเมินประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์สำหรับ ผู้ใช้งานที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านการอำนวยความสะดวกการใช้งาน 2.ด้านการอำนวยความสะดวกการใช้งาน X X/ S.D ระดับประสิทธิภาพ 2.1 บรรจุสินค้าได้พอดีและเหมาะสมกับขนาด ของเค้ก 7 3.50 0.71 ปานกลาง 2.2 บรรจุสินค้าได้สะดวก 6 3.00 0.00 ปานกลาง 2.3 ใช้งานได้ง่าย เช่น การเปิด-ปิดและเก็บรักษา 6 3.00 0.00 ปานกลาง รวม 19 3.17 0.41 ปานกลาง ด้านการอำนวยความสะดวกการใช้งาน บรรจุสินค้าได้พอดีและเหมาะสมกับขนาดของเค้ก มีค่าเฉลี่ย 3.50 ส่วนเบี่งเบนมาตรฐาน 0.71 ระดับประสิทธิภาพ ปานกลาง บรรจุสินค้าได้สะดวก มีค่าเฉลี่ย 3.00 ส่วน เบี่งเบนมาตรฐาน 0.00 ระดับประสิทธิภาพ ปานกลาง ใช้งานได้ง่าย เช่น การเปิด-ปิดและเก็บรักษา มีค่าเฉลี่ย 3.00 ส่วนเบี่งเบนมาตรฐาน 0.00 ระดับประสิทธิภาพ ปานกลาง รวมด้านการอำนวยความสะดวกการใช้งาน มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.17 ระดับประสิทธิภาพ ปานกลาง
54 ตารางชุดที่ 4,8 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบประเมินประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์สำหรับ ผู้ใช้งานที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านการขนส่ง 3.ด้านการขนส่ง X X/ S.D ระดับประสิทธิภาพ 3.1 สามารถป้องกันการเสียหายระหว่างขนส่ง 7 3.50 0.71 ปานกลาง 3.2 เพิ่มพื้นที่ในการขนส่ง วางซ้อนกันได้ 7 3.50 0.71 ปานกลาง 3.3 สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย 7 3.50 0.71 ปานกลาง รวม 21 3.50 0.00 ปานกลาง ด้านการขนส่ง สามารถป้องกันการเสียหายระหว่างขนส่ง มีค่าเฉลี่ย 3.50 ส่วนเบี่งเบนมาตรฐาน 0.71 ระดับประสิทธิภาพ ปานกลาง เพิ่มพื้นที่ในการขนส่ง วางซ้อนกันได้มีค่าเฉลี่ย 3.50 ส่วนเบี่งเบนมาตรฐาน 0.71 ระดับประสิทธิภาพ ปานกลาง สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย มีค่าเฉลี่ย 3.50 ส่วนเบี่งเบนมาตรฐาน 0.71 ระดับประสิทธิภาพ ปานกลาง รวมด้านการขนส่ง มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.50 ระดับประสิทธิภาพ ปานกลาง
55 ตารางชุดที่ 4.9 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบประเมินประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์สำหรับ ผู้ใช้งานที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านความสวยงาม 4.ด้านความคุ้มค่า X X/ S.D ระดับประสิทธิภาพ 4.1 ต้นทุนวัสดุที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีความคุ้มค่า 7 3.50 0.71 ปานกลาง 4.2 ต้นทุนวัสดุที่ใช้ยึดและปกป้องสินค้า 7 3.50 0.71 ปานกลาง 4.3 สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าหลังการขาย 7 3.50 0.71 ปานกลาง รวม 21 3.50 0.00 ปานกลาง ด้านความคุ้มค่า ต้นทุนวัสดุที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีความคุ้มค่า มีค่าเฉลี่ย 3.50 ส่วนเบี่งเบนมาตรฐาน 0.71 ระดับประสิทธิภาพ ปานกลาง ต้นทุนวัสดุที่ใช้ยึดและปกป้องสินค้า มีค่าเฉลี่ย 3.50 ส่วนเบี่งเบน มาตรฐาน 0.71 ระดับประสิทธิภาพ ปานกลาง สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าหลังการขาย มีค่าเฉลี่ย 3.50 ส่วนเบี่งเบนมาตรฐาน 0.71 ระดับประสิทธิภาพ ปานกลาง รวมด้านการขนส่ง มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.50 ระดับประสิทธิภาพ ปานกลาง
56 2.การประเมินประสิทธิภาพความพึ่งพอใจของของผู้บริโภคที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ กรณีศึกษา ร้านมิสเตอร์ไนน์ โดยทำการประเมิน 4 ด้าน 1.ด้านการปกป้องบรรจุภัณฑ์ 2.ด้านการอำนวยความสะดวกการใช้งาน 3.ด้านการขนส่ง 4.ด้านความสวยงาม ผลแบบประเมินความพึงพอใจของบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ผู้ประเมิน 1. ผู้ประเมิน (รวม 2 คน) 2. การวิเคราะห์ข้อมูล ความหมายค่าเฉลี่ย (Mean) ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด. 2543 :100) ค่าเฉลี่ยของคะแนน 4.51 – 5.00 หมายถึงดีมากที่สุด ค่าเฉลี่ยของคะแนน 3.51 – 4.50 หมายถึงดีมาก ค่าเฉลี่ยของคะแนน 2.51 – 3.50 หมายถึงปานกลาง ค่าเฉลี่ยของคะแนน 1.51 – 2.50 หมายถึงน้อย ค่าเฉลี่ยของคะแนน 1.00 – 1.50 หมายถึงน้อยที่สุด 3. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. ค่าเฉลี่ย (Mean) 2. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 4. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล แทน ค่าเฉลี่ย S.D แทน ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
57 ตารางชุดที่ 4.10 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบประเมินความพึงพอใจของบรรจุภัณฑ์สำหรับ ผู้บริโภคที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านการปกป้องของบรรจุภัณฑ์ 1.ด้านการป้องกันของบรรจุภัณฑ์ X X/ S.D ระดับความพอใจ 1.1 บรรจุภัณฑ์สามารถป้องกันการบีบอัดของเค้กที่ อยู่ภายในไม่ให้เค้กได้รับความเสียหาย 80 4.00 0.64 พอใจมากที่สุด 1.2 ความสามารถของที่ยึดเค้กไม่ให้เคลื่อนที่เวลา ขนส่ง 79 3.95 0.94 พอใจมาก 1.3 ความแข็งแรงของกล่องสามารถวางซ้อนกันได้ 80 4.00 0.73 พอใจมาก รวม 239 3.98 0.77 พอใจมาก ด้านการป้องกันของบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์สามารถป้องกันการบีบอัดของเค้กที่ อยู่ภายในไม่ให้เค้กได้รับความเสียหาย มีค่าเฉลี่ย 4.00 ส่วนเบี่งเบนมาตรฐาน 0.64 ระดับความพอใจ พอใจมากที่สุด ความสามารถของที่ยึดเค้กไม่ให้เคลื่อนที่เวลา ขนส่ง มีค่าเฉลี่ย 3.95 ส่วนเบี่งเบนมาตรฐาน 0.94 ระดับความพอใจ พอใจมาก ความแข็งแรงของกล่องสามารถวางซ้อนกันได้มีค่าเฉลี่ย 4.00 ส่วนเบี่งเบน มาตรฐาน 0.73 ระดับความพอใจ พอใจมาก รวมด้านการป้องกันของบรรจุภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.98 ระดับประสิทธิภาพ พอใจมาก
58 ตารางชุดที่ 4.11 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบประเมินความพึงพอใจของบรรจุภัณฑ์สำหรับ ผู้บริโภคที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านการอำนวยความสะดวกการใช้งาน 2.ด้านการอำนวยความสะดวกการใช้งาน X X/ S.D ระดับความพอใจ 2.1 บรรจุสินค้าได้พอดีและเหมาะสมกับขนาด ของเค้ก 84 4.16 0.68 พอใจมาก 2.2 บรรจุภัณฑ์ใช้งานได้ง่าย เช่น การเปิดปิด และเก็บรักษา 72 3.63 0.49 พอใจมาก 2.3 บรรจุภัณฑ์สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย 75 3.79 0.71 พอใจมาก รวม 231 3.86 0.62 พอใจมาก ด้านการอำนวยความสะดวกการใช้งาน บรรจุสินค้าได้พอดีและเหมาะสมกับขนาดของเค้ก มีค่าเฉลี่ย 4.16 ส่วนเบี่งเบนมาตรฐาน 0.68 ระดับความพอใจ พอใจมาก บรรจุภัณฑ์ใช้งานได้ง่าย เช่น การเปิดปิด แ ล ะ เ ก ็ บ ร ั ก ษ า ม ี ค ่ า เ ฉ ล ี ่ ย 3 .63 ส ่ ว น เ บ ี ่ ง เ บ น ม า ต ร ฐ า น 0 .49 ร ะ ด ั บ ค ว า ม พ อ ใ จ บรรจุภัณฑ์สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย มีค่าเฉลี่ย 3.79 ส่วนเบี่งเบนมาตรฐาน 0.71 ระดับความพอใจ พอใจมาก รวมด้านการอำนวยความสะดวกการใช้งาน มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.86 ระดับประสิทธิภาพ พอใจมาก
59 ตารางชุดที่ 4.12 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบประเมินความพึงพอใจของบรรจุภัณฑ์สำหรับ ผู้บริโภคที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านการขนส่ง 3.ด้านการขนส่ง X X/ S.D ระดับความพอใจ 3.1 บรรจุภัณฑ์สามารถป้องกันไม่ให้เค้กเสียหาย ระหว่างขนส่ง 77 3.84 0.71 พอใจมาก 3.2 บรรจุภัณฑ์ไม่ผิดรูปหรือเสียหายระหว่างขนส่ง 79 3.95 0.83 พอใจมาก 3.3 บรรจุภัณฑ์สามารถการเรียนซ้อนบนชั้นวาง 78 3.95 0.83 พอใจมาก รวม 234 3.91 0.79 พอใจมาก ด้านการขนส่ง บรรจุภัณฑ์สามารถป้องกันไม่ให้เค้กเสียหาย ระหว่างขนส่ง มีค่าเฉลี่ย 3.84 ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.71 ระดับความพอใจ พอใจมาก บรรจุภัณฑ์ไม่ผิดรูปหรือเสียหายระหว่างขนส่ง มี ค่าเฉลี่ย 3.95 ส่วนเบี่งเบนมาตรฐาน 0.83 ระดับความพอใจ บรรจุภัณฑ์สามารถการเรียนซ้อนบนชั้นวาง มี ค่าเฉลี่ย 3.79 ส่วนเบี่งเบนมาตรฐาน 0.71 ระดับความพอใจ พอใจมาก รวมด้านการขนส่ง มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.91 ระดับประสิทธิภาพ พอใจมาก
60 ตารางชุดที่ 4.13 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบประเมินความพึงพอใจของบรรจุภัณฑ์สำหรับ ผู้บริโภคที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านความสวยงาม 4.ด้านความสวยงาม X X/ S.D ระดับความพอใจ 4.1 บรรจุภัณฑ์สร้างความสวยงาม โดดเด่น ทันสมัย 61 3.05 0.49 พอใจปานกลาง 4.2 บรรจุภัณฑ์มีความน่าสนใจ ดึงดูดใจ 63 3.16 0.58 พอใจปานกลาง 4.3 บรรจุภัณฑ์สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า 67 3.37 0.84 พอใจปานกลาง รวม 191 3.19 0.64 พอใจปานกลาง ด้านความสวยงาม บรรจุภัณฑ์สร้างความสวยงาม โดดเด่น ทันสมัย มีค่าเฉลี่ย 3.05 ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน 0.49 ระดับความพอใจ พอใจปานกลาง บรรจุภัณฑ์มีความน่าสนใจ ดึงดูดใจ มีค่าเฉลี่ย 3.16 ส่วน เบี่งเบนมาตรฐาน 0.58 ระดับความพอใจ พอใจปานกลาง บรรจุภัณฑ์สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า มีค่าเฉลี่ย 3.79 ส่วนเบี่งเบนมาตรฐาน 0.84 ระดับความพอใจ พอใจปานกลาง รวมด้านความสวยงาม มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.19 ระดับประสิทธิภาพ พอใจปานกลาง
61 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งสำหรับผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ กรณีศึกษา ร้านมิสเตอร์ไนน์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการขนส่งเบเกอรี่และเพื่อศึกษาแนว ทางการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการขนส่งเบเกอรี่ผู้วิจัยทําการศึกษาปัญหาโดยใช้ทฤษฎีแผนผังก้างปลาและ แผนภูมิพาเรโตเพื่อที่จะนําไปวิเคราะห์ปัญหาเพื่อพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ได้พัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อ การขนส่งสำหรับผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ กรณีศึกษา ร้านมิสเตอร์ไนน์ ซึ่งได้ทำการพัฒนา ปรับปรุง ตรวจสอบและ ประเมินประสิทธิภาพกล่องบรรจุภัณฑ์ผู้วิจัยได้ทำการสรุปผลออกเป็น 3 หัวข้อดังนี้ 1.เสนอผลการตรวจสอบทดลองบรรจุภัณฑ์ 2. เสนอผลการเปรียบเทียบต้นทุนบรรจุภัณฑ์แบบเดิมและบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา 3.ประเมินประสิทธิภาพของกล่องบรรจุภัณฑ์ 5.1 สรุปผลการศึกษา จากการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งสำหรับผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ กรณีศึกษา ร้านมิสเตอร์ไนน์ทําการศึกษา ปัญหาโดยใช้ทฤษฎีแผนผังก้างปลาและแผนภูมิพาเรโตผลสำรวจมาจัดทำแผนภูมิและพิจารณาด้วยหลักของ พาเรโต สรุปได้ว่า สาเหตุหลักของปัญหาในครั้งนี้ คือ บรรจุภัณฑ์ (ร้อยละ56.82) จึงส่งผลกระทบต่อสินค้า ดังนั้นผู้จัดทำจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าได้รับความเสียหายสอดคล้องกับ งานวิจัยของ จิตสุภา สาคร จากนั้นทำการพัฒนาปรับได้บรรจุภัณฑ์กล่องมีขนาด กว้าง x ยาว x สูง 20 x 20 x 18 เซนติเมตร ผู้วิจัยทำการทดลองใช้บรรจุภัณฑ์ทำการทดสอบเวลาที่ใช้ในการบรรจุสินค้าด้วยกล่องบรรภัณฑ์ แบบเดิมและบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาพบว่าเวลาในการบรรจุกล่องบรรจุภัณฑ์แบบเดิมใช้เวลาบรรจุเฉลี่ย
62 34.24 วินาที และเวลาในการบรรจุกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาใช้เวลาบรรจุเฉลี่ย 33.04 วินาที ซึ่งผล การทดสอบพบว่าเวลาในการการบรรจุกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาใช้เวลาบรรจุเฉลี่ยน้อยกว่าบรรจุ ภัณฑ์แบบเดิม 1.19 วินาที สอดคล้องกับวิจัยของ เทวัญ บุภักดีและผกามาศ ผจญแกล้ว ซึ่งได้มีการ เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของบรรจุภัณฑ์แบบเดิมและบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาพบว่า กระดาษที่ใช้ทำกล่อง บรรจุภัณฑ์ที่พัฒนา คือ กระดาษอาร์ตมัน บรรจุภัณฑ์แบบเดิม คือ กระดาษเทาขาว ความสามารถในการซึม ซับคราบไขมันบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนา สามารถซึมซับได้เพราะกระดาษอาร์ตมันมีความมันวาว บรรจุภัณฑ์ แบบเดิม ไม่ได้ มีขนาดเหมาะสมกับสินค้าบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนา มีขนาดกล่องพอดีกับสินค้า บรรจุภัณฑ์แบบเดิม มีขนาดใหญ่กว่าสินค้า ความสามารถในการป้องกันเค้กเคลื่อนที่บรรจุภัณฑ์ที่พัฒนา ได้ เพราะมีการนำตัวล็อก มายึดสินค้ากับฐานไว้ด้วยกัน บรรจุภัณฑ์แบบเดิม ไม่ได้มี ความสามารถในการป้องกันหน้าเค้กเสียหายบรรจุ ภัณฑ์ที่พัฒนา ได้ เพราะมีการออกแบบให้มีฝาดันกล่องป้องกันการบีบอัด บรรจุภัณฑ์แบบเดิม ไม่ได้มี สามารถ มองเห็นสินค้าได้บรรจุภัณฑ์ที่พัฒนา ไม่ได้บรรจุภัณฑ์แบบเดิม ได้ ความสามารถต่อการบรรจุบรรจุภัณฑ์ที่ พัฒนา ง่าย บรรจุภัณฑ์แบบเดิม ค่อนยาก พื้นที่วางสินค้าในการขนส่งบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนามีขนาด 20 x 20 x 18 เซนติเมตร วางได้ 4 กล่อง บรรจุภัณฑ์แบบเดิมมีขนาด 21 x 21 x 10 เซนติเมตร วางได้ 2 กล่อง กระเป๋า ไลน์แมนมีขนาด 40 x 40 x 40 เซนติเมตร ผลของการเปรียบเทียบต้นทุนของบรรจุภัณฑ์แบบเดิมและบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาพบว่าบรรจุ ภัณฑ์แบบเดิมมีต้นทุนกล่องละ 7 บาท และบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาโดยรวมอุปกรณ์ป้องกันมีต้นทุนกล่อง ละ 6.25 บาท ซึ่งต้นทุนของบรรจุภัณฑ์แบบเดิมมีต้นทุนที่มากกว่าบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาอยู่ที่ 0.75 สตางค์
63 ผลของแบบประเมินประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้ใช้งานที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านการป้องกันของบรรจุภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.83 ระดับประสิทธิภาพ ดีมาก ด้านการอำนวยความสะดวกการใช้งาน มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.17 ระดับประสิทธิภาพ ปานกลาง ด้านการขนส่ง มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.50 ระดับประสิทธิภาพ ปานกลาง ด้านความคุ้มค่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.50 ระดับประสิทธิภาพ ปานกลาง สรุปผลของแบบประเมินประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้ใช้งานที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เบเกอรี่ ด้านการป้องกันของบรรจุภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.98 ระดับประสิทธิภาพ พอใจมาก ด้านการอำนวยความสะดวกการใช้งาน มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.86 ระดับประสิทธิภาพ พอใจมาก ด้านการขนส่ง มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.91 ระดับประสิทธิภาพ พอใจมาก ด้านความสวยงาม มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.19 ระดับประสิทธิภาพ พอใจปานกลาง 5.2 ข้อจำกัดในการศึกษา 1) โดยวิธีการทำด้วยมือทำให้บรรจุภัณฑ์ไม่ค่อยมีความสม่ำเสมอ 2) กระดาษที่ใช้ไม่มีขนาดที่พอที่กับขนาดที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์ต้องมีการตัดแปะทำให้อาจจะดูไม่ค่อยสวยงาม 5.3 ข้อเสนอแนะ การศึกษาความเป็นไปได้ในการ ต้องเพิ่มเติมสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1) การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเฉพาะร้านมิสเตอร์ไนน์ อาจจะทำวิจัยกับร้านเบเกอรี่อื่นด้วย 2) การวิจัยในครั้งนี้เป็นการพัฒนาในผลิตภัณฑ์เดียวโดยอาจจะนำวิธีการวิจัยไปใช้กับผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นๆ 3) การทดสอบอาจจะมีการทดสอบเพิ่มเติมในเรื่องของการวัดความแข็งแรง การวัดความต้านทานแรงกด การวัดอัตราการซึมผ่านของน้ำ เป็นต้น
64 บรรณานุกรม กิตติพงษ์ ตาลกุล, และคณะ.(2562). การวิจัยเพื่อการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์.https://so05.tcithaijo.org/index.php/saujournalssh/article/download/217027/150579 จิราวรรณ สมหวัง , และคณะ.(5 พฤษภาคม 2565). การพัฒนาบรรจุภัณฑ์โลจิสติกส์สำหรับผลิตภัณฑ์ ปลาร้า 5 วันของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการแปรรูปและการถนอมอาหารบ้านทุ่งสาธารณ์. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/lawasrijo/article/download/257548/175675 ณัตพร ไชยเสนา.(9 ตุลาคม 2562).การออกแบบบรรจุภัณฑ์ด้านโลจิสติกส์ให้กับกลุ่มหัตถกรรม เครื่องปั้นดินเผา เกาะเกร็ด.https://so03.tcithaijo.org/index.php/rpu/article/download/231899/158216 ปฎิญญาณ์ แสงอรุณ ,เศรษฐกาล โปร่งนุช.(20 ธันวาคม 2564). การออกแบบบรรจุภัณฑ์ของที่ระลึก ประเภทกล้วยไม้ เพื่อยกระดับรายได้ชุมชน.https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/fitssru/article/download/245964/168145 ปรารถนา ศิริสานต์ ,และคณะ.(19 เมษายน 2562). การพัฒนาบรรจุภัณฑ์กล้วยแปรรูป. https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/psru-jite/article/download/233252/160083 พุทธชน อนุรักษ์ , และคณะ.(30 มิถุนายน 2565). แนวทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์กล้วยไม้สำหรับใช้ ในการให้บริการของสายการบินโดยใช้แอปพลิเคชัน Procreate.https://www.researchgate.net/profile/PhatthanaThanakitputimed/publication/372164757_Orchid_Products/links/64a7980995bbb e0c6e1c10a4/Orchid-Products.pdf ภัทรกร ออแก้ว.(30 ตุลาคม 2563 ).การออกแบบบรรจุภัณฑ์กระเป๋าจากเปลือกไข่นกกระจอกเทศ. https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/jermutt/article/download/243670/165594 วรกฤต ช่างจัตุรัส , ชณัฐ วิพัทนะพร และศิวดล กัญญาคำ.(17 มกราคม 2566). การพัฒนาและ ออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อใช้ในการขนส่งสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงปูนา. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/soc-rmu/article/download/259700/176053
65 ศศิธร ทองเปรมจิตต์ ,และศิรินภา พรมมาแบน.(2562).การออกแบบบรรจุภัณฑ์ขนมกลีบลำดวนชัชฎา กรณ์เบเกอรี่ที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่น.https://so05.tcithaijo.org/index.php/balajhss/article/download/217848/150955 ไสยเพ็ญ เฉิดเจิม , ภูพิชย์ ทานะ ,และแสงเดือน ธรรมวัตร.(21 มิถุนายน 2564 ). การออกแบบบรรจุ ภัณฑ์ข้าวไรซ์เบอรี่. https://ph02.tcithaijo.org/index.php/journalindus/article/download/244375/166253 กัญจน์อมล พรหมศาสตร์. 2553. การศึกษาเปรียบเทียบการลงทุนคลังสินค้าเชิงเศรษฐศาสตร์ วิศวกรรม กรณีศึกษา คลังสินค้าอุตสาหกรรมผลิตขวดแก้ว. วิทยานิพนธ์อุตสาหกรรมศาสตร์ มหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระ จอมเกล้าพระนครเหนือ.
66 ภาคผนวก
67
68
69
70
71