3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
- ใช้ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ตดั สนิ ใจแกป้ ญั หา
- คิดตดั สนิ ใจโดยคานงึ ผลกระทบทมี่ ีต่อตนเองและสงั คม
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
- นากระบวนการตา่ งๆไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างเหมาะสม
- ปรบั ตวั ให้เขา้ กบั การเปล่ียนแปลงของสงั คมและสภาพแวดล้อมได้อยา่ งเหมาะสม
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- เลอื กใชเ้ ทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูลเพื่อพฒั นาตนเองดา้ นการเรยี นรู้
กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาเข้าส่บู ทเรียน
1. ให้นักเรียนทบทวนความรู้เร่ือง รูปส่ีเหลี่ยมคางหมู โดยครูให้ผู้แทนนักเรียนออกมาวาดรูป
สเ่ี หลยี่ มคางหมู ตามทค่ี รกู าหนดบนกระดาน พร้อมทงั้ เขียนชอื่ และเขียนเสน้ ทแยงมมุ ดังตัวอย่าง
AB
D C
ข้นั สอน
1. จากกิจกรรมข้นั นาเข้าส่บู ทเรยี น ครเู ขยี นเส้นแสดงความสงู แล้วถามคาถามนักเรียน ดังน้ี
A BG
DF C
- รูปสเี่ หล่ียมคางหมนู มี้ ชี ื่อว่าอะไร (ABCD)
- มีดา้ นใดขนานกัน (̅A̅̅B̅ // ̅C̅̅D̅)
- เส้นใดเปน็ ความสูงของรปู สี่เหลีย่ ม (̅A̅̅F̅ และ ̅C̅̅G̅)
- เสน้ ใดเปน็ เสน้ ทแยงมมุ (A̅̅̅C̅)
- เส้นทแยงมมุ ของรปู สี่เหลยี่ มมลี กั ษณะอย่างไร (แบ่งรปู ส่เี หล่ียมเป็นรปู สามเหลีย่ ม 2 รปู )
- หาพื้นที่ ABCD ได้อยา่ งไร (หาผลรวมของพนื้ ท่ีสามเหล่ียม 2 รปู )
- หาพนื้ ทีข่ องรปู สามเหล่ียมรปู ใด (ADC และ ABC)
- ADC มีพน้ื ท่เี ทา่ ไร (1 × ̅D̅̅C̅ × ̅A̅̅F̅)
2
ABC มพี ้ืนท่เี ทา่ ไร (1
- × A̅̅̅B̅ × C̅̅̅G̅)
2
(1
- เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์แสดงการหาพื้นท่ี ABCD ได้อย่างไร × D̅̅̅C̅ × A̅̅̅F̅) +
2
(1
× ̅A̅̅B̅ × ̅C̅̅G̅)
2
- A̅̅̅F̅ เทา่ กบั ̅C̅̅G̅ หรือไม่ (เท่ากนั )
- เพราะเหตใุ ด (เป็นความสูงของสี่เหลีย่ มท่ีมี ̅A̅̅B̅ และ C̅̅̅D̅ ขนานกัน)
- เขียนประโยคสัญลักษณ์แสดงการหาพื้นที่ ABCD ได้อย่างไร (1 × ̅A̅̅F̅ × (A̅̅̅B̅ +
2
C̅̅̅D̅))
- A̅̅̅F̅ คอื ส่วนใดของรูปส่เี หลย่ี ม (ความสงู )
- A̅̅̅B̅, ̅C̅̅D̅ คอื ส่วนใดของรปู สี่เหลีย่ ม (ดา้ นค่ขู นาน)
- ดังนั้นสรุปเป็นสูตรการหาพ้ืนท่ีได้อย่างไร (พ้ืนท่ีรูปส่ีเหล่ียมคางหมู = 1 × ความสูง ×
2
ผลบวกของความยาวของด้านคู่ทข่ี นานกัน)
2. ครูให้นักเรียนทาใบงานที่ 9 การหาพ้ืนที่ของรูปสี่เหล่ียมคางหมู เม่ือเสร็จแล้วให้นักเรียน
ช่วยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากน้นั ครูและนกั เรียนร่วมกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี 9
ข้ันสรุป
2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงท่ีได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การหาพื้นท่ีของรูปสี่เหลี่ยมคางหมู
เมือ่ กาหนดความสูงและความยาวของดา้ นคู่ที่ขนานกันอาจหาไดจ้ ากสตู ร
พนื้ ทขี่ องรูปสเ่ี หล่ียมคางหมู = 1 × ความสงู × ผลบวกของความยาวของด้านค่ทู ี่ขนานกนั
2
สื่อและแหล่งเรียนรู้
- หนังสือแบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 เลม่ 2
การวดั และการประเมินผล วิธีการวัดผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
การวดั ผล ตรวจผลการทา
แบบฝกึ หัด ผ่านเกณฑ์ระดบั ดีขน้ึ ไป
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ แบบฝึกหดั
ดา้ นความรู้ (K) แบบฝึกหดั ผ่านเกณฑร์ ะดบั ดีขึ้นไป
ตรวจผลการทา
หาพื้นที่ของรปู สเ่ี หลยี่ มคางหมู แบบฝึกหดั แบบสงั เกต ผ่านเกณฑร์ ะดับดีข้นึ ไป
ที่กาหนดให้ได้ พฤติกรรม
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P) สังเกตพฤตกิ รรม
สามารถแสดงเหตุผล
ประกอบการหาพื้นท่ีของรปู
สเี่ หล่ียมคางหมูได้อยา่ งเหมาะสม
ด้านคุณลักษณะ (A)
นกั เรยี นมีวนิ ัยในตนเอง
การประเมนิ ผล
ประเด็นการ ระดบั คุณภาพ
ประเมิน
4 32 1
(ดมี าก) (ตอ้ งปรบั ปรุง)
(ดี) (กาลงั พัฒนา) ทาแบบฝึกหดั ได้
อย่างถูกต้องตา่ กว่า
1. หาพื้นท่ีของ ทาแบบฝกึ หดั ได้ ทาแบบฝึกหัดได้ ทาแบบฝกึ หัดได้ รอ้ ยละ 60
รปู สีเ่ หล่ยี ม อย่างถูกต้องร้อยละ อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ นกั เรียนไมส่ ามารถ
แสดงเหตผุ ลหา
คางหมทู ี่ 90 ขนึ้ ไป 80 - 89 60 - 79 พนื้ ทีข่ องรูป
ส่เี หลีย่ มคางหมูได้
กาหนดใหไ้ ด้
นักเรยี นข้าเรยี น
2. นกั เรยี น นกั เรยี นสามารถ นกั เรียนสามารถ นกั เรยี นสามารถ สายเกนิ 10 นาที
แสดงเหตุผลหา แสดงเหตุผล
สามารถแสดง แสดงเหตผุ ล พน้ื ทีข่ องรูป ประกอบการหา
ส่เี หลย่ี มคางหมูได้ พน้ื ที่ของรปู
เหตผุ ล ประกอบการหา ถกู ต้อง สีเ่ หล่ยี มคางหมูได้
ประกอบการ พื้นที่ของรปู
หาพน้ื ทขี่ องรูป ส่ีเหลี่ยมคางหมูได้
สี่เหล่ยี มคาง อยา่ งเหมาะสม
หมูได้อย่าง
เหมาะสม
3. มีวนิ ยั ใน นักเรียนเขา้ เรียน นักเรยี นเขา้ เรยี น นักเรียนเข้าเรยี น
สายไม่เกิน 5 นาที สายเกนิ 5 นาที แต่
ตนเอง ตรงเวลา ไมเ่ กนิ 10 นาที
บนั ทกึ หลังการสอน
สรุปผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรยี นจานวน ................................................... คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ...............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้ ............... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ………………………….
ไดแ้ ก่
1. ……………………………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………………………….
นกั เรียนมีความสามารถพิเศษไดแ้ ก่
1. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจ (K)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นักเรยี นมคี วามรเู้ กิดทกั ษะ (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นกั เรยี นมีคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครผู ้สู อน
ความคดิ เหน็ ของฝ่ายวชิ าการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ .......................................................... หัวหน้าฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)
ความคิดเหน็ ของผู้อานวยการ
เหมาะสม เน้ือหาครบถว้ น
ไมเ่ หมาะสม เพราะ ....................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................................................
(นายพิรชั วชิ ช์ อคุ ต)
รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรยี นบ้านศรีทองสามคั คี
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 7 เรอ่ื ง รปู หลายเหล่ยี ม จานวน 20 ช่วั โมง
รายวิชา คณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค 16101 ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 10 เร่ือง การหาพน้ื ท่ีของสี่เหลี่ยมคางหมู เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง
___________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ดั
สาระท่ี 1 การวัดและเรขาคณิต
มาตรฐานการเรยี นรู้
ค 2.1 เขา้ ใจพนื้ ฐานเกยี่ วกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัดและนาไปใช้
ตวั ชี้วัด
ค 2.1 ป.6/2 : แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปหลาย
เหลยี่ ม
สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
พื้นทีข่ องรปู สี่เหลยี่ มคางหมู = 1 × ความสูง × ผลบวกของความยาวของด้านคู่ท่ีขนานกัน
2
จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge : K)
นักเรยี นหาพน้ื ที่ของรูปส่เี หล่ยี มคางหมูท่ีกาหนดให้ได้ (K)
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
นักเรยี นสามารถแสดงเหตผุ ลประกอบการหาพนื้ ท่ีของรูปสเี่ หลยี่ มคางหมูไดอ้ ย่างเหมาะสม (P)
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude : A)
มีวนิ ัยในตนเอง (A)
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวินยั
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร
- มีความรคู้ วามเข้าใจและสามารถสือ่ สารกบั ครูและเพื่อนไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม
2. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการแปลความ ทกั ษะการเชือ่ มโยง ทักษะการใหเ้ หตผุ ล
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
- ใชท้ ักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ตัดสนิ ใจแก้ปัญหา
- คิดตดั สินใจโดยคานงึ ผลกระทบทีม่ ตี ่อตนเองและสังคม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
- นากระบวนการต่างๆไปใช้ในชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
- ปรับตวั ใหเ้ ข้ากับการเปล่ียนแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอ้ มไดอ้ ย่างเหมาะสม
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- เลอื กใช้เทคโนโลยีในการสืบค้นขอ้ มลู เพ่ือพัฒนาตนเองดา้ นการเรียนรู้
กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นาเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครูถามนักเรียนว่า ถ้าครูมีที่ดินแปลงหนึ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 8 เมตร ยาว 10 เมตร
ควรจะหาพืน้ ทไี่ ด้อย่างไร (ใช้สูตร)
ครูใชค้ าถามกระตุน้ นักเรยี น ดงั นี้
- สตู รว่าอย่างไร (พน้ื ท่ขี องรูปส่ีเหล่ียมผืนผ้า = ความกว้าง × ความยาว)
- ทด่ี ินผืนนมี้ พี ้ืนทเ่ี ท่าไร (80 ตารางเมตร)
- ถ้าครูต้องการกระจกวางบนโต๊ะรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีความยาวของด้านยาวด้านละ 60
เซนตเิ มตร ครตู ้องใชก้ ระจกพ้ืนท่เี ทา่ ไร (3,600 ตารางเซนตเิ มตร)
- หาไดอ้ ย่างไร (จากสูตรพ้นื ทข่ี องรูปสี่เหลี่ยมจัตรุ สั เทา่ กบั ความยาวของด้าน × ความยาว
ของดา้ น)
ข้ันสอน
1. ครูติดรูปส่ีเหลี่ยมคางหมูบนกระดาน 2 รูป ให้นักเรียนช่วยกันหาคาตอบจากน้ัน ให้ผู้แทน
นกั เรยี น 2 คน ออกมาเขียนแสดงวธิ ที าบนกระดาน ดงั ตัวอยา่ ง
W 5 ซม. I พ้ืนที่ คางหมู WINY = 1 × ความสงู × ผลบวกของด้านคขู่ นาน
2
4 ซม. = 1 × 4 × (5 + 8)
2
Y 8 ซม. N = 1 × 4 × 13
2
= 26 ตารางเซนติเมตร
C 6.5 ซม. E พน้ื ที่รูปสี่เหล่ียมคางหมู CAKE = 44.7 ตารางเซนตเิ มตร
พ้ืนท่ีรูปสามเหลีย่ ม CAE = 19.5 ตารางเซนติเมตร
6 ซม. พ้ืนที่รูปสามเหลี่ยม AEK = 25.2 ตารางเซนตเิ มตร
A 8.4 ซม. K
2. ครูให้นักเรียนทาใบงานท่ี 10 การหาพื้นที่ของรูปสี่เหล่ียมคางหมู เม่ือเสร็จแล้วให้นักเรียน
ช่วยกันตรวจสอบความถกู ต้อง จากนน้ั ครูและนักเรียนรว่ มกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี 10
ขน้ั สรปุ
3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมคางหมู
เมอ่ื กาหนดความสูงและความยาวของด้านค่ทู ี่ขนานกันอาจหาได้จากสูตร
พ้นื ที่ของรูปสเี่ หลยี่ มคางหมู = 1 × ความสงู × ผลบวกของความยาวของดา้ นคทู่ ่ีขนานกัน
2
สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้
- หนงั สอื แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6 เลม่ 2
การวดั และการประเมินผล วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
การวัดผล ตรวจผลการทา
แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑ์ระดับดีข้ึนไป
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ แบบฝกึ หดั
ดา้ นความรู้ (K) แบบฝกึ หัด ผา่ นเกณฑร์ ะดับดีขึ้นไป
ตรวจผลการทา
หาพ้ืนที่ของรปู ส่เี หลี่ยมคางหมู แบบฝกึ หดั แบบสงั เกต ผ่านเกณฑร์ ะดับดีขึน้ ไป
ท่ีกาหนดให้ได้ พฤติกรรม
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) สงั เกตพฤตกิ รรม
สามารถแสดงเหตุผล
ประกอบการหาพนื้ ที่ของรูป
สี่เหล่ยี มคางหมูได้อยา่ งเหมาะสม
ด้านคณุ ลักษณะ (A)
นักเรยี นมีวนิ ัยในตนเอง
การประเมินผล
ประเดน็ การ ระดับคณุ ภาพ
ประเมิน
4 32 1
(ดมี าก) (ต้องปรับปรุง)
(ดี) (กาลังพัฒนา) ทาแบบฝกึ หดั ได้
อยา่ งถูกต้องต่ากว่า
1. หาพ้นื ที่ของ ทาแบบฝึกหัดได้ ทาแบบฝกึ หัดได้ ทาแบบฝึกหัดได้ รอ้ ยละ 60
รปู สี่เหล่ยี ม อยา่ งถูกต้องร้อยละ อยา่ งถูกต้องร้อยละ อยา่ งถูกต้องร้อยละ นักเรียนไมส่ ามารถ
แสดงเหตผุ ลหา
คางหมทู ี่ 90 ขน้ึ ไป 80 - 89 60 - 79 พน้ื ที่ของรูป
สี่เหล่ียมคางหมูได้
กาหนดใหไ้ ด้
นกั เรียนขา้ เรียน
2. นักเรียน นักเรยี นสามารถ นักเรียนสามารถ นกั เรยี นสามารถ สายเกิน 10 นาที
แสดงเหตุผลหา แสดงเหตุผล
สามารถแสดง แสดงเหตุผล พน้ื ท่ขี องรปู ประกอบการหา
สี่เหล่ียมคางหมูได้ พื้นท่ขี องรปู
เหตผุ ล ประกอบการหา ถูกต้อง สเ่ี หล่ียมคางหมูได้
ประกอบการ พน้ื ทขี่ องรูป
หาพนื้ ทขี่ องรูป สเ่ี หลย่ี มคางหมูได้
สเ่ี หลี่ยมคาง อยา่ งเหมาะสม
หมูได้อย่าง
เหมาะสม
3. มวี นิ ยั ใน นกั เรยี นเขา้ เรยี น นักเรียนเข้าเรยี น นักเรยี นเข้าเรยี น
สายไมเ่ กนิ 5 นาที สายเกนิ 5 นาที แต่
ตนเอง ตรงเวลา ไม่เกิน 10 นาที
บนั ทกึ หลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ...............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คิดเป็นร้อยละ ………………………….
ไดแ้ ก่
1. ……………………………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………………………….
นกั เรียนมีความสามารถพิเศษไดแ้ ก่
1. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. นักเรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจ (K)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกิดทักษะ (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครูผ้สู อน
ความคดิ เห็นของฝา่ ยวชิ าการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ .......................................................... หวั หน้าฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)
ความคิดเห็นของผู้อานวยการ
เหมาะสม เน้ือหาครบถว้ น
ไมเ่ หมาะสม เพราะ ....................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อุคต)
รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรยี นบ้านศรีทองสามคั คี
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 7 เรื่อง รูปหลายเหลย่ี ม จานวน 20 ชวั่ โมง
รายวชิ า คณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 16101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 11 เรื่อง การหาพ้นื ทีข่ องส่เี หลี่ยมจัตุรสั ใช้เสน้ ทแยงมุม เวลาเรียน 1 ชั่วโมง
___________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ดั
สาระท่ี 1 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐานการเรยี นรู้
ค 2.1 เข้าใจพน้ื ฐานเกย่ี วกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวดั และนาไปใช้
ตัวชวี้ ดั
ค 2.1 ป.6/2 : แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นท่ีของรูปหลาย
เหลี่ยม
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
พ้ืนทข่ี องรปู สเ่ี หล่ยี มจตั รุ สั = 1 × ผลคูณของความยาวของเสน้ ทแยงมุม
2
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge : K)
นกั เรยี นหาพน้ื ที่ของรูปสี่เหล่ยี มจัตุรสั ท่ีกาหนดให้ได้ (K)
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
นกั เรียนสามารถแสดงเหตผุ ลประกอบการหาพ้นื ที่ของรปู สี่เหลี่ยมจัตุรสั ได้อย่างเหมาะสม (P)
ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude : A)
มีวินยั ในตนเอง (A)
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี นิ ัย
สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
- มคี วามรูค้ วามเข้าใจและสามารถสือ่ สารกับครแู ละเพ่ือนไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม
2. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการแปลความ ทกั ษะการเช่อื มโยง ทักษะการใหเ้ หตุผล
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
- ใชท้ กั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ตัดสินใจแก้ปญั หา
- คิดตดั สนิ ใจโดยคานึงผลกระทบทีม่ ตี ่อตนเองและสงั คม
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
- นากระบวนการต่างๆไปใช้ในชีวติ ประจาวันไดอ้ ย่างเหมาะสม
- ปรับตัวให้เข้ากบั การเปล่ยี นแปลงของสงั คมและสภาพแวดล้อมได้อยา่ งเหมาะสม
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- เลอื กใชเ้ ทคโนโลยใี นการสบื ค้นขอ้ มูลเพื่อพัฒนาตนเองดา้ นการเรยี นรู้
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูถามนักเรียนว่า ถ้าครูมีที่ดินแปลงหนึ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 8 เมตร ยาว 10 เมตร
ครูจะหาพน้ื ท่ไี ด้อยา่ งไร (ใชส้ ูตร) จากนน้ั ครูถามคาถามนักเรยี นดังน้ี
- สตู รวา่ อย่างไร (พน้ื ท่ีของรูปสเี่ หลี่ยมผนื ผา้ = ความกวา้ ง × ความยาว)
- ท่ดี นิ ผนื นี้มพี น้ื ที่เทา่ ไร (80 ตารางเมตร)
- ถ้าครูต้องการกระจกวางบนโต๊ะรูปส่ีเหล่ียมจัตุรัสท่ีมีความยาวของด้านยาวด้านละ 60
เซนตเิ มตร ครตู อ้ งใช้กระจกพืน้ ที่เท่าไร (3,600 ตร.ซม.)
- หาได้อย่างไร (จากสูตรพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เท่ากับ ความยาวของด้าน × ความ
ยาวของดา้ น)
ขั้นสอน
1. ให้นักเรียนทบทวนความรู้เรื่อง รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยครูให้ผู้แทนนักเรียนออกมาวาดรูปบน
กระดาน พรอ้ มกับเขียนเส้นทแยงมมุ ของรปู สเ่ี หลย่ี ม ดงั ตวั อย่าง
TH
M
IA
2. จากกิจกรรมข้อ 1 ครถู ามคาถามนักเรยี น ดงั นี้
- รูปสี่เหล่ียมจัตุรัสท่ีกาหนดให้มีลักษณะอย่างไร (เป็นรูปสี่เหลี่ยมท่ีมีเส้นทแยงมุมตัดกัน
เปน็ มมุ ฉาก)
- จาก THAI เราจะหาพื้นที่ได้อย่างไร (หาพื้นท่ีของรูป THA และ TAI แล้ว
นามาบวกกัน)
- THA มีพน้ื ท่ีเท่าไร (1 × HM × TA)
2
- TAI มพี ื้นท่ีเทา่ ไร (1 × IM × TA)
2
- เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ได้อย่างไร ((1 × HM × TA) + (1 × IM × TA) หรือเท่ากับ
22
1 × TA × (HM + IM))
2
- HM + IM เทา่ กบั เท่าไร (HI)
- เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ได้อย่างไร (1 × TA × HI)
2
- TA และ HI คอื สว่ นใดของรปู สเ่ี หลยี่ ม (เสน้ ทแยงมุม)
- ดงั น้นั สรปุ เปน็ สูตรการหาพน้ื ที่ได้อย่างไร (พน้ื ท่ขี องรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส = 1 × ผลคูณของ
2
ความยาวของเส้นทแยงมุม)
3. ครตู ิดรูปส่ีเหล่ยี มจตั รุ สั บนกระดานให้นกั เรียนช่วยกนั หาคาตอบ ดงั ตวั อย่าง
TH
8 นิ้ว
M
I A
พื้นท่ีของรูปสีเ่ หล่ยี มจตั รุ ัส = 1 × ผลคูณของความยาวของเสน้ ทแยงมมุ
2
= 1×8×8
2
= 32 ตารางน้ิว
4. ครูใหน้ กั เรยี นทาใบงานท่ี 11 การหาพ้นื ทีข่ องรูปสีเ่ หลยี่ มจัตุรัสโดยใชเ้ ส้นทแยงมมุ เม่ือเสรจ็
แลว้ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ต้อง จากนัน้ ครูและนกั เรียนรว่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี 11
ขน้ั สรุป
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังน้ี พื้นท่ีของรูปส่ีเหลี่ยมจัตุรัส = 1 × ผล
2
คูณของความยาวของเสน้ ทแยงมมุ
ส่ือและแหลง่ เรยี นรู้
- หนงั สือแบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 เลม่ 2
การวดั และการประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
การวดั ผล ตรวจผลการทา
แบบฝึกหดั ผ่านเกณฑร์ ะดบั ดีข้นึ ไป
จุดประสงค์การเรยี นรู้ แบบฝึกหัด
ด้านความรู้ (K) แบบฝึกหดั ผ่านเกณฑร์ ะดบั ดีข้นึ ไป
ตรวจผลการทา
หาพื้นท่ีของรูปส่เี หลย่ี มจัตุรัสที่ แบบฝกึ หดั แบบสงั เกต ผ่านเกณฑ์ระดบั ดีขึน้ ไป
กาหนดใหไ้ ด้ พฤติกรรม
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) สงั เกตพฤตกิ รรม
สามารถแสดงเหตุผล
ประกอบการหาพน้ื ท่ีของรูป
สเี่ หลีย่ มจัตุรัสไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
นักเรยี นมวี ินยั ในตนเอง
การประเมนิ ผล
ประเดน็ การ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
4 32 1
(ดมี าก) (ตอ้ งปรับปรุง)
(ด)ี (กาลงั พัฒนา) ทาแบบฝกึ หดั ได้
อย่างถูกต้องต่ากวา่
1. หาพน้ื ท่ขี อง ทาแบบฝกึ หัดได้ ทาแบบฝึกหัดได้ ทาแบบฝึกหัดได้ ร้อยละ 60
รูปส่ีเหลีย่ ม อยา่ งถูกต้องร้อยละ อย่างถูกต้องร้อยละ อยา่ งถูกต้องร้อยละ นกั เรยี นไมส่ ามารถ
แสดงเหตุผลหา
จัตรุ สั ที่ 90 ขน้ึ ไป 80 - 89 60 - 79 พืน้ ทีข่ องรูป
ส่เี หล่ียมจัตรุ ัสได้
กาหนดใหไ้ ด้
2. นกั เรยี น นักเรียนสามารถ นกั เรียนสามารถ นักเรียนสามารถ
แสดงเหตุผลหา แสดงเหตผุ ล
สามารถแสดง แสดงเหตผุ ล พ้ืนทีข่ องรูป ประกอบการหา
สเี่ หลีย่ มจตั รุ สั ได้ พนื้ ท่ีของรปู
เหตุผล ประกอบการหา ถูกต้อง สเ่ี หลี่ยมจตั ุรสั ได้
ประกอบการ พน้ื ทขี่ องรปู
หาพื้นท่ขี องรปู สเ่ี หล่ยี มจัตุรัสได้
ส่ีเหลยี่ มจตั ุรสั อยา่ งเหมาะสม
ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
ประเด็นการ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
ประเมิน (ดีมาก) 32 (ตอ้ งปรับปรุง)
นักเรียนเข้าเรยี น (ด)ี (กาลังพัฒนา) นกั เรียนขา้ เรียน
3. มีวนิ ยั ใน ตรงเวลา นกั เรยี นเข้าเรียน นักเรยี นเขา้ เรียน สายเกิน 10 นาที
ตนเอง สายไม่เกิน 5 นาที สายเกิน 5 นาที แต่
ไมเ่ กิน 10 นาที
บนั ทกึ หลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ...............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้ ............... คน คิดเป็นร้อยละ ………………………….
ไดแ้ ก่
1. ……………………………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………………………….
นกั เรียนมีความสามารถพเิ ศษไดแ้ ก่
1. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. นักเรียนมีความรคู้ วามเข้าใจ (K)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกิดทกั ษะ (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหน่ง ครูผ้สู อน
ความคดิ เหน็ ของฝ่ายวชิ าการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ .......................................................... หวั หนา้ ฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)
ความคิดเหน็ ของผู้อานวยการ
เหมาะสม เน้ือหาครบถว้ น
ไมเ่ หมาะสม เพราะ ....................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อุคต)
รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรยี นบ้านศรีทองสามัคคี
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 7 เร่อื ง รปู หลายเหล่ียม จานวน 20 ช่ัวโมง
รายวิชา คณิตศาสตร์ รหสั วิชา ค 16101 ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 6
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 12 เร่ือง การหาพน้ื ท่ีของสเ่ี หล่ยี มขนมเปียกปนู เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง
___________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัด
สาระท่ี 1 การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐานการเรยี นรู้
ค 2.1 เขา้ ใจพนื้ ฐานเกี่ยวกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสงิ่ ทีต่ ้องการวดั และนาไปใช้
ตวั ช้ีวดั
ค 2.1 ป.6/2 : แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูปและพ้ืนท่ีของรูปหลาย
เหล่ยี ม
สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
พน้ื ท่ขี องรปู ส่ีเหลี่ยมขนมเปียกปูน = 1 × ผลคูณของความยาวของเส้นทแยงมุม
2
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge : K)
นักเรียนหาพน้ื ท่ีของรปู ส่เี หลีย่ มขนมเปยี กปูน ทก่ี าหนดให้ได้ (K)
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
นักเรยี นสามารถแสดงเหตผุ ลประกอบการหาพ้นื ท่ีของรปู ส่เี หลยี่ มขนมเปยี กปนู ได้อย่างเหมาะสม
(P)
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude : A)
มีวนิ ัยในตนเอง (A)
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี ินัย
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
- มีความรคู้ วามเข้าใจและสามารถสือ่ สารกับครูและเพ่ือนไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม
2. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการแปลความ ทักษะการเช่ือมโยง ทักษะการใหเ้ หตุผล
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
- ใช้ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ตัดสนิ ใจแก้ปัญหา
- คิดตดั สินใจโดยคานงึ ผลกระทบท่มี ีต่อตนเองและสังคม
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
- นากระบวนการตา่ งๆไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
- ปรับตัวใหเ้ ข้ากบั การเปลีย่ นแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอ้ มไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
- เลอื กใช้เทคโนโลยีในการสืบคน้ ข้อมูลเพ่ือพฒั นาตนเองดา้ นการเรยี นรู้
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครูตดิ รูปสเี่ หลย่ี มบนกระดาน แล้วให้นักเรยี นคร้ังละ 2 คน แขง่ ขันกันออกมาหาพ้ืนท่ีของรูป
สเี่ หล่ียมบนกระดาน ดังตวั อยา่ ง
5 ซม. 10 นวิ้
4 นวิ้
ขน้ั สอน
1. ให้นักเรียนทบทวนความรู้เร่ือง รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปนู โดยครูให้ผู้แทนนกั เรยี นออกมาวาด
รปู บนกระดาน พร้อมกบั เขยี นเส้นทแยงมมุ ของรูปส่ีเหล่ียม ดังตวั อย่าง
H
T MA
I
2. จากกจิ กรรมข้อ 1 ครถู ามคาถามนักเรียน ดังนี้
- รูปส่ีเหล่ียมขนมเปียกปูนที่กาหนดให้มีลกั ษณะอย่างไร (เป็นรูปส่ีเหลีย่ มท่ีมีเส้นทแยงมมุ
ตดั กันเปน็ มมุ ฉาก)
- จาก THAI เราจะหาพ้ืนที่ได้อย่างไร (หาพื้นที่ของรูป THA และ TAI แล้ว
นามาบวกกัน)
- THA มพี ้นื ที่เทา่ ไร (1 × HM × TA)
2
- TAI มีพื้นท่ีเทา่ ไร (1 × IM × TA)
2
- เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ได้อย่างไร ((1 × HM × TA) + (1 × IM × TA) หรือเท่ากับ
22
1 × TA × (HM + IM))
2
- HM + IM เทา่ กบั เท่าไร (HI)
- เขยี นเป็นประโยคสัญลักษณไ์ ดอ้ ย่างไร (1 × TA × HI)
2
- TA และ HI คือสว่ นใดของรปู ส่เี หลยี่ ม (เสน้ ทแยงมมุ )
- ดังนั้นสรุปเป็นสูตรการหาพ้ืนที่ได้อย่างไร (พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน = 1 × ผล
2
คูณของความยาวของเส้นทแยงมุม)
3. ครตู ิดรูปส่ีเหล่ียมขนมเปียกปนู บนกระดานใหน้ กั เรียนช่วยกนั หาคาตอบ ดังตวั อยา่ ง
H
4.8 ซม. T 3.2 ซมM. A
หห 1 × ผลคณู ของความยาวของเสน้ ทแยงมมุ
I
2
พืน้ ทข่ี องรูปส่เี หล่ียมขนมเปยี กปนู =
= 1 × 3.2 × 4.8
= 2
7.68 ตารางเซนติเมตร
4. ครูให้นักเรยี นทาใบงานท่ี 12 การหาพื้นท่ีของรูปสเี่ หล่ียมขนมเปยี กปูนโดยใชเ้ ส้นทแยงมุม เมือ่
เสรจ็ แล้วให้นกั เรียนช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี 12
ขน้ั สรุป
1. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรุปส่งิ ทไ่ี ด้เรยี นรู้ร่วมกัน ดงั นี้ พน้ื ทีข่ องรปู สี่เหลี่ยมขนมเปยี กปนู = 1
2
× ผลคณู ของความยาวของเส้นทแยงมมุ
สอื่ และแหล่งเรียนรู้
- หนงั สอื แบบฝึกหัดคณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 เลม่ 2
การวัดและการประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
การวัดผล ตรวจผลการทา
แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑร์ ะดับดีขึน้ ไป
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ แบบฝึกหัด
ดา้ นความรู้ (K) แบบฝึกหดั ผา่ นเกณฑร์ ะดับดีข้นึ ไป
ตรวจผลการทา
หาพืน้ ที่ของรูปสีเ่ หลี่ยมขนม แบบฝกึ หัด แบบสงั เกต ผา่ นเกณฑ์ระดับดีขนึ้ ไป
เปียกปูนทก่ี าหนดให้ได้ พฤติกรรม
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) สังเกตพฤตกิ รรม
สามารถแสดงเหตผุ ล
ประกอบการหาพ้ืนที่ของรูป
สเี่ หล่ียมขนมเปียกปนู ได้อยา่ ง
เหมาะสม
ด้านคุณลักษณะ (A)
นักเรียนมีวนิ ยั ในตนเอง
การประเมินผล
ประเด็นการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ
4 32 1
(ดีมาก) (ตอ้ งปรบั ปรุง)
(ด)ี (กาลังพัฒนา) ทาแบบฝึกหัดได้
อยา่ งถูกต้องตา่ กวา่
1. หาพ้ืนทข่ี อง ทาแบบฝึกหดั ได้ ทาแบบฝกึ หดั ได้ ทาแบบฝึกหดั ได้ ร้อยละ 60
รปู สเ่ี หล่ียม อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องร้อยละ อยา่ งถูกต้องร้อยละ นกั เรียนไมส่ ามารถ
แสดงเหตุผลหา
ขนมเปียกปนู ที่ 90 ข้นึ ไป 80 - 89 60 - 79 พื้นทขี่ องรปู
สเ่ี หลยี่ มขนมเปียก
กาหนดใหไ้ ด้ ปูนได้
2. นักเรยี น นกั เรียนสามารถ นกั เรียนสามารถ นกั เรียนสามารถ
แสดงเหตผุ ลหา แสดงเหตุผล
สามารถแสดง แสดงเหตุผล พน้ื ทีข่ องรปู ประกอบการหา
สเ่ี หลีย่ มขนมเปียก พนื้ ทข่ี องรูป
เหตผุ ล ประกอบการหา ปูนไดถ้ ูกต้อง สี่เหลี่ยมขนมเปียก
ปูนได้
ประกอบการ พ้ืนทข่ี องรูป
หาพ้ืนทีข่ องรปู สเ่ี หลีย่ มขนมเปียก
สเี่ หล่ียมขนม ปูนได้อย่าง
เหมาะสม
ประเดน็ การ 4 ระดับคุณภาพ 1
ประเมิน (ดมี าก) 32 (ตอ้ งปรบั ปรุง)
(ด)ี (กาลังพัฒนา)
เปียกปนู ได้
อย่างเหมาะสม
3. มีวินยั ใน นกั เรียนเขา้ เรียน นักเรียนเข้าเรยี น นกั เรยี นเขา้ เรยี น นักเรยี นข้าเรยี น
สายไม่เกิน 5 นาที สายเกนิ 5 นาที แต่ สายเกนิ 10 นาที
ตนเอง ตรงเวลา ไมเ่ กิน 10 นาที
บนั ทกึ หลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ ...............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ………………………….
ไดแ้ ก่
1. ……………………………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………………………….
นกั เรียนมีความสามารถพิเศษไดแ้ ก่
1. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรียนมคี วามรเู้ กิดทกั ษะ (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรียนมีคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหน่ง ครูผูส้ อน
ความคดิ เหน็ ของฝ่ายวชิ าการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ .......................................................... หวั หน้าฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)
ความคิดเหน็ ของผู้อานวยการ
เหมาะสม เน้ือหาครบถว้ น
ไมเ่ หมาะสม เพราะ ....................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อุคต)
รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผู้อานวนการโรงเรยี นบ้านศรีทองสามคั คี
แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 7 เร่อื ง รูปหลายเหลย่ี ม จานวน 20 ชัว่ โมง
รายวิชา คณิตศาสตร์ รหสั วิชา ค 16101 ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 13 เรื่อง การหาพืน้ ท่ขี องสเี่ หล่ียมรูปว่าว เวลาเรียน 1 ช่วั โมง
___________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัด
สาระที่ 1 การวัดและเรขาคณิต
มาตรฐานการเรยี นรู้
ค 2.1 เข้าใจพ้นื ฐานเกย่ี วกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสงิ่ ทตี่ ้องการวดั และนาไปใช้
ตัวช้วี ดั
ค 2.1 ป.6/2 : แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูปและพื้นท่ีของรูปหลาย
เหลย่ี ม
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
พน้ื ที่ของรปู สีเ่ หลี่ยมรปู วา่ ว = 1 × ผลคูณของความยาวของเสน้ ทแยงมมุ
2
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge : K)
นกั เรยี นหาพ้ืนที่ของรปู สี่เหล่ียมขนมรปู ว่าวทีก่ าหนดให้ได้ (K)
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
นักเรยี นสามารถแสดงเหตผุ ลประกอบการหาพื้นท่ีของรปู สเี่ หลยี่ มรูปวา่ วได้อย่างเหมาะสม (P)
ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude : A)
มีวนิ ัยในตนเอง (A)
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวินัย
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
- มีความรู้ความเข้าใจและสามารถส่อื สารกบั ครูและเพ่ือนได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
2. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการแปลความ ทักษะการเชอื่ มโยง ทักษะการใหเ้ หตผุ ล
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
- ใชท้ กั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ตดั สนิ ใจแกป้ ญั หา
- คิดตดั สินใจโดยคานึงผลกระทบทีม่ ตี ่อตนเองและสังคม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- นากระบวนการตา่ งๆไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ย่างเหมาะสม
- ปรบั ตัวใหเ้ ข้ากับการเปลย่ี นแปลงของสังคมและสภาพแวดลอ้ มได้อย่างเหมาะสม
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- เลอื กใชเ้ ทคโนโลยีในการสบื ค้นข้อมลู เพื่อพฒั นาตนเองดา้ นการเรยี นรู้
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูติดแถบโจทย์ปัญหาการหาพ้ืนที่ของรูปสี่เหล่ียมขนมเปียกปูน แล้วให้นักเรียนช่วยกันหา
คาตอบ ดงั น้ี
รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน มีเสน้ ทแยงมมุ ยาว 4 เซนตเิ มตร และ 6 เซนตเิ มตร
รูปสีเ่ หลีย่ มขนมเปียกปนู มเี ส้นทแยงมมุ ยาว 20 เซนติเมตร และ 17 เซนตเิ มตร
ขั้นสอน
1. ให้นักเรียนทบทวนความรู้เรื่อง รูปสี่เหลี่ยมรูปว่าว โดยครูให้ผู้แทนนักเรียนออกมาวาดรูปบน
กระดาน พร้อมกบั เขยี นเสน้ ทแยงมมุ ของรูปสเี่ หลย่ี ม ดังตวั อย่าง
H
TM A
I
2. จากกิจกรรมข้อ 1 ครูถามคาถามนักเรยี น ดังน้ี
- รูปสี่เหล่ียมรูปว่าวที่กาหนดให้มีลักษณะอย่างไร (เป็นรูปส่ีเหลี่ยมที่มีเส้นทแยงมุมตัดกัน
เปน็ มุมฉาก)
- จาก THAI เราจะหาพื้นท่ีได้อย่างไร (หาพื้นที่ของรูป THA และ TAI แล้ว
นามาบวกกัน)
- THA มีพ้ืนท่ีเท่าไร (1 × HM × TA)
2
- TAI มพี ืน้ ทเ่ี ท่าไร (1 × IM × TA)
2
- เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ได้อย่างไร ((1 × HM × TA) + (1 × IM × TA) หรือเท่ากับ
22
1 × TA × (HM + IM))
2
- HM + IM เท่ากบั เทา่ ไร (HI)
- เขียนเปน็ ประโยคสัญลกั ษณไ์ ด้อย่างไร (1 × TA × HI)
2
- TA และ HI คอื สว่ นใดของรูปส่ีเหลยี่ ม (เส้นทแยงมุม)
- ดังน้ันสรุปเป็นสูตรการหาพื้นที่ได้อย่างไร (พ้ืนที่ของรูปสี่เหลี่ยมรูปว่าว = 1 × ผลคูณ
2
ของความยาวของเสน้ ทแยงมมุ )
3. ครตู ดิ รูปสี่เหลยี่ มรปู วา่ วบนกระดานใหน้ ักเรียนช่วยกันหาคาตอบ ดงั ตวั อย่าง
H
5 ซม. T M A
12 ซม.
I หห
พืน้ ท่ีของรปู สีเ่ หลยี่ มรปู ว่าว = 1 × ผลคณู ของความยาวของเส้นทแยงมุม
2
= 1 × 5 × 12
2
= 30 ตารางเซนติเมตร
4. ครูใหน้ กั เรยี นทาใบงานท่ี 13 การหาพื้นท่ขี องรปู สี่เหล่ยี มรูปว่าวโดยใชเ้ สน้ ทแยงมุม เมื่อเสร็จ
แล้วให้นกั เรียนชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง จากนั้นครูและนักเรยี นรว่ มกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงานที่ 13
ข้นั สรปุ
1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรปุ สิ่งท่ีได้เรียนรู้รว่ มกัน ดงั นี้ พ้ืนที่ของรปู สี่เหลีย่ มรูปว่าว = 1 × ผล
2
คณู ของความยาวของเส้นทแยงมมุ
ส่ือและแหลง่ เรยี นรู้
- หนงั สือแบบฝกึ หัดคณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 เลม่ 2
การวัดและการประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน
การวดั ผล ตรวจผลการทา
แบบฝึกหดั ผ่านเกณฑร์ ะดบั ดีข้นึ ไป
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ แบบฝึกหดั
ด้านความรู้ (K) แบบฝกึ หดั ผ่านเกณฑร์ ะดบั ดีขึน้ ไป
ตรวจผลการทา
หาพื้นท่ีของรูปส่ีเหลีย่ มรปู ว่าวท่ี แบบฝึกหดั แบบสงั เกต ผา่ นเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป
กาหนดใหไ้ ด้ พฤติกรรม
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) สงั เกตพฤตกิ รรม
สามารถแสดงเหตผุ ล
ประกอบการหาพ้นื ท่ีของรปู
ส่เี หล่ียมรูปว่าวได้อย่างเหมาะสม
ด้านคุณลกั ษณะ (A)
นักเรยี นมวี ินัยในตนเอง
การประเมินผล
ประเดน็ การ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ
4 32 1
(ดมี าก) (ตอ้ งปรบั ปรุง)
(ด)ี (กาลังพัฒนา) ทาแบบฝึกหัดได้
อย่างถูกต้องต่ากวา่
1. หาพนื้ ทีข่ อง ทาแบบฝึกหดั ได้ ทาแบบฝกึ หัดได้ ทาแบบฝกึ หดั ได้ ร้อยละ 60
รปู สเี่ หล่ียมรูป อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องร้อยละ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ นกั เรยี นไมส่ ามารถ
แสดงเหตุผลหา
วา่ วที่ 90 ขนึ้ ไป 80 - 89 60 - 79 พ้ืนท่ีของรปู
ส่ีเหลย่ี มรปู ว่าวได้
กาหนดใหไ้ ด้
นักเรยี นขา้ เรียน
2. นกั เรยี น นกั เรียนสามารถ นกั เรยี นสามารถ นกั เรยี นสามารถ สายเกิน 10 นาที
แสดงเหตุผลหา แสดงเหตุผล
สามารถแสดง แสดงเหตุผล พื้นทีข่ องรปู ประกอบการหา
ส่เี หลย่ี มรูปว่าวได้ พ้นื ทีข่ องรปู
เหตผุ ล ประกอบการหา ถกู ต้อง สเ่ี หลย่ี มรูปว่าวได้
ประกอบการ พ้ืนทข่ี องรปู
หาพน้ื ทข่ี องรูป ส่เี หล่ียมรปู วา่ วได้
ส่ีเหลย่ี มรปู อยา่ งเหมาะสม
วา่ วได้อย่าง
เหมาะสม
3. มีวินยั ใน นกั เรยี นเข้าเรียน นักเรียนเขา้ เรียน นักเรยี นเข้าเรยี น
สายไมเ่ กิน 5 นาที สายเกิน 5 นาที แต่
ตนเอง ตรงเวลา ไม่เกิน 10 นาที
บนั ทกึ หลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คิดเปน็ ร้อยละ ...............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คิดเป็นรอ้ ยละ ………………………….
ไดแ้ ก่
1. ……………………………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………………………….
นกั เรียนมีความสามารถพิเศษไดแ้ ก่
1. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. นักเรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจ (K)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกิดทักษะ (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรือน)
ตาแหนง่ ครูผสู้ อน
ความคดิ เห็นของฝา่ ยวชิ าการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ .......................................................... หวั หน้าฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)
ความคิดเห็นของผู้อานวยการ
เหมาะสม เน้ือหาครบถว้ น
ไมเ่ หมาะสม เพราะ ....................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อุคต)
รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรยี นบ้านศรีทองสามคั คี
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 7 เรอ่ื ง รูปหลายเหลีย่ ม จานวน 20 ชั่วโมง
รายวชิ า คณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค 16101 ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 14 เร่ือง การหาพื้นท่ขี องสี่เหล่ยี ม เวลาเรียน 1 ชั่วโมง
โดยแบ่งเป็นรูปสามเหลี่ยม
___________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด
สาระท่ี 1 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐานการเรยี นรู้
ค 2.1 เข้าใจพน้ื ฐานเกย่ี วกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของส่ิงท่ตี ้องการวดั และนาไปใช้
ตวั ช้ีวัด
ค 2.1 ป.6/2 : แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นท่ีของรูปหลาย
เหลยี่ ม
สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การหาพ้ืนที่รูปสี่เหล่ียม คือ ลากเส้นทแยงมุม ให้แบ่งรูปส่ีเหลี่ยมน้ันเป็นสามเหลี่ยม แล้วหาพื้นท่ี
สามเหลย่ี มแต่ละรูปหาผลบวกของพื้นที่สามเหล่ยี มเหล่านน้ั จะได้พ้นื ทรี่ ปู ส่เี หล่ียมตามต้องการ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge : K)
นกั เรยี นหาพ้นื ท่ีของรปู สเี่ หลย่ี มโดยแบ่งเป็นรูปสามเหล่ียมทีก่ าหนดให้ได้ (K)
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
นักเรยี นสามารถแสดงเหตผุ ลประกอบการหาพ้ืนที่ของรปู สีเ่ หล่ยี มโดยแบ่งเป็นรปู สามเหลย่ี มได้
อยา่ งเหมาะสม (P)
ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude : A)
มวี ินยั ในตนเอง (A)
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
- มคี วามรู้ความเข้าใจและสามารถสอื่ สารกับครูและเพ่ือนได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
2. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการแปลความ ทกั ษะการเชื่อมโยง ทักษะการใหเ้ หตุผล
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
- ใช้ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ตัดสินใจแก้ปญั หา
- คิดตดั สินใจโดยคานึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
- นากระบวนการต่างๆไปใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้อย่างเหมาะสม
- ปรับตวั ให้เขา้ กบั การเปล่ยี นแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อมได้อยา่ งเหมาะสม
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- เลอื กใชเ้ ทคโนโลยีในการสบื ค้นขอ้ มูลเพ่ือพฒั นาตนเองดา้ นการเรยี นรู้
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาเข้าส่บู ทเรียน
1. ครูถามนักเรียนว่าจากที่เร่ิมเรียนมาจนวันน้ี นักเรียนสามารถหาพื้นที่ของรูปส่ีเหล่ียมชนิดใด
ได้บ้าง (รูปสี่เหล่ียมจัตุรัส รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า รูปส่ีเหลี่ยมคางหมู รูปส่ีเหล่ียมรูปว่าว และรูปส่ีเหลี่ยมขนมเปียก
ปนู ) นักเรยี นคงจาสูตรการหาพื้นที่ของรูปสเ่ี หล่ยี มแต่ละชนดิ ได้
ข้นั สอน
1. ครูยกตัวอย่างการหาพ้ืนที่ของรูปส่ีเหล่ียมโดยแบ่งเป็นรูปสามเหล่ียมโดยติดบัตรรูปส่ีเหลี่ยม
บนกระดาน และใช้คาถามกระตุ้นความคดิ นกั เรียน ดังนี้
วิธที า พื้นทขี่ อง ABCD = พ้นื ท่ขี อง ABD + พืน้ ทขี่ อง DBC
พน้ื ทข่ี อง ABD = 1×3×6 = 9 ตารางเซนตเิ มตร
พน้ื ทขี่ อง DBC 2 = 6 ตารางเซนติเมตร
ดังนนั้ ABCD = 15 ตารางเซนติเมตร
= 1×2×6
2
มพี นื้ ท่ี 9 + 6
ตอบ ๑๕ ตารางเซนติเมตร
2. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน แจกแถบโจทย์ปัญหาให้กลุ่มละ 1 แถบให้นักเรียน
ช่วยกนั วาดภาพและหาพื้นท่ี จากน้นั ตวั แทนกลุ่มออกมานาเสนอหน้าชน้ั เรียน นกั เรียนกล่มุ อ่ืนร่วมกันตรวจสอบ
ความถูกต้อง ครูเสนอแนะเพิม่ เติม
3. ครใู ห้นักเรยี นทาใบงานที่ 14 การหาพื้นทขี่ องรปู สีเ่ หลย่ี มโดยแบ่งเปน็ รูปสามเหลย่ี ม เมื่อเสร็จ
แลว้ ใหน้ ักเรยี นช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง จากนนั้ ครูและนกั เรียนรว่ มกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี 14
ขั้นสรุป
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การหาพ้ืนที่รูปส่ีเหล่ียม คือ ลากเส้น
ทแยงมุม ให้แบ่งรูปส่ีเหลี่ยมน้ันเป็นสามเหลี่ยม แล้วหาพ้ืนที่สามเหล่ียมแต่ละรูปหาผลบวกของพ้ืนที่
สามเหลย่ี มเหล่าน้ันจะได้พืน้ ทรี่ ปู ส่ีเหลี่ยมตามต้องการ
สือ่ และแหล่งเรียนรู้
- หนงั สือแบบฝึกหัดคณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 เลม่ 2
การวดั และการประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมิน
การวดั ผล ตรวจผลการทา
แบบฝึกหดั ผ่านเกณฑร์ ะดบั ดีขึ้นไป
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ แบบฝึกหดั
ดา้ นความรู้ (K) แบบฝกึ หัด ผา่ นเกณฑร์ ะดบั ดีขนึ้ ไป
ตรวจผลการทา
หาพืน้ ท่ีของรปู สี่เหลย่ี มโดย แบบฝึกหดั แบบสงั เกต ผา่ นเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป
แบง่ เป็นรูปสามเหลี่ยมที่กาหนดให้ พฤติกรรม
ได้ สงั เกตพฤติกรรม
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
สามารถแสดงเหตุผล
ประกอบการหาพ้ืนที่ของรปู
สเ่ี หล่ยี มโดยแบง่ เป็นรปู สามเหลี่ยม
ไดอ้ ย่างเหมาะสม
ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)
นกั เรยี นมีวินัยในตนเอง
การประเมนิ ผล
ประเดน็ การ ระดับคุณภาพ
ประเมิน
4 32 1
(ดีมาก) (ต้องปรับปรุง)
(ด)ี (กาลังพัฒนา) ทาแบบฝกึ หัดได้
อย่างถูกต้องตา่ กวา่
1. หาพ้นื ทข่ี อง ทาแบบฝกึ หดั ได้ ทาแบบฝึกหัดได้ ทาแบบฝกึ หดั ได้ รอ้ ยละ 60
รปู สี่เหลีย่ ม อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องร้อยละ นักเรียนไมส่ ามารถ
แสดงเหตผุ ลหา
โดยแบ่งเปน็ 90 ขึ้นไป 80 - 89 60 - 79 พ้นื ที่ของรูป
สเ่ี หลี่ยมโดย
รูปสามเหลีย่ ม แบ่งเป็นรูป
สามเหลีย่ มได้
ทก่ี าหนดให้ได้
นักเรยี นขา้ เรยี น
2. นักเรียน นกั เรียนสามารถ นักเรยี นสามารถ นักเรยี นสามารถ สายเกิน 10 นาที
แสดงเหตผุ ลหา แสดงเหตุผล
สามารถแสดง แสดงเหตผุ ล พ้นื ทขี่ องรปู ประกอบการหา
สเ่ี หลยี่ มโดย พ้นื ทีข่ องรปู
เหตุผล ประกอบการหา แบง่ เปน็ รปู สี่เหล่ยี มโดย
สามเหลีย่ มได้ แบง่ เป็นรูป
ประกอบการ พน้ื ทขี่ องรปู ถกู ต้อง สามเหล่ยี มได้
หาพื้นทขี่ องรปู สเี่ หลย่ี มโดย
สีเ่ หล่ียมโดย แบง่ เปน็ รปู
แบง่ เปน็ รปู สามเหลีย่ มได้อยา่ ง
สามเหลี่ยมได้ เหมาะสม
อยา่ งเหมาะสม
3. มวี ินัยใน นกั เรยี นเข้าเรยี น นกั เรยี นเข้าเรยี น นักเรยี นเข้าเรยี น
สายไม่เกนิ 5 นาที สายเกนิ 5 นาที แต่
ตนเอง ตรงเวลา ไม่เกิน 10 นาที
บนั ทกึ หลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ ...............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ………………………….
ไดแ้ ก่
1. ……………………………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………………………….
นกั เรียนมีความสามารถพิเศษไดแ้ ก่
1. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. นักเรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจ (K)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกิดทักษะ (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหน่ง ครผู ูส้ อน
ความคดิ เหน็ ของฝ่ายวชิ าการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ .......................................................... หัวหนา้ ฝา่ ยวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)
ความคิดเหน็ ของผู้อานวยการ
เหมาะสม เน้ือหาครบถว้ น
ไมเ่ หมาะสม เพราะ ....................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................................................
(นายพิรชั วชิ ช์ อุคต)
รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรยี นบ้านศรีทองสามัคคี
แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 7 เรื่อง รูปหลายเหลยี่ ม จานวน 20 ช่ัวโมง
รายวิชา คณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 16101 ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 15 เร่ือง การหาพืน้ ท่ีของสี่เหลยี่ ม เวลาเรียน 1 ช่วั โมง
โดยแบ่งเปน็ รปู สามเหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยม
___________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ัด
สาระที่ 1 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐานการเรียนรู้
ค 2.1 เขา้ ใจพื้นฐานเก่ียวกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสิ่งทต่ี ้องการวัดและนาไปใช้
ตัวชวี้ ัด
ค 2.1 ป.6/2 : แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพ้ืนท่ีของรูปหลาย
เหลีย่ ม
สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การหาพื้นท่รี ปู หลายเหลย่ี ม อาจแบง่ รูปหลายเหลีย่ มเปน็ รูปสามเหล่ียม รปู สี่เหลีย่ มแล้วหาพน้ื ท่ขี องแต่ละ
รปู จากนน้ั นาพนื้ ทีท่ ัง้ หมดมารวมกัน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge : K)
นักเรยี นหาพื้นท่ีของรูปสีเ่ หลย่ี มโดยแบง่ เป็นรปู สามเหลี่ยมหรือสเ่ี หลีย่ มทกี่ าหนดให้ได้ (K)
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
นักเรียนสามารถแสดงเหตุผลประกอบการหาพ้นื ที่ของรูปส่ีเหล่ยี มโดยแบง่ เปน็ รปู สามเหลย่ี มหรือ
สี่เหลยี่ มไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (P)
ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude : A)
มีวนิ ยั ในตนเอง (A)
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
- มีความรู้ความเข้าใจและสามารถส่อื สารกับครแู ละเพ่ือนไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม
2. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการแปลความ ทกั ษะการเชือ่ มโยง ทักษะการใหเ้ หตุผล
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
- ใชท้ ักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ตดั สินใจแก้ปญั หา
- คิดตดั สินใจโดยคานึงผลกระทบที่มตี ่อตนเองและสังคม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- นากระบวนการต่างๆไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้อย่างเหมาะสม
- ปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กับการเปล่ียนแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอ้ มไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- เลือกใชเ้ ทคโนโลยีในการสบื คน้ ขอ้ มลู เพื่อพฒั นาตนเองดา้ นการเรยี นรู้
กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นาเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูพูดคุยซักถามนักเรียนถึงการทางานกลุ่มในชัว่ โมงที่แล้วว่ามปี ัญหาหรืออุปสรรคหรือไม่ ซง่ึ
อาจพบว่านักเรียนสามารถหาความยาวรอบรูปได้ หรืออาจหาพ้ืนที่ของรูปที่กาหนดด้วยวิธีท่ีต่างกัน แต่ได้
คาตอบเท่ากนั
ขน้ั สอน
1. ครูยกตัวอย่างการหาพื้นที่ของรูปหลายเหล่ียมท่ีแบ่งเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือรูปส่ีเหล่ียมโดย
ติดบัตรรปู หลายเหลย่ี มบนกระดาน และใช้คาถามกระตุ้นความคิดนกั เรียน ดังน้ี
3 ซม. 2.6 ซม.
วธิ ที า แบ่งให้เปน็ รปู สเ่ี หล่ียมคางหมู 6 รปู
แต่ละรปู มคี วามสงู 2.6 เซนติเมตร
และด้านคทู่ ีข่ นานกนั ยาว 3 เซนติเมตร และ 6 เซนติเมตร
พนื้ ทข่ี องรูปสเ่ี หลี่ยมคางหมู = 1 × ความสงู × ผลบวกของความยาวของดา้ นคูข่ นาน
2
รูปส่เี หล่ยี มคางหมู 1 รปู มพี ื้นที่ 1 × 2.6 × (6 + 3) = 1 × 26 × 9 ตารางเซนติเมตร
2 2 10
= 117 ตารางเซนตเิ มตร
10
= 11.7 ตารางเซนติเมตร
ดังนน้ั รปู หลายเหลยี่ มน้มี พี ื้นที่ 6 × 11.7 = 70.2 ตารางเซนติเมตร
ตอบ ๗๐.๒ ตารางเซนติเมตร
2. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน แจกแถบโจทย์ปัญหาให้กลุ่มละ 1 แถบให้นักเรียน
ช่วยกันวาดภาพและหาพื้นที่ จากนน้ั ตวั แทนกลุ่มออกมานาเสนอหน้าชน้ั เรียน นักเรยี นกล่มุ อื่นรว่ มกนั ตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง ครเู สนอแนะเพ่มิ เติม
3. ครใู หน้ ักเรียนทาใบงานที่ 15 การหาพืน้ ท่ขี องรปู หลายเหลี่ยมทแี่ บ่งเปน็ รปู สามเหลี่ยมหรือรปู
ส่ีเหล่ยี ม เมอ่ื เสรจ็ แล้วให้นกั เรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากนน้ั ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยกิจกรรมใน
ใบงานท่ี 15
ขัน้ สรุป
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงท่ีได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การหาพื้นท่ีรูปหลายเหล่ียม อาจแบ่ง
รูปหลายเหลย่ี มเป็นรปู สามเหลยี่ ม รูปส่ีเหลย่ี มแลว้ หาพน้ื ท่ีของแต่ละรูป จากนั้นนาพ้นื ที่ทัง้ หมดมารวมกัน
สือ่ และแหล่งเรยี นรู้
- หนังสอื แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 เลม่ 2
การวัดและการประเมินผล วิธีการวัดผล เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
การวดั ผล ตรวจผลการทา
แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑร์ ะดับดีขน้ึ ไป
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ แบบฝึกหดั
ด้านความรู้ (K) แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑร์ ะดับดีข้ึนไป
ตรวจผลการทา
หาพ้นื ท่ีของรปู ส่ีเหล่ียมโดย แบบฝกึ หดั แบบสังเกต ผ่านเกณฑร์ ะดบั ดีข้นึ ไป
แบ่งเป็นรปู สามเหลี่ยมท่ีกาหนดให้ พฤติกรรม
ได้ สังเกตพฤติกรรม
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
สามารถแสดงเหตผุ ล
ประกอบการหาพนื้ ที่ของรปู
ส่ีเหล่ยี มโดยแบ่งเปน็ รูปสามเหลยี่ ม
ไดอ้ ย่างเหมาะสม
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
นกั เรยี นมีวนิ ัยในตนเอง
การประเมนิ ผล
ประเด็นการ ระดับคุณภาพ
ประเมนิ
4 32 1
(ดมี าก) (ต้องปรบั ปรุง)
(ดี) (กาลงั พัฒนา) ทาแบบฝึกหัดได้
อยา่ งถูกต้องต่ากวา่
1. หาพ้นื ทขี่ อง ทาแบบฝกึ หดั ได้ ทาแบบฝกึ หัดได้ ทาแบบฝกึ หดั ได้ รอ้ ยละ 60
รปู สเ่ี หลีย่ ม อยา่ งถูกต้องร้อยละ อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องร้อยละ นกั เรยี นไมส่ ามารถ
แสดงเหตผุ ลหา
โดยแบ่งเปน็ 90 ขนึ้ ไป 80 - 89 60 - 79 พ้นื ที่ของรปู
สีเ่ หล่ยี มโดย
รปู สามเหลยี่ ม แบง่ เปน็ รปู
สามเหลี่ยมได้
ท่กี าหนดให้ได้
2. นักเรียน นักเรยี นสามารถ นักเรยี นสามารถ นกั เรยี นสามารถ
แสดงเหตุผลหา แสดงเหตผุ ล
สามารถแสดง แสดงเหตุผล พนื้ ที่ของรูป ประกอบการหา
สีเ่ หลี่ยมโดย พ้ืนทีข่ องรปู
เหตผุ ล ประกอบการหา แบง่ เปน็ รปู สี่เหล่ยี มโดย
สามเหล่ียมได้ แบง่ เป็นรปู
ประกอบการ พนื้ ท่ีของรูป ถูกต้อง สามเหลี่ยมได้
หาพน้ื ท่ีของรูป สี่เหล่ยี มโดย
ส่ีเหลีย่ มโดย แบ่งเปน็ รปู
แบ่งเปน็ รูป สามเหลีย่ มได้อย่าง
สามเหลีย่ มได้ เหมาะสม
อยา่ งเหมาะสม
ประเด็นการ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
ประเมิน (ดีมาก) 32 (ตอ้ งปรับปรุง)
นักเรียนเข้าเรยี น (ด)ี (กาลังพัฒนา) นกั เรียนขา้ เรียน
3. มีวนิ ยั ใน ตรงเวลา นกั เรยี นเข้าเรียน นักเรยี นเขา้ เรียน สายเกิน 10 นาที
ตนเอง สายไม่เกิน 5 นาที สายเกิน 5 นาที แต่
ไมเ่ กิน 10 นาที
บนั ทกึ หลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ ...............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คิดเป็นร้อยละ ………………………….
ไดแ้ ก่
1. ……………………………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………………………….
นกั เรียนมีความสามารถพิเศษไดแ้ ก่
1. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. นักเรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจ (K)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกิดทักษะ (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหน่ง ครผู ู้สอน
ความคดิ เหน็ ของฝ่ายวชิ าการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ .......................................................... หวั หนา้ ฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)
ความคิดเหน็ ของผู้อานวยการ
เหมาะสม เน้ือหาครบถว้ น
ไมเ่ หมาะสม เพราะ ....................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อุคต)
รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรยี นบ้านศรีทองสามคั คี
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 7 เร่ือง รูปหลายเหลีย่ ม จานวน 20 ชั่วโมง
รายวิชา คณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 16101 ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 16 เรอื่ ง โจทยป์ ัญหาเก่ยี วกบั ความยาว เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง
รอบรูปของรูปหลายเหล่ยี ม
___________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ดั
สาระที่ 1 การวัดและเรขาคณิต
มาตรฐานการเรยี นรู้
ค 2.1 เขา้ ใจพ้ืนฐานเกย่ี วกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสง่ิ ทตี่ ้องการวดั และนาไปใช้
ตวั ช้วี ดั
ค 2.1 ป.6/2 : แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพ้ืนที่ของรูปหลาย
เหล่ียม
สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การแก้โจทย์ปญั หาอาจดาเนินการตามข้นั ตอนจากการทาความเขา้ ใจปัญหา วางแผนแก้ปญั หา ดาเนินการ
ตามแผน และตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge : K)
นกั เรยี นแก้โจทยป์ ญั หาเกีย่ วกับรปู หลายเหลยี่ มท่ีกาหนดให้ได้ (K)
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
นักเรยี นสามารถแสดงเหตผุ ลประกอบการแกโ้ จทยป์ ญั หาเก่ียวกับรปู หลายเหลยี่ มได้อย่าง
เหมาะสม (P)
ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude : A)
มวี ินยั ในตนเอง (A)
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี ินยั
สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
- มีความรคู้ วามเข้าใจและสามารถสอื่ สารกบั ครูและเพ่ือนไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม
2. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการแปลความ ทักษะการเช่อื มโยง ทักษะการให้เหตผุ ล
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
- ใชท้ กั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ตดั สนิ ใจแกป้ ัญหา
- คิดตดั สินใจโดยคานงึ ผลกระทบทม่ี ตี ่อตนเองและสังคม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- นากระบวนการต่างๆไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
- ปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กับการเปลยี่ นแปลงของสงั คมและสภาพแวดล้อมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
- เลือกใช้เทคโนโลยใี นการสืบค้นข้อมลู เพ่ือพัฒนาตนเองด้านการเรยี นรู้
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนาเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ครูทบทวนการหาความยาวรอบรูปของรูปหลายเหลี่ยม โดยให้นักเรียนหาความยาวรอบรูป
ของรูปหลายเหล่ยี มจากบตั รภาพ ดงั น้ี
- ถา้ รูปนีม้ ีความยาวรอบรปู 24 เมตร ด้าน AB ยาวเท่าใด (6 เมตร)
ขน้ั สอน
1. ครตู ดิ แถบโจทยป์ ญั หาบนกระดาน ดังนี้
ภีมม์ใชผ้ ้ากนุ๊ สาเร็จหุ้มขอบท่ีรองจานรูปหกเหล่ียมด้านเท่ามุมเทา่ ซึ่งแตล่ ะด้านยาว 12
เซนตเิ มตร จานวน 5 ช้นิ ภมี ม์ตอ้ งใชผ้ ้ากุ๊นสาเรจ็ ยาวอย่างนอ้ ยเท่าใด
ให้นกั เรียนอา่ นโจทย์พรอ้ มกัน และครูถามคาถามนกั เรียน ดังนี้
- สิง่ ที่โจทยถ์ ามคืออะไร (ความยาวของกุ๊นสาเรจ็ ที่ใช้หุ้มขอบท่รี องจาน 5 ชิ้น)
- สิ่งท่ีโจทย์บอกคืออะไร (ที่รองจานรูปหกเหลี่ยมด้านเท่ามุมเท่า แต่ละด้านยาว 12
เซนติเมตร จานวน 5 ช้นิ )
- หาความยาวของผา้ ก๊นุ สาเรจ็ ที่ใชห้ ้มุ ขอบทรี่ องจาน 5 ช้นิ ได้อย่างไร
(นา 5 คูณกับความยาวของผ้ากุ๊นที่ใช้หุ้มขอบที่รองจาน 1 ชิ้น ซึ่งความยาวของผ้ากุ๊นที่
ใช้หุ้มขอบที่รองจาน 1 ช้ิน จะเท่ากับความยาวรอบรูปของรูปหกเหล่ียมด้านเท่ามุมเท่า โดยหาได้จาก 6 ×
ความยาวของด้าน ดงั น้ี
ความยาวรอบรูปของรูปหกเหล่ียมด้านเทา่ = 6 × ความยาวของดา้ น
ทีร่ องจาน 1 ช้นิ ใช้ผ้ากุ๊นยาว 6 × 12 = 72 เซนตเิ มตร
ทีร่ องจาน 5 ชน้ิ ใชผ้ ้ากนุ๊ ยาว 5 × 72 = 360 เซนตเิ มตร
ดงั นั้น ภมี มต์ ้องใชผ้ ้าก๊นุ ยาวอยา่ งนอ้ ย 360 เซนตเิ มตร)
- จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าคาตอบทีไ่ ดเ้ ป็นคาตอบทถี่ กู ตอ้ ง
(ตอ้ งหาวา่ รูปหกเหล่ยี มดา้ นเท่ายาวดา้ นละเทา่ ใด
ซงึ่ ความยาวรอบรปู ของรูปหกเหลยี่ ม 1 รปู หาไดจ้ าก 360 ÷ 5 = 72 ซม.
ความยาวของด้านของรปู หกเหล่ียม 1 ด้าน หาไดจ้ าก 72 ÷ 6 = 12 ซม.
พบว่าสอดคล้องกับโจทย์ แสดงวา่ 360 เซนตเิ มตร เป็นคาตอบท่ีถูกต้อง)
2. ครูเขียนโจทย์ปัญหาอีก 1 ข้อ บนกระดาน แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันคิดวิเคราะห์
วางแผน และดาเนินการแก้โจทย์ปัญหาน้ี เสร็จแล้วติดบนกระดาน พร้อมตัวแทนกลุ่มนาเสนอ นักเรียนทุก
กลุม่ เดินดูผลงานของเพื่อน และเปรยี บเทียบกับกลุ่มของตนเองว่าใช้วิธีแก้ปัญหาเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร
ได้คาตอบเทา่ กันหรอื ไม่
3. ครูให้นักเรียนทาใบงานท่ี 24 โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูปของรูปหลายเหลี่ยม เม่ือ
เสรจ็ แล้วให้นักเรียนช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากนั้นครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี 24
ขนั้ สรุป
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับการหาโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความ
ยาวรอบรูปของรูปหลายเหลี่ยม ดังนี้ การแก้โจทย์ปัญหา เริ่มจากการทาความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปญั หา
ดาเนินการตามแผน และตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ และให้นักเรียนที่มีข้อสงสัยได้ซักถาม
เกยี่ วกบั ส่งิ ท่ีเรียน
สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้
- หนังสือแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 เลม่ 2
การวดั และการประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน
การวัดผล ตรวจผลการทา
แบบฝึกหดั ผา่ นเกณฑ์ระดับดีขน้ึ ไป
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ แบบฝึกหัด
ด้านความรู้ (K) แบบฝึกหดั ผา่ นเกณฑ์ระดับดีขน้ึ ไป
ตรวจผลการทา
แก้โจทย์ปญั หาเก่ยี วกบั รปู แบบฝึกหัด แบบสงั เกต ผ่านเกณฑ์ระดับดีข้ึนไป
หลายเหล่ยี มทีก่ าหนดให้ได้ พฤติกรรม
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) สังเกตพฤตกิ รรม
สามารถแสดงเหตผุ ล
ประกอบการแก้โจทยป์ ัญหา
เกีย่ วกับรูปหลายเหลยี่ มได้อย่าง
เหมาะสม
ด้านคณุ ลักษณะ (A)
นักเรยี นมวี นิ ัยในตนเอง
การประเมนิ ผล
ประเด็นการ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
ประเมิน (ดมี าก) 32 (ตอ้ งปรบั ปรุง)
(ดี) (กาลงั พัฒนา)
1. แกโ้ จทย์ ทาแบบฝกึ หัดได้ ทาแบบฝึกหดั ได้ ทาแบบฝึกหดั ได้ ทาแบบฝึกหดั ได้
ปัญหาเกีย่ วกบั อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องตา่ กว่า
รปู หลาย 90 ข้ึนไป 80 - 89 60 - 79 ร้อยละ 60
เหลย่ี มท่ี
กาหนดใหไ้ ด้
2. นกั เรียน นกั เรียนสามารถ นกั เรียนสามารถ นักเรยี นสามารถ นักเรียนไมส่ ามารถ
สามารถแสดง แสดงเหตผุ ล แสดงเหตผุ ลหาแก้ แสดงเหตุผลแก้ แสดงเหตผุ ลแก้
เหตผุ ล ประกอบการแก้ โจทย์ปญั หาเกี่ยวกบั โจทย์ปัญหาเกย่ี วกับ โจทยป์ ัญหา
ประกอบการ โจทยป์ ญั หาเกี่ยวกับ รูปหลายเหล่ียมได้ รปู หลายเหล่ยี มได้ เกีย่ วกบั รูปหลาย
แก้โจทย์ปัญหา รูปหลายเหลีย่ มได้ ถูกต้อง เหลี่ยมมได้
เกีย่ วกับรูป อย่างเหมาะสม
หลายเหล่ยี ม
ได้อย่าง
เหมาะสม
ประเด็นการ 4 ระดับคณุ ภาพ 1
ประเมิน (ดีมาก) 32 (ตอ้ งปรับปรุง)
นักเรียนเข้าเรยี น (ด)ี (กาลังพัฒนา) นกั เรียนขา้ เรียน
3. มีวนิ ยั ใน ตรงเวลา นกั เรยี นเข้าเรียน นักเรยี นเขา้ เรียน สายเกิน 10 นาที
ตนเอง สายไม่เกิน 5 นาที สายเกิน 5 นาที แต่
ไมเ่ กิน 10 นาที
บนั ทกึ หลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ ...............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คิดเป็นร้อยละ ………………………….
ไดแ้ ก่
1. ……………………………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………………………….
นกั เรียนมีความสามารถพิเศษไดแ้ ก่
1. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. ………………………………………………………………………………………………………………………
2. นักเรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจ (K)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกิดทักษะ (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหน่ง ครผู ู้สอน