โครงสร้างรายวิชาพื้นฐาน
รายวชิ าสังคมศึกษา รหัสวิชา ส 31101
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1 หนว่ ยกิต
สดั สว่ นคะแนนระหว่างภาค : ปลายภาค = 70 : 30
ลำดบั ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั
ท่ี เรยี นรู้ เรียนรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน
/ ตวั ช้ีวัด
1 ประวตั แิ ละ - ลักษณะของสังคมชมพูทวีปและคติ ๔ 20
ความสำคญั ของ ส 1.1 ม.4-6/1 ความเชื่อทางศาสนาสมยั ก่อน ๔ 10
พระพุทธศาสนา ส 1.1 ม.4-6/4 พระพทุ ธเจา้
ส 1.1 ม.4-6/5 - พระพุทธศาสนามที ฤษฎีและ
วธิ ีการทเี่ ปน็ สากลและมขี ้อปฏิบัติที่
2 พทุ ธประวตั แิ ละ ส 1.1 ม.4-6/2 ยึดทางสายกลาง
ชาดก
- พทุ ธประวัติ
- ชาดก
3 วนั สำคญั ทาง ส 1.2 ม.4-6/2 - หลักธรรมทเี่ กี่ยวเนื่องในวนั สำคัญ ๓ 10
พระพุทธศาสนา ส 1.2 ม.4-6/3 ทางพระพทุ ธศาสนา
และศาสนพธิ ี ส 1.2 ม.4-6/4 - หลกั ธรรมทีเ่ กย่ี วเนื่องในวนั ธรรม
สวนะและเทศกาลสำคญั
- ศาสนพธิ ี
4 สังคมมนุษย์ ส 2.1 ม.4-6/2 - ความหมาย การอยู่รว่ มกัน และ 10 20
องคป์ ระกอบของสังคม
- โครงสรา้ งทางสังคม
- สถาบันทางสังคม
- การจัดระเบยี บทางสังคม
- การขดั เกลาทางสังคม
- การเปลย่ี นแปลงในสงั คม
- ปัญหาสงั คมไทยและแนวทางการ
แก้ไขปญั หา
- แนวทางการพัฒนาทางสังคม
ลำดับ ชือ่ หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี เรยี นรู้ เรียนรู้ (ชว่ั โมง คะแนน
/ ตัวช้วี ัด
5 วัฒนธรรมไทย - ความหมาย ความสำคญั และ 10 20
ส 2.1 ม.4-6/5
ประเภทของวัฒนธรรม
- ลักษณะและความสำคญั ของ
วฒั นธรรมไทย
- วัฒนธรรมในภูมภิ าคต่าง ๆของ
ไทย
- การปรบั ปรงุ เปลย่ี นแปลง
วฒั นธรรมไทย
- ความแตกต่างระหวา่ งวัฒนธรรม
ไทยและวัฒนธรรมสากล
- แนวทางการอนุรกั ษ์วัฒนธรรมไทย
ทีด่ ีงาม
- วธิ ีการเลือกรบั วฒั นธรรมสากล
6 พลเมอื งดขี อง ส 2.1 ม.4-6/3 - ความสำคัญของพลเมอื งดี 10 20
40 100
ประเทศชาติและ - คณุ ลกั ษณะพลเมืองดี
สังคมโลก - แนวทางการพัฒนาตนเปน็ พลเมือง
ดีของประเทศชาตแิ ละสังคมโลก
- คุณธรรม จรยิ ธรรมของการเปน็
พลเมืองดขี องประเทศชาตแิ ละสงั คม
โลก
- บทบาทหน้าทีข่ องพลเมืองดตี ่อ
ประเทศชาตแิ ละสังคมโลก
รวม
ผงั มโนทศั น์การจดั การเรยี นรู้
รายวชิ า สงั คมศึกษา ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔
แผนที่ ๑ เรือ่ ง ความหมาย การอย่รู ่วมกัน และ แผนที่ ๙ เรื่อง ความหมาย ความสำคญั และประเภทของวฒั นธรรม
องคป์ ระกอบของสงั คม แผนท่ี ๑๐ เรื่อง ลกั ษณะและความสำคัญของวัฒนธรรมไทย
แผนท่ี ๒ เรอื่ ง โครงสรา้ งทางสังคม แผนที่ ๑๑ เร่ือง วฒั นธรรมในภูมภิ าคตา่ ง ๆของไทย
แผนที่ ๓ เรื่อง สถาบันทางสังคม แผนที่ ๑๒ เรอ่ื ง การปรบั ปรุงเปลย่ี นแปลงวัฒนธรรมไทย
แผนที่ ๔ เรอ่ื ง การจัดระเบียบทางสังคม แผนที่ ๑๓ เรอ่ื ง ความแตกต่างระหวา่ งวัฒนธรรมไทยและ
แผนที่ ๕ เรื่อง การขดั เกลาทางสังคม วัฒนธรรมสากล
แผนที่ ๖ เรื่อง การเปลย่ี นแปลงในสังคม แผนท่ี ๑๔ เรอ่ื ง แนวทางการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมไทยทีด่ งี าม
แผนท่ี ๗ เรื่อง ปัญหาสังคมไทยและแนวทางการ แผนที่ ๑๕ เรอ่ื ง วิธกี ารเลอื กรบั วัฒนธรรมสากล
แกไ้ ขปัญหา
แผนที่ ๘ เรอ่ื ง แนวทางการพฒั นาทางสังคม
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 รายวชิ าสงั คมศกึ ษา
เร่ือง สังคมมนุษย์
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2
เรอื่ ง วฒั นธรรมไทย
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๓
เร่อื ง พลเมอื งดีของ
ประเทศชาติและสงั คมโลก
แผนท่ี ๑๖ เร่ือง ความสำคญั ของพลเมืองดี
แผนที่ ๑๗ เร่อื ง คุณลักษณะพลเมืองดี
แผนที่ ๑๘ เรื่อง แนวทางการพฒั นาตนเป็นพลเมอื งดขี องประเทศชาตแิ ละสงั คมโลก
แผนที่ ๑๙ เรอ่ื ง คุณธรรม จริยธรรมของการเปน็ พลเมอื งดีของประเทศชาตแิ ละสังคมโลก
แผนท่ี ๒๐ เรอ่ื ง บทบาทหน้าทข่ี องพลเมอื งดตี อ่ ประเทศชาติและสังคมโลก
แผนที่ ๒๑ เรื่อง บทบาทหนา้ ที่ของพลเมอื งดีทางด้านเศรษฐกจิ
แผนที่ ๒๒ เรอ่ื ง บทบาทหนา้ ทีข่ องพลเมอื งดที างด้านการเมืองการปกครอง
แผนที่ ๒๓ เรอ่ื ง บทบาทหน้าท่ขี องพลเมืองดที างด้านสังคมและวฒั นธรรม
ผังมโนทศั น์การจดั การเรียนรู้
รายวชิ า สงั คมศกึ ษา ช้ัน มธั ยมศึกษาปีท่ี ๔
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 แผนท่ี ๑ เรือ่ ง ลักษณะของสงั คมชมพูทวีปและคติ
เรือ่ ง ประวตั แิ ละความสำคญั ความเช่ือทางศาสนาสมยั กอ่ นพระพุทธเจา้
แผนท่ี ๒ เรื่อง ความสำคัญของพระพุทธศสนา
ของพระพุทธศาสนา แผนท่ี ๓ เรื่อง พระพุทธศาสนามีทฤษฎีและวิธกี าร
ทีเ่ ป็นสากลของพระพุทธศาสนา
แผนที่ ๔ เรอ่ื ง พระพุทธศาสนามีข้อปฏิบัติทย่ี ึด
ทางสายกลาง
รายวชิ า สังคมศกึ ษา
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3
เร่ือง พทุ ธประวตั แิ ละชาดก เร่อื ง วันสำคัญทาง
พระพทุ ธศาสนาและ ศาสนพิธี
แผนท่ี ๕ เร่ือง พุทธประวตั ิ
แผนท่ี ๖ เรื่อง ประวตั ิพุทธสาวก พทุ ธสาวิกา แผนที่ ๙ เร่อื ง หลักธรรมทีเ่ กยี่ วเนือ่ งในวนั
แผนที่ ๗ เร่ือง ศาสนิกชนตัวอย่าง สำคญั ทางพระพุทธศาสนา
แผนท่ี ๘ เรอื่ ง ชาดก แผนที่ ๑๐ เรอ่ื ง หลักธรรมท่เี กย่ี วเนือ่ งในวนั
ธรรมสวนะและเทศกาลสำคัญ
แผนที่ @๑ เร่ือง ศาสนพิธี
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ ๑ เรื่อง ลกั ษณะของสังคมชมพทู วปี สมัยกอ่ นพระพุทธเจา้
วชิ า พระพุทธศาสนา รหสั วชิ า ส31101 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔/๒
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ เรอื่ ง ประวัติและความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา
ผูส้ อน นางสาวอภริ ดี บุญศรี เวลา ๕๐ นาที
๑. มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชี้วัด
มาตรฐานที่ ส ๑.๑ รู้และเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี
ตนนับถือและศาสนาอน่ื มศี รทั ธาทถ่ี ูกตอ้ ง ยดึ ม่ัน และปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรมเพอื่ อยรู่ ว่ มกันอยา่ งสนั ติสุข
ตัวช้วี ัด ม.4–6/1 วเิ คราะหส์ งั คมชมพทู วีปและคตคิ วามเช่ือทางศาสนาสมยั ก่อนพระพุทธเจ้า หรือสังคม
สมยั ของศาสดาที่ตนนบั ถอื
๒. สาระสำคัญ
สังคมชมพทู วีปสมยั กอ่ นพระพุทธเจา้ เปน็ สังคมทม่ี ีการยึดถือวรรณะอย่างเคร่งครดั และมีลัทธิความเชอื่
ทางศาสนาทห่ี ลากหลาย การศกึ ษาวเิ คราะห์สังคมชมพทู วีปและคติความเชอ่ื ทางศาสนาในสมัยนั้นจะช่วย
ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และศรทั ธาในพระพทุ ธเจ้าท่อี บุ ัตขิ น้ึ และสามารถก่อตั้งพระพทุ ธศาสนาข้นึ ได้ใน
ท่ามกลางสงั คมและลัทธิความเช่ือดงั กลา่ ว
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ดา้ นความรู้(K)
๓.๑.๑ นักเรียนสามารถอธิบายความแตกต่างของสังคมชมพูทวีปและคติความเชื่อทางศาสนาสมัยก่อน
พระพุทธเจ้ากับสมยั ปจั จบุ นั ได้ (K)
๓.๒. ด้านทกั ษะ/กระบวนการ(P)
๓.๒.๑ นักเรยี นสามารถวเิ คราะหข์ อ้ มลู โดยสรุปเป็นองค์ความรเู้ กย่ี วกบั สงั คมชมพูทวปี และคตคิ วามเช่อื
ทางศาสนาสมัยกอ่ นพระพทุ ธเจา้ ได้โดยผ่านกจิ กรรมการเรียนรู้ (P)
๓.๓ คณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์(A)
๓.๓.๑ นกั เรยี นใหค้ วามสนใจและตระหนกั ถงึ ความสำคัญของสังคมชมพูทวีปและคตคิ วามเช่อื ทางศาสนา
สมยั ก่อนพระพุทธเจา้ ไดโ้ ดยผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ (A)
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ลกั ษณะของสงั คมชมพูทวีปและคติความเชอื่ ทางศาสนาสมยั กอ่ นพระพทุ ธเจ้า
- ดา้ นการเมืองการปกครอง
- ดา้ นสังคม
- ด้านศาสนาหรือลัทธิความเชอื่
๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
- ทกั ษะการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
๒. ความสามารถในการสือ่ สาร
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
๑. ใฝเ่ รียนรู้ ๒.มีวนิ ยั ๓. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
ร่วมกันทำกิจกรรม “การศึกษาเรียนรู้สังคมชมพทู วีปสมัยก่อนพทุ ธกาล” กับเพื่อนสมาชิกในกลุ่มและ
นำองค์ความร้ทู งั้ หมด มาร่วมกนั อภปิ รายสรุปกจิ กรรม
๘. กิจกรรมการเรียนรู้
การจัดการเรยี นการสอนโดนใชเ้ ทคนคิ ความคิดสร้างสรรค์ (กระบวนการกลุม่ )
ขน้ั นำเขา้ สูบ่ ทเรียน (๕ นาท)ี
๑.ก่อนเขา้ สูบ่ ทเรยี น นกั เรียนดูบตั รภาพเก่ียวกับลกั ษณะของสงั คมชมพทู วีปและคตคิ วามเชอื่ ทางศาสนาใน
สมยั กอ่ นท่ีพระพทุ ธเจา้ จะตรัสรูแ้ ละประกาศศาสนานัน้ มีความแตกตา่ งไปจากปัจจุบันอย่างไร แล้วครู
สรปุ ภาพรวมในแต่ละด้านใหน้ กั เรยี นฟัง พร้อมใชแ้ ผนท่ปี ระกอบคำอธบิ าย ดังนี้
1) ด้านการเมืองการปกครอง 2) ด้านสงั คม 3) ด้านศาสนาหรอื ลทั ธิความเชอ่ื
๒.จากน้นั นกั เรยี นและครูสนทนาซกั ถาม เพอื่ ช่วยกันแสดงความคดิ เหน็ วา่ ถา้ นักเรยี นมีชวี ิตอยใู่ นชมพทู วปี
ก่อนสมัยพุทธกาล นกั เรียนคิดว่า สภาพความเปน็ อย่ขู องตนเองจะเป็นอยา่ งไร
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินจิ ของครผู ้สู อน)
๓.ครเู ช่ือมโยงเข้าสบู่ ทเรยี น เร่อื ง สังคมชมพทู วปี สมัยกอ่ นพุทธกาล
ขน้ั กจิ กรรม (๓๐ นาที)
1. นักเรยี นฟงั ครอู ธิบายความรูเ้ กย่ี วกบั ความร้ทู ัว่ ไปเกี่ยวกบั ศาสนาใน เรื่อง สังคมชมพทู วีปสมัยก่อน
พุทธกาล โดยผา่ นสอื่ Power point ในประเด็นตอ่ ไปนี้
๑) ลกั ษณะของสังคมชมพูทวปี ด้านการเมอื งการปกครอง
๒) ลกั ษณะของสงั คมชมพทู วีปด้านสงั คม
๓) ลักษณะของสังคมชมพูทวปี ด้านศาสนาหรอื ลทั ธคิ วามเช่ือ
2. เมอื่ นักเรียนฟังครูอธบิ ายความร้เู สรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ครูแจกใบความรู้ เรอ่ื ง สังคมชมพทู วีปและคตคิ วาม
เชื่อทางศาสนาสมยั กอ่ นพระพุทธเจ้าใหก้ บั นกั เรยี น
๓. โดยใหน้ ักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ ๕ คน ตามความสมคั รใจ จากน้ันศึกษาความรเู้ รอื่ ง ลักษณะของสงั คม
ชมพทู วปี และคตคิ วามเชอื่ ทางศาสนาในสมัยกอ่ นพระพทุ ธเจ้า จากหนังสอื เรยี น หนงั สือค้นควา้ เพิม่ เติม
หอ้ งสมดุ และแหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ ในประเดน็ ต่อไปน้ี
๑) ลกั ษณะของสงั คมชมพูทวีปดา้ นการเมอื งการปกครอง
๒) ลกั ษณะของสังคมชมพทู วีปดา้ นสงั คม
๓) ลกั ษณะของสงั คมชมพูทวีปดา้ นศาสนาหรอื ลัทธคิ วามเชอื่
๔. เมื่อนักเรียนฟังคำอธิบายคำชี้แจงเกี่ยวกับกิจกรรม “การศึกษาเรียนรู้สังคมชมพูทวีปสมัยก่อน
พุทธกาล” ให้นักเรียนช่วยกันระดมความคิดอธิบายถึงลักษณะของสังคมชมพูทวีปและคติความเชื่อทาง
ศาสนาในสมัยก่อนพระพุทธเจา้ ลงบนกระดาษบรู๊ฟท่ีครูเตรียมมาให้ แล้วออกแบบในรูปแบบใดก็ได้ตาม
ความถนัดของนกั เรียน
ขน้ั สรปุ (๑๕ นาที)
๑.นกั เรยี นและครูรว่ มกนั ทำกิจกรรมสรุปความรู้เรอื่ ง สงั คมชมพทู วปี สมยั ก่อนพทุ ธกาล ครูต้งั คำถามกับ
นกั เรียน โดยผ่านโปรแกรม Super Soom ทีค่ รูได้เตรยี มมา
๒.โดยครจู ะเป็นคนสุม่ ให้นักเรยี นตอบคำถามตามทค่ี รไู ดเ้ ตรยี มเอาไว้ โดยในคำถามจะมคี ำถามดังนี้
- แควน้ ต่าง ๆ ท่ีประกอบเป็นมชั ฌิมชนบทมกี ่ีแควน้
- ระบบวรรณะของอนิ เดยี มกี ีว่ รรณะ อะไรบา้ ง
- ชาวอนิ เดยี มีความเช่อื ในเรอื่ งการล้างบาปอย่างไร
๓. เปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามประเดน็ ขอ้ สงสัย เรื่อง สงั คมชมพทู วีปสมัยก่อนพุทธกาล
๙. สือ่ /นวตั กรรม
1. Power point เร่อื ง สังคมชมพทู วปี สมัยกอ่ นพุทธกาล
2. หนังสือเรยี นวิชาพระพุทธศาสนา ม.4-๖
3. บัตรภาพ
๔. คำถามสรปุ องคค์ วามรู้เร่อื ง สงั คมชมพูทวีปสมัยกอ่ นพทุ ธกาล
๑๐.ตารางการวเิ คราะหก์ จิ กรรมการเรยี นรู้
จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมการเรยี นรู้ ส่อื การเรยี นรู้ การวัดผลประเมินผล
- แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ
๑. นักเรียนสามารถอธิบาย - การประเด็นคำถาม - Powerpoint เร่ือง เรียนรรู้ ายบคุ คล
สังคมชมพูทวปี สมัยกอ่ น - แบบประเมนิ ผลการ
ความแตกต่างของสงั คม - นกั เรียนทำกจิ กรรม พทุ ธกาล
- หนังสอื เรียนวชิ า ปฏบิ ัติงานกลมุ่
ชมพทู วปี และคตคิ วามเชอ่ื “การศกึ ษาเรยี นรู้สังคม พระพทุ ธศาสนา ม.4-๖
ทางศาสนาสมยั ก่อน ชมพทู วีปสมยั ก่อน
พระพทุ ธเจา้ กับสมัยปจั จุบนั พทุ ธกาล”
ได้ (K)
๒. นักเรยี นสามารถ - การเรียนการสอนโดย - Powerpoint เรื่อง - แบบสังเกตพฤติกรรมการ
วิเคราะห์ขอ้ มูลโดยสรุปเปน็ ใช้การอธิบาย สงั คมชมพทู วปี สมยั กอ่ น เรยี นรรู้ ายบคุ คล
- นกั เรยี นทำกิจกรรม พุทธกาล - แบบประเมนิ ผลการ
องคค์ วามรูเ้ กีย่ วกบั สงั คม “การศึกษาเรยี นรู้สังคม - หนังสอื เรียนวิชา
ชมพูทวปี และคติความเชื่อ พระพทุ ธศาสนา ม.4-๖ ปฏิบตั ิงานกลุ่ม
ชมพูทวีปสมัยก่อน
ทางศาสนาสมยั ก่อน พุทธกาล”
พระพทุ ธเจ้าไดโ้ ดยผา่ น
กิจกรรมการเรยี นรู้ (P)
๓. นกั เรยี นใหค้ วามสนใจ - การประเดน็ คำถาม - คำถามสรุปองค์ความรู้ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
เร่ือง สังคมชมพูทวีป เรียนรูร้ ายบคุ คล
และตระหนักถึงความสำคัญ - นักเรยี นทำกิจกรรม สมยั กอ่ นพุทธกาล
ของสังคมชมพทู วปี และคติ “การศึกษาเรยี นรู้สงั คม
ความเชอ่ื ทางศาสนา ชมพูทวปี สมยั กอ่ น
สมัยกอ่ นพระพุทธเจ้าไดโ้ ดย พุทธกาล”
ผ่านกิจกรรมการเรยี นรู้ (A)
๑๑. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี นรายบคุ คล
เครื่องมอื การวดั ประเมนิ ผล
- แบบประเมินพฤติกรรมการเรยี นรขู้ องผู้เรยี นรายบคุ คล
- แบบบนั ทกึ การประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ านกลมุ่
เกณฑก์ ารวัดผล
- เกณฑป์ ระเมินพฤติกรรมการเรยี นรขู้ องผู้เรียนรายบุคคล
- เกณฑ์การประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ านกล่มุ
เกณฑ์การประเมินแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนร้รู ายบคุ คลของนักเรียน
เกณฑ์ ดมี าก (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
๑. มีความสนใจในการ มีความสนใจในการเรยี น มีความสนใจในการเรียน มีความสนใจในการเรยี น
เรยี น
เร่ือง ความสำคญั ของ เรอื่ ง ความสำคญั ของ เรอ่ื งความสำคัญของ
พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา พระพุทธศาสนา น้อย
สม่ำเสมอ เปน็ บางครั้ง มาก
๒. มีความรว่ มมอื ทำ ให้ความรว่ มมือทำ ใหค้ วามรว่ มมอื ทำ ให้ความร่วมมือทำ
กิจกรรมในชั้นเรียน
กจิ กรรมในชั้นเรยี นเรือ่ ง กิจกรรมในช้นั เรยี นเรื่อง กจิ กรรมในชัน้ เรยี นเร
ความสำคญั ของ ความสำคญั ของ เรอื่ งความสำคญั ของ
พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา เป็น พระพุทธศาสนา นอ้ ย
สมำ่ เสมอ บางครงั้ มาก
๓.การแสดงความ มคี วามกลา้ แสดงความ มีความกลา้ แสดงความ ไม่กล้าแสดงความ
คดิ เหน็ และการรับฟัง คดิ เห็นและรบั ฟังความ คดิ เห็นและรับฟังความ คิดเห็นและรับฟงั ความ
ความคิดเหน็ คิดเหน็ ของคนอื่นทุกครั้ง คิดเหน็ ของคนอ่ืนเป็น คิดเห็นของคนอน่ื
บางครง้ั
๔. พฤตกิ รรมการเขา้ นกั เรยี นมีพฤตกิ รรมการ นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมการ นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมการ
เรยี นตรงตอ่ เวลา
เข้าเรยี นตรงต่อเวลา เขา้ เรียนชา้ แตไ่ ม่เกิน เขา้ เรยี นชา้ เกนิ ๑๕
๑๕ นาที นาที
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน
ให้ ๒ คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ ๑ คะแนน
ไม่ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมเลย
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๐ – ๑๒ ดีมาก
ดี
๗–๙ พอใช้
๓–๖ ปรบั ปรงุ
ตำ่ กว่า ๒
แบบบนั ทึกการสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรูร้ ายบคุ คล นักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
คำชีแ้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียน แลว้ ขดี / ลงในช่องทต่ี รงกับระดับคะแนน
ความสนใจและ ความรว่ มมือทำ การแสดงความ พฤติกรรมการ
คดิ เหน็ และการ เข้าเรียนตรงต่อ
ท่ี ชื่อ – สกุล กระตอื รือรน้ ใน กจิ กรรมในชัน้ รวม
รบั ฟังความ เวลา
การเรียน เรียน คิดเห็น
3213 2 1 3 2 1 3 2 1
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ดีมาก
๑๐ – ๑๒ ดี
๗–๙ พอใช้
๓–๖ ปรับปรงุ
ตำ่ กวา่ ๒
ลงช่อื …............................ผู้สังเกต
(…………….……………....)
วันที่…..…./……………/……….
เกณฑก์ ารประเมินผลการปฏิบัตงิ านกลุ่ม
รายการประเมิน ระดับคุณภาพ
๑.การวางแผนการ
ทำงาน ดมี าก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ควรปรบั ปรงุ (๑)
ไม่การวางแผนใน
๒.การปรกึ ษาและ มีการวางแผนใน มีการวางแผนการ มกี ารวางแผนใน
ความร่วมมอื กัน การทำงาน
การทำงานทุก ทำงานทกุ ขนั้ ตอน การทำงานบา้ ง
๓.ความรับผดิ ชอบ ไม่มกี ารปรึกษากัน
ต่อหน้าท่ี ขัน้ ตอนตงั้ แตเ่ ริ่ม ขณะทำกจิ กรรม ขน้ั ตอน
ไม่มีการปฏบิ ัตงิ าน
๔.ผลงานเสรจ็ ตาม กจิ กรรม
เวลาทก่ี ำหนด ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิงาน
มีการปรึกษา มกี ารปรึกษาพดู คุย มีการพดู คยุ กนั บ้าง หรือ ปฏบิ ตั ิงาน
เกนิ ระยะเวลาที่
พูดคุยแลกเปล่ยี น แลกเปลย่ี นซกั ถาม เลก็ น้อย
กำหนด
ซักถามขอ้ สงสัย กนั ผลงานออกมาไมม่ ี
ต้งั แตเ่ ริม่ การทำ คุณภาพ
กจิ กรรม
ปฏบิ ตั ิงานทกุ อยา่ ง ปฏบิ ตั ิงานทุกอยา่ ง ปฏิบัติงานทกุ อยา่ ง
ตามที่ได้รบั ตามที่ไดร้ บั ตามทีไ่ ด้รบั
มอบหมายอยา่ ง มอบหมาย มอบหมาย
เต็มศกั ยภาพ แต่ไมค่ รอบคลมุ
ปฏบิ ตั ิงานไดต้ รง ปฏิบตั ิงานเกนิ ปฏบิ ตั งิ านเกิน
ตามระยะเวลาท่ี ระยะเวลาท่ี ระยะเวลาท่ี
กำหนด กำหนดเล็กน้อย กำหนดเลก็ นอ้ ย
ผลงานออกมามี ผลงานออกมามี ผลงานออกมาไม่มี
คุณภาพ คุณภาพ คุณภาพ
เกณฑต์ ดั สินคณุ ภาพการประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงานกลุม่
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๓-๑๖ ดีมาก
๙-๑๒ ดี
๕-๘ พอใช้
๑-๔ ควรปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ
คำชี้แจง : ให้ครูสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักเรียน แล้วใส่เครื่องหมาย / ลงในช่องที่ตรงกับระดับ
คะแนน ตามความเป็นจริง
ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนนพฤตกิ รรม
4321
1 การวางแผนการทำงาน
2 การปรึกษาและความร่วมมอื กนั
3 ความรับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ที่
4 ผลงานเสรจ็ ตามเวลาทก่ี ำหนด
รวม
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ : ผ่านระดบั คุณภาพ 3 ระดับดี
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
13 – 16 4 หมายถึง ดีมาก
9 – 12 3 หมายถงึ ดี
5–8 2 หมายถงึ พอใช้
1–4 1 หมายถึง ปรับปรุง
สรปุ ผลการประเมนิ (เขียนเคร่ืองหมาย / ลงใน )
ระดบั คุณภาพทไี่ ด้ 4321
ลงชื่อ....................................................ผปู้ ระเมิน
(.....................................................)
......................./.........................../.......................
๑๒. บนั ทกึ หลังการสอน
ผลการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………......................................................................................................
ปัญหาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..............................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..............................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ…………………………………………………ผู้สอน
(……………………………………………….)
.…………/…………/………….
ตำแหนง่ นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
๑๓. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของครพู เ่ี ลีย้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………......................................................................................................
ลงช่ือ…………………………………………………
(……………………………………………….)
.…………/…………/………….
ตำแหนง่ .................................................
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๒ เร่อื ง ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา
รายวชิ า พระพทุ ธศาสนา รหสั วชิ า ส31101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔/๒
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๑ เรื่อง ประวัตแิ ละความสำคญั ของพระพุทธศาสนา
ผสู้ อน นางสาวอภริ ดี บญุ ศรี เวลา ๕๐ นาที
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวัด
มาตรฐานที่ ส ๑.๑ รู้และเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี
ตนนับถอื และศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมัน่ และปฏิบัติตามหลกั ธรรมเพ่อื อยูร่ ว่ มกนั อยา่ งสันติสุข
ตัวชี้วัด ม.4–6/1 วิเคราะห์สงั คมชมพูทวีปและคตคิ วามเช่ือทางศาสนาสมยั ก่อนพระพทุ ธเจา้ หรือสงั คม
สมัยของศาสดาท่ีตนนบั ถอื
๒. สาระสำคัญ
พระพทุ ธศาสนามีทฤษฎแี ละวธิ ีการท่เี ป็นสากล มีข้อปฏบิ ตั ทิ ่ยี ึดทางสายกลาง เน้นการพฒั นาศรัทธา
และปัญญาท่ถี กู ต้อง และเปน็ ศาสตรแ์ หง่ การศึกษาท่สี มบูรณ์ การทพ่ี ระพทุ ธศาสนามีความสำคัญดังกลา่ ว
นี้ทำใหพ้ ระพทุ ธศาสนาไดร้ บั การยกย่องวา่ เป็นศาสนาแหง่ เหตผุ ลและเป็นศาสนาแห่งสัจธรรม
๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ด้านความร้(ู K)
๓.๑.๑ นักเรยี นสามารถอธิบายความสำคัญของพระพุทธศาสนาในดา้ นต่าง ๆ ได้ (K)
๓.๒. ด้านทักษะ/กระบวนการ(P)
๓.๒.๑ นักเรยี นสามารถเผยแผ่ความร้แู ละปฏิบัตติ นได้ถกู ต้องเหมาะสมต่อความสำคญั ของ
พระพทุ ธศาสนาในดา้ นตา่ ง ๆ (P)
๓.๓ คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์(A)
๓.๓.๑ นักเรียนตระหนกั และเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนาในด้านต่าง ๆได้โดยผ่านกิจกรรมการ
เรียนรู้ (A)
๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ ความสำคญั ของพระพุทธศาสนา
- พระพทุ ธศาสนามีทฤษฎีและวิธกี ารทเ่ี ป็นสากล
- พระพทุ ธศาสนามขี อ้ ปฏบิ ัตทิ ่ยี ดึ ทางสายกลาง
- พระพทุ ธศาสนาเนน้ การพัฒนาศรัทธาและปญั ญาที่ถูกตอ้ ง
- พระพทุ ธศาสนากบั การศึกษาท่สี มบูรณ์
๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
- ทักษะการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ
๒. ความสามารถในการส่ือสาร
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
๖. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. ใฝ่เรยี นรู้ ๒.มีวนิ ยั ๓. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
๗. ชิน้ งาน/ภาระงาน
ร่วมกนั ทำกจิ กรรม “ความสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนาท่นี ักเรียนควรรู้” กับเพ่อื นสมาชิกในกลุ่มและนำ
องคค์ วามรทู้ ง้ั หมด มารว่ มกนั อภปิ รายสรุปกจิ กรรม
๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
การจัดการเรยี นการสอนโดนใช้เทคนคิ ความคิดสรา้ งสรรค์ (กระบวนการกลมุ่ )
ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น (๕ นาท)ี
1. กอ่ นเข้าสูบ่ ทเรียนครูขออาสาสมัครนกั เรียนออกมาเล่าประสบการณช์ วี ิตทไ่ี ด้รบั ความทุกข์มากที่สดุ ให้
เพื่อนๆ ฟังทห่ี น้าชั้นเรียน พรอ้ มบอกวิธกี ารแกไ้ ขปญั หาหรือการดับทุกขน์ ั้น
2. จากนั้น ให้นกั เรียนชว่ ยกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ การแก้ปญั หาดงั กลา่ วสอดคลอ้ งกับหลักธรรมของ
พระพุทธศาสนาในเรื่อง อรยิ สัจ 4 อยา่ งไร พร้อมทัง้ ซักถามนักเรยี นเกีย่ วกบั ประเด็น ดงั น้ี
- นกั เรยี นในห้องเรยี นนี้เคยมีความทุกข์ในเรือ่ งใดบา้ ง และสามารถแกป้ ญั หาของความทกุ ข์ได้อย่างไร
- นกั เรยี นคดิ ว่า การแกป้ ญั หาของนกั เรียนท่ไี ดอ้ อกมาเล่าประสบการณ์นนั้ ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่
เพราะเหตใุ ด (พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินิจของครูผสู้ อน)
๓.ครเู ช่ือมโยงเขา้ สูบ่ ทเรียน เรื่อง ความสำคญั ของพระพุทธศาสนา
ขัน้ กจิ กรรม (๓๐ นาที)
1. นักเรียนฟงั ครูอธิบายความรเู้ ก่ยี วกบั ความรู้ทัว่ ไปเกย่ี วกับศาสนาใน เรื่อง ความสำคัญของ
พระพุทธศาสนา โดยผ่านสื่อ Power point ในประเดน็ ต่อไปน้ี
๑) พระพุทธศาสนามที ฤษฎแี ละวธิ ีการทีเ่ ปน็ สากล
๒) พระพทุ ธศาสนามีขอ้ ปฏบิ ัติทีย่ ึดทางสายกลาง
๓) พระพุทธศาสนาเน้นการพฒั นาศรัทธาและปัญญาที่ถกู ต้อง
๔) พระพุทธศาสนากบั การศึกษาท่ีสมบรู ณ์
2. เม่ือนกั เรยี นฟงั ครูอธบิ ายความรู้เสรจ็ เรยี บร้อย ใหน้ กั เรยี นจับกลุ่มกัน กล่มุ ละ ๓ คน โดยใหน้ ักเรียน
จบั กลมุ่ เองตามความสมัครใจ
๓. เมือ่ นักเรียนจับกลมุ่ เรยี บร้อยแลว้ จากนั้นครูให้นกั เรียนร่วมกนั ทำกิจกรรม “ความสำคัญทาง
พระพทุ ธศาสนาที่นักเรยี นควรรู้” โดยครูจะมใี บงานให้แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันอธบิ ายถึงความสำคญั ของ
พระพุทธศาสนา ซึ่งจะมีประเด็นคำถามดังนี้
- พระพทุ ธศาสนามที ฤษฎีท่ีเป็นสากล หมายความว่าอยา่ งไร จงยกตวั อย่างประกอบคำอธบิ าย
- พระพทุ ธศาสนามขี อ้ ปฏิบัตทิ ่ยี ึดทางสายกลาง หมายความว่าอยา่ งไร จงยกตวั อยา่ งประกอบ
- การพัฒนาศรทั ธาและปัญญาทีถ่ กู ตอ้ ง ตามหลกั พระพุทธศาสนาน้นั มีลักษณะสำคญั อยา่ งไร
จงอธบิ ายและยกตวั อย่าง
๔. เม่ือนกั เรยี นฟังคำอธิบายการชี้แจงจากครูในการทำกจิ กรรมเรียบร้อยแลว้ นักเรยี นแต่กลุ่มชว่ ยกัน
ค้นคว้าหาขอ้ มูล จากแหลง่ การเรียนรู้ตา่ ง ๆเพอ่ื นำมาตอบคำถามลงในใบงาน
ขน้ั สรุป (๑๕ นาท)ี
๑. นักเรียนบางกลมุ่ ออกมาอธบิ ายคำตอบทัง้ 3 ขอ้ ใหก้ ับเพ่อื นในห้องฟงั พรอ้ มท้ังอธบิ ายเพมิ่ เติมใน
ส่วนของเนื้อหา และสรปุ องคค์ วามรู้รว่ มกันในชัน้ เรยี น
๒. จากน้นั ครูให้ตัวแทนกลุม่ แต่ละกลุ่ม ออกมาเอาใบงานเกี่ยวกบั ขอ้ ปฏิบัตทิ ี่ยึดทางสายกลาง โดยให้
นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั นำข้อมลู ขา่ วสารมาวเิ คราะห์ และนำมาสง่ ในช่วั โมงถัดไป
๙. ส่อื /นวตั กรรม
1. Power point เร่อื ง ความสำคัญของพระพุทธศาสนา
2. หนงั สือเรียนวิชาพระพุทธศาสนา ม.4-๖
3. ใบงาน เร่ือง ความสำคญั ทางพระพุทธศาสนาที่นักเรยี นควรรู้
๔. ใบงาน การนำข้อมลู ขา่ วสารมาวิเคราะห์
๑๐.ตารางการวิเคราะห์กิจกรรมการเรยี นรู้
จุดประสงค์การเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่ือการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล
๑. นักเรียนสามารถอธิบาย - การใช้ประเด็นคำถาม - Powerpoint เร่ือง - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ
ความสำคญั ของ - นกั เรยี นทำกิจกรรม ความสำคัญของ เรยี นรรู้ ายบคุ คล
พระพุทธศาสนาในดา้ นต่าง ตอบคำถามลงในใบงาน พระพทุ ธศาสนา - แบบประเมินผลการ
ๆ ได้ (K) - ใบงาน เรื่อง ความสำคญั ปฏิบตั ิงานกลุม่
ทางพระพทุ ธศาสนาที่
นักเรยี นควรรู้
๒. นกั เรียนสามารถเผยแผ่ - การเรียนการสอนโดย - Powerpoint เรื่อง - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ
ความรู้และปฏบิ ตั ิตนได้ ใชก้ ารอธิบาย
ความสำคญั ของ เรยี นรรู้ ายบุคคล
ถูกตอ้ งเหมาะสมต่อ - นักเรียนทำกิจกรรม
ความสำคัญของ ตอบคำถามลงในใบงาน พระพุทธศาสนา - แบบประเมินผลการ
พระพทุ ธศาสนาในด้านตา่ ง - ใบงาน เรอ่ื ง ความสำคัญ ปฏบิ ตั งิ านกลุ่ม
ๆ (P)
ทางพระพุทธศาสนาที่
นกั เรยี นควรรู้
๓. นักเรยี นตระหนกั และ - การประเดน็ คำถาม - ใบงาน เรือ่ ง ความสำคัญ - แบบสงั เกตพฤติกรรมการ
- นักเรียนทำกจิ กรรม ทางพระพุทธศาสนาท่ี เรยี นรรู้ ายบุคคล
เห็นความสำคัญของ นักเรียนควรรู้
พระพุทธศาสนาในดา้ นต่าง ตอบคำถามลงในใบงาน
ๆไดโ้ ดยผา่ นกิจกรรมการ
เรยี นรู้ (A)
๑๑. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี นรายบคุ คล
เครื่องมอื การวดั ประเมนิ ผล
- แบบประเมินพฤติกรรมการเรยี นรขู้ องผู้เรยี นรายบคุ คล
- แบบบนั ทกึ การประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ านกลมุ่
เกณฑก์ ารวัดผล
- เกณฑป์ ระเมินพฤติกรรมการเรยี นรขู้ องผู้เรียนรายบุคคล
- เกณฑ์การประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ านกล่มุ
เกณฑ์การประเมินแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนร้รู ายบคุ คลของนักเรียน
เกณฑ์ ดมี าก (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
๑. มีความสนใจในการ มีความสนใจในการเรยี น มีความสนใจในการเรียน มีความสนใจในการเรยี น
เรยี น
เร่ือง ความสำคญั ของ เรอื่ ง ความสำคญั ของ เรอ่ื งความสำคัญของ
พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา พระพุทธศาสนา น้อย
สม่ำเสมอ เปน็ บางครั้ง มาก
๒. มีความรว่ มมอื ทำ ให้ความรว่ มมือทำ ใหค้ วามรว่ มมอื ทำ ให้ความร่วมมือทำ
กิจกรรมในชั้นเรียน
กจิ กรรมในชั้นเรยี นเรือ่ ง กิจกรรมในช้นั เรยี นเรื่อง กจิ กรรมในชัน้ เรยี นเร
ความสำคญั ของ ความสำคญั ของ เรอื่ งความสำคญั ของ
พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา เป็น พระพุทธศาสนา นอ้ ย
สมำ่ เสมอ บางครงั้ มาก
๓.การแสดงความ มคี วามกลา้ แสดงความ มีความกลา้ แสดงความ ไม่กล้าแสดงความ
คดิ เหน็ และการรับฟัง คดิ เห็นและรบั ฟังความ คดิ เห็นและรับฟังความ คิดเห็นและรับฟงั ความ
ความคิดเหน็ คิดเหน็ ของคนอื่นทุกครั้ง คิดเหน็ ของคนอ่ืนเป็น คิดเห็นของคนอน่ื
บางครง้ั
๔. พฤตกิ รรมการเขา้ นกั เรยี นมีพฤตกิ รรมการ นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมการ นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมการ
เรยี นตรงตอ่ เวลา
เข้าเรยี นตรงต่อเวลา เขา้ เรียนชา้ แตไ่ ม่เกิน เขา้ เรยี นชา้ เกนิ ๑๕
๑๕ นาที นาที
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน
ให้ ๒ คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ ๑ คะแนน
ไม่ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมเลย
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๐ – ๑๒ ดีมาก
ดี
๗–๙ พอใช้
๓–๖ ปรบั ปรงุ
ตำ่ กว่า ๒
แบบบนั ทึกการสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรูร้ ายบคุ คล นักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
คำชีแ้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียน แลว้ ขดี / ลงในช่องทต่ี รงกับระดับคะแนน
ความสนใจและ ความรว่ มมือทำ การแสดงความ พฤติกรรมการ
คดิ เหน็ และการ เข้าเรียนตรงต่อ
ท่ี ชื่อ – สกุล กระตอื รือรน้ ใน กจิ กรรมในชัน้ รวม
รบั ฟังความ เวลา
การเรียน เรียน คิดเห็น
3213 2 1 3 2 1 3 2 1
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ดีมาก
๑๐ – ๑๒ ดี
๗–๙ พอใช้
๓–๖ ปรับปรงุ
ตำ่ กวา่ ๒
ลงช่อื …............................ผู้สังเกต
(…………….……………....)
วันที่…..…./……………/……….
เกณฑก์ ารประเมินผลการปฏิบัตงิ านกลุ่ม
รายการประเมิน ระดับคุณภาพ
๑.การวางแผนการ
ทำงาน ดมี าก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ควรปรบั ปรงุ (๑)
ไม่การวางแผนใน
๒.การปรกึ ษาและ มีการวางแผนใน มีการวางแผนการ มกี ารวางแผนใน
ความร่วมมอื กัน การทำงาน
การทำงานทุก ทำงานทกุ ขนั้ ตอน การทำงานบา้ ง
๓.ความรับผดิ ชอบ ไม่มกี ารปรึกษากัน
ต่อหน้าท่ี ขัน้ ตอนตงั้ แตเ่ ริ่ม ขณะทำกจิ กรรม ขน้ั ตอน
ไม่มีการปฏบิ ัตงิ าน
๔.ผลงานเสรจ็ ตาม กจิ กรรม
เวลาทก่ี ำหนด ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิงาน
มีการปรึกษา มกี ารปรึกษาพดู คุย มีการพดู คยุ กนั บ้าง หรือ ปฏบิ ตั ิงาน
เกนิ ระยะเวลาที่
พูดคุยแลกเปล่ยี น แลกเปลย่ี นซกั ถาม เลก็ น้อย
กำหนด
ซักถามขอ้ สงสัย กนั ผลงานออกมาไมม่ ี
ต้งั แตเ่ ริม่ การทำ คุณภาพ
กจิ กรรม
ปฏบิ ตั ิงานทกุ อยา่ ง ปฏบิ ตั ิงานทุกอยา่ ง ปฏิบัติงานทกุ อยา่ ง
ตามที่ได้รบั ตามที่ไดร้ บั ตามทีไ่ ด้รบั
มอบหมายอยา่ ง มอบหมาย มอบหมาย
เต็มศกั ยภาพ แต่ไมค่ รอบคลมุ
ปฏบิ ตั ิงานไดต้ รง ปฏิบตั ิงานเกนิ ปฏบิ ตั งิ านเกิน
ตามระยะเวลาท่ี ระยะเวลาท่ี ระยะเวลาท่ี
กำหนด กำหนดเล็กน้อย กำหนดเลก็ นอ้ ย
ผลงานออกมามี ผลงานออกมามี ผลงานออกมาไม่มี
คุณภาพ คุณภาพ คุณภาพ
เกณฑต์ ดั สินคณุ ภาพการประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงานกลุม่
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๓-๑๖ ดีมาก
๙-๑๒ ดี
๕-๘ พอใช้
๑-๔ ควรปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ
คำชี้แจง : ให้ครูสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักเรียน แล้วใส่เครื่องหมาย / ลงในช่องที่ตรงกับระดับ
คะแนน ตามความเป็นจริง
ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนนพฤตกิ รรม
4321
1 การวางแผนการทำงาน
2 การปรึกษาและความร่วมมอื กนั
3 ความรับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ที่
4 ผลงานเสรจ็ ตามเวลาทก่ี ำหนด
รวม
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ : ผ่านระดบั คุณภาพ 3 ระดับดี
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
13 – 16 4 หมายถึง ดีมาก
9 – 12 3 หมายถงึ ดี
5–8 2 หมายถงึ พอใช้
1–4 1 หมายถึง ปรับปรุง
สรปุ ผลการประเมนิ (เขียนเคร่ืองหมาย / ลงใน )
ระดบั คุณภาพทไี่ ด้ 4321
ลงชื่อ....................................................ผปู้ ระเมิน
(.....................................................)
......................./.........................../.......................
๑๒. บันทกึ หลงั การสอน
ผลการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………......................................................................................................
ปญั หาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..............................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..............................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื …………………………………………………ผู้สอน
(……………………………………………….)
.…………/…………/………….
ตำแหน่ง นักศกึ ษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
๑๓. ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะของครูพเ่ี ล้ียง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………......................................................................................................
ลงชอื่ …………………………………………………
(……………………………………………….)
.…………/…………/………….
ตำแหนง่ ........................................................
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี ๓ เรือ่ ง พระพทุ ธศาสนามที ฤษฎแี ละวิธกี ารทเี่ ปน็ สากล
วิชา พระพทุ ธศาสนา รหสั วิชา ส31101 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๔/๒
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๑ เรือ่ ง ประวัติและความสำคญั ของพระพุทธศาสนา
ผสู้ อน นางสาวอภริ ดี บุญศรี เวลา ๕๐ นาที
๑. มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชี้วดั
มาตรฐานที่ ส ๑.๑ รู้และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่
ตนนับถือและศาสนาอื่น มศี รทั ธาทถี่ ูกต้อง ยดึ มัน่ และปฏิบตั ิตามหลกั ธรรมเพอื่ อยูร่ ว่ มกันอยา่ งสันตสิ ุข
ตวั ช้ีวัด ม. 4–6/4 วิเคราะหข์ ้อปฏบิ ตั ิทางสายกลางในพระพุทธศาสนา หรือแนวคดิ ของศาสนาที่ตนนับ
ถอื ตามท่ีกำหนด
๒. สาระสำคัญ
พระพุทธศาสนามีทฤษฎีและวิธีการที่เป็นสากล พระพุทธศาสนามีหลักคำสั่งสอนที่ถือว่าเป็นหลักความ
จริงทสี่ ามารถใชไ้ ด้กบั บุคคลทกุ ชาติ ทกุ ภาษาและทุกยคุ ทกุ สมัย มีลกั ษณะคำสอนทเ่ี ป็นจริงตามธรรมชาติ เม่ือพูด
ว่าสิ่งไหนดีหรือไม่ดี ก็ย่อมดีและไม่ดีสำหรับทุกคน ทุกกาลเทศะ เพราะเป็นสิ่งที่เป็นสากลทั้งความคิดและการ
ปฏบิ ัติ เชน่ ความคิดเรอ่ื งสจั ธรรมว่า ฆา่ สตั ว์บาปใครทำก็บาป ทำใครกบ็ าป ในทางปฏบิ ตั กิ ็เชน่ เดยี วกัน ใครปฏบิ ัติ
ศีล ๕ ไดก้ ็เกิดความสุขทกุ คนไมว่ ่าจะเปน็ ใคร อยู่ที่ไหน เหลา่ นี้คอื ทฤษฎีและความเป็นสากล ซ่ึงหลักคำสอนท่ีถือ
วา่ เปน็ ทฤษฎีและวิธกี ารทเี่ ป็นสากลในพระพทุ ธศาสนา
๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ ด้านความร้(ู K)
๓.๑.๑ นกั เรียนสามารถอธิบายทฤษฎที างพระพทุ ธศาสนาและวธิ ีการที่เปน็ สากลได้ (K)
๓.๒. ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ(P)
๓.๒.๑ นกั เรยี นสามารถเผยแผ่ความรแู้ ละปฏบิ ัติตนไดถ้ กู ต้องเหมาะสมต่อความสำคญั ของ
พระพุทธศาสนาในดา้ นต่าง ๆ (P)
๓.๓ คุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์(A)
๓.๓.๑ นักเรียนตระหนกั และเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนาในดา้ นต่าง ๆได้โดยผ่านกิจกรรมการ
เรียนรู้ (A)
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ความสำคัญของพระพุทธศาสนา
- พระพุทธศาสนามีทฤษฎีและวิธกี ารทเ่ี ป็นสากล
๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์
- ทักษะการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
๒. ความสามารถในการสอื่ สาร
๓. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
๖. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒.มีวินยั ๓. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
ทำใบงาน เรอ่ื ง พระพทุ ธศาสนามีทฤษฎแี ละวธิ กี ารทเ่ี ปน็ สากล และนำองคค์ วามร้ทู ้ังหมด
มาร่วมกันอภิปรายสรุปกิจกรรม
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
การจัดการเรียนการสอนโดนใช้ใบงาน เร่อื ง พระพทุ ธศาสนามีทฤษฎแี ละวิธีการทีเ่ ปน็ สากล (รายบุคคล)
ขัน้ นำเขา้ สู่บทเรยี น (๕ นาท)ี
๑. กอ่ นเขา้ สู่บทเรียน ใหน้ ักเรยี นร่วมกันวิเคราะห์และแสดงความคิดเหน็ เพือ่ ประเมินความรู้ความเข้าใจใน
เบ้ืองตน้ ดงั นี้
- พระพุทธศาสนามที ฤษฎีและวิธกี ารท่เี ป็นสากลอยา่ งไร
- เมอื่ เปรยี บเทยี บพระพุทธศาสนากบั คติความเช่อื ในสงั คมชมพูทวปี สมยั กอ่ นพระพทุ ธเจา้ มี
ความเปลี่ยนแปลงหรอื แตกตา่ งหรือไม่ อย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยให้อยู่ในดลุ ย
พินจิ ของครผู ู้สอน)
๒. ขออาสาสมคั รนกั เรยี น 2-3 คน ออกมาแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับประเดน็ ทีค่ รูตง้ั คำถามท่ีหนา้ ช้นั เรียน
โดยครเู ป็นผูอ้ ธิบายสรุปเพิ่มเติมจากท่ีตัวแทนนกั เรยี นออกมาแสดงความคดิ เหน็
๓. จากนั้นครูเชอ่ื มโยงเข้าสูบ่ ทเรียน เร่อื ง พระพุทธศาสนามที ฤษฎแี ละวิธกี ารท่เี ป็นสากล
ขนั้ กจิ กรรม (๓๐ นาท)ี
๑. นักเรียนฟงั ครูอธิบายความรู้เข้าใจเกีย่ วกับพระพทุ ธศาสนามีทฤษฎแี ละวิธีการท่เี ปน็ สากล
๒. เม่ือนักเรยี นฟงั ครไู ด้อธบิ ายความรเู้ สรจ็ เรียบร้อย ใหน้ ักเรียนศกึ ษาความรู้ เร่ือง พระพุทธศาสนามี
ทฤษฎที ีเ่ ปน็ สากล จากหนังสอื เรียน จากน้ันใหน้ กั เรยี นทำใบงาน เร่อื ง พระพุทธศาสนามที ฤษฎแี ละ
วิธีการทเ่ี ปน็ สากล
๓. นกั เรยี นสรุปองค์ความรูเ้ รื่อง พระพทุ ธศาสนามที ฤษฎีและวธิ กี ารทเี่ ปน็ สากล ลงในสมดุ
ข้นั สรปุ (๑๕ นาที)
๑. ใหน้ กั เรียนออกมาเฉลยคำตอบในใบงานจากการสุ่มเลขท่ีของครู ครสู รุปองค์ความรู้ใหน้ ักเรยี นเข้าใจ
๒. นกั เรียนซักถามข้อสงสัยกับครู และสรุปความรเู้ พ่มิ เตมิ ร่วมกัน
๙. ส่ือ/นวตั กรรม
1. Power point เรือ่ ง พระพุทธศาสนามีทฤษฎีและวธิ ีการท่เี ปน็ สากล
2. หนงั สอื เรยี นวชิ าพระพุทธศาสนา ม.4-๖
3. ใบงาน เรอื่ ง ใบงาน เรื่อง พระพุทธศาสนามีทฤษฎีและวธิ กี ารที่เปน็ สากล
๑๐.ตารางการวิเคราะหก์ จิ กรรมการเรยี นรู้
จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ ส่อื การเรยี นรู้ การวดั ผลประเมนิ ผล
- การใช้ประเดน็ คำถาม
๑. นกั เรียนสามารถอธบิ าย - นกั เรยี นทำใบงาน - Power point เร่ือง - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ
ทฤษฎที างพระพุทธศาสนา
และวิธีการทเ่ี ปน็ สากลได้ เร่อื ง พระพทุ ธศาสนามี พระพุทธศาสนามที ฤษฎี เรยี นรู้รายบคุ คล
(K)
ทฤษฎแี ละวิธกี ารทเี่ ปน็ และวธิ ีการทเ่ี ปน็ สากล - แบบประเมินผลงาน
สากล
- หนงั สอื เรยี นวชิ า
พระพุทธศาสนา ม.4-๖
- ใบงาน เร่อื ง ใบงาน เรื่อง
พระพทุ ธศาสนามีทฤษฎี
และวิธีการที่เป็นสากล
๒. นกั เรยี นสามารถเผยแผ่ - การใช้ประเด็นคำถาม - Power point เรอ่ื ง - แบบสังเกตพฤติกรรมการ
ความรู้และปฏบิ ตั ิตนได้ - นกั เรยี นทำใบงาน พระพทุ ธศาสนามีทฤษฎี เรยี นรรู้ ายบุคคล
ถกู ตอ้ งเหมาะสมต่อ เรื่อง พระพทุ ธศาสนามี และวิธกี ารทเ่ี ปน็ สากล - แบบประเมินผลงาน
ความสำคัญของ ทฤษฎีและวิธกี ารท่ีเป็น - หนังสือเรียนวิชา
พระพุทธศาสนาในด้านต่าง สากล พระพุทธศาสนา ม.4-๖
ๆ (P) - ใบงาน เรอื่ ง ใบงาน เรือ่ ง
- การใช้ประเด็นคำถาม
๓. นกั เรยี นตระหนกั และ - นักเรียนทำใบงาน พระพทุ ธศาสนามีทฤษฎี
เหน็ ความสำคัญของ เรอื่ ง พระพทุ ธศาสนามี และวธิ ีการทเ่ี ป็นสากล
พระพทุ ธศาสนาในดา้ นต่าง ทฤษฎีและวิธกี ารทเี่ ป็น - Power point เร่ือง - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
ๆได้โดยผา่ นกิจกรรมการ สากล พระพทุ ธศาสนามที ฤษฎี เรยี นร้รู ายบุคคล
เรยี นรู้ (A) และวิธีการทีเ่ ป็นสากล - แบบประเมนิ ผลงาน
- หนงั สอื เรียนวชิ า
พระพทุ ธศาสนา ม.4-๖
- ใบงาน เรอื่ ง ใบงาน เร่อื ง
พระพุทธศาสนามที ฤษฎี
และวิธีการที่เป็นสากล
๑๑. การวดั และประเมนิ ผล
- วธิ ีการวัดผลประเมินผล
1. การสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ของผู้เรยี นรายบุคคล
- เครือ่ งมือการวัดประเมินผล
1. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเรียนร้ขู องผเู้ รียนรายบคุ คล
2. แบบบันทกึ การประเมนิ ผลงาน
- เกณฑก์ ารวัดผล
1. เกณฑ์ประเมินพฤติกรรมการเรียนร้ขู องผู้เรยี นรายบคุ คล
2. เกณฑก์ ารประเมินผลงาน
เกณฑ์การประเมินแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนร้รู ายบคุ คลของนักเรียน
เกณฑ์ ดมี าก (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
๑. มคี วามสนใจในการ มีความสนใจในการเรยี น มีความสนใจในการเรียน มีความสนใจในการเรยี น
เรยี น
เร่ือง ความสำคญั ของ เรอื่ ง ความสำคญั ของ เรอ่ื งความสำคัญของ
พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา พระพุทธศาสนา น้อย
สม่ำเสมอ เปน็ บางครั้ง มาก
๒. มีความรว่ มมอื ทำ ให้ความรว่ มมือทำ ใหค้ วามรว่ มมอื ทำ ให้ความร่วมมือทำ
กิจกรรมในชั้นเรียน
กจิ กรรมในชั้นเรยี นเรือ่ ง กิจกรรมในช้นั เรยี นเรื่อง กจิ กรรมในชัน้ เรยี นเร
ความสำคญั ของ ความสำคญั ของ เรอื่ งความสำคญั ของ
พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา เป็น พระพุทธศาสนา นอ้ ย
สมำ่ เสมอ บางครงั้ มาก
๓.การแสดงความ มคี วามกลา้ แสดงความ มีความกลา้ แสดงความ ไม่กล้าแสดงความ
คดิ เหน็ และการรับฟัง คดิ เห็นและรบั ฟังความ คดิ เห็นและรับฟังความ คิดเห็นและรับฟังความ
ความคิดเหน็ คิดเหน็ ของคนอื่นทุกครั้ง คิดเหน็ ของคนอ่ืนเป็น คิดเห็นของคนอน่ื
บางครง้ั
๔. พฤตกิ รรมการเขา้ นกั เรยี นมีพฤตกิ รรมการ นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมการ นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมการ
เรยี นตรงตอ่ เวลา
เข้าเรยี นตรงต่อเวลา เขา้ เรียนชา้ แตไ่ ม่เกิน เขา้ เรยี นชา้ เกนิ ๑๕
๑๕ นาที นาที
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน
ให้ ๒ คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ ๑ คะแนน
ไม่ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมเลย
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๐ – ๑๒ ดีมาก
ดี
๗–๙ พอใช้
๓–๖ ปรบั ปรงุ
ตำ่ กว่า ๒
แบบบนั ทึกการสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนร้รู ายบุคคล นักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔
คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียน แล้วขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
ความสนใจและ ความรว่ มมือทำ การแสดงความ พฤตกิ รรมการ
คิดเหน็ และการ เขา้ เรยี นตรงตอ่
ท่ี ชื่อ – สกุล กระตือรอื รน้ ใน กจิ กรรมในชั้น รวม
รบั ฟงั ความ เวลา
การเรียน เรยี น คิดเห็น
3213 2 1 3 2 1 3 2 1
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก
๑๐ – ๑๒ ดี
๗–๙ พอใช้
๓–๖ ปรับปรงุ
ต่ำกว่า ๒
ลงช่อื …............................ผสู้ งั เกต
(…………….……………....)
วันท…่ี ……..…./……………/……….
เกณฑก์ ารประเมินผลงานผ้เู รยี นรายบุคคล
ประเดน็ การประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
1. เนอ้ื หาตรงประเด็น
ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ปรงั ปรงุ (1 คะแนน)
2. การวิเคราะห์ เนอื้ หาไม่มีความชดั เจน
เนอ้ื หามคี วามถูกตอ้ ง เน้ือหาไมม่ ีความชดั เจน และตอบคำถามไมต่ รง
3. ความตรงต่อเวลา ประเดน็
ละเอียดชดั เจน ตอบ ตอบคำถามไดต้ รง
4. ความสะอาด มีการวเิ คราะห์ตาม
เรียบร้อย คำถามไดต้ รงทกุ ประเด็น ประเด็นไมถ่ ูกตอ้ งและไม่
ครบถ้วน
ประเด็น ชิ้นงานไม่เรยี บร้อย สง่
งานไมต่ รงตามเวลาท่ี
มีการวเิ คราะหต์ าม มกี ารวิเคราะหต์ าม กำหนด
ช้นิ งานไมส่ ะอาด
ประเดน็ ได้อยา่ งถกู ต้อง ประเดน็ ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง เรียบร้อยและควร
ปรบั ปรงุ
ครบถว้ น แตไ่ ม่ครบถว้ น
ช้ินงานเสรจ็ เรียบรอ้ ย ชน้ิ งานไมเ่ รียบร้อย แต่
และสง่ งานได้ตรงตาม สง่ งานตามเวลาท่ี
เวลาที่กำหนด กำหนด
ช้ินงานสะอาด เรยี บร้อย ช้นิ งานสะอาดเรียบร้อย
ดมี าก ดี
เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดับ/คุณภาพ : เกณฑ์การผ่าน 2 ผ่านระดบั พอใช้
คะแนน 9 – 12 หมายถงึ 3 ระดบั ดี
คะแนน 5 – 8 หมายถงึ 2 ระดับพอใช้
คะแนน 1 – 4 หมายถึง 1 ระดบั ปรบั ปรุง
แบบประเมินผลงานผู้เรียนรายบุคคลนกั เรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔
คำช้ีแจง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียน แลว้ ขดี / ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
ท่ี ช่ือ-สกลุ ระดบั การประเมนิ รวม ระดบั ทไ่ี ด้
เนื้อหาตรง การ ความตรง ความ
ประเดน็ วิเคราะห์ ต่อเวลา สะอาด
เรียบรอ้ ย
32 1 3213 213 2 1
เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดบั /คุณภาพ : เกณฑ์การผ่าน 2 ผ่านระดบั พอใช้
คะแนน 9 – 12 หมายถึง 3 ระดับดี
คะแนน 5 – 8 หมายถึง 2 ระดับพอใช้
คะแนน 1 – 4 หมายถึง 1 ระดบั ปรบั ปรงุ
ลงชอ่ื ….......................................ผู้ประเมิน
(…………….…………...…..............)
วันท่…ี ..…./……………/……….
๑๒. บันทกึ หลังการสอน
ผลการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………......................................................................................................
ปัญหาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..............................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..............................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
....................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ…………………………………………………ผู้สอน
(……………………………………………….)
.…………/…………/………….
ตำแหนง่ นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชพี ครู
๑๓. ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะของครูพเี่ ลี้ยง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………......................................................................................................
ลงชื่อ…………………………………………………
(……………………………………………….)
.…………/…………/………….
ตำแหน่ง ........................................................
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ เร่อื ง พระพทุ ธศาสนามขี ้อปฏิบัติทยี่ ึดทางสายกลาง
วชิ า พระพุทธศาสนา รหัสวชิ า ส31101 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔/๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ เรือ่ ง ประวัตแิ ละความสำคญั ของพระพุทธศาสนา
ผสู้ อน นางสาวอภริ ดี บุญศรี เวลา ๕๐ นาที
๑. มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชี้วดั
มาตรฐานที่ ส ๑.๑ ร้แู ละเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี
ตนนบั ถือและศาสนาอ่นื มศี รัทธาท่ถี กู ต้อง ยึดมั่น และปฏิบตั ติ ามหลักธรรมเพอื่ อยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสนั ตสิ ุข
ตวั ช้วี ัด ม. 4–6/4 วิเคราะห์ข้อปฏิบตั ิทางสายกลางในพระพทุ ธศาสนา หรอื แนวคิดของศาสนาทต่ี นนับ
ถอื ตามท่ีกำหนด
๒. สาระสำคญั
พระพุทธศาสนามีคำสอนเป็นกลางและข้อปฏิบัติท่ีเปน็ สายกลางเรียกว่า มัชฌิมาปฏปิ ทาเป็นข้อปฏิบัติที่
ไม่ตึง ไม่หย่อนเกินไป ผู้ปฏิบัติจะไปสู่จุดหมายแห่งความมีชีวิตทีด่ ีงามได้กด็ ้วยการปฏิบัติ ซึ่งมาจากกระบวนการ
ธรรมชาติในพระพุทธศาสนาที่ เรียกว่าอริยมรรค สามารถนำไปสู่ข้อปฏิบัติที่เป็นหลักสำหรับฝึกอบรมกาย วาจา
จิตใจและปัญญา ใหเ้ จรญิ งอกงามจนบรรลุเป้าหมายสูงสดุ คอื ความหลดุ พ้น ที่เรียกว่า ไตรสกิ ขา
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๓.๑ ดา้ นความรู้(K)
๓.๑.๑ นกั เรียนสามารถอธบิ ายขอ้ ปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาที่ยดึ หลกั ทางสายกลางได้ (K)
๓.๒. ดา้ นทักษะ/กระบวนการ(P)
๓.๒.๑ นักเรยี นสามารถเผยแผ่ความรู้และปฏบิ ัตติ นไดถ้ กู ต้องเหมาะสมตอ่ ความสำคัญของ
พระพทุ ธศาสนาในดา้ นต่าง ๆ (P)
๓.๓ คุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์(A)
๓.๓.๑ นักเรียนตระหนกั และเหน็ ความสำคัญของพระพุทธศาสนาในดา้ นต่าง ๆได้โดยผ่านกิจกรรมการ
เรียนรู้ (A)
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ ความสำคญั ของพระพุทธศาสนา
- พระพุทธศาสนามขี ้อปฏิบัติที่ยึดทางสายกลาง
๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
- ทักษะการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ
๒. ความสามารถในการส่อื สาร
๓. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
๖. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. ใฝเ่ รยี นรู้ ๒.มีวนิ ยั ๓. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
๗. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
ทำใบงาน เรือ่ งพระพุทธศาสนามขี อ้ ปฏบิ ัติทีย่ ึดทางสายกลาง และนำองคค์ วามรู้ทัง้ หมดมารว่ ม
กันอภปิ รายสรปุ กิจกรรม
๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
การจดั การเรยี นการสอนโดยใชใ้ บงาน เรือ่ ง พระพทุ ธศาสนามขี ้อปฏบิ ตั ทิ ี่ยดึ ทางสายกลาง (รายบุคคล)
ขนั้ นำเขา้ ส่บู ทเรยี น (๕ นาท)ี
๑. ก่อนเข้าสูบ่ ทเรยี น ให้นกั เรียนร่วมกันวเิ คราะหแ์ ละแสดงความคดิ เห็น เพือ่ ประเมนิ ความรู้ความเขา้ ใจใน
เบอื้ งตน้ ดังน้ี
- ผ้ทู ีม่ ีปัญญาหรอื ความเพียรเพยี งอย่างใดอยา่ งหน่ึงสามารถแก้ไขปญั หาได้หรือไม่
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน)
๒. ขออาสาสมคั รนกั เรยี น 2-3 คน ออกมาแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับประเดน็ ทค่ี รูตง้ั คำถามท่ีหนา้ ช้นั เรียน
โดยครูเปน็ ผอู้ ธบิ ายสรปุ เพ่มิ เติมจากทต่ี ัวแทนนกั เรียนออกมาแสดงความคดิ เหน็
๓. จากนนั้ ครเู ช่ือมโยงเข้าสู่บทเรยี น เร่อื ง พระพทุ ธศาสนามขี ้อปฏิบัตทิ ่ียึดทางสายกลาง
ขนั้ กจิ กรรม (๓๐ นาท)ี
๑. นกั เรยี นฟงั ครอู ธบิ ายความรูเ้ ก่ยี วกบั พระพุทธศาสนามีขอ้ ปฏิบตั ทิ ย่ี ึดทางสายกลาง โดยผ่านสื่อ
Power point
2. เมอ่ื นักเรยี นฟังครอู ธบิ ายความรู้เสร็จเรยี บรอ้ ย ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาความรู้ เรอ่ื ง พระพุทธศาสนามีขอ้
ปฏิบตั ทิ ่ียึดทางสายกลาง จากหนงั สอื เรยี นและนักเรียนทำใบงาน เรอ่ื ง พระพุทธศาสนามีข้อปฏบิ ัติทยี่ ดึ
ทางสายกลาง
๓. นักเรยี นสรปุ องคค์ วามรเู้ รือ่ ง พระพุทธศาสนามขี อ้ ปฏบิ ตั ิที่ยึดทางสายกลาง ลงในสมดุ
ขน้ั สรปุ (๑๕ นาท)ี
๑. นักเรียนตอบคำถามจากครูเพื่อสรุปองค์ความรู้ โดยมปี ระเดน็ คำถาม ดงั นี้
- ข้อปฏิบัตทิ ย่ี ดึ ทางสายกลางของพระพุทธศาสนา เรียกวา่ อะไร และมีแนวทางการปฏบิ ตั ิอยา่ งไร
- มรรคมอี งค์แปดให้แนวทางนักเรียนในการปฏบิ ัตติ นทางสายกลางอย่างไรบา้ ง
๒. เปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นซักถามขอ้ สงสยั กบั ครู และร่วมกนั สรปุ ความรเู้ พิ่มเติม
๙. สื่อ/นวัตกรรม
1. Power point เรอ่ื ง พระพุทธศาสนามีข้อปฏบิ ัติที่ยึดทางสายกลาง
2. หนังสือเรียนวชิ าพระพุทธศาสนา ม.4-๖
3. ใบงาน เรอื่ ง ใบงาน เรอ่ื ง พระพุทธศาสนามีข้อปฏิบัตทิ ่ียดึ ทางสายกลาง
๑๐.ตารางการวิเคราะหก์ จิ กรรมการเรียนรู้
จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมการเรยี นรู้ สื่อการเรียนรู้ การวดั ผลประเมินผล
- การใช้ประเดน็ คำถาม - Power point เรื่อง
๑. นกั เรียนสามารถอธบิ าย - นกั เรยี นทำใบงาน พระพุทธศาสนามีขอ้ - แบบสงั เกตพฤติกรรมการ
ขอ้ ปฏิบัตทิ าง ปฏิบตั ทิ ี่ยึดทางสายกลาง เรยี นรู้รายบุคคล
พระพุทธศาสนาทีย่ ดึ หลัก เรอ่ื ง พระพทุ ธศาสนามี - หนงั สอื เรียนวิชา - แบบประเมินผลงาน
ทางสายกลางได้ (K) พระพุทธศาสนา ม.4-๖
ข้อปฏบิ ตั ทิ ยี่ ึดทางสาย - ใบงาน เร่ือง
กลาง
พระพทุ ธศาสนามีข้อ
ปฏิบัติที่ยดึ ทางสายกลาง
๒. นักเรียนสามารถเผยแผ่ - การใช้ประเดน็ คำถาม - Power point เรื่อง - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
ความรู้และปฏิบตั ิตนได้ - นกั เรยี นทำใบงาน พระพทุ ธศาสนามขี ้อ เรียนรู้รายบคุ คล
ถกู ต้องเหมาะสมต่อ เร่อื ง พระพุทธศาสนามี ปฏิบตั ิทย่ี ดึ ทางสายกลาง - แบบประเมนิ ผลงาน
ความสำคัญของ ขอ้ ปฏบิ ตั ิท่ยี ึดทางสาย - หนงั สอื เรยี นวิชา
พระพุทธศาสนาในด้านตา่ ง กลาง พระพทุ ธศาสนา ม.4-๖ - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ
ๆ (P) - ใบงาน เร่อื ง เรยี นร้รู ายบุคคล
- การใช้ประเด็นคำถาม - แบบประเมนิ ผลงาน
๓. นักเรียนตระหนกั และ - นกั เรียนทำใบงาน พระพุทธศาสนามีขอ้
เหน็ ความสำคัญของ เร่ือง พระพุทธศาสนามี ปฏบิ ตั ทิ ี่ยึดทางสายกลาง
พระพุทธศาสนาในด้านตา่ ง ข้อปฏิบตั ทิ ีย่ ึดทางสาย - Power point เรอ่ื ง
ๆได้โดยผ่านกิจกรรมการ กลาง พระพุทธศาสนามขี ้อ
เรียนรู้ (A) ปฏบิ ตั ิทยี่ ดึ ทางสายกลาง
- หนังสอื เรยี นวิชา
พระพทุ ธศาสนา ม.4-๖
- ใบงาน เรอ่ื ง
พระพทุ ธศาสนามขี ้อ
ปฏบิ ัติทีย่ ดึ ทางสายกลาง
๑๑. การวดั และประเมินผล
- วธิ ีการวัดผลประเมินผล
1. การสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ของผู้เรยี นรายบุคคล
- เครือ่ งมือการวัดประเมินผล
1. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเรียนร้ขู องผเู้ รียนรายบคุ คล
2. แบบบันทกึ การประเมนิ ผลงาน
- เกณฑก์ ารวัดผล
1. เกณฑ์ประเมินพฤติกรรมการเรียนร้ขู องผู้เรยี นรายบคุ คล
2. เกณฑ์การประเมินผลงาน
เกณฑ์การประเมินแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนร้รู ายบคุ คลของนักเรียน
เกณฑ์ ดมี าก (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
๑. มีความสนใจในการ มีความสนใจในการเรยี น มีความสนใจในการเรียน มีความสนใจในการเรยี น
เรยี น
เร่ือง ความสำคญั ของ เรอื่ ง ความสำคญั ของ เรอ่ื งความสำคัญของ
พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา พระพุทธศาสนา น้อย
สม่ำเสมอ เปน็ บางครั้ง มาก
๒. มีความรว่ มมอื ทำ ให้ความรว่ มมือทำ ใหค้ วามรว่ มมอื ทำ ให้ความร่วมมือทำ
กิจกรรมในชั้นเรียน
กจิ กรรมในชั้นเรยี นเรือ่ ง กิจกรรมในช้นั เรยี นเรื่อง กจิ กรรมในชัน้ เรยี นเร
ความสำคญั ของ ความสำคญั ของ เรอื่ งความสำคญั ของ
พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา เป็น พระพุทธศาสนา นอ้ ย
สมำ่ เสมอ บางครงั้ มาก
๓.การแสดงความ มคี วามกลา้ แสดงความ มีความกลา้ แสดงความ ไม่กล้าแสดงความ
คดิ เหน็ และการรับฟัง คดิ เห็นและรบั ฟังความ คดิ เห็นและรับฟังความ คิดเห็นและรับฟงั ความ
ความคิดเหน็ คิดเหน็ ของคนอื่นทุกครั้ง คิดเหน็ ของคนอ่ืนเป็น คิดเห็นของคนอน่ื
บางครง้ั
๔. พฤตกิ รรมการเขา้ นกั เรยี นมีพฤตกิ รรมการ นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมการ นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมการ
เรยี นตรงตอ่ เวลา
เข้าเรยี นตรงต่อเวลา เขา้ เรียนชา้ แตไ่ ม่เกิน เขา้ เรยี นชา้ เกนิ ๑๕
๑๕ นาที นาที
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน
ให้ ๒ คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ ๑ คะแนน
ไม่ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมเลย
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๐ – ๑๒ ดีมาก
ดี
๗–๙ พอใช้
๓–๖ ปรบั ปรงุ
ตำ่ กว่า ๒
แบบบนั ทึกการสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนร้รู ายบุคคล นักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔
คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียน แล้วขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
ความสนใจและ ความรว่ มมือทำ การแสดงความ พฤตกิ รรมการ
คิดเหน็ และการ เขา้ เรยี นตรงตอ่
ท่ี ชื่อ – สกุล กระตือรอื รน้ ใน กจิ กรรมในชั้น รวม
รบั ฟงั ความ เวลา
การเรียน เรยี น คิดเห็น
3213 2 1 3 2 1 3 2 1
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก
๑๐ – ๑๒ ดี
๗–๙ พอใช้
๓–๖ ปรับปรงุ
ต่ำกว่า ๒
ลงช่อื …............................ผสู้ งั เกต
(…………….……………....)
วันท…่ี ……..…./……………/……….
เกณฑก์ ารประเมินผลงานผ้เู รยี นรายบุคคล
ประเดน็ การประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
1. เนอ้ื หาตรงประเด็น
ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ปรงั ปรงุ (1 คะแนน)
2. การวิเคราะห์ เนอื้ หาไม่มีความชดั เจน
เนอ้ื หามคี วามถูกตอ้ ง เน้ือหาไมม่ ีความชดั เจน และตอบคำถามไมต่ รง
3. ความตรงต่อเวลา ประเดน็
ละเอียดชดั เจน ตอบ ตอบคำถามไดต้ รง
4. ความสะอาด มีการวเิ คราะห์ตาม
เรียบร้อย คำถามไดต้ รงทกุ ประเด็น ประเด็นไมถ่ ูกตอ้ งและไม่
ครบถ้วน
ประเด็น ชิ้นงานไม่เรยี บร้อย สง่
งานไมต่ รงตามเวลาท่ี
มีการวเิ คราะหต์ าม มกี ารวิเคราะหต์ าม กำหนด
ช้นิ งานไมส่ ะอาด
ประเดน็ ได้อยา่ งถกู ต้อง ประเดน็ ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง เรียบร้อยและควร
ปรบั ปรุง
ครบถว้ น แตไ่ ม่ครบถว้ น
ช้ินงานเสรจ็ เรียบรอ้ ย ชน้ิ งานไมเ่ รียบร้อย แต่
และสง่ งานได้ตรงตาม สง่ งานตามเวลาท่ี
เวลาที่กำหนด กำหนด
ช้ินงานสะอาด เรยี บร้อย ช้นิ งานสะอาดเรียบร้อย
ดมี าก ดี
เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดับ/คุณภาพ : เกณฑ์การผ่าน 2 ผ่านระดบั พอใช้
คะแนน 9 – 12 หมายถงึ 3 ระดบั ดี
คะแนน 5 – 8 หมายถงึ 2 ระดับพอใช้
คะแนน 1 – 4 หมายถึง 1 ระดบั ปรบั ปรุง
แบบประเมินผลงานผู้เรียนรายบุคคลนกั เรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔
คำช้ีแจง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียน แลว้ ขดี / ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
ท่ี ช่ือ-สกลุ ระดบั การประเมนิ รวม ระดบั ทไ่ี ด้
เนื้อหาตรง การ ความตรง ความ
ประเดน็ วิเคราะห์ ต่อเวลา สะอาด
เรียบรอ้ ย
32 1 3213 213 2 1
เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดบั /คุณภาพ : เกณฑ์การผ่าน 2 ผ่านระดบั พอใช้
คะแนน 9 – 12 หมายถึง 3 ระดับดี
คะแนน 5 – 8 หมายถึง 2 ระดับพอใช้
คะแนน 1 – 4 หมายถึง 1 ระดบั ปรบั ปรงุ
ลงชอ่ื ….......................................ผู้ประเมิน
(…………….…………...…..............)
วันท่…ี ..…./……………/……….