โครงสร้างรายวชิ าพืน้ ฐาน
รายวชิ าประวัติศาสตร์ รหัสวิชา ส 23103
กลุม่ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หน่วยกติ
สัดส่วนคะแนนระหวา่ งภาค : ปลายภาค = 70 : 30
ลำดับ ชือ่ หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั
ท่ี เรยี นรู้ เรียนรู้ (ช่วั โมง) คะแนน
/ ตัวช้วี ัด
1 วธิ กี ารทาง - จดุ มุ่งหมายของการวเิ คราะห์ 2 ๑0
ประวตั ศิ าสตร์ ส 4.1 ม.3/1 เร่ืองราว เหตกุ ารณท์ าง 9 ๔๐
ในการศึกษา ม.3/2 ประวัตศิ าสตร์
เร่อื งราว ทาง - ข้อจำกัดของเรอ่ื งราว เหตกุ ารณ์
ประวตั ศิ าสตร์ ทางประวัตศิ าสตร์
- ความสำคัญของการวิเคราะห์
2 พฒั นาการทาง ส 4.3 ม.3/1 เรอื่ งราว เหตุการณ์ทาง
ประวัตศิ าสตร์ ประวตั ศิ าสตร์
ม.3/2 - กรณตี วั อยา่ งในการศึกษาเรอื่ งราว
ไทย สมยั เหตกุ ารณ์ทางประวัติศาสตร์ โดยใช้
รตั นโกสินทร์ วธิ ที างประวตั ิศาสตร์
ตอนตน้
- การสถาปนาราชธานี
- ปัจจยั ที่ส่งผลตอ่ ความมนั่ คงและ
ความเจรญิ รุ่งเรือง
- พฒั นาการทางประวตั ิศาสตร์
- ตวั อย่างเหตุการณ์สำคญั ทม่ี ผี ลตอ่
พฒั นาการทางประวัติศาสตร์
- บทบาทของพระมหากษตั ริยใ์ น
ราชวงศจ์ กั รตี ่อความม่ันคง และ
ความเจริญรุ่งเรืองของชาตไิ ทย
ลำดบั ช่ือหนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนัก
ท่ี เรยี นรู้ เรยี นรู้ (ชว่ั โมง คะแนน
/ ตัวช้วี ัด
3 พฒั นาการทาง - ปัจจยั ท่สี ง่ ผลตอ่ ความมั่นคงและ 7 ๔๐
ประวัติศาสตร์ ส 4.3 ม.3/1
ไทยสมัย ม.3/2 ความเจริญรุ่งเรอื ง
ปรบั ปรุงและ - พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์
ปฏิรปู ประเทศ - ตวั อย่างเหตกุ ารณ์สำคัญทมี่ ผี ลตอ่
พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์
- บทบาทของพระมหากษัตรยิ ใ์ น
ราชวงศ์จักรีตอ่ ความมน่ั คง และ
ความเจริญรงุ่ เรืองของชาติไทย
4 พฒั นาการทาง ส 4.3 ม.3/1 - ปัจจยั ที่สง่ ผลต่อความมน่ั คงและ 2 ๑0
20 100
ประวัติศาสตร์ ความเจริญรุง่ เรือง
ไทยสมัย - พฒั นาการทางประวัติศาสตร์
ประชาธิปไตย - บทบาทของไทยสมยั ประชาธิปไตย
ตอ่ สังคมโลก
รวม
ผงั มโนทัศนก์ ารจัดการเรียนรู้
รายวชิ า ประวตั ิศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓
แผนที่ ๑ เรอื่ ง วิธกี ารทางประวัติศาสตร์ แผนที่ 1๙ เรื่อง ปจั จยั ที่ส่งผลต่อความ
แผนที่ ๒ เรือ่ ง วิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ มั่นคงและความเจริญรงุ่ เรอื ง
แผนท่ี ๒๐ เรือ่ ง บทบาทของไทยสมยั
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๑ เรื่อง ประชาธิปไตยตอ่ สังคมโลก
วธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์ ในการศึกษา
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๔
เรื่องราว ทางประวัติศาสตร์ เรอ่ื ง พฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์ไทย
รายวชิ า สมยั ประชาธิปไตย
ประวตั ศิ าสตร์
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๒ หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๓
เร่อื ง พัฒนาการทางประวัตศิ าสตร์ไทย เรอ่ื ง พัฒนาการทางประวตั ศิ าสตรไ์ ทย
สมัยรัตนโกสนิ ทร์ตอนต้น สมัยปรับปรุงและปฏิรปู ประเทศ
แผนท่ี ๓ เรอ่ื ง การสถาปนาราชธานี แผนที่ 1๒ เรอ่ื ง ปจั จยั ที่ส่งผลตอ่ ความมนั่ คง
แผนที่ ๔ เรื่อง การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ และความเจรญิ รุ่งเรือง
แผนที่ ๕ เรือ่ ง พัฒนาการดา้ นการเมอื งการปกครอง แผนที่ 1๓ เรอ่ื ง พัฒนาการทางประวัตศิ าสตร์
แผนที่ ๖ เรอ่ื ง พฒั นาการด้านเศรษฐกจิ และสังคมสมัย แผนที่ 1๔ เรื่อง ตวั อย่างเหตุการณส์ ำคญั ทม่ี ีผล
รตั นโกสินทรต์ อนต้น ตอ่ พัฒนาการทางประวตั ิศาสตร์
แผนท่ี ๗ เร่อื ง ความสมั พันธร์ ะหวา่ งประเทศ แผนท่ี ๑๕ เรอ่ื ง บทบาทของพระมหากษัตริย์
แผนที่ ๘ เรื่อง การอพยพเข้ามาของชาวจีนสมัย รัชกาลที่ ๔
รัตนโกสินทร์ พฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์ แผนท่ี ๑๖ เรอื่ ง บทบาทของพระมหากษัตรยิ ์
แผนท่ี ๙ เรอ่ื ง บทบาทของพระมหากษัตรยิ ร์ ชั กาลท่ี ๑ รชั กาลท่ี ๕
แผนท่ี ๑๐ เรื่อง บทบาทของพระมหากษตั รยิ ์รัชกาลท่ี ๒ แผนที่ ๑๗ เรอื่ ง บทบาทของพระมหากษตั ริย์
แผนที่ ๑๑ เรือ่ ง บทบาทของพระมหากษัตรยิ ์รัชกาลที่ ๓ รชั กาลท่ี ๖
แผนท่ี ๑๘ เรอ่ื ง บทบาทของพระมหากษตั รยิ ์
รัชกาลที่ ๗
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๑ เร่อื ง วธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์
รายวชิ า ประวัติศาสตร์ รหัสวิชา ส๒๓10๓ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓/๑-๓
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ ๑ เรื่อง วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ในการศกึ ษาเร่ืองราวทางประวตั ศิ าสตร์
ผสู้ อน นางสาวอภริ ดี บญุ ศรี เวลา ๕๐ นาที
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวดั
มาตรฐานที่ ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้
วธิ ีการทางประวตั ิศาสตรม์ าวิเคราะห์เหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ อย่างเปน็ ระบบ
ตวั ชวี้ ัด ม.3/1 วเิ คราะห์เรือ่ งราวเหตกุ ารณ์สำคัญทางประวตั ิศาสตรไ์ ดอ้ ยา่ งมีเหตผุ ลตามวธิ กี ารทาง
ประวัติศาสตร์
ม.3/2 ใชว้ ิธีการทางประวตั ิศาสตร์ในการศกึ ษาเร่ืองราวต่าง ๆ ทต่ี นสนใจ
๒. สาระสำคญั
วธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์เป็นการรวบรวม พจิ ารณาไตร่ตรอง วิเคราะห์และตีความจากหลกั ฐานแลว้ นำมา
เปรยี บเทยี บ อย่างเป็นระบบ เพอ่ื อธิบายเหตุการณส์ ำคญั ทีเ่ กดิ ขึ้นในอดตี วา่ เหตใุ ดจงึ เกิดขน้ึ หรอื เหตกุ ารณใ์ น
อดีตนน้ั ไดเ้ กดิ และคลคี่ ลายอยา่ งไร ซึ่งเป็นความมงุ่ หมายทสี่ ำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์ นักเรยี นควรท่จี ะ
ศึกษาเกยี่ วกบั วธิ ีการทางประวัตเิ พอ่ื ทจ่ี ะนำวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์มาใช้ในการศกึ ษาเหตกุ ารณ์สำคัญทาง
ประวตั ิศาสตร์ไดอ้ ย่างมีเหตุผล
๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ดา้ นความร(ู้ K)
๓.๑.๑ นักเรียนสามารถวิเคราะห์เรื่องราวเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยใช้วิธีการทาง
ประวัติศาสตร์ได้ (K)
๓.๒. ด้านทกั ษะ/กระบวนการ(P)
๓.๒.๑ นักเรียนสามารถนำวิธีการทางประวัติศาสตร์มาใช้ในการศึกษาเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตนเอง
ครอบครัวและทอ้ งถ่นิ ของตนไดอ้ ย่างเหมาะสม (P)
๓.๓ คุณลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์(A)
๓.๓.๑ นกั เรียนตระหนักและเหน็ ความสำคัญของการวเิ คราะหเ์ รื่องราวเหตุการณท์ างประวตั ิศาสตร์ (A)
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ วิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์ในการศึกษาเรอ่ื งราวทางประวัตศิ าสตร์
- จดุ มุ่งหมายของการวิเคราะห์เร่อื งราวทางประวัตศิ าสตร์
- ข้อจำกดั ของเรือ่ งราว เหตุการณท์ างประวตั ศิ าสตร์
๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
- ทกั ษะการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ
๒. ความสามารถในการสอื่ สาร
๓. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
๖. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. ใฝเ่ รยี นรู้ ๒.มีวนิ ยั ๓. มุ่งม่ันในการทำงาน
๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
ร่วมกันทำกิจกรรม “ใบงานที่ ๑ เรื่องจุดมุ่งหมายของการวิเคราะห์เรื่องราวทางประวัติศาสตร์” เป็น
รายบุคคลและนำองค์ความรูท้ ้ังหมด มาร่วมกันอภิปรายสรปุ กจิ กรรม
๘. กิจกรรมการเรียนรู้
การจัดการเรียนการสอนโดยการทำกิจกรรมตอบคำถามในใบงานที่ ๑ เรื่องจดุ มุ่งหมายของการวิเคราะห์
เรือ่ งราวทางประวตั ิศาสตร์ (รายบคุ คล)
ข้ันนำเข้าสู่บทเรียน (๕ นาที)
๑. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิดจากครู นักเรียนคดิ ว่า ถา้ นกั เรียนตอ้ งการศกึ ษาข้อมลู หรอื
เรื่องราวทางประวตั ศิ าสตร์ ควรศึกษาดว้ ยวิธีการใด (แนวทางการตอบ: วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ ตามวธิ ีการ
ทางประวตั ิศาสตร์)
๒. นักเรยี นดูบัตรภาพหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรแ์ ลว้ ให้ช่วยกันบอกประเภทของหลกั ฐานทาง
ประวตั ศิ าสตร์ท่ีครนู ำมาให้ดู
๓. นกั เรียนชว่ ยกนั วิเคราะห์ความน่าเชือ่ ถอื ของหลกั ฐานพรอ้ มแสดงเหตุผลประกอบจากตวั อย่างหลกั ฐาน
ทางประวตั ิศาสตร์ท่ีครนู ำมาให้ แลว้ นักเรียนและครูร่วมกนั สรปุ ความสำคญั ของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
ขนั้ กจิ กรรม (๓๐ นาท)ี
1. นักเรียนฟงั ครูอธิบายความรเู้ กย่ี วกบั วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ในการศกึ ษาเรื่องราวทางประวตั ศิ าสตร์
โดยผ่านสือ่ Power point ในประเด็นตอ่ ไปนี้
๑) จุดม่งุ หมายของการวเิ คราะห์เรือ่ งราวทางประวตั ศิ าสตร์
๒) ขอ้ จำกดั ของเรื่องราว เหตุการณ์ทางประวัตศิ าสตร์
2. เมื่อนักเรยี นฟงั ครูอธิบายความร้เู สร็จเรยี บรอ้ ยแล้ว ครูแจกใบงานที่ ๑ เรื่องจุดมงุ่ หมายของการ
วิเคราะห์เรอื่ งราวทางประวัติศาสตร์ใหก้ ับนกั เรยี น
๓. โดยใหน้ ักเรียนศกึ ษาความรู้เรอ่ื ง จดุ ม่งุ หมายของการวิเคราะหเ์ รอ่ื งราวทางประวตั ศิ าสตรแ์ ละขอ้ จำกัด
ของเร่ืองราว เหตกุ ารณท์ างประวตั ศิ าสตร์ จากหนังสือเรยี น หนงั สอื คน้ คว้าเพ่ิมเติม หอ้ งสมุด และ
แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
๔. จากนั้นเมือ่ นักเรียนทำใบงานเสร็จเรียบรอ้ ยแล้ว ให้นักเรียนสรปุ องค์ความรู้ที่ไดเ้ รยี นลงในสมุดอีกคร้ัง
เพื่อให้นกั เรยี นได้เขา้ ใจมากขึน้
ขนั้ สรุป (๑๕ นาท)ี
๑. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ จากครูว่า ถ้าหากไมใ่ ชว้ ิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ในการศกึ ษา
เหตุการณท์ างประวัตศิ าสตร์ นักเรยี นจะสามารถใช้วธิ ีใดได้อีกบา้ ง อธิบายเหตผุ ล (แนวทางการตอบ:
ข้นึ อยูก่ บั ดลุ ยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
2. นกั เรยี นและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้เรอ่ื ง วธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ในการศึกษาเรือ่ งราวทางประวัตศิ าสตร์
๙. ส่อื /นวัตกรรม
1. Power point เรอื่ ง วธิ กี ารทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาเรอ่ื งราวทางประวตั ศิ าสตร์
2. หนงั สือเรียนวิชาประวตั ิศาสตร์ ม.๓
3. บตั รภาพ
๔. ใบงานที่ ๑ เรื่องจุดม่งุ หมายของการวเิ คราะห์เรือ่ งราวทางประวตั ศิ าสตร์
๑๐.ตารางการวเิ คราะหก์ ิจกรรมการเรียนรู้
จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการเรยี นรู้ การวัดผลประเมนิ ผล
๑. นักเรยี นสามารถ - นกั เรียนดูบตั รภาพ - หนงั สอื เรยี นวชิ า - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
เรียนรู้รายบคุ คล
วิเคราะหเ์ ร่อื งราวเหตกุ ารณ์ หลักฐานทาง ประวตั ิศาสตร์ ม.๓ - แบบประเมินผลงาน
สำคัญทางประวัตศิ าสตร์ ประวตั ิศาสตร์พร้อมท้ัง - บัตรภาพ
โดยใชว้ ธิ กี ารทาง ใช้ตอบประเด็นคำถาม - ใบงานท่ี ๑ เรื่อง
ประวตั ศิ าสตรไ์ ด้ (K) - นกั เรยี นทำใบงานท่ี ๑ จุดมงุ่ หมายของการ
เรือ่ งจุดมุ่งหมายของการ วเิ คราะหเ์ รื่องราวทาง
วิเคราะหเ์ ร่อื งราวทาง ประวตั ิศาสตร์
ประวตั ิศาสตร์
๒. นกั เรยี นสามารถนำ - การเรยี นการสอนโดย - Powerpoint เรือ่ ง - แบบสังเกตพฤติกรรมการ
เรยี นรู้รายบุคคล
วธิ ีการทางประวตั ิศาสตรม์ า ใช้การอธิบาย วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ - แบบประเมนิ ผลงาน
ใช้ในการศกึ ษาเรือ่ งราวท่ี - นักเรยี นทำใบงานท่ี ๑ ในการศึกษาเร่ืองราวทาง - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ
เกยี่ วข้องกับตนเอง เรียนร้รู ายบคุ คล
ครอบครัวและท้องถิน่ ของ เรื่องจดุ มุ่งหมายของการ ประวัติศาสตร์ - แบบประเมินผลงาน
ตนไดอ้ ย่างเหมาะสม (P) วเิ คราะห์เร่ืองราวทาง - หนงั สอื เรียนวิชา
ประวตั ิศาสตร์
ประวัตศิ าสตร์ ม.๓
- บัตรภาพ
- ใบงานที่ ๑ เรอ่ื ง
จุดมุ่งหมายของการ
วเิ คราะห์เรื่องราวทาง
ประวตั ิศาสตร์
๓. นักเรียนตระหนักและ - นกั เรียนดูบตั รภาพ - บตั รภาพ
เห็นความสำคัญของการ หลกั ฐานทาง - ใบงานท่ี ๑ เรอ่ื ง
วเิ คราะหเ์ รือ่ งราวเหตุการณ์ ประวตั ศิ าสตร์พรอ้ มทง้ั จุดมุ่งหมายของการ
ทางประวตั ิศาสตร์ (A) ใช้ตอบประเดน็ คำถาม วิเคราะหเ์ รื่องราวทาง
ประวัติศาสตร์
- ใหน้ กั เรยี นทำใบงานท่ี
๑ เรื่องจุดมงุ่ หมายของ
การวเิ คราะหเ์ ร่อื งราว
ทางประวตั ศิ าสตร์
๑๑. การวดั และประเมนิ ผล
- วธิ ีการวัดผลประเมินผล
1. การสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ของผู้เรยี นรายบุคคล
- เครือ่ งมือการวัดประเมินผล
1. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเรียนร้ขู องผเู้ รียนรายบคุ คล
2. แบบบันทกึ การประเมนิ ผลงาน
- เกณฑก์ ารวัดผล
1. เกณฑ์ประเมินพฤติกรรมการเรียนร้ขู องผู้เรยี นรายบคุ คล
2. เกณฑก์ ารประเมินผลงาน
เกณฑ์การประเมินแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนร้รู ายบคุ คลของนักเรียน
เกณฑ์ ดมี าก (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
๑. มคี วามสนใจในการ มีความสนใจในการเรยี น มีความสนใจในการเรียน มีความสนใจในการเรยี น
เรยี น
เร่ือง ความสำคญั ของ เรอื่ ง ความสำคญั ของ เรอ่ื งความสำคัญของ
พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา พระพุทธศาสนา น้อย
สม่ำเสมอ เปน็ บางครั้ง มาก
๒. มีความรว่ มมอื ทำ ให้ความรว่ มมือทำ ใหค้ วามรว่ มมอื ทำ ให้ความร่วมมือทำ
กิจกรรมในชั้นเรียน
กจิ กรรมในชั้นเรยี นเรือ่ ง กิจกรรมในช้นั เรยี นเรื่อง กจิ กรรมในชัน้ เรยี นเร
ความสำคญั ของ ความสำคญั ของ เรอื่ งความสำคญั ของ
พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา เป็น พระพุทธศาสนา นอ้ ย
สมำ่ เสมอ บางครงั้ มาก
๓.การแสดงความ มคี วามกลา้ แสดงความ มีความกลา้ แสดงความ ไม่กล้าแสดงความ
คดิ เหน็ และการรับฟัง คดิ เห็นและรบั ฟังความ คดิ เห็นและรับฟังความ คิดเห็นและรับฟังความ
ความคิดเหน็ คิดเหน็ ของคนอื่นทุกครั้ง คิดเหน็ ของคนอ่ืนเป็น คิดเห็นของคนอน่ื
บางครง้ั
๔. พฤตกิ รรมการเขา้ นกั เรยี นมีพฤตกิ รรมการ นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมการ นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมการ
เรยี นตรงตอ่ เวลา
เข้าเรยี นตรงต่อเวลา เขา้ เรียนชา้ แตไ่ ม่เกิน เขา้ เรยี นชา้ เกนิ ๑๕
๑๕ นาที นาที
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน
ให้ ๒ คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ ๑ คะแนน
ไม่ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมเลย
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๐ – ๑๒ ดีมาก
ดี
๗–๙ พอใช้
๓–๖ ปรบั ปรงุ
ตำ่ กว่า ๒
แบบบนั ทึกการสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนร้รู ายบุคคล นักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓
คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียน แล้วขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
ความสนใจและ ความรว่ มมือทำ การแสดงความ พฤตกิ รรมการ
คิดเหน็ และการ เขา้ เรยี นตรงตอ่
ท่ี ชื่อ – สกุล กระตือรอื รน้ ใน กจิ กรรมในชั้น รวม
รบั ฟงั ความ เวลา
การเรียน เรยี น คิดเห็น
3213 2 1 3 2 1 3 2 1
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก
๑๐ – ๑๒ ดี
๗–๙ พอใช้
๓–๖ ปรับปรงุ
ต่ำกว่า ๒
ลงช่อื …............................ผสู้ งั เกต
(…………….……………....)
วันท…่ี ……..…./……………/……….
เกณฑก์ ารประเมินผลงานผ้เู รยี นรายบุคคล
ประเดน็ การประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
1. เนอ้ื หาตรงประเด็น
ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ปรงั ปรงุ (1 คะแนน)
2. การวิเคราะห์ เนอื้ หาไม่มีความชดั เจน
เนอ้ื หามคี วามถูกตอ้ ง เน้ือหาไมม่ ีความชดั เจน และตอบคำถามไมต่ รง
3. ความตรงต่อเวลา ประเดน็
ละเอียดชดั เจน ตอบ ตอบคำถามไดต้ รง
4. ความสะอาด มีการวเิ คราะห์ตาม
เรียบร้อย คำถามไดต้ รงทกุ ประเด็น ประเด็นไมถ่ ูกตอ้ งและไม่
ครบถ้วน
ประเด็น ชิ้นงานไม่เรยี บร้อย สง่
งานไมต่ รงตามเวลาท่ี
มีการวเิ คราะหต์ าม มกี ารวิเคราะหต์ าม กำหนด
ช้นิ งานไมส่ ะอาด
ประเดน็ ได้อยา่ งถกู ต้อง ประเดน็ ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง เรียบร้อยและควร
ปรบั ปรงุ
ครบถว้ น แตไ่ ม่ครบถว้ น
ช้ินงานเสรจ็ เรียบรอ้ ย ชน้ิ งานไมเ่ รียบร้อย แต่
และสง่ งานได้ตรงตาม สง่ งานตามเวลาท่ี
เวลาที่กำหนด กำหนด
ช้ินงานสะอาด เรยี บร้อย ช้นิ งานสะอาดเรียบร้อย
ดมี าก ดี
เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดับ/คุณภาพ : เกณฑ์การผ่าน 2 ผ่านระดบั พอใช้
คะแนน 9 – 12 หมายถงึ 3 ระดบั ดี
คะแนน 5 – 8 หมายถงึ 2 ระดับพอใช้
คะแนน 1 – 4 หมายถึง 1 ระดบั ปรบั ปรุง
แบบประเมินผลงานผู้เรียนรายบุคคลนกั เรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
คำช้ีแจง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียน แลว้ ขดี / ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
ท่ี ช่ือ-สกลุ ระดบั การประเมนิ รวม ระดบั ทไ่ี ด้
เนื้อหาตรง การ ความตรง ความ
ประเดน็ วิเคราะห์ ต่อเวลา สะอาด
เรียบรอ้ ย
32 1 3213 213 2 1
เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดบั /คุณภาพ : เกณฑ์การผ่าน 2 ผ่านระดบั พอใช้
คะแนน 9 – 12 หมายถึง 3 ระดับดี
คะแนน 5 – 8 หมายถึง 2 ระดับพอใช้
คะแนน 1 – 4 หมายถึง 1 ระดบั ปรบั ปรงุ
ลงชอ่ื ….......................................ผู้ประเมิน
(…………….…………...…..............)
วันท่…ี ..…./……………/……….
๑๒. บันทกึ หลังการสอน
ผลการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………......................................................................................................
ปัญหาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..............................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..............................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
....................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ…………………………………………………ผู้สอน
(……………………………………………….)
.…………/…………/………….
ตำแหนง่ นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชพี ครู
๑๓. ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะของครูพ่เี ลยี้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………......................................................................................................
ลงชื่อ…………………………………………………
(……………………………………………….)
.…………/…………/………….
ตำแหน่ง ........................................................
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี ๒ เรอ่ื ง วธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์
รายวิชา ประวตั ิศาสตร์ รหัสวชิ า ส๒๓10๓ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓/๑-๓
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๑ เร่ือง วิธกี ารทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาเร่ืองราวทางประวตั ศิ าสตร์
ผสู้ อน นางสาวอภริ ดี บญุ ศรี เวลา ๕๐ นาที
๑. มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วดั
มาตรฐานที่ ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้
วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ตา่ ง ๆ อยา่ งเปน็ ระบบ
ตัวชวี้ ัด ม.3/1 วิเคราะห์เร่ืองราวเหตกุ ารณ์สำคัญทางประวตั ศิ าสตร์ได้อยา่ งมเี หตผุ ลตามวธิ กี ารทาง
ประวตั ิศาสตร์
ม.3/2 ใช้วิธีการทางประวตั ิศาสตรใ์ นการศึกษาเรอื่ งราวต่าง ๆ ทต่ี นสนใจ
๒. สาระสำคัญ
ความสำคัญของการวิเคราะหเ์ รือ่ งราว เหตกุ ารณ์ทางประวตั ศิ าสตร์เป็นการวิเคราะหแ์ ละตีความข้อมลู
ทางประวัติศาสตร์ โดยการนำข้อมูลทไ่ี ด้สืบคน้ รวบรวม คดั เลือก และประเมนิ ไว้แล้วนำมาพิจารณาใน
รายละเอยี ดทกุ ดา้ น อกี ท้งั ยังสามารถที่จะนำกรณีตวั อยา่ งในการศึกษาเรอื่ งราว เหตุการณ์ทางประวัตศิ าสตร์
โดยใชว้ ิธีทางประวตั ิศาสตร์มาปรับใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ นกั เรยี นควรทศ่ี ึกษาใหเ้ ข้าใจและความเหน็ สำคญั ของ
การวิเคราะห์เร่อื งราว เหตกุ ารณท์ างประวตั ศิ าสตร์ เพือ่ ทจ่ี ะไดน้ ำมาปรับใช้ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ ดา้ นความร(ู้ K)
๓.๑.๑ นกั เรยี นสามารถอธิบายความสำคญั ของการวิเคราะห์เรอ่ื งราวเหตกุ ารณท์ างประวัติศาสตร์ได้(K)
๓.๒. ด้านทักษะ/กระบวนการ(P)
๓.๒.๑ นกั เรียนสามารถวเิ คราะห์เหตกุ ารณ์สำคญั ในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยใชว้ ิธีการทางประวัติศาสตร์ได้
(P)
๓.๓ คุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์(A)
๓.๓.๑ นกั เรียนตระหนกั และเห็นความสำคัญของการศกึ ษาเรอื่ งราวเหตุการณท์ างประวตั ศิ าสตร์ (A)
๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ วิธีการทางประวตั ศิ าสตรใ์ นการศกึ ษาเรอ่ื งราวทางประวตั ิศาสตร์
- ความสำคัญของการวิเคราะหเ์ ร่อื งราว เหตุการณ์ทางประวตั ศิ าสตร์
- กรณตี วั อย่างในการศึกษาเร่ืองราว เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ โดยใชว้ ธิ ีทางประวตั ิศาสตร์
๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
๑. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
- ทักษะการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ
๒. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๓. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
๖. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๑. ใฝเ่ รยี นรู้ ๒.มวี นิ ยั ๓. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
๗. ช้ินงาน/ภาระงาน
ร่วมกันทำกิจกรรม“การวิเคราะห์เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์”กับเพื่อนสมาชิกในกลุ่มและนำองค์
ความร้ทู งั้ หมด มาร่วมกันอภิปรายสรุปกิจกรรม
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
การจดั การเรยี นการสอนโดนใช้เทคนคิ ความคดิ สร้างสรรค์ (กระบวนการกลมุ่ )
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน (๕ นาที)
๑. นกั เรียนได้รบั กระดาษขนาด A4 จากครคู นละ 1 แผน่ เพื่อใหน้ กั เรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ ว่า
นักเรียน มีความคดิ เหน็ เกย่ี วกับ การวิเคราะห์เรื่องราวหรอื เหตกุ ารณท์ างประวัติศาสตรอ์ ยา่ งไรบ้าง (แนว
ทางการตอบ:ขึน้ อยกู่ ับดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
๒. เมอ่ื นักเรยี นได้กระดาษครบทุกคนแล้ว จากน้ันให้นักเรยี นแต่ละคนแสดงความคิดเห็นของตนเองลงบน
กระดาษที่ครแู จกให้
๓. ขออาสาสมคั รจากนักเรยี น ๑-๒ คนออกมาแลกเปล่ยี นความคิดเห็นกบั เพื่อนในห้องเรยี น
๔. ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน เร่อื ง วธิ กี ารทางประวัตศิ าสตรใ์ นการศึกษาเรอ่ื งราวทางประวตั ศิ าสตร์
ขั้นกจิ กรรม (๓๐ นาที)
1. นกั เรียนฟังครอู ธบิ ายความรู้ให้เกีย่ วกับวธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ในการศกึ ษาเรอ่ื งราวทางประวตั ิศาสตร์
โดยผ่านส่ือ Power point ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
๑) ความสำคัญของการวเิ คราะหเ์ รอ่ื งราว เหตุการณท์ างประวัตศิ าสตร์
๒) กรณตี วั อย่างในการศกึ ษาเร่อื งราว เหตุการณ์ทางประวัตศิ าสตร์ โดยใช้วธิ ที างประวตั ศิ าสตร์
ข้อจำกัดของเร่ืองราว เหตุการณ์ทางประวัตศิ าสตร์
2. เมื่อนกั เรยี นได้ฟงั ครูอธบิ ายความรู้เสร็จเรยี บร้อยแลว้ ใหน้ ักเรยี นจับกลุม่ กลุ่มละ ๓-๔ คน ตามความ
สมคั รใจ
๓. จากน้นั ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันทำกจิ กรรม “การวิเคราะห์เหตุการณ์ทางประวัตศิ าสตร์” โดยครจู ะให้
ตัวแทนแตล่ ะกลุ่มออกมาจับสลากเหตุการณส์ ำคัญสมัยรัตนโกสนิ ทร์ทค่ี รูไดก้ ำหนดให้ ซงึ่ ในแตล่ ะกลมุ่ จะได้
เหตกุ ารณ์ที่แตกตา่ งกนั ออกไป
๔. เมื่อแต่ละกลุ่มได้หัวข้อเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ได้จับสลากไปแล้ว ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกัน
วเิ คราะหเ์ หตุการณ์ท่เี กดิ ขึ้นในประเดน็ ดงั นี้
- เหตุการณ์ดงั กลา่ วเปน็ เรื่องราวเกีย่ วกบั อะไร
- เหตุการณ์ดังกล่าว มคี วามสำคัญอย่างไร
- การศึกษาเหตกุ ารณด์ งั กล่าว มปี ระโยชน์ต่อนักเรยี นอยา่ งไร
๕. โดยวเิ คราะห์เปน็ แผนผังความคิดลงในกระดาษ A3 ท่ีครเู ตรียมมาให้พร้อมทั้งตกแต่งใหส้ วยงาม
ขั้นสรุป (๑๕ นาที)
๑. นักเรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคิดจากครู วา่ ถ้าวธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์สามารถนำมาปรบั ใชใ้ น
ชวี ิตประจำวันไดอ้ ยา่ งไรบ้าง (แนวทางการตอบ:ขน้ึ อยู่กับดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน) โดยที่ครูอาจจะมกี าร
ส่มุ เลขทน่ี กั เรยี นเพื่อถามความคิดเห็น
2. นักเรียนและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้เรื่อง วิธีการทางประวัตศิ าสตร์ในการศกึ ษาเรือ่ งราวทางประวัตศิ าสตร์
๙. ส่ือ/นวัตกรรม
1. Power point เร่อื ง วธิ ีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาเรอ่ื งราวทางประวัตศิ าสตร์
2. หนงั สือเรียน วิชาประวตั ิศาสตร์ ม.๓
3. ใบกจิ กรรม“การวเิ คราะห์เหตกุ ารณท์ างประวตั ศิ าสตร์”
๑๐.ตารางการวิเคราะหก์ จิ กรรมการเรยี นรู้
จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมการเรยี นรู้ ส่อื การเรยี นรู้ การวัดผลประเมินผล
- แบบสงั เกตพฤติกรรมการ
๑. นักเรียนสามารถอธบิ าย - กิจกรรม “การ - หนงั สอื เรยี น วิชา เรยี นรรู้ ายบคุ คล
- แบบประเมนิ ผลการ
ความสำคัญของการ วเิ คราะห์เหตกุ ารณ์ทาง ประวตั ิศาสตร์ ม.๓
ปฏิบัติงานกล่มุ
วิเคราะห์เรอ่ื งราวเหตกุ ารณ์ ประวัติศาสตร์” - ใบกจิ กรรม“การ
- แบบประเมนิ ผลงาน
ทางประวัตศิ าสตร์ได้(K) - คำถามกระตุ้นความคดิ วเิ คราะห์เหตกุ ารณ์ทาง
ประวตั ศิ าสตร์”
๒. นักเรียนสามารถ - กจิ กรรม “การ . Power point เรือ่ ง - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
เรยี นรรู้ ายบคุ คล
วเิ คราะหเ์ หตุการณ์สำคัญใน วิเคราะหเ์ หตุการณ์ทาง วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ - แบบประเมินผลการ
ในการศึกษาเรื่องราวทาง ปฏิบัติงานกลมุ่
สมยั รตั นโกสินทร์ โดยใช้ ประวตั ศิ าสตร์” - แบบประเมินผลงาน
วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตรไ์ ด้ ประวตั ิศาสตร์
(P) - คำถามกระตุ้นความคิด - หนงั สอื เรยี น วชิ า - แบบสังเกตพฤติกรรมการ
เรยี นรรู้ ายบคุ คล
- การเรียนการสอนโดย ประวัติศาสตร์ ม.๓ - แบบประเมนิ ผลการ
ใช้การอธิบาย - ใบกิจกรรม“การ ปฏิบตั งิ านกลุ่ม
- แบบประเมนิ ผลงาน
วิเคราะหเ์ หตุการณท์ าง
ประวัติศาสตร์”
๓. นักเรียนตระหนกั และ - กจิ กรรม “การ - หนังสอื เรียน วิชา
เห็นความสำคัญของ วเิ คราะห์เหตกุ ารณท์ าง ประวตั ิศาสตร์ ม.๓
การศกึ ษาเรือ่ งราว ประวตั ิศาสตร์” - ใบกิจกรรม“การ
เหตกุ ารณท์ างประวตั ิศาสตร์ - คำถามกระตุ้นความคิด วิเคราะหเ์ หตุการณท์ าง
(A) ประวตั ิศาสตร์”
๑๑. วิธีการวัดและประเมินผล
- แบบสงั เกตพฤติกรรมนักเรียนรายบคุ คล
เครอื่ งมือการวดั ประเมินผล
- แบบประเมินพฤตกิ รรมการเรียนรูข้ องผู้เรียนรายบุคคล
- แบบบันทึกการประเมินผลการปฏิบตั งิ านกล่มุ
- . แบบบนั ทึกการประเมนิ ผลงาน
เกณฑก์ ารวัดผล
- เกณฑ์ประเมนิ พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ของผู้เรยี นรายบุคคล
- เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานกลุ่ม
. แบบบนั ทึกการประเมนิ ผลงาน
เกณฑ์การประเมินแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนร้รู ายบคุ คลของนักเรียน
เกณฑ์ ดมี าก (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
๑. มีความสนใจในการ มีความสนใจในการเรยี น มีความสนใจในการเรียน มีความสนใจในการเรยี น
เรยี น
เร่ือง ความสำคญั ของ เรอื่ ง ความสำคญั ของ เรอ่ื งความสำคัญของ
พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา พระพุทธศาสนา น้อย
สม่ำเสมอ เปน็ บางครั้ง มาก
๒. มีความรว่ มมอื ทำ ให้ความรว่ มมือทำ ใหค้ วามรว่ มมอื ทำ ให้ความร่วมมือทำ
กิจกรรมในชั้นเรียน
กจิ กรรมในชั้นเรยี นเรือ่ ง กิจกรรมในช้นั เรยี นเรื่อง กจิ กรรมในชัน้ เรยี นเร
ความสำคญั ของ ความสำคญั ของ เรอื่ งความสำคญั ของ
พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา เป็น พระพุทธศาสนา นอ้ ย
สมำ่ เสมอ บางครงั้ มาก
๓.การแสดงความ มคี วามกลา้ แสดงความ มีความกลา้ แสดงความ ไม่กล้าแสดงความ
คดิ เหน็ และการรับฟัง คดิ เห็นและรบั ฟังความ คดิ เห็นและรับฟังความ คิดเห็นและรับฟงั ความ
ความคิดเหน็ คิดเหน็ ของคนอื่นทุกครั้ง คิดเหน็ ของคนอ่ืนเป็น คิดเห็นของคนอน่ื
บางครง้ั
๔. พฤตกิ รรมการเขา้ นกั เรยี นมีพฤตกิ รรมการ นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมการ นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมการ
เรยี นตรงตอ่ เวลา
เข้าเรยี นตรงต่อเวลา เขา้ เรียนชา้ แตไ่ ม่เกิน เขา้ เรยี นชา้ เกนิ ๑๕
๑๕ นาที นาที
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน
ให้ ๒ คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ ๑ คะแนน
ไม่ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมเลย
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๐ – ๑๒ ดีมาก
ดี
๗–๙ พอใช้
๓–๖ ปรบั ปรงุ
ตำ่ กว่า ๒
แบบบนั ทึกการสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนร้รู ายบุคคล นักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓
คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียน แล้วขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
ความสนใจและ ความรว่ มมือทำ การแสดงความ พฤตกิ รรมการ
คิดเหน็ และการ เขา้ เรยี นตรงตอ่
ท่ี ชื่อ – สกุล กระตือรอื รน้ ใน กจิ กรรมในชั้น รวม
รบั ฟงั ความ เวลา
การเรียน เรยี น คิดเห็น
3213 2 1 3 2 1 3 2 1
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก
๑๐ – ๑๒ ดี
๗–๙ พอใช้
๓–๖ ปรับปรงุ
ต่ำกว่า ๒
ลงช่อื …............................ผสู้ งั เกต
(…………….……………....)
วันท…่ี ……..…./……………/……….
เกณฑก์ ารประเมนิ ผลงานผเู้ รียนรายบุคคล
ประเดน็ การประเมิน ระดบั คุณภาพ
ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ปรงั ปรงุ (1 คะแนน)
1. เนอื้ หาตรงประเดน็ เน้อื หามีความถูกต้อง เน้อื หาไมม่ ีความชัดเจน เนื้อหาไมม่ คี วามชัดเจน
ละเอียดชดั เจน ตอบ ตอบคำถามได้ตรง และตอบคำถามไม่ตรง
คำถามไดต้ รงทุก ประเดน็ ประเด็น
ประเดน็
2. การวิเคราะห์ มีการวเิ คราะห์ มกี ารวเิ คราะห์ มีการวเิ คราะห์
สังเคราะห์ และจัด สงั เคราะห์ และจัด สงั เคราะห์ และจัด สังเคราะห์ และจัด
หมวดหมูข่ ้อมลู หลักฐาน หมวดหมูข่ อ้ มลู หลักฐาน หมวดหมู่ขอ้ มลู หลักฐาน หมวดหมู่ขอ้ มูลหลกั ฐาน
ทางประวตั ศิ าสตร์ ทางประวตั ิศาสตร์ตาม ทางประวตั ศิ าสตร์ตาม ทางประวตั ิศาสตร์ตาม
ประเด็นไดอ้ ย่างถกู ต้อง ประเดน็ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ประเด็นไม่ถูกต้องและไม่
ครบถว้ น แต่ไมค่ รบถว้ น ครบถว้ น
๓. การรวบรวมและการ การรวบรวมและการ การรวบรวมและการ การรวบรวมและการ
ประเมนิ คณุ คา่ ของ ประเมนิ คุณคา่ ของ ประเมินคุณคา่ ของ ประเมนิ คุณค่าของ
หลักฐานทาง หลกั ฐานทาง หลักฐานทาง หลักฐานทาง
ประวตั ิศาสตร์ ประวัตศิ าสตร์ไดถ้ ูกตอ้ ง ประวัตศิ าสตร์ได้ถูกตอ้ ง ประวตั ศิ าสตร์ไม่ตรง
และครบถ้วน แตไ่ ม่ครบถ้วน ประเด็น
๔. ความตรงต่อเวลา ชิ้นงานเสรจ็ เรียบร้อย ชนิ้ งานไม่เรียบร้อย แต่ ชน้ิ งานไมเ่ รียบรอ้ ย ส่ง
และสง่ งานได้ตรงตาม
เวลาทีก่ ำหนด ส่งงานตามเวลาท่ี งานไม่ตรงตามเวลาที่
กำหนด กำหนด
เกณฑ์การตัดสิน ระดับ/คุณภาพ : เกณฑ์การผา่ น 2 ผ่านระดับพอใช้
คะแนน 9 – 12 หมายถงึ 3 ระดบั ดี
คะแนน 5 – 8 หมายถึง 2 ระดบั พอใช้
คะแนน 1 – 4 หมายถึง 1 ระดบั ปรับปรุง
แบบประเมินผลงานผเู้ รยี นรายบคุ คลนกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3
คำช้ีแจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี น แล้วขดี / ลงในช่องที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
ท่ี ช่อื -สกลุ ระดับการประเมนิ รวม ระดับที่
เนื้อหาตรง การวิเคราะห์ การรวบรวม ความตรง ได้
ประเดน็ สังเคราะห์ และการ ตอ่ เวลา
และจดั ประเมิน
หมวดหมู่ คณุ ค่าของ
ขอ้ มูล หลกั ฐานทาง
หลกั ฐานทาง ประวตั ิศาสตร์
ประวัตศิ าสตร์
32 1 3 2 1 3 2 1 32 1
เกณฑ์การตดั สิน ระดบั /คุณภาพ : เกณฑก์ ารผ่าน 2 ผา่ นระดับพอใช้
คะแนน 9 – 12 หมายถึง 3 ระดับดี
คะแนน 5 – 8 หมายถึง 2 ระดับพอใช้
คะแนน 1 – 4 หมายถึง 1 ระดบั ปรบั ปรงุ
ลงชื่อ….......................................ผู้ประเมิน
(…………….…………...…..............)
วันที่…..…./……………/……….
เกณฑก์ ารประเมินผลการปฏิบัตงิ านกลุ่ม
รายการประเมิน ระดับคุณภาพ
๑.การวางแผนการ
ทำงาน ดมี าก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ควรปรบั ปรงุ (๑)
ไม่การวางแผนใน
๒.การปรกึ ษาและ มีการวางแผนใน มีการวางแผนการ มกี ารวางแผนใน
ความร่วมมอื กัน การทำงาน
การทำงานทุก ทำงานทกุ ขนั้ ตอน การทำงานบา้ ง
๓.ความรับผดิ ชอบ ไม่มกี ารปรึกษากัน
ต่อหน้าท่ี ขัน้ ตอนตงั้ แตเ่ ริ่ม ขณะทำกจิ กรรม ขน้ั ตอน
ไม่มีการปฏบิ ัตงิ าน
๔.ผลงานเสรจ็ ตาม กจิ กรรม
เวลาทก่ี ำหนด ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิงาน
มีการปรึกษา มกี ารปรึกษาพดู คุย มีการพดู คยุ กนั บ้าง หรือ ปฏบิ ตั ิงาน
เกนิ ระยะเวลาที่
พูดคุยแลกเปล่ยี น แลกเปลย่ี นซกั ถาม เลก็ น้อย
กำหนด
ซักถามขอ้ สงสัย กนั ผลงานออกมาไมม่ ี
ต้งั แตเ่ ริม่ การทำ คุณภาพ
กจิ กรรม
ปฏบิ ตั ิงานทกุ อยา่ ง ปฏบิ ตั ิงานทุกอยา่ ง ปฏิบัติงานทกุ อยา่ ง
ตามที่ได้รบั ตามที่ไดร้ บั ตามทีไ่ ด้รบั
มอบหมายอยา่ ง มอบหมาย มอบหมาย
เต็มศกั ยภาพ แต่ไมค่ รอบคลมุ
ปฏบิ ตั ิงานไดต้ รง ปฏิบตั ิงานเกนิ ปฏบิ ตั งิ านเกิน
ตามระยะเวลาท่ี ระยะเวลาท่ี ระยะเวลาท่ี
กำหนด กำหนดเล็กน้อย กำหนดเลก็ นอ้ ย
ผลงานออกมามี ผลงานออกมามี ผลงานออกมาไม่มี
คุณภาพ คุณภาพ คุณภาพ
เกณฑต์ ดั สินคณุ ภาพการประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงานกลุม่
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๓-๑๖ ดีมาก
๙-๑๒ ดี
๕-๘ พอใช้
๑-๔ ควรปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ
คำชี้แจง : ให้ครูสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักเรียน แล้วใส่เครื่องหมาย / ลงในช่องที่ตรงกับระดับ
คะแนน ตามความเป็นจริง
ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนนพฤตกิ รรม
4321
1 การวางแผนการทำงาน
2 การปรึกษาและความร่วมมอื กนั
3 ความรับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ที่
4 ผลงานเสรจ็ ตามเวลาทก่ี ำหนด
รวม
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ : ผ่านระดบั คุณภาพ 3 ระดับดี
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
13 – 16 4 หมายถึง ดีมาก
9 – 12 3 หมายถงึ ดี
5–8 2 หมายถงึ พอใช้
1–4 1 หมายถึง ปรับปรุง
สรปุ ผลการประเมนิ (เขียนเคร่ืองหมาย / ลงใน )
ระดบั คุณภาพทไี่ ด้ 4321
ลงชื่อ....................................................ผปู้ ระเมิน
(.....................................................)
......................./.........................../.......................
๑๒. บันทกึ หลงั การสอน
ผลการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………......................................................................................................
ปญั หาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..............................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..............................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื …………………………………………………ผู้สอน
(……………………………………………….)
.…………/…………/………….
ตำแหน่ง นักศกึ ษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
๑๓. ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของครูพ่ีเลย้ี ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………......................................................................................................
ลงชอื่ …………………………………………………
(……………………………………………….)
.…………/…………/………….
ตำแหนง่ ........................................................
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๓ เรื่อง การสถาปนาราชธานี
รายวชิ า ประวตั ิศาสตร์ รหัสวิชา ส๒๓10๓ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓/๑-๓
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๒ เรือ่ ง พฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์ไทยสมยั รตั นโกสนิ ทร์ตอนตน้
ผสู้ อน นางสาวอภริ ดี บุญศรี เวลา ๕๐ นาที
๑. มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วัด
มาตรฐานท่ี ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้
วิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์มาวิเคราะห์เหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ อยา่ งเป็นระบบ
ตัวชว้ี ัด ม.3/1 วเิ คราะห์เรอ่ื งราวเหตุการณ์สำคัญทางประวตั ศิ าสตรไ์ ด้อยา่ งมเี หตุผลตามวิธกี ารทาง
ประวัติศาสตร์
๒. สาระสำคัญ
การสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานขี องกรุงรัตนโกสนิ ทร์ เกิดขนึ้ หลังจากทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระ
พุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช ทรงปราบจลาจลภายในกรงุ ธนบุรีและสรา้ งความม่นั คงภายในประเทศ พระองค์
ทรงย้ายราชธานีจากกรุงธนบรุ ซี ง่ึ อยทู่ างฝ่ังตะวนั ตกมายงั ฝ่งั ตะวนั ออกของแมน่ ำ้ เจ้าพระยา ซ่ึงมีสาเหตสุ ำคญั
และมีปจั จัยทสี่ ่งผลตอ่ ความมั่นคงและความเจรญิ รุ่งเรอื งในด้านต่าง ๆ ของไทย
๓. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๓.๑ ด้านความร(ู้ K)
๓.๑.๑ นักเรยี นสามารถอธบิ ายสาเหตุของการเลอื กกรุงเทพมหานครเป็นราชธานไี ด้ (K)
๓.๒. ด้านทักษะ/กระบวนการ(P)
๓.๒.๑ นกั เรียนสามารถวิเคราะห์ปัจจัยทสี่ ่งผลต่อความม่นั คงและความเจริญรุ่งเรืองของไทย ในสมัย
รัตนโกสินทร์ตอนตน้ ได้(P)
๓.๓ คณุ ลักษณะทพี่ งึ ประสงค์(A)
๓.๓.๑ นักเรียนสามารถยกตวั อย่างสาเหตุของการเลือกกรงุ เทพมหานครเปน็ ราชธานไี ด้ (A)
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ การสถาปนาราชธานี
- การสถาปนากรุงเทพมหานครเปน็ ราชธานขี องไทย
- ปจั จัยท่ีสง่ ผลตอ่ ความมั่นคงและความเจรญิ รุ่งเรืองของไทยในสมยั รตั นโกสนิ ทร์
๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
๑. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคดิ วิเคราะห์
- ทกั ษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
๒. ความสามารถในการสือ่ สาร
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
๖. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒.มวี นิ ยั ๓. มุง่ มน่ั ในการทำงาน
๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
รว่ มกนั ทำกิจกรรม “ใบงานเรอื่ ง การสถาปนากรงุ รตั นโกสนิ ทร์” เป็นรายบคุ คลและนำองคค์ วามรู้ทงั้ หมด
มารว่ มกนั อภปิ รายสรุปกิจกรรม
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
การจัดการเรียนการสอนโดยการทำกิจกรรมตอบคำถามในใบงานเรื่อง การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์
(รายบุคคล)
ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรยี น (๕ นาที)
1. กอ่ นเข้าส่บู ทเรียน นกั เรยี นดูคลปิ วิดโี อเกย่ี วกับกรุงเทพมหานครในอดีตท่คี รเู ตรยี มมาให้ ซ่งึ ในระหวา่ ง
ที่ดูคลิปครจู ะสอบถามและสนทนากบั นักเรียนไปพรอ้ ม ๆกัน
2. จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นช่วยกันตอบคำถามจากประเด็นคำถามทีค่ รูตั้งครูดงั น้ี
(แนวทางการตอบข้ึนอยกู่ ับดุลยพินิจของครผู ูส้ อน)
- ความแตกตา่ งระหวา่ งกรุงเทพมหานครในอดตี กบั กรุงเทพมหานครในปัจจุบัน
- ปัจจัยท่ีนำไปสู่ความเจริญร่งุ เรอื ง
๓. ครเู ชอื่ มโยงเขา้ สู่บทเรียน เรือ่ ง การสถาปนาราชธานี
ขน้ั กิจกรรม (๓๐ นาที)
1. นักเรยี นฟงั ครูอธบิ ายความรู้ให้เก่ียวกับการสถาปนาราชธานี โดยผา่ นสื่อ Power point
ในประเด็นต่อไปน้ี
๑) การสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานขี องไทย
๒) ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมน่ั คงและความเจริญรุง่ เรืองของไทยในสมัยรตั นโกสินทร์
2. เม่ือนักเรียนฟังครูอธิบายความร้เู สร็จเรียบรอ้ ยแล้ว ครูแจกใบงานเรือ่ งการสถาปนากรุงรตั นโกสินทร์
ให้กบั นักเรียน
๓. โดยใหน้ ักเรยี นศึกษาความรเู้ ร่ือง การสถาปนากรงุ รตั นโกสินทร์จากหนงั สือเรยี น หนงั สือค้นคว้าเพิม่ เติม
ห้องสมุด และแหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
๔. จากนั้นให้นักเรียนทำการวิเคราะห์สาเหตุของการเลือกกรุงเทพมหานครเป็นราชธานีและปัจจัยที่มี
อทิ ธพิ ลตอ่ พัฒนาการในดา้ น ๆ
ข้ันสรุป (๑๕ นาที)
๑. นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ จากครู ถ้าไมเ่ ลอื กต้ังกรงุ รตั นโกสนิ ทรบ์ รเิ วณกรุงเทพมหานครใน
ปัจจบุ นั ควรเลือกตง้ั ในบรเิ วณใด และปัจจยั ใดบ้างทส่ี ่งผลตอ่ ความมัน่ คงและความรุง่ เรอื งของไทยสมัย
รัตนโกสนิ ทร์ (แนวทางการตอบ:ขนึ้ อย่กู บั ดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
2. นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรุปความรเู้ รือ่ ง วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตรใ์ นการศึกษาเรือ่ งราวทางประวตั ิศาสตร์
๙. สื่อ/นวตั กรรม
1. Power point เรื่อง การสถาปนาราชธานี
2. หนังสอื เรียนวิชาประวตั ศิ าสตร์ ม.๓
3. คลปิ วิดโี อเกี่ยวกบั กรงุ เทพมหานครในอดตี
๔. ใบงานเร่อื งการสถาปนากรงุ รัตนโกสินทร์
๑๐.ตารางการวเิ คราะห์กิจกรรมการเรยี นรู้
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ ส่อื การเรียนรู้ การวดั ผลประเมนิ ผล
๑. นักเรียนสามารถอธิบาย - การตง้ั ประเด็นคำถาม - หนังสอื เรียนวชิ า
ให้นกั เรียนช่วยกนั ตอบ ประวัติศาสตร์ ม.๓ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
สาเหตุของการเลอื ก - นักเรยี นทำใบงาน - ใบงานเรอ่ื งการสถาปนา เรียนรู้รายบุคคล
เรอื่ งการสถาปนากรุง - แบบประเมนิ ผลงาน
กรุงเทพมหานครเปน็ ราช กรงุ รัตนโกสนิ ทร์
รตั นโกสินทร์
ธานไี ด้ (K)
๒. นักเรียนสามารถ - การตัง้ ประเด็นคำถาม - Power point เร่อื ง - แบบสงั เกตพฤติกรรมการ
การสถาปนาราชธานี เรียนรู้รายบคุ คล
วิเคราะหป์ ัจจัยที่ส่งผลตอ่ ใหน้ กั เรียนชว่ ยกันตอบ - หนงั สอื เรยี นวิชา - แบบประเมินผลงาน
- การเรยี นการสอนโดย ประวตั ศิ าสตร์ ม.๓
ความมน่ั คงและความ - ใบงานเรอ่ื งการสถาปนา
เจรญิ รงุ่ เรอื งของไทย ในสมัย ใช้การอธิบาย
รัตนโกสินทรต์ อนต้นได้(P) - นักเรยี นทำใบงาน กรุงรัตนโกสินทร์
เร่ืองการสถาปนากรุง
รัตนโกสินทร์
๓. นกั เรียนสามารถ - การประเด็นคำถามให้ - หนังสอื เรียนวิชา - แบบสังเกตพฤติกรรมการ
ยกตวั อย่างสาเหตุของการ นักเรียนชว่ ยกนั ตอบ ประวัติศาสตร์ ม.๓
- นกั เรียนทำใบงาน - ใบงานเร่อื งการสถาปนา เรยี นร้รู ายบุคคล
เลอื กกรุงเทพมหานครเปน็ เรือ่ งการสถาปนากรงุ - แบบประเมนิ ผลงาน
กรงุ รตั นโกสนิ ทร์
ราชธานไี ด้ (A) รตั นโกสินทร์
๑๑. การวดั และประเมินผล
- วธิ ีการวัดผลประเมินผล
1. การสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ของผู้เรยี นรายบุคคล
- เครือ่ งมือการวัดประเมินผล
1. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเรียนร้ขู องผเู้ รียนรายบคุ คล
2. แบบบันทกึ การประเมนิ ผลงาน
- เกณฑก์ ารวัดผล
1. เกณฑ์ประเมินพฤติกรรมการเรียนร้ขู องผู้เรยี นรายบคุ คล
2. เกณฑ์การประเมินผลงาน
เกณฑ์การประเมินแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนร้รู ายบคุ คลของนักเรียน
เกณฑ์ ดมี าก (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
๑. มีความสนใจในการ มีความสนใจในการเรยี น มีความสนใจในการเรียน มีความสนใจในการเรยี น
เรยี น
เร่ือง ความสำคญั ของ เรอื่ ง ความสำคญั ของ เรอ่ื งความสำคัญของ
พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา พระพุทธศาสนา น้อย
สม่ำเสมอ เปน็ บางครั้ง มาก
๒. มีความรว่ มมอื ทำ ให้ความรว่ มมือทำ ใหค้ วามรว่ มมอื ทำ ให้ความร่วมมือทำ
กิจกรรมในชั้นเรียน
กจิ กรรมในชั้นเรยี นเรือ่ ง กิจกรรมในช้นั เรยี นเรื่อง กจิ กรรมในชัน้ เรยี นเร
ความสำคญั ของ ความสำคญั ของ เรอื่ งความสำคญั ของ
พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา เป็น พระพุทธศาสนา นอ้ ย
สมำ่ เสมอ บางครงั้ มาก
๓.การแสดงความ มคี วามกลา้ แสดงความ มีความกลา้ แสดงความ ไม่กล้าแสดงความ
คดิ เหน็ และการรับฟัง คดิ เห็นและรบั ฟังความ คดิ เห็นและรับฟังความ คิดเห็นและรับฟงั ความ
ความคิดเหน็ คิดเหน็ ของคนอื่นทุกครั้ง คิดเหน็ ของคนอ่ืนเป็น คิดเห็นของคนอน่ื
บางครง้ั
๔. พฤตกิ รรมการเขา้ นกั เรยี นมีพฤตกิ รรมการ นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมการ นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมการ
เรยี นตรงตอ่ เวลา
เข้าเรยี นตรงต่อเวลา เขา้ เรียนชา้ แตไ่ ม่เกิน เขา้ เรยี นชา้ เกนิ ๑๕
๑๕ นาที นาที
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน
ให้ ๒ คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ ๑ คะแนน
ไม่ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมเลย
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๐ – ๑๒ ดีมาก
ดี
๗–๙ พอใช้
๓–๖ ปรบั ปรงุ
ตำ่ กว่า ๒
แบบบนั ทึกการสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนร้รู ายบุคคล นักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓
คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียน แล้วขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
ความสนใจและ ความรว่ มมือทำ การแสดงความ พฤตกิ รรมการ
คิดเหน็ และการ เขา้ เรยี นตรงตอ่
ท่ี ชื่อ – สกุล กระตือรอื รน้ ใน กจิ กรรมในชั้น รวม
รบั ฟงั ความ เวลา
การเรียน เรยี น คิดเห็น
3213 2 1 3 2 1 3 2 1
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก
๑๐ – ๑๒ ดี
๗–๙ พอใช้
๓–๖ ปรับปรงุ
ต่ำกว่า ๒
ลงช่อื …............................ผสู้ งั เกต
(…………….……………....)
วันท…่ี ……..…./……………/……….
เกณฑก์ ารประเมินผลงานผ้เู รยี นรายบุคคล
ประเดน็ การประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
1. เนอ้ื หาตรงประเด็น
ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ปรงั ปรงุ (1 คะแนน)
2. การวิเคราะห์ เนอื้ หาไม่มีความชดั เจน
เนอ้ื หามคี วามถูกตอ้ ง เน้ือหาไมม่ ีความชดั เจน และตอบคำถามไมต่ รง
3. ความตรงต่อเวลา ประเดน็
ละเอียดชดั เจน ตอบ ตอบคำถามไดต้ รง
4. ความสะอาด มีการวเิ คราะห์ตาม
เรียบร้อย คำถามไดต้ รงทกุ ประเด็น ประเด็นไมถ่ ูกตอ้ งและไม่
ครบถ้วน
ประเด็น ชิ้นงานไม่เรยี บร้อย สง่
งานไมต่ รงตามเวลาท่ี
มีการวเิ คราะหต์ าม มกี ารวิเคราะหต์ าม กำหนด
ช้นิ งานไมส่ ะอาด
ประเดน็ ได้อยา่ งถกู ต้อง ประเดน็ ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง เรียบร้อยและควร
ปรบั ปรุง
ครบถว้ น แตไ่ ม่ครบถว้ น
ช้ินงานเสรจ็ เรียบรอ้ ย ชน้ิ งานไมเ่ รียบร้อย แต่
และสง่ งานได้ตรงตาม สง่ งานตามเวลาท่ี
เวลาที่กำหนด กำหนด
ช้ินงานสะอาด เรยี บร้อย ช้นิ งานสะอาดเรียบร้อย
ดมี าก ดี
เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดับ/คุณภาพ : เกณฑ์การผ่าน 2 ผ่านระดบั พอใช้
คะแนน 9 – 12 หมายถงึ 3 ระดบั ดี
คะแนน 5 – 8 หมายถงึ 2 ระดับพอใช้
คะแนน 1 – 4 หมายถึง 1 ระดบั ปรบั ปรุง
แบบประเมินผลงานผู้เรียนรายบุคคลนกั เรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
คำช้ีแจง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียน แลว้ ขดี / ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
ท่ี ช่ือ-สกลุ ระดบั การประเมนิ รวม ระดบั ทไ่ี ด้
เนื้อหาตรง การ ความตรง ความ
ประเดน็ วิเคราะห์ ต่อเวลา สะอาด
เรียบรอ้ ย
32 1 3213 213 2 1
เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดบั /คุณภาพ : เกณฑ์การผ่าน 2 ผ่านระดบั พอใช้
คะแนน 9 – 12 หมายถึง 3 ระดับดี
คะแนน 5 – 8 หมายถึง 2 ระดับพอใช้
คะแนน 1 – 4 หมายถึง 1 ระดบั ปรบั ปรงุ
ลงชอ่ื ….......................................ผู้ประเมิน
(…………….…………...…..............)
วันท่…ี ..…./……………/……….
๑๒. บันทกึ หลังการสอน
ผลการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………......................................................................................................
ปัญหาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..............................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..............................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
....................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ…………………………………………………ผู้สอน
(……………………………………………….)
.…………/…………/………….
ตำแหนง่ นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชพี ครู
๑๓. ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะของครูพเ่ี ล้ียง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………......................................................................................................
ลงชอื่ …………………………………………………
(……………………………………………….)
.…………/…………/………….
ตำแหนง่ ........................................................
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๔ เรอ่ื ง การบริหารราชการแผ่นดนิ
รายวิชา ประวัติศาสตร์ รหัสวิชา ส๒๓10๓ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓/๑-๓
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๒ เร่อื ง พฒั นาการทางประวัติศาสตร์ไทยสมยั รตั นโกสนิ ทร์ตอนต้น
ผูส้ อน นางสาวอภริ ดี บุญศรี เวลา ๕๐ นาที
๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั
มาตรฐานท่ี ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรักความภูมิใจ
และธำรงความเป็นไทย
ตวั ชี้วัด ม.3/1 วเิ คราะหเ์ รื่องราวเหตุการณ์สำคัญทางประวตั ศิ าสตรไ์ ดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ลตามวธิ กี ารทาง
ประวัตศิ าสตร์
๒. สาระสำคัญ
การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเปน็ ช่วงเวลาตั้งแตส่ มัยรัชกาลที่ ๑ ถงึ
รชั กาลท่ี ๓ ซ่งึ เป็นชว่ งของการฟ้ืนฟบู ูรณะบ้านเมืองใหก้ ลับสู่สภาพเดิม เหมือนสมัยอยธุ ยาก่อนเสยี กรุงครง้ั ที่ ๒
ซ่ึงในสมัยรัตนโกสนิ ทรต์ อนตน้ นี้มกี ารจดั การปกครองตามแบบสมยั อยุธยาตอนปลายและมผี ลต่อความมน่ั คงและ
ความเจริญร่งุ เรอื งของไทย
๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ ด้านความรู้(K)
๓.๑.๑ นักเรียนสามารถอธิบายลกั ษณะการบริหารราชการแผ่นดินในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนตน้ ได้ (K)
๓.๒. ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ(P)
๓.๒.๑ นกั เรียนสามารถวเิ คราะหล์ ักษณะการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ในสมัยรัตนโกสนิ ทรต์ อนตน้ ได้ (P)
๓.๓ คุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค(์ A)
๓.๓.๑ นกั เรยี นสามารถนำเสนอข้อมูลเก่ยี วกับการบรหิ ารราชการแผน่ ดินในสมัยรัตนโกสนิ ทร์ตอนต้นได้
(A)
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ พฒั นาการของไทยในสมยั รตั นโกสินทร์ทางด้านการเมอื งการปกครองตามช่วงสมยั ต่าง ๆ
๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวิเคราะห์
- ทักษะการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ
๒. ความสามารถในการสื่อสาร
๓. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
๖. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒.มวี ินัย ๓. มุ่งมน่ั ในการทำงาน ๔.รักความเปน็ ไทย
๗. ช้นิ งาน/ภาระงาน
ร่วมกันทำกิจกรรม “การบริหารราชการแผ่นดินของไทย” กับเพื่อนสมาชิกในกลุ่มและนำองค์ความรู้
ทงั้ หมด มาร่วมกันอภปิ รายสรุปกิจกรรม
๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
การจัดการเรยี นการสอนโดนใชเ้ ทคนคิ ความคิดสร้างสรรค์ (กระบวนการกลุม่ )
ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรียน (๕ นาที)
๑. นักเรียนตอบกระตนุ้ ความคดิ จากครูว่า เพราะเหตใุ ดในสมัยรัตนโกสินทร์จึงยังคงใชร้ ูปแบบ การ
ปกครองเช่นเดียวกบั ในสมัยอยุธยา (พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อยู่ในดุลยพนิ จิ ของ
ครูผสู้ อน)
๒. นกั เรียนจับคกู่ บั เพื่อน แลว้ ส่งตวั แทนออกมาจับสลากบัตรคำเกยี่ วกับการปกครองในสมยั อยุธยา คู่ละ
๑ ใบ
๓. นักเรยี นแต่ละคู่ร่วมกันอภิปรายความร้เู ดิมเกีย่ วกบั บตั รคำท่ีจบั สลากไดว้ ่า มีลกั ษณะหน้าท่แี ละ
ความสำคญั อย่างไรในการปกครองในสมัยอยธุ ยา
๔. นกั เรียนทลี ะคู่ออกมาหน้าช้ันเรียนโดยการส่มุ เรยี กจากครู ให้นกั เรยี นบอกลักษณะหนา้ ที่ และ
ความสำคญั ของบตั รคำที่จบั สลากได้
๕. ครเู ชื่อมโยงเข้าสูบ่ ทเรียน เรอื่ ง การบริหารราชการแผ่นดนิ
ข้นั กิจกรรม (๓๐ นาที)
1. นักเรียนฟงั ครอู ธิบายความรเู้ ก่ยี วกบั การบรหิ ารราชการแผ่นดิน โดยผ่านส่ือ Power point ในประเด็น
ต่อไปน้ี
๑) พฒั นาการของไทยในสมัยรัตนโกสนิ ทร์ทางด้านการเมืองการปกครองตามชว่ งสมยั ต่าง ๆ
2. เมื่อนักเรยี นฟงั ครูอธิบายความร้เู สรจ็ เรยี บร้อยแล้ว ใหน้ ักเรียน ๓ คู่ รวมกนั เป็น ๑ กล่มุ เพอ่ื ทำ
กจิ กรรม “การบรหิ ารราชการแผน่ ดินของไทย” แลว้ ให้แต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ศึกษาความรู้เรอื่ งการบริหาร
ราชการแผ่นดิน จากหนงั สอื เรยี น หนงั สือคน้ คว้าเพิ่มเติม ห้องสมดุ หรือแหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ ในหวั ขอ้ ท่ี
กำหนดให้ ดังน้ี
- คู่ท่ี 1 ศึกษาความร้เู รือ่ ง การบรหิ ารราชการแผน่ ดินในเขตราชธานี
- ค่ทู ี่ 2 ศกึ ษาความร้เู ร่อื ง การบรหิ ารราชการแผ่นดินในส่วนหวั เมอื ง
- คู่ที่ 3 ศึกษาความรู้เรอื่ ง การบริหารราชการแผน่ ดินในส่วนทอ้ งท่ี
๓. โดยใหแ้ ต่ละกลุ่มสรุปองค์ความรูใ้ นกจิ กรรม“การบริหารราชการแผ่นดินของไทย” ลงบนกระดาษบร๊ฟู
เปน็ แผนผังมโนทัศน์พรอ้ มตกแต่งใหส้ วยงาม
๔. จากนั้นเมื่อนักเรียนทำกิจกรรม “การบริหารราชการแผ่นดินของไทย” เสร็จเรียบร้อย ครูขอ
อาสาสมัครให้แตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอขอ้ มูลกลมุ่ ตนเองให้กับเพือ่ นในหอ้ ง ครอู ธิบายความรเู้ พิม่ เตมิ
ขั้นสรปุ (๑๕ นาท)ี
๑. ให้อาสาสมัครนักเรยี นกลมุ่ ละ 2 คนออกมาหนา้ ชั้นเรยี น โดยใหส้ มาชิกในกลมุ่ แสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกับ การ
บริหารราชการแผ่นดินของไทยของเพื่อนกลมุ่ อื่นในแตล่ ะสว่ นวา่ เป็นอย่างไร
๒. นกั เรียนและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้เรอื่ ง การบริหารราชการแผ่นดนิ
๙. ส่ือ/นวตั กรรม
1. Power point เรื่อง การบรหิ ารราชการแผ่นดิน
2. หนังสือเรยี นวชิ าประวัติศาสตร์ ม.๓
๓.บตั รคำ
๑๐.ตารางการวเิ คราะห์กจิ กรรมการเรยี นรู้
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ กจิ กรรมการเรียนรู้ ส่ือการเรยี นรู้ การวัดผลประเมนิ ผล
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
๑. นกั เรยี นสามารถอธบิ าย - การประเด็นคำถาม - หนังสอื เรยี นวิชา เรียนรู้รายบุคคล
ประวตั ิศาสตร์ ม.๓ - แบบประเมนิ ผลการ
ลกั ษณะการบริหารราชการ กระตุน้ ความคิด - บัตรคำ
แผน่ ดนิ ในสมยั รัตนโกสนิ ทร์ - นักเรียนทำกิจกรรม ปฏิบัตงิ านกลุ่ม
“การบรหิ ารราชการ
ตอนตน้ ได้ (K)
แผน่ ดนิ ของไทย”
๒. นกั เรียนสามารถ - การเรยี นการสอนโดย - Power point เรอ่ื ง - แบบสังเกตพฤติกรรมการ
วิเคราะห์ลกั ษณะการ ใช้การอธิบาย การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ เรยี นรรู้ ายบุคคล
บรหิ ารราชการแผ่นดนิ ใน - นกั เรียนทำกิจกรรม - หนงั สือเรยี นวิชา - แบบประเมนิ ผลการ
สมัยรัตนโกสินทรต์ อนตน้ ได้ “การบริหารราชการ ประวตั ิศาสตร์ ม.๓ ปฏิบตั งิ านกลมุ่
(P) แผน่ ดนิ ของไทย” - บตั รคำ
๓. นักเรยี นสามารถนำเสนอ - การใช้ประเด็นคำถาม - หนงั สอื เรียนวิชา - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ
ประวัตศิ าสตร์ ม.๓ เรยี นร้รู ายบุคคล
ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหาร กระตนุ้ ความคิด - บตั รคำ - แบบประเมนิ ผลการ
ราชการแผ่นดินในสมัย - นักเรียนทำกจิ กรรม
ปฏบิ ตั ิงานกลมุ่
รัตนโกสินทร์ตอนต้นได้(A) “การบรหิ ารราชการ
แผ่นดินของไทย”
๑๑. การวดั และประเมนิ ผล
- วธิ ีการวัดผลประเมนิ ผล
1. การสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ของผเู้ รยี นรายบุคคล
- เครือ่ งมอื การวดั ประเมนิ ผล
1. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเรียนรู้ของผู้เรยี นรายบคุ คล
2. แบบบนั ทึกการประเมินผลงาน
๓. แบบบันทกึ การประเมินผลการปฏิบตั งิ านกล่มุ
- เกณฑ์การวดั ผล
1. เกณฑ์ประเมินพฤตกิ รรมการเรียนรูข้ องผเู้ รยี นรายบคุ คล
2. เกณฑก์ ารประเมนิ ผลงาน
๓. เกณฑ์การประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ านกลุ่ม
เกณฑ์การประเมินแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนร้รู ายบคุ คลของนักเรียน
เกณฑ์ ดมี าก (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
๑. มีความสนใจในการ มีความสนใจในการเรยี น มีความสนใจในการเรียน มีความสนใจในการเรยี น
เรยี น
เร่ือง ความสำคญั ของ เรอื่ ง ความสำคญั ของ เรอ่ื งความสำคัญของ
พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา พระพุทธศาสนา น้อย
สม่ำเสมอ เปน็ บางครั้ง มาก
๒. มีความรว่ มมอื ทำ ให้ความรว่ มมือทำ ใหค้ วามรว่ มมอื ทำ ให้ความร่วมมือทำ
กิจกรรมในชั้นเรียน
กจิ กรรมในชั้นเรยี นเรือ่ ง กิจกรรมในช้นั เรยี นเรื่อง กจิ กรรมในชัน้ เรยี นเร
ความสำคญั ของ ความสำคญั ของ เรอื่ งความสำคญั ของ
พระพุทธศาสนา พระพทุ ธศาสนา เป็น พระพุทธศาสนา นอ้ ย
สมำ่ เสมอ บางครงั้ มาก
๓.การแสดงความ มคี วามกลา้ แสดงความ มีความกลา้ แสดงความ ไม่กล้าแสดงความ
คดิ เหน็ และการรับฟัง คดิ เห็นและรบั ฟังความ คดิ เห็นและรับฟังความ คิดเห็นและรับฟงั ความ
ความคิดเหน็ คิดเหน็ ของคนอื่นทุกครั้ง คิดเหน็ ของคนอ่ืนเป็น คิดเห็นของคนอน่ื
บางครง้ั
๔. พฤตกิ รรมการเขา้ นกั เรยี นมีพฤตกิ รรมการ นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมการ นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมการ
เรยี นตรงตอ่ เวลา
เข้าเรยี นตรงต่อเวลา เขา้ เรียนชา้ แตไ่ ม่เกิน เขา้ เรยี นชา้ เกนิ ๑๕
๑๕ นาที นาที
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน
ให้ ๒ คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ ๑ คะแนน
ไม่ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมเลย
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๐ – ๑๒ ดีมาก
ดี
๗–๙ พอใช้
๓–๖ ปรบั ปรงุ
ตำ่ กว่า ๒
แบบบนั ทึกการสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนร้รู ายบุคคล นักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓
คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียน แล้วขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
ความสนใจและ ความรว่ มมือทำ การแสดงความ พฤตกิ รรมการ
คิดเหน็ และการ เขา้ เรยี นตรงตอ่
ท่ี ชื่อ – สกุล กระตือรอื รน้ ใน กจิ กรรมในชั้น รวม
รบั ฟงั ความ เวลา
การเรียน เรยี น คิดเห็น
3213 2 1 3 2 1 3 2 1
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก
๑๐ – ๑๒ ดี
๗–๙ พอใช้
๓–๖ ปรับปรงุ
ต่ำกว่า ๒
ลงช่อื …............................ผสู้ งั เกต
(…………….……………....)
วันท…่ี ……..…./……………/……….
เกณฑก์ ารประเมินผลงานผ้เู รยี นรายบุคคล
ประเดน็ การประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
1. เนอ้ื หาตรงประเด็น
ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ปรงั ปรงุ (1 คะแนน)
2. การวิเคราะห์ เนอื้ หาไม่มีความชดั เจน
เนอ้ื หามคี วามถูกตอ้ ง เน้ือหาไมม่ ีความชดั เจน และตอบคำถามไมต่ รง
3. ความตรงต่อเวลา ประเดน็
ละเอียดชดั เจน ตอบ ตอบคำถามไดต้ รง
4. ความสะอาด มีการวเิ คราะห์ตาม
เรียบร้อย คำถามไดต้ รงทกุ ประเด็น ประเด็นไมถ่ ูกตอ้ งและไม่
ครบถ้วน
ประเด็น ชิ้นงานไม่เรยี บร้อย สง่
งานไมต่ รงตามเวลาท่ี
มีการวเิ คราะหต์ าม มกี ารวิเคราะหต์ าม กำหนด
ช้นิ งานไมส่ ะอาด
ประเดน็ ได้อยา่ งถกู ต้อง ประเดน็ ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง เรียบร้อยและควร
ปรบั ปรงุ
ครบถว้ น แตไ่ ม่ครบถว้ น
ช้ินงานเสรจ็ เรียบรอ้ ย ชน้ิ งานไมเ่ รียบร้อย แต่
และสง่ งานได้ตรงตาม สง่ งานตามเวลาท่ี
เวลาที่กำหนด กำหนด
ช้ินงานสะอาด เรยี บร้อย ช้นิ งานสะอาดเรียบร้อย
ดมี าก ดี
เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดับ/คุณภาพ : เกณฑ์การผ่าน 2 ผ่านระดบั พอใช้
คะแนน 9 – 12 หมายถงึ 3 ระดบั ดี
คะแนน 5 – 8 หมายถงึ 2 ระดับพอใช้
คะแนน 1 – 4 หมายถึง 1 ระดบั ปรบั ปรุง