ผลิตภัณฑ์ชน้ั วางของไม้ไผ่
Bamboo shelf products
จินดารตั น์ เพยี รและ
โครงการน้ีเป็นส่วนหนึง่ ของการศึกษาตามหลักสูตร
ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ช้ันสูง
สาขาวชิ า การโรงแรม ประเภทวิชาอตุ สาหกรรมทอ่ งเทย่ี ว
วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาเชยี งใหม่
ปีการศึกษา 2563
ผลิตภัณฑ์ชน้ั วางของไม้ไผ่
Bamboo shelf products
จินดารตั น์ เพยี รและ
โครงการน้ีเป็นส่วนหนึง่ ของการศึกษาตามหลักสูตร
ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ช้ันสูง
สาขาวชิ า การโรงแรม ประเภทวิชาอตุ สาหกรรมทอ่ งเทย่ี ว
วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาเชยี งใหม่
ปีการศึกษา 2563
ก
ใบรบั รองโครงการ
วทิ ยาลยั อาชีวศึกษาเชยี งใหม่
เร่อื ง ผลติ ภัณฑช์ ้นั วางของไม้ไผ่
โดย นางสาวจินดารัตน์ เพียรและ
ได้รับการรับรองให้เป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
สาขาวิชา การโรงแรม ทวิภาคี ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเทีย่ ว
..............................หัวหนา้ แผนกวิชาการโรงแรม ..............................รองผู้อานวยการฝา่ ยวชิ าการ
(นางอัปสร คอนราด) (นายณรงค์ศักด์ ฟองสนิ ธุ์)
วนั ที่.........เดอื น……….พ.ศ……….. วนั ที.่ ......เดอื น……...…พ.ศ……….
คณะกรรมการสอบโครงการ
…………………………………………………….ประธานกรรมการ
(นายทินกร ติ๊บอินถา)
…………………………………………………….กรรมการ
(นางสาวนพรรณพ ดวงแกว้ กูล)
…………………………………………………….กรรมการ
(นางสาวพชิ ญาภา นิวรัตน)์
ข
กิตติกรรมประกาศ
โครงการผลติ ภัณฑ์ชัน้ วางของไม้ไผ่ ของนักศึกษาแผนกวิชาการโรงแรม วทิ ยาลัยอาชีวศึกษา
เชียงใหม่ ฉบับน้ีสาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเน่ืองจากได้รับความกรุณา ความอนุเคราะห์ การสนับสนุน
และการใหค้ าแนะนาแนวทางในการดาเนินงานจากหลายท่าน
ขอขอบพระคุณ นายทินกร ต๊ิบอินถา ครูท่ีปรึกษาวิชาโครงการ ที่ให้คาปรึกษาโครงการ
แนะนาและให้ข้อคดิ ต่างๆ ในการทาโครงการ ตลอดจนแก้ไขข้อบกพร่อง จนทารายงานโครงการฉบับ
นีเ้ สรจ็ สมบูรณ์
ขอขอบพระคุณ ผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจ ทุกคนที่สละเวลาอันมีค่าช่วยเหลือและ
อนุเคราะห์ในการตอบแบบสอบถาม จนทาให้โครงการฉบับนี้สาเร็จลุล่วงไปด้วยดี รวมถึงผู้มีส่วน
เกี่ยวข้องทุกท่านที่เป็นกาลังสาคัญในการให้คาปรึกษา เป็นกาลังใจและให้ความช่วยเหลือตลอดมา
จนทารายงานเล่มน้ีสาเร็จลลุ ่วงไปด้วยดี
นางสาวจนิ ดารตั น์ เพยี รและ
ค
ช่อื : นางสาวจนิ ดารตั น์ เพียรและ
ชอ่ื โครงการ : ผลิตภณั ฑ์ชัน้ วางของไม้ไผ่
สาขาวชิ า : การโรงแรม
ประเภทวิชา : อุตสาหกรรมทอ่ งเทีย่ ว
อาจารยท์ ป่ี ระจาวิชาโครงการ : นายทินกร ต๊ิบอนิ ถา
อาจารยท์ ปี่ รกึ ษาวิชาโครงการ : นายทินกร ตบ๊ิ อินถา
ปกี ารศึกษา : 2563
บทคัดยอ่
โครงการเร่ือง ผลิตภัณฑ์ชั้นวางของไม้ไผ่ มีวัตถุประสงค์เพื่อประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ช้ัน
วางของไม้ไผ่ เพื่อศึกษาความพงึ พอใจของผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ชนั้ วางของไม้ไผ่ โดยมีกลุ่มตัวอย่างแบบ
เจาะจง ( Purposive sampling ) เป็นการเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยพจิ ารณาจากการตดั สินใจของ
ผู้วิจัยเอง ลักษณะของกลุ่มท่ีเลือกเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ กลุ่มผู้ทดลองใช้งาน
ผลิตภัณฑ์ช้ันวางของไม้ไผ่จานวน 50 คน ระหว่างวันที่ 7 ธันวาคม ถึงวันที่ 12 มีนาคม 2564
เคร่ืองมือท่ีใช้ในการศึกษาคร้ังน้ี คือ แบบบันทึกผลการทดลอง แบบสอบถามความพึงพอใจของ
ผลิตภัณฑ์ช้ันวางของไม้ไผ่ ผลการดาเนินงานผู้ศึกษาพบว่า พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็น
เพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 52 ข้อมูลส่วนบุคคลด้านอายุ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่ในช่วง
อายุ 19-20 ปี คิดเป็นร้อยละ 68 และผลการวเิ คราะห์ความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ชน้ั วางของไม้
ไผ่ พบว่า ไผ่ มีความพึงพอใจในด้านการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ช้ันวางของไม้ไผ่
ภาพรวมอยใู่ นระดับมากท่ีสุด ค่าเฉล่ีย ( ̅=4.54) โดยเรียงลาดับความพงึ พอใจตามค่าเฉล่ีย ( ̅) ดงั น้ี
ผลิตภัณฑ์ชั้นวางของไม้ไผ่ สามารถนาไปใช้ ในงานในการจัดวางอาหารหรือสิ่งของได้จริง มีค่าเฉล่ีย
( ̅=4.70) ผลติ ภัณฑ์มรี ูปลักษณ์ หรือดไี ซน์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน มีค่าเฉล่ีย ( ̅=4.48) .
ผลิตภัณฑส์ ามารถพบั เก็บได้ ประหยดั ทใ่ี นการจัดเกบ็ ได้ดี มีคา่ เฉลี่ย ( ̅=4.32) และสามารถรักษาภูมิ
ปญั ญาไทยและภมู ิปญั ญาทอ้ งถิน่ มคี ่าเฉลี่ย ( ̅=3.68) ตามลาดับ
สารบญั ง
เรอื่ ง หนา้
ใบรบั รองโครงการ ก
กติ ตกิ รรมประกาศ- ข
บทคดั ยอ่ ค
สารบัญ ง
สารบญั (ตอ่ ) จ
สารบญั ตาราง ฉ
สารบญั ภาพ ช
บทท่ี 1 บทนา
1.1 ความเปน็ มาและความสาคญั ของโครงการ 2
1.2 วัตถปุ ระสงคข์ องโครงการ 2
1.3 ขอบเขตโครงการ 2
1.4 ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะไดร้ ับ 3
1.5 นิยามศพั ท์ 3
บทที่ 2 เอกสารและงานศึกษาท่เี ก่ียวขอ้ ง
2.1 แนวคิดและทฤษฎีความพงึ พอใจ 4
2.2 ที่มาและความสาคญั ของการจกั สานไม้ไผ่ 9
2.3 ความรู้เกย่ี วกบั การจกั สานไมไ้ ผ่ 10
2.4 ความร้เู กยี่ วกับไม้ไผ่ 15
2.5 วสั ดอุ ุปกรณ์ 23
2.6 วจิ ยั ท่เี กยี่ วข้อง 26
บทท่ี 3 วิธีดาเนนิ การวจิ ัย
3.1 การคดั เลือกกลุ่มตวั อยา่ ง 30
3.2 เคร่อื งมือทีใ่ ชใ้ นการดาเนินโครงการ 30
3.3 ข้ันตอนการดาเนินโครงการ 32
3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 32
จ
สารบญั (ต่อ) หนา้
32
เรอ่ื ง
3.5 การวิเคราะหแ์ ละสรุปผล 34
บทท่ี 4 ผลการศกึ ษา 37
ส่วนท่ี 1 สรุปขั้นตอนการทาผลติ ภัณฑช์ ้ันวางของไมไ้ ผ่ 38
สว่ นที่ 2 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู สว่ นบคุ คล 39
ส่วนที่ 3 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผใู้ ช้ผลิตภณั ฑช์ ้ันวางของไม้ไผ่ 40
ส่วนที่ 4 การจดั ลาดับผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผ้ใู ช้ผลติ ภัณฑ์ชน้ั วางของไมไ้ ผ่
สว่ นท่ี 5 ผลสรุปข้อเสนอแนะ 41
บทที่ 5 สรปุ ผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ 42
5.1 สรปุ ผล 43
5.2 อภิปรายผล
5.3 ขอ้ เสนอแนะ
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก โครงรา่ งโครงการ (แบบนาเสนอโครงการ)
ภาคผนวก ข แบบบนั ทกึ ผลการทดลอง
ภาคผนวก ค แบบประเมนิ ประสทิ ธิภาพ
ภาคผนวก ง การคานวณคา่ ต่างๆ ในส่วนประเมินความพงึ พอใจในโปรแกรมสานักงาน
Microsoft excel
ภาคผนวก จ รปู ภาพประกอบโครงการ
ภาคผนวก ฉ แบบรายงานผลการนาไปใช้ประโยชน์
ประวัติผูจ้ ดั ทา
ฉ
สารบัญตาราง หน้า
37
ตารางท่ี 37
1 ตารางแสดงผลการวิเคราะหข์ อ้ มูลส่วนบุคคลด้านเพศ 38
2 ตารางแสดงผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูลสว่ นบคุ คลดา้ นอายุ 39
3 ตารางแสดงผลการวิเคราะหค์ วามพงึ พอใจของผู้ใชผ้ ลิตภัณฑ์ชน้ั วางของไมไ้ ผ่
4 ตารางการจดั ลาดับผลการวเิ คราะหค์ วามพึงพอใจของผู้ใชผ้ ลติ ภัณฑ์ชัน้ วางของไม้ไผ่
สารบญั ภาพ ช
ภาพท่ี หน้า
2.1 จกั สานไมไ้ ผ่ 9
2.2 จกั สานไมไ้ ผ่ 10
2.3 สิ่งจักสานไม้ไผ่ 12
2.4 การแช่นา้ ไผ่ 14
2.5 ต้นไผ่ 15
2.6 การขนึ้ อยู่ของตน้ ไผ่ 16
2.7 ลักษณะดนิ ท่ีเหมาะต้นไผ่ 17
2.8 ไผช่ นดิ ตา่ งๆ 18
2.9 ภาชนะจักสานไผ่ 19
2.10 ต้นไผ่ 20
2.11 ต้นไผ่สสี กุ 23
2.12 ดอกไผ่ 24
2.13 ผลไผ่ 24
2.14 ลวดสขี าว 25
2.15 มดี โต้ 25
2.16 เล่อื ยมือ 26
4.1 จักตอกตากแดดใหแ้ ห้ง 35
4.2 การสาน 35
4.3 การเข้าขอบ 35
4.4 การดัดขา 36
4.5 ฐานไม้สาหรบั วางกระดง้ 36
4.6 ประกอบฐาน 36
4.7 ผลิตภัณฑช์ น้ั วางของไมไ้ ผ่ 37
บทที่ 1
บทนำ
1.1 ควำมเป็นมำและควำมสำคัญของโครงกำร
ผลิตภัณฑ์ช้ันวางของไม้ไผ่ การจักสานไม้ไผ่น้ันได้มีการทาเคร่ืองจักสานยุคแรก ๆ เครื่องจัก
สานในชีวิตสมัยโบราณ นักโบราณคดีได้ค้นพบหลักฐานว่า เมื่อประมาณ สี่พันปีมาแล้วมนุษย์ได้รู้จัก
วิธีการจักสานของใช้ด้วยไม้ไผ่ เป็นลักษณะลายขัดสองเส้น หลักฐานน้ีได้ค้นพบที่จังหวัดกาญจนบุรี
ซ่ึงถือเป็นดินแดนที่สาคัญในทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย หลักฐานการค้นพบเคร่ืองจักสานนี้
นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังได้พบที่แอฟริกาและในทวีปเอเชียบางแห่ง บริเวณแหลมมลายู (ในยุค
หนิ ) ไดค้ ้นพบหลกั ฐานเกี่ยวกับเครื่องจักสานทท่ี าดว้ ยไม้กองรวมอย่กู ับของใช้ของผู้ตาย จึงสันนิษฐาน
วา่ เคร่อื งจกั สานไดเ้ ข้าไปมีสว่ นเก่ียวกบั พิธีกรรมความเช่ือบางอย่างของมนุษย์ในยุคนั้นบา้ งแล้ว ตอ่ มา
เมื่อมนุษย์ได้มีการดาเนินชีวิตด้วยการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์จึงเป็นท่ีเชื่อได้ว่ามนุษย์ได้รู้จักพัฒนาการ
เคร่ืองจักสานให้เหมาะสมกับการใช้สอยขึ้นมาเร่ือยๆทั้งน้ีเพราะการขยายตัวออกมาดาเนินชีวิตในที่
ราบลุ่ม มีแม่น้าลาธารไหลผ่านเพียบพร้อมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีให้อย่างเหลือเฟือส่ิงจาเป็น
สาหรับมนุษย์ก็คือ การหาเคร่ืองมือบางชนิดไว้ใช้สอยในชีวิตประจาวันซ่ึงส่วนใหญ่จะได้แก่เคร่ืองจับ
สัตว์ เคร่ืองจักสานเป็นเคร่ืองมือที่มนุษย์สามารถจะนาไปใช้ในการดาเนินชีวิตประจาวันไดเ้ ปน็ อย่างดี
ไม่เพียงแต่ด้านประโยชน์ใช้สอยเท่านั้นที่มนุษย์พัฒนาขึ้น ความสวยงาม และ ความทนทานถาวร ก็
เป็นปัจจัยท่ีมนุษย์ให้ความสาคัญ จากการท่ีมนุษย์รู้จักการใช้ยางพืชบางชนิดมาทา หรือยา เพื่อมิให้
เกิดรอยรั่ว ซ่ึงทาให้มีผลสองอย่าง คือ ความคงทนถาวรและประโยชน์ใช้สอยเพิ่มเติมคือการไปใส่น้า
การใช้ภูมิปัญญาดังกล่าว มีมาแต่คร้ังสุโขทัย หรืออาจจะก่อนหน้าน้ัน ปัจจุบันเคร่ืองจักสานได้
พัฒนาการไปมาก มีการประดิษฐ์คิดค้นทาให้ได้รูปแบบต่างๆ เครื่องจักสานเป็นสิ่งท่ีอยู่ควบคู่มากับ
สังคมกสิกรรมรับใช้ชีวิตมนุษย์ เป็นมรดกตกทอดมาจนทุกวันน้ีและเชื่อว่าจะไม่สูญหายไปจากโลกน้ี
แน่นอนวัตถุดิบที่ใช้ในการทาเครื่องจักสาน ภูมิประเทศเกือบทุกภาคของประเทศไทยล้วนเป็นแหล่ง
ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีพืชพันธุ์นานาชนิดสามารถนามาทาเครื่องมือเคร่ืองใช้ได้เป็น
อยา่ งดตี วั อยา่ งวัสดทุ ่ีนามาทาเคร่ืองจกั สานได้ดีคอื ไม้ไผ่
จากทีผ่ จู้ ดั ทาโครงการไดส้ ารวจขอ้ มูลเกี่ยวกับทรัพยากรภายในท้องถิ่น ตาบลท่าตอน อาเภอ
แม่อาย จังหวัดเชยี งใหม่ พบว่าชาวบ้านสว่ นใหญ่ภายในท้องถ่ินมีอาชีพหลักคือการทาไร่ทาสวน และ
ชาวบ้านส่วนใหญ่จะใช้เวลาในวันหยุดและในเวลาว่างในการจักสานตะกร้าจากไม้ไผ่ เพื่อใช้ในการ
ประกอบอาชีพ และใช้ครัวเรือนของตนเอง การจักสานของคนในท้องถ่ินได้มีการจักสานมานานและ
สืบทอดวธิ ีการสานมารุน่ ตอ่ รุน่ ซ่ึงผู้จัดทาโครงการได้มองเห็นถึงความสาคญั ในการจักสานของไมไ้ ผ่
ดังน้ันทางผู้จัดทาโครงการจึงได้มีแนวคิดการประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ชั้นวางของไม้ไผ่
ซ่ึงมีวัสดุที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถ่ินของตาบลท่าตอน อาเภอแม่อาย จังหวดั เชียงใหม่ น้ันคือการจัก
สานของใช้ในครัวเรือนจากไม้ไผ่ของท้องถ่ิน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ทรัพยากรท้องถิ่นของตาบลท่าตอน
อาเภอแม่อาย จงั หวดั เชียงใหม่ และในสว่ นของผลติ ภณั ฑช์ ้ันวางของไม้ไผ่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับไม้ไผ่
ควบคู่กับเอกลักษณ์ประจาท้องถ่ินในการจักสาน โดยการจักสานนั้นไม้ไผ่น้ันต้องใช้ภูมิปัญญาท้องถ่ิน
ความประณีต และความละเอียดอ่อน และทักษะฝีเชิงช่าง ต้ังแต่ รู้จักคุณสมบัติของไม้ไผ่ท่ีใช้ในการ
จักสาน การนามาใชป้ ระโยชน์ในการจักสานผลิตภัณฑ์ช้นั วางของไมไ้ ผ่
1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของโครงกำร
1) เพ่ือจัดทาผลติ ภัณฑช์ น้ั วางของไม้ไผ่
2) เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของผู้ใชผ้ ลิตภณั ฑ์ชนั้ วางของไมไ้ ผ่
3) เพือ่ ใหแ้ ขกที่มาเข้าพกั เกดิ ความประทบั ใจ
1.3 ขอบเขตโครงกำร
เป้าหมายของโครงการ
1) เชงิ ปริมาณ
- จานวน ผลิตภณั ฑ์ช้ันวางของไมไ้ ผ่ จานวน 5 ชุด
- กลุม่ ตวั อยา่ ง ผู้ใช้ผลติ ภัณฑช์ นั้ วางของไมไ้ ผ่ จานวน 50 คน
2) เชิงคณุ ภาพ
- ผลติ ภัณฑช์ น้ั วางของไมไ้ ผม่ รี ูปลกั ษณส์ วยงามและเป็นเอกลกั ษณข์ องชมุ ชน
3) ระยะเวลาและสถานท่ใี นการดาเนนิ งาน
- ระยะเวลาดาเนินงาน ระหว่างวันที่ 7 ธนั วาคม ถงึ วนั ท่ี 12 มนี าคม 2564
- สถานท่ีดาเนนิ งาน วิทยาลัยอาชวี ศึกษาเชียงใหม่
1.4 ประโยชน์ทีค่ ำดว่ำจะได้รบั
1) ผลติ ภณั ฑไ์ มไ้ ผ่สามารถจดั จาหน่ายไดใ้ นราคาทีส่ ูงขึน้
2) ห้องอาหารในอาคารปฏบิ ัติการโรงแรมวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่มีผลิตภัณฑ์ชั้นวาง
ของไม้ไผส่ าหรับวางของใช้
3) ผลติ ภัณฑ์ชัน้ วางของไม้ไผ่สามารถใชไ้ ด้จริง
1.5 นยิ ำมศพั ท์
กำรจักสำน คือ การทาให้เป็นแฉก เป็นหยักๆ ด้วยฟันเล่ือย หรืออีกวิธีการหน่ึง การท่ีชาวบ้าน
ใช้คมมีดผ่าไม้ไผ่แล้วทาให้เป็นเส้นบางๆ วิธีการอย่างน้ีก็เรียกว่า จัก เช่นกัน ส่วนไม้ไผ่ หรือ หวาย ที่จัก
ออกมาเป็นเส้นบางๆ น้ันเรียกว่า ตอก ถึงตอนน้ีการที่ชาวบ้านนาตอกมาขัดกันจนเกิดลวดลายท่ีต้องการ
เราเรียกว่า สาน ต่อจากน้ันแล้วก็จะเป็นการสร้างสรรค์ให้เกิดรูปทรงต่างๆ จนท้ายที่สุดเป็นภาชนะ
สามารถนาไปใช้สอยไดต้ ามต้องการเป็นงานหัตถกรรมอย่างหน่ึง และนับเป็นงานศิลปะประเภททัศนศิลป์
ได้ด้วย การจักสานเป็นการนาวัสดุขนาดเล็กและยาว มาขัด หรือสาน กันจนเป็นช้ินงาน เช่น เส่ือ หรือ
ภาชนะอ่ืนๆ เช่น ตะกร้า เข่ง หรือของใช้อื่นๆ การสานน้ัน มีลักษณะคล้ายกับการทอผ้านั่นคือ ใช้วัสดุ
ขนาดเล็กและยาว ท่ีเรยี กวา่ ตอก หรือ ต้นไผ่ที่นามาขัดจนกลายเปน็ เส้นเล็กๆ มาขัดประสานกัน
บทท่ี 2
เอกสารและงานศึกษาที่เกี่ยวข้อง
ในการศึกษาโครงการเร่ือง ผลิตภัณฑ์ชั้นวางของไม้ไผ่ ผู้จัดทาได้รวบรวมแนวคิดทฤษฎีและ
หลักการต่างๆ จากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับหลักคิด หลักทฤษฎีและงานวิจัยที่เก่ียวข้อง
ดังน้ี
2.1 แนวคิดและทฤษฎคี วามพึงพอใจ
2.2 ท่ีมาและความสาคัญของการจักสานไมไ้ ผ่
2.3 ความรเู้ ก่ียวกับการจกั สานไมไ้ ผ่
2.4 ความรู้เกี่ยวกับไม้ไผ่
2.5 วัสดอุ ุปกรณ์
2.6 วจิ ัยที่เกยี่ วข้อง
2.1 แนวคิดและทฤษฎคี วามพึงพอใจ
1) ความหมายของความพงึ พอใจ
สุริยะ วิรยิ ะสวัสดิ์ (2530, หน้า 42 อ้างถึงใน ปราการ กองแก้ว, 2546, หน้า 17) ไดใ้ ห้ความ
หมายความพึงพอใจหลังการให้บริการของหน่วยงานของรัฐของเขาว่า ระดับผลท่ีได้จากการพบปะ
สอดคลอ้ งกบั ปญั หาทม่ี ีอย่หู รอื ไม่ ส่งผลดแี ละสร้างความภูมิใจเพียงใด และสรา้ งความภมู ใิ จเพียงใด
สาโรช ไสยสมบตั ิ (2534, หน้า 18 อ้างถึงใน ปราการ กองแก้ว,2546, หน้า 17)ความพึง
พอใจเป็นปัจจัยสาคัญประการหนึ่งท่ีช่วยทาให้งานประสบผลสาเร็จ โดยเฉพาะอย่างย่ิงถ้าเป็นงานที่
เก่ยี วกับการให้บริการ นอกจากผู้บริหารจะดาเนินการให้ผู้ทางานเกิดความพึงพอใจในการทางานแล้ว
ยังจาเป็นต้องดาเนินการท่ีจะทาให้ผู้ใช้บริการเกิดความพึงพอใจด้วยเพราะความเจริญก้าวหน้าของ
การบริการเป็นปัจจัยที่สาคัญประการหน่ึงที่เป็นตัวบง่ ชี้ถึงจานวนผู้มาใชบ้ ริการ ดังน้ันผู้บริหารท่ีชาญ
ฉลาดจึงควรอย่างยิ่งท่ีจะศึกษาให้ลึกซ้ึงถึงปัจจัยและองค์ประกอบต่างๆที่จะทาให้เกิดความพึงพอใจ
ท้งั ผปู้ ฏบิ ัติงานและผู้มาใช้บรกิ าร
ราณี เชาวนะปรีชา (2538, หน้า18 อ้างถึงใน วฤทธ์ิ สารฤทธิ์คาม, 2548, หน้า 31)กล่าวว่า
ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกหรือทัศนคติของบุคคลท่ีมีต่อสิ่งใดส่ิงหนึ่งหรือปัจจัย ต่างๆที่
เก่ียวข้องความรู้สึกพึงพอใจจะเกิดเม่ือความต้องการของบุคคลท่ีมีต่อส่ิงใดส่ิงหน่ึงหรือปัจจัย ต่างๆท่ี
เก่ียวข้องความรู้สึกพงึ พอใจจะเกิดขึ้นเมื่อความต้องการของบุคคลได้รับการตอบสนองหรือบรรลุตาม
จุดมุง่ หมายในระดบั หน่ึง ความร้สู กึ ดังกลา่ วจะลดลงหรือไม่เกิดข้ึน หากความตอ้ งการหรือจุดมุ่งหมาย
นั้นไม่ได้รับการตอบสนอง ความพึงพอใจต่อการใช้บริการจึงเป็นความรู้สึกของผู้ที่มารับบริการมีต่อ
สถานบริการตามประสบการณท์ ไ่ี ด้รบั จากการเขา้ ไปติดต่อขอรบั บริการในสถานบริการนน้ั ๆ
อรรถพร คาคม (2546, หนา้ 29) ได้สรปุ ว่า ความพงึ พอใจ หมายถึง ทัศนคติหรือระดับความ
พึงพอใจของบุคคลต่อกิจการรมต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกิจกรรมน้ัน ๆโดยเกิด
จากพื้นฐานของการรับรู้ค่านิยมและประสบการณ์ท่ีแต่ละบุคคลจะได้รับ ระดับของความพึงพอใจจะ
เกิดขึน้ เมื่อกจิ กรรมนั้น ๆ สามารถตอบสนองความตอ้ งการแก่บุคคลน้ันได้วฤทธิ์ สารฤทธิคาม (2548,
หน้า 32 อ้างถึงใน รัตนศักด์ิ ยี่สารพฒั น์, 2551, หน้า 6) ได้ให้ความหมายความพึงพอใจว่า เป็น
ปฏิกิริยาด้านความรู้สึกต่อสิ่งเร้าหรือส่ิงกระตุ้นท่ีแสดงผลออกมาในลักษณะของผลลัพธ์สุดท้ายของ
กระบวนการประเมิน โดยแบ่งออกถึงทิศทางของผลการประเมินว่าเป็นไปในลักษณะทิศทางบวกหรือ
ทศิ ทางลบหรอื ไม่มีปฏิกริ ยิ า
กู๊ด (Good, 1973) กล่าวว่า ความพึงพอใจ หมายถึง สภาพ คุณภาพ หรือระดับความพึง
พอใจซึง่ เป็นผลมาจาก ความสนใจต่าง ๆ และทัศนคตทิ บ่ี คุ คลน้ันมตี อ่ ส่ิงนน้ั
โอลิเวอร์ (Oliver, 1997) ได้ให้ความหมายของความพึงพอใจ คือการตอบสนองท่ีแสดงถึง
ความรู้ปะสงค์ของลูกค้าเป็นวจิ ารณญาณของลูกค้าท่ีมีต่อสินค้าและบริการ ความพึงพอใจมีมุมมองที่
แตกต่างกนั แล้วแต่มมุ มองของแต่ละคน
โวลแมน (Wolman, 1973) กล่าวว่า ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกท่ีมีความสุขเม่ือ
ได้รับผลสาเรจ็ ตามจุดมุ่งหมาย ความตอ้ งการหรอื แรงจูงใจ
เคลิร์ก (Quirk, 1987)ความพึงพอใจหมายถึงความรู้ท่ีมีความสุขหรือความพอใจเมื่อได้รับ
ความสาเร็จ หรอื ไดร้ บั ส่ิงท่ีต้องการ
ฮอร์นบี้ (Hornby, 2000)ความพงึ พอใจหมายถึงความรู้สึกท่ีดเี ม่ือประสบความสาเร็จหรือไต้
รับสิ่งท่ตี ้องการใหเ้ กดิ ขึน้ เปน็ ความรูส้ ึกท่พี อใจ
วริ ฬุ พรรณเทวี (2542, หน้า 111) ได้ให้ความหมายความพงึ พอใจ หมายถงึ ความรู้สึกภายใน
จติ ใจของมนุษย์ท่ีไมเ่ หมอื นกันขึ้นอยกู่ บั แตล่ ะบคุ คลวา่ จะคาดหวงั กับส่ิงหนึ่งอยา่ งไร ถา้ คาดหวงั หรือมี
ความตั้งใจมากและไดร้ บั การตอบสนองด้วยดีจะมคี วามพึงพอใจมาก แต่ในทางตรงกันข้ามอาจผิดหวงั
หรือไม่พึงพอใจเป้นอย่างย่ิงเมื่อไม่ได้รับการตอบสนองตามที่คาดหวังไว้ท้ังนี้ขึ้นอยู่กับส่ิงที่ตนต้ังใจไว้
ว่ามีมากหรือน้อย
เชลลี่ (Shelli, 1995, p. 9 อ้างถึงใน ปราการ กองแก้ว,2546, หน้า 17) ได้ศึกษาแนวคิด
เกี่ยวกับความพึงพอใจ สรุปได้ว่าเป็นความรู้สึกสองแบบของมนุษย์ คือ ความรู้สึกในทางบวกและ
ความรู้สึกในทางลบ ความรู้สึกในทางบวกเป็นความรู้สึกท่ีเมื่อเกิดข้ึนแล้วทาให้ความรู้สึกท่ีมีระบบ
ย้อนกลับและความสุขน้ีสามารถทาให้เกิดความสุขหรือความรู้สึกทางบวกเพิ่มข้ึนไดอ้ ีก ดังนั้นจะเห็น
ได้ว่าความสุขเป็นความรู้สึกที่สลับซับซ้อนและความสุขนี้จะมีผลต่อบุคคลมากกว่าความรู้สึกใน
ทางบวกอ่นื ๆ ความรู้สึกทางลบ ความรู้สึกทางบวกและความสุขมีความสัมพันธ์กันอย่างสลับซับซ้อน
และระบบความสัมพันธ์ของความรู้สึกท้ังสามนี้เรียกว่าระบบความพึงพอใจ โดยความพึงพอใจจะ
เกิดข้ึนเม่ือระบบความพึงพอใจมีความรู้สึกทางบวกมากกว่าความรู้สึกทางลบทฤษฎีความต้องการ
ตามลาดบั ข้นั ของมาสโลว์ (Maslow, 1970 อา้ งถึงใน รงั สรรค์ฤทธ์ิผาด,2550, หนา้ 23)
มาสโลว์ (Maslow) ได้เรียงลาดับสิ่งจูงใจ หรือความต้องการของมนุษย์ไว้ 5 ระดับโดย
เรยี งลาดบั ขนั้ ของความต้องการไวต้ ามความสาคญั ดงั นี้
- ความต้องการพ้ืนฐานทางสรีระ
- ความตอ้ งการความปลอดภัยรอดพ้นอันตรายและมั่นคง
- ความต้องการความรัก ความเมตตา ความอบอุ่น การมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมต่าง ๆ
- ความตอ้ งการเกียรตยิ ศช่อื เสียง การยกย่อง และความเคารพตัวเอง
- ความต้องการความสาเร็จดว้ ยตนเอง
ความพอใจในข้ันต่าง ๆ ของความต้องการของมนุษย์นี้ ความต้องการขั้นสูงกว่าบางคร้ังได้
ปรากฏออกมาให้เห็นแล้วก่อนที่ความต้องการ ข้ันแรกจะได้เห็นผลเป็นที่พอใจเสียด้วยซ้าอย่างไรก็
ตามบคุ คลแตล่ ะคนส่วนมากแสดงให้เห็นว่า ตนมีความพอใจอย่างสูงสุด ในลาดบั ขั้นความต้องการข้ัน
ต่างๆ มากกว่าข้ันสูงจากการสารวจ พบว่า คนธรรมดาทั่วไปจะมีความพอใจในลาดับขั้นตอนต่าง ๆ
ดังนี้
- ความต้องการทางดา้ นกายภาพ 85%
- ความต้องการความปลอดภัย 70%
- ความต้องการทางดา้ นสังคม 50%
- ความต้องการเดน่ ในสังคม 40%
- ความต้องการที่จะไดร้ ับความสาเร็จในสง่ิ ที่ตนปรารถนา 10%
แชลลี่(Shelly,1985อ้างใน กรรณิการ์ จันทร์แก้ว,2538, หน้า21) สรุปได้วา่ ความพึงพอใจ
เป็นความรู้สึกสองแบบของมนุษย์คือความรู้สึกในทางบวกและความรู้สึกทางลบ ความรู้สึกทางบวก
เป็นความรู้สึกที่เม่ือเกิดข้ึนแล้วจะทาให้เกิดความสุขความสุขนี้เปน็ ความรู้สึกที่แตกต่างจากความรู้สึก
ทางบวกอ่ืน ๆ กล่าวคือเป็นความรู้สึกท่ีมีระบบย้อนกลับ ความสุขเป็นความรู้สึกที่สลับซับซ้อนและ
ความสุขนี้จะมีผลต่อบุคคลมากกว่าความรู้สึกทางบวกอ่ืน ๆ ของบุคคลจะเกิดข้ึนเมื่อความต้องการ
ได้รับการตอบสนองในระดับหนึ่งเม่ือเกิดความต้องการบุคคลจะตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุความ
ต้องการความพึงพอใจของบุคคลจะแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมทางกายภาพและลักษณะส่วน
บคุ คล
ศิริวรรณ์ เสรีรัตน์และคณะ(2538)ได้กล่าวว่าความพึงพอใจของลูกค้าเป็นระดับความรู้สึก
ของลกู คา้ ทม่ี ผี ลจากการเปรียบเทยี บระหวา่ งผลประโยชนจ์ ากคุณสมบัตผิ ลิตภัณฑห์ รือการทางานของ
ผลิตภัณฑ์กับการคาดหวังของลูกค้าหรือระหว่างการรับรู้ต่อการปฏิบัติงานของผู้ให้บริการกับการ
คาดหวังของลูกค้าหรือบริการที่ลูกค้าคาดหวังระดับความพึงพอใจของลูกค้าเกิดจากความแตกต่าง
ระหวา่ งผลประโยชน์จากการบริการกับความคาดหวังของบุคคล ซ่ึงความคาดหวังดังกล่าวน้ันเกิดจาก
ประสบการณ์และความรู้ในอดีตของแต่ละบุคคลอาทิจากเพ่ือน จากนักการตลาด หรือจากข้อมูลคู่
แข่งขันเป็นต้น ฉะนั้นสิ่งสาคัญที่ทาให้ผู้ให้บริการประสบความสาเร็จก็คือการเสนอบริการท่ีมี
ผลประโยชน์สอดคล้องกับความคาดหวังของลูกค้าผู้ใช้บริการโดยยึดหลักการสร้างความพงึ พอใจรวม
สาหรับลูกค้า ส่วนผลประโยชน์จากการบริการเกิดจากการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ส่วน
ผลประโยชน์จากการบริการเกิดจากการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าโดยการสร้างคุณค่าเพิ่มเกิด
จากการทางานร่วมกันกับฝ่ายต่าง ๆ ของผู้ให้บริการโดยยึดหลักการสร้างคุณภาพรวม เกิดจากการ
สร้างความแตกต่างทางการแข่งขันของการบริการโดยให้บริการที่แตกต่างจากคู่แข่งขันและความ
แตกต่างต้องมีคุณค่าในสายตาของลูกค้าและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ซ่ึงอาจเป็นความ
แตกต่างด้านผลิตภัณฑ์ด้านบริการ ด้านบุคลากรและด้านภาพลักษณ์ซ่ึงความแตกต่างเหล่านี้จะเป็น
ตวั กาหนดคณุ คา่ เพ่ิมสาหรับลูกค้า
เนื่องจากคุณภาพของสินค้าที่เป็นสิ่งท่ีพัฒนามาแล้วอยู่น่ิงไม่เปลี่ยนแปลงแต่คุณภาพการ
บริการขึ้นกับพนักงาน ซ่ึงแปรเปล่ียนไปตามอารมณ์และสถานการณ์ต่าง ๆ หรือลูกค้าที่มาใช้บริการ
บางรายอาจจะมีความต้องการเฉพาะที่มากเกินความต้องการท่ีต้องการที่พนักงานจะให้บริการได้
อย่างเต็มที่จึงทาใหเ้ กดิ ความไมพ่ อใจ ดงั น้ัน ปัจจัยหลักในการสรา้ งความพงึ พอใจมี3 ประการ ดงั น้ี
- ผู้รับบริการมีความต้องการและความคาดหวังสาหรับการบริการท่ีแตกต่างกันไปในแต่ละ
คน รวมทง้ั ความตอ้ งการนนั้ ยังเปล่ยี นไปสาหรบั การบริการแตล่ ะคร้ัง
- ผู้ให้บริการความพึงพอใจของลูกค้ามีผลจากความรู้ความสามารถความพร้อมในด้านกาย
และอารมณใ์ นขณะใหบ้ รกิ ารรวมถงึ ความเต็มใจในการใหบ้ ริการใหบ้ รกิ ารของพนกั งาน
- สภาพแวดล้อมอ่ืน ๆ ตัวอย่างเช่น อากาศแสงแดด เก้าอี้โต๊ะ ส่ิงเหล่าน้ีมีผลต่อความพึง
พอใจของลูกค้าท่ีมารับประทานอาหาร หรือเข้ามาใช้บริการในสถานที่ที่มาใช้บริการยิ่งไปกว่าน้ัน
ความพงึ พอใจของลกู ค้ายงั มผี ลจากจานวนลูกคา้ ท่มี าใชบ้ รกิ ารด้วยแถวที่ยาวเหยยี ดของธนาคารในวนั
ศุกรย์ อ่ มสรา้ งความไม่อยากใช้บรกิ าร
2) การวดั ระดับความพงึ พอใจของลูกค้าหรือผใู้ ห้บรกิ ารว่าสามารถทาได้ 2 วธิ ีคอื
- วัดจากการสอบถามความคิดเห็นของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการเปน็ การวัดระดับความพงึ พอใจ
ของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการจากการสอบถามความคิดเห็นของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ โดยตรงทาได้โดย
กาหนดมาตรวดั ระดับความพงึ พอใจที่ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการท่ีมีต่อคุณภาพของสินค้าหรือบริการนั้น ๆ
และกาหนดเกณฑ์ช้ีวัดระดับความพึงพอใจจากผลการวัดระดับความพึงพอใจเฉลี่ยท่ีลูกค้าหรือ
ผใู้ ช้บริการทีม่ ตี ่อคณุ ภาพของสินค้าหรอื บริการน้ัน ๆ
- วัดจากตัวช้ีวัดคุณภาพการให้บริการที่กาหนดขึ้น โดยการวัดระดับความพึงพอใจของลูกค้า
หรือผู้ใช้บริการจากเกณฑ์ช้ีวัดระดับคุณภาพสินค้าหรือบริการท่ีกาหนดข้ึนน้ีอาจใช้เกณฑ์คุณภาพ
ระดับต่าง ๆ ท่ีกาหนดข้ึนโดยผู้ให้บริการผู้ประเมินผลการให้บริการและมาตรฐานกลางหรือ
มาตรฐานสากลของการใหบ้ ริการนั้น
สรุปความพึงพอใจ คือ การทาให้ความรู้สึกของบุคคลท่ีได้รับบริการในสิ่งท่ีดีเป็นที่พอใจ
ประทับใจ ตามท่ีผู้รับบริการตั้งใจ ไว้หรือมากกว่าที่คิดไว้ การจะทาให้เกิดความรู้สึกพึงพอใจได้หน่วย
ให้บริการต้องวางระบบโครงสร้างท่ีดี สอดคล้อง สัมพันธ์กันทุกฝ่าย เช่น ด้านเคร่ืองมือเครื่องใช้ที่
ทันสมยั ด้านบคุ ลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้าใจในหมีหน้าท่ีและต้องมีใจรักในการให้บริการ ดา้ น
สถานทสี่ ะอาดพน้ื ทเี่ หมาะสมกับการให้บริการ มีความเช่ือม่ันและมั่นใจเมื่อมารับบริการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้
เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งจากองค์ประกอบอีกหลาย ๆ ด้านที่จะนาไปสู่จุดสูงสุดในเรื่องความพึง
พอใจ
3) สรปุ ประเดน็ เกีย่ วกบั ความพึงพอใจดงั นี้
- ความพึงพอใจเป็นการเปรียบเทยี บความรู้สกึ กับความคาดหวงั
- ความพงึ พอใจเป็นการเปรียบเทยี บความรู้สึกกับสงิ่ เรา้
- ความพึงพอใจเป็นการเปรยี บเทยี บความรู้สึกหรอื ทศั นคตกิ ับสิ่งท่ีไดร้ บั
- ความพึงพอใจเป็นการเปรียบเทยี บประสบการณ์กับการคาดหวัง
2.2 ทีม่ าและความสาคัญของการจักสานไม้ไผ่
ภาพท่ี 2.1 จกั สานไม้ไผ่
ท่มี า : https://sites.google.com/a/sapit.ac.th/chompunut/ngan-caksan
งานจกั สานเปน็ งานหัตถกรรมทีช่ าวบา้ นทาเพือ่ ใช้ในครวั เรอื นมาแต่โบราณแม้ในปจั จุบัน
งานจักสานหรือเคร่ืองจักสานจะมีอยู่น้อย แต่ก็ยังคงมีอยู่ทั่วไป ทุกภาคในประเทศนอกเหนือจาก
ประโยชน์ใช้สอยแล้ว งานจักสานยังสะท้อน วัฒนธรรม สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ และภูมิปัญญา
ของชาวบ้านได้อีกด้วย (บุญเลิศ มรกต ,2545) ในขณะท่ีสภาพสังคม เศรษฐกิจปัจจุบันที่เปล่ียนไป
จากเดิม การไปมาหาสู่กันระหว่างเมืองกับชนบทติดต่อกันได้สะดวก รวมถึงความเจริญก้าวหน้าทาง
กระแสวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาแทนที่วฒั นธรรมเดิมทาให้สภาพความเป็นอยู่ การดารงชีวิตของคน
ในชุมชนเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมีผลกระทบทาให้งานจักสานหรืออาชีพจักสานลดน้อยลงไปเร่ือยๆ จนถึง
เพ่อื การส่งเสริมความรูด้ า้ นงานจกั สานแกผ่ ทู้ ีส่ นใจในอาชพี ได้สืบทอดงานจักสานให้คงอยู่ตอ่ ไป การ
ประกอบอาชีพในทุกวันนม้ี ีหลากหลายทางมกี ารนาเอาเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องมากมายและมีความ
สะดวกสบายมากขึ้นอยากกินปลาก็เดินไปซ้ืออยู่ตลาด จนคนในยุคปัจจุบันไม่รู้จักกรรมวิธีขั้นตอนใน
อุปกรณ์ในการประยุกต์เลือกนาภูมิปัญญาพื้นบ้านท่ีได้จากไม้ไผ่เอาวัสดุธรรมชาติอย่างไม้ไผ่มาใช้ใน
การทามาหากินไม่รู้จักอุปกรณ์พื้นบ้านอีสาน ท่ีปู่ย่าจักรสานข้ึน อย่างเช่น สุ่มไก่ การสานกระด้ง
กระติบขา้ ว อโี ฮง่
ใช้ร่อนปลา กระชังใส่ปลาซึ่งอุปกรณ์บางอย่างเราก็ไม่รู้จัก จึงจาเป็นอย่างมากที่เราควรจะศึกษา
ขั้นตอนในการทาอุปกรณ์พื้นบ้านต่างๆเพื่อจะได้สืบสานต่อไปคู่ไว้ให้อยู่กับคนไทยไปยาวนาน
(องค์การบริหารส่วนตาบลแม่ข้าวต้ม)
มนุษย์จะนาวัตถุดิบจากธรรมชาติเท่าที่จะหาได้ใกล้ตัวมาทาให้เกิดประโยชน์ เพื่อ ทาเป็น
เครื่องใช้ในชีวิตประจาวันด้วยวิธีการสอดขัดและสานกันของวัสดุท่ีเป็นเส้นเป็นริ้ว โดยสร้างรูปทรง
ของส่ิงท่ีประดิษฐ์ขึ้นนั้นตามความประสงค์ในการใช้สอย ประสานกับขนบธรรมเนียมประเพณีความ
เชื่อศาสนาและวัสดุ ในท้องถ่นิ นนั้ ๆ การเรียกเครือ่ งจักสานวา่ “จกั สาน”
2.3 ความรเู้ กี่ยวกับการจักสานไม้ไผ่
ภาพท่ี 2.2 จักสานไมไ้ ผ่
ทม่ี า : https://www.edtguide.com
การเรียกเครื่องจักสานว่า “จักสาน” นั้น เป็นคาท่ีเรียกข้ึนตามวิธีการที่ทาให้เกิดเครื่องจัก
สาน เพราะเครือ่ งจกั สานตา่ งๆ จะสาเร็จเปน็ รปู รา่ งทีส่ มบรู ณไ์ ดน้ นั้ ตอ้ งผ่านกระบวนการ ดงั นี้
1) การจกั
คือการนาวัสดุมาทาให้เป็นเส้น เป็นแฉก หรือเป็นริ้วเพื่อความสะดวกในการสาน ลักษณะ
ของการจักโดยทั่วไปน้ันขึ้นอยู่กับลักษณะของวัสดุแต่ละชนิดซึ่งจะมีวิธีการเฉพาะที่แตกต่างกันไป
หรือบางคร้งั การจกั ไมไ้ ผ่หรือหวายมักจะเรยี กว่า “ตอก” ซึง่ การจกั ถอื ไดว้ ่าเปน็ ข้ันตอนของการเตรียม
วสั ดใุ นการทาเครอ่ื งจกั สานขนั้ แรก
2) การสาน
เป็นกระบวนการทางความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ท่ีนาวัสดุธรรมชาตมิ าทาประโยชน์โดยใช้
ความคดิ และฝมี อื มนษุ ยเ์ ป็นหลกั การสานลวดลายจะสานลายใดนัน้ ขึน้ อยูก่ บั ความเหมาะสมในการใช้
สอย ซึ่งมดี ว้ ยกนั 3 วธิ ี คือ
- การสานดว้ ยวิธีสอดขัด
- การสานด้วยวธิ กี ารสอดขัดด้วยเสน้ ทแยง
- การสานด้วยวธิ ขี ดเป็นวง
งานจักสานไมไ้ ผ่ เกดิ ข้ึนโดยการใชไ้ มไ้ ผน่ ามาจกั ผ่า ฉีก ใหเ้ ป็นเส้นบาง ๆ แล้วนามาขัด สาน
สอด ไขว้ ขึ้นโครงเป็นรูปทรง ทาเป็นภาชนะ เป็นเคร่ืองมือเครื่องใช้ จัดเป็นงานศิลปหัตถกรรม และ
หัตถกรรมพ้ืนบ้านท่ีมีความผูกพันและอยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน แสดงได้ถึง
วัฒนธรรมและภูมิปัญญาบรรพบุรุษ มีการสืบทอดกันมาแต่โบราณ มีอยู่ในทุกภาคของประเทศ ด้วย
เป็นทั้งหัตถกรรมที่เป็นของใช้ในในครัวเรือนและชีวิตประจาวันจนถึงเป็นอาชีพท่ีเป็นแหล่งรายได้อีก
ด้วยการสร้างสรรค์งานจักสานไม้ไผ่ต้องใช้ทั้งภูมิปัญญาความประณีต ความละเอียดอ่อน และทักษะ
ฝีมือเชิงชา่ ง ตั้งแต่การรู้จักคุณสมบตั ิของไม้ไผ่แต่ละชนิดท่ีมีความเหมาะสมกับการนามาใชป้ ระโยชน์
ในการจักสาน การเตรียมเส้นเพ่ือการสานท่ีเหมาะสมกับการสานผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด แต่ละรูปแบบ
และท่ีสาคัญคือการสานขึ้นรูปจนสาเร็จเป็นผลิตภัณฑ์เคร่ืองจักสานไม้ไผ่ท่ีนาไปประโยชน์ใช้สอย
ตามที่ตอ้ งการ งานหัตถกรรมจักสานไม้ไผ่ จึงยังคงเป็นงานหัตถกรรมพ้นื บา้ นที่ยังคงมีการสืบทอดต่อ
กันมา นับจากอดตี กาลจนถงึ ปจั จุบนั
3) การถกั
เป็นกระบวนการประกอบท่ีช่วยให้การทาเครื่องจักสานสมบูรณ์ การถักเคร่ืองจักสาน เช่น
การถักขอบของภาชนะจักสานไม้ไผ่ การถักหูภาชนะ เป็นต้น การถักส่วนมากจะเป็นการเสริมความ
แข็งแรงของโครงสร้างภายนอก เช่น ขอบ ขา ปาก ก้น ของเครื่องจักสาน และเป็นการเพ่ิมความ
สวยงามไปดว้ ย
ไม้ไผ่ คือวัตถุดิบหลักในการสร้างงานหัตกรรมจักสานไม้ไผ่ และไม้ไผ่ท่ีใช้เพื่อการสร้างเป็น
งานหัตถกรรมน้ันมีด้วยกันหลายชนิด ด้วยเพราะคุณสมบัติของไผ่แต่ละประเภท อาจจะมีความ
เหมาะสมกับงานหัตถกรรมแตกต่างกัน จึงต้องเลือกใช้ชนิดไผ่ให้เหมาะสม เช่น ไม้ไผ่ท่ีนิยมใช้ทา
เครื่องจักสานมากที่สุด คือ ไผ่สีสุกซึ่งเปน็ ไม้ไผ่ท่ีขึ้นอยู่ตามพื้นราบมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทยไม้
ไผท่ ่ีนามาใช้สาหรบั การทางานหตั ถกรรมจกั สาน จะต้องเป็นไผ่ท่ีมีอายุไม่น้อยกวา่ 2 ปี ตอ้ งเลือกพนั ธ์ุ
ไผ่ท่ีสามารถยืดหยุ่นไดด้ ี ลาตน้ มีความยาว เมื่อเวลานามาชักเลียดจะไดเ้ ส้นตอกที่ยาว ภูมิปัญญาใน
การทางานหตั ถกรรมจักสานไมไ้ ผ่ทั่วไปจะมขี ้ันตอนและวธิ ีการผลติ
ภาพที่ 2.3 สง่ิ จกั สานไมไ้ ผ่
ทม่ี า : http://demo.serverext.com
4) มูลเหตทุ ีท่ าใหเ้ กิดเครอ่ื งจักสานทส่ี าคญั 3 ประการดงั นี้
1) มูลเหตจุ ากความจาเป็นในการดารงชวี ิต การดารงชีวิตในชนบทจาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง
อาศยั เคร่ืองมือเครื่องใช้พื้นบ้าน ท่ีสามารถผลิตไดเ้ องมาช่วยให้ เกิดความสะดวกสบาย โดยเฉพาะผู้มี
อาชพี เกษตรกรรม ซงึ่ สามารถจาแนกออกเป็นประเภทตา่ งๆ ตามหน้าท่ใี ชส้ อยดงั น้ี
- เครื่องจักสานที่ใช้ในการบริโภค ได้แก่ ซ้าหวด กระติ๊บ แอบข้าว หวดนึ่งข้าวเหนียว ก่อง
ข้าว กระชอน กระดง้ ฯลฯ
- เคร่ืองจักสานที่ใช้เป็นภาชนะ ได้แก่ กระบงุ กระจาด ซ้ากระทาย กระบาย กะโล่ กระด้ง
ชะลอม ฯลฯ
- เคร่ืองจกั สานทใ่ี ช้เป็นเครือ่ งตวง ได้แก่ กระออม กระชุ กระบุง สดั ฯลฯ
- เครื่องจักสานท่ีใชเ้ ป็นเครื่องเรอื นและเครื่องปูลาด ได้แก่ เส่อื ตา่ ง ๆ
- เครื่องจักสานทีใ่ ชป้ อ้ งกนั แดดฝน ได้แก่ หมวก กุ๊บ งอบ ฯลฯ
- เคร่อื งจกั สานทีใ่ ชใ้ นการดกั จบั สัตว์ ไดแ้ ก่ ลอบ ไซ อีจู้ ชะนาง จ่ัน ฯลฯ
- เคร่ืองจักสานทใ่ี ช้เก่ยี วกับความเช่ือ ประเพณแี ละศาสนา ได้แก่ กอ่ งขา้ วขวัญ ซ้าสาหรับใส่
พาน สลาก ฯลฯ
2) มลู เหตุท่เี กดิ จากสง่ิ แวดล้อมทางธรรมชาตติ ามสภาพภูมิศาสตร์ เพราะชาวไทยส่วนใหญ่มี
อาชีพทางเกษตรกรรม จึงจาเป็นต้องทามาหากินกันตาม สภาพสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิศาสตร์ของ
ท้องถ่ินนั้นๆ ดังน้ันการทาเครื่องจักสานท่ีเห็นได้ชัด คือ เครื่องมือเครื่องใช้ในการจับปลาและสัตว์น้า
จืด ได้แก่ ลอบ ไซ ชะนาง โดยทาด้วยไม้ไผ่และหวาย ซ่ึงรูปแบบและโครงสร้างจะสร้างขึ้นให้
เหมาะสมกับการใช้สอย และครุ ใชส้ าหรบั ตีข้าวของทางภาคเหนอื เปน็ ตน้
3) มูลเหตุท่ีเกิดจากความเชื่อ ขบธรรมเนียมประเพณี และศาสนา เครื่องจักสานจานวนไม่
น้อยเกิดขึ้นจากผลของความเช่ือของท้องถิ่น ซ่ึงจะเห็นได้จากการ สานเสื่อปาหนันเพื่อใช้ในการ
แต่งงานของภาคใต้ เป็นต้น นอกจากข้อมูลอันสาคัญทั้ง 3 ประการแล้ว ปัจจุบันพบว่าในหลาย
ท้องถิ่นเคร่ืองจักสานได้กลายมาเป็นอาชีพรองจากการทาไร่ ทานา เพ่ือจาหน่ายเป็นรายได้พิเศษ
ในช่วงต่อไป
นอกจากข้อมูลอนั สาคัญทั้ง 3 ประการแล้ว ปัจจุบันพบว่าในหลายท้องถ่ิน เครื่องจักสานได้
กลายมาเปน็ อาชพี รองจากการทาไร่ ทานา เพอ่ื จาหนา่ ยเปน็ รายได้พิเศษในช่วงต่อไป
5) วัสดุทใ่ี ช้ทาเครอื่ งจักสาน
- ไม้ไผ่ เป็นไม้ท่ีใช้ทาเคร่ืองจักสานมากมายหลายชนิด มีลักษณะเป็นไม้ปล้อง เป็นข้อ มี
หนาม และแขนงมาก เม่ือแก่จะมีสีเหลือง โดยจะนาส่วนลาต้นมา ใช้จักเป็นตอกสาหรับสานเป็น
ภาชนะตา่ งๆ
- กก เป็นพนั ธ์ไุ ม้ชนิดหนึ่งท่ีชอบข้ึนในที่ช้นื และมีข้ึนทั่วไป เช่น ในนา ริมหนอง บงึ และท่ีน้า
ทว่ มแฉะ ลาตน้ กลมหรือสามเหล่ียมมีท้ังชนิดลาตน้ ใหญ่ยาว และลาตน้ เลก็ และสั้น ส่วนมากนามาทอ
เสอื่ มากกวา่ นามาสานโดยตรง
- แหย่ง มีลักษณะคล้ายไม้ไผ่แต่อ่อนนุ่มกว่า ไม่มีข้อ แข็งกว่าหวายใช้ได้ทนกว่ากก ชอบขึ้น
ตามท่แี ฉะ มีผวิ เหลืองสวย ใชส้ านเส่ือ ทาฝาบา้ น เป็นต้น
- หวาย จะขึ้นในป่าเปน็ กอๆ ส่วนมากจะใช้ประกอบเคร่ืองจักสานอื่นๆ แตก่ ็มีการนาหวาย
มาทาเครอื่ งจักสานโดยตรงหลายอยา่ ง เชน่ ตะกรา้ หิว้ ถาด ผลไม้ เป็นต้น
- ใบตาลและใบลาน ลาต้นสูงคล้ายมะพร้าว ใบเป็นแผงใหญ่คล้ายพัด จะนามาทาเครื่องจัก
สานโดยจกั ในออกเป็นเสน้ คล้ายเสน้ ตอก แตต่ ้องใช้ใบอ่อน สว่ นใหญ่จะใช้สานหมวกและงอบ
-.ก้านมะพร้าว ใช้ก้านกลางใบของมะพร้าว เหลาใบออกให้เหลือแต่ก้าน แล้วนามาสาน
เช่นเดยี วกบั ตอก ส่วนมากสานเป็นตะกรา้ กระจาดผลไม้เล็กๆ
- ย่านลิเภา มีลักษณะเป็นเถาวลั ย์ชนิดหนึ่ง มีขนาดเท่าหลอดกาแฟ ข้ึนตามภูเขา เทือกเขา
และป่าละเมาะ ในการใช้ต้องนาลาต้นมาลอกเอาแต่เปลือกแล้ว จักเป็นเส้นๆ ย่านลิเภาส่วนใหญ่จะ
นามาสานเปน็ ลาย เชี่ยนหมาก พาน เป็นตน้
6) การเลือกไม้ไผ่
ไม้ไผ่ทเี่ หมาะสม ตอ้ งเลือกไม้ไผ่ที่มีอายุแก่จัด หากเป็นต้นไผ่ลาใหญ่ ควรมีอายุประมาณ 4-7
ปี ต้นไผ่ลาเล็กควรมีอายุ 2-3 ปี ไม่ควรนาไม้ไผ่ออ่ นมาสร้างที่อยู่อาศัย เน่ืองจากไม้ไผ่ออ่ นทาให้มอด
กนิ เนอ้ื ไมไ้ ด้ เพราะฉะนน้ั การนาไมไ้ ผม่ าใชง้ านจะมีการนาไม้ไผ่หลายๆชนิดมาใชผ้ สมกนั โดยเลือกไผ่
ท่ีมีหน้าตัดต่างกัน สาหรับความยาวปล้องเป็นตัววัดความแข็งแรงของต้นไผ่ แนะนาเลือกไผ่
ปล้องส้ัน มขี ้อถ่ี จะมคี วามแขง็ แรงมาก
ภาพที่ 2.4 การแช่นา้ ไผ่
ท่มี า : http://megabamtech1212.com
7) การรกั ษาเน้อื ไมไ้ ผ่
ป้องกันความช้ืนในเนื้อไม้ไผ่ ลดความช้ืนในเน้ือไม้ไผ่เพ่ือไม่ให้เกิดเชื้อรา หรือ มอดแมลงกิน
เนอ้ื ไม้ได้ รวมถงึ ทาให้ไมไ้ ผ่มีการหดตัว
การถนอมไผ่โดยวิธีธรรมชาติ หลักการคือ การทาลายสารพวกแป้งและน้าตาล ในเน้ือไม้ไผ่
ซ่ึงเป็นอาหารของแมลง ใหห้ มดไป แมลงก็เลยไมม่ ากิน
- การแช่น้า ต้ังแต่ 3 วันถงึ 3 เดือน แช่ได้ท้ังนา้ จืด และน้าทะเล
- การใช้ความร้อน หรือการสกัดน้ามันจากไม้ไผ่ เพ่ือทาลายแหล่งอาหารของแมลงในเน้ือไผ่ ทาได้ 2
วิธีคอื การต้ม และปง้ิ ไฟ การต้ม จะทาใหเ้ นื้อไม้นุม่ การปง้ิ จะทาให้เนอ้ื ไม้แข็งแรง และแกรง่ ข้ึน
2.4 ความร้เู กยี่ วกบั ไม้ไผ่
ภาพที่ 2.5 ต้นไผ่
ทีม่ า : https://www.jorakay.co.th
1) องค์ประกอบของป่าไผ่
ไผ่เป็นองค์ประกอบที่สาคัญในป่าดิบช้ืน ป่าเบญจพรรณช้ืน ป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าดิบแล้ง
ทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อเกิดมีการแผ้วถางหรือไฟไหม้ ไผ่จะแพร่พันธอ์ุ ย่างรวดเร็วและปกคลุมพน้ื ที่อย่าง
กว้างขวาง หากมีไฟไหม้รบกวนทาอันตรายอยู่เป็นนิจ จะทาให้เกิดป่าไผ่ขึ้นอย่างถาวร เช่น ป่าไผ่ใน
ท้องท่ีจังหวัดกาญจนบุรี จึงกล่าวได้ว่าไผ่เป็นสัญลักษณ์ของพื้นท่ีที่เคยเกิดไฟไหม้ (เต็ม และ ชุมศรี,
2512 อ้างใน สมยศ, 2536)
ภาพท่ี 2.6 การขึ้นอยู่ของตน้ ไผ่
ทม่ี า : https://readthecloud.co
2) การขึ้นอยู่ของไผแ่ ต่ละชนิดพนั ธ์ใุ นทอ้ งท่ตี ่างๆ กนั น้ันเกี่ยวข้องกับปจั จัยต่างๆ ดงั นี้
- ลักษณะภูมิประเทศ ไผ่แต่ละชนิดจะขึ้นอยู่ในท่ีมีอุณหภูมิช่วงต่างๆ กัน โดยมีช่วงระหว่าง
8.8-36.0 องศาเซลเซียส ไผ่ท่ีมีลาขนาดใหญ่จะต้องการท่ีซ่ึงมีอุณหภูมิผันแปรน้อยกว่าชนิดที่มีลาเล็ก
ไผ่ท่ีมีลาใหญ่มักขึ้นปะปนกับไม้ใหญ่ ส่วนไผ่ลาเล็กอาจขึ้นกลางแจ้งได้ดี (สมาน และ นิตยา, ไม่
ปรากฏปีที่พิมพ์) ปริมาณน้าฝนน้อยท่ีสุดที่ไผ่ต้องการประมาณ 40 นิ้ว (1,020 มิลลิเมตร) ต่อปี
(Ahmed, 1957) ส่วนปริมาณน้าฝนสูงสุดไม่แน่นอน ในท่ียังมีฝนตก คือ 250 น้ิว (6,350 มิลลิเมตร)
ต่อปี ก็พบว่ามีไผ่ขึ้นอยู่ การกระจายของไผ่ชนิดต่างๆ จึงมักถูกจากัดโดยความช้ืนทั่วๆ ไป เน่ืองจาก
ความช้นื ไมเ่ พียงพอ เชน่ ไผ่ฮก จะพบเฉพาะในที่ซึ่งมีความชนื้ มากพอสมควร จึงมักจะเจริญไดไ้ ม่ค่อย
งามในป่าเบญจพรรณแล้ง ไผ่รวกพวกที่ขึ้นอยู่บริเวณท่ีมีอากาศแห้งแล้งความช้ืนน้อยในฤดูแล้งจะมี
ลักษณะไม่สวยงามเหมือนท่ีข้ึนอยู่ตามริมลาธาร ท้ังน้ีขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับ
สภาพความช้ืนในดินและในอากาศ ไผ่บางชนิดจะเจริญเติบโตได้ดีในท้องท่ีที่มีความช้ืนอยู่สม่าเสมอ
ตามบริเวณลาธารและลาน้า เช่น ป่าไผ่รวกท่ีจังหวัดกาญจนบุรีจะพบไผ่ป่า ไผ่ลามะลอกขึ้นเต็มไป
หมด และตามที่แห้งแล้งในจังหวดั ชยั นาทและอุทัยธานีจะพบไผ่รวกชนิดเดียวกันข้ึนอยู่ในเน้ือที่จากัด
และมขี นาดเลก็ กวา่ ธรรมดามาก (บรรเทา, 2513
ภาพท่ี 2.7 ลกั ษณะดนิ ทีเ่ หมาะตน้ ไผ่
ทม่ี า : https://bamboonbone.wordpress.com
- ลักษณะดิน มักจะพบไผ่ข้ึนอยู่บนดิน sandy loam หรือ clay loam (สมาน และนิตยา,
ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์) ไผ่แต่ละชนิดมีความต้องการดินที่แตกต่างกันออกไป จึงอาจใช้ชนิดของไผ่เป็นตัว
ช้ีสภาพของป่าที่แตกต่างกันได้ โดยทั่วไปไผ่ที่มีลาใหญ่ต้องการดินท่ีมีความอุดมสมบูรณ์มากกว่าไผ่
ชนิดที่มีลาเล็ก เพราะต้องการธาตุอาหารไปใช้ในขบวนการสร้างมากกว่า ในทางด้านป่าไม้ลักษณะ
และชนิดของไผ่ที่ข้ึนอยู่สามารถช้ถี ึงคุณภาพของดินโดยคร่าวๆ ได้ เช่น ที่ใดมีไผ่ขึ้นนับว่าเป็นดินร่วน
ปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์ดีเหมาะสมท่ีจะทาเป็นเน้ือท่ีปลูกสวนผักได้ ถ้าเป็นไผ่รวกดินจะเหนียว
และเลวลง ย่ิงเป็นป่าไผซ่ างดนิ มักจะเป็นหนิ ผุและขาดความอดุ มสมบรู ณ์ (อานวย, 2521)
- ส่วนขององค์ประกอบในป่า ปกตจิ ะพบไผ่ข้ึนเป็นไม้ชนั้ ล่างของปา่ ดิบและป่าผลัดใบในบาง
แห่งพบป่าไผ่ล้วนๆ เป็นบริเวณกว้างมีต้นไม้ชนิดอืน่ ขึ้นปะปนเพียงเล็กน้อย ไผ่ส่วนมากจะข้ึนอยู่เป็น
ชนิดเดยี วกัน แตอ่ าจมีขึ้นอยู่หลายชนิดปนกันก็ได้ ซ่ึงไม่ค่อยพบมากนัก (Ahmed, 1957) นอกจากน้ี
ยังพบวา่ ไผ่ทางภาคใต้ เช่น ไผ่แนะ หรือไผ่คาย ที่ขึ้นปนอยู่กับไม้ยางพาราจะเจริญเติบโตดีกว่าพวกที่
ข้ึนในที่โล่ง ทางจังหวัดกาญจนบุรีก็มีไม้ตระกูลถั่วและพวกสะแกเถาข้ึนอยู่ซ่ึงจะให้ร่มและธาตุอาหาร
ในดินโดยเฉพาะไนโตรเจนทาให้ไผร่ วกเจรญิ ผดิ ปกติ ทางภาคเหนือท่ีพบว่าไผ่ไร่ท่ีข้ึนในปา่ ผสมผลัดใบ
จะงามกว่าพวกท่ีขึน้ ในที่โลง่ (บรรเทา, 2513)
- ความลาดชัน พบวา่ ดา้ นลาดไปทางทศิ ตะวนั ออก มักจะมีไผ่ที่มีสภาพการเจริญเติบโตดีกวา่
หรือมีไผ่ท่ีมีลาต้นขนาดใหญ่ข้ึนอยู่ เช่น ไผ่ตัวอย่างของคณะวนศาสตร์ท่ีเคยทาการเก็บสถิติอยู่นั้น มี
ไผ่ซาง ไผ่บงเล็ก และไผ่ไร่ เจริญเติบโตอยู่ทางด้านลาดเขาทางทิศตะวันออก แต่พอข้ามเขาไปสภาพ
ดินเปล่ียนแปลงเป็นพวกดินลูกรังพบว่าไผ่ไร่ข้ึนอยู่อย่างแคระแกรน (บรรเทา, 2513) ทางจังหวัด
กาญจนบุรีก็เช่นกันด้านลาดเขาทางทิศตะวันออกมักจะมีไผ่เจริญงอกงามดีกว่าด้านลาดเขาทิศ
ตะวนั ตก
ภาพท่ี 2.8 ไผ่ชนิดตา่ งๆ
ทม่ี า : https://www.bansuanphanmai.com
3) เครอื่ งจักสานไมไ้ ผ่ กับวถิ ชี วี ติ คนไทย
- ต้นไผ่ ถือเป็นทรัพยากรสาคัญ สามารถนาส่วนตา่ งๆของไผ่มาใช้ได้ ต้งั แต่ หน่อ ลาต้น ใบ
ราก เยื่อไผ่ ขุยไผ่ ประโยชน์หลากหลายดา้ น โดยเฉพาะด้านงานหัตถกรรมจักสาน ใช้ทาเป็นข้าวของ
เครื่องใช้มากมาย เช่น กระบุง ตะกร้า แคร่ กระจาดฝาชีกรอบรูป กระเป๋า เป็นต้นไม้ไผ่ที่พบใน
ประเทศไทยและนิยมนามาใชใ้ นงานหัตถกรรมจกั สานทีส่ าคัญ ดงั เชน่
- ไผ่สีสุก หรือไผ่โจด พบทั่วไปและมีมากในภาคกลางและภาคใต้ มีลักษณะข้ึนเป็นกอใหญ่
หนาแน่นมาก มีลาต้นกลวงเนื้อหนา ผิวเป็นมันปล้องยาว ลาต้นมีเนื้อหนาและเหนียวทนทานดีมาก
ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากไผ่ชนิดนี้มีความสวยงามคงทน และเป็นท่ีนิยมนาไปผลิตผลิตภณั ฑ์ตา่ ง ๆ มากกว่า
ไผช่ นิดอ่ืน เชน่ ใชท้ าเครอ่ื งจักสาน เฟอร์นิเจอร์ ใช้ในการก่อสรา้ ง
- ไผ่ซาง หรือไผ่ซางดอย พบท่ัวไป แต่พบมากทางภาคกลางและภาคเหนือของประเทศไทย
นิยมนาลาตน้ มาใช้ในการก่อสร้าง และนามาจักตอกทาเครื่องจักสาน เช่น สานเข่งตะกร้า กระบุง บุ้ง
ก๋ี และใช้ทาเคร่ืองเรือนต่าง ๆ
- ไผ่รวก พบทกุ ภาคของประเทศไทย นิยมปลกู เป็นแนวร้ัวบ้าน เหมาะสาหรับนามาทาเคร่ือง
เรอื นไม้
- ไผ่รวกดา หรือไผ่รวกใหญ่ เปน็ ไม้ไผ่ที่พบทางภาคเหนือ นิยมนามาใช้ประโยชน์ใช้ทาโครง
ร่ม โครงพัด เคร่ืองประดับบันได ใช้สานเข่งสาหรับบรรจุผักและผลไม้ และทาเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ
เน่อื งจากลาต้นมีเนอ้ื ไม้ทีแ่ ขง็ แรง ทนทาน
- ไผไ่ ร่ พบมากในบริเวณภาคเหนอื ของประเทศไทยสามารถพบไดท้ ่ัวไปทัว่ ทกุ ภาค นิยมใช้ทา
ดา้ มไม้กวาด ทาไม้เท้าทารั้วบ้าน ทาค้างผักตา่ ง ๆ และเนื่องจากมีเน้ือต้นคล้ายหวายจึงสามารถนามา
ตดั ให้โค้งงอได้ เหมาะสาหรบั ทาเกา้ อี้ และเฟอร์นเิ จอร์รูปแบบตา่ ง ๆ
- ไผ่ผาก พบทางภาคใต้ และจังหวัดกาญจนบุรี นิยมนาลาต้นใช้ทาเข่งใส่ถ่าน เครื่องใช้ใน
ครัวเรือนไผ่ข้าวหลามหรือไผ่กาบแดง พบมากทางภาคเหนือตอนเหนือของจังหวัดกาญจบุรี และภาค
ตะวันออกเฉยี งเหนอื บางส่วน นยิ มนาลาตน้ ใชท้ ากระบอกข้าวหลาม เคร่ืองจกั สานต่าง ๆ
- ไผ่บง พบข้ึนปะปนอยู่กับพนั ธ์ุไม้ชนิดอ่ืน ๆ ในป่าเบญพรรณทางภาคเหนือและภาคกลาง
นิยมนาลาต้นไปใช้ประโยชน์เพ่ือการก่อสร้าง และงานจักสานนับจากอดีตกาลการดาเนินวิถีชีวิตของ
คนไทยอยู่คู่มากับเครื่องใช้ไม้สอยที่ทาด้วยไม้ไผ่แทบทั้งส้ิน เครื่องจักสานไม้ไผ่จึงนับได้ว่าเป็น
ส่ิงจาเป็นทีอ่ ยู่ร่วมกบั การดารงชวี ิตของชาวบา้ นแทบทกุ หลงั คาเรือน เช่น
- เครอ่ื งจักสานไม้ไผ่ท่ใี ช้เป็นภาชนะ เชน่ กระบุง กระจาด กระทาย กระบา กระทอ กระพ้อม
กระเชอ กระเช้า กระพอก ชะลอม ตะกร้อ ปุง้ ก๋ี หลวั ตะกร้า เข่ง
- เครอ่ื งจกั สานไม้ไผ่ทีใ่ ช้เป็นเครือ่ งตวง เชน่ กระชุ สัด กระบุง
- เครือ่ งจักสานไม้ไผท่ ่ีใชใ้ นครัวเรอื น เช่นพัด กระชอน ตะแกรง ฝาชี กระดง้ หวด
- เครอ่ื งจกั สานไม้ไผท่ ่ีใช้เปน็ เคร่อื งประกอบอาคารบ้านเรอื น เชน่ ฝาบ้าน พนื้ บา้ น หลงั คา
- เครอ่ื งจักสานไม้ไผท่ ี่ใช้เป็นเครอื่ งจับดักสตั ว์และขังสัตว์นา้ ไดแ้ ก่ ชนาง ลอบ สุม่ ไซ กระบงั
- เครอ่ื งจักสานไมไ้ ผท่ ใ่ี ช้เปน็ เครื่องใชอ้ ่ืน ๆ เชน่ เสอื่ ลาแพน แผงรว้ั กรงนก สุ่มไก่ เป็นต้น
ภาพท่ี 2.9 ภาชนะจักสานไผ่
ทมี่ า : https://sites.google.com
ในปัจจุบันประเทศไทยสามารถนาไม้ไผ่มาจักสาน เปน็ การสร้างอาชีพให้แก่ชมุ ชน รวมทั้งยัง
สามารถสง่ ออกไปต่างประเทศ สรา้ งรายได้ให้แก่ประเทศอย่างมหาศาล
อ้างองิ https://www.sacict.or.th (สบื คน้ เม่ือ 24 ธนั วาคม 2563)
ภาพท่ี 2.10 ตน้ ไผ่
ทม่ี า : https://pixabay.com
4) การเลือกไมไ้ ผ่จากกอ
ไม้ไผ่ที่จะนามาจักสานถ้าจะให้ดีพอเหมาะแก่การใช้งานแล้วควรจะเป็นไม้ท่ีเจริญเติบโต
ตามปกติไม่แคะแกรน ไม่บิดงอ ไม่เป็นมอดแมง ผิวไม่ถลอก มีระยะของปล้องระหว่าง ๓๕ – ๔๐
เซนติเมตร และมีอายุระหว่าง ๑๑/๒ – ๒ ปี จะใช้สานได้ดี เพราะไม้ในช่วงอายุดังกล่าวจะผ่า จัก
เหลา และสานได้ง่าย ดัดโค้งได้ไม่แตกหัก หากไม้แก่เกินไปจะทาให้ยุ่งยาก เหลายาก เปราะแข็ง
เกินไป ลาบากในการนามาสาน หากไม้อ่อนไปก็เสาะ หักง่าย บวม สานไดไ้ ม่ค่อยแน่น ไม่ควรใช้ไม้ไผ่
ทีม่ สี ีต่างกนั ไม้ไผท่ ีต่ ากแหง้ มานาน เป็นรา และไม้ไผท่ ่ถี กู ไฟไหมก้ อ
เมอื่ ตดั ไม้มาจากกอแล้วก็จะมาแบง่ ไมท้ ง้ั ลาออกเปน็ ๔ สว่ น คือ
- สว่ นโคนต้นจะเลือกเอาไวท้ าไม้ขัดก้น หรอื ทาตงั มงั เพราะสว่ นน้ไี มจ้ ะแขง็ ดี
- ส่วนต่อจากโคนจะเลือกเอาไว้ทาตอกต้ัง ปกตแิ ล้วจะตัดเป็นท่อน ๆ ยาวท่อนละ ๒ ปล้อง
ประมาณ ๘๐ เซนตเิ มตร
- ส่วนที่ ๓ ส่วนน้ีจะตัดไว้ยาวหน่อยเพ่ือทาตอกเวียนหรือตอกสานซึ่งจะตัดแต่ละท่อนยาว
ประมาณ ๔ – ๖ ปลอ้ ง แล้วแตไ่ มจ้ ะอานวย
- ส่วนปลาย เลือกเอาไว้สาหรับขอบปาก เพราะส่วนปลายยังอ่อนอยู่สามารถดัดแตง่ โค้งได้
ง่ายกวา่ ส่วนโคน
5) การผา่
เมื่อได้ไม้มาและตัดแบ่งเป็นส่วน ๆ แล้ว จะนามาผ่าและจัก การผ่าจะผ่าจากปลายลงมาหา
โคน และผ่าทแยงให้เฉียดตาทั้ง ๒ ข้าง การผ่าและจักนี้นิยมผ่าและจักทีละท่อน ไม่นิยมผ่าท้ิงไว้ ท้ังนี้
เพราะถ้าจกั ไมท่ นั แลว้ จะทาให้เหนียวจกั ยาก ลาบากในการจักและเหลา การผ่านิยมผ่ากลางก่อนแล้ว
จึงผ่าซอยออกเป็นซี่ ๆ ตามขนาดความกว้างของตอกท่ีจะสาน ปกตกิ ารสานกระเชอ (กระบุง) น้ันจะ
ผ่าแตล่ ะซี่ กว้างประมาณ ๑ เซนตเิ มตร
6) การจักตอก
- การจักตอกน้นั เมือ่ ผา่ ออกมาเป็นซ่ี ๆ แล้วก็จะทาการผ่าไส้ในออก(เย่ือไม้) ส่วนผิวนอกก็จะ
ขูดแต่งให้เรียบร้อย ตอกมี ๒ ชนิด คือ ตอกป้ืน (จักตามผิว) และตอกตะแคง (จักขวางผิว) การสาน
กระเชอนิยมจักตามผิว สาหรับตอกตั้งนั้นตรงกลางที่จะสานเป็นก้นของกระเชอ ต้องเส้ียมตอกให้
เรียบก่อนแล้วจึงจัก ทั้งน้ีเพราะส่วนก้นของกระเชอจะแคบกว่าส่วนปากตอกแต่ละเส้นจะจักให้มี
ความหนาประมาณ ๑ มิลลิเมตร เทา่ นัน้ ทง้ั เส้นสานและเส้นยืนส่วนตอกเส้นสานที่ใช้สาหรับสานไพร
น้ันจะจักและเหลาเป็นเส้นเล็ก ๆ กลม ๆ ขนาดหน้าตัดประมาณ ๑.๕ มิลลิเมตร มีความยาวเท่ากับ
ตอกสานโดยท่วั ไป
- การเหลาเมื่อจักเรียบร้อยแล้วก็จะเหลา (จะจักและเหลาให้เสร็จเป็นท่อนๆ) การเหลาน้ัน
ปกตจิ ะใช้ผ้าพนั น้ิวมอื ที่รองตอกกอ่ น ท้ังนก้ี ็เพ่ือป้องกนั มใิ ห้มีดหรือคมไมบ้ าดมอื ได้
สาน ปจั จุบนั ไม่นยิ มยอ้ มเพราะทาใหม้ รี าคาแพง
- การก่อก้น เม่ือเตรียมตอกเรียบร้อยแล้วก็จะก่อก้นจานวนเส้นที่ใช้ก่ออาจเปน็ เส้นคู่หรือคี่
เช่น ๒๖ เส้น, ๒๗ เส้น หรือ ๓๒ เส้น ท้ังน้ีก็แล้วแตว่ ่าเราจะสานกระเชอ (กระบุง) ขนาดเท่าใด และ
การก่อก้นนี้ชา่ งนิยมนาเอาตอกส่วนท่ีติดผิวไว้ตรงกลาง ๒ – ๓ คู่ ท่ีเหลือจึงจะเปน็ ตอกส่วนใน ทั้งนี้
เพื่อให้เกิดความแข็งแรงและสวยงามและต้องแบ่งตอกแต่ละข้างออกเท่า ๆ กัน ทั้งน้ีเพื่อตอกจะได้
เสมอเวลาขึ้นรูปแล้ว
7) การสาน
เมื่อกอ่ แล้วก็จะสานก้นให้เรียบร้อย การสานก้นนี้จะต้องให้ตอก ๒ ข้างห่างเท่า ๆ กันจะต้อง
เปน็ ส่เี หล่ยี มดา้ นเทา่ พรอ้ มนก้ี ต็ ้องจัดตอกส่วนทย่ี ่ืนออกไปท้งั ๔ ดา้ นใหเ้ ท่า ๆ กนั ด้วย
- ใช้ไม้ขัดก้น เมื่อสานก้นเรียบร้อยแล้วก็จะหาไม้ ๒ อันมาขัดกัน โดยการขัดไขว้กัน ๒ อัน
เพื่อใหแ้ ข็งแรงก่อนท่ีจะขึ้นรูปตอ่ ไป
- การสานขึ้นรูป เมื่อขัดก้นเรียบร้อยแล้วก็จะใชต้ อกเวียนหรือตอกสานมาสานขึ้นรูป การขึ้น
รูปนี้ เป็นขั้นตอนที่สาคัญตอนหน่ึง หากช่างที่สานไม่ชานาญอาจจะทาให้กระเชอที่สานบิดเบี้ยวได้
การขึ้นรูปนี้ จะทาการหักมุมตอกยืน โดยใชด้ ันกับหัวเข่า และจะต้องดึงแตล่ ะมุมให้เท่า ๆ กันอีกด้วย
การสานน้นั ปกติทากนั อยู่ ๒ ลาย คือ ลาย ๒ ขัดดี และลายดอกจนั ทน์
- การสานไพร เม่ือทาการสานเปน็ รูปทรงแล้วก่อนจะหมดตอกตง้ั ประมาณ ๑๐ เซนติเมตร
จะใช้ตอก เส้นเล็กทาการสานไพร การสานไพรนก้ี ็เพือ่ ช่วยใหก้ ารเชอมน่ั คงแขง็ แรงนน้ั เอง
- การตัดแต่งปาก เมอื่ สานไพรเรียบรอ้ ยแล้วกจ็ ะทาการตดั ปลายตอกตงั้ ใหเ้ สมอกนั กอ่ นที่จะ
ทาการ ใสข่ อบปากต่อไป
- การเข้าขอบ ขอบกระเชอจะทาจากไม้ ๒ วง คือวงนอกและวงในโดยทาการขดให้กลมและ
มัดตาก แดดทิ้งเอาไว้ให้แห้งได้ขนาดตามที่ต้องการ เสร็จแล้วก็นาไม้ขอบมาแกะมัดออกจากกัน โดย
ใหว้ งหน่งึ อยดู่ ้านในอีกวงหน่ึงอยู่ดา้ นนอกของปากกระเชอ ระหว่างกลางขอบท้ังสองจะใส่ไม้มอมปาก
เข้าไป 3 เส้น โดยใช้วิธีพันไขว้กันแล้วใช้เหล็กแหลมแทงนาก่อนที่จะใช้ตอกเส้นเล็กมัดตรึงให้ติดกัน
และแต่งให้ กลมกอ่ นที่จะใชล้ วดหรอื หวายมามัดแต่งใหเ้ รยี บร้อยอกี ทหี นึ่ง
- การติดตัง้ มัง เมื่อเข้าขอบปากและมัดลวดแต่งเรียบร้อยแล้วก็จะทาการตดิ ต้ังมังท่ีก้น ท้ังน้ี
เพ่ือช่วยให้ส่วนก้นแข็งข้ึนจะมีอายุการใช้งานได้นาน หลังจากนั้นก็จะทาห่วงที่ปาก เพ่ือทาการร้อย
เชอื กสาหรับหาบต่อไป เป็นอันเสร็จ นาออกขายตอ่ ไป
- การสานหรอื การถักไซ ไซเป็นเคร่ืองมือจับสัตว์น้าชนิดหน่ึง ซึ่งยังมีใชก้ ันอยู่ทั่วไปในหมู่ชาว
ชนบท บา้ นกดุ สวาย ตาบลพลับพลา อาเภอโชคชัย จงั หวดั นครราชสมี า เป็นหมบู่ ้านทท่ี าเคร่ืองมอื จับ
สัตว์น้าจาหน่าย ซึ่งถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษมาจนถึงปัจจุบันนอกจากงานถักไซหรือสานไซแล้ว
หมบู่ า้ นกดุ สวายยังสาน ข้อง สุ่ม อกี ดว้ ย
2.5 วสั ดุอุปกรณ์
ภาพท่ี 2.11 ตน้ ไผ่สีสกุ
ที่มา : https://adeq.or.th
1) ไผส่ สี กุ
ไผ่สีสุก สันนิษฐานว่าเป็นไผ่ท้องถ่ินในไทย เพราะแหล่งท่ีพบในประเทศส่วนใหญ่อยู่บริเวณ
ทางตอนเหนือ ได้แก่ ภาคเหนือ และภาคอีสาน รวมถึงพบในด้านบนของประเทศเพ่ือนบ้าน อาทิ
พม่า และลาว เพราะหากมีการแพร่มาจากถ่ินอ่นื เพราะการแพร่ของพืชต่างถ่ินในอดีตจะแพร่มาทาง
ทะเลเป็นหลกั ซง่ึ ควรพบไดม้ ากในแถบจังหวดั ภาคใต้หรอื ภาคกลาง
ไผ่สีสุกพบไดใ้ นทุกภาค แตพ่ บมากในเหนือ และอสี าน พบไดต้ ามหัวไร่ปลายนาหรือที่ราบลุ่ม
แมน่ า้ ลาคลอง ริมแมน่ ้า ลาคลอง เป็นไผช่ อบไดด้ ีในดนิ ทุกชนิด โดยเฉพาะดินเหนียวปนทรายหรือดิน
ทราย มลี ักษณะเดน่ คือ ก่ิงมีหนาม ต้นแก่มีสเี ขียวเข้ม เมอื่ แก่เตม็ ทเ่ี ปลยี่ นเป็นสนี า้ ตาลเข้มเปน็ แถบๆ
คลา้ ยกับเน้ือสุก จึงถูกเรยี กชอื่ วา่ “ไผ่สสี กุ ”
ลกั ษณะไผ่สีสุกหน่อไผ่สีสุก มีหน่อขนาดปานกลางถึงใหญ่ เน้ือหน่อมีสีขาว น้าหนักประมาณ
3-5 กิโลกรัม โคนหน่อใหญ่ แล้วเรียว และแหลมที่ปลาย โคนกาบหุ้มหน่อท่ีอยู่ด้านในมีสีเหลืองอม
ขาว ถดั มาจนถึงปลายกาบที่อยูด่ า้ นนอกมสี ีเขยี วเขม้ และมีขนสนี ้าตาลปกคลุม
ลาต้นไผ่สีสุก เป็นไผขนาดใหญ่ มีขนาดลาต้นประมาณ 8-12 เซนติเมตร ลาต้นสูงประมาณ
15–20 เมตร ลาต้นตั้งตรงหรือโค้ง โคนต้นเล็ก และขยายใหญ่บริเวณกลางลาต้น แล้วเรียวเล็กลง
จนถึงปลายลาต้น ผิวลาต้นแข็ง ผิวเรียบ ลาต้นอ่อนมีสีเขียวอมเทา และมีนวล ลาต้นแก่มีสีเขียวเข้ม
และแก่เต็มท่ีจะค่อยเปล่ียนเป็นสีน้าตาลเข้ม คล้ายเน้ือสุก จากนั้น ค่อยๆเปล่ียนเป็นสีน้าตาลอม
เหลอื ง และแกจ่ นแห้งตายจะเปน็ สเี หลอื งซดี ลาตน้ แตกหน่อชดิ กนั จนเป็นกอใหญ่
ใบไผ่สีสุก แตกออกเป็นใบเดี่ยวเรียงเย้ืองสลับกัน 5-8 ใบ ที่ปลายกิ่ง ใบมีขนาดกลาง มีก้าน
ใบส้ัน ขนาดใบกว้าง 1-2 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร โคนใบสอบเป็นรูปล่ิม ปลาย
เรียวแหลม แผ่นใบ และขอบใบเรียบ มีสีเขียวเข้ม และมีขนสากมือปกคลุม ใบแก่หรือใบแห้งมีสี
นา้ ตาล และเมือ่ ร่วงเป็นสีเหลืองซีด
ภาพท่ี 2.12 ดอกไผ่
ท่มี า : https://talk.mthai.com
ดอก ไผส่ สี ุก ออกดอกเป็นชอ่ บรเิ วณปลายยอดของกิ่งท่ีแตกบริเวณปลายยอด ดอกออกเป็น
ช่อ มดี อกยอ่ ยแตกออกบริเวณแต่ละขอ้ ของปลายช่อ
ภาพที่ 2.13 ผลไผ่
ท่ีมา : https://www.nationtv.tv
ผลมีลักษณะรี ข้วั ผลใหญ่ ปลายผลเรียวเลก็ เปลอื กผลสเี หลอื งอมนา้ ตาล ภายในมี 1 เมลด็
อา้ งองิ https://puechkaset.com/ (สืบคน้ เมอ่ื 24 ธันวาคม 2563)
ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ ไผส่ ีสุกเปน็ ไม้ยนื ตน้ เป็นกอหนาแนน่ มีลาสงู ใหญ่ มีความสงู
ประมาณ 20-25 ซม. เนอื้ หนาประมาณ 7 ม.ม (บางกว่าไผป่ ่า) ขนาดเส้นผา่ ศนู ย์กลางลา 7-10 ซม.
ปลอ้ งยาวประมาณ 30 ซม. จานวนปลอ้ งประมาณ 50 ปล้อง บริเวณขอ้ มีก่ิงคลา้ ยหนาม ก่งิ และ
แขนงมีหนามแหลมคม ลักษณะลาตน้ กลวง
ประโยชน์ ไผ่สสี ุก เป็นไผท่ มี่ เี นื้อไมล้ ะเอยี ด เหนยี ว ทนทานดมี าก ใชใ้ นงานจักสานต่างๆได้
ดี ผลติ ภณั ฑท์ ที่ าจากไผช่ นิดนส้ี วยงามและคงทน ใชไ้ ผ่อายุ 1 - 3 ปี สว่ นการใช้ลานนั้ เนื่องจากมี
ความแขง็ ทนทานดี ปจั จบุ นั ใช้ไผช่ นดิ นี้ทาเฟอรน์ ิเจอร์กันมากขึ้น จะไดง้ านทสี่ วยงามแขง็ แรงทนทาน
อายุลาไผ่ท่ใี ช้ 3 – 5 ปี อา้ งอิง http://www.rspg.or.th/ (สบื ค้นเมอื่ 31 มกราคม 2564)
ภาพที่ 2.14 ลวดสขี าว
ทมี่ า : https://taokae.net/product
2) ลวดขาว
ใช้สาหรับงานตอ่ ไปน้ี กรงสตั ว์ กรงสุนขั กรงแมว กรงนก สุ่มไก่เหลก็ ลวดแขวนฝา้ เพดาน ร้ัว
ตาข่าย อุตสาหกรรมเกษตร เคร่ืองมือเกษตร ลวดรัดต้นยาง ลวดแขวนกระถางต้นไม้ ลวดแขวน
กล้วยไม้ หถู ัง โครงกระเปา๋ อ้างองิ https://prakaidao.com (สบื ค้นเม่อื 24 ธันวาคม 2563)
ภาพที่ 2.15 มีดโต้
ทม่ี า : https://www.sanpanya.com
3) มีดโต้
มีดขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ใบมีดมีรูปร่างคล้ายน้าเตา้ ผ่าเสี้ยว หัวโต สันหนา โคนมีดแคบ
ด้ามทาด้วยไม้เป็นบ้องต่อออกไปจากตัวมีด ขนาดส้ันพอมือกา มีดโต้ขนาดใหญ่และกลาง ใช้ฟันหรือ
ผ่าทั่วไป ขนาดเล็กใชก้ รีดหรอื ผา่ ทุเรยี นเปน็ ต้น, พร้าโต้ หรือ อีโต้
อ้างอิง https://dict.longdo.com (สืบคน้ เม่อื 24 ธนั วาคม 2563)
ภาพท่ี 2.16 เล่ือยมือ
ทมี่ า : https://bestreview.asia
4) เลอ่ื ยมอื
เลอื่ ยมือ (Hand saw) คือ เครอ่ื งมือทีจ่ าเปน็ สาหรบั ใชใ้ นการตดั วัสดุตา่ ง ๆ ใหไ้ ดข้ นาดตามที่
คุณต้องการได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นไม้ เหล็ก พลาสติก หรือวัสดุอื่น ๆ โดยในปัจจุบันเล่ือยมือมี
อยู่มากมายหลายแบบ ซ่ึงท้ังหมดจะถูกออกแบบมาให้เหมาะสาหรับตัดวัสดุแต่ละชนิด เพ่ือให้คุณ
สามารถใช้งานได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพมากย่ิงขึ้น
2.5 วิจยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง
โครงการชน้ั วางของไมไ้ ผ่ ผจู้ ดั ทาโครงการไดศ้ ึกษาคน้ คว้าบทความงานวิจยั ทเี่ กย่ี วขอ้ ง ด้ังน้ี
นัฐท์ธีรนนช์ รอดช่ืน (2560) ในการวิจัยในครั้งน้ีผู้วิจัยได้ให้ความสาคัญในเรื่องรูปแบบ
ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจักสานไม้ไผ่และคุณภาพมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ตามเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์
ชุมชนจักสานไม้ไผ่ เพ่ือให้ผู้ผลิตสามารถที่จะพัฒนางานหัตถกรรมจักสานไม้ไผ่ของ ตนเองได้ตาม
ความรู้และประสบการณ์ด้วยตวั ของผู้ผลิตเอง สอดคล้องกับวัฒนะ จูฑะวิภาต (2552:27-28) ได้เคย
กล่าวไว้ว่า ผู้สร้างสรรค์ผลงานมีความสามารถสูง มีความเข้าใจในสุนทรียภาพเป็นอย่างดีโดย
ผลิตภัณฑ์ท่ีได้ทาการออกแบบและผลิตเป็น ต้นแบบในครั้งน้ีจานวน 15 แบบ ซ่ึงมีรูปแบบ รูปทรง
และประโยชนใ์ ช้สอยที่มีความหลากหลายและเหมาะสมกบั ประโยชน์ใช้สอย
สมปอง เพ็งจันทร์. (2546:คานา) ได้เคยกล่าวไว้ว่า ผลงานท่ีถูกสร้างสรรค์ข้ึนมาอย่างเรียบ
ง่าย แต่งดงามด้วยรูปทรงและลวดลาย โดยวัสดุไม้ไผ่สีสุก ในการผลิตมีอยู่เป็นจานวนมากในชุมชน
สอดคล้องกับธวัช พะย้ิม (2556 : 41) ไดเ้ คยกล่าวไว้วา่ วัสดพุ ้ืนถ่ินที่สามารถหาได้ง่ายมีปริมาณมาก
พอต่อการใช้ประโยชน์คือ ไม้ไผ่สีสุก โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ท่ีใช้สอย ในครัวเรือน
สอดคล้องกับอนุชิต กุลมาลา (2552:บทคัดย่อ) ได้เคยกล่าวไว้ว่า งานจักสานไม้ไผ่เกิดจากการ
ดัดแปลงวัสดุจากภูมิปัญญา โดยเฉพาะชุมชนท่ีมีไผ่สีสุกข้ึนในชุมชน งานจักสานจึงเป็นอาชีพเสริม
ผลิตขึ้นเพ่ือใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน องค์ความรู้ท่ีสืบทอดต่อกันมา กลุ่มผู้ผลิตได้รับความรู้จาก
การสง่ เสรมิ จากหน่วยงานภาครฐั ในการใหค้ วามร้แู ละพัฒนาผลิตภณั ฑ์เช่น พฒั นาชุมชนจังหวดั กรม
ส่งเสริมอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา ในเร่ืองวัสดุรูปแบบ รูปทรงและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่อยู่
เสมอตั้งแต่รูปแบบผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิม ยุคปัจจุบันและรูปแบบท่ีพัฒนาขึ้น ให้มีความเหมาะสมกับ
ความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภคในยคุ ปัจจุบนั
เรวัต สุขสิกาญจน์ (2555:137) ได้เคยกล่าวไว้ว่า แนวทางในการออกแบบ แบ่งเน้ือหา
ออกเป็น 3 ยุค คือ ยุคการประดิษฐ์คิดค้น เป็นช่วงของการค้นหารูปทรง รูปแบบท่ีตรงไปตรงมา
เป็นไปตามประโยชน์ใช้สอย ยุคการออกแบบสมัยใหม่ เปน็ ยุคของรูปทรงท่ีเรียบงา่ ย ได้รับความนิยม
เป็นอย่างสูง ยุคการออกแบบอย่างย่ังยืน เป็นยุคท่ีการออกแบบ ต้องไม่กระทบต่อส่ิงแวดล้อมหรือ
กระทบต่อส่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ส่วนคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ต้องให้ความรู้กับกลุ่มผู้ผลิตให้
เข้าใจเกณฑ์ในการประเมินร่วมกันกับสมาชิกและช่วยกันตรวจสอบก่อนนาสินค้าออกจาหน่ายให้กับ
ผู้บริโภค เพราะผู้ผลิต แต่ละคนมีความสามารถท่ีแตกต่างกัน ประสบการณ์ความชานาญท่ีไม่
เหมือนกันและส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุซ่ึงต้องมีการอบรม พัฒนากลุ่มผู้ผลิตให้มีความรู้เร่ืองมาตรฐาน
ผลิตภัณฑ์ชุมชนและสามารถสร้างสรรค์ผลงานให้มีรูปแบบท่ีหลากหลายเป็นที่ต้องการของกลุ่ม
ผบู้ รโิ ภค สอดคลอ้ งกับอนชุ ิต กุลมาลา (2552 : บทคดั ยอ่ ) ไดเ้ คยกล่าวไวว้ ่า แนวทางการพัฒนา มีอยู่
2 แนวทาง คือ การพัฒนาตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนและการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากการประชุมเชิง
ปฏิบัติการ เพื่อให้กลุ่มผู้ผลิตทราบความสาคัญในการพัฒนาตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนและสร้าง
ความเช่อื ม่ันให้กับกลมุ่ ผบู้ รโิ ภคทีเ่ ลือกซ้ือสนิ คา้ ได้อยา่ งมั่นใจว่าดมี คี ุณภาพมาตรฐาน
สุภาพร ชาววัง (2552) การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาพ้ืนบ้านในการพัฒนาเคร่ืองจักสานเชิง
พาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่ามีการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาพ้ืนบ้านในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
เครื่องจักสานท่ีดาเนินการมาแต่บรรพบุรุษ ถ่ายทอดวัฒนธรรมเป็นอาชีพด้ังเดิมของชาวบ้าน โดยใช้
วัตถุดิบภายในท้องถิ่น เช่น ผักตบชวา หวาย ผนวกกับความเชื่อเรื่องพิธีกรรมทาให้เกิดความผูกพัน
ของชาวบ้านในท้องถ่ินกับเครื่องจักสาน โดยประยุกต์ร่วมกับการเพมิ่ มูลค่าผลิตภัณฑ์ทั้งการคัดเลือก
วัตถุดิบ การควบคุมคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ รวมทั้งปรับปรุงพัฒนากระบวนการผลิตเครื่องจัก
สาน มจี ดุ เด่น มเี อกลักษณ์ ซ่งึ ตอ้ งอาศยั ความรู้ ความสามารถและประสบการณข์ องสมาชกิ ทกุ คน
ไพเวชวังบอน.(2547).โครงการออกแบบทางเลือกใหม่ของงานหัตถกรรมเพ่ือยกระดับฝีมือ
แรงงาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้ดีและคุ้มค่านาไปสู่มาตรฐานของผลิตภณั ฑ์จะต้องทา ความเข้าใจ
กับวัสดุน้ันๆ อย่างละเอียดถ่องแท้โดยการเข้าถึงศักยภาพของวสั ดุน้ันๆ โดยท่ัวไปการสร้างสรรค์งาน
หัตถกรรมอตุ สาหกรรมหรืองานหตั ถกรรมมีนาเอาวัตถดุ ิบในทอ้ ง ถ่นิ มาใช้เปน็ วัตถดุ ิบในการใชง้ านอยู่
แล้ว เช่น ภาคเหนือมีไม้สักเป็นจานวนมาก ไม้สัก จึงเปน็ วัตถุดิบในการนามาทาส่ิงของเครื่องใช้ต่างๆ
ก่อสร้างอาคารบ้านเรือน เป็นต้น หรือจังหวัดจันทบรุ ีมีต้นกกเป็นวตั ถุดิบมีข้ึนตามหนองน้า โดยทั่วไป
ผลิตภณั ฑ์ทป่ี ระกอบ ด้วยกกมอี ยหู่ ลายชนดิ ความสาคัญของวตั ถุดิบภายในท้องถ่ินจึงมีความแตกตา่ ง
และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่แล้ว แต่การเข้าถึงศักยภาพของวัสดุในแต่ละท้องถิ่น เพื่อนามาพัฒนา
เป็นผลิตภัณฑ์ท่ีแตกต่างไปจากเดิม จึงควรท่ีจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ ในการพัฒนาการผลิตให้ได้
มาตรฐานเพ่ือการยอมรับของสังคมภายนอกเป็นสิ่งจาเป็นเพราะ จะนาไปสู่รูปแบบของผลิตภัณฑ์
ใหม่ๆ กระบวนการออกแบบและการ ผลิตงานจึงต้องมีการวางแผนและเริ่มต้นคิดอย่างเป็นระบบ ซ่ึง
มีปัจจัยท่ีเกี่ยวข้องหลาย ปัจจัย การรับรู้ถึงความพร้อมของผู้ประกอบการเองว่ามีจุดเด่นอย่างไร จะ
ทาให้การ ผลิตสามารถกาหนดขอบเขตของตัวผลิตภัณฑ์ได้ต้องมีการรวบรวมข้อมูลต่างๆ นามา
วิเคราะห์สังเคราะห์เพื่อสรุป และวางแผนการในข้ันต่อไป การพัฒนาการผลิต งานหัตถกรรม
หัตถกรรมอุตสาหกรรมจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมก่อนท่ีจะมีการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ใหม่ระบบ
การผลิตกาลังการผลิตหรือปัจจัยอ่ืนๆ ที่เก่ียวข้องเพ่ือให้สอดคล้อง กับผลิตภัณฑ์ใหม่ในมิติต่างๆ
ดังนนั้ การออกแบบงานเพือ่ การผลิตในระบบอตุ สาหกรรม จงึ มีความสมั พนั ธเ์ ช่ือมโยงกนั ทกุ ฝา่ ย
ภาสกร โทณะวนิก(2554) เพ่ือศึกษาบริบทและศักยภาพภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านงาน
หัตถกรรมจักสาน เพื่อวิเคราะห์ความสอดคล้องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับภูมิปัญญาท้องถ่ินด้าน
งานหัตถกรรมจักสาน และเพื่อสืบทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถ่ินด้านงานหัตถกรรมสาขาจักสาน
เป็นการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ในระดับท้องถิ่น ระดับชุมชนระดับประเทศสู่สากล โดยได้ทา
การศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างท้ังหมด 5อาเภอ คือ อาเภอสารภี อาเภอดอยสะเก็ด อาแม่ริม อาเภอสัน
ป่าตองและอาเภอจอมทอง โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพและแบบมีส่วนร่วมจากการศึกษา พบว่า
ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในอาเภอสารภแี ละอาเภอดอยสะเก็ด วัตถุดบิ และวัสดอุ ุปกรณ์หามาจากแหล่งผลิต
ภายนอกชุมชน เช่นไมไ้ ผ่ หวาย (มาจากลาปาง แพร่ กรุงเทพฯ)และวัตถุดิบท่ีมาจากในท้องถ่ินจังหวดั
เชียงใหม่และพ่อค้าคนกลาง ได้แก่ ทางมะพร้าว ไม้ไผ่ หวายการบริหารงานเป็นการบริหารงาน
ร่วมกับสมาชิกครอบครัว มีทั้งผลติ เพียงผู้เดียวและกลุ่ม สถานทผ่ี ลติ จะผลติ ทบี่ ้าน วธิ จี ักสานส่วนใหญ่
จะออกแบบเอง และเป็นผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิม หรือผู้ว่าจ้างสาหรับช่องทางในจัดจาหน่าย ได้แก่
ร้านค้าของตนเองตัวแทนจาหน่าย สื่ออิเล็กทรอนิกส์มีการประชาสัมพันธ์ผ่านงานแสดงสินค้าต่าง ๆ
สอื่ ออนไลน์
จากการศกึ ษางานวิจัยท่เี กี่ยวข้อง เป็นงานวจิ ัยท่ีมีเน้ือเรื่องท่ีคล้ายกันสามารถใช้เปน็ ตัวอย่าง
ในการศึกษา โครงการชน้ั วางของไมไ่ ผ่ ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
บทที่ 3
วิธีดำเนินกำรวิจัย
การดาเนินโครงการผลิตภัณฑ์ช้ันวางของไม้ไผ่ มีวตั ถุประสงค์ 1) เพ่ือจัดทาผลิตภัณฑ์ชนั้ วาง
ของไม้ไผ่ 2) เพ่ือศึกษาความพงึ พอใจของผู้ใชผ้ ลิตภัณฑ์ช้ันวางของไม้ไผ่ 3) เพื่อให้แขกท่ีมาเข้าพัก
เกดิ ความประทับใจ ซึ่งผู้จัดทาโครงการไดด้ าเนนิ การศึกษาดงั น้ี
3.1 การคัดเลอื กกลุม่ ตัวอยา่ ง
3.2 เครื่องมอื ที่ใช้ในการดาเนินโครงการ
3.3 ขนั้ ตอนการดาเนินโครงการ
3.4 การเก็บรวบรวมข้อมลู
3.5 การวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ผล
3.1 การคัดเลอื กกลุม่ ตวั อยา่ ง
โครงการเรื่อง ผลิตภัณฑ์ช้ันวางของไม้ไผ่ ผู้จัดทาโครงการใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบ
เจาะจง (Purposive sampling) เป็นการเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยพจิ ารณาจากการตัดสินใจของผู้วิจัย
เอง ลักษณะของกลุ่มท่ีเลือกเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ กลุ่มผู้ทดลองใช้งานผลิตภัณฑ์
ช้นั วางของไมไ้ ผจ่ านวน 50 คน
3.2 เครอื่ งมือท่ใี ช้ในการดาเนินโครงการ
1) แบบบันทึกผลการทดลอง
2) แบบสอบถามความพึงพอใจ
ผู้จัดทาโครงการใช้แบบบันทึกการทดลอง แบบสอบถามความพึงพอใจ เป็นเครื่องมือเพื่อ
รวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง เพื่อสอบถามความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง หลังจากน้ันผู้จัดทา
โครงการจะจัดทาแบบสอบถามความพึงพอใจในการใช้ผลิตภัณฑ์ช้ันวางของไม้ไผ่ ดังน้ันผู้จัดทา
โครงการได้แยกแบบสอบถาม ออกเป็น 3 ส่วน ดงั นี้
สว่ นท่ี 1 ขอ้ มลู ส่วนบคุ คลของผตู้ อบแบบสอบถาม โดยสอบถามเก่ียวกับเพศ อายุ
สว่ นที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความพงึ พอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ชัน้ วางของไม้ไผ่ ผู้จัดทาโครงการได้
ใชม้ าตราวัดแบบ Rating scale 5 ระดับตามมาตรวัดแบบลิเคิร์ท (Likert’Scale) ในการวดั ระดับ
ความพงึ พอใจ ดังน้ี
5 หมายถงึ มากทีส่ ุด
4 หมายถงึ มาก
3 หมายถึง ปานกลาง
2 หมายถึง นอ้ ยหรอื ตา่ กว่ามาตรฐาน
1 หมายถึง นอ้ ยทสี่ ดุ หรือต้องปรบั ปรงุ แก้ไข
ส่วนที่ 3 ข้อเสนอแนะซึ่งเป็นคาถามปลายเปิดเพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามแสดงความคิดเห็น
เกณฑ์การประเมินแบบสอบถามความคิดเห็น มี 5 ระดับโดยผู้จัดทาโครงการได้เลือกวธิ ีการของ เร็น
สิส เอลเิ คิรท์ ดังนี้ (Likert’Scale,Rating scale A.2504)
4.50 - 5.00 หมายถึง เห็นด้วยอย่รู ะดับมากทสี่ ุด
3.50 - 4.49 หมายถึง เห็นด้วยอยรู่ ะดับมาก
2.50 - 3.49 หมายถงึ เห็นดว้ ยอยู่ระดับปานกลาง
1.50 - 2.49 หมายถึง เห็นดว้ ยอยรู่ ะดบั น้อย
1.00 - 1.49 หมายถงึ เหน็ ดว้ ยอยรู่ ะดบั นอ้ ยมาก
กำรสร้ำงเครอื่ งมอื ในกำรเก็บรวบรวมข้อมลู ครัง้ นี้ โดยมีกำรสร้ำงเครอื่ งมอื ดังน้ี
- ศึกษาค้นคว้าเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพ่ือกาหนดแนวทางในการสร้างเคร่ืองมือในการศึกษาให้
ครอบคลุมเนอื้ หาท่ีกาหนด
- จัดทาแบบสอบถามเพอื่ ใช้ในการเกบ็ ข้อมลู เก่ยี วกับ ผลิตภณั ฑช์ ้ันวางของไม้ไผ่
- ตรวจสอบแบบสอบถาม โดยปรึกษาอาจารย์ผู้สอนเก่ียวกับความถูกตอ้ งของแบบสอบถาม
และขอ้ ควรแก้ไขของแบบสอบถามเพื่อนาไปใช้ในการเก็บขอ้ มูลที่ถกู ต้อง
- ปรับปรุงแก้ไขแบบสอบถามตามที่ควรแก้แล้วเสนอต่ออาจารย์อีกคร้ังเพ่ือตรวจเช็คความ
ถกู ตอ้ งอกี คร้งั ก่อนจะนาไปใช้ในการเกบ็ ข้อมูล
3.3 ขัน้ ตอนการดาเนินงาน
1) การวางแผน (P)
- กาหนดชอ่ื เร่อื งและศกึ ษารวบรวมขอ้ มูลปญั หา ความสาคญั ของโครงการ
- เขยี นแบบนาเสนอโครงการ
- ขออนุมัตโิ ครงการ
2) ขน้ั ตอนการดาเนนิ การ (D)
- ศึกษา ประดษิ ฐ์ผลติ ภณั ฑ์ช้นั วางของไมไ้ ผ่ ประเมินผลและปรบั ปรงุ คร้ังที่ 1
- ศกึ ษา ประดษิ ฐ์ผลติ ภัณฑช์ ้ันวางของไมไ้ ผ่ ประเมินผลและปรับปรุง ครั้งที่ 2
- ศึกษา ประดษิ ฐ์ผลิตภัณฑช์ ้ันวางของไมไ้ ผ่ ประเมินผล ครงั้ ที่ 3
3) ขน้ั ตอนการตรวจสอบ (C)
- กลุม่ ประชากรใชง้ านผลิตภณั ฑช์ ั้นวางของไม้ไผ่
- ประเมนิ ผลความพงึ พอใจของผลติ ภัณฑ์ชัน้ วางของไม้ไผ่
4) ขน้ั ประเมนิ ติดตามผล (A)
- สรุปผลการประเมนิ ความพงึ พอใจผลติ ภณั ฑ์ชนั้ วางของไม้ไผ่
- จดั ทาเลม่ โครงการ
- นาเสนอโครงการ
3.4 การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
ผูจ้ ัดทาโครงการได้ดาเนนิ การเก็บรวบรวมข้อมลู การทาโครงการนี้ อยา่ งเปน็ ขนั้ ตอนดงั นี้
1) ผจู้ ดั ทาโครงการทาการแจกแบบสอบถามให้กบั กลมุ่ ตวั อยา่ ง โดยพิจารณาจากการ
ตัดสินใจของผู้วจิ ัยเอง โดยวธิ ีการสแกนคิวอาโคช๊ ใหผ้ ูต้ อบแบบสอบถามตอบแบบสอบถามออนไลน์
ด้วยตัวเอง
2) การรวบรวมแบบสอบถาม ผู้จัดทาโครงการได้รวบรวมแบบสอบถามดว้ ยตวั เอง
3) ตรวจสอบความสมบรู ณข์ องแบบสอบถาม เพอ่ื นาข้อมูลไปวิเคราะหท์ างสถติ ิ
3.5 การวเิ คราะห์และสรุปผล
ข้อมูลท่ีได้จากการรวบรวม ผู้จัดทาโครงการได้ทาการตรวจสอบความเรียบร้อยของ
แบบสอบถาม และนาข้อมูลมาประมวลผลดว้ ยโปรแกรมคอมพวิ เตอร์สาเร็จรูป สาหรับการคิดค่าร้อย
ละ การหาค่าเฉล่ีย ( ̅) และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D) ดงั นี้
1) การวิเคราะห์ข้อมูลส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบคุ คลของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยการแจกแจง
ความถแี่ ละร้อยละ
ตอนที่ 1 หาความถ่ี (Ferquency) และคา่ ร้อยละ (Percentage)
สตู รการหาค่าร้อยละ
P = ×100
เม่อื P แทน ร้อยละ
F แทน ความถ่ีท่ีต้องการแปลคา่ ใหเ้ ป็นรอ้ ยละ
N แทน จานวนความถที่ ัง้ หมด
ตอนท่ี 2 วเิ คราะห์ค่าเฉลีย่ ( ̅ ) และสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน (S.D)
สูตรการหาค่าเฉลย่ี
̅ = ∑
เม่อื ̅ แทน คา่ เฉลี่ย
∑ แทน ผลรวมทงั้ หมดของความถี่
N แทน ผลรวมท้ังหมดของความถ่ซี ึง่ มคี า่ เทา่ กบั จานวนขอ้ มูลทง้ั หมด
สตู รการหาส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน
S.D =√( ∑ 2 − (∑ 2)
เม่อื S.D แทน สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน
N แทน จานวนค่ทู ้ังหมด
X แทน คะแนนแต่ละตวั ในกลมุ่ ขอ้ มูล
∑ แทน ผลบวกของความแตกตา่ งของคะแนนแต่ละคู่
บทที่ 4
ผลการศึกษา
ในการศึกษาผลิตภัณฑ์ช้ันวางของไม้ไผ่ มีวัตถุประสงค์ เพื่อจัดทาผลิตภัณฑ์ชั้นวางของไม้ไผ่
เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ชั้นวางของไม้ไผ่ และเพ่ือให้แขกที่มาเข้าพักเกิดความ
ประทับใจ ในการศึกษามีผลการดาเนนิ ดังหวั ข้อตอ่ ไปนี้
ส่วนที่ 1 สรปุ ขั้นตอนการทาผลิตภณั ฑช์ น้ั วางของไมไ้ ผ่
สว่ นที่ 2 ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู สว่ นบคุ คล
สว่ นที่ 3 ผลการวเิ คราะห์ความพงึ พอใจของผู้ใชผ้ ลติ ภัณฑช์ น้ั วางของไมไ้ ผ่
สว่ นที่ 4 การจดั ลาดบั ผลการวเิ คราะห์ความพึงพอใจของผใู้ ชผ้ ลิตภณั ฑช์ ั้นวางของไม้ไผ่
ส่วนที่ 5 ผลสรุปข้อเสนอแนะ
สว่ นที่ 1 สรุปขน้ั ตอนการทาผลติ ภัณฑ์ชนั้ วางของไมไ้ ผ่
วสั ดุอุปกรณ์
- ไมไ้ ผ่
- เล่ือยมือ
- ลวด
- มดี โต้
วิธกี ารทา
1) ขนั้ ตอนการทาผลิตภณั ฑ์ชั้นวางของไม้ไผ่
- เตรียมไม้ไผ่ เลือกลาต้นท่ีมีความตรง ลาปล้องยาว ผิวเรียบเป็นมัน หลังจากตัดออกมาจาก
กอ นามาแชน่ ้าตลอดทั้ง ลาเพื่อให้ไม้ไผ่มีความสดและป้องกันมด ปลวกมอด เจาะไช เม่ือจะนามาใช้
งานจึงตัดเอาตามขนาดท่ีต้องการมาผ่าออกแล้วนาไปจักเป็นตอกแล้วตากแดดให้แห้งการจักตอกปื้น
โดยการ แบ่งไม้ไผอ่ อกเปน็ ชิน้ ๆตามขนาดที่ตอ้ งการ ใช้มีดจักตอกเอาส่วนในออก (ขตี้ อก) จักในส่วนที่
เหลือออกเป็นเสน้ บางๆ แล้วหลาวใหเ้ รยี บร้อยตากแดดให้แห้ง
ภาพที่ 4.1 จักตอกตากแดดใหแ้ หง้
ทมี่ า : https://www.sacict.or.th
- นาตอกขนาดทต่ี อ้ งการมาขึ้นโครง ข้ึนตามรูป ทรงกลม สานเป็นลายทึบ สานโดยรอบพิมพ์
หากตอกท่ีสานนน้ั แหง้ ไปให้นาไปจุม่ น้าเพ่ือให้ตอกเกดิ ความเหนียวทาให้สานง่าย
ภาพท่ี 4.2 การสาน
ที่มา : https://www.sacict.or.th
- เม่ือสานจนรอบแล้ว จะต้องนาไปใส่ซับในอกี 1 ชั้น นาไม้ไผ่มาผ่าเป็นเส้นยาวความกว้าง
ประมานครึ่งนวิ้ แชน่ า้ ทง้ิ ไว้ 1 คืนเพื่อให้นิ่ม แล้วนามาดัดใส่พมิ พต์ ามขอบของงานใช้ลวดมัดทิ้งไว้ 1-2
วัน และนาไปตดิ บนช้นิ งานด้วยลวด ตัดเกบ็ ขอบให้เรยี บร้อย
ภาพที่ 4.3 การเขา้ ขอบ
ท่ีมา : https://www.sacict.or.th
- นาไม้ไผ่ท่ีตัดไว้ แบ่งออกเป็นชิ้นๆ นาส่วนในออก (ข้ีตอก) หลาวให้เรียบร้อย นามาดัดไว้
ประมาณ 1-2 วัน เพ่ือทาเปน็ ขาวางกระด้ง
ภาพท่ี 4.4 การดัดขา
ทมี่ า : https://www.sacict.or.th
- นาไม้ไผ่ท่ีหลาวไวม้ าตัดแบ่ง เพ่ือทาเป็นฐานสาหรับวางกระด้ง และเจาะรูเพื่อให้สามารถ
เสยี บขาต้งั ลงไปได้
ภาพที่ 4.5 ฐานไมส้ าหรับวางกระดง้
ทมี่ า : https://www.sacict.or.th
- นาสว่ นขาตง้ั และไมท้ เี่ ตรียมไว้สาหรับเปน็ ฐานวางกระดง้
ภาพที่ 4.6 ประกอบฐาน
ทม่ี า : https://www.sacict.or.th
- ช้นิ งานเสรจ็ สมบูรณ์สามารถนาไปใช้งานได้เลย
ภาพที่ 4.7 ผลติ ภณั ฑ์ช้นั วางของไมไ้ ผ่
ท่มี า : https://www.sacict.or.th
ส่วนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสว่ นบคุ คล
จากการศึกษาผลิตภัณฑ์ช้ันวางของไม้ไผ่ ผู้ศึกษาได้วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่ง
ประกอบดว้ ยข้อมูลเกย่ี วกบั เพศ และช่วงอายุ ซงึ่ ผลการวเิ คราะหป์ รากฏดังนี้
ตารางที่ 1 ตารางแสดงผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูลสว่ นบคุ คลดา้ นเพศ
เพศ จานวนคน รอ้ ยละ
ชาย 24 48.00
หญิง 26 52.00
รวม 50 100.00
จากตารางที่ 1 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลดา้ นเพศ ผู้ศึกษาได้สรุปผลการ
วิเคราะห์พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 52.00 และเพศชาย คิด
เป็นรอ้ ยละ 48.00 ตามลาดบั
ตารางที่ 2 ตารางแสดงผลการวเิ คราะห์ข้อมูลสว่ นบคุ คลด้านอายุ
อายุ จานวนคน ร้อยละ
30.00
16-18 15 68.00
4.00
19-20 34 100.00
25 ขนึ้ ไป 2
รวม 50
จากตารางที่ 2 ตารางแสดงผลการวเิ คราะห์ข้อมูลส่วนบคุ คลดา้ นอายุ ผู้ศึกษาไดส้ รุปผลการ
วิเคราะหพ์ บว่า ผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยูใ่ นชว่ งอายุ 19-20 ปี คิดเป็นร้อยละ 68.00 รองลงมา
ช่วงอายุ 16-18 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 30.00 และช่วงอายุ 25 ขนึ้ ไป คิดเป็นร้อยละ 4.00 ตามลาดบั
ส่วนที่ 3 ผลการวิเคราะหค์ วามพึงพอใจของผ้ใู ช้ผลิตภัณฑช์ ั้นวางของไม้ไผ่
การศึกษาครั้งน้ีผศู้ กึ ษาไดศ้ กึ ษาเรื่อง ผลติ ภัณฑ์ช้นั วางของไม้ไผ่ โดยการหาคา่ เฉล่ีย ( ̅) และ
ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D) จากแบบสอบถามความพึงพอใจผลิตภัณฑ์ชั้นวางของไม้ไผ่ ข้อมูล
ปรากฏดังนี้
ตารางท่ี 3 ตารางแสดงผลการวเิ คราะห์ความพงึ พอใจของผใู้ ช้ผลิตภณั ฑ์ช้ันวางของไมไ้ ผ่
รายการแบบสอบถาม ̅ ผลการประเมนิ
4.64 S.D. ผลการประเมนิ
ความเหมาะสมในการออกแบบรูปผลติ ภัณฑ์ 4.46 0.53 มากที่สดุ
ผลิตภณั ฑ์มรี ปู แบบที่สวยงาม 4.46 0.61 มากที่สุด
ผลติ ภณั ฑม์ ีความแข็งแรงและความทนทานในการใชง้ าน 4.70 0.58 มากที่สุด
ผลิตภัณฑ์สามารถใช้งานได้จริงในการจัดวางอาหารสิ่งของ 0.54 มากทส่ี ดุ
ตา่ งๆ 4.46
ผลิตภัณฑท์ ีม่ ีคุณภาพในการใชง้ าน และมีระยะเวลาในการใช้ 0.58 มากทส่ี ุด
งานเหมาะสม 4.78
ส า ม า ร ถ น า ไ ม้ ไ ผ่ ม า จั ก ส า น ไ ด้ อ ย่ า ง ส ว ย ง า ม แ ล ะ เ ป็ น 0.46 มากทส่ี ุด
เอกลักษณ์ 4.48
ผลิตภัณฑ์มีรูปลักษณ์ หรือดีไซน์ที่ตรงกับความต้องการของ 0.65 มากทสี่ ุด
ผใู้ ชง้ าน 3.68
สามารถรกั ษาภูมปิ ญั ญาไทยและภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน 4.32 0.62 มาก
ผลิตภณั ฑส์ ามารถพับเก็บได้ ประหยัดทีใ่ นการจัดเกบ็ ได้ดี 4.39 0.79 มากท่สี ดุ
ผลติ ภณั ฑส์ ามารถทาความสะอาดไดง้ ่าย 4.54 0.70 มากทส่ี ดุ
0.61 มากที่สดุ
รวม
จากตารางท่ี 4 จะพบ ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ชั้นวางของไม้ไผ่ มีความพึงพอใจในด้านการวิเคราะห์
ความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ชั้นวางของไม้ไผ่ ภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด ค่าเฉล่ีย
( ̅=4.54) โดยเรียงลาดับความพึงพอใจตามค่าเฉล่ีย ( ̅) ดังนี้ ผลิตภัณฑ์ชั้นวางของไม้ไผ่ สามารถ
นาไปใช้ ในงานในการจัดวางอาหารหรือส่ิงของได้จริง มีค่าเฉล่ีย ( ̅=4.70) ผลิตภัณฑ์มีรูปลักษณ์
หรือดีไซน์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน มีค่าเฉลี่ย ( ̅=4.48) .ผลิตภัณฑ์สามารถพับเก็บได้
ประหยัดท่ีในการจัดเก็บได้ดี มีค่าเฉลี่ย ( ̅=4.32) และสามารถรักษาภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญา
ทอ้ งถนิ่ มคี า่ เฉลยี่ ( ̅=3.68) ตามลาดับ
สว่ นที่ 4 การจัดลาดับผลการวิเคราะห์ความพงึ พอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ชนั้ วางของไมไ้ ผ่
การศึกษาครงั้ น้ีผู้ศกึ ษาได้ศกึ ษาเรือ่ ง ผลิตภณั ฑ์ชน้ั วางของไมไ้ ผ่ โดยการหาค่าเฉล่ีย ( ̅) และ
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) และจัดลาดับความพึงพอใจผลิตภัณฑ์ชั้นวางของไม้ไผ่ ข้อมูลปรากฏ
ดงั นี้
ตารางที่ 4 ตารางการจัดลาดบั ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผูใ้ ช้ผลิตภัณฑช์ นั้ วางของไม้ไผ่
รายการแบบสอบถาม ผลการประเมนิ
̅ S.D. ผลการประเมนิ ลาดบั ที่
สามารถนาไม้ไผ่มาจักสานได้อย่างสวยงามและเป็น 4.78 0.46 มากทส่ี ดุ 1
เอกลักษณ์
ผลิตภัณฑ์สามารถใช้งานได้จริงในการจัดวางอาหาร 4.70 0.54 มากที่สุด 2
สง่ิ ของตา่ งๆ
ความเหมาะสมในการออกแบบรูปผลติ ภณั ฑ์ 4.64 0.53 มากทส่ี ุด 3
ผลิตภณั ฑ์มีรูปลักษณ์ หรือดีไซน์ที่ตรงกับความต้องการ 4.48 0.65 มากที่สดุ 4
ของผูใ้ ช้งาน
ผลติ ภณั ฑม์ ีรปู แบบท่สี วยงาม 4.46 0.61 มากที่สุด 5
ผลิตภัณฑ์มีความแข็งแรงและความทนทานในการใช้ 4.46 0.58 มากทส่ี ดุ 6
งาน
ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในการใช้งาน และมีระยะเวลาใน 4.46 0.58 มากท่ีสดุ 7
การใช้งานเหมาะสม
ผลติ ภัณฑ์สามารถทาความสะอาดไดง้ า่ ย 4.39 0.70 มากทสี่ ดุ 8
มากที่สดุ 9
ผลติ ภณั ฑ์สามารถพับเกบ็ ได้ ประหยัดทใี่ นการจัดเก็บได้ 4.32 0.79
ดี
สามารถรักษาภมู ปิ ญั ญาไทยและภมู ิปญั ญาทอ้ งถิ่น 3.68 0.62 มาก 10
มาก
รวม 3.84 0.08
จากตารางที่ 4 ตารางการจัดลาดับผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ช้ันวาง
ของไม้ไผ่ ได้สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่าผลสรุปภาพรวมของความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์
ชัน้ วางของไม้ไผ่ อยู่ในระดับ มากที่สุด ( ̅=4.54) เม่ือสรุปผลออกมาเปน็ รายข้อพบว่า สามารถนาไม้
ไผ่มาจักสานได้อย่างสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ ผลการประเมินอยู่ในระดับมากท่ีสุด ( ̅=4.78)
รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์สามารถใช้งานได้จริงในการจัดวางอาหารส่ิงของต่างๆ อยู่ในระดับมากที่สุด
( ̅=4.70) ความเหมาะสมในการออกแบบรปู ผลิตภณั ฑ์ อยใู่ นระดับมากท่ีสุด ( ̅= 4.64) ผลิตภัณฑ์มี
รูปลักษณ์ หรือดีไซน์ที่ตรงกับความตอ้ งการของผู้ใชง้ าน อยู่ในระดบั มากท่ีสุด ( ̅=4.48) ผลิตภัณฑ์มี
รูปแบบทสี่ วยงาม อยใู่ นระดับมากทส่ี ุด ( ̅=4.46ผลติ ภัณฑ์มคี วามแขง็ แรงและความทนทานในการใช้
งาน อยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅=4.46) ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในการใช้งาน และมีระยะเวลาในการใช้
งานเหมาะสม อยู่ในระดับมากทีส่ ดุ ( ̅=4.46) ผลิตภัณฑ์สามารถทาความสะอาดได้ง่าย อยู่ในระดับ
มากทส่ี ดุ ( ̅=4.39) ผลติ ภัณฑส์ ามารถพบั เก็บได้ ประหยดั ทีใ่ นการจดั เก็บได้ดี อยู่ในระดับมากท่ีสุด
( ̅=4.32) สามารถรักษาภูมปิ ญั ญาไทยและภมู ิปญั ญาทอ้ งถิ่นอยู่ในระดบั มาก ( ̅=3.68) ตามลาดับ
ส่วนที่ 5 ผลสรปุ ขอ้ เสนอแนะ
1) ผลิตภัณฑ์ควรมีหลายสี
2) ควรมีฝาปิดหรอื มุ้งปิดกนั แมลง
3) ผลติ ภณั ฑ์ควรหลายชน้ั มากกวา่ น้ี
บทท่ี 5
สรปุ ผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ
ในการศกึ ษาครั้งนีม้ ีวตั ถุประสงค์ เพ่ือให้
1) เพ่อื จดั ทาผลิตภัณฑช์ ้นั วางของไมไ้ ผ่
2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผใู้ ชผ้ ลติ ภัณฑช์ ้ันวางของไม้ไผ่
3) เพื่อให้แขกที่มาเข้าพักเกดิ ความประทับใจ
กลุ่มประชากรท่ีใช้ในการศึกษาครั้งน้ี ผู้จัดทาโครงการใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบ
เจาะจง (Purposive sampling) เป็นการเลือกกลุ่มตวั อย่างโดยพจิ ารณาจากการตดั สินใจของผู้วิจัย
เอง ลักษณะของกลุ่มท่ีเลือกเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ กลุ่มผู้ทดลองใช้งานผลิตภัณฑ์
ชน้ั วางของไมไ้ ผ่จานวน 50 คน เครื่องมอื ท่ีใชใ้ นการศึกษา คือ แบบประเมินความพงึ พอใจ ซ่ึงผู้ศึกษา
สรา้ งขึ้นเพอื่ สอบถามเกยี่ วความพึงพอใจของผใู้ ชผ้ ลิตภณั ฑ์ชัน้ วางของไม้ไผ่ ผลของการศกึ ษามีดังน้ี
5.1 สรุปผล
5.2 อภิปรายผล
5.3 ขอ้ เสนอแนะ
5.1 สรปุ ผล
จากการศกึ ษาโครงการเรือ่ ง “ผลิตภณั ฑ์ชั้นวางของไมไ้ ผ่” ไดส้ รปุ ผลการวิเคราะห์ ดงั น้ี
1) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ช้ันวางของไม้ไผ่ จากการวิเคราะห์ มีผู้ทดลองใช้
ผลติ ภณั ฑช์ ัน้ วางของไม้ไผ่ ประกอบดว้ ย กลุ่มผู้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ชัน้ วางของไม้ไผ่ จานวนท้ังสิ้น 50
คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง 26 คน และเพศชาย 24 คน ตามลาดับ ด้านการจาแนกตามระดับช้ัน
พบว่า ส่วนใหญ่กาลังศึกษาอยู่ในระดับช้ันประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง จานวน 24 คน คิดเป็นร้อย
ละ 48 นักศึกษาระดับชนั้ ประกาศนียบัตรวชิ าชพี จานวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 32 ระดบั ปริญญาตรี
จานวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 18 และระดบั ปรญิ ญาเอก จานวน 1 คน คิดเปน็ ร้อยละ 2 ตามลาดับ
2) ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ช้ันวางของไม้ไผ่ จากการ วิเคราะห์
พบว่าเกณฑ์การประเมินในภาพรวมท้ังหมดอยู่ในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยรวมท้ังหมดเท่ากับ 4.54
สรุปได้ดงั นี้
1) ความเหมาะสมในการออกแบบรูปผลติ ภัณฑ์ ค่าเฉลย่ี 4.64
2) ผลติ ภณั ฑ์มีรูปแบบท่สี วยงาม คา่ เฉลีย่ 4.46
3) ผลติ ภัณฑ์มคี วามแขง็ แรงและความทนทานในการใช้งาน ค่าเฉล่ีย 4.46
4) ผลติ ภณั ฑส์ ามารถใชง้ านไดจ้ ริงในการจดั วางอาหารสิ่งของต่างๆ 4.70
5) ผลิตภณั ฑ์ทมี่ คี ณุ ภาพในการใช้งาน และมรี ะยะเวลาในการใชง้ านเหมาะสม ค่าเฉลี่ย 4.46
6) สามารถนาไมไ้ ผ่มาจักสานไดอ้ ยา่ งสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ คา่ เฉลยี่ 4.78
7) ผลิตภัณฑ์มรี ปู ลกั ษณ์ หรือดไี ซน์ท่ีตรงกบั ความต้องการของผู้ใชง้ าน ค่าเฉลีย่ 4.48
8) สามารถรักษาภูมปิ ัญญาไทยและภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ ค่าเฉล่ยี 3.68
9) ผลิตภณั ฑส์ ามารถพับเก็บได้ ประหยัดทใ่ี นการจดั เกบ็ ได้ดี คา่ เฉลี่ย 4.32
10) ผลิตภัณฑส์ ามารถทาความสะอาดไดง้ า่ ย คา่ เฉลย่ี 4.39
5.2 อภปิ รายผล
จากการศึกษาโครงการเรื่อง “ผลิตภัณฑ์ช้ันวางของไม้ไผ่” ในคร้ังน้ีสาเร็จตามวตั ถุประสงค์
ทต่ี ัง้ ไว้ เพราะมีการวางแผนการศกึ ษาค้นควา้ หาอุปกรณท์ ่ีเหมาะกับผลิตภัณฑ์ ศกึ ษาค้นคว้าวิธีการจัก
สานแบบภูมิปญั ญาไทยท่ีเหมาะกับผลิตภัณฑ์ชัน้ วางของไม้ไผ่ และปฏิบัติตามขั้นตอนการดาเนินงาน
โดยภาพรวมสามารถสรปุ ไดเ้ ปน็ รายการดงั นี้
1) ความเหมาะสมในการออกแบบรูปผลิตภัณฑ์ อยู่ในระดับ มาก สืบเน่ืองมาจาก ขนาดของ
ผลิตภัณฑช์ ้ันวางของไมไ้ ผ่มคี วามเหมาะสมและพอดีกัน
2) ผลิตภัณฑ์มีรูปแบบที่สวยงาม อยู่ในระดับ มาก สืบเนื่องมาจาก ผลิตภัณฑ์ชั้นวางของไม้
ไผ่มรี ูปแบบและทรงที่สวยงาม
3) ผลติ ภณั ฑ์มคี วามแขง็ แรงและความทนทานในการใชง้ าน อยู่ในระดบั มาก สืบเน่ืองมาจาก
ผลิตภณั ฑ์ชัน้ วางของไม้ไผ่มคี วามแขง็ แรงและสามารถใช้งานได้นาน
4) ผลิตภัณฑ์สามารถใช้งานได้จริงในการจัดวางอาหารส่ิงของต่างๆ อยู่ในระดับ มาก สืบ
เนอื่ งมาจาก ผลติ ภัณฑ์ช้ันวางของไมไ้ ผ่สามารถจดั วางอาหาร หรอื สิง่ ของในผลิตภัณฑไ์ ด้