คู่มือการดแู ลผ้าในอาคารปฏิบตั ิการโรงแรม
CLOTHING CARE MANUAL IN THE OPERATING HOTEL
BUILDING
นทั ธมน พิชญากรวงศ์
โครงการนี้เป็นสว่ นหนึง่ ของการศกึ ษาตามหลักสตู ร
ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ชน้ั สูง
สาขาวชิ าการโรงแรม ประเภทวิชาอุตสาหกรรมทอ่ งเทย่ี ว
วิทยาลัยอาชวี ศึกษาเชยี งใหม่
ปกี ารศึกษา 2563
คมู่ ือการดแู ลผา้ ในอาคารปฏิบตั ิการโรงแรม
CLOTHING CARE MANUAL IN THE OPERATING HOTEL
BUIDING
นทั ธมน พชิ ญากรวงศ์
โครงการนเ้ี ปน็ ส่วนหน่ึงของการศกึ ษาตามหลกั สูตร
ประกาศนียบัตรวิชาชพี ช้ันสงู
สาขาวิชาการโรงแรม ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเทยี่ ว
วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาเชยี งใหม่
ปกี ารศึกษา 2563
ก
ใบรับรองโครงการ
วิทยาลยั อาชีวศึกษาเชียงใหม่
เรื่อง คมู่ อื การดูแลผ้าในอาคารปฏิบัติการโรงแรม
โดย นางสาวนทั ธมน พิชญากรวงศ์
ได้รับการรับรองให้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
สาขาวชิ า การโรงแรม ทวภิ าคี ประเภทวชิ าอุตสาหกรรมทอ่ งเท่ียว
…………………………หัวหนา้ แผนกวชิ าการโรงแรม …………………………รองผู้อำนวยการฝา่ ยวิชาการ
(นางอัปสร คอนราด) (นายณรงค์ศักดิ์ ฟองสินธ)์ุ
วนั ท่ี……..เดือน……………พ.ศ………… วันท…ี่ …..เดือน……………พ.ศ…………
คณะกรรมการสอบโครงการ
……………………………………………………. ประธานกรรมการ
(นายทนิ กร ติ๊บอินถา)
……………………………………………………. กรรมการ
(นางสาวนพรรณพ ดวงแกว้ กลู )
……………………………………………………. กรรมการ
(นางสาวนัชพร สาครธำรง)
ข
กติ ตกิ รรมประกาศ
โครงการคู่มือการดูแลผ้าในอาคารปฏิบัติการโรงแรม ของนักศึกษาแผนกวิชาการโรงแรม
วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ ฉบับนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเนื่องจากได้รับความกรุณา ความ
อนเุ คราะห์ การสนบั สนนุ และการให้คำแนะนำแนวทางในการดำเนนิ งานจากหลายทา่ น
ขอขอบพระคุณ นายทินกร ติ๊บอินถา ครูที่ปรึกษาวิชาโครงการ และคณะครูที่ให้คำปรึกษา
โครงการ แนะนำและให้ข้อคิดต่างๆ ในการทำโครงการ ตลอดจนแก้ไขข้อบกพร่อง จนทำรายงาน
โครงการฉบับนเ้ี สรจ็ สมบรู ณ์ ผู้ศึกษาจึงขอกราบขอบพระคณุ เป็นอย่างสงู
ขอกราบขอบพระคุณคุณพ่อ คุณแม่ ที่ให้กำเนิดเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนตลอดจนการให้
คำแนะนำคำปรึกษาในเรื่องต่างๆ ทที่ ำให้โครงการฉบับนี้ลุล่วงไปได้ดว้ ยดรี วมทง้ั เปน็ กำลังใจที่ดีเสมอ
มา และขอขอบคุณผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจ ทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่าช่วยเหลือและ
อนุเคราะห์ในการตอบแบบสอบถาม จนทำให้โครงการฉบับนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี รวมถึงผู้มีส่วน
เกี่ยวข้องทุกท่านที่เป็นกำลังสำคัญในการให้คำปรึกษา เป็นกำลังใจและให้ความช่วยเหลือตลอดมา
จนทำรายงานเล่มน้ีสำเรจ็ ลุลว่ งไปดว้ ยดี
นางสาวนัทธมน พชิ ญากรวงศ์
ค
ช่ือ : นางสาวนทั ธมน พิชญากรวงศ์
ชื่อโครงการ : คมู่ ือการแลผ้าในอาคารปฏบิ ตั ิการโรงแรม
สาขาวชิ า : การโรงแรม
ประเภทวิชา : อุตสาหกรรมท่องเทีย่ ว
อาจารยท์ ี่ประจำวิชาโครงการ : นายทนิ กร ตบ๊ิ อินถา
อาจารยท์ ่ีปรึกษาวชิ าโครงการ : นายทินกร ต๊บิ อินถา
ปกี ารศึกษา : 2563
บทคดั ย่อ
โครงการ เรือ่ ง คมู่ ือการดแู ลผ้าในอาคารปฏิบัตกิ ารโรงแรม มวี ตั ถปุ ระสงค์เพื่อศึกษาข้ันตอน
และกระบวนการทำคู่มือการดูแลผ้า เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้คู่มือการดูแลผ้าในอาคาร
ปฏบิ ัติการโรงแรม และเพ่อื เปน็ การใช้คู่มือในการดูแลผ้าใหเ้ กิดประโยชน์มากที่สดุ กล่มุ ประชากรที่ใช้
ในการศกึ ษาครั้งนี้ ประกอบด้วยนักศกึ ษาระดับประกาศนยี บัตรวิชาชีพชน้ั สงู ปีท่ี 1 ห้อง 3 สาขาวิชา
การโรงแรม(ทวิ) และบุคคลภายนอกที่สนใจ จำนวน 100 คน ระยะเวลาดำเนินการ ระหว่างวันที่ 7
ธนั วาคม 2563 ถงึ วนั ท่ี 12 มีนาคม 2564 เครอ่ื งมือทใี่ ช้วดั ระดบั ความพงึ พอใจต่อคมู่ อื การดูแลผ้าใน
ครั้งนี้ คือ แบบสอบถามความพึงพอใจผ่านระบบ Google From ผลการวิเคราะห์ข้อมลู ทั่วไปความ
พึงพอใจของผู้ใช้คู่มือการดแู ลผ้าในอาคารปฏิบัติการโรงแรม พบวา่ สว่ นใหญ่ประกอบดว้ ย เพศหญิง
จำนวน 66 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 66 และเพศชาย จำนวน 34 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 34ตามลำดับ ด้านการ
จำแนกตามช่วงอายุ พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 19-24 ปี จำนวน 69 คน คิดเป็นร้อยละ 69
รองลงมาอยู่ในช่วงอายุ 16-18 ปี จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 20 ต่อมาอายุ 25 ปีขึ้นไป จำนวน
11 คน คิดเป็นร้อยละ 11 ตามลำดับ และด้านการระดับการศึกษาพบว่า ส่วนใหญ่ เป็นระดับ
ประกาศนยี บตั รวิชาชีพช้ันสูง จำนวน 42 คน คดิ เป็นร้อยละ 42 รองลงมา ระดบั ปริญญาตรี จำนวน
29 คน คิดเป็นร้อยละ 29 ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้ใช้คู่มือการดูแลผ้าใน
อาคารปฏิบตั ิการโรงแรม พบว่าความพงึ พอใจของผใู้ ช้คมู่ ือการดูแลผา้ ในอาคารปฏบิ ตั ิการโรงแรม ได้
สรุปผลการวิเคราะหข์ ้อมลู พบวา่ ผลสรปุ ภาพรวมของความพึงพอใจของผใู้ ช้คู่มอื การดูแลผา้ ในอาคาร
ปฏบิ ัตกิ ารโรงแรม อยู่ในระดบั มากท่ีสุด ( ̅=4.52) เม่อื สรุปผลออกมาเป็นรายขอ้ พบว่า คมู่ อื การดูแล
ง
ผา้ ในอาคารปฏบิ ัติการโรงแรม สามารถใช้งานได้จริงมากนอ้ ยแค่ไหน ผลการประเมนิ อยู่ในระดับมาก
ที่สุด ( ̅=4.59) รองลงมาคือคู่มือการดูแลผ้าสามารถใช้งานได้จริงในการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับ
วธิ กี ารดแู ลผา้ ต่าง ๆ อยูใ่ นระดับมากทสี่ ุด ( ̅=4.58) ความเหมาะสมในการออกแบบคมู่ ือการดูแลผ้า
อยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅=4.57) คู่มือการดูแลผ้ามีรปู แบบทีส่ วยงามอยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅=4.56)
ขนาดของคู่มือการดูแลผ้ามีความเหมาะสมอยู่ในระดบั มากที่สุด ( ̅=4.53) คู่มือการดูแลผ้าสามารถ
เข้าถงึ เน้ือหาได้ง่ายด้วยสื่อการเรียนรู้อเิ ล็กทรอนกิ ส์ QR Code อยูใ่ นระดบั มาก ( ̅=4.53) คู่มือการ
ดแู ลผ้าสามารถจดั เกบ็ ได้ง่ายและประหยดั พน้ื ที่อยใู่ นระดบั มากทสี่ ดุ ( ̅=4.51) ความคดิ สรา้ งสรรค์ใน
การทำคมู่ ือการดแู ลผ้าอย่ใู นระดับมาก ( ̅=4.49) คูม่ อื การดแู ลผ้ามีคุณภาพในการใช้งานอยู่ในระดับ
มาก ( ̅=4.48) ค่มู ือการดแู ลผา้ สามารถพกพาไดง้ า่ ยอย่ใู นระดับมาก ( ̅=4.44) ตามลำดบั
สารบัญ ง
เรอื่ ง หนา้
ใบรบั รองโครงการ ก
กติ ติกรรมประกาศ ข
บทคดั ยอ่ ค
สารบัญ ง
สารบัญ(ต่อ) จ
สารบญั ตาราง ฉ
สารบัญภาพ ช
สารบัญภาพ(ตอ่ ) ซ
บทท่ี 1 บทนำ
1
1.1 ความเปน็ มาและความสำคัญของโครงการ 2
1.2 วตั ถุประสงคข์ องโครงการ 2
1.3 ขอบเขตโครงการ 2
1.4 ประโยชนท์ คี่ าดว่าจะได้รับ 3
1.5 นยิ ามศัพท์
บทที่ 2 แนวคดิ ทฤษฎีและงานวิจยั ที่เก่ยี วข้อง 4
2.1 ความร้แู ละความสำคัญของผ้า 6
2.2 ความรู้เบื้องตน้ เกย่ี วกบั ผ้า 12
2.3 ความรู้เบอ้ื งต้นเกีย่ วกบั วิธกี ารดูแลรักษาผ้า 16
2.4 ความรูเ้ กยี่ วกบั ผ้าที่ใช้ในธรุ กิจโรงแรม 18
2.5 ความร้เู กย่ี วกบั ขัน้ ตอนการทำความสะอาดผ้า 36
2.6 งานวจิ ยั ท่ีเกยี่ วข้อง
บทที่ 3 วิธีดำเนินการวจิ ัย 41
3.1 การคัดเลือกกล่มุ ตัวอยา่ ง 41
3.2 เครอ่ื งมือท่ีใช้ในการดำเนนิ โครงการ
จ
สารบัญ (ตอ่ )
3.3 ข้ันตอนวิธีดำเนนิ โครงการ 42
3.4 การเก็บรวบรวมขอ้ มลู 42
3.5 การวเิ คราะหข์ ้อมลู และสรปุ ผล 42
เร่ือง หน้า
บทที่ 4 ผลการศกึ ษา
4.1 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูลส่วนบุคคล 44
4.2 ผลการวิเคราะหค์ วามพงึ พอใจของผู้ใช้คู่มือการดูแลผ้า
ในอาคารปฏบิ ตั กิ ารโรงแรม 45
4.3 การจัดลำดับผลการวเิ คราะห์ความพงึ พอใจของผูใ้ ช้ค่มู อื การดูแลผ้า
47
ในอาคารปฏบิ ัติการโรงแรม 48
4.4 ผลสรปุ ขอ้ เสนอแนะ
บทท่ี 5 สรุปผล อภิปรายและข้อเสนอแนะ 49
สรปุ 50
อภปิ ราย 51
ขอ้ เสนอแนะ
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก แบบนำเสนอขออนมุ ตั ิโครงการวิชาชพี
ภาคผนวก ข แบบบันทึกผลการทดลอง
ภาคผนวก ค แบบประเมนิ ความพึงพอใจ
ภาคผนวก ง การคำนวณค่าต่างๆ ในสว่ นของแบบประเมินความพึงพอใจ
ภาคผนวก จ แบบรายงานผลการนำไปใช้ประโยชน์
ประวตั ิผู้จัดทำ
ฉ
สารบญั ตาราง หน้า
44
ตารางท่ี 45
1 ตารางแสดงผลการวิเคราะหข์ อ้ มูลสว่ นบคุ คลด้านเพศ
2 ตารางแสดงผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูลส่วนบุคคลด้านอายุ 45
3 ตารางแสดงผลการวิเคราะหค์ วามพึงพอใจของผใู้ ช้คูม่ อื การดแู ลผา้ ใน
อาคารปฏิบตั กิ ารโรงแรม 47
4 ตารางการจัดลำดับผลการวเิ คราะหค์ วามพงึ พอใจของผู้ใชค้ ู่มอื การ
ดแู ลผ้าในอาคารปฏิบัตกิ ารโรงแรม
สารบญั ภาพ ช
ภาพที่ หน้า
2.1 เสน้ ใยฝ้าย 7
2.2 เส้นใยลนิ ิน 7
2.3 เสน้ ใยปา่ น 8
2.4 เส้นใยน่นุ 8
2.5 เสน้ ใยขนสตั ว์ 9
2.6 เส้นใยไหม 10
2.7 เสน้ ใยธรรมชาติจากแร่ 10
2.8 เส้นใยยาง 11
2.9 เสน้ ใยสังเคราะห์ 11
2.10 ผา้ ฝ้าย 12
2.11 ผา้ ลินิน 13
2.12 ผ้าใยป่าน 13
2.13 ผ้าขนสัตว์ 14
2.14 ผา้ ไหม 15
2.15 ผ้าใยสังเคราะห์ 15
2.16 ผ้าใยก่งึ สังเคราะห์ 16
2.17 น้ำยาฟอกผ้าขาว 20
2.18 นำ้ ยาขจดั คราบสกปรก 20
2.19 น้ำยาปรับผา้ นุ่มสูตรเข้มขน้ 20
2.20 น้ำยาปรบั ผ้านมุ่ สูตรพิเศษ 21
2.21 นำ้ ยาปรบั ผา้ นุม่ สูตรประหยัด 21
2.22 น้ำยาฟอกขาวประเภทคลอรีนบรีช 22
2.23 นำ้ ยาซักผา้ แหง้ 22
2.24 น้ำยาขจดั คราบนำ้ มันและไขมนั 22
สารบญั ภาพ(ต่อ) ซ
2.25 นำ้ ยา Spot คราบเลอื ดสตู รพเิ ศษ 23
2.26 น้ำยา Spot คราบสนิมบนเน้อื ผ้า 23
2.27 นำ้ ยาอัดกลบั และรดี ผ้าเรียบสตู รเขม้ ข้น 23
2.28 น้ำยาขจัดกล่ินอับบนผ้า 24
2.29 นำ้ ยาฆา่ เชอื้ โรค 24
2.30 น้ำยาฆา่ เชอื้ โรคอเนกประสงค์ 24
2.31 นำ้ ยาเสริมดา่ ง 25
2.32 น้ำยาซักผา้ ชนิดเขม้ ขน้ พิเศษ 25
บทที่ 1
บทนำ
1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปญั หา
ผา้ ในโลกน้ีมหี ลากหลายประเภทซงึ่ การดูแลผ้าแต่ละประเภทก็ดแู ลแตกต่างกันไปตามความ
เหมาะสมของเนื้อผ้า การดูแลผ้าแต่ละประเภทให้สะอาด คงสภาพดี ใช้งานได้นานต้องรู้จักวิธีการ
ขจัดรอยเปื้อน ซัก ตาก รีด และเก็บรักษาที่ถูกต้อง ดังนั้นการขจัดรอยเป้ือนบนผ้า การทำกิจกรรม
ต่าง ๆ หรอื เหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นในชีวติ ประจำวัน เชน่ การรบั ประทานอาหารบนผ้าปูโต๊ะ เกิดอุบัติเหตุ
อาจทำให้ผ้าที่เราปูโต๊ะเปรอะเปื้อนจากคราบสกปรกต่าง ๆ ได้ซึ่งหากไม่ขจัดทันที จะทำให้คราบ
สกปรกเหล่าน้นั ฝังแนน่ ในเส้นใยผ้า จนกระท่ังไมส่ ามารถซักออกได้ สำหรับปัจจุบันนั้นคุณภาพ และ
ขนาดของผ้าจะถูกกําหนดโดยโรงงาน แต่เทคนิคการถักทอ และลวดลายบนผ้านั้นได้รับการสืบสาน
จากวัฒนธรรมโบราณและการออกแบบสมัยใหม่จนกลายเป็นวัฒนธรรมร่วมกันและสมัยผ้านั้นถูก
นาํ ไปใชป้ ระโยชน์ในหลายด้านแตท่ พ่ี บมากท่ีสุดคอื การนาํ ไปตดั เย็บเป็นเสือ้ ผ้าและภาชนะใส่ของ เช่น
กระเปา๋ และกระเชา้ เป็นต้น นอกจากนยี้ งั นําไปผลิตเปน็ ผลิตภัณฑท์ ่ีใช้ในบ้านดว้ ย เช่น ผา้ มา่ น ผ้าปู
เตียง ผ้าขนหนู ดังนั้นการเลือกผ้าปูที่นอน รวมไปถึงการดูแลรักษาผ้าปูที่นอนมีความสำคัญต่ออายุ
การใช้งานของที่นอนเราอย่างมาก เราจึงไม่ควรมองข้ามขั้นตอนการเลือกซื้อผ้าปูที่นอน เพื่อจะได้
ถนอมที่นอนของเราใหใ้ ช้งานได้นานที่สุดโดยทั่วไปเราสามารถสังเกตไุ ด้วา่ ผ้าปทู ี่นอนนั้นแบ่งได้เป็น
สองแบบไดแ้ ก่แบบที่ทอแบบลายขัด และแบบท่ีทอแบบข้ึนเงา โดยผา้ ปทู ่ีนอนที่ทอแบบลายขัดมีข้อดี
คอื สามารถซักและทำความสะอาดได้ง่าย ทัง้ ยังเอามารีดได้ไมย่ าก รวมทงั้ การดแู ลรักษาผ้าปูท่ีนอนท่ี
ถูกตอ้ งจะช่วยใหส้ ุขภาพอนามัยของเราดี ไมม่ ีอาการแพ้หรอื ก่อให้เกดิ โรคภมู แิ พไ้ รฝนุ่ อีกดว้ ย ช่วยให้
การนอนหลับสบายทั้งคืน ไม่ติดขัดใด ๆ และการเลือกซื้อผ้าปูที่นอน มาจากตลาดหรือ
ห้างสรรพสนิ ค้านั้น มหี ลายคนท่เี ลือกผิดขนาด เพราะไมท่ ราบวา่ ขนาดทน่ี อนของเราเป็นไซส์ไหนกัน
แน่ ดงั นนั้ ในหัวข้อที่ดีเราจะไดร้ ู้จักชื่อไซส์ของทนี่ อนท่ีเราจะต้องจำและขนาดความกว้างเป็นฟุตของ
แต่ละไซส์โดยทีน่ อนที่มีจำหน่ายในประเทศไทยนั้นแนน่ อนวา่ เราวดั จากความกว้างเป็นฟุต โดยมีชื่อ
ไซส์ปกติทั้งหมด 3 แบบได้แก่ Single, Queen และ King โดยไซส์ Single เป็นไซส์เล็กสุดเหมาะกบั
การนอนคนเดียว มีขนาดอยู่ที่ 3.5 ฟุต วัดจากด้านกว้าง ไซส์ Queen เป็นขนาดไซส์แบบกลางที่มี
ความกวา้ ง 5 ฟุต และไซส์ King เป็นขนาดท่ีนอนที่ใหญ่ท่ีสุด มีความกว้าง 6 ฟุต ซ่ึงเมื่อเราทราบชื่อ
ไซส์ของทน่ี อนทีม่ จี ำหน่ายในเมอื งไทยไปทง้ั 3 แบบและทราบขนาดความกว้างของทุกแบบ
ไซสข์ องท่ีนอนทมี่ ีจำหนา่ ยในเมืองไทยไปทั้ง 3 แบบและทราบขนาดความกวา้ งของทกุ แบบแลว้ เราจะ
สามารถนำชอ่ื ไซส์และขนาดของมนั ไปเลือกซอ้ื ผ้าปูที่นอนได้งา่ ยดายขึน้ ไมว่ ่าจะเปน็ การเลือกซื้อตาม
ทอ้ งตลาดท่วั ไปหรอื ซ้ือจากห้างสรรพสินคา้ ของใชช้ อื่ ไซส์และขนาดเหมือนกนั ทั้งหมด
จากที่ผู้จัดทำโครงการได้สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับผ้ าในอาคารปฏิบัติการโรงแรมวิทย า ลัย
อาชีวศึกษาเชียงใหม่ พบว่ามีผ้าจำนวนมากและมีผ้าหลากหลายชนิด ซึ่งผ้าแต่ละชนิดมีคุณสมบัตทิ ี่
แตกต่างกันออกไป สามารถนำผ้ามาพับเป็นลายต่าง ๆ และวางไว้บนเตียงของแขกเพื่อสร้างความ
สวยงามภายในห้องพักและสร้างบรรยากาศในการเข้าพกั
ดังนั้นทางผู้จัดทำโครงการจึงได้มีแนวคิดการทำคู่มือการดูแลผ้าอาคารปฏิบัติการโรงแรม
วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ เพื่อให้นกั ศึกษาสาขาการโรงแรมไดเ้ รียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผ้าในโรงแรม
ไดร้ ถู้ งึ วธิ ีการดแู ลผ้าแต่ละชนิดและการเก็บรักษาผ้า สญั ลักษณใ์ นการดูแลผ้าได้ถูกต้อง เพ่ือนำมาใช้
ควบคู่ในการดแู ลผา้ ในโรงแรมได้
1.2 วตั ถุประสงค์ของโครงการ
1) เพ่อื จดั ทำคมู่ อื การดแู ลผ้าอาคารปฏิบัติการโรงแรม
2) เพื่อศกึ ษาความพึงพอใจของผูใ้ ช้คู่มือการดแู ลผ้าอาคารปฏิบัตกิ ารโรงแรม
1.3 ขอบเขตโครงการ (เป้าหมาย, กลมุ่ ประชากร)
เป้าหมายของโครงการ
1) เชิงปรมิ าณ
- จำนวน คูม่ ือการดูแลผ้าอาคารปฏิบตั ิการโรงแรม จำนวน 2 เลม่
- กลมุ่ ตวั อย่าง ผใู้ ช้คมู่ อื การดแู ลผา้ จำนวน 100 คน
2) เชงิ คณุ ภาพ
- หนังสอื คูม่ อื การดแู ลผา้ สามารถนำไปใชใ้ นการดูแลผ้าได้
3) ระยะเวลาและสถานท่ีในการดาํ เนนิ งาน
- ระยะเวลาดำเนนิ งาน ระหวา่ งวนั ที่ 7 ธนั วาคม ถงึ วนั ที่ 12 มนี าคม 2564
- สถานที่ดำเนินงาน วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ 167 ถนนพระปกเกล้า ตำบล
ศรีภมู ิ อำเภอเมือง จงั หวัดเชียงใหม่ 50270
1.4 ประโยชนท์ ค่ี าดว่าจะได้รับ
1) วทิ ยาลัยสามารถนำไปใชใ้ นอาคารปฏิบัตกิ ารโรงแรมได้
2) ทราบขั้นตอนในการดูแลผา้ แตล่ ะชนดิ
3) ผใู้ ช้งานสามมารถนำไปใช้ในอาคารปฏบิ ัติได้
1.5 นยิ ามศพั ท์
ผา้ คอื การนำมาตัดเยบ็ เปน็ เคร่อื งนมุ่ หม่ เครอ่ื งใชป้ ระเภทต่าง ๆ และในด้านอนื่ ๆ เช่น การ
ตกแต่งสถานที่ เปน็ ตน้ วสั ดุหลกั ที่ใชใ้ นการผลิตผา้ ได้แก่ วัสดจุ ากสตั ว์ วสั ดจุ ากพืช แรธ่ รรมชาติ และ
จากการสังเคราะห์เคมี
บทท่ี 2
เอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี กีย่ วข้อง
ในการศกึ ษา เรือ่ งคมู่ อื การดแู ลผา้ ในอาคารปฏบิ ัติการโรงแรม ผจู้ ดั ทำไดร้ วบรวมแนวคิด
ทฤษฎแี ละหลักการต่าง ๆ จากเอกสารและงานวจิ ัยทเี่ กยี่ วข้อง ดงั น้ี
2.1 ความรู้และความสำคญั ของผา้
2.2 ความรเู้ บ้ืองตน้ เกยี่ วกบั ผ้า
2.3 ความรู้เบอื้ งตน้ เกย่ี วกบั วธิ กี ารดูแลรกั ษาผา้
2.4 ความรู้เก่ียวกับผา้ ทใ่ี ช้ในธรุ กิจโรงแรม
2.5 ความรู้เกย่ี วกับขนั้ ตอนการทำความสะอาดผ้า
2.6 งานวิจยั ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
2.1 ความรแู้ ละความสำคญั ของผา้
ผ้านั้นถูกนำไปใช้ประโยชน์ในหลายด้าน แต่ที่พบมากที่สุดคือ การนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า
และภาชนะใส่ของ เช่น กระเป๋า และกระเช้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ใน
บ้านด้วย เช่น ผ้าม่าน ผ้าปูเตียง ผ้าขนหนู เป็นต้น รวมถึงในวงการวทิ ยาศาสตรแ์ ละอุตสาหกรรมได้
นำคุณสมบัติของผ้าไปใช้ในการกรองต่าง ๆ อีกด้วย โดยเฉพาะในวงการอุตสาหกรรมมีการผลิตชุด
สำหรับงานเฉพาะดา้ นอีกด้วย เช่น ชุดสำหรับช่างซ่อมรถยนตท์ ี่มีความหนาเป็นพิเศษ ชุดสำหรับนกั
ดบั เพลิงทม่ี คี วามไวไฟต่ำ และชดุ สำหรบั แพทยใ์ นหอ้ งผ่าตัดทมี่ ีการเคลือบสารพิเศษสำหรับฆ่าเช้ือโรค
โดยเฉพาะ เป็นต้น ซึ่งการดูแลผ้าแต่ละประเภทก็ดูแลแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของเนื้อผา้
การดูแลผ้าแตล่ ะประเภทให้สะอาด คงสภาพดี ใช้งานได้นานต้องรู้จักวิธีการขจัดรอยเปื้อน ซัก ตาก
รีด และเก็บรักษาที่ถูกต้อง ดังนั้นการขจัดรอยเปื้อนบนผ้า การทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือเหตุการณ์ท่ี
เกิดขึ้นในชีวติ ประจำวัน เชน่ การรบั ประทานอาหารบนผา้ ปูโตะ๊ เกิดอุบัติเหตุอาจทำให้ผ้าท่ีเราปูโต๊ะ
เปรอะเปื้อนจากคราบสกปรกต่าง ๆ ได้ซึ่งหากไมข่ จัดทนั ที จะทำให้คราบสกปรกเหล่านั้นฝังแน่นใน
เสน้ ใยผ้า จนกระท่งั ไม่สามารถซักออกได้ สำหรับปัจจุบันน้ันคุณภาพ และขนาดของผ้าจะถูกกําหนด
โดยโรงงาน แต่เทคนิคการถักทอ และลวดลายบนผ้านั้นได้รับการสืบสานจากวัฒนธรรมโบราณและ
การออกแบบสมยั ใหม่จนกลายเป็นวฒั นธรรมรว่ มกันและสมยั ผ้านนั้ ถกู นําไปใช้ประโยชน์ในหลายด้าน
แตท่ ีพ่ บมากที่สุดคอื การนําไปตัดเย็บเป็นเสอื้ ผา้ และภาชนะใส่ของ เชน่ กระเป๋า และกระเชา้ เป็นต้น
นอกจากน้ยี ังนาํ ไปผลติ เปน็ ผลติ ภัณฑท์ ใี่ ชใ้ นบา้ นด้วย เชน่ ผา้ ม่าน ผา้ ปเู ตยี ง ผา้ ขนหนู ดังน้นั
และสมัยผา้ นั้นถกู นาํ ไปใช้ประโยชน์ในหลายด้านแตท่ ่ีพบมากท่ีสุดคือการนําไปตัดเยบ็ เป็นเสื้อผ้าและ
ภาชนะใส่ของ เช่น กระเป๋า และกระเช้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังนําไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใชใ้ นบ้าน
ด้วย เช่น ผ้าม่าน ผา้ ปเู ตยี ง ผ้าขนหนู ดังน้นั การเลอื กผา้ ปทู ่นี อน รวมไปถงึ การดแู ลรกั ษาผ้าปทู ่นี อนมี
ความสำคัญต่ออายุการใช้งานของท่นี อนเราอย่างมาก เราจงึ ไมค่ วรมองขา้ มขนั้ ตอนการเลือกซ้อื ผ้าปูที่
นอน เพอ่ื จะไดถ้ นอมท่ีนอนของเราให้ใช้งานไดน้ านที่สุดโดยท่วั ไปเราสามารถสังเกตุได้ว่าผ้าปูท่ีนอน
นั้นแบ่งได้เป็นสองแบบได้แก่แบบที่ทอแบบลายขัด และแบบที่ทอแบบขึ้นเงา โดยผ้าปูที่นอนที่ทอ
แบบลายขัดมีขอ้ ดีคอื สามารถซกั และทำความสะอาดไดง้ ่าย ทัง้ ยงั เอามารดี ได้ไม่ยาก รวมท้ังการดูแล
รักษาผา้ ปทู นี่ อนทถี่ ูกตอ้ งจะช่วยให้สุขภาพอนามยั ของเราดี ไมม่ ีอาการแพ้หรอื ก่อใหเ้ กิดโรคภูมิแพ้ไร
ฝุน่ อีกดว้ ย ช่วยให้การนอนหลับสบายท้ังคืน ไมต่ ิดขดั ใด ๆ และการเลือกซ้ือผ้าปูที่นอน มาจากตลาด
หรอื ห้างสรรพสินคา้ น้ัน มีหลายคนทเ่ี ลือกผดิ ขนาด เพราะไม่ทราบวา่ ขนาดท่ีนอนของเราเป็นไซส์ไหน
กันแน่ ดังนั้นในหัวข้อทีด่ ีเราจะได้รู้จักชื่อไซส์ของที่นอนท่ีเราจะตอ้ งจำและขนาดความกว้างเป็นฟุต
ของแตล่ ะไซส์โดยที่นอนทมี่ ีจำหนา่ ยในประเทศไทยนน้ั แนน่ อนว่าเราวัดจากความกว้างเป็นฟุต โดยมี
ชื่อไซส์ปกติท้ังหมด 3 แบบได้แก่ Single, Queen และ King โดยไซส์ Single เป็นไซส์เล็กสุดเหมาะ
กับการนอนคนเดียว มีขนาดอยูท่ ่ี 3.5 ฟุต วดั จากด้านกวา้ ง ไซส์ Queen เป็นขนาดไซสแ์ บบกลางท่ีมี
ความกวา้ ง 5 ฟุต และไซส์ King เปน็ ขนาดท่ีนอนที่ใหญ่ท่ีสุด มคี วามกวา้ ง 6 ฟุต ซ่ึงเมื่อเราทราบช่ือ
ไซส์ของทีน่ อนทม่ี ีจำหนา่ ยในเมืองไทยไปทงั้ 3 แบบและทราบขนาดความกว้างของทกุ แบบแล้วเราจะ
สามารถนำชือ่ ไซส์และขนาดของมนั ไปเลอื กซ้ือผ้าปูทีน่ อนไดง้ า่ ยดายขึน้ ไม่ว่าจะเปน็ การเลือกซ้ือตาม
ท้องตลาดทวั่ ไปหรือซ้อื จากหา้ งสรรพสินค้าของใชช้ อ่ื ไซสแ์ ละขนาดเหมือนกนั ทั้งหมด
จากท่ีผู้จัดทำโครงการได้สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับผ้าในอาคารปฏิบัติการโรงแรมวิทยาลัย
อาชีวศึกษาเชียงใหม่ พบว่ามีผ้าจำนวนมากและมีผ้าหลากหลายชนดิ ซึ่งผ้าแต่ละชนิดมีคุณสมบัตทิ ่ี
แตกต่างกันออกไป สามารถนำผ้ามาพับเป็นลายต่าง ๆ และวางไว้บนเตียงของแขกเพื่อสร้างความ
สวยงามภายในห้องพักและสรา้ งบรรยากาศในการเข้าพกั
ดังนั้นทางผู้จัดทำโครงการจึงได้มีแนวคิดการทำคู่มือการดูแลผ้าอาคารปฏิบัติการโรงแรม
เพอ่ื ให้นักศกึ ษาสาขาการโรงแรมได้เรียนรู้ข้อมูลเก่ียวกับผ้าในโรงแรมไดร้ ้ถู งึ วิธีการดูแลผ้าแต่ละชนิด
และการเก็บรักษาผา้ สญั ลกั ษณใ์ นการดแู ลผ้าได้ถูกตอ้ ง เพอื่ นำมาใช้ควบคู่ในการดแู ลผา้ ในโรงแรมได้
จากการศกึ ษาผวู้ ิจยั สรุปได้วา่ ความหมายของความรู้และความสำคญั ของผ้าในการเรียนและ
ผลการเรยี นจะมีความสัมพันธ์กันในทางบวกท้งั นี้ขน้ึ อยู่กับกจิ กรรมที่ผู้เรียนได้ปฏิบัติน้ันทำให้ผู้เรียน
ได้รับการตอบสนองความต้องการทางด้านการศึกษาซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดความสมบูรณ์
ของชีวิตมากน้อยเพยี งใดน่นั คือสิง่ ที่ครูผู้สอนจะคำนงึ ถึงองค์ประกอบต่างๆในการเสริมสร้างความพึง
พอใจในการเรยี นรใู้ ห้กับผูเ้ รียน
2.2 ความรเู้ บ้อื งต้นเก่ยี วกบั ผา้
ผ้า (Fabric) หมายถงึ วสั ดุชนิดหนึ่งท่มี ีลักษณะเปน็ แผน่ ผา่ นกระบวนกรผลติ จากเส้นใย ให้
ออกแบบมาในรูปแบบของเส้นด้าย และนำไปผ่านกรรมวิธีผลิตจนได้เป็นผืนผ้า สามารถนำไปปรับ
ใช้ไดห้ ลากหลายรูปแบบ เช่น เยบ็ เปน็ เสื้อผ้าเพื่อใช้สวมใส่ในโอกาสตา่ ง ๆ นำไปเช็ดทำความสะอาด
ส่งิ สกปรก เชน่ สง่ิ สกปรกทเี่ กดิ จากการทำอาหาร ทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ภายในอาคาร หรือ
จะใช้เพื่อประดับตกแต่งสถานท่ีดูสวยงามมากยิ่งขึ้น สำหรับใช้ในงานบรกิ าร ผ้าจะถูกผลิตขึ้นเพือ่ ใช้
การบริการและอำนวยความสะดวกในดา้ นต่าง ๆ ให้แกล่ กู ค้า
เส้นใย (Fiber) หมายถึง วัสดุที่เส้น ใช้ประโยชน์โดยการนำไปทำเป็นสิ่งทอ เช่น เสื้อผ้า
เครอื่ งประดบั ตกแต่ง หรอื สิง่ อำนวยความสะดวกอ่ืน ๆ เสน้ ใย แบง่ ออกเปน็ 3 ชนดิ ได้แก่
1) เส้นใยจากธรรมชาติ (Natural cellulose fibers)
เส้นใยธรรมชาติ เป็นเสน้ ใยทไ่ี ด้จากพืชและสัตว์ เสน้ ใยทไี่ ด้จากพืชจะมีจำนวนมาก
และราคาถูกกว่าเส้นใยที่ได้จากสัตว์ นิยมใช้กันทั่วไปเพราะหาได้ง่าย เช่น ฝ้าย ลินิน ป่าน นุ่น
นอกจากนั้นยังได้จาดสัตว์ในบางชนิดชนิดเช่น ไหม มาจากหนอนไหมที่มีราคาแพง แต่เนื้อผ้าดีมาก
สว่ นในตา่ งประเทศนิยมเสน้ ใยจากขนแกะทม่ี ีราคาคอ่ นข้างสงู
เสน้ ใยจากธรรมชาติ แบง่ ออกเปน็ 4 ประเภท
- เสน้ ใยเซลลูโลสธรรมชาติ (Natural cellulose fibers)
เป็นกลุ่มเสน้ ใยทไ่ี ด้จาก พชื เชน่ ฝา้ ย ลนิ ิน ป่าน ปอโครงสรา้ งของโมเลกลุ ประกอบด้วยกลุ่ม
แอนไฮโดรกลูโคส เกาะ เกีย่ วกนั เป็นสายโซย่ าว โมเลกลุ ใหญ่ สายโมเลกลุ น้ีรวมกันจำนวนมากจะเกิด
เป็นเส้นใยและย่งิ มีความยาวมาก จะมผี ลทำใหเ้ ซลลูโลสมีความเหนียวมากขึ้น โซ่โมเลกลุ จะยาวมาก
หรอื น้อยขน้ึ อย่กู ับ จำนวนโมเลกุลกลโู คส
เสน้ ใยเซลลโู ลธรรมชาติ แบง่ ออกเป็น 4 เส้นใย
- เส้นใยฝา้ ย (Cotton)
เสน้ ใยฝ้าย มาจากตน้ ฝา้ ยท่ีสามารถปลกู ได้ดีแถบทีม่ ีอากาศอ่นุ ช้ืนและมีแดดจัด เม่ือผลฝ้าย
แกจ่ ดั จะแตก มีใยเปน็ ปุยขาว จงึ เก็บมาแยกเอาเปลือกและเมลด็ ออก แลว้ นำไปปน่ั เป็นเส้นด้าย เส้น
ฝ้าย เป็นเส้นใยที่นยิ มใช้กันมากในเส้ือผ้าเครื่องแตง่ กาย เหมาะสมสำหรับสวมใสใ่ นช่วงท่ีมอี ากาศร้อน
หรือสามารถสวมใส่ได้ทุกวันในประเทศที่ภมู ิอากาศรอ้ นชื้นทัง้ ปี เพราะในเนื้อเสน้ ใยฝ้ายนัน้ สามารถ
ซึมซับเหงือ่ และระบายออกไดง้ ่ายและรวดเรว็
คุณสมบัติของผ้าท่ีผลิตโดยเส้นใยฝ้าย คือ สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ราคาถูก
เนื้อผ้าเรียบง่ายเปน็ เงา ทนความร้อน เนื้อผ้าไม่ค่อยยืดหยุ่น ยับและหดง่าย ดูดซับน้ำได้ดี ย้อมสีตดิ
ง่าย
ภาพท่ี 2.1 เส้นใยฝ้าย
ทีม่ า:http://www.sc.mahidol.ac.th/wiki/
- เส้นใยลนิ ิน (Linen)
เสน้ ใยลนิ ิน ไดจ้ ากพชื ท่ีเรียกว่า แฟลกซ์(Flax) ซง่ึ เป็นพชื ใชท้ ำเสน้ ใยผ้า นิยมปลูกกันมากใน
ทวปี ยุโรป เช่น เบลเยย่ี ม ไอร์แลนด์ รสั เซีย ฯลฯ เปน็ เส้นใยสำหรบั การใช้เป็นผ้าทเ่ี ก่าแก่และทนทาน
ลินินที่ปลูกในทวีปยุโรปส่วนมากจะนำไปทำเป็นผืนผ้าสำเร็จรูป ผ้าลินินมีหลายชนิ ด ตั้งแต่เน้ือ
ละเอียดบางจนถงึ เน้ือหยาบหนา
คุณสมบตั ขิ องผ้าลินนิ ส่วนใหญจ่ ะคลา้ ยคลงึ กบั ผา้ ฝา้ ย หรือเมือ่ เปรยี บเทยี บผา้ ลนิ นิ กับผา้ ฝ้าย
แล้ว จะมีข้อแตกต่างกันเล็กน้อย คือ ผ้าลินินเหนียวทนทานกว่าผ้าฝ้าย แต่ยืดหดได้น้อยกวา่ เส้นใย
หักและยับ-ง่าย ดูดซึมน้ำไดด้ ีกว่า สวมใส่สบายและให้ความรู้สึกเย็นกว่า เนื้อมันกว่าผ้าฝ้าย เนื้อผ้า
ลินนิ จะแข็งเหมือนลงแปง้ ยง่ิ ซกั ยิ่งมันและดูใหมเ่ สมอ
ภาพท่ี 2.2 เส้นใยลนิ นิ
ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Flax
- เส้นใยป่าน (Hemp)
เส้นใยป่าน มหี ลากหลายสายพันธ์ เช่น ป่านรามี ใชเ้ สน้ ใยจากส่วนเปลือกทีห่ ุม้ ลำตน้ ใช้ผลิต
เป็นด้ายแล้วใชผ้ ้าทอ ป่านศรนารายณ์ ใชเ้ ส้นใยจากใบ สำหรับฟ่นั เชือก ทำแปรงฟนั สำหรบั ขัดโลหะ
ใหเ้ ปน็ เงา สานเป็นภาชนะบรรจุสงิ่ ของ ทำเป็นแส้ปดั แมลง ใบสบั ปะรดทำเปน็ เสน้ ด้าย ทอเป็นผืนผ้า
ต้นกก ซง่ึ ขนึ้ ในทีท่ ่มี ีน้ำขงั แบบนาขา้ ว ใช้สานเป็นเสื่อหรอื ตะกรา้
คณุ สมบัตขิ องผา้ ท่ผี ลิตโดยเส้นใยป่าน คือ สวมใส่สบาย มีความแขง็ แรงแต่ไม่แขง็ กระด้าง
เน้อื ผ้าไม่ยดื และหดตวั ไม่ลน่ื ทนทานตอ่ แสงแดดและการซักรีด ผา้ ข้ึนเงาและแห้งเรว็
ภาพที่ 2.3 เส้นใยปา่ น
ท่มี า:https://puechkaset.com
- เสน้ ใยนนุ่ (Kapok)
เส้นใยนุ่น มาจากส่วนทีเ่ ปน็ เมล็ดของต้นนุน่ (Seed flber) ปุยนุ่นมีลกั ษณะเชน่ เดียวกับปยุ
ฝา้ ย เปน็ ไมย้ ืนตน้ ชอบขึน้ อยู่ในแถบร้อน ต้นสงู ประมาณ 50 ฟุต หรือมากกวา่ นน้ั มผี ลที เรยี กว่า ฝัก
มีลักษณะยาวและใหญ่ ปลายเรียวเล็กลง เมื่อฝักแก่หรือสุกก็หล่นเองและแตกออก แล้วนำปุยนุ่น
แยกออกจากเมลด็ เมลด็ แยกออกจากปยุ ได้ง่าย นุ่นมนี ำ้ หนกั เบา ไมเ่ ปยี กน้ำ ง่าย นิยมใช้เป็นวัสดุยัด
หมอน
คณุ สมบัตขิ องเส้นใยนุ่น คือเสน้ ใยมคี วามเหนียวน้อยและมีขนาดท่ีสั้นมาก ไม่สามารถนำมา
ป่นั เป็นดา้ ยใช้ทอผ้าได้ดีจึงไมน่ ยิ มนำเสน้ ใยนุ่นมาทอเป็นผืนผ้า นิยมใชเ้ ปน็ วัสดุยัดหมอน และเคร่ือง
เรือนอื่น ๆ มากกวา่
ภาพที่ 2.4 เส้นใยนนุ่
ท่มี า:https://www.google.com/url?sa.
2) เสน้ ใยโปรตนี ธรรมชาติ (Natural protein fibers)
เปน็ เสน้ ใยที่ไดม้ าจากสตั วส์ ้นใยโปรตีนธรรมชาติเปน็ เส้นใยทไ่ี ดจ้ ากสตั ว์ ไดแ้ ก่ใยขนสัตวแ์ ละ
ใยไหม เสน้ ใยขนสัตวค์ ือใยทไี่ ด้จากขนสัตว์ ทีป่ กคลมุ ตวั สัตว์ ไดจ้ ากพวกขนแกะ แพะ อูฐ ลามา ขน
จากสัตว์เหล่านี้เรียกว่า hair fiber และยังมีขนสัตว์อีกประมาณหนึ่งที มีขนาดลำตัวเล็ก เช่น มิงค์
กระต่าย บีเวอร์ จะให้เสน้ ใยทอี่ ่อนนมุ่ กวา่ ขนสัตวป์ ระเภทแรก จะเรียกว่า fur fiber
เสน้ ใยโปรงตนี ธรรมชาติ แบง่ ออกเปน็ 2 เสน้ ใย
2.1) เสน้ ใยขนสตั ว์ (Wool)
-เส้นใยขนสัตว์ ผลิตจากขนสัตว์หลายชนิด แต่ที่ผลิตมากที่สุดคือ ขนแกะ เส้นใย
สัตว์จะให้ความอบอุ่นเพราะไม่นำความร้อน ดูดความชื้นได้ดีจึงสามารถถา่ ยเทความชื้นจาดร่างกาย
เมือ่ ถูกความรอ้ นหรือความชื้น ผา้ ขนสตั ว์เชอ่ื มติดกันเปน็ แผ่น ผ้าจะหดเมือ่ เปียกนำ้ จึงแนะนำให้ซัก
รีดเองควรสง่ รา้ นทีค่ วามชำนาญในการซกั ผา้ ขนสตั ว์
คุณสมบัติขงผ้าที่ผลิตโดยเส้นใยขนสัตว์ คือยืดหยุ่นได้ดี ไม่ยับง่าย เข้ารูปสวยงาม ให้ความ
อบอุ่นต่อผสู้ วมใส่ นิยมใชก้ ันมากในแถบท่ีมอี ากาศหนาวเยน็
ภาพท่ี 2.5 เส้นใยขนสตั ว์
ที่มา:https:goterrestrial.com
- เสน้ ใยไหม (Silk)
เส้นใยไหม เป็นเส้นใยท่ีได้จากตัวไหมซึง่ ขบั สารชนิดหนึง่ ออกมาจากตอ่ มใกลป้ าก เพื่อสรา้ ง
รังห่อหุ้มตัวเองให้สามารถมีชีวิตอยู่ในวัฏจักรหนึง่ ของตัวไหม การนำรังไหมมาใช้นั้นจะตอ้ งนำมาใช้
ก่อนที่ตัวหนอนไหมจะเจาะทะลุรังออกมา เพราะจะทำให้เส้นใยไหมขาดเป็นท่อนๆ ส่งผลให้เส้นใย
ไหมคณุ ค่าตำ่
คุณสมบัติของผ้าที่ผลิตโดยเส้นใยไหม คือ จะมีเนื้อมันแวววาวสวยงามมากแล้ว ยังเหนียว
มาก สวม-ใส่สบาย ปรับให้เหมาะกับอากาศร้อนเย็นได้ดี คือจะรู้สึกเยน็ เมื่ออากาศร้อน และจะรู้สกึ
อ่นุ เม่ืออากาศหนาว ผ้าไหมยอ้ มสีตดิ ง่าย พิมพ์ลวดลายไดส้ วยงาม เวลาสวมใสไ่ หมจะเสียดสีกันทำให้
เกิดเสียง เราเรยี กกันว่าเสียง ส่ายไหม ผา้ ไหมนิยมนำมาตัดเป็นเสื้อผ้า เครอื่ งใช้ทใ่ี ห้ความงามหรูหรา
และใช้เป็นครั้งคราว ไมน่ ยิ มตดั เสื้อผา้ ทตี่ ้องใสป่ ระจำวนั นกั ทั้งนีเ้ พราะผา้ ไหมราคาค่อนข้างแพง ซัก
รีดยาก
ภาพท่ี 2.6 เส้นใยไหม
ทีม่ า:http://industry.in.th/dip/knowledge.
3) เสน้ ใยธรรมชาตจิ ากแร่ (Mineral Fibers)
เส้นใยธรรมชาติจากแร่หรอื เส้นใยหินไดม้ าจากหินชนดิ หนึ่งทีม่ สี ีเขียวท่ีเรียกวา่ Serpentine
หรือ amphibole rock มีลักษณะเป็นชั้นลื่นเหมือนสบู่ หินชนิดนี้รู้จักกันมาตั้งแต่ในสมัยกรกี และ
โรมนั ตอนตน้ เสน้ ใยหนิ ทไ่ี ด้มานั้นจะถกู นำไปทำความสะอาด แยกประเภทตามความยาวแล้วจึงนำไป
ส่งต่อไปยังโรงงานสง่ิ ทอ เส้นใยหนิ ที่จะทำเป็นเส้นใยผา้ นั้นจะต้องผสมกบั ใยผ้าฝ้าย 5-20% หรือเส้น
ใยเรยอน และขนสัตว์ เพอ่ื ปั่นให้เป็นเสน้ ด้ายและทอเปน็ ผนื ผา้
คุณสมบัติของผ้าที่ผลิตโดยเส้นใยหิน คือ มีความเหนียว แข็งแรง ทนความร้อนสูงในช่วง
ระยะเวลาสั้นๆ ทนต่อสารเคมี สามารถทำเป็นผ้าไดห้ ลากหลายชนิด นิยมผลิตเป็นผ้าม่านกันไฟ ชุด
เสือ้ ผา้ กนั ไฟที่ใชส้ ำหรบั พนักงานดับเพลิง ผ้าฉนวนป้องกันไฟฟ้า เป็นต้น
ภาพที่ 2.7 เสน้ ใยธรรมชาติจากแร่
ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Asbestos
4) เส้นใยยางธรรมชาติ (Natural Rubber Fiber)
เส้นใยยางธรรมชาติ นิยมผลิตเป็นเส้นแถบยางยดื โดยภายในมีเส้นด้ายหรือเส้นใยประเภท
อ่นื ๆ เชน่ เสน้ ใยฝ้าย, เรยอน หรอื ไนลอน มาหุ้มอยโู่ ดยรอบเพื่อเพิ่มคณุ สมบตั ิที่เหมาะสมกับงานที่ผ้า
ทใี่ ช้ และปอ้ งกันไมใ่ ห้ใยยางเสื่อมคณุ ภาพเร็วเมื่อถกู ความรอ้ นและแสงแดด
คุณสมบัติของเส้นใยยาง คือ สามารถยืดหดได้ดี มีความโค้งงอดี มีความคงรูปปลานกลาง
เหนียวแข็งแรง ทนตอ่ นำ้ และอากาศไดด้ ี ตดั หรือฉกี ขาดยาก ทนตอ่ สารเคมไี ดห้ ลายชนดิ ใชป้ ระโยชน์
ได้หลายอย่าง ใช้ตัดทำชุดอาบน้ำ ผ้าพันกล้ามเนื้อ ผ้าบุรองในรองเท้า ขอบถุงเท้า ถุงมือ แถบขอบ
ยางยืด เปน็ ต้น ขอ้ เสยี คือน้ำมนั หรือเหงื่อไคลจากรา่ งกายและแสงแดด จะทำให้ยางเส่ือมคุณภาพจะ
ยืดเสียรูปทรง ใยยางนน้ั ไม่ทนความรอ้ นสูง ถ้าความร้อนสูงเกิน 93C จะเริ่มสลายตวั เมื่อเก็บไว้นาน
ความๆนั้นเหนียวจะลดลง การยืดหยุ่นจะเสียไปตามกาลเวลา และสารซักฟอกบางชนิดทำให้เส้นใย
เสอื่ มคณุ ภาพได้
ภาพที่ 2.8 เส้นใยยาง
ทม่ี า:http//www.adlsportswear.com
5) เสน้ ใยสังเคราะห์ (Synthetic Fiber)
เส้นใยสังเคราะห์ เป็นเส้นใยที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นจากสารเคมีแล้วผลิตเป็นเสื้อผ้า ผ้าใย
สังเคราะห์ดแู ลรักษางา่ ย เพราะไมย่ บั ยดื หยุน่ และคนื ตัวไดด้ ี ไมค่ ่อยดูดซับนำ้ ไม่ระบายความร้อน จงึ
เหมาะที่จะสวมใสใ่ นหอ้ งปรับอากาศ เส้นใยสงั เคราะห์ เช่น เส้นใยไนลอน เส้นใยโพลเี อสเตอร์ เส้นใย
อะครลิ คิ เส้นใยโอลีฟนิ เสน้ ใยสแปนเด็กซ์
คณุ สมบัตขิ องผ้าที่ผลติ ดว้ ยเส้นใยสงั เคราะห์ คอื มคี วามเหนยี ว ยืดหยุ่น แขง็ แรง ทนทาน น้ำหนกั เบา
ไม่ยับ ไม่หดตัวง่าย ไม่ย้วย แห้งไว รีดจับจีบถาวรได้ ทนต่อมอด แมลง เชื้อรา เนื้อผ้าไม่ทนต่อความ
ร้อนเมือ่ ถูกความร้อนนาน ๆ จะละลายเหมือนพลาสตกิ
อา้ งอิง: https//www.ruedee.com/th/fabric/polyester/.(สืบคน้ เมื่อ 16 กรกฎาคม 2562)
อ้างอิง: http//www.nitastessile.com.(สบื ค้นเมือ่ 16 กรกฎาคม 2562)
ภาพท่ี 2.9 เสน้ ใยสงั เคราะห์
ท่มี า:https//thai.alibaba.com/product.html
จากการศึกษาผู้วจิ ยั สรปุ ไดว้ ่าผ้าทเี่ ราเห็นตามทอ้ งตลาดทวั่ ไปมีหลายชนดิ และหลายประเภท
มาก แต่วันนี้เราจะมาแบ่งเนื้อผ้าตามชนิดของเส้นใย ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ เส้นใย
ธรรมชาติ (Natural Fiber) เส้นใยสังเคราะห์จากสารเคมี (Chemical Synthetic Fiber) และเส้นใย
สงั เคราะห์จากวัสดุธรรมชาติ (Natural Synthetic Fiber) สามารถนำไปปรบั ใชไ้ ดห้ ลากหลายรปู แบบ
เช่น เยบ็ เป็นเสอ้ื ผา้ เพ่อื ใช้สวมใส่ในโอกาสต่าง ๆ นำไปเช็ดทำความสะอาดส่ิงสกปรก เชน่ สิง่ สกปรกท่ี
เกิดจากการทำอาหาร ทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ภายในอาคาร หรือจะใช้เพื่อประดับตกแต่ง
สถานที่ดสู วยงามมากยิง่ ขึ้น
2.3 ความรู้เบื้องต้นเก่ยี วกบั การดแู ลรักษาผ้า
การดแู ลรกั ษาผา้ หมายถึง การทำความสะอาดผ้า โดยวิธกี ารขจดั รอยเปื้อน การซกั การตาก
การรีด การพับเก็บหรือแขวนในตู้เส้อื ผ้า เสื้อผา้ มกี ารออกแบบปละตัดเยบ็ จากผา้ หลายประเภท ซงึ่ ผ้า
แต่ละประเภทมคี ณุ สมบัตทิ แ่ี ตกต่างกนั และมวี ธิ ีการดแู ลทีต่ า่ งกนั
การดูแลรกั ษาผา้ อยา่ งถูกวธิ ีมคี วามสำคญั ดงั นี้
1) ทำให้ผา้ สะอาดไม่มสี กปรกหรือกลิ่มเหม็นจากเหงอื่ ไคล
2) ป้องกนั ไม่ให้เกิดโรคผวิ หนังอนั เนื่องมาจากเสือ้ ผ้าสกปรก เชน่ หดิ หลาก เกลื้อน ผดผนื่
3) ชว่ ยถนอมเนือ้ ผ้าให้ทนทานไมเ่ สือ่ มสภาพ และมอี ายุการใชง้ านยาวนาน
4) ส่งเสริมบุคลิกภาพของผ้สู วมใส่ให้ดดู ีสง่างามเป็นทช่ี ่นื ชอบของผูพ้ บเห็น
5) ผ้สู วมใส่เกดิ ความมั่นใจ และภาคภูมิใจ
6) ปลกู ฝนั ลักษณะนิสัยให้เป็นคนรกั ความสะอาดมรี ะเบยี นวินัย
วิธกี ารดแู ลรักษาผ้าฝ้าย
- การซัก ใช้สบู่หรือผงซักฟอกในการซักด้วยมือหรือเครื่องซักผ้าก็ได้ แต่การซักด้วยมือจะ
ถนอมเนื้อผ้ามากกว่า
- การตาก สะบัดผ้าให้คลี่ออก ใส่ไม้แขวนเสื้อตากในที่มีแดดจัดได้ แต่ไม่ควรนานเกินไป
เพราะจะทำให้เสน้ ใยเส่อื มคุณภาพและผ้าสซี ดี เรว็
- การรีด ควรรีดด้วยอุณหภูมิความรอ้ นสูง และรีดในขณะท่ผี า้ ชืน้ อยู่ หรอื อาจจะพรมนำ้ ก่อน
รดี รีดให้ผา้ แหง้ สนทิ ถ้าไม่แห้งสนิทเมอื่ เก็บไว้ผา้ จะทำให้ราขึน้ ได้
- การเก็บ ผ้าฝ้ายจะขึ้นราได้ง่ายเมื่ออยู่ในที่อับชื้น ฉะนั้นควรแขวนผ้าไว้ในที่ที่มีอากาศ
ถา่ ยเทสะดวก
ภาพท่ี 2.10 ผ้าฝา้ ย
ที่มา: https://sites.google.com
วิธกี ารดแู ลรักษาผา้ ลนิ นิ
- การซัก ใช้ผงซักผลซักฟอก ควรซักผ้าด้วยมือ เพราะไมท่ ำให้ผ้ายบั ผ้าลนิ นิ สีขาวควรซักใน
นำ้ อ่นุ ผา้ ลนิ นิ สอี ืน่ ควรซกั ในน้ำเยน็
- การตาก นำผ้าใสไ่ ม้แขวนเส้ือ ตากแดดหรอื ผงึ ลมเฉยๆกไ็ ด้ พอผ้าหมาดๆจึงนำไปรดี
- การรีด นำผ้าที่ผึงลมหมาดๆมารีดโดยใช้ความร้อนอุณภูมิปานกลาง กลับด้านในออกรีด
เพือ่ ให้ด้านนอกมความมันวาว
- การเกบ็ ผ้าลนิ ินยับงา่ ยควรใช้วธิ กี ารม้วนเก็บมากกว่าการพับ
ภาพท่ี 2.11 ผ้าลินิน
ทีม่ า: https://sites.google.com
วิธกี ารดแู ลผา้ ป่าน
- การซกั สามารถซักดว้ ยผงซกั ฟอกได้ตามปกติ ซักด้วยเคร่ืองซกั ผา้ ไดแ้ ตอ่ าจจะยับเล็กน้อย
- การตาก ตากที่แดดจัดได้
- การรีด ควรใช้ความรอ้ นอณุ ภูมิสูงในการรดี และตอ้ งรดี ในขณะท่ีผา้ ยงั ชืน้ อยู่ เพราะจะทำให้
ผ้าอยู่ทรงสวย
- การเก็บ ควรใสไ่ ม้แขวน แขวนไว้ในตูเ้ สือ้ ผา้
ภาพที่ 2.12 ผ้าใยปา่ น
ทม่ี า: https://www.puntrends.com/
วธิ กี ารดแู ลรักษาผ้าขนสัตว์
- การซัก ใช้แปรงนุ่ม ๆ แปรงฝุ่นออกทุกครั้งหลังการใช้ ถ้าถูกนํ้าให้สะบัดออก อย่าแปรง
ขณะผา้ เปยี ก
- การตาก แขวนเสอื้ ผา้ ขนสัตวใ์ นท่ีอากาศโปรง่ อย่าใชเ้ สอ้ื ผ้าชุดเดียวติดตอ่ กันนานหลายวัน
เพราะเมือ่ ขนสัตว์มกี ารเสยี ดสหี รือถไู ปมานาน ๆ จะแขง็ เปน็ มนั บางชนิดขนจะหลุด
- การรดี ไม่จำเป็นต้องรดี หากตอ้ งรีดควรส่งร้านซีกรดี
- การเกบ็ นำผา้ ขนสตั วใ์ ส่ไมแ้ ขวนเส้ือ แล้วใส่ซองพลาสติกสำหรบั ใสผ่ า้ อีกชัน้
ภาพที่ 2.13 ผ้าขนสตั ว์
ทมี่ า: https://sites.google.com
วิธีการดูแลรักษาผ้าไหม
- การซัก นิยมส่งร้านซักรดี เพราะมีขั้นตอนการซักทีย่ ุง่ ยาก และต้องพิถีพิถันในการซักเป็น
พเิ ศษ แตถ่ า้ ต้องการจะซักเองควรซักด้วยมอื ห้ามใชเ้ ครอื่ งซักผ้า เพราะแรงเสียดสีของเคร่ือง
ซักผา้ จะทำใหเ้ ส้นใยชำรดุ
- การตาก ยกผ้าไหมข้ึนจากน้ำยาปรับผ้านุ่ม บีบน้ำออกเบาๆ ห้ามบิดผ้า เพราะจะทำใหผ้ ้า
เปน็ รอยยบั และเสยี รปู ทรง ใสไ่ ม้แขวนเส้ือตากในรม่ ทม่ี ีลมพดั ผา่ น
- การรดี ควรใชค้ วามรอ้ นอุณภมู ปิ านกลาง กลับด้านในออกด้านนอกกอ่ นรีด หากผ้าไหมยับ
มาก ควรพรมนำ้ ให้ท่ัวกอ่ นนำมารีดจะทำให้รีดงา่ ยข้นึ สว่ นดา้ นนอกให้ใชผ้ ้าขาวบางวางก่อน
รดี เพือ่ ป้องกันไม่ใหเ้ นอื้ ผา้ เสยี หาย
- การเกบ็ ควรแขวนด้วยไมแ้ ขวนเส้ือและรอให้ผ้าไหมกลบั สู่อณุ ภมู ิปกติก่อน จึงนำไปเก็บไว้
ในตู้เสอ้ื ผ้า ปดิ มดิ ชดิ ปอ้ งกันฝนุ่ ละอองและแสงแดด
ภาพท่ี 2.14 ผ้าไหม
ทมี่ า: https://sites.google.com
วธิ กี ารดแู ลรักษาผ้าใยสังเคราะห์
- การซัก สามารถซกั ไดด้ ว้ ยมอื และเคร่ืองซกั ผา้ แต่ซักมือจะถนอมเนื้อผ้ามากกวา่
- การตาก สามารถนำตากแดดได้แต่ตอ้ งกลับเอาด้านในออก เพื่อป้องกันไมใ่ ห้สซี ดี จางและ
ไม่ควรตากนานพอหมาดก็ควรเกบ็ เข้าท่ีรม่
- การรีด ผ้าใยสงั เคราะหเ์ น้ือผ้าไม่ยับมาก จึงไม่จำเป็นตอ้ งแตถ่ ้าตอ้ งการรดี ควรใชค้ วามร้อน
อุณภมู ติ ่ำ
- การเก็บ ควรใส่ไมแ้ ขวนแขวนไว้ในต้เู ส้ือผา้ หรอื พบั เกบ็ เพ่อื เปน็ การประหยัดพน้ื ท่ี
ภาพที่ 2.15 ผ้าใยสังเคราะห์
ทีม่ า: https://sites.google.com
วิธีการดูแลรักษาผ้าใยก่งึ สังเคราะห์
- การซกั เสอื้ ผ้าใยกึง่ สังเคราะหเ์ ม่ือถูกนํ้าจะลดความเหนยี วและความทนทาน ไมท่ นกรด ถ้า
เปื้อนยางผลไม้หรือนํ้าผลไม้ต้องซักทันที ควรซักแห้งหรืออาจซักนํ้าได้แต่ผ้าจะยับมาก
เสียเวลาซักนาน อยา่ แช่นํ้าหรือทง้ิ ไว้ในนํ้านาน และควรใช้สารซักฟอกชนิดอ่อน ขณะซักไม่
ควรขย้หี รือบดิ แรง
- การตาก ควรแขวนตากในท่ีรม่
- การรีด ควรรดี ดว้ ยอณุ หภมู ติ ำ่ เพราะไม่ทนความร้อน ถา้ ความร้อนสงู จะละลาย
- การเกบ็ ควรแขวนดว้ ยไม้แขวน แล้วเกบ็ ในตูเ้ ส้อื ผ้า
ภาพท่ี 2.16 ผ้าใยกงึ่ สงั เคราะห์
ท่ีมา: https://sites.google.com
จากการศกึ ษาผู้วิจยั สรปุ ไดว้ า่ การดูแลผา้ การทำความสะอาดและเกบ็ รักษาเส้ือผา้ โดยวธิ ีขจัด
รอยเปื้อน ซกั ตาก รีด เกบ็ พับหรือแขวนในถุงเกบ็ เสื้อหรือในตเู้ สื้อผา้ สำเร็จรปู ทว่ี างจำหน่ายท่ัวไปใน
ปัจจุบัน มีการออกแบบและตัดเยบ็ จากผา้ หลายประเภท บางครั้งตกแต่งด้วยเลื่อมลูกปัดให้ดูหรูหรา
ซึ่งการทีผ่ ้าแต่ละประเภทมคี ณุ สมบตั ิแตกตา่ งกัน และมีการตกแต่งหรหู ราสง่ ผลใหต้ ้องดแู ลอย่างถูกวิธี
และใช้ความประณีตรว่ มด้วย
2.4 ความรเู้ กย่ี วกบั ผ้าท่ใี ชใ้ นธุรกจิ โรงแรม
การจัดการสำรองผ้า เป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะถ้าเก็บสำรองผา้ มากเกินไปก็จะเกิดต้นทนุ
สูงแต่ถ้าเก็บสำรองผ้าน้อยเกินไปอาจจะไม่เพียงพอสำหรับการใช้งาน ส่งผลให้แขกเกอดความมา
พอใจได้ ผ้าท่ใี ชใ้ นธุรกิจโรงแรม แบง่ ออกเป็น 3 ประเภท
1) ผา้ ที่ใช้ในห้องพัก
นยิ มใช้ผ้าฝา้ ยผสมหรือผา้ ใยสังเคราะห์เพราะซักซักรดี ง่ายและไมย่ ้วย ทไี่ มน่ ยิ มใช้ผ้า
ฝา้ ยแท้ เพราะคณุ ภาพดราคาสงู เกนิ ไป ผ้าท่ีใช้ในหอ้ งพัก ได้แก่
1) ผา้ ปูท่ีนอน (Bed Sheets)
2) ปลอกหมอน (Pillow Case)
3) ปลอกผ้านวมหรือดูเว่ (Duver Cover)
4) ผ้านวมหรอื ไสด้ ูเว่ (Duver)
5) ผ้าห่ม (Blanket)
6) ผา้ คลมุ เตยี ง (Bedspread)
7) ผ้าคาดเตียง (Bed Runner)
8) ผา้ รองกันเปอื้ น (Bed Pad)
9) ผา้ เช็ดหนา้ (Face Towel)
10) ผา้ เชด็ มือ (Hand Towel)
11) ผ้าเชด็ ตวั (Bath Towel)
12) ผา้ เชด็ เทา้ (Bath Mat)
13) ผา้ เชด็ ทำความสะอาด (Multipurpose Towel)
14) ผา้ ม่าน (Curtains)
15) แผ่นกนั ลนื่ ในห้องนำ้ (Anti-slip pad)
16) ชุดคลมุ อาบนำ้ (Bath Robes)
17) รองเทา้ แตะใส่ในหอ้ ง (Slippers)
การจัดวางผ้าในห้องน้ำ ผ้าเชด็ ตวั นยิ มพบั ให้เรียบรอ้ ยวางไว้ในตะกร้าหรือวางไว้บนตะแกรง
เหนือราวผ้าเพอ่ื ปอ้ งกนั ผ้าทยี่ ังไม่ได้ใช้เปียกชนื้ ผา้ เช็ดมอื อาจแขวนไวต้ ่างหากใกล้บริเวณอ่างล้างหน้า
ผา้ เช็ดหน้าวางบนช้ันวางของในหอ้ งนำ้ ส่วนผา้ เชด็ เทา้ วางไวบ้ นพน้ื ห้องนำ้ หรอื บนฝาชักโครก
2) ผา้ ทีใ่ ช้ในแผนกอาหารและเครอ่ื งดื่ม
ผ้าที่ใช้ในแผนกบริการอาหารและเครื่องดื่ม นิยมใช้ผ้าฝ้ายแท้ ผ้าฝ้ายผสมอาจมีผา้
ไหมหรอื ผ้าใยสงั เคราะหด์ ้วย ผา้ ทีใ่ ช้ในแผนกอาหารและเคร่อื งดื่มไม่ตอ้ งรดี หรอื รีดเพยี งเล็กนอ้ ย ส่วน
ใหญ่จะวิธีการม้วนเกบ็ มากกว่าพับ ผา้ ที่ใชใ้ นงานจัดเลย้ี งมกั จะเป็นผ้าสีเรียบ ไมม่ ลี วดลาย แต่ถ้าเป็น
ผ้าทใ่ี ชใ้ นหอ้ งอาหารมกั เป็นผ้าทมี่ ลี วดลายเลก็ นอ้ ยเพอ่ื ความสวยงาม
ผา้ ท่ใี ช้ในแผนกอาหารและเคร่อื งดื่ม ไดแ้ ก่
1) ผ้าปโู ต๊ะ (Table Cloth)
2) ผา้ คลมุ โต๊ะ (Table Top)
3) ผ้าเช็ดปาก (Napkin)
4) ผา้ เชด็ ทำความสะอาด (Multipurpose Towel)
5) ผา้ คลมุ เกา้ อี้ (Cover Chair)
6) ผา้ กนั เป้ือนพนักงาน (Apron)
7) ผ้าพันเยอื ก (Pitcher Fabric)
8) ผ้าบริการ (Service Cloth)
9) ผา้ รองถาด (Plate Mat)
10) ผ้าสเกิร์ต (Skirt)
11) ผ้าอื่นๆ (Other)
3) ชุดยูนฟิ อรม์ พนักงาน
โรงแรมมนี โยบายใหพ้ นกั งานสามารถสง่ ชุดยนู ิฟอร์มให้แผนกซกั รดี ซกั ได้ โดยโรงแรมจะแจก
ชุดยูนิฟอร์มให้พนักงาน คนละ 2 ชุด หลังเลิกงานพนักงานจะต้องนำชุดทีใ่ ส่ไว้ในถังสำหรับสง่ ซักใน
ห้องผ้า แล้วตอนเชา้ จึงไปเอาชดุ ใหม่มาใส่แทน
หัวหน้าห้องผ้า มีหน้าที่ดูแลชุดยูนิฟอร์มของพนักงานให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย รวมไปถึงการ
ซ่อมแซมผ้าที่เกิดการชำรุด ถ้าพนักงานพบว่าชุดของตนเองชำรุดต้องการการซ่อมแซม ให้กรอกใบ
บนั ทึกแจ้งใหพ้ นกั งานหอ้ งผา้ ทราบ
จากการศึกษาผวู้ ิจยั สรุปได้ว่าการจัดการสำรองผ้า เปน็ เรอื่ งทสี่ ำคญั มากเพราะถ้าเก็บสำรอง
ผ้ามากเกินไปก็จะเกิดต้นทุนสูงแต่ถ้าเก็บสำรองผ้าน้อยเกินไปอาจจะไม่เพียงพอสำหรับการใช้งาน
สง่ ผลให้แขกเกิดความไม่พอใจได้ผ้าที่ใชใ้ นหอ้ งพกั นยิ มใช้ผ้าฝ้ายผสมหรือผ้าใยสังเคราะหเ์ พราะซักซัก
รดี งา่ ยและไม่ยว้ ย และผ้าทใ่ี ชใ้ นแผนกอาหารและเครื่องดม่ื นิยมใช้ผ้าฝา้ ยแท้ ผ้าฝา้ ยผสมอาจมีผ้าไหม
หรอื ผ้าใยสงั เคราะหด์ ว้ ยและชดุ ยูนิฟอรม์ ของพนกั งานใหอ้ ยใู่ นสภาพท่เี รยี บรอ้ ย
2.5 ความรเู้ กี่ยวกับขั้นตอนการทำความสะอาดผ้า
การทำความสะอาดผา้ คอื การกำจดั สิ่งสกปรกออกจากเสน้ ใยผ้า ซง่ึ มีทั้งเสน้ ใยจากธรรมชาติ
เส้นใยสงั เคราะห์ และเส้นใยกงึ่ สงั เคราะห์ ดังน้นั การซักฟอกจึงจำเป็นต้องมีวิธีการท่ีเหมาะสมกบั ชนิด
ของเสน้ ใย เพ่อื ปอ้ งกนั ความเสยี หายที่จะเกิดขึ้นกบั ผ้าได้
ขอ้ คำนึงทสี่ ำคญั ในการทำความสะอาดผ้า
1) ขาวและสะอาด ความขาวและความสะอาดน้ันถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนัน่ คือ
วัตถุประสงค์หลักในการทำความสะอาดผ้าทั้งหมด ความขาว หมายถึง ผ้าขาวซึ่งเป็นผ้าที่ใช้ใน
โรงแรมประมาณ 70-90 เปอร์เซ็นต์ของผ้าทั้งหมด ถ้าผ้าไม่ขาวไม่สะอาดมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ของบุคคลทั่วไป ถือเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ของผู้รับผิดชอบที่ปฏิเสธไม่ได้ ความสะอาด
หมายถึง ผ้าที่ปราศจากความสกปรกและกลิ่นเหม็น ซึ่งสิ่งเหล่านั้นจะบ่งบอกถึงมาตรฐานความ
สะอาดของโรงแรมนั้นด้วย
2) ทันเวลา คือ กำหนดการที่ตอ้ งนำผ้าไปซักรดี ให้ทันตามความต้องการของแต่ละ
สถานที่ที่ต้องการใช้ เช่น ภายใน 3ชั่งโมง หรือ 24ชั่วโมงช่วงเวลายิ่งสั้นคา่ ใช้จ่ายในการซักรีดจะยิ่ง
สูงขึ้น ดังนัน้ โรงแรมจำเปน็ ต้องพจิ ารณาว่าสิ่งใดสำคัญกว่ากนั ระหว่างเวลากบั คา่ ใช้จ่าย
3) งบประมาณ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการควบคุมงานซักรีดให้อยู่ในเป้าหมายท่ี
ต้องการในงบประมาณท่ีนอ้ ยที่สุด ผู้บริหารมักจะคำนึงถงึ ค่าใช้จา่ ยที่สามารถมองเห็นและจับตอ้ งได้
ในบางกรณีค่าใช้จ่ายท่ไี ม่สามารถมองเห็นมักจะสงู กวา่ ค่าใช้จา่ ยทีม่ องเหน็ ได้ เช่น ค่าเส่ือมราคาของ
เครอื่ งจกั ร
ขนั้ ตอนการทำความสะอาดผา้
1) เกบ็ ผา้ ทผี่ า่ นการใช้งานแลว้ (Keep the fabric dlirty)
เมื่อพนักงานทำความสะอาดห้องพักทำความสะอาดห้องพักแขก จะตอ้ งเกบ็ ผา้ ต่างๆ
ภายในห้องพักแขก ทั้งจากเตียงนอนและในห้องน้ำ นำไปไว้ในรถเข็นหรือใส่ลงไปในปล่องส่งผ้า ข้อ
ควรระวัง คือ ไม่ควรนำผา้ เหล่านี้วางกองไวบ้ นพื้นหรอื บริเวรทางเดนิ เพราะจะทำให้ผ้าสกปรกมาก
ขน้ึ หรือถา้ มคี นเดนิ มาอาจจะเหยียบย่ำลงบนผ้าทำใหผ้ ้าเกิดความเสยี หายได้ ในบางโรงแรมมนี โยบาย
ให้พนกั งานทำความสะอาดห้องพกั ช่วยกันคัดแยกผ้า เชน่ มัดผา้ ไวด้ ้านหนึง่ ของผา้ เพือ่ เป็นสัญลักษณ์
ว่าผ้าผืนนี้สกปรกมากหรืออาจจะมีการใสถุงพลาสติกสีต่างๆ เพื่อใช้ในการคัดแยกผ้าบริเวณ
หอ้ งอาหาร หอ้ งจัดเลย้ี ง ผู้ที่รบั ผิดชอบในการเก็บจานจะต้องเกบ็ ผ้าท่ีใช้แล้ด้วยเม่อื มกี ารเก็บโต๊ะควร
ระวงั ในเรอ่ื งของเครอ่ื งมือตา่ งๆ ท่ใี ชใ้ นการับประทานอาหาร เช่น ชอ้ น ส้อม มดี อาจจะปนมากับผ้า
ได้ ดงั นั้น พนกั งานเกบ็ โตะ๊ ควรมกี ารเขย่าผา้ ทกุ ครั้งก่อนท่ีจะนำผ้าไปในถงั ใส่ผ้าเพ่ือเป็นการขจัดเศษ
อาหารด้วย สำหรับผ้าที่คราบอาหารติดอยู่ เช่น คราบเนย คราบซอสต่างๆ ควรมีการแยกออก
ต่างหากเพ่อื ให้งา่ ยต่อการกำจดั คราบเหลา่ น้ีในขัน้ ตอนตอ่ ไป
2) ขนย้ายผ้าที่ผ่านการใช้งานแล้วมายังแผนกซักรีด (Moving the used fabric to the
laundry department)
พนักงานอาจขนยา้ ยผ้าท่ีผ่านการใช้งานแล้วมายังแผนกซักรีด ด้วยมือหรอื รถเข็นก็
ได้ ในกรณีที่ขนย้ายไปด้วยมือควรระวังในเร่ืองของการลากผ้าไปบนพื้น เพราะอาจทำให้ผ้าสกปรก
มากขึ้นและอาจเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายกับผู้อื่นได้ แต่ถ้าขนย้ายไปด้วยรถเข็นควรใช้รถเข็นที่
ออกแบบมาเป็นพิเศษมีพ้ืนที่ผิวเรียบ ไม่มีสิ่งเกาะเกี่ยวที่เป็นอันตรายต่อผ้าและมีขนาดเหมาะสม
สามารถขนยา้ ยผา้ ไดอ้ ย่างสะดวกโดยทพ่ี นกั งานไมต่ อ้ งกม้ หรือย่อตวั
3) คดั แยกผา้ (Fabric sorting)
แผนกซักรดี ควรมีพน้ื ที่มีในการคัดแยกผ้าท่ีใหญ่เพียงพอ หลกั ในการคัดแยกผ้าควร
พิจารณาจากความสกปรกของผ้า ซึ่งจะช่วยรักษาสภาพของผ้าให้มีอายุการใช้งานได้นานขึ้น และ
ปอ้ งกนั การถกู ทำลายของผา้ เร็วเกินไป ขอ้ ควรระวังคือ ไมค่ วรเอาผ้าเช็ดเท้าและผ้าเช็ดห้องน้ำมาซัก
รวมกับผ้าอื่นๆที่แขกใช้การคัดแยกผ้าจากกระดับความสกปรกของผ้า จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ
นอ้ ย ปานกลาง และมาก ถ้าผ้าสกปรกมากจำเปน็ ตอ้ งมีสตู รของนำ้ ยาซกั ท่แี รงและต้องใชเ้ วลาในการ
ซักนานขึน้ หากผ้าท่ีมีความสกปรกน้อยถูกซกั ในสูตรน้ำยาซักทแ่ี รงเกนิ ความจำเปน็ และใชเ้ วลาในการ
ซักนานเกินไปจะทำให้ผ้านั้นเสียหายเร็วกวา่ ปกติ และควรขจัดรอยเปื้อนเฉพาะจุดด้วยสารเคมีกอ่ น
นำไปซกั ดว้ ย
สารเคมีท่ใี ช้ในแผนกซกั รีด
1) น้ำยาฟอกผ้าขาว คุณสมบัติ น้ำยาฟอกผ้าขาว สามารถขจัดคราบต่างๆ ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ใชไ้ ดท้ ั้งผ้าสแี ละผ้าขาว
ภาพที่ 2.17 น้ำยาฟอกผา้ ขาว
ท่มี า: http://rachayok.com/galleries/
2) น้ำยาขจัดคราบสกปรก คุณสมบัติ สามารถขจัดคราบไคลบนคอเสื้อ คราบอาหาร คราบ
เลอื ด ช่วยให้ผ้าขาวสะอาดหมดจด ใช้ไดก้ ับผา้ สแี ละผา้ ขาว
ภาพที่ 2.18 นำ้ ยาขจัดคราบสกปรก
ท่ีมา: http://rachayok.com/galleries/
3) นำ้ ยาปรับผ้านุ่มสตู รเข้มขน้ คุณสมบัติ ชว่ ยให้ผ้าทีซ่ กั คงสภาพอ่อนน่มุ เหมือนใหม่ มีกลิ่น
หอมตดิ ทนนาน ใชไ้ ดก้ ับผ้าทุกชนิดทง้ั ผา้ สแี ละผ้าขาว
ภาพที่ 2.19 นำ้ ยาปรบั ผา้ นมุ่ สตู รเข้มข้น
ทีม่ า: http://rachayok.com/galleries/
4) น้ำยาปรับผ้านมุ่ สูตรพเิ ศษ คณุ สมบตั ิ เพ่มิ ปริมาณน้ำหอมมากกวา่ ปกติ ชว่ ยให้กลน่ิ ติดทน
นาน ชว่ ยให้ผ้ามีสภาพเหมือนใหม่ ลดไฟฟ้าสถติ ย์บนผ้า และยังคงนมุ่ นวลบนเนื้อผ้า ใชไ้ ด้กับผา้ สี
และผ้าขาว
ภาพท่ี 2.20 น้ำยาปรบั ผ้านุ่มสตู รพิเศษ
ทม่ี า: http://rachayok.com/galleries/
5) นำ้ ยาปรบั ผ้านมุ่ สูตรประหยัด คุณสมบตั ิ มีกลิ่นหอมติดทนนาน ไม่ทำอันตรายต่อใยผา้
ใช้ไดก้ ับผ้าทกุ ชนดิ ท้งั ผ้าสแี ละผ้าขาว
ภาพท่ี 2.21 น้ำยาปรับผา้ นมุ่ สตู รประหยัด
ที่มา: http://rachayok.com/galleries/
6) น้ำยาซกั ผ้าสูตรเขม้ ข้น คุณสมบัติ ประกอบดว้ ยสารซักที่ทรงประสทิ ธิภาพ สามารถซักได้
อย่างสะอาดหมดจด สามารถขจัดคราบได้ทกุ ชนิด ใชไ้ ด้ทง้ั ผ้าสแี ละผา้ ขาว
ภาพท่ี 2.21 น้ำยาซักผา้ สูตรเขม้ ข้น
ทม่ี า: http://rachayok.com/galleries/
7) น้ำยาฟอกขาวประเภทคลอรนี บรีซ คณุ สมบัติ สามารถขจดั คราบตดิ แนน่ ไดอ้ ยา่ งมี
ประสิทธภิ าพ ใชก้ ับผ้าขาวโดยเฉพาะ
ภาพท่ี 2.22 น้ำยาฟอกขาวประเภทคลอรีนบรีช
ที่มา: http://rachayok.com/galleries/
8) นำ้ ยาซักผา้ แหง้ คุณสมบตั ิ สามารถขจดั คราบไขมนั และคราบสกปรกท่ีตดิ อยูบ่ นเน้อื ผ้าได้
อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ใชไ้ ด้กบั ทงั้ ผ้าขาวและผา้ สี
ภาพที่ 2.23 นำ้ ยาซกั ผา้ แห้ง
ท่ีมา: http://rachayok.com/galleries/
9) นำ้ ยาขจดั คราบนำ้ มันและไขมนั คณุ สมบตั ิ สามารถขจัดคราบน้ำมันออกไดอ้ ยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพ
ภาพท่ี 2.24 น้ำยาขจดั คราบน้ำมันและไขมัน
ท่ีมา: http://rachayok.com/galleries/
10) นำ้ ยา Spot คราบเลอื ดสูตรพเิ ศษ คณุ สมบตั ิ สามารถขจดั คราบเลอื ดไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
และง่ายดาย ไม่ทำลายเน้ือผ้าถา้ ปฏิบัตติ ามคำแนะนำท่รี ะบไุ ว้
ภาพท่ี 2.25 นำ้ ยา Spot คราบเลือดสูตรพิเศษ
ท่มี า: http://rachayok.com/galleries/
11) นำ้ ยา Spot คราบสนมิ บนเนื้อผ้า คุณสมบัติ สามารถขจัดคราบสนมิ นำ้ ที่ติดอยู่บน
เน้ือผ้าได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ ใชไ้ ด้เฉพาะผา้ ขาว
ภาพที่ 2.26 น้ำยา Spot คราบสนมิ บนเนือ้ ผา้
ท่มี า: http://rachayok.com/galleries/
12) น้ำยาอดั กลับและรีดผ้าเรียบสตู รเข้มขน้ คุณสมบัติ ช่วยใหก้ ารรดี ผ้า และการอัดกลบี ผา้
เปน็ งานทส่ี ะดวกสบาย ใช้ได้ทง้ั ผา้ สแี ละผ้าขาว
ภาพที่ 2.27 นำ้ ยาอดั กลับและรีดผา้ เรียบสูตรเข้มขน้
ทมี่ า: http://rachayok.com/galleries/
13) นำ้ ยาขจัดกลนิ่ อบั บนผา้ คณุ สมบัติ ชว่ ยให้ผา้ ไร้กล่ินอบั ช้ืน เพ่มิ ความหอม สดชื่นดว้ ย
กลน่ิ ดอกไม้ ใชไ้ ดก้ บั ผ้าทกุ ชนดิ
ภาพท่ี 2.28 น้ำยาขจัดกลิน่ อับบนผ้า
ทีม่ า: http://rachayok.com/galleries/
14) นำ้ ยาฆ่าเชอื้ โรค คุณสมบัติ สามารถฆ่าเชอื้ โรคไดใ้ นอณุ หภมู กิ ารซกั ปกติ เหมาะสำหรบั
กระบวนการซักเสอื้ ผ้าที่ต้องการความสะอาดสูงสุด
ภาพที่ 2.29 น้ำยาฆ่าเช้อื โรค
ท่มี า: http://rachayok.com/galleries/
15) น้ำยาฆ่าเชือ้ โรคอเนกประสงค์ คุณสมบตั ิ สามารถใช้ผสมในการซกั ผา้ เพ่อื ฆ่าเชื้อโรคใน
ระหว่างการซกั ใชไ้ ดก้ ับทงั้ ผ้าสีและผ้าขาวทกุ ชนิด
ภาพท่ี 2.30 น้ำยาฆา่ เชือ้ โรคอเนกประสงค์
ทม่ี า: http://rachayok.com/galleries/
16) นำ้ ยาเสรมิ ด่าง คณุ สมบัติ มีประสทิ ธิภาพสูงประกอบดว้ ยด่างและสารปรบั สภาพนำ้
สง่ ผลให้ประสิทธิภาพการซักดีขน้ึ *ใชไ้ ด้ทัง้ ผ้าขาวและผา้ สี
ภาพท่ี 2.31 น้ำยาเสรมิ ด่าง
ท่ีมา: http://rachayok.com/galleries/
17) น้ำยาซักผ้าชนดิ เขม้ ข้นพิเศษ คณุ สมบตั ิ มีสว่ นผสมของสารชว่ ยซกั ท่ีมคี ุณภาพเป็นเลศิ
ในการทำความสะอาดคราบสกปรกทกุ ชนิด ควรใชร้ ่วมกับ Bu-mate เพื่อประสทิ ธิภาพสูงสุด
ภาพท่ี 2.32 น้ำยาซักผ้าชนิดเข้มข้นพเิ ศษ
ที่มา: http://rachayok.com/galleries/
3.2 หลักการอ่านสัญลกั ษณ์บนผา้
สัญลักษณ์ที่อยู่บนผ้านั้นเรียกกันว่า Laundry symbols หรือ Care Label สัญลักษณ์นี้ม
ความสำคัญมาก นอกจากจะบอกถึงขนาดของผ้าแล้ว ยังบอกถึงชนิดของผ้า การดูแลรักษาและการ
ทำความสะอาด เพื่อถนอมผ้าผืนน้ันใหส้ ามารถใช้งานได้ยาวนาน ผ้าบางผืนอาจจะมีรายละเอียดใน
การดแู ลรักษาพรอ้ มกบั สัญลักษณ์ แตบ่ างผนื อาจจะแคส่ ัญลักษณเ์ ทา่ น้ัน
สญั ลกั ษณ์บนผา้
การซกั ผา้ ด้วยเคร่ือง
ซักผ้าด้วยอุณภมู ิ 30 องศาหรือตำ่ กวา่
ซักผา้ ด้วยอณุ ภมู ิ 40 องศาหรอื ต่ำกว่า
หา้ มซกั เครอื่ ง ใหซ้ ักด้วยมอื เท่านัน้
หา้ มซกั เดด็ ขาด
สามารถใชส้ ารฟอกขาวไดท้ กุ ชนดิ
ใช้สารฟอกขาวท่มี คี ลอรีนเปน็ องค์ประกอบได้
หา้ มใช้สารท่ีมีคลอรนี เป็นองค์ประกอบ
หา้ มฟอกขาว
การรดี ผา้
รีดดว้ ยอุณภมู ิต่ำ
รีดดว้ ยอณุ ภมู ปิ านกลาง
ห้ามรดี
สามารถซักแห้งได้
ห้ามซกั แห้ง
สามารถอบแหง้ ได้
อบแห้งไดใ้ นอุณภมู ิต่ำ
อบแหง้ ได้ในอณุ ภูมิปานกลาง
หา้ มอบแหง้
การตาก
ตากในแนวราบ
ตากดว้ ยการแขวน
ตากด้วยการแขวนใหน้ ำ้ หยดจนแหง้
ตากในท่รี ่ม
4) ซกั ผา้ (Washing)
หลังจากการคัดแยกผ้าเสร็จแล้ว พนักงานจะต้องขนย้ายขนที่คัดย้ายแล้วไปยังเครื่องซักผา้
ก่อนจะใส่ผ้าลงในเครื่องซักผ้า ควรมีการชั่งน้ำหนักของผ้าก่อน เพื่อไม่ให้น้ำหนักของผ้าเกิน
ความสามารถที่เครอ่ื งซกั ผ้าจะรบั ได้
การซักผา้ จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การซักน้ำและการซักแหง้ น้ำทำให้เส้นใยของผ้าพอง
เมื่อผ้าแห้งเนื้อผ้าจะหด แต่การซักแห้งจะไม่ทำให้เกิดปัญหานี้ และการซักด้วยน้ำยาซักแห้งยัง
สามารถขจัดสกปรกท่เี ปน็ น้ำมันออกได้ในอุณภูมิต่ำ ในขณะทกี่ ารซักดว้ ยน้ำตอ้ งใชอ้ ุณภูมสิ งู
1) การซักแหง้
ผ้าบางชนิดนั้นเป็นผ้าที่ต้องการดูแลรักษาเป็นพิเศษ เพราะมีเส้นใยผ้าที่
บอบบาง และไมส่ ามารถทำความสะอาดดว้ ยวธิ ีการซกั น้ำแบบธรรมดาได้ ดงั นัน้ จึงมีวิธีการทำความ
สะอาดท่ีเรยี กกนั วา่ การซักแหง้ ขนึ้ ซง่ึ เปน็ วิธกี ารทที่มนุษยค์ น้ พบสมัยโรมัน โดยคนในสมยั นนั้ มักจะใช้
แอมโมเนยี ทไี่ ดจ้ ากปัสสาวะ ทำการซกั ทำความสะอาดเสื้อคลมุ ขนแกะ และความรเู้ รื่องการซักแห้งใน
ปจั จุบันกใ็ ช้หลกั การเดยี วกัน คือ ใช้นำ้ มันเป็นตัวทำละลายในการกำจัดคราบสกปรกต่าง ๆ ที่อยู่บน
เนื้อผ้าเนื่องจากน้ำมันไม่ได้แทรกซึมลงในเนื้อผ้าเหมอื นน้ำ ทำให้เนื้อผ้าหรือเส้นใยผ้าไม่ได้รับความ
เสียหายเหมือนผ้าทซ่ี กั น้ำ
การซักแห้งส่วนใหญ่ นิยมใช้กันในโรงแรมหรือร้านซักแห้งโดยเฉพาะ
เนื่องจากต้องใช้เครื่องซักผ้าชนิดออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับการซักแห้งเท่านั้น ซึ่งเครื่องหนึ่งก็มี
ราคาคอ่ นข้างสูงหรืออาจตอ้ งใชผ้ ทู้ ่ีมีความรแู้ ละผ่านการอบรมดา้ นการซกั แหง้ โดยเฉพาะ
ขั้นตอนการซักแหง้
- ก่อนลงเครือ่ งตรวจเช็คให้ดีก่อนว่าผ้าปักเลื่อมหรือมกี ระดูมที่สามารถละลายเมื่อ
โดนน้ำมนั อณุ ภูมิสูงหรอื ไม่ ไมใ่ ช่ผ้าทุกชนดิ ที่จะสามารถซักแห้งได้
- ตรวจเช็คใหด้ วี ่าไมม่ ีอะไรตดิ อยใู่ นกระเป๋าเสอ้ื หรือกางเกง
- ใสผ่ ้าลงในเครื่องซกั ผ้าแหง้ โดยเฉพาะ เครอื่ งซักแห้งจะใช้น้ำมันเพอรค์ ลอโรเอทลิ ีน
และควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์และทำการซักเรื่อย ๆ โดยน้ำยาเพริทจะไปละลายไขมันและส่ิง
สกปรกบผ้าเอง
- เมื่อครบกำหนดเวลา เครื่องซักแหง้ จะอบโดยนำ้ มันและละเหยลงไปในตัวถังเกบ็
น้ำมันท่ีใชแ้ ลว้ เคร่อื งซักแหง้ จะไม่เปิดออกถ้านำ้ มันระเหยลงไปเก็บน้ำมนั ซงึ่ ปอ้ งกันไม่ให้น้ำมันหรือ
ไอออกมานอกเครือ่ ง และยงั สามารถที่จะป้องกันสิ่งแวดลอ้ มอกี ดว้ ย เม่ือน้ำมันระเหยหมดประตูของ
เคร่อื งจะเปดิ ออกและผ้าจะออกมาแบบแห้งสนิท
2) การซกั น้ำ
การซักน้ำ หมายถึง การซักผ้าทตี่ อ้ งใช้ผงซักฟอกหรือสารเคมีอืน่ ๆ เป็นตัว
ถูกละลาย และใช้น้ำเป็นตัวละลาย เป็นการขจัดส่ิงสกปรกออกจากผ้า ทำให้ผ้าสะอาดนา่ ใช้ การซก
ผา้ ในนำ้ เป็นวธิ ีการซักผา้ ปกติทน่ี ิยมใชก้ ันท่วั ไป ซง่ึ แบ่งออกเปน็ 2 วธิ ี
1) การซักผ้าด้วยมือ เป็นวิธีการซักผ้าที่ตอ้ งออกแรงขยี้หรือใช้แปรงแปรง
ผ้า เหมาะสำหรับผ้าที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เช่น ชุดชั้นใน ถุงเท้า หรืออาจจะเป็นผ้าที่สกปรก
มาก เช่น ผ้าที่เปื้อนโคลน วิธีการซักผ้าด้วยมอื ใช้เวลา แรงงานและมากกว่าการซกั ด้วยเคร่ืองซกั ผา้
แต่ขอ้ ดขี องการซักผา้ ด้วยมอื คอื สามารถทำความสะอาดเฉพาะจุดได้ดี
ข้นั ตอนการซกั ดว้ ยมอื
1) คัดแยกผ้าก่อนซัก: แยกกองผ้าขาว ผ้าสี และผ้าสีเข้มออกจากกัน และแยกกอง
พเิ ศษสำหรับผ้าท่มี คี วามบางหรอื สกปรกมากควรแยกซักต่างหาก
2) เตรียมน้ำให้พร้อม: ใช้อ่างน้ำ 2 ใบ อ่างหนึ่งสำหรับซักและอีกอ่างหนึ่งสำหรับ
ลา้ งผ้า ผา้ ต่างสกี นั กต็ ้องใช้น้ำอุณหภมู ิต่างกัน เชน่ ผา้ ขาวกบั ผา้ สโี ทนอ่อนน้ันต้องใช้น้ำร้อน ส่วนผ้าสี
กบั ผ้าสเี ข้มต้องใชน้ ้ำเยน็ เติมน้ำในอา่ งใหมเ่ พอื่ ทำการซกั ในแตล่ ะกอง และปรับเปลย่ี นอุณภูมิของน้ำ
ตามความเหมาะสม
3) เติมผลซักฟอก: ตักผงซักฟอก 1-2 ช้อนโต๊ะ ลงไปในอ่าง ใช้มือคนให้ผงซักฟอก
ผสมกบั นำ้ จนเกิดฟอง
4) แช่ผา้ : กอ่ นซักควรใส่ผ้าลงไปในอ่าง แชท่ ้งิ ไวป้ ระมาณ 10-15 นาที
5) เรม่ิ ซกั ผ้า: ขยผ้ี า้ ไปมาหรือใชแ้ ปรงแปรงผา้ หากผา้ สกปรกมากควรแยกซกั
6) ล้างน้ำแรก: นำผ้าที่ซักเสร็จและใส่ลงในอ่างที่ 2 ซึ่งมีน้ำสะอาดอยู่ คนผ้าไปมา
เพอื่ มาน้ำเกา่ ออกให้มากที่สุด ถ้าหากดเู หมือนว่าน้ำยังมีคราบผงซกั ฟอกติดอยู่บนเนื้อผ้าให้นำไปล้าง
อกี ครงั้
7) กำจัดน้ำออกจากผ้า: กำจัดน้ำออกจากผ้าให้พอหมาดก่อนจะนำไปตาก โดย
เสือ้ ผา้ เบา ๆไมบ่ ดิ ผา้ เพราะจะทำให้เนอื้ ผ้าเสยี หาย
8) ตากผ้า: แดดทำให้ผ้าสีซดี ยกเว้นผ้าขาว ดงั นน้ั ควรกลับดา้ นในออกข้างนอกก่อน
จากนนั้ ค่อยแขวนไปตามราวตากผา้ และใชไ้ มห้ นบี ผ้าใหอ้ ยูก่ ับท่ี
3) การซกั ผา้ ด้วยเคร่ืองซักผ้า
เครอ่ื งซกั ผา้ อุตสาหกรรมเป็นเครื่องซกั ผา้ อกี ประเภทหน่ึงที่ถูกออกแบบมา
สำหรบั ใช้ในงานบรกิ ารต่าง ๆ เช่น รา้ นซักรดี โรงแรม โรงพยาบาล โรงงานรับซกั ผ้า
ขน้ั ตอนการซักผา้ ด้วยเครอ่ื งซักผ้า
1) ตรวจสอบป้ายคำแนะนำเรื่องการซัก: เสื้อผ้าบางตัวอาจหดหากซักในน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน
บางตัวอาจไม่ทนต่อน้ำยาซักผ้าขาว บางตัวอาจซักกับเครื่องซักผ้าไม่ได้เลย เช่น ผ้าไหม ควร
ตรวจสอบปา้ ยกำกบั ทุกครง้ั กอ่ นซกั
2) คัดแยกผ้า: เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ผ้าและเครื่องซักผ้า ควรแยกผ้าเนื้อหนาออก
จากผ้าเนื้อบาง เครื่องซักผ้าส่วนใหญ่จะใช้การหมุนและปั่นผ้าไปมา เนื้อผ้าหนาจะใช้แรงปั่นมากขึ้น
อาจทำให้ผ้าเนอ้ื บางเสียหาย
3) แยกผ้าที่มีคราบสกปรกมาก: คราบสกปรกบางอย่างต้องการการดูแลเป็นพิเศษก่อนจะ
นำไปซัก เช่น คราบน้ำมัน หลีกเลี่ยงการซักหรือปั่นแห้งผ้าที่มีรอยคราบในเครื่องซักผ้า คราบ
บางอย่างจะยง่ิ ตดิ แนน่ เมื่อเพ่มิ ความรอ้ นทำให้ขจัดยากขึ้นกว่าเดิม
4) ใส่ผ้าลงในเครื่องซักผ้า: อย่าใส่ผ้ามากจนเกนิ ไป ต้องเหลือพืน้ ที่ใหผ้ ้าได้ปัน่ และทำความ
สะอาด เครื่องบางรุ่นอาจมีตัวเลือกว่าจะซักผ้ากองเล็ก กองปานกลาง หรือกองใหญ่ ทางเลือกนี้จะ
ปรบั ระดับนำ้ ภายในวงจรการซักตามขนาดของกองผา้
5) ใส่สารเคม:ี สารเคมีเปน็ ส่วนประกอบสำคญั ประการหน่งึ ในการซกั ผา้ การใช้สารเคมีอย่าง
ถูกต้องและหมาะสมจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกทีต่ กค้างอยู่บนผ้าออกไดอ้ ย่างหมดจด และยังชว่ ยถนอม
เส้นใยของผา้ ดว้ ย
6) ตั้งเวลาซักผ้า: การซักผ้าที่ใช้ในเวลาการซักนาเกินไปจะทำให้ความสามารถในการ
แขวนลอยสิ่งสกปรกลดลง เนื่องจากสิ่งสกปรกต่าง ๆเมื่อถูกแรงเหวี่ยงหรือแรงขัดสีมากขึ้นอาจ
กลายเป็นเม็ดเล็กลงเปน็ ผลให้สกปรกมโี อกาสตกค้างบนผ้าได้ ดงั น้นั การซักผ้าที่ดีจงึ ควรใช้ระยะเวลา
ท่ีเหมาะสม คอื
- ผา้ สกปรกนอ้ ยใชเ้ วลาประมาณ 35-40 นาที
- ผ้าสกปรกปานกลางใชเ้ วลาประมาณ 40-45 นาที
- ผ้าสกปรกมากใช้เวลาประมาณ 45-50 นาที
7) ตั้งอุณหภูมิของน้ำ: ปกติแล้งพนักงานจะเลือกใช้น้ำอุณหภูมิต่ำเพื่อเป็นการประหยัด
พลังงานของโรงแรม แต่ในบางกรณผี งซกั ฟอกหรอื สารเคมบี างชนิดจะสามมารถทำงานได้ดกี ับน้ำร้อน
ถา้ มสี ิ่งสกปรกบางอย่างที่จำเป็นตอ้ งซักในอุณหภูมสิ งู เชน่ คราบไขมัน การใช้อณุ หภมู นิ ้ำท่ีถูกต้องจะ
ช่วยเสริมประสิทธภิ าพของเคมีให้ดยี ง่ิ ขนึ้ โดยไม่เปน็ อันตรายตอ่ เนอื้ ผ้า
การซักผา้ ดว้ ยนำ้ ร้อน มปี ระสิทธภิ าพในการช่วยฆ่าเช้ือแบคทีเรียและไรฝนุ่ จึงควรใช้กับผ้าท่ี
ควรได้รบั การทำความสะอาดมากเปน็ พิเศษ เช่น ผา้ ปูทีน่ อน ผ้าห่ม นอกจากน้กี ารซักผ้าด้วยน้ำร้อน
จะชว่ ยให้ผงซกั ฟองละลายในน้ำได้ง่ายกว่าและชว่ ยให้ผา้ ขาวข้นึ ช่วยคงความออ่ นนมุ่ ของเน้ือผ้าได้ดี
ช่วยรักษากลิ่นหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่มให้ติดทนมากขึ้น ส่วนข้อเสียจองการซักด้วยน้ำร้อนคือ
พลังงานที่ใช้ในการซกั ผ้าอาจเปลืองมากกว่าการซักน้ำเย็น และหากนำผ้าที่ไม่ควรซักด้วยน้ำรอ้ นไป
ซกั ด้วยอุณภูมิร้อนอาจทำให้เส้ือผ้าชำรุดไปโดยสน้ิ เชิง
การซกั ดว้ ยดว้ ยนำ้ เยน็ สามารถชว่ ยรกั ษารปู ทรงของเสือ้ ผา้ ให้คงรูปได้นานและชว่ ยให้เน้ือผ้า
และสีของผ้าไม่ถูกทำลาย อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานในการซักน้ำ น้ำเย็นมีประสิทธิภาพในการ
สลายคราบฝังลึกเช่น คราบเลือด คราบสี และชว่ ยให้ผ้าทีซ่ กั ไม่เกดิ ยบั มาก ช่วยเพมิ่ ความสดช่ืนให้กับ
เสอ้ื ผ้า แต่ขอ้ เสียของนำ้ เย็นคือ ไม่สามารถฆ่าเชอ้ื โรคและไรฝุ่นได้ดีเหมอื นกับการซกั น้ำร้อน
8) กดปุม่ เรมิ่ ทำงาน: ต้องปิดฝาถังให้สนทิ ไม่อย่างน้นั เครื่องจะไม่ทำงาน และในขณะท่ีเคร่ือง
กำลังทำงานไม่ควรเปิดฝาถังเพื่อดผู ้า และไม่ควรยื่นมือลงไปในเครือ่ งเพราะจะทำใหเ้ กิดอันตรายได้
หากมกี ารเปิดฝาถงั เครอื่ งจะหยุดการทำงานและตอ้ งเร่มิ ซักผา้ ใหมท่ ันที
4) การลา้ งผ้า/การปั่นนำ้ ออกจากผ้า (Extracting)
ผ้าที่ผ่านการซักแล้วจำเป็นต้องมีการล้างผ้าให้สะอาด การล้างน้ำหลายครั้งช่วยทำให้ ผ้า
สะอาด การลา้ งผา้ นัน้ จำเปน็ ท่ีจะต้องใช้ผงลา้ งผ้าช่วยในการล้าง เพราะผงซักฟอกสำหรับเคร่ืองส่วน
ใหญจ่ ะมีดา่ งคอ่ นข้างสงู จากการอบหรอื รีดเปน็ ประจำ และดา่ งท่ีตกค้างน้ีเองจะทำให้เกิดปฏิกิริยาทำ
ลายเส้นใยผ้าโดยเฉพาะเมื่อผ้าผ่านความร้อนสูงจากการอบหรือรีดเปน็ ผลให้ผ้าเป่ือยยุ่ยหลังจากการ
ล้างนำ้ แต่ละครัง้ จะมีการปน่ั นำ้ ออกจากผา้ น่นั คือการขจัดความชน้ื ออกจากผา้ โดยการปน่ั ความเร็วสูง
โดยท่วั ไปจะใช้เครอ่ื งสลัดผ้าซึ่งจะช่วยทำใหน้ ้ำหนักของผา้ น้อยลง ทำใหพ้ นกั งานขนย้ายผ้าท่ีซักแล้ว
ไปยังเครื่องอบได้ง่ายขึ้นและช่วยลดระยะเวลาในการอบผ้าด้วย ปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่าง
รวดเร็ว มีการพัฒนาเคร่ืองซักผ้าใหม้ กี ารซักและปั่นนำ้ ออกจากผา้ ในตัว จงึ ทำให้โรงแรมประหยัดใน
เร่อื งของพืน้ ทีแ่ ละงบประมาณกวา่ ในอดตี ทจี่ ำเปน็ ต้องซ้อื เครอื่ งสลัดผา้ แยกตา่ งหาก
โปรแกรมการซักและปั่นน้ำออกจากผ้าประกอบด้วยความเร็ว 2 ประเภท คือ ความเร็วที่
เครอ่ื งใชป้ น่ั ผา้ ในนำ้ และความเร็วทใ่ี ช้ในการซักรดี ออกจากผ้า
1) โปรแกรมผา้ สกปรกมาก: คือ ซกั เร็ว/ปน่ั นำ้ เรว็ เปน็ โปรแกรมท่ีใชก้ ับผา้ ทส่ี กปรกมาก เช่น
ผา้ ปโู ต๊ะ ผา้ ขนหนูต่าง ๆ
2) โปรแกรมผา้ สกปรกปานกลาง: คือ ซักเรว็ /ป่นั น้ำชา้ เนื้อผา้ เหล่านต้ี อ้ งการการป่ันเร็วเพ่ือ
ความสะอาดแตห่ มนุ รดี น้ำช้าๆ เพ่ือป้องกันเน้ือผ้าหด ใชโ้ ปรแกรมนก้ี ับผา้ เนอื้ ใยสงั เคราะห์ เชน่ ผ้าเร
ยอน ผา้ โพลีเอสเตอร์
3) โปรแกรมผา้ สกปรกน้อย: คอื ซักช้า/ปนั่ นำ้ ชา้ จะลดความเร็วของการซักผ้าลงเพ่อื ป้องกัน
ไม่ให้ผ้าเสียหายระดับความสะอาดก็ลดลง โปรแกรมนี้เหมาะกับผ้าเนื้อบาง เช่น ชุดชั้นใน ผ้าเลื่อม
ผ้าลูกไม้ ถุงนอ่ ง
5) การอบผ้า (Drying)
เวลาแลอณุ หภูมทิ ่ีใชก้ ารอบผ้าน้ันจะแตกต่างกนั ไปขนึ้ อยู่กับชนิดของผ้า เมื่ออบผ้าเสร็จแล้ว
ควรนำออกจากเครอ่ื งอบและพับทันทเี พื่อป้องกนั ผ้าเกิดรอยยับ
วิธใี ช้เคร่ืองอบผา้
1) ตรวจสอบป้ายสญั ลักษณก์ ารอบผ้า: ผ้าบางชนดิ ไมค่ วรนำไปอบ เช่น เสอ้ื หนัง เพราะอาจ
ทำใหผ้ า้ หดตวั หรอื เกิดการเสยี หายอื่นๆ ดงั นนั้ ควรตรวจสอบสัญลกั ษณผ์ า้ ใหด้ กี อ่ นการใช้เครอ่ื งอบผา้
2) แยกประเภทของผา้ : ผ้าเน้ือบาง ผา้ เน้อื หนา มรี ะยะเวลาและการตง้ั อณุ หภูมคิ วามร้อนใน
การอบทตี่ า่ งกนั เชน่ การอบผ้าเน้อื บางคร้ังใช้อุณหภูมิความรอ้ นนอ้ ยกว่าการอบผ้าหนา
3) เลือกโปรแกรมใหเ้ หมาะสมกบั ผ้า: การเลือกใชโ้ ปรแกรมการอบใหเ้ หมาะสมกับชนิดผ้านั้น
กเ็ ปน็ ส่งิ สำคญั เพือ่ ปอ้ งกนั การชำรดุ หรอื ความเสยี หายตา่ งๆจากความร้อนท่อี าจเกิดข้ึนได้
- โปรแกรมปกต:ิ เหมาะสำหรับผา้ ขาวเพราะผา้ ขาวมกั จะไมห่ ดตวั และสามารถนำมาอบด้วย
ความรอ้ นสงู ได้ซ่งตา่ งจากผา้ สีท่จี ะซดี เมอ่ื นำมาอบดว้ ยความรอ้ นสงู
- โปรแกรมป้องกนั ผ้ายับ: เหมาะสำหรับผา้ สีทัว่ ไป ใช้ความร้อนปานกลางและแรงดันจะช่วย
ปอ้ งกันไม่ให้สผี ้าสจี าง
- โปรแกรมถนอมผ้า: โปรแกรมนี้จะใช้ลมเป่าท่ีมอี ุณหภูมิใกล้เคียงกับอุณหภูมิหอ้ งและการ
หมุนชา้ ๆเพ่ือป้องกันเนอ้ื ผา้ ถกู ทำลาย
4) ดแู ลรกั ษาเครือ่ งอบผา้ : อา่ นค่มู อื การใชง้ านเครอื่ งอบผา้ ใหเ้ ข้าใจ และปิดใชง้ านเครื่องบ้าง
เพ่อื ชว่ ยประหยดั พลงั งานและคา่ ไฟของโรงแรม
การตากผา้
หากผ้ามีปริมาณน้อยไม่ต้องการนำผ้าไปอบหรือไม่รีบนำผ้าไปใช้งาน สามารถนำผ้าไปตาก
แดดให้แหง้ เองได้ ถือเปน็ การการประหยดั พลงั งานทีด่ ที สี่ ดุ
1) ควรตากผา้ ในที่โลง่ มีแสงแดดรำไร สำหรับผา้ เนือ้ บางและผ้าสเี ขม้ เพือ่ ปอ้ งกันสขี องผ้าซีด
จางแตถ่ ้าเปน็ ผ้าเนื้อหนา เช่น ผา้ หม่ ผ้าเชค็ ตัว ควรตากที่ที่มแี ดดจดั ผา้ จะได้แห้งเรว็ และไมม่ ีกล่ินอับ
2) ควรกลับด้านในของผ้าออกตาก เพ่อื ไมใ่ ห้สผี ้าซดี จางเนอื่ งจากถกู แสงแดดโดนตรง
3) ควรหนีบผ้า หนีบบรเิ วณที่แขง็ แรงทส่ี ุดของผ้า เชน่ ทขี่ อบผ้า เพื่อให้ผ้าอยกู่ บั ท่ี
4) ราวทใ่ี ชต้ ากผ้าต้องไมเ่ ป็นสนิม สีไม่ตก ไม่มคี ราบสกปรก และไมค่ วรตากผ้าในบริเวณท่ีมี
กลิน่ หรอื ควันเพราะผา้ จะดูดซบั กลิน่ ได้
6) การรดี ผ้า (Ironing)
กอ่ นรดี ผา้ ควรตรวจสอบสญั ลักษณ์บนผ้าว่าผ้าบางชนิดน้ันเป็นสนั ใยประเภทใด สามารถถูก
ความรอ้ นไดห้ รือไม่ และเพือ่ ให้ทราบว่าผ้าชนดิ นัน้ ควรใช้ความรอ้ นอุณหภูมเิ ท่าใด เป็นการถนอมผ้า
ใหม้ ีอายกุ ารใช้งานได้ยาวนาน
- ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน: ควรรีดในขณะที่ยังชืน้ หรือพรมน้ำให้ท่ัว ควรรีดโดยใชค้ วามร้อนอุณหภูมิ
สูงเพ่ือให้ผา้ เรยี บและแหง้ สนทิ อุณหภูมทิ ีเ่ หมาะสมคอื 200 องศาเซลเซียส
- ผ้าไหม: ควรรีดโดยใช้ความร้อนอุณหภูมิต่ำ เพราะถ้าใช้ความรอ้ นอุณหภูมิสูงเกนิ ไปจะทำ
ใหผ้ ้าซบั ในและริมตะเขบ็ เปน็ รอยออกมาด้านนอก ควรรดี ผา้ จากด้านในถ้าจำเป็นตอ้ งรดี ด้านนอกควร
ใช้ผ้าบางรองก่อน อุณหภมู ทิ ีเ่ หมาะสมคอื 150 องศาเซลเซยี ส
- ผ้าขนสัตว์: ควรรีดด้วยเตารีดไอน้ำโดยวิธรี ีดทบั เนื่องจากผ้าขนสัตว์ยืดงา่ ยแตส่ ามารถหด
กลับเข้าท่ีเดมิ ได้ อุณหภูมทิ ีเ่ หมาะสมคอื 150 องศาเซลเซยี ส
- ผา้ ใยก่งึ สงั เคราะห:์ ผ้าทใ่ี ชก้ ันอย่ทู ั่วไป เชน่ ผา้ เรยอน ผ้าอาซิเตท มคี ณุ สมบตั ิไม่ยับและไม่
หดง่าย อณุ หภูมิทเี่ หมาะสมคอื 150 องศาเซลเซยี ส
- ผ้าใยสงั เคราะห:์ ผ้าใยสังเคราะห์ทกุ ชนดิ จะละลายเมอื่ ถกู ความรอ้ นสูงและจะเหนยี วติดเตา
รีด ผ้าไนลอนสีขาวเมื่อรีดซ้ำๆจะเปล่ียนเป็นสีเหลือง ผ้าใยสังเคราะห์ท่ีเปน็ ผ้ายืดบางชนิดไมต่ ้องรีด
ถา้ เป็นชนิดท่ตี ้อนรีดให้ใช้ความร้อนอุณหภูมไิ ม่ตอ้ งใชค้ วามชนื้ ในการรีด อณุ หภมู ทิ ี่เหมาะสมคือ 60-
80 องศาเซลเซยี ส
การรดี ผา้ ดว้ ยเตารีด
การรีดผ้าด้วยเตารีด โดยทั่วไปมี 2 วิธี คือ 1. วิธีการรีดทับ เป็นการใช้เตารีดยกทับผา้ ท่ลี ะ
ส่วนวิธีนีจ้ ะทำให้ผ้าเรยี บ เหมาะสำหรับผ้าที่พถิ ีพิถันและเสียรูปทรงได้ง่าย 2. วิธีการรดี ไถไปมาเป็น
การใช้เตารีดไถไปมาบริเวณที่ต้องการรีด วิธีจะทำให้รีดผ้าได้อย่างรวดเร็ว ถ้ารีดด้วยความร้อน
อณุ หภูมิสงู และรีดด้วยความเรว็ มากเกนิ ไป จะทำให้ผ้าเสยี หายและอาจเกิดรอยตำหนไิ ด้
ข้ันตอนการรดี ผา้ ดว้ ยเตารดี
1) เตรยี มอปุ กรณ์ในการรีดผา้ ใหพ้ ร้อม เช่น เตารีด ไมแ้ ขวนสำหรับแขวนผา้ ท่รี ีดแล้ว ท่ีรอง
รดี ผ้า กระบอกฉดี น้ำ สเปรยเ์ พ่มิ ความแข็งของผา้
2) แยกผา้ หนา ผ้าบาง ผ้าขาว ผา้ สี ผ้าขาวกับผ้าสีควรเลอื กรีดผ้าขาวก่อนเพราะถ้าผ้าสีไหม้
จนติดเตารีดอาจจะเกิดปัญหาในการีดผ้าขาวได้ ควรรีดผ้าหนากอ่ นเม่ือใกล้เสร็จให้ปิดสวิทช์ไฟแล้ว
ชักปลกั๊ ออก ใช้ความร้อนท่ีเหลอื รีดผา้ บางได้ เช่น ผ้าลูกไมป้ ระดบั โต๊ะอาหาร
3) พรมนำ้ ใหผ้ ้ามีความช้นื เลก็ นอ้ ย จะทำใหผ้ ้าเรยี บกวา่ การรีดผ้าแบบแห้งๆ เพราะความช้ืน
จะทำให้เส้นใยอ่อนตวั เมอื่ ถกู ความรอ้ นจึงทำใหผ้ ้าเรียบ
4) ปรับอณุ หภมู ิใหเ้ หมาะสมกบั ชนิดของผา้
5) ผ้าสคี วรรดี จากด้านในเพ่อื ไม่ใหผ้ ้าสีซีดและเกา่ เร็วผ้าบางชนิดเมื่อรดี ด้านนอกบ่อยๆความ
รอ้ นจากเตารีดจะทำให้เกิดความมันเงามองดูแล้วไม่สวยงาม
6) ก่อนรีดผ้าขนสัตว์ ผ้าสักราด หรือผ้าไหมพรมควรใช้ผ้าขาวปิดทับ ถ้าใช้เตารีดแบบ
ธรรมดาควรนำผ้าขาวชุบนำ้ บิดหมาดปิดทับดา้ นบนแล้วรีดด้วยวิธีการรดี ทับ ถ้ารีดโดยวิธีไถไปมาจะ
ทำให้ผ้าเสยี รูปทรง แตถ่ า้ เปน็ เตารดี ไอนำ้ ควรใช้ผ้าขาวปิดทับโดยไมต่ อ้ งชบุ นำ้
7) รีดผา้ ครง้ั ละมากๆจะชว่ ยประหยดั ไฟมากกวา่ การรดี ผา้ ครัง้ ละนอ้ ยๆ
8) วางเตารีดไว้ในที่สำหรบั วางเตารดี ซึ่งจะอยู่ดา้ นขวามือของผรู้ ีด อยา่ วางเตารดี ทใ่ี ช้งานอยู่
ไวบ้ นทร่ี องรีดหรือบนผ้าท่กี ำลงั รดี เพราะจะทำใหเ้ กดิ ไฟไหม้ได้
9) ปิดสวิทช์ไฟ ถอดปลก๊ั เตารรีดทุกคร้ังหลังใชง้ านเสรจ็
การรีดผ้าดว้ ยเครือ่ งรดี แบบลกู กล้ิง
เครือ่ งรีดผา้ แบบลูกกล้งิ นิยมใชส้ ำหรับรีดผา้ ของโรงแรมหรอื อุตสาหกรรมซักรีดผ้าด้านต่างๆ
เหมาะสำหรบั รดี ผ้าผืนใหญแ่ ละปริมาณมาก เชน่ ผา้ ปทู ี่นอน ปลอกหมอน ส่วนประกอบท่ีสำคัญของ
เครื่องรีดผ้า คือ ขนาดของของลูกกลิ้ง ยิ่งมีขนาดลูกกลิ้งที่ใหญ่สามารถให้ความร้อนได้ทั่วถึงและ
ตอ่ เนือ่ งกจ็ ะรีดผา้ ไดเ้ รยี บและรวดเรว็ ขน้ึ
เครื่องรีดผา้ มาตรฐาน จะมีเสน้ ผา่ นศนู ย์กลางลูกกล้งิ 16 นว้ิ เปน็ ขนาดดทใ่ี ช้กับระบบอากาศ
แก๊สแอลพีจีได้ดี มีอากาศเข้าไปผสมกับแก๊สได้พอดีแกส๊ จึงเผาไหม้ไดห้ มด มีคราบเขม่าดำเหลือนอ้ ย
ไม่ติดผ้าเวลารีด ค่าบำรุงรกั ษานอ้ ย สามารถต้งั อณุ หภูมิและควบคุมความเร็วได้ตามตอ้ งการ เม่ือเกิด
เหตฉุ กุ เฉินเครื่องจะหยดุ ทำงานทันที เพ่อื ป้องกนั ไมใ่ ห้มือของผู้ใชเ้ ครื่องเขา้ ไปตดิ ในเคร่ืองรดี
ขน้ั ตอนการรดี ผ้าดว้ ยเครื่องรีดแบบลกู กลิ้ง
1) พนกั งาน 2 คน ยืนหันหน้าเขา้ หากัน จบั ปลายผ้าคนละฝ่งั เพอ่ื คลผ่ี ้าทพี่ นั กันออกก่อนจะ
นำเขา้ เคร่อื งรีด
2) ยื่นปลายผ้าทั้ง 2 ด้านเข้าไปในเครือ่ งรีด เครื่องรีดจะใช้ความรอ้ นในการรีด เมื่อผ้าเรียบ
แลว้ ผา้ จะวนกลับมายังผู้รีดอกี ครง้ั แต่เคร่อื งรีดผา้ บางรนุ่ เม่ือรีดเสร็จแลว้ ผ้าจะถูกส่งไปด้านหน้าจะมี
อีก 2 คนรอรับผา้ อยู่
3) พนกั งานจะพับผ้าทันทที ่ีเครือ่ งรีดสง่ ผา้ กลบั มา เพอ่ื ป้องกันการเกิดรอยยบั ของผ้า
7) การพับผา้ (Folding)
การพับผ้าส่วนใหญ่จะใชว้ ิธีการพับดว้ ยมอื หรืออาจจะใช้เครือ่ งทุ่นแรงในการพบั เช่น แท่น
ช่วยในการพับผ้า ที่สามารถพับผ้าผืนใหญ่ได้โดยใช้แรงงานแค่คนเดียว หรือในปัจจุบันมีการผลิต
เครื่องจักรที่สามารถทำให้ผ้าแห้ง รีดและพับได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งพนักงานควรจะมีการตรวจสอบผ้า
ก่อนเกบ็ และคดั แยกผา้ ทช่ี ำรุด มีรอยเปื้อนหรอื ไม่เหมาะสมกบั การใชง้ านแยกไวต้ ่างหาก
8) การเกบ็ ผ้า (Storing)
หลงั จากพับผ้าเสร็จแล้วควรนำผ้าไปเก็บไว้ในหอ้ งผา้ ซ่งึ อยู่ใกล้กับแผนกซกั รีด ควรมีการเก็บ
ผ้าเอาไว้อย่างนอ้ ย 24 ช่ัวโมง ก่อนจะนำไปใช้ใหม่อีกครงั้ เพ่ือเป็นการยืดอายุการใช้งานของผา้
การนับจำนวนผ้า ควรมีการกระทำอย่างสม่ำเสมอ เดือนละครั้งหรืออย่างน้อย 3 เดือนครั้ง
ปกติแล้วจะมีการนับจำนวนผ้าในวันสิ้นสุดงบบัญชีของแต่ละเดือน เพื่อให้หัวหน้าแผนกแม่บ้านรู้
เกยี่ วกบั การควรคุมต้นทนุ ของแผนก เพราะหวั หน้าแผนกแมบ่ ้านจะทราบถงึ จำนวนท่ีแนน่ อนของผ้าที่
ใช้ จำนวนผ้าที่ชำรุด สูญหาย และต้องการผ้าทดแทน วิธีนี้จะทำให้แน่ใจว่าแผนกแม่บ้านมีพัสดุ
อุปกรณเ์ พียงพอตอ่ ความต้องการของโรงแรม
9) การย้ายผ้าไปยังสถานที่ที่ต้องการจะใช้งาน (Move the fabric to the desired
location)
ผ้าต่างๆจะถูกขนย้ายไปโดยรถเข็น รถเข็นที่ใช้ควรเป็นที่สะอาดโดยจะต้องมีการทำความ
สะอาดทุกวัน และควรแยกการใชง้ านของรถเข็น เช่น รถเข็นสำหรับขนผ้าสกปรก รถเข็นสำหรับขน
ผา้ สะอาด เวลาขนยา้ ยผ้าสะอาดควรมกี ารใช้ผา้ สะอาดควรมกี ารใช้ผ้าคลุมผ้าไวเ้ พื่อป้องกนั สิ่งสกปรก
เปอื้ นผา้ ได้
จากการศกึ ษาผวู้ ิจัยสรุปไดว้ ่าการทำความสะอาดผา้ หรือการกำจัดสิง่ สกปรกออกจากเส้นใย
ผ้า ซึ่งมีทั้งเส้นใยจากธรรมชาติเส้นใยสังเคราะห์ และเส้นใยกึ่งสังเคราะห์ ดังนั้นการซักฟอกจึง
จำเป็นต้องมวี ิธกี ารที่เหมาะสมกับชนิดของเส้นใย เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดข้ึนกบั ผ้าได้และ
การอ่านสัญลักษณ์นี้มความสำคัญมาก นอกจากจะบอกถึงขนาดของผ้าแล้ว ยังบอกถึงชนิดของผ้า
การดูแลรักษาและการทำความสะอาด เพื่อถนอมผ้าผืนนั้นให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน ผ้าบางผืน
อาจจะมรี ายละเอียดในการดแู ลรักษาพรอ้ มกับสัญลักษณ์ แต่บางผนื อาจจะแค่สญั ลกั ษณเ์ ทา่ น้นั
2.6 งานวิจัยทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
โครงการคู่มือการดูแลผ้าในอาคารปฏิบัติการโรงแรม ผู้จัดทำโครงการได้ศึกษาค้นคว้า
บทความงานวจิ ยั ทเี่ ก่ียวข้อง ดงั นี้
เกษหทัย สิงหอ์ ินทร์ (พ.ศ.2555) งานวิจยั น้ีไดศ้ กึ ษาวจิ ยั แนวทางการเพิ่มมูลค่าผา้ ทอโดยการ
ปรับใช้ประโยชน์ของผ้าทอใน ชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำผ้าทอไปใช้กับ
ผลิตภัณฑ์เคหะสิง่ ทอประเภท ตา่ งๆ ซึ่งประกอบด้วยการศึกษาเส้นใย การศึกษาการย้อมสีธรรมชาติ
การศกึ ษาลวดลาย สีสัน กระบวนการทอผา้ และปญั หาตา่ งๆที่เป็นอุปสรรคตอ่ การพัฒนาผ้าทอของผ้า
ทอนาหมื่นศรี การวิจัยในครงั้ น้พี บว่าในการป่นั ผสมเส้นใยนน้ั ปริมาณใยไหมอรี ่ีมีผลต่อความแข็งแรง
และ การยืดตวั ของเส้นด้าย เส้นใยที่ผสมใยไหมอรี ่ีปริมาณมากกวา่ จะมีความแข็งแรงและมีระยะการ
ยืด ตวั ของเสน้ ด้ายสงู กว่าเสน้ ด้ายทีม่ ีคุณภาพมากท่ีสุดเหมาะท่ีจะเลือกใช้ในงานเคหะสิ่งทอระดับหัต
กรรม คือเส้นด้ายที่ปั่นจากเส้นใยผสมระหว่างเส้นใยไหมอีรี่กับเส้นใยฝ้ายในอัตราผสม 75 : 25
รองลงมาคอื เสน้ ดา้ ยผสมระหว่าง ใยไหมอรี ก่ี บั ใยพชื คือใยคลา้ ใยขมิ้นและใยหมาก ในอัตราส่วน 75
:25 ผลการทดสอบความคงทนของสีย้อมพบว่าการย้อมสีจาก ใบสาบเสือ ใบเนียง ใบมังคุด และ
โกงกางนัน้ มีความคงทนต่อสภาวะตา่ งๆได้ในระดับคุณภาพปานกลางถึงระดับคุณภาพดีมาก มีเพียง
โกงกางเท่านั้นที่มีความคงทนของสีย้อมตอ่ การซกั ล้างในระดับ 1 มีการเปลี่ยนสีจาก สีน้ำตาลเป็นสี
แดง แสดงให้เห็นว่าด่างในสารซักล้างมีผลต่อสีย้อมจากโกงกาง การศึกษาลายผ้าและการทอผ้านา
หมื่นศรี เป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มมูลค่าจาก ภูมิปัญญาการทอดั้งเดิม เป็นการเรียนรู้อดีตและ
ประยุกตใ์ ชจ้ นกระทงั่ นำไปสกู่ ารสร้างสรรค์ ลวดลายใหมๆ่ สรา้ งความแตกตา่ งจากรากฐานเดียวกันใน
4 แนวทางคือ 1)ออกแบบลายผ้าใหม่ 2) ออกแบบลายผ้าใหม่แล้วนำไปใช้ร่วมกับลายดั้งเดมิ 3)การ
สร้างลายผ้าโดยการสลับตำแหน่งลาย และ 4) การปรับใช้โดยรักษาโครงสร้างลายเดิมไว้ จากการ
ทดลองแนวทางท่ี 4 นั้นพบว่าสามารถ รกั ษาดอกลายเดิมไว้ไดค้ รบถ้วนสมบรู ณ์ ผลการวิจัยผนื ผ้าท่ีได้
จากการทอในครั้งแรกพบวา่ ผ้าบาง จึงทำการแกไ้ ขโดยเปล่ยี นขนาดช่องฟมื ให้เบอร์เลก็ ลงและเปลี่ยน
ด้ายยืนให้มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือใช้ เส้นคู่ทำให้ได้ผืนผ้าทอเนื้อแน่นและแข็งแรงขึ้นเหมาะสำหรับการ
นำไปใช้กบั ผลติ ภณั ฑเ์ คหะสงิ่ ทอ
ณัฐกฤตา แสงกล้า, สพุ ณิ ญา คำภาบตุ ร, สุพิพร สุขมงคล (พ.ศ.2561) เป็นการวิจัยเชงิ สำรวจ
มวี ตั ถุประสงค์เพ่ือลดตน้ ทนุ ในการผลติ ชดุ วิวาห์ โดยใช้ผ้าราคาย่อมเยา เปน็ แนวทางสาหรบั เจ้าสาวท่ี
มงี บประมาณจำกัด โดยนำความรู้ทางด้านการ ออกแบบและตัดเย็บมาสรา้ งสรรค์ชุดวิวาห์ที่สามารถ
สวมใส่ได้จริง และสามารถบูรณาการองค์ความรู้ ทางด้านเทคโนโลยีเสื้อผ้าและแพตเทิร์น เพื่อสร้าง
มลู ค่าเพมิ่ ให้กบั ชุดววิ าห์ โดยใชก้ ระบวนการสร้าง แบบและตดั เย็บเหมอื นชุดวิวาห์ท่วั ไป จนเกิดเป็น
ชุดวิวาห์จำนวน 3 ชุด ที่ตัดเย็บจาก ผ้าปูโต๊ะ ผ้าลูกไม้ราคาย่อมเยา และผ้าตาข่าย กลุ่มผู้ประเมิน
ประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ อาจารย์ (ข้าราชการ) อาจารย์ (พนักงาน) และ นักศึกษาชัน้ ปีท่ี 1-4 คณะ
เทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ (พื้นที่พระนครใต้) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช มงคลกรุงเทพ จำนวน
ทั้งหมด 285 คน คิดเป็นร้อยละ 100 โดยกลุ่มตัวอย่าง คณะอาจารย์ (ข้าราชการ) จำนวน 28 ท่าน
อาจารย์ (พนักงาน) จำนวน 24 ท่าน และนักศึกษา จำนวน 233 คน ผลการศึกษา พบว่า ผู้ประเมิน
ส่วนใหญเ่ ปน็ นกั ศกึ ษา ร้อยละ 81.76 เปน็ เพศหญิง ร้อยละ 75.79 และมอี ายุระหว่าง 18-25 ปี ร้อย
ละ 81.75 สว่ นความคิดเห็นของกลุ่มผู้ประเมนิ โดยภาพรวม ของการออกแบบชุดวิวาหโ์ ดยใช้ผ้าราคา
ย่อมเยา ทั้ง 3 ชดุ อยู่ในระดับเหน็ ด้วยอย่างยงิ่ มีคา่ เฉลย่ี รวม อยูท่ ่ี 4.51 แยกเป็นรายชดุ พบว่า ชุด
ที่ 3 ชดุ วิวาห์จากผา้ ตาขา่ ย อยใู่ นระดับเหน็ ดว้ ยอยา่ งยงิ่ มี ค่าเฉล่ียสูงท่สี ุด คือ 4.57 สว่ นชุดที่ 2 ชุด
ววิ าห์จากผ้าลูกไมร้ าคายอ่ มเยา อยู่ในระดบั เหน็ ดว้ ยอยา่ งยง่ิ มคี ่าเฉลย่ี รองลงมา คือ 4.56 และชดุ ท่ี 1
ชดุ ววิ าหจ์ ากผ้าปูโต๊ะ อยใู่ นระดับเหน็ ด้วย มคี า่ เฉลย่ี ต่ำท่สี ดุ คือ 4.40 และเม่ือพจิ ารณาภาพรวมทงั้ 3
แยกตามกลุ่มตัวอย่าง พบว่า อาจารย์ (ข้าราชการ) มี ค่าเฉลี่ย 4.71 และ อาจารย์ (พนักงาน) มี
ค่าเฉล่ยี 4.56 อยู่ในระดับเห็นด้วยอย่างยิง่ สว่ นนักศกึ ษา มี ค่าเฉล่ยี 4.49 อย่ใู นระดับเหน็ ดว้ ย
จินตนา ลินโพธิ์ศาล (2556) การวิจัย คุณค่าอัตลักษณ์ศิลปะวัฒนธรรมของท้องถิ่นกับการนำมา
ประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงศิลปะวัฒนธรรม
กรณีศึกษากลุ่มทอผ้าพื้นเมือง จังหวัดสกลนคร เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)
ค้นหาคุณค่าอัตลักษณ์ของศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นประเภทผ้าทอมือของชุมชนในท้องถิ่นจังหวัด
สกลนคร ท่ีนำมาตอ่ ยอดส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม 2) ศกึ ษาแนวทางการ
นำผลติ ภัณฑ์ผ้าทอมือมาเพ่ิมมลู ค่าทางเศรษฐกิจแก่ชมุ ชนการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ผลิตงานและส่งเสริม
การทอ่ งเท่ียวเชิงศิลปะวฒั นธรรมของท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร 3) จดั ทำเสน้ ทางการศึกษาวัฒนธรรม
เชิงท่องเที่ยวของผ้าพื้นเมืองที่สำคัญทั้ง 4 ประเภทของจังหวัดสกลนครคือ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าฝ้าย
ผสมใยสงั เคราะห์ ผา้ ฝา้ ยผสมไหม กบั เครอื ขา่ ยการทอ่ งเทย่ี วทางวฒั นธรรมด้าน อื่น ๆ กลมุ่ ตัวอย่าง
ทใี่ ช้ในการวจิ ัยครั้งนี้ โดยการเลอื กแบบเจาะจงจากกลุ่มผู้ผลิตผ้าทอมือในเขตจังหวัดสกลนคร ที่มีอัต
ลกั ษณ์โดดเดน่ ดา้ นการทอผ้า ด้านวัฒนธรรม และดา้ นการท่องเที่ยว จำนวน 12 อำเภอ อำเภอละ 1
กลุ่ม เครื่องมอื ท่ีใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ การเก็บรวบรวมข้อมูลจาก ผู้ประกอบการผลิตผ้า
ทอพืน้ เมอื ง ผอู้ อกแบบผลติ ภัณฑ์ผ้าทอพืน้ เมอื ง ผ้เู คยเป็นช่างทอผา้ รา้ นคา้ ผา้ ทอพ้นื เมอื ง เจ้าหน้าท่ี
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พัฒนากร และครู วิเคราะห์ข้อมูลจากกระบวนการ SWOT Analysis
(จดุ ออ่ น จุดแข็ง โอกาส อุปสรรค) โดยการพรรณนาวเิ คราะห์ ผลการวจิ ยั พบวา่
1) คุณค่าอัตลักษณ์ผ้าทอมือในจังหวัดสกลนครที่นำมาต่อยอดส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
อย่างเป็นรูปธรรม ของอำเภอโคกศรีสุพรรณ ผ้าไหมมัดหมี่ บ้านหนองแข้ง ตำบลตองโขบ อำเภอ
อากาศอำนวย ผ้าฝ้ายย้อมคราม ผ้ามัดหมี่ ผ้าคลุ่มไหล่ บ้านสามัคคี ตำบลสามัคคีพัฒนา อำเภอ
พรรณานิคม ผ้าฝา้ ยยอ้ มครามสำหรับแตง่ กาย ผ้าพันคอ ผา้ คลมุ ไหล่ กระเป๋า บ้านตอเรือ ตำบลนา
หัวบ่อ อำเภอพังโคน ผ้าฝ้ายสำหรับเป็นผ้าแต่งกาย ผ้าพันคอ ผ้าปูโต๊ะ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าถุง เสื้อ
พื้นเมืองสำเร็จ ผ้าขาวม้า หมอนอิง ผ้าม่าน กระเป๋าถือสตรี บ้านสงเปลือย ตำบลไฮหย่อง อำเภอ
กุสุมาลย์ ผ้าฝ้ายใช้เป็นเครื่องนุ่งห่ม ผ้าขาวม้า ผ้าสไบ ผ้าพันคอ ผ้าห่ม ผ้าคลุมไหล่ บ้านนาเพยี ง
ใหม่ ตำบลนาเพียง อำเภอโพนนาแก้ว ผ้าลายมุก บ้านวังปลาเซือม ตำบลบ้านโพน อำเภอกุดบาก
ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ผ้าทอสำหรับแต่งกาย ผ้าคลุมไหล่ ผ้าปูโต๊ะ ผ้าอเนกประสงค์ บ้านกลาง
ตำบลกุดไห อำเภอวานรนวิ าส ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมลายสร้างสรรค์ บ้านห้วยหิน ตำบลหนองแวง
อำเภอสว่างแดนดิน ผ้าฝ้ายมัดหมี่ ผ้าคลุมไหล่ บ้านพันนา ตำบลพันนา อำเภอคำตากลา้ ผ้าฝ้าย
สำหรบั แตง่ กาย ผ้าหม่ นวม ผา้ ขาวม้า ผ้ายอ้ มคราม บา้ นกุดจาน ตำบลแพด อำเภอวาริชภมู ิ ผ้าไหม
มดั หมล่ี ายสรา้ งสรรค์ บา้ นดอนยาวนอ้ ย ตำบลหนองลาด อำเภอภพู าน ผ้าฝา้ ยย้อมสีธรรมชาติและผ้า
ฝา้ ยยอ้ มคราม ผ้ามัดหมี่ ผา้ พน้ื บา้ นโคกภใู หม่ ตำบลโคกภู
2) แนวทางการนำผลติ ภณั ฑ์ผ้าทอมือมาเพ่มิ มลู ค่าทางเศรษฐกิจแกช่ ุมชนการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ผลิต
งานและสง่ เสรมิ การท่องเทย่ี วเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดสกลนคร แหล่งผลติ ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมพ้ืน
เรียบ ผา้ ไหมลายสร้างสรรค์ ผ้าไหมย้อมสี ไดแ้ ก่ แหล่งทอผ้าไหม อำเภอโคกศรีสพุ รรณ อำเภอวานร
นิวาส อำเภอวาริชภูมิ แหล่งผลิตผ้าฝ้ายย้อมคราม ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ผ้าฝ้ายย้อมสีเคมี ได้แก่
แหล่งทอผ้าฝ้ายอำเภออากาศอำนวย อำเภอพรรณานิคม อำเภอพังโคน อำเภอกุสุมาลย์ อำเภอ
โพนนาแก้ว อำเภอกุดบาก อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอคำตากล้า อำเภอภูพาน 3) การจัดทำ
เส้นทางการศึกษาวัฒนธรรมเชิงท่องเที่ยวของผ้าพน้ื เมอื งที่สำคัญ มี 4 ชนิด คือ (ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้า
ฝ้ายผสมใยสังเคราะห์ ผ้าฝ้ายผสมไหม) สามารถจัดทำได้ 2 เส้นทาง คือ ผ้าไหมและผ้าฝ้าย อำเภอ
โคกศรีสุพรรณ อำเภอวานรนิวาส อำเภอวาริชภูมิ เป็นแหล่งผลิตผ้าไหม สามารถเดินทางไปศึกษา
แหลง่ ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโบราณสถาน โบราณวัตถุบ้านทา่ วดั วดั พระธาตุดมุ วัดปา่ สุทธาวาส วัด
พระธาตเุ ชิงชุมวรวิหาร วดั พระธาตุนารายณ์เจงเวง วดั พระธาตุภูเพ็ก วัดถ้ำขาม วัดคำประมง วัดป่า
อุดมสมพร วัดพระธาตุศรีมงคล วัดถ้ำพระพุทธไสยาสน์ อำเภออากาศอำนวย อำเภอพรรณานิคม
อำเภอพังโคน อำเภอกุสุมาลย์ อำเภอโพนนาแก้ว อำเภอกุดบาก อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอคำตา
กล้า อำเภอภูพาน เป็นแหล่งทอผ้าฝ้าย สามารถเดินทางไปศึกษาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมท่ี
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมไทโส้ ถ้ำเสรีไทย ผานางเมิน ลานสาวเอ้ ทางผีผ่าน ถ้ำผาลาย วัดพระธาตภุ ูเพ็ก
วัดถ้ำขาม วดั คำประมง วดั ปา่ อุดมสมพร ปราสาทบ้านพันนา ผาผักหวาน วดั ถำ้ อภัยดำรงธรรม
คำสำคัญ : คุณคา่ , อัตลกั ษณ์, ผ้าทอ, ผา้ พน้ื เมอื ง, ผลติ ภัณฑท์ ้องถน่ิ
จักรพันธ์ สุระประเสริฐ (พ.ศ.2560) การวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) ครั้งนี้มี
วัตถุประสงค์หลักเพื่อค้นหาแนวทาง พัฒนาการออกแบบเครื่องแต่งกายสตรีจากผ้าฝ้ายทอมือของ
ชมุ ชนทอผา้ ฝ้ายบ้านเฮี้ย อำเภอปวั จังหวัดนา่ น ซึ่งการวจิ ยั แบ่งออกเปน็ 3 ขนั้ ตอนดงั นี้ ข้ันตอนที่ 1
การศึกษาลักษณะเด่นของลายผ้าฝ้ายทอมือที่ชุมชน มีอยู่โดยการลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลจากชุมชนแม่
เฮย้ี ขั้นตอนท่ี 2 การศกึ ษาปัญหาและความตอ้ งการใน การขยายกล่มุ ลูกคา้ โดยการสัมภาษณต์ วั แทน
ชุมชนและตัวแทนจำหนา่ ย จำนวน 100 คน และข้นั ตอนท่ี 3 การนำหลักการออกแบบเคร่ืองแตง่ กาย
ไปใช้วิเคราะห์ปัญหาจากลักษณะตัวอย่างเครื่องแต่งกายที่ชุมชน มีอยู่ ด้วยการศึกษาผ้าฝ้าย การ
สัมภาษณ์ตัวแทนชุมชน และการวิเคราะห์ตัวอย่างเครื่องแต่งกาย จากผ้าฝ้าย สถิติที่ใช้ในการ
วเิ คราะหข์ อ้ มูล ได้แก่ ความถี่ ค่ารอ้ ยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน และการสงั เคราะห์เนื้อหา
(Content Analysis)