The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการบรรยาย อ.สุนันทา บุญรักษา วันที่ 15 พย 65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แนวทางการจัดการเรียนการสอน ภาคปฏิบัติ การมอบหมายงานและ การสาธิต

เอกสารประกอบการบรรยาย อ.สุนันทา บุญรักษา วันที่ 15 พย 65

แ น ว ท า ง ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น
ก า ร ส อ น ภ า ค ป ฏิ บั ติ

อ า จ า ร ย์ สุ นั น ท า บุ ญ รั ก ษ า
ค ณ ะ พ ย า บ า ล ศ า ส ต ร์
ม ห า วิ ท ย า ลั ย ส ย า ม

การจดั การเรยี นการสอนหลกั สตู รพยาบาลศาสตรบณั ฑติ
สรา้ งบณั ฑติ ให้เป็นพยาบาลวชิ าชพี
ปฏบิ ัติภารกิจบรกิ ารสขุ ภาพอนามัย พัฒนาคุณภาพชวี ติ ประชาชน
ผู้รบั บรกิ าร
วชิ าชพี พยาบาลเป็นวชิ าชพี เชงิ ปฏบิ ตั ิ (Practice Oriented Discipline)

ผสมผสานความรูภ้ าคทฤษฎแี ละปฏบิ ตั ใิ ห้มคี วามสัมพนั ธก์ นั
ใชว้ ธิ กี าร กลยทุ ธห์ ลายรูปแบบ ผเู้ รยี นบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ

พฤตกิ รรมทช่ี ดั เจน ทง้ั สมรรถนะเชงิ วชิ าชพี เชงิ สังคม
สามารถวดั และประเมนิ ผลได้

(มณฑาทพิ ย์ ไชยศักด์ิ, 2543)

แนวทางการจัดการเรียนการสอนภาคปฏิบัติ

พัฒนาทกั ษะพิสัย ความสามารถในการปฏบิ ตั ิการพยาบาลได้ถูกต้องเหมาะสม
กบั ปัญหา และความตอ้ งการของผู้รบั บรกิ าร

ปรบั แปลงแนวทางปฏิบัติการพยาบาลให้เกดิ ผลดี
วเิ คราะห์ หลกั การเหตุผลในการประเมินผล การปฏบิ ัตกิ ารพยาบาล

Lecture Case Bedside
assignment Teaching
Clinical
Conference Demons
tration

Nursing
Round

CONCEPT OF LEARNING

• เรยี นรูผ้ ่านการทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง (practice doing) จดจาได้ 75% คงทน
มากกว่าที่ได้รับจากการบรรยาย การเรียนรู้จากสถานการณ์ จาลองเสมือนจริง
จดจาความรูแ้ ละเพ่ิมความม่ันใจ มคี วามพรอ้ มในการปฏบิ ัติการพยาบาลมากข้ึน

Learning Change in • เกิดความเข้าใจ
Experience behavior เ ต รี ย ม พ ร้ อ ม ทั้ ง
ทั ก ษ ะ แ ล ะ ค ว า ม
รู้ เ พื่ อ ใ ช้ใ น ก า ร
ฝึกปฏิบัติดูแลได้
อ ย่ า ง เ ห ม า ะ ส ม
ล ด ค ว า ม ก ลั ว
กั ง ว ล มี ค ว า ม รู้
เพี ยงพอในการ
ฝึกปฏิบตั ิ

วิธีการ / แนวปฏิบัติของเทคนิ ค และวิธีการสอน

2. เทคนิคการ - สาธติ : Procedureทาแผล ดดู เสมหะ พ่นยา เจาะทอ้ ง
สอน
การเจาะนาไ้ ขสันหลงั
หลากหลาย
- การประชมุ ปรกึ ษา : พยาบาลพี่เลยี้ งประจาแหลง่ ฝกึ มี
ส่วนรว่ มวาง แผนดแู ลผปู้ ว่ ย รว่ มกนั  เทคนิคการอภปิ ราย
เทคนิควธิ แี กไ้ ขปญั หาตามลาดบั ขั้น การดแู ลผปู้ ว่ ยทใี่ ส่
เครอ่ื งชว่ ยหายใจ ผปู้ ่วย TURP
- ใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ ทนั สมยั ดแู ลผปู้ ว่ ย การดแู ล
ผปู้ ่วยทใ่ี ชเ้ ครอื่ งชว่ ยหายใจ การป้องกนั การเกดิ แผลกดทบั
การป้องกนั การตดิ เชอ้ื ในโรงพยาบาล
- วเิ คราะห์กรณีตวั อยา่ ง การอภปิ ราย นาเสนอข้อมลู
สะทอ้ นคดิ จากปัญหาทร่ี บั การแกไ้ ข นาข้อมลู เหตกุ ารณ์

จรงิ สถานการณ์ วเิ คราะห์เพอ่ื ตรวจสอบข้อเทจ็ จรงิ ท่ี

สอดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงคร์ ายวชิ า

>> นศ. ไดอ้ ภปิ รายกลมุ่ ระดมพลงั สมอง ให้ข้อตดั สิน

>> ผสู้ อนเป็นผอู้ านวยการอภปิ รายกลมุ่ : การดแู ล

ผปู้ ่วยโรคหลอดเลอื ดสมอง เบาหวาน โรคหัวใจ Shock

3. ขั้นประเมินผล

ระยะสั้น : สังเกตความสนใจ ระยะเวลา 30-45 นาที ไมเ่ กนิ 1 ชว่ั โมง
การซกั ถาม แสดงความคิดเห็น
การตอบคาถาม และการสาธติ ชว่ งเวลาท่ีหอผู้ป่วยไมย่ ่งุ วุ่นวาย
ย้อนกลบั การสะทอ้ นคิดของ จนเกนิ ไป เพ่ือให้มสี มาธใิ นการเรยี น

ผู้เรยี น

ระยะยาว : ตดิ ตามผลการนา สถานท่ี : บนหอผปู้ ่วยท่ผี ู้เรยี นฝึก
ความรูไ้ ปใชใ้ นการดูแลผู้ป่วยใน ปฏิบัตงิ าน

ครงั้ ตอ่ ไป

ระยะเวลา สถานท่ี บรรยากาศ บรรยากาศ : กลั ยาณมิตร
ส่ิงแวดลอ้ มท่เี อื้อต่อการสอน ดึงศั กยภาพ

พยาบาลพ่ีเล้ียงมสี ่วนรว่ ม

พัฒนาทกั ษะพสิ ัย (Psychomotor Domain) ความสามารถในการปฏบิ ตั กิ าร
พยาบาลไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสมกบั ปัญหา ความตอ้ งการของผรู้ บั บรกิ าร

1. วธิ กี ารเรยี นเพ่ือแกป้ ัญหาการพยาบาลดว้ ย SQ4R
2. การสอนแบบห้องทดลอง (Laboratory method)
3. การวเิ คราะห์อบุ ตั กิ ารณ์ (Case incident method)
4. การประชมุ ปรกึ ษาทางการพยาบาล (Nursing care conference)
5. การศึกษารายผปู้ ่วยโดยกลมุ่ (Nursing clinic)
6. การศึกษาการพยาบาลรายบคุ คล (Nursing care study)
7. การบนั ทกึ การสนทนากบั ผปู้ ่วย (Process record)
8. การวเิ คราะห์กรณีตวั อยา่ ง (Case analysis method)
9. วธิ กี ารสาธติ (Demonstration method)
10. การอภปิ รายกลมุ่ ยอ่ ย (Group discussion method)
11. การตรวจเยยี่ มทางการพยาบาล (Nursing round)
12. การสอนโดยการใชป้ ัญหาเป็นหลกั (Problem-Based Learning)
13. การสอนเพอื่ พฒั นาความคดิ วจิ ารญาณทางการพยาบาล

วิธีการเรียนเพ่ือแก้ปัญหาการพยาบาลด้วย SQ4R

•S = Survey : สารวจ ศึกษาข้อมลู รายละเอยี ดตา่ งๆเกย่ี วกบั ผปู้ ่วย
•Q = Question : ถามคาถามทเ่ี กย่ี วกบั เน้ือหาทจ่ี ะเรยี น

ใคร อะไร ทไ่ี หน ทาไม
•R1 = Read : อา่ นบนั ทกึ การพยาบาล และตารา
•R2 = Reflect : สะทอ้ นกลบั ถงึ ความเข้าใจในเนื้อหาทอ่ี า่ น

เชอ่ื มโยงกบั ความรูเ้ ดมิ หรอื ข้อมลู กบั หลกั การท่ี
เสนอไว้
•R3 = Recite : ฝกึ จาข้อมลู โดยการถาม-ตอบ
•R4 = Review : ทบทวนเน้ือหา เน้นการถามคาถาม อภปิ ราย
ซกั ถาม สรุปรว่ มกนั

Psychomotor Domain

การเลยี นแบบ
(Imitation)

การกระทำโดย การทำตามแบบ
ธรรมชาติ (Manipulation)

(Naturalization)

การกระทำอย่าง การมคี วาม
ถูกตอ้ ง ถูกตอ้ ง

(Articulation) (Precision)

ผสู้ อนบอกเล่า อธบิ าย ถ่ายทอดความรูใ้ ห้ผู้เรยี นในรูปของคาพดู โดยค้นคว้า
หาความรูม้ าอธบิ ายให้ฟังโดยเฉพาะ ผ้เู รยี นรบั ข้อมูลจากเน้ื อหาในบทเรยี น
เพียงอย่างเดยี ว และต้องใชก้ ารฟัง วิเคราะห์ จดจาเน้ื อหาสาระ หรอื จดบันทกึ

ใชร้ ว่ มกบั เทคนิ คการสอนอ่นื ๆ Prezi
presentation, Videos, Poll everywhere
application

องคป์ ระกอบหลกั 4 ประการ
1. มผี สู้ อนและผเู้ รยี น
2. มเี นื้อหาสาระ หรอื ข้อความรูท้ ตี่ อ้ งการให้

ผเู้ รยี นไดเ้ รยี นรู้
3. มกี ารบรรยาย (พดู บอก เลา่ อธบิ าย) โดย

ผสู้ อน
4. มผี ลการเรยี นรูท้ เี่ กดิ จากการบรรยาย

การกระตุ้นความสนใจ

เทคนิ คการกระตุ้น และรกั ษาความสนใจให้คงอยู่
1. ใชป้ ัญหาเป็นส่ิงเรา้ ข่าว เหตุการณ์สาคัญ และกรณีตัวอย่าง
2. ใชก้ ารทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี นเพื่อชว่ ยให้ผู้เรยี นไดเ้ ห็นความ
สามารถของตน
3. ใชส้ ื่อประกอบ ภาพ สไลด์ เทปเสียง วดี ีทศั น์ ภาพยนตร์ คอมพิวเตอร์
4. ใชก้ ารซกั ถามประกอบกับการบรรยาย
5. ใชก้ ิจกรรมประกอบการบรรยาย อภิปรายกล่มุ ย่อย สาธติ
แสดงบทบาทสมมติ การเลน่ เกม การทดลองปฏบิ ัติ
6. การยกตัวอยา่ งประกอบการอธบิ าย
7. การใชอ้ ารมณ์ขัน
8. การเปิดโอกาสให้ผฟู้ ังซกั ถาม และแสดงความคิดเห็น

ความน่ าสนใจหรอื ความสนกุ สนาน สนกุ สนานในทางปัญญา กับวิชาทเี่ รยี น
ผู้สอนสารวจตัวเองวา่ เราสนกุ กับส่ิงทส่ี อนเพียงใด

2. การมอบหมายงาน

ความ หลกั
หมาย
การ
การกาหนด
ความรบั ผดิ ชอบ ความเหมาะสม
และอานาจ บคุ คลทร่ี บั มอบ
หน้าทใ่ี นการให้ หมายเตม็ ใจ
การพยาบาล ประสิทธผิ ล
ให้กบั บคุ คลใด ประสิทธภิ าพ
บคุ คลหน่ึง สามารถไปปฏบิ ตั ิ
ให้สาเรจ็
ประโยชน์สงู สดุ
ต่อผใู้ ชบ้ รกิ าร
และวชิ าชพี

ความสาคัญ

• ชว่ ยให้งานบรรลผุ ลสาเรจ็ ตามเปา้ หมายทก่ี าหนดไว้
• เกดิ ประโยชน์ตอ่ ระบบงาน และการพฒั นาบคุ ลากรให้
สามารถปฏบิ ตั งิ านได้ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

การมอบหมายงานทม่ี ปี ระสิทธภิ าพ
• ตอ้ งเป็นขัน้ ตอน
• มกี ารประเมนิ มกี ารวางแผนอยา่ งรอบคอบ
• เหมาะสมกบั ความรูค้ วามสามารถของผรู้ บั มอบหมาย
• ควบคมุ งานทไี่ ดม้ อบหมายไปแลว้ อยา่ งเหมาะสม

1. กาหนดขอบเขตความรบั ผดิ ชอบในหน้ าท่ีการพยาบาล
2. เพ่ือให้เกดิ การพยาบาลท่ดี แี ละมปี ระสิทธภิ าพ
3. เพ่ือความสะดวกในการบรหิ ารงานในหอผปู้ ่วย

3.1 ทกุ คนมหี น้ าทีร่ บั ผดิ ชอบงานเป็นสัดส่วน
3.2 สะดวกตอ่ การกาหนดอตั รากาลัง
3.3 เป็นแนวทางวางแผนการปฏิบัติงานให้สอดคล้อง
3.4 สะดวกตอ่ การนิ เทศงาน
3.5 การจดั งานและเวลาให้เหมาะสมกบั ความสามารถ
3.6 เปลีย่ นแปลงจานวนบคุ ลากรตามจานวนผปู้ ่วย สะดวกตอ่ การประเมนิ ผล

4. เป็นแนวทางในการประเมินผลการปฏิบัติงาน และการให้บรกิ ารพยาบาล
ของบคุ ลากรทางการพยาบาล นาไปส่กู ารพัฒนาบุคลากรได้เหมาะสม
สอดคลอ้ งกบั ความต้องการของผใู้ ชบ้ รกิ ารและหน่ วยงาน

5. เป็นแนวทางการเตรยี มความพรอ้ มสาหรบั การปฏบิ ตั ิงาน
6. เป็นแนวทางสาหรบั หัวหน้ าทมี และผู้วางแผนงานปรบั ปรุงแกไ้ ขให้เหมาะสม

1. กระตนุ้ ให้ผเู้ รยี นไดใ้ ชค้ วามรูใ้ นการทางานอยา่ งมคี วามหมาย
ตอ่ ยอดความรูน้ าไปใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านในชวี ติ จรงิ

2. ซบั ซอ้ นเพยี งพอทจ่ี ะให้ผเู้ รยี นไดเ้ ชอื่ มโยงความรูค้ วามสามารถ
นาทกั ษะมาใชใ้ นการทางานอยา่ งเตม็ ท่ี สอดคลอ้ งกบั สภาพจรงิ

3. กระตนุ้ ให้ผเู้ รยี นไดแ้ สดงความรูค้ วามสามารถ / ทกั ษะในระดบั สงู

(ไมใ่ ชท่ กั ษะพ้ืนฐาน)
สามารถแสดงผลงานไดอ้ ยา่ งเตม็ ท่ี ไดผ้ ลงานคณุ ภาพ เกดิ จากทกั ษะ
การคดิ ทซ่ี บั ซอ้ น และไตรต่ รองจนพอใจ

4. ตอ้ งกาหนดมติ ิ มาตรฐานการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ ทเ่ี ป็นไปได้
ถกู ตอ้ ง ขอบเขตชดั เจน สอดคลอ้ งกบั ผลการเรยี นรูท้ ค่ี าดหวงั

5. ตอ้ งบรู ณาการความรูค้ วามสามารถและทกั ษะทเ่ี กดิ จากการเรยี นรูใ้ น
สาขาวชิ ามาแกป้ ัญหาการทางานทส่ี อดคลอ้ งกบั เหตกุ ารณ์จรงิ ในสังคม

HOW TO ควร!!!!
มอบหมาย
•วตั ถปุ ระสงคห์ ลกั สตู ร ลว่ งหน้า
•งานทต่ี อ้ งฝกึ ประสบการณ์ทตี่ อ้ งการ
•จานวนนั กศึ กษา

•สอดคลอ้ งกบั ความสามารถ ให้โอกาสไดป้ ระสบการณ์มากทส่ี ดุ
•ระยะเวลา อาการของผปู้ ่วย เหมาะสมกบั ระยะเวลา
•มอบหมายตามกลมุ่ โรค คละอาการ
•แยกตามพฤตกิ รรม ถา้ โรคซา้ ดกู ารรกั ษาทต่ี า่ งกนั
•ดตู ามแบบประเมนิ ให้ไดป้ ระสบการณ์ครบ
•มคี วามหลากหลายโรคในกลมุ่ นักศึกษา เพ่ือการเรยี นรูท้ แี่ ตกตา่ ง

รูปแบบการมอบหมาย

•แบบรายบคุ คล (Case)
•แบบหน้าท่ี (Function)
•แบบทมี (Team)
•แบบผสม (Multiple)

รู ปแบบการมอบหมาย

แบบรายบคุ คล (Case) Total care
เหมาะสาหรบั การเรยี นการสอนนักศึกษาพยาบาลให้ไดร้ บั ความรู้

และประสบการณ์เพ่มิ ข้ึน จากการให้การดแู ลผปู้ ่วยในความรบั ผดิ ชอบ
(Spitzer-Lehman, 1994)

• มอบหมาย 1-2 case / 1 student
• นักศึกษาวางแผนการพยาบาล ปฏบิ ตั กิ ารพยาบาล

ทกุ อยา่ งแกผ่ ปู้ ่วย

▪ Holistic care
▪ ครอบคลมุ ทกุ มติ ิ

รูปแบบการมอบหมาย

แบบหน้าที่ (functional nursing)
▪ ความสาเรจ็ ของงานและการปฏบิ ตั งิ าน
▪ ลกั ษณะตา่ งคนตา่ งกป็ ฏบิ ตั หิ น้าทขี่ องตน โดยไมไ่ ดค้ านึงถงึ ความ

เป็นปัจเจกบคุ คลของผปู้ ่วย

หน้าท่ี (functional nursing) รายบคุ คล (Case) Total care

ปัญหาและอุปสรรค ในการมอบหมายงาน

1. ดา้ นการส่ือสารเพื่อการมอบหมายงาน
2. ดา้ นการควบคุม ผมู้ อบหมายงานตอ้ ง

• รบั ผดิ ชอบต่อผลสาเรจ็ หรอื ความลม้ เหลวของงานทงั้ หมด
• ควบคุมไดท้ วั่ ถึง และรูว้ ิธกี ารควบคุม แตผ่ ปู้ ฏิบัตริ ูส้ ึกอิสระ

การสอนด้วยวิธีการสาธิต (DEMONSTRATION METHOD)

ความหมาย
•วธิ แี สดงให้ดเู ป็นตวั อยา่ ง โดยผชู้ านาญในการพยาบาลเฉพาะอยา่ ง ใน
สภาพการณ์จรงิ / สมมตกิ ไ็ ด้

– เตรยี มการแสดงอยา่ งมขี ้ันตอน
– มหี ลกั การตามกระบวนการทถ่ี กู ตอ้ ง

วตั ถปุ ระสงค์
1. เพื่อความเหมาะสมกบั สภาพการพยาบาลในขณะนั้น
2. สอนวธิ ปี ฏบิ ตั กิ ารพยาบาลใหม่ /ปรบั ปรุงเปลย่ี นแปลงการพยาบาล
สอนการใชเ้ ครอ่ื งมอื ใหม่
3. สอนการใชเ้ ทคนิคการสังเกตในสถานการณ์จรงิ
4. สอนเทคนิคการสื่อสารและการสรา้ งสัมพันธภาพกบั ผปู้ ่วย
5. แสดงการให้ความรูท้ างสขุ ภาพอนามยั แกผ่ ปู้ ่วยและครอบครวั

วิธีสอน

1. ขั้นเตรยี ม คอื ขั้นเตรยี มกจิ กรรม
1.1 วเิ คราะห์วา่ หัวข้อทจ่ี ะสอนเหมาะสมกบั การสาธติ ?????
1.2 กาหนดวตั ถปุ ระสงคข์ องการสาธติ วา่ จะให้รูอ้ ะไร ชดั เจน
1.3 เรยี บเรยี งลาดบั ขั้นของการสาธติ
1.4 เตรยี มกจิ กรรมและอปุ กรณ์การสาธติ
1.5 กาหนดเวลา
1.6 กาหนดวธิ วี ดั ผล
1.7 เตรยี มสภาพห้องเรยี น
1.8 ซอ้ มสอนเพ่ือแกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง

2. ขั้นสอน คอื ข้ันการสาธติ
2.1 บอกวตั ถปุ ระสงคก์ ารสาธติ แกผ่ เู้ รยี น
2.2 บรรยายเนื้อหายอ่ ๆเกย่ี วกบั เรอ่ื งทจ่ี ะสาธติ เพือ่ ผเู้ รยี น

เข้าใจดขี ้ึน
2.3 บอกชนิดของการสาธติ เพ่อื ให้ผเู้ รยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมได้

ถกู ตอ้ ง ขณะดกู ารสาธติ ตอ้ งสังเกต หรอื จดบนั ทกึ ???
• แบบเงยี บให้สังเกตเอง
• สาธติ ประกอบการบรรยาย
2.4 ดาเนินการสาธติ ตามลาดบั ข้ันทเ่ี ตรยี มมา

3. ขั้นสรุป
3.1 สรุปสาระสาคัญของการสาธติ ................อธบิ ายสั้นๆ
3.2 ผเู้ รยี นสรุปเองเพื่อดคู วามเข้าใจมากน้ อยหลังสาธติ เสรจ็
3.3 ตัง้ คาถามให้ตอบ เน้ นสาระของการสาธติ แทนการสรุป
3.4 แบ่งผเู้ รยี นเป็นกล่มุ ย่อย ให้แตล่ ะกล่มุ สรุปผลการสาธติ
หรอื การเรยี นรูท้ ่ไี ดจ้ ากการสาธติ
3.5 ให้ผเู้ รยี นทารายงานส่งเป็นรายบุคคล/รายกลุ่ม กาหนด
หัวข้อที่เกยี่ วกับการสาธติ

➢ ความสาคัญ ขั้นตอน ผลที่ไดร้ บั
➢ ความคิดเห็นท่มี ตี ่อการสาธติ

4. ขั้นการประเมนิ ผล หรอื ขั้นสาธติ ยอ้ นกลบั
4.1 เปิดโอกาสให้ผเู้ รยี นไดม้ กี ารสาธติ ยอ้ นกลบั ตามความตอ้ งการ
หรอื มอบหมายนัดหมายให้มกี ารสาธติ
ยอ้ นกลบั ทกุ คน กอ่ นมกี ารปฏบิ ตั จิ รงิ
4.2 ประเมนิ ผลจากรายงานทมี่ อบหมายให้ทาหลงั
การสาธติ

สรุปวิธีการสาธิต (DEMONSTRATION METHOD)

1. ขั้นเตรียมการสอน 2. ขน้ั สาธติ
• กาหนดจุดประสงค์ • บอกวัตถุประสงค์
• จดั ลาดับเน้ือหา • บอกกิจกรรม
• เตรียมกจิ กรรม • ดาเนินการสาธติ
• เตรียมอุปกรณ์
• กาหนดเวลา 3. ขั้นสรปุ
• กาหนดวธิ กี ารวดั ผล • ผู้สอนสรปุ ผู้เรยี นสรุป
• เตรยี มสภาพห้องเรยี น
• ซ้อมการสาธิต 4. ข้ันประเมนิ ผล
•ขน้ั สาธติ ย้อนกลบั
•วัดผล

ข้อดี
1. ประหยดั เวลาการลองผดิ ลองถกู ของผเู้ รยี น และวสั ดกุ ารสอนเมอื่

สาธติ เป็นกลมุ่
2. ผเู้ รยี นเข้าใจการปฏบิ ตั ไิ ดด้ ี เพราะเป็นประสบการณ์ตรงมตี วั อยา่ งให้ดู

3. เป็นการกระตนุ้ การเรยี นการสอนเพราะให้นักศึกษามสี ่วนรว่ มใน
กจิ กรรม

4. เป็นการฝกึ ให้รูจ้ กั สังเกต หาเหตผุ ล และสรุปหลกั เกณฑไ์ ด้

ข้อจากัด
1. ตอ้ งทราบพื้นฐานของผเู้ รยี นกอ่ นการสาธติ
2. กลุ่มใหญ่ต้องแน่ ใจว่าเห็นการสาธติ ทัว่ ถึง
3. การสาธติ ทต่ี ิดขัดบกพรอ่ งหรอื มีอุบัตเิ หตุ จะไมเ่ ป็นผลดี
4. ตอ้ งไม่บรรยายมากเกินไป จะทาให้การสาธติ ขาดตอน ขาดความ

น่ าสนใจ และไม่เรง่ การสาธติ ไม่ข้ามขั้นตอน ทาให้ขาดคุณค่าไป

การสอนให้นกั ศกึ ษา “เป็นพยาบาล” และมี “ความเปน็ พยาบาล”

• การ “เปน็ พยาบาล” คือ การมคี วามสามารถช่วยเหลือดูแลผ้ปู ่วยเพ่อื บรรเทา
อาการโรคและ/หรือยับย้ังการลุกลามของโรค รวมถึงการประเมนิ ภาวะสขุ ภาพ
การส่งเสริมและฟื้นฟสู ขุ ภาพอนามัยและการป้องกันโรค
• “ความเป็นพยาบาล” หมายถึง มีจติ ใจท่ตี อ้ งการชว่ ยให้ผ้อู น่ื พน้ จากความทุกข์
ทรมานทง้ั ทางกาย และทางใจ ถึงพร้อมด้วยจริยธรรม และคุณธรรมทแี่ สดงออก
ไดด้ ้วยภาษากาย (body language) และวาจา

การสอนข้างเตียง (BEDSIDE TEACHING /
BEDSIDE CLINICAL TEACHING)

• เครื่องมอื ทจี่ าเปน็ และสาคญั มากทาใหเ้ กดิ การเรียนรู้จน
เกดิ ทักษะในการปฏิบัติได้ วธิ ที ี่สาคัญของการสอนในคลนิ กิ
•อาจารยแ์ ละนกั ศกึ ษาอยู่ขา้ งเตียงจรงิ มีผู้ปว่ ยเปน็ ศูนยก์ ลาง
รายบคุ คล / เป็นกลุ่ม
•เกดิ ปฏิสัมพันธร์ ะหว่างผูส้ อน ผู้เรยี น และผู้ปว่ ย ในสภาวะแวดลอ้ มจรงิ

นักศกึ ษาจะได้เห็น “แบบอย่าง” การปฏิบตั ทิ างคลินกิ (clinical performance) ของครู

การให้ความรูท้ างคลนิ ิกข้างเตยี ง (bedside clinical teaching)
ปรบั รูปแบบการเรยี นการสอน สภาพส่ิงแวดลอ้ มให้เออ้ื ตอ่
การเรยี นรูเ้ ห็นภาพ และลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ

ประเด็นสาคัญของการสอนข้างเตียง

นกั ศึกษาเกดิ ทักษะ เพราะต้องลงมือปฏิบตั กิ ิจกรรมการพยาบาลจรงิ
เป็นการสอนในขณะปฏิบตั ิ
เปน็ การสอนเฉพาะตวั อาจารย์และนกั ศกึ ษาใกล้ชิดกัน สามารถแกไ้ ข
ปรบั ปรุงสิ่งที่นกั ศึกษาทาผดิ พลาด เพ่อื ใหเ้ กดิ ทักษะทถ่ี กู ตอ้ ง
สามารถสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรมในการฝึกปฏิบัติได้งา่ ย
ไดผ้ ลมากทส่ี ดุ การสอนเป็นรายบคุ คล / สอนเฉพาะตัว

สอนข้างเตียงอย่างไรให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

หลกั การ
• ผ้ปู ว่ ยเปน็ ศนู ยก์ ลางในการเรยี นการสอน
• นกั ศกึ ษาเปน็ ศนู ย์กลางในการสอน
• สอนสิ่งที่ควรรู้ และยังไม่รู้ สอนในส่ิงที่ไมส่ ามารถเรียนได้จากตารา
• ใหโ้ อกาสนักศกึ ษาแสดงความคดิ และศกั ยภาพของตนเองอย่างอิสระ
กระตนุ้ ใหค้ ิดโดยการตั้งคาถามนา
• ครเู ป็นแบบอย่างทดี่ ี ทั้งดา้ นความรู้ความสามารถทางวิชาการ
เจตคติ และจริยธรรม
• การสอนและฝกึ ทกั ษะการปฏบิ ตั ิ การมปี ฏสิ ัมพนั ธ์ (interaction)

วิธีสอนข้างเตียง

กลุ่มที่ 1 ประสบการณท์ างคลินกิ
•ขั้นตอนที่ 1 การเตรยี มความพร้อม (Preparation)
•ขัน้ ตอนท่ี 2 การให้คาแนะนาแก่นกั ศึกษาก่อนพบผปู้ ่วย (briefing before seeing
the patient)
•ข้นั ตอนที่ 3 การเรยี นจากการฝกึ ปฏิบัตกิ ับผ้ปู ่วย (clinical experience with patient)
•ขนั้ ตอนที่ 4 การให้คาแนะนาแกน่ ักศกึ ษาหลงั ไดพ้ บผปู้ ่วย
(debriefing after leaving the patient)

วิธสี อนข้างเตียง

กลมุ่ ท่ี 2 การอธิบายเหตุการณท์ างคลินกิ ที่ได้ประสบ (explanation of the clinical
events)
• ขั้นตอนท่ี 5 การทบทวนประสบการณ์ท่ไี ด้รับ (reflection)
• ข้ันตอนที่ 6 การทาความชดั เจนกับประสบการณ์ท่ีไดร้ บั (explication of the

experience) เปน็ การรวม (incorporate)
• ข้นั ตอนท่ี 7 การวางแผนงานและแผนการเรียนจากประสบการณ์ที่ไดร้ ับ
• ขัน้ ตอนท่ี 8 การเตรียมตวั สาหรบั การดูผปู้ ว่ ยคนต่อไป (preparation for

the next patient)

เรยี นจากประสบการณ์ตรง เป็นวธิ เี รยี นรูท้ ่ดี ีท่ีสดุ

การสอนข้างเตียง (เป็นกลุ่ม)

•เนอื้ หา สอนไดท้ กุ เร่ือง
•พานักศกึ ษาไปทีเ่ ตียงผูป้ ่วย และอธบิ าย

: การให้ออกซเิ จนในผปู้ ่วยรายนี้
•พานักศกึ ษาไปท่เี ตียงผูป้ ว่ ย สอนและสาธิตใหด้ ูเลย

: การ SUCTION / การ FEED ทาง NG tube /
การเปลย่ี นขวด IV / การสอนตรวจรา่ งกาย

• มอบหมายให้นกั ศกึ ษา 1 คน ฝกึ ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมกบั ผ้ปู ่วย
• นกั ศกึ ษาท่ีเหลอื สงั เกตการณโ์ ดยอาจารยผ์ ู้สอนอธิบาย เชน่ การ suction

ประเดน็ สาคัญของการสอนเปน็ กลุ่ม
สอนเกยี่ วกบั โรคทีผ่ ปู้ ่วยเป็น สามารถดึงผ้ปู ว่ ย พอ่ แม่และญาตเิ ขา้ มามสี ว่ นร่วมได้

ความยากและอุปสรรคในการสอนข้างเตียง

•ตอ้ งใจเยน็ มากๆ และใช้พลังมาก เพ่ือพูด/แสดงให้นกั ศกึ ษาเกดิ พลงั ใจ
ไม่กลัว ไม่ทอ้ ถอยตอ่ การฝึกปฏบิ ตั ิ เกิดเจตคตทิ ี่ดตี ่อการปฏิบตั ิ และวชิ าชีพ
•ต้องใจเย็นพอ ท่ีจะปลอ่ ยให้นักศึกษาได้ฝกึ ปฏิบตั ิด้วยตนเอง
มิฉะน้นั จะไมป่ ระสบความสาเร็จในการสอน
•ต้องใช้กลยุทธ์หลากหลาย เพ่ือใหก้ ารสอนขา้ งเตียงทกุ เรอื่ งดาเนินไปได้ด้วยดี ปลอดภัย จน
เสร็จส้นิ กระบวนการ อดทนและใช้ความพยายามสูงในการขจดั ปญั หาและอปุ สรรค
•ต้องใชเ้ วลาคอ่ นขา้ งมาก ถ้ามีเหตุการณท์ ี่ทาใหเ้ กิดปญั หาหรืออุปสรรค เช่น ผู้ป่วยไม่รว่ มมือ
ญาตแิ สดงความกงั วล ตอ้ งการบอกกลา่ วหลายๆ เรื่อง

การประชุมปรึกษาการพยาบาล (NURSING CARE CONFERENCE)

ความหมาย
การประชุมเพอื่ ปรึกษาหารอื ถึงปญั หาทางการพยาบาลสาหรบั ผู้ปว่ ยเฉพาะราย

โดยกลมุ่ บคุ ลากรทางการพยาบาล

จดุ มุ่งหมาย
1. เพือ่ พฒั นาทักษะการทางานเป็นทมี
2. เพอ่ื ฝึกการแสดงความคดิ เห็นในทป่ี ระชุมท่ีมบี ุคลากรในทมี สุขภาพร่วมดว้ ย
3. เพอ่ื เสริมสรา้ งทักษะการสรา้ งสรรคป์ รับปรงุ การพยาบาลทม่ี คี ณุ ภาพแก่ผ้ปู ว่ ย
4. เพอ่ื พัฒนาการเรยี นร้แู ละการประยุกตใ์ ชป้ ระสบการณ์ทางคลนิ กิ

ประเภทของการประชุมปรึกษาทางการพยาบาล

ข้นึ กบั จดุ ประสงค์ สาระ ประสบการณก์ ารเรียนรูท้ ี่ต้องการ แบ่งเปน็ 8 ประเภท
1. ประชุมปรกึ ษา ชี้แนะแนวทาง (Direction giving conference) หรือ Pre-conference
2. ประชมุ ปรกึ ษาเชิงเนื้อหา (Content conference)
3. ประชุมปรึกษาทีมการพยาบาล (Team nursing conference)
4. ประชมุ ปรึกษาบคุ ลากรทมี การพยาบาล (Nursing team conference)
5. การประชุมปรึกษาขา้ งเตยี ง (Bedside conference)
6. การประชมุ ปรกึ ษาบุคลากรพยาบาล (Nursing staff conference)
7. การประชุมปรึกษาการพยาบาล (Nursing care conference)
8. การประชมุ ปรึกษาหลังปฏิบัติงาน (Post – conference)

องค์ประกอบของการประชุมปรึกษาทางการพยาบาล

1. ผู้นา
2. สมาชกิ
3. วัตถปุ ระสงค์ ชดั เจน และแจง้ ใหส้ มาชิกทราบ
4. ขนาดของกลมุ่ Small group discussion : 4-8 คน ไม่เกนิ 12 คน เหมาะทส่ี ุดคอื 4-6 คน
5. เวลา เหมาะสมกบั ลกั ษณะของการประชุมปรกึ ษา ไม่ขดั ต่องานของตกึ ครงั้ ละ 30-60 นาที
6. สถานท่ี สามารถมี Eye contact และมี Face to face communication
7. ขนาดหอ้ งเหมาะสมกบั จานวนไมม่ เี สียงรบกวน แสงสว่างเพียงพอ
8. จัดเก้าอ้ีเปน็ รูปวงกลม สเี่ หล่ียม หรอื ตัวยใู หส้ มาชิกหันหนา้ เข้าหากนั
9. ระยะห่างของแต่ละคนพอสมควร

การประชุมปรึกษาทางการพยาบาล

• กิจกรรมสาคัญในการปฏบิ ตั ิงานพยาบาล และการนเิ ทศการพยาบาล
o เปน็ แนวทางคน้ หาปญั หาและความตอ้ งการของผ้ปู ่วย ค้นหาแนวทางการตอบ สนอง
ปญั หาและความต้องการท่ดี ที สี่ ุด ผ่านการกลน่ั กรองจากกระบวนการคดิ ของกลมุ่
•การรวมกลมุ่ กันของบุคคลพบกันอย่างไม่เปน็ ทางการ มกี ารปรกึ ษาหารือกัน
• แลกเปล่ยี นความคิดเหน็ ผา่ นกระบวนการกลุ่ม เพื่อหาแนวทางปฏบิ ัติของปญั หาเฉพาะเรื่อง
เกดิ ความรว่ มมืออันดที างานรว่ มกันอย่างมีประสทิ ธภิ าพ

วัตถุประสงค์ของ NURSING CARE CONFERENCE
1. พัฒนาทกั ษะการแก้ปัญหา กระบวนการคิดอยา่ งมีเหตุผล
2. พฒั นาความสามารถในการประเมินปญั หา/ความตอ้ งการของผ้ปู ่วย วางแผนการพยาบาล
3. เพือ่ ปรบั ปรุงคุณภาพการพยาบาล

สาระของ Nursing care conference
• ข้อมูลการเจ็บปว่ ย การพยาบาล และการรักษาทไ่ี ดร้ บั ปญั หา / อุปสรรคต่าง ๆ)
• ปญั หาทางการพยาบาลที่เรง่ ดว่ น
• แผนการพยาบาล
เทคนคิ การสอน
•กระบวนการกลุม่ ผเู้ รยี นเปน็ กลุ่มยอ่ ย ไมเ่ กิน 8-10 คน
• เทคนิคการอภปิ ราย และเทคนิควธิ กี ารแก้ไขปญั หาตามลาดบั ขั้น

กลุ่มผเู้ ข้าประชุม : กล่มุ ผู้เรยี น (นักศึกษา) พยาบาลนเิ ทศ หัวหน้าตกึ หรือหวั หนา้ ทมี

ใหพ้ ลังอานาจ (Empowerment) แกผ่ ้ปู ระกอบวชิ าชีพการพยาบาล
กอ่ ใหเ้ กิดความเปน็ อสิ ระควบคุมตนเองได้สงู ขนึ้

วิธีการสอน

1. ข้นั เตรยี ม
1.1 เตรียม CASE
1.2 กาหนดวตั ถปุ ระสงค์การประชุม วนั เวลา สถานที่ ใหผ้ รู้ ว่ มประชมุ

ทราบ
1.3 เขียนแผนการสอน

2. ขัน้ สอน
2.1 ดาเนินการประชุม รูปแบบการประชมุ กลุม่ ยอ่ ย (small group discussion)
และตามแนวคิดการแกป้ ัญหา
2.2 ครู หัวหน้าตึก หวั หน้าทมี รว่ มกบั นกั ศึกษา ประชุมร่วมกนั เพือ่ วางแผนใน
การชว่ ยเหลอื บคุ ลากรพยาบาลในการปฏบิ ตั ติ ามขัน้ ตอนของการแกป้ ญั หา
โดยเน้นที่ การระบปุ ญั หาและทาความเข้าใจปญั หา นาปัญหาเรง่ ด่วนเข้า
เปน็ วาระแรกในการประชมุ
2.3 สรุปและประเมินการประชุม เน้นในรปู แบบการปฏบิ ตั ิการพยาบาล
2.4 นาข้อสรปุ ไปปฏิบตั ิจรงิ

1. ขั้นเตรยี ม
เตรียม CASE กาหนด วัน เวลา สถานที่ เขยี นแผนการสอน ประสานผู้ป่วย

หัวหนา้ ตึก และผ้เู ก่ยี วขอ้ ง

2. ขนั้ สอน Small group discussion

3. ขนั้ สรปุ
ใหน้ กั ศกึ ษาเจา้ ของ Case สรุปแนวทางการนาไปปฏิบัติจรงิ

4. ขัน้ ประเมินผล
จากพฤตกิ รรมการเรียนของนกั ศกึ ษาและสัมพันธภาพกลมุ่

ข้อดีและข้อจากัด

ข้อดี
• เรียนรกู้ ารทางานเปน็ ทีม สรา้ งเสรมิ สมั พนั ธภาพท่ีดรี ะหวา่ ง ครู ผเู้ รยี น และ
บุคลากรทางการพยาบาล
• เสริมสรา้ งประสบการณก์ ารแกป้ ัญหาและการวางแผนการพยาบาลท่มี ี
คณุ ภาพสามารถปฏิบตั ิจริงได้

ข้อจากัด
• ใชเ้ วลาของบคุ ลากรพยาบาล ถา้ เวลาไมเ่ ออ้ื อานวย บุคลากรไม่ครบทีมจะทา
ให้เกิดการเรียนร้ไู มเ่ ตม็ ท่ี
• บน่ั ทอนกาลงั ใจของผู้เรียน

สรุป

การประชุมปรึกษาทางการพยาบาล (Nursing conference)
▪การประชมุ ปรึกษาทีใ่ ชเ้ ทคนคิ การแกป้ ญั หา
▪กระบวนการกลุม่
▪เสาะหาแนวทางปฏบิ ัติ นาไปส่กู ารแกป้ ัญหาทางการพยาบาล แก่ผ้ปู ว่ ย
▪อาศัยประสบการณ์ ความคดิ ความรู้ของสมาชิกในกลุ่ม
▪เสนอแนะวธิ ีปฏบิ ัติแกผ่ ปู้ ่วย แผนท่ีจะช่วยเหลอื ผปู้ ว่ ย
▪ประเมนิ ข้อตัดสนิ ของการดแู ลที่ใหแ้ ก่ผ้ปู ว่ ยไปแล้ว

(Barrette et.al 1975 ; Donovan , 1975 อ้างใน พวงรตั น์ บุญญานรุ ักษ์ , 2525)

สิ่งสาคัญในการประชุมปรึกษาทางการพยาบาล

1. การเริ่มประชมุ ใหต้ รงเวลาท่กี าหนด
2. สร้างบรรยากาศใหเ้ ป็นกันเองไมเ่ คร่งเครียด
3. ขณะการประชุมไม่ควรมีสงิ่ หน่งึ สง่ิ ใดมารบกวน
4. การพดู ต้องใหท้ ุกคนไดย้ นิ ชดั เจน
5. กระต้นุ ให้สมาชกิ ทุกคนมีโอกาสแสดงความคดิ เหน็
6. ควบคมุ ให้การอภปิ รายเปน็ ไปโดยกระชบั และชดั เจน
7. อภิปรายขอ้ มูลให้เสรจ็ เปน็ ราย ๆ ยกเวน้ เปรียบเทียบ ความแตกตา่ ง หรือคล้ายคลงึ
8. เลอื กใช้คาถามท่สี ง่ เสรมิ ให้ใช้ความคิดวิเคราะหแ์ ละสร้างสรรค์ เชน่ “เพราะอะไร”

“อยา่ งไร” หลกี เลยี่ ง “ใช่” หรือ “ไมใ่ ช่”
9. สอดแทรกความรู้ จรรยาบรรณวิชาชพี ทัศนคติทด่ี ีต่อการพยาบาล

การประชุมปรึกษาก่อนให้การพยาบาล PRE – CONFERENCE

•ก่อนเริ่มปฏบิ ัติงาน เพื่อมอบหมายงาน ช้ีแนะแนวทาง การปฏิบัตกิ ารพยาบาลเฉพาะอย่าง
•อภิปราย ภาระ ความรับผิดชอบ และส่ิงจาเป็นในการใหก้ ารดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ
เหมาะสม และเพยี งพอ

ประชมุ ปรกึ ษาเป็นรายกลมุ่ ช่วยให้เกิดการเรียนรูจ้ ากกลุม่
รายบุคคล
วัตถุประสงค์เฉพาะของ PRE – CONFERENCE

1.เพ่ือตรวจสอบความพรอ้ มในการปฏบิ ัติงานวนั น้นั
2.เพือ่ แจ้งวตั ถปุ ระสงคก์ ารเรียนรูใ้ นวันน้นั ๆ
3.เพ่ือสร้างความม่ันใจในการปฏบิ ัติงาน
4.เพ่ือให้การวางแผนการพยาบาลมปี ระสิทธภิ าพสาหรับผู้ปว่ ยแตล่ ะราย

สาระของ PRE – CONFERENCE

1. วัตถปุ ระสงค์ของการเรียนรู้
2. ขอ้ มลู เกย่ี วกับผู้ป่วย

- ประวัตกิ ารเจ็บปว่ ยและสภาพผู้ปว่ ย ณ ปัจจบุ นั
- ปญั หาท่ีพบ เรียงลาดับความสาคัญและเร่งดว่ นของปัญหา
- แผนการพยาบาลทส่ี อดคล้องกับการรกั ษา
3. ข้อความรู้เก่ียวกบั กรณีผู้ป่วยและอนื่ ๆ

แนวทางปฏิบัติ PRE – CONFERENCE

•ข้ันเตรียม
- ก่อนการรับเวร-ส่งเวร ตรวจเย่ียมผปู้ ่วยใน ward ศกึ ษาขอ้ มูลมอบหมายงาน

ในแบบฟอรม์ มอบหมายงาน
o นักศกึ ษาแต่ละคน รับมอบหมายงาน
o รับเวร – ส่งเวร

- ภายหลงั การรบั เวร - ส่งเวร นกั ศึกษาแต่ละคน ตรวจประเมินผ้ปู ว่ ยในความ
รับผิดชอบ รวบรวมข้อมลู เพือ่ ประเมินปญั หาและแผนการพยาบาลโดยลาดบั
ความสาคญั และความเรง่ ดว่ น

- เขียนปัญหา และแนวทางการพยาบาลลงใน Nursing care plan

ขั้นดาเนินการประชุมปรึกษา

•ทกุ คนในทมี การพยาบาลรว่ มกนั Pre – conference
- สมาชิกนาเสนอขอ้ มลู ผปู้ ่วยในความรบั ผิดชอบ
- สมาชิกคนอ่นื ๆ ร่วมอภิปราย
- ครพู เ่ี ลยี้ ง / ผ้นู าให้ขอ้ เสนอแนะตัดสินใจวางแผนการพยาบาล หรืออาจมีคาสัง่ การ

พยาบาลแก่บุคคลที่จาเป็น
- ครูพีเ่ ลี้ยง / ผู้นาสรุปการประชมุ ปรึกษา
- ครพู ี่เลยี้ ง / ผู้นาแจ้งเวลา กิจกรรมท่ีต้องปฏบิ ัติร่วมกนั ต่อไป
- สมาชิกปรับปรุง / เพ่ิมเติมแผนการพยาบาลตามข้อสรุปของการประชมุ ปรกึ ษา
- นาข้อสรปุ จากการประชุมปรกึ ษาไปส่กู ารปฏบิ ัติ


Click to View FlipBook Version