The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์
เรื่อง กลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรมโดยใช้ศาสนาเป็นฐาน จังหวัดยะลา

โดย ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนยะลา กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sonchai.thz, 2021-12-28 04:14:16

กลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรมโดยใช้ศาสนาเป็นฐาน จังหวัดยะลา

รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์
เรื่อง กลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรมโดยใช้ศาสนาเป็นฐาน จังหวัดยะลา

โดย ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนยะลา กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

Keywords: งานวิจัย

41

บังอร ร้อยกรอง (2553) ดาเนินการศึกษาวิจัย เรื่อง การพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษา
ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม พบว่า 1) ชมุ ชนบา้ นคลองคจู าม เปน็ ชมุ ชนที่ชาวไทยพุทธและมสุ ลิมมีประวตั กิ าร
อยู่ร่วมกันอย่างสันติมาเป็นเวลานาน นักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ผู้บริหารและครูส่วนใหญ่นับถือ
พทุ ธศาสนา แต่ไดจ้ ดั สถานที่ปฏบิ ัติศาสนกิจให้ชาวอิสลาม และมกี ารประสานระหวา่ งโรงเรียน วดั และ
มัสยดิ ในการจัดกิจกรรมเพม่ิ เติมเพื่อให้นักเรียนอยู่รู้ร่วมกันโดยมีการเชิญผู้นาศาสนาพุทธและอิสลามมา
บรรยายความร้พู รอ้ มกันให้นกั เรียนรว่ มกิจกรรมทางศาสนาทง้ั ที่วัดและมสั ยดิ ประสานงานกบั มสั ยิดเพื่อ
ส่งผู้รู้มาสอนศาสนาอิสลามเพ่ิมเติมสาหรับนักเรียนชั้นประถมปีท่ี 4 ขึ้นไป และจัดค่ายคุณธรรม
จริยธรรมใหน้ กั เรยี นทงั้ สองศาสนาเรยี นร้รู ว่ มกัน 2) ชมุ ชนบ้านในถุง นกั เรียนเกอื บทงั้ หมดนบั ถือศาสนา
อิสลามขณะท่ีผู้บริหารและครูนับถือพุทธผู้อานวยการโรงเรียน ขอคาปรึกษาจากผู้นาศาสนาและผู้นา
ชุมชนเพื่อให้นักเรียนมาเรียนมากข้ึนโดยมีการจัดสถานที่ละหมาด และเชิญผู้รู้มาสอนศาสนาอิสลามให้
นักเรียนตั้งแต่ช้ันประถมปีที 1 รวมทั้งมีการจัดสอนภาษาอาหรับและภาษามาลา เพ่ิมเติมให้นักเรียน
มุสลิม ให้นักเรียนทุกศาสนาเข้าค่ายคุณธรรมจริยธรรม และให้นักเรียนที่นับถือพุทธไปสังเกตกิจกรรม
ศาสนาท่ีมัสยิด 3) ชุมชนบ้านปิงหลวง ผู้บริหารและครูนับถือพุทธ นักเรียนส่วนใหญ่นับถือพุทธ
พ.ศ. 2547 เริ่มมีนักเรียนมุสลิม เนื่องจากโรงเรียนเดิมถูกยุบ โรงเรียนจึงได้จัดสถานทีละหมาด แต่ไม่มี
การสอนศาสนาเพ่ิมเติม ครูซึ่งเป็นคนท้องถ่ินมีบทบาทสาคัญในการสร้างความเข้าใจระหว่างนักเรียน
พุทธและมุสลิม 4) แนวทางการจัดการศึกษาควรใช้การสร้างเสริมลักษณะพวัฒนธรรมท่ียอมรับความ
หลากหลายทางวัฒนธรรม และแนวทางสร้างสัมพันธไมตรีในมนุษย์ ซึ่งส่งเสริมความเข้าใจวัฒนธรรม
และความสัมพันธเ์ ชงิ บวกระหวา่ งนกั เรยี นกลุ่มตา่ ง ๆ

เปรมชญา ชนะวงศ์ (2553) ดาเนินการศึกษาวิจัย เรื่อง การพัฒนาศักยภาพชุมชนเพ่ือ
การพง่ึ ตนเองบนฐานทุนทางสังคม ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง พบวา่ ชุมชนอาเภอดอนสักพื้นท่ี
ริมฝั่งทะเลในป่าดอนสัก สภาพพื้นท่ีเป็นที่ดอนสลับกับท่ีราบ ในอดีตทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ทั้ง ป่า
ดินน้าแร่ทะเลมีป่าชายเลนผืนใหญ่ท่ีสุดในอ่าว บ้านดอน ปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม สังคม
วัฒนธรรมชุมชนมีพระพุทธศาสนาเป็นหลักยึดของชุมชน วัฒนธรรมความเช่ือประเพณีท่ีเป็นทุนทาง
สังคมทั้งในด้านการทามาหากินและการประกอบ อาชีพ ด้านการศึกษามีโรงเรียนระดับการศึกษาข้ัน
พ้ืนฐาน 27 โรง ความสัมพันธ์ชุมชนยังมีระบบเครือ ญาติ มีภูมิปัญญาในการดาเนินชีวิตท่ียังปรับใช้ได้
ตามยคุ สมัย อาชพี ของชมุ ชนทาประมงชายฝั่ง การทาเกษตรกรรม ระบบการเมืองการปกครองในอดีตมี
ผู้นาท่ีอนุเคราะห์ด้วยธรรมปัจจุบันยึดผลประโยชน์ ทุนทางสังคมมีรูปแบบเชิงสาระและโครงสร้าง มี
องค์ประกอบ 4 ด้าน คือ ทุนคน ทุนสถาบัน ทุนวัฒนธรรม และทุนองค์ความรู้ ทุนคน คนมีคุณภาพใน
ด้านสุขภาพปานกลาง มีจิตใจดี โอบอ้อมอารี สติปัญญาเฉลียวฉลาด ทุนวัฒนธรรม มีพ้ืนฐานจาก
พระพุทธศาสนาที่เปน็ บ่อเกิดความเชื่อ และประเพณีเฉพาะถนิ่ ทีส่ ร้างอตั ลักษณ์ของตนทเี่ ติมเต็มทุนชีวิต
ให้สมบูรณ์ สถาบันครอบครัวที่เคย เข้มแข็งอ่อนแอลง สถาบันศาสนาที่เป็นแก่นของชมุ ชนปัจจุบนั ไม่ได้
ทาหน้าท่ีเป็นศูนย์กลางของชุมชน สถาบันการเมืองการปกครองเดิมปกครองด้วยธรรมและมี

42

ธรรมาภิบาลปจั จุบนั เกี่ยวข้องกบั ผลประโยชน์ ไมส่ อดคลอ้ งกับการเปล่ยี นแปลงของสงั คม สงั คมดอนสัก
เดมิ มีรูปแบบชิงสาระท่ีเป็นคุณค่าเกี่ยวกับ ความไวว้ างใจ ความสามคั คี การใหแ้ ละแบง่ ปนั การต่างตอบ
แทน การเอ้ืออาทร ค่านิยม การ แลกเปล่ียนและบรรทัดฐานทางสังคม ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปตาม
บริบทของสงั คม ในรปู แบบเชิง โครงสร้างมกี ลุ่มและเครือข่ายในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและการฟื้นฟู
ทรัพยากรธรรมชาติ

ปิยะวรรณ แซ่ปึง (2552) ดาเนินการศึกษาวิจัย เรื่อง การพัฒนาทุนทางสังคมเพื่อ
ประโยชน์ในชุมชน : กรณีศึกษาชุมชนทุ่งสมอ อาเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี พบว่า ทุนมนุษย์
ที่กลุ่มตัวอย่างให้การยอมรับคือ พระภิกษุสงฆ์ และผู้อาวุโส ทุนสถาบันที่ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการ
รวมตัว ร่วมคิด ร่วมทาของคนในชุมชน คือ วัด ทุนภูมิปัญญาและวัฒนธรรม คือ เรื่องของความเชื่อ
ศาสนา วัฒนธรรม และประเพณี กลุ่มตัวอย่างมีทัศนะต่อการนาทุนทางสังคมมาช่วยให้การทางานมี
ประสิทธิภาพ และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในระดับมาก และกลุ่มตัวอย่างมีระดับความคิดเห็นเก่ียวกับการ
พัฒนาทุนทางสังคมเพ่ือใช้ให้เกิดประโยชน์ในชุมชนในด้านความเชื่อมโยงระหว่างทุนทางสังคมกับการ
พฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมของประเทศมากทีส่ ดุ

43

2.7 กรอบแนวคิดในการวิจัย

จากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยคณะผู้วิจัยได้นาแนวคิด ทฤษฎี
ต่าง ๆ มาใชใ้ นการศึกษาวจิ ัย สามารถนามาสรปุ กรอบแนวคดิ การวิจัยในครั้งนี้ ดงั น้ี

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงคข์ องพัฒนากร
1. ด้านบุคลกิ ภาพ
2. ดา้ นจิตใจ
3. ด้านความรู้
4. ดา้ นทกั ษะความสามารถ

กระบวนการมีสว่ นรว่ ม องค์กรศาสนา
1. การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ 1. พทุ ธ
2. การมสี ่วนร่วมในข้ันปฏบิ ตั ิการ 2. อิสลาม
3. การมีสว่ นรว่ มในการรับ
ผลประโยชน์
4. การมีส่วนร่วมในการประเมินผล

กลไกการพัฒนา กลไกการพัฒนา
1. บุคคล การปฏิบตั งิ านของพฒั นากรในสงั คม
2. ทรพั ยากร พหวุ ัฒนธรรม โดยใช้ศาสนาเปน็ ฐาน
3. งบประมาณ
4. โครงการ จังหวดั ยะลา
5. กระบวนการทางาน
6. สถานท่ี

ภาพท่ี 2.1 กรอบแนวคดิ การวิจัย

44

บทท่ี 3
ระเบยี บวธิ วี จิ ยั

รายงานการวจิ ัยเรอื่ งกลไกการพัฒนาการปฏบิ ัติงานของพฒั นากรในสังคมพหุวฒั นธรรม โดย
ใช้ศาสนาเป็นฐาน จังหวัดยะลา มีวัตถุประสงค์เพ่ือ 1) ศึกษาคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของพัฒนากร
สาหรับการปฏิบัติงานในสังคมพหุวัฒนธรรม จังหวัดยะลา 2) ศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กร
ศาสนาในการปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหวุ ฒั นธรรม จังหวัดยะลา และ3) สรา้ งกลไกการพัฒนา
การปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหุวฒั นธรรม โดยใช้ศาสนาเป็นฐาน จังหวัดยะลา การวิจัยในครั้งนี้
เป็นการวิจัยโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ และวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ซ่ึงคณะวิจัยเป็นผู้เก็บรวบรวม
ข้อมูลด้วยตนเอง และรวบรวมข้อมูลเอกสารเป็นส่วนประกอบ มีวิธีการดาเนินการวิจัยโดยแบ่งข้ันตอน
เปน็ 3 ข้ันตอนตามตารางที่ 3.1 ดังน้ี

ตารางที่ 3.1 แสดงข้นั ตอน วธิ ีการ เครอ่ื งมอื ผู้ให้ข้อมูลหลัก และผลทไี่ ด้รับจากการดาเนนิ การวจิ ัย

ขั้นตอน วธิ กี าร/เคร่ืองมอื กลมุ่ ตัวอย่าง/ผใู้ ห้ข้อมูลหลัก ผลท่ไี ด้รบั จาก
การดาเนินการวจิ ัย

ข้นั ตอนที่ 1 ใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ คุณลกั ษณะทพ่ี ึง

ศึกษาคณุ ลกั ษณะที่ โดยใช้แบบสอบถาม พัฒนากรท่ีปฏิบัติงานในพื้นท่ี 8 ประสงค์ของพัฒนากร

พงึ ประสงค์ของ เป็นเคร่ืองมือในการ อาเภอ ได้แก่ อาเภอเมืองยะลา สาหรับการปฏิบัติงาน

พฒั นากรสาหรบั การ เก็บรวบรวมขอ้ มลู อ าเภอรามั น อ าเภอกรงปิ นั ง ในสังคมพหวุ ัฒนธรรม

ปฏิบัติงานในสังคม อาเภอยะหา อาเภอกาบัง อาเภอ จงั หวัดยะลา

พหุวัฒนธรรมจังหวัด บันนังสตา อาเภอธารโต และ

ยะลา อาเภอเบตง ของจังหวัดยะลา

จานวนท้งั สิน้ 45 คน

ขั้นตอนที่ 2 ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลหลักใช้วิธีการเลือกแบบ กระบวนการมีส่วนร่วม

ศึกษากระบวนการมี โดยใช้แบบสัมภาษณ์ เจาะจง ( Purposive sampling) ขององค์กรศาสนาใน

สว่ นร่วมขององค์กร เชิงลึก เป็นเครื่องมือ โดยการคัดเลือกพัฒนากรและ การปฏิบัติงาน ข อ ง

ศาสนาในการปฏบิ ตั ิงาน ในการเก็บรวบรวม ผแู้ ทนองค์กรศาสนาในพ้ืนทีจ่ ังหวัด พั ฒ น า ก ร ใ น สั ง ค ม

ของพฒั นากรใน ขอ้ มูล ยะลาจาก 8 อาเภอ ได้แก่ อาเภอ พหุวัฒนธรรม จังหวัด

สังคมพหุวฒั นธรรม เมืองยะลา อาเภอรามัน อาเภอ ยะลา

จังหวดั ยะลา กรงปินัง อาเภอยะหา อาเภอกาบัง

อาเภอบันนงั สตา

45

ตารางที่ 3.1 แสดงขน้ั ตอน วิธกี าร เคร่ืองมือ ผู้ใหข้ ้อมูลหลกั และผลทีไ่ ด้รับจากการดาเนินการวิจยั (ตอ่ )

ขนั้ ตอน วิธกี าร/เคร่อื งมือ กลุม่ ตัวอยา่ ง/ผูใ้ หข้ ้อมูลหลกั ผลท่ไี ดร้ ับจาก
การดาเนินการวจิ ยั

อาเภอธารโต และอาเภอเบตง

เพ่อื ให้ได้กลุ่มเปา้ หมายท่ีครอบคลุม

ทุกพ้ืนท่ี ประกอบด้วย ผู้แทน

พัฒนากร จานวน 8 คน และผู้แทน

องค์กรศาสนาพุทธ และศาสนา

อิสลาม จานวน 8 คน รวมทั้งส้ิน

16 คน

ข้นั ตอนที่ 3 ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพโดย ผู้ให้ข้อมูลหลักใช้วิธีการเลือกแบบ ก ล ไ ก ก า ร พั ฒ น า

สร้างกลไกการ ใช้แบบสนทนากลุ่ม เป็น เจาะจง (Purposive Sampling) การปฏิบัติงาน ข อ ง

พฒั นาการ เครื่ องมื อในการเก็ บ จาก 8 อาเภอ ได้แก่ อาเภอเมือง พัฒนากรในสังคมพหุ

ปฏิบัติงานของ รวบรวมขอ้ มูล ยะลา อาเภอรามัน อาเภอกรงปินัง วั ฒ น ธ ร ร ม โ ด ย ใ ช้

พฒั นากรในสงั คม อาเภอยะหา อาเภอกาบัง อาเภอ ศาสนาเป็นฐาน จังหวดั

พหวุ ฒั นธรรม โดย บันนังสตา อาเภอธารโต และ ยะลา

ใชศ้ าสนาเปน็ ฐาน อาเภอเบตง เพ่ือให้ได้กลมุ่ เป้าหมาย

จังหวัดยะลา ที่ครอบคลุมทุกพื้นท่ี ประกอบด้วย

พัฒนาการอาเภอ จานวน 8 คน

ผู้แทนพัฒนากรที่ได้รับรางวัลซ่ึง

เป็นรางวัลที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วน

ร่วมในการพัฒนาชุมชนกับองค์กร

ศาสนาในพื้นที่ตาบลท่ีรับผิดชอบ

ของจังหวัดยะลา จานวน 2 คนและ

ผู้แทนองค์กรศาสนา จานวน 2 คน

รวมทงั้ สนิ้ 12 คน

46

3.1 ข้ันตอนท่ี 1 ศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของพัฒนากรสาหรับการปฏิบัติงานใน
สงั คมพหวุ ฒั นธรรม จงั หวดั ยะลา

คณะวิจัยทาการศึกษาโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ เพ่ือศึกษาคุณลักษณะท่ีพึง
ประสงค์ของพัฒนากรสาหรับการปฏิบัติงานในสังคมพหุวัฒนธรรมจังหวัดยะลา โดยใช้แบบสอบถาม
เปน็ เคร่อื งมือในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล

3.1.1 ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง
ศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของพัฒนากรสาหรับการปฏิบัติงานในสังคม

พหุวัฒนธรรม จังหวัดยะลา ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ พัฒนากรจังหวัดยะลา ซ่ึงเป็นข้าราชการ
ในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย ที่มีตาแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชนชานาญการ
นักวิชาการพัฒนาชมุ ชนปฏบิ ัติการ เจ้าพนักงานพัฒนาชมุ ชนชานาญงาน และเจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน
ปฏิบัติงาน ซ่ึงปฏิบัติงานในพื้นท่ี 8 อาเภอ ได้แก่ อาเภอเมืองยะลา อาเภอรามัน อาเภอกรงปินัง
อาเภอยะหา อาเภอกาบัง อาเภอบนั นังสตา อาเภอธารโต และอาเภอเบตง จานวน 45 คน

3.1.2 เคร่ืองมอื ทใี่ ชใ้ นการวิจยั
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม โดยหลังจากที่ได้จัดทา

แบบสอบถามแล้วเสร็จในเบื้องต้น คณะวิจัยได้นาไปปรึกษากับอาจารย์ท่ีปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิ
จานวน 3 ท่าน (รายช่ือตามภาคผนวก ข) เพื่อตรวจสอบโครงสร้างของแบบสอบถาม (Construct
validity) และความถูกต้องเท่ียงตรงตามเน้ือหา (Content validity) ความเหมาะสมในการใช้ภาษา
(Wording) ความชัดเจน (Clearing) ของคาถาม โดยการหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคาถาม
กับเนื้อหา (IOC) เกณฑ์ในการเลือกคาถามจะพิจารณาเฉพาะข้อคาถามท่ีมีค่า IOC มากกว่าหรือเท่ากบั
0.50 รายละเอียดในศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของพัฒนากรสาหรับการปฏิบัติงานในสังคมพหุ
วฒั นธรรม จงั หวดั ยะลาแบ่งออกเปน็ 3 ตอน ดังนี้

ตอนที่ 1 ข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบเลือกตอบ
(Checklist) ประกอบไปด้วย เพศ อายุ ศาสนา ระดับการศึกษา ตาแหน่งในปัจจุบัน และระยะเวลาท่ี
ปฏบิ ตั งิ านในพ้ืนที่ จังหวดั ยะลา

ตอนที่ 2 ศึกษาคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของพัฒนากรสาหรบั การปฏิบัติงาน
ในสงั คมพหุวัฒนธรรมจังหวดั ยะลา ประกอบด้วยคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4 ด้าน ดงั น้ี

ดา้ นที่ 1 คุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ด้านร่างกาย
ด้านที่ 2 คุณลักษณะที่พงึ ประสงคด์ ้านจติ ใจ
ดา้ นท่ี 3 คณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงคด์ า้ นความรู้
ด้านท่ี 4 คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ด้านทักษะความสามารถ
ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ

47

3.1.3 การทดสอบความเทยี่ งตรง
หลงั จากทไ่ี ดจ้ ดั ทาแบบสอบถามแลว้ เสรจ็ ในเบ้อื งต้น คณะวิจยั ได้นาไปปรึกษา

กับผู้ทรงคุณวุฒิ จานวน 3 ท่าน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องตรงตามเนื้อหา (Content Validity)
ความเหมาะสมในการใช้ภาษา (Wording) ความชดั เจน (Clearing) ของคาถาม

3.1.4 การเกบ็ รวมรวมขอ้ มลู
การเก็บรวบรวมขอ้ มลู เชิงปริมาณจากแบบสอบถามในภาคสนามนั้น คณะวจิ ยั

ดาเนินการตดิ ตอ่ ประสานงานกบั พฒั นาการจังหวัดยะลา เพื่อขอความอนเุ คราะห์ในการจดั เก็บข้อมูล
3.1.5 การวิเคราะห์ขอ้ มูล
การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณในคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของพัฒนากร

สาหรบั การปฏิบัติงานในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม จงั หวัดยะลา มีรายละเอียดดังนี้
ตอนที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยใช้วิธี

ประมวลผลทางสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) โดยนาข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์
หาค่าทางสถิติ ซ่ึงประกอบด้วยค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
และร้อยละ (Percentage)

ตอนท่ี 2 การวิเคราะห์คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของพัฒนากรสาหรับ
การปฏิบัติงานในสังคมพหุวัฒนธรรม จังหวัดยะลา โดยใช้วิธีการประมวลผลทางสถิติเชิงพรรณนา
นาข้อมูลท่ีรวบรวมมาวิเคราะห์หาค่าทางสถิติ ซึ่งประกอบด้วย ค่าเฉล่ีย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน (Standard Deviation) โดยนาเสนอข้อมูลในรูปแบบตารางควบคู่กับการบรรยายและสรุป
ผลการวจิ ยั โดยกาหนดการใหค้ ะแนนคาตอบของแบบสอบถาม (บญุ ชม ศรสี ะอาด, 2545) ดังน้ี

ระดับความคิดเหน็ มากที่สุด กาหนดให้ 5 คะแนน
ระดบั ความคิดเหน็ มาก กาหนดให้ 4 คะแนน
ระดับความคิดเห็นปานกลาง กาหนดให้ 3 คะแนน
ระดับความคิดเห็นน้อย กาหนดให้ 2 คะแนน
ระดบั ความคดิ เห็นนอ้ ยท่ีสุด กาหนดให้ 1 คะแนน
แล้วหาค่าเฉล่ีย โดยใชเ้ กณฑ์ในการแปลความหมายคา่ เฉลีย่ (บุญชม ศรีสะอาด, 2545) ดงั น้ี
คา่ เฉล่ีย 4.51 – 5.00 หมายถึง มคี วามคดิ เห็นอยู่ในระดับมากท่ีสุด
ค่าเฉล่ยี 3.51 – 4.50 หมายถึง มีความคิดเหน็ อยู่ในระดับมาก
คา่ เฉลย่ี 2.51 – 3.50 หมายถึง มีความคิดเหน็ อยู่ในระดบั ปานกลาง
คา่ เฉลย่ี 1.51 – 2.50 หมายถงึ มีความคดิ เห็นอยู่ในระดบั น้อย
คา่ เฉลยี่ 1.00 – 1.50 หมายถึง มีความคิดเหน็ อยูใ่ นระดับนอ้ ยท่ีสุด

48

ตอนที่ 3 เรียบเรียง และผสมผสานเนื้อหาอย่างมีระบบ เพ่ือบรรยายออกมา
ในรูปของแนวคิด และตัวแปรที่วัดได้ ในรูปของข้อมูลเชิงปริมาณ และนาข้อมูลท่ีได้ท้ังหมดมาทาการ
วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพอ่ื นาไปสู่ข้อสรปุ พร้อมขอ้ เสนอแนะ

3.2 ขั้นตอนที่ 2 ศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กรศาสนาในการปฏิบัติงานของ
พัฒนากรในสงั คมพหวุ ัฒนธรรม จงั หวัดยะลา

ผ้วู ิจัยทาการศกึ ษาโดยใช้ระเบียบวธิ วี ิจยั เชิงคุณภาพ เพอ่ื ศึกษากระบวนการมีสว่ นร่วมของ
องค์กรศาสนาในการปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรมจังหวัดยะลา โดยใช้แบบสัมภาษณ์
เชงิ ลกึ (In-depth Interview) เป็นเคร่ืองมือในการเก็บรวบรวมขอ้ มูล

3.2.1 ประชากร
การศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กรศาสนาในการปฏิบัติงานของ

พฒั นา กรในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม จงั หวัดยะลา ประกอบด้วยประชากร 2 กลมุ่ ดังนี้
1) พัฒนากรจังหวัดยะลา คือ ข้าราชการในสังกัดกรมการพัฒนา

ชุมชนกระทรวงมหาดไทย ท่ีมีตาแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชนชานาญการ นักวิชาการพัฒนาชุมชน
ปฏบิ ตั ิการ เจา้ พนักงานพฒั นาชุมชนชานาญงาน และเจ้าพนักงานพฒั นาชุมชนปฏบิ ตั ิงาน ซงึ่ ปฏิบตั งิ าน
ในพ้ืนท่ี 8 อาเภอ ได้แก่ อาเภอเมืองยะลา อาเภอรามัน อาเภอกรงปินัง อาเภอยะหา อาเภอกาบัง
อาเภอบันนังสตา อาเภอธารโต และอาเภอเบตง จานวน 45 คน

2) องค์กรศาสนา คือ หน่วยงานที่ร่วมมือกับพัฒนากรผ่านการมีส่วน
ร่วมในการพัฒนาชุมชนในพ้ืนท่ีจังหวัดยะลา ประกอบด้วย หน่วยงานด้านศาสนาพุทธ และศาสนา
อสิ ลาม ในพนื้ ทีจ่ ังหวดั ยะลา (สานกั งานวฒั นธรรมจังหวัดยะลา, 2561) รายละเอยี ดตามตารางที่ 3.2

ตารางท่ี 3.2 แสดงขอ้ มูลองคก์ รศาสนาในจังหวดั ยะลา จานวน (แหง่ )
ที่ องค์กรศาสนา 1
1 สภาวฒั นธรรมจงั หวัด 8
2 สภาวฒั นธรรมอาเภอ 58
3 สภาวฒั นธรรมตาบล 1
4 ศนู ยว์ ฒั นธรรมจงั หวัด 3
5 ศูนยว์ ฒั นธรรมอาเภอ 51
6 วัด 514
7 มัสยิด 9
8 โบสถ์ 13
9 สานกั สงฆ์

49

3.2.2 ผู้ให้ขอ้ มูลหลัก
การศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กรศาสนาในการปฏิบัติงาน

ของพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรม จังหวัดยะลา ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ให้ข้อมูลหลักใช้วิธี
การเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยการคัดเลือกพัฒนากรและผู้แทนองค์กรศาสนา
ในพื้นที่จังหวัดยะลา จาก 8 อาเภอ ได้แก่ อาเภอเมืองยะลา อาเภอรามัน อาเภอกรงปินัง อาเภอ
ยะหา อาเภอกาบัง อาเภอบันนังสตา อาเภอธารโต และอาเภอเบตง เพ่ือให้ได้กลุ่มเป้าหมาย
ท่ีครอบคลุมทุกพ้ืนที่ ประกอบด้วย ผู้แทนพัฒนากร จานวน 8 คน โดยพิจารณาจากพัฒนากรที่ได้รับ
รางวัลหรือเป็นผู้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน และผู้แทนองค์กรศาสนาพุทธ
และศาสนาอิสลาม จานวน 8 คน ท่ีมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนโดยใช้ศาสนาเป็นฐาน
รวมทั้งสิ้น 16 คน รายละเอียดตามตางรางที่ 3.3

ตารางท่ี 3.3 แสดงข้อมูลผู้ให้ข้อมูลหลักเก่ียวกับกระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กรศาสนา
ในการปฏิบัติงานของพฒั นากรในสงั คมพหุวัฒนธรรมจังหวัดยะลา

ท่ี ช่ือ – สกลุ ตาแหน่ง เหตผุ ลที่คัดเลอื ก

1 นางสาวสุพัฒสริ ิ อินทฤกษ์ นักวิชาการพฒั นาชมุ ชน ผมู้ สี ่วนรว่ มในการขับเคล่ือนโครงการ

2 นางสาวอานีตา เจะ๊ สนิ ปฏิบัติการ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี
3 นางสาวนิฟาตีฮาห์ สนิ
4 นายอบั ดลุ นาเซ ดอปอ ต.หน้าถ้า อ.เมอื งยะลา จ.ยะลา
5 นางพิรยิ า ชินารมยานนท์
นกั วิชาการพฒั นาชมุ ชน ผมู้ สี ่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการ

ชานาญการ หม่บู ้านเศรษฐกจิ พอเพียง

นกั วิชาการพฒั นาชุมชน ได้รับรางวลั พฒั นากรขวญั ใจชมุ ชน

ชานาญการ ประจาปี 2561

นักวิชาการพฒั นาชมุ ชน ไดร้ บั รางวลั พฒั นากรนักประชาสัมพันธ์

ชานาญการ ระดับกรม ประจาปี2561

นักวชิ าการพฒั นาชุมชน ผู้มีสว่ นรว่ มในการขับเคล่ือนโครงการ

ชานาญการ ชุมชนทอ่ งเท่ยี ว OTOP นวัตวิถี

ระดับจังหวัด

50

ตารางที่ 3.3 แสดงข้อมูลผู้ให้ข้อมูลหลักเกี่ยวกับกระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กรศาสนา

ในการปฏบิ ตั งิ านของพฒั นากรในสงั คมพหวุ ฒั นธรรมจงั หวดั ยะลา (ต่อ)

ที่ ชอ่ื – สกลุ ตาแหน่ง เหตุผลที่คัดเลอื ก

6 นางสาวทพิ วัลย์ วรเวทยช์ ลติ เจา้ พนักงานพัฒนาชมุ ชน ผมู้ ีสว่ นร่วมในการขบั เคล่ือน

ปฏบิ ตั งิ าน โครงการชมุ ชนทอ่ งเท่ียว OTOP

นวตั วถิ ี ต.แมห่ วาด อ.ธารโต จ.ยะลา

7 นางสาวสานะ๊ เตบสัน นกั วชิ าการพฒั นาชมุ ชน ผมู้ สี ่วนร่วมในการขบั เคลื่อน

ปฏบิ ัตกิ าร โครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี

ต.บาละ อ.กาบงั จ.ยะลา

8 นางสนธยา ยอื ราน นกั วชิ าการพัฒนาชมุ ชน ผู้มีสว่ นรว่ มในการขบั เคลื่อน

ชานาญการ โครงการหนงึ่ ตาบล หนง่ึ ผลิตภณั ฑ์

ต.สะเอะ อ.กรงปนิ ัง จ.ยะลา

9 นายชัชพงศ์ เพชรกลา้ ประธานสภาวัฒนธรรม ผมู้ สี ่วนรว่ มในการขบั เคลื่อน
ต.หน้าถ้า อ.เมืองยะลา โครงการชุมชนท่องเทย่ี ว OTOP
จ.ยะลา นวตั วิถี ต.หน้าถ้า อ.เมอื งยะลา
จ.ยะลา

10 พระภูริปญั โญ ภิกขุ เจา้ อาวาสวัดเขานา้ ตก ผูน้ าศาสนาดีเดน่ ประจาปี 2562
ต.ตล่งิ ชัน อ. บนั นังสตา
จ.ยะลา

11 นายซกู อรนยั อีแมดอื เระ ผบู้ รหิ ารสถาบนั ปอเนาะ ผู้มสี ว่ ร่วมในการขับเคลื่อนสถาบนั

บ้านตาเปาะ ต.ละแอ ปอเนาะต้นแบบดา้ นเศรษฐกิจ

อ.ยะหา จ.ยะลา พอเพยี ง ต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา

12 นายนรู ดีน อาบูบาซา อีหมา่ ม ต. เนนิ งาม ผู้มีสว่ นร่วมในการขับเคลื่อน
อ.รามัน จ.ยะลา โครงการสรา้ งความสมั พันธร์ ะหวา่ ง
ไทยพุธมุสลิมในพื้นท่ี ต. เนินงาม อ.
รามนั จ.ยะลา

51

ตารางที่ 3.3 แสดงข้อมูลผู้ให้ข้อมูลหลักเกี่ยวกับกระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กรศาสนา

ในการปฏิบัตงิ านของพฒั นากรในสงั คมพหุวัฒนธรรมจังหวัดยะลา (ตอ่ )

ท่ี ชือ่ – สกลุ ตาแหน่ง เหตผุ ลทคี่ ัดเลอื ก

13 นายวชั รนิ ทร์ สะอุ อหี ม่าม ต.ธารนา้ ทิพย์ ผู้มีสว่ นรว่ มในการขับเคล่ือน
อ.เบตง จ.ยะลา โครงการชมุ ชนทอ่ งเที่ยว OTOP
นวัตวิถี ระดับจงั หวัด

14 พระครทู กั ษิณธารานุรักษ์ เจา้ อาวาสวัดตาพะเยา ผู้มสี ่วนร่วมในการขบั เคล่ือน
ต.แม่หวาด อ.ธารโต โครงการชมุ ชนทอ่ งเทีย่ ว OTOP
จ.ยะลา นวตั วิถี ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา

15 นายซาซูเดน็ เจ๊ะซู อหี มา่ ม ต.บาละ อ.กาบัง ผมู้ สี ว่ นรว่ มในการขบั เคล่ือน

จ.ยะลา โครงการกองทนุ พฒั นาบทบาทสตรี

ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา

16 นายมาหะมะ จใิ จ อหี มา่ ม ต.สะเอะ ผมู้ สี ่วนรว่ มในการขับเคล่ือน
อ.กรงปนิ งั จ.ยะลา โครงการหนึง่ ตาบล หนึ่งผลิตภณั ฑ์
ต.สะเอะ อ.กรงปนิ ัง จ.ยะลา

3.2.3 เคร่ืองมือทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั
เคร่ืองมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ก่ึงโครงสร้าง เพ่ือให้ผู้ให้ข้อมูล

หลกั ทกุ กลุม่ มีพ้นื ที่ในการพดู คุย ตอบคาถาม รายละเอยี ดดังนี้
1) แบบสมั ภาษณส์ าหรับผูแ้ ทนพัฒนากร
ตอนท่ี 1 ขอ้ มูลท่วั ไป
ตอนที่ 2 กระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กรศาสนาในการ

ปฏิบัติงานของพฒั นากรในสงั คมพหุวฒั นธรรมจังหวดั ยะลา
1) ท่านมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเพื่อคัดเลือก กิจกรรม

โครงการ ที่เกย่ี วขอ้ งกบั งานพัฒนาชมุ ชน หรือไม่ อยา่ งไร
2) โครงการใดบ้างท่ีประสบความสาเร็จผ่านการมี

ส่วนรว่ มระหว่างทา่ นและองค์กรศาสนาในการปฏบิ ัตงิ านในพน้ื ท่ี

52

3) โครงการท่ีท่านดาเนินการแล้วประสบความสาเร็จมี
การขับเคลือ่ นการดาเนนิ งานอย่างไร

4) เมื่อท่านดาเนินงานโครงการเรียบร้อยแล้ว ท่านมี
วธิ ีการมสี ว่ นร่วมระหว่างทา่ น ชุมชน และองค์กรศาสนาอยา่ งไรในการรบั ผลประโยชน์

5) ภายหลังจากดาเนินโครงการแล้วเสร็จ ท่านมีส่วน
ร่วมกับองคก์ รศาสนาในการติดตามประเมนิ ผล หรือไม่ อย่างไร

ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะ
2) แบบสัมภาษณส์ าหรบั ผ้แู ทนองคก์ รศาสนา

ตอนที่ 1 ขอ้ มูลทว่ั ไป
ตอนที่ 2 กระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กรศาสนาในการ
ปฏิบตั งิ านของพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรมจังหวัดยะลา

1) ท่านมีส่วนร่วมในการตดั สินใจเพื่อคัดเลือก กิจกรรม
โครงการ ท่ีเกี่ยวข้องกบั งานพัฒนาชมุ ชน หรอื ไม่ อย่างไร

2) โครงการใดบ้างที่ประสบความสาเร็จผ่านการมีส่วน
ร่วมระหว่างทา่ นและพัฒนากรในการปฏิบัติงานในพ้นื ที่

3) โครงการที่ท่านดาเนินการแล้วประสบความสาเร็จมี
การขบั เคล่ือนการดาเนนิ งานอยา่ งไร

4) เมื่อท่านดาเนินงานโครงการเรียบร้อยแล้ว ท่านมี
วธิ ีการมีส่วนร่วมระหวา่ งท่าน ชมุ ชน และพัฒนากรอย่างไรในการรับผลประโยชน์

5) ภายหลังจากดาเนินโครงการแล้วเสร็จ ท่านมีส่วน
ร่วมกับพฒั นากรในการติดตามประเมนิ ผล หรือไม่ อย่างไร

ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะ
3.2.4 การเก็บรวมรวมข้อมลู

ผู้วิจัยได้ทาการตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้นของเครื่องมือที่สร้างข้ึนก่อน
นาไปใช้กับผู้ให้ข้อมูลหลัก โดยพิจารณาความสอดคล้องของข้อคาถามกับคุณลักษณะของตัวแปรท่ี
ต้องการวัด และทาการตรวจสอบคุณภาพ โดยขอคาปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งหมด 3 ท่าน เพื่อ
ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาของแบบสัมภาษณ์ (Content Validity) และแนวทางที่ครอบคลุมของ
คาถาม และทาการแก้ไขข้อบกพร่องต่อไป ใชว้ ิธกี ารสัมภาษณเ์ ชิงลึก ซ่งึ การสมั ภาษณ์ผู้วิจัยจะพูดคุยใน
ประเด็นท่ีเตรียมไว้อย่างชัดเจน รวมไปถึงการสนทนากลุ่มจากผู้ให้ข้อมูลหลักท่ีมีความหลากหลายด้าน
อาชพี และบทบาทหนา้ ที่

53

3.2.5 การวิเคราะหข์ อ้ มลู
ผู้วิจัยทาการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview)

โดยให้ความสาคัญกับมุมมองของผู้ให้ข้อมูลหลัก ใช้การพรรณนาวิเคราะหอ์ ย่างเป็นระบบ ตามประเด็น
เนื้อหาท่ีศึกษา แบ่งแยกเป็นกลุ่มตามเน้ือหา ตัวแปร และประเด็นหลักตามที่กาหนด คัดสรรข้อมูล
ที่ต้องการ และนาข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาทาการวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพ่ือนาไปสู่ข้อสรุปพร้อม
ขอ้ เสนอแนะ

3.3 ขน้ั ตอนท่ี 3 สรา้ งกลไกการพัฒนาการปฏิบตั ิงานของพฒั นากรในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม
โดยใช้ศาสนาเปน็ ฐาน จังหวดั ยะลา

ผู้วิจัยทาการศึกษาโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อสร้างกลไกการพัฒนาการ
ปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยใช้ศาสนาเป็นฐานจังหวัดยะลา โดยใช้แบบสนทนา
กลมุ่ เปน็ เครื่องมือในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล

3.3.1 ประชากร
การสร้างกลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรม

โดยใช้ศาสนาเปน็ ฐาน จงั หวัดยะลา ประกอบดว้ ยประชากร 3 กลุ่ม ดงั น้ี
1) พัฒนาการอาเภอ คือข้าราชการในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน

กระทรวงมหาดไทย ซ่ึงปฏิบัติหน้าท่ีในพื้นที่ 8 อาเภอ ได้แก่ อาเภอเมืองยะลา อาเภอรามัน อาเภอ
กรงปนิ ัง อาเภอยะหา อาเภอกาบัง อาเภอบันนงั สตา อาเภอธารโต และอาเภอเบตง จานวน 8 คน

2) พัฒนากรจังหวัดยะลา คือ ข้าราชการในสังกัดกรมการพัฒนา
ชุมชนกระทรวงมหาดไทย ที่มีตาแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชนชานาญการ นักวิชาการพัฒนาชุมชน
ปฏิบตั ิการ เจ้าพนกั งานพัฒนาชุมชนชานาญงาน และเจ้าพนักงานพัฒนาชมุ ชนปฏิบัติงาน ซง่ึ ปฏิบตั งิ าน
ในพื้นที่ 8 อาเภอ ได้แก่ อาเภอเมืองยะลา อาเภอรามัน อาเภอกรงปินัง อาเภอยะหา อาเภอกาบัง
อาเภอบนั นงั สตา อาเภอธารโต และอาเภอเบตง จานวน 47 คน

3) องค์กรศาสนา คือ หน่วยงานที่รว่ มมือกับพัฒนากรผ่านการมสี ว่ น
ร่วมในการพัฒนาชุมชนในพื้นท่ีจังหวัดยะลา ประกอบด้วย หน่วยงานด้านศาสนาพุทธ และศาสนา
อสิ ลาม ในพ้นื ท่ีจงั หวดั ยะลา (รายละเอียดตามตารางที่ 3.2)

3.3.2 ผ้ใู ห้ข้อมลู หลัก
การสร้างกลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรม

โดยใช้ศาสนาเป็นฐาน จังหวัดยะลา ผู้ให้ข้อมูลหลักผู้วิจัยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive
Sampling) จาก 8 อาเภอ ได้แก่ อาเภอเมืองยะลา อาเภอรามัน อาเภอกรงปินัง อาเภอยะหา อาเภอกา
บัง อาเภอบันนังสตา อาเภอธารโต และอาเภอเบตง เพ่ือให้ได้กลุ่มเป้าหมายท่ีครอบคลุมทุกพ้ืนท่ี

54

ประกอบด้วย พฒั นาการอาเภอ จานวน 8 คน ผ้แู ทนพฒั นากรท่ไี ด้รับรางวัลซึ่งเปน็ รางวัลที่เก่ียวข้องกับ
การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนกับองค์กรศาสนาในพ้ืนที่ตาบลที่รับผิดชอบของจังหวัดยะลา จานวน
2 คน และผแู้ ทนองค์กรศาสนา จานวน 2 คน รวมทั้งสนิ้ 12 คน รายละเอยี ดตามตางรางที่ 3.4

ตารางท่ี 3.4 แสดงขอ้ มูลผู้ให้ข้อมลู หลักเกีย่ วกับการสรา้ งกลไกการพัฒนาการปฏิบตั ิงานของพฒั นากร

ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม โดยใช้ศาสนาเป็นฐานจงั หวัดยะลา

ที่ ช่ือ – สกลุ ตาแหนง่ เหตผุ ลทคี่ ัดเลอื ก

1 นางกลั ยดา หฤทยั วรรณ พฒั นาการอาเภอ พัฒนาการอาเภอเมอื งยะลา
จังหวดั ยะลา

2 นางณฐั วกิ า วาบา พัฒนาการอาเภอ พฒั นาการอาเภอบนั นังสตา
จังหวดั ยะลา

3 นางสาวจารณุ ี บัวแก้ว พัฒนาการอาเภอ พฒั นาการอาเภอยะหา
จงั หวดั ยะลา

4 นายประพันธ์ ทองสีดา พัฒนาการอาเภอ พัฒนาการอาเภอรามัน
จังหวดั ยะลา

5 นายประเทือง ทองก้ิม พฒั นาการอาเภอ พัฒนาการอาเภอเบตง
จงั หวดั ยะลา

6 นายทวีวัฒน์ พทิ ักษร์ ักษากลุ พฒั นาการอาเภอ พัฒนาการอาเภอธารโต
จังหวัดยะลา

7 นางปรียา พรหมจนั ทร์ พัฒนาการอาเภอ พัฒนาการอาเภอกาบงั
จงั หวัดยะลา

8 นางสาวดาเรศ ชยู ก พัฒนาการอาเภอ พัฒนาการอาเภอกรงปินัง
จังหวัดยะลา

9 นางสาวอานีตา เจ๊ะสนิ นกั วิชาการพฒั นาชุมชน ผมู้ ีส่วนรว่ มในการขับเคลื่อนโครงการ

ชานาญการ หมู่บา้ นเศรษฐกจิ พอเพยี ง

55

ตารางที่ 3.4 แสดงขอ้ มูลผู้ให้ข้อมูลหลักเก่ียวกับการสรา้ งกลไกการพฒั นาการปฏิบตั ิงานของพฒั นากร

ในสังคมพหวุ ฒั นธรรม โดยใช้ศาสนาเปน็ ฐานจังหวดั ยะลา (ตอ่ )

ที่ ชอื่ – สกลุ ตาแหนง่ เหตุผลทค่ี ดั เลอื ก

10 นายอบั ดุลนาเซ ดอปอ นักวชิ าการพัฒนาชมุ ชน ได้รบั รางวลั พฒั นากรนกั ประชาสัมพันธ์

ชานาญการ ระดับกรม ประจาป2ี 561

11 พระภรู ปิ ัญโญ ภิกขุ เจา้ อาวาสวัดเขานา้ ตก ผู้นาศาสนาดเี ด่น ประจาปี 2562
ต.ตลิ่งชัน อ. บนั นังสตา
จ.ยะลา

12 นายนูรดีน อาบบู าซา อหี มา่ ม ต. เนินงาม มสี ่วนร่วมในการขบั เคลือ่ นโครงการ
อ.รามนั จ.ยะลา สรา้ งความสัมพันธร์ ะหวา่ งไทยพุธ
และมุสลมิ ในพ้นื ท่ี ต. เนนิ งาม อ.รา
มนั จ.ยะลา

3.3.3 เครือ่ งมือทีใ่ ช้ในการวจิ ัย
เครื่องมอื ท่ีใชใ้ นการวิจยั คือ แบบสนทนากลุ่ม เพ่อื ให้ผใู้ หข้ ้อมูลหลักทุกกลุ่มมี

พ้ืนทใ่ี นการพูดคยุ ตอบคาถาม รายละเอยี ดดงั น้ี
ตอนที่ 1 ข้อมลู ทว่ั ไป
ตอนที่ 2 การสร้างกลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรใน

สังคมพหุวฒั นธรรม โดยใชศ้ าสนาเปน็ ฐานจงั หวัดยะลา
1) ใคร หรือบุคคลกลุ่มไหนบ้างท่ีมีส่วนเก่ียวข้องกับการ

ขบั เคลื่อนงานพฒั นาในพ้นื ที่พหุวฒั นธรรม
2) บุคคลท่ีเก่ียวข้องกับการขับเคล่ือนงานพัฒนาใน

พื้นทพี่ หวุ ฒั นธรรม มีลกั ษณะการดาเนินงานอย่างไรเพื่อใหก้ ารดาเนนิ งานสาเร็จ
3) ท่านคิดว่าทรัพยากรหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่มี

ความสาคัญ หรือมีส่วนในการขับเคล่ือนงานพัฒนาในพ้ืนที่พหุวัฒนธรรม หรือไม่ ทรัพยากรหรือ
เครอ่ื งมอื ดังกลา่ วมสี ว่ นชว่ ยอยา่ งไร

4) ท่านคิดว่างบประมาณมีความสาคัญ หรือมีส่วนใน
การขบั เคล่อื นงานพัฒนาในพน้ื ท่ีพหวุ ัฒนธรรม หรอื ไม่ และการดาเนนิ งานท่ีผา่ นมางบประมาณที่ท่านใช้
ในการขับเคลือ่ นการพัฒนามาจากหนว่ ยงานใด

56

5) โครงการสาคัญใดบ้างท่ีมีส่วนในการขับเคลื่อนงาน
พฒั นาในพ้ืนทพ่ี หวุ ฒั นธรรม ลกั ษณะโครงการเปน็ อยา่ งไร

6) ท่านคิดว่ากระบวนการทางานมีความสาคัญ หรือมี
สว่ นในการขบั เคล่ือนงานพัฒนาในพ้ืนที่พหุวฒั นธรรม หรอื ไม่ อยา่ งไร

7) กระบวนการทางานที่ดีควรเป็นอยา่ งไร
8) ท่านคิดว่าสถานที่มีความสาคัญ หรือมีส่วนในการ
ขบั เคลื่อนงานพฒั นาในพน้ื ท่พี หวุ ฒั นธรรม หรอื ไม่ อยา่ งไร
9) สถานที่ที่ดีในการขับเคลื่อนงานพัฒนาในพ้ืนท่ี
พหุวัฒนธรรมควรเป็นอย่างไร
ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ
3.3.4 การเกบ็ รวมรวมขอ้ มูล
ผู้วิจัยได้ทาการตรวจสอบคุณภาพเบ้ืองต้นของเครื่องมือท่ีสร้างข้ึนก่อน
นาไปใช้กับผู้ให้ข้อมูลหลัก โดยพิจารณาความสอดคล้องของข้อคาถามกับคุณลักษณะของตัวแปรท่ี
ต้องการวัด และทาการตรวจสอบคุณภาพ โดยขอคาปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ รวมท้ังหมด 3 ท่าน เพื่อ
ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาของแบบสนทนากลุ่ม (Content Validity) และแนวทางทีค่ รอบคลุมของ
คาถาม และทาการแก้ไขข้อบกพร่องต่อไป ใช้วธิ ีการสมั ภาษณ์เชิงลึก ซึง่ การสมั ภาษณ์ผวู้ ิจัยจะพูดคุยใน
ประเด็นที่เตรียมไว้อย่างชัดเจน รวมไปถึงการสนทนากลุ่มจากผู้ให้ข้อมูลหลักที่มีความหลากหลายด้าน
อาชีพ และบทบาทหนา้ ท่ี
3.3.5 การวเิ คราะห์ข้อมลู
ผู้วิจัยทาการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสนทนากลุ่ม (In-depth Interview) โดย
ให้ความสาคัญกับมุมมองของผู้ให้ข้อมูลหลัก ใช้การพรรณนาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ตามประเด็น
เน้ือหาท่ีศึกษา แบ่งแยกเป็นกลุ่มตามเน้ือหา ตัวแปร และประเด็นหลักตามที่กาหนด คัดสรรข้อมูลท่ี
ต้องการ และนาขอ้ มูลท่ไี ด้ท้งั หมดมาทาการวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ เพ่ือนาไปสู่ขอ้ สรุปพรอ้ มข้อเสนอแนะ

57

บทท่ี 4
ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล

รายงานการวิจัยเร่ือง กลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรม
โดยใชศ้ าสนาเป็นฐาน จงั หวัดยะลา มวี ัตถุประสงค์เพ่ือ 1) ศึกษาคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ของพัฒนากร
สาหรับการปฏิบัติงานในสังคมพหุวัฒนธรรม จังหวัดยะลา 2) ศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กร
ศาสนาในการปฏบิ ตั ิงานของพัฒนากรในสังคมพหุวฒั นธรรม จงั หวัดยะลา และ3) สรา้ งกลไกการพัฒนา
การปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยใ ช้ศาสนาเป็นฐาน จังหวัดยะลา
ทงั้ น้ีคณะวจิ ยั ได้ทาการวิเคราะหข์ ้อมูลตามวตั ถุประสงค์ รายละเอียดผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ดงั นี้

4.1 ผลการวิจยั เชงิ ปริมาณ
4.2 ผลการวจิ ยั เชงิ คุณภาพ

4.1 ผลการวิจัยเชิงปรมิ าณ

ในการวิเคราะห์ข้อมูล คณะวิจัยใช้โปรแกรมสถิติสาเร็จรูปทางสถิติ ซ่ึงในการนาเสนอผล
การวิเคราะห์ข้อมูล และการแปรผลการวิเคราะห์ข้อมูลของการศึกษาครั้งนี้ คณะวิจัยได้วิเคราะห์และ
นาเสนอในรูปแบบตารางประกอบคาอธิบาย โดยมีผลการวิจัยตามวัตถปุ ระสงคด์ ังน้ี

วัตถุประสงค์ท่ี 1 ศึกษาคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของพัฒนากรสาหรับการปฏิบัติงาน
ในสังคมพหวุ ัฒนธรรม จงั หวดั ยะลา

ศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของพัฒนากรสาหรับการปฏิบัติงานในสังคมพหุ
วฒั นธรรม จังหวดั ยะลา มีรายละเอยี ด ดังน้ี

ตอนท่ี 1 ข้อมูลทวั่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตารางท่ี 4.1 แสดงจานวนและร้อยละจาแนกตามเพศ

เพศ จานวน รอ้ ยละ
ชาย 15 33.3
หญิง 30 66.7
รวม 45 100

จาตารางท่ี 4.1 แสดงใหเ้ หน็ ว่ากลุม่ ตวั อย่างส่วนใหญ่เปน็ เพศหญิง จานวน 30 คน คดิ เป็น
ร้อยละ 66.7 และเพศชาย จานวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 33.3 ตามลาดับ

58

ตารางท่ี 4.2 แสดงจานวนและรอ้ ยละจาแนกตามอายุ

อายุ จานวน ร้อยละ
22.2
20 – 29 ปี 10 44.4
26.7
30 – 39 ปี 20 6.7
100
40 – 49 ปี 12

50 ปขี ้นึ ไป 3

รวม 45

จากตารางท่ี 4.2 แสดงใหเ้ หน็ ว่ากลมุ่ ตัวอยา่ งส่วนใหญม่ ีอายุระหวา่ ง 30 – 39 ปี จานวน
20 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 44.4 รองลงมามีอายุระหวา่ ง 40 – 49 ปี จานวน 12 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 26.7
และอายุ ระหวา่ ง 20 - 29 ปี จานวน 10 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 22.2 ตามลาดับ

ตารางที่ 4.3 แสดงจานวนและรอ้ ยละจาแนกตามศาสนา รอ้ ยละ
46.7
ศาสนา จานวน 53.3
พุทธ 21 0
อิสลาม 24 0
คริสต์ 0 100
อ่นื ๆ 0
รวม 45

จากตารางท่ี 4.3 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม จานวน
24 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 53.3 และนบั ถอื ศาสนาพุทธ จานวน 21 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 46.7 ตามลาดบั

ตารางที่ 4.4 แสดงจานวนและรอ้ ยละจาแนกตามระดบั การศึกษา

ระดบั การศึกษา จานวน ร้อยละ
6.7
ต่ากวา่ ปรญิ ญาตรี 3 82.2
11.1
ปรญิ ญาตรี 37 0
100
ปริญญาโท 5

ปรญิ ญาเอก 0

รวม 45

59

จากตารางท่ี 4.4 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาปริญญาตรี จานวน
37 คน คิดเป็นร้อยละ 82.2 รองลงมามีระดับการศึกษาปริญญาโท จานวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 11.1
และระดับการศึกษาตา่ กวา่ ปริญญาตรี จานวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 6.7 ตามลาดบั

ตารางที่ 4.5 แสดงจานวนและร้อยละจาแนกตามตาแหน่งในปัจจบุ นั

ตาแหน่งในปัจจุบนั จานวน รอ้ ยละ
42.2
นักวิชาการพฒั นาชุมชนชานาญการ 19 8.9
8.9
นักวิชาการพฒั นาชุมชนปฏิบัตกิ าร 4 40.0
100
เจ้าพนกั งานพัฒนาชุมชนชานาญงาน 4

เจา้ พนกั งานพฒั นาชมุ ชนปฏิบัติงาน 18

รวม 45

จากตารางที่ 4.5 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีตาแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชน
ชานาญการ จานวน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 42.2 รองลงมามีตาแหน่งเจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน
ปฏิบัติงาน จานวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 40 และมีตาแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการและ
เจา้ พนกั งานพัฒนาชุมชนปฏิบัตงิ าน จานวน 4 คน คิดเปน็ ร้อยละ 8.9 ตามลาดบั

ตารางที่ 4.6 แสดงจานวนและรอ้ ยละจาแนกตามระยะเวลาท่ปี ฏบิ ัติงานในพนื้ ทีจ่ ังหวัดยะลา

ระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในพื้นท่ี จานวน ร้อยละ

จงั หวดั ยะลา

ต่ากว่า 5 ปี 22 48.9

6 – 10 ปี 11 24.4

11 – 20 ปี 9 20.0

มากกวา่ 20 ปี 3 6.7

รวม 45 100

จากตารางที่ 4.6 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ปฏิบัติงานในพื้นท่ีจังหวัดยะลา
ต่ากว่า 5 ปี จานวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 48.9 รองลงมาปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดยะลา 6 – 10 ปี
จานวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 24.4 และปฏิบัติงานในพื้นท่ีจังหวัดยะลา 11 – 20 ปี จานวน 9 คน
คดิ เปน็ ร้อยละ 20 ตามลาดบั

60

ตอนที่ 2 ศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของพัฒนากรสาหรับการปฏิบัติงานใน
สังคมพหุวฒั นธรรมจงั หวัดยะลา

การศึกษาคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของพัฒนากรสาหรับการปฏิบัติงานใน
สังคมพหวุ ัฒนธรรมจังหวัดยะลา มรี ายละเอยี ดผลการวิจัย ดังน้ี

ตารางท่ี 4.7 แสดงคา่ เฉลยี่ และสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์

คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ X̅ S.D. แปลผล ลาดับท่ี
ด้านบคุ ลิกภาพ
3
1. เป็นผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ เหมาะกับ 4.44 .73 มาก
5
งานที่ปฏิบตั ิ
1
2. ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเร้ือรังท่ีปรากฎ 4.36 0.98 มาก 4

เดน่ ชดั หรอื รุนแรง และเปน็ อปุ สรรคตอ่ การปฏิบัตงิ าน 2
2
3. มีบคุ ลกิ ภาพทดี่ ี การเดนิ ยนื นัง่ เป็นสง่า ดนู ่าเช่ือถือ 4.51 .63 มากท่ีสดุ
4
4. การแต่งกาย เส้ือผ้า หน้า ผม เข้ากับสถานที่ในการ 4.38 .65 มาก 2

ปฏบิ ัตงิ าน 2

5. มีความคล่องแคล่ววอ่ งไวในการเคล่อื นไหวร่างกาย 4.47 .55 มาก 3
1
รวม 4.43 .37 มาก
3
ดา้ นจติ ใจ

6. มคี วามม่นั คงทางอารมณ์ อดกล้นั ต่อสภาวะกดดนั 4.29 .82 มาก

7. มีความม่ันใจในขณะปฏิบัติหน้าที่ท่ีตนเอง 4.44 .62 มาก

รบั ผดิ ชอบ

8. มีความยุติธรรมและความจริงใจต่อทุกคนทั่วไป 4.44 .76 มาก

ทง้ั ตอ่ หน้าและลับหลัง

9. มที ศั นะคติที่ดีตอ่ หนว่ ยงานและงานท่ปี ฏิบตั ิ 4.31 .85 มาก

10. ยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผ้อู น่ื และใหโ้ อกาสผู้อ่ืน 4.56 .59 มากทส่ี ุด

ซกั ถามข้อข้องใจ

รวม 4.41 .51 มาก

61

ตารางท่ี 4.7 แสดงค่าเฉลีย่ และส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐานคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ (ต่อ)

คณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ X̅ S.D. แปลผล ลาดบั ที่
ด้านความรู้ 3
1
11. มีความรู้เก่ียวกับนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ 4.42 .66 มาก 4
5
20 ปี แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ 2
3
12. มีความรู้ความเข้าใจในสภาพเศรฐกิจ สังคม 4.53 .63 มากท่สี ุด 3
4
การเมือง และทันต่อสถานการณใ์ นปัจจบุ ัน 2

13. มีความรู้ความเข้าใจในนโยบาย ภารกิจ วิสัยทัศน์ 4.33 .83 มาก 1
5
คา่ นยิ ม ยทุ ธศาสตรข์ องหนว่ ยงาน 1

14. มีความรู้ดา้ นภาษา เชน่ ภาษาไทย 4.27 .78 มาก

ภาษาต่างประเทศ ภาษาท้องถ่ิน เปน็ ต้น

15. มีความรู้เก่ียวกับหลักการ กระบวนการ และ 4.49 .84 มาก

วธิ กี ารปฏบิ ัตงิ าน

รวม 4.41 .47 มาก

ด้านทักษะความสามารถ

16. มีทักษะในการประสานงานกับบุคคลทุกระดับ 4.49 .66 มาก

ท้งั ภายในและภายนอกหน่วยงาน

17. มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนางาน 4.33 .77 มาก

จดั การข้อมูล ขา่ วสารท่ีรวดเร็ว

18. มีทักษะในการส่ือสาร การนาเสนอ ถ่ายทอด 4.53 .63 มากทส่ี ุด

ความรู้ ประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารแก่หน่วยงาน

ประชาชน ผู้นาชมุ ชน และชุมชน

19. มีทักษะในการคิด วิเคราะห์ วิจัย เพ่ือจัดทาแผน 4.56 .62 มากท่ีสุด

โครงการ/กจิ กรรม

20. มีทักษะการเป็นผู้นา สามารถแสดงบทบาท 4.29 .82 มาก

การเปน็ ผูน้ าไดอ้ ย่างเหมาะสม

รวม 4.44 .47 มาก

รวมทั้งหมด 4.42 .32 มาก

ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของพัฒนากรสาหรับการปฏิบัติงาน
ในสังคมพหุวัฒนธรรม จังหวัดยะลา พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.42 พิจารณาเป็นราย
ดา้ นเรียงจากค่าเฉลยี่ มากไปนอ้ ย ดงั น้ี

62

ด้านทกั ษะความสามารถ มีภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก มคี า่ เฉลย่ี 4.44 เมอื่ พิจารณาเป็นราย
ข้อพบว่า ข้อ 19. มีทักษะในการคิด วิเคราะห์ วิจัย เพ่ือจัดทาแผนโครงการ/กิจกรรม อยู่ในระดับมาก
ท่ีสุด มีค่าเฉล่ีย 4.56 รองลงมาคือ ข้อ 18. มีทักษะในการสื่อสาร การนาเสนอ ถ่ายทอดความรู้
ประชาสัมพันธ์ อยู่ในระดับมากท่ีสุด มีค่าเฉล่ีย 4.53 และข้อ 16. มีทักษะในการประสานงานกับบุคคล
ทกุ ระดบั ทง้ั ภายในและภายนอกหน่วยงาน อยู่ในระดบั มาก มคี า่ เฉลี่ย 4.49 ตามลาดับ

ดา้ นบคุ ลิกภาพ มีภาพรวมอย่ใู นระดบั มาก มคี า่ เฉลย่ี 4.43 เมื่อพิจารณาเปน็ รายข้อ พบว่า
ข้อ 3. มีบุคลิกภาพที่ดี การเดิน ยืน น่ังเป็นสง่า ดูน่าเชื่อถือ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉล่ีย 4.51
รองลงมาคือ ขอ้ 5. มีความคลอ่ งแคล่วว่องไวในการเคล่ือนไหวร่างกาย อยใู่ นระดบั มาก มีค่าเฉล่ีย 4.47
และข้อ 4. การแต่งกาย เสื้อผ้า หน้า ผม เข้ากับสถานที่ในการปฏิบัติงาน อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย
4.38 ตามลาดบั

ด้านจิตใจ มีภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.41 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า
ข้อ 10. ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อ่ืนและให้โอกาสผู้อ่ืนซักถามข้อข้องใจ อยู่ในระดับมากท่ีสุด
มีค่าเฉล่ีย 4.56 รองลงมาคือ ข้อ 7. มีความมั่นใจในขณะปฏิบัติหน้าท่ี ท่ีตนเองรับผิดชอบ และข้อ 8.
มีความยุติธรรมและความจริงใจตอ่ ทุกคนทั่วไป ท้ังต่อหน้าและลับหลงั อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ีย 4.44
และข้อ 9. มีทัศนะคติท่ดี ีต่อหน่วยงานและงานทปี่ ฏิบตั ิ อยใู่ นระดบั มาก มคี า่ เฉลี่ย 4.31 ตามลาดบั

ด้านความรู้ มีภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.41 เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า
ขอ้ 12. มคี วามรู้ความเข้าใจในสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมอื ง และทนั ตอ่ สถานการณ์ในปัจจบุ ัน อยู่ใน
ระดับมากท่สี ุด มคี ่าเฉล่ีย 4.53 รองลงมาคอื ข้อ 15. มคี วามรู้เก่ยี วกบั หลกั การ กระบวนการ และวิธกี าร
ปฏิบัติงาน อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.49 และข้อ 13. มีความรู้ความเข้าใจในนโยบาย ภารกิจ
วิสัยทศั น์ คา่ นยิ ม ยุทธศาสตร์ของหนว่ ยงาน อยใู่ นระดบั มาก มีคา่ เฉล่ีย 4.33 ตามลาดบั

4.2 ผลการวิจยั เชงิ คุณภาพ

ในการวิเคราะห์ข้อมูล คณะวิจัยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึก
(In-Depth Interview) และใช้แบบสนทนากลุ่ม (Focus Group) เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวม
ข้อมูล และใช้วิธีการเลือกผู้ให้ข้อมูลหลักแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยมีผลการวิจัยตาม
วตั ถุประสงค์ดังนี้

วัตถปุ ระสงค์ท่ี 2 ศึกษากระบวนการมสี ว่ นรว่ มขององค์กรศาสนาในการปฏิบัติงานของ
พฒั นากรในสังคมพหวุ ฒั นธรรมจงั หวัดยะลา

2.1 การมสี ว่ นร่วมในการตดั สินใจ
จากการวิจัย พบว่า กระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กรศาสนาในการปฏิบัติงาน

ของพัฒนากรในสงั คมพหวุ ฒั นธรรมจังหวัดยะลา ในประเด็นการตดั สนิ ใจ มรี ายละเอยี ดดังนี้

63

2.1.1 การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจจะใช้แผนหมู่บ้าน และข้อมูลจาก จปฐ.
กชช.2ค. กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนชุมชนอ่ืน ๆ มาใช้ในการประกอบการตัดสินใจในคัดเลือก
กลมุ่ เปา้ หมายทตี่ อ้ งการจะขับเคลื่อนโครงการ/กจิ กรรม

2.1.2 องคก์ รศาสนามสี ่วนรว่ มกับพัฒนากรในการตัดสนิ ใจคัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย
ในการดาเนินงานโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ของจังหวัดยะลา อาทิ ประธานสภาวัฒนธรรมการท่องเท่ียว
ตาบลหน้าถ้าร่วมกับพัฒนากรในการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเพื่อเข้าร่วมโครงการ OTOP นวัตวิถี พระ
โตะ๊ อหิ ม่าม

2.1.3 มีส่ือกิจกรรมท่ีมีส่วนในการขับเคล่ือนโครงการในชุมชน โดยอาศัยการ
มีสว่ นร่วมระหวา่ งพัฒนากรกบั ตวั แทนองค์กรศาสนา อาทิ เวทปี ระชาคม ลานวัฒนธรรม

2.1.4 โครงการ/กิจกรรม ต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคม
พหวุ ฒั นธรรมจงั หวดั ยะลาเนน้ การลาดบั ความสาคัญจากมตสิ ่วนใหญ่

2.1.5 การขับเคล่ือนงานพัฒนาชุมชน เร่ิมต้นจากการค้นหาปัญหาโดยการ
สอบถาม พูดคุย ร่วมกับองค์กรศาสนา เพื่อรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านและความต้องการของ
ชาวบ้าน จากนัน้ จดั ลาดับความสาคญั ของปัญหา วางแผนแนวทางแกไ้ ขปญั หาร่วมกัน

2.1.6 ในกระบวนการตัดสินใจของชุมชนบางโครงการ/กิจกรรม อาศัยการ
พิจารณาจากความถนัด ความสามารถในการเข้าถึงประชาชน อาทิ โครงการกองทุนแม่ของแผ่นดิน
เนือ่ งจากประเด็นยาเสพติดเปน็ เรือ่ งเปน็ เรือ่ งละเอยี ดออ่ น

2.1.7 มีเครอ่ื งมือต่าง ๆ ในการมีสว่ นร่วมในการตัดสินใจขององค์กรศาสนาในการ
ปฏบิ ตั งิ านกบั พัฒนากรในสงั คมพหวุ ฒั นธรรมจงั หวัดยะลา อาทิ SWOT

2.1.8 โครงการ/กิจกรรม ท่ีมาจากการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจส่วนใหญ่ คือ
1) การส่งเสริมอาชีพ เพ่ือแก้ปัญหาเรื่องรายได้ครัวเรือนรายจ่ายไม่พอกับรายรับ 2) เร่ืองปัญหายาเสพ
ติดในชุมชน 3) โครงการ OTOP นวัตวิถี 4) หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง 5) โครงการวิสาหกิจชุมชน
6) การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 7) กิจกรรมพิธีการทางศาสนา 8) การพัฒนาเครือข่ายผู้ประกอบการ
OTOP

2.1.9 การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจขององค์กรศาสนากับพัฒนากรในการสังคม
พหวุ ัฒนธรรมจงั หวัดยะลา แบ่งผู้เข้าร่วมออกเปน็ 3 รูปแบบ คือ

1) ชมุ ชนไทยพทุ ธ จะมีผู้แทนองคก์ รศาสนาพุทธในการเข้ารว่ ม
2) ชมุ ชนมสุ ลิม จะมีผแู้ ทนองคก์ รศาสนาอิสลามในการเข้าร่วม
3) ชุมชนท่ีมีไทยพุทธและมุสลิม จะมีผู้แทนองค์กรศาสนาท้ัง 2 ศาสนาใน
การเขา้ รว่ ม
2.1.10 ข้อมูล/ประเด็นท่ีใช้ในการมีส่วนร่วมในหารือเพ่ือการตัดสินใจขององค์กร
ศาสนาในการปฏิบัติงานกับพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรมจังหวัดยะลา อาทิ 1) ข้อมูลด้านวัฒนธรรม

64

2) ข้อมูลแผนชุมชน 3) อาชีพ 4) การเกษตร 5) ภูมิปัญญา 6) วิถีชีวิต 7) วัฒนธรรม 8) สิ่งแวดล้อม
9) พิธกี รรมทางศาสนา

รายละเอียดจากการสัมภาษณ์มีดังนี้

นางสาวสุพัฒสิริ อินทฤกษ์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ กล่าวว่า “...พี่มี
สว่ นรว่ มในการคดั เลอื กกลมุ่ เป้าหมายเพือ่ เข้ารว่ มโครงการ OTOP นวัตวถิ ี โดยมีประธานสภาวัฒนธรรม
การท่องเที่ยวต้าบลหน้าถ้าเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกิจกรรม โครงการบางโครงการจังหวัด
จะก้าหนดกลุ่มเป้าหมายไว้แล้ว เมื่อน้าโครงการเข้าที่ประชุมในที่ประชุมจะช่วยกันกระจาย
กลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมทุกต้าบล ถ้าจังหวัดไม่ได้เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ก็จะมีการสลับสับเปล่ี ยน
กลุ่มเป้าหมายไปต้าบลอ่ืนท่ียังไม่ได้เข้าร่วม เพื่อให้ทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมโครงการของ
พฒั นาชมุ ชน...” (สมั ภาษณ์เม่อื 22 ตลุ าคม 2564)

นางสาวอานีตา เจ๊ะสนิ นักวิชาการพัฒนาชุมชนช้านาญการ กล่าวว่า “...มีส่วน
ร่วมในโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมส่งเสริมการพัฒนากลุ่มอาชีพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์
เพื่อขึนทะเบียน OTOP โดยในการตัดสินใจ จะใช้แผนหมู่บ้าน และข้อมูลจาก จปฐ. กชช2.ค. มาใช้ใน
การประกอบการตัดสินใจเลือกกลุ่มเป้าหมายท่ีต้องการจะขับเคล่ือน…” (สัมภาษณ์เมื่อ 8 ตุลาคม
2564)

นางสาวนิฟาตีฮาห์ สนิ นักวิชาการพัฒนาชุมชนช้านาญการ กล่าวว่า “...การมี
สว่ นร่วมกบั องค์กรศาสนา พีจ่ ะมีสว่ นรว่ มในการรว่ มคิด รว่ มวางแผน โดยการน้าเอาข้อมูลท่ีเกย่ี วข้องกับ
งานพัฒนาชมุ ชน มาใชเ้ พอ่ื เป็นฐานข้อมลู ในการค้นหาปัญหา เช่น ขอ้ มูล จปฐ. กชช2.ค. กองทนุ พัฒนา
บทบาทสตรี กองทุนชมุ ชนอื่น ๆ เปน็ ตน้ ซง่ึ ปญั หาที่รวบรวมได้จะนา้ ไปสกู่ ารคัดเลือกกจิ กรรม/โครงการ
ทเี่ ก่ียวข้องกับงานของพัฒนาชุมชน…” (สมั ภาษณ์เมือ่ 14 ตลุ าคม 2564)

นายอบั ดุลนาเซ ดอปอ นกั วชิ าการพัฒนาชมุ ชนช้านาญการ กลา่ วว่า “...ผมมักจะ
เขา้ รว่ มในเวทปี ระชาคม แต่ละภาคจี ะนา้ เสนอโครงการและงบประมาณที่ไดร้ ับ ในส่วนของงาน พช. ผม
จะชีแจงกจิ กรรมโครงการของ พช. ในปจั จุบนั และกิจกรรมโครงการในอนาคต ในท่ปี ระชมุ ผมมสี ่วนร่วม
ในการเสนอปัญหาของชาวบ้านให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบ และร่วมกันหาแนวทางการแก้ไขปัญหา เช่น
การแก้ไขปัญหาเรื่องอาชีพ รายได้ ผลผลิตทางการเกษตร เพื่อเลือกกิจกรรมโครงการที่สอดคล้องกับ
การแก้ไขปัญหานัน นอกจากนีผมยังมีส่วนร่วมในการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายของกิจกรรมซึ่งในการจัด
เวทแี ตล่ ะครังจะมโี ตะ๊ อหิ มา่ ม…” (สมั ภาษณเ์ มือ่ 24 กันยายน 2564)

65

นางพิริยา ชินารมยานนท์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนช้านาญการ กล่าวว่า “...
องค์กรศาสนาจะมีส่วนร่วมกับเราในการศึกษาบริบทพืนท่ี ผ่านโครงการจัดเวทีประชาคมเพ่ือการจัดทา้
แผนชุมชนเพื่อจัดล้าดับความส้าคัญในการด้าเนินงานโครงการของชุมชน...” (สัมภาษณ์เมื่อ 17
กันยายน 2564)

นางสาวทิพวัลย์ วรเวทย์ชลิต เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนปฏิบัติงาน กล่าวว่า
“...พัฒนากรจะมีโอกาสในการเข้าไปพบปะพูดคุยกับชาวบ้าน ผู้น้าชุมชน ผู้น้าศาสนา เราจะได้รับรู้ถึง
ปัญหาที่เกิดขึนในหมู่บ้านและความต้องการของชาวบ้าน เม่ือมีการจัดเวทีประชุมพี่จะมีส่วนร่วมใน
การยกปัญหาเหล่านันพูดคุยกันในที่ประชุมเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านผ่านการจัด
กจิ กรรม/โครงการ ทุกภาคสว่ นจะมสี ่วนรว่ มในการตัดสนิ ใจคดั เลือกกจิ กรรม/โครงการ วิเคราะห์ปัญหา
ค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกนั ผ่านเวทีประชมุ ...” (สัมภาษณเ์ มื่อ 24 ตลุ าคม 2564)

นางสาวสานะ๊ เตบสัน นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ กล่าวว่า “...มีสว่ นรว่ ม
ในการตัดสินใจเลือกโครงการ ก่อนท่ีจะเร่ิมโครงการจะมีการประชุมวางแผน ชีแจงรายละเอียด
วัตถุประสงค์ของโครงการ กลุ่มเป้าหมายของโครงการ ตัวอย่างเช่น โครงการกองทุนแม่ของแผ่นดิน
พีจ่ ะมสี ่วนร่วมในการคัดเลือกคณะกรรมการทองทุนผ่านทางเวทปี ระชาคม โดยการเลือกคณะกรรมการ
ก็จะพิจารณาจากความถนัด สามารถเข้ากับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี เพราะเร่ืองของยาเสพติดเป็นเร่ืองท่ี
ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะส่วนราชการ ศาสนา ผู้น้าหมู่บ้าน ทหาร ต้ารวจ รวมถึงชาวบ้านเองต้องในความ
ร่วมมอื ชมุ ชนถงึ จะปลอดสิ่งเสพติดไดอ้ ย่างถาวร…” (สัมภาษณ์เม่อื 8 ตุลาคม 2564)

นางสนธยา ยือราน นักวิชาการพัฒนาชุมชนช้านาญการ กล่าวว่า “...มีส่วนร่วม
ในแผนชุมชน เราจะร่วมกันวิเคราะห์ SWOT คือ จุดแข็ง จุดอ่อน ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ วิเคราะห์
ปัญหาและความต้องการของชาวบ้าน จากนันท้าการจัดล้าดับของปัญหาว่าปัญหาไหนส้าคัญควรได้รับ
การแกไ้ ขก่อน เราจะรว่ มมือกับผู้นา้ ชุมชน เชน่ ก้านัน ผู้ใหญ่บา้ น มีผ้นู า้ ศาสนา มีผู้นา้ สตรี มีข้าราชการ
ร่วมกันวิเคราะห์ ในส่วนของ พช. จะมุ่งเน้นไปท่ีการส่งเสริมอาชีพ เพ่ือแก้ปัญหาเร่ืองรายได้ครัวเรือน
รายจ่ายไม่พอกบั รายรับ และเรือ่ งปัญหายาเสพตดิ ในชมุ ชน...” (สมั ภาษณ์เมอ่ื 2 พฤศจกิ ายน 2564)

นายชัชพงศ์ เพชรกล้า ประธานสภาวัฒนธรรม ต.หน้าถ้า อ.เมืองยะลา จ.ยะลา
กลา่ ววา่ “...มีสว่ นร่วมในการประชมุ พูดคยุ วางแผนกิจกรรมและโครงการวิสาหกิจชมุ ชน การท่องเท่ียว
เชิงวัฒนธรรม มีการเชิญผู้น้าชุมชน ก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้น้าทางศาสนา ประชาชน อบต. และเครือข่าย
ในชมุ ชนมาร่วมกนั แลกเปลย่ี นความคดิ เห็น...” (สมั ภาษณ์เมื่อ 14 ตุลาคม 2564)

66

พระภูริปัญโญ ภิกขุ เจ้าอาวาสวัดเขาน้าตก ต.ตล่ิงชัน อ. บันนังสตา จ.ยะลา
กล่าวว่า “...มีส่วนร่วมในที่ประชุมเวทีประชาคมท่ีมีข้าราชการ ก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้น้าทังสองศาสนา
หลวงพ่ีจะให้ข้อมูลในเรอื่ งของศาสนา วิถีชีวิตของชาวบ้าน อาชีพที่ช่วยส่งเสริมให้ชาวบ้านร่วมกันท้าใน
เวลาว่างจากงานหลักของแต่ละคน ในการจัดการประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงหลวงพี่ก็ช่วยให้
ขอ้ มลู ขอ้ คดิ เหน็ แก่ผู้เขา้ ร่วมประกวด...” (สมั ภาษณเ์ ม่ือ 21 ตุลาคม 2564)

นายซูกอรนัย อีแมดือเระ ผู้บริหารสถาบันปอเนาะบ้านตาเปาะ ต.ละแอ
อ.ยะหา จ.ยะลา กล่าววา่ “...รว่ มประชุมการจัดทา้ แผนพัฒนาต้าบล และเวทปี ระชาคมเพื่อทบทวนแผน
ชุมชนระดับหมู่บ้าน รับฟังแผนการด้าเนินงานพัฒนาชุมชนในพืนท่ี ได้เสนอแนะโครงการเกี่ยวกับ
กิจกรรม พิธีการทางศาสนา ร่วมให้ข้อมูลด้านวัฒนธรรมบรรจุลงในแผน...” (สัมภาษณ์เม่ือ 14 ตุลาคม
2564)

นายนูรดีน อาบูบาซา อีหม่าม ต. เนินงาม อ.รามัน จ.ยะลา กล่าวว่า “...มีส่วน
ร่วมในการคัดเลือกโครงการ โดยค้านึงถึงความสอดคล้องกับความต้องการท่ีแท้จริงของชุมชน และต้อง
เป็นโครงการอเนกประสงค์ท่ีชว่ ยแก้ปญั หาได้หลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ การเกษตร ภูมิปัญญา
วิถชี วี ติ วัฒนธรรม และสงิ่ แวดลอ้ ม โดยท่ปี ระชาชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มท่ี...” (สัมภาษณเ์ ม่อื 13 ตุลาคม
2564)

นายวชั รินทร์ สะอุ อหี มา่ ม ต.ธารน้าทิพย์ อ.เบตง จ.ยะลา กล่าววา่ “...มสี ่วนรว่ ม
ในเวทีประชาคม เคยได้มีโอกาสให้ข้อมูลเกีย่ วกับพธิ ีกรรมทางศาสนา ร่วมลงคะแนนเสียงในที่ประชุมใน
เรื่องการจัดท้าแผนต้าบล โครงการส่วนใหญ่พัฒนาชุมชนจะมีมาให้อยู่แล้วเราแค่เข้าไปเสนอ ไปบอก
ความต้องการของชาวบ้านในท่ีประชุม มีปัญหาอะไร มีเรื่องเดือดร้อนอยากให้รัฐช่วย พัฒนากรก็
จะรวบรวมข้อมูล...” (สัมภาษณ์เม่ือ 12 ตลุ าคม 2564)

พระครูทักษิณธารานุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดตาพะเยา ต.แม่หวาด อ.ธารโต
จ.ยะลา กล่าวว่า “...ได้เข้าร่วมประชุมในโครงการ OTOP นวัตวิถี ทางวัดได้เสนอให้ใช้พืนท่ีของวัดใน
การจัดกิจกรรม จัดให้มีลานกิจกรรมวัฒนธรรมให้ชาวบ้านมาจัดกิจกรรม มีการปลูกผักตามรัววัด
สนับสนุนการทอ่ งเทยี่ วเชิงวัฒนธรรม...” (สัมภาษณ์เม่ือ 31 ตุลาคม 2564)

นายซ้าซูเด็น เจ๊ะซู อีหม่าม ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา กล่าวว่า “...ในเวที
ประชาคม จะได้รับเชิญเข้าร่วมรับฟังโครงการกองทุนแม่ของแผ่นดิน ผู้ท่ีเก่ียวข้องก็จะเข้าร่วมรับฟัง
แสดงความคดิ เห็น ให้ข้อแนะนา้ ลงคะแนนเสยี งเพ่ือหามติในท่ีประชุม จากนันจะช่วยประชาสมั พันธ์กับ

67

ชาวบ้านเพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการ เราจะช่วยแจ้งรายละเอียดเบืองต้น ถ้าชาวบ้านสนใจที่จะเข้าร่วม
โครงการสามารถไปลงช่ือกับพัฒนากรตอ่ ได.้ ..”(สัมภาษณเ์ มอ่ื 8 ตุลาคม 2564)

นายมาหะมะ จิใจ อีหม่าม ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา กล่าวว่า “...มีส่วนร่วม
ในการประชุมเครือข่ายผู้ประกอบการ OTOP เราจะน้าเสนอแผนและค้าส่ังเครือข่ายผู้ประกอบการ
OTOP โดยส่วนตัวได้รับต้าแหน่งประธานกลุ่ม OTOP อ้าเภอกรงปินัง เราก็จะมีส่วนร่วมในการส่งเสริม
อาชีพให้กับชาวบ้านด้วย มีการเสนอเครือข่ายผู้ประกอบการรายใหม่ให้ที่ประชุมทราบ ในกิจกรรมต้าน
ยาเสพติดเราก็ได้เสนอว่าจะท้าอย่างไรให้ลูกหลานของเราห่างไกลยาเสพติด เสนอให้ส่งเสริมอาชีพ
ส่งเสริมการเพาะปลูก นอกนันก็จะเป็นตัวแทนบรรยายในกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด เป็นเวทีในการ
ปลูกฝังจิตส้านึก ปลุกใจ ให้ชาวบ้านไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติด...” (สัมภาษณ์เมื่อ 17 กันยายน
2564)

กล่าวโดยสรุป คือ การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจขององค์กรศาสนาในการปฏิบัติงานกับ
พัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรมจังหวัดยะลา มีรูปแบบของผู้เข้าร่วม 3 รูปแบบ ประกอบด้วย
1) รูปแบบผู้เข้าร่วมสาหรับการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจชุมชนไทยพุทธ 2) รูปแบบผู้เข้าร่วมสาหรับ
การมสี ่วนรว่ มในการตดั สินใจชุมชนไทยมุสลิม 3) รูปแบบผู้เข้ารว่ มสาหรับการมสี ว่ นร่วมในการตัดสินใจ
ชุมชนพหุวัฒนธรรม โดยให้ความสาคัญกับข้อมูลใน 9 ประเด็น คือ 1) ข้อมูลด้านวัฒนธรรม 2) ข้อมูล
แผนชุมชน 3) อาชีพ 4) การเกษตร 5) ภูมิปัญญา 6) วิถีชีวิต 7) วัฒนธรรม 8) สิ่งแวดล้อม 9) พิธีกรรม
ทางศาสนา เริ่มต้นจากการค้นหาปัญหาผ่านการสอบถาม พูดคุย ร่วมกับองค์กรศาสนา เพื่อรับรู้ถึง
ปญั หาท่เี กดิ ขนึ้ ในหมู่บา้ นและความต้องการของชาวบ้าน จากนั้นจดั ลาดับความสาคัญของปัญหาซึ่งเป็น
หัวใจสาคัญของการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจระหว่างองค์กรศาสนาและพัฒนากร โดยอาศัยข้อมูลจาก
จปฐ. กชช2.ค. กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนชุมชนอ่ืน ๆ รวมไปถึงความถนัด ความสามารถใน
การเข้าถึงประชาชน มาใช้ในการประกอบการตัดสินใจจัดลาดับความสาคัญ และวางแผนแนวทางแกไ้ ข
ปัญหาร่วมกัน ผ่านสื่อกิจกรรม อาทิ เวทีประชาคม ลานวัฒนธรรม นอกจากน้ันยังมีเครื่องมือท่ีเข้ามา
มีส่วนช่วยให้การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ/กิจกรรม อาทิ SWOT
นาไปสู่โครงการ/กิจกรรมในการพัฒนาชุมชน อาทิ 1) การส่งเสริมอาชีพ เพ่ือแก้ปัญหาเร่ืองรายได้
ครัวเรือนรายจ่ายไม่พอกับรายรับ 2) เรื่องปัญหายาเสพติดในชุมชน 3) โครงการ OTOP นวัตวิถี 4)
หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง 5) โครงการวิสาหกิจชุมชน 6) การท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม 7) กิจกรรมพิธี
การทางศาสนา 8) การพฒั นาเครอื ข่ายผปู้ ระกอบการ OTOP

2.2 การมสี ่วนร่วมในขัน้ ปฏิบัตกิ าร
จากการวิจัย พบว่า กระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กรศาสนาในการปฏิบัติงาน

ของพฒั นากรในสงั คมพหวุ ัฒนธรรมจงั หวดั ยะลา ในประเดน็ ขนั้ ปฏบิ ัติการ รายละเอียดดังนี้

68

2.2.1 การมีส่วนร่วมในงานของพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรม จังหวัดยะลา มี
การประสานงานร่วมกับส่วนราชการ ผู้นาชุมชน เจ้าของพื้นที่ในการจัดกิจกรรม ผู้นาศาสนา อาทิ พระ
โตะ๊ อีหม่าม ชาวบ้าน

2.2.2 ผู้นาองค์กรศาสนามีสว่ นร่วมกบั พัฒนากรในการประชาสัมพนั ธ์ บรรยายให้
ความรู้ การสาธิต อานวยสง่ิ อานวยความสะดวก อาทิ โตะ๊ เก้าอี้ สถานท่ี เปน็ ต้น

2.2.3 โครงการ/กิจกรรม ทุกคนมีส่วนร่วมในการแลกเปล่ียนประสบการณ์การ
เรียนรู้ซ่ึงกันและกัน มีการลงมือปฏิบัติ อาทิ 1) การส่งเสริมอาชีพ เพื่อแก้ปัญหาเร่ืองรายได้ครัวเรือน
รายจ่ายไม่พอกับรายรับ 2) เร่ืองปัญหายาเสพติดในชุมชน 3) โครงการ OTOP นวัตวิถี 4) หมู่บ้าน
เศรษฐกิจพอเพียง 5) โครงการวิสาหกิจชุมชน 6) การท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม 7) กิจกรรมพิธีการทาง
ศาสนา 8) การพัฒนาเครือข่ายผปู้ ระกอบการ OTOP 9) กจิ กรรม D-HOPE

2.2.4 กระบวนการข้นั ปฏิบตั ิการ สามารถแบง่ ได้ 3 ขน้ั คอื
1) ขั้นเตรียมการ อาทิ การประชุมวิเคราะห์ข้อมูลจากแผนหมู่บ้าน ข้อมูล

จปฐ. กชช2.ค การวเิ คราะห์ SWOT ชี้แจงวตั ถปุ ระสงค์ กลุ่มเปา้ หมาย แบ่งหน้าท่ีความรับผิดชอบ
2) ขัน้ ดาเนินการ อาทิ การขับเคลือ่ นโครงการ/กจิ กรรม
3) ขั้นติดตามผล อาทิ วิเคราะห์ปัญหาและแนวทางแก้ไขหลังจากเสร็จสิ้น

โครงการ/กิจกรรม การจัดทาสรุปผลท่ไี ดจ้ ากการจัดโครงการ/กจิ กรรม

รายละเอียดจากการสมั ภาษณม์ ดี งั น้ี

นางสาวสุพัฒสิริ อินทฤกษ์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ กล่าวว่า “...
โครงการ OTOP นวตั วิถี พัฒนากรจะรว่ มกันคัดเลอื กผู้ประกอบการชมุ ชนต้าบลหน้าถ้าเข้ารว่ มโครงการ
เมื่อคัดเลือกผู้ประกอบการได้แล้วจะมีการจัดการฝึกอบรมเพื่อให้ผู้เข้าอบรมแสดงตัวตนของตัวเอง
ออกมาผ่านทางสินค้า อบรมการสร้างแบรนด์สินค้า การพัฒนาสินค้า หลังจากการฝึกอบรมจะมี
การสาธิตจัดโปรแกรมทอ่ งเท่ียวเชงิ วัฒนธรรม โดยมีวตั ถปุ ระสงค์ในการน้าทรัพยากรในท้องถ่ินที่มีอยู่มา
พัฒนาให้เกิดคุณค่า เช่น การท้าผ้าสีมายา การท่องเท่ียวถ้าเสือ ถ้ามืด...” (สัมภาษณ์เมื่อ 22 ตุลาคม
2564)

นางสาวอานีตา เจ๊ะสนิ นักวิชาการพัฒนาชุมชนช้านาญการ กล่าวว่า “...
กิจกรรม/โครงการที่ผ่านมา จะมีการน้าข้อมูลจากแผนหมู่บ้าน ข้อมูล จปฐ. กชช2.ค. รวมทังการ
วเิ คราะห์ SWOT การใชห้ ลักผนู้ ้าต้องท้าก่อน และประชาคมหม่บู ้านในการขับเคลื่อนกจิ กรรม/โครงการ
จึงจะได้กิจกรรม/โครงการที่ประชาชนต้องการ หลังจากท้าการหากลุ่มเป้าหมายในแต่ละหมู่บ้านเข้ารบั
การอบรมให้ความรู้พัฒนาต่อยอดผ่านการบูรณาการจากหน่วยงานของรัฐในพืนที่ เช่น การอบรม

69

เสริมสร้างอาชีพ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา โมเดล เม่ือชาวบ้านผ่านการอบรม
ไปแล้วก็จะมีการตดิ ตามผลอยา่ งตอ่ เนอื่ ง …” (สัมภาษณ์เม่ือ 8 ตุลาคม 2564)

นางสาวนิฟาตีฮาห์ สนิ นักวิชาการพัฒนาชุมชนช้านาญการ กล่าวว่า
“...การด้าเนินงานของโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ในขันของการเตรียมการ จะมีการประชุมผู้น้า
ชุมชน ผู้น้าเครือข่ายในพืนท่ี ท้าการวิเคราะห์และจัดเตรียมข้อมูลเบืองต้น เช่น ทรัพยากร สถานที่
งบประมาณ คน วัสดุอุปกรณ์ จากนันในขันด้าเนินการ จะมีการประชุมสร้างความเข้าใจระหวา่ งผู้น้าใน
พืนท่ี แบ่งหน้าท่ีความรับผิดชอบ เพ่ือเตรียมการขับเคลื่อน หลังจากนันจะท้าการขับเคลื่อนกิจกรรม
โครงการภายในระยะเวลาท่ีได้ก้าหนดไว้ ในขันตอนสุดท้าย คือขันของการติดตามผลการขับเคลื่อน
การด้าเนินงาน น้าผลที่ได้จากการติดตามส้ารวจน้าผลที่ได้มาพัฒนา และน้าปัญหามาวิเคราะห์เพื่อหา
แนวทางการแก้ไขรว่ มกันน้าไปส่กู ารวางแผนต่อไป…” (สมั ภาษณเ์ ม่ือ 14 ตุลาคม 2564)

นายอับดุลนาเซ ดอปอ นักวิชาการพัฒนาชุมชนช้านาญการ กล่าวว่า “...ใน
กิจกรรมการเอามือสามัคคีอย่างแรกเลยคือประสานกับเจ้าของพืนที่ ว่าเราจะขอจัดกิจกรรมในพืนที่
แจ้งรายละเอยี ดว่าจะมีการลงแขกเกี่ยวข้าวหรือลงแขกด้านา เม่อื ติดต่อหาสถานท่จี ดั งานได้แลว้ กจ็ ะแจ้ง
ให้กับสภาสันติสุขทราบว่าจะมีการจัดกิจกรรมหากสะดวกก็ขอเชิญมาร่วมกิจกรรมด้วยกัน ในการจัด
กิจกรรมจะเน้นให้ชาวบ้านได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน แต่ละคนมาร่วมประชุมแบ่งงานกันว่า
ใครรับผิดชอบในส่วนไหน องค์กรศาสนาก็มีส่วนช่วยในการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านมาเข้าร่วมกับเรา
ในการท้ากิจกรรม…” (สมั ภาษณ์เม่อื 24 กันยายน 2564)

นางพิริยา ชินารมยานนท์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนช้านาญการ กล่าวว่า “...
โครงการจดั เวทีประชาคมเพ่ือการจัดทา้ แผนชมุ ชน มกี ารประสานงานกบั ผนู้ า้ ชมุ ชน ผใู้ หญ่บา้ น ก่อนเข้า
ดา้ เนินการเพอ่ื ท้าการประชาสัมพนั ธ์แก่สมาชิกในชุมชน...” (สมั ภาษณ์เมอ่ื 17 กนั ยายน 2564)

นางสาวทิพวัลย์ วรเวทย์ชลิต เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนปฏิบัติงาน กล่าวว่า
“...หลังจากประชุมท้าความเข้าใจในโครงการแล้ว กิจกรรมที่จัดขึนมีการประสานไปยังผู้ที่เก่ียวข้องเข้า
มามีสว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรม ในเรื่องของการจัดการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชงิ วัฒนธรรม สง่ เสรมิ เรื่อง
การปลูกผักทางวัดได้อ้านวยในเรื่องของสถานที่ในการจัดกิจกรรม เชิญชวนชาวบ้านมาร่วมกิจกรรม
ทางเราเองจะมีการจัดเตรียมเมล็ดพันธ์ุผักเข้าไปแจกให้กับชาวบ้านได้ร่วมปลูก และส่วนราชการอื่น ๆ
เข้ารว่ มกิจกรรมด้วย...” (สมั ภาษณ์เม่ือ 24 ตลุ าคม 2564)

70

นางสาวสาน๊ะ เตบสัน นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ กล่าวว่า “...
กลุ่มเป้าหมายท่ีได้จากโครงการกองทุนแม่ของแผ่นดินจะเข้ารับการฝึกอบรม จะมีการเชิญผู้น้าทาง
ศาสนาในชุมชนมาให้ความรแู้ ก่เยาวชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เสริมสร้างบทบาทของ
เครือข่ายกองทุนในการใช้พลังชุมชนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อีกทังผู้เข้าอบรม ผู้น้าชุมชน
และประชาชนในหม่บู า้ น ไดแ้ ลกเปล่ยี นประสบการณ์การเรียนรู้ บทเรียน การใชพ้ ลงั ชุมชนให้มสี ่วนรว่ ม
ในการปอ้ งกันใหพ้ น่ี อ้ งของเรายงุ่ เกี่ยวกับยาเสพตดิ …” (สมั ภาษณเ์ มื่อ 8 ตลุ าคม 2564)

นางสนธยา ยือราน นักวิชาการพัฒนาชุมชนช้านาญการ กล่าวว่า “...ก่อนจะมี
การขบั เคลอ่ื นโครงการต่อต้านยาเสพตดิ พฒั นากร ผนู้ ้าชุมชนมกี ารไปศึกษาดูงานที่ศูนย์บา้ บดั ฟ้ืนฟูโดย
การมีส่วนร่วมของชุมชน จากนันประชุมระดบั อา้ เภอเพ่ือวางแผน แลว้ ท้าการสา้ รวจครัวเรือนทีม่ สี มาชิก
ตดิ ยาเสพติดมาเข้ารว่ มกิจกรรม มกี ารน้าผนู้ า้ ศาสนาพูดคยุ ขัดเกลาใหผ้ ู้เขา้ ร่วมกจิ กรรมรู้ถึงผลที่ตามมา
จากการยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด พัฒนาชุมชนก็น้าเร่ืองการส่งเสริมอาชีพมาเสริมให้เขามีอาชีพ มีกิจกรรม
ท้าจะได้ห่างไกลจากยาเสพตดิ ถาวร...” (สัมภาษณเ์ มอื่ 2 พฤศจกิ ายน 2564)

นายชัชพงศ์ เพชรกล้า ประธานสภาวัฒนธรรม ต.หน้าถ้า อ.เมืองยะลา จ.ยะลา
กล่าวว่า “...ในการด้าเนินงานจะมีหน่วยงานราชการหลากหลายหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมในการจัด
กิจกรรม ช่วยสนับสนุนทรัพยากร งบประมาณ พัฒนาชุมชนก็ช่วยส่งเสริมการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม
สินค้า OTOP วิสาหกิจชุมชน มีการจัดกิจกรรม D-HOPE คือ การน้าเสนอกิจกรรมในท้องถิ่น ให้
ผูเ้ ข้ารว่ มกจิ กรรมลงมอื ปฏบิ ตั เิ อง โดยใชท้ รัพยากรที่มีอยู่ในชมุ ชนมาสร้างเป็นผลติ ภัณฑ์ เชน่ การน้าดิน
มายามาสร้างมูลค่าโดยท้าเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าสีมายา มีเครือข่ายพาน้าเที่ยวชมถ้า...” (สัมภาษณ์เม่ือ 14
ตุลาคม 2564)

พระภูริปัญโญ ภิกขุ เจ้าอาวาสวัดเขาน้าตก ต.ตลิ่งชัน อ. บันนังสตา จ.ยะลา
กล่าวว่า “...ในส่วนของวัดเข้ามามีส่วนร่วมกับพัฒนาชุมชนในเรือ่ งการอ้านวยส่ิงของในการจัดกิจกรรม
เช่น โต๊ะ เก้าอี สถานที่จัดกิจกรรม ในบางโอกาสหลวงพ่ีจะเทศในเรื่องความสามัคคีในชุมชน เรื่อง
เศรษฐกจิ พอเพียงทีใ่ นหลวงทรงให้ไว้ ชว่ ยสอดแทรกศาสนาเขา้ กบั กจิ กรรมที่จดั ขึน กจิ กรรมจะไมส่ ้าเร็จ
เป็นรูปประธรรมได้ถ้าหากขาดความร่วมไม้ร่วมมือกันของคนในหมู่บ้าน ทุกคนช่วยกันงานก็จะประสบ
ความสา้ เร็จและเหน็ เปน็ รปู ธรรม...” (สมั ภาษณเ์ ม่อื 21 ตุลาคม 2564)

นายซูกอรนัย อีแมดือเระ ผู้บริหารสถาบันปอเนาะบ้านตาเปาะ ต.ละแอ
อ.ยะหา จ.ยะลา กล่าวว่า “...กิจกรรมปลูกผกั แบ่งปนั กันในชุมชน พัฒนากร ชาวบ้าน ผู้น้าศาสนา ผู้น้า
ชุมชน มาร่วมประชุมแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ มีการให้ความรู้กับชาวบ้านก่อนการลงมือปฏิบัติจริง

71

เมื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันจบแล้วก็แจกจ่ายเมล็ดพันธ์ุผักเพ่ือให้ชาวบ้านได้กลับไปทดลองปฏิบัติ ...”
(สมั ภาษณ์เมอื่ 14 ตลุ าคม 2564)

นายนูรดีน อาบูบาซา อีหม่าม ต. เนินงาม อ.รามัน จ.ยะลา กล่าวว่า “...ทุก
โครงการท่ีดา้ เนินการมาแลว้ สว่ นมากจะประสบความสา้ เรจ็ ได้ดว้ ยการมีสว่ นรว่ มของประชาชนและการ
ท้างานกันเป็นทีมขององค์กรทังหลายในพืนที่ พร้อมกับการให้การสนับสนุนจากภาครัฐ ด้านศาสนามี
สว่ นชว่ ยในการเป็นกระบอกเสียงสา้ คญั ในการประชาสมั พนั ธ์บอกต่อกจิ กรรมใหก้ บั ชาวบ้าน ภาครัฐกจ็ ะ
จดั แจงวสั ดอุ ุปกรณม์ าให้ในการทา้ กจิ กรรม...” (สัมภาษณเ์ มื่อ 13 ตุลาคม 2564)

นายวชั รินทร์ สะอุ อหี ม่าม ต.ธารน้าทพิ ย์ อ.เบตง จ.ยะลา กลา่ ววา่ “...ในฐานะท่ี
เป็นผู้น้าศาสนา เม่ือประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเสร็จแล้ว จะมีการพูดคุยกับชาวบ้านมารวมตัวกัน
ประกอบพิธีว่าทางพัฒนาชมุ ชนจะมีการจดั กิจกรรมปลูกผักครวั เรือนไหนสนใจอยากเข้ารวมกิจกรรมให้
ลงช่ือไว้ เราก็จะรวบรวมรายชื่อส่งให้กับพัฒนากร พัฒนากรก็จะนัดแนะวันเวลาในการจัดกิจกรรม
ชีแจงรายละเอียดของกิจกรรม ถึงเวลาชาวบ้านก็จะมารวมตัวกัน ร่วมกันท้ากิจกรรมจนส้าเร็จ...”
(สัมภาษณเ์ มือ่ 12 ตลุ าคม 2564)

พระครูทักษิณธารานุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดตาพะเยา ต.แม่หวาด อ.ธารโต
จ.ยะลา กลา่ วว่า “...การขบั เคลอื่ นการด้าเนนิ งานจบโครงการประสบความสา้ เรจ็ ไดส้ ่วนหนึ่งมาจากส่ิงที่
เป็นตัวเงิน ส่ิงที่จับต้องได้ อีกส่วนหน่ึงคือการมีส่วนร่วมของทุกคนในหมู่บ้าน ข้าราชการ ก้านัน
ผ้ใู หญ่บา้ น พระ อหี มา่ ม ชาวบา้ นทุกคนร่วมดว้ ยชว่ ยกัน กิจกรรมปลกู ผักวัดกช็ ่วยอ้านวยพนื ท่ีส้าหรับใช้
ปลูกผัก ข้าราชการก็ช่วยสนับสนุนเมล็ดพันธ์ุผัก ก้านัน ผู้ใหญ่บ้านก็ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้าน
มาร่วมกิจกรรม ชาวบ้านมีวัสดุอุปกรณ์อะไรก็ถือมาช่วยขุดช่วยพรวนดินปลูก เมล็ดพันธ์ุที่เหลือก็
แจกจ่ายให้ชาวบ้านเอาปลูกกันต่อในบริเวณบ้าน บ้านตาพะเยาเป็นแหล่งท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรมอีก
หน่ึงอย่างท่ีมีนัดท่องเที่ยวแวะมาเย่ียมชมบรรยากาศ วัดก็ให้พืนท่ีในการท้าจุดพักรถ สร้างจุดแลนด์
มาร์กไว้ถ่ายรูป ชาวบ้านก็น้าสินค้า น้าผลผลิตของตนเองมาขายสร้างรายได้อีกทางหน่ึง...” (สัมภาษณ์
เมอ่ื 31 ตุลาคม 2564)

นายซ้าซูเด็น เจ๊ะซู อีหม่าม ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา กล่าวว่า “...การท้างานเรา
จะมีส่วนร่วมกันในทุกขันตอน เร่ิมจากประชุมชีแจงวัตถุประสงค์ เป้าหมาย ขันตอนการด้าเนินงาน
จากนันให้ความรู้กับชาวบ้านเรื่องยาเสพติด จากนันร่วมกันระดมความคิดหาแนวทางในการขจดั ปัญหา
ยาเสพติดให้หมดไปจากชุมชน ท้าการน้าเสนอแลกเปล่ียนความคิดเห็นกัน เม่ือจบกิจกรรมท้าการ
สรปุ ผลทไี่ ดร้ ับจากการจดั กจิ กรรม...”(สัมภาษณ์เม่ือ 8 ตลุ าคม 2564)

72

นายมาหะมะ จิใจ อีหม่าม ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา กล่าวว่า “...กิจกรรม
ส่งเสรมิ อาชีพ ผูป้ ระกอบการ OTOP มีการขับเคล่ือนโครงการโดยจัดให้มีการฝึกอบรบเกี่ยวกบั อาชีพ มี
การสาธิต ให้ความรู้ในด้านอาชีพเพื่อเสริมสร้างรายได้ครัวเรือน เม่ืออบรมแล้วให้ทดลองปฏิบัติค้นหา
ความถนัดในตัว บางคนถนัดอาหาร บางคนถนันปลูกต้นไม้ บางคนถนัดงานช่าง เม่ือค้นพบความถนัด
ของตัวเองก็กลับไปทา้ ใหเ้ กดิ ความช้านาญและต่อเน่ือง...” (สมั ภาษณเ์ มื่อ 17 กนั ยายน 2564)

กล่าวโดยสรุป คือ การมีส่วนร่วมในขั้นปฏิบัติการขององค์กรศาสนาในการปฏิบัติงานกับ
พัฒนากรในสังคมพหุวฒั นธรรมจังหวดั ยะลา สามารถแบ่งได้ 3 ขน้ั ประกอบด้วย 1) ข้ันเตรียมการ อาทิ
การประชุมวิเคราะห์ข้อมูลจากแผนหมู่บ้าน ข้อมูล จปฐ. กชช2.ค การวิเคราะห์ SWOT ชี้แจง
วัตถปุ ระสงค์ กล่มุ เป้าหมาย แบ่งหนา้ ทีค่ วามรบั ผิดชอบ 2) ข้ันดาเนนิ การ อาทิ การขบั เคลื่อนโครงการ/
กิจกรรม 3) ข้ันติดตามผล อาทิ วิเคราะห์ปัญหาและแนวทางแก้ไขหลังจบโครงการ/กิจกรรม การจัดทา
สรปุ ผลท่ไี ดจ้ ากการจัดโครงการ/กิจกรรม โดยในแตล่ ะโครงการ/กจิ กรรมมีการประสานงานร่วมกับส่วน
ราชการ ผู้นาชุมชน เจ้าของพ้ืนท่ีในการจัดกิจกรรม ผู้นาศาสนา อาทิ พระ โต๊ะอีหม่าม ชาวบ้าน
โดยผู้นาองค์กรศาสนาทั้งสองศาสนามีส่วนสาคัญในการช่วยประชาสัมพันธ์ นอกจากน้ียังมีส่วนร่วมกับ
พัฒนากรในการบรรยายให้ความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ซ่ึงกันและกัน การลงมือปฏิบัติ
การสาธติ อานวยสิง่ อานวยความสะดวก อาทิ โต๊ะ เกา้ อี้ สถานท่ี ผา่ นโครงการ/กิจกรรม 1) การสง่ เสรมิ
อาชีพ 2) การแก้ไขปัญหายาเสพติดในชมุ ชน 3) โครงการ OTOP นวัตวิถี 4) หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง
5) โครงการวิสาหกิจชุมชน 6) การท่องเท่ียวเชิงวฒั นธรรม 7) กจิ กรรมพิธีการทางศาสนา 8) การพัฒนา
เครือข่ายผู้ประกอบการ OTOP 9) กจิ กรรม D-HOPE นอกจากนก้ี ารมสี ่วนรว่ มของ ชาวบา้ น ข้าราชการ
กานัน ผใู้ หญ่บ้าน พระ โต๊ะอีหม่าม สง่ ผลให้โครงการ/กิจกรรมนน้ั ขับเคลื่อนจนประสบความสาเร็จ

2.3 การมีส่วนร่วมในการรบั ผลประโยชน์
จากการวิจัย พบว่า กระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กรศาสนาในการปฏิบัติงาน

ของพฒั นากรในสังคมพหุวัฒนธรรมจงั หวัดยะลา ในประเด็นการรับผลประโยชน์ รายละเอยี ดดังนี้
2.3.1 การมีสว่ นร่วมขององค์กรศาสนาในการปฏบิ ตั งิ านของพัฒนากรในสังคมพหุ

วัฒนธรรมจังหวัดยะลา ทาให้พัฒนากรและองค์กรศาสนาได้รับความสาเร็จในการพัฒนาชุมชนร่วมกัน
เกิดความม่ันคงด้านปัจจัยพื้นฐาน ลดรายจ่ายท่ีไม่จาเป็น ช่วยส่งเสริมรายได้ การประหยัดอดออม การ
รวมกลุ่มเพื่อจัดต้ังกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต การจัดต้ังกลุ่มอาชีพ เช่น กลุ่มสตรี กลุ่มแม่บ้าน ศูนย์
ขบั เคลือ่ นเศรษฐกิจพอเพยี ง

2.3.2 การมสี ่วนรว่ มในการรับผลประโยชน์ แบ่งได้ 2 แบบ คอื
1) ผลประโยชน์ท่ีไม่เป็นตัวเงิน อาทิ ความสามัคคีไม่ว่าจะส่วนราชการ

กานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทหาร ผู้นาศาสนา และชาวบ้าน การแบ่งปัน หนังสือโปรแกรมการท่องเท่ียว รางวัล

73

จากการประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมถ่ายทอดภูมิปัญญาชาวบ้าน ประเพณี วัฒนธรรม
วถิ ีชวี ติ

2) ผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน อาทิ รายได้ครัวเรือน การประหยัด
อดออม ลดรายจ่ายทีไ่ ม่จาเปน็

รายละเอียดจากการสมั ภาษณ์มดี งั น้ี

นางสาวสุพัฒสิริ อินทฤกษ์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ กล่าวว่า “...เม่ือ
จบโครงการจะมีการจัดท้าเป็นหนังสือโปรแกรมการท่องเที่ยวของหน้าถ้าเพ่ือให้นกั ท่องเท่ียวท่ีสนใจเขา้
มาร่วมโปรแกรมโดยแต่ละจุดนักท่องเท่ียวสามารถลงมือท้าไปด้วยได้ และยังแสดงให้เห็นถึง
ความสามารถของคนในชุมชน เอกลักษณ์ของชุมชนหน้าถ้า สร้างรายได้จากทรัพยากรที่มีในชุมชน...”
(สัมภาษณเ์ ม่อื 22 ตลุ าคม 2564)

นางสาวอานีตา เจ๊ะสนิ นักวิชาการพัฒนาชุมชนช้านาญการ กล่าวว่า “...
ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึนจากการขับเคล่ือนงานเศรษฐกิจพอเพียง รู้จักการประหยัดอดออม มีการ
รวมกลุ่มเพ่ือจัดตังกลุ่มออมทรัพย์เพ่ือการผลิต จัดตังกลุ่มอาชีพ เช่น กลุ่มสตรี กลุ่มแม่บ้าน ศูนย์
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง น้าผลผลิตจากศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงมาแปรรูปเป็นสินค้าท่ีขึนชื่อในบ้าน
เรา คือกล้วยกินฉาบ มีการจดทะเบียนขึนเป็นสินค้า OTOP นอกจากนียังท้าให้เกิดความสามัคคีใน
หมบู่ ้าน ทังศาสนาอสิ ลาม ศาสนาพุทธ มีความใกลช้ ดิ กนั มากขึน เข้าใจในศาสนาทกุ ศาสนาผา่ นการร่วม
กจิ กรรมของหม่บู ้าน…” (สัมภาษณ์เมอ่ื 8 ตลุ าคม 2564)

นางสาวนิฟาตีฮาห์ สนิ นักวิชาการพัฒนาชุมชนช้านาญการ กล่าวว่า “...ผลที่
พัฒนากร และองค์กรศาสนาได้รับคือโครงการนันประสบความส้าเร็จโดยแท้จริง ชาวบ้านเกิดความ
ม่ันคงด้านปัจจัยพืนฐาน เกิดอาชีพ เกิดรายได้ สามารถลดรายจ่ายท่ีไม่จ้าเป็นลง ทุกส่วนช่วยกัน
ขับเคลื่อนโครงการใหม้ คี วามต่อเน่อื ง…” (สัมภาษณ์เมื่อ 14 ตลุ าคม 2564)

นายอับดุลนาเซ ดอปอ นักวิชาการพัฒนาชุมชนช้านาญการ กล่าวว่า “...ส่ิงท่ีได้
จากกจิ กรรมบางอยา่ งอาจไม่ได้เป็นตวั เงิน แต่สิ่งที่ไดค้ ือความสามัคคี ทังสว่ นราชการ กา้ นัน ผ้ใู หญ่บ้าน
ทหาร ผู้น้าศาสนา ชาวบ้าน ซ่ึงความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันท้าให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง
ในส่วนที่เป็นตัวเงิน คือกิจกรรมที่ทางพัฒนาชุมชนได้จัดขึนสามารถช่วยส่งเสริมรายได้ให้กับครัวเรือน
ต่อยอดไปเป็นรายได้ระดับหมู่บ้าน เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ประจ้าต้าบล คือ ข้าวกล้องพันธุ์พืนบ้าน มือลอ
ทชี่ ูความเปน็ เอกลักษณข์ องต้าบลเนินงาม …” (สมั ภาษณเ์ มอื่ 24 กนั ยายน 2564)

74

นางพิริยา ชินารมยานนท์ นักวิชาการพัฒนาชมุ ชนชา้ นาญการ กล่าวว่า “...มีเลม่
แผนชุมชน/หมู่บ้าน และได้ส่งเล่มแผนชุมชนบรรจุโครงการไว้ในแผนของอบต. และได้รับงบประมาณ
สนับสนนุ ตามแผนจากอปท....” (สมั ภาษณ์เมือ่ 17 กนั ยายน 2564)

นางสาวทิพวัลย์ วรเวทย์ชลิต เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนปฏิบัติงาน กล่าวว่า
“...จากโครงการท่ีด้าเนินมาแล้วท้าให้เกิดความสามัคคีระหว่างคนในชุมชนที่มีความหลากหลายทาง
ศาสนา รวมไปถึงภาคีต่าง ๆ ผลผลิตที่ได้จากโครงการน้าไปแบ่งปันกันในชุมชน มีแหล่งท่องเที่ยวเชิง
วัฒนธรรมโดยใช้พืนท่ีของวัดเป็นจดุ แลนด์มาร์กช่วยดงึ ดูดนักท่องเที่ยวมาเย่ียมชมสถามท่ี สักการะบูชา
พระ ชาวบา้ นเกิดรายไดจ้ ากการน้าสนิ คา้ มาขาย...” (สมั ภาษณเ์ ม่ือ 24 ตลุ าคม 2564)

นางสาวสาน๊ะ เตบสัน นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ กล่าวว่า “...โครงการ
แม่ของแผ่นดินช่วยท้าให้สมาชิกในหมู่บ้านเกิดความรู้ ความเข้าใจในเร่ืองของปัญหา สาเหตุ และ
แนวทางในการแกป้ ัญหายาเสพตดิ ในชุมชน ปลกู ฝังในลูกหลานหา่ งไกลจากสง่ิ เสพติด สร้างในชุมชนเป็น
ชมุ ชนทีเ่ ขม้ แข็ง ผ่านการมีสว่ นรว่ มจากทกุ หน่วยงาน…” (สมั ภาษณเ์ ม่อื 8 ตุลาคม 2564)

นางสนธยา ยือราน นักวิชาการพัฒนาชุมชนช้านาญการ กล่าวว่า “...ได้แนวทาง
ในการจัดการปัญหายาเสพติดไม่ให้คนในชุมชนกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทุกคนในชุมชนได้ใช้เวลา
วา่ งหลังจากการท้าการเกษตรมาร่วมกันสร้างสรรค์อาชีพ เชน่ การปลูกผักที่ช่วยลดรายจ่าย และยงั สร้าง
เป็นรายได้ เหลือการกิน จากการขาย ก็น้ามาแบ่งปันกันในชุมชนท้าให้เกิดความสามัคคีรักใคร่กัน...”
(สัมภาษณเ์ ม่ือ 2 พฤศจกิ ายน 2564)

นายชัชพงศ์ เพชรกล้า ประธานสภาวัฒนธรรม ต.หน้าถ้า อ.เมืองยะลา จ.ยะลา
กล่าวว่า “...เมื่อมีการจัดกิจกรรม คนในชุมชนร่วมมือกันด้าเนนิ กจกรรมด้วยกัน เกิดเป็นอาชีพ พัฒนา
อาชีพจนเกิดเป็นรายได้ในครัวเรือน สร้างฐานลูกค้าให้กลับมาเท่ียวกลับมาเยี่ยมชมวัด ถ้า กลับมา
อดุ หนุนสินค้าของชาวบา้ น...” (สมั ภาษณ์เมือ่ 14 ตลุ าคม 2564)

พระภูริปัญโญ ภิกขุ เจ้าอาวาสวัดเขาน้าตก ต.ตลิ่งชัน อ. บันนังสตา จ.ยะลา
กล่าวว่า “...คนท่ีได้รับประโยชน์มากท่ีสุดคือชาวบ้าน กิจกรรมต่าง ๆ ท่ีได้จัดขึนมานันช่วยสร้างความ
สามัคคีกันไม่ว่าจะนับถือศาสนาไหนก็ตาม ทุกคนต่างช่วยกันขับเคลื่อนให้หมู่บา้ นเปน็ หมู่บา้ นเศรษฐกิจ
พอเพียงอย่างแท้จริง สิ่งท่ีทุกคนได้รับคือความภาคภูมิใจในรางวัลท่ีได้รับจากการประกวดหมู่บ้าน
เศรษฐกจิ พอเพียง...” (สัมภาษณ์เมื่อ 21 ตลุ าคม 2564)

75

นายซูกอรนัย อีแมดือเระ ผู้บริหารสถาบันปอเนาะบ้านตาเปาะ ต.ละแอ
อ.ยะหา จ.ยะลา กล่าวว่า “...เกิดภาคีเครือข่ายขึนภายในชุมชน ไม่ว่าจะส่วนราชการ ศาสนา และภาค
ประชาชน ชาวบ้านได้รับการช่วยเหลือ ได้ความรู้ได้ทดลองปฏิบัติจริง...” (สัมภาษณ์เมื่อ 14 ตุลาคม
2564)

นายนูรดีน อาบูบาซา อีหม่าม ต. เนินงาม อ.รามัน จ.ยะลา กล่าวว่า “...สิ่งท่ี
ได้รับจากการมีส่วนร่วมนัน อันดับแรกคือความภาคภูมิใจที่ได้พัฒนาชุมชนให้เป็นชุมชนท่ีมีความยั่งยืน
ชาวบ้านสามารถพึ่งพาตนเองได้ ร่วมกันพัฒนาทรัพยากร ร่วมถ่ายทอดภูมิปัญญาชาวบ้าน ประเพณี
วัฒนธรรม วิถชี วี ติ ให้คนภายนอกได้เห็น...” (สัมภาษณเ์ มื่อ 13 ตุลาคม 2564)

นายวชั รนิ ทร์ สะอุ อีหมา่ ม ต.ธารน้าทิพย์ อ.เบตง จ.ยะลา กลา่ ววา่ “...ชาวบา้ นท่ี
เข้าร่วมกิจกรรมได้รับเมล็ดพันธุ์ผักกลับไปปลูกท่ีบ้าน ผลผลิตท่ีได้ก็น้าไปกิน แจก ขาย การแบ่งปันกัน
ช่วยลดรายจ่ายไม่มากก็น้อย การท่ีชาวบ้านรู้จักแบ่งปันช่วยท้าให้ชุมชนเป็นชุมชนเข้มแข็งได้... ”
(สัมภาษณ์เมอื่ 12 ตุลาคม 2564)

พระครูทักษิณธารานุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดตาพะเยา ต.แม่หวาด อ.ธารโต
จ.ยะลา กลา่ วว่า “...โครงการปลูกผักอาจช่วยสร้างรายได้ระยะยาวได้ไม่มาก แต่ถือวา่ ได้ช่วยลดรายจ่าย
ไดเ้ พราะชาวบา้ นไม่ต้องซือผกั ให้สินเปลืองเงิน ไดเ้ ก็บเกี่ยวผลผลิตมาปรุงเป็นอาหารน้ามาใส่บาตร เรอื่ ง
การทอ่ งเท่ียววัดก็มญี าติโยมเข้ามาสกั การะ เข้ามาท้าบญุ ชาวบา้ นมรี ายได้จากการขายสินคา้ มีของฝาก
ขาย เช่น ปลากระโดด ปลาส้ม ผา้ มัดยอ้ ม...” (สมั ภาษณเ์ มือ่ 31 ตลุ าคม 2564)

นายซา้ ซเู ดน็ เจ๊ะซู อหี ม่าม ต.บาละ อ.กาบงั จ.ยะลา กล่าวว่า “...ไดเ้ ผยแพร่หลกั
ค้าสอนทางศาสนา ปลกู จิตส้านึกให้กบั ชาวบ้าน ชาวบา้ นไดร้ ับความรู้ รถู้ ึงปัญหาของยาเสพติด รวู้ ธิ ีการ
ปอ้ งกันใหท้ กุ คนในชุมชนไมไ่ ปย่งุ เก่ยี วกับยาเสพตดิ ...”(สัมภาษณเ์ มื่อ 8 ตุลาคม 2564)

นายมาหะมะ จิใจ อีหม่าม ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา กล่าวว่า “...มีส่วนร่วม
ในการถ่ายทอดความรู้ ให้ชาวบ้านน้าผลิตภัณฑ์ท่ีได้จากการรวมกลุ่มกันในชุมชนมาจ้าหน่ายเป็น
ของขวัญ ของฝากในเทศการต่าง ๆ ในนามของผู้น้าศาสนารู้สึกภูมิใจท่ีได้เป็นส่วนหน่ึงในการสืบทอด
ความเปน็ เอกลักษณข์ องภาคใต้...” (สมั ภาษณเ์ ม่อื 17 กันยายน 2564)

กล่าวโดยสรุป คือ การมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ขององค์กรศาสนาในการปฏิบัติงานกับ
พัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรมจังหวดั ยะลา ทาให้พัฒนากรและองค์กรศาสนาได้รบั ความสาเร็จในการ

76

พัฒนาชุมชนร่วมกัน เกิดความม่ันคงด้านปัจจัยพื้นฐาน ลดรายจ่ายที่ไม่จาเป็น ช่วยส่งเสริมรายได้ การ
ประหยัดอดออม การรวมกลุ่มเพื่อจัดตัง้ กลุ่มออมทรัพย์เพ่ือการผลิต การจดั ต้งั กล่มุ อาชีพ เชน่ กลุม่ สตรี
กลุ่มแม่บ้าน ศูนย์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง โดยการรับผลประโยชน์สามารถ แบ่งได้ 2 แบบ คือ 1)
ผลประโยชน์ที่ไม่เป็นตัวเงิน อาทิ ความสามัคคีไม่ว่าจะส่วนราชการ กานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทหาร ผู้นา
ศาสนา และชาวบ้าน การแบ่งปัน หนังสือโปรแกรมการท่องเที่ยว รางวัลจากการประกวดหมู่บ้าน
เศรษฐกิจพอเพียง ร่วมถ่ายทอดภูมิปัญญาชาวบ้าน ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต 2) ผลประโยชน์ที่เป็น
ตัวเงนิ อาทิ รายไดค้ รัวเรือน การประหยัดอดออม ลดรายจ่ายทไ่ี ม่จาเปน็

2.4 การมีส่วนรว่ มในการประเมนิ ผล
จากการวิจัย พบว่า กระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กรศาสนาในการปฏิบัติงาน

ของพฒั นากรในสังคมพหวุ ฒั นธรรมจังหวดั ยะลา ในการประเมนิ ผล รายละเอยี ดดังนี้
2.4.1 การประเมินผล มีการนาแผนงานโครงการท่ีบรรจุไว้ในแผนขุมชน/แผน

หมู่บ้าน แบบประเมนิ ความพงึ พอใจในโครงการ/กิจกรรม มาใชใ้ นการประเมนิ ผล
2.4.2 องค์กรศาสนามีส่วนร่วมกับพัฒนากรในการลงพ้ืนที่พูดคุย รับฟังความ

คิดเห็นความต้องการของชาวบ้าน ติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนโครงการ/กิจกรรม เพ่ือจัดทา
รายงานผลประจาสปั ดาห/์ เดอื น

2.4.3 การประเมนิ ผล สามารถแบ่งได้ 3 รูปแบบ ดงั นี้
1) การประเมนิ ผลก่อนการดาเนินงาน
2) การประเมินผลระหว่างการดาเนินงาน
3) การประเมินผลหลงั การดาเนินงาน

2.4.4 การประเมินผลโครงการ/กิจกรรม เริ่มจากการจัดประชุมเพ่ือรายงานผล
การดาเนินงาน จากนั้นร่วมกันกับคณะทางาน เจ้าหน้าที่พัฒนากร ผู้นาศาสนา และชาวบ้าน ในการ
วิเคราะหป์ ญั หา อปุ สรรค ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปรับปรุงโครงการ/กิจกรรมครั้งต่อไป

รายละเอียดจากการสัมภาษณม์ ดี งั นี้

นางสาวสุพัฒสิริ อินทฤกษ์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ กล่าวว่า “...เมื่อ
จบโครงการไปแล้วประธานสภาวฒั นธรรมหนา้ ถ้ายังคงขับเครื่องโครงการอย่างต่อเนอ่ื ง มกี ารติดตามผล
และสรรหาผปู้ ระกอบการชุมชนหนา้ ใหมเ่ พื่อสร้างเครือข่าย...” (สัมภาษณเ์ มือ่ 22 ตุลาคม 2564)

นางสาวอานตี า เจ๊ะสนิ นักวิชาการพัฒนาชมุ ชนช้านาญการ กล่าววา่ “...หลงั จาก
ด้าเนินโครงการ/กิจกรรม ผู้น้าทัง 2 ศาสนา คือ ศาสนาอิสลาม และศาสนาพุทธ เข้ามามีส่วนร่วมกับ

77

ชาวบ้านและส่วนราชการมากขึน ผู้น้าทัง 2 ศาสนาช่วยรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน เป็นส่ือกลางใน
การส่งต่อความต้องการของชาวบ้านให้กับพัฒนากรได้ทราบ พัฒนากรสามารถน้าข้อคิดเห็นตรงนันมา
ปรับปรงุ โครงการใหด้ ีย่ิงขึน…” (สมั ภาษณเ์ มือ่ 8 ตลุ าคม 2564)

นางสาวนิฟาตีฮาห์ สนิ นักวิชาการพัฒนาชุมชนช้านาญการ กล่าวว่า “...มีส่วน
ร่วมกับองค์กรศาสนาในการติดตามความก้าวหน้า โดยประเมินผลเปรียบเทียบโครงการจากก่อนการ
ดา้ เนนิ งาน ระหว่างด้าเนนิ งาน และหลงั การด้าเนนิ งานไปแลว้ วา่ มกี ระบวนการไหนทค่ี วรได้รบั การแก้ไข
บา้ ง…” (สมั ภาษณเ์ มื่อ 14 ตลุ าคม 2564)

นายอบั ดุลนาเซ ดอปอ นกั วิชาการพฒั นาชมุ ชนชา้ นาญการ กลา่ ววา่ “...ส่วนมาก
เม่ือจบโครงการจะมีแบบประเมินความพึงพอใจในโครงการ/กิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมได้แสดงความคิดเห็ น
ให้ข้อเสนอแนะ แต่ผู้น้าศาสนาจะมีส่วนร่วมในการพูดคุยกับชาวบ้านด้วย ว่ากิจกรรมไหนควรได้รับ
การปรับปรุงแก้ไข พัฒนาให้ดีขึน จากนันจะมีการจัดท้ารายงานผลประจ้าสัปดาห์เพื่อน้าเข้าที่ประชุม
เพ่อื รว่ มกันหาแนวทางพัฒนาโครงการ/กจิ กรรม…” (สัมภาษณ์เมื่อ 24 กันยายน 2564)

นางพิรยิ า ชินารมยานนท์ นกั วิชาการพฒั นาชุมชนชา้ นาญการ กลา่ ววา่ “...ชมุ ชน
จะตอ้ งนา้ แผนงานโครงการบรรจุไว้ในแผนขุมชน/แผนหมบู่ ้าน เพอ่ื รว่ มกนั ตดิ ตาม ประเมินผลต่อไป...”
(สมั ภาษณ์เมอ่ื 17 กันยายน 2564)

นางสาวทิพวัลย์ วรเวทย์ชลิต เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนปฏิบัติงาน กล่าวว่า “...
ทกุ ๆ เดอื นจะมกี ารรายงานผล โดยจะเข้าไปรว่ มติดตามผลกบั ทางทา่ นเจ้าอาวาสในการลงพนื ที่ติดตาม
ผลการด้าเนินงาน จากนนั จัดท้าสรปุ รายงานผล...” (สัมภาษณ์เมอ่ื 24 ตุลาคม 2564)

นางสาวสาน๊ะ เตบสัน นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ กล่าวว่า “...มีส่วน
รว่ มกบั องค์กรศาสนาในการตดิ ตามผลการดา้ เนนิ งานกองทุนแม่ของแผน่ ดนิ และร่วมกันทบทวนทีมงาน
คณะกรรมการกองทุนให้เป็นปัจจุบัน ผ่านเวทีประชุม เพ่ือให้มีความพร้อมในการด้าเนินกิจกรรมของ
กองทุน…” (สัมภาษณเ์ มอื่ 8 ตุลาคม 2564)

นางสนธยา ยือราน นักวิชาการพัฒนาชุมชนช้านาญการ กล่าวว่า “...มีการจัด
ประชุมวิเคราะห์ปัญหาท่ีเกิดขึนจากการจัดโครงการ/กิจกรรม ร่วมกันหาแนวทางแก้ไข โดยก่อนการ
ประชุมมีการลงพืนที่ติดตามผลอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครัง ร่วมกันระหว่างพัฒนากร ผู้น้าศาสนา ผู้น้า
ชมุ ชนและชาวบา้ น...” (สมั ภาษณ์เมอื่ 2 พฤศจกิ ายน 2564)

78

นายชัชพงศ์ เพชรกล้า ประธานสภาวัฒนธรรม ต.หน้าถ้า อ.เมืองยะลา จ.ยะลา
กล่าวว่า “...เมื่อจบโครงการผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะร่วมกันประชุมติดตามผลโครงการอย่างต่อเนื่อง เรา
รว่ มกนั แลกเปล่ียนความคิดเหน็ รายงานความก้าวหนา้ รายงานปญั หา อปุ สรรค และร่วมกันหาแนวทาง
พฒั นาและแกไ้ ขปญั หาเพื่อให้โครงการครงั ต่อไปดยี ิ่งขนึ ...” (สมั ภาษณ์เมื่อ 14 ตลุ าคม 2564)

พระภูริปัญโญ ภิกขุ เจ้าอาวาสวัดเขาน้าตก ต.ตลิ่งชัน อ. บันนังสตา จ.ยะลา
กล่าวว่า “...หลวงพี่ได้พูดคุยกับชาวบ้านที่มาท้าบุญ จากการพูดคุยชาวบ้านเองยังคงยึดหลักเศรษฐกิจ
พอเพียงอย่างต่อเน่ือง แต่อาจจะไม่ได้ลงมือปฏิบัติเท่าตอนที่โครงการมาใหม่ ๆ ถ้ามีการจัดโครงการขึน
อีกเพือ่ ต่อยอดเช่ือวา่ ชาวบา้ นจะกลบั มาให้ความสนใจอีกครงั ...” (สมั ภาษณเ์ มอื่ 21 ตลุ าคม 2564)

นายซูกอรนัย อีแมดือเระ ผู้บริหารสถาบันปอเนาะบ้านตาเปาะ ต.ละแอ
อ.ยะหา จ.ยะลา กล่าวว่า “...หลังจบโครงการมีส่วนร่วมกับพัฒนากรในการติดตามผลการด้าเนินงาน
โดยการลงพืนท่ีพบปะชาวบ้าน และร่วมกันต่อยอดโครงการให้ต่อเน่ือง...” (สัมภาษณ์เม่ือ 14 ตุลาคม
2564)

นายนูรดีน อาบูบาซา อีหม่าม ต. เนินงาม อ.รามัน จ.ยะลา กล่าวว่า “...มีส่วน
ร่วมกับพัฒนากรในการลงพืนที่พูดคยุ กับผู้เข้าร่วมโครงการ และประเมินผลรว่ มกันกับพัฒนากร น้าผลที่
ได้มาวเิ คราะห์เพ่ือให้โครงการ/กิจกรรมในอนาคตมีข้อบกพร่องน้อยที่สุด...” (สัมภาษณ์เมื่อ 13 ตลุ าคม
2564)

นายวัชรินทร์ สะอุ อีหม่าม ต.ธารน้าทพิ ย์ อ.เบตง จ.ยะลา กล่าววา่ “...มสี ่วนรว่ ม
ในการเข้าไปพูดคุยกับชาวบ้าน สอบถามความคืบหน้าว่าหลังจากจบกิจกรรมไปแล้ว ชาวบ้านได้น้ามา
ปรับใช้จริงหรือไม่ และมีอะไรท่ีอยากให้พัฒนากรเข้ามาช่วยเหลือหรือเพ่ิมเติมเพื่อให้ชาวบ้านได้ท้า
กิจกรรมอยา่ งต่อเน่อื ง...” (สมั ภาษณ์เมือ่ 12 ตุลาคม 2564)

พระครูทักษิณธารานุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดตาพะเยา ต.แม่หวาด อ.ธารโต
จ.ยะลา กล่าวว่า “...หลวงพ่ีกับชาวบ้านจะพาพัฒนากรไปดูสถานท่ีจริงร่วมกันให้ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม
เช่น กิจกรรมไหนอยากให้เพ่ิมเติม เร่ืองระยะเวลา สถานท่ี วัสดุอุปกรณ์ จากการท่ีลงพืนท่ีชาวบ้านเอง
ยังคงด้าเนินการต่อยอดโครงการ/กิจกรรมอยู่ ถ้าสถานการณ์โรคระบาดลดลงนักท่องเท่ียวก็จะกลับมา
เท่ียวคืนครัง หมู่บ้านบ้านตาพะเยาจะเป็นสถานท่ีท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรมอีกหน่ึงที่ ท่ีควรได้รับการ
พฒั นาตอ่ ยอด...” (สมั ภาษณเ์ มื่อ 31 ตุลาคม 2564)

79

นายซ้าซูเด็น เจ๊ะซู อีหม่าม ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา กล่าวว่า “...มีส่วนร่วมใน
การติดตามผลผ่านการประชุม คณะท้างานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะร่วมกันสรุปผลที่ได้จากโครงการ
จากนันนา้ ไปพัฒนาโครงการต่อไปให้ดีมากย่งิ ขนึ ...”(สมั ภาษณ์เม่ือ 8 ตลุ าคม 2564)

นายมาหะมะ จิใจ อหี มา่ ม ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา กลา่ วว่า “...มีการประชุม
ติดตามผลหลังจากจบกิจกรรมกับคณะท้างาน เจ้าหน้าท่ีพัฒนาชุมชน และชาวบ้าน ร่วมกันหาแนวทาง
พัฒนาโครงการต่อไปให้ดีมากขึนและชาวบ้านได้รับประโยชน์จากโครงการอย่างแท้จริง...” (สัมภาษณ์
เมอ่ื 17 กนั ยายน 2564)

กล่าวโดยสรุป คือ การมีส่วนร่วมในการประเมินผลขององค์กรศาสนาในการปฏิบัติงานกบั
พัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรมจังหวัดยะลา องค์กรศาสนามีส่วนรว่ มกับพัฒนากรในการลงพื้นท่ีพูดคุย
รับฟังความคิดเห็นความต้องการของชาวบ้าน ติดตามความก้าวหน้าการขับเคล่ือนโครงการ/กิจกรรม
เพ่อื จัดทาจัดทารายงานผลประจาสัปดาห์/เดือน การประเมนิ ผล มกี ารนาแผนงานโครงการทบ่ี รรจุไว้ใน
แผนขุมชน/แผนหมู่บ้าน แบบประเมินความพึงพอใจในโครงการ/กิจกรรม มีการจัดประชุมเพ่ือรายงาน
ผลการดาเนินงาน จากนั้นร่วมกันกับคณะทางาน เจ้าหน้าท่ีพัฒนากร ผู้นาศาสนา และชาวบ้าน ในการ
วิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปรับปรุงโครงการ/กิจกรรมครั้งต่อไป โดยสามารถ
แบ่งการประเมนิ ผลออกเป็น 3 รปู แบบ คือ 1) การประเมนิ ก่อนการดาเนินงาน 2) การประเมนิ ระหว่าง
การดาเนนิ งาน 3) การประเมนิ หลงั การดาเนนิ งาน

วัตถุประสงค์ท่ี 3 สร้างกลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหุ
วัฒนธรรม โดยใชศ้ าสนาเปน็ ฐาน จงั หวดั ยะลา

3.1 ด้านบคุ คล
จากการวิจัย พบว่า การสร้างกลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรใน

สังคมพหุวฒั นธรรม โดยใชศ้ าสนาเปน็ ฐาน จังหวัดยะลา ในด้านบคุ คล มสี ว่ นร่วมในการดาเนินกิจกรรม/
โครงการในงานพัฒนาชุมชน ผ่านการเป็นผู้นาในการขับเคลื่อนงาน เป็นผู้คิดริเร่ิมสร้างสรรค์ รู้จักการ
วางแผนในการบริหารจัดการชุมชน ร่วมประสานงาน ประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติงานร่วมกันในลักษณะ
เครือข่าย มีการติดตามความสาเร็จของกิจกรรม ปรับปรุงทบทวนปัญหาและอุปสรรคเพ่ือต่อยอด
กิจกรรม นอกจากน้ียังต้องเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา กล่าวคือ การเข้าใจในสภาพแวดล้อมของชุมชน
ผ่านการสารวจบริบทพ้ืนท่ี เข้าถึงในวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรมของชุมชน และพัฒนาตามแบบวิถี
ชุมชน อาทิ กิจกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง การให้ข้อมูลเกี่ยวกับครัวเรือนยากจน โดยบุคคล
ประกอบด้วย 1) ผู้นาท้องถิ่น อาทิ นายกองค์การบริหารส่วนตาบล ปลัดองค์การบริหารส่วนตาบล รอง

80

ปลัดองค์การบริหารส่วนตาบล 2) ผู้นาท้องท่ี อาทิ กานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 3) ผู้นาศาสนา
อาทิ โต๊ะอีหม่าม เจ้าอาวาส 4) องค์กรสตรี 5) ข้าราชการพลเรือน 6) ข้าราชการทหาร 7) ข้าราชการ
ตารวจ 8) ปราชญ์ชาวบา้ น 9) เยาวชน และ10) ประชาชนทั่วไป

3.2 ดา้ นทรัพยากร
จากการวิจัย พบว่า การสร้างกลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรใน

สังคมพหุวัฒนธรรม โดยใช้ศาสนาเป็นฐาน จังหวัดยะลา ในด้านทรัพยากร ทรัพยากรมนุษย์มี
ความสาคัญในการขับเคล่ือนงานพัฒนาในพ้ืนที่พหุวัฒนธรรมจนสาเร็จเป็นรูปธรรม มีการประสานงาน
กับบุคคลที่เป็นกลุ่ม องค์กร และเครือข่าย ในการช่วยจัดหาทรัพยากรทั้งในและนอกพื้นที่ วัสดุอุปกรณ์
ต่าง ๆ อาทิ โต๊ะ เก้าอ้ี และช่วยในการประชาสัมพันธ์กิจกรรม/โครงการผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยอาศัย
เคร่ืองมือเอ้ืออานวยในการประชาสมัพันธ์ อาทิ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ สื่อออนไลน์ ส่ือออฟไลน์ โดย
ทรัพยากร ประกอบด้วย 1) เครือข่าย ซ่ึงในการเป็นเครือข่ายควรมีคุณสมบัติท่ีประกอบด้วย ความ
ไว้วางใจ การช่วยเหลือเก้ือกูลกัน 2) ทุนทางสังคม อาทิ ภูมิปัญญา ประเพณี วัฒนธรรม ความเช่ือ
3) เครื่องมือในการทางาน อาทิ หนังสือโปรแกรมท่องเที่ยว (D-hope) แผนพัฒนาตาบล และการ
ทบทวนหลงั ปฏิบัตงิ าน (After Action Review : AAR)

3.3 ด้านงบประมาณ
จากการวิจัย พบว่า การสร้างกลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรใน

สังคมพหุวัฒนธรรม โดยใชศ้ าสนาเป็นฐาน จังหวัดยะลา ในด้านงบประมาณ งบประมาณเปน็ ส่วนหนึ่งที่
ช่วยในการขับเคลื่อนงานพัฒนาในพ้ืนท่ีพหุวัฒนธรรม ซ่ึงชุมชนโดยทั่วไปส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุน
งบประมาณจากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ศูนย์อานวยการบริหารจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ สานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สานักงานวัฒนธรรมจังหวัด องค์การ
บริหารส่วนตาบล สานักงานเกษตรจังหวัด ศูนย์ฝึกอาชีพ เป็นต้น นอกจากนั้นในการปฏิบัติงานร่วมกัน
ระหว่างพัฒนากรและองค์กรศาสนาสามารถอาศัยความร่วมมือ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโดยไม่
อาศัยงบประมาณในการดาเนินงาน แต่อาศัยการแบ่งปันของคนในชุมชน อาทิ กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา
ชุมชน

3.4 ดา้ นโครงการ
จากการวิจัย พบว่า การสร้างกลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรใน

สังคมพหุวัฒนธรรม โดยใช้ศาสนาเป็นฐาน จังหวัดยะลา ในด้านโครงการ มีลักษณะเป็นการพัฒนา
คุณภาพชีวิต ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดียิ่งขึ้น มีการจัดการฝึกอบรมให้ความรู้ ค้นหา
ปัญหา สาเหตุของปัญหา แนวทางการแก้ไขปัญหาเพ่ือจัดทาแผนพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

81

สนับสนุนการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างความม่ันคงในเร่ืองของอาหารผ่านโครงการ
สัมมาชีพ สร้างความสามัคคี ร่วมกันแบ่งปัน ถอดบทเรียนจากกิจกรรมเอามื้อสามัคคี โดยเจ้าหน้าที่
ผู้รับผิดชอบมีการติดตามประเมินผล รับรู้ปัญหาและอุปสรรคท่ีเกิดขึ้นเป็นระยะเพื่อให้เกิดผลท่ีเป็น
รูปธรรม

3.5 ด้านกระบวนการทางาน
จากการวิจัย พบว่า การสร้างกลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรใน

สังคมพหุวฒั นธรรม โดยใช้ศาสนาเป็นฐาน จงั หวดั ยะลา ในด้านกระบวกการทางาน ในพืน้ ท่สี ังคม พหุ
วัฒนธรรม ประกอบด้วย 1) การศึกษาบริบทพ้ืนที่ 2) การวิเคราะห์จัดลาดับความสาคัญของปัญหา 3)
การกาหนดกลุ่มเป้าหมาย 4) วางแผนการดาเนินงาน 5) วิธีการดาเนินงาน 6) การดาเนินงาน และ7)
การติดตามประเมินผล โดยในแต่ละกระบวนการทางานจะต้องมีความสอดคล้องเชื่อมโยงกันและ
เหมาะสมกับสภาพพื้นท่ีของท้องถ่ิน เพื่อลดข้อขัดแย้งที่จะเกิดข้ึนระหว่างการดาเนินงาน มีตัวชี้วัดที่
สามารถวัดผลได้ หรือเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยกระบวนการทางานที่ดีจะให้ความสาคัญกับการเรียนรู้
การมีส่วนร่วม การทางานเป็นทีม ความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน การมีมนุษยสัมธ์ที่ดีระหว่างบุคคล
และเครือข่าย การไม่เลือกปฏิบัติ สามารถขับเคลื่อนงานได้ทันตามระยะเวลาที่กาหนด และบรรลุ
เปา้ หมายอย่างชัดเจน

3.6 ดา้ นสถานที่
จากการวิจัย พบว่า การสร้างกลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรใน

สังคมพหุวัฒนธรรม โดยใช้ศาสนาเป็นฐาน จังหวัดยะลา ในด้านสถานที่ การจัดกิจกรรม/โครงการต้อง
อาศัยสถานท่ีในการรวมกลุ่ม เพ่ือ1) ใช้ในการประชุมหาแนวทางในการจัดกิจกรรม/โครงการ 2)
ฝึกอบรมให้ความรู้ 3) การลงมือปฏิบัติเพ่ือพัฒนาตนเอง 4) ใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา 5)
ใชใ้ นการพัฒนาชมุ ชน ซงึ่ สถานทมี่ ีสว่ นในการสรา้ งบรรยากาศในการขบั เคล่ือนงานก่อใหเ้ กดิ ความรู้สึกท่ี
ดี เป็นกันเอง พัฒนากรจึงต้องเข้าใจบริบทพื้นท่ี เลือกสถานท่ีให้เหมาะสมและเพียงพอกับผู้เข้าร่วม
กิจกรรม/โครงการ แบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน สะอาด ปลอดภัย ไม่ถูกรบกวนจากสภาพแวดล้อมภายนอก
อาทิ พายุ ฝน เสียงรบกวนบนท้องถนน และเป็นสถานที่ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม
ทางศาสนา เปน็ ตน้

82

บทท่ี 5
สรปุ อภปิ รายผลการวจิ ัย และข้อเสนอแนะ

รายงานการวิจัยเรื่อง กลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรม
โดยใช้ศาสนาเป็นฐาน จงั หวัดยะลา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ของพัฒนากร
สาหรับการปฏิบัติงานในสังคมพหุวัฒนธรรม จังหวัดยะลา 2) ศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กร
ศาสนาในการปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรม จังหวัดยะลา และ 3) สร้างกลไก
การพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยใช้ศาสนาเป็นฐาน จังหวัดยะลา โดย
ใช้ระเบียบวิจัยเชิงปริมาณและวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ทั้งนี้คณะวิจัยได้ดาเนินการวิเคราะห์ข้อมูลและ
นาเสนอสรุปผลการวจิ ยั ดงั น้ี

5.1 สรุปผลการวิจยั
5.2 อภปิ รายผลการวิจัย
5.3 ขอ้ เสนอแนะ

5.3.1 ขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบาย
5.3.2 ข้อเสนอแนะเชงิ ปฏบิ ตั ิการ
5.3.3 ขอ้ เสนอแนะในการวิจัยครัง้ ต่อไป

5.1 สรปุ ผลการวจิ ัย

วัตถุประสงค์ที่ 1 ศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของพัฒนากรสาหรับการปฏิบัติงาน
ในสังคมพหวุ ัฒนธรรม จังหวัดยะลา

จากการวิจัย พบว่า คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของพัฒนากรสาหรับการ
ปฏิบัติงานในสังคมพหุวัฒนธรรม จังหวัดยะลา ภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.42 พิจารณาเป็น
รายดา้ นเรยี งจากค่าเฉลีย่ มากไปนอ้ ย ดงั น้ี

1) ด้านทักษะความสามารถ มีภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ีย 4.44 เม่ือ
พิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อ 19. มีทักษะในการคิด วิเคราะห์ วิจัย เพื่อจัดทาแผนโครงการ/กิจกรรม
อยู่ในระดับมากท่ีสดุ มีค่าเฉลี่ย 4.56 รองลงมาคือ ขอ้ 18. มีทักษะในการสื่อสาร การนาเสนอ ถ่ายทอด
ความรู้ ประชาสมั พนั ธ์ อยู่ในระดบั มากที่สดุ มีคา่ เฉลย่ี 4.53 และขอ้ 16. มีทกั ษะในการประสานงานกับ
บุคคลทกุ ระดบั ท้ังภายในและภายนอกหนว่ ยงาน อย่ใู นระดบั มาก มคี า่ เฉลยี่ 4.49 ตามลาดบั

2) ด้านบุคลิกภาพ มีภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ีย 4.43 เม่ือพิจารณา
เป็นรายข้อ พบว่า ข้อ 3. มีบุคลิกภาพที่ดี การเดิน ยืน นั่งเป็นสง่า ดูน่าเช่ือถือ อยู่ในระดับมากที่สุด มี
คา่ เฉลยี่ 4.51 รองลงมาคอื ข้อ 5. มคี วามคลอ่ งแคลว่ ว่องไวในการเคลื่อนไหวรา่ งกาย อย่ใู นระดับมาก มี

83

ค่าเฉลี่ย 4.47 และขอ้ 4. การแต่งกาย เสื้อผา้ หน้า ผม เข้ากบั สถานทใี่ นการปฏบิ ัตงิ าน อยูใ่ นระดบั มาก
มคี า่ เฉลี่ย 4.38 ตามลาดบั

3) ด้านจิตใจ มีภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ีย 4.41 เมื่อพิจารณาเป็นราย
ข้อ พบว่า ข้อ 10. ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อ่ืนและให้โอกาสผู้อื่นซักถามข้อข้องใจ อยู่ในระดับมาก
ทสี่ ุด มีค่าเฉล่ีย 4.56 รองลงมาคือ ข้อ 7. มีความมั่นใจในขณะปฏบิ ัติหน้าที่ ที่ตนเองรับผดิ ชอบ และข้อ
8. มีความยุติธรรมและความจริงใจต่อทุกคนทั่วไป ท้ังต่อหน้าและลับหลัง อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย
4.44 และข้อ 9. มีทัศนะคติที่ดีต่อหน่วยงานและงานท่ีปฏิบัติ อยู่ใน ระดับมาก มีค่าเฉล่ีย 4.31
ตามลาดบั

4) ด้านความรู้ มีภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.41 เมื่อพิจารณาเป็น
รายข้อ พบว่า ขอ้ 12. มคี วามรคู้ วามเข้าใจในสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และทันต่อสถานการณ์ใน
ปัจจุบัน อยู่ในระดับมากท่ีสุด มีค่าเฉล่ีย 4.53 รองลงมาคือ ข้อ 15. มีความรู้เกี่ยวกับหลักการ
กระบวนการ และวิธกี ารปฏิบัติงาน อยใู่ นระดบั มาก มคี ่าเฉลยี่ 4.49 และข้อ 13. มีความรู้ความเข้าใจใน
นโยบาย ภารกิจ วิสัยทัศน์ ค่านิยม ยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.33
ตามลาดับ

วัตถุประสงคท์ ี่ 2 ศึกษากระบวนการมสี ่วนร่วมขององคก์ รศาสนาในการปฏิบัตงิ านของ
พฒั นากรในสังคมพหุวฒั นธรรมจังหวัดยะลา

จากการวิจัย พบว่า กระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กรศาสนาในการปฏิบัติงาน
ของพฒั นากรในสังคมพหวุ ฒั นธรรมจังหวัดยะลา ประกอบดว้ ย

1) การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ พบว่า การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของ
องค์กรศาสนาในการปฏิบัติงานกับพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรมจังหวดั ยะลา มีรูปแบบของผู้เข้าร่วม
3 รูปแบบ ประกอบด้วย 1) รูปแบบผู้เข้าร่วมสาหรับการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจชุมชนไทยพุทธ 2)
รูปแบบผเู้ ข้ารว่ มสาหรบั การมีส่วนรว่ มในการตดั สินใจชุมชนไทยมุสลมิ 3) รูปแบบผู้เข้ารว่ มสาหรับการมี
ส่วนร่วมในการตัดสินใจชุมชนพหุวัฒนธรรม โดยให้ความสาคัญกับข้อมูลใน 9 ประเด็น คือ 1) ข้อมูล
ดา้ นวัฒนธรรม 2) ข้อมูลแผนชุมชน 3) อาชีพ 4) การเกษตร 5) ภูมิปัญญา 6) วิถีชีวิต 7) วัฒนธรรม 8)
สง่ิ แวดลอ้ ม 9) พิธกี รรมทางศาสนา เริ่มต้นจากการค้นหาปัญหาผ่านการสอบถาม พูดคุย รว่ มกับองคก์ ร
ศาสนา เพ่ือรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านและความต้องการของชาวบ้าน จากนั้นจัดลาดับ
ความสาคัญของปัญหาซึ่งเป็นหัวใจสาคัญของการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจระหว่างองค์กรศาสนาและ
พฒั นากร โดยอาศัยข้อมูลจาก จปฐ. กชช2.ค. กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนชมุ ชนอ่ืน ๆ รวมไปถึง
ความถนัด ความสามารถในการเขา้ ถงึ ประชาชน มาใช้ในการประกอบการตัดสินใจจัดลาดบั ความสาคัญ
และวางแผนแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ผ่านสื่อกิจกรรม อาทิ เวทีประชาคม ลานวัฒนธรรม
นอกจากนน้ั ยงั มเี คร่ืองมือที่เขา้ มา

84

มีส่วนช่วยให้การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ/กิจกรรม อาทิ SWOT
นาไปสู่โครงการ/กิจกรรมในการพัฒนาชุมชน อาทิ 1) การส่งเสริมอาชีพ เพ่ือแก้ปัญหาเรื่องรายได้
ครัวเรือนรายจ่ายไม่พอกับรายรับ 2) เร่ืองปัญหายาเสพติดในชุมชน 3) โครงการ OTOP นวัตวิถี 4)
หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง 5) โครงการวิสาหกิจชุมชน 6) การท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม 7) กิจกรรมพิธี
การทางศาสนา 8) การพฒั นาเครอื ขา่ ยผ้ปู ระกอบการ OTOP

2) การมีส่วนร่วมในขั้นปฏิบัติการ พบว่า การมีส่วนร่วมในขั้นปฏิบัติการของ
องค์กรศาสนาในการปฏิบัติงานกับพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรมจังหวัดยะลา สามารถแบ่งได้ 3 ขั้น
ประกอบด้วย 1) ขั้นเตรียมการ อาทิ การประชุมวิเคราะห์ข้อมูลจากแผนหมู่บ้าน ข้อมูล จปฐ. กชช2.ค
การวิเคราะห์ SWOT ช้ีแจงวัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ 2) ข้ันดาเนินการ
อาทิ การขบั เคล่ือนโครงการ/กิจกรรม 3) ขั้นติดตามผล อาทิ วิเคราะห์ปัญหาและแนวทางแก้ไขหลังจบ
โครงการ/กจิ กรรม การจัดทาสรปุ ผลที่ได้จากการจดั โครงการ/กจิ กรรม โดยในแตล่ ะโครงการ/กิจกรรมมี
การประสานงานร่วมกับส่วนราชการ ผู้นาชุมชน เจ้าของพื้นท่ีในการจัดกิจกรรม ผู้นาศาสนา อาทิ พระ
โต๊ะอีหม่าม ชาวบ้าน โดยผู้นาองค์กรศาสนาทั้งสองศาสนามีส่วนสาคัญในการช่วยประชาสัมพันธ์
นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมกับพัฒนากรในการบรรยายให้ความรู้แลกเปล่ียนประสบการณ์การเรียนรู้ซึ่งกัน
และกัน การลงมือปฏิบัติ การสาธิต อานวยส่ิงอานวยความสะดวก อาทิ โต๊ะ เก้าอี้ สถานท่ี ผ่าน
โครงการ/กิจกรรม 1) การส่งเสริมอาชีพ 2) การแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน 3) โครงการ OTOP
นวัตวิถี 4) หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง 5) โครงการวิสาหกิจชุมชน 6) การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 7)
กิจกรรมพิธีการทางศาสนา 8) การพัฒนาเครือข่ายผู้ประกอบการ OTOP 9) กิจกรรม D-HOPE
นอกจากน้ีการมีส่วนร่วมของ ชาวบ้าน ข้าราชการ กานัน ผู้ใหญ่บ้าน พระ โต๊ะอีหม่าม ส่งผลให้
โครงการ/กจิ กรรมน้ันขบั เคลอื่ นจนประสบความสาเรจ็

3) การมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ พบว่า การมีส่วนร่วมในผลประโยชน์
ขององค์กรศาสนาในการปฏบิ ัติงานกับพัฒนากรในสังคมพหุวฒั นธรรมจังหวัดยะลา ทาใหพ้ ัฒนากรและ
องค์กรศาสนาได้รับความสาเร็จในการพัฒนาชุมชนร่วมกัน เกิดความม่ันคงด้านปัจจัยพ้ืนฐาน ลด
รายจ่ายที่ไม่จาเป็น ช่วยส่งเสริมรายได้ การประหยัดอดออม การรวมกลุ่มเพ่ือจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อ
การผลิต การจัดตั้งกลุ่มอาชีพ เช่น กลุ่มสตรี กลุ่มแม่บ้าน ศูนย์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง โดยการรับ
ผลประโยชนส์ ามารถ แบ่งได้ 2 แบบ คือ 1) ผลประโยชนท์ ี่ไม่เป็นตัวเงนิ อาทิ ความสามัคคไี ม่วา่ จะส่วน
ราชการ กานนั ผ้ใู หญบ่ ้าน ทหาร ผู้นาศาสนา และชาวบา้ น การแบง่ ปัน หนังสอื โปรแกรมการท่องเที่ยว
รางวัลจากการประกวดหมู่บา้ นเศรษฐกิจพอเพียง รว่ มถ่ายทอดภูมิปัญญาชาวบ้าน ประเพณี วัฒนธรรม
วถิ ีชวี ิต 2) ผลประโยชนท์ ีเ่ ป็นตวั เงนิ อาทิ รายได้ครวั เรอื น การประหยดั อดออม ลดรายจา่ ยทีไ่ ม่จาเปน็

4) การมีส่วนรว่ มในการประเมินผล พบวา่ การมีส่วนร่วมในการประเมนิ ผลของ
องค์กรศาสนาในการปฏิบัติงานกับพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรมจังหวัดยะลา องค์กรศาสนามีส่วน
ร่วมกับพัฒนากรในการลงพื้นท่ีพูดคุย รับฟังความคิดเห็นความต้องการของชาวบ้าน ติดตาม

85

ความก้าวหน้าการขับเคล่ือนโครงการ/กิจกรรม เพ่ือจัดทาจัดทารายงานผลประจาสัปดาห์/เดือน การ
ประเมินผล มกี ารนาแผนงานโครงการท่ีบรรจุไว้ในแผนขมุ ชน/แผนหมู่บ้าน แบบประเมินความพึงพอใจ
ในโครงการ/กิจกรรม มีการจัดประชุมเพ่ือรายงานผลการดาเนินงาน จากนั้นร่วมกันกับคณะทางาน
เจา้ หน้าที่พัฒนากร ผู้นาศาสนา และชาวบ้าน ในการวิเคราะห์ปญั หา อุปสรรค ร่วมกันหาแนวทางแก้ไข
ปรับปรุงโครงการ/กิจกรรมครั้งต่อไป โดยสามารถแบ่งการประเมินผลออกเป็น 3 รูปแบบ คือ การ
ประเมินก่อนการดาเนินงาน การประเมินระหว่างการดาเนินงาน และการประเมินหลังการดาเนินงาน

วัตถปุ ระสงค์ที่ 3 สรา้ งกลไกการพฒั นาการปฏิบัตงิ านของพัฒนากรในสังคม
พหวุ ัฒนธรรม โดยใช้ศาสนาเปน็ ฐาน จงั หวดั ยะลา

จากการวิจัย พบว่า การสร้างกลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรใน
สังคมพหวุ ัฒนธรรม โดยใชศ้ าสนาเปน็ ฐาน จงั หวดั ยะลา ประกอบด้วย

1) ด้านบุคคล ประกอบด้วย ผู้นาท้องถิ่น ผู้นาท้องที่ ผู้นาศาสนา องค์กรสตรี
ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร ข้าราชการตารวจ ปราชญช์ าวบา้ น เยาวชน และประชาชนทวั่ ไป

2) ด้านทรัพยากร ประกอบด้วย เครือข่าย ทุนทางสังคม และเคร่ืองมือใน
การทางาน

3) ดา้ นงบประมาณ ประกอบด้วย การสร้างกลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานโดย
ใชง้ บประมาณที่เปน็ ตัวเงนิ และไม่ใช้งบประมาณซึง่ มาจากการมีส่วนรว่ ม/การแบ่งปนั ของคนในชมุ ชน

4) ด้านโครงการ ประกอบด้วย การพัฒนาคุณภาพชีวิต การยกระดับคุณภาพ
ชีวิตของคนในชุมชน การจัดการฝึกอบรมให้ความรู้ ค้นหาปัญหา สาเหตุของปัญหา แนวทางการแก้ไข
ปัญหาเพ่ือจัดทาแผนพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง สนับสนุนการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้าง
รายได้

5) ด้านกระบวนการทางาน ประกอบด้วย การศึกษาบริบทพื้นท่ี การวิเคราะห์
จัดลาดับความสาคัญของปัญหา การกาหนดกลุ่มเป้าหมาย วางแผนการดาเนินงาน วิธีการดาเนินงาน
การดาเนนิ งาน และการตดิ ตามประเมนิ ผล

6) ด้านสถานที่ ประกอบด้วย สถานท่ีที่ใช้ในการประชุมหาแนวทางในการจัด
กิจกรรม/โครงการ ฝึกอบรมให้ความรู้ การลงมือปฏิบัติเพ่ือพัฒนาตนเอง ใช้ในการประกอบพิธีกรรม
ทางศาสนา และใช้ในการพฒั นาชุมชน

86

5.2 อภิปรายผลการวจิ ยั

วัตถุประสงค์ที่ 1 ศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของพัฒนากรสาหรับการปฏิบัติงาน
ในสังคมพหวุ ฒั นธรรม จงั หวดั ยะลา

จากการวิจัย พบว่า คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของพัฒนากรสาหรับการ
ปฏิบัติงานในสังคมพหุวัฒนธรรม จังหวัดยะลา ท่ีสาคัญ คือ ทักษะความสามารถในการคิดวิเคราะห์
เน่ืองจากพัฒนากรจะกาหนดภารกิจและวางแผนปฏิบัติงานของตนเอง จึงควรอาศัยทักษะในการคิด
วิเคราะห์เพื่อให้ภารกิจและแผนปฏิบัติงานสอดคล้องกับนโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ และแผนปฏิบัติ
ราชการของกรม เพื่อให้งานเป็นไปอย่างมีประสิทธภิ าพและประสิทธิผล สอดคล้องกับ นิรันดร์ จงวุฒิเวศย์
(2550) กล่าวว่า พัฒนากร จะต้องเป็นคนช่างคิด วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ หาเหตุ หาผล มีความคิด
เป็นระบบ รวบยอด เห็นภาพรวมของงาน ซ่ึงกรมการพัฒนาชุมชน (2553) กล่าวว่า สมรรถนะเฉพาะ
ตามลักษณะงานท่ีปฏิบัติในตาแหน่งนักวิชาการพัฒนาชมุ ชน ประกอบด้วย การคิดวิเคราะห์ คือ การทา
ความเข้าใจและวิเคราะห์สถานการณ์ ประเด็นปัญหา แนวคิดโดยแยกแยะประเด็นออกเป็นส่วนย่อย ๆ
หรือทีละขั้นตอน รวมถึงการจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระบบระเบียบเปรียบเทียบแง่มุมต่าง ๆ สามารถ
ลาดับความสาคัญ ช่วงเวลา เหตุและผล ท่ีมาท่ีไปของกรณีต่าง ๆ ได้ นอกจากน้ี สถาบันการพัฒนา
ชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน (2563) ได้ศึกษาเร่ือง รูปแบบการทางานของพัฒนากรที่ส่งผลให้ชุมชน
เข้มแข็ง พบว่า คุณลักษณะของพัฒนากรที่จะส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็ง พัฒนากรจะต้องรู้แนวทางการ
พัฒนาชุมชน มีความรู้เก่ียวกับพ้ืนที่ มีการคิด วิเคราะห์ การคิดเชิงกลยุทธ์ ความคิดสร้างสรรค์
มวี สิ ยั ทศั น์ และเชยี่ วชาญงานทางด้านการพัฒนาชมุ ชน

วัตถุประสงค์ท่ี 2 ศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมขององคก์ รศาสนาในการปฏบิ ัตงิ านของ
พฒั นากรในสังคมพหวุ ฒั นธรรมจังหวดั ยะลา

จากการวิจยั พบวา่ กระบวนการมีสว่ นร่วมขององคก์ รศาสนาในการปฏิบตั ิงาน
ของพัฒนากร ในสังคมพหุวัฒนธรรม จังหวัดยะลา ท่ีสาคัญ คือ การมีส่วนร่วมในการค้นหาปัญหา โดย
ในการตัดสินใจเริ่มต้นจากการค้นหาปัญหาผ่านการสอบถาม พูดคุย ร่วมกับองค์กรศาสนา เพื่อรับรู้ถึง
ปญั หาทเ่ี กิดข้นึ ในหมู่บ้านและความต้องการของชาวบา้ น จากนั้นจัดลาดับความสาคัญของปญั หาซึ่งเป็น
หัวใจสาคัญของการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจระหว่างองค์กรศาสนาและพัฒนากร โดยอาศัยข้อมูลจาก
จปฐ. กชช2.ค. กองทนุ พัฒนาบทบาทสตรี กองทุนชมุ ชนอ่ืน ๆ รวมไปถงึ ความถนัด ความสามารถในการ
เข้าถึงประชาชน มาใช้ในการประกอบการตัดสินใจจัดลาดับความสาคัญ และวางแผนแนวทางแก้ไข
ปญั หาร่วมกัน ผ่านสือ่ กจิ กรรม อาทิ เวทีประชาคม ลานวัฒนธรรม สอดคล้องกับ Cohen and Uphoff
(1977) กล่าวว่า การที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการคิดริเริ่มโครงการ โดยมีการอภิปรายถึงปัญหาและ
ความต้องการ มีการจัดลาดับความสาคัญของปัญหา การกาหนดทางเลือกว่าควรจะจัดทาโครงการหรือ

87

กิจกรรมใดบ้าง และการตัดสินใจว่าจะทาโครงการหรือกิจกรรมใด และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจยัง
ครอบคลุมไปถึงการตัดสินใจในระหว่างการดาเนินงานโครงการ นอกจากน้ี สิริอร นิยมเดช (2556)
ได้ศึกษาเร่ือง การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการดาเนินกิจกรรมตามโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจ
พอเพียงต้นแบบ ปี 2555 บ้านหนองอ้อ หมู่ 3 ตาบลมะขาม อาเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี พบว่า
การมีส่วนร่วมจัดลาดับความสาคัญของโครงการ/ กิจกรรม เข้าร่วมตัดสินใจในการใช้ทรัพยากรของ
หมู่บ้านที่มีอย่างจากัดให้เกิดประสิทธิภาพต่อส่วนรวม ร่วมกาหนดปฏิทินการปฏิบัติงาน ในการทา
กิจกรรมตามโครงการ เข้าร่วมคัดเลือกแนวทางการพัฒนาเพ่ือกาหนดโครงการ/ กิจกรรม และเข้าร่วม
นาปัญหา หรือความต้องการของเพื่อนบ้านเสนอเข้าท่ีประชุม และพวงชมพู ไชยอาลา แสงรุ่งเรืองโรจน์
(2556) ได้ศึกษาเรื่อง การส่ือสารแบบมีส่วนร่วม : กลไกในขับเคลื่อนแนวคิด สู่การปฏิบัติภายใต้
กระบวนทัศน์การพัฒนาแบบทางเลือก พบว่า ในข้ันวางแผน นักพัฒนาจะต้องมองให้เห็นศักยภาพของ
ชมุ ชนในการที่จะดาเนินงานพัฒนารว่ มกับตน แทนท่ีจะมองเห็นแต่ด้านอ่อนด้อยของชุมชน รวมทั้งการ
ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการที่เปิดโอกาสให้ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การระบุปัญหา การ
ค้นหาวิธีแก้ไข และการดาเนินการแก้ไข โดยนกั พฒั นาอยู่ในฐานะผู้สนับสนนุ กระบวนการดงั กล่าว

วัตถุประสงค์ท่ี 3 สร้างกลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหุ
วฒั นธรรม โดยใชศ้ าสนาเปน็ ฐาน จงั หวดั ยะลา

จากการวิจัย พบว่า กลไกการพัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคม
พหุวัฒนธรรมโดยใช้ศาสนาเป็นฐาน จังหวัดยะลา ท่ีสาคัญ คือ ด้านทรัพยากรท่ีเก่ียวข้องกับทุนทาง
สังคม อาทิ ภูมิปัญญา ประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ มีส่วนในการขับเคล่ือนงานพัฒนาในพื้นที่
พหุวัฒนธรรมจนสาเร็จเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับ อุไรวรรณ แมะบ้าน (2563) ได้ศึกษาเรื่อง การ
บริหารจัดการทุนทางสังคมเพ่ือการพัฒนาชุมชนในรูปแบบชุมชนที่พ่ึงตนเอง กรณีศึกษาในเขตพ้ืนที่
ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย พบว่า การบริหารจัดการทุนทางสังคม ด้านสภาพทุนทางสังคมของ
ชมุ ชนได้แก่ ทุนมนุษย์ ทนุ สถาบนั ทุนวัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม โดย
ด้านทุนมนุษย์ พบว่าหากผู้นาชุมชนท้ังท่ีเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เข้ามามีบทบาทในการขับ
เคล่ือนชมุ ชนอยา่ งจริงจังจะทาให้ชุมชนนน้ั เข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ ซ่ึงทุนมนุษย์เป็นหัวใจสาคญั ในการ
ขับเคล่ือนให้การพัฒนาบรรลุตามเป้าประสงค์ที่วางไว้โดยมีทุนทางสถาบันต่าง ๆ ในพ้ืนที่เข้าเป็น ภาคี
เครือข่าย สร้างการมีส่วนร่วม การแลกเปล่ียนเรียนรู้ โดยอาศัยทุนทางวัฒนธรรมภูมิปัญญาเป็น
องค์ประกอบของสิ่งแวดล้อมท่ีมีอยู่ในชุมชน ซ่ึงได้แก่ ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเช่ือและส่ิงต่าง ๆ
ท่ี เป็นอัตลักษณ์ของชมุ ชน ในการขบั เคลอื่ นการดาเนนิ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ให้ชมุ ชนเข้มแขง็ ต้องอาศัยชุมชน
เปน็ หลกั ในการพัฒนามากกว่าอาศัยการช่วยเหลือจากภาครัฐ เปรมชญา ชนะวงศ์ และคณะ (2553) ได้
ศกึ ษาเร่ือง การพัฒนาศักยภาพชมุ ชนเพอ่ื การพ่ึงตนเองบนฐานทุนทางสังคม ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง พบว่า ชุมชนอาเภอดอนสัก ปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม สังคมวัฒนธรรมชุมชนมี

88

พระพทุ ธศาสนาเป็นหลักยดึ ของชุมชน วัฒนธรรมความเช่อื ประเพณีที่เป็นทุนทางสังคมทั้งในด้านการทา
มาหากินและการประกอบอาชีพ ความสัมพันธ์ชุมชนยังมีระบบเครือ ญาติ มีภูมิปัญญาในการดาเนิน
ชีวิตที่ยังปรับใช้ได้ตามยุคสมัย อาชีพของชุมชนทาประมงชายฝั่ง การทาเกษตรกรรม ระบบการเมือง
การปกครองในอดีตมีผู้นาที่อนุเคราะห์ด้วยธรรมปัจจุบันยึดผลประโยชน์ ทุนทางสังคมมีรูปแบบเชิง
สาระและโครงสร้าง มีองค์ประกอบ 4 ด้าน คือ ทุนคน ทุนสถาบัน ทุนวัฒนธรรม และทุนองค์ความรู้
ทุนคน มีจติ ใจดี โอบอ้อมอารี สติปัญญาเฉลียวฉลาด ทุนวัฒนธรรมมีพ้ืนฐานจากพระพุทธศาสนาท่ีเป็น
บ่อเกิดความเช่ือ และประเพณีเฉพาะถ่ินที่สร้างอัตลักษณ์ของตนท่ีเติมเต็มทุนชีวิตให้สมบูรณ์ และ
ปิยะวรรณ แซ่ปึง (2552) ได้ศึกษาเร่ือง การพัฒนาทุนทางสังคมเพ่ือประโยชน์ในชุมชน : กรณีศึกษา
ชุมชนทุ่งสมอ อาเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี พบว่า ทุนมนุษย์ท่ีกลุ่มตัวอย่างให้การยอมรับคือ
พระภิกษุสงฆ์ และผู้อาวุโส ทุนสถาบันที่ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทาของคนใน
ชุมชน คือ วัด ทุนภูมิปัญญาและวัฒนธรรม คือ เรื่องของความเช่ือ ศาสนา วัฒนธรรม และประเพณี
กลุ่มตัวอย่างมีทัศนะต่อการนาทุนทางสังคมมาช่วยให้การทางานมีประสิทธิภาพ และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
ในระดับมาก และกลุ่มตัวอย่างมีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาทุนทางสังคมเพ่ือใช้ให้เกิด
ประโยชน์ในชุมชนในด้านความเชื่อมโยงระหว่างทุนทางสังคมกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ
ประเทศมากท่สี ุด

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นส่งผลให้คณะวิจัยได้องค์ความรู้ใหม่ในการสร้างกลไกการ
พัฒนาการปฏิบัติงานของพัฒนากรในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยใช้ศาสนาเป็นฐาน จังหวัดยะลา โดยมี
รายละเอยี ดดังภาพที่ 5.1

กลไกการพัฒนาการปฏบิ ัตงิ านของพัฒนากรในสังคม คุณล
พหุวฒั นธรรม โดยใชศ้ าสนาเป็นฐาน จังหวัดยะลา
ดา้ นบุคลกิ ภาพ
ด้านบุคคล มีบุคลกิ ภาพท่ดี
1) ผู้นาทอ้ งถิ่น 2) ผ้นู าท้องท่ี 3) ผ้นู าศาสนา 4) องคก์ รสตรี ดูน่าเชอื่ ถอื
5) ข้าราชการพลเรือน 6) ขา้ ราชการทหาร 7) ขา้ ราชการตารวจ ดา้ นจิตใจ
8) ปราชญช์ าวบา้ น 9) เยาวชน 10) ประชาชนทว่ั ไป ยอมรับฟังความ
ข้อข้องใจ
ดา้ นทรพั ยากร ดา้ นความรู้
1) เครอื ข่าย 2) ทนุ ทางสงั คม มีความรู้ความเข
3) เครื่องมือในการทางาน การเมอื ง และท
ด้านงบประมาณ ด้านทักษะควา
1) ตัวเงิน มีทักษะในการค
2) การมสี ่วนรว่ ม/การแบ่งปนั ของคนในชมุ ชน
อง
ดา้ นโครงการ พุท
การพัฒนาคณุ ภาพชวี ิต ยกระดบั คุณภาพชีวิตของคนในชมุ ชน จดั การ
ฝึกอบรมให้ความรู้ คน้ หาปญั หา สาเหตขุ องปญั หา แนวทางการแกไ้ ข
ปญั หาเพ่ือจดั ทาแผนพัฒนาหมบู่ า้ นเศรษฐกจิ พอเพยี ง สนับสนนุ การสรา้ ง
ดงา้ นกสรระา้ บงอวานชกพี ารแทลาะงสารน้างรายได้
1) ศกึ ษาบรบิ ทพ้นื ท่ี 2) วิเคราะห์จดั ลาดับความสาคัญปญั หา
3) กาหนดกลุ่มเป้าหมาย 4) วางแผนการดาเนินงาน 5) วธิ กี าดาเนนิ งาน
6ด)า้ นกาสรถดาานเนทนิ่ี งาน 7) การติดตามประเมนิ ผล
1) ใชใ้ นการประชุมหาแนวทางในการจดั กจิ กรรม/โครงการ
2) ฝึกอบรมใหค้ วามรู้
3) การลงมอื ปฏบิ ัติเพอ่ื พัฒนาตนเอง
4) ใชใ้ นการประกอบพิธกี รรมทางศาสนา
5) ใชใ้ นการพฒั นาชุมชน

ภาพท่ี 5.1 แสดงกลไกการพัฒนาการ
โดยใชศ้ าสนาเป็นฐาน จงั ห

พัฒนากร กระบวนการการมีสว่ นร่วม
ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
การมสี ว่ นรว่ มในการตดั สนิ ใจ
พ 1) ขอ้ มูล 2) กลุม่ เป้าหมาย 3) ส่ือกจิ กรรม
ดี การเดิน ยืน นงั่ เป็นสงา่ 4) การคน้ หาปัญหา 5) การพิจารณาความถนดั
6) โครงการ/กิจกรรม
มคดิ เหน็ และใหโ้ อกาสผ้อู น่ื ซักถาม 7) เครอ่ื งมือ 8) ศาสนา
การมีสว่ นร่วมในขนั้ ปฏบิ ัติการ
ขา้ ใจในสภาพเศรฐกิจ สงั คม 1) การประสานงานรว่ มกับสว่ นราชการ ผู้นาชมุ ชน ผูน้ า
ทันตอ่ สถานการณ์ในปัจจบุ ัน ศาสนา และประชาชน
ามสามารถ 2) การมสี ่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์ สาธิต ใหค้ วามรู้
คดิ วิเคราะห์ วจิ ยั อานวยความสะดวก
3) การแลกเปลยี่ นประสบการณก์ าร เรยี นร้ซู ่งึ กนั และกัน
งคก์ รศาสนา 4) ประชุมวเิ คราะห์ขอ้ มลู ขับเคล่อื น ตดิ ตามผล
ทธ อิสลาม
การมสี ว่ นรว่ มในการรบั ผลประโยชน์
1) ผลประโยชน์ทไ่ี มเ่ ปน็ ตัวเงิน
2) ผลประโยชน์ทเ่ี ป็นตัวเงนิ

การมสี ว่ นรว่ มในการประเมินผล
1) พูดคุย รับฟังความคิดเห็นความตอ้ งการของ
ชาวบา้ น ติดตามความก้าวหนา้ การขบั เคล่ือน
โครงการ/กิจกรรม
2) การประเมินความพงึ พอใจ
3) การประเมนิ ผลผา่ นเวทีประชาคม

89

รปฏบิ ตั งิ านของพฒั นากรในสงั คมพหวุ ัฒนธรรม
หวดั ยะลา


Click to View FlipBook Version