The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sureerat Homsuwan, 2022-06-22 23:25:33

เมนูซุปฟักทอง วัตเตนเมียร์และเมนูพายฟักทอง

หลักสูตรอาหารสูตรพระราชทาน





คำนำ

ด้วยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จังหวัดอุทัยธานี เป็นศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชดาริ
สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธิราชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
จัดฝึกอบรมด้านอาชพี ใหก้ ับประชาชนให้มีรายได้ และเพือ่ ศกึ ษาคน้ ควา้ วิจัยพฒั นาความรดู้ า้ นอาชีพต่าง ๆ
จากภูมิปัญญาท้องถ่ินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่สาคัญคือเป็นแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรม
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในทุกรูปแบบ เป็นศูนย์สาธิต ทดลอง จัดแสดงและจัดจาหน่าย
ผลิตภัณฑ์ของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ และโครงการพระราชดาริ รวมถึงการสนับสนุนประสานงานร่วมกับ
ภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทา สร้างรายได้ให้กับตนเอง
และครอบครวั

หลักสูตรอาหารสูตรพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกมุ ารี โดยศูนย์วงเดือน อาคมสรุ ทัณฑ์ ศนู ยฝ์ กึ อาชีพราษฎรตามพระราชดาริ จังหวดั อุทยั ธานี
ดาเนินการศึกษาเอกสารหนังสือครัวสระปทุม และหนังสือเมนูพระราชทาน 60 พรรษา ซ่ึงนาหลักการ
เนื้อหา และวิธีการประกอบอาหารไปจัดทาเป็นหลักสูตรวิชาชีพระยะส้ัน เพ่ือเป็นการเทิดพระเกียรติ
สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธิราชเจา้ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในพระปรีชาสามารถเรื่อง
การประกอบพระกระยาหาร และเผยแพร่อาหารสูตรพระราชทานให้กับประชาชน สามารถประกอบอาหาร
และขนมท่ีมีคุณค่าทางโภชนาการ และสามารถนาความรู้ไปประยุกต์ใช้หรือนาไปประกอบอาชีพสร้างรายได้
และพฒั นาคุณภาพชวี ติ ท่ีดีต่อไป

ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ ภูมิปัญญาท้องถ่ิน วิทยากร ข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา และบุคลากรของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ท่ีได้ร่วมจัดทาและพัฒนา
หลกั สตู รวชิ าชีพระยะสั้น และจัดทาแผนการเรียนรู้รวมท้ังสื่อต่าง ๆ ให้สาเร็จไปด้วยดีและหวังเป็นอย่างย่ิงว่า
หลกั สูตรวชิ าชพี ระยะส้ัน ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ เล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อวิทยากร ครูผู้สอน ผู้เรียน
และผทู้ ่ีสนใจได้นาไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนค์ ุม้ คา่ สงู สุด

ศูนย์วงเดอื น อาคมสุรทัณฑ์
ศูนย์ฝึกอาชพี ราษฎรตามพระราชดาริ จังหวดั อทุ ยั ธานี

สำรบัญ ข

คำนำ หนำ้
ควำมรเู้ กีย่ วกับวสั ดุ อปุ กรณ์ ที่ใช้ในหลักสตู รอำหำรสตู รพระรำชทำน ก
ควำมรู้พนื้ ฐำนในกำรจดั กำรเรียนรตู้ ำมหลกั สตู รอำหำรสูตรพระรำชทำน 1
หลกั สตู รเมนูซปุ ฟักทอง วตั เตนเมียร์ และเมนพู ำยฟกั ทอง 17
21
ความเปน็ มา 21
หลกั การของหลักสูตร 21
จดุ ประสงคข์ องหลกั สตู ร 22
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 22
กลุ่มเป้าหมาย 22
ระยะเวลา 22
โครงสรา้ งหลักสตู ร 22
การจดั การเรยี นรู้ 23
สื่อการเรียนรู้ 23
การจัดกระบวนการเรียนรู้ 23
การวัดและประเมนิ ผล 23
ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะได้รบั 24
การจบหลักสตู ร 24
เอกสารหลักฐานการศกึ ษา 24
แผนกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ 25
หลักสตู รเมนซู ปุ ฟกั ทอง วัตเตนเมยี ร์ และเมนพู ำยฟักทอง
ใบความรู้ ความเปน็ มาของเมนซู ุปฟกั ทอง วตั เตนเมียร์ 31
ใบความรู้ วธิ ีการทาเมนซู ปุ ฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์ 32
ใบความรู้ ความเป็นมาของเมนูพายฟกั ทอง 35
ใบความรู้ วธิ ีการทาเมนพู ายฟักทอง 36
แบบบนั ทกึ การเรยี นร้ขู องผู้เรยี น 38
ใบความรู้ คุณคา่ ทางโภชนาการ 39
ใบความรู้ บรรจภุ ณั ฑ์ 40
ใบความรู้ การคานวณต้นทนุ กาไร 44
ใบงาน การคิดต้นทนุ กาไร 47
ใบความรู้ ชอ่ งทางการตลาด 48
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 53
แบบทดสอบหลังเรียน 54
แบบประเมินผลการจัดการศกึ ษาและฝกึ อบรมหลักสูตระยะสั้น 55

บรรณำนกุ รม
คณะผจู้ ดั ทำ

สำรบัญรูปภำพ ค

ภาพที่ 1 เตาแกส๊ หนำ้
ภาพที่ 2 เตาถ่าน
ภาพที่ 3 เครอ่ื งป่นั 2
ภาพที่ 4 เตาอบไฟฟา้ 3
ภาพที่ 5 เตาอบวาฟเฟลิ 3
ภาพท่ี 6 เครือ่ งช่ังขนาดใหญ่ 4
ภาพที่ 7 เครือ่ งชั่งขนาดเล็ก 5
ภาพที่ 8 เครอ่ื งชัง่ ดจิ ติ อล 5
ภาพที่ 9 ถ้วยตวงของแหง้ 6
ภาพท่ี 10 ถ้วยตวงของเหลว 6
ภาพท่ี 11 ชอ้ นตวง 8
ภาพท่ี 12 มดี ชนดิ ต่าง ๆ 9
ภาพท่ี 13 เขยี งไม้และเขียงพลาสตกิ 9
ภาพท่ี 14 เขยี งพลาสติก 11
ภาพท่ี 15 ชามผสมหรอื อา่ งผสม 12
ภาพท่ี 16 กระชอน 12
ภาพที่ 17 อุปกรณ์ทใี่ ช้ในการหงุ ต้มและนึ่ง 13
ภาพที่ 18 ถาดอลูมเิ นียม 14
ภาพที่ 19 กระบวยสแตนเลส 14
ภาพที่ 20 ผา้ ขาวบาง 15
ภาพที่ 21 ครกหิน 15
ภาพที่ 22 นา้ มันสลดั เมลด็ ชา 16
ภาพที่ 23 น้ามนั เมล็ดงามอ้ น 16
ภาพที่ 24 ซปุ ฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์ 20
ภาพท่ี 25 วตั ถดุ บิ และสว่ นผสมของเมนูซปุ ฟกั ทอง วัตเตนเมียร์ 20
ภาพท่ี 26 วัตถดุ บิ และสว่ นผสมของน้าซุป 31
ภาพท่ี 27 พายฟกั ทอง 32
ภาพที่ 28 วตั ถุดบิ และสว่ นผสมของเมนูพายฟักทอง 34
ภาพที่ 29 บรรจุภณั ฑ์จากกระดาษ 35
ภาพท่ี 30 บรรจภุ ณั ฑ์จากพลาสติก 36
ภาพท่ี 31 บรรจุภณั ฑ์จากปน่ิ โต 41
ภาพท่ี 32 บรรจภุ ณั ฑ์จากแกว้ 42
ภาพท่ี 33 บรรจภุ ณั ฑจ์ ากวัสดธุ รรมชาติ 42
43
43

1

ควำมรู้เกยี่ วกับวสั ดุ และอุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นหลกั สตู รอำหำรสูตรพระรำชทำน
ศูนยว์ งเดือน อำคมสุรทณั ฑ์ ศนู ย์ฝกึ อำชีพรำษฎรตำมพระรำชดำริ จงั หวดั อุทัยธำนี

วัสดแุ ละอปุ กรณท์ ใี่ ชใ้ นหลกั สตู รอำหำรสูตรพระรำชทำน
ในการจดั เตรียมวสั ดแุ ละอุปกรณ์ในการจดั ทาหลกั สตู รอาหารสตู รพระราชทาน จะต้องใช้วัสดุและ

อุปกรณ์หลากหลายชนิด ตั้งแต่เตาหุงต้ม เคร่ืองใช้ไฟฟ้า เคร่ืองใช้ในครัวเรือน เพื่อประกอบการทา และ
การจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ให้พร้อม วัสดุและอุปกรณ์ทุกชนิดท่ีนามาใช้ต้องอยู่ในสภาพท่ีดีพร้อมใช้งาน
ซึ่งทาให้การประกอบอาหารได้ดี ไม่เสยี แรงงาน และประหยดั เวลา วัสดุและอปุ กรณ์ตา่ ง ๆ ประกอบดว้ ย

อุปกรณ์ในกำรหงุ ต้มประเภทเตำ
เตาท่ีใช้ในการหงุ ต้ม หรือประกอบอาหารและขนมมีหลากหลายชนิด เช่น เตาถ่าน เตาน้ามันก๊าด
เตาแกส๊ และเตาไฟฟา้ เป็นตน้ ซ่ึงเตาบางชนดิ ไม่ได้มีการใช้งาน การเลือกใช้เตาในการประกอบอาหารและ
ขนมจะเลือกใช้เตาทใ่ี ห้ความสะดวกในการใช้งานเพ่อื ประกอบอาหารและขนม ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีในการ
ออกแบบเตาทาให้การใช้งานสะดวกและหลากหลายมากขึ้น รปู แบบของเตามีดงั ตอ่ ไปนี้
1. เตำแกส๊ (Gas Stove)
เตาแก๊ส มีหลักการทางานโดยท่อที่ต่อพ่วงจากตัวถังมายังเตา ท่อท่ีแก๊สจากถังจะถูกส่งจ่ายเข้าไป
ภายในเตา เม่ือเปิดวาล์วควบคุมแก๊สเข้าหัวเตา แก๊สจากท่อนาแก๊สหลักจะไหลเข้าสู่ห้องผสม
อากาศ ความเร็วของแก๊สท่ีไหลเข้ามาในห้องผสมอากาศจะดึงดูดให้อากาศไหลเข้ามาผสมกัน ในขณะท่ี
ไหลเข้าสู่หัวเตา จนกระทง่ั เมอ่ื มาถึงหวั เตาจะมสี ่วนผสมส่วนหนึ่งไหลเข้าไปในท่อเล็กด้านข้าง ซ่ึงภายในจะ
มหี วั จุดนาเพ่ือจุดส่วนผสมนี้ให้ติดไฟข้ึนได้ เตาแก๊สมีให้เลือกทั้งแบบเตาแก๊สต้ังโต๊ะ คือ เตาแบบเคลื่อนย้ายได้ และ
เตาฝงั ซ่ึงจะต้องทาการตดิ ต้งั แบบบวิ้ ท์อินกบั เฟอร์นิเจอรท์ าให้มีความสวยงาม มขี อ้ เสียคอื เคลอ่ื นย้ายไมไ่ ด้
ซึ่งการเลอื กซอ้ื เตาแก๊สมาเพอ่ื การใชง้ าน ต้องพิจารณาถึงลักษณะครัว การใช้งาน ความต้องการด้านความสวยงาม
หรือการตกแตง่ ภายในใหเ้ ขา้ กบั หอ้ งครัว
วิธกี ำรเลือกซื้อ ใหค้ านงึ ถึงความสามารถในการทาความร้อน มีระบบความปลอดภัยในการตัดแกส๊
มีวัสดุท่ีใช้ในการผลิตท่ีทนทาน เลือกหัวเตาที่ผลิตจากวัสดุที่ทนความร้อนสูงโดยเลือกใช้หัวเตาแก๊สที่ผลิต
จากทองเหลอื ง เลือกระบบจุดติดของหัวเตาที่เหมาะสม และระบบการทางานของหัวเตาแก๊สแบบเผาไหม้
ที่สมบูรณ์ โดยวิธีสังเกตระบบการทางานของหัวแก๊ส คือ การดูสีของเปลวไฟ ต้องเลือกเปลวไฟท่ีเป็นสีฟ้า
และไม่มีสีแดงมาปะปน หากมีสีแดงมาปะปนจะแสดงว่ามีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ภาชนะทา
ความสะอาดยากและเก่าเรว็ กว่าปกติ และจะทาให้มีความสิ้นเปลอื งแก๊สมากกว่าปกติ
วิธีกำรใชง้ ำน จัดเตรียมอาหารและขนมท่ีจะหุงต้มไว้ให้เรียบร้อย เลือกขนาดของภาชนะท่ีจะใช้หุงต้ม
ให้เหมาะกับหัวเตา ทาการเปิดวาล์วท่ีถังแก๊ส จุดไฟท่ีหัวเตาพร้อมกับเปิดวาล์วท่ีหัวเตา ให้หมุนเปิดวาล์ว
เพียงเล็กน้อยเพ่ือให้แก๊สออกมาน้อย ป้องกันไม่ให้เปลวไฟลุก เมื่อไฟท่ีหัวเตาติดจึงปรับเพ่ิมไฟตามที่
ต้องการ เมือ่ หงุ ต้มอาหารและขนมเสร็จเรียบร้อยจึงปิดวาล์วทหี่ ัวเตา และถงั แก๊ส
วิธีกำรเก็บรักษำ การทาความสะอาดส่วนที่เป็นโครงเหล็กและฝาหัวเตา ให้ถอดทาความสะอาด
โดยใช้ฟองน้าหรอื ผา้ น่มุ ชบุ น้าสบูเ่ ช็ดให้สะอาด และนาโครงเหลก็ ไปลา้ งด้วยน้าสะอาดผ่ึงให้แห้ง สาหรับฝาหัวเตา
เม่ือใช้งานเป็นระยะเวลานาน อาจมีเศษอาหารหรือเขม่าอุดตันตามรูช่องไฟได้ ให้ใช้ลวดหรือแปรงขัดทา
ความสะอาด และดา้ นขา้ งให้ใช้ฟองน้าหรอื ผา้ นุ่มชุบน้าสบเู่ ชด็ นาผา้ สะอาดเช็ดอีกครั้งให้แห้ง

2

ภาพท่ี 1 : เตาแก๊ส
โดย ศูนยว์ งเดอื น อาคมสรุ ทณั ฑ์

2. เตำถ่ำน
เตาถ่าน เปน็ เตาที่ใช้ถ่านไม้โดยผ่านการเผาให้ไม้สกุ ดี และนามาใช้เปน็ เชอ้ื เพลิงหงุ ตม้ ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ดีกว่าเตาประเภทอื่น ๆ ให้ความร้อนสูง ทาให้การหุงต้มสุกเร็ว ท้ังยังมีควันน้อยไม่ทาความรวบกวนผู้ใช้
หรือควันไปติดภายในอาคารบ้านเรือน อาจเรียกว่าช่ืออีกอย่างหนึ่ง คือ เตาอั้งโล่ ภาษาจีนแต้จ๋ิว แปลว่า
เตาสีแดง ลักษณะของเตาถ่านมีลักษณะที่แตกต่างกันตามแบบของแต่ละท้องถิ่นที่นิยมใช้ ส่วนใหญ่ข้ึนอยู่กับ
ช่างประดษิ ฐ์จะมคี วามรูแ้ ละฝมี ือเพยี งใด เตาถา่ นมีผผู้ ลิตออกจาหน่ายมากกว่าเตาฟืน เน่ืองจากเป็นท่ีนิยม
ของผใู้ ช้งานทัว่ ไป
วิธีกำรเลือกซ้ือ ให้คานึงถึงความทนทานของเตา เตาทุกชนิดที่ออกแบบหรือพัฒนาเพ่ือใช้งาน
สาหรับหุงต้มในครัวเรือน เตาต้องมีความแข็งแรงทนทานต่อสภาพการใช้งาน ความสะดวกในการ
เคลื่อนย้าย ตัวเตาจะต้องมีน้าหนักพอประมาณเพ่ือสามารถเคลื่อนย้ายได้โดยง่าย การใช้งานง่ายเตาที่ใช้
จะต้องเป็นเตาที่จุดไฟติดได้ง่ายให้ความร้อนได้เร็วไม่ต้องเติมเช้ือเพลิงบ่อย ๆ ปากเตารับภาชนะได้หลาย
ชนิดและหลายขนาด เพื่อสะดวกในการใช้งาน โดยเฉพาะการหุงต้มของครัวเรือนไทยจะมีภาชนะและชนิด
ต่าง ๆ กันจึงจาเป็นต้องมีปากเตาให้เหมาะสมกับประโยชน์การใช้งาน เตาจะต้องประหยัดเชื้อเพลิงให้
พลังงานความรอ้ นทเี่ กิดขึ้นในช่องเผาไหม้ของเตา สามารถถ่ายเทให้แก่ภาชนะได้เต็มที่ความร้อนจะสูญเสีย
น้อยทีส่ ดุ
วิธีกำรใช้งำน ก่อนติดไฟในเตา ควรเตรียมเครื่องประกอบอาหารให้พร้อมและจัดลาดับการหุงต้มให้
เรยี บรอ้ ย ไม่ควรติดไฟรอไว้ก่อนนาน ๆ เพราะเป็นการสิน้ เปลอื งเช้อื เพลงิ เลือกใช้ภาชนะ และขนาดของหม้อให้
พอเหมาะกับปริมาณอาหารที่จะปรุง เตรียมก้อนถ่านควรทุบให้มีขนาดประมาณ 2 – 4 เซนติเมตร ถ่านท่ีใช้ไม่
ควรเปียกน้า เพราะจะทาให้ติดไฟยากทั้งเป็นการส้ินเปลืองเชื้อเพลิงจากการเผาไหม้ท่ีไม่สมบูรณ์ ไม่ควรใส่ถ่าน
จนล้นและดันก้นหม้อลอยจากเส้า จะทาให้รังผึ้งแตกได้ง่ายและถ่านติดไฟได้ช้า เตาใหม่ท่ีเร่ิมใช้งานไม่ควรใส่
ถ่านในเตามากเกินไป เพราะฉนวนบุฉนวนทนไฟและรังผึ้งยังไม่สุกและอยู่ตัวดี เมื่อกระทบความร้อนจัด
ทนั ทใี นตอนแรกอาจทาให้เตาแตกรา้ วได้ ก่อนเร่ิมติดไฟในเตาทุกคร้ังควรเข่ียข้ีเถ้าในรังผึ้งและใต้รังผ้ึงออก
ให้หมดเพื่อให้อากาศเข้าเผาไหม้ได้สะดวก ควรปิดประตูลมเมื่อต้องการลดความร้อนภายในเตา เช่น
ในขณะดงข้าวเพื่อมิให้อาหารไหม้และเป็นการประหยัดถ่าน ถ่านท่ีเหลือจากการหุงต้มไม่ควรท้ิงไว้ให้สูญ
เปล่า ควรรีบตกั เก็บใสใ่ นภาชนะอับอากาศหรือกลบด้วยทราย ขีเ้ ถ้าไว้ใช้ในคราวตอ่ ไป
วธิ กี ำรเก็บรักษำ อย่าใหอ้ าหารหรือน้าหกรดเตาขณะร้อนจัดเพื่อป้องกันเตาแตก เก็บรักษาเตาไว้
ในที่ร่ม ไม่เปียกฝนหรือในที่ที่มีความช้ืนสูง หม่ันทาความสะอาดเปลือกตาและทาด้วยน้ามันเล็กน้อยเพ่ือ
ปอ้ งกันสนมิ ในการเคล่ือนยา้ ยเตา อยา่ วางเตากระแทกเพราะจะทาให้ฉนวนบุเตาไม่ติดแน่นกับตัวถังเตาท่ี
ใชจ้ ะไม่ทน การเปล่ียนรังผ้ึงและฉนวนทนไฟให้ใช้ดินผสมขี้เถ้าแกลบ 1 ต่อ 5 โดยปริมาตร เม่ือดินยาปาก
ถังแตกร้าวมากให้ใช้ดินผสมขี้เถ้าแกลบ 1 ต่อ 3 หรือใช้ปูนซีเมนต์ยาให้สนิท เพ่ือป้องกันมิให้ปากเตา
แตกร้าว และป้องกันไม่ให้น้าและความช้ืนเขา้ ไปภายในเนอื้ เตาได้

3

ภาพท่ี 2 : เตาถา่ น
โดย ศนู ย์วงเดอื น อาคมสุรทณั ฑ์

อปุ กรณ์เครอื่ งใช้ไฟฟำ้
เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นเคร่ืองทุ่นแรงในการประกอบอาหารและขนม มีบทบาทท่ีสาคัญในด้านต่าง ๆ
ได้แก่ การประหยดั แรงงาน สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ประกอบอาหาร ดังนั้น ผู้ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าควรมี
ความรใู้ นการเลอื กใช้เครือ่ งใช้ไฟฟ้าในการประกอบอาหาร เพื่อจะได้เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมกับประเภท
ของการทาอาหารและขนม ประกอบด้วย
1. เครือ่ งปนั่ (Blender)
เครอ่ื งปนั่ เปน็ เครอื่ งปน่ั ละเอียด และเคร่ืองปน่ั ผสม ประกอบด้วยโถแก้ว มีใบมดี เลก็ แต่คม และแขง็ แรง
3 - 4 ใบ ทกี่ ้นโถมีปุ่มบังคบั ความเรว็ แตกตา่ งกนั แบง่ เป็นประเภท 2 ประเภท คอื แบบใบมีดใหญแ่ ตไ่ ม่คม ใช้ป่ัน
หรอื ผสมอาหารที่มลี ักษณะเหนียวขน้ และแบบใบมีดเล็กแตค่ ม ใช้ปัน่ อาหารประเภทตา่ ง ๆ ท่ีตอ้ งการให้ละเอียด
วิธีกำรเลือกซื้อ เครื่องปั่นพิจารณาเลือกซื้อชนิดที่เช่ือถือได้ คือ เครื่องป่ันผลิตโดยบริษัทท่ีน่าเชื่อถือ
ในการผลิต และมีการรบั ประกนั สนิ คา้
วิธกี ำรใช้งำน นาวัตถุดิบหรือส่วนผสมใส่ลงในโถปั่น และเปิดสวิทซ์ไฟ กรณีใช้เครื่องป่ันติดต่อกัน
เป็นเวลานานอาจจะทาให้เครื่องร้อนไหม้ได้ หากต้องการป่ันอาหารจานวนมากและนาน ควรพักเครื่องให้
เย็นลง เมื่อป่ันของเหลวไม่ให้ใส่ปริมาณเกินครึ่งภาชนะ อาจทาให้ไหลซึมจากฝาลงไปยังเครื่อง ทาให้เกิด
ไฟฟ้าช๊อตได้ ในระหว่างเครื่องป่ันทางานไม่ควรคน อาจถูกใบมีดทาให้เกิดอันตรายได้ เมื่อปั่นอาหารที่แห้ง
ให้เติมของเหลวลงไปเล็กน้อย เพราะจะทาให้ป่ันง่ายเครื่องไม่ร้อนเร็ว และปั่นอาหารเร่ิมต้นด้วยความเร็วต่า
ก่อนเสมอ จึงเพิ่มความเร็วภายหลัง ถ้าเป็นการตีอาหารให้ข้ึนฟูไม่ต้องตีนานเพราะเคร่ืองป่ันทางานเร็วมาก
และหา้ มใช้ผสมอาหารทเ่ี หนยี วเกนิ ไป
วธิ ีกำรดแู ลรักษำ เมอื่ เลิกใชง้ านควรทาความสะอาดโถป่ัน นาไปตากให้แห้ง และใช้ผ้าสะอาดเช็ด
บริเวณเครือ่ งป่นั ใหส้ ะอาด

ภาพที่ 3 : เครื่องปนั่
โดย ศนู ย์วงเดอื น อาคมสุรทณั ฑ์

4

2. เตำอบไฟฟ้ำ
เตาอบไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ในการทาอาหารและขนมประเภทอบด้วยความรู้ของคนสมัยโบราณก็
สามารถประดิษฐ์เตาอบแบบง่าย ๆ ใช้งานกัน ชาวอียิปต์ใช้เตาอบแบบง่ายท่ีไม่มีปล่องสาหรับอบขนมปัง
หลงั จากน้ันชาวกรกี ไดด้ ดั แปลงเตาอบใหม้ ีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม โดยทาเป็นเตาอบที่ก่ออิฐรูปโดม ส่งผล
ให้อาหารท่ีได้มีคุณภาพดีข้ึน เตาอบได้รับการพัฒนาจนถึงศตวรรษที่ 18 ชาวอังกฤษและอเมริกานิยมใช้
เตาอบในการประกอบอาหารมากยงิ่ ข้ึน จนเม่อื มาถึงยคุ ปัจจุบนั ศตวรรษ 20 แก๊สและไฟฟ้าเริ่มมีบทบาทใน
การทาอาหารมากย่ิงขึ้น ทาให้เตาอบย่ิงได้รับการพัฒนาโดยเทคโนโลยีเหล่านี้ให้สามารถใช้งานได้อย่าง
มีประสทิ ธภิ าพ ง่าย และสะดวก จนสามารถควบคุมอณุ หภมู ิในการอบอาหารได้ดีขึน้
วิธีกำรเลือกซ้ือ เตาอบไฟฟ้าสามารถใช้งานง่าย ตั้งอุณหภูมิตามท่ีต้องการได้แม่นยา มีระดับ
อุณหภูมิที่ค่อนข้างเสถียร อบอาหารได้ออกมาสวยงาม และรวดเร็วกว่าเตาอบแบบแก๊ส มีขนาดเคร่ือง
เล็กกวา่ ประหยดั พน้ื ทีต่ ดิ ตง้ั สามารถติดตงั้ ในครัวเรอื นทั่วไปได้ ดแู ลรักษาไดง้ ่ายกว่าทาให้มีอายุการใช้งาน
ที่ยาวนาน แต่เตาอบไฟฟ้ามีข้อเสียคือความส้ินเปลืองพลังงาน และต้องมีการเดินสายไฟและระบบเบรกเกอร์ท่ีดี
นอกจากนี้อาจจะมีขอ้ จากัดในเร่ืองพลังของกระแสไฟตามอาคารทวั่ ไปไม่พอใชส้ าหรบั เตาอบไฟฟา้
วธิ กี ำรใช้งำน ศกึ ษาคู่มือการใช้งานเตาอบไฟฟา้ เปิดเตาอบและต้ังอุณหภูมิตามการใช้งาน อาจใช้
เทอร์โมมเิ ตอร์วดั อุณหภูมิเตาอบ เปดิ ฝาเตาอบเป็นระยะและหมนุ ถาดระหวา่ งอบ หากเป็นถาดเคก้ ขนมปัง
และมัฟฟินให้กลับถาด 90 องศา หลงั จากอบไปคร่ึงทางหากอบโดยใช้ตะแกรงมากกว่า 1 ชั้น เช่น อบคุกกี้
ให้สบับถาดบนและล่าง ถาดอบก้นลึกให้หมุนเล็กน้อยหลายรอบระหว่างอบ หากต้องการให้หน้าเป็นสี
น้าตาลให้นาของที่อบเล่ือนขึ้น ห้ามใช้ภาชนะที่เป็นโลหะสีเข้มหรือสีดา จะทาให้ความร้อนแผ่มาจาก
ดา้ นลา่ งของเตา ซ่ึงภาชนะโลหะสเี ข้มจะดูดซบั ความรอ้ นง่ายทาให้ขนมก้นถาดเป็นสนี า้ ตาลหรอื ไหม้
วิธีกำรดูแลรักษำ เมื่อเลิกใช้งานให้ต้ังอุณหภูมิเตาอบไว้ท่ีประมาณ 180 – 200 องศาเซลเซียส
และให้เตาอบทางานประมาณ 3 นาที จึงปิดเคร่ือง นาหม้อใส่น้าเดือดต้ังไว้ในเตาอบ จากนั้นนาภาชนะท่ี
ทนความร้อนใบเล็กใส่แอมโมเนียวางในเตาอบให้อยู่เหนือหม้อน้าเดือด หรือใช้เบกก้ิงโซดาผสมน้าใส่ขวด
สเปรย์นาไปฉีดให้ทั่วเตาอบ ท้ิงไว้ 1 วันจากน้ันใช้แปรงขัดคราบสกปรกในเตาอบ นาผ้าชุบน้ามาเช็ดให้
สะอาดและปลอ่ ยให้แห้ง ฝานมะนาวใสใ่ นเตาอบ และเปิดไฟอ่อนประมาณ 1 – 2 นาทจี งึ นามะนาวออก

ภาพที่ 4 : เตาอบไฟฟา้
โดย ศนู ยว์ งเดอื น อาคมสรุ ทณั ฑ์

3. เคร่ืองอบวำฟเฟลิ
เครื่องอบวาฟเฟิล เป็นเคร่ืองอบขนมวาฟเฟิล มีฟังก์ชั่นการทางานท่ีออกแบบมาให้ใช้งานง่าย
สะดวก และช่วยประหยัดเวลาในการอบให้ความร้อนทั้ง 2 ด้าน ตัวพิมพ์เป็นแบบเคลือบทาให้ตัวแป้ง
วาฟเฟิลไม่ติดพมิ พ์ สามารถลา้ งออกหรอื ทาความสะอาดได้ง่าย ตัวเคร่ืองกระจายความรอ้ นอยา่ งสม่าเสมอ

5

วิธกี ำรเลือกซือ้ เคร่ืองอบวาฟเฟิลมีประสิทธิภาพแตกต่างกันตามราคา เลือกซ้ือเคร่ืองที่ทามาจาก
วสั ดุทีม่ คี ุณภาพ แขง็ แรง ทนทาน และมีการรับประกนั สนิ คา้

วิธีกำรใช้งำน ศึกษาคู่มือการใช้งานเครื่องอบวาฟเฟิล เปิดเคร่ืองอบวาฟเฟิลและตั้งอุณหภูมิ
ตามการใชง้ าน

วิธีกำรดูแลรักษำ เม่ือเลิกใช้งานให้เช็ดทาความสะอาดด้วยผ้าชุบน้า และรอให้แห้ง เคร่ืองอบ
วาฟเฟลิ ทีไ่ มม่ ีแผ่นยึดทถี่ อดออกไดน้ ้นั อาจจะทาความสะอาดยาก ใหร้ ีบทาความสะอาดเมอ่ื ใช้งานเสร็จทันที

ภาพที่ 5 : เครื่องอบวาฟเฟลิ
โดย ศูนยว์ งเดอื น อาคมสรุ ทณั ฑ์

อปุ กรณ์เครอื่ งใช้ในครวั
อุปกรณ์เคร่ืองใช้ในครัวมีมากมายหลายชนิด การรู้จักอุปกรณ์เครื่องใช้และวิธีการให้อย่างถูกต้อง
จะช่วยในการประกอบอาหารให้มีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาและแรงงาน และช่วยให้ขนมที่ประกอบ
สาเรจ็ มีลกั ษณะท่ีดีมีคณุ ภาพ ประกอบดว้ ย
1. เครอื่ งชัง่ (Scale) เครือ่ งชง่ั ทใี่ ช้กนั อยทู่ ัว่ ไปมี 3 ขนำด คอื
1.1 เคร่ืองช่ังขนาดใหญ่ สาหรับช่ังส่วนผสมที่มีจานวนมาก ซ่ึงในการประกอบอาหารในปัจจุบัน
นิยมใช้การชั่งมากกว่าการตวง การชั่งจะช่วยในการประหยัดเวลา และมีความเท่ียงตรงได้เป็นอย่างดี เคร่ืองชั่ง
ขนาดใหญ่มีน้าหนักต้ังแต่ 15 – 30 กิโลกรัม วัสดุเคลือบสีป้องกันสนิม การเคล่ือนย้ายไม่ควรหิ้วเพราะจะ
ทาให้เกดิ การคลาดเคล่อื นไมเ่ ทยี่ งตรง

ภาพที่ 6 : เครอ่ื งชั่งขนาดใหญ่
โดย ศูนยว์ งเดือน อาคมสุรทณั ฑ์

6

1.2 เคร่ืองช่ังขนาดเล็ก เหมาะสาหรับการช่ังเครื่องปรุงจานวนน้อย น้าหนักต้ังแต่ 500 – 1,000 กรัม
ไม่เกนิ 2,000 กรมั ทาด้วยโลหะหรอื พลาสติกเหนียว สาหรบั เครื่องชั่งบางชนดิ สามารถแยกจานออกเพื่อเท
ส่วนผสม เชน่ เกลือ ผงฟู การดูแลเครอื่ งช่ัง ควรระมดั ระวงั การตกหล่นอาจจะทาให้เครอ่ื งชั่งแตกหักไดง้ า่ ย

ภาพที่ 7 : เครอื่ งชัง่ ขนาดเลก็
โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสรุ ทณั ฑ์

1.3 เคร่ืองช่ังดิจิตอล เป็นเคร่ืองมือที่ใช้วัดน้าหนักของวัตถุหรือสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งสามารถแสดง
หนว่ ยวัดได้หลากหลาย เช่น กรัม (g) ออนซ์ (oz) ปอนด์ (Ib) กิโลกรัม (Kg) กะรัต (ct) เป็นต้น ช่วยในการ
วัดปริมาณน้าหนักได้อย่างละเอียดแม่นยา และรวดเร็ว ซ่ึงแต่ละชนิดมีคุณสมบัติการใช้งานที่แตกต่างกัน
เชน่ มรี ะบบปิดเคร่ืองอัตโนมัติ คานวณปริมาณการชงั่ ได้ละเอยี ดและชัดเจน คุณสมบัติของเคร่ืองชั่งดิจิตอล
ทีด่ ี ต้องมีความแข็งแรง สามารถกนั นา้ ฝนุ่ ละออง ความรอ้ นได้ และมอี ายุการใชง้ านทย่ี าวนาน

ภาพท่ี 8 : เครอ่ื งชงั่ ดจิ ติ อล
โดย ศูนยว์ งเดอื น อาคมสรุ ทณั ฑ์

วธิ กี ำรเลือกซ้อื
1. ต้องทราบถึงวัตถุประสงค์ ว่าจะนาไปใช้ช่ังอะไร น้าหนักที่ชั่งไม่เกินเท่าไร และค่าอ่านละเอียด
ของเครื่องช่ังเท่าไหร่ ส่วนผสมที่จะใช้ชั่งมีขนาดเล็กหรือใหญ่ ปริมาณเท่าไหร่ จะต้องใช้เครื่องชั่งแบบ
ดจิ ิตอล หรือเครอื่ งชัง่ แบบเข็ม เปน็ ตน้
2. ศึกษาทีม่ าหรือแหล่งผลติ วา่ สินคา้ นาเขา้ หรือผลติ ในประเทศ ถ้าสินค้าผลิตในประเทศจะมีน้อย
สว่ นมากจะเปน็ สินคา้ นาเขา้ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญป่ี ุ่น เกาหลี ไตห้ วัน และจีน
3. ศึกษาข้อมูลการใช้งาน เครื่องช่ังแต่ละชนิดจะมีข้อมูลการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป การเลือก
ข้อมูลของเคร่อื งช่ังควรจะเหมาะสมกับความต้องการของผใู้ ช้
4. ศึกษาโครงสรา้ งและอปุ กรณเ์ ครอื่ งช่งั ผ้ใู ช้งานควรคานงึ ถงึ สภาวะแวดล้อมทจ่ี ะใช้เครอื่ งชง่ั และ
ลกั ษณะการชง่ั ทง้ั นเี้ พอ่ื อายุการใชง้ านที่นานขน้ึ โดยเช็คส่วนประกอบเครอ่ื งช่ัง ดังนี้

4.1 จอแสดงน้าหนัก พลาสตกิ เอบเี อส หรือสแตนเลส มีการป้องกนั ฝนุ่ และนา้ หรอื ไม่
4.2 วิธีการเปล่ยี นแบตเตอร่ี และการซ่อมแซม

7

4.3 แท่นชั่งโครงสร้างเหล็กแข็งแรงหรือไม่ จุดเช่ือม ความหนาของแท่นชั่ง โหลดเซลล์ มีคุณภาพดี
หรอื ไม่ และป้องกนั ความช้นื ได้หรือไม่

5. บรกิ ารหลังการขาย เปน็ ส่งิ สาคญั ในการบารุงรกั ษา ตรวจเชค็ คา่ น้าหนักอย่างสม่าเสมอ หรือหากชารุด
เสียหาย สามารถหาซ้ืออะไหล่ได้งา่ ย

6. เครอ่ื งช่ังควรไดร้ ับมาตรฐาน และต้องผ่านการตรวจรับรองจากกองชง่ั ตวงวดั กรมการค้าภายใน
กระทรวงพาณิชย์

วิธกี ำรใชง้ ำน
1. เครื่องช่ังมีท้ังขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก เครื่องชั่งมีต้ังแต่ขนาด 500 กรัม 1 กิโลกรัม และ 7 กิโลกรัม
เป็นต้นไป ทาจากพลาสติก โลหะ ชนดิ ท่ีทาจากโลหะมีความทนทานกว่าพลาสติก การเลือกเครื่องชั่งที่ใช้ใน
ครัวเรอื นควรเลือกเครอื่ งชง่ั ทม่ี ีความละเอียดขนาด 500 กรัม หรือ 1 กิโลกรัม (สมบรู ณ์ มัน่ ความดี, 2558)
2. โต๊ะสาหรับวางเครอื่ งชงั่ จะต้องมนั่ คงแขง็ แรงไมส่ น่ั ไม่แอ่นตัว
3. เคร่ืองชงั่ จะตอ้ งตง้ั ระดับลูกนา้ เพ่อื ให้เคร่ืองช่งั สมดุล
4. ขาของเคร่อื งชั่งทกุ ขาจะตอ้ งต้งั บนพ้ืนตลอดเวลา
5. เปิดเคร่ืองทิ้งไว้ประมาณ 15 – 30 นาที ก่อนใช้งานดูค่าเร่ิมต้นของเคร่ืองช่ัง โดยเคร่ืองชั่ง
ดจิ ิตอลใหเ้ ริ่มจาก 0.00 หรือเครอ่ื งชงั่ แบบเข็มใหเ้ ข็มชไี้ ปทเ่ี ลข 0 เท่าน้ัน
6. การชัง่ นา้ หนกั ตอ้ งวางสิ่งทีต่ ้องการชั่งตรงกลางจานช่งั
7. ควรรีบนาสิ่งของที่ช่ังออกจากจานช่ังเมื่อชั่งเสร็จแล้ว เพ่ือหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
และความช้นื ภายในเครือ่ งชัง่
8. อุณหภูมิภายในห้องเคร่ืองช่ังควรคงท่ี เนื่องจากอุณหภูมิที่เปล่ียนไป 1 องศาจะทาให้เคร่ืองชั่ง
อา่ นคา่ ผดิ ไป 1 - 2 ส่วนในลา้ นสว่ น และไม่ควรชั่งของขณะร้อน ตอ้ งรอใหเ้ ยน็ ลงจนถงึ อุณหภูมหิ อ้ งเสยี ก่อน
9. ปอ้ งกันกระแสลมจากเครื่องปรับอากาศหรอื เครือ่ งมอื ท่ีทาใหเ้ กิดกระแสลม ซ่งึ จะรบกวนการชงั่
10. การชง่ั น้าหนกั ควรช่ังในชว่ ง 1/3 - 2/3 ของค่าพกิ ดั สงู สดุ ของเครอื่ งชง่ั
11. ไมค่ วรชัง่ นา้ หนกั เกินคา่ พิกัดสงู สุดของเครือ่ งชง่ั
12. หา้ มชงั่ สารเคมีหรอื วัสดตุ า่ ง ๆ บนจานช่ังโดยตรง
13. วางเครอ่ื งชัง่ ให้หา่ งจากหนา้ ตา่ ง เพราะแสงสวา่ งจากดวงอาทติ ย์อาจทาให้คา่ น้าหนกั ไม่แมน่ ยา
วิธกี ำรดแู ลรกั ษำ
1. เก็บในอณุ หภูมทิ ่เี หมาะสม ไมร่ ้อน หรอื ช้ืนจนเกินไป
2. ไม่ควรช่งั ของที่มีนา้ หนกั เกินพกิ ัดของเครือ่ งชั่ง
3. ปดิ รูเพอื่ ปอ้ งกันหนูและแมลงสาบเขา้ ไปทาลายแผงวงจร
4. ไมค่ วรเสียบชาร์จแบตเตอร่ีในระหวา่ งการใช้งาน
5. ทาความสะอาดเคร่อื งช่ังอย่เู สมอ หรอื ทุกคร้ังหลังใช้งาน

2. ถ้วยตวงของแห้ง (Measuring Cup)
ถ้วยตวง ใช้สาหรับตวงส่วนผสมที่เป็นของแห้งชนิดต่าง ๆ เช่น แป้ง น้าตาล เนื้อสัตว์ ผัก ถั่ว เป็นต้น
มี 4 ขนาด เรยี กวา่ 1 ชดุ ประกอบดว้ ย

- ขนาด 1 ถว้ ยตวง (One cup)
- ขนาด 1/2 ถ้วยตวง (One half measuring cup)
- ขนาด 1/3 ถว้ ยตวง (One third measuring cup)
- ขนาด 1/4 ถว้ ยตวง (One fourth measuring cup)

8

โดยท่ีบริเวณของก้นถ้วยตวงแต่ละใบ จะบอกขนาดของถ้วยตวงไว้อย่างชัดเจน ถ้วยตวงของแห้ง
มกั ทาจากวัสดุ เชน่ อลูมเิ นยี ม พลาสตกิ และ สเตนเลส ซงึ่ มรี ปู ทรง และขนาดมาตรฐานของถว้ ยตวงเหมอื นกัน

วิธีกำรเลือกซ้ือ ควรเลือกซื้อชนิดท่ีหาซ้ือง่าย ทนต่อการใช้งาน น้าหนักเบา และราคาประหยัด
มีที่จบั ยน่ื ออกมา และติดแนน่ กบั ถ้วยตวง งา่ ยตอ่ การดูแลรักษา และทาความสะอาด ทาให้มีอายุการใช้งาน
ทน่ี านย่งิ ขนึ้

วธิ กี ำรใชง้ ำน ใชต้ วงส่วนผสมประเภทของแห้งชนิดตา่ ง ๆ เช่น แป้ง น้าตาล ถ่ัว เนื้อสัตว์ เลือกใช้
ให้เหมาะสมกับขนาดที่ต้องการ โดยวางถ้วยตวงขนาดที่ต้องการบนโต๊ะพื้นราบเรียบใช้มือข้างหน่ึงจับถ้วย
ตวงไว้ ส่วนอีกมือหน่ึงตักส่วนผสมของแห้งท่ีต้องการตวงใส่ลงในตวงให้พูนถ้วย (ห้ามเขย่า หรือ เคาะถ้วยตวง)
ใช้ท่ีปาด (สปาตลู า่ – Spatula) หรอื วัสดุท่ีมีสนั เรียบตรงปาดส่วนท่พี นู ออก

วธิ ีกำรดแู ลรักษำ
- เมื่อเลกิ ใชง้ านควรล้างใหส้ ะอาด เช็ดให้แห้งสนิท เกบ็ เข้าที่ให้เรียบร้อย
- ถ้วยตวงที่ทาจากวัสดุพลาสติก ควรทาความสะอาดโดยใช้ฟองน้า หรือ ผ้านุ่ม ๆ เช็ดถูขณะล้าง
ทาความสะอาด เพื่อไม่ให้พลาสตกิ เปน็ ร้ิวรอยการขดี ข่วน
- ควรระวังอย่าใหห้ ว่ งสาหรับถ้วยตวงหลดุ หาย เพอื่ ท่จี ะไดด้ แู ลรกั ษาให้ถ้วยตวงอย่คู รบชุด

ภาพท่ี 9 : ถ้วยตวงของแหง้
โดย ศนู ยว์ งเดือน อาคมสุรทณั ฑ์

3. ถว้ ยตวงของเหลว (Liquid measuring cup)
ถ้วยตวงของเหลว ใช้สาหรับตวงส่วนผสมท่ีเป็นน้า หรือของเหลวที่สามารถไหลรินได้ เช่น น้า นม
น้ามัน น้าเชื่อม น้ากะทิ เป็นต้น ถ้วยตวงทามาจากวัสดุที่โปร่งใส เช่น แก้ว หรือพลาสติกใส เพ่ือสามารถ
มองเห็นของท่ีนามาตวงได้ชัดเจน ผิวด้านนอกของถ้วยตวงชนิดน้ี จะมีขีดแสดงเครื่องหมาย และตัวเลข
กากับติดอยู่เพ่ือบอกค่าปริมาตรถ้วยตวง 1 ใบ สามารถบอกค่าปริมาตรไว้หลายมาตรา เช่น 1 ถ้วยตวง มีขีด
แสดงเครื่องหมาย และมเี ลขกากบั บอกปรมิ าตรเป็นถ้วยตวง เช่น 1/4 1/3 1/2 2/3 3/4 และ 1 ถ้วยตวง ไว้ด้านหนึ่ง
อีกด้านหน่ึงบอกปริมาตรเป็นออนซ์ เช่น 2 4 6 และ 8 ออนซ์ หรือบอกปริมาตรเป็นลิตร ปอนด์ ไปน์ เป็นต้น
ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หากต้องการตวงของเหลวเป็นจานวนมาก อาจใช้ถ้วยตวงขนาดใหญ่ที่มีขนาดบอก
ปรมิ าตรมากกว่า 1 ถ้วย จะสะดวกและรวดเร็วกว่า
วิธีกำรเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อถ้วยตวงที่มีขีดบอกปริมาตรได้ง่าย และชัดเจน ทาจากวัสดุโปร่งใส
และทนความรอ้ นได้ดี
วธิ กี ำรใช้งำน ใช้ตวงส่วนผสมประเภทของเหลว เช่น น้า นม น้ามัน น้าเช่ือม น้ากะทิ โดยวางถ้วยตวง
บนพืน้ ราบเรยี บ เทส่วนผสมทต่ี อ้ งการตวงลงในถ้วยตวงให้ได้ปรมิ าตรพอดกี บั ปากถว้ ยตวง
วิธกี ำรดแู ลรักษำ
- หา้ มให้ถ้วยตวงแกว้ ตกพ้นื เพราะจะทาใหแ้ ตกรา้ ว หรือบิ่นได้
- ใช้ผา้ นุม่ ๆ หรอื ฟองนา้ จมุ่ นา้ ยาลา้ งจานเชด็ ถใู หท้ ว่ั ลา้ งดว้ ยนา้ สะอาด 2-3 ครง้ั หรอื จนกว่าจะสะอาด

9

- คว่าให้สะเด็ดน้า และแห้งสนิท นาเก็บเข้าท่ีให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง
เพราะจะทาใหแ้ ก้วขุ่นมัว ไม่ใสสะอาด

ภาพที่ 10 : ถ้วยตวงของเหลว
โดย ศูนยว์ งเดือน อาคมสุรทณั ฑ์

4. ชอ้ นตวง (Measuring spoon)
ช้อนตวง ทาด้วยวัสดุท่ีเป็นอลูมิเนียม สเตนเลส และพลาสติก ใช้สาหรับตวงของแห้ง และของเหลว
ทีม่ ีปริมาณเพียงเล็กน้อย มีดว้ ยกัน 4 ขนาด เรียกวา่ 1 ชุด ประกอบด้วย
- ขนาด 1 ชอ้ นโต๊ะ (1 Table spoon)
- ขนาด 1 ชอ้ นชา (1 Tea spoon)
- ขนาด 1/2 ชอ้ นชา (1/2 Tea spoon)
- ขนาด 1/4 ชอ้ นชา (1/4 Tea spoon)
วธิ ีกำรเลอื กซ้อื ควรเลือกซือ้ ชอ้ นตวง ชนดิ ท่ที าดว้ ยวสั ดุที่แข็งแรง ทนต่อการใช้งาน มีตัวเลขบอก
ขนาดให้เหน็ ชัดเจนที่ดา้ มจับช้อนตวง
วธิ กี ำรใช้งำน ใช้ตวงส่วนผสมท่ีเป็นของแห้งและของเหลวในปริมาณไม่มาก ในกรณีตวงส่วนผสม
ท่ีเป็นของเหลว ตักส่วนผสมท่ีต้องการตวงให้เต็มพอดีกับขอบช้อนตวงขนาดที่ต้องการ สาหรับส่วนผสมท่ี
เป็นของแห้ง ให้ใช้ชอ้ นตวงขนาดท่ตี อ้ งการตกั ของแหง้ ให้พูนช้อน ใช้ท่ีปาด (สปาตูล่า - Spatula) หรือวัสดุ
ทีเ่ รยี บตรง ปาดส่วนผสมที่เกนิ พูนช้อนตวงออก ใหเ้ หลอื สว่ นผสมทตี่ ้องการอยู่ในชอ้ นตวงเรียบเสมอปากขอบชอ้ นตวง
วิธกี ำรดแู ลรกั ษำ ดแู ลอยา่ ให้ช้อนตวงแยกหลุดออกจากหว่ งคล้อง เพื่อจะไดอ้ ยู่ครบชดุ ไมส่ ญู หาย
เม่ือเลิกใชง้ านควรล้างทาความสะอาดทันที และใชผ้ า้ สะอาดเชด็ ใหแ้ หง้ สนิทนาเกบ็ เข้าทใ่ี หเ้ รียบร้อย

ภาพท่ี 11 : ช้อนตวง
โดย ศนู ยว์ งเดือน อาคมสุรทณั ฑ์

10

5. มดี (Knife)
มดี เป็นเคร่ืองมือชนิดแรกท่ีมนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นเพ่ือใช้ในชีวิตประจาวันมาอย่างยาวนาน เกี่ยวข้อง
สัมพันธ์กับแทบจะทุกกิจกรรมในการดาเนินชีวิต มีดเป็นเคร่ืองมือตัดเฉือนชนิดมีคมสาหรับใช้ สับ ห่ัน
เฉอื น ปาด บางชนดิ อาจมปี ลายแหลมสาหรับกรีด หรอื แทง มกั มีขนาดเหมาะสมสาหรับจับถือด้วยมือเดียว
วัสดทุ ใี่ ช้ผลติ ใบมีดและด้ามจบั มคี ุณสมบัตทิ แี่ ตกต่างกันออกไป
วิธกี ำรเลือกซือ้
- มีดสเตนเลส หรือเรียกว่าโลหะทรานซิช่ัน มีข้อดีหลายประการ จึงนิยมเลือกมาใช้รวมถึงอาชีพเชฟ
เช่น มีความแข็งแรง ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีกว่าเหล็ก High Carbon มีน้าหนักพอเหมาะ ไม่ข้ึนสนิม สามารถ
นาไปลบั คมไดง้ ่าย แต่ก็ทาให้เสียความคมได้เร็ว นอกจากน้ีผิวสเตนเลสท่ีมีความมันวาวทาให้สิ่งสกปรกติด
ยากจงึ ปลอดภัยจากการปนเป้ือนในอาหารได้
- มีดเหล็ก High Carbon คนส่วนใหญ่นิยมใช้มีดที่ทาจากเหล็ก ใช้ถนัดกระชับมือ หาซื้อง่าย
มีความแข็งแกร่งคงทน หนาหนักใช้ได้นาน แม้เกิดสนิมง่าย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่บางย่ีห้อมีสาร
ตา้ นสนมิ มากขน้ึ แตก่ ย็ ังต้องหมัน่ ลบั คมเปน็ ประจา
- มีดเซรามิก ทาจาก Zirconium Dioxide (เซอร์โคเนียม ไดออกไซด์) ซึ่งมีความแข็งแรงและคม
ด้วยคณุ สมบัตทิ ี่แกร่งรองจากเพชร จงึ สามารถใช้ไดน้ านโดยไม่ต้องลับคม นา้ หนกั เบาหยบิ ใช้งา่ ย แต่มีความ
เปราะบาง แตกหักได้จึงไม่เหมาะกับงานสับของท่ีมีความแข็งมาก ๆ เช่น กระดูก ก้อนน้าแข็ง อาหารแช่แข็งที่
ยงั ไมล่ ะลายน้าแขง็ เปน็ ตน้
วิธกี ำรใชง้ ำน
- มีดห่ัน ใช้หั่นของทั่วไป ตัวมีดยาวกว่ามีดปอก ยาวประมาณ 5 น้ิวฟุต ไม่รวมด้ามปลายแหลม
จะสะดวกในการเลาะกระดูก มีดหน่ั มคี วามคมบาง ถ้าหนาเกนิ ไปจะหั่นลาบากของทีห่ ั่นออกมาจะไมส่ วย
- มีดปอก ตัวมีดสั้นประมาณ 3 นิ้ว ใบมีดเล็กกว่ามีดห่ัน มีท้ังชนิดปลายแหลมและปลายมน
ใชป้ อกเปลือกผกั ผลไม้ ปลายมดี แหลมเพ่ือเจาะหรือแซะ
- มดี สบั ตวั มดี กว้างมีสันหนา เพือ่ ใหม้ ีน้าหนกั มาก ใชส้ ับอาหารให้ละเอียดเท่าทีต่ อ้ งการ
- มีดคว้าน ใบมีดเรียว ปลายแหลมเรียวเล็ก โค้งเล็กน้อย ใช้สาหรับเซาะหรือคว้านผลไม้หรือ
แกะสลักผกั
- มีดแล่ ใบมีดค่อนข้างโค้งและหนา มีหยักฟันปลาใช้เนื้อสัตว์ ออกจากกระดูกได้ ใช้แล่เลาะ
เนอ้ื สตั วท์ ีป่ รงุ รอ้ น ๆ ออกจากกระดกู
- ท่ปี อก ใชป้ ลอกเปลือกโดยเฉพาะ ลักษณะคมมดี หนั เข้าหากนั และมดี า้ มถอื มีดทาจากโลหะต่าง ๆ กนั
วิธีกำรดูแลรักษำ เลือกใช้มีดให้ถูกวัตถุประสงค์ในการเตรียมอาหาร เช่น ไม่ใช้มีดสับมาหั่น
หรือไม่ใช้มีดคว้านมาปอก เป็นต้น เมื่อเลิกใช้งานควรทาความสะอาดเช็ดให้แห้ง เก็บไว้ให้ห่างจากมือเด็ก
และลับมดี ให้คมอยู่ตลอดเวลา

11

ภาพท่ี 12 : มดี ชนดิ ต่าง ๆ
โดย ศนู ยว์ งเดอื น อาคมสุรทณั ฑ์

6. เขยี ง (Cutting Board)
เขียง ประกอบไปด้วยเขียงไม้ และเขียงพลาสติก มีท้ังท่ีทาด้วยไม้และพลาสติก เขียงท่ีทาจากไม้
เน้ือแข็งสามารถสับอาหารบนเขียงได้ แต่เขียงที่ทาจากไม้เนื้ออ่อน และเขียงท่ีทาจากพลาสติก เหมาะสาหรับ
ใช้หน่ั หรือซอยอาหารเท่านนั้
เขียงพลาสติก มีน้าหนักเบา พื้นผิวเรียบสะดวกต่อการใช้งาน มีให้เลือกหลายสี สามารถแยก
ประเภทการใช้งานไดอ้ ย่างชัดเจน หาซือ้ ได้งา่ ย และทสี่ าคัญคือ ทาความสะอาดง่าย ไม่เกบ็ กลิน่ ซ่งึ สามารถ
แบ่งแยกสีของเขียงตามชนิดของวัตถุดิบ และแบ่งประเภทตามการใช้งาน เพื่อป้องกันสารปนเป้ือนจาก
วัตถดุ บิ ที่ใช้ เขียงมที ง้ั หมด 6 สี ได้แก่
เขียงสีแดง ใช้กับเน้ือสัตว์ดิบ เพราะอาหารที่เป็นเน้ือมีสีแดง เช่น เน้ือวัว ดังน้ันเพ่ือให้ง่ายต่อการ
ทาอาหารประเภทเดียวกันควรใชเ้ ขียงสเี ดยี วกนั
เขยี งสีเหลอื ง ใชส้ าหรับห่นั เน้อื สตั ว์ปกี ดบิ เพราะสีเหลอื งเป็นสขี องลกู ไก่และลกู เป็ด จึงง่ายต่อการ
จาวา่ สเี หลอื งคอื สตั วป์ กี
เขียงสนี า้ ตาล ใช้กบั เน้อื สัตวป์ รงุ สุก เพราะเน้อื ทปี่ รุงสุก และจาเป็นตอ้ งห่ันจะมสี ีน้าตาล ทาให้ง่าย
ตอ่ การจดจาว่าสีนา้ ตาลต้องคู่กบั เน้ือท่ปี รุงสุกแลว้
เขียงสีฟ้า ใช้กับเน้ือปลาหรืออาหารทะเลดิบ เพราะสีฟ้าเป็นสีของท้องทะเล จดจาได้ง่ายว่าสีฟ้า
ทะเลต้องคูก่ ับปลา
เขียงสีเขียว ใช้กับผักและผลไม้ เพราะสีเขียวเป็นสีของผัก เหมาะกับการจาว่าสีเขียวคือความสด
เป็นสขี องสลดั และผกั สด
เขียงสีขาว ใช้กับขนมปังและผลิตภัณฑ์จากนม เพราะสีขาวจะง่ายต่อการจาว่า คือ ผลิตภัณฑ์จากนม
ทาจากนม
วิธีกำรเลอื กซอ้ื ควรเลอื กซื้อเขยี งเป็นไม้เนอ้ื แขง็ ทาจากไมม้ ะขาม ไม่มีรอยร้าวหรือเขียงพลาสติก
เน้ือแข็ง ลักษณะจะดูสวยงาม มีราคาแพงกว่าเขียงไม้ เลือกเขียงพลาสติกตามประเภทสีของการใช้งาน
เพ่อื ป้องกันสารปนเป้ือนจากวัตถดุ บิ ทใี่ ช้
วธิ กี ำรใช้งำน การใช้เขียงเป็นทรี่ องสาหรับหนั่ สับ ซอย ควรเลอื กใช้ใหเ้ หมาะกับงานนั้น เช่น การ
หั่น ซอยใชเ้ ขยี งพลาสติกไดด้ ี แต่ไมค่ วรนาเขียงพลาสติกมาสับอาหาร การใช้เขียงอย่าใช้รวมกับอาหารคาว
จะทาใหอ้ าหารหวานมมี กี ลิน่ คาวได้
วิธีกำรดูแลรักษำ เมื่อเลิกใช้งานควรล้างทาความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในที่โปร่ง
อากาศถา่ ยเทเพือ่ ไม่ให้เขยี งมกี ลนิ่ และเป็นราได้

12

ภาพที่ 13 : เขยี งไม้และเขยี งพลาสตกิ
โดย ศนู ย์วงเดือน อาคมสุรทณั ฑ์

ภาพที่ 14 : เขยี งพลาสติก
ท่มี า https://thai.alibaba.com

7. ชำมผสมหรอื อำ่ งผสม (Mixing Bowls)
ชามผสม หรอื อ่างผสม (นรารัตน์ เล็กสิงห์โต, ม.ป.ป.) กล่าวว่า อ่างผสมมีหลายขนาด ทาด้วยวัสดุ
หลายชนิด เช่น สแตนเลส อลูมิเนียม แก้ว พลาสติก เป็นต้น ใช้สาหรับคลุกเคล้าส่วนผสมต่าง ๆ ให้เข้ากัน
มีหลายชนดิ และหลายขนาด แบง่ ตามวสั ดุและการใช้งานได้ ดังนี้
- อ่างสแตนเลส มีความหนา หนัก และทนทาน เหมาะสาหรับผสมอาหาร หรือใช้เป็นภาชนะ
สาหรบั การจัดเตรียมอาหาร เชน่ ลา้ งผัก ผลไม้ หรือเป็นภาชนะสาหรบั ใสอ่ าหาร เป็นต้น
- อ่างผสมแก้ว มีความหนา ใส และมีน้าหนัก มีทั้งแก้วทนไฟและแก้วใส เหมาะสาหรับการ
ทาอาหารเพื่อการสาธติ ซง่ึ ทาใหเ้ ห็นอาหารได้ชดั เจน ทาความสะอาดไดง้ า่ ย
- อ่างผสมเคลือบ การผสมอาหารบางชนิดควรใช้อ่างผสมเคลือบในการประกอบอาหาร เช่น
อาหารทีม่ สี ว่ นผสม น้าปูนใส เกลือ ไข่ ถ้าเป็นภาชนะประเภทโลหะ เหล็ก หรืออลูมิเนียม ซ่ึงสารประกอบ
โลหะอาจทาใหเ้ กดิ การปนเปือ้ นลงในอาหารกอ่ ให้เกิดอนั ตรายได้ ดงั น้นั การใชช้ ามผสมหรอื อ่างผสมเคลือบ
ใหเ้ หมาะสมกบั อาหารทีเ่ ปน็ กรด ควรระมัดระวังห้ามไมใ่ หต้ กอาจทาใหส้ ว่ นที่เคลอื บกะเทาะออก
- อ่างผสมอลมู เิ นยี ม ไม่เหมาะสมสาหรับนามาอาหารท่ีมีรสเปรย้ี วหรือนามาตีไข่
- อ่างผสมพลาสติก เป็นภาชนะที่เหมาะสมกับการเตรียมอาหารท่ีหมัก สะดวกสบายในการหยิบจับ
อ่างพลาสติกไมเ่ หมาะสาหรับการตไี ขห่ รือนามาผสมอาหาร
- อ่างผสมกระเบ้ือง เหมาะสาหรับกับการผสมอาหารทุกชนิด ภาชนะกระเบ้ืองทนต่อความเป็น
กรดและดา่ งไดด้ ี

13

วิธีกำรเลือกซ้ือ ควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับชนิดปริมาณของอาหารและขนม และการใช้งาน
ข้อสาคัญไม่ควรเป็นสนิม เลือกซื้อตามวัตถุประสงค์การใช้สอย ควรเลือกอ่างท่ีมีรูปร่างโค้งเรียบไม่หักมุม
เพอื่ ชว่ ยในการผสมและทาความสะอาดไดง้ ่าย

วิธีกำรใช้งำน การใช้งานของอ่างผสมแต่ละชนิดควรใช้ให้เหมาะสมกับงานหรือชนิดของอาหารและ
ขนมที่จะเตรียมหรือปรุง ตลอดจนปริมาณของอาหาร เพราะอ่างมีขนาดใหญ่เกินไปอาหารก็จะดูน้อยใน
ภาชนะ หรืออา่ งเล็กเกนิ ไปอาหารก็จะล้น โดยมีหลกั พิจารณา ดังน้ี

1. อ่างผสมเคลอื บ แกว้ สแตนเลส เหมาะสาหรบั อาหารท่มี ีสภาพเป็นกรด
2. อ่างผสมอะลมู ิเนียมไม่เหมาะสาหรบั อาหารท่มี สี ภาพเปน็ ด่าง - กรด เมื่ออาหารทาปฏิกิริยากับ
อะลูมเิ นียม ทาให้อาหารมีสีคล้าไม่น่ารับประทานอาหาร ข้อสังเกตอ่างผสมท่ีเป็นเครื่องแก้ว เคร่ืองเคลือบ
จะใชใ้ นการตีไข่ไดข้ ึ้นกว่าท่ีทาด้วยอะลมู ิเนียม เพราะไข่มีฤทธเิ์ ปน็ ดา่ งจะไม่ทาปฏิกิริยากบั ภาชนะอน่ื ยกเว้น
อะลูมิเนียม
วิธีกำรดูแลรักษำ เม่ือเลิกใช้งานควรล้างทาความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในที่โปร่ง
และอากาศถ่ายเท

ภาพท่ี 15 : ชามผสมหรอื อา่ งผสม
โดย ศูนยว์ งเดือน อาคมสรุ ทณั ฑ์

8. กระชอน (Colander)
กระชอน เป็นเคร่ืองกรองเพ่ือแยกน้าและกากจากกัน เช่น แยกน้ากะทิออกจากเนื้อมะพร้าว
ป้องกันส่ิงที่ไม่ต้องการหลุดลอดลงไปในน้ากะทิ ซึ่งมีลักษณะคล้ายตะแกรงรูโปร่งเล็ก สาหรับกระชอนค้ัน
กะทิทาด้วยอลูมิเนียม หรือไม้ไผ่แผ่นเล็กสานเป็นรูเล็ก ๆ และมีหูสองข้างเล็ก สาหรับพาดเกาะปากหม้อ
หรืออา่ งผสมเวลาท่จี ะคน้ั กะทิ
วิธีกำรเลือกซ้ือ กระชอนมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์
ของการใช้งาน
วิธีกำรใช้งำน กระชอนใช้สาหรับการคั้นกะทิ หรือกรองอาหารให้แยกส่วนเน้ือและส่วนน้าออก
จากกนั ตลอดจนใช้สาหรบั การพักอาหารให้สะเดด็ นา้ มที งั้ รูปทรงกลมและสี่เหลย่ี มมีหูยาวยื่นออกมาสาหรับ
พาดกับปากภาชนะ สาหรบั กระชอนอลูมิเนยี มมดี ้ามจบั
วิธีกำรดูแลรักษำ เมื่อเลิกใช้งานควรล้างทาความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในที่โปร่ง
และอากาศถ่ายเท

14

ภาพที่ 16 : กระชอน
โดย ศูนยว์ งเดอื น อาคมสรุ ทณั ฑ์

9. อปุ กรณ์ท่ใี ชใ้ นกำรหุงตม้ และน่ึง (Boilers and Steamers)
อุปกรณ์หุงต้มและนึ่ง ทามาจากวัสดุหลายชนิดด้วยกัน วัสดุที่มีความแตกต่างชนิดกัน จะมีคุณสมบัติ
การนาความรอ้ นที่แตกต่างกันไป ทามาจากวสั ดุประเภท ทองเหลือง สแตนเลสและอลูมเิ นยี ม โลหะชนดิ ต่าง ๆ
วิธีกำรเลือกซื้อ เลือกตามคุณสมบัติชนิดของวัสดุท่ีนามาทาภาชนะพ้ืนฐาน ขนาดของภาชนะ
ปริมาณความจุ รูปทรงของหม้อแต่ละประเภทให้เหมาะสมกบั การประกอบอาหารและขนม
วธิ กี ำรใช้งำน เลอื กใชใ้ ห้เหมาะสมกับการทางาน โดยดจู ากขนาดในการบรรจุ ความสะดวกในการ
ใช้งานและความเหมาะสมของอุปกรณช์ นิดนน้ั ทีต่ ้องใชร้ ว่ มกัน เชน่ ขนาดของเตาสัมพนั ธก์ ับขนาดของหม้อ
ความร้อนกับวัสดุที่นามาทาภาชนะนั้น ๆ หม้อที่ทาจากอลูมิเนียมจะนาความร้อนได้ดี ส่วนภาชนะท่ีทา
จากสแตนเลสสตีลจะนาความร้อนไม่ทวั่ ถงึ ทาให้อาหารบางส่วนไหม้ หรือบางส่วนดบิ
วิธีกำรดูแลรักษำ เม่ือเลิกใช้งานควรทาความสะอาดโดยใช้ครีมออฟทาร์ทาร์ 2 ช้อนโต๊ะ ละลายน้า
4 ถ้วย หรือ น้าส้มสายชู 1 ถ้วย ต่อน้าเปล่า 4 ถ้วย นาไปให้ความร้อนพออุ่นแช่ภาชนะอลูมิเนียมล้างทา
ความสะอาด เชด็ ให้แหง้ หรอื ตากแดดเก็บในทีโ่ ปรง่ และอากาศถ่ายเท

ภาพท่ี 17 : อปุ กรณท์ ใ่ี ชใ้ นการหุงตม้ และนงึ่ ได้แก่ หมอ้ ลังถึง หมอ้ แขก
โดย ศูนยว์ งเดือน อาคมสุรทณั ฑ์

10. ถำด (Tray)
ถาด ทาด้วยวัสดุเหล็กผสมดีบุก ภาชนะเคลือบ สังกะสี และอลูมิเนียม มีรูปร่างลักษณะต่าง ๆ กัน เช่น
รูปส่ีเหลี่ยม กลมลึก รูปไข่ เป็นต้น การใช้งานส่วนใหญ่ใช้วางวัตถุดิบ และส่วนผสมสาหรับเตรียมก่อน
ขน้ั ตอนการทา หรอื นาเข้าเตาอบตามวตั ถุประสงคใ์ นการใชง้ าน
วธิ กี ำรเลือกซอ้ื ควรเลอื กซือ้ ให้เหมาะสมตามประโยชน์ใชง้ าน
วิธีกำรใช้งำน ถาดใชส้ าหรับวางอาหารและขนมเพื่อพกั รอกอ่ นขนั้ ตอนการทาต่อไป
กำรเกบ็ รกั ษำ เม่ือเลิกใช้งานควรล้างให้สะอาด ผ่งึ ให้แหง้ หรือเช็ดให้แห้ง

15

ภาพท่ี 18 : ถาดอลูมเิ นยี ม
โดย ศนู ยว์ งเดอื น อาคมสรุ ทณั ฑ์

11. กระบวยสแตนเลส (Stainless Steel Dipper)
กระบวย เป็นภาชนะตักน้า สมัยโบราณทาด้วยกะลามีด้ามถือ กระบวยในปัจจุบันทาจากสังกะสี
อะลมู ิเนยี ม ทองแดง หรอื พลาสตกิ เป็นตน้ บางชนิดมกี ระบวยขนาดพเิ ศษยาว 1.2 เมตร
วิธีกำรเลือกซอื้ การเลือกกระบวยสแตนเลส ใหค้ านึงถงึ วัตถุประสงค์ในการใช้งาน เช่น ใช้สาหรับ
ทาอาหาร ทอด ผัด เจียว ควั่ หรือใชส้ าหรบั ตักน้าซุป นา้ แกง หรอื น้าจิ้ม เลือกตัวด้ามท่ีทาจากแบ็กกาไลท์
ทนต่อความร้อน ทาให้จับได้ถนัดมือ หัวกระบวยเป็นสแตนเลสเน้ือดี แข็งแรงทนทาน เนื้อสแตนเลสทาให้
ทนทานต่อความรอ้ น และทาความสะอาดงา่ ย ไมเ่ ป็นสนิม
วิธีกำรใช้งำน ใช้สาหรับตัก ลวก ต้ม จุ่ม โดยมีหลายชนิดตามการใช้งาน เช่น กระบวยตักแกง
กระบวยโปร่ง กระบวยตักน้าจิ้ม กระบวยน้าซุป กระบวยสุกี้ กระบวยหม้อไฟ กระบวยด้ามไม้ กระบวยด้ามงอ
กระบวยตวง เปน็ ตน้
วธิ กี ำรเกบ็ รักษำ เมื่อใชง้ านแลว้ ควรล้างทาความสะอาดดว้ ยน้ายาล้างจานท่ัวไป เช็ดหรอื ผ่งึ ใหแ้ หง้
กอ่ นจดั เกบ็

ภาพที่ 19 : กระบวยสแตนเลส
โดย ศนู ย์วงเดอื น อาคมสรุ ทณั ฑ์

12. ผ้ำขำวบำง
ผา้ ขาวบาง มลี ักษณะเปน็ ผา้ สขี าว บาง โปรง่ คล้ายผา้ มุ้ง แต่มคี วามสะอาด ความกว้างของผ้าขาวบาง
จะมีขนาดไม่เท่ากัน ตามสภาพการใช้งาน ส่วนใหญ่จะนามากรองส่ิงท่ีไม่พึงประสงค์ไม่ให้เข้าลงไปผสมกับ
อาหาร ขนม หรอื นา้ ทจ่ี ะรบั ประทาน
วธิ กี ำรเลือกซอ้ื ควรเลือกซือ้ ผ้าขาวบางท่มี ีลักษณะสะอาดใหม่ ไม่มสี ิ่งสกปรกตดิ อยู่
วิธีกำรใช้งำน ผ้าขาวบางใช้สาหรับกรองส่วนผสมเพื่อแยกกากหรือส่ิงต่าง ๆ ออกจากส่วนที่เป็น
ของเหลว หรือคลมุ อาหารและขนมเพอ่ื ป้องกนั สิง่ สกปรก หรือไมใ่ ห้ขนมแห้ง
วิธีกำรเก็บรกั ษำ เม่ือเลกิ ใช้งานควรซักทาความสะอาดสง่ิ สกปรก และผ่งึ ให้แหง้ กอ่ นจัดเก็บ

16

ภาพท่ี 20 : ผา้ ขาวบาง
โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทณั ฑ์

13. ครก
ครก เปน็ เครอื่ งบดประจาครวั ไทยท่สี าคัญ ทาจากวสั ดุประเภทหิน ดิน และไม้ ครกหินมีคุณภาพดี
เนื้อหินจะมีความแข็ง สีออกเขียว หากเน้ือครกหยาบขณะที่โขลก เนื้อหินจะติดปนมากับอาหารท่ีโขลก
การใช้ครกแตล่ ะชนิดขึ้นอยกู่ บั ส่งิ ท่ีต้องการ เชน่ ถา้ ตอ้ งการความละเอียดใช้ครกหินดีท่ีสุด แต่ถ้าใช้ครกดิน
เผาจะทาใหอ้ าหารเขา้ กนั แตไ่ มต่ ้องการละเอียดสามารถใชด้ ินเผาหรือครกไมจ้ ะเหมาะสมกับการใชง้ านได้ดีกว่า
วธิ ีกำรเลือกซอ้ื ให้เลือกซือ้ ตามความเหมาะสมกบั การใช้งาน
วิธีกำรใช้งำน ใช้สาหรับโขลกอาหารให้ละเอียดมากน้อยตามต้องการ เช่น การโขลกน้าพริก
ถ่วั ลิสง บดเผือก การโขลกเครอื่ งแกงใหล้ ะเอียดควรใช้ครกหนิ จะไดเ้ ครือ่ งแกงที่ละเอยี ดผสมเข้ากันเป็นเน้ือ
เดียวกัน
วิธีกำรเก็บรักษำ เม่ือเลิกใช้งานแล้วควรล้างทาความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในท่ีโปร่ง
อากาศถา่ ยเทเพื่อไม่ให้ครกมกี ลน่ิ

ภาพที่ 21 : ครกหิน
โดย ศูนย์วงเดอื น อาคมสุรทณั ฑ์

17

ควำมรูพ้ ้ืนฐำนในกำรจัดกำรเรยี นรู้ตำมหลกั สูตรอำหำรสตู รพระรำชทำน
สมเดจ็ พระกนษิ ฐำธิรำชเจ้ำ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นรำชสดุ ำ ฯ สยำมบรมรำชกมุ ำรี

หลักสตู รวิชำชพี ระยะส้ัน รปู แบบกลมุ่ สนใจ
ศูนย์วงเดอื น อำคมสุรทณั ฑ์ ศูนย์ฝกึ อำชีพรำษฎรตำมพระรำชดำริ จงั หวดั อุทัยธำนี

บทนำ
สมเดจ็ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงกล่าวไว้

ในไดอารี่ว่า “ข้าพเจ้ามีของขวัญพิเศษ คือตารากับข้าว 10 อย่างท่ีข้าพเจ้าเขียนเอง ทั้งภาษาไทย และ
ภาษาอังกฤษ กับข้าวเหล่านี้ ข้าพเจ้าทาเอง ชิมเอง ถ่ายรูปเอง บางรูป รูปที่ไม่ได้ถ่ายเป็นฝีมือพวกผู้ช่วย
ในครัว ไม่ใช่ชา่ งภาพอาชีพ” เมื่อทรงนึกตารับอาหารได้แต่ละตารับ ก็ทรง “เข้าครัว” ทดลองต้ังแต่ต้นปีที่
ผา่ นมา ทรงทดลองประกอบพระกระยาหารทลี ะตารับในวนั อาทติ ยท์ ่จี ะพอทรงมเี วลาว่าง มีท่านผู้หญิงจันทิมา
พึงบารมี ผู้ดูแลพระกระยาหารเป็นผู้ช่วย และมีกลุ่มพระสหายเป็นผู้คอยติชม ทรงกล่าวไว้ในคานาว่า
“ความท่ีไมค่ ่อยมปี ระสบการณ์ในการเขียนตารากับข้าว จึงอาจจะใช้คาพูดไม่ถูกต้อง แต่รับรองว่าอาหารท่ี
เขียนไว้น้ันอร่อยทุกอย่าง” และยังทรงเสริมด้วยพระอารมณ์ขันว่า “ถ้าท่านทาแล้วไม่อร่อยเป็นความผิด
ของท่านเองท่ีทาไม่อร่อย” (เชียงใหม่นิวส์, 2549, น. 7) การประกอบพระกระยาหารซึ่งถือเป็นหนึ่งใน
พระปรีชาสามารถของสมเดจ็ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ทปี่ ระชาชนตา่ งประจักษแ์ จ้งและประทบั ใจ ด้วยอาหารท่ีทรงปรุงน้ันมีข้ันตอนท่ีไม่ยุ่งยาก และอร่อยมากด้วย
คณุ ประโยชน์ (มูลนธิ ชิ ยั พัฒนา, 2558, น.4) การประกอบพระกระยาหารทรงงานอดิเรกที่โปรด ซึ่งมีทั้งท่ีทรงคิด
ตารับอาหารเอง และทรงประยุกต์จากสูตรอาหารที่มีอยู่แล้ว มีท้ังอาหารไทยและอาหารฝรั่ง ส่วนใหญ่เป็น
อาหารเพ่ือสุขภาพ ทรงจดบันทึกสูตรอาหารและวิธีทาไว้ทุกคร้ัง และได้พระราชทานสูตรอาหารให้ผู้สนใจ
หรือหน่วยงานต่าง ๆ นาไปเผยแพร่เพื่อสาธารณประโยชน์ต่อไป ตาราอาหารพระราชทานที่ได้มีการตีพิมพ์
มหี ลายเล่ม เช่น ครวั สระปทมุ เมนพู ระราชทาน 60 พรรษา อร่อยชัยพฒั น์ อรอ่ ยอทุ ยาน เป็นตน้

หลักสูตรอาหารสูตรพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกมุ ารี โดยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทณั ฑ์ ศนู ย์ฝกึ อาชพี ราษฎรตามพระราชดาริ จงั หวดั อุทัยธานี
ดาเนินการศึกษาเอกสารหนังสือครัวสระปทุม และหนังสือเมนูพระราชทาน 60 พรรษา ซ่ึงนาหลักการ
เนื้อหา และวิธีการประกอบอาหารไปทดลองฝึกปฏิบัติกับวิทยากรและครูผู้สอน รวบรวมเป็น 16 เมนู
ประกอบด้วย ยาพอกหัวเด็ก มัตสยาเกษียรสมุทร (ปลาช่อนอบ) กุ้งบ่อมรกต (กุ้งเผาสาหร่าย) ผัดพริกอ่อน ผัก
โขมปั้นก้อนอบ ซุปฟักทอง วัตเตนเมียร์ พายฟักทอง ขนมรวงผ้ึง หมูเสียบไม้ปิ้ง ไก่นาบกระทะ ซุปมะเขือเทศ
มันฝรั่งบดทอด น้าสลัดเมล็ดชา ข้าวตังน้ามันเมล็ดชา ยาสตรอเบอรี่น้ามันเมล็ดงาม้อน น้าพริกใบชา
งาม้อน จึงได้จัดทาหลักสูตรอาหารสูตรพระราชทาน เพ่ือเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในพระปรีชาสามารถเรื่องการประกอบพระกระยาหาร
และเผยแพร่อาหารสูตรพระราชทานให้กับประชาชน โดยมีจุดมุ่งหมายในการสร้างอาชีพเพื่อการมีงานทา
การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมที่กาลังจะสูญหาย และท่ีสาคัญยิ่ง ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ดาเนินการจัด
กจิ กรรมตามพระราชดาริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
เพ่ือให้มีการจัดทาและพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพตามพระราชดาริเพื่อการมีงานทาตามความต้องการของ
ประชาชนและชุมชน และใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรดู้ า้ นอาชพี ใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชประสงค์

18

โครงสรำ้ งเน้ือหำ
อาหารสูตรพระราชทาน เป็นอาหารเพ่ือสุขภาพที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย นอกเหนือจาก

สารอาหารหลักท่ีจาเป็นต่อร่างกาย นอกจากน้ีอาจช่วยลดอัตราเส่ียงต่อโรคต่าง ๆ และที่สาคัญคือการ
รับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะจะช่วยให้มีสุขภาพร่างกายท่ีแข็งแรง และส่งผลให้มีสุขภาพจิตที่ดี
ประเภทของอาหารเพื่อสุขภาพ ได้แก่ อาหารธรรมชาติ อาหารออแกนิก และอาหารเสริม เป็นอาหาร
ทางเลือกเพ่ือให้มีสุขภาพดี ปัจจัยสาคัญของอาหารที่ดีคือ ความหลากหลาย ซึ่งจะทาให้ได้รับสารอาหาร
อย่างครบถ้วน หลักการที่จะช่วยให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน คือ การเลือกรับประทานอาหารหลากสีให้
มากท่ีสุดเท่าท่ีจะเป็นไปได้ อาหารท่ีมีสีสันจะมีสารอาหารอยู่มากมาย เช่น สีแดง สีเขียว สีเหลือง สีส้ม
เป็นต้น อาหารเหล่านี้จะมีวิตามินป้องกันอนุมูลอิสระ สามารถปกป้องร่างกายจากโรคร้าย และได้รับวิตามินและ
เกลอื แรท่ ห่ี ลากหลาย

หลกั ในกำรบริโภคอำหำรเพอ่ื สขุ ภำพ
1. รับประทานอาหารใหค้ รบ 5 หมู่ แตล่ ะหมู่ใหห้ ลากหลาย และหมนั่ ดแู ลนา้ หนักตวั ใหป้ กติ
2. รบั ประทานขา้ วให้เปน็ อาหารหลกั ขา้ วควรรบั ประทานเปน็ ขา้ วกลอ้ งหรอื ข้าวซอ้ มมอื
3. รับประทานพชื ผกั ผลไมเ้ ปน็ ประจา เพราะพืชผกั ผลไม้มีทงั้ สเี ขยี ว สเี หลอื ง เป็นตน้
4. รับประทานปลาและเนอื้ สตั วท์ ี่ไมต่ ิดมนั ไข่ และถ่ัวเหลอื งเปน็ ประจา ดมื่ นมใหพ้ อเหมาะตามวัย
5. รับประทานอาหารทมี่ ีไขมนั แต่พอควร
6. หลีกเล่ียงการรบั ประทานอาหารท่มี ีรสหวานจดั และเคม็ จัด
7. หลกี เลย่ี งการรับประทานอาหารถนอม เช่น อาหารหมกั ดอง อาหารกระปอ๋ ง เป็นตน้
8. งดหรือลดเครื่องด่มื ท่เี ปน็ อนั ตรายตอ่ สุขภาพเชน่ เครอื่ งด่ืม แอลกอฮอล์ เป็นตน้
ประโยชนข์ องกำรรบั ประทำนอำหำรเพอื่ สุขภำพ
อาหารเพ่ือสุขภาพ ช่วยในการส่งเสริมสุขภาพ และลดความเส่ียงของการเกิดโรคต่าง ๆ สามารถ
รบั ประทานได้ในคนปกติ รวมทั้งคนป่วย เพราะอาจลดความเสี่ยงในโรคที่จะเกิดข้ึน หรือป้องกันโรคแทรก
ซ้อนหรือทาให้สุขภาพดีข้ึน ได้ประโยชน์มากขึ้นกว่าผู้ท่ีไม่ได้รับประทานอาหาร เพื่อสุขภาพ เช่น
เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค เพิ่มศักยภาพให้ระบบต่อต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ลดความเสี่ยงต่อการเกิด
โรคหวั ใจและหลอดเลือด ลดความเส่ยี งต่อโรคลมปจั จบุ ัน ลดความเส่ยี งตอ่ การเป็นมะเรง็ และลดความเส่ียงต่อ
การเป็นอัลไซเมอร์ พากินสัน โรคหืดหอบ โรคปอด และโรคท่ีเกิดจากความเส่ือมชนิดเรื้อรังอ่ืน ๆ เป็นต้น
ซ่งึ เปน็ อาหารธรรมชาติทผี่ ่านการแปรรปู น้อยท่สี ดุ เพื่อคงไว้ซงึ่ องค์ประกอบทางธรรมชาติของอาหารให้มาก
ท่ีสุด และขึ้นอยู่กับการเลือกรับประทานการผสมผสานให้ได้สัดส่วนท่ีเหมาะสม เพ่ือให้ร่างกายได้รับ
ประโยชน์มากท่ีสุด อาหารเพ่ือสุขภาพท่ีดีควรยึดหลักความสมดุลหลากหลาย และปริมาณท่ีเหมาะสมกับ
กิจกรรมการดารงชีวิตเปน็ หลัก สารอาหารท่ีจาเปน็ สาหรบั ร่างกายมี 6 ชนิด แต่ละชนิดมีหน้าท่ีแตกต่างกัน
ไป ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และน้า หลักท่ีต้องคานึงในการประกอบ
อาหารเพื่อสุขภาพ ประกอบดว้ ย
1. รบั รู้พลังงานจากสารอาหาร (ปรมิ าณแคลอร่ีท่ไี ด้รบั ในแต่ละมอื้ ) สารอาหารแต่ละประเภทจะให้
พลงั งานทไี่ ม่เท่ากัน เชน่ คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลงั งาน 4 แคลอรี โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี
และไขมัน 1 กรัม ให้พลงั งาน 9 แคลอรี เป็นต้น
2. เลือกวัตถุดิบทนี่ ามาปรงุ เปน็ อย่างดี วัตถุดิบท่ีดีไม่จาเป็นต้องเป็นของราคาแพง เน้นที่วัตถุดิบท่ี
ใหส้ ารอาหารจาเป็นต่อร่างกาย คมุ้ คา่ กบั จานวนเงิน เช่น
- เลอื กคาร์โบไฮเดรตชนิดดีทม่ี กี ากใยอาหารสูง เชน่ ข้าวซ้อมมือ ข้าวหอมนิล ข้าวสังข์หยด ธัญพืช
ไม่ขัดสี ผกั และผลไม้ ให้หลีกเลยี่ งคารโ์ บไฮเดรตทีไ่ ม่ดีที่อยูใ่ นรปู ของนา้ ตาล ขนม และของหวานตา่ ง ๆ

19

- เลอื กโปรตีนจากเน้อื ปลา หรอื โปรตีนจากพชื เช่น ถ่ัว เพ่ือช่วยลดไขมันในเลือด และยังสามารถ
ป้องกนั โรคหวั ใจได้ โปรตนี ทีม่ าจากเนอ้ื ตา่ ง ๆ ไก่ ปลา ไข่ และถวั่ ล้วนเป็นแหลง่ โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี
1 วิตามินบี 6 วิตามนิ บี 12 วิตามินดี วิตามินเค เหล็ก สังกะสีและฟอสฟอรัส นอกจากน้ันหากรับประทาน
โปรตนี จากพชื เช่น ถั่วต่าง ๆ ยงั มีองคป์ ระกอบของวิตามินอี กรดโฟลิก เส้นใยอาหารเพิ่มขน้ึ

- ไขมันอ่ิมตัว ไขมันทรานส์ และอาหารทอดกรอบ นมไขมันเต็ม เนื้อสัตว์ติดมัน เป็นสิ่งท่ีต้อง
หลีกเลี่ยงอย่างมาก เพราะหากรับประทานทานในปริมาณมากจะไปเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลในเลือดและ
เพ่ิมการอักเสบของหลอดเลือดได้ สาหรับไขมนั ดสี ามารถหาได้จากปลาทะเล และถ่วั เปลอื กแข็ง นกั วชิ าการ
ทางด้านโภชนาการแนะนาว่าอาหารทุก 2,000 แคลอรีท่ีรับประทานเข้าไป ควรจะมีไขมันดีประมาณ 27
กรัม (ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ) เช่น น้ามันมะกอก น้ามันเมล็ดชา น้ามันเมล็ดงาม้อน น้ามันราข้าว น้ามันถ่ัว
เหลอื ง น้ามันเมลด็ ทานตะวนั เป็นตน้

3. เนน้ การบรโิ ภคอาหารจาพวกผกั ผลไม้ ธญั พชื ไม่ขัดสี และผลิตภณั ฑน์ มไขมันต่า
4. รบั ประทานอาหารทม่ี ปี ริมาณเกลือหรือโซเดียมต่า แมโ้ ซเดยี มจะเป็นแรธ่ าตุทีจ่ าเป็นสาหรบั ชวี ติ
จาเป็นต่อการรักษาความสมดุลของของเหลวในร่างกาย นาสื่อประสาทถ่ายทอดไปยังส่วนต่าง ๆ และช่วย
ในการย่อยอาหาร โดยปกติร่างกายเราควรได้รับโซเดียมอย่างน้อย 500 มิลลิกรัม สูงสุดไม่เกิน 2,300
มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากับเกลือ 1 ช้อนชา น้าปลาหรือซีอิ๊ว 1 ช้อนชา จะมีโซเดียมเฉลี่ย 400 มิลลิกรัม
หากสามารถลดปรมิ าณลงได้ก็จะลดความเส่ียงการเพม่ิ ความดนั โลหิตไดม้ ากขน้ึ
น้ำมนั เมลด็ ชำ (Camellia Oleifera Seed Oil)
นา้ มนั เมลด็ ชา เป็นทางเลือกหนงึ่ ที่ดมี ีประโยชนต์ อ่ สุขภาพเปน็ ทร่ี ้จู กั และนามาประกอบอาหารกัน
แพร่หลาย จากคุณประโยชน์ที่มีอยู่ในตัวของน้ามัน ทาให้ได้รับสมญานามว่าน้ามันชาน้ันเป็นเสมือน
“น้ามนั มะกอกแหง่ โลกตะวนั ออก” และสามารถนามาใชใ้ นการผลิตเครอื่ งสาอาง สบู่ ผลติ ภัณฑบ์ ารงุ เสน้ ผม
ประโยชนข์ องนำ้ มนั เมล็ดชำ
น้ามันเมล็ดชา มีสารอาหารหลายชนิด ช่วยบารุงร่างกายและป้องกันโรคบางชนิดได้ โดยน้ามันเมล็ด
ชา มปี ระโยชน์ต่อสุขภาพ ดงั นี้
1. นา้ มนั เมลด็ ชามีส่วนชว่ ยลดคอเลสเตอรอลชนิดท่ไี ม่ดี คอเลสเตอรอลชนิดท่ีไม่ดี (Low-Density
Lipoproteins: LDL) เป็นคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีต่อร่างกาย หากมีคอเลสเตอรอลชนิดน้ีมากเกินไปอาจ
นาไปสู่การเกดิ โรคเกยี่ วกบั ระบบหัวใจและหลอดเลือด
2. น้ามันเมล็ดชา ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค
ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ
3. น้ามนั เมล็ดชา อดุ มไปดว้ ยสารตา้ นอนุมลู อิสระท่ีมฤี ทธส์ิ ูงอยา่ งวิตามนิ อแี ละสารคาเทชนิ
4. น้ามันเมลด็ ชา มีจดุ เกิดควนั สูงถึง 252 องศาเซลเซยี ส

20

ภาพท่ี 22 : นา้ มนั เมลด็ ชา
ที่มา : https://www.teaoilcenter.org
น้ามันเมล็ดชา มีองค์ประกอบของไขมันที่ดีต่อร่างกายไม่มีกรดไขมันทรานส์ ซี่งทาให้ร่างกาย
สามารถดูดซมึ วติ ามินเอ วิตามนิ ดี วิตามินอี และวิตามินเค ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากน้ามันเมล็ดชา
จะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระท่ีมีฤทธ์ิสูงอย่างวิตามินอี และสารคาเทชิน ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของ
น้ามันให้นานข้ึน น้ามันเมล็ดชายังมีจุดเดือดเป็นควันสูงถึง 252 องศาเซลเซียส (486 ฟาเรนไฮต์) ทาให้
สามารถประกอบอาหารได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทอดหรือการผัดในอุณหภูมิที่ไม่สูงมากนัก หรือ
เปน็ ส่วนผสมของนา้ สลัดหรือซอสหมักเนอื้ สัตว์
นำ้ มนั เมลด็ งำม้อน (Perilla Seed Oil)
น้ามันเมล็ดงาม้อน มีส่วนช่วยในเรื่องความจาและลดความเส่ียงของโรคความจาเส่ือม มีฤทธิ์ต้าน
การอักเสบ มผี ลดีต่อเรตนิ าในดวงตา และลดความเส่ียงของการเกิดหลอดเลือดอุดตัน โรคหัวใจ เป็นแหล่ง
ของกรดไขมันไม่อ่ิมตัวที่มีประโยชน์และจาเป็นต่อร่างกาย ประกอบด้วยโอเมก้า 3 ร้อยละ 55 - 60 ของ
กรดไขมันทัง้ หมดซ่ึงมบี ทบาทสาคัญตอ่ ระบบประสาทและสมองทเ่ี กี่ยวกบั การเรียนรู้ นอกจากน้ีน้ามันเมล็ด
งาม้อน ยงั ประกอบด้วย โอเมก้า 6 ร้อยละ 18 - 22 ของกรดไขมันท้ังหมด และโอเมก้า 9 ร้อยละ 11 - 13
ของกรดไขมันท้ังหมด ทั้งยังพบสาร Luteolin ซ่ึงเป็นสารในกลุ่ม flavonoids ที่มีฤทธ์ิต้านภูมิแพ้
(Anti- allergy) และต้านการอกั เสบ (Anti-inflammatory) ทงั้ ยังอดุ มไปดว้ ยธาตุฟอสฟอรัส และแคลเซยี ม

ภาพที่ 23 : น้ามันเมล็ดงาม้อน
ท่มี า : https://www.patpat9.com

21

หลกั สตู รอำหำรสตู รพระรำชทำน
สมเดจ็ พระกนษิ ฐำธริ ำชเจ้ำ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นรำชสุดำ ฯ สยำมบรมรำชกุมำรี

เมนซู ุปฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์ และเมนพู ำยฟักทอง

1. ควำมเปน็ มำ
พระราชนิพนธ์ครัวสระปทุม ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

สยามบรมราชกุมารี มีใจความว่า “เมื่อประมาณ 10 ปี ข้าพเจ้าไปอุทยานวัตเตนเมียร์ ทางเหนือของ
เยอรมนี หวั หน้าอทุ ยานขณะนนั้ คือ ดร. แบร์นด์ เชเรอร์ จากนั้นเราติดต่อกันมาตลอด ปีนี้เป็นปีครบรอบ
20 ปี ของอุทยาน แบร์นด์จึงเชิญข้าพเจ้ากลับไปวัตเตนเมียร์อีก คืนแรกค้างที่บ้านแบร์นด์ เราไปถึงบ้าน
แบร์นดต์ รงเวลาอาหารกลางวัน แบรน์ ด์ทาซุปฟกั ทองให้รับประทาน” ซุปฟักทอง วัตเตนเมียร์ เป็นซุปเน้ือ
ข้น รสชาติกลมกล่อม ได้ความหวานจากเน้อื ฟกั ทอง และความหอมของครีม อีกทงั้ ฟกั ทองยังมวี ติ ามินเอสูง
มเี บตา้ แคโรทีนซ่ึงเปน็ สารต้านอนุมูลอิสระ และยังได้รับประโยชนจ์ ากนา้ มันเมลด็ ชา ซงึ่ เปน็ สว่ นผสมในการ
ทาซุปฟกั ทอง วัตเตนเมยี ร์

พายฟักทอง ในพระราชนิพนธ์ครัวสระปทุม มีใจความว่า “สมัยเด็ก ๆ อ่านหนังสือเด็กชายชาวนา
ท่ีสุคนธรส แปลจากเร่ือง Farmer Boy ของ Laura Ingalls Wilder มีเร่ืองกินเยอะแยะ ท่ีมีกล่าวถึงบ่อย ๆ
คือพายฝักทอง ในหนังสือไม่ได้ มีวิธีทาพายแต่เราก็ทากันเองคงไม่เหมือนของฝรั่ง” พายฟักทองอุดม
ไปดว้ ยสารอาหารสาคัญนานาชนดิ ชว่ ยเสรมิ สรา้ งระบบภมู ิคมุ้ กนั ในร่างกายได้เป็นอย่างดี

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมี
พระราชดารใิ หป้ ระชาชนคนไทย สืบสาน อนรุ กั ษ์ รักษา ต่อยอดการทาอาหารเพื่อสุขภาพ เน่ืองจากสภาพ
วิถีการดารงชีวิตของประชาชนในปัจจุบันเปล่ียนไป การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี และสามารถ
ป้องกันโรคได้ เพื่อเป็นการสนองพระราชดาริในการพัฒนาประชาชนให้มีทักษะความรู้ในด้านอาชีพ
ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ในด้านการพัฒนาอาชีพ
และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้ตระหนักถึงการบริโภคอาหารที่มีคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อ
ร่างกาย และเล็งเห็นถึงความสาคัญของอาหารเพ่ือสุขภาพ เมนูอาหารสูตรพระราชทานของสมเด็จ
พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้ดาเนินการจัดทา
หลักสูตรเมนูซุปฟักทอง วัตเตนเมียร์ และหลักสูตรเมนูพายฟักทอง เพ่ือส่งเสริมให้ประชาชนได้เรียนรู้
วิธีการประกอบอาหารท่ีมีคุณค่าทางโภชนาการ และสามารถนาความรู้ท่ีได้รับไปประกอบอาหารบริโภค
ภายในครัวเรือน หรือนาไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
ตอ่ ไป

2. หลกั กำรของหลกั สูตร
2.1 เป็นหลกั สูตรทม่ี คี วามยืดหยนุ่ ในการจัดกระบวนการเรียนรูใ้ ห้เขา้ กบั กลุ่มเปา้ หมาย ระยะเวลา

การวดั และการประเมินผล
2.2 มุ่งพัฒนาประชาชนให้ได้รับการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ และการมีงานทาอย่างมีคุณภาพ

ท่วั ถึงและเท่าเทียม สามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ใหก้ ับตนเองและครอบครวั
2.3 มุ่งเน้นพัฒนาประชาชนให้เป็นบุคคลที่มีวินัย เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม มีจิตอาสา

มีความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ รบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเองและสงั คม
2.4 มุ่งเน้นกระบวนการกลมุ่ ฝึกปฏบิ ตั ิจริงของผเู้ รยี น

22

3. จุดประสงคข์ องหลกั สูตร
3.1 เพื่อให้ประชาชนมคี วามรู้ และความเขา้ ใจในเมนูซุปฟักทอง วตั เตนเมียร์ และเมนูพายฟกั ทอง
3.2 เพ่ือให้ประชาชนมที ักษะในการทาเมนซู ปุ ฟักทอง วัตเตนเมียร์ และเมนพู ายฟกั ทอง
3.3 เพอื่ ให้ประชาชนสามารถนาความรู้ท่ีไดร้ บั ไปประยกุ ตใ์ ช้ในการดารงชีวิต และนาไปประยกุ ตใ์ ช้

ในการประกอบอาชีพได้

4. จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้ เพือ่ ให้ผูเ้ รยี น
4.1 อธิบายความเป็นมาของเมนูซุปฟักทอง วตั เตนเมียร์ และเมนูพายฟักทองได้
4.2 อธบิ ายวัสดุ อุปกรณ์ และเลอื กใชไ้ ด้อย่างถกู ตอ้ ง
4.3 อธิบายขัน้ ตอนการทาเมนซู ปุ ฟกั ทอง วัตเตนเมียร์ และเมนูพายฟักทองได้

4.4 ปฏบิ ัตกิ ารทาเมนูซปุ ฟักทอง วัตเตนเมยี ร์ และเมนูพายฟักทองได้
4.5 อธิบายคณุ ค่าอาหารทางโภชนาการของเมนซู ปุ ฟักทอง วัตเตนเมยี ร์ และเมนูพายฟักทองได้
4.6 จดั หาหรือจดั ทาการบรรจุหีบหอ่ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
4.7 คิดต้นทนุ กาไรจากการจาหนา่ ยซุปฟักทอง วัตเตนเมียร์ และพายฟักทองได้
4.8 อธิบายช่องทางการจัดการการตลาดของซปุ ฟกั ทอง วัตเตนเมียร์ และพายฟกั ทองได้

5. กล่มุ เป้ำหมำย ไม่น้อยกวา่ 6 คน
ประชาชนท่ัวไป

6. ระยะเวลำ 6 ช่วั โมง
รวมจานวน 1 ชั่วโมง
ภาคทฤษฎี 5 ชว่ั โมง
ภาคปฏิบัติ

7. โครงสรำ้ งหลักสตู ร

เรื่อง หวั เรอื่ ง เวลำเรยี น
ท่ี ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ รวม
15 - 15
1 ช่องทางการประกอบอาชพี การทาเมนูซุปฟักทอง วตั เตนเมียร์ และเมนพู ายฟักทอง นาที นาที

1. ความเป็นมาของการทาเมนซู ปุ ฟกั ทอง วัตเตนเมยี ร์ และเมนูพายฟักทอง 30 4.30 5.00
นาที ชัว่ โมง ช่ัวโมง
2. ความเปน็ ไปได้และการตดั สินใจในการประกอบอาชีพการทา

เมนซู ปุ ฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์ และเมนพู ายฟกั ทอง

2 การจัดกระบวนการเรยี นรู้ เมนซู ปุ ฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์ และเมนพู ายฟักทอง

1. การทาเมนูซปุ ฟักทอง วัตเตนเมียร์ และเมนูพายฟกั ทอง

2. วสั ดุ อปุ กรณ์ และการเลอื กใช้

3. ข้ันตอนการทาเมนูซปุ ฟักทอง วตั เตนเมียร์ และเมนูพายฟกั ทอง

4. การปฏบิ ัตกิ ารทาเมนูซุปฟกั ทอง วัตเตนเมียร์ และเมนพู ายฟักทอง

5. คุณคา่ อาหารทางโภชนาการของเมนูซปุ ฟกั ทอง วตั เตนเมียร์

และเมนพู ายฟกั ทอง

23

เรื่อง หัวเรอ่ื ง เวลำเรยี น
ท่ี ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ รวม
15 30 45
3 การบริหารจัดการในการประกอบอาชพี การทาเมนูซุปฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์ นาที นาที นาที

และเมนพู ายฟกั ทอง 1.00 5.00 6.00
ช่ัวโมง ชว่ั โมง ชัว่ โมง
1. การจดั หาหรือจดั ทาการบรรจุหีบหอ่

2. การคิดตน้ ทุน กาไรจากการจาหนา่ ยซุปฟักทอง วัตเตนเมยี ร์

และพายฟักทอง

3. ช่องทางการจดั การการตลาดของซุปฟักทอง วตั เตนเมียร์ และพายฟกั ทอง

รวมทง้ั สน้ิ

8. กำรจัดกำรเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการบรรยายให้ความรู้/แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน การสาธิต

การลงมือปฏิบัติ/ฝึกปฏิบัติ การอภิปรายแลกเปล่ียนประสบการณ์การเรียนรู้ท่ีครอบคลุมเน้ือหาตาม
โครงสรา้ งหลกั สูตร

9. ส่อื กำรเรียนรู้
9.1 สอ่ื สง่ิ พิมพ์ เช่น หนงั สอื ใบความรู้ เป็นตน้
9.2 สื่ออเิ ล็กทรอนกิ ส์ เชน่ คลปิ วดี โิ อ เป็นตน้
9.3 สื่อบคุ คล เชน่ วทิ ยากร ครผู ู้สอน ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน เปน็ ตน้

9.4 ส่ือของจริง เชน่ ผลงาน ตัวอยา่ งช้นิ งาน เป็นตน้
9.5 แหล่งเรียนรใู้ นชมุ ชน

10. กำรจดั กระบวนกำรเรียนรู้
10.1 วิทยากรบรรยายใหค้ วามรูภ้ าคทฤษฎี และภาคปฏบิ ตั ิ

10.2 วิทยากรให้ผู้เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น และหลงั เรียน
10.3 วทิ ยากรสาธิตวิธีการทาในแต่ละข้ันตอน และใหผ้ เู้ รียนลงมือปฏบิ ัติ
10.4 วทิ ยากรประเมนิ ผลงานของผ้เู รียน และผเู้ รียนร่วมแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ในการประเมนิ ผลงาน

11. กำรวดั และประเมินผล
ประเมนิ ความรู้ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติจากแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน การสอบถาม

การสังเกต การมีสว่ นร่วม และจากชน้ิ งาน/ผลงาน

24

12. ประโยชนท์ ีค่ ำดวำ่ จะไดร้ บั
12.1 กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ และความเข้าใจหลักสูตรอาหารสูตรพระราชทาน เมนูซุปฟักทอง

วัตเตนเมียร์ และเมนพู ายฟกั ทอง
12.2 กลุ่มเป้าหมายมีทักษะในการทาสูตรอาหารสูตรพระราชทาน เมนูซุปฟักทอง วัตเตนเมียร์

และเมนพู ายฟกั ทอง
12.3 กลมุ่ เปา้ หมายสามารถนาความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการดารงชีวิต และนาไปประยุกต์ใช้

ในการประกอบอาชีพได้

13. กำรจบหลกั สูตร
13.1 มีเวลาเรียนและฝกึ ปฏบิ ัติตามหลักสตู รไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
13.2 มผี ลการประเมนิ ผา่ นตลอดหลกั สตู รไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 60
13.3 มีผลงาน/ชน้ิ งาน ผ่านการประเมินตามมาตรฐานและคุณภาพ

14. เอกสำรหลักฐำนกำรศกึ ษำ
14.1 หลกั ฐานการประเมนิ ผล
14.2 วฒุ บิ ัตรออกโดยสถานศกึ ษา

กำรประเมนิ ผล เคร่ืองมือ
วธิ ีกำร แบบทดสอบก่อนเรียน และหลงั เรยี น
แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ทดสอบความรู้ ความเขา้ ใจของผเู้ รยี น แบบประเมนิ ผลงาน/ช้ินงานของผเู้ รียน
ทดสอบคณุ ธรรม จรยิ ธรรมของผเู้ รยี น แบบประเมินความพึงพอใจ
นเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมินผเู้ รยี น
ประเมนิ ผลความพงึ พอใจในการจัดกิจกรรม

แนวทำงกำรประเมนิ ผลกำรเรยี น (รวบยอด) เกณฑก์ ำรจบหลกั สูตร
วิธีกำร เคร่อื งมอื
มผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน
1. ประเมินผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น ไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 60
1.1 ประเมินความรูท้ างภาคทฤษฎี แบบทดสอบ มผี ลงาน/ชนิ้ งานทมี่ ีคุณภาพ

1.2 ประเมินทักษะการปฏบิ ัติ ผลงาน/ชน้ิ งาน

25

แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้ หลักสูตรอำหำรสตู รพระรำชทำน
สมเดจ็ พระกนษิ ฐำธริ ำชเจ้ำ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นรำชสดุ ำ ฯ สยำมบรมรำชกุมำรี

เมนูซุปฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์ และเมนพู ำยฟกั ทอง

สำระสำคญั
หลักสูตรอาหารสูตรพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

สยามบรมราชกุมารี เมนูซุปฟักทอง วัตเตนเมียร์ และเมนูพายฟักทอง เป็นการจัดการศึกษาและฝึกอบรม
หลกั สูตรระยะสั้นเพ่อื มุง่ เนน้ การจดั การเรียนรใู้ หก้ บั กล่มุ เป้าหมายสามารถเรียนรู้วิธีการประกอบอาหารที่มี
คุณค่าทางโภชนาการ และสามารถนาความรู้ท่ีได้รับไปประกอบอาหารบริโภคภายในครัวเรือน หรือนาไป
ประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และพฒั นาคณุ ภาพชีวิตทีด่ ี

เนือ้ หำ
1. ช่องทางการประกอบอาชีพการทาเมนูซุปฟักทอง วัตเตนเมยี ร์ และเมนูพายฟักทอง
1.1 ความเป็นมาของการทาเมนูซปุ ฟกั ทอง วตั เตนเมียร์ และเมนพู ายฟกั ทอง
1.2 ความเป็นไปได้และการตัดสินใจในการประกอบอาชีพการทาเมนูซุปฟักทอง วัตเตนเมียร์

และเมนพู ายฟกั ทอง
2. การจัดกระบวนการเรยี นรู้ เมนูซุปฟักทอง วตั เตนเมยี ร์ และเมนพู ายฟักทอง
2.1 การทาเมนูซปุ ฟักทอง วตั เตนเมียร์ และเมนพู ายฟักทอง
2.2 วัสดุ อุปกรณ์ และการเลอื กใช้
2.3 ข้นั ตอนการทาเมนซู ุปฟักทอง วตั เตนเมียร์ และเมนพู ายฟกั ทอง
2.4 การปฏบิ ัติการทาเมนหู มเู สียบไมป้ ้งิ และเมนซู ปุ มะเขอื เทศ
2.5 คณุ คา่ อาหารทางโภชนาการของเมนซู ุปฟักทอง วตั เตนเมยี ร์ และเมนพู ายฟักทอง
3. การบริหารจัดการในการประกอบอาชพี การทาเมนซู ุปฟกั ทอง วตั เตนเมียร์ และเมนพู ายฟกั ทอง
3.1 การจดั หาหรอื จัดทาการบรรจหุ บี หอ่
3.2 การคิดตน้ ทุน กาไรจากการจาหน่ายซปุ ฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์ และพายฟกั ทอง
3.3 ช่องทางการจัดการการตลาดของซุปฟกั ทอง วัตเตนเมยี ร์ และพายฟกั ทอง

กจิ กรรมกำรเรียนรู้ (6 ชว่ั โมง)
1. ขน้ั กำรนำเขำ้ สบู่ ทเรยี น
1.1 วิทยากรทักทาย และแลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกับผู้เรียนเกี่ยวกับประสบการณ์ด้านการ

ประกอบอาหารของผ้เู รยี น
1.2 วิทยากรและผู้เรียนร่วมกันอธิบายประโยชน์ และคุณค่าทางโภชนาการจากวัตถุดิบและ

สว่ นผสมท่ีใช้ในการประกอบอาหาร โดยวทิ ยากรอาจมกี ารยกตัวอย่างอาหารท่ผี ู้เรียนเคยมีประสบการณ์ใน
การทามากอ่ น

1.3 วิทยากรอธิบายเชื่อมโยงความรู้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้างต้น เพ่ือนาเข้าสู่บทเรียน
เกี่ยวกบั การประกอบอาหารสูตรพระราชทาน เมนูซปุ ฟักทอง วตั เตนเมยี ร์ และเมนพู ายฟักทอง

26

2. ขั้นกำรจดั กำรเรียนรู้
2.1 วทิ ยากรมอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาความรู้จากส่ือการเรียนรู้ต่าง ๆ ท่ีปรากฏอยู่ในแผนการ

จัดการเรยี นรู้
2.2 วิทยากรอธิบายรายละเอียดเก่ียวกับหลักโภชนาการ และคุณค่าทางอาหารที่คาดว่าจะ

ไดร้ ับจากการประกอบอาหารตามเมนซู ปุ ฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์ และเมนพู ายฟักทอง
2.3 วิทยากรอธบิ ายรายละเอียดเกี่ยวกับการเตรียมวัตถุดิบ ส่วนผสม เคร่ืองปรุง อุปกรณ์ และ

ขั้นตอนการประกอบอาหารตามเมนูซปุ ฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์ และเมนพู ายฟกั ทอง ใหผ้ ู้เรยี นทราบ
2.4 วทิ ยากรสาธติ การเตรียมวัตถดุ บิ สว่ นผสม เคร่ืองปรุง และอปุ กรณ์ พร้อมสาธติ ขัน้ ตอนการ

ประกอบอาหารตามเมนซู ปุ ฟักทอง วตั เตนเมยี ร์ และเมนูพายฟกั ทอง เพอื่ ให้ผ้เู รียนได้เรียนรูจ้ ากสภาพจริง
2.5 วิทยากรกาหนดให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ โดยการเตรียมวัตถุดิบ ส่วนผสม เคร่ืองปรุง และ

อปุ กรณ์ พรอ้ มทั้งลงมือประกอบอาหารตามเมนูซุปฟักทอง วัตเตนเมียร์ และเมนูพายฟักทอง โดยวิทยากร
เปน็ ผใู้ ห้คาปรกึ ษา สงั เกตพฤตกิ รรมของผ้เู รยี น พร้อมทงั้ ตอบขอ้ ซกั ถาม กรณที ่ีผู้เรยี นเกิดข้อสงสัยในขณะท่ี
ลงมือปฏิบัตจิ รงิ

หมายเหตุ ควรมีการประสานงานร่วมกับผู้เรียนก่อนล่วงหน้า เพ่ือการเตรียมความพร้อม หรือ
สถานศึกษาจัดให้มีการเตรียมความพร้อมเก่ียวกับวัตถุดิบ ส่วนผสม เครื่องปรุง และอุปกรณ์ ท่ีจะใช้ในการ
เรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนก่อน เพ่ือเป็นการอานวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้ท่ีเป็นไปตามแผนการจัดการ
เรยี นรู้

2.6 วิทยากรประเมินผลการประกอบอาหารตามเมนูซุปฟักทอง วัตเตนเมียร์ และเมนู
พายฟักทอง โดยประเมินจากรปู ลกั ษณ์ การตกแต่ง และรสชาติของอาหาร

2.7 วิทยากรให้ผูเ้ รยี นทาความสะอาด และจดั เก็บอปุ กรณ์ และส่ิงของตา่ ง ๆ ที่เกี่ยวข้องเก็บใน
พน้ื ทที่ ี่กาหนด และตรวจสอบความเรียบร้อย

3. ขน้ั สรปุ ผลกำรจดั กำรเรียนรู้
3.1 วทิ ยากรส่มุ ผู้เรยี น เพ่อื นาเสนอรายละเอยี ดเกีย่ วกบั การเตรียมวตั ถดุ บิ ส่วนผสม เคร่อื งปรงุ

และอุปกรณ์ และขั้นตอนการประกอบอาหารตามเมนูซุปฟักทอง วัตเตนเมียร์ และเมนูพายฟักทอง
และสรปุ ข้อมลู รว่ มกับผเู้ รียน

3.2 วทิ ยากรสรุปความรู้เก่ียวกับอาหารและคุณค่าทางโภชนาการที่ได้จากการประกอบอาหาร
เมนซู ปุ ฟกั ทอง วัตเตนเมียร์ และเมนพู ายฟักทอง

3.3 วทิ ยากรแจกแบบทดสอบเพ่ือวดั ความรู้ในเชิงทฤษฎี (แบบทดสอบปรนัย/อตั นยั )

แผนกำรจัดกระบวนกำรเรียนรหู้ ลักสูตรอำหำรสูตรพระรำชทำน เมนูซปุ ฟ

หัวเรอื่ ง จุดประสงคก์ ำรเรยี นรู้ เนื้อหำ กำรจ

เรื่องที่ 1 ชอ่ งทำงกำรประกอบอำชพี กำรทำเมนซู ุปฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์ และเมนพู ำยฟกั ท

1. ความเป็นมาของ อธบิ ายความเปน็ มาของ ความเป็นมาของการทา วิทยาก

การทาเมนูซุปฟกั ทอง การทาเมนซู ปุ ฟกั ทอง เมนซู ปุ ฟกั ทอง ของเม

วตั เตนเมียร์ และเมนู วตั เตนเมยี ร์ และเมนู วตั เตนเมยี ร์ วัตเตน

พายฟักทอง พายฟักทองได้ และเมนพู ายฟกั ทอง และเม

2. ความเป็นไปได้ 1. อธบิ ายทางเลอื กในการ 1. การวางแผนเลือก วทิ ยาก
และการตัดสินใจในการ ประกอบอาชพี ได้ ประกอบอาชพี ความเ
ประกอบอาชพี 2. อธบิ ายองค์ประกอบ 2. องค์ประกอบ ปญั หา และกา
การทาเมนซู ุปฟักทอง ปัญหา และขอ้ แนะนาก่อน และข้อแนะนาก่อน ประกอ
วัตเตนเมียร์ ตดั สินใจเลอื กอาชีพได้ ตัดสินใจเลอื กอาชีพ เมนซู ปุ
และเมนพู ายฟกั ทอง 3. อธบิ ายหลกั เกณฑ์ 3. หลกั เกณฑ์ และการ และเม
และการตดั สินใจเลอื ก ตัดสนิ ใจเลือกอาชพี
อาชีพได้ 4. การประเมิน
4. การประเมินความพรอ้ ม ความพรอ้ มและ
และความเปน็ ไปได้ของ ความเป็นไปไดข้ องอาชพี

อาชพี ท่ตี ัดสินใจเลอื กได้ ท่ตี ัดสนิ ใจเลอื ก

27

ฟกั ทอง วัตเตนเมยี ร์ และเมนูพำยฟกั ทอง

จัดกระบวนกำรเรยี นรู้ สอ่ื กำรเรยี นรู้ วัดและประเมนิ ผล เวลำเรียน
ทฤษฎี ปฏบิ ัติ

ทอง

กรอธิบายความเปน็ มา ใบความรู้ 1. สังเกตความสนใจ 10 นาที
2. ซกั ถาม 5 นาที
มนูซปุ ฟกั ทอง ความเปน็ มาของ 3. การมีสว่ นรว่ ม
4. ผลงาน/ช้นิ งาน
นเมยี ร์ เมนูซุปฟักทอง 5. ประเมินผลงาน

มนพู ายฟักทอง วตั เตนเมียร์ ผเู้ รียนโดยใช้ใบงาน
ทก่ี าหนด
และเมนพู ายฟักทอง

กรอธิบาย 1. แบบทดสอบ

เป็นไปได้ ก่อนเรียน

ารตัดสนิ ใจในการ 2. แบบทดสอบ

อบอาชพี การทา หลังเรยี น

ปฟกั ทอง วตั เตนเมียร์

มนพู ายฟกั ทอง

27

เร่อื ง จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้ เนอื้ หำ กำรจัด

เร่ืองที่ 2 กำรจดั กำรบวนกำรเรียนรู้ เมนูซปุ ฟักทอง วัตเตนเมยี ร์ และเมนพู ำยฟักทอง

1. การทาเมนู อธบิ ายการทาเมนู การทาเมนซู ปุ ฟกั ทอง วทิ ยากร

เมนูซุปฟักทอง ซปุ ฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์ วัตเตนเมียร์ เมนซู ปุ ฟ

วตั เตนเมยี ร์ และเมนพู ายฟักทองได้ และเมนพู ายฟักทอง และเมน

และเมนพู ายฟกั ทอง

2. วตั ถดุ บิ วัสดุ อธบิ ายวสั ดุ อปุ กรณ์ วัสดุ อุปกรณ์ วทิ ยากร

อุปกรณแ์ ละการเลอื กใช้ และเลอื กใช้ได้ และการเลือกใช้ และใหผ้

อย่างถกู ต้อง การทาเม

วตั เตนเม

และเมน

3. ข้นั ตอนการทา อธิบายขัน้ ตอนการทา ข้ันตอนการทา วิทยากร

เมนูซปุ ฟักทอง เมนูซุปฟกั ทอง เมนซู ุปฟกั ทอง การทาเม

วตั เตนเมียร์ และเมนู วัตเตนเมียร์ วัตเตนเมียร์ วัตเตนเม

พายฟกั ทอง และเมนพู ายฟกั ทองได้ และเมนพู ายฟกั ทอง และเมนพ

4. การปฏิบตั กิ ารทา ปฏิบตั ิการทาเมนู การปฏบิ ัติการทา 1. วทิ ยา

เมนูซุปฟักทอง เมนซู ุปฟักทอง เมนซู ุปฟักทอง เมนูหมูเส

วตั เตนเมยี ร์ วัตเตนเมยี ร์ วตั เตนเมียร์ และเมน

และเมนพู ายฟกั ทอง และเมนพู ายฟักทองได้ และเมนพู ายฟักทอง และใหผ้

พรอ้ มบัน

2. วิทยา

แลกเปล

28

ดกระบวนกำรเรียนรู้ ส่อื กำรเรียนรู้ วดั และประเมนิ ผล เวลำเรยี น
ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ

รอธิบายการทา ใบความรู้ วธิ กี ารทา 1. สงั เกตความ 10 นาที
ฟักทอง วตั เตนเมียร์ เมนซู ปุ ฟักทอง สนใจ
นพู ายฟักทอง วตั เตนเมียร์
และเมนพู ายฟักทอง 2. ซกั ถาม
รอธิบายวัสดุ อปุ กรณ์ 3. การมีส่วนรว่ ม
ผเู้ รยี นเลอื กใชใ้ น 1. ส่อื รูปภาพ 4. ผลงาน/ชิ้นงาน 5 นาที
มนูซุปฟกั ทอง 2. สอ่ื ของจรงิ 5. ประเมนิ ผลงาน
มียร์ ผเู้ รียนโดยใช้ใบงาน
นพู ายฟกั ทอง ที่กาหนด
รอธบิ ายขนั้ ตอน
มนซู ุปฟกั ทอง 1. ใบความรู้ วิธกี ารทา 10 นาที 4.30
มยี ร์ เมนซู ปุ ฟักทอง ชัว่ โมง
นพู ายฟกั ทอง วตั เตนเมียร์ และเมนู
ากรสาธติ วธิ ีทา พายฟกั ทอง
สียบไม้ปงิ้ 2. แบบบันทกึ
นูซุปมะเขอื เทศ การเรียนรขู้ องผเู้ รยี น
ผูเ้ รยี นลงมอื ปฏบิ ตั ิ หลกั สูตรอาหารสูตร
นทกึ ลงในใบงาน
ากรและผู้เรยี น พระราชทาน
ลี่ยนเรยี นรู้ เมนูซปุ ฟกั ทอง
วตั เตนเมียร์
และเมนพู ายฟกั ทอง

28

เรือ่ ง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนือ้ หำ กำรจดั

5. คณุ คา่ อาหารทาง อธิบายคณุ คา่ อาหาร คุณค่าอาหารทาง 1. ผู้เรียน
โภชนาการของ ทางโภชนาการของ โภชนาการของ คุณค่าอา
เมนูซุปฟักทอง เมนซู ปุ ฟักทอง เมนูซปุ ฟักทอง ของเมน
วตั เตนเมยี ร์ วัตเตนเมียร์ วัตเตนเมียร์ วตั เตนเม
และเมนพู ายฟกั ทอง และเมนพู ายฟักทองได้ และเมนพู ายฟกั ทอง และเมน
2. วิทยา
อภิปราย
เกีย่ วกับ
โภชนาก
วัตเตนเม
และเมน
3. วทิ ยา

29

ดกระบวนกำรเรียนรู้ ส่ือกำรเรียนรู้ วัดและประเมนิ ผล เวลำเรยี น
ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ

นศกึ ษาใบความรู้ 1. ใบความรู้ คุณคา่ 5 นาที
าหารทางโภชนาการ อาหารทางโภชนาการ
นูซุปฟกั ทอง ของเมนซู ุปฟักทอง
มยี ร์ วัตเตนเมยี ร์
นพู ายฟักทอง และเมนพู ายฟักทอง
ากรและผู้เรยี นรว่ มกัน 2. ประเด็นอภปิ ราย
ยแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ เมนูซุปฟกั ทอง
บคณุ ค่าอาหารทาง วัตเตนเมยี ร์
การเมนูซุปฟกั ทอง และเมนพู ายฟกั ทอง
มยี ร์ ให้คุณคา่ อาหารทาง

นพู ายฟกั ทอง โภชนาการอย่างไร
ากรสรุปองคค์ วามรู้

29

เรือ่ ง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เน้ือหำ กำรจัด

เรอ่ื งที่ 3 กำรบรหิ ำรจัดกำรในกำรประกอบอำชพี กำรทำซปุ ฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์ และพำย

1. การจัดหาหรือจดั ทา จดั หาหรอื จัดทาบรรจุ การจัดหาหรอื จดั ทา วิทยากร

บรรจหุ บี หอ่ หีบหอ่ ได้อยา่ งเหมาะสม บรรจุหีบหอ่ จดั หาหร

2. การคิดต้นทุน กาไร คิดตน้ ทุน กาไรจากการ การคดิ ตน้ ทุน กาไร 1. วิทยา

จาหน่ายซุปฟกั ทอง วธิ ีการค

วัตเตนเมยี ร์ 2. ใหผ้ เู้ ร

และพายฟักทองได้

3. ช่องทางการจดั การ อธิบายช่องทางการ ช่องทางการจดั การ วทิ ยากร
การตลาดของ จดั การการตลาดของ การตลาด เกีย่ วกบั
ซุปฟักทอง วัตเตนเมยี ร์ ซุปฟักทอง วัตเตนเมียร์
และพายฟักทอง และพายฟกั ทองได้

30

ดกระบวนกำรเรียนรู้ ส่ือกำรเรียนรู้ วดั และประเมนิ ผล เวลำเรยี น
ทฤษฎี ปฏบิ ัติ
ยฟักทอง 5 นาที 15 นาที
5 นาที 15 นาที
รอธิบายเทคนิคการ 1. ใบความรู้ บรรจภุ ัณฑ์ 1. สังเกตความ
5 นาที
รอื จดั ทาบรรจหุ ีบหอ่ 2. ตัวอย่างบรรจภุ ณั ฑ์ สนใจ

ากรให้ความรเู้ ก่ยี วกับ 1. ใบความรู้ 2. ซักถาม

คานวณตน้ ทุน กาไร การคานวณตน้ ทนุ 3. การมีสว่ นรว่ ม
4. ผลงาน/ชนิ้ งาน
รียนฝกึ คดิ ตน้ ทนุ กาไร กาไร
2. ใบงานการคิด 5. ประเมินผลงาน
ผู้เรยี นโดยใช้ใบงาน
ต้นทุน กาไร
รแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ ใบความรู้ ชอ่ งทาง ท่ีกาหนด

บชอ่ งทางการตลาด การตลาด

30

31

ใบควำมรู้
ควำมเป็นมำของเมนูซปุ ฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์

ควำมเปน็ มำ
พระราชนิพนธ์ครัวสระปทุม ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

สยามบรมราชกมุ ารี มีใจความว่า “เมื่อประมาณ 10 ปี ข้าพเจ้าไปอุทยานวัตเตนเมียร์ ทางเหนือของเยอรมนี
หัวหน้าอุทยานขณะนั้น คือ ดร. แบร์นด์ เชเรอร์ จากนั้นเราติดต่อกันมาตลอด ปีนี้เป็นปีครบรอบ 20 ปี
ของอุทยาน แบร์นด์จึงเชิญข้าพเจ้ากลับไปวัตเตนเมียร์อีก คืนแรกค้างท่ีบ้านแบร์นด์ เราไปถึงบ้านแบร์นด์
ตรงเวลาอาหารกลางวนั แบร์นดท์ าซปุ ฟกั ทองใหร้ ับประทาน” ซุปฟักทอง วตั เตนเมียร์ เป็นซุปเน้ือข้น รสชาติ
กลมกล่อม ได้ความหวานจากเน้ือฟักทอง และความหอมของครีม อีกท้ังฟักทองยังมีวิตามินเอสูง มีเบต้าแคโรทีน
ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และยังได้รับประโยชน์จากน้ามันเมล็ดชา ซ่ึงเป็นส่วนผสมในการทาซุปฟักทอง
วัตเตนเมยี ร์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดาริ
ให้ประชาชนคนไทย สืบสาน อนรุ ักษ์ รักษา ต่อยอดการทาอาหารเพ่อื สขุ ภาพ เนื่องจากสภาพวถิ กี ารดารงชีวิต
ของประชาชนในปัจจบุ นั เปล่ียนไป การรับประทานอาหารเพอ่ื สขุ ภาพท่ีดี และสามารถป้องกันโรคได้ เพื่อเป็น
การสนองพระราชดาริในการพัฒนาประชาชนให้มีทักษะความรู้ในด้านอาชีพ ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่
ความรับผิดชอบของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ในด้านการพัฒนาอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
ประชาชน ได้ตระหนกั ถึงการบรโิ ภคอาหารทีม่ คี ุณคา่ เป็นประโยชนต์ ่อร่างกาย และเล็งเห็นถึงความสาคญั ของ
อาหารเพ่ือสุขภาพ เมนูอาหารสูตรพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี จึงได้ดาเนินการจัดทาหลักสูตรเมนูซุปฟักทอง วัตเตนเมียร์ เพ่ือส่งเสริมให้ประชาชนได้
เรียนรู้วิธกี ารประกอบอาหารท่ีมีคุณค่าทางโภชนาการ และสามารถนาความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาหรบริโภค
ภายในครวั เรือน หรอื นาไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชพี สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชวี ิตใหด้ ขี ้ึนตอ่ ไป

ภาพที่ 24 : ซปุ ฟกั ทอง วัตเตนเมียร์
โดย ศนู ย์วงเดอื น อาคมสุรทณั ฑ์

32

ใบควำมรู้
วิธีกำรทำเมนูซปุ ฟักทอง วตั เตนเมียร์

วตั ถดุ ิบและสว่ นผสม

ฟกั ทอง หอมใหญ่ เนยสด นา้ ซุป
250 กรมั 120 กรัม 50 กรัม 900 กรมั

วิปป้งิ ครมี น้ามันเมล็ดชา เกลือ พรกิ ไทย
120 กรัม 1 ชอ้ นชา ½ ชอ้ นชา ¼ ช้อนชา

ลูกจนั ทร์ (Nutmeg) ก้งุ (ตกแต่ง) หนอ่ ไมฝ้ รงั่ (ตกแต่ง)
ขดู เปน็ ผง ¼ ชอ้ นชา 1 ตวั 2 ตน้

ฟกั ทองหัน่ ชิน้ ต้มสุก เมลด็ ฟกั ทอง (ตกแต่ง)
(ลูกซปุ ) 2 ชิน้ 10 – 15 เมลด็

ภาพที่ 25 : วัตถดุ ิบและสว่ นผสมของเมนซู ปุ ฟักทอง วัตเตนเมยี ร์
โดย ศนู ยว์ งเดอื น อาคมสุรทณั ฑ์

33

ขน้ั ตอนกำรทำเมนูซปุ ฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์
1. ห่ันฟักทองเปน็ ชิน้ เล็ก ๆ หน่ั หอมหวั ใหญเ่ ป็นช้นิ ส่เี หล่ียมเตา๋
2. ใสเ่ นยในกระทะ ผดั หอมหัวใหญใ่ หส้ ุก ใส่ฟกั ทองลงผดั ดว้ ยไฟกลาง
3. เตมิ เกลอื และนา้ ซุป ตม้ ตอ่ จนฟักทองสกุ ยกลงจากเตา และพักใหเ้ ย็น
4. ปนั่ สว่ นผสมทง้ั หมดท่เี ยน็ แลว้ ให้ละเอียด และกรองดว้ ยกระชอนละเอียด
5. เทซปุ ลงในหม้อ ต้งั ไฟใหเ้ ดือด เตมิ วิปปง้ิ ครีม และนา้ มนั พืช
6. โรยผงลกู จนั ทร์ และพริกไทย ปรงุ รสตามชอบ ยกลงจากเตา
7. จดั เสริ ์ฟตกแต่งด้วยฟักทองห่นั ชนิ้ (ลูกซปุ ) หนอ่ ไม้ฝรั่ง และกุ้งตม้ สกุ เม็ดฟักทองอบ และวปิ ปงิ้ ครีม

เมอื่ ประมาณ 10 ปี ข้าพเจา้ ไปอทุ ยานวตั เตนเมยี ร์ ทางเหนอื ของเยอรมนี หัวหน้าอทุ ยานขณะนั้น คอื
ดร. แบร์นด์ เชเรอร์ จากน้ันเราติดต่อกันมาตลอด ปนี ี้เป็นปีครบรอบ 20 ปี ของอทุ ยาน
แบรน์ ด์จึงเชิญข้าพเจา้ กลับไปวัตเตนเมียร์อีก คนื แรกคา้ งท่ีบ้านแบรน์ ด์
เราไปถงึ บา้ นแบร์นด์ตรงเวลาอาหารกลางวนั แบรน์ ด์ทาซปุ ฟักทองให้รบั ประทาน

(มลู นธิ สิ มเด็จพระพนั วสั สาอยั ยิกาเจ้า วงั สระปทมุ , 2550)

เคลด็ ลับ
1. การทาซุปฟักทอง วัตเตนเมยี ร์ จาเป็นต้องใช้น้ามนั พืชเปน็ วัตถุดิบ เพราะวิตามินเอและอี สามารถ
ละลายได้ในไขมนั เท่านนั้
2. สามารถใชล้ ูกจนั ทรผ์ ง แทนการใช้ลกู จนั ทรอ์ บแห้งแลว้ นามาขูดเป็นผงได้
3. การหั่นชิ้นฟักทองสาหรับทาลูกซุป ควรหั่นให้มีขนาดและความสูงกว่าก้นของจานซุป และไม่ควรน่ึงจน
เละเกนิ ไป

34

วัตถุดบิ และสว่ นผสมกำรทำนำ้ ซปุ

โครงไก่ แครอท หอมหัวใหญ่ นา้ สะอาด

3 โครง 1 หวั 1 หวั 16 ถว้ ยตวง

ภาพท่ี 26 : วัตถดุ บิ และสว่ นผสมของน้าซปุ
โดย ศูนยว์ งเดอื น อาคมสรุ ทณั ฑ์

ขั้นตอนกำรทำนำ้ ซปุ
1. ล้างโครงไก่ เลาะเศษเน้ือไก่ออกให้หมด สับโครงไก่ต่อตัวประมาณ 3 ช้ิน แล้วนาไปล้างน้าให้

สะอาด พักไวใ้ ห้สะเดด็ นา้
2. แชโ่ ครงไกล่ งไปแชใ่ นนา้ สะอาด แช่พักไว้ประมาณ 20 นาที
3. หนั่ แครอทและหวั หอมใหญเ่ ปน็ ชน้ิ พอประมาณ พักไว้

4. ตัง้ ไฟหมอ้ ทีใ่ สโ่ ครงไกแ่ ชไ่ ว้ใช้ไฟแรงใหน้ ้าเดือด ตักฟองออก ลดไฟใช้ไฟอ่อน เค่ียวน้าซุปประมาณ
1 ช่ัวโมง หมั่นตกั ฟองออกบ่อย ๆ เพื่อใหน้ า้ ซุปใสนา่ รับประทาน

35

ใบควำมรู้
ควำมเป็นมำของเมนพู ำยฟกั ทอง

ควำมเปน็ มำ
พายฟักทอง ในพระราชนิพนธ์ครัวสระปทุม มีใจความว่า “สมัยเด็ก ๆ อ่านหนังสือเด็กชายชาวนา

ท่ีสุคนธรส แปลจากเร่ือง Farmer Boy ของ Laura Ingalls Wilder มีเรื่องกินเยอะแยะ ท่ีมีกล่าวถึงบ่อย ๆ คือ
พายฝักทอง ในหนังสือไม่ได้ มีวิธีทาพายแต่เราก็ทากันเองคงไม่เหมือนของฝร่ัง” พายฟักทองอุดมไปด้วย
สารอาหารสาคัญนานาชนิด ช่วยเสริมสร้างระบบภูมคิ ุ้มกนั ในรา่ งกายได้เปน็ อย่างดี

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดาริ
ให้ประชาชนคนไทย สบื สาน อนุรักษ์ รักษา ตอ่ ยอดการทาอาหารเพือ่ สุขภาพ เนือ่ งจากสภาพวถิ ีการดารงชีวติ
ของประชาชนในปจั จบุ ันเปลยี่ นไป การรับประทานอาหารเพือ่ สขุ ภาพท่ีดี และสามารถป้องกันโรคได้ เพ่ือเป็น
การสนองพระราชดาริในการพัฒนาประชาชนให้มีทักษะความรู้ในด้านอาชีพ ซ่ึงสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่
ความรับผิดชอบของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ในด้านการพัฒนาอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
ประชาชน ไดต้ ระหนักถงึ การบรโิ ภคอาหารทม่ี คี ุณค่า เปน็ ประโยชนต์ อ่ ร่างกาย และเล็งเห็นถึงความสาคญั ของ
อาหารเพ่ือสุขภาพ เมนูอาหารสูตรพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี จึงไดด้ าเนนิ การจัดทาหลักสูตรเมนูพายฟักทอง เพ่ือส่งเสริมให้ประชาชนได้เรียนรู้วิธีการ
ประกอบอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และสามารถนาความรู้ท่ีได้รับไปประกอบอาหรบริโภคภายใน
ครัวเรอื น หรอื นาไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชพี สร้างรายได้ และพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตใหด้ ขี ึน้ ต่อไป

ภาพที่ 27 : พายฟกั ทอง
โดย ศนู ย์วงเดอื น อาคมสรุ ทณั ฑ์

36

ใบควำมรู้
วิธีกำรทำเมนพู ำยฟกั ทอง

วตั ถดุ บิ และสว่ นผสม
- พำยฟักทอง

ฟักทองนึง่ สุก มนั ฝรงั่ ตม้ สกุ เนยสด วิปปง้ิ ครีม
บดละเอยี ด 400 กรัม บดละเอียด 100 กรัม 15 กรัม 15 กรัม

- ไสฟ้ กั ทอง

หอมหัวใหญ่ เนยสด (ผดั กบั ไก่หั่นช้ินสเี่ หลี่ยมเลก็ แปง้ ขา้ วโพด
หน่ั ละเอยี ด 20 กรมั หอมใหญ)่ 15 กรมั 200 กรัม ¼ ชอ้ นชา

น้ามันเมล็ดชา น้าตาลทราย นา้ ซปุ เกลอื
1 ช้อนชา 1 ช้อนชา 1 ถว้ ยตวง ½ ช้อนชา

ซอสมะเขอื เทศ ซอสมะเขือเทศเข้มขน้ ซอสปรงุ รสแมก็ กี้ ภาพที่ 28 :
15 กรมั (Tomato paste) 25 กรัม ½ ช้อนชา วัตถดุ บิ และสว่ นผสม
ของเมนูพายฟกั ทอง
โดย ศนู ย์วงเดือน อาคมสุรทณั ฑ์

37

ข้ันตอนกำรทำเมนพู ำยฟกั ทอง
1. ทาพาย นึ่งฟักทองน่ึงให้สกุ บดให้ละเอียดโดยการยใี นกระชอน นามนั ฝร่งั ตม้ สุกบดละเอยี ด
2. ผสมฟักทอง มันฝร่งั เนยสด และวปิ ป้งิ ครีม คนผสมใหเ้ ขา้ กันขณะร้อน ๆ พกั ไว้
3. นาไกห่ น่ั ชิ้นส่เี หลย่ี มเลก็ ผสมกบั เนย และแป้งขา้ วโพด พกั ไว้
4. ต้ังกระทะใส่เนยสด ใส่หอมใหญ่หั่นละเอียดผัดจนหอมใหญ่สุก ใส่ซอสมะเขือเทศเข้มข้น ปรุงรส

ด้วยซอสปรุงรส นา้ ตาลทราย เกลือ และซอสมะเขอื เทศ ใสเ่ น้อื ไกท่ หี่ มักไว้แล้ว ผดั ให้เข้ากนั จนสกุ พักไว้
5. ตักไสท้ ่ผี ัดสกุ แล้วใสถ่ ้วยพิมพ์ ประมาณ 1/2 ของถ้วยพิมพ์ แล้วใส่พายฟักทองด้านบนให้เต็มถ้วยพิมพ์

นาเข้าเตาอบ ใช้ไฟอบที่ 200 องศาเซลเซียส อบประมาณ 20 นาที ตกแต่งพายฟักทองให้สวยงามน่ารับประทาน
จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

สมยั เด็ก ๆ อา่ นหนงั สอื เด็กชายชาวนา ที่สคุ นธรส แปลจากเรอื่ ง Farmer Boy
ของ Laura Ingalls Wilder มเี ร่อื งกินเยอะแยะท่ีมีกลา่ วถงึ บอ่ ย ๆ

คอื พายฟกั ทอง ในหนังสอื ไมไ่ ดม้ วี ธิ ีทาพาย แต่เรากท็ ากนั คงไม่เหมือนของฝร่ัง

(มูลนธิ สิ มเดจ็ พระพันวสั สาอยั ยิกาเจ้า วงั สระปทมุ , 2550)

เคลด็ ลบั
1. ผสมฟกั ทองบดละเอยี ด มันฝรั่งบดละเอียด เนยสด และวปิ ปิง้ ครมี ตอ้ งผสมตอนที่ยังร้อนอยู่ เพราะจะ
ทาใหส้ ่วนผสมทัง้ หมดเขา้ กนั ได้ดยี ิง่ ขึน้
2. ควรเลอื กฟักทองท่ีแกจ่ ดั เพราะจะไดค้ วามมนั และความหวานของฟักทอง

38

แบบบันทึกกำรเรยี นรขู้ องผู้เรียน
หลักสูตรอำหำรสูตรพระรำชทำน เมนูซปุ ฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์ และเมนพู ำยฟกั ทอง

คำชี้แจง ให้ผู้เรียนจดบันทึกขั้นตอนการทาเมนูซุปฟักทอง วัตเตนเมียร์ และเมนูพายฟักทอง ระหว่างท่ี
วิทยากรบรรยายลงในใบงาน

แบบบนั ทึก

วัตถดุ ิบและส่วนผสม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ขนั้ ตอนกำรทำ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ขอ้ เสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

39

ใบควำมรู้
คุณคำ่ ทำงโภชนำกำรของเมนูซปุ ฟกั ทอง วัตเตนเมยี ร์ และเมนพู ำยฟกั ทอง

อาหารไทย มีรากเหง้ามาจากสังคมเกษตร ผูกพันกับธรรมชาติ วัตถุดิบท่ีนามาทาเป็นอาหารล้วนมา
จากธรรมชาติ ดังนั้นคุณสมบัติหลายประการของผลผลิตตามธรรมชาติมีอยู่เป็นจานวนมาก จากการสารวจ
คณุ ค่าทางโภชนาการอาหารไทยของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่า อาหารไทย ส่วนใหญ่ นอกจาก
จะมคี ุณค่าในสารอาหารหลกั อยา่ งคาร์โบไฮเดรต โปรตนี ไขมนั แล้ว ยงั มีแร่ธาตุและวิตามินท่ีสาคัญต่อร่างกาย
รวมอีกด้วย อาทิ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ เรตินอล แคโรทีน เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายได้รับ
สารอาหารไปใช้งานอย่างเตม็ ประสิทธภิ าพ และเสริมสร้างความสมบรู ณ์ใหส้ ุขภาพ จงึ ต้องพิถพี ิถีใส่ใจเรือ่ งการ
รับประทานอาหารท่ีมีประโยชน์ โดยเน้นสารอาหารให้ครบถ้วนอาหารหลัก 5 หมู่เป็นประจาทุกมื้อ คุณค่า
อาหารรวมหมแู่ บบน้ีจะหาไม่ได้ในผลติ ภณั ฑ์เสริมอาหาร ซ่ึงประกอบด้วยสารอาหารทีม่ ปี ระโยชน์ต่อรา่ งกาย ดงั นี้

ฟักทอง มีสรรพคุณทางอาหารมากมาย เน้ือฟักทอง ใบอ่อน และดอก มีวิตามินเอสูง รวมทั้ง
ฟอสฟอรัส แคลเซยี ม วติ ามนิ ซี แป้ง และทีจ่ ะลืมไปไมไ่ ดเ้ ลยก็คือ “เบต้าแคโรทนี ” ซง่ึ เป็นสารตา้ นอนุมลู อสิ ระ
อยู่ในเนื้อสีเหลืองของฟักทอง สามารถช่วยลดการเกิดมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหัวใจได้ ช่วยต้าน
ความชรา ปอ้ งกันโรคผิวหนงั บรรเทาอาการปวดเมอ่ื ยของขอ้ เขา่ และเอวไดเ้ ปน็ อยา่ งดี

เนยสด และวิปป้ิงครีม มีไขมัน ซ่ึงจะให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย โดยไขมันจะถูกเก็บไว้
ตามใต้ผิวหนังตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น สะโพก ต้นขา เป็นต้น และไขมันที่สะสมไว้เหล้าน้ันจะให้
ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และให้พลังงานท่ีสะสมไว้ใช้ที่จาเป็นระยะยาว ช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายได้
ในไขมัน เช่น วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินดี และวิตามินเค ช่วยปกป้องและป้องกันความร้อน รวมไปถึงช่วย
ควบคุมอุณหภูมขิ องร่างกายใหค้ งที่

มันฝรั่ง เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ
ในปริมาณสูง ย่ิงโปรตีนท่ีได้จากมันฝรั่งน้ันมีคุณภาพสูงกว่าโปรตีนที่ได้จากถ่ัวลิสงเสียอีก ทาให้ชาวตะวันตก
นิยมกนิ มันฝรง่ั กันเปน็ อาหาร ผ่านกรรมวธิ ีปรงุ สกุ ทง้ั ต้ม อบ ผดั ทอด

นม เปน็ แหล่งสารอาหารอกี อยา่ งหนง่ึ ทีเ่ หมาะสมกับทุกเพศทุกวัยเลย โดยเฉพาะชนดิ ท่จี าเป็นต่อการ
เจริญเติบโตของร่างกาย เช่น ทริปโตเฟน อาร์จินีน ไลซีน วาลีน ลิวซีน ไอโซลิวซีน มีไขมันที่เรียกว่า มันเนย
ให้พลังงานสูง โดยมันเนย 1 กรัม ให้พลังงานถึง 9 แคลอรี คาร์โบไฮเดรตในนม คือ น้าตาลแล็กโทส
เป็นน้าตาลชนิดเดียวที่มีในนม ให้พลังงานในอัตรา 1 กรัม ต่อ 4 แคลอรี นมอุดมด้วยเกลือแร่หลายชนิด
โดยเฉพาะแคลเซียมและฟอสฟอรัส ท่ีจาเป็นต่อการสร้างกระดูกและฟัน ทั้งยังมีวิตามินต่าง ๆ ครบถ้วน เช่น
วติ ามินเอ บี 1 บี 2 ไนอะซิน กรดแพนโทเทนกิ ไพริดอกซนิ ไบโอทิน กรดโฟลิก วิตามนิ ซี วติ ามนิ อี วิตามินเค

40

ใบควำมรู้
บรรจุภณั ฑ์

บรรจภุ ณั ฑ์ (Packaging) คือ
จรูญ โกสีย์ไกรนิรมล กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์ คือการนาเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติกแก้ว โลหะ ไม้

ประกอบเป็นภาชนะห่อหุ้ม สินค้า เพื่อประโยชน์ในการใช้สอยท่ีมีความแข็งแรง สวยงามได้สัดส่วนท่ีถูกต้อง
สร้างภาพพจนท์ ด่ี ีมีภาษาในการติดต่อสื่อสาร และทาใหเ้ กิดความพึงพอใจจากผูซ้ ือ้ สนิ ค้า

นไิ กโด เคล็คเตอร์ (Nikaido Clecture) กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์ เป็นเทคนิคที่ส่งเสริมการขายกับการ
ประสานประโยชน์ ระหว่างวัตถุกับภาชนะบรรจุ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการคุ้มครองในระหว่างการขนส่ง
และการเก็บรกั ษาในคลัง

ส่วนหน่ึงของกระบวนการทางการตลาด โดยเฉพาะปัจจุบันที่การผลิตสินคา้ หรอื บรกิ ารได้เน้นหรือให้
ความสาคัญกับผู้บริโภค (Consumer Oriented) งานเทคนิคที่ต้องอาศัยความชานาญ ประสบการณ์ และ
ความคิดสร้างสรรค์ ในอันที่จะออกแบบและผลิตหีบห่อให้มีความเหมาะสมกับสินค้าท่ีผลิตข้ึนมาให้ความ
คมุ้ ครองสินค้าห่อหุ้มสินคา้ ตลอดจนประโยชน์ ใชส้ อย เช่น ความสะดวกสบายในการหอบห้ิว พกพา หรือการ
ใช้งาน เป็นต้น กลุ่มของกิจกรรมในการวางแผนเก่ียวกับการออกแบบการผลิตภาชนะบรรจุ หรือสิ่งหุ้มห่อ
สินค้าบรรจุภัณฑ์ ซ่ึงเป็นส่ิงท่ีมีความเก่ียวพันอย่างใกล้ชิดกับฉลาก (Label) และตรายี่ห้อ (Brandname)
ผลรวมของศาสตร์ (Science) ศิลป์ (Art) และเทคโนโลยีของการออกแบบ การผลิตบรรจุภัณฑ์สาหรับสินค้าเพื่อ
การขนส่ง และการขาย โดยเสียค่าใช้จ่ายท่ีเหมาะสม การใช้เทคโนโลยีและเศรษฐศาสตร์เพื่อหาวิธีการรักษา
สภาพเดิมของสินค้าจนกว่าจะถึงมือผู้บริโภคคนสุดท้าย เพื่อให้ยอดขายมากท่ีสุดและต้นทุนต่าสุด กิจกรรม
ทั้งหมดที่เกี่ยวขอ้ งกับการออกแบบ และผลิตรปู ร่างหน้าตาของภาชนะบรรจุ สิ่งห่อหุ้มตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุ
ภณั ฑ์ การนาเอาวสั ดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ ประกอบเป็นภาชนะหุ้มห่อสินค้า เพ่ือประโยชน์
ในการใชส้ อย มคี วามแขง็ แรง สวยงาม ไดส้ ดั ส่วนทถ่ี ูกต้อง สร้างภาพพจน์ทดี่ ี มภี าษาในการติดต่อส่อื สาร และ
ทาใหเ้ กิดผลความพึงพอใจจากผู้ซือ้ สินค้า

ส่ิงห่อหุ้มหรือบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งภาชนะที่ใช้เพื่อการขนส่งผลิตภัณฑ์จากแหล่งผู้ผลิตไปยังแหล่ง
ผู้บริโภค หรือแหล่งใช้ประโยชน์ หรือวัตถุประสงค์เบ้ืองต้นในการป้องกัน หรือรักษาผลิตภัณฑ์ให้คงสภาพ
ตลอดจนคุณภาพใกล้เคียงกนั กับเมื่อแรกผลติ ให้มากทีส่ ุด

จากความหมายสรุปได้ว่าบรรจุภัณฑ์ หมายถึง การนาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้
นามาประกอบเปน็ ภาชนะห่อห้มุ ผลติ ภัณฑ์ เพ่อื ความสวยงาม มีคณุ ค่า และมปี ระโยชน์ในการใช้สอย ส่งผลให้
ผลิตภัณฑ์ดงึ ดูดความสนใจ และทาใหเ้ กิดความพึงพอใจจากผูบ้ รโิ ภค

วตั ถปุ ระสงคห์ ลกั ของบรรจุภณั ฑ์ (Objectives of Package)
1. เพ่อื ปอ้ งกันผลติ ภัณฑ์ (To Protect Products) สามารถปอ้ งกันรักษาผลติ ภณั ฑ์ไม่ให้เสยี หาย
2. เพ่อื จาหน่ายผลิตภัณฑ์ (To Distribute Products) สะดวกกับการใชง้ าน และเพิ่มมูลคา่ ทางเศรษฐกจิ
3. เพอ่ื โฆษณาประชาสัมพันธผ์ ลติ ภณั ฑ์ (To Promote Products) ดงึ ดดู ความสนใจผบู้ ริโภค
กำรออกแบบบรรจุภัณฑ์
กูด (Good) กล่าวว่า การออกแบบ เป็นการวางแผนหรือกาหนดรูปแบบรวมท้ังการตกแต่งใน
โครงสรา้ งรูปทรงของงานศิลปะ ทัศนศลิ ป์ ดนตรี ตลอดจนวรรณกรรม

41

วิรุณ ตั้งเจริญ กล่าวว่า การออกแบบ หมายถึงการวางแผนสร้างสรรค์รูปแบบ โดยการวางแผนจัด
สว่ นประกอบของ การออกแบบให้สัมพันธ์กับประโยชน์ใชส้ อยวสั ดแุ ละการผลิต

จากความหมายสรุปได้ว่าการออกแบบบรรจุภัณฑ์ หมายถึง การกาหนดรูปแบบและโครงสร้างของ
บรรจุภัณฑ์ให้สัมพันธ์กับหน้าท่ีใช้สอยของผลิตภัณฑ์ เพ่ือการคุ้มครอง ป้องกันไม่ให้สินค้าเสียหาย และเพิ่ม
คุณค่าด้านจิตวิทยาต่อผู้บริโภค โดยอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับ
ผลติ ภณั ฑ์
บรรจุภณั ฑก์ บั อำหำรและขนม

1. บรรจุภัณฑ์มีบทบาทสาคัญ และมีอัตราการเจริญเติบโตมากข้ึน ควบคู่ไปกับการพัฒนา
อตุ สาหกรรมอาหาร

2. บรรจุภัณฑ์มีหน้าที่สาคัญ ในการยืดอายุเพ่ือการเก็บรักษา และรักษาคุณภาพอาหารและขนม
(รสชาติ กล่ิน สี รูปลักษณ)์

3. บรรจุภัณฑ์มีส่วนในการสร้างรูปลักษณ์ทางการตลาดท่ีแตกต่าง สร้างมูลค่าเพ่ิมให้แก่ผลิตภัณฑ์
และใช้เป็นสื่อโฆษณา นอกจากน้ียงั มีบทบาทสาคญั ในดา้ นการอานวยความสะดวกสาหรับการขนสง่ ผลติ ภณั ฑ์

สาหรับการเลือกบรรจุภัณฑ์ ส่ิงท่ีต้องคานึงถึง คือ การเลือกซ้ือวัสดุที่จะใช้ในการบรรจุหีบห่อท่ี
เหมาะสมกบั ผลิตภัณฑ์ ให้เกดิ ความสวยงาม และเป็นที่สนใจของผู้บรโิ ภค ดังน้ี

1. บรรจุภัณฑ์กระดาษ ปัจจุบันนิยมใช้กันเป็นจานวนมาก และยังมีให้เลือกหลากหลายชนิด วัสดุที่
นามาผลิตได้แก่เยื่อกระดาษ ซ่ึงมีท้ังเยื่อกระดาษคุณภาพสาหรับบรรจุภัณพ์อาหาร และเคร่ืองด่ืม เช่น แก้ว
กระดาษ ถ้วยกระดาษ กล่องข้าวท่ีสามารถย่อยสลายได้ ส่วนเย่ือกระดาษรีไซเคิล ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ประเภท
กล่องลูกฟูก ถาดไข่ หรือถาดรองแก้วกาแฟ

ภาพที่ 29 : บรรจุภัณฑ์กระดาษ
ท่มี า http://www.warehouse69.net/product
2. บรรจุภัณฑ์พลาสติก แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ พลาสติกคงรูป และพลาสติกอ่อนตัว มีการ
นามาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ขวดพลาสติก ถ้วย และถาดพลาสติก และสามารถบรรจุอาหารร้อน
อาหารสด และอาหารแชแ่ ขง็

42

ภาพท่ี 30 : บรรจภุ ัณฑพ์ ลาสตกิ
ทม่ี า http://www.bsrungsiam.co.th/web/product.html
3. บรรจุภณั ฑ์โลหะ เปน็ บรรจุภัณฑ์ท่ีใช้มาเป็นระยะเวลานาน ปัจจุบันยังได้นามาใช้งานอยู่ ลักษณะ
ของบรรจภุ ัณฑ์ทที่ ามาจากโลหะนั้นมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ปิ่นโต กระป๋องเครื่องดื่ม หรืออาหารสาเร็จรูป
ถังหหู วิ้ หลอดเคร่อื งสาอาง อลูมิเนียมฟอยล์ หรืออลมู เิ นียมแผ่นเปลว และกระปอ๋ งฉดี พ่นตา่ ง ๆ

ภาพท่ี 31 : บรรจภุ ัณฑ์ปน่ิ โต
โดย ศนู ย์วงเดอื น อาคมสรุ ทณั ฑ์
4. บรรจุภัณฑ์แก้ว มีลักษณะใส มีความสวยงาม สามารถเห็นผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจน แต่มีข้อเสีย คือ
แตกหักง่าย บรรจุภัณฑ์แก้วจึงต้องใช้คู่กับเยื่อกระดาษขึ้นรูป หรือ กระดาษรังไข่ (Pulp mold) เพื่อป้องกัน
การแตกร้าว บรรจุภัณฑ์แก้วที่นิยมผลิตและใช้กันมีอยู่ 3 สี คือ สีใส เช่น ขวดแก้ว ขวดน้าหอม ขวดน้าพริก
ขวดแยม เปน็ ตน้ สีอาพนั นยิ มใช้ทาขวดยา และขวดเบียร์ ซึ่งเป็นสีท่ีสามารถป้องกันการเกิดปฏิกิริยาเวลาถูก
แสงแดดหรอื ความรอ้ นได้ และสีเขยี ว ลักษณะจะคลา้ ยกบั สอี าพนั ใชก้ บั ประเภทเคร่ืองดม่ื


Click to View FlipBook Version