43
ภาพท่ี 32 : บรรจุภัณฑแ์ ก้ว
ทีม่ า http://thislovegift.lnwshop.com/product
5. บรรจภุ ัณฑจ์ ากวัสดุธรรมชาติ เป็นบรรจภุ ณั ฑท์ ่อี อกแบบและประดิษฐ์ขน้ึ มาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใน
การอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม โดยช่วยลดปริมาณขยะและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ จึงไม่เป็นอันตรายต่อ
สิง่ แวดลอ้ ม นอกจากน้ียังประหยดั คา่ ใชจ้ า่ ย เมอ่ื เลือกใชว้ ัสดุธรรมชาตทิ ม่ี ีมากในทอ้ งถน่ิ หรอื วสั ดุที่สามารถนา
กลับมาใช้ใหม่ได้ บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ วัสดุประเภทเส้นใย
ซึ่งก่อนนามาสานเป็นบรรจุภัณฑ์ต้องผ่านการแปรสภาพด้วยการตากแห้ง ฟอกขาว เช่น กล้วย หวาย เตย
ปาหนนั กก กระจูด ผักตบชวา เป็นต้น วัสดุท่ีแปรรูปเป็นแผ่น และรูปทรงต่าง ๆ เช่น กระดาษ เป็นต้น และ
วัสดุประเภทไม้ เชน่ ไมส้ ัก ไมไ้ ผ่ ไม้มะขาม เปน็ ต้น
ภาพท่ี 33 : บรรจภุ ัณฑ์จากวสั ดุธรรมชาติ
โดย ศูนยว์ งเดอื น อาคมสรุ ทณั ฑ์
44
ใบควำมรู้
กำรคำนวณตน้ ทุน กำไร
การคานวณต้นทุนเป็นส่วนหนึ่งของระบบบัญชีและการเงินของการดาเนินงานธุรกิจ เป็นการบันทึก
การวัดผล และรายงานข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนของสินค้าของกิจการโดยท่ัวไป การคานวณต้นทุนจะใช้เวลา
และลงรายละเอียดมากในกิจการท่ีผลิตสินค้า แต่ไม่ได้ใช้กับกิจการบางประเภท เช่น กิจการขายส่ง ขายปลีก
ร้านอาหารหรือบริการต่าง ๆ ไม่มีความสาคัญในการที่ต้องคานวณต้นทุน การคานวณต้นทุนสามารถนาไป
ใช้ได้ในทกุ กิจการเพราะมีความสาคญั ตอ่ การบริหารจัดการธรุ กจิ ดังนี้
1. เพื่อใหท้ ราบถึงต้นทุนการผลิต และตน้ ทุนขายของธรุ กิจ
2. เพ่ือสามารถนาตน้ ทนุ ทัง้ หมดของกิจการมาเปรียบเทยี บกับรายไดจ้ ากการขาย เพ่ือจะได้ทราบว่ามี
กาไรหรอื ขาดทนุ ในการขายสนิ คา้
3. เพอ่ื คานวณหรือตีราคาสินคา้ คงเหลือทข่ี ายได้ไมห่ มดว่ามีมลู คา่ คงเหลอื เท่าไหร่
4. เพ่ือใช้ในการวางแผนและควบคุมการซื้อสินค้า และจัดทางบประมาณในการซื้อสินค้า รวมท้ัง
ตอ่ รองราคากับผขู้ ายวตั ถุดบิ
5. เพอ่ื ใช้ในการตัดสินใจว่าสินค้าใดควรขายต่อไป และสินค้าใดควรเลิกขาย (ในกรณีท่ีผู้ผลิตมีสินค้า
หลายชนดิ )
ตน้ ทุนแบ่งออกไดเ้ ป็น 2 ลกั ษณะ
1. ต้นทุนผันแปร คือต้นทุนท่ีผันแปรตามจานวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น วัตถุดิบ ค่าแรงทางตรง
ค่าใช้จ่ายในการผลติ ทางตรง เปน็ ตน้
2. ต้นทุนคงที่ คือต้นทุนท่ีเกิดข้ึนไม่ว่ากิจการจะได้ขายสินค้าหรือไม่ ต้นทุนน้ีจะไม่เปล่ียนแปลงตาม
จานวนหน่วยทีผ่ ลติ หรือขาย เชน่ เงนิ เดือนพนักงานหนา้ รา้ น คา่ เชา่ รา้ น ค่าเส่ือมราคา คา่ ประกนั ภัย เปน็ ตน้
ดังน้ัน ต้นทุนการผลิตจะประกอบไปด้วยวัตถุดิบ + ค่าแรงงาน + ค่าใช้จ่ายในการผลิต ซ่ึงท้ังสาม
รายการน้ีเป็นเพียงส่วนของการผลิตเท่าน้ัน หากจะคิดต้นทุนรวมของสินค้าจาเป็นต้องนาค่าใช้จ่ายในการขาย
และดาเนินการมารวมด้วย เช่น เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่นพนักงานขาย ค่าแรงพนักงานขายหน้าร้าน ค่าการตลาด
(โฆษณา แผ่นพับ) ค่าเช่าสานักงานและร้าน ค่าไฟฟ้าและน้าประปา ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ามันรถ ดอกเบี้ย
คา่ เช่ารถ ค่าใชจ้ ่ายเบ็ดเตล็ด เป็นต้น เพื่อการคานวณต้นทุนให้ใกล้เคียงความจริง หากคานวณเฉพาะวัตถุดิบ
คา่ แรงงาน และค่าน้า ค่าไฟฟา้ กอ็ าจทาให้ได้ต้นทนุ สนิ ค้าที่นอ้ ยกว่าความเป็นจริง และมีผลทาให้ต้ังราคาขาย
ท่ตี ่าไป และอาจทาให้ขาดทุนได้
การคานวณแบบง่ายเหมาะกับผู้ประกอบการรายเล็กที่มีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์น้อยชนิด ซึ่งเหมาะกับ
การคานวณสินคา้ ประเภท OTOP ทมี่ คี วามชัดเจนในเร่อื งการใชว้ ตั ถดุ บิ ค่าแรงงานต่อรอบ การผลิต และไม่มี
การเก็บสต๊อกวัตถุดิบไว้ การคานวณจาเป็นต้องคิดเพ่ือให้ทราบถึงต้นทุนผลิตต่อหน่วย และนาต้นทุนผลิตไป
รวมกับค่าใช้จา่ ยในการดาเนินการ เพ่อื ให้ทราบถงึ ตน้ ทุนรวมของสินคา้ อีกครง้ั หน่ึง
45
ตัวอย่ำง กำรคดิ ตน้ ทนุ กำไร กำรผลติ และคำ่ ใช้จำ่ ยในกำรทำเมนูยำพอกหวั เด็ก
วัน เดอื น ปี รำยกำร จำนวนส่งิ ของ จำนวนเงนิ หมำยเหตุ
(บำท)
1,000 กรัม
ค่ำใช้จำ่ ย (ตน้ ทุน) 200 กรมั การกาหนดราคา
100 กรัม
ผกั โขม 1 ขวด 75.- ขาย คดิ จากตน้ ทนุ
นมขน้ จดื 45.- + กาไรท่ีต้องการ
เนยสด 1 ถุง
พรกิ ไทยปน่ 65 ชนิ้ 95.-
เกลือปน่ 125 กรัม
ขนมปงั 30.-
เนยแข็งขูด -
1 มกราคม ค่าเบ็ดเตล็ด (ค่าไฟฟ้า 1 คน 5.-
2565 คา่ น้า ค่าแก๊ส และอื่น ๆ)
ค่าแรง 30% ต่อชน้ิ 100 ช้ิน ๆ ละ 220.-
รวมคำ่ ใช้จำ่ ย 15.- บาท
รำยได้ 130.-
ขายยาพอกหวั เด็ก 200.-
200.-
1,000.-
1,500.- กำไร 500.- บำท
การกาหนดราคาขายตอ่ หน่วย ดงั น้ี
1. กาหนดกาไรทต่ี อ้ งการได้จากตน้ ทนุ X (กาไรทตี่ อ้ งการหารดว้ ย 100)
ตวั อยำ่ งเชน่
ขายยาพอกหัวเดก็ จากตน้ ทุน 1,000.- บาท ตอ้ งการกาไรรอ้ ยละ 50
ดังนนั้ กาไรทต่ี ้องการ = 1,000.- X 50 หาร 100 = 500.- บาท
2. การกาหนดราคาขายตอ่ หน่วย ได้มาจากตน้ ทุน + กาไร หารด้วยจานวนหน่วย
ตัวอยำ่ ง
ทายาพอกหวั เด็กได้ 100 ชิ้น จากตน้ ทนุ 1,000.- บาท และกาไรทต่ี อ้ งการ 500.- บาท
ฉะน้ัน ราคาขายตอ่ ช้นิ = 1,000.- บาท + 500.- บาท หารดว้ ย 100 ชิน้ = 15.- บาท
46
ตวั อย่ำง กำรคดิ ต้นทุน กำไร กำรผลิต และค่ำใชจ้ ำ่ ยในกำรทำเมนผู ักโขมปนั้ กอ้ นอบ
วนั เดอื น ปี รำยกำร จำนวนสงิ่ ของ จำนวนเงนิ หมำยเหตุ
(บำท)
1,000 กรมั
คำ่ ใชจ้ ำ่ ย (ตน้ ทนุ ) 1,000 กรมั การกาหนดราคา
100 กรัม
ผักโขม 75.- ขาย คดิ จากตน้ ทนุ
เนอ้ื ไก่ 1 ขวด 78.- + กาไรทตี่ ้องการ
เนยสด 1 ถงุ
พริกไทยปน่ 1 ถุง 95.-
เกลือปน่ 2,000 กรัม
เกลด็ ขนมปงั 30.-
มันฝรงั่ -
1 มกราคม คา่ เบด็ เตลด็ (คา่ ไฟฟา้ 1 คน 5.-
2565 คา่ น้า ค่าแกส๊ และอื่น ๆ)
คา่ แรง 30% ต่อชิน้ 100 ชนิ้ ๆ ละ 53.-
รวมค่ำใช้จ่ำย 15.- บาท
รำยได้ 114.-
200.-
200.-
850.-
ขายผักโขมปัน้ กอ้ นอบ 1,500.- กำไร 425.- บำท
การกาหนดราคาขายตอ่ หน่วย ดังน้ี
1. กาหนดกาไรทต่ี ้องการได้จากตน้ ทุน X (กาไรท่ตี ้องการหารดว้ ย 100)
ตวั อย่ำงเช่น
ขายผักโขมปน้ั ก้อนอบจากต้นทุน 850.- บาท ต้องการกาไรรอ้ ยละ 50
ดังน้ัน กาไรทต่ี อ้ งการ = 850.- X 50 หาร 100 = 425.- บาท
2. การกาหนดราคาขายต่อหน่วย ไดม้ าจากตน้ ทุน + กาไร หารด้วยจานวนหน่วย
ตวั อยำ่ ง
ทาผกั โขมปั้นก้อนอบได้ 100 ชิน้ จากต้นทนุ 850.- บาท และกาไรที่ต้องการ 425.- บาท
ฉะนน้ั ราคาขายตอ่ ชน้ิ = 850.- บาท + 425.- บาท หารดว้ ย 100 ชนิ้ = 12.75.- บาท
หมำยเหตุ
การกาหนดกาไรที่ต้องการขึ้นอยู่กับส่ิงเหล่าน้ีด้วย เช่น ราคาตลาด ลักษณะของสินค้าและบริการ
เป็นสินค้าหายาก เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือมีฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้องสามารถกาหนดกาไรที่ต้องการให้สูงขึ้นได้
การต้ังราคาให้สามารถแข่งขันได้นั้นต้องอยู่บนพื้นฐานความสมดุลระหว่างความพึงพอใจของผู้ซื้อและผู้ขาย
ถ้าสินค้าโดยท่วั ไปมขี ายกันแพร่หลาย มีคูแ่ ขง่ มากตอ้ งกาหนดกาไรให้นอ้ ยลง
47
ใบงำน
กำรคดิ ต้นทนุ กำไร
ผู้เรยี น/กลุ่ม..................................................................................................................................................
เร่ือง..............................................................................................................................................................
วนั เดอื น ปี รำยกำร จำนวนสิ่งของ จำนวนเงนิ หมำยเหตุ
(บำท)
คา่ ใช้จ่าย (ต้นทนุ ) 1. ใหก้ าหนดกาไรที่
.................................................. ต้องการ คดิ เป็น
.................................................. ร้อยละก่อน
.................................................. 2. แล้วคานวณหาราคา
.................................................. ตอ่ หน่วยจึงจะทราบ
.................................................. รายได้
.................................................. 3. นารายไดท้ ี่ได้
.................................................. มาใสล่ งในตาราง
..................................................
..................................................
..................................................
..................................................
รวมคำ่ ใช้จำ่ ย
รายได้จากการขาย
..................................................
..................................................
..................................................
..................................................
..................................................
..................................................
..................................................
..................................................
รวมรำยได้
1. กาไรที่ตอ้ งการ = ต้นทนุ x ( ร้อยละของกาไรทีต่ ้องการหารดว้ ย 100 )
2. กาหนดราคาขายตอ่ หนว่ ย = ต้นทุน + กาไร = ____________
จานวนหน่วย
48
ใบควำมรู้
ชอ่ งทำงกำรตลำด
ช่องทางการตลาด เป็นส่วนสาคญั ในการดาเนินธุรกิจ ช่องทางการตลาดหรือช่องทางการจัดจาหน่าย
มีความหมายเดียวกันซึ่งเป็นหนึ่งใน 4P ของส่วนประสมการตลาด (Marketing mix) ท่ีนักการตลาดนิยมนาส่วน
ประสมท้ังส่ีมาวางเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดและการขายในยุคปัจจุบัน ดังน้ัน ช่องทางการจัดจาหน่าย
(Marketing channel) จึงถูกเข้ารวมอยู่ใน P=Place คือสถานท่ีขาย แหล่งขาย ช่องทางการขายสินค้า ซ่ึงสินค้า
แต่ละชนิดอาจมีช่องทางขายท่ีแตกต่างกันไป สินค้าอุปโภคมีช่องทางการขายผ่านร้านสะดวกซื้อ อาหารสด
มีช่องทางการขายหน้าร้านหรือหน้าบ้านของผู้ผลิต อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เส้ือผ้าสาเร็จรูปอาจใช้ช่องทางการ
ขายได้หลายชอ่ งทาง เชน่ ขายทางออนไลน์ ขายหน้าร้านตนเอง ขายในตลาดนดั ขายในหา้ งสรรพสินค้า เปน็ ต้น
1. กำรเลือกสถำนทีข่ ำยหรอื ทำเลทต่ี ้งั
1.1 ควำมสำคัญของกำรเลอื กทีต่ ัง้
การตัดสินใจเลือกสถานท่ีขายหรือทาเลท่ีต้ัง เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เน่ืองจากมีผลกระทบต่อ
ธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะต่อความได้เปรียบในเชิงแข่งขันทางธุรกิจและจะมีผลต่อความสาเร็จของธุรกิจ
ซึง่ ผู้ประกอบการตอ้ งพิจารณาถึงกลยทุ ธ์ทตี่ ้ังของธุรกิจที่มีความสาคญั ตอ่ การดาเนนิ งาน 2 กลยุทธส์ าคญั ได้แก่
1.1.1 กลยุทธ์ท่ีต้ังตำมพ้ืนที่ เป็นแนวทางในการกาหนดให้ท่ีต้ังแต่ละแห่งรับผิดชอบพื้นที่
แต่ละส่วน โดยต้องผลิตสินค้าและบริการทุกอย่างสาหรับพื้นที่น้ัน ๆ ซึ่งธุรกิจที่เลือกใช้กลยุทธ์ที่ตั้งตามพื้นที่
มักเป็นธุรกจิ คา้ ปลีกหรือบริการ
1.1.2 กลยุทธ์ที่ต้ังตำมผลิตภัณฑ์ เป็นแนวทางในการกาหนดให้ท่ีต้ังหนึ่งแห่งทาการผลิต
สนิ คา้ เพยี งหนงึ่ อย่าง โดยยดึ หลักของความสาคญั ของวัตถุดิบทม่ี ใี นพน้ื ท่ี
1.2 หลกั เกณฑใ์ นกำรเลือกสถำนทท่ี ำเลทตี่ ้งั
การตัดสินใจเลือกสถานท่ีทาเลท่ีตั้ง เป็นกระบวนการที่มีความสลับซับซ้อนมากข้ึนเม่ือโลกก้าวเข้าสู่
ยุคโลกาภิวัตน์ อีกทั้งธุรกิจขนาดย่อมจานวนมากได้มีการเติบโตข้ึน และได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น
ผู้ประกอบการควรพิจารณาถึงความจาเป็นที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงสาหรับกิจการควบคู่กันไปในแต่ละ
สถานการณ์ ดงั นี้
1.2.1 ควำมพงึ พอใจสว่ นบคุ คล โดยที่ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งมักจะพิจารณาตั้งกิจการของ
ตนเองในชุมชนที่ตนอาศัยอยู่เป็นทาเลในการประกอบการ อย่างไรก็ตามในแง่ของการดาเนินธุรกิจไม่ได้
หมายความวา่ จะมีเพยี งพืน้ ท่ี ซึง่ ตนเองมีความเคยชินเทา่ น้นั ที่เหมาะสมต่อการตั้งกิจการเพราะผู้ประกอบการ
ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ จากส่ิงเหล่านี้ได้ไม่ว่าจะเป็นในด้านภาพลักษณ์ส่วนตัว การได้รับ
ความเช่ือถือหรือการยอมรับจากสังคมและอาศัยประโยชน์จากความคุ้นเคย ความสามารถในการอ้างอิงกับ
บุคคลตา่ ง ๆ ภายในชมุ ชนที่เก่ียวขอ้ งกับกจิ การของผู้ประกอบการมากขึ้น
1.2.2 ควำมได้เปรยี บด้ำนต้นทุน โดยเฉพาะค่าแรงหรือค่าวัตถุดิบในพ้ืนที่ ท่ีมีต้นทุนในการ
ดาเนินธุรกิจต่าซึ่งส่ิงเหล่าน้ีสะท้อนถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนในช่วงเร่ิมต้นของกิจการท่ีจะช่วยลดต้นทุน
การผลิตใหต้ ่าลง
49
1.2.3 ควำมสำมำรถในกำรจัดกำรทรัพยำกร เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายในการ
ดาเนินงานทั้งในระยะส้ันและระยะยาว เน่ืองจากทกั ษะประสบการณ์ของแรงงานจะมคี วามสมั พันธ์โดยตรงกับ
ผลติ ผลและคณุ ภาพในกระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์ความย่ังยืนของแรงงานในท้องถิ่นมีผลกระทบต่ออัตรา
ค่าจ้าง ซ่ึงถือเป็นต้นทุนท่ีสาคัญผู้ประกอบการจะต้องคานึงถึงอยู่เสมออีกท้ังแหล่งท่ีต้ังต้องมีความใกล้กันกับ
วตั ถุดิบและความสามารถในการขนส่งท่ธี ุรกิจตอ้ งมีการบริหารจัดการอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
1.2.4 กำรเขำ้ ถงึ ลูกค้ำ ธุรกิจขนาดยอ่ มยุคปัจจุบันต้องให้ความสาคัญผันแปรแหล่งท่ีต้ังของ
ธุรกิจไปตามประเภทของกจิ การ เช่น ธรุ กจิ คา้ ปลีกและบรกิ ารตอ้ งมีรายละเอียดของสถานท่แี สดงสนิ คา้ บริการ
และรปู แบบ ดงั นน้ั การเลือกสถานท่ีหรือทาเลที่ตั้งต้องใกล้ชิดกับลูกค้าและอานวยความสะดวกต่อการเข้ามา
ติดต่อและถอื เป็นปจั จยั ทมี่ ีผลตอ่ ความสาเรจ็ ของกจิ การ
ดงั น้นั เกณฑ์การเลอื กสถานท่ีหรือทาเลท่ีต้ัง ผู้ประกอบการต้องตัดสินใจก่อนว่าจะเลือกดาเนินธุรกิจ
ในชุมชน หมายถึง จังหวัดหรืออาเภอก่อนจึงทาการตัดสินใจขั้นสุดท้ายคือการเลือกบริเวณท่ีตั้งจากหลาย ๆ
พืน้ ทภ่ี ายในชมุ ชน ซ่งึ เป็นการระบุถงึ ตาแหน่งของทตี่ ้ังอยา่ งละเอียด
2. กำรจัดและตกแต่งหนำ้ รำ้ น
ส่วนใหญ่ร้านขายสินค้ามักจะมีผู้ขายซ่ึงเป็นเจ้าของกิจการเอง หรือบางร้านอาจมีการจ้างพนักงาน
ขายของ โดยเฉพาะเพือ่ ทาหน้าที่เอาใจใส่ดแู ล และแนะนาใหค้ าอธิบายต่าง ๆ แกล่ กู ค้าหากเป็นรา้ นขนาดใหญ่
มสี นิ คา้ หลายชนิดยอ่ มทาใหต้ อ้ งมีพนกั งานขายจานวนมาก การจัดตกแต่งร้านค้ามีความสาคัญต้องคานึงถึงส่ิง
ตอ่ ไปนี้
2.1 แสงสวำ่ งภำยในร้ำน ควรจัดรา้ นใหม้ ีความสว่างท่ัวท้ังร้านจากแสงไฟฟ้าที่ร้านได้ติดเอาไว้แสงสว่าง
ธรรมชาติมักไม่เพียงพอ และแสงแดดมักทาความเสียหายให้แก่สินค้า การใช้แสงไฟฟ้าแม้จะมีค่าใช้จ่ายสูง
สามารถจูงใจลูกค้าให้เข้ามาซ้ือสินค้าได้มากกว่าร้านที่ดูมืดสลัว มุมห้องมืด ๆ ก่อนตัดสินใจเรื่องแสงสว่าง
ควรคานวณคา่ ไฟฟา้ และใชไ้ ฟฟ้าก่ีดวงถงึ จะคุ้มค่ากับการขายสนิ ค้า
2.2 กำรตกแตง่ สภี ำยนอกและภำยในรำ้ น นอกจากการทาสีร้านค้าใหส้ ดใสสวา่ ง สวยงามแล้ว สีของ
หบี หอ่ และตัวสนิ ค้าก็สามารถนามาตกแต่งให้ร้านค้าดดู ีขึ้น และใหผ้ ู้คนเห็นสนิ ค้าชดั เจนและสวยงาม
2.3 กำรจัดหมวดหมู่ของขนม ขนมท่ีมีลักษณะใกล้เคียงกันหรือขนมที่ใช้รับประทานร่วมกันนามา
จัดวางไว้ดว้ ยกนั เช่น ขนมหม้อแกงวางใกลก้ ับขนมตะโก้ ข้าวเหนยี ววางใกลก้ บั สังขยา เป็นตน้
2.4 กำรติดปำ้ ยรำคำสนิ คำ้ การตดิ ป้ายบอกราคาสินค้าให้ชัดเจนท่ีลูกค้าสามารถมองเห็นได้หรืออ่านได้
เปน็ การให้ความสะดวกกับลกู คา้ ในการตัดสนิ ใจซอ้ื สินคา้
2.5 กำรจัดวำงสนิ ค้ำ มคี วามสาคญั ต่อการจูงใจลูกคา้ ใหเ้ ลือกซอ้ื สินคา้ เพื่อให้สะดวกและเกิดความพงึ พอใจ
ควรคานึงถงึ ส่ิงตอ่ ไปนี้
2.5.1 ความพึงพอใจของลูกคา้
2.5.2 จัดสนิ คา้ ไว้ในบรเิ วณทีจ่ ะขาย
2.5.3 จัดสนิ ค้าไว้ในระดับสายตาให้มากทสี่ ุด
2.5.4 จัดสนิ ค้าดา้ นหนา้ บนชน้ั ให้เต็มอยเู่ สมอ
2.5.5 ชัน้ วางสินคา้ จะตอ้ งปรบั ระดับไดต้ ามขนาดของสนิ ค้า
2.5.6 การใช้กล่องหนนุ สนิ ค้าให้ดมู มี ติ ิ สวยงามแมจ้ ะมีสินค้าไมม่ ากนัก
2.5.7 ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
2.5.8 สินค้ามาก่อนต้องจาหน่ายก่อน ต้องจาหน่ายสินค้าเก่าก่อนสินค้าใหม่เสมอ พยายาม
วางสนิ คา้ มากอ่ นไว้แถวหน้าเสมอ ควรจดั สนิ คา้ ทีม่ าก่อนให้ดสู ดใสสะอาดเหมอื นสินค้าใหม่
50
3. กำรขำย
การขาย คือ กระบวนการท้ังทางตรงและทางอ้อมของการจูงใจให้ผู้ซ้ือสินค้าหรือบริการยินยอม
กระทาสงิ่ ใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งจะทาให้เกิดประโยชน์ทางด้านการค้าแก่ผู้ขาย เมื่อผู้ผลิตสินค้าไปสู่ผู้บริโภคมีสิ่งที่ควร
พจิ ารณา ดงั น้ี
3.1 กำรหำตลำด ควรคานงึ ถึงความตอ้ งการของตลาดว่ามีมากนอ้ ยเพียงใด โดยใชว้ ธิ ีสังเกต สอบถาม
กับคนรู้จัก เพ่ือนบ้าน และผู้ซ้ือ กระแสการบริโภคของลูกค้ามีความต้องการซ้ือเป็นของขวัญของฝากหรือ
รับประทานในครอบครัว ตลาดควรเป็นตลาดที่มีการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง เช่น ขายทางออนไลน์ ขายหน้าร้าน
ตนเอง ขายในตลาดนดั ขายในห้างสรรพสนิ ค้า เปน็ ตน้ ทั้งน้ีเพื่อจะไดต้ รงตามความต้องการของตลาด
3.2 วิธกี ำรจำหนำ่ ย เมอื่ ผู้ผลติ ลงทนุ ผลิตสนิ คา้ ข้นึ มาเพื่อนาสินค้าออกส่ตู ลาด ถา้ ผู้ผลติ สามารถเลือก
ช่องทางการตลาด การจาหนา่ ยสนิ คา้ ไดอ้ ย่างถูกตอ้ งสนิ คา้ กจ็ ะเขา้ ถงึ ลูกค้าได้งา่ ย ซ่งึ อาจเป็นการจาหน่ายจาก
ผู้ผลิตถึงลูกค้าโดยตรงด้วยการจัดหาสถานที่สาหรับจาหน่ายสินค้าที่เป็นหลักแหล่ง มีการจัดวางสินค้าที่
สามารถนาเสนอสินค้าให้ดูสวยงาม หรือเป็นผู้ผลิตให้พ่อค้าคนกลางมารับซ้ือไปขายให้กับผู้บริโภคอีกต่อหนึ่ง
เพือ่ กระจายสินค้าไดอ้ ยา่ งท่ัวถึง
3.3 กำรโฆษณำประชำสัมพนั ธ์ ถอื เปน็ ส่งิ สาคัญทีจ่ ะทาให้ผู้ซื้อหรือลูกค้ารู้จักเกิดความต้องการท่ีจะ
ซ้ือเป็นวิธีการโน้มน้าวผู้ซื้อ ท่ีสาคัญการโฆษณาประชาสัมพันธ์มีหลายวิธี เช่น ใช้วิธีบอกปากต่อปาก การจัด
กจิ กรรมประชาสมั พันธ์สินค้าการออกรา้ นตามงานเทศกาลตา่ ง ๆ การประชาสมั พันธ์ผ่านอนิ เตอร์เน็ต โดยสิง่ ท่ี
เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์อย่างหนึ่งก็คือคุณภาพสินค้า เม่ือผู้ซ้ือหรือลูกค้าได้ซ้ือสินค้าไป เช่น มีรสชาติดี
มีคุณภาพ ราคาย่อมเยา จะเปน็ การช่วยประชาสมั พันธอ์ กี ชอ่ งทางหนึง่
4. กำรสง่ เสริมกำรขำย
การส่งเสริมการขาย หมายถึง การจูงใจที่เสนอคุณค่าพิเศษ หรือการจูงใจผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภค
คนกลาง (ผู้จัดจาหนา่ ย) หรอื หนว่ ยงานขาย โดยมีวัตถปุ ระสงคเ์ พอื่ การสร้างยอดขายในทันที สามารถสรุปไดว้ า่
4.1 การสง่ เสริมการขายเปน็ การใหส้ ง่ิ จูงใจพเิ ศษเพ่ือกระตุ้นให้เกิดการซ้ือ เช่น คูปอง ของแถม การชิงโชค
การแลกซอ้ื เป็นต้น
4.2 การส่งเสริมการขายเป็นเคร่ืองมือกระตนุ้ กจิ กรรมการสง่ เสรมิ การขาย มีวตั ถุประสงค์เพ่ือกระตุ้น
ใหเ้ กิดการซ้ือจานวนมากข้ึน และสามารถตดั สินใจซื้อไดใ้ นเวลาทนั ทที นั ใด
4.3 การสง่ เสริมการขายใช้ในการจูงใจกล่มุ ตา่ ง ๆ 3 กลุ่ม คอื
4.3.1 การส่งเสริมการขายท่ีมุ่งสู่ผู้บริโภค เป็นการส่งเสริมการขายท่ีมุ่งสู่ผู้บริโภคคนสุดท้าย
เพ่อื จงู ใจใหเ้ กดิ การซ้อื จานวนมากขน้ึ ตดั สินใจซอื้ ได้รวดเร็วข้นึ เกดิ การทดลองใช้ ถือว่าเปน็ การใช้กลยทุ ธ์ดงึ
4.3.2 การส่งเสริมการขายท่ีมุ่งสู่คนกลาง เป็นการส่งเสริมการขายท่ี มุ่งสู่พ่อค้าคนกลาง ผู้จัด
จาหนา่ ย หรือผูข้ าย ถือว่าเป็นการใช้กลยทุ ธผ์ ลกั
4.3.3 การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่พนักงานขาย เป็นการส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่พนักงานขาย
หรือหน่วยงานขาย เพ่อื ให้ใช้ความพยายามในการขายมากข้ึน ถือว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ผลกั
วัตถุประสงค์ของการสง่ เสริมการขาย
1. การดึงลกู คา้ ใหม่
2. การรักษาลูกคา้ เก่าไว้
3. การสง่ เสริมลกู คา้ ในปัจจุบนั ใหซ้ ้อื สินคา้ ในปรมิ าณมาก
4. การเพ่ิมอตั ราการใชผ้ ลติ ภณั ฑ์
5. การส่งเสริมการขายทาใหผ้ บู้ รโิ ภคเกิดการยกระดบั
6. การเสริมแรงการโฆษณาในตราสนิ คา้
51
5. กำรเลอื กชอ่ งทำงกำรจดั จำหนำ่ ย
การเลอื กช่องทางการจดั จาหน่าย สามารถแบง่ ชอ่ งทางการจาหน่ายสนิ ค้า แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท คือ
5.1 ช่องทำงกำรจำหนำ่ ยทำงตรง คอื ผู้ผลิตขายสินค้าไปยังผู้ใช้หรือผบู้ รโิ ภคดว้ ยตนเอง
5.2 ชอ่ งทำงกำรจำหน่ำยทำงออ้ ม คอื ผผู้ ลติ ขายสินคา้ ผา่ นตัวกลาง ตวั แทนจาหน่ายร้านค้าส่ง และ
รา้ นค้าปลกี เพือ่ จาหน่ายไปยังผใู้ ชห้ รอื ผบู้ ริโภค
ช่องทางการจาหน่ายทั้งสองประเภทน้ี ยังแบ่งเป็นช่องทางขายได้อีกหลายช่องทาง ซ่ึงจะกล่าวถึง
ชอ่ งทางขายทสี่ าคญั ดงั ต่อไปน้ี
ชอ่ งทำงจำหน่ำยทำงตรง มีชอ่ งทางขายดงั น้ี
1. ขำยผ่ำนหน้ำร้ำนแบบไม่เคล่ือนท่ี เป็นการขายผ่านหน้าร้านสาขาท้ังเป็นร้านค้าของตนเองหรือ
เช่าหน้าร้านตามห้างสรรพสินค้า Modern trade เช่าพ้ืนท่ีขายในปั้มน้ามัน ขายออกบูทตามงานแสดงสินค้า
เชา่ พื้นทีใ่ นอาคารสานกั งาน เป็นต้น
2. ขำยผ่ำนหน้ำร้ำนท่ีเคล่ือนที่ไปมำ เช่น ขายผลไม้ในรถบรรทุกท่ีย้ายไปขายตามสถานท่ีต่าง ๆ
ได้ตามความต้องการเปิดท้ายขายของตามตลาดนัดต่าง ๆ หาบเร่แผงลอย เป็นการขายแบบอิสระ
เปลยี่ นเสน้ ทางขายบ้าง เปลี่ยนสินค้าขายบ้าง สินค้าที่ขายอาจเป็นสินค้าตามฤดูกาลหรือเป็นสินค้าท่ีผู้ขายไป
หาซอื้ ไดม้ าในชว่ งเวลานั้น ๆ
3. ขำยผ่ำนส่ืออิเล็กทรอนิกส์ สื่อออนไลน์ การขายลักษณะ E-commerce น้ีจะขายผ่านหน้า
โฮมเพจของของร้านค้าโดยมตี ะกรา้ ให้ซ้ือ และมีการโอนเงินก่อนซื้อซึ่งมีบริษัทหลายแห่งเพิ่มช่องทางการขาย
ทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์จานวนมาก เช่น Shopee Lazada 7- 11 ขายโดยให้ลูกค้าเลือกซื้อใน Catalogue สาหรับ
การขายผ่าน Social media เป็นการขายที่นิยมกันในกลุ่มคนที่ยังทางานประจา และใช้เวลาว่างให้เป็น
ประโยชน์ และกลุ่มอาชีพอิสระที่ต้องการขายสินค้าเป็นอาชีพเสริม การขายประเภทน้ีจะขายผ่าน Facebook
Intragram Line เป็นตน้
4. ขำยผ่ำนส่ือกำรขำยที่เป็นอุปกรณ์ทันสมัย เช่น ขายผ่านโทรศัพท์มือถือ ผ่านเครื่องเอทีเอ็ม
ผ่านตู้หยอดเหรียญต่าง ๆ เช่น น้าอัดลม กาแฟ เกมส์ เคร่ืองกดน้าด่ืม เครื่องซักผ้า เป็นต้น การขายผ่าน
เครอ่ื งใช้เหล่านีท้ าใหป้ ระหยดั เร่ืองแรงงานคนทาให้ตน้ ทุนการขายตา่ ไปดว้ ย
5. ขำยผำ่ นพนักงำนขำย แมว้ า่ การขายผา่ นพนกั งานจะเป็นวิธีเก่าทีใ่ ช้กันมานานแต่ก็เป็นวิธีที่ดีท่ีสุด
สาหรับสินค้าท่ขี ายให้กบั อตุ สาหกรรมเพราะต้องการการสาธิต การอธิบายวธิ ีการใช้และรายละเอียดคุณสมบัติ
ของสินค้า สินค้าใหม่ท่ีต้องการการอธิบายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจาเป็นต้องใช้การขายผ่านพนักงาน
ขายเพ่อื ใหร้ ูจ้ ักสนิ คา้ และทราบถงึ คุณสมบัตขิ องสินคา้ กอ่ น นอกจากน้ันการขายผา่ นพนักงานขายทาให้กิจการ
ได้รับ Feedback จากลูกค้าว่าพอใจหรือไม่พอใจในสินค้าของกิจการซ่ึงทาให้เจ้าของกิจการนามาปรับปรุง
แก้ไขไดภ้ ายหลัง
52
ชอ่ งทำงกำรจำหนำ่ ยทำงออ้ ม มีช่องทางการขายดังนี้
1. ขำยผ่ำนตัวแทนจำหน่ำย สินค้าจาเป็นต้องมีการแต่งตั้งตัวแทนขายเพ่ือกระจายสินค้าได้ท่ัว
ประเทศ เช่น รถยนต์ เครื่องจักรต่าง ๆ ยางรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ สินค้าบางประเภทจาเป็นต้องมีตัวแทน
จาหน่ายหากผู้ผลิตไม่เชี่ยวชาญในการตลาดแต่มีความเช่ียวชาญในการผลิตมากกว่า การขายผ่านตัวแทนยัง
เหมาะกบั การขายสินค้าทีเ่ ป็นบรกิ ารเช่นขายกรมธรรม์ประกนั ภยั รถยนตแ์ ละประกนั ชีวิตเป็นต้น
2. ขำยผ่ำนคนกลำงทั้งผู้ค้ำส่งหรือผู้ค้ำปลีก สาหรับผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคมักจะใช้วิธีการ
ขายผา่ นผูค้ ้าส่งตามอาเภอและจงั หวัดต่าง ๆ เพือ่ กระจายสินค้า สาหรบั ผผู้ ลติ รายเล็กกอ็ าจขายผ่านผคู้ า้ ปลีกที่
ขายตรงให้กับกล่มุ ลูกคา้ เป้าหมายได้
3. ขำยผ่ำนระบบแฟรนไชส์ ผู้ผลิตท่ีมีการขายแฟรนไชส์ให้กับบุคคลภายนอกสามารถใช้วิธีการขาย
ผลติ ภณั ฑผ์ า่ นเครือข่ายหรือแฟรนไชส์ของตนเองได้ เช่น ราชาบะหมีช่ ายสี่บะหมเ่ี กีย้ ว ข้าวมนั ไกม่ ิดไนท์ เปน็ ตน้
สาหรับผู้ประกอบการท่ีดาเนินธุรกิจส่งออกสินค้าไปต่างประเทศก็มีช่องทางการขายสองทางเช่นกัน
คือ เป็นผู้ส่งออกเองโดยขายตรงให้กับลูกค้า และอีกทางหน่ึงคือขายสินค้าผ่าน Trader ที่เป็นตัวกลางขาย
สินค้าใหก้ บั ต่างประเทศ ปจั จุบันธรุ กิจขนาดใหญ่มักใช้ช่องทางการขายทั้งทางตรงและทางอ้อมร่วมไปด้วยกัน
โดยขายผ่านหนา้ ร้าน ผ่านสื่อออนไลน์ ผา่ นสาขา ผ่านตวั แทนจาหนา่ ยและใชก้ ลยุทธ์ต่าง ๆ ในการส่งเสรมิ การ
ขายและประชาสมั พันธอ์ ย่างกว้างขวางเพื่อทาให้ธุรกิจเติบโตข้ึนอยา่ งรวดเร็ว
53
แบบทดสอบก่อนเรยี น
หลักสูตรเมนซู ุปฟกั ทอง วัตเตนเมยี ร์ และเมนพู ำยฟกั ทอง
ชื่อ-สกุล................................................................................................................................
โปรดทาเครอ่ื งหมาย หน้าขอ้ ทีถ่ กู และทาเครอ่ื งหมาย X หนา้ ข้อที่ผดิ
.............. 1. ทรงพระราชนิพนธ์ ตารับอาหารลงเปน็ ไดอารี่ ด้วยลายพระหัตถข์ องพระองค์เอง ทมี่ ีชื่อวา่
“ครวั สระปทุม” เปน็ ไดอาร่ีเลม่ พิเศษประจาปี 2550 จัดทาเฉพาะฉบบั ภาษาไทยเท่านนั้
.............. 2. “คิวเคอรบ์ ิติน” ในเนือ้ สเี หลืองของฟักทอง เป็นสารตา้ นอนมุ ลู อสิ ระ สามารถชว่ ยลดการเกิด
มะเร็ง โรคหลอดเลือดหวั ใจ และโรคหัวใจได้ เบตา้ แคโรทนี ยังชว่ ยตา้ นความชรา ปอ้ งกัน
โรคผวิ หนงั บรรเทาอาการปวดเม่อื ยของขอ้ เขา่ และบน้ั เอวไดเ้ ป็นอย่างดี
.............. 3. การทาซุปฟักทอง วัตเตนเมยี ร์ จาเปน็ ตอ้ งใชน้ ้ามนั พืชเปน็ วัตถดุ บิ เพราะวติ ามนิ บแี ละดี
สามารถละลายได้ในไขมนั เทา่ น้ัน
.............. 4. สาหรบั ขนั้ ตอนการผัดวตั ถุดบิ กอ่ นนาไปป่นั ควรใส่ฟักทองทั้งชน้ิ และหอมหวั ใหญ่เป็นลูก
ผดั ลงในกระทะพรอ้ มกนั ใหส้ กุ ดว้ ยเนยสด ควรใชไ้ ฟกลางในการผดั
.............. 5. การหัน่ ชิ้นฟักทองสาหรบั ทาลูกซุป ควรห่ันใหม้ ขี นาดและความหนาสูงกว่าก้นของจานซปุ
และควรนาไปตม้ ให้สกุ ไม่ควรใช้วิธกี ารนง่ึ เนอื่ งจากลูปชปุ จะมคี วามแขง็ และเหนยี ว
.............. 6. เมนพู ายฟักทอง เป็นเมนทู อ่ี ยู่ในหนังสอื เด็กชายชาวนาท่สี คุ นธรส แปลจากเรอื่ ง
Farmer Boy
.............. 7. แปง้ ทใ่ี ช้ในการทาไส้พายฟกั ทองคอื แปง้ สาลี
.............. 8. การตรวจสอบวา่ พายฟกั ทองสกุ หรอื ไม่ ดว้ ยการใชไ้ มจ้ ม้ิ ฟนั หากยงั แห้งอยสู่ ามารถ
นาออกจากเตาอบได้
.............. 9. ระยะเวลาทใี่ ชใ้ นการอบพายฟักทอง ตอ้ งใชร้ ะยะเวลา 45 นาที โดยประมาณ
.............. 10. ฟกั ทองมีสารตอ่ ตา้ นอนมุ ลู อิสระท่มี สี ่วนชว่ ยในการชะลอวยั ความแก่ชรา
ช่วยฟน้ื บารุงสุขภาพผวิ ใหเ้ ปล่งปลงั่ สดใส และชว่ ยปกปอ้ งผิวไมใ่ ห้เห่ียวยน่
เฉลย
ข้อ 1. X ข้อ 2. X ขอ้ 3. X ขอ้ 4. X ข้อ 5. X ขอ้ 6. ขอ้ 7. X ขอ้ 8. ขอ้ 9. X ขอ้ 10.
54
แบบทดสอบหลงั เรียน
หลกั สตู รเมนซู ุปฟกั ทอง วตั เตนเมยี ร์ และเมนูพำยฟกั ทอง
ช่อื -สกลุ ................................................................................................................................
โปรดทาเครอ่ื งหมาย หนา้ ขอ้ ที่ถกู และทาเครือ่ งหมาย X หนา้ ขอ้ ท่ีผิด
.............. 1. ทรงพระราชนพิ นธ์ ตารับอาหารลงเปน็ ไดอาร่ี ดว้ ยลายพระหัตถ์ของพระองคเ์ อง ทม่ี ชี อ่ื วา่
“ครัวสระปทมุ ” เป็นไดอารเี่ ล่มพิเศษประจาปี 2550 จดั ทาเฉพาะฉบบั ภาษาไทยเทา่ นน้ั
.............. 2. “เบต้าแคโรทนี " ในเนือ้ สีเหลอื งของฟักทอง เป็นสารต้านอนมุ ูลอสิ ระ สามารถชว่ ยลดการเกดิ
มะเรง็ โรคหลอดเลือดหวั ใจ และโรคหวั ใจได้ เบต้าแคโรทนี ยังชว่ ยตา้ นความชรา ป้องกนั
โรคผวิ หนงั บรรเทาอาการปวดเม่อื ยของข้อเขา่ และบ้นั เอวได้เปน็ อยา่ งดี
.............. 3. การทาซุปฟกั ทอง วัตเตนเมยี ร์ จาเป็นตอ้ งใช้นา้ มนั พชื เป็นวัตถดุ บิ เพราะวิตามนิ บแี ละดี
สามารถละลายได้ในไขมันเทา่ นน้ั
.............. 4. สาหรับขนั้ ตอนการผัดวตั ถุดบิ ก่อนนาไปปน่ั ควรห่นั ฟักทอง และหอมหวั ใหญ่เป็นชิน้ เลก็ ๆ
ผดั ลงในกระทะพรอ้ มกันให้สุกด้วยเนยสด ควรใชไ้ ฟกลางในการผัด
.............. 5. การห่ันช้นิ ฟักทองสาหรับทาลูกซุป ควรหัน่ ให้มีขนาดและความหนาสงู กว่าก้นของจานซปุ
และควรนาไปน่ึงใหส้ ุก
.............. 6. เมนูพายฝักทอง เป็นเมนทู ่อี ยใู่ นหนงั สอื เด็กชายชาวนาท่ีสุคนธรส แปลจากเรอ่ื ง
Farmer Boy
.............. 7. แป้งทีใ่ ช้ในการทาไส้พายฟกั ทองคือแป้งสาลี
.............. 8. การตรวจสอบวา่ พายฟักทองสุกหรอื ไม่ ด้วยการใช้ไม้จม้ิ ฟนั หากยงั แห้งอยสู่ ามารถ
นาออกจากเตาอบได้
.............. 9. ระยะเวลาที่ใชใ้ นการอบพายฟักทอง ต้องใชร้ ะยะเวลา 45 นาที โดยประมาณ
.............. 10. ฟักทองมีสารต่อต้านอนมุ ลู อิสระที่มีส่วนชว่ ยในการชะลอวัยความแก่ชรา ชว่ ยฟื้นบารุง
สุขภาพผวิ ใหเ้ ปลง่ ปลง่ั สดใส และชว่ ยปกปอ้ งผวิ ไมใ่ หเ้ ห่ียวยน่
เฉลย
ขอ้ 1. X ข้อ 2. ขอ้ 3. X ขอ้ 4. X ขอ้ 5. ข้อ 6. ข้อ 7. X ข้อ 8. ข้อ 9. X ขอ้ 10.
55
แบบประเมินผลกำรจดั กำรศกึ ษำและฝึกอบรมหลกั สูตรระยะสัน้
หลกั สูตรวชิ า.................................................................................... จานวน..........................................ชวั่ โมง
ระหวา่ งวันท่.ี .........เดอื น......................พ.ศ..................ถงึ วนั ท.่ี .........เดอื น......................พ.ศ..........................
สถานท่ีจัด ณ....................................................................................................................................................
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนนประเมนิ ผลกำรจดั กำรศึกษำและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น ศนู ยว์ งเดือน อำคมสรุ ทณั ฑ์
1. ควำมรคู้ วำมเข้ำใจในเน้อื หำสำระ 20 คะแนน
1.1 แบบทดสอบ (20 คะแนน)
2. ทักษะกำรปฏบิ ตั ิ 40 คะแนน
2.1 การเตรยี มวัสดอุ ปุ กรณ์ (10 คะแนน)
2.1.1 การจดั เตรียมวัสดุ (5 คะแนน)
2.1.2 การจัดเตรยี มอปุ กรณ์ (5 คะแนน)
2.2 ปฏิบัตติ ามข้นั ตอน (20 คะแนน)
2.2.1 ปฏบิ ตั ติ ามขน้ั ตอน (5 คะแนน)
2.2.2 ปฏบิ ตั งิ านเสรจ็ ตามเวลา (5 คะแนน)
2.2.3 ปฏบิ ัตงิ านดว้ ยความสะอาดเรยี บรอ้ ย (5 คะแนน)
2.2.4 ปฏิบัตงิ านดว้ ยความคล่องแคลว่ (5 คะแนน)
2.3 มที ักษะในการทางานเปน็ ทมี (10 คะแนน)
2.3.1 การเคารพกฎ กตกิ า และการยอมรับความคิดเหน็ ของผู้อน่ื (5 คะแนน)
2.3.2 การมปี ฏสิ มั พนั ธ์กับผู้อื่น (5 คะแนน)
3. คุณภำพของผลงำน/ผลกำรปฏบิ ตั งิ ำน (40 คะแนน)
3.1 ผลงาน/ชน้ิ งาน เปน็ ไปตามทหี่ ลกั สตู รกาหนด (30 คะแนน)
3.1.1 คณุ ภาพของชน้ิ งาน (10 คะแนน)
3.1.2 องคป์ ระกอบของชนิ้ งาน (10 คะแนน)
3.1.3 การตกแต่ง/บรรจภุ ัณฑข์ องชนิ้ งาน (10 คะแนน)
3.2 การนาเสนอผลงาน/ชิน้ งาน (10 คะแนน)
ระดบั ผลกำรเรียน
การตดั สินผลการเรียนใหน้ าคะแนนระหวา่ งการจัดการเรียนการสอนรวมกบั คะแนนจากแบบทดสอบ
หลงั เรียนแลว้ นาไปเปรยี บเทยี บกบั เกณฑท์ ่กี าหนด เพือ่ ใหค้ ่าระดับผลการเรียนทัง้ 5 ระดบั ดังนี้
1. ได้คะแนน 80 – 100 ได้เกรด 4 หมายถงึ ดมี าก
2. ไดค้ ะแนน 70 - 79 ได้เกรด 3 หมายถึง ดี
3. ได้คะแนน 60 - 69 ได้เกรด 2 หมายถึง ปานกลาง
4. ได้คะแนน 50 - 59 ได้เกรด 1 หมายถงึ ผา่ นเกณฑข์ ั้นต่าท่กี าหนด
5. ได้คะแนน 0 - 49 ไดเ้ กรด 0 หมายถงึ ต่ากวา่ เกณฑ์ที่กาหนด
ลำดบั เลขประจำตัว ชื่อ – สกลุ 1. ควำมรคู้ วำม 2. ท
ที่ ประชำชน เขำ้ ใจในเนอื้ หำ
2.1 กำร
สำระ เตรียมวัสดุ
20 คะแนน อปุ กรณ์
1.1 แบบทดสอบ (10)
(20)
2.1.1 (5)
2.1.2 (5)
ลงชอ่ื ..................................................วทิ ยากร ลงชอ่ื ..............................................
(......................................................) (...............................................
56
ทกั ษะกำรปฏิบัติ 40 คะแนน 3. คุณภำพของผลงำน
ผลกำรปฏิบัตงิ ำน
40 คะแนน
2.2 ปฏิบตั ิตำมขั้นตอน 2.3 มที กั ษะ 3.1 ผลงำน/ช้ินงำน 3.2 กำร รวม ผลกำร
(20) ในกำร เปน็ ไปตำมที่ 100 เรียน
นำเสนอ คะแนน
ทำงำนเป็น หลกั สูตรกำหนด ผลงำน/
(30) ชนิ้ งำน (10)
ทมี
(10)
2.2.1 (5)
2.2.2 (5)
2.2.3 (5)
2.2.4 (5)
2.3.1 (5)
2.3.2 (5)
3.1.1 (5)
3.1.2 (5)
3.1.3 (5)
.....หวั หนา้ กลุ่มส่งเสรมิ ปฏบิ ัตกิ าร ลงชอ่ื ..................................................ผู้อนมุ ตั ิ56
........) (......................................................)
57
บรรณำนุกรม
กระทรวงสาธารณสขุ . (2546). กินตามแม่. พมิ พ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: 21 เซ็นจรู .่ี
กองบรรณาธิการ. (2561). โฆษณาและทาตลาดออนไลนใ์ หด้ ังเปรย้ี ง. พมิ พค์ รั้งที่ 1.
กรุงเทพฯ: รไี ววา่ .
เชยี งใหมน่ ิวส์. (2569). ม.แมฟ่ า้ หลวงชวนชาวไทยเปน็ เจา้ ของไดอาร่ีครวั สระปทุม 2550/2007. เชียงใหม.่
มูลนิธชิ ยั พัฒนา. อรอ่ ยชัยพฒั น.์ กรุงเทพฯ: อมรนิ ทร์พรน้ิ ต้งิ .
มูลนธิ ชิ ยั พัฒนา. อร่อยอทุ ยาน. กรงุ เทพฯ: อมรนิ ทรพ์ รนิ้ ตง้ิ .
มลู นิธิสมเดจ็ พระพันวสั สาอยั ยิกาเจ้า. (2550). ครัวสระปทุม. กรุงเทพฯ: วังสระปทุม.
ศูนย์วิจัยและพฒั นาชาน้ามันและพชื น้ามนั มูลนิธชิ ยั พัฒนา. (2558). เมนูพระราชทาน 60 พรรษา.
พิมพ์ครง้ั ที่ 1. เชียงราย: มูลนิ ธิ ิชยั พฒั นา.
อบเชย วงศท์ อง และขนษิ ฐา พูนผลกุล. (2556). หลกั การประกอบอาหาร (พิมพ์ครั้งที่ 10).
กรงุ เทพฯ: มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.
แหลง่ อำ้ งอิงออนไลน์
กรมสง่ เสรมิ อตุ สาหกรรม. (2561). ช่องทางการขายในยคุ ปจั จุบนั . สืบคน้ เม่อื 18 มถิ ุนายน 2562,
จาก https://bsc.dip.go.th/th/category/marketing2/fs-salechannelpresent
กราฟฟิกโปรดิวซ.์ (2561). หลกั การออกแบบบรรจุภณั ฑ์. สบื คน้ เม่อื 20 กันยายน 2561,
จาก http://www.graphicproduce.com/knowledgedetail.php?no=19
The.Than. ผกั เพอ่ื สุขภาพ. สืบค้นเม่อื 23 มีนาคม 2565
จาก http://www.the-than.com/samonpai/P/P1.html
58
คณะผจู้ ัดทำ
ท่ีปรกึ ษำ โพธิ์กระจา่ ง ผ้อู านวยการศูนยว์ งเดอื น อาคมสรุ ทัณฑ์
นางอทุ ยั วรรณ
คณะทป่ี รกึ ษำจัดทำหลักสูตร
นางอมุ าพร แขดอน วทิ ยากรผู้ทรงคณุ วุฒิดา้ นอาหารและขนม
ผู้จดั ทำหลักสูตร พ่มุ พันธว์ งศ์ ครูผชู้ ว่ ย
พลอยสง่ ศรี ครูผู้ชว่ ย
นายบดินทร์ภัทร์ ศรชี ยั ครผู ชู้ ว่ ย
นางวัชรินทร์ ภกั ดอี ักษร ครผู ชู้ ว่ ย
นางร่งุ นภา เทยี นขา ครูผ้ชู ว่ ย
นางสาวพฒั นีนาถ เครอื ออ่ น นักจดั การงานท่วั ไป
นายวทิ วสั
นางสาวดาววดี หอมสมบตั ิ นักวิชาการเงนิ และบัญชี
ศาสตร์ประสิทธ์ิ นกั จดั การงานท่ัวไป
นางสาวนุชจรี หน่วงกลาง นักวชิ าการศึกษา
นายสิทธชิ ยั แพง่ ประสิทธิ์ เจา้ พนกั งานธรุ การ
นายสมเกยี รติ สดดุ ี เจา้ พนักงานการเงนิ และบญั ชี
นางสรุ ียร์ ัตน์ อนิ เฉียน นักวชิ าการพัสดุ
นายดนัย
นางสาวสุวมิ ล ชรู ัศมี นกั วชิ าการศึกษา
ครุธพันธ์ นกั จัดการงานท่ัวไป
นางสาวอุนนดา สีระวฒั น์ นักวชิ าการโสตทัศนศึกษา
นางสาวณัฐกานต์ เกตปุ ระทมุ เจ้าหน้าที่เกษตร
นางสาวชลธชิ า
นางสาวศริ ิพร
รปู เล่ม / หน้ำปก พลอยส่งศรี ครผู ู้ชว่ ย
นางวัชรินทร์ เทยี นขา ครูผชู้ ว่ ย
นายวทิ วสั ศาสตรป์ ระสทิ ธ์ิ นักจัดการงานทั่วไป
นายสทิ ธชิ ยั หน่วงกลาง นักวชิ าการศกึ ษา
นายสมเกียรติ สดดุ ี เจา้ พนักงานการเงนิ และบญั ชี
นายดนยั
อนิ เฉยี น นักวชิ าการพัสดุ
นางสาวสุวมิ ล เกตปุ ระทมุ นกั วิชาการศกึ ษา
นางสาวศริ ิพร
59