The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sureerat Homsuwan, 2022-06-23 04:12:37

เมนูไก่นาบกระทะและเมนูผัดพริกอ่อน

หลักสูตรอาหารสูตรพระราชทาน





คำนำ

ด้วยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จังหวัดอุทัยธานี เป็นศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชดาริ
สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธิราชเจา้ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
จดั ฝึกอบรมด้านอาชพี ใหก้ ับประชาชนให้มรี ายได้ และเพ่อื ศกึ ษาค้นคว้า วิจัยพัฒนาความรู้ด้านอาชีพต่าง ๆ
จากภูมิปัญญาท้องถ่ินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ท่ีสาคัญคือเป็นแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรม
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในทุกรูปแบบ เป็นศูนย์สาธิต ทดลอง จัดแสดงและจัดจาหน่าย
ผลิตภัณฑ์ของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ และโครงการพระราชดาริ รวมถึงการสนับสนุนประสานงานร่วมกับ
ภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการศึกษาอาชีพเพ่ือการมีงานทา สร้างรายได้ให้กับตนเอง
และครอบครัว

หลักสูตรอาหารสูตรพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี โดยศนู ยว์ งเดอื น อาคมสุรทัณฑ์ ศนู ยฝ์ ึกอาชพี ราษฎรตามพระราชดาริ จงั หวัดอุทัยธานี
ดาเนินการศึกษาเอกสารหนังสือครัวสระปทุม และหนังสือเมนูพระราชทาน 60 พรรษา ซ่ึงนาหลักการ
เน้ือหา และวิธีการประกอบอาหารไปจัดทาเป็นหลักสูตรวิชาชีพระยะส้ัน เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ
สมเดจ็ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในพระปรีชาสามารถเร่ือง
การประกอบพระกระยาหาร และเผยแพร่อาหารสูตรพระราชทานให้กับประชาชน สามารถประกอบอาหาร
และขนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และสามารถนาความรู้ไปประยุกต์ใช้หรือนาไปประกอบอาชีพสร้างรายได้
และพัฒนาคุณภาพชีวติ ที่ดตี ่อไป

ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ ภูมิปัญญาท้องถ่ิน วิทยากร ข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา และบุคลากรของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ท่ีได้ร่วมจัดทาและพัฒนา
หลักสูตรวิชาชีพระยะส้ัน และจัดทาแผนการเรียนรู้รวมทั้งสื่อต่าง ๆ ให้สาเร็จไปด้วยดีและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
หลักสูตรวิชาชีพระยะส้ัน ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อวิทยากร ครูผู้สอน ผู้เรียน
และผูท้ ี่สนใจได้นาไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์คุ้มค่าสงู สดุ

ศูนย์วงเดอื น อาคมสรุ ทณั ฑ์
ศนู ยฝ์ กึ อาชีพราษฎรตามพระราชดาริ จงั หวดั อทุ ัยธานี

สำรบัญ ข

คำนำ หนำ้
ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ ท่ใี ชใ้ นหลกั สตู รอำหำรสูตรพระรำชทำน ก
ควำมรู้พนื้ ฐำนในกำรจัดกำรเรียนร้ตู ำมหลักสตู รอำหำรสตู รพระรำชทำน 1
หลักสูตรเมนูไกน่ ำบกระทะ และเมนูผัดพรกิ อ่อน 17
21
ความเปน็ มา 21
หลักการของหลกั สตู ร 22
จดุ ประสงคข์ องหลักสูตร 22
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 22
กลุ่มเป้าหมาย 22
ระยะเวลา 22
โครงสรา้ งหลักสตู ร 23
การจดั การเรยี นรู้ 23
สอ่ื การเรียนรู้ 23
การจัดกระบวนการเรียนรู้ 23
การวัดและประเมินผล 24
ประโยชน์ทีค่ าดว่าจะไดร้ ับ 24
การจบหลักสตู ร 24
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา 24
แผนกำรจดั กระบวนกำรเรยี นรู้ 25
หลกั สตู รเมนไู กน่ ำบกระทะ และเมนผู ดั พรกิ อ่อน
ใบความรู้ ความเป็นมาของเมนูไก่นาบกระทะ 30
ใบความรู้ วธิ กี ารทาเมนูไก่นาบกระทะ 31
ใบความรู้ ความเป็นมาของเมนูผดั พริกออ่ น 33
ใบความรู้ วธิ ีการทาเมนผู ัดพริกอ่อน 34
แบบบันทกึ การเรยี นรูข้ องผู้เรียน 36
ใบความรู้ คุณคา่ ทางโภชนาการ 37
ใบความรู้ บรรจุภณั ฑ์ 39
ใบความรู้ การคานวณตน้ ทนุ กาไร 43
ใบงาน การคิดต้นทนุ กาไร 46
ใบความรู้ ช่องทางการตลาด 47
แบบทดสอบก่อนเรียน 52
แบบทดสอบหลังเรียน 53
แบบประเมนิ ผลการจดั การศึกษาและฝกึ อบรมหลกั สูตระยะส้นั 54

บรรณำนุกรม
คณะผู้จดั ทำ

สำรบญั รูปภำพ ค

ภาพท่ี 1 เตาแกส๊ หนำ้
ภาพที่ 2 เตาถา่ น
ภาพที่ 3 เคร่ืองป่ัน 2
ภาพท่ี 4 เตาอบไฟฟ้า 3
ภาพท่ี 5 เตาอบวาฟเฟลิ 3
ภาพท่ี 6 เครื่องชงั่ ขนาดใหญ่ 4
ภาพที่ 7 เคร่ืองช่งั ขนาดเล็ก 5
ภาพที่ 8 เคร่ืองชั่งดิจติ อล 5
ภาพที่ 9 ถว้ ยตวงของแห้ง 6
ภาพท่ี 10 ถว้ ยตวงของเหลว 6
ภาพที่ 11 ชอ้ นตวง 8
ภาพท่ี 12 มีดชนิดตา่ ง ๆ 9
ภาพท่ี 13 เขียงไม้และเขียงพลาสติก 9
ภาพที่ 14 เขียงพลาสติก 11
ภาพท่ี 15 ชามผสมหรืออา่ งผสม 12
ภาพท่ี 16 กระชอน 12
ภาพท่ี 17 อุปกรณ์ที่ใชใ้ นการหงุ ตม้ และนง่ึ 13
ภาพท่ี 18 ถาดอลูมิเนียม 14
ภาพที่ 19 กระบวยสแตนเลส 14
ภาพท่ี 20 ผ้าขาวบาง 15
ภาพที่ 21 ครกหนิ 15
ภาพท่ี 22 น้ามันสลัดเมลด็ ชา 16
ภาพท่ี 23 น้ามนั เมลด็ งาม้อน 16
ภาพที่ 24 ไก่นาบกระทะ 20
ภาพท่ี 25 วัตถดุ บิ และส่วนผสมของเมนูไกน่ าบกระทะ 20
ภาพที่ 26 ผัดพริกอ่อน 30
ภาพที่ 27 วตั ถุดบิ และสว่ นผสมของเมนูผัดพริกอ่อน 31
ภาพที่ 28 บรรจุภัณฑจ์ ากกระดาษ 33
ภาพที่ 29 บรรจภุ ัณฑ์จากพลาสตกิ 34
ภาพท่ี 30 บรรจภุ ัณฑ์จากปน่ิ โต 40
ภาพท่ี 31 บรรจภุ ัณฑ์จากแก้ว 41
ภาพที่ 32 บรรจุภณั ฑ์จากวัสดธุ รรมชาติ 41
42
42

1

ควำมรเู้ กี่ยวกับวสั ดุ และอุปกรณท์ ี่ใชใ้ นหลักสูตรอำหำรสตู รพระรำชทำน
ศนู ยว์ งเดือน อำคมสุรทัณฑ์ ศนู ย์ฝกึ อำชีพรำษฎรตำมพระรำชดำริ จงั หวัดอุทยั ธำนี

วัสดแุ ละอุปกรณท์ ่ีใช้ในหลักสูตรอำหำรสตู รพระรำชทำน
ในการจัดเตรยี มวสั ดแุ ละอุปกรณใ์ นการจัดทาหลักสูตรอาหารสูตรพระราชทาน จะต้องใช้วัสดุและ

อุปกรณ์หลากหลายชนิด ต้ังแต่เตาหุงต้ม เคร่ืองใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน เพื่อประกอบการทา และ
การจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ให้พร้อม วัสดุและอุปกรณ์ทุกชนิดที่นามาใช้ต้องอยู่ในสภาพท่ีดีพร้อมใช้งาน
ซ่งึ ทาใหก้ ารประกอบอาหารได้ดี ไม่เสยี แรงงาน และประหยดั เวลา วสั ดแุ ละอปุ กรณต์ ่าง ๆ ประกอบด้วย

อปุ กรณใ์ นกำรหุงตม้ ประเภทเตำ
เตาที่ใช้ในการหุงต้ม หรือประกอบอาหารและขนมมีหลากหลายชนิด เช่น เตาถ่าน เตาน้ามันก๊าด
เตาแก๊ส และเตาไฟฟา้ เปน็ ต้น ซง่ึ เตาบางชนดิ ไม่ได้มีการใช้งาน การเลือกใช้เตาในการประกอบอาหารและ
ขนมจะเลอื กใช้เตาท่ใี ห้ความสะดวกในการใช้งานเพ่ือประกอบอาหารและขนม ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีในการ
ออกแบบเตาทาให้การใช้งานสะดวกและหลากหลายมากข้ึน รูปแบบของเตามีดงั ตอ่ ไปน้ี
1. เตำแก๊ส (Gas Stove)
เตาแก๊ส มีหลักการทางานโดยท่อท่ีต่อพ่วงจากตัวถังมายังเตา ท่อท่ีแก๊สจากถังจะถูกส่งจ่ายเข้าไป
ภายในเตา เมื่อเปิดวาล์วควบคุมแก๊สเข้าหัวเตา แก๊สจากท่อนาแก๊สหลักจะไหลเข้าสู่ห้องผสม
อากาศ ความเร็วของแก๊สที่ไหลเข้ามาในห้องผสมอากาศจะดึงดูดให้อากาศไหลเข้ามาผสมกัน ในขณะที่
ไหลเข้าสหู่ ัวเตา จนกระทั่งเมอ่ื มาถึงหัวเตาจะมีส่วนผสมส่วนหนึ่งไหลเข้าไปในท่อเล็กด้านข้าง ซ่ึงภายในจะ
มีหัวจุดนาเพ่ือจุดส่วนผสมนี้ให้ติดไฟขึ้นได้ เตาแก๊สมีให้เลือกทั้งแบบเตาแก๊สตั้งโต๊ะ คือ เตาแบบเคลื่อนย้ายได้ และ
เตาฝัง ซ่งึ จะตอ้ งทาการตดิ ต้ังแบบบิว้ ทอ์ นิ กับเฟอรน์ เิ จอร์ทาใหม้ ีความสวยงาม มีข้อเสยี คือ เคลื่อนย้ายไม่ได้
ซง่ึ การเลือกซ้ือเตาแก๊สมาเพ่ือการใช้งาน ต้องพิจารณาถึงลักษณะครัว การใช้งาน ความต้องการด้านความสวยงาม
หรอื การตกแต่งภายในใหเ้ ข้ากบั หอ้ งครวั
วธิ ีกำรเลอื กซื้อ ใหค้ านึงถงึ ความสามารถในการทาความรอ้ น มรี ะบบความปลอดภัยในการตัดแก๊ส
มีวัสดุที่ใช้ในการผลิตท่ีทนทาน เลือกหัวเตาท่ีผลิตจากวัสดุที่ทนความร้อนสูงโดยเลือกใช้หัวเตาแก๊สท่ีผลิต
จากทองเหลือง เลือกระบบจุดติดของหัวเตาที่เหมาะสม และระบบการทางานของหัวเตาแก๊สแบบเผาไหม้
ที่สมบูรณ์ โดยวิธีสังเกตระบบการทางานของหัวแก๊ส คือ การดูสีของเปลวไฟ ต้องเลือกเปลวไฟท่ีเป็นสีฟ้า
และไม่มีสีแดงมาปะปน หากมีสีแดงมาปะปนจะแสดงว่ามีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ภาชนะทา
ความสะอาดยากและเกา่ เรว็ กว่าปกติ และจะทาให้มีความส้นิ เปลอื งแก๊สมากกว่าปกติ
วิธีกำรใช้งำน จัดเตรียมอาหารและขนมที่จะหุงต้มไว้ให้เรียบร้อย เลือกขนาดของภาชนะท่ีจะใช้หุงต้ม
ให้เหมาะกับหัวเตา ทาการเปิดวาล์วที่ถังแก๊ส จุดไฟท่ีหัวเตาพร้อมกับเปิดวาล์วท่ีหัวเตา ให้หมุนเปิดวาล์ว
เพียงเล็กน้อยเพ่ือให้แก๊สออกมาน้อย ป้องกันไม่ให้เปลวไฟลุก เม่ือไฟท่ีหัวเตาติดจึงปรับเพิ่มไฟตามที่
ตอ้ งการ เมื่อหุงตม้ อาหารและขนมเสร็จเรียบร้อยจงึ ปดิ วาลว์ ทีห่ ัวเตา และถงั แกส๊
วิธีกำรเก็บรักษำ การทาความสะอาดส่วนที่เป็นโครงเหล็กและฝาหัวเตา ให้ถอดทาความสะอาด
โดยใช้ฟองนา้ หรอื ผา้ นุ่มชบุ นา้ สบเู่ ช็ดให้สะอาด และนาโครงเหล็กไปล้างด้วยน้าสะอาดผ่ึงให้แห้ง สาหรับฝาหัวเตา
เม่ือใช้งานเป็นระยะเวลานาน อาจมีเศษอาหารหรือเขม่าอุดตันตามรูช่องไฟได้ ให้ใช้ลวดหรือแปรงขัดทา
ความสะอาด และดา้ นข้างใหใ้ ช้ฟองน้าหรอื ผา้ นุ่มชุบนา้ สบเู่ ช็ด นาผ้าสะอาดเช็ดอีกครัง้ ให้แห้ง

2

ภาพท่ี 1 : เตาแก๊ส
โดย ศนู ยว์ งเดือน อาคมสุรทัณฑ์

2. เตำถ่ำน
เตาถา่ น เป็นเตาทใี่ ช้ถา่ นไมโ้ ดยผ่านการเผาใหไ้ มส้ ุกดี และนามาใช้เป็นเช้ือเพลิงหุงต้มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดีกว่าเตาประเภทอื่น ๆ ให้ความร้อนสูง ทาให้การหุงต้มสุกเร็ว ท้ังยังมีควันน้อยไม่ทาความรวบกวนผู้ใช้
หรือควันไปติดภายในอาคารบ้านเรือน อาจเรียกว่าชื่ออีกอย่างหนึ่ง คือ เตาอั้งโล่ ภาษาจีนแต้จ๋ิว แปลว่า
เตาสีแดง ลักษณะของเตาถ่านมีลักษณะท่ีแตกต่างกันตามแบบของแต่ละท้องถ่ินท่ีนิยมใช้ ส่วนใหญ่ข้ึนอยู่กับ
ช่างประดษิ ฐจ์ ะมีความร้แู ละฝีมือเพียงใด เตาถ่านมีผู้ผลิตออกจาหน่ายมากกว่าเตาฟืน เน่ืองจากเป็นที่นิยม
ของผู้ใช้งานทวั่ ไป
วิธีกำรเลือกซื้อ ให้คานึงถึงความทนทานของเตา เตาทุกชนิดที่ออกแบบหรือพัฒนาเพื่อใช้งาน
สาหรับหุงต้มในครัวเรือน เตาต้องมีความแข็งแรงทนทานต่อสภาพการใช้งาน ความสะดวกในการ
เคลื่อนย้าย ตัวเตาจะต้องมีน้าหนักพอประมาณเพ่ือสามารถเคล่ือนย้ายได้โดยง่าย การใช้งานง่ายเตาท่ีใช้
จะต้องเป็นเตาที่จุดไฟติดได้ง่ายให้ความร้อนได้เร็วไม่ต้องเติมเช้ือเพลิงบ่อย ๆ ปากเตารับภาชนะได้หลาย
ชนิดและหลายขนาด เพ่ือสะดวกในการใช้งาน โดยเฉพาะการหุงต้มของครัวเรือนไทยจะมีภาชนะและชนิด
ต่าง ๆ กันจึงจาเป็นต้องมีปากเตาให้เหมาะสมกับประโยชน์การใช้งาน เตาจะต้องประหยัดเช้ือเพลิงให้
พลังงานความร้อนท่ีเกิดข้ึนในชอ่ งเผาไหม้ของเตา สามารถถ่ายเทให้แก่ภาชนะได้เต็มที่ความร้อนจะสูญเสีย
น้อยทสี่ ุด
วิธีกำรใช้งำน ก่อนติดไฟในเตา ควรเตรียมเคร่ืองประกอบอาหารให้พร้อมและจัดลาดับการหุงต้มให้
เรยี บร้อย ไมค่ วรติดไฟรอไวก้ ่อนนาน ๆ เพราะเป็นการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เลือกใช้ภาชนะ และขนาดของหม้อให้
พอเหมาะกับปริมาณอาหารท่ีจะปรุง เตรียมก้อนถ่านควรทุบให้มีขนาดประมาณ 2 – 4 เซนติเมตร ถ่านท่ีใช้ไม่
ควรเปียกน้า เพราะจะทาให้ติดไฟยากทั้งเป็นการส้ินเปลืองเชื้อเพลิงจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ควรใส่ถ่าน
จนล้นและดันก้นหม้อลอยจากเส้า จะทาให้รังผ้ึงแตกได้ง่ายและถ่านติดไฟได้ช้า เตาใหม่ที่เร่ิมใช้งานไม่ควรใส่
ถ่านในเตามากเกินไป เพราะฉนวนบุฉนวนทนไฟและรังผ้ึงยังไม่สุกและอยู่ตัวดี เม่ือกระทบความร้อนจัด
ทันทีในตอนแรกอาจทาให้เตาแตกร้าวได้ ก่อนเร่ิมติดไฟในเตาทุกคร้ังควรเข่ียข้ีเถ้าในรังผึ้งและใต้รังผึ้งออก
ให้หมดเพ่ือให้อากาศเข้าเผาไหม้ได้สะดวก ควรปิดประตูลมเมื่อต้องการลดความร้อนภายในเตา เช่น
ในขณะดงข้าวเพื่อมิให้อาหารไหม้และเป็นการประหยัดถ่าน ถ่านท่ีเหลือจากการหุงต้มไม่ควรท้ิงไว้ให้สูญ
เปล่า ควรรีบตักเกบ็ ใส่ในภาชนะอับอากาศหรือกลบด้วยทราย ข้ีเถา้ ไวใ้ ชใ้ นคราวตอ่ ไป
วิธีกำรเก็บรักษำ อย่าให้อาหารหรือน้าหกรดเตาขณะร้อนจัดเพื่อป้องกันเตาแตก เก็บรักษาเตาไว้
ในที่ร่ม ไม่เปียกฝนหรือในที่ท่ีมีความช้ืนสูง หมั่นทาความสะอาดเปลือกตาและทาด้วยน้ามันเล็กน้อยเพื่อ
ปอ้ งกันสนมิ ในการเคลื่อนย้ายเตา อย่าวางเตากระแทกเพราะจะทาให้ฉนวนบุเตาไม่ติดแน่นกับตัวถังเตาท่ี
ใช้จะไม่ทน การเปลี่ยนรังผ้ึงและฉนวนทนไฟให้ใช้ดินผสมขี้เถ้าแกลบ 1 ต่อ 5 โดยปริมาตร เม่ือดินยาปาก
ถังแตกร้าวมากให้ใช้ดินผสมขี้เถ้าแกลบ 1 ต่อ 3 หรือใช้ปูนซีเมนต์ยาให้สนิท เพ่ือป้องกันมิให้ปากเตา
แตกรา้ ว และปอ้ งกันไม่ให้น้าและความชื้นเข้าไปภายในเนือ้ เตาได้

3

ภาพท่ี 2 : เตาถ่าน
โดย ศูนยว์ งเดอื น อาคมสรุ ทัณฑ์

อุปกรณ์เครอื่ งใช้ไฟฟำ้
เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นเคร่ืองทุ่นแรงในการประกอบอาหารและขนม มีบทบาทท่ีสาคัญในด้านต่าง ๆ
ได้แก่ การประหยัดแรงงาน สรา้ งความสะดวกสบายให้กับผู้ประกอบอาหาร ดังนั้น ผู้ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าควรมี
ความรู้ในการเลือกใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าในการประกอบอาหาร เพ่ือจะได้เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมกับประเภท
ของการทาอาหารและขนม ประกอบดว้ ย
1. เครอ่ื งป่นั (Blender)
เครอ่ื งปัน่ เป็นเครอื่ งป่ันละเอยี ด และเครื่องปั่นผสม ประกอบดว้ ยโถแกว้ มใี บมีดเล็กแต่คม และแข็งแรง
3 - 4 ใบ ที่ก้นโถมปี มุ่ บังคบั ความเร็วแตกตา่ งกนั แบ่งเป็นประเภท 2 ประเภท คอื แบบใบมีดใหญ่แต่ไม่คม ใช้ป่ัน
หรอื ผสมอาหารทมี่ ลี ักษณะเหนียวข้น และแบบใบมดี เล็กแตค่ ม ใช้ปั่นอาหารประเภทต่าง ๆ ทีต่ อ้ งการให้ละเอียด
วิธีกำรเลือกซ้ือ เคร่ืองปั่นพิจารณาเลือกซื้อชนิดที่เชื่อถือได้ คือ เครื่องป่ันผลิตโดยบริษัทที่น่าเชื่อถือ
ในการผลิต และมีการรบั ประกนั สินคา้
วิธีกำรใช้งำน นาวัตถุดิบหรือส่วนผสมใส่ลงในโถป่ัน และเปิดสวิทซ์ไฟ กรณีใช้เคร่ืองป่ันติดต่อกัน
เป็นเวลานานอาจจะทาให้เครื่องร้อนไหม้ได้ หากต้องการปั่นอาหารจานวนมากและนาน ควรพักเคร่ืองให้
เย็นลง เมื่อปั่นของเหลวไม่ให้ใส่ปริมาณเกินคร่ึงภาชนะ อาจทาให้ไหลซึมจากฝาลงไปยังเคร่ือง ทาให้เกิด
ไฟฟ้าช๊อตได้ ในระหว่างเคร่ืองป่ันทางานไม่ควรคน อาจถูกใบมีดทาให้เกิดอันตรายได้ เมื่อปั่นอาหารที่แห้ง
ให้เติมของเหลวลงไปเล็กน้อย เพราะจะทาให้ปั่นง่ายเครื่องไม่ร้อนเร็ว และปั่นอาหารเริ่มต้นด้วยความเร็วต่า
ก่อนเสมอ จึงเพิ่มความเร็วภายหลัง ถ้าเป็นการตีอาหารให้ขึ้นฟูไม่ต้องตีนานเพราะเครื่องป่ันทางานเร็วมาก
และห้ามใช้ผสมอาหารท่เี หนยี วเกนิ ไป
วธิ กี ำรดูแลรกั ษำ เมื่อเลิกใช้งานควรทาความสะอาดโถปั่น นาไปตากให้แห้ง และใช้ผ้าสะอาดเช็ด
บริเวณเครื่องป่ันให้สะอาด

ภาพที่ 3 : เคร่อื งปนั่
โดย ศนู ยว์ งเดอื น อาคมสรุ ทัณฑ์

4

2. เตำอบไฟฟำ้
เตาอบไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ในการทาอาหารและขนมประเภทอบด้วยความรู้ของคนสมัยโบราณก็
สามารถประดิษฐ์เตาอบแบบง่าย ๆ ใช้งานกัน ชาวอียิปต์ใช้เตาอบแบบง่ายที่ไม่มีปล่องสาหรับอบขนมปัง
หลงั จากน้ันชาวกรกี ไดด้ ัดแปลงเตาอบให้มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม โดยทาเป็นเตาอบที่ก่ออิฐรูปโดม ส่งผล
ให้อาหารท่ีได้มีคุณภาพดีขึ้น เตาอบได้รับการพัฒนาจนถึงศตวรรษที่ 18 ชาวอังกฤษและอเมริกานิยมใช้
เตาอบในการประกอบอาหารมากยงิ่ ข้ึน จนเม่อื มาถึงยุคปัจจุบันศตวรรษ 20 แก๊สและไฟฟ้าเร่ิมมีบทบาทใน
การทาอาหารมากย่ิงขึ้น ทาให้เตาอบยิ่งได้รับการพัฒนาโดยเทคโนโลยีเหล่าน้ีให้สามารถใช้งานได้อย่าง
มปี ระสทิ ธิภาพ ง่าย และสะดวก จนสามารถควบคมุ อุณหภมู ิในการอบอาหารได้ดีข้นึ
วิธีกำรเลือกซื้อ เตาอบไฟฟ้าสามารถใช้งานง่าย ตั้งอุณหภูมิตามที่ต้องการได้แม่นยา มีระดับ
อุณหภูมิท่ีค่อนข้างเสถียร อบอาหารได้ออกมาสวยงาม และรวดเร็วกว่าเตาอบแบบแก๊ส มีขนาดเครื่อง
เลก็ กวา่ ประหยัดพืน้ ที่ติดต้ังสามารถตดิ ตงั้ ในครัวเรอื นท่ัวไปได้ ดูแลรักษาได้ง่ายกว่าทาให้มีอายุการใช้งาน
ที่ยาวนาน แต่เตาอบไฟฟ้ามีข้อเสียคือความส้ินเปลืองพลังงาน และต้องมีการเดินสายไฟและระบบเบรกเกอร์ที่ดี
นอกจากนีอ้ าจจะมขี อ้ จากดั ในเรื่องพลังของกระแสไฟตามอาคารทัว่ ไปไม่พอใช้สาหรบั เตาอบไฟฟา้
วธิ กี ำรใชง้ ำน ศึกษาคมู่ ือการใช้งานเตาอบไฟฟ้า เปิดเตาอบและตั้งอุณหภูมิตามการใช้งาน อาจใช้
เทอร์โมมเิ ตอร์วดั อุณหภูมิเตาอบ เปดิ ฝาเตาอบเปน็ ระยะและหมุนถาดระหว่างอบ หากเป็นถาดเค้ก ขนมปัง
และมฟั ฟนิ ให้กลบั ถาด 90 องศา หลังจากอบไปครึ่งทางหากอบโดยใช้ตะแกรงมากกว่า 1 ชั้น เช่น อบคุกกี้
ให้สบับถาดบนและล่าง ถาดอบก้นลึกให้หมุนเล็กน้อยหลายรอบระหว่างอบ หากต้องการให้หน้าเป็นสี
น้าตาลให้นาของที่อบเล่ือนขึ้น ห้ามใช้ภาชนะที่เป็นโลหะสีเข้มหรือสีดา จะทาให้ความร้อนแผ่มาจาก
ด้านล่างของเตา ซึ่งภาชนะโลหะสเี ขม้ จะดูดซบั ความรอ้ นง่ายทาใหข้ นมกน้ ถาดเป็นสนี ้าตาลหรือไหม้
วิธีกำรดูแลรักษำ เม่ือเลิกใช้งานให้ตั้งอุณหภูมิเตาอบไว้ท่ีประมาณ 180 – 200 องศาเซลเซียส
และให้เตาอบทางานประมาณ 3 นาที จึงปิดเครื่อง นาหม้อใส่น้าเดือดตั้งไว้ในเตาอบ จากนั้นนาภาชนะที่
ทนความร้อนใบเล็กใส่แอมโมเนียวางในเตาอบให้อยู่เหนือหม้อน้าเดือด หรือใช้เบกก้ิงโซดาผสมน้าใส่ขวด
สเปรย์นาไปฉีดให้ทั่วเตาอบ ท้ิงไว้ 1 วันจากนั้นใช้แปรงขัดคราบสกปรกในเตาอบ นาผ้าชุบน้ามาเช็ดให้
สะอาดและปล่อยใหแ้ ห้ง ฝานมะนาวใสใ่ นเตาอบ และเปิดไฟอ่อนประมาณ 1 – 2 นาทจี ึงนามะนาวออก

ภาพท่ี 4 : เตาอบไฟฟา้
โดย ศนู ยว์ งเดอื น อาคมสุรทัณฑ์

3. เคร่อื งอบวำฟเฟลิ
เครื่องอบวาฟเฟิล เป็นเคร่ืองอบขนมวาฟเฟิล มีฟังก์ช่ันการทางานท่ีออกแบบมาให้ใช้งานง่าย
สะดวก และช่วยประหยัดเวลาในการอบให้ความร้อนทั้ง 2 ด้าน ตัวพิมพ์เป็นแบบเคลือบทาให้ตัวแป้ง
วาฟเฟลิ ไมต่ ิดพิมพ์ สามารถลา้ งออกหรอื ทาความสะอาดไดง้ ่าย ตัวเคร่ืองกระจายความร้อนอย่างสม่าเสมอ

5

วิธีกำรเลือกซื้อ เคร่ืองอบวาฟเฟิลมีประสิทธิภาพแตกต่างกันตามราคา เลือกซ้ือเครื่องท่ีทามาจาก
วสั ดุทีม่ คี ุณภาพ แขง็ แรง ทนทาน และมกี ารรับประกนั สินคา้

วิธีกำรใช้งำน ศึกษาคู่มือการใช้งานเคร่ืองอบวาฟเฟิล เปิดเครื่องอบวาฟเฟิลและต้ังอุณหภูมิ
ตามการใชง้ าน

วิธีกำรดูแลรักษำ เมื่อเลิกใช้งานให้เช็ดทาความสะอาดด้วยผ้าชุบน้า และรอให้แห้ง เคร่ืองอบ
วาฟเฟลิ ทไี่ ม่มีแผน่ ยึดที่ถอดออกไดน้ ัน้ อาจจะทาความสะอาดยาก ใหร้ ีบทาความสะอาดเม่ือใชง้ านเสร็จทนั ที

ภาพท่ี 5 : เครอ่ื งอบวาฟเฟลิ
โดย ศูนยว์ งเดือน อาคมสรุ ทัณฑ์

อุปกรณเ์ ครื่องใช้ในครัว
อุปกรณ์เคร่ืองใช้ในครัวมีมากมายหลายชนิด การรู้จักอุปกรณ์เครื่องใช้และวิธีการให้อย่างถูกต้อง
จะช่วยในการประกอบอาหารให้มีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาและแรงงาน และช่วยให้ขนมที่ประกอบ
สาเรจ็ มีลกั ษณะท่ดี มี ีคุณภาพ ประกอบด้วย
1. เครือ่ งช่งั (Scale) เครอื่ งชงั่ ท่ใี ช้กันอย่ทู ว่ั ไปมี 3 ขนำด คอื
1.1 เคร่ืองชั่งขนาดใหญ่ สาหรับชั่งส่วนผสมท่ีมีจานวนมาก ซ่ึงในการประกอบอาหารในปัจจุบัน
นิยมใช้การชั่งมากกว่าการตวง การชั่งจะช่วยในการประหยัดเวลา และมีความเท่ียงตรงได้เป็นอย่างดี เคร่ืองชั่ง
ขนาดใหญ่มีน้าหนักตั้งแต่ 15 – 30 กิโลกรัม วัสดุเคลือบสีป้องกันสนิม การเคล่ือนย้ายไม่ควรหิ้วเพราะจะ
ทาใหเ้ กดิ การคลาดเคล่ือนไม่เทยี่ งตรง

ภาพท่ี 6 : เครื่องช่ังขนาดใหญ่
โดย ศนู ย์วงเดอื น อาคมสรุ ทัณฑ์

6

1.2 เคร่ืองชั่งขนาดเล็ก เหมาะสาหรับการชั่งเครื่องปรุงจานวนน้อย น้าหนักต้ังแต่ 500 – 1,000 กรัม
ไม่เกนิ 2,000 กรมั ทาดว้ ยโลหะหรอื พลาสตกิ เหนียว สาหรับเคร่ืองชั่งบางชนิดสามารถแยกจานออกเพื่อเท
สว่ นผสม เชน่ เกลอื ผงฟู การดูแลเครือ่ งชงั่ ควรระมัดระวังการตกหลน่ อาจจะทาให้เครื่องชั่งแตกหักได้ง่าย

ภาพท่ี 7 : เครื่องชง่ั ขนาดเล็ก
โดย ศูนย์วงเดอื น อาคมสุรทัณฑ์

1.3 เครื่องชั่งดิจิตอล เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดน้าหนักของวัตถุหรือสิ่งของต่าง ๆ ซ่ึงสามารถแสดง
หน่วยวัดได้หลากหลาย เช่น กรัม (g) ออนซ์ (oz) ปอนด์ (Ib) กิโลกรัม (Kg) กะรัต (ct) เป็นต้น ช่วยในการ
วัดปริมาณน้าหนักได้อย่างละเอียดแม่นยา และรวดเร็ว ซ่ึงแต่ละชนิดมีคุณสมบัติการใช้งานที่แตกต่างกัน
เช่น มีระบบปดิ เคร่อื งอตั โนมตั ิ คานวณปริมาณการชั่งได้ละเอียดและชัดเจน คุณสมบัติของเครื่องช่ังดิจิตอล
ทีด่ ี ต้องมคี วามแข็งแรง สามารถกนั นา้ ฝุ่นละออง ความรอ้ นได้ และมีอายกุ ารใชง้ านที่ยาวนาน

ภาพที่ 8 : เครอ่ื งชัง่ ดิจติ อล
โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสรุ ทัณฑ์

วิธีกำรเลอื กซ้ือ
1. ต้องทราบถึงวัตถุประสงค์ ว่าจะนาไปใช้ช่ังอะไร น้าหนักท่ีช่ังไม่เกินเท่าไร และค่าอ่านละเอียด
ของเคร่ืองช่ังเท่าไหร่ ส่วนผสมท่ีจะใช้ช่ังมีขนาดเล็กหรือใหญ่ ปริมาณเท่าไหร่ จะต้องใช้เคร่ืองช่ังแบบ
ดจิ ิตอล หรอื เครอ่ื งชั่งแบบเขม็ เปน็ ต้น
2. ศึกษาทีม่ าหรอื แหลง่ ผลิต วา่ สนิ ค้านาเข้าหรือผลิตในประเทศ ถ้าสินค้าผลิตในประเทศจะมีน้อย
สว่ นมากจะเป็นสินค้านาเขา้ ได้แก่ สหรฐั อเมริกา ญ่ปี ่นุ เกาหลี ไตห้ วนั และจนี
3. ศึกษาข้อมูลการใช้งาน เครื่องชั่งแต่ละชนิดจะมีข้อมูลการใช้งานท่ีแตกต่างกันออกไป การเลือก
ข้อมลู ของเครือ่ งชง่ั ควรจะเหมาะสมกบั ความต้องการของผู้ใช้
4. ศกึ ษาโครงสรา้ งและอุปกรณ์เคร่อื งชั่ง ผู้ใช้งานควรคานึงถึงสภาวะแวดลอ้ มท่ีจะใช้เคร่ืองชั่ง และ
ลกั ษณะการชั่ง ทง้ั นเี้ พ่อื อายกุ ารใช้งานทนี่ านขน้ึ โดยเช็คส่วนประกอบเคร่ืองช่งั ดงั น้ี

4.1 จอแสดงน้าหนกั พลาสติกเอบีเอส หรือสแตนเลส มีการป้องกนั ฝุ่นและนา้ หรือไม่
4.2 วธิ กี ารเปลยี่ นแบตเตอรี่ และการซ่อมแซม

7

4.3 แท่นช่ังโครงสร้างเหล็กแข็งแรงหรือไม่ จุดเช่ือม ความหนาของแท่นช่ัง โหลดเซลล์ มีคุณภาพดี
หรอื ไม่ และปอ้ งกนั ความชื้นไดห้ รอื ไม่

5. บรกิ ารหลงั การขาย เปน็ สงิ่ สาคัญในการบารุงรักษา ตรวจเช็คค่าน้าหนักอย่างสม่าเสมอ หรือหากชารุด
เสยี หาย สามารถหาซือ้ อะไหล่ไดง้ ่าย

6. เคร่ืองชัง่ ควรไดร้ บั มาตรฐาน และต้องผ่านการตรวจรับรองจากกองชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน
กระทรวงพาณชิ ย์

วิธีกำรใชง้ ำน
1. เครื่องช่ังมีท้ังขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก เคร่ืองชั่งมีต้ังแต่ขนาด 500 กรัม 1 กิโลกรัม และ 7 กิโลกรัม
เปน็ ต้นไป ทาจากพลาสติก โลหะ ชนิดท่ีทาจากโลหะมีความทนทานกว่าพลาสติก การเลือกเครื่องชั่งที่ใช้ใน
ครัวเรอื นควรเลือกเครอ่ื งชัง่ ทมี่ ีความละเอยี ดขนาด 500 กรมั หรอื 1 กิโลกรัม (สมบูรณ์ มน่ั ความดี, 2558)
2. โตะ๊ สาหรับวางเครื่องชงั่ จะต้องมน่ั คงแข็งแรงไมส่ น่ั ไม่แอน่ ตัว
3. เครือ่ งชงั่ จะตอ้ งต้ังระดบั ลกู นา้ เพอ่ื ใหเ้ ครื่องชัง่ สมดุล
4. ขาของเครื่องชั่งทุกขาจะตอ้ งตั้งบนพืน้ ตลอดเวลา
5. เปิดเคร่ืองท้ิงไว้ประมาณ 15 – 30 นาที ก่อนใช้งานดูค่าเริ่มต้นของเครื่องช่ัง โดยเครื่องชั่ง
ดิจิตอลให้เริ่มจาก 0.00 หรอื เครอ่ื งชง่ั แบบเขม็ ใหเ้ ข็มชีไ้ ปทีเ่ ลข 0 เทา่ น้ัน
6. การชงั่ นา้ หนกั ตอ้ งวางสิง่ ทีต่ ้องการชัง่ ตรงกลางจานชงั่
7. ควรรีบนาสิ่งของที่ช่ังออกจากจานชั่งเม่ือช่ังเสร็จแล้ว เพ่ือหลีกเล่ียงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
และความชืน้ ภายในเครื่องชง่ั
8. อุณหภูมิภายในห้องเคร่ืองช่ังควรคงที่ เน่ืองจากอุณหภูมิท่ีเปลี่ยนไป 1 องศาจะทาให้เครื่องช่ัง
อ่านคา่ ผิดไป 1 - 2 ส่วนในลา้ นส่วน และไม่ควรช่ังของขณะรอ้ น ตอ้ งรอใหเ้ ย็นลงจนถงึ อุณหภูมิห้องเสียก่อน
9. ปอ้ งกนั กระแสลมจากเคร่ืองปรับอากาศหรือเครื่องมือท่ีทาให้เกิดกระแสลม ซึง่ จะรบกวนการช่ัง
10. การชง่ั นา้ หนกั ควรชง่ั ในช่วง 1/3 - 2/3 ของคา่ พิกดั สงู สดุ ของเครื่องช่ัง
11. ไม่ควรช่งั น้าหนักเกนิ คา่ พิกดั สงู สดุ ของเครื่องช่ัง
12. หา้ มช่ังสารเคมีหรอื วสั ดตุ ่าง ๆ บนจานชั่งโดยตรง
13. วางเครื่องชั่งให้ห่างจากหน้าต่าง เพราะแสงสวา่ งจากดวงอาทติ ย์อาจทาให้คา่ นา้ หนักไมแ่ ม่นยา
วธิ กี ำรดูแลรักษำ
1. เกบ็ ในอุณหภูมิท่ีเหมาะสม ไมร่ อ้ น หรือชน้ื จนเกินไป
2. ไม่ควรชัง่ ของทมี่ ีน้าหนกั เกินพกิ ัดของเคร่ืองชงั่
3. ปิดรูเพ่ือป้องกันหนูและแมลงสาบเข้าไปทาลายแผงวงจร
4. ไมค่ วรเสยี บชารจ์ แบตเตอร่ใี นระหว่างการใชง้ าน
5. ทาความสะอาดเครอ่ื งช่งั อยู่เสมอ หรอื ทกุ ครัง้ หลงั ใชง้ าน

2. ถ้วยตวงของแหง้ (Measuring Cup)
ถ้วยตวง ใช้สาหรับตวงส่วนผสมท่ีเป็นของแห้งชนิดต่าง ๆ เช่น แป้ง น้าตาล เน้ือสัตว์ ผัก ถั่ว เป็นต้น
มี 4 ขนาด เรียกวา่ 1 ชดุ ประกอบดว้ ย

- ขนาด 1 ถ้วยตวง (One cup)
- ขนาด 1/2 ถว้ ยตวง (One half measuring cup)
- ขนาด 1/3 ถ้วยตวง (One third measuring cup)
- ขนาด 1/4 ถว้ ยตวง (One fourth measuring cup)

8

โดยที่บริเวณของก้นถ้วยตวงแต่ละใบ จะบอกขนาดของถ้วยตวงไว้อย่างชัดเจน ถ้วยตวงของแห้ง
มกั ทาจากวสั ดุ เชน่ อลมู ิเนียม พลาสตกิ และ สเตนเลส ซง่ึ มีรปู ทรง และขนาดมาตรฐานของถว้ ยตวงเหมือนกัน

วิธีกำรเลือกซ้ือ ควรเลือกซื้อชนิดท่ีหาซ้ือง่าย ทนต่อการใช้งาน น้าหนักเบา และราคาประหยัด
มที จี่ ับยืน่ ออกมา และตดิ แนน่ กับถ้วยตวง งา่ ยตอ่ การดแู ลรักษา และทาความสะอาด ทาให้มีอายุการใช้งาน
ท่นี านย่ิงขึ้น

วิธีกำรใชง้ ำน ใช้ตวงส่วนผสมประเภทของแห้งชนิดต่าง ๆ เช่น แป้ง น้าตาล ถั่ว เน้ือสัตว์ เลือกใช้
ให้เหมาะสมกับขนาดท่ีต้องการ โดยวางถ้วยตวงขนาดท่ีต้องการบนโต๊ะพ้ืนราบเรียบใช้มือข้างหน่ึงจับถ้วย
ตวงไว้ ส่วนอีกมือหนึ่งตักส่วนผสมของแห้งที่ต้องการตวงใส่ลงในตวงให้พูนถ้วย (ห้ามเขย่า หรือ เคาะถ้วยตวง)
ใช้ทปี่ าด (สปาตลู ่า – Spatula) หรือวัสดทุ ม่ี ีสนั เรียบตรงปาดส่วนทีพ่ นู ออก

วิธีกำรดแู ลรกั ษำ
- เมื่อเลิกใชง้ านควรล้างใหส้ ะอาด เช็ดให้แห้งสนทิ เก็บเข้าท่ใี ห้เรยี บรอ้ ย
- ถ้วยตวงที่ทาจากวัสดุพลาสติก ควรทาความสะอาดโดยใช้ฟองน้า หรือ ผ้านุ่ม ๆ เช็ดถูขณะล้าง
ทาความสะอาด เพอ่ื ไมใ่ ห้พลาสตกิ เป็นรวิ้ รอยการขีดข่วน
- ควรระวังอย่าใหห้ ่วงสาหรับถ้วยตวงหลดุ หาย เพอ่ื ท่จี ะไดด้ ูแลรักษาใหถ้ ้วยตวงอยู่ครบชุด

ภาพท่ี 9 : ถว้ ยตวงของแหง้
โดย ศูนย์วงเดอื น อาคมสรุ ทัณฑ์

3. ถ้วยตวงของเหลว (Liquid measuring cup)
ถ้วยตวงของเหลว ใช้สาหรับตวงส่วนผสมท่ีเป็นน้า หรือของเหลวท่ีสามารถไหลรินได้ เช่น น้า นม
น้ามัน น้าเชื่อม น้ากะทิ เป็นต้น ถ้วยตวงทามาจากวัสดุท่ีโปร่งใส เช่น แก้ว หรือพลาสติกใส เพื่อสามารถ
มองเห็นของท่ีนามาตวงได้ชัดเจน ผิวด้านนอกของถ้วยตวงชนิดนี้ จะมีขีดแสดงเครื่องหมาย และตัวเลข
กากับติดอยู่เพ่ือบอกค่าปริมาตรถ้วยตวง 1 ใบ สามารถบอกค่าปริมาตรไว้หลายมาตรา เช่น 1 ถ้วยตวง มีขีด
แสดงเคร่ืองหมาย และมีเลขกากับบอกปริมาตรเป็นถ้วยตวง เช่น 1/4 1/3 1/2 2/3 3/4 และ 1 ถ้วยตวง ไว้ด้านหนึ่ง
อีกด้านหนึ่งบอกปริมาตรเป็นออนซ์ เช่น 2 4 6 และ 8 ออนซ์ หรือบอกปริมาตรเป็นลิตร ปอนด์ ไปน์ เป็นต้น
ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หากต้องการตวงของเหลวเป็นจานวนมาก อาจใช้ถ้วยตวงขนาดใหญ่ท่ีมีขนาดบอก
ปริมาตรมากกว่า 1 ถ้วย จะสะดวกและรวดเร็วกว่า
วิธีกำรเลือกซ้ือ ควรเลือกซ้ือถ้วยตวงที่มีขีดบอกปริมาตรได้ง่าย และชัดเจน ทาจากวัสดุโปร่งใส
และทนความร้อนได้ดี
วิธีกำรใช้งำน ใช้ตวงส่วนผสมประเภทของเหลว เช่น น้า นม น้ามัน น้าเชื่อม น้ากะทิ โดยวางถ้วยตวง
บนพน้ื ราบเรยี บ เทสว่ นผสมท่ีต้องการตวงลงในถว้ ยตวงให้ได้ปริมาตรพอดีกับปากถ้วยตวง
วิธีกำรดูแลรักษำ
- ห้ามให้ถ้วยตวงแก้วตกพ้ืนเพราะจะทาให้แตกร้าว หรอื บิน่ ได้
- ใช้ผา้ นุ่ม ๆ หรือฟองนา้ จ่มุ นา้ ยาล้างจานเชด็ ถูใหท้ ว่ั ล้างดว้ ยน้าสะอาด 2-3 ครั้ง หรือจนกวา่ จะสะอาด

9

- คว่าให้สะเด็ดน้า และแห้งสนิท นาเก็บเข้าที่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง
เพราะจะทาให้แกว้ ขุ่นมวั ไมใ่ สสะอาด

ภาพที่ 10 : ถ้วยตวงของเหลว
โดย ศนู ย์วงเดอื น อาคมสรุ ทัณฑ์

4. ช้อนตวง (Measuring spoon)
ช้อนตวง ทาด้วยวัสดุท่ีเป็นอลูมิเนียม สเตนเลส และพลาสติก ใช้สาหรับตวงของแห้ง และของเหลว
ท่มี ีปรมิ าณเพียงเล็กน้อย มดี ว้ ยกนั 4 ขนาด เรียกว่า 1 ชุด ประกอบด้วย
- ขนาด 1 ช้อนโตะ๊ (1 Table spoon)
- ขนาด 1 ชอ้ นชา (1 Tea spoon)
- ขนาด 1/2 ชอ้ นชา (1/2 Tea spoon)
- ขนาด 1/4 ชอ้ นชา (1/4 Tea spoon)
วธิ กี ำรเลือกซื้อ ควรเลือกซอ้ื ช้อนตวง ชนิดท่ีทาด้วยวัสดุที่แข็งแรง ทนต่อการใช้งาน มีตัวเลขบอก
ขนาดให้เหน็ ชัดเจนท่ีดา้ มจับช้อนตวง
วิธีกำรใช้งำน ใช้ตวงส่วนผสมที่เป็นของแห้งและของเหลวในปริมาณไม่มาก ในกรณีตวงส่วนผสม
ที่เป็นของเหลว ตักส่วนผสมท่ีต้องการตวงให้เต็มพอดีกับขอบช้อนตวงขนาดท่ีต้องการ สาหรับส่วนผสมท่ี
เปน็ ของแหง้ ใหใ้ ช้ช้อนตวงขนาดทต่ี อ้ งการตักของแห้งให้พูนช้อน ใช้ท่ีปาด (สปาตูล่า - Spatula) หรือวัสดุ
ทีเ่ รียบตรง ปาดส่วนผสมที่เกินพนู ชอ้ นตวงออก ให้เหลอื ส่วนผสมทตี่ อ้ งการอยูใ่ นช้อนตวงเรียบเสมอปากขอบช้อนตวง
วธิ ีกำรดแู ลรักษำ ดแู ลอยา่ ใหช้ อ้ นตวงแยกหลุดออกจากหว่ งคล้อง เพื่อจะได้อยู่ครบชุด ไม่สูญหาย
เม่อื เลิกใช้งานควรลา้ งทาความสะอาดทันที และใช้ผา้ สะอาดเช็ดใหแ้ หง้ สนิทนาเก็บเขา้ ท่ีใหเ้ รียบร้อย

ภาพที่ 11 : ชอ้ นตวง
โดย ศูนยว์ งเดอื น อาคมสุรทัณฑ์

10

5. มีด (Knife)
มีด เป็นเคร่ืองมือชนิดแรกท่ีมนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ในชีวิตประจาวันมาอย่างยาวนาน เกี่ยวข้อง
สัมพันธ์กับแทบจะทุกกิจกรรมในการดาเนินชีวิต มีดเป็นเครื่องมือตัดเฉือนชนิดมีคมสาหรับใช้ สับ หั่น
เฉือน ปาด บางชนิดอาจมีปลายแหลมสาหรับกรีด หรือแทง มักมีขนาดเหมาะสมสาหรับจับถือด้วยมือเดียว
วสั ดทุ ่ใี ชผ้ ลิตใบมีดและด้ามจบั มีคุณสมบตั ิทีแ่ ตกต่างกนั ออกไป
วธิ กี ำรเลือกซอ้ื
- มีดสเตนเลส หรือเรียกว่าโลหะทรานซิชั่น มีข้อดีหลายประการ จึงนิยมเลือกมาใช้รวมถึงอาชีพเชฟ
เช่น มีความแข็งแรง ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีกว่าเหล็ก High Carbon มีน้าหนักพอเหมาะ ไม่ข้ึนสนิม สามารถ
นาไปลับคมได้ง่าย แต่ก็ทาให้เสียความคมได้เร็ว นอกจากน้ีผิวสเตนเลสที่มีความมันวาวทาให้สิ่งสกปรกติด
ยากจึงปลอดภัยจากการปนเปอื้ นในอาหารได้
- มีดเหล็ก High Carbon คนส่วนใหญ่นิยมใช้มีดที่ทาจากเหล็ก ใช้ถนัดกระชับมือ หาซื้อง่าย
มีความแข็งแกร่งคงทน หนาหนักใช้ได้นาน แม้เกิดสนิมง่าย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่บางยี่ห้อมีสาร
ตา้ นสนิมมากขน้ึ แต่ก็ยังตอ้ งหมนั่ ลับคมเปน็ ประจา
- มีดเซรามิก ทาจาก Zirconium Dioxide (เซอร์โคเนียม ไดออกไซด์) ซึ่งมีความแข็งแรงและคม
ดว้ ยคณุ สมบตั ทิ ีแ่ กรง่ รองจากเพชร จงึ สามารถใช้ได้นานโดยไม่ตอ้ งลับคม นา้ หนักเบาหยิบใช้ง่าย แต่มีความ
เปราะบาง แตกหักได้จึงไม่เหมาะกับงานสับของท่ีมีความแข็งมาก ๆ เช่น กระดูก ก้อนน้าแข็ง อาหารแช่แข็งที่
ยงั ไมล่ ะลายน้าแขง็ เปน็ ต้น
วธิ ีกำรใชง้ ำน
- มีดห่ัน ใช้หั่นของท่ัวไป ตัวมีดยาวกว่ามีดปอก ยาวประมาณ 5 น้ิวฟุต ไม่รวมด้ามปลายแหลม
จะสะดวกในการเลาะกระดูก มดี ห่นั มีความคมบาง ถ้าหนาเกินไปจะหัน่ ลาบากของท่หี ั่นออกมาจะไม่สวย
- มีดปอก ตัวมีดสั้นประมาณ 3 น้ิว ใบมีดเล็กกว่ามีดห่ัน มีทั้งชนิดปลายแหลมและปลายมน
ใช้ปอกเปลือกผัก ผลไม้ ปลายมีดแหลมเพื่อเจาะหรือแซะ
- มดี สับ ตวั มดี กวา้ งมีสันหนา เพื่อให้มีนา้ หนกั มาก ใชส้ ับอาหารให้ละเอียดเทา่ ที่ต้องการ
- มีดคว้าน ใบมีดเรียว ปลายแหลมเรียวเล็ก โค้งเล็กน้อย ใช้สาหรับเซาะหรือคว้านผลไม้หรือ
แกะสลักผกั
- มีดแล่ ใบมีดค่อนข้างโค้งและหนา มีหยักฟันปลาใช้เน้ือสัตว์ ออกจากกระดูกได้ ใช้แล่เลาะ
เนือ้ สตั ว์ทป่ี รุงรอ้ น ๆ ออกจากกระดูก
- ท่ีปอก ใช้ปลอกเปลือกโดยเฉพาะ ลกั ษณะคมมดี หันเขา้ หากนั และมดี ้ามถอื มดี ทาจากโลหะต่าง ๆ กัน
วิธีกำรดูแลรักษำ เลือกใช้มีดให้ถูกวัตถุประสงค์ในการเตรียมอาหาร เช่น ไม่ใช้มีดสับมาห่ัน
หรือไม่ใช้มีดคว้านมาปอก เป็นต้น เม่ือเลิกใช้งานควรทาความสะอาดเช็ดให้แห้ง เก็บไว้ให้ห่างจากมือเด็ก
และลับมดี ให้คมอยู่ตลอดเวลา

11

ภาพท่ี 12 : มีดชนดิ ตา่ ง ๆ
โดย ศนู ยว์ งเดอื น อาคมสรุ ทัณฑ์

6. เขยี ง (Cutting Board)
เขียง ประกอบไปด้วยเขียงไม้ และเขียงพลาสติก มีทั้งท่ีทาด้วยไม้และพลาสติก เขียงท่ีทาจากไม้
เนื้อแข็งสามารถสับอาหารบนเขียงได้ แต่เขียงท่ีทาจากไม้เนื้ออ่อน และเขียงท่ีทาจากพลาสติก เหมาะสาหรับ
ใชห้ ่ันหรือซอยอาหารเทา่ นน้ั
เขียงพลาสติก มีน้าหนักเบา พื้นผิวเรียบสะดวกต่อการใช้งาน มีให้เลือกหลายสี สามารถแยก
ประเภทการใช้งานได้อยา่ งชัดเจน หาซื้อไดง้ า่ ย และท่ีสาคญั คือ ทาความสะอาดง่าย ไม่เก็บกล่ิน ซึ่งสามารถ
แบ่งแยกสีของเขียงตามชนิดของวัตถุดิบ และแบ่งประเภทตามการใช้งาน เพ่ือป้องกันสารปนเป้ือนจาก
วตั ถุดิบทีใ่ ช้ เขียงมที ง้ั หมด 6 สี ได้แก่
เขียงสีแดง ใช้กับเน้ือสัตว์ดิบ เพราะอาหารท่ีเป็นเนื้อมีสีแดง เช่น เน้ือวัว ดังนั้นเพ่ือให้ง่ายต่อการ
ทาอาหารประเภทเดยี วกันควรใช้เขียงสีเดยี วกัน
เขยี งสีเหลอื ง ใชส้ าหรับหั่นเนือ้ สัตวป์ กี ดิบ เพราะสีเหลืองเป็นสีของลูกไก่และลูกเป็ด จึงง่ายต่อการ
จาวา่ สเี หลอื งคอื สตั ว์ปกี
เขียงสีน้าตาล ใช้กับเนือ้ สตั วป์ รุงสุก เพราะเนือ้ ที่ปรุงสกุ และจาเป็นต้องหั่นจะมีสีน้าตาล ทาให้ง่าย
ต่อการจดจาว่าสีน้าตาลต้องคกู่ ับเน้ือท่ปี รงุ สกุ แลว้
เขียงสีฟ้า ใช้กับเน้ือปลาหรืออาหารทะเลดิบ เพราะสีฟ้าเป็นสีของท้องทะเล จดจาได้ง่ายว่าสีฟ้า
ทะเลตอ้ งคู่กบั ปลา
เขียงสีเขียว ใช้กับผักและผลไม้ เพราะสีเขียวเป็นสีของผัก เหมาะกับการจาว่าสีเขียวคือความสด
เปน็ สขี องสลดั และผกั สด
เขียงสีขาว ใช้กับขนมปังและผลิตภัณฑ์จากนม เพราะสีขาวจะง่ายต่อการจาว่า คือ ผลิตภัณฑ์จากนม
ทาจากนม
วิธีกำรเลือกซอื้ ควรเลอื กซ้ือเขยี งเป็นไม้เนื้อแข็ง ทาจากไม้มะขาม ไม่มีรอยร้าวหรือเขียงพลาสติก
เนื้อแข็ง ลักษณะจะดูสวยงาม มีราคาแพงกว่าเขียงไม้ เลือกเขียงพลาสติกตามประเภทสีของการใช้งาน
เพอื่ ป้องกนั สารปนเปอ้ื นจากวตั ถุดิบท่ีใช้
วิธีกำรใช้งำน การใช้เขียงเป็นท่ีรองสาหรับห่ัน สับ ซอย ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับงานน้ัน เช่น การห่ัน
ซอยใช้เขียงพลาสติกได้ดี แต่ไม่ควรนาเขียงพลาสติกมาสับอาหาร การใช้เขียงอย่าใช้รวมกับอาหารคาว
จะทาใหอ้ าหารหวานมมี ีกลิน่ คาวได้
วิธีกำรดูแลรักษำ เม่ือเลิกใช้งานควรล้างทาความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในท่ีโปร่ง
อากาศถา่ ยเทเพ่ือไมใ่ หเ้ ขยี งมกี ลน่ิ และเปน็ ราได้

12

ภาพท่ี 13 : เขียงไม้และเขยี งพลาสติก
โดย ศนู ยว์ งเดือน อาคมสุรทัณฑ์

ภาพท่ี 14 : เขียงพลาสตกิ
ทม่ี า https://thai.alibaba.com

7. ชำมผสมหรืออ่ำงผสม (Mixing Bowls)
ชามผสม หรอื อา่ งผสม (นรารัตน์ เล็กสิงห์โต, ม.ป.ป.) กล่าวว่า อ่างผสมมีหลายขนาด ทาด้วยวัสดุ
หลายชนิด เช่น สแตนเลส อลูมิเนียม แก้ว พลาสติก เป็นต้น ใช้สาหรับคลุกเคล้าส่วนผสมต่าง ๆ ให้เข้ากัน
มีหลายชนิด และหลายขนาด แบง่ ตามวัสดุและการใชง้ านได้ ดงั นี้
- อ่างสแตนเลส มีความหนา หนัก และทนทาน เหมาะสาหรับผสมอาหาร หรือใช้เป็นภาชนะ
สาหรับการจัดเตรยี มอาหาร เช่น ลา้ งผัก ผลไม้ หรอื เป็นภาชนะสาหรบั ใสอ่ าหาร เปน็ ต้น
- อ่างผสมแก้ว มีความหนา ใส และมีน้าหนัก มีท้ังแก้วทนไฟและแก้วใส เหมาะสาหรับการ
ทาอาหารเพื่อการสาธิต ซึ่งทาให้เหน็ อาหารไดช้ ดั เจน ทาความสะอาดได้ง่าย
- อ่างผสมเคลือบ การผสมอาหารบางชนิดควรใช้อ่างผสมเคลือบในการประกอบอาหาร เช่น
อาหารที่มีส่วนผสม น้าปูนใส เกลือ ไข่ ถ้าเป็นภาชนะประเภทโลหะ เหล็ก หรืออลูมิเนียม ซึ่งสารประกอบ
โลหะอาจทาให้เกดิ การปนเปอ้ื นลงในอาหารก่อใหเ้ กดิ อนั ตรายได้ ดังน้ันการใช้ชามผสมหรืออ่างผสมเคลือบ
ให้เหมาะสมกับอาหารท่ีเปน็ กรด ควรระมัดระวงั ห้ามไมใ่ ห้ตกอาจทาให้ส่วนท่ีเคลือบกะเทาะออก
- อา่ งผสมอลูมเิ นยี ม ไม่เหมาะสมสาหรับนามาอาหารท่มี รี สเปรย้ี วหรือนามาตไี ข่
- อ่างผสมพลาสติก เป็นภาชนะที่เหมาะสมกับการเตรียมอาหารที่หมัก สะดวกสบายในการหยิบจับ
อ่างพลาสติกไม่เหมาะสาหรับการตีไขห่ รือนามาผสมอาหาร
- อ่างผสมกระเบื้อง เหมาะสาหรับกับการผสมอาหารทุกชนิด ภาชนะกระเบื้องทนต่อความเป็น
กรดและดา่ งไดด้ ี

13

วิธีกำรเลือกซ้ือ ควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับชนิดปริมาณของอาหารและขนม และการใช้งาน
ข้อสาคัญไม่ควรเป็นสนิม เลือกซื้อตามวัตถุประสงค์การใช้สอย ควรเลือกอ่างท่ีมีรูปร่างโค้งเรียบไม่หักมุม
เพ่ือช่วยในการผสมและทาความสะอาดได้ง่าย

วิธีกำรใช้งำน การใช้งานของอ่างผสมแต่ละชนิดควรใช้ให้เหมาะสมกับงานหรือชนิดของอาหารและ
ขนมท่ีจะเตรียมหรือปรุง ตลอดจนปริมาณของอาหาร เพราะอ่างมีขนาดใหญ่เกินไปอาหารก็จะดูน้อยใน
ภาชนะ หรอื อา่ งเลก็ เกนิ ไปอาหารก็จะลน้ โดยมหี ลักพิจารณา ดังน้ี

1. อ่างผสมเคลอื บ แกว้ สแตนเลส เหมาะสาหรบั อาหารทม่ี ีสภาพเปน็ กรด
2. อา่ งผสมอะลูมิเนยี มไม่เหมาะสาหรับอาหารทมี่ ีสภาพเป็นด่าง - กรด เม่ืออาหารทาปฏิกิริยากับ
อะลูมิเนียม ทาให้อาหารมีสีคล้าไม่น่ารับประทานอาหาร ข้อสังเกตอ่างผสมที่เป็นเครื่องแก้ว เครื่องเคลือบ
จะใชใ้ นการตีไขไ่ ดข้ น้ึ กว่าทท่ี าด้วยอะลมู ิเนียม เพราะไข่มฤี ทธเ์ิ ปน็ ดา่ งจะไมท่ าปฏิกิริยากับภาชนะอื่นยกเว้น
อะลูมิเนียม
วิธีกำรดูแลรักษำ เม่ือเลิกใช้งานควรล้างทาความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในท่ีโปร่ง
และอากาศถา่ ยเท

ภาพท่ี 15 : ชามผสมหรอื อ่างผสม
โดย ศูนย์วงเดอื น อาคมสรุ ทัณฑ์

8. กระชอน (Colander)
กระชอน เป็นเคร่ืองกรองเพื่อแยกน้าและกากจากกัน เช่น แยกน้ากะทิออกจากเนื้อมะพร้าว
ป้องกันสิ่งที่ไม่ต้องการหลุดลอดลงไปในน้ากะทิ ซึ่งมีลักษณะคล้ายตะแกรงรูโปร่งเล็ก สาหรับกระชอนคั้น
กะทิทาด้วยอลูมิเนียม หรือไม้ไผ่แผ่นเล็กสานเป็นรูเล็ก ๆ และมีหูสองข้างเล็ก สาหรับพาดเกาะปากหม้อ
หรืออ่างผสมเวลาทจี่ ะคนั้ กะทิ
วิธีกำรเลือกซ้ือ กระชอนมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์
ของการใช้งาน
วิธีกำรใช้งำน กระชอนใช้สาหรับการคั้นกะทิ หรือกรองอาหารให้แยกส่วนเน้ือและส่วนน้าออก
จากกนั ตลอดจนใช้สาหรับการพักอาหารให้สะเดด็ นา้ มีท้ังรูปทรงกลมและสี่เหลี่ยมมีหูยาวย่ืนออกมาสาหรับ
พาดกับปากภาชนะ สาหรบั กระชอนอลมู ิเนียมมีด้ามจับ
วิธีกำรดูแลรักษำ เมื่อเลิกใช้งานควรล้างทาความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในท่ีโปร่ง
และอากาศถ่ายเท

14

ภาพที่ 16 : กระชอน
โดย ศนู ย์วงเดอื น อาคมสุรทัณฑ์

9. อปุ กรณ์ที่ใช้ในกำรหุงตม้ และนึ่ง (Boilers and Steamers)
อุปกรณ์หุงต้มและนึ่ง ทามาจากวัสดุหลายชนิดด้วยกัน วัสดุท่ีมีความแตกต่างชนิดกัน จะมีคุณสมบัติ
การนาความร้อนที่แตกต่างกันไป ทามาจากวสั ดปุ ระเภท ทองเหลอื ง สแตนเลสและอลูมิเนียม โลหะชนดิ ต่าง ๆ
วิธีกำรเลือกซื้อ เลือกตามคุณสมบัติชนิดของวัสดุที่นามาทาภาชนะพื้นฐาน ขนาดของภาชนะ
ปรมิ าณความจุ รูปทรงของหมอ้ แตล่ ะประเภทใหเ้ หมาะสมกบั การประกอบอาหารและขนม
วิธกี ำรใช้งำน เลอื กใชใ้ ห้เหมาะสมกับการทางาน โดยดจู ากขนาดในการบรรจุ ความสะดวกในการ
ใชง้ านและความเหมาะสมของอุปกรณ์ชนดิ นนั้ ที่ตอ้ งใช้รว่ มกัน เช่น ขนาดของเตาสัมพันธ์กับขนาดของหม้อ
ความร้อนกับวัสดุที่นามาทาภาชนะนั้น ๆ หม้อท่ีทาจากอลูมิเนียมจะนาความร้อนได้ดี ส่วนภาชนะท่ีทา
จากสแตนเลสสตลี จะนาความรอ้ นไมท่ ่ัวถึงทาให้อาหารบางสว่ นไหม้ หรอื บางสว่ นดบิ
วิธีกำรดูแลรักษำ เมื่อเลิกใช้งานควรทาความสะอาดโดยใช้ครีมออฟทาร์ทาร์ 2 ช้อนโต๊ะ ละลายน้า
4 ถ้วย หรือ น้าส้มสายชู 1 ถ้วย ต่อน้าเปล่า 4 ถ้วย นาไปให้ความร้อนพออุ่นแช่ภาชนะอลูมิเนียมล้างทา
ความสะอาด เชด็ ให้แหง้ หรอื ตากแดดเกบ็ ในทโ่ี ปรง่ และอากาศถ่ายเท

ภาพท่ี 17 : อปุ กรณท์ ่ใี ช้ในการหุงต้มและน่งึ ได้แก่ หมอ้ ลงั ถึง หม้อแขก
โดย ศูนยว์ งเดือน อาคมสรุ ทัณฑ์

10. ถำด (Tray)
ถาด ทาด้วยวัสดุเหล็กผสมดีบุก ภาชนะเคลือบ สังกะสี และอลูมิเนียม มีรูปร่างลักษณะต่าง ๆ กัน เช่น
รูปส่ีเหลี่ยม กลมลึก รูปไข่ เป็นต้น การใช้งานส่วนใหญ่ใช้วางวัตถุดิบ และส่วนผสมสาหรับเตรียมก่อน
ขั้นตอนการทา หรอื นาเขา้ เตาอบตามวัตถปุ ระสงคใ์ นการใชง้ าน
วิธีกำรเลือกซ้อื ควรเลอื กซือ้ ใหเ้ หมาะสมตามประโยชนใ์ ช้งาน
วธิ ีกำรใชง้ ำน ถาดใชส้ าหรบั วางอาหารและขนมเพอื่ พักรอก่อนข้ันตอนการทาต่อไป
กำรเก็บรักษำ เมอ่ื เลิกใช้งานควรล้างใหส้ ะอาด ผึง่ ใหแ้ หง้ หรอื เชด็ ให้แห้ง

15

ภาพที่ 18 : ถาดอลูมเิ นียม
โดย ศนู ยว์ งเดือน อาคมสุรทัณฑ์

11. กระบวยสแตนเลส (Stainless Steel Dipper)
กระบวย เป็นภาชนะตักน้า สมัยโบราณทาด้วยกะลามีด้ามถือ กระบวยในปัจจุบันทาจากสังกะสี
อะลมู ิเนียม ทองแดง หรอื พลาสตกิ เปน็ ต้น บางชนิดมกี ระบวยขนาดพเิ ศษยาว 1.2 เมตร
วธิ กี ำรเลือกซื้อ การเลอื กกระบวยสแตนเลส ให้คานึงถึงวัตถุประสงค์ในการใช้งาน เช่น ใช้สาหรับ
ทาอาหาร ทอด ผดั เจยี ว ควั่ หรือใชส้ าหรบั ตักนา้ ซุป น้าแกง หรือ น้าจิ้ม เลือกตัวด้ามท่ีทาจากแบ็กกาไลท์
ทนต่อความร้อน ทาให้จับได้ถนัดมือ หัวกระบวยเป็นสแตนเลสเนื้อดี แข็งแรงทนทาน เนื้อสแตนเลสทาให้
ทนทานต่อความร้อน และทาความสะอาดง่าย ไมเ่ ปน็ สนมิ
วิธีกำรใช้งำน ใช้สาหรับตัก ลวก ต้ม จุ่ม โดยมีหลายชนิดตามการใช้งาน เช่น กระบวยตักแกง
กระบวยโปร่ง กระบวยตักน้าจิ้ม กระบวยน้าซุป กระบวยสุก้ี กระบวยหม้อไฟ กระบวยด้ามไม้ กระบวยด้ามงอ
กระบวยตวง เปน็ ต้น
วิธกี ำรเกบ็ รักษำ เม่ือใช้งานแลว้ ควรล้างทาความสะอาดด้วยนา้ ยาลา้ งจานทว่ั ไป เช็ดหรือผึ่งให้แห้ง
ก่อนจดั เกบ็

ภาพที่ 19 : กระบวยสแตนเลส
โดย ศนู ยว์ งเดือน อาคมสุรทัณฑ์

12. ผำ้ ขำวบำง
ผา้ ขาวบาง มีลกั ษณะเปน็ ผา้ สีขาว บาง โปรง่ คลา้ ยผ้ามุ้ง แต่มีความสะอาด ความกว้างของผ้าขาวบาง
จะมีขนาดไม่เท่ากัน ตามสภาพการใช้งาน ส่วนใหญ่จะนามากรองสิ่งท่ีไม่พึงประสงค์ไม่ให้เข้าลงไปผสมกับ
อาหาร ขนม หรอื น้าท่ีจะรบั ประทาน
วธิ กี ำรเลอื กซื้อ ควรเลอื กซ้ือผ้าขาวบางทีม่ ลี ักษณะสะอาดใหม่ ไมม่ สี ิ่งสกปรกติดอยู่
วิธีกำรใช้งำน ผ้าขาวบางใช้สาหรับกรองส่วนผสมเพื่อแยกกากหรือส่ิงต่าง ๆ ออกจากส่วนท่ีเป็น
ของเหลว หรือคลมุ อาหารและขนมเพือ่ ป้องกันสง่ิ สกปรก หรอื ไม่ใหข้ นมแห้ง
วิธกี ำรเก็บรักษำ เมอ่ื เลิกใช้งานควรซกั ทาความสะอาดสงิ่ สกปรก และผึง่ ให้แหง้ กอ่ นจัดเกบ็

16

ภาพท่ี 20 : ผา้ ขาวบาง
โดย ศูนยว์ งเดือน อาคมสุรทัณฑ์

13. ครก
ครก เปน็ เคร่ืองบดประจาครัวไทยท่ีสาคัญ ทาจากวัสดุประเภทหิน ดิน และไม้ ครกหินมีคุณภาพดี
เน้ือหินจะมีความแข็ง สีออกเขียว หากเนื้อครกหยาบขณะท่ีโขลก เน้ือหินจะติดปนมากับอาหารท่ีโขลก
การใช้ครกแตล่ ะชนิดขน้ึ อยกู่ บั ส่ิงทต่ี ้องการ เช่น ถ้าต้องการความละเอียดใช้ครกหินดีที่สุด แต่ถ้าใช้ครกดิน
เผาจะทาให้อาหารเข้ากัน แต่ไมต่ อ้ งการละเอียดสามารถใชด้ ินเผาหรือครกไม้จะเหมาะสมกบั การใช้งานได้ดีกวา่
วธิ กี ำรเลอื กซ้ือ ใหเ้ ลือกซื้อตามความเหมาะสมกบั การใช้งาน
วิธีกำรใช้งำน ใช้สาหรับโขลกอาหารให้ละเอียดมากน้อยตามต้องการ เช่น การโขลกน้าพริก
ถว่ั ลสิ ง บดเผอื ก การโขลกเครอื่ งแกงใหล้ ะเอียดควรใช้ครกหินจะได้เคร่ืองแกงที่ละเอียดผสมเข้ากันเป็นเนื้อ
เดยี วกนั
วิธีกำรเก็บรักษำ เม่ือเลิกใช้งานแล้วควรล้างทาความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในที่โปร่ง
อากาศถา่ ยเทเพ่ือไม่ให้ครกมีกล่นิ

ภาพที่ 21 : ครกหนิ
โดย ศูนย์วงเดอื น อาคมสุรทัณฑ์

17

ควำมรู้พนื้ ฐำนในกำรจดั กำรเรียนรู้ตำมหลักสตู รอำหำรสูตรพระรำชทำน
สมเดจ็ พระกนิษฐำธริ ำชเจ้ำ กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนรำชสดุ ำ ฯ สยำมบรมรำชกุมำรี

หลกั สูตรวิชำชพี ระยะสั้น รปู แบบกลุ่มสนใจ
ศนู ย์วงเดือน อำคมสรุ ทณั ฑ์ ศูนย์ฝกึ อำชีพรำษฎรตำมพระรำชดำริ จังหวดั อุทัยธำนี

บทนำ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงกล่าวไว้

ในไดอาร่ีว่า “ข้าพเจ้ามีของขวัญพิเศษ คือตารากับข้าว 10 อย่างที่ข้าพเจ้าเขียนเอง ท้ังภาษาไทย และ
ภาษาอังกฤษ กับข้าวเหล่านี้ ข้าพเจ้าทาเอง ชิมเอง ถ่ายรูปเอง บางรูป รูปที่ไม่ได้ถ่ายเป็นฝีมือพวกผู้ช่วย
ในครัว ไม่ใช่ช่างภาพอาชีพ” เมื่อทรงนึกตารับอาหารได้แต่ละตารับ ก็ทรง “เข้าครัว” ทดลองต้ังแต่ต้นปีท่ี
ผ่านมา ทรงทดลองประกอบพระกระยาหารทีละตารับในวันอาทิตย์ท่ีจะพอทรงมีเวลาว่าง มีท่านผู้หญิงจันทิมา
พึงบารมี ผู้ดูแลพระกระยาหารเป็นผู้ช่วย และมีกลุ่มพระสหายเป็นผู้คอยติชม ทรงกล่าวไว้ในคานาว่า
“ความทไี่ ม่คอ่ ยมีประสบการณ์ในการเขียนตารากับข้าว จึงอาจจะใช้คาพูดไม่ถูกต้อง แต่รับรองว่าอาหารที่
เขียนไว้น้ันอร่อยทุกอย่าง” และยังทรงเสริมด้วยพระอารมณ์ขันว่า “ถ้าท่านทาแล้วไม่อร่อยเป็นความผิด
ของท่านเองที่ทาไม่อร่อย” (เชียงใหม่นิวส์, 2549, น. 7) การประกอบพระกระยาหารซึ่งถือเป็นหนึ่งใน
พระปรชี าสามารถของสมเดจ็ พระกนษิ ฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ที่ประชาชนตา่ งประจักษ์แจ้งและประทับใจ ด้วยอาหารที่ทรงปรุงน้ันมีข้ันตอนที่ไม่ยุ่งยาก และอร่อยมากด้วย
คุณประโยชน์ (มลู นิธิชัยพัฒนา, 2558, น.4) การประกอบพระกระยาหารทรงงานอดิเรกท่ีโปรด ซ่ึงมีทั้งท่ีทรงคิด
ตารับอาหารเอง และทรงประยุกต์จากสูตรอาหารท่ีมีอยู่แล้ว มีท้ังอาหารไทยและอาหารฝรั่ง ส่วนใหญ่เป็น
อาหารเพ่ือสุขภาพ ทรงจดบันทึกสูตรอาหารและวิธีทาไว้ทุกครั้ง และได้พระราชทานสูตรอาหารให้ผู้สนใจ
หรือหน่วยงานต่าง ๆ นาไปเผยแพร่เพ่ือสาธารณประโยชน์ต่อไป ตาราอาหารพระราชทานท่ีได้มีการตีพิมพ์
มีหลายเล่ม เชน่ ครวั สระปทมุ เมนพู ระราชทาน 60 พรรษา อร่อยชัยพัฒน์ อรอ่ ยอุทยาน เป็นต้น

หลักสูตรอาหารสูตรพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี โดยศูนยว์ งเดือน อาคมสรุ ทัณฑ์ ศนู ย์ฝึกอาชพี ราษฎรตามพระราชดาริ จงั หวัดอุทัยธานี
ดาเนินการศึกษาเอกสารหนังสือครัวสระปทุม และหนังสือเมนูพระราชทาน 60 พรรษา ซ่ึงนาหลักการ
เนื้อหา และวิธีการประกอบอาหารไปทดลองฝึกปฏิบัติกับวิทยากรและครูผู้สอน รวบรวมเป็น 16 เมนู
ประกอบด้วย ยาพอกหัวเด็ก มัตสยาเกษียรสมุทร (ปลาช่อนอบ) กุ้งบ่อมรกต (กุ้งเผาสาหร่าย) ผัดพริกอ่อน ผัก
โขมป้ันก้อนอบ ซุปฟักทอง วัตเตนเมียร์ พายฟักทอง ขนมรวงผึ้ง หมูเสียบไม้ป้ิง ไก่นาบกระทะ ซุปมะเขือเทศ
มันฝร่ังบดทอด น้าสลัดเมล็ดชา ข้าวตังน้ามันเมล็ดชา ยาสตรอเบอร่ีน้ามันเมล็ดงาม้อน น้าพริกใบชา
งาม้อน จึงได้จัดทาหลักสูตรอาหารสูตรพระราชทาน เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในพระปรีชาสามารถเรื่องการประกอบพระกระยาหาร
และเผยแพร่อาหารสูตรพระราชทานให้กับประชาชน โดยมีจุดมุ่งหมายในการสร้างอาชีพเพื่อการมีงานทา
การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมที่กาลังจะสูญหาย และท่ีสาคัญยิ่ง ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ดาเนินการจัด
กิจกรรมตามพระราชดาริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
เพ่ือให้มีการจัดทาและพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพตามพระราชดาริเพื่อการมีงานทาตามความต้องการของ
ประชาชนและชุมชน และใชใ้ นการจัดกระบวนการเรียนรดู้ า้ นอาชีพให้เปน็ ไปตามพระราชประสงค์

18

โครงสรำ้ งเน้ือหำ
อาหารสูตรพระราชทาน เป็นอาหารเพ่ือสุขภาพที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย นอกเหนือจาก

สารอาหารหลักที่จาเป็นต่อร่างกาย นอกจากน้ีอาจช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ และท่ีสาคัญคือการ
รับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะจะช่วยให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และส่งผลให้มีสุขภาพจิตที่ดี
ประเภทของอาหารเพ่ือสุขภาพ ได้แก่ อาหารธรรมชาติ อาหารออแกนิก และอาหารเสริม เป็นอาหาร
ทางเลือกเพ่ือให้มีสุขภาพดี ปัจจัยสาคัญของอาหารท่ีดีคือ ความหลากหลาย ซึ่งจะทาให้ได้รับสารอาหาร
อย่างครบถ้วน หลักการที่จะช่วยให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน คือ การเลือกรับประทานอาหารหลากสีให้
มากท่ีสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อาหารท่ีมีสีสันจะมีสารอาหารอยู่มากมาย เช่น สีแดง สีเขียว สีเหลือง สีส้ม
เป็นต้น อาหารเหล่าน้ีจะมีวิตามินป้องกันอนุมูลอิสระ สามารถปกป้องร่างกายจากโรคร้าย และได้รับวิตามินและ
เกลือแรท่ ีห่ ลากหลาย

หลักในกำรบริโภคอำหำรเพือ่ สขุ ภำพ
1. รบั ประทานอาหารใหค้ รบ 5 หมู่ แต่ละหม่ใู หห้ ลากหลาย และหมัน่ ดูแลนา้ หนักตัวให้ปกติ
2. รับประทานขา้ วให้เป็นอาหารหลกั ข้าวควรรับประทานเป็นขา้ วกลอ้ งหรือขา้ วซ้อมมอื
3. รบั ประทานพืชผกั ผลไมเ้ ป็นประจา เพราะพชื ผกั ผลไมม้ ีท้ังสเี ขียว สเี หลือง เปน็ ตน้
4. รับประทานปลาและเนือ้ สัตว์ท่ีไม่ตดิ มัน ไข่ และถ่วั เหลืองเปน็ ประจา ด่ืมนมใหพ้ อเหมาะตามวัย
5. รับประทานอาหารทม่ี ีไขมันแตพ่ อควร
6. หลกี เลีย่ งการรับประทานอาหารท่ีมีรสหวานจดั และเค็มจัด
7. หลีกเลยี่ งการรับประทานอาหารถนอม เชน่ อาหารหมกั ดอง อาหารกระปอ๋ ง เป็นต้น
8. งดหรอื ลดเครื่องดื่มที่เปน็ อันตรายต่อสขุ ภาพเช่น เครือ่ งด่ืม แอลกอฮอล์ เปน็ ตน้
ประโยชน์ของกำรรบั ประทำนอำหำรเพอื่ สุขภำพ
อาหารเพ่ือสุขภาพ ช่วยในการส่งเสริมสุขภาพ และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ สามารถ
รับประทานได้ในคนปกติ รวมท้ังคนป่วย เพราะอาจลดความเสี่ยงในโรคท่ีจะเกิดข้ึน หรือป้องกันโรคแทรก
ซ้อนหรือทาให้สุขภาพดีขึ้น ได้ประโยชน์มากข้ึนกว่าผู้ท่ีไม่ได้รับประทานอาหาร เพื่อสุขภาพ เช่น
เพ่ิมภูมิคุ้มกันโรค เพิ่มศักยภาพให้ระบบต่อต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ลดความเส่ียงต่อการเกิด
โรคหวั ใจและหลอดเลือด ลดความเสี่ยงต่อโรคลมปจั จบุ นั ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง และลดความเสี่ยงต่อ
การเป็นอัลไซเมอร์ พากินสัน โรคหืดหอบ โรคปอด และโรคที่เกิดจากความเส่ือมชนิดเร้ือรังอ่ืน ๆ เป็นต้น
ซึง่ เปน็ อาหารธรรมชาตทิ ่ีผา่ นการแปรรูปน้อยที่สุดเพอ่ื คงไว้ซึ่งองค์ประกอบทางธรรมชาติของอาหารให้มาก
ท่ีสุด และขึ้นอยู่กับการเลือกรับประทานการผสมผสานให้ได้สัดส่วนท่ีเหมาะสม เพ่ือให้ร่างกายได้รับ
ประโยชน์มากที่สุด อาหารเพื่อสุขภาพท่ีดีควรยึดหลักความสมดุลหลากหลาย และปริมาณที่เหมาะสมกับ
กจิ กรรมการดารงชวี ติ เปน็ หลกั สารอาหารท่ีจาเป็นสาหรับร่างกายมี 6 ชนิด แต่ละชนิดมีหน้าท่ีแตกต่างกัน
ไป ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และน้า หลักท่ีต้องคานึงในการประกอบ
อาหารเพ่ือสุขภาพ ประกอบดว้ ย
1. รับรู้พลงั งานจากสารอาหาร (ปริมาณแคลอร่ีทไ่ี ด้รบั ในแตล่ ะม้อื ) สารอาหารแต่ละประเภทจะให้
พลงั งานท่ไี มเ่ ท่ากัน เชน่ คารโ์ บไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี
และไขมัน 1 กรัม ใหพ้ ลงั งาน 9 แคลอรี เป็นต้น
2. เลือกวัตถดุ บิ ทีน่ ามาปรุงเป็นอย่างดี วัตถุดิบที่ดีไม่จาเป็นต้องเป็นของราคาแพง เน้นท่ีวัตถุดิบที่
ให้สารอาหารจาเป็นตอ่ รา่ งกาย ค้มุ ค่ากบั จานวนเงิน เชน่
- เลือกคารโ์ บไฮเดรตชนิดดที ่มี ีกากใยอาหารสูง เชน่ ข้าวซ้อมมือ ข้าวหอมนิล ข้าวสังข์หยด ธัญพืช
ไมข่ ดั สี ผกั และผลไม้ ให้หลีกเล่ียงคาร์โบไฮเดรตที่ไมด่ ีทอี่ ยใู่ นรูปของนา้ ตาล ขนม และของหวานตา่ ง ๆ

19

- เลอื กโปรตนี จากเน้อื ปลา หรอื โปรตีนจากพืช เช่น ถ่ัว เพ่ือช่วยลดไขมันในเลือด และยังสามารถ
ป้องกนั โรคหวั ใจได้ โปรตนี ทีม่ าจากเนื้อต่าง ๆ ไก่ ปลา ไข่ และถัว่ ลว้ นเป็นแหลง่ โปรตนี วิตามินเอ วิตามินบี
1 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 วิตามินดี วิตามินเค เหล็ก สังกะสีและฟอสฟอรัส นอกจากน้ันหากรับประทาน
โปรตนี จากพืช เช่น ถั่วต่าง ๆ ยงั มีองค์ประกอบของวิตามินอี กรดโฟลิก เส้นใยอาหารเพม่ิ ข้ึน

- ไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ และอาหารทอดกรอบ นมไขมันเต็ม เนื้อสัตว์ติดมัน เป็นส่ิงท่ีต้อง
หลีกเลี่ยงอย่างมาก เพราะหากรับประทานทานในปริมาณมากจะไปเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลในเลือดและ
เพิ่มการอักเสบของหลอดเลอื ดได้ สาหรบั ไขมันดีสามารถหาไดจ้ ากปลาทะเล และถว่ั เปลือกแข็ง นักวิชาการ
ทางด้านโภชนาการแนะนาว่าอาหารทุก 2,000 แคลอรีที่รับประทานเข้าไป ควรจะมีไขมันดีประมาณ 27
กรัม (ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ) เช่น น้ามันมะกอก น้ามันเมล็ดชา น้ามันเมล็ดงาม้อน น้ามันราข้าว น้ามันถ่ัว
เหลือง น้ามันเมล็ดทานตะวนั เป็นต้น

3. เนน้ การบรโิ ภคอาหารจาพวกผกั ผลไม้ ธญั พืชไม่ขัดสี และผลิตภณั ฑน์ มไขมนั ต่า
4. รับประทานอาหารทมี่ ปี ริมาณเกลอื หรือโซเดยี มตา่ แมโ้ ซเดยี มจะเป็นแร่ธาตทุ ี่จาเปน็ สาหรับชีวิต
จาเป็นต่อการรักษาความสมดุลของของเหลวในร่างกาย นาสื่อประสาทถ่ายทอดไปยังส่วนต่าง ๆ และช่วย
ในการย่อยอาหาร โดยปกติร่างกายเราควรได้รับโซเดียมอย่างน้อย 500 มิลลิกรัม สูงสุดไม่เกิน 2,300
มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากับเกลือ 1 ช้อนชา น้าปลาหรือซีอิ๊ว 1 ช้อนชา จะมีโซเดียมเฉลี่ย 400 มิลลิกรัม
หากสามารถลดปริมาณลงได้กจ็ ะลดความเส่ียงการเพ่ิมความดันโลหติ ไดม้ ากข้นึ
นำ้ มันเมล็ดชำ (Camellia Oleifera Seed Oil)
น้ามนั เมลด็ ชา เป็นทางเลอื กหนึ่งทดี่ ีมปี ระโยชนต์ ่อสขุ ภาพเป็นทร่ี ูจ้ กั และนามาประกอบอาหารกัน
แพร่หลาย จากคุณประโยชน์ที่มีอยู่ในตัวของน้ามัน ทาให้ได้รับสมญานามว่าน้ามันชาน้ันเป็นเสมือน
“น้ามันมะกอกแห่งโลกตะวนั ออก” และสามารถนามาใชใ้ นการผลิตเคร่ืองสาอาง สบู่ ผลิตภัณฑ์บารงุ เสน้ ผม
ประโยชนข์ องนำ้ มนั เมลด็ ชำ
น้ามันเมล็ดชา มีสารอาหารหลายชนิด ช่วยบารุงร่างกายและป้องกันโรคบางชนิดได้ โดยน้ามันเมล็ด
ชา มปี ระโยชนต์ อ่ สุขภาพ ดงั นี้
1. น้ามนั เมล็ดชามสี ว่ นชว่ ยลดคอเลสเตอรอลชนิดท่ีไม่ดี คอเลสเตอรอลชนิดท่ีไม่ดี (Low-Density
Lipoproteins: LDL) เป็นคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีต่อร่างกาย หากมีคอเลสเตอรอลชนิดน้ีมากเกินไปอาจ
นาไปส่กู ารเกิดโรคเก่ยี วกบั ระบบหัวใจและหลอดเลอื ด
2. น้ามันเมล็ดชา ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค
ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
3. นา้ มนั เมล็ดชา อดุ มไปดว้ ยสารต้านอนมุ ูลอสิ ระทีม่ ีฤทธ์สิ ูงอยา่ งวิตามินอีและสารคาเทชิน
4. น้ามนั เมล็ดชา มีจุดเกิดควนั สงู ถึง 252 องศาเซลเซยี ส

20

ภาพท่ี 22 : นา้ มันเมล็ดชา
ท่ีมา : https://www.teaoilcenter.org
น้ามันเมล็ดชา มีองค์ประกอบของไขมันท่ีดีต่อร่างกายไม่มีกรดไขมันทรานส์ ซ่ีงทาให้ร่างกาย
สามารถดูดซึมวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากน้ามันเมล็ดชา
จะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธ์ิสูงอย่างวิตามินอี และสารคาเทชิน ซ่ึงช่วยยืดอายุการใช้งานของ
น้ามันให้นานขึ้น น้ามันเมล็ดชายังมีจุดเดือดเป็นควันสูงถึง 252 องศาเซลเซียส (486 ฟาเรนไฮต์) ทาให้
สามารถประกอบอาหารได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทอดหรือการผัดในอุณหภูมิที่ไม่สูงมากนัก หรือ
เปน็ สว่ นผสมของน้าสลัดหรอื ซอสหมกั เน้ือสตั ว์
น้ำมันเมล็ดงำม้อน (Perilla Seed Oil)
น้ามันเมล็ดงาม้อน มีส่วนช่วยในเร่ืองความจาและลดความเส่ียงของโรคความจาเส่ือม มีฤทธิ์ต้าน
การอักเสบ มีผลดีตอ่ เรตินาในดวงตา และลดความเส่ียงของการเกิดหลอดเลือดอุดตัน โรคหัวใจ เป็นแหล่ง
ของกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีประโยชน์และจาเป็นต่อร่างกาย ประกอบด้วยโอเมก้า 3 ร้อยละ 55 - 60 ของ
กรดไขมันทัง้ หมดซ่ึงมบี ทบาทสาคญั ตอ่ ระบบประสาทและสมองที่เก่ียวกับการเรียนรู้ นอกจากนี้น้ามันเมล็ด
งามอ้ น ยงั ประกอบด้วย โอเมก้า 6 ร้อยละ 18 - 22 ของกรดไขมันทั้งหมด และโอเมก้า 9 ร้อยละ 11 - 13
ของกรดไขมันทั้งหมด ทั้งยังพบสาร Luteolin ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม flavonoids ที่มีฤทธิ์ต้านภูมิแพ้
(Anti- allergy) และต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) ทง้ั ยงั อุดมไปด้วยธาตุฟอสฟอรสั และแคลเซียม

ภาพท่ี 23 : นา้ มันเมล็ดงามอ้ น
ท่มี า : https://www.patpat9.com

21

หลักสูตรอำหำรสตู รพระรำชทำน
สมเดจ็ พระกนิษฐำธิรำชเจำ้ กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนรำชสุดำ ฯ สยำมบรมรำชกมุ ำรี

เมนูไกน่ ำบกระทะ และเมนูผกั พริกออ่ น

1. ควำมเป็นมำ
พระราชนิพนธ์ครัวสระปทุม ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดาเนินไปทรงเปิดงานเทศกาลน้ามันเมล็ดชา ภัทรพัฒน์ ครั้งท่ี 2
พร้อมทั้งทอดพระเนตรนิทรรศการ “น้ามันเมล็ดชา” ซ่ึงเป็นหน่ึงในพระราชดาริ ท่ีพระราชทานให้
สานกั งานมลู นธิ ชิ ยั พฒั นา นาเมล็ดพันธุ์ต้นชาน้ามันจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมาศึกษา และทดลองปลูก
ในประเทศไทย เพื่อเปน็ การสรา้ งองค์ความรู้ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และกระตุ้นให้คนไทยใส่ใจในสุขภาพ
เหนือสง่ิ อนื่ ใดยังเป็นการเพ่ิมพื้นท่ีป่าและรักษาระบบนิเวศป่าไม้ในพื้นที่ภาคเหนือ จากน้ัน ทรงปรุงอาหารท่ี
ใช้น้ามันเมล็ดชาเป็นส่วนประกอบ นั้นคือ เมนูพระราชทาน “ไก่นาบกระทะ” ทรงรับส่ังว่า “เป็นตาราที่ทาน
ตั้งแต่เล็ก ๆ เป็นการนาอกไก่ไปหมักท้ิงไว้หนึ่งคืน แค่มีน้ามันเมล็ดชา ซีอ๊ิว ใส่บรั่นดี กระเทียม พริกไทย
รากผักชี แล้วนามานาบกระทะท้ัง 2 ข้าง” ภายหลังจากทรงปรุงเมนูนี้เสร็จแล้ว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ
ให้นามาแบ่งและแจกให้ผู้มาร่วมงานรับประทาน

เมนูผักพริกอ่อน ในพระราชนิพนธ์ครัวสระปทุม ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีใจความว่า “กินกับข้าวสวยร้อน ๆ” ในท้องตลาดจะไม่มี
พรกิ อ่อนเช่นน้ี หากมีสะตอก็ผัดสะตอใส่เพ่ิมเติมได้ เป็นเมนูสุขภาพ เคร่ืองปรุงประกอบด้วยน้ามันเมล็ดชา
จากเมืองจีน หรืออาจใช้น้ามันพืชชนิดอื่นได้ เช่น น้ามันดอกคาฝอย หัวหอมแดง กระเทียม กะปิ ซีอ๊ิวขาว
น้าส้มเพื่อให้รสชาติเข้มข้น และใส่น้าตาลเพิ่มเติม เมนูผัดพริกอ่อนจะแตกต่างจากเมนูท่ัวไปตรงการใช้
พริกข้ีหนูออ่ นทยี่ งั ไมม่ เี มด็ ซึง่ ตอ้ งปลูกไวส้ าหรับประกอบอาหารรับประทานในครัวเรือน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมี
พระราชดาริใหป้ ระชาชนคนไทย สืบสาน อนุรักษ์ รักษา ต่อยอดการทาอาหารเพ่ือสุขภาพ เนื่องจากสภาพ
วิถีการดารงชีวิตของประชาชนในปัจจุบันเปลี่ยนไป การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี และสามารถ
ป้องกันโรคได้ เพื่อเป็นการสนองพระราชดาริในการพัฒนาประชาชนให้มีทักษะความรู้ในด้านอาชีพ
ซ่ึงสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ในด้านการพัฒนาอาชีพ
และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้ตระหนักถึงการบริโภคอาหารที่มีคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อ
ร่างกาย และเล็งเห็นถึงความสาคัญของอาหารเพ่ือสุขภาพ เมนูอาหารสูตรพระราชทานของสมเด็จ
พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้ดาเนินการจัดทา
หลักสูตรเมนูไก่นาบกระทะ และหลักสูตรเมนูผักพริกอ่อน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้เรียนรู้วิธีการ
ประกอบอาหารท่ีมีคุณค่าทางโภชนาการ และสามารถนาความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาหารบริโภคภายใน
ครวั เรอื น หรอื นาไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชพี สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นต่อไป

22

2. หลักกำรของหลักสตู ร
2.1 เป็นหลักสตู รทมี่ ีความยดื หยนุ่ ในการจัดกระบวนการเรยี นรใู้ หเ้ ข้ากบั กลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา

การวดั และการประเมินผล
2.2 มุ่งพัฒนาประชาชนให้ได้รับการศึกษาเพ่ือพัฒนาอาชีพ และการมีงานทาอย่างมีคุณภาพ

ทั่วถึงและเทา่ เทยี ม สามารถลดรายจ่าย เพ่ิมรายไดใ้ ห้กับตนเองและครอบครัว
2.3 มุ่งเน้นพัฒนาประชาชนให้เป็นบุคคลท่ีมีวินัย เป่ียมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม มีจิตอาสา

มีความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ รบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเองและสงั คม
2.4 มงุ่ เนน้ กระบวนการกลุ่มฝึกปฏิบัตจิ ริงของผ้เู รยี น

3. จดุ ประสงคข์ องหลักสูตร
3.1 เพ่อื ให้ประชาชนมคี วามรู้ และความเขา้ ใจในเมนไู ก่นาบกระทะ และเมนูผดั พรกิ ออ่ น
3.2 เพ่ือใหป้ ระชาชนมีทักษะในการทาเมนไู ก่นาบกระทะ และเมนูผดั พริกออ่ น
3.3 เพอ่ื ใหป้ ระชาชนสามารถนาความรู้ทีไ่ ดร้ บั ไปประยุกตใ์ ช้ในการดารงชีวิต และนาไปประยุกต์ใช้

ในการประกอบอาชีพได้

4. จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้ เพ่อื ให้ผเู้ รยี น
4.1 อธบิ ายความเปน็ มาของเมนไู กน่ าบกระทะ และเมนูผัดพรกิ อ่อนได้
4.2 อธิบายวัสดุ อปุ กรณ์ และเลือกใชไ้ ด้อย่างถกู ต้อง
4.3 อธบิ ายข้นั ตอนการทาเมนูไก่นาบกระทะ และเมนูผัดพริกอ่อนได้
4.4 ปฏิบัติการทาเมนูไกน่ าบกระทะ และเมนูผดั พรกิ ออ่ นได้
4.5 อธิบายคณุ ค่าอาหารทางโภชนาการของเมนูไกน่ าบกระทะ และเมนูผัดพรกิ ออ่ นได้
4.6 จดั หาหรอื จัดทาการบรรจหุ บี หอ่ ได้อย่างเหมาะสม
4.7 คิดตน้ ทุน กาไรจากการจาหนา่ ยไกน่ าบกระทะ และผัดพริกออ่ นได้
4.8 อธบิ ายชอ่ งทางการจดั การการตลาดของไกน่ าบกระทะ และผัดพริกอ่อนได้

5. กลมุ่ เป้ำหมำย ไม่น้อยกวา่ 6 คน
ประชาชนทัว่ ไป

6. ระยะเวลำ 6 ชว่ั โมง
รวมจานวน 1 ชว่ั โมง
ภาคทฤษฎี 5 ชั่วโมง
ภาคปฏิบัติ

23

7. โครงสรำ้ งหลักสตู ร

เรอื่ ง หวั เรื่อง เวลำเรียน
ท่ี ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ รวม
15 - 15
1 ช่องทางการประกอบอาชพี การทาเมนไู ก่นาบกระทะ และเมนูผดั พรกิ อ่อน นาที นาที

1. ความเป็นมาของการทาเมนไู กน่ าบกระทะ และเมนผู ัดพริกอ่อน 30 4.30 5.00
นาที ชัว่ โมง ช่วั โมง
2. ความเป็นไปไดแ้ ละการตดั สินใจในการประกอบอาชีพการทา
15 30 45
เมนูไก่นาบกระทะ และเมนผู ัดพรกิ อ่อน นาที นาที นาที

2 การจดั กระบวนการเรยี นรู้ เมนไู ก่นาบกระทะ และเมนูผดั พริกอ่อน 1.00 5.00 6.00
ช่วั โมง ช่ัวโมง ชั่วโมง
1. การทาเมนูไกน่ าบกระทะ และเมนผู ดั พรกิ ออ่ น

2. วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้

3. ขัน้ ตอนการทาเมนูไกน่ าบกระทะ และเมนูผดั พริกอ่อน

4. การปฏบิ ัติการทาเมนไู ก่นาบกระทะ และเมนผู ัดพริกอ่อน

5. คณุ ค่าอาหารทางโภชนาการของเมนไู กน่ าบกระทะ และเมนผู ดั พรกิ ออ่ น

3 การบรหิ ารจดั การในการประกอบอาชพี การทาเมนูไกน่ าบกระทะ

และเมนูผัดพรกิ อ่อน

1. การจัดหาหรือจัดทาการบรรจุหีบห่อ

2. การคิดต้นทุน กาไรจากการจาหนา่ ยไก่นาบกระทะ และผดั พริกออ่ น

3. ชอ่ งทางการจดั การการตลาดของไกน่ าบกระทะ และผดั พรกิ อ่อน

รวมท้ังสน้ิ

8. กำรจัดกำรเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการบรรยายให้ความรู้/แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน การสาธิต

การลงมือปฏิบัติ/ฝึกปฏิบัติ การอภิปรายแลกเปล่ียนประสบการณ์การเรียนรู้ท่ีครอบคลุมเนื้อหาตาม
โครงสรา้ งหลกั สูตร

9. ส่อื กำรเรยี นรู้
9.1 สือ่ สิ่งพิมพ์ เช่น หนงั สอื ใบความรู้ เป็นตน้
9.2 สื่ออิเลก็ ทรอนิกส์ เช่น คลิปวีดโิ อ เป็นตน้
9.3 สือ่ บคุ คล เช่น วทิ ยากร ครูผ้สู อน ภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ เปน็ ตน้
9.4 ส่ือของจริง เช่น ผลงาน ตวั อย่างชนิ้ งาน เปน็ ตน้
9.5 แหลง่ เรยี นรู้ในชมุ ชน

10. กำรจดั กระบวนกำรเรียนรู้
10.1 วิทยากรบรรยายให้ความรู้ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ
10.2 วิทยากรใหผ้ ู้เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น และหลงั เรยี น
10.3 วิทยากรสาธติ วธิ ีการทาในแตล่ ะขนั้ ตอน และใหผ้ ูเ้ รียนลงมอื ปฏบิ ตั ิ
10.4 วิทยากรประเมนิ ผลงานของผเู้ รียน และผ้เู รียนรว่ มแลกเปลี่ยนเรยี นร้ใู นการประเมินผลงาน

24

11. กำรวัดและประเมนิ ผล
ประเมินความรู้ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติจากแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน การสอบถาม

การสังเกต การมสี ว่ นรว่ ม และจากช้นิ งาน/ผลงาน

12. ประโยชน์ทีค่ ำดวำ่ จะได้รบั
12.1 กล่มุ เป้าหมายมคี วามรู้ และความเข้าใจหลักสูตรอาหารสูตรพระราชทาน เมนูไก่นาบกระทะ

และเมนูผดั พริกออ่ น
12.2 กลุ่มเป้าหมายมีทักษะในการทาสูตรอาหารสูตรพระราชทาน เมนูไก่นาบกระทะ และเมนู

ผัดพริกอ่อน
12.3 กลุม่ เป้าหมายสามารถนาความรู้ท่ีได้รับไปประยุกต์ใช้ในการดารงชีวิต และนาไปประยุกต์ใช้

ในการประกอบอาชีพได้
13. กำรจบหลกั สตู ร

13.1 มีเวลาเรยี นและฝึกปฏิบัตติ ามหลกั สูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
13.2 มีผลการประเมนิ ผ่านตลอดหลักสูตรไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 60
13.3 มีผลงาน/ช้นิ งาน ผา่ นการประเมินตามมาตรฐานและคณุ ภาพ

14. เอกสำรหลกั ฐำนกำรศกึ ษำ
14.1 หลักฐานการประเมนิ ผล
14.2 วฒุ บิ ตั รออกโดยสถานศึกษา

กำรประเมินผล เคร่อื งมือ
วธิ ีกำร แบบทดสอบกอ่ นเรียน และหลงั เรยี น
แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ทดสอบความรู้ ความเขา้ ใจของผ้เู รียน แบบประเมินผลงาน/ช้นิ งานของผเู้ รยี น
ทดสอบคุณธรรม จรยิ ธรรมของผเู้ รียน แบบประเมินความพงึ พอใจ
นเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผู้เรียน
ประเมนิ ผลความพึงพอใจในการจดั กิจกรรม

แนวทำงกำรประเมนิ ผลกำรเรยี น (รวบยอด) เกณฑ์กำรจบหลกั สูตร

วธิ ีกำร เครือ่ งมอื มีผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
1. ประเมนิ ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน มีผลงาน/ช้ินงานทีม่ คี ุณภาพ
1.1 ประเมนิ ความรทู้ างภาคทฤษฎี แบบทดสอบ

1.2 ประเมนิ ทักษะการปฏบิ ัติ ผลงาน/ชิ้นงาน

25

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ หลกั สูตรอำหำรสตู รพระรำชทำน
สมเดจ็ พระกนษิ ฐำธิรำชเจ้ำ กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนรำชสุดำ ฯ สยำมบรมรำชกุมำรี

เมนูไก่นำบกระทะ และเมนูผัดพริกอ่อน

สำระสำคญั
หลักสูตรอาหารสูตรพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

สยามบรมราชกุมารี เมนูไก่นาบกระทะ และเมนูผัดพริกอ่อน เป็นการจัดการศึกษาและฝึกอบรมหลักสูตร
ระยะสั้นเพื่อมุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายสามารถเรียนรู้วิธีการประกอบอาหารที่มีคุณค่า
ทางโภชนาการ และสามารถนาความรู้ท่ีได้รับไปประกอบอาหารบริโภคภายในครัวเรือน หรือนาไป
ประยุกต์ใชใ้ นการประกอบอาชีพ สรา้ งรายได้ และพัฒนาคุณภาพชวี ิตทด่ี ี

เนอ้ื หำ
1. ช่องทางการประกอบอาชีพการทาเมนไู กน่ าบกระทะ และเมนูผัดพริกออ่ น
1.1 ความเป็นมาของการทาเมนูไกน่ าบกระทะ และเมนูผัดพรกิ ออ่ น
1.2 ความเป็นไปได้และการตัดสินใจในการประกอบอาชีพการทาเมนูไก่นาบกระทะ และเมนู

ผัดพรกิ ออ่ น
2. การจดั กระบวนการเรียนรู้ เมนไู ก่นาบกระทะ และเมนผู ัดพรกิ ออ่ น
2.1 การทาเมนูไกน่ าบกระทะ และเมนผู ัดพริกอ่อน
2.2 วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้
2.3 ขั้นตอนการทาเมนูไก่นาบกระทะ และเมนูผดั พริกอ่อน
2.4 การปฏิบัติการทาเมนูไก่นาบกระทะ และเมนูผัดพริกออ่ น
2.5 คุณค่าอาหารทางโภชนาการของเมนูไกน่ าบกระทะ และเมนผู ัดพริกอ่อน
3. การบรหิ ารจัดการในการประกอบอาชีพการทาเมนูไกน่ าบกระทะ และเมนูผดั พริกอ่อน
3.1 การจัดหาหรอื จดั ทาการบรรจหุ ีบห่อ
3.2 การคิดต้นทุน กาไรจากการจาหน่ายไกน่ าบกระทะ และผัดพริกอ่อน
3.3 ช่องทางการจดั การการตลาดของไกน่ าบกระทะ และผัดพริกอ่อน

กิจกรรมกำรเรยี นรู้ (6 ชัว่ โมง)
1. ขน้ั กำรนำเขำ้ สูบ่ ทเรียน
1.1 วิทยากรทักทาย และแลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกับผู้เรียนเก่ียวกับประสบการณ์ด้านการ

ประกอบอาหารของผเู้ รียน
1.2 วิทยากรและผู้เรียนร่วมกันอธิบายประโยชน์ และคุณค่าทางโภชนาการจากวัตถุดิบและ

ส่วนผสมทใี่ ช้ในการประกอบอาหาร โดยวทิ ยากรอาจมกี ารยกตัวอย่างอาหารท่ีผู้เรียนเคยมีประสบการณ์ใน
การทามาก่อน

1.3 วิทยากรอธิบายเช่ือมโยงความรู้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้างต้น เพ่ือนาเข้าสู่บทเรียน
เกีย่ วกับการประกอบอาหารสูตรพระราชทาน เมนไู ก่นาบกระทะ และเมนผู ัดพริกออ่ น

26

2. ข้ันกำรจดั กำรเรียนรู้
2.1 วิทยากรมอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาความรู้จากสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ท่ีปรากฏอยู่ในแผนการ

จัดการเรยี นรู้
2.2 วิทยากรอธิบายรายละเอียดเก่ียวกับหลักโภชนาการ และคุณค่าทางอาหารท่ีคาดว่าจะ

ได้รบั จากการประกอบอาหารตามเมนูไก่นาบกระทะ และเมนูผัดพรกิ อ่อน
2.3 วิทยากรอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการเตรียมวัตถุดิบ ส่วนผสม เครื่องปรุง อุปกรณ์ และ

ขน้ั ตอนการประกอบอาหารตามเมนูไกน่ าบกระทะ และเมนผู ดั พรกิ อ่อน ให้ผเู้ รยี นทราบ
2.4 วิทยากรสาธติ การเตรยี มวตั ถดุ ิบ สว่ นผสม เครอ่ื งปรงุ และอุปกรณ์ พรอ้ มสาธิตขั้นตอนการ

ประกอบอาหารตามเมนูไกน่ าบกระทะ และเมนูผัดพรกิ อ่อน เพื่อใหผ้ ู้เรียนไดเ้ รยี นรู้จากสภาพจรงิ
2.5 วิทยากรกาหนดให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ โดยการเตรียมวัตถุดิบ ส่วนผสม เคร่ืองปรุง และ

อุปกรณ์ พร้อมท้ังลงมือประกอบอาหารตามเมนูไก่นาบกระทะ และเมนูผัดพริกอ่อน โดยวิทยากรเป็นผู้ให้
คาปรึกษา สังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน พร้อมทั้งตอบข้อซักถาม กรณีท่ีผู้เรียนเกิดข้อสงสัยในขณะที่ลงมือ
ปฏบิ ัตจิ รงิ

หมายเหตุ ควรมีการประสานงานร่วมกับผู้เรียนก่อนล่วงหน้า เพ่ือการเตรียมความพร้อม หรือ
สถานศึกษาจดั ให้มีการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับวัตถุดิบ ส่วนผสม เครื่องปรุง และอุปกรณ์ ท่ีจะใช้ในการ
เรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนก่อน เพ่ือเป็นการอานวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้ที่เป็นไปตามแผนการจัดการ
เรียนรู้

2.6 วิทยากรประเมินผลการประกอบอาหารตามเมนูไก่นาบกระทะ และเมนูผัดพริกอ่อน
โดยประเมินจากรปู ลกั ษณ์ การตกแตง่ และรสชาติของอาหาร

2.7 วทิ ยากรให้ผู้เรยี นทาความสะอาด และจดั เก็บอปุ กรณ์ และสิ่งของต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องเก็บใน
พ้นื ท่ีทีก่ าหนด และตรวจสอบความเรียบร้อย

3. ขนั้ สรุปผลกำรจัดกำรเรยี นรู้
3.1 วทิ ยากรสุ่มผู้เรยี น เพ่ือนาเสนอรายละเอียดเก่ียวกับการเตรียมวตั ถุดบิ สว่ นผสม เครื่องปรุง

และอุปกรณ์ และขั้นตอนการประกอบอาหารตามเมนูไก่นาบกระทะ และเมนูผัดพริกอ่อน และสรุปข้อมูล
ร่วมกับผเู้ รยี น

3.2 วิทยากรสรุปความรู้เก่ียวกับอาหารและคุณค่าทางโภชนาการท่ีได้จากการประกอบอาหาร
เมนูไกน่ าบกระทะ และเมนผู ดั พริกอ่อน

3.3 วทิ ยากรแจกแบบทดสอบเพ่อื วดั ความรู้ในเชงิ ทฤษฎี (แบบทดสอบปรนยั /อตั นยั )

แผนกำรจัดกระบวนกำรเรยี นรูห้ ลกั สูตรอำหำรสตู รพระรำชทำน เมนไู ก่นำ

หัวเร่ือง จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้ เนอื้ หำ กำรจ

เรอ่ื งท่ี 1 ชอ่ งทำงกำรประกอบอำชพี กำรทำเมนูไกน่ ำบกระทะ และเมนูผัดพริกอ่อน

1. ความเป็นมาของ อธบิ ายความเป็นมาของ ความเปน็ มาของการทา วทิ ยาก

การทาเมนูไกน่ าบ การทาเมนูไกน่ าบกระทะ เมนูไก่นาบกระทะ ของเม

กระทะ และเมนผู ดั และเมนูผดั พรกิ อ่อนได้ และเมนูผดั พรกิ ออ่ น และเม

พรกิ อ่อน

2. ความเป็นไปได้ 1. อธบิ ายทางเลอื กในการ 1. การวางแผนเลอื ก วิทยาก

และการตดั สนิ ใจในการ ประกอบอาชีพได้ ประกอบอาชีพ ความเ

ประกอบอาชีพ 2. อธิบายองค์ประกอบ 2. องค์ประกอบ ปญั หา และกา

การทาเมนูไกน่ าบ ปัญหา และข้อแนะนาก่อน และข้อแนะนาก่อน ประกอ

กระทะ และเมนู ตดั สนิ ใจเลือกอาชีพได้ ตดั สินใจเลือกอาชีพ เมนไู ก

ผัดพริกอ่อน 3. อธิบายหลักเกณฑ์ 3. หลกั เกณฑ์ และการ และเม

และการตัดสินใจเลือก ตัดสินใจเลือกอาชีพ

อาชีพได้ 4. การประเมิน

4. การประเมนิ ความพร้อม ความพร้อมและ

และความเป็นไปไดข้ อง ความเป็นไปได้ของอาชพี

อาชีพทต่ี ัดสินใจเลือกได้ ทีต่ ัดสินใจเลือก

27

ำบกระทะ และเมนูผัดพรกิ ออ่ น

จัดกระบวนกำรเรียนรู้ ส่อื กำรเรียนรู้ วดั และประเมินผล เวลำเรียน
ทฤษฎี ปฏิบัติ

กรอธบิ ายความเป็นมา ใบความรู้ 1. สงั เกตความสนใจ 10 นาที
2. ซักถาม 5 นาที
มนไู กน่ าบกระทะ ความเป็นมาของ 3. การมีส่วนรว่ ม
4. ผลงาน/ชนิ้ งาน
มนผู ดั พริกออ่ น เมนไู กน่ าบกระทะ 5. ประเมินผลงาน
ผู้เรียนโดยใชใ้ บงาน
และเมนผู ดั พริกออ่ น ที่กาหนด

กรอธบิ าย 1. แบบทดสอบ

เป็นไปได้ ก่อนเรียน

ารตัดสนิ ใจในการ 2. แบบทดสอบ

อบอาชีพการทา หลงั เรียน

ก่นาบกระทะ

มนผู ดั พริกอ่อน

27

เรือ่ ง จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้ เนือ้ หำ กำรจดั

เรื่องท่ี 2 กำรจดั กำรบวนกำรเรยี นรู้ เมนูไก่นำบกระทะ และเมนูผดั พรกิ อ่อน

1. การทาเมนู อธิบายการทาเมนู การทาเมนูไกน่ าบกระทะ วทิ ยากร
เมนูไกน่ า
เมนไู ก่นาบกระทะ ไกน่ าบกระทะ และ และเมนผู ัดพริกอ่อน และเมน

และเมนูผดั พริกอ่อน เมนผู ดั พริกอ่อนได้ วทิ ยากร
และใหผ้
2. วัตถดุ ิบ วสั ดุ อธบิ ายวสั ดุ อุปกรณ์ วสั ดุ อปุ กรณ์ การทาเม
และเมน
อุปกรณ์และการเลือกใช้ และเลือกใช้ได้ และการเลือกใช้
วทิ ยากร
อย่างถูกต้อง การทาเม
และเมนูผ
3. ข้ันตอนการทา อธิบายข้ันตอนการทา ข้ันตอนการทา
เมนูไกน่ าบกระทะ เมนูไก่นาบกระทะ เมนไู ก่นาบกระทะ 1. วิทยา
และเมนผู ดั พริกอ่อน และเมนูผัดพริกออ่ นได้ และเมนูผดั พริกออ่ น เมนไู ก่นา
ผดั พริกอ
4. การปฏบิ ัติการทา ปฏิบตั กิ ารทาเมนู การปฏบิ ตั กิ ารทา มือปฏบิ ัต
เมนูไกน่ าบกระทะ ไก่นาบกระทะ และเมนู เมนไู ก่นาบกระทะ ใบงาน
และเมนผู ัดพรกิ อ่อน ผดั พรกิ อ่อนได้ และเมนผู ดั พรกิ ออ่ น 2. วิทยา
แลกเปล
5. คณุ ค่าอาหารทาง อธบิ ายคุณค่าอาหาร คุณค่าอาหารทาง
โภชนาการของ ทางโภชนาการของ โภชนาการของ 1. ผ้เู รยี น
เมนูไกน่ าบกระทะ เมนูไก่นาบกระทะ เมนูไก่นาบกระทะ คณุ คา่ อา
และเมนูผัดพรกิ อ่อน และเมนูผัดพรกิ อ่อนได้ และเมนผู ดั พริกออ่ น ของเมนไู
เมนูผัดพ

28

ดกระบวนกำรเรยี นรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วดั และประเมินผล เวลำเรียน
ทฤษฎี ปฏิบัติ

รอธบิ ายการทา ใบความรู้ วธิ กี ารทา 1. สงั เกตความ 10 นาที 4.30
าบกระทะ เมนไู ก่นาบกระทะ สนใจ 5 นาที ชัว่ โมง
นูผดั พรกิ อ่อน และเมนูผัดพรกิ อ่อน 2. ซักถาม 10 นาที
รอธิบายวสั ดุ อปุ กรณ์ 1. สอื่ รูปภาพ 3. การมสี ว่ นรว่ ม
ผ้เู รียนเลอื กใชใ้ น 2. สื่อของจริง 4. ผลงาน/ชน้ิ งาน
มนูไกน่ าบกระทะ 5. ประเมนิ ผลงาน
นูผัดพรกิ อ่อน 1. ใบความรู้ วธิ กี ารทา ผเู้ รียนโดยใชใ้ บงาน
รอธบิ ายข้ันตอน เมนไู กน่ าบกระทะ ทก่ี าหนด
มนูไกน่ าบกระทะ และเมนผู ัดพริกอ่อน
ผัดพรกิ อ่อน 2. แบบบนั ทกึ
ากรสาธติ วธิ ีทา การเรยี นรขู้ องผเู้ รียน
าบกระทะ และเมนู หลกั สูตรอาหารสตู ร
ออ่ นและให้ผ้เู รยี นลง พระราชทาน
ติพร้อมบนั ทกึ ลงใน เมนไู กน่ าบกระทะ
และเมนผู ัดพรกิ อ่อน
ากรและผเู้ รยี น
ลี่ยนเรียนรู้ 1. ใบความรู้ คุณคา่ 5 นาที
นศึกษาใบความรู้ อาหารทางโภชนาการ
าหารทางโภชนาการ ของเมนูไก่นาบกระทะ
ไกน่ าบกระทะ และ และเมนูผดั พริกออ่ น
พรกิ อ่อน

28

เรอื่ ง จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ เน้ือหำ กำรจัด

2. วิทยา

อภปิ ราย

เกีย่ วกับ

โภชนาก

และเมน

3. วิทยา

เรือ่ งที่ 3 กำรบริหำรจดั กำรในกำรประกอบอำชีพกำรทำเมนูไกน่ ำบกระทะ และเมนูผัดพรกิ

1. การจัดหาหรอื จดั ทา จดั หาหรือจัดทาบรรจุ การจดั หาหรือจัดทา วทิ ยากร

บรรจหุ ีบห่อ หีบหอ่ ได้อยา่ งเหมาะสม บรรจุหีบห่อ จดั หาหร

2. การคิดต้นทุน กาไร คดิ ตน้ ทุน กาไรจากการ การคิดต้นทุน กาไร 1. วทิ ยา

จาหนา่ ยไกน่ าบกระทะ วิธีการค

และผดั พริกอ่อนได้ 2. ให้ผู้เร

3. ช่องทางการจัดการ อธบิ ายชอ่ งทางการ ช่องทางการจดั การ วทิ ยากร
การตลาดของ จัดการการตลาดของ การตลาด เกย่ี วกับ
ไกน่ าบกระทะ ไก่นาบกระทะ
และผัดพริกอ่อน และผัดพริกอ่อนได้

29

ดกระบวนกำรเรียนรู้ ส่ือกำรเรยี นรู้ วดั และประเมินผล เวลำเรยี น
ทฤษฎี ปฏิบัติ
ากรและผู้เรียนร่วมกนั 2. ประเดน็ อภิปราย
5 นาที 15 นาที
ยแลกเปล่ียนเรยี นรู้ เมนูไกน่ าบกระทะ 5 นาที 15 นาที

บคุณค่าอาหารทาง และเมนผู ดั พริกอ่อน 5 นาที

การเมนไู ก่นาบกระทะ ให้คุณค่าอาหารทาง

นผู ดั พริกออ่ น โภชนาการอยา่ งไร

ากรสรุปองค์ความรู้

กออ่ น

รอธบิ ายเทคนคิ การ 1. ใบความรู้ บรรจุภัณฑ์ 1. สงั เกตความ

รือจดั ทาบรรจหุ บี ห่อ 2. ตวั อยา่ งบรรจภุ ณั ฑ์ สนใจ

ากรให้ความรู้เกี่ยวกบั 1. ใบความรู้ 2. ซกั ถาม

คานวณต้นทนุ กาไร การคานวณตน้ ทนุ 3. การมีสว่ นร่วม

รียนฝึกคิดต้นทนุ กาไร กาไร 4. ผลงาน/ชิ้นงาน

2. ใบงานการคิด 5. ประเมินผลงาน

ตน้ ทุน กาไร ผ้เู รียนโดยใช้ใบงาน

รแลกเปล่ียนเรยี นรู้ ใบความรู้ ชอ่ งทาง ทก่ี าหนด

บชอ่ งทางการตลาด การตลาด

29

30

ใบควำมรู้
ควำมเป็นมำของเมนูไกน่ ำบกระทะ

ควำมเปน็ มำ
พระราชนิพนธ์ครัวสระปทุม ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดาเนินไปทรงเปิดงานเทศกาลน้ามันเมล็ดชา ภัทรพัฒน์ คร้ังที่ 2 พร้อมท้ัง
ทอดพระเนตรนิทรรศการ “น้ามันเมล็ดชา” ซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชดาริ ที่พระราชทานให้สานักงานมูลนิธิ
ชัยพัฒนา นาเมล็ดพันธุ์ต้นชาน้ามันจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมาศึกษา และทดลองปลูกในประเทศไทย
เพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และกระตุ้นให้คนไทยใส่ใจในสุขภาพ เหนือส่ิงอ่ืนใด
ยังเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าและรักษาระบบนิเวศป่าไม้ในพ้ืนที่ภาคเหนือ จากน้ัน ทรงปรุงอาหารท่ีใช้น้ามันเมล็ดชา
เป็นสว่ นประกอบ นัน้ คอื เมนูพระราชทาน “ไก่นาบกระทะ” ทรงรับส่ังว่า “เป็นตาราที่ทานตั้งแต่เล็ก ๆ เป็นการนา
อกไก่ไปหมักท้ิงไว้หน่ึงคืน แค่มีน้ามันเมล็ดชา ซีอ๊ิว ใส่บรั่นดี กระเทียม พริกไทย รากผักชี แล้วนามานาบกระทะ
ท้ัง 2 ข้าง” ภายหลังจากทรงปรุงเมนูนี้เสร็จแล้ว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้นามาแบ่งและแจกให้ผู้มาร่วมงาน
รับประทาน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดาริ
ใหป้ ระชาชนคนไทย สบื สาน อนุรกั ษ์ รักษา ตอ่ ยอดการทาอาหารเพอื่ สขุ ภาพ เน่ืองจากสภาพวิถีการดารงชีวิต
ของประชาชนในปัจจุบันเปลย่ี นไป การรับประทานอาหารเพ่ือสุขภาพท่ีดี และสามารถป้องกันโรคได้ เพ่ือเป็น
การสนองพระราชดาริในการพัฒนาประชาชนให้มีทักษะความรู้ในด้านอาชีพ ซ่ึงสอดคล้องกับบทบาทหน้าท่ี
ความรับผิดชอบของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ในด้านการพัฒนาอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
ประชาชน ไดต้ ระหนกั ถึงการบรโิ ภคอาหารท่มี ีคณุ ค่า เปน็ ประโยชน์ต่อรา่ งกาย และเล็งเห็นถึงความสาคัญของ
อาหารเพื่อสุขภาพ เมนูอาหารสูตรพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี จึงได้ดาเนินการจัดทาหลักสูตรเมนูไก่นาบกระทะ เพ่ือส่งเสริมให้ประชาชนได้เรียนรู้
วิธีการประกอบอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และสามารถนาความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาหรบริโภคภายใน
ครัวเรอื น หรือนาไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชวี ติ ใหด้ ีข้นึ ต่อไป

ภาพที่ 24 : ไกน่ าบกระทะ
โดย ศูนยว์ งเดอื น อาคมสุรทัณฑ์

31

ใบควำมรู้
วธิ ีกำรทำเมนูไก่นำบกระทะ

วัตถดุ ิบและส่วนผสม

เนอื้ ไกห่ ่นั บาง กระเทียม รากผกั ชี พรกิ ไทยเมด็
ยาว 3 นวิ้ 300 กรัม 20 กรมั 20 กรมั 5 กรัม

นา้ มันเมลด็ ชา นา้ มันเมล็ดชา ซีอ๊ิวขาว นา้ มนั หอย
(หมักไก่) 10 กรมั (ทากระทะ) 50 กรัม 15 กรมั 15 กรมั

น้ามนั ใบโหระพา แครอทหั่นฝอย พริกชี้ฟา้ แดงห่ันฝอย ยอดใบผักเป็ดญีป่ ุ่น
(ตกแต่ง) 2 ชอ้ นโตะ๊ (ตกแต่ง) 10 กรัม (ตกแต่ง) 10 กรัม (ตกแต่ง) 1 ยอด

ภาพท่ี 25 : วัตถดุ บิ และสว่ นผสมของเมนไู ก่นาบกระทะ
โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสรุ ทัณฑ์

32

ข้ันตอนกำรทำเมนูไกน่ ำบกระทะ
1. โขลกกระเทียม พริกไทย และรากผักชี รวมกันให้ละเอียด แบ่งสามเกลอออกเป็น 2 ส่วน นาสามเกลอ

1 ส่วนไปคว่ั พอเหลือง
2. ห่ันไกเ่ ปน็ ช้นิ บาง ๆ ยาวประมาณ 3 นิว้
3. หมักไก่ด้วยซีอิ๊วขาว น้ามันหอย และน้ามันพืช ขยาให้ท่ัว เติมสามเกลอส่วนท่ีเหลือลงในไก่ ขยาให้

เข้ากันอีกครั้ง
4. สับชิ้นไกเ่ บาๆ ดว้ ยมดี ก่อนนาไปนาบกระทะ ตง้ั กระทะบนเตาไฟ ใสน่ ้ามันเล็กน้อย
5. นาชิน้ ไกท่ ีใ่ สส่ ว่ นผสมเรียบร้อยแลว้ มากดนาบบนกระทะใหส้ ุกท้ังสองดา้ น
6. โรยสามเกลอท่คี ว่ั สุกแลว้ บนหน้าช้นิ เนอื้ ไก่ ตกแต่งด้วยน้ามนั ใบโหระพา แครอทหัน่ ฝอย พริกช้ีฟ้า

แดงห่ันฝอย และยอดใบผกั เปด็ ญ่ปี ุ่น

เคล็ดลบั
1. ไม่ควรห่ันไก่ชิ้นหนาเกินไป และควรใช้มีดสับช้ินไก่เบา ๆ ก่อนนาไปนาบกระทะ จะช่วยทาให้เน้ือ
ไกส่ กุ ง่ายข้นึ
2. กระทะที่ใช้สาหรับนาบไก่ ควรใช้กระทะเทฟล่อน หรอื กระทะเคลือบ เพ่ือชว่ ยใหไ้ ก่ไมต่ ิดกระทะ
3. การทาน้ามันใบโหระพา ทอดใบโหระพา 100 กรัม ด้วยน้ามันคาโนล่าพอสุก พักให้เย็นสนิท ปั่นผสม
กบั น้ามนั คาโนลา่ ท่ใี ชท้ อดใบโหระพา 180 กรมั กรองดว้ ยกระชอนละเอียด

33

ใบควำมรู้
ควำมเปน็ มำของเมนูผดั พริกอ่อน

ควำมเป็นมำ
เมนูผักพริกอ่อน ในพระราชนิพนธ์ครัวสระปทุม ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

สยามบรมราชกุมารี มีใจความว่า “กินกับข้าวสวยร้อน ๆ” ในท้องตลาดจะไม่มีพริกอ่อนเช่นนี้ หากมีสะตอ
ก็ผัดสะตอใส่เพ่ิมเติมได้ เป็นเมนูสุขภาพ เครื่องปรุงประกอบด้วยน้ามันเมล็ดชาจากเมืองจีน หรืออาจใช้น้ามันพืช
ชนิดอื่นได้ เช่น น้ามันดอกคาฝอย หัวหอมแดง กระเทียม กะปิ ซีอิ๊วขาว น้าส้มเพ่ือให้รสชาติเข้มข้น และใส่น้าตาล
เพ่ิมเติม เมนูผัดพริกอ่อนจะแตกต่างจากเมนูทั่วไปตรงการใช้ พริกขี้หนูอ่อนท่ียังไม่มีเม็ด ซ่ึงต้องปลูกไว้
สาหรับประกอบอาหารรบั ประทานในครวั เรอื น

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดาริ
ใหป้ ระชาชนคนไทย สบื สาน อนรุ ักษ์ รักษา ตอ่ ยอดการทาอาหารเพือ่ สขุ ภาพ เนื่องจากสภาพวิถีการดารงชีวิต
ของประชาชนในปจั จบุ ันเปล่ียนไป การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี และสามารถป้องกันโรคได้ เพื่อเป็น
การสนองพระราชดาริในการพัฒนาประชาชนให้มีทักษะความรู้ในด้านอาชีพ ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทหน้าท่ี
ความรับผิดชอบของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ในด้านการพัฒนาอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
ประชาชน ไดต้ ระหนกั ถงึ การบริโภคอาหารที่มีคณุ ค่า เป็นประโยชน์ต่อรา่ งกาย และเล็งเห็นถึงความสาคัญของ
อาหารเพ่ือสุขภาพ เมนูอาหารสูตรพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกมุ ารี จึงได้ดาเนินการจัดทาหลักสูตรเมนูผัดพริกอ่อน เพ่ือส่งเสริมให้ประชาชนได้เรียนรู้วิธีการ
ประกอบอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และสามารถนาความรู้ท่ีได้รับไปประกอบอาหรบริโภคภายใน
ครัวเรือน หรือนาไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชพี สรา้ งรายได้ และพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ใหด้ ีขน้ึ ตอ่ ไป

ภาพท่ี 26 : ผดั พริกอ่อน
โดย ศนู ยว์ งเดือน อาคมสรุ ทัณฑ์

34

ใบควำมรู้
วิธีกำรทำเมนูผดั พริกอ่อน

วตั ถดุ ิบและส่วนผสม
- ส่วนผสมท่ี 1 เคร่อื งแกง

หวั หอมแดง กะปิ (ห่อใบตอง กระเทยี ม
100 กรมั จีก่ ระทะ) 25 กรัม 50 กรัม

- สว่ นผสมท่ี 2 ผัดพรกิ อ่อน

เนือ้ หมู กุ้ง (ขนาดตามน้าหนัก) ซีอ๊ิวขาว พริกขีห้ นอู ่อนทีย่ งั ไมม่ เี มล็ด
500 กรมั 300 กรัม 1ช้อนชา (ตอ้ งปลกู เอง) 20 กรมั

น้ามันเมล็ดชา น้าตาล น้าส้มสายชู ใบโหระพาทอดกรอบ
12 กรมั 2 ช้อนชา 1 ช้อนชา 15 กรัม

ภาพท่ี 27 : วัตถุดบิ และสว่ นผสมของเมนูผดั พริกอ่อน
โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์

35

ขน้ั ตอนกำรทำเมนูผัดพรกิ อ่อน
1. โขลกหวั หอมแดง กระเทียม กะปิ ใหเ้ ข้ากัน พอหยาบ ๆ
2. ตั้งกระทะให้ร้อนใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ามันเมล็ดชา ผัดเครื่องแกงลงไปจนกลิ่นกะปิหอม ปรับไฟ

ระดบั แรง ใสห่ มูผัดจนเนื้อหมแู ละเครือ่ งแกงเขา้ กนั สังเกตเมื่อหมูสกุ ใส่ก้งุ ท่ลี วกแล้ว ตามดว้ ยพรกิ อ่อน
3. ปรงุ รสด้วยซีอิว๊ ขาว น้าส้มสายชู และน้าตาลทราย ผัดใหเ้ ข้ากนั
4. จัดจานพรอ้ มเสิร์ฟตกแตง่ ด้วยผกั กาดขาว ใบโหระพาทอด

กินกบั ข้าวสวยรอ้ น ๆ
หมายเหตุ ตามท้องตลาดจะไมม่ ีพริกอ่อนขนาดนี้

ถา้ มีสะตอ ก็ผัดสะตอใสพ่ รกิ อ่อนดว้ ยกไ็ ด้

(มลู นธิ ิสมเด็จพระพนั วสั สาอยั ยิกาเจ้า วังสระปทุม, 2550)

เคล็ดลับ
1. ควรเลอื กหมสู นั ในมาผัด และนากงุ้ ลวกพอสกุ ด้วยน้ารอ้ นกอ่ นนาไปผดั
2. หากจะให้เนื้อหมูนุ่ม และรสชาตเิ ขา้ เนอ้ื ควรนาหมูมากับซอี ิว๊ ขาว ½ ชอ้ นชา ใชเ้ วลาประมาณ 30 นาที
3. พริกขี้หนูอ่อน คือ พริกที่กาลังออก รสชาติไม่เผ็ดเพราะเมล็ดกาลังโตไม่เต็มที่ มีสารเบต้า
แคโรที วติ ามินเอ วิตามนิ ซี ป้องกนั โรคหวดั โรคเลือดออกตามไรฟัน มภี มู ิคุม้ กันทแ่ี ขง็ แรงข้ึน

36

แบบบันทกึ กำรเรียนรู้ของผูเ้ รยี น
หลกั สูตรอำหำรสูตรพระรำชทำน เมนูไก่นำบกระทะ และเมนูผัดพริกออ่ น

คำชี้แจง ใหผ้ ูเ้ รียนจดบันทึกขั้นตอนการทาเมนไู กน่ าบกระทะ และเมนูผดั พริกอ่อน ระหว่างที่วิทยากรบรรยาย
ลงในใบงาน

แบบบันทกึ

วตั ถดุ ิบและส่วนผสม
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................. .............
...................................................................................................................... ........................................................
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................................... .......................

ขน้ั ตอนกำรทำ
............................................................................................. .................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................. ................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
......................................................................................................................... .....................................................
............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................... ....................

37

ใบควำมรู้
คุณค่ำทำงโภชนำกำรของเมนูไกน่ ำบกระทะ และเมนูผัดพรกิ อ่อน

อาหารไทย มีรากเหง้ามาจากสังคมเกษตร ผูกพันกับธรรมชาติ วัตถุดิบท่ีนามาทาเป็นอาหารล้วนมา
จากธรรมชาติ ดังน้ันคุณสมบัติหลายประการของผลผลิตตามธรรมชาติมีอยู่เป็นจานวนมาก จากการสารวจ
คุณค่าทางโภชนาการอาหารไทยของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่า อาหารไทย ส่วนใหญ่ นอกจาก
จะมคี ุณค่าในสารอาหารหลกั อย่างคาร์โบไฮเดรต โปรตนี ไขมันแล้ว ยังมีแร่ธาตุและวิตามินท่ีสาคัญต่อร่างกาย
รวมอีกด้วย อาทิ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ เรตินอล แคโรทีน เป็นต้น เพ่ือให้ร่างกายได้รับ
สารอาหารไปใช้งานอยา่ งเต็มประสิทธิภาพ และเสรมิ สร้างความสมบูรณ์ให้สุขภาพ จึงต้องพิถีพิถีใส่ใจเรื่องการ
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเน้นสารอาหารให้ครบถ้วนอาหารหลัก 5 หมู่เป็นประจาทุกมื้อ คุณค่า
อาหารรวมหมู่แบบนี้จะหาไม่ได้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซ่งึ ประกอบด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดงั นี้

อกไก่ มีโปรตีนสูงแต่พลังงานต่าซ่ึงจะช่วยซ่อมแซมอวัยวะส่วนที่สึกเหรอในร่างกาย เสริมสร้าง
กล้ามเนื้อ ช่วยในการเจริญเติบโต ช่วยควบคุมน้าหนัก อกไก่เหมาะสาหรับปรุงอาหารสาหรับผู้ที่ต้องการ
ควบคุมนา้ หนกั ทั้งลดนา้ หนกั หรอื เพ่ิมนา้ หนกั เช่น การลดความอ้วน เพราะเนื้ออกไก่จะไม่มีไขมัน นอกจากน้ี
ยังช่วยเพ่ิมสมรรถภาพกล้ามเน้ือ โปรตีนช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดเสียหาย มีสารแอนคาร์โนซีน และ
สารแอนเซอรีนสูง ช่วยลดความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ โดยจะไปลดปริมาณกรดแลคติกท่ีสะสมในกล้ามเนื้อ
ช่วยรักษาสมดุลค่า pH และยับยัง้ การหลั่งสารไฮโดรเจนไอออนในกล้ามเนื้อ มีฟอสฟอรัสสูง ช่วยบารุงกระดูก
และฟันให้แข็งแรง มีโพแทสเซียม ช่วยเสริมสร้างการทางานของหัวใจและกล้ามเนื้อ และมีซีลีเนียม ช่วยลด
การอักเสบของเซลล์ ลดความเส่ียงในการเป็นโรคมะเร็ง

น้ำมันเมล็ดชำ เป็นน้ามันที่มีสัดส่วนของกรดไขมันชนิดต่าง ๆ ในปริมาณท่ีดีท่ีไม่ด้อยไปกว่าน้ามัน
มะกอก ซึ่งประโยชน์ดี ๆ ของน้ามันเมล็ดชา เช่นมีกรดไขมันอ่ิมตัว (ไขมันไม่ดี) ต่า มีกรดไขมันไม่อ่ิมตัว
ตาแหน่งเดียว (ไขมันดี) ในรูปของกรดโอเลอิก (โอเมก้า 9) สูงถึง 88% มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตาแหน่งใน
รูปโอเมก้า 6 ประมาณ 13-28% และมีกรดโอเมก้า 3 (เช่น กรดไขมัน ประเภทไลโนเลนิค) ประมาณ 1-3%
ไมม่ ีกรดไขมนั ทรานซ์ มีวติ ามินอสี ูง ซง่ึ วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจึงช่วยยืดอายุการใช้งานของน้ามันให้
นานขนึ้ นอกจากนี้ยังอุดมไปดว้ ยวติ ามินเอ บแี ละดี มีสารแคททซี นิ ซง่ึ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูง ในรูปสารโพ
ลีฟนี อล ซึง่ มสี ว่ นช่วยลดระดบั ของแอลดแี อล (คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี) จึงช่วยป้องกันหลอดเลือดตีบตัน และ
ป้องกันการอักเสบของเน้ือเยื่อ ท่ีสาคัญน้ามันเมล็ดชายังมีคุณสมบัติพิเศษท่ีน่าสนใจ คือ มีกลิ่นหวานหอมสี
ทองออกเขียวอ่อน มีจุดเดือดเป็นควันสูงถึง 252 องศาเซลเซียส หรือ 486 องศาฟาเรนไฮต์ จึงใช้ประกอบ
อาหารท่ใี ชค้ วามร้อนสงู มาก ๆ เช่น การทอดได้โดยไม่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระมาก เมื่อเปรียบเทียบกับน้ามันท่ีมี
จุดเดอื ดเป็นควนั ตา่ กว่า เช่น นา้ มันมะกอก น้ามันคาโนลา และนา้ มันเมลด็ องุน่ เปน็ ต้น

เน้ือหมู เป็นอาหารท่ีให้สารอาหารประเภทโปรตีน จัดอยู่ในอาหารหลักหมู่ที่ 1 ที่ให้พลังงานแก่
ร่างกาย มีผลต่อการสร้างเซลล์เนื้อเยื่อต่าง ๆ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างการ
เจริญเติบโตของร่างกาย ยังให้สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ วิตามินบี 1 วิตามินเอ
ไนอาซนิ และฟอสฟอรัส

38

กุ้ง ให้สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเป็นศูนย์ มีแคลอร่ีต่า(ประมาณ 1 แคลอร่ีต่อหนึ่งกรัม)
ให้โปรตีนสูง วิตามินและแร่ธาตุจานวนมาก เหล็ก แคลเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส สังกะสี แมกนีเซียม และ
โพแทสเซียม ตลอดจนวติ ามนิ เอ อี บี 6 บี 12

พริกข้ีหนูอ่อน ให้สารอาหารประเภทแร่ธาตุและวิตามินต่างๆมากมาย ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินบี 6
วิตามินซี ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุเหล็ก กากใยอาหาร เม่ือรับประทานพริกแล้วต้องการลดความเผ็ด
แสบร้อนภายในปากได้โดย การรบั ประทานอาหารท่มี ไี ขมัน เช่น ไอศกรีม ขนมหวาน เน้ือติดมัน เพราะจะช่วย
ละลายสารความเผด็ ให้ออกไปจากเย่อื บุผนังภายในปากได้

กะปิ ให้สารอาหารประเภทแคลเซียมออกมาอย่างเต็มที่เม่ือผ่านความร้อน ช่วยป้องกันการเป็นเลือด
จางเน่อื งจากมวี ิตามนิ บี12 มกี รดน้ามันโอเมก้า 3 ทมี่ ปี ระโยชนต์ อ่ รา่ งกาย ช่วยลดระดับคอเลสเตอร์รอล และ
ไตรกลเี ซอร์ไรด์ ทเ่ี ปน็ อันตราย ลดความเสยี่ งของโรคหัวใจวายเฉียบพลัน และเสน้ เลอื ดในสมองแตก

39

ใบควำมรู้
บรรจภุ ัณฑ์

บรรจภุ ณั ฑ์ (Packaging) คือ
จรูญ โกสีย์ไกรนิรมล กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์ คือการนาเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติกแก้ว โลหะ ไม้

ประกอบเป็นภาชนะห่อหุ้ม สินค้า เพื่อประโยชน์ในการใช้สอยท่ีมีความแข็งแรง สวยงามได้สัดส่วนท่ีถูกต้อง
สรา้ งภาพพจน์ทีด่ ีมีภาษาในการติดตอ่ ส่ือสาร และทาใหเ้ กดิ ความพึงพอใจจากผซู้ ื้อสนิ คา้

นิไกโด เคล็คเตอร์ (Nikaido Clecture) กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์ เป็นเทคนิคที่ส่งเสริมการขายกับการ
ประสานประโยชน์ ระหว่างวัตถุกับภาชนะบรรจุ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการคุ้มครองในระหว่างการขนส่ง
และการเกบ็ รกั ษาในคลัง

ส่วนหนึง่ ของกระบวนการทางการตลาด โดยเฉพาะปัจจบุ นั ทีก่ ารผลิตสินค้า หรือบริการได้เน้นหรือให้
ความสาคัญกับผู้บริโภค (Consumer Oriented) งานเทคนิคที่ต้องอาศัยความชานาญ ประสบการณ์ และ
ความคิดสร้างสรรค์ ในอันท่ีจะออกแบบและผลิตหีบห่อให้มีความเหมาะสมกับสินค้าท่ีผลิตข้ึนมาให้ความ
คมุ้ ครองสนิ คา้ หอ่ หมุ้ สนิ ค้า ตลอดจนประโยชน์ ใช้สอย เชน่ ความสะดวกสบายในการหอบหิ้ว พกพา หรือการ
ใช้งาน เป็นต้น กลุ่มของกิจกรรมในการวางแผนเกี่ยวกับการออกแบบการผลิตภาชนะบรรจุ หรือส่ิงหุ้มห่อ
สินค้าบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับฉลาก (Label) และตราย่ีห้อ (Brandname)
ผลรวมของศาสตร์ (Science) ศิลป์ (Art) และเทคโนโลยีของการออกแบบ การผลิตบรรจุภัณฑ์สาหรับสินค้าเพ่ือ
การขนส่ง และการขาย โดยเสียค่าใช้จ่ายท่ีเหมาะสม การใช้เทคโนโลยีและเศรษฐศาสตร์เพื่อหาวิธีการรักษา
สภาพเดิมของสินค้าจนกว่าจะถึงมือผู้บริโภคคนสุดท้าย เพ่ือให้ยอดขายมากท่ีสุดและต้นทุนต่าสุด กิจกรรม
ทัง้ หมดทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับการออกแบบ และผลิตรูปร่างหน้าตาของภาชนะบรรจุ สิ่งห่อหุ้มตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุ
ภณั ฑ์ การนาเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ ประกอบเป็นภาชนะหุ้มห่อสินค้า เพื่อประโยชน์
ในการใช้สอย มคี วามแขง็ แรง สวยงาม ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง สรา้ งภาพพจนท์ ี่ดี มภี าษาในการติดต่อสื่อสาร และ
ทาใหเ้ กดิ ผลความพึงพอใจจากผู้ซอ้ื สินคา้

ส่ิงห่อหุ้มหรือบรรจุภัณฑ์ รวมท้ังภาชนะที่ใช้เพื่อการขนส่งผลิตภัณฑ์จากแหล่งผู้ผลิตไปยังแหล่ง
ผู้บริโภค หรือแหล่งใช้ประโยชน์ หรือวัตถุประสงค์เบื้องต้นในการป้องกัน หรือรักษาผลิตภัณฑ์ให้คงสภาพ
ตลอดจนคุณภาพใกล้เคยี งกันกบั เม่ือแรกผลิตใหม้ ากที่สุด

จากความหมายสรุปได้ว่าบรรจุภัณฑ์ หมายถึง การนาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้
นามาประกอบเปน็ ภาชนะหอ่ หุ้มผลิตภัณฑ์ เพ่อื ความสวยงาม มีคุณค่า และมีประโยชน์ในการใช้สอย ส่งผลให้
ผลิตภณั ฑ์ดงึ ดูดความสนใจ และทาใหเ้ กิดความพงึ พอใจจากผ้บู รโิ ภค

วตั ถุประสงค์หลักของบรรจุภณั ฑ์ (Objectives of Package)
1. เพอื่ ปอ้ งกนั ผลติ ภัณฑ์ (To Protect Products) สามารถปอ้ งกันรกั ษาผลติ ภัณฑ์ไม่ให้เสียหาย
2. เพอื่ จาหนา่ ยผลติ ภัณฑ์ (To Distribute Products) สะดวกกบั การใช้งาน และเพมิ่ มลู ค่าทางเศรษฐกิจ
3. เพ่อื โฆษณาประชาสัมพนั ธผ์ ลติ ภัณฑ์ (To Promote Products) ดึงดูดความสนใจผบู้ ริโภค
กำรออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์
กูด (Good) กล่าวว่า การออกแบบ เป็นการวางแผนหรือกาหนดรูปแบบรวมท้ังการตกแต่งใน
โครงสร้างรปู ทรงของงานศลิ ปะ ทัศนศิลป์ ดนตรี ตลอดจนวรรณกรรม

40

วิรุณ ตั้งเจริญ กล่าวว่า การออกแบบ หมายถึงการวางแผนสร้างสรรค์รูปแบบ โดยการวางแผนจัด
สว่ นประกอบของ การออกแบบใหส้ มั พนั ธก์ ับประโยชน์ใชส้ อยวสั ดุและการผลิต

จากความหมายสรุปได้ว่าการออกแบบบรรจุภัณฑ์ หมายถึง การกาหนดรูปแบบและโครงสร้างของ
บรรจุภัณฑ์ให้สัมพันธ์กับหน้าที่ใช้สอยของผลิตภัณฑ์ เพื่อการคุ้มครอง ป้องกันไม่ให้สินค้าเสียหาย และเพ่ิม
คุณค่าด้านจิตวิทยาต่อผู้บริโภค โดยอาศัยท้ังศาสตร์และศิลป์ในการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับ
ผลิตภณั ฑ์
บรรจุภัณฑก์ บั อำหำรและขนม

1. บรรจุภัณฑ์มีบทบาทสาคัญ และมีอัตราการเจริญเติบโตมากข้ึน ควบคู่ไปกับการพัฒนา
อุตสาหกรรมอาหาร

2. บรรจุภัณฑ์มีหน้าที่สาคัญ ในการยืดอายุเพ่ือการเก็บรักษา และรักษาคุณภาพอาหารและขนม
(รสชาติ กลิ่น สี รปู ลักษณ)์

3. บรรจุภัณฑ์มีส่วนในการสร้างรูปลักษณ์ทางการตลาดท่ีแตกต่าง สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์
และใชเ้ ป็นสอื่ โฆษณา นอกจากนยี้ ังมีบทบาทสาคัญในด้านการอานวยความสะดวกสาหรับการขนส่งผลิตภัณฑ์

สาหรับการเลือกบรรจุภัณฑ์ สิ่งท่ีต้องคานึงถึง คือ การเลือกซื้อวัสดุที่จะใช้ในการบรรจุหีบห่อที่
เหมาะสมกับผลิตภณั ฑ์ ให้เกดิ ความสวยงาม และเปน็ ท่สี นใจของผูบ้ รโิ ภค ดงั นี้

1. บรรจุภัณฑ์กระดาษ ปัจจุบันนิยมใช้กันเป็นจานวนมาก และยังมีให้เลือกหลากหลายชนิด วัสดุที่
นามาผลิตได้แก่เย่ือกระดาษ ซึ่งมีท้ังเย่ือกระดาษคุณภาพสาหรับบรรจุภัณพ์อาหาร และเคร่ืองดื่ม เช่น แก้ว
กระดาษ ถ้วยกระดาษ กล่องข้าวท่ีสามารถย่อยสลายได้ ส่วนเย่ือกระดาษรีไซเคิล ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ประเภท
กล่องลูกฟูก ถาดไข่ หรือถาดรองแกว้ กาแฟ

ภาพท่ี 28 : บรรจุภณั ฑก์ ระดาษ
ที่มา http://www.warehouse69.net/product
2. บรรจุภัณฑ์พลาสติก แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ พลาสติกคงรูป และพลาสติกอ่อนตัว มีการ
นามาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ขวดพลาสติก ถ้วย และถาดพลาสติก และสามารถบรรจุอาหารร้อน
อาหารสด และอาหารแชแ่ ข็ง

41

ภาพที่ 29 : บรรจภุ ณั ฑ์พลาสติก
ทีม่ า http://www.bsrungsiam.co.th/web/product.html
3. บรรจุภัณฑ์โลหะ เป็นบรรจุภัณฑ์ท่ีใช้มาเป็นระยะเวลานาน ปัจจุบันยังได้นามาใช้งานอยู่ ลักษณะ
ของบรรจุภัณฑ์ที่ทามาจากโลหะนั้นมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ป่ินโต กระป๋องเคร่ืองดื่ม หรืออาหารสาเร็จรูป
ถังหูห้วิ หลอดเครือ่ งสาอาง อลูมเิ นยี มฟอยล์ หรืออลมู ิเนยี มแผ่นเปลว และกระปอ๋ งฉีดพน่ ต่าง ๆ

ภาพท่ี 30 : บรรจภุ ัณฑป์ ิ่นโต
โดย ศนู ย์วงเดอื น อาคมสรุ ทัณฑ์
4. บรรจุภัณฑ์แก้ว มีลักษณะใส มีความสวยงาม สามารถเห็นผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจน แต่มีข้อเสีย คือ
แตกหักง่าย บรรจุภัณฑ์แก้วจึงต้องใช้คู่กับเย่ือกระดาษข้ึนรูป หรือ กระดาษรังไข่ (Pulp mold) เพื่อป้องกัน
การแตกร้าว บรรจุภัณฑ์แก้วที่นิยมผลิตและใช้กันมีอยู่ 3 สี คือ สีใส เช่น ขวดแก้ว ขวดน้าหอม ขวดน้าพริก
ขวดแยม เปน็ ตน้ สอี าพนั นยิ มใช้ทาขวดยา และขวดเบียร์ ซ่ึงเป็นสีท่ีสามารถป้องกันการเกิดปฏิกิริยาเวลาถูก
แสงแดดหรือความรอ้ นได้ และสเี ขียว ลักษณะจะคลา้ ยกบั สีอาพัน ใชก้ บั ประเภทเครือ่ งดมื่

42

ภาพท่ี 31 : บรรจุภัณฑ์แก้ว
ทม่ี า http://thislovegift.lnwshop.com/product
5. บรรจภุ ณั ฑจ์ ากวสั ดธุ รรมชาติ เปน็ บรรจุภัณฑ์ท่ีออกแบบและประดิษฐ์ขึ้นมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใน
การอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม โดยช่วยลดปริมาณขยะและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ จึงไม่เป็นอันตรายต่อ
สิง่ แวดลอ้ ม นอกจากน้ียงั ประหยัดค่าใช้จ่าย เมอ่ื เลอื กใชว้ ัสดธุ รรมชาติทมี่ ีมากในทอ้ งถ่ิน หรอื วสั ดุที่สามารถนา
กลับมาใช้ใหม่ได้ บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ วัสดุประเภทเส้นใย
ซึ่งก่อนนามาสานเป็นบรรจุภัณฑ์ต้องผ่านการแปรสภาพด้วยการตากแห้ง ฟอกขาว เช่น กล้วย หวาย เตย
ปาหนัน กก กระจูด ผักตบชวา เป็นต้น วัสดุที่แปรรูปเป็นแผ่น และรูปทรงต่าง ๆ เช่น กระดาษ เป็นต้น และ
วัสดปุ ระเภทไม้ เชน่ ไมส้ ัก ไมไ้ ผ่ ไมม้ ะขาม เป็นต้น

ภาพท่ี 32 : บรรจุภณั ฑ์จากวัสดธุ รรมชาติ
โดย ศนู ย์วงเดือน อาคมสรุ ทัณฑ์

43

ใบควำมรู้
กำรคำนวณตน้ ทนุ กำไร

การคานวณต้นทุนเป็นส่วนหน่ึงของระบบบัญชีและการเงินของการดาเนินงานธุรกิจ เป็นการบันทึก
การวัดผล และรายงานข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนของสินค้าของกิจการโดยทั่วไป การคานวณต้นทุนจะใช้เวลา
และลงรายละเอียดมากในกิจการท่ีผลิตสินค้า แต่ไม่ได้ใช้กับกิจการบางประเภท เช่น กิจการขายส่ง ขายปลีก
ร้านอาหารหรือบริการต่าง ๆ ไม่มีความสาคัญในการที่ต้องคานวณต้นทุน การคานวณต้นทุนสามารถนาไป
ใช้ได้ในทุกกิจการเพราะมีความสาคัญต่อการบรหิ ารจดั การธรุ กจิ ดังนี้

1. เพื่อใหท้ ราบถงึ ตน้ ทนุ การผลติ และตน้ ทนุ ขายของธรุ กจิ
2. เพ่อื สามารถนาตน้ ทนุ ท้งั หมดของกิจการมาเปรียบเทียบกับรายได้จากการขาย เพ่ือจะได้ทราบว่ามี
กาไรหรือขาดทนุ ในการขายสินคา้
3. เพอ่ื คานวณหรือตรี าคาสนิ คา้ คงเหลือทขี่ ายไดไ้ มห่ มดวา่ มมี ลู ค่าคงเหลือเทา่ ไหร่
4. เพ่ือใช้ในการวางแผนและควบคุมการซื้อสินค้า และจัดทางบประมาณในการซื้อสินค้า รวมท้ัง
ตอ่ รองราคากับผขู้ ายวตั ถุดิบ
5. เพ่ือใช้ในการตัดสินใจว่าสินค้าใดควรขายต่อไป และสินค้าใดควรเลิกขาย (ในกรณีท่ีผู้ผลิตมีสินค้า
หลายชนิด)

ต้นทนุ แบง่ ออกได้เป็น 2 ลกั ษณะ
1. ต้นทุนผันแปร คือต้นทุนท่ีผันแปรตามจานวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น วัตถุดิบ ค่าแรงทางตรง

ค่าใช้จา่ ยในการผลิตทางตรง เปน็ ต้น
2. ต้นทุนคงท่ี คือต้นทุนท่ีเกิดขึ้นไม่ว่ากิจการจะได้ขายสินค้าหรือไม่ ต้นทุนน้ีจะไม่เปลี่ยนแปลงตาม

จานวนหน่วยทีผ่ ลิตหรอื ขาย เชน่ เงินเดือนพนกั งานหนา้ รา้ น คา่ เช่าร้าน ค่าเสื่อมราคา คา่ ประกนั ภยั เปน็ ตน้
ดังนั้น ต้นทุนการผลิตจะประกอบไปด้วยวัตถุดิบ + ค่าแรงงาน + ค่าใช้จ่ายในการผลิต ซึ่งทั้งสาม

รายการนี้เป็นเพียงส่วนของการผลิตเท่านั้น หากจะคิดต้นทุนรวมของสินค้าจาเป็นต้องนาค่าใช้จ่ายในการขาย
และดาเนินการมารวมด้วย เช่น เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่นพนักงานขาย ค่าแรงพนักงานขายหน้าร้าน ค่าการตลาด
(โฆษณา แผ่นพับ) ค่าเช่าสานักงานและร้าน ค่าไฟฟ้าและน้าประปา ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ามันรถ ดอกเบ้ีย
ค่าเช่ารถ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด เป็นต้น เพ่ือการคานวณต้นทุนให้ใกล้เคียงความจริง หากคานวณเฉพาะวัตถุดิบ
คา่ แรงงาน และคา่ นา้ ค่าไฟฟา้ กอ็ าจทาให้ได้ต้นทุนสินค้าท่ีน้อยกว่าความเป็นจริง และมีผลทาให้ต้ังราคาขาย
ทีต่ ่าไป และอาจทาให้ขาดทุนได้

การคานวณแบบง่ายเหมาะกับผู้ประกอบการรายเล็กท่ีมีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์น้อยชนิด ซ่ึงเหมาะกับ
การคานวณสินค้าประเภท OTOP ท่มี คี วามชดั เจนในเรื่องการใช้วัตถุดิบ ค่าแรงงานต่อรอบ การผลิต และไม่มี
การเก็บสต๊อกวัตถุดิบไว้ การคานวณจาเป็นต้องคิดเพ่ือให้ทราบถึงต้นทุนผลิตต่อหน่วย และนาต้นทุนผลิตไป
รวมกบั ค่าใชจ้ ่ายในการดาเนนิ การ เพือ่ ให้ทราบถึงต้นทุนรวมของสนิ คา้ อีกครัง้ หน่ึง


Click to View FlipBook Version