44
ตัวอย่ำง กำรคิดต้นทนุ กำไร กำรผลิต และค่ำใชจ้ ำ่ ยในกำรทำเมนยู ำพอกหัวเดก็
วนั เดือน ปี รำยกำร จำนวนสิง่ ของ จำนวนเงิน หมำยเหตุ
(บำท)
1,000 กรมั
คำ่ ใชจ้ ่ำย (ต้นทุน) 200 กรัม การกาหนดราคา
100 กรัม
ผักโขม 1 ขวด 75.- ขาย คิดจากตน้ ทนุ
นมขน้ จดื 45.- + กาไรท่ีต้องการ
เนยสด 1 ถุง
พริกไทยปน่ 65 ช้นิ 95.-
เกลอื ป่น 125 กรมั
ขนมปงั 30.-
เนยแขง็ ขดู -
1 มกราคม ค่าเบ็ดเตลด็ (ค่าไฟฟ้า 1 คน 5.-
2565 คา่ นา้ คา่ แกส๊ และอื่น ๆ)
ค่าแรง 30% ต่อชน้ิ 100 ชิน้ ๆ ละ 220.-
รวมค่ำใช้จำ่ ย 15.- บาท
รำยได้ 130.-
ขายยาพอกหวั เด็ก 200.-
200.-
1,000.-
1,500.- กำไร 500.- บำท
การกาหนดราคาขายตอ่ หนว่ ย ดงั น้ี
1. กาหนดกาไรทตี่ ้องการได้จากต้นทนุ X (กาไรที่ต้องการหารด้วย 100)
ตวั อยำ่ งเชน่
ขายยาพอกหัวเดก็ จากตน้ ทนุ 1,000.- บาท ตอ้ งการกาไรรอ้ ยละ 50
ดังนน้ั กาไรที่ต้องการ = 1,000.- X 50 หาร 100 = 500.- บาท
2. การกาหนดราคาขายต่อหน่วย ไดม้ าจากตน้ ทุน + กาไร หารดว้ ยจานวนหน่วย
ตวั อยำ่ ง
ทายาพอกหวั เด็กได้ 100 ช้ิน จากตน้ ทนุ 1,000.- บาท และกาไรทต่ี อ้ งการ 500.- บาท
ฉะนัน้ ราคาขายตอ่ ชนิ้ = 1,000.- บาท + 500.- บาท หารดว้ ย 100 ชนิ้ = 15.- บาท
45
ตวั อยำ่ ง กำรคิดตน้ ทุน กำไร กำรผลติ และคำ่ ใช้จำ่ ยในกำรทำเมนผู กั โขมปน้ั ก้อนอบ
วัน เดอื น ปี รำยกำร จำนวนส่งิ ของ จำนวนเงนิ หมำยเหตุ
(บำท)
1,000 กรมั
ค่ำใช้จ่ำย (ตน้ ทุน) 1,000 กรัม การกาหนดราคา
100 กรมั
ผกั โขม 75.- ขาย คดิ จากตน้ ทุน
เน้ือไก่ 1 ขวด 78.- + กาไรทต่ี ้องการ
เนยสด 1 ถุง
พรกิ ไทยปน่ 1 ถงุ 95.-
เกลอื ป่น 2,000 กรัม
เกล็ดขนมปงั 30.-
มันฝรัง่ -
1 มกราคม คา่ เบ็ดเตล็ด (ค่าไฟฟ้า 1 คน 5.-
2565 ค่าน้า คา่ แก๊ส และอน่ื ๆ)
ค่าแรง 30% ต่อช้นิ 100 ช้ิน ๆ ละ 53.-
รวมคำ่ ใช้จำ่ ย 15.- บาท
รำยได้ 114.-
ขายผกั โขมปนั้ กอ้ นอบ 200.-
200.-
850.-
1,500.- กำไร 425.- บำท
การกาหนดราคาขายต่อหนว่ ย ดังนี้
1. กาหนดกาไรที่ต้องการได้จากต้นทนุ X (กาไรที่ต้องการหารดว้ ย 100)
ตัวอยำ่ งเช่น
ขายผักโขมปน้ั กอ้ นอบจากตน้ ทุน 850.- บาท ต้องการกาไรรอ้ ยละ 50
ดังน้นั กาไรทต่ี ้องการ = 850.- X 50 หาร 100 = 425.- บาท
2. การกาหนดราคาขายต่อหนว่ ย ไดม้ าจากตน้ ทุน + กาไร หารด้วยจานวนหน่วย
ตัวอยำ่ ง
ทาผกั โขมปน้ั ก้อนอบได้ 100 ช้ิน จากต้นทุน 850.- บาท และกาไรทีต่ อ้ งการ 425.- บาท
ฉะนน้ั ราคาขายต่อชิ้น = 850.- บาท + 425.- บาท หารด้วย 100 ชน้ิ = 12.75.- บาท
หมำยเหตุ
การกาหนดกาไรท่ีต้องการข้ึนอยู่กับสิ่งเหล่าน้ีด้วย เช่น ราคาตลาด ลักษณะของสินค้าและบริการ
เป็นสินค้าหายาก เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือมีฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้องสามารถกาหนดกาไรท่ีต้องการให้สูงข้ึนได้
การตั้งราคาให้สามารถแข่งขันได้นั้นต้องอยู่บนพ้ืนฐานความสมดุลระหว่างความพึงพอใจของผู้ซ้ือและผู้ขาย
ถา้ สินค้าโดยทั่วไปมีขายกันแพรห่ ลาย มีคู่แข่งมากต้องกาหนดกาไรให้น้อยลง
46
ใบงำน
กำรคดิ ตน้ ทนุ กำไร
ผเู้ รียน/กลุ่ม..................................................................................................................................................
เรื่อง..............................................................................................................................................................
วนั เดอื น ปี รำยกำร จำนวนสิ่งของ จำนวนเงิน หมำยเหตุ
(บำท)
ค่าใชจ้ ่าย (ตน้ ทนุ ) 1. ใหก้ าหนดกาไรที่
.................................................. ต้องการ คดิ เป็น
.................................................. ร้อยละก่อน
.................................................. 2. แล้วคานวณหาราคา
.................................................. ต่อหนว่ ยจึงจะทราบ
.................................................. รายได้
.................................................. 3. นารายได้ที่ได้
.................................................. มาใส่ลงในตาราง
..................................................
..................................................
..................................................
..................................................
รวมคำ่ ใช้จ่ำย
รายไดจ้ ากการขาย
..................................................
..................................................
..................................................
..................................................
..................................................
..................................................
..................................................
..................................................
รวมรำยได้
1. กาไรทีต่ ้องการ = ตน้ ทนุ x ( รอ้ ยละของกาไรทีต่ อ้ งการหารด้วย 100 )
2. กาหนดราคาขายตอ่ หนว่ ย = ตน้ ทุน + กาไร = ____________
จานวนหนว่ ย
47
ใบควำมรู้
ช่องทำงกำรตลำด
ช่องทางการตลาด เป็นส่วนสาคัญในการดาเนินธุรกิจ ช่องทางการตลาดหรือช่องทางการจัดจาหน่าย
มีความหมายเดียวกันซึ่งเป็นหนึ่งใน 4P ของส่วนประสมการตลาด (Marketing mix) ท่ีนักการตลาดนิยมนาส่วน
ประสมท้ังส่ีมาวางเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดและการขายในยุคปัจจุบัน ดังน้ัน ช่องทางการจัดจาหน่าย
(Marketing channel) จึงถูกเข้ารวมอยู่ใน P=Place คือสถานท่ีขาย แหล่งขาย ช่องทางการขายสินค้า ซ่ึงสินค้า
แต่ละชนิดอาจมีช่องทางขายท่ีแตกต่างกันไป สินค้าอุปโภคมีช่องทางการขายผ่านร้านสะดวกซื้อ อาหารสด
มีช่องทางการขายหน้าร้านหรือหน้าบ้านของผู้ผลิต อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เส้ือผ้าสาเร็จรูปอาจใช้ช่องทางการ
ขายไดห้ ลายช่องทาง เช่น ขายทางออนไลน์ ขายหน้าร้านตนเอง ขายในตลาดนดั ขายในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น
1. กำรเลือกสถำนท่ีขำยหรือทำเลทตี่ งั้
1.1 ควำมสำคัญของกำรเลือกท่ีต้ัง
การตัดสินใจเลือกสถานที่ขายหรือทาเลท่ีต้ัง เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เนื่องจากมีผลกระทบต่อ
ธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะต่อความได้เปรียบในเชิงแข่งขันทางธุรกิจและจะมีผลต่อความสาเร็จของธุรกิจ
ซง่ึ ผ้ปู ระกอบการต้องพิจารณาถงึ กลยุทธ์ท่ตี ัง้ ของธรุ กิจที่มีความสาคัญต่อการดาเนนิ งาน 2 กลยุทธ์สาคัญ ได้แก่
1.1.1 กลยุทธ์ที่ต้ังตำมพ้ืนท่ี เป็นแนวทางในการกาหนดให้ท่ีตั้งแต่ละแห่งรับผิดชอบพ้ืนที่
แต่ละส่วน โดยต้องผลิตสินค้าและบริการทุกอย่างสาหรับพื้นที่นั้น ๆ ซ่ึงธุรกิจท่ีเลือกใช้กลยุทธ์ท่ีตั้งตามพื้นที่
มกั เปน็ ธุรกจิ คา้ ปลกี หรือบรกิ าร
1.1.2 กลยุทธ์ท่ีต้ังตำมผลิตภัณฑ์ เป็นแนวทางในการกาหนดให้ที่ตั้งหน่ึงแห่งทาการผลิต
สนิ ค้าเพียงหน่งึ อย่าง โดยยดึ หลักของความสาคัญของวตั ถุดบิ ทมี่ ีในพ้ืนท่ี
1.2 หลกั เกณฑใ์ นกำรเลือกสถำนที่ทำเลทีต่ งั้
การตัดสินใจเลือกสถานท่ีทาเลท่ีตั้ง เป็นกระบวนการท่ีมีความสลับซับซ้อนมากขึ้นเมื่อโลกก้าวเข้าสู่
ยุคโลกาภิวัตน์ อีกท้ังธุรกิจขนาดย่อมจานวนมากได้มีการเติบโตข้ึน และได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ดังน้ัน
ผู้ประกอบการควรพิจารณาถึงความจาเป็นท่ีมีลักษณะเฉพาะเจาะจงสาหรับกิจการควบคู่กันไปในแต่ละ
สถานการณ์ ดงั น้ี
1.2.1 ควำมพึงพอใจส่วนบุคคล โดยที่ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งมักจะพิจารณาตั้งกิจการของ
ตนเองในชุมชนท่ีตนอาศัยอยู่เป็นทาเลในการประกอบการ อย่างไรก็ตามในแง่ของการดาเนินธุรกิจไม่ได้
หมายความวา่ จะมีเพยี งพนื้ ที่ ซ่ึงตนเองมีความเคยชินเท่านั้นที่เหมาะสมต่อการตั้งกิจการเพราะผู้ประกอบการ
ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ จากส่ิงเหล่านี้ได้ไม่ว่าจะเป็นในด้านภาพลักษณ์ส่วนตัว การได้รับ
ความเช่ือถือหรือการยอมรับจากสังคมและอาศัยประโยชน์จากความคุ้นเคย ความสามารถในการอ้างอิงกับ
บุคคลต่าง ๆ ภายในชุมชนทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั กิจการของผู้ประกอบการมากข้นึ
1.2.2 ควำมได้เปรียบด้ำนต้นทุน โดยเฉพาะค่าแรงหรือค่าวัตถุดิบในพื้นที่ ที่มีต้นทุนในการ
ดาเนินธุรกิจต่าซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนในช่วงเร่ิมต้นของกิจการท่ีจะช่วยลดต้นทุน
การผลติ ให้ตา่ ลง
48
1.2.3 ควำมสำมำรถในกำรจัดกำรทรัพยำกร เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายในการ
ดาเนินงานทง้ั ในระยะสั้นและระยะยาว เน่อื งจากทกั ษะประสบการณ์ของแรงงานจะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับ
ผลิตผลและคุณภาพในกระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์ความย่ังยืนของแรงงานในท้องถ่ินมีผลกระทบต่ออัตรา
ค่าจ้าง ซ่ึงถือเป็นต้นทุนที่สาคัญผู้ประกอบการจะต้องคานึงถึงอยู่เสมออีกทั้งแหล่งที่ตั้งต้องมีความใกล้กันกับ
วัตถดุ ิบและความสามารถในการขนสง่ ท่ีธุรกจิ ต้องมีการบริหารจดั การอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
1.2.4 กำรเขำ้ ถงึ ลูกค้ำ ธุรกิจขนาดย่อมยุคปัจจุบันต้องให้ความสาคัญผันแปรแหล่งท่ีต้ังของ
ธุรกจิ ไปตามประเภทของกจิ การ เชน่ ธรุ กิจค้าปลีกและบริการต้องมีรายละเอยี ดของสถานที่แสดงสินค้าบริการ
และรูปแบบ ดังน้ัน การเลือกสถานที่หรือทาเลท่ีตั้งต้องใกล้ชิดกับลูกค้าและอานวยความสะดวกต่อการเข้ามา
ตดิ ต่อและถอื เป็นปจั จยั ท่มี ผี ลตอ่ ความสาเรจ็ ของกจิ การ
ดังน้ัน เกณฑ์การเลือกสถานที่หรือทาเลที่ต้ัง ผู้ประกอบการต้องตัดสินใจก่อนว่าจะเลือกดาเนินธุรกิจ
ในชุมชน หมายถึง จังหวัดหรืออาเภอก่อนจึงทาการตัดสินใจข้ันสุดท้ายคือการเลือกบริเวณท่ีต้ังจากหลาย ๆ
พ้ืนที่ภายในชุมชน ซง่ึ เป็นการระบถุ ึงตาแหน่งของท่ีตั้งอยา่ งละเอยี ด
2. กำรจัดและตกแตง่ หน้ำร้ำน
ส่วนใหญ่ร้านขายสินค้ามักจะมีผู้ขายซ่ึงเป็นเจ้าของกิจการเอง หรือบางร้านอาจมีการจ้างพนักงาน
ขายของ โดยเฉพาะเพือ่ ทาหน้าท่เี อาใจใส่ดแู ล และแนะนาให้คาอธิบายตา่ ง ๆ แก่ลูกค้าหากเป็นร้านขนาดใหญ่
มสี นิ ค้าหลายชนิดย่อมทาให้ต้องมีพนักงานขายจานวนมาก การจัดตกแต่งร้านค้ามีความสาคัญต้องคานึงถึงสิ่ง
ตอ่ ไปนี้
2.1 แสงสวำ่ งภำยในร้ำน ควรจัดร้านให้มีความสว่างท่ัวท้ังร้านจากแสงไฟฟ้าที่ร้านได้ติดเอาไว้แสงสว่าง
ธรรมชาติมักไม่เพียงพอ และแสงแดดมักทาความเสียหายให้แก่สินค้า การใช้แสงไฟฟ้าแม้จะมีค่าใช้จ่ายสูง
สามารถจูงใจลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้าได้มากกว่าร้านท่ีดูมืดสลัว มุมห้องมืด ๆ ก่อนตัดสินใจเร่ืองแสงสว่าง
ควรคานวณค่าไฟฟ้า และใชไ้ ฟฟา้ กดี่ วงถงึ จะค้มุ คา่ กับการขายสินค้า
2.2 กำรตกแต่งสภี ำยนอกและภำยในรำ้ น นอกจากการทาสีรา้ นคา้ ใหส้ ดใสสว่าง สวยงามแล้ว สีของ
หีบห่อ และตัวสนิ ค้ากส็ ามารถนามาตกแตง่ ให้ร้านคา้ ดดู ีข้ึน และให้ผู้คนเห็นสินคา้ ชัดเจนและสวยงาม
2.3 กำรจัดหมวดหมู่ของขนม ขนมท่ีมีลักษณะใกล้เคียงกันหรือขนมท่ีใช้รับประทานร่วมกันนามา
จดั วางไว้ดว้ ยกัน เชน่ ขนมหมอ้ แกงวางใกลก้ ับขนมตะโก้ ข้าวเหนยี ววางใกล้กบั สังขยา เป็นตน้
2.4 กำรติดป้ำยรำคำสนิ ค้ำ การติดป้ายบอกราคาสินค้าให้ชัดเจนที่ลูกค้าสามารถมองเห็นได้หรืออ่านได้
เปน็ การใหค้ วามสะดวกกับลูกคา้ ในการตัดสนิ ใจซือ้ สินค้า
2.5 กำรจัดวำงสินค้ำ มีความสาคัญต่อการจงู ใจลกู คา้ ให้เลอื กซอื้ สนิ ค้า เพ่ือให้สะดวกและเกิดความพึงพอใจ
ควรคานึงถึงสิง่ ต่อไปน้ี
2.5.1 ความพึงพอใจของลูกค้า
2.5.2 จดั สนิ คา้ ไว้ในบรเิ วณท่ีจะขาย
2.5.3 จดั สินค้าไว้ในระดบั สายตาใหม้ ากทสี่ ุด
2.5.4 จดั สินคา้ ดา้ นหน้าบนช้ันให้เตม็ อยู่เสมอ
2.5.5 ชั้นวางสนิ ค้าจะตอ้ งปรับระดบั ได้ตามขนาดของสนิ ค้า
2.5.6 การใชก้ ลอ่ งหนนุ สนิ คา้ ให้ดูมีมิติ สวยงามแม้จะมีสนิ ค้าไมม่ ากนัก
2.5.7 ความเป็นระเบียบเรยี บรอ้ ย
2.5.8 สินค้ามาก่อนต้องจาหน่ายก่อน ต้องจาหน่ายสินค้าเก่าก่อนสินค้าใหม่เสมอ พยายาม
วางสินค้ามาก่อนไว้แถวหนา้ เสมอ ควรจัดสนิ คา้ ทีม่ าก่อนใหด้ สู ดใสสะอาดเหมอื นสินคา้ ใหม่
49
3. กำรขำย
การขาย คือ กระบวนการทั้งทางตรงและทางอ้อมของการจูงใจให้ผู้ซ้ือสินค้าหรือบริการยินยอม
กระทาสิ่งใดส่ิงหนึ่ง ซ่ึงจะทาให้เกิดประโยชน์ทางด้านการค้าแก่ผู้ขาย เม่ือผู้ผลิตสินค้าไปสู่ผู้บริโภคมีส่ิงท่ีควร
พจิ ารณา ดงั น้ี
3.1 กำรหำตลำด ควรคานึงถงึ ความต้องการของตลาดวา่ มีมากน้อยเพียงใด โดยใช้วิธีสังเกต สอบถาม
กับคนรู้จัก เพื่อนบ้าน และผู้ซื้อ กระแสการบริโภคของลูกค้ามีความต้องการซ้ือเป็นของขวัญของฝากหรือ
รบั ประทานในครอบครัว ตลาดควรเป็นตลาดที่มีการซื้อขายอย่างต่อเน่ือง เช่น ขายทางออนไลน์ ขายหน้าร้าน
ตนเอง ขายในตลาดนดั ขายในหา้ งสรรพสินค้า เปน็ ต้น ทั้งนเี้ พ่ือจะไดต้ รงตามความต้องการของตลาด
3.2 วธิ กี ำรจำหนำ่ ย เมื่อผู้ผลิตลงทุนผลติ สนิ ค้าขึ้นมาเพ่ือนาสนิ คา้ ออกส่ตู ลาด ถา้ ผู้ผลิตสามารถเลือก
ช่องทางการตลาด การจาหน่ายสินคา้ ได้อย่างถูกตอ้ งสินคา้ ก็จะเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย ซ่ึงอาจเป็นการจาหน่ายจาก
ผู้ผลิตถึงลูกค้าโดยตรงด้วยการจัดหาสถานที่สาหรับจาหน่ายสินค้าที่เป็นหลักแหล่ง มีการจัดวางสินค้าท่ี
สามารถนาเสนอสินค้าให้ดูสวยงาม หรือเป็นผู้ผลิตให้พ่อค้าคนกลางมารับซื้อไปขายให้กับผู้บริโภคอีกต่อหนึ่ง
เพ่อื กระจายสินค้าได้อย่างทวั่ ถงึ
3.3 กำรโฆษณำประชำสัมพันธ์ ถือเป็นส่ิงสาคัญที่จะทาให้ผู้ซื้อหรือลูกค้ารู้จักเกิดความต้องการที่จะ
ซ้ือเป็นวิธีการโน้มน้าวผู้ซื้อ ที่สาคัญการโฆษณาประชาสัมพันธ์มีหลายวิธี เช่น ใช้วิธีบอกปากต่อปาก การจัด
กิจกรรมประชาสัมพันธ์สินค้าการออกรา้ นตามงานเทศกาลตา่ ง ๆ การประชาสัมพนั ธ์ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยสิ่งท่ี
เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์อย่างหน่ึงก็คือคุณภาพสินค้า เมื่อผู้ซื้อหรือลูกค้าได้ซ้ือสินค้าไป เช่น มีรสชาติดี
มีคุณภาพ ราคายอ่ มเยา จะเปน็ การช่วยประชาสมั พันธ์อกี ชอ่ งทางหนง่ึ
4. กำรสง่ เสริมกำรขำย
การส่งเสริมการขาย หมายถึง การจูงใจท่ีเสนอคุณค่าพิเศษ หรือการจูงใจผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภค
คนกลาง (ผ้จู ัดจาหน่าย) หรอื หนว่ ยงานขาย โดยมีวตั ถุประสงค์เพ่ือการสรา้ งยอดขายในทนั ที สามารถสรุปไดว้ ่า
4.1 การสง่ เสรมิ การขายเป็นการให้ส่ิงจูงใจพิเศษเพ่ือกระตุ้นให้เกิดการซื้อ เช่น คูปอง ของแถม การชิงโชค
การแลกซ้อื เป็นตน้
4.2 การส่งเสริมการขายเปน็ เคร่ืองมือกระตุน้ กิจกรรมการสง่ เสริมการขาย มีวัตถุประสงค์เพ่ือกระตุ้น
ใหเ้ กิดการซื้อจานวนมากข้นึ และสามารถตดั สินใจซอื้ ได้ในเวลาทันทีทันใด
4.3 การสง่ เสริมการขายใชใ้ นการจงู ใจกลุม่ ต่าง ๆ 3 กลมุ่ คือ
4.3.1 การส่งเสริมการขายท่ีมุ่งสู่ผู้บริโภค เป็นการส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่ผู้บริโภคคนสุดท้าย
เพ่ือจงู ใจใหเ้ กิดการซื้อจานวนมากข้ึน ตัดสนิ ใจซือ้ ไดร้ วดเร็วขึ้น เกดิ การทดลองใช้ ถือวา่ เปน็ การใช้กลยุทธ์ดึง
4.3.2 การส่งเสริมการขายท่ีมุ่งสู่คนกลาง เป็นการส่งเสริมการขายที่ มุ่งสู่พ่อค้าคนกลาง ผู้จัด
จาหนา่ ย หรือผู้ขาย ถือวา่ เป็นการใช้กลยทุ ธ์ผลัก
4.3.3 การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่พนักงานขาย เป็นการส่งเสริมการขายท่ีมุ่งสู่พนักงานขาย
หรือหน่วยงานขาย เพ่อื ใหใ้ ช้ความพยายามในการขายมากขึ้น ถอื วา่ เป็นการใช้กลยุทธ์ผลัก
วตั ถปุ ระสงค์ของการสง่ เสริมการขาย
1. การดงึ ลูกค้าใหม่
2. การรกั ษาลกู คา้ เกา่ ไว้
3. การส่งเสรมิ ลูกค้าในปัจจุบันใหซ้ ือ้ สินค้าในปรมิ าณมาก
4. การเพ่มิ อตั ราการใช้ผลิตภณั ฑ์
5. การส่งเสรมิ การขายทาให้ผู้บรโิ ภคเกดิ การยกระดับ
6. การเสรมิ แรงการโฆษณาในตราสนิ คา้
50
5. กำรเลอื กช่องทำงกำรจดั จำหน่ำย
การเลอื กชอ่ งทางการจัดจาหนา่ ย สามารถแบ่งช่องทางการจาหน่ายสนิ คา้ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
5.1 ชอ่ งทำงกำรจำหน่ำยทำงตรง คือ ผผู้ ลิตขายสนิ คา้ ไปยงั ผู้ใชห้ รอื ผู้บรโิ ภคดว้ ยตนเอง
5.2 ช่องทำงกำรจำหนำ่ ยทำงอ้อม คือ ผผู้ ลติ ขายสินค้าผ่านตัวกลาง ตัวแทนจาหน่ายร้านค้าส่ง และ
ร้านคา้ ปลกี เพอ่ื จาหน่ายไปยังผใู้ ชห้ รือผ้บู รโิ ภค
ช่องทางการจาหน่ายท้ังสองประเภทน้ี ยังแบ่งเป็นช่องทางขายได้อีกหลายช่องทาง ซึ่งจะกล่าวถึง
ช่องทางขายท่สี าคญั ดังต่อไปน้ี
ช่องทำงจำหน่ำยทำงตรง มชี ่องทางขายดังนี้
1. ขำยผ่ำนหน้ำร้ำนแบบไม่เคลื่อนที่ เป็นการขายผ่านหน้าร้านสาขาทั้งเป็นร้านค้าของตนเองหรือ
เช่าหน้าร้านตามห้างสรรพสินค้า Modern trade เช่าพ้ืนที่ขายในปั้มน้ามัน ขายออกบูทตามงานแสดงสินค้า
เช่าพืน้ ท่ใี นอาคารสานักงาน เปน็ ตน้
2. ขำยผ่ำนหน้ำร้ำนท่ีเคล่ือนที่ไปมำ เช่น ขายผลไม้ในรถบรรทุกที่ย้ายไปขายตามสถานท่ีต่าง ๆ
ได้ตามความต้องการเปิดท้ายขายของตามตลาดนัดต่าง ๆ หาบเร่แผงลอย เป็นการขายแบบอิสระ
เปล่ียนเส้นทางขายบ้าง เปล่ียนสินค้าขายบ้าง สินค้าที่ขายอาจเป็นสินค้าตามฤดูกาลหรือเป็นสินค้าท่ีผู้ขายไป
หาซ้ือได้มาในช่วงเวลานนั้ ๆ
3. ขำยผ่ำนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อออนไลน์ การขายลักษณะ E-commerce นี้จะขายผ่านหน้า
โฮมเพจของของร้านค้าโดยมีตะกร้าให้ซื้อ และมีการโอนเงินก่อนซ้ือซึ่งมีบริษัทหลายแห่งเพ่ิมช่องทางการขาย
ทางอิเลก็ ทรอนกิ สจ์ านวนมาก เช่น Shopee Lazada 7- 11 ขายโดยให้ลูกค้าเลือกซ้ือใน Catalogue สาหรับ
การขายผ่าน Social media เป็นการขายท่ีนิยมกันในกลุ่มคนที่ยังทางานประจา และใช้เวลาว่างให้เป็น
ประโยชน์ และกลุ่มอาชีพอิสระท่ีต้องการขายสินค้าเป็นอาชีพเสริม การขายประเภทนี้จะขายผ่าน Facebook
Intragram Line เปน็ ต้น
4. ขำยผ่ำนส่ือกำรขำยที่เป็นอุปกรณ์ทันสมัย เช่น ขายผ่านโทรศัพท์มือถือ ผ่านเครื่องเอทีเอ็ม
ผ่านตู้หยอดเหรียญต่าง ๆ เช่น น้าอัดลม กาแฟ เกมส์ เคร่ืองกดน้าดื่ม เคร่ืองซักผ้า เป็นต้น การขายผ่าน
เครอื่ งใชเ้ หลา่ นี้ทาใหป้ ระหยัดเรอ่ื งแรงงานคนทาให้ตน้ ทุนการขายต่าไปดว้ ย
5. ขำยผ่ำนพนกั งำนขำย แมว้ ่าการขายผา่ นพนักงานจะเป็นวิธีเก่าที่ใช้กันมานานแต่ก็เป็นวิธีท่ีดีที่สุด
สาหรับสนิ คา้ ท่ขี ายใหก้ บั อุตสาหกรรมเพราะตอ้ งการการสาธิต การอธิบายวิธีการใช้และรายละเอียดคุณสมบัติ
ของสินค้า สินค้าใหม่ที่ต้องการการอธิบายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจาเป็นต้องใช้การขายผ่านพนักงาน
ขายเพอื่ ใหร้ ูจ้ ักสนิ ค้าและทราบถึงคุณสมบตั ิของสินคา้ ก่อน นอกจากน้ันการขายผ่านพนักงานขายทาให้กิจการ
ได้รับ Feedback จากลูกค้าว่าพอใจหรือไม่พอใจในสินค้าของกิจการซ่ึงทาให้เจ้าของกิจการนามาปรับปรุง
แกไ้ ขไดภ้ ายหลงั
51
ช่องทำงกำรจำหน่ำยทำงอ้อม มีช่องทางการขายดงั น้ี
1. ขำยผ่ำนตัวแทนจำหน่ำย สินค้าจาเป็นต้องมีการแต่งต้ังตัวแทนขายเพ่ือกระจายสินค้าได้ทั่ว
ประเทศ เช่น รถยนต์ เครื่องจักรต่าง ๆ ยางรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ สินค้าบางประเภทจาเป็นต้องมีตัวแทน
จาหน่ายหากผู้ผลิตไม่เชี่ยวชาญในการตลาดแต่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตมากกว่า การขายผ่านตัวแทนยัง
เหมาะกบั การขายสินคา้ ที่เปน็ บริการเชน่ ขายกรมธรรมป์ ระกันภัยรถยนต์และประกนั ชีวิตเปน็ ต้น
2. ขำยผ่ำนคนกลำงทั้งผู้ค้ำส่งหรือผู้ค้ำปลีก สาหรับผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคมักจะใช้วิธีการ
ขายผา่ นผคู้ า้ สง่ ตามอาเภอและจังหวดั ตา่ ง ๆ เพื่อกระจายสินค้า สาหรับผูผ้ ลิตรายเลก็ ก็อาจขายผ่านผู้ค้าปลีกที่
ขายตรงให้กบั กลุ่มลูกคา้ เป้าหมายได้
3. ขำยผ่ำนระบบแฟรนไชส์ ผู้ผลิตท่ีมีการขายแฟรนไชส์ให้กับบุคคลภายนอกสามารถใช้วิธีการขาย
ผลติ ภณั ฑ์ผ่านเครือขา่ ยหรือแฟรนไชส์ของตนเองได้ เชน่ ราชาบะหมช่ี ายส่ีบะหมี่เกย้ี ว ขา้ วมนั ไก่มิดไนท์ เป็นต้น
สาหรับผู้ประกอบการที่ดาเนินธุรกิจส่งออกสินค้าไปต่างประเทศก็มีช่องทางการขายสองทางเช่นกัน
คือ เป็นผู้ส่งออกเองโดยขายตรงให้กับลูกค้า และอีกทางหน่ึงคือขายสินค้าผ่าน Trader ที่เป็นตัวกลางขาย
สินค้าใหก้ ับต่างประเทศ ปัจจุบันธุรกิจขนาดใหญ่มักใช้ช่องทางการขายท้ังทางตรงและทางอ้อมร่วมไปด้วยกัน
โดยขายผา่ นหน้าร้าน ผา่ นสือ่ ออนไลน์ ผ่านสาขา ผ่านตัวแทนจาหนา่ ยและใช้กลยุทธต์ ่าง ๆ ในการส่งเสริมการ
ขายและประชาสมั พันธอ์ ย่างกวา้ งขวางเพ่อื ทาให้ธุรกิจเติบโตขึ้นอยา่ งรวดเรว็
52
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
หลกั สูตรเมนูไกน่ ำบกระทะ และเมนูผัดพรกิ อ่อน
ชอ่ื -สกลุ ................................................................................................................................
โปรดทาเครื่องหมาย หน้าข้อที่ถูก และทาเครอ่ื งหมาย X หนา้ ข้อทีผ่ ิด
.............. 1. ข้นั ตอนการทาเมนูไก่นาบกระทะ ควรหัน่ ไก่เปน็ ช้นิ หนา ประมาณ 5 - 7 นวิ้ และสับช้นิ ไก่เบาๆ
ดว้ ยมีดก่อนนาไปนาบกระทะ จะช่วยให้ไกส่ กุ ท้ังช้ินโดยใชเ้ วลาไม่นาน
.............. 2. กระทะทใี่ ช้สาหรับนาบไก่ ควรใช้กระทะจนี ก้นลึก และใส่น้ามันท่วมชน้ิ ไก่ เพ่อื ช่วยให้ไก่
ไมต่ ิดกระทะ และเนือ้ ไก่มลี ักษณะกรอบเหลืองดา้ นนอก มีความนมุ่ ชมุ่ นา้ ดา้ นใน
.............. 3. การทานา้ มนั ใบโหระพา ทอดใบโหระพา 100 กรมั ด้วยน้ามนั คาโนล่าพอสุก พักให้เยน็ สนิท
ป่ันผสมกบั น้ามันคาโนล่าที่ใช้ทอดใบโหระพา 180 กรมั กรองด้วยกระชอนละเอียด
.............. 4. สามเกลอ เป็นเคร่อื งเทศทมี่ จี ุดเด่นอย่ทู ก่ี ลิน่ หอม จงึ นามาเป็นวัตถุดบิ ท่ีช่วยเพิ่มกลิ่น
และรสชาตใิ ห้กับเมนูไกน่ าบกระทะ ซงึ่ มาจากส่วนผสมทีล่ งตัว 3 อย่าง ได้แก่ ลกู ผักชี
ช่วยชูรสชาติ กระเทียมช่วยดบั กล่นิ และพริกไทยดาเพิม่ ความหอมและเผ็ดร้อน
.............. 5. เน้ือไก่เป็นอาหารทม่ี โี ปรตีนสูง ในเนอ้ื ไก่จะมีโปรตนี มากถงึ 23 – 35 % ซงึ่ มากกวา่ หมู แพะ
และววั เสยี อีก มไี ขมันสงู และมแี คลอรีสงู กว่าในปรมิ าณนา้ หนกั เน้ือเท่า ๆ กัน
.............. 6. เคลด็ ลับของการทา ควรใชพ้ รกิ ขหี้ นอู ่อนทย่ี ังไมม่ เี มด็
.............. 7. เคร่อื งปรุงของเมนูผดั พริกอ่อน ได้แก่ หัวหอมแดง กระเทียม พริกขหี้ นอู ่อน กะปิ
นา้ ปลา ซีอว๊ิ ขาว นา้ ตาลทราย เปน็ ต้น
.............. 8. ขั้นตอนการทาอนั ดบั แรก คือ นาหัวหอมแดง กระเทียม กะปิ ตาพอแหลก
.............. 9. เทคนคิ การทากะปิให้หอมอร่อย คอื การนาไปแช่ไว้ในตู้เย็น
.............. 10. นอกจากเนือ้ หมูและกุง้ ถา้ มีสะตอสามารถนามาใสเ่ ปน็ ส่วนผสมได้
เฉลย
ขอ้ 1. X ขอ้ 2. X ขอ้ 3. ข้อ 4. ขอ้ 5. X ขอ้ 6. ข้อ 7. ขอ้ 8. ขอ้ 9. X ขอ้ 10.
53
แบบทดสอบหลังเรียน
หลกั สูตรเมนไู กน่ ำบกระทะ และเมนูผัดพรกิ อ่อน
ชอื่ -สกลุ ................................................................................................................................
โปรดทาเคร่ืองหมาย หน้าข้อที่ถูก และทาเครอื่ งหมาย X หนา้ ข้อทีผ่ ิด
.............. 1. ข้นั ตอนการทาเมนูไก่นาบกระทะ ควรหัน่ ไกเ่ ป็นชนิ้ หนา ประมาณ 5 - 7 นวิ้ และสับช้นิ ไก่เบาๆ
ดว้ ยมีดก่อนนาไปนาบกระทะ จะช่วยให้ไกส่ ุกทั้งชิน้ โดยใชเ้ วลาไมน่ าน
.............. 2. กระทะทใี่ ช้สาหรับนาบไก่ ควรใชก้ ระทะจีนก้นลึก และใส่น้ามันทว่ มชน้ิ ไก่ เพ่อื ช่วยให้ไก่
ไมต่ ิดกระทะ และเนือ้ ไก่มีลักษณะกรอบเหลืองด้านนอก มีความน่มุ ชมุ่ นา้ ด้านใน
.............. 3. การทานา้ มนั ใบโหระพา ทอดใบโหระพา 100 กรมั ด้วยน้ามนั คาโนลา่ พอสุก พกั ให้เยน็ สนิท
ป่ันผสมกบั น้ามันคาโนลา่ ที่ใช้ทอดใบโหระพา 180 กรมั กรองด้วยกระชอนละเอียด
.............. 4. สามเกลอ เป็นเครอ่ื งเทศท่มี จี ดุ เด่นอยทู่ กี่ ล่ินหอม จึงนามาเป็นวตั ถุดบิ ท่ีช่วยเพิ่มกลิ่น
และรสชาตใิ ห้กับเมนูไกน่ าบกระทะ ซ่ึงมาจากส่วนผสมทีล่ งตัว 3 อย่าง ได้แก่ ลกู ผักชี
ช่วยชูรสชาติ กระเทียมช่วยดบั กล่นิ และพริกไทยดาเพิม่ ความหอมและเผ็ดร้อน
.............. 5. เน้ือไก่เป็นอาหารทม่ี โี ปรตีนสงู ในเนอ้ื ไก่จะมโี ปรตีนมากถงึ 23 – 35 % ซึง่ มากกวา่ หมู แพะ
และววั เสยี อีก มไี ขมันสงู และมแี คลอรีสงู กวา่ ในปรมิ าณนา้ หนกั เนอื้ เท่า ๆ กัน
.............. 6. เคลด็ ลับของการทา ควรใช้พริกขหี้ นูอ่อนทยี่ ังไมม่ ีเม็ด
.............. 7. เคร่อื งปรุงของเมนผู ดั พริกอ่อน ไดแ้ ก่ หัวหอมแดง กระเทียม พริกขห้ี นอู ่อน กะปิ
นา้ ปลา ซีอว๊ิ ขาว นา้ ตาลทราย เปน็ ต้น
.............. 8. ขั้นตอนการทาอันดบั แรก คือ นาหัวหอมแดง กระเทยี ม กะปิ ตาพอแหลก
.............. 9. เทคนคิ การทากะปิให้หอมอร่อย คือการนาไปแช่ไว้ในตู้เย็น
.............. 10. นอกจากเนือ้ หมูและกุง้ ถา้ มีสะตอสามารถนามาใสเ่ ปน็ ส่วนผสมได้
เฉลย
ขอ้ 1. X ข้อ 2. X ขอ้ 3. ข้อ 4. ขอ้ 5. X ขอ้ 6. ข้อ 7. ขอ้ 8. ขอ้ 9. X ขอ้ 10.
54
แบบประเมนิ ผลกำรจดั กำรศึกษำและฝกึ อบรมหลักสูตรระยะส้ัน
หลักสตู รวิชา.................................................................................... จานวน..........................................ชั่วโมง
ระหว่างวันท.่ี .........เดอื น......................พ.ศ..................ถึงวนั ที่..........เดือน......................พ.ศ..........................
สถานที่จดั ณ....................................................................................................................................................
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนนประเมินผลกำรจดั กำรศึกษำและฝกึ อบรมหลกั สตู รระยะสน้ั ศูนยว์ งเดอื น อำคมสรุ ทณั ฑ์
1. ควำมร้คู วำมเข้ำใจในเนื้อหำสำระ 20 คะแนน
1.1 แบบทดสอบ (20 คะแนน)
2. ทกั ษะกำรปฏิบัติ 40 คะแนน
2.1 การเตรียมวสั ดอุ ุปกรณ์ (10 คะแนน)
2.1.1 การจัดเตรยี มวัสดุ (5 คะแนน)
2.1.2 การจัดเตรยี มอุปกรณ์ (5 คะแนน)
2.2 ปฏิบัตติ ามข้ันตอน (20 คะแนน)
2.2.1 ปฏบิ ัตติ ามข้นั ตอน (5 คะแนน)
2.2.2 ปฏบิ ัตงิ านเสรจ็ ตามเวลา (5 คะแนน)
2.2.3 ปฏิบตั ิงานด้วยความสะอาดเรียบรอ้ ย (5 คะแนน)
2.2.4 ปฏิบัตงิ านด้วยความคลอ่ งแคลว่ (5 คะแนน)
2.3 มีทักษะในการทางานเป็นทีม (10 คะแนน)
2.3.1 การเคารพกฎ กติกา และการยอมรบั ความคดิ เหน็ ของผู้อื่น (5 คะแนน)
2.3.2 การมปี ฏิสมั พันธ์กบั ผู้อ่ืน (5 คะแนน)
3. คุณภำพของผลงำน/ผลกำรปฏบิ ตั งิ ำน (40 คะแนน)
3.1 ผลงาน/ช้นิ งาน เปน็ ไปตามท่ีหลกั สตู รกาหนด (30 คะแนน)
3.1.1 คุณภาพของช้นิ งาน (10 คะแนน)
3.1.2 องค์ประกอบของช้ินงาน (10 คะแนน)
3.1.3 การตกแตง่ /บรรจภุ ณั ฑ์ของชิ้นงาน (10 คะแนน)
3.2 การนาเสนอผลงาน/ช้นิ งาน (10 คะแนน)
ระดบั ผลกำรเรียน
การตดั สนิ ผลการเรยี นใหน้ าคะแนนระหว่างการจัดการเรยี นการสอนรวมกับคะแนนจากแบบทดสอบ
หลงั เรยี นแลว้ นาไปเปรียบเทียบกับเกณฑท์ ี่กาหนด เพ่ือใหค้ ่าระดบั ผลการเรียนท้งั 5 ระดับ ดังนี้
1. ไดค้ ะแนน 80 – 100 ได้เกรด 4 หมายถงึ ดมี าก
2. ไดค้ ะแนน 70 - 79 ได้เกรด 3 หมายถงึ ดี
3. ไดค้ ะแนน 60 - 69 ไดเ้ กรด 2 หมายถึง ปานกลาง
4. ไดค้ ะแนน 50 - 59 ได้เกรด 1 หมายถงึ ผา่ นเกณฑ์ขน้ั ต่าที่กาหนด
5. ได้คะแนน 0 - 49 ได้เกรด 0 หมายถงึ ต่ากว่าเกณฑท์ ่ีกาหนด
ลำดบั เลขประจำตัว ชื่อ – สกลุ 1. ควำมรคู้ วำม 2. ท
ที่ ประชำชน เขำ้ ใจในเนอื้ หำ
2.1 กำร
สำระ เตรยี มวัสดุ
20 คะแนน อุปกรณ์
1.1 แบบทดสอบ (10)
(20)
2.1.1 (5)
2.1.2 (5)
ลงชอื่ ..................................................วทิ ยากร ลงช่อื ..............................................
(......................................................) (...............................................
55
ทกั ษะกำรปฏิบัติ 40 คะแนน 3. คณุ ภำพของผลงำน
ผลกำรปฏิบตั งิ ำน
40 คะแนน
2.2 ปฏิบตั ิตำมขั้นตอน 2.3 มที ักษะ 3.1 ผลงำน/ชิ้นงำน 3.2 กำร รวม ผลกำร
(20) ในกำร เปน็ ไปตำมที่ นำเสนอ 100 เรียน
หลกั สูตรกำหนด ผลงำน/ คะแนน
ทำงำนเป็น (30) ชนิ้ งำน (10)
ทมี
(10)
2.2.1 (5)
2.2.2 (5)
2.2.3 (5)
2.2.4 (5)
2.3.1 (5)
2.3.2 (5)
3.1.1 (5)
3.1.2 (5)
3.1.3 (5)
.....หวั หนา้ กลุ่มส่งเสรมิ ปฏบิ ัตกิ าร ลงช่อื ..................................................ผู้อนมุ ตั ิ 55
........) (......................................................)
56
บรรณำนกุ รม
กระทรวงสาธารณสุข. (2546). กนิ ตามแม.่ พมิ พ์คร้ังที่ 2. กรงุ เทพฯ: 21 เซน็ จรู ่ี.
กองบรรณาธกิ าร. (2561). โฆษณาและทาตลาดออนไลน์ใหด้ ังเปรย้ี ง. พิมพ์ครั้งที่ 1.
กรุงเทพฯ: รีไววา่ .
เชยี งใหมน่ ิวส์. (2569). ม.แม่ฟา้ หลวงชวนชาวไทยเป็นเจา้ ของไดอารี่ครัวสระปทุม 2550/2007. เชียงใหม.่
มูลนิธชิ ยั พัฒนา. อรอ่ ยชยั พัฒน.์ กรุงเทพฯ: อมรินทรพ์ ริ้นต้ิง.
มูลนธิ ชิ ยั พฒั นา. อรอ่ ยอุทยาน. กรงุ เทพฯ: อมรนิ ทรพ์ รนิ้ ต้ิง.
มลู นิธิสมเด็จพระพันวสั สาอยั ยิกาเจา้ . (2550). ครัวสระปทุม. กรงุ เทพฯ: วงั สระปทุม.
ศนู ยว์ ิจัยและพฒั นาชาน้ามนั และพชื น้ามัน มูลนิธชิ ัยพฒั นา. (2558). เมนูพระราชทาน 60 พรรษา.
พมิ พค์ รั้งท่ี 1. เชียงราย: มูลนิ ธิ ิชัยพัฒนา.
อบเชย วงศท์ อง และขนษิ ฐา พูนผลกุล. (2556). หลักการประกอบอาหาร (พิมพ์ครัง้ ที่ 10).
กรงุ เทพฯ: มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.
แหลง่ อำ้ งอิงออนไลน์
กรมสง่ เสริมอุตสาหกรรม. (2561). ชอ่ งทางการขายในยคุ ปจั จบุ นั . สบื คน้ เมื่อ 18 มิถนุ ายน 2562,
จาก https://bsc.dip.go.th/th/category/marketing2/fs-salechannelpresent
กราฟฟกิ โปรดวิ ซ.์ (2561). หลักการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์. สบื คน้ เม่อื 20 กันยายน 2561,
จาก http://www.graphicproduce.com/knowledgedetail.php?no=19
The.Than. ผักเพ่อื สุขภาพ. สบื ค้นเม่อื 23 มีนาคม 2565
จาก http://www.the-than.com/samonpai/P/P1.html
57
คณะผจู้ ดั ทำ
ที่ปรึกษำ โพธิ์กระจ่าง ผ้อู านวยการศูนยว์ งเดือน อาคมสรุ ทณั ฑ์
นางอทุ ัยวรรณ
คณะที่ปรึกษำจดั ทำหลกั สูตร
นางอุมาพร แขดอน วทิ ยากรผทู้ รงคุณวุฒิดา้ นอาหารและขนม
ผจู้ ดั ทำหลักสูตร พุ่มพันธ์วงศ์ ครผู ู้ช่วย
นายบดนิ ทร์ภัทร์ พลอยส่งศรี ครูผชู้ ว่ ย
นางวัชรนิ ทร์ ศรชี ยั ครผู ู้ชว่ ย
นางรงุ่ นภา ภกั ดอี ักษร ครูผชู้ ว่ ย
นางสาวพัฒนนี าถ เทยี นขา ครผู ้ชู ่วย
นายวิทวสั เครือออ่ น นักจดั การงานทัว่ ไป
นางสาวดาววดี หอมสมบตั ิ นักวิชาการเงินและบญั ชี
นางสาวนุชจรี ศาสตรป์ ระสทิ ธ์ิ นักจดั การงานทวั่ ไป
นายสทิ ธิชัย หน่วงกลาง นักวชิ าการศกึ ษา
นายสมเกียรติ แพ่งประสทิ ธ์ิ เจ้าพนกั งานธรุ การ
นางสุรียร์ ตั น์ สดุดี เจ้าพนักงานการเงนิ และบญั ชี
นายดนยั อินเฉียน นักวชิ าการพัสดุ
นางสาวสวุ มิ ล ชูรัศมี นักวชิ าการศกึ ษา
นางสาวอนุ นดา ครธุ พนั ธ์ นักจดั การงานทัว่ ไป
นางสาวณฐั กานต์ สรี ะวฒั น์ นกั วชิ าการโสตทศั นศึกษา
นางสาวชลธชิ า เกตปุ ระทุม เจา้ หนา้ ท่เี กษตร
นางสาวศิรพิ ร
รปู เล่ม / หน้ำปก ภกั ดีอักษร ครผู ูช้ ว่ ย
นางสาวพัฒนีนาถ เทียนขา ครผู ู้ช่วย
นายวทิ วัส เครอื ออ่ น นกั จดั การงานท่ัวไป
นางสาวดาววดี ศาสตร์ประสทิ ธิ์ นักจดั การงานทว่ั ไป
นายสทิ ธชิ ยั สดุดี เจา้ พนักงานการเงินและบัญชี
นายดนยั เกตุประทมุ เจา้ หนา้ ท่ีเกษตร
นางสาวศิรพิ ร
58