101 อำ เภอคอนสวรรค์ “นครกาหลง” ตั้งอยู่ที่บ้านคอนสวรรค์ อำ เภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ สาเหตุที่ได้ชื่อว่าเมืองกาหลงนั้นคือ เมื่อพระยาขุนหาญได้มาพบว่าบริเวณนี้เป็น แหล่งเหมาะสมที่จะสร้างบ้านแปงเมือง เพราะมีห้วย หนอง คลองบึง จำ นวนมาก เป็นที่ราบชายฝั่งลำ น้ำ ซี จึงได้ตัดสินใจสร้างบ้านเมืองที่นี่ เนื่องจากเป็นที่ที่อุดม สมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร เมื่อนกกาที่บินผ่านมาจะหาอาหารกินจนเพลินจนลืมกลับรัง เมื่อพระยาขุนหาญสร้างเมืองเสร็จก็ได้ จัดส่งส่วย เครื่องบรรณาการ ไปให้เมืองแม่เป็นนิจ สันนิษฐานว่าเป็นเมืองสมัยทวารวดี เพราะที่เมืองกาหลงนี้ตัวหนังสือสมัยทวารวดี จารึกปรากฏอยู่บนแผ่นหินมากมาย และมีพระพุทธรูปที่ ชาวบ้านเรียกว่า “พระใหญ่” เป็นพระพุทธรูปสมัยทวารดีในดินแดนนี้อีกด้วย
102 อำ เภอบำ เหน็จณรงค์ เมืองบำ เหน็จณรงค์ ตั้งอยู่ที่บ้านชวน ตำ บลบ้านชวน ภูมิประเทศแต่เดิมเป็นที่ราบลุ่ม ๑ ส่วน ที่สูงป่าไม้หนาทึบติดเทือกเขาพังเหย ๓ ส่วน มีสัตว์ป่าชุกชุม มีพรานจากเมืองนครราชสีมา เข้ามาล่าสัตว์พบ หนองน้ำ ใหญ่ เนื้อที่ประมาณพันไร่ เรียกว่า บึงชวน จึงชักชวนกันมาตั้งถิ่นฐานเป็นจำ นวนมาก เรียกว่า บ้านชวน เมื่อสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นภาลัย รัชกาลที่ ๒ ได้โปรดเกล้าฯตั้งบ้านชวนขึ้นเป็นด่าน เรียกว่า “ด่านชวน” โดยมีขุนพลเมืองขุขันธ์มาเป็นนายด่าน พ.ศ.๒๓๖๙ ซึ่งขุนพลด่านชวนเข้าร่วมกับ พระยาปลัดเมืองนครราชสีมา คุณหญิงโม(ท้าวสุรนารี) และกองทัพหลวง ทำ การรบปราบปรามกบฏเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ จนได้รับชัยชนะ พระบาทสมเด็จพระ นั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้พระราชทานบำ เหน็จความชอบให้ขุนพลด่านชวนเป็น “พระฤทธิฦๅชัย” และได้ยกฐานะด่านชวนเป็น “เมืองบำ เหน็จณรงค์” ซึ่งมีความ หมายว่า รางวัลกล้าหาญการศึก
103 บ้านทองคำ พิง ในอดีต ตามคำ เล่าขานของ ปู่ย่า ตายาย บรรพบุรุษของบ้านทองคำ พิง เล่าว่า มีขุนพลนายหนึ่ง มีนามว่า “ขุนหาญ” และ “หลวงชาติ” ได้นำชาวบ้าน จำ นวนหนึ่งอพยพมาตั้งถิ่นฐานบริเวณพื้นที่บ้านทองคำ พิงในปัจจุบัน ซึ่งในอดีต นั้นเป็นพื้นที่แห้งแล้ง ขาดความอุดมสมบูรณ์ติดต่อกันหลายปี ทำ ให้ชาวบ้านอยู่ กันด้วยความยากลำ บาก ขาดแคลนน้ำ อุปโภค บริโภค ขุนหาญ และหลวงชาติ จึงได้พาชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่นั้น ช่วยกันลงไปขุดหาตาน้ำ เพื่อ ให้น้ำ ซึมในลำ ห้วยคำ ปิงระหว่างที่ขุดได้พบ “แผ่นทองคำ”พิงอยู่บริเวณฝั่งของ ลำ ห้วย ชาวบ้านจึงได้พยายามช่วยกันหาวิธีที่จะนำ แผ่นทองคำขึ้นจากลำ ห้วย ระหว่างที่พยายามนั้นก็เกิดเหตุการณ์ฟ้าร้อง ลมพาพัดแรง ฝนตกและมีน้ำ ป่า ไหลมาตามลำ ห้วยท่วมแผ่นทองคำ ชาวบ้านก็ต่างพากันหนีตายขึ้นฝั่ง หลังจากนั้นชาวบ้านก็มีน้ำ อุปโภค บริโภค และใช้ทำ การเกษตรโดย ไม่ขาดแคลน ทำ ให้พื้นที่บริเวณลำ ห้วยคำ ปิง มีความอุดมสมบูรณ์จึงทำ ให้มี ประชากรอพยพมาอยู่เพิ่มมากขึ้น ชาวบ้านจึงมีความเชื่อว่า เทวดาช่วยบันดาล ให้หมู่บ้านมีความร่มเย็น อุดมสมบูรณ์ จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านตามเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นในอดีตว่า “บ้านทองคำ พิง” หลวงพ่อแสนฤทธิ์ ประดิษฐานในมณฑปวัดทองคำ พิง
104 อำ เภอเทพสถิต บ้านนายางกลัก ตำ บลนายางกลัก อำ เภอเทพสถิต ตำ บลนายางกลักตั้งอยู่ในเขตอำ เภอเทพสถิต บ้านนายางกลักเดิมเป็นหมู่บ้าน“ชาวดง”“ชาวชะบน” หรือ “ญัฮกุร” เป็นชนเผ่ามอญโบราญอาศัยอยู่ประมาณ ๒๐ หลังคาเรือนได้มาอาศัยอยู่ ต่อมาราษฎรจากที่ต่างๆอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนรวมกันอยู่เป็นกลุ่มมากขึ้น จนเป็นหมู่บ้านและต่อมาเป็นตำ บลนายางกลัก คำว่า “บ้านนายางกลัก” มีความหมาย ดังนี้คือคำว่า “นา” หมายถึง ทุ่งนาทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน คำว่า “ยาง” หมายถึง ต้นยางสามต้นที่มีลำ ต้นขนาดใหญ่เกิดบริเวณศาลาเจ้าพ่อขุนพล ติดลำ ห้วยกระจวนคำว่า “กลัก” หมายถึง ต้นกระเบากลัก คนสมัยก่อน จึงนำ ทั้งสามคำ มาเรียกรวมกันว่า บ้านนายางกลัก ซึ่งเป็นชื่อที่มีความหมายดีมาก บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ ของตำ บลได้เป็นอย่างดี
105 อำ เภอบ้านแท่น บ้านแท่น ตำ บลบ้านแท่น อำ เภอบ้านแท่น สันนิษฐานว่าชื่อ “บ้านแท่น” ได้ชื่อมาจากพระแท่น ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านและมีแท่นเคารพอยู่เบื้องหน้าพระพุทธรูป พระแท่นจะสร้างขึ้นเมื่อใดไม่มีประวัติ พอที่จะค้นได้ ผู้สูงอายุเล่าว่าบริเวณที่พระแท่นประดิษฐานอยู่นี้ เป็นป่าไม้หนา มีเถาวัลย์ปกคลุมหนาทึบ ปู่ย่าตาทวดในสมัยนั้นนับถือว่าเป็นพระภูมิเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ พอถึงเดือน ๕ เดือน ๖ ทุก ๆ ปี จะพาลูกหลานนำ น้ำ อบน้ำ หอมมาและบนบานศาลกล่าวขจัดปัดเป่าภยันอันตรายต่างๆ ทำ ให้ประชาชนในหมู่บ้านอยู่เป็นสุข เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๗๓ ขุนสาหร่าย เจ้าหน้าที่ปราบปรามจากอำ เภอภูเขียวได้มาปราบปรามผู้ร้าย และติดตามโจรซึ่งหนีไปซ่อนตัวอยู่ในบริเวณที่พบพระแท่น เห็นว่าพระแท่นซึ่งเป็นวัตถุโบราณตั้งอยู่ในที่ไม่เหมาะสม จึงพาราษฎรย้ายพระแท่นเข้าไปไว้ในวัดบัลลังก์จึงเกิดอาเพศ เล่ากันว่าสัตว์ป่า เก้ง กวาง ลิงลม ชะนี วิ่งเข้ามาสู่หมู่บ้านประชาชนเกิดโรคระบาดจึงไปปรึกษาพระครูถาวรสีลวัฒน์ เจ้าคณะอำ เภอภูเขียว แนะนำ ว่าให้นำ พระแท่นบัลลังก์กลับมาไว้ที่เดิม ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานในปัจจุบันนี่ เหตุอาเพศดังกล่าวจึงหายไป
106 อำ เภอหนองบัวระเหว บ้านหนองบัวระเหว บ้านพนังเสื่อ เดิมชื่อว่า “บ้านหนองบัว” ต่อมาผู้นำ ในหมู่บ้านเห็นว่าชื่อ “บ้านหนองบัว” มีซ้ำ กันอยู่หลายหมู่บ้านด้วยกันเช่น บ้านหนองบัวบาน บ้านหนองบัวใหญ่ จึงได้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเสียใหม่ว่า “บ้านหนองบัวระเหว” สาเหตุที่ตั้งชื่อว่า หนองบัวระเหว ตามที่คนเฒ่าคนแก่เล่าลือ กันต่อมามีอยู่ ๒ ประเด็นด้วยกันคือ ประเด็นแรก ทหารได้เข้ามาส่องกล้องถางป่าเป็นทางเล็กๆ ลากเส้นกระแสวัดไปตามลำ ห้วยที่ผ่านหมู่บ้าน (เรียกว่า เซอร์เวย์) แต่ชาวบ้านเรียกว่า “ระเว” ซึ่งหมายถึงการแทรก หรือวัด และจึงเรียกลำ ห้วยที่ทหารเข้ามาเซอร์เวย์ว่า “ระเว” ต่อมาหลายปีเข้ามาจึงมีเสียงเรียกเพี้ยน ไปเป็น “ห้วยระเหว” (Ra way) ประเด็นที่สอง ลำ ห้วยระเหวตั้งต้นมาจากเขาสามพัก ไหลคู่กันมากับลำ ห้วยส้มป่อย มาทางทิศตะวันออกเรื่อยมาตามลำ ดับจนถึงบ้านวังกุงในปัจจุบัน ลำ ห้วยเกิดไหลวกขึ้นทางทิศเหนือไปเสียดื้อๆ จนถึงลำ ห้วยเชียงทา (ทางข้ามไปบ้านละหานค่ายเดิม) ชาวบ้านจึงเรียกชื่อลำ ห้วยนี้ว่า “ห้วยไหลเว” เพราะไหลหนีไปทางทิศเหนือ ต่อมาคำ ว่าไหลเวเพี้ยนเป็น “ระเหว” ผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านจึงให้เอาชื่อของลำ ห้วยมาต่อท้ายชื่อหมู่บ้าน ละเปลี่ยนชื่อจาก “บ้านหนองบัว” มาเป็น “บ้านหนองบัวระเหว” (Nongbua Raway)จนถึงปัจจุบัน แต่เดิมหมู่บ้านพนังเสื่อชื่อหมู่บ้านหนองขาม บ้านพนังเสื่อมีที่มาจากชาวบ้านได้พบแผ่นหินขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายกับเสื่อ วางเรียงกันเป็นผืนเหมือนเป็น พนังกั้น จึงได้ชื่อว่า “บ้านพนังเสื่อ” ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้ขุดพบหินล้านปีอยู่บริเวณข้างวัด ทางสำ นักงานเกษตรอำ เภอได้นำ นักข่าว ช่อง ๑๑ มาทำข่าว ซึ่งหินที่ พบดังกล่าวมีอายุประมาณ ๑๒๐ ล้านปี ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ นายถนอม หลวงนันท์ ขณะนั้นเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ไปหาปลาบริเวณสระน้ำ สาธารณะบ้านพนังเสื่อ แล้วได้ไปพบก้อนหินที่มีลักษณะคล้ายกระดูกจำ นวนหลายชิ้น จึงได้แจ้งให้นายอำ เภอหนองบัวระเหวทราบ เพื่อประสานงานไปยังกรมทรัพยากรธรณีให้มาตรวจ สอบกระดูกที่พบดังกล่าว ปรากฏว่ากระดูกที่พบนั้น เป็นกระดูกในส่วนเชิงกรานและกระดูกต้นขาของไดโนเสาร์กินพืช ซึ่งน่าจะมีความยาวจากหัวถึงหาง ประมาณ ๑๘-๒๐ เมตร ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย http://th.m.wikipedia.org
107 อำ เภอภักดีชุมพล บ้านเจียง หมู่ที่ 1 ตำ บลบ้านเจียง ตั้งอยู่ที่เชิงเขาทางด้านทิศตะวันออกของเทือกเขาพญาฝ่อต้นคลองลำ เสียง(ปัจจุบันคือต้น ลำ น้ำ เจียง) เหตุที่เรียกว่าต้นน้ำ เสียงเพราะต้นทางน้ำจะอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือน้ำจะไหล ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ไปจดกับลำ น้ำ เจา จึงเรียกเพี้ยนเป็นลำ น้ำ เจียง จากต้นน้ำ ไหลมาตาม เชิงเขาทางทิศใต้ มีคำ ล่ำ ลือว่าบริเวณนี้มีทองคำ อยู่เป็นจำ นวนมาก เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๒๙๔ (๒๗๐ปี) เป็นช่วงที่อยู่ระหว่างสร้างกรุงธนบุรี หรือเมืองบางกอก ทางการจากได้สั่งการออกสำ รวจจำ นวนประชาชนในแต่ละท้องที่ เพื่อเกณฑ์ประชากรเข้าร่วม สร้างกรุงใหม่ ถ้าใครไม่ไปก็จะต้องส่งส่วยหรือค่ารายหัวเป็นทองคำ เพื่อเป็นทุนในการสร้างกรุง ใหม่ดังที่กล่าวดังนั้นผู้คนจึงออกแสวงหาทองคำ กันในบริเวณนี้ เมื่อหาทองคำ ได้แล้วจึงนำ ไปให้ ทางการตรวจสอบ ปรากฎว่าเป็นทองคำจริงตามที่เขาต้องการ ดังนั้นจึงมีผู้คนจำ นวนมากหลั่งไหล มาขุดทอง เพื่อเป็นค่าหัวตามที่ระบุไว้ข้างต้น จำ นวนทองที่ขุดและร่อนโดยธรรมชาติลดจำ นวนลง ทำ ให้ผู้ที่มาช้าต้องใช้เวลานานในการขุดค้น ดังนั้นจึงจำ เป็นต้องหาที่พักและเสบียงอาหารที่ร่อย หรอลง จากการสำรวจพบว่าที่คลองเจียง(คลองเสียง) เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งพืชผักและ สัตว์น้ำ ที่มีอยู่มาก จึงเลือกทำ เลที่พักที่ปากคลองซับพื้น ไหลตกน้ำ เจียงเป็นที่พักชั่วคราว มีการ ปลูกข้าวไร่และยาสูบ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งจำ เป็นในยุคสมัยนั้น เมื่อมีเสบียงอาหารเพียงพอ ก็ออกขุด หาทองอีกโดยเฉพาะวัดถ้ำ แสงเทียนในปัจจุบันเป็นแหล่งที่มีทองคำ มากที่สุดประกอบกับบนเทือก เขามีถ้ำ (ถ้ำ พระ)ที่สามารถเป็นที่พักและป้องกันอันตรายจากสัตว์ร้ายได้ จึงมีการขุดที่เป็นบริเวณ กว้าง กลายเป็นหมู่บ้านเรียกว่า “บ้านเจียงทอง” ต่อมาทองหาได้ยากขึ้นชาวบ้านจึงหาเลี้ยงชีพ ด้วยการเป็นเกษตรกร ทำ นา ทำ ไร่ ปลูกมัน ปลูกข้าวโพด พริก หอมกระเทียม ภาษาพูดจะมีลักษณะเฉพาะตัวคือ “ไทยเดิ้ง” สาเหตุมาจากแหล่งรวมชุมชนจากหลายท้องที่
108 ก้าวไปหา เมืองน่าอยู่ ชัยภูมิ ปลอดภัย น่าสนใจ น่าปักหลักอยู่ น่าอยู่และปลอดภัย มีน้ำ ใจมิตรไมตรี ท่องเที่ยวตามวิถี สุขเต็มที่ที่ชัยภูมิ
109 เมืองชัยภูมิในอนาคต เมืองสีเขียวแห่งความสุข เมืองอาหารปลอดภัย เมืองแห่งการท่องเที่ยว เมืองแห่งการเชื่อมโยงภูมิภาค จังหวัดชัยภูมิได้มีการพัฒนาเป็นลำ ดับอย่างต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ในโลกยุคใหม่จึงมีความจำ เป็นจะต้องกำ หนดวางแผน อนาคตของจังหวัดชัยภูมิเพื่อเป็นแนวทางการ พัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทของการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ จากการประชุมหารือทุกภาคส่วน ในจังหวัดชัยภูมิ ได้มีข้อคิดเห็นในการกำ หนดประเด็นการพัฒนาจังหวัดชัยภูมิ ๔ ด้าน ใน ๒๐ ปีข้างหน้า (พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๘๔) ดังนี้
110 เมืองสีเขียวแห่งความสุข
111 เมืองสีเขียวแห่งความสุข การขับเคลื่อนการพัฒนาให้เกิดเมืองสีเขียวแห่งความสุข มีแนวทางการดำ เนินการให้เกิดผล ดังนี้ ๑. ประชาชนมีความสุขพึ่งพาตนเองได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และการสร้างอาชีพ ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ในด้านต่างๆ ที่สอดคล้อง กับสภาวการณ์ในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้ลดรายจ่ายและขยายโอกาสภายใต้ศักยภาพของพื้นที่ และน้อมนำ หลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ๒. พัฒนาระบบสาธารณสุขและสร้างเครือข่ายสุขภาพให้เข้มแข็ง ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายหน่วยบริการสุขภาพทั้งในระดับปฐมภูมิทุติยภูมิ และตติยภูมิให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในจังหวัด เป็นการยกระดับความมั่นคงด้านสุขภาพ สามารถตอบโต้ภาวะฉุกเฉินได้ทุกภัย รวมถึงโรคอุบัติใหม่ อย่างรวดเร็ว เป็นระบบ มีความเป็นเอกภาพและประสิทธิภาพ ๓. เมืองที่มีอัตลักษณ์ เป็นเมืองที่มีลักษณะเฉพาะของตนเอง โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม ประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เช่น ประเพณีแห่นาคโหด เป็นการทดสอบความอดทนและความตั้งใจของนาคที่อยู่บนแคร่ที่จะบวชทดแทนคุณบิดามารดา ซึ่งไม่มีปรากฏในที่ใด จึงถือเป็นสิ่งเดียวในโลก ที่มีอยู่ในจังหวัดชัยภูมิจนถึงปัจจุบัน ๔. พัฒนาคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ เป็นคนดีมีคุณธรรรมยกระดับการพัฒนาศักยภาพของคนทุกช่วงวัย ทุกกลุ่มให้มีความรู้ ความสามารถ เพิ่มมากขึ้นพร้อมส่งเสริมคุณธรรมเพื่อให้เป็นทั้งคนเก่งและคนดีเพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด ๕. มีระบบดูแลผู้สูงอายุที่เป็นมาตรฐานสากล ปัจจุบันไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว จังหวัดชัยภูมิต้องจัดระบบบริการผู้สูงอายุ โดยใช้กลไกจากทุกภาคส่วนเพื่อดูแลผู้สูงอายุ ได้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ ๖. การจัดการที่ดินเพื่อประชาชน การจัดที่ดินมีเจตนารมณ์เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีที่ดินเพื่ออยู่อาศัยและประกอบการเลี้ยงชีพ เป็นการพัฒนารายได้และคุณภาพชีวิต สามารถนำ หนังสือ/เอกสารให้ใช้ที่ดินที่ได้รับจากรัฐไปใช้เป็นหลักประกันเพื่อให้เข้าถึงแหล่งทุนสำ หรับ การประกอบอาชีพ สร้างรายได้และใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ๗. เมืองที่ใช้พลังงานสะอาดส่งเสริมการใช้พลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือเกิดมลภาวะที่เป็นพิษโดยส่งเสริมการใช้ไฟฟ้า ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานจากชีวมวลและพลังงานจากน้ำ ๘. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่องพัฒนาระบบ การรับแจ้งเหตุ/การเข้าถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว สร้างเครือข่ายชุมชนให้เข้มแข็ง รวมทั้งนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงาน ๙. การจัดการสิ่งแวดล้อมลักษณะของจังหวัดชัยภูมิจะเป็นพื้นที่ป่าและมีความอุดมสมบูรณ์ จึงประสบกับปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า ตัดไม้ ไฟป่า ซึ่งต้องสร้างจิตสำ นึกให้เกิดกับประชาชน และสร้างเครือข่ายชุมชนให้เข้มแข็งประกอบกับปัจจุบัน จังหวัดชัยภูมิ เริ่มเป็นเมืองขยาย จึงต้องจัดการขยะมูลฝอยและน้ำ เสียให้เป็นระบบทั้งในเขตชุมชนและนอกชุมชน
112
113 เมืองอาหารปลอดภัย แนวทางพัฒนาจังหวัดชัยภูมิ เพื่อให้เป็นเมืองอาหารปลอดภัย ประกอบด้วย ๑. มี Zoning การผลิตที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน การกำ หนด Zoning ทางเกษตรเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรให้มี ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด จะทำ ให้เกิดการวางแผนการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์แต่ละประเภทให้เหมาะสมกับศักยภาพ การจัดระบบการกระจายน้ำ ได้อย่างทั่วถึง และเพียงพอกับความต้องการซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนของเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง ๒. มีการพัฒนาระบบชลประทานและแหล่งน้ำ ขนาดเล็กทั้งพื้นที่จังหวัดชัยภูมิจำ เป็นจะต้องพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำ จึงจะเพียงพอกับความต้องการของทุกภาคส่วนโดยพัฒนาแหล่งน้ำ ขนาดเล็กและพัฒนาพื้นที่ชลประทานต่างๆ อาทิ การพัฒนาโครงข่ายน้ำ การพัฒนาระบบส่งน้ำ และการระบบระบายน้ำ /บรรเทาอุทกภัย เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรน้ำ ได้อย่างยั่งยืน ๓. ใช้นวัตกรรมเพื่อพัฒนาด้านการเกษตร นวัตกรรมเกษตรและปศุสัตว์เป็นเครื่องมือสำ คัญในการสร้างมูลค่าสินค้าครบวงจร ตั้งแต่การผลิตจนถึงการตลาด ตลอดจนการวิจัยเพื่อให้ได้พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ การส่งเสริมให้เกษตรกร นำ นวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการเพื่อให้เกิดการพัฒนา จะทำ ให้เกิดความคุ้มค่าและเป็นประโยชน์สูงสุด ๔. ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ ในทุกสาขาส่งเสริมและพัฒนาเกษตรอินทรีย์ให้เข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในระดับต่างๆ ตลอดจนการ แปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรอินทรีย์และการพัฒนาช่องทางการจำ หน่ายให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ๕. ส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว ส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้ โดยมีมาตรการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมใน การปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อลดภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยการควบคุมจำ นวนโรงงานอุตสาหกรรมหรือ ปริมาณมลพิษที่เป็นไปตามมาตรฐานทางด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมการทำ เกษตรกรรมยั่งยืน โดยเฉพาะการลดการใช้สารเคมี ในภาคเกษตรและสนับสนุนเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างความปลอดภัยด้านอาหาร ลดต้นทุนการผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ๖. การแปรรูปสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ส่งเสริมให้มีการแปรรูปสินค้าเกษตรโดยการนำ ผลผลิตทางการเกษตร มาพิจารณาลักษณะพิเศษ หรือจุดเด่นเพิ่มเติม เพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งสินค้าที่เป็นอาหารและไม่ใช่อาหารนอกจากการปรับปรุงเพิ่ม มูลค่าผลิตภัณฑ์โดยตรงแล้ว ยังมีการส่งเสริมให้มีการสร้างแบรนด์ (Branding) หรือการสร้างภาพลักษณ์ของสินค้า เป็นการทำ ให้ ตลาดรู้จักสินค้าของผู้ผลิต รวมทั้งการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่นเพิ่มมูลค่าให้สินค้าด้วยบรรจุภัณฑ์ สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไป สู่อุตสาหกรรมอาหารรวมถึงพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร
114
115 เมืองแห่งการท่องเที่ยว ขับเคลื่อนชัยภูมิให้เป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีแนวทางการดำ เนินการ ดังนี้ ๑. เพิ่มพื้นที่สีเขียว เน้นการสร้างจิตสำ นึกและพัฒนาจิตสาธารณะในการดูแลและเพิ่มพื้นที่สีเขียวแก่ทุกภาคส่วนของสังคม ๒. พัฒนาสิ่งอำ นวยความสะดวก/โครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาสิ่งอำ นวยความสะดวกและโครงสร้าง พื้นฐานด้านการท่องเที่ยวให้เป็นมาตรฐานสากล ประกอบด้วย การปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว ที่พักแรม อาหาร การปรับปรุงคุณภาพการบริการในยานพาหนะระหว่างการเดินทาง การบริการนำ เที่ยวและมัคคุเทศก์ สินค้าที่ระลึก สิ่งแวดล้อมให้เกิดความเป็นระเบียบสวยงาม ตลอดจนการให้ความสำ คัญในการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว รวมทั้งให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมและเป็นเจ้าบ้านที่ดีต่อนักท่องเที่ยว สร้างความประทับใจให้เดินทางมาเยือนจังหวัดชัยภูมิ อีกเป็นการสร้างรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น ๓. เมืองแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นพื้นฐานสำ คัญในการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจและชุมชนให้มีความยั่งยืน ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นจะสามารถทำ ให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้ สร้างความสมดุลระหว่างคนกับสังคมและธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ๔. เมือง Geo Park จากศักยภาพของจังหวัดชัยภูมิที่โดดเด่นในด้านลักษณะทางธรณีวิทยา ที่เป็นรอยต่อเปลี่ยนผ่านจากทะเล สู่แผ่นดิน โดยเฉพาะจังหวัดชัยภูมิเป็นแห่งเดียวของประเทศไทยที่พบซากดึกดำ บรรพ์ครบทั้ง ๓ มหายุค ได้แก่ มหายุคพาลีโอโซอิก (สัตว์ทะเลโบราณ ๒๙๘ - ๒๕๙.๑ ล้านปี) มหายุคมีโซโซอิก (มูลปลาโบราณ ๒๒๐ ล้านปี) มหายุคซีโนโซอิก (แพนด้ายักษ์และสัตว์ร่วมสมัยหลายชนิด อายุ ๒ แสนปี) ในเขตพื้นที่ ๘ อำ เภอ ได้แก่ อำ เภอเมืองชัยภูมิ คอนสาร หนองบัวแดง ภักดีชุมพล เกษตรสมบูรณ์ หนองบัวระเหว เทพสถิตและบ้านเขว้า โดยจะมีการจัดตั้ง “ชัยภูมิจีโอพาร์ค” (Chaiyaphum Geopark) เพื่อเป็นการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อพื้นถิ่นให้มากที่สุด
116 ๕. พัฒนาแหล่งท่องเที่ยววิถีธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร แหล่งอารยธรรมประวัติศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยว ที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made attraction) จังหวัดชัยภูมิมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย อาทิ ท่องเที่ยววิถีธรรมชาติ ท่องเที่ยวเชิงเกษตร แหล่งอารยธรรมประวัติศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว จังหวัดชัยภูมิจะมุ่งเน้นให้ได้มาตรฐานพร้อมกับสร้างคนชัยภูมิให้เป็นมัคคุเทศก์ที่ดีประจำ ท้องถิ่น ๖. ยกระดับสินค้าชุมชนให้มีอัตลักษณ์ของจังหวัด และธุรกิจต่อเนื่องด้านการท่องเที่ยว ยกระดับสินค้าชุมชนให้มีอัตลักษณ์ ของจังหวัดชัยภูมิ บนฐานอัตลักษณ์ชุมชน เพิ่มมูลค่าของสินค้าทางการเกษตร ด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมเทคโนโลยี ต่างๆ พัฒนาสินค้าและบริการ ให้ได้คุณภาพและมาตรฐานตามความต้องการของตลาดเพื่อให้คนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น อย่างยั่งยืน สร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์สร้างแบรนด์ (Branding) หรือสร้างภาพลักษณ์ของสินค้า เพื่อให้ตลาดรู้จัก สินค้าของผู้ผลิตรวมถึงการพัฒนาการบรรจุภัณฑ์สินค้าให้มีความโดดเด่น ๗. เมืองพำ นักระยะยาว (Long Stay) และการท่องเที่ยววิถีธรรมชาติ การพำ นักระยะยาว เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยส่งเสริม เศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศและจังหวัดชัยภูมิให้ดีขึ้น เนื่องจากการพำ นักระยะยาวจะทำ ให้เกิดการใช้จ่ายในด้านต่างๆ การใช้ชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยวย่อมเป็นการกระจายรายได้ให้กับหลายอาชีพ จังหวัดชัยภูมิเตรียมการสำ หรับการเป็น เมืองพำ นักระยะยาวเพื่อการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และเพิ่มรายได้ทางการท่องเที่ยวให้กับจังหวัด ๘. การตลาดสมัยใหม่ ตลาดสมัยใหม่หรือการตลาด ๔.๐ เป็นการตลาดในยุคดิจิทัลซึ่งเทคโนโลยีทำ ให้เกิดความสะดวกสบาย และความเชื่อมโยงมากขึ้น สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างสิ้นเชิง โดยผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการ รวมถึงข้อมูลสินค้าต่างๆ ได้ตลอดเวลา ผู้ประกอบการสามารถขายสินค้าหรือเข้าถึงตลาดได้ง่ายมากขึ้นการพัฒนาผู้ประกอบ การด้านต่างๆ เรื่องการตลาดสมัยใหม่ ทั้งภาคการเกษตร ท่องเที่ยว อุตสาหกรรมจะทำ ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาจังหวัด
117
118 เมืองแห่งการเชื่อมโยงภูมิภาค จังหวัดชัยภูมิ เป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้กับจังหวัดเมืองหลัก จึงเป็นโอกาสที่จะพัฒนาเมืองให้เหมาะสมกับทำ เลที่ตั้งรองรับการขยายตัวเมืองและพัฒนาเมืองให้เป็น จุดเชื่อมต่อระหว่างภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ โดยมีแนวทางดำ เนินการ ดังนี้ ๑. มีระบบขนส่งสาธารณะ ที่มีประสิทธิภาพพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพและมีจำ นวนที่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนสามารถ รองรับนักท่องเที่ยวได้ มีการนำ เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้สามารถให้ข้อมูลการบริการต่างๆ แบบ real time ทำ ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถ วางแผนการเดินทางได้ล่วงหน้าส่งผลให้การเดินทางสะดวกสบาย ประหยัดเวลาการรอคอย เป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วน ๒. มีการพัฒนาตามระบบผังเมือง จังหวัดชัยภูมิจะดำ เนินการจัดทำ และปรับปรุงผังเมืองรวมเพื่อชี้นำ การพัฒนาพื้นที่รายสาขาและโครงการพัฒนาต่างๆ โดยการมี ส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและกระจายลงพื้นที่ในทุกอำ เภอ สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง สอดรับกับนโยบายการพัฒนาประเทศและโครงการลงทุน ลดอุปสรรคการใช้พื้นที่ระหว่างการวางผังเมืองกับการพัฒนาอุตสาหกรรม ตลอดจนบูรณาการข้อมูลโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับการลงทุนกับการวางผังเมืองทุกระดับ ๓. โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม/โลจิสติกส์ เชื่อมโยงภูมิภาคจังหวัดชัยภูมิมีทางหลวงแผ่นดินที่เชื่อมต่อกับจังหวัดต่างๆ ระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคเหนือ ประกอบด้วย หมายเลข ๒๐๑ (สีคิ้ว-ชัยภูมิ-ชุมแพ) เชื่อมระหว่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนกับตอนล่างและภาคเหนือ หมายเลข ๒๐๒ (บัวใหญ่–สีดา–ชัยภูมิ) เชื่อมระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตอนล่าง หมายเลข ๒๐๕ (ลำ นารายณ์-ลำ สนธิ-ชัยภูมิ) เชื่อมระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และหมายเลข ๒๒๕ (นครสวรรค์–ชัยภูมิ) เชื่อมระหว่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคเหนือ โดยได้มีการพัฒนาให้เป็นถนน ๔ เลนตามลำ ดับ จังหวัดชัยภูมิมีแผนจะสร้างถนนเลี่ยงเมืองชัยภูมิวงแหวนรอบเมืองด้านทิศเหนือ โดยมีการเชื่อมโยงเส้นระหว่าง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลขต่างๆ ซึ่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำ นวยความสะดวก จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและเครือข่ายโลจิสติกส์ ๔. พลังงานสะอาดการเป็นเมืองที่มีการขยายด้านการคมนาคมขนส่ง การนำ พลังสะอาดมาใช้ในระบบโลจิสติกส์จะเป็นการส่งเสริมให้เมืองมีความน่าอยู่ ท่ามกลาง กระแสของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง ชัยภูมิในอีก ๒๐ ปีข้างหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วนในจังหวัดทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาค ประชาชน ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างจริงจัง ต่อเนื่องและวางรากฐานการพัฒนาเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้สานต่อจนปรากฏผลอย่างเป็นรูปธรรม
119
120
121
122
123 เสน่ห์อิสาน เล่าขานเมืองชัยภูมิ สรวงสวรรค์สรรเสน่ห์เห่อิสาน ขอเล่าขานเมืองชัยภูมิไสว ภูเขียวป่าอุดมสมบูรณํไพร น้ำ ผุดใสขึ้นชื่อคือทัพลาว ชวนเชิญเพลินเจ็ดดาวเก้าตะวัน อัศจรรย์ฟ้าโอบดินมอหินขาว ผาหัวนาคหินโขลงช้างสร้างเรื่องราว นอนดูดาวอุ่นไอดินกลางไพร ทุ่งกระเจียวเขียวบานตระการตา พรมผืนป่าชูช่อกอไสว สุดแผ่นดินป่าหินงามอร่ามไกล น้ำ ตกใสไหลเย็นเช่นไทรทอง งามสายธารบ้านโหล่นต้นน้ำชี ปรงพันปี ป่าโล่ใหญ่ ไปเที่ยวท่อง “แกงคั่ว” “หม่ำรสดี” มีให้ลอง ใครกินต้องติดใจไปอีกนาน สืบเรื่องราวหมี่คั่นขอนารี แต่เดิมชื่อขอกระหรี่ชนเล่าขาน พระธาตุชัยภูมิภูมิงามเด่น ทุกคืนเพ็ญเจิดจำรัสรัศมี ใบเสมาพระใหญ่ทวารวดี องค์ปรางค์กู่สง่าศรีคือศรีเมือง ก้มกราบพระยาภักดีชุมพล พระคุณท่านมากล้นชนลือเลื่อง พระผู้ก่อบ้านและแปงเมือง ให้รุ่งเรืองร่มเย็นเป็นใบบุญ มากราบไหว้ขอพร ณ ตอนใด ก็ล้วนได้ดั่งใจท่านเกื้อหนุน อำ นวยพรยศศักดิ์รักเพิ่มพูน ทรัพย์ไพบูลย์ไหลหลั่งดั่งบูชา ชัยภูมิเมืองนี้ดีน่าอยู่ เชิญมาดูจะได้เห็นเพ็ญกฤษณา ชัยภูมิภูมิพิพัฒน์ทัศนา ภูมิใจมา ภูมิใจ ถิ่นชัยภูมิ
124
125 คณะกรรมการที่ปรึกษา คณะทำงานจัดทำ หนังสือ ภาพประกอบโดย พระเทพภาวนาวิกรม วิ. (บุญมา ปุญญาภิรโต) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๑ พระราชชัยสิทธิสุนทร (ฉวี มหทธโน) รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ พระสุวีรญาณ (พิชาญ สุวิชาโน) เจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ (ธ) พระมหาโยธิน โยธิโก รศ.ดร. ที่ปรึกษาวัฒนธรรมจังหวัดชัยภูมิ เจ้าคณะอำ เภอทุกรูป สำ นักงานจังหวัดชัยภูมิ สำ นักงานวัฒนธรรมจังหวัดชัยภูมิ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ เทศบาลเมืองชัยภูมิ สำ นักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ นายวรวุฒิ วรแสง นายประยูรสว่างรุ่งโรจน์กุล นายประสิทธิ์ คำ อุด (อาเฌอ) (november25)
126