The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) มูลนิธิชัยพัฒนา ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กระทรวงศึกษาธิการ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสำนักงานบริหารและพัฒนาความรู้ (องค์การมหาชน) โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นที่ปรึกษา และนายแพทย์จักรธรรม ธรรมศักดิ์ เป็นประธานคณะทำงาน

จุดมุ่งหมายการเดินทาง

เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเข้าใจและเข้าถึง “ศาสตร์ของพระราชา” จากประสบการณ์จริงผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต เป็นคู่มือการเดินทางของเยาวชนและครอบครัว ที่จะสร้างแรงบันดาลใจ ก่อให้เกิดพลังแห่งการเรียนรู้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด ด้วยศาสตร์พระราชาที่ร่วมสมัย เกิดเป็นความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 จะอยู่ในหัวใจของเราตลอดไป

เนื้อหาสาระที่เยาวชนจะได้รับจากสื่อหนังสือและกิจกรรมตามรอยพระชา คือ พาสปอร์ตส่งเสริมการเรียนรู้ศาสตร์พระราชาโดยนำเสนอบนพื้นฐานทางวิชาการตามกระบวนการ Transformative Learning : Head, Heart, Hand (3 H) และเน้นพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะด้านความคิดสร้างสรรค์ และการคิดวิเคราะห์ จากการที่เด็กและเยาวชนเดินทางไปเรียนรู้ยังสถานที่จริง อีกทั้งยังสอดแทรกเนื้อหาส่งเสริมคุณธรรม ได้แก่ “ทศพิธราชธรรม” และเชื่อมโยงกับคุณธรรม 4.0 คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศซึ่งเพียบพร้อมด้วยความรู้คู่คุณธรรม หรือ เก่ง ดี มีคุณธรรม ตามรอยในหลวงรัชกาล 9 ทั้งนี้ภายในเล่มยังประกอบด้วย คำถามท้าทายการเรียนรู้ ตราประทับ (Stamp) และสติกเกอร์ (Badge) เพื่อบันทึกความก้าวหน้าของการเรียนรู้และแรงบันดาลใจที่ได้จากหนังสือชุดนี้อีกด้วย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา เส้นทางภาคเหนือตอนล่าง

โครงการหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) มูลนิธิชัยพัฒนา ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กระทรวงศึกษาธิการ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสำนักงานบริหารและพัฒนาความรู้ (องค์การมหาชน) โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นที่ปรึกษา และนายแพทย์จักรธรรม ธรรมศักดิ์ เป็นประธานคณะทำงาน

จุดมุ่งหมายการเดินทาง

เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเข้าใจและเข้าถึง “ศาสตร์ของพระราชา” จากประสบการณ์จริงผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต เป็นคู่มือการเดินทางของเยาวชนและครอบครัว ที่จะสร้างแรงบันดาลใจ ก่อให้เกิดพลังแห่งการเรียนรู้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด ด้วยศาสตร์พระราชาที่ร่วมสมัย เกิดเป็นความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 จะอยู่ในหัวใจของเราตลอดไป

เนื้อหาสาระที่เยาวชนจะได้รับจากสื่อหนังสือและกิจกรรมตามรอยพระชา คือ พาสปอร์ตส่งเสริมการเรียนรู้ศาสตร์พระราชาโดยนำเสนอบนพื้นฐานทางวิชาการตามกระบวนการ Transformative Learning : Head, Heart, Hand (3 H) และเน้นพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะด้านความคิดสร้างสรรค์ และการคิดวิเคราะห์ จากการที่เด็กและเยาวชนเดินทางไปเรียนรู้ยังสถานที่จริง อีกทั้งยังสอดแทรกเนื้อหาส่งเสริมคุณธรรม ได้แก่ “ทศพิธราชธรรม” และเชื่อมโยงกับคุณธรรม 4.0 คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศซึ่งเพียบพร้อมด้วยความรู้คู่คุณธรรม หรือ เก่ง ดี มีคุณธรรม ตามรอยในหลวงรัชกาล 9 ทั้งนี้ภายในเล่มยังประกอบด้วย คำถามท้าทายการเรียนรู้ ตราประทับ (Stamp) และสติกเกอร์ (Badge) เพื่อบันทึกความก้าวหน้าของการเรียนรู้และแรงบันดาลใจที่ได้จากหนังสือชุดนี้อีกด้วย

ภาคเหนือตอนลา‹ ง

พระราชา
ไมไ ดมีแตในนิทาน
ในเดตนิ รแียขดอมนงตพแัวรหเดะง รินกาทาชราาเงรไียปนรู
สนุกรู
สนุกคดิ Heart

Head สนกุ ทำ
Hand

เตรยี มตวั ไปเรยี นรู ใหเตม็ อ่มิ

เตรยี มใจไปสนกุ ใหเต็มท่ี

เตรยี มถามไดทกุ คำถามที่สงสัย

เตรียมบันทึกทุกความประทับใจไวกันลืม

ณ แหลงเรยี นรู พิพิธภณั ฑท มี่ ีชวี ติ
จากโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ

พระราชา รชั กาลที่ ๙

หนังสือเดนิ ทางของฉนั

art ชื่อจริง
ช่อื เลน่
âรงเรียน
ชน้ั
คตปิ ระจÓใจ
âทรศพั ท

เตรียมตวั ออกเดนิ ทางไปเรียนรู้

สมุดบนั ทึก หมวก กลอ้ งถา่ ยรปู
ดินสอ กระเปา‰ เป‡
ยางลบ
กระบอกน้Ó



ค่มู อื พอ่ แม่
(Parent’s Guide)

การเดนิ ทาง ‘ตามรอยพระราชา’ ของเดก็ ๆ ครงั้ น้ี พอ่ แม่
ครู หรือผู้ ใหÞส่ ามารถมสี ่วนร่วมในการเรียนรแู้ ละสนกุ
ไปกบั เด็กๆ ด้วยการ…
• กระตนุ้ ให้เดก็ ๆ เกดิ การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค
สบื เสาะ จินตนาการ และลงมอื ท�า
• สงั เกต พฤตกิ รรมการเรียนรขู้ องเดก็ ๆ สง่ เสริมใหเ้ กดิ
การตอ่ ยอด และเช่ือมâยงกบั ประสบการ³จ ริง
• ประเมิน การเรียนรู้และทักษะส�าคัÞท่ีเกิดจากการ
เรียนรู้ของเดก็ ๆ

๔ ทกั ษะ คอื

แรงบันดาลใจ คิดสรา้ งสรรค

เอาใจใส่ จดจ่อ อยากเรียนรู้ สา� รวจ เสาะแสวงหาค�าตอบ
อยากทา� ตอ่ สงั เกต อ¸บิ ายขอ้ มลู สรา้ งแนวคิดใหม่

เกดิ แรงบันดาลใจ เชื่อมâยง บูร³าการ

คิดวิเคราะห ลงมอื ทา�

เข้าใจปÞั หา เปรียบเทียบมมุ มอง ป¯บิ ตั ิจริง กลา้ ลอง
ตา่ งๆ ตรวจสอบความถูกตอ้ ง กลา้ เรียนรู้ ลองลงมอื ท�า
วิเคราะหข้อมลู แสดงเหตุผล



รว่ มเรียนรไู้ ปกับเดก็ ๆ

• กระตุ้นใหเ้ ด็กๆ สนใจ ช้ีชวนให้สังเกตสิ่งตา่ งๆ รอบตวั
• ชวนเดก็ ๆ ตง้ั ค�าถาม คดิ และหาค�าตอบ
• ลองให้เดก็ ๆ ได้เล่น ลองท�า สัมผสั และเรียนรู้สิ่งต่างๆ
• ชวนเดก็ ๆ ใหค้ ดิ เชื่อมâยงสง่ิ ตา่ งๆ กบั ตวั เอง ท่ีบา้ น ที่âรงเรียน
และสังคมรอบตวั
• ตั้งค�าถามให้เดก็ ๆ ท�าความเข้าใจเร่ืองราว ปัÞหา และสาเหตุ
ของการเกดิ ปÞั หาต่างๆ
• ตั้งข้อสงั เกตให้เดก็ ๆ คดิ ถึงขอ้ ดี-ขอ้ เสียของส่ิงต่างๆ ทไี่ ด้เห็น
• ตัง้ ข้อสงสยั และค้นคว้าขอ้ มูลเพ่มิ เติมตอ่ จากแหล่งอื่นๆ
• ทา้ ทายเด็กๆ ให้คดิ หาแนวทางแกป้ ัÞหาตามวิ¸ีของตัวเอง

3

❝ศาสตรของพระราชาไม‹มีวันลŒาสมัย วิชาท่ีพระองค์ทรงสอน

ใช้ได้ทกุ มุมโลก เป็นศาสตร์ถนอมโลก ถนอมมนษุ ย์ ตลอด ๗๐ ป‚แหง่
ศาสตร์พระมหากษัตรยิ ์ ในหลวงรัชกาลท่ี ๙ ท่านทรงสอนพวกเราไว้
ครบเครื่อง วันนี้พระองค์ท่านไม่ประทับอยู่กับเราแล้ว แต่มีแสงสว่าง
ท่สี ่องทางเราตลอดเวลา ขอให้เดินตาม

หนงั สอื เดนิ ทางตามรอยพระราชา คอื โรดแมปใหไ้ ปศกึ ษาตาม

เส้นทางของศาสตร์กษัตริย์ เป็นเคร่ืองมือเหมือนมีไกด์คอยอธิบาย
พอ่ แม่ลกู ได้เรยี นรพู้ ร้อมกัน เข้าใจพร้อมกัน ตรวจสอบ ลงมอื ปฏิบัต ิ
บนฐานความสามัคค ี

4

ขอใหเ้ ปน็ การเทย่ี วอยา่ งสรา้ งสรรค ์ เทยี่ วไปสอู่ งคค์ วามรทู้ พ่ี ระองค์
ประสิทธ์ิประสาทให้ เท่ียวดูศาสตร์กษัตริย์ ศาสตร์พระราชาจะเท่ียว
ได้เป็นร้อยโครงการ เหนือสิ่งอื่นใด จะเกิดความภาคภูมิใจว่าพ่อ
ของเราเก่งเหลือเกิน พ่อเราสอนเราทุกอย่าง เราเสียอีกอาจไม่ค่อย
เป็นลูกที่ดนี กั ไมค่ อ่ ยใส่ใจค�าสอนของพอ่ นกั แต่ไมส่ าย เวลาน้ีหนงั สือ
เดินทางจะน�าทางพวกท่านท้ังหลายไป จะเป็นเครื่องช่วยอย่างดี
รับรองว่าจะบรรลุธรรม ธรรมชาติและธรรมดา และจบลงด้วยค�าว่า

ประโยชนส์ ุข❞

ดร.สเุ มธ ตนั ตเิ วชกุล
เลขาธิการมูลนิธชิ ัยพฒั นา
และทปี่ รกึ ษาโครงการหนงั สอื เดินทางตามรอยพระราชา



๑๐

๒๖ ๒๐
๓๒
เข่อื นแควนอ ย
บำรงุ แดน
จ.พิษณุโลก



๔๒ โครงการพ้ืนที่ตนแบบบรู ณาการ
แกไขปญหาและพัฒนาพ้นื ที่
ตำบลแกน มะกรดู จ.อทุ ยั ธานี
๔๖

๕๐

๕๔พิพธิ ภณั ฑธรรมชาติ

จัดการนำ้ ชมุ ชน ตามแนว
พระราชดำริ ชมุ ชนบา น
หว ยปลาหลด จ.ตาก ๖๔๗

❝เพรียั²นรนรู้ ักาษกปาา† รแเกกป้ ษÞั ตหารนอ�้ายแา่ กง้ปยัÞ่งัหยาดนื นิ ❞

เส้นทางÀาคเหนอื
ตอนลา่ ง

● พิษ³ุâลก ● ตาก
● เพชรบรู ³ ● สâุ ขทัย
● อตุ รดติ ถ ● นครสวรรค
● อทุ ยั ¸านี ● กÓแพงเพชร

● พจิ ิตร





เพลินรเู้ พลนิ เที่ยวที่เขื่อน “พระราชา”

เขอ่ื นÀูมพิ ล จ. ตาก

มีเข่อื น มนี ้า� มีไ¿¿า‡

พระราชาปราชญ์แห่งน้�า ให้ความส�าคัญกับการแก้ป˜ญหาน้�าและห่วงใย
ความเป็นอยู่ของประชาชนเสมอมา จึงมีแนวพระราชด�าริเร่ืองการพัฒนา
แหล่งน�้าและการสร้างเข่ือน เพื่อแก้ป˜ญหาประชาชนขาดแคลนแหล่งน้�าเพ่ือ
กนิ ใชแ้ ละทา� การเกษตร นา� มาสกู่ ารสรา้ งเขอ่ื นภมู พิ ล ซงึ่ ตงั้ อยทู่ อ่ี า� เภอสามเงา
จังหวัดตาก ให้เป็นเข่ือนอเนกประสงค์ขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย
นอกจากจะท�าให้เกษตรกรมีน้�ากินน�้าใช้ และท�าการเกษตรได้ตลอดป‚แล้ว
เขื่อนแหง่ นี้ยังเป็นจุดเรม่ิ ต้นโรงไฟฟ‡าพลงั นา้� ขนาดใหญ่ของประเทศอีกด้วย

๑๐

เขื่อนÀมู ิพล
เป็นเขือ่ นอเนกประสงค
แหง่ แรกของประเทศไทย
และเป็นเขือ่ นที่สร้างด้วย
คอนกรีตâคง้ ท่ี ใหÞท่ ่ีสุด

ในเอเชียอาคเนย

๑๑

เด็กๆ รไู้ หม…
เขอ่ื นÀมู พิ ลใช้เวลาสร้างนาน
ถงึ ÷ ป‚ แถมยังใชเ้ วลาอีก

ö ป‚ เพ่ือสา� รวจพน้ื ที่
กอ่ สรา้ งอกี ด้วย

เขื่อน “พระราชา” ส�าคÞั อย่างไร

เขอ่ื นภูมพิ ลสร้างขึน้ เพอ่ื ปด กนั้ ลา� นา้� ปงท่บี รเิ วณเขาแกว้ อ�าเภอสามเงา พื้นท่แี มน่ ้า� ปง
ไหลผา่ น ซ่งึ เป็นเข่ือนคอนกรีตโคง้ ขนาดใหญ่ทสี่ ดุ ในประเทศไทยและเอเชียอาคเนย์

มาดูกันซเิ ด็กๆ วา่ เขือ่ นท่ี ใหÞ่ขนาดนจ้ี ะมปี ระâยชนอ ย่างไรบา้ ง
ระบายน�้าเพ่ือการเกษตร ซ่ึง

ปรมิ าณนา้� ทร่ี ะบายออกจากเขอ่ื นจะถกู นา� ไป
ใชท้ งั้ ดา้ นการเกษตร กนิ ใชใ้ นครวั เรอื น และ
สนับสนุนพ้ืนที่เพาะปลูกในพ้ืนที่จังหวัดตาก
และทุกพ้นื ทที่ ี่แมน่ �า้ ปง ไหลผา่ น 10 ล้านไร่

บรรเทาอุทกÀัย ช่วยบรรเทา
อุทกภัยในลุ่มน้�าปงและในทุ่งเจ้าพระยา
ในชว่ งฤดูฝนหรือฤดนู ้า� หลาก

๑๒

เดก็ ๆ คดิ วา่ ตัวเอง
ได้ ใชป้ ระâยชน
จากเขอ่ื นบา้ งไหม

ผลิตไ¿¿‡า สามารถ
ผลิตไฟฟ‡าได้ ๖4,๕๘๐.๘3
ลา้ นหน่วย ช่วยประหยดั เงิน
ในการน�าเข้าน้�ามันเตาเฉล่ีย
3๐๐ กว่าลา้ นบาท

เป็นแหล่งท่องเที่ยว นอกจาก ๑3
ความอลงั การของเขอื่ นคอนกรตี โคง้ แล้ว ยัง
มีแหล่งท่องเท่ียวธรรมชาติและวิวทิวทัศน์ที่
สวยงามรอบเขื่อนใหช้ มอกี มากมาย

ส่งเสริมอาชีพชาวประมง
โดยให้ชาวประมงซ่ึงเป็นคนท้องถ่ิน
สามารถจับสัตวน์ ้า� ในพืน้ ที่เข่อื นได้

พระราชารักษตน้ นา้�
กลางนา�้ และปลายน�้า

พระราชาเหน็ ความสา� คัญของการรักษาต้นนา�้ กลางนา้� และ
ปลายน้�า โดยใหด้ ูแลปา† ตน้ นา้� ซ่งึ เป็นต้นก�าเนดิ ของแมน่ า�้ ปง ท่ไี หล
ลงอ่างเก็บน�้าของเขือ่ นภูมิพลใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพและยง่ั ยืน

ปลกู ปา† ถาวรเฉลิมพระเกียรต ิ เรมิ่ ตั้งแต่ป ‚ ๒๕3๗
เพื่อฟ„นœ ฟูปา† และส่ิงแวดล้อมรอบอ่างเกบ็ น�า้ ของเขื่อน
สร้าง½ายชะลอน้�าในป†าชุมชน ลดการ
ตน้ื เขนิ ที่ปลายนา�้ ชว่ ยรกั ษาความชมุ่ ชนื้ ใหป้ า† และ
ลดความรุนแรงของไฟป†า ซึ่งเปน็ ต้นแบบทีด่ ี
ให้ชมุ ชนใกล้เคียงด้วย

กอ่ ตงั้ ศูนยด บั ไ¿ป†าเขอ่ื นÀูมพิ ล เพ่ือ
เฝ‡าระวังไฟป†าในช่วงฤดูแล้ง และขยายความรู้ไป

ยงั ชมุ ชนเพอ่ื การดูแลป†าต้นน�้าอย่างมสี ว่ นร่วม๑4

เพลินเรียนรู้รอบเข่อื น “พระราชา” กงั หัน
ขอ
ว้าว…เขอ่ื นของพระราชามจี ุดต่างๆ มีไ
ให้เดนิ เรียนร้อู ีกมากมายพรอ้ มแล้วไปลยุ กัน

จดุ ชมววิ สนั เขอ่ื นมอง
เห็นทิวทัศน์หุบเขาน้อยใหญ่และ
อา่ งเกบ็ นา�้ กวา้ งใหญส่ ดุ สายตา

มใี หเ้ ลอื กทง้ั แบบลอ่ งแพทใ่ี ชเ้ รอื ลากจงู และเรอื สา� ราญ
เพอ่ื เทย่ี วชมสมั ผสั กบั ธรรมชาตอิ า่ งเกบ็ นา้� ทกี่ วา้ งใหญ ่ เชน่
พระพทุ ธบาทเขาหนาม พระธาตแุ กง่ สรอ้ ย เกาะวาเลนไทน์

เข่ือนท่ีเราเห็นอยู่นี้ สา� หรบั
กว้างใหÞ่ไพศาลแค่ไหนกันนะ จกั รยานเสอื
• มรี ัศมคี วามโค้ง ๒๕๐ เมตร ยาว 4๘๖ เมตร ในทะเลสาบ
• สันเขอื่ นกว้าง ๖ เมตร สงู ๑๕4 เมตร ของเขอื่ น
ฐานเขอ่ื นกว้าง ๕๒.๒ เมตร
• เกบ็ นา้� สามารถรองรบั นา้� ได้สูงสดุ ๑3,4๖๒

ล้านลกู บาศกเ์ มตร

๑๕

นนา�้ ชยั พั²นา คอื กงั หนั นา้� ทพ่ี ระราชาคดิ คน้ ขน้ึ มา เพอื่ บา� บดั นา้� เสยี ดว้ ยวธิ กี ารเตมิ
องพระราชา อากาศ ท�าให้น�้าเสียกลายเป็นน�้าดี นา� มาใช้บ�าบดั น้�าเสียในบ้านเรอื น
ไวท้ า� อะไร ? โรงงานอุตสาหกรรม และเพ่มิ ออกซเิ จนให้กบั บอ่ เพาะเลีย้ งสตั วน์ ้�าได้

สรา้ งขน้ึ ในวโรกาสพระราชพธิ เี ฉลมิ พระชนมพรรษา ๖ รอบ
วนั ท ี่ ๕ ธนั วาคม พ.ศ.๒๕4๒ ภายในจดั แสดงนทิ รรศการเรอ่ื งราว
การกอ่ สรา้ งเขอ่ื นภมู พิ ล และหอ้ งจา� หนา่ ยสนิ คา้ ของโครงการหลวง
สว่ นภายนอกอาคารมกี งั หนั นา้� ชยั พฒั นาตดิ ตงั้ ไวใ้ หช้ มดว้ ย

บคนทชี่ อบกจิ กรรมผจญภยั ทเ่ี ขอ่ื นจะมี ใครอยากค้างคนื เพราะตดิ ใจบรรยากาศ
อภเู ขาใหข้ เ่ี ทย่ี ว และมเี รอื คายคั ใหพ้ าย ของเขอ่ื น สามารถเลอื กไดท้ งั้ แบบพกั คา้ งคนื
บ เพอ่ื ชมทวิ ทศั นธ์ รรมชาตทิ ส่ี วยงาม ท่ีแพโฮมสเตย์ หรือบ้านพักท่ีทางเข่ือนมีไว้
บรกิ าร
๑๖

พื้นทกี่ วา้ งขวางคลา้ ยสวน
สาธารณะ ร่มร่ืนด้วยพรรณไม้
และต้นไมใ้ หญต่ ่างๆ

ภายในมีพระบรมฉายาลักษณ์
และของใชส้ ว่ นพระองคข์ องพระราชา
และพระราชนิ มี าจดั แสดงใหช้ ม

ในเขตปา† สงวนแหง่ ชาตแิ มต่ น่ื เหนอื อา่ งเกบ็ นา�้ เขอื่ นภมู พิ ล
เปน็ เสน้ ทางเดนิ ศกึ ษาสภาพความหลากหลายของพน้ื ทป่ี า† ดบิ เขา

ปา† เตง็ รงั และปา† เบญจพรรณ เพอ่ื สง่ เสรมิ การทอ่ งเทย่ี วในเชงิ อนรุ กั ษ๑์ ๗

พลงั นา้� กลายเป็นไ¿¿‡าไดอ้ ย่างไร

อาศัยการเคลอ่ื นท่ีของน้า� จากท่ีสูงลงมาที่ตา�่
น�า้ ท่กี กั เก็บในอ่างเก็บน�้าของเขื่อนจะแฝงพลงั งานศักย์อยู่

ซึง่ อาศัยการเคลอ่ื นทีข่ องน้า� จากทีส่ ูงลงมาทีต่ ่า� กวา่
ท�าใหเ้ กิดพลังงานจลน์ ถ่ายทอดไปยังกงั หันน�้า สง่ ผลให้
กังหันน�า้ หมนุ ซ่งึ เป็นตัวตน้ กา� ลงั ของเคร่ืองก�าเนิดไฟฟา‡
ท�าให้มีการเปลีย่ นรูปพลงั งานเป็นพลังงานไฟฟ‡าในที่สดุ

ทอสงน้ำ

เขอื่ นÀมู ิพลมกี ารดูแลดา้ นสิ่งแวดล้อม
และรักษาปา† ต้นน�้าอย่างตอ่ เนอ่ื ง ซึ่งถือเปน็ จุดเริ่มต้น

ที่ส�าคัÞของการบริหารจัดการน�า้ ในประเทศไทย
ชาวบ้านก็ไดม้ อี าชีพดา้ นทั้งการเกษตร การประมง

และการท่องเที่ยว ทา� ใหม้ คี ³ุ Àาพชีวิตที่ดีขน้ึ

๑๘

ไ¿¿‡ามาจากไหนได้อีกบ้างนะ พลงั งานแตล่ ะชนดิ
วงกลมแหล่งพลงั งานท่ีผลิตไ¿¿า‡ ได้ น�ามาผลิตไ¿¿‡า
ไดย้ งั ไงนะ

เขอ่ื นภมู พิ ล การเดินทาง
เขาแกว้ อ�าเภอสามเงา จงั หวดั ตาก
เปด ให้เขา้ ชมโครงการวนั จันทร-์ ศุกร์ เวลา ๘.3๐-๑๖.3๐ น. ๑๙
๐ ๕๕๘๘ ๑๒3๘

http://www.bhumiboldam.egat.com

ตามรอย “กลว้ ยตาก” ของดีบางกระทมุ่

âครงการพั²นาที่ดินมูลน¸ิ ิชัยพั²นาบา้ นเกาะคู

จ.พิษ³ุâลก

เพราะอาชีพของชาวบางกระทุม่ คือการปลูกกลว้ ยและผลิตกลว้ ยตาก
ขาย แตใ่ นอดีตยังไม่ได้พัฒนาใหม้ คี ณุ ภาพและทา� รายได้จริงจงั เจ้าหญิงนักพัฒนา

ผ้เู ดินตามรอยพระราชา จงึ สานต่อให้จัดตง้ั โครงการพฒั นาและสง่ เสรมิ อาชพี
ผลติ กลว้ ยตากในพืน้ ทอี่ า� เภอบางกระทมุ่ จงั หวดั พิษณโุ ลก โดยให้พฒั นาคณุ ภาพ

พนั ธ์กุ ล้วยทด่ี นี �าผลผลติ กล้วยไปแปรรูปและพัฒนาตู้อบพลงั งานแสงอาทิตย์
เพือ่ อบกล้วยทา� ใหก้ ลว้ ยตากของบางกระท่มุ ขึน้ ช่ือ ในเรอื่ งของรสชาติและคุณภาพ

ช่วยใหช้ าวบา้ นบางกระทุม่ มีรายได้ดขี ้ึน

๒๐

เด็กๆ รไู้ หม
กล้วยตากท�าจาก

กลว้ ยอะไร?

๒๑

âครงการตน้ แบบเพื่ออาชีพที่ยงั่ ยืน
ของชาวบางกระทมุ่

Àายในพน้ื ท่ี ๑õ ไร่ ๓ งานของâครงการ
พั²นาที่ดนิ มลู น¸ิ ชิ ยั พั²นาบา้ นเกาะคู
อ.บางกระทมุ่ จ.พษิ ³âุ ลก มอี ะไรที่ ให้
เดก็ ๆ ตะลยุ เรียนรบู้ า้ งนะ
อาคารบม่ กล้วย ก่อนถึงขน้ั ตอนการตากหรอื
อบแห้ง จะต้องน�ากล้วยดิบมาบ่มโดยคลุมด้วย
พลาสตกิ ใสให้มดิ ชดิ ทง้ิ ไว้ ๒4 ช่ัวโมง

âดมพาราâบลา่ เปน็ เทคโนโลยกี ารผลติ กลว้ ยตากโดย
อาศยั ระบบอบแหง้ แบบเรอื นกระจก หรอื โดมพาราโบลา่
แทนการตากแบบธรรมชาติ

แปลงรวบรวมพัน¸กุ ลว้ ยกวา่ õ๐ ชนดิ
เช่น กลว้ ยน�า้ ว้ากาบขาว กล้วยน�า้ ว้าปากช่อง
กลว้ ยน้า� วา้ คอ่ ม เป็นตน้
แปลงสา¸ิตการปลูกกล้วยน้�าว้าพัน¸ุมะลิอ่อง แปลงสาธิต
การปลูกกลว้ ยนา้� ว้าพนั ธุ์มะลิอ่องในพื้นทป่ี ระมาณ ๗ ไร ่ เพ่อื ศึกษา
ทดลองเปรียบเทียบกล้วยน�้าว้าแต่ละสายพันธุ์ในการแปรรูปเป็น
กล้วยตาก

๒๒

อาคารขยายพัน¸กุ ลว้ ยâดยวิ¸กี ารเพาะเลย้ี งเนอ้ื เยอื่
ถ่ายทอดเทคโนโลยีการขยาย
พนั ธก์ุ ลว้ ยโดยวธิ กี ารเพาะเลย้ี ง
เนื้อเยอ่ื และวิธกี ารผ่าหนอ่ เพอื่
จ�าหน่ายและสนับสนุนต้นพันธุ์
กล้วยน้�าว้ากับเกษตรกรและ
ผู้ทส่ี นใจ

ตากกล้วยใน
âดมพาราâบล่าดียงั ไงนะ ?
ท�าให้ผลิตกล้วยตากได้ทุกฤด ู

ลดป˜ญหากลว้ ยเนา่ เสีย
จนต้องท้ิง

แปลงปลูกพืชผักสวนครัวหมุนเวียน อยู่บริเวณ
ดา้ นหนา้ โครงการฯ เปน็ พชื ผกั ตามฤดกู าลทปี่ ลอดสารพษิ
ส่วนหน่ึงไว้บริโภคในโครงการ และส่วนที่เหลือไว้ส�าหรับ
จา� หน่าย

เลยี้ งสตั ว  วสั ดเุ หลอื ทง้ิ จากกระบวนการ
การผลิตกล้วยตาก เช่น เปลือกกล้วย
สามารถเป็นอาหารให้กับสัตว์ เช่น หม ู
ไกพ่ ้นื เมอื ง และเป็ดเทศ เพอื่ เปน็ การลด
ตน้ ทนุ คา่ อาหารสตั ว์ได ้

๒3

กวา่ จะเปน็ กลว้ ยตาก
ต้องผา่ นขนั้ ตอนอะไรบา้ งนะ

ทา� ไมต้องใชก้ ล้วยน�้าวา้
พัน¸มุ ะลอิ ่องเทา่ น้ัน?
เพราะมีเปลือกบาง เนอ้ื กลว้ ยละเอยี ด
สีนวลสวย มกี ล่ินหอมของน้า� หวาน
จากกลว้ ย ลกู เล็กกินพอดคี า�

คัดเลือกกล้วย โดยใช้กล้วยน้�าว้าพันธุ์มะลิอ่องดิบแก่จัด
ไมส่ กุ คาเครอื เพราะมกั มแี มลงวนั ทองเจาะทา� ใหก้ ลว้ ยเสยี หาย

บ่มกล้วยในอาคารบ่ม คลุมด้วย
พลาสติกใสเพ่ือไม่ให้อากาศเข้า-ออก
ได ้ ทง้ิ ไว ้ ๒4 ช่วั โมง แลว้ คอ่ ยน�ามาปอกเปลอื กช่วงดกึ ๆ
เช่น ตี ๑-๒ เพอ่ื เลยี่ งแสงแดดรอ้ นชว่ งกลางวัน
เด็กๆ รู้ไหม การผลติ กล้วยตาก
ใชเ้ วลาตา่ งกนั ในแต่ละฤดูด้วยนะ?

ฤดรู อŒ น ฤดูหนาว ฤดฝู น
ใชเŒ วลา ๔ วนั ใชเŒ วลา ๕ วัน ใชŒเวลา ๖-๗ วนั

๒4

อบในâดมพาราâบล่า อบด้วยระบบอบแห้งแบบเรือน
กระจก 3-4 วัน โดยอบทิง้ ไวต้ อนเช้า และตอนเยน็
ของทุกวนั ตอ้ งเอากลว้ ยทวี่ างเรียงในตะแกรง
มาสุมกองกนั เมอ่ื ถงึ ตอนเช้ากก็ ระจาย
กลว้ ยเรียงกนั บนตะแกรงเหมอื นเดิม
ท�าทุกวันจนครบ 4 วนั

ผ่านกระบวนการ¦่าเช้ือ ก่อนใส่
บรรจภุ ณั ฑเ์ พอ่ื วางจา� หนา่ ย จะตอ้ งผา่ น
ผา่ นกระบวนการฆา่ เชื้อก่อน

“กล้วยตากของชาวบางกระทุม่
เป็นแบบลกู กลม เหนยี วนมุ่ พอดีค�า”

ทา� ไมกล้วยบางลกู
สีน�้าตาลคลา้� บางลูก
สีเหลอื งทอง เดก็ ๆ
ลองถามพ่ีเจา้ หน้าท่ีดูส?ิ

เมื่อมีต้นแบบการผลิตกล้วยตากที่เป็นระบบและได้คุ³Àาพมากข้ึน
ตง้ั แตก่ ารเลอื กพัน¸กุ ลว้ ย การผลติ และการจา� หนา่ ย เกษตรกรกม็ รี ายได้
ที่ม่ันคงข้นึ Àูมปิ ัÞÞาการทา� กลว้ ยตากท่ีมีมาแต่âบรา³ก็ไดส้ ืบสานต่อ

โครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธชิ ัยพัฒนาบาŒ นเกาะคู อ.บางกระทม‹ุ จ.พษิ ณุโลก
๑3๗ หม ู่ 3 ต.บางกระทมุ่ อ.บางกระทมุ่ จ.พษิ ณโุ ลก ๖๕๑๑๐
๐ ๕๕๖๑ ๕๕๒๙, ๐๘4 ๘๙4 ๐34๒
http://www.chaipat.or.th/site_content/55-225/
151-54.html
๒๕การเดินทาง

เเขทือ่ ่ียนวชแมเคขอ่ื วนนแ้อห่งยเมบอื �างรพษิุง³แâุดลกน

จ.พษิ ³âุ ลก

เดิมทีลุ่มน�้าแควน้อย จังหวัดพิษณุโลก เป็นพ้ืนท่ีเกษตรกรรมและมัก
ประสบกบั ปญ˜ หาอทุ กภยั ในฤดนู า�้ หลากและขาดแคลนนา�้ ในชว่ งฤดแู ลง้ ทา� ให้
เกษตรกรไม่สามารถทา� การเกษตรไดต้ ลอดทั้งป‚
พระราชาปราชญแ์ หง่ นา้� จงึ ใหส้ รา้ งเขอ่ื นแควนอ้ ยบา� รงุ แดน เปน็ อา่ งเกบ็
น้�าอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ เพ่ือบรรเทาอุทกภัยที่เกิดข้ึนบริเวณลุ่มน�้า
แควนอ้ ยตอนลา่ งในเขต อ.วดั โบสถ์ และแก้ไขปญ˜ หาน�้าให้เกษตรกรกลับมา
ทา� นาและเพาะปลกู ไดท้ ุกฤดู

๒๖

เขือ่ นแควน้อยบ�ารุงแดน
หมายถงึ เขือ่ นแควนอ้ ย
ท่ีท�าใหม้ คี วามเจริÞในพืน้ ท่ี

รู้ไหมว่า
อทุ กÀยั คือÀยั
ท่ีเกดิ จากอะไร

๒๗

และพิพเท¸ิ Àี่ยั³วช±มข เอขื่องพนระราชา ท�าไมเขื่อนแก้ปัÞหา
น้�าทว่ มได้
เข่อื นแควนอ้ ยบา� รุงแดน อ่างเก็บน้า� อเนกประสงค
ขนาดใหÞแ่ หง่ น้ี ไมไ่ ด้สร้างขน้ึ เพ่อื แกป้ ัÞหาน้า� เดก็ ๆ ร้ไู หม ?
อยา่ งเดียว Àายในเข่ือนยงั มจี ุดท่ี ใหเ้ ด็กๆ
ได้มาเท่ียวชมอกี ด้วย มจี ุดไหนบา้ งนะมาดูกนั เลย

รปู ปนœั และพระพุท¸รูป
ใหเ้ ดก็ ๆ ไดส้ ักการะ

จุดชมวิว ลานกิจกรรม
ชมบรรยากาศที่สวยงาม เปน็ ลานกวา้ งสามารถมาทา� กจิ กรรมตา่ งๆ ไดท้ ั้งครอบครวั
สุดลูกหูลูกตาบริเวณ

อา่ งเกบ็ ขนาดใหญ่

เข่อื นนก้ี วา้ งใหÞแ่ ค่ไหน ?
เขอื่ นแควน้อยบ�ารุงแดน
เป็นเข่อื นทง้ิ หินดาดคอนกรีต
สูง ÷õ เมตร ยาว öø๑ เมตร
กักเก็บได้ ๙๓๙ ลา้ นลูกบาศกเมตร

๒๘

แพเลน่ น�้าทา้ ยเขือ่ น
ใหน้ ักท่องเทยี่ วได้มาสมั ผสั กบั บรรยากาศและเล่นน�า้ อย่างสนุกสนาน

รวมทง้ั มีแพยาง ให้บรกิ ารนกั ท่องเท่ยี วทช่ี อบล่องแก่งด้วย
ซ่งึ เปด เพียงปล‚ ะครั้ง ชว่ งวันที ่ ๑๑-๑๙ เมษายนเท่าน้นั

ลานนา้� พุ ๒๙
ตัง้ อย่ใู กลๆ้
พพิ ิธภณั ฑ์นเี่ อง

พพิ ิ¸À³ั ±เข่ือนแควนอ้ ยบา� รุงแดน
อันเนอ่ื งมาจากพระราชด�าร ิ เด็กๆ จะไดเ้ หน็ ถึงสง่ิ ท่พี ระราชาแก้
ปญ˜ หาเรื่องการจัดการน�้าและแกไ้ ขภัยแล้ง อุทกภยั ให้กับประชาชน
ซงึ่ พพิ ิธภัณฑ์แหง่ นไี้ ด้แรงบนั ดาลใจในการออกแบบมาจาก “น�า้ ”
ที่หมายถึงความมอี ยู่มีกิน และเป็นจุดกา� เนดิ ของชีวิตและชมุ ชนตา่ งๆ

อเขะื่อไรนบแา้หง่งนนะม้ี ปี ระâยชน

เปน็ แหล่งน�า้ ใช้ แหลง่ น้�าเสริม
เพื่อการอุปโภเปคแน็ ลแะหบรลโิ ่งภนคใา�้ นสคนรัวบั เรสอื นนนุของประชาชน การเพาะปลูกในฤดแู ลง้
ของพ้ืนท่โี ครงการเจา้ พระยา
ให้กบั พน้ื ท่ีชลประทาน
ทัง้ ฝ˜ง› ซา้ ยและฝง›˜ ขวาของแมน่ �้าแควน้อย

แก้ไขปÞั หาอทุ กÀยั
บริเว³พ้นื ที่
ลุ่มน้�าแควนอ้ ย
ตอนล่าง
โดยเฉพาะ
ในเขตพน้ื ท่ี
จงั หวดั พษิ ณโุ ลก
และจังหวดั ใกลเ้ คียง

3๐

เกษตรเพาะปลกู ได้ท้ังป‚ เป็น ๑ใน๔ เข่ือนหลกั
ช่วยให้เขตพนื้ ท่บี รเิ วณตอนบน ที่ส่งน้�าไปลมุ่ น�า้ เจา้ พระยา
และตอนกลางในลมุ่ น�า้ แควน้อย สง่ น้า� ชว่ ยเหลือพื้นที่การเกษตร
สามารถมนี ้�าทา� การเพาะปลกู ๔ อ�าเÀอของจังหวัดพษิ ³ุâลก
คอื อา� เภอวดั โบสถ ์ อ�าเภอพรหมพริ าม
ไดท้ ง้ั ในฤดฝู น-ฤดูแลง้ อา� เภอวงั ทอง และอ�าเภอเมอื ง

เปน็ สถานท่ีพักผอ่ นหยอ่ นใจ
รวมทงั้ แหล่งประมงน�า้ จืดขนาดใหญ่

และเปน็ แหลง่ ผลติ กระแสไฟฟา‡

เขื่อนแควนŒอยบํารงุ แดน อนั เน่ืองมาจากพระราชดาํ ริ
หมู่ท่ ี 4 บา้ นเขาหินลาด ต�าบลคนั โช้ง อา� เภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก

เปดใหเ้ ข้าชมโครงการวันจันทร์-ศุกร ์ เวลา ๘.3๐-๑๘.๐๐ น.
๐ ๕๕3๑ ๖๕4๒
http://khwaenoi-dam.com/

3๑การเดนิ ทาง

และสเทวน่ียเวกทษอ้ ตงไรรข่ทออ้งงพนราะราชา

âครงการศูนยชัยพั²นาการเกษตรสริ ิน¸ร
จ.พจิ ิตร

เดิมทีเกษตรชาวพจิ ติ รประสบกับป˜ญหาอุทกภัยทกุ ป‚
เพราะอาศยั อยูใ่ นพนื้ ที่ราบล่มุ ซงึ่ น�้าท่วมง่าย ทา� ให้เรอื กสวนและไร่นาเสียหาย

ไมส่ ามารถปลูกขา้ วและท�าการเกษตรไดต้ ่อเนือ่ งตลอดทั้งป‚
เจ้าหญงิ นกั พัฒนา จงึ ใหพ้ ัฒนาที่ดนิ ที่บา้ นสะพานยาว หมทู่ ่ ี ๑๑ ต�าบลเนนิ มะกอก
อา� เภอบางมูลนาก จงั หวดั พิจติ ร ซ่งึ มีพ้นื ทที่ งั้ หมด ๙๑ ไร่ ๒ งาน 44 ตารางวา
โดยแก้ป˜ญหานา้� และดนิ ตามแนวทางของพระราชา ทา� ให้พน้ื ท่ีทเี่ คยประสบป˜ญหา

อุทกภยั เกิดประโยชน์ทางการเกษตร และเปน็ ศูนย์เรียนรูด้ า้ นเกษตร

3๒ ตามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพยี ง

เด็กๆ รูม้ ย้ั
เกษตรตามแนวทาง
เศรษฐกิจพอเพียง

คืออะไร ?

33

เรียนรู้เกษตรทฤษฎี ใหมข่ องพระราชา

ในพื้น ๙๑ ไร่ ๒ งาน พน้ื ท่ีอยู่อาศยั ๑๐%
๔๔ ตารางวาแห่งนี้ รวมท้งั เปน็ พ้ืนที่เลีย้ งสตั ว์
ใชห้ ลกั เกษตรทฤษฎี ใหม่ ย้งุ ขา้ ว คอกวัว โรงเพาะปลา
ของพระราชาที่คำ� นึงถงึ โรงเรอื นเพาะเหด็ และ
ปัจจัยสี่ ในชีวิตประจ�ำวนั โรงเรอื นอ่นื ๆ
ซึ่งจะแบ่งพ้ืนท่ีออกเปน็
๔ สว่ น ตามอตั ราสว่ น

๓๐:๓๐:๓๐:๑๐
มาดูกันดีกวา่ มอี ะไรบา้ ง

พื้นท่ีปลกู ไมผ้ ลและพืชผกั ๓๐%
โดยปลกู ไมผ้ ล และพวกพชื ผกั พชื ไร่ พชื
สมุนไพรต่างๆ เพื่อใช้เป็นอาหารประจ�ำวัน
หากเหลือกนิ กแ็ บง่ และขายได้

ย้งุ ขา้ ว

หน้าตาเปน็ ยังไงนะ
เด็กๆ เคยเห็นไหม ?

ยงุ้ ขา้ วหรือยงุ้ ฉาง คอื ทส่ี ำ� หรบั เกบ็ รกั ษา 34
ขา้ วเปลอื กใหค้ งคณุ ภาพทด่ี ี เพอ่ื ไวก้ นิ ไวข้ าย และ
เก็บเมลด็ พนั ธ์ไุ ว้ปลูกในฤดูกาลหน้า

ทแลอ่ ะงสวไปนเใกนษไตรร่นขอางพระราชา เดก็ ๆ ทายสิ อะไรเอ่ย
กล่ินเหม็นจัง
ไร่นาและสวนเกษตรของพระราชา คือห้องเรียน แตม่ ปี ระâยชน?
ธรรมชาตแิ สนกวา้ งใหญ่ ทใ่ี ห้เกษตรกรไดเ้ ข้ามาเรยี นรู้
การทา� นาใหไ้ ดข้ ้าวท่ีมีคณุ ภาพ แปลงเกษตร และการ
เพาะเลยี้ งสตั ว ์ ดว้ ยหลกั การดา� เนนิ ชวี ติ แบบพอเพยี ง มี
จดุ ไหนให้เราเดนิ ตามรอยพระราชาบา้ ง มาดูกนั เลย้ ย

เพอ่ื แกป้ ญ˜ หาพน้ื ทนี่ อ้ ย นา�้ จา� กดั ใหส้ ามารถ ๔
เลี้ยงปลาได้ ซ่ึงเจ้าหน้าจะถ่ายทอดความรู้ใน
การเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติกให้เกษตรกรน�า

๑ไปทา� ตามได้ จนเกิดเป็นรายไดเ้ สรมิ


เปน็ แปลงสาธติ ใหเ้ กษตรกรสามารถปลกู พชื เกษตรกรจะได้เรียนรู้การเพาะเห็ด
ผกั ปลอดภยั สารพษิ ทไี่ ดค้ ณุ ภาพ เชน่ ดอกไมจ้ นี ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เป็น
ฟ˜กข้าว มะเขือ กุยช่าย เป็นต้น ซ่ึงดีต่อ เห็ดปลอดสารพิษ ได้ท้ังกินเองและขาย
สิ่งแวดล้อม ขายก็ได้ราคาดี ส่งผลให้คุณภาพ ชว่ ยเพ่ิมรายได้ใหค้ รอบครวั

3๕ชีวติ ของเกษตรกรดีข้นึ ได ้

เพ่ือให้เกษตรกรเข้าใจการผลิตปุ‰ย มกี ารเพาะปลานลิ พนั ธด์ุ ี แจกจา่ ยแกเ่ กษตรกร
อินทรีย์หรือปุ‰ยหมัก และฝƒกท�าให้เป็น เพอ่ื สรา้ งรายไดแ้ ละอาชพี อยา่ งยง่ั ยนื
แล้วน�าไปใช้ในแปลงเกษตรของตัวเอง
ช่วยลดการใช้ปุ‰ยเคมี ดินร่วนดี พืชก็
แขง็ แรงปลอดสารพิษ

๖ ๘

สาธิตและเป็นต้นแบบการเพาะ
เด็กๆ รไู้ หมวา่ พนั ธแ์ุ ละเลย้ี งกบนาแกเ่ กษตรกรเพอ่ื
ขา้ ว ๑ เม็ด เม่อื นา� สร้างรายไดเ้ สรมิ
ไปปลกู แลว้ จะกลายเป็น
ขา้ วก่ีเมด็ ลองถาม ๓ ๙ ในแปลงมีพืชสมุนไพรท่ี

พี่เจ้าหนา้ ท่ีดสู ิ รวบรวมไว้ประมาณ ๕๕ ชนิด
เชน่ ใบบวั บก ชมุ เหด็ หางไหล
3๖ เป็นต้น เพ่ือให้เกษตรมี
สมุนไพรไว้ใช้เป็นยาช่วยลด
ค่าใช้จ่าย

ใบไม้ ข้ีวัว ข้ีควาย เศษอาหาร มีอะไรท่ีบ้าน
หÞ้าแห้ง ขี้เป็ด ข้ี ไก่ ผัก ผลไม้ บ้างนะ ที่นา� มา
ทา� ปุ‰ยหมักได้
ผลิตเม็ดข้าวพันธุ์ดีและคุณภาพด ี เดก็ ๆ ลองนึกดสู ิ ?
แลว้ กระจายพนั ธใ์ุ หแ้ กเ่ กษตรกรในพน้ื ท่ ี
ใหเ้ กษตรกรนา� ความรไู้ ปปรบั ใชเ้ พอ่ื เพมิ่
ผลผลิตและรายได้ให้ตัวเองได้



๑๐

เด็กๆ จะได้เห็นวัวนมสายพันธุ์ TMZ เปน็ แหลง่ รวบรวมไมผ้ ลพนั ธด์ุ ตี า่ งๆ ทเี่ ปน็
(THAI MILKING ZEBU) ซง่ึ เจา้ หนา้ ทจี่ ะรดี นมชว่ ง พนั ธท์ุ ห่ี ายาก และพชื สา� คญั ทางเศรษฐกจิ เชน่
๗ โมงเชา้ และบ่าย ๒ ครึง่ ของทุกวัน และมี สาเก มะยมแดง มะขามแดง ทุเรียนเทศ
การสาธิตการจัดการอาหารหยาบคุณภาพดีใน
การเล้ยี งโคนม เพอื่ ไดน้ ้า� นมปรมิ าณเหมาะสม 3๗มะกอกฝร่ัง เพื่อให้ความรู้กับเกษตรกรและ

คนทั่วไปท่สี นใจ

ใมนผี สกั วผนลขไอมง้อพะรไระรบาา้ ชงานะ เด็กๆ ลองไป
หาค�าตอบดซู ิ

จับคดู่ ูสผิ กั ผลไม้แต่ละชนดิ ช่ืออะไรเอ่ย

ประâยชน. ...........................…. ¿ักขา้ ว
ประâยชน. ...........................…. ดอกไมจ้ ีน
กุยชา่ ย
ประâยชน............................…. มะขามแดง
ประâยชน............................…. มะกอก½ร่ัง
ประâยชน............................….
3๘

พืน้ ท่ีเกบ็ น�า้ ๓๐%
พระราชาบอกว่าน้�าเป็นป˜จจัยส�าคัญอันดับ
แรกของการท�าการเกษตรและการด�ารงชีวิต

พน้ื ทส่ี ว่ นนจ้ี งึ ขดุ เป็นสระเกบ็ กกั น้า�
เพอ่ื ใชเ้ กบ็ กกั นา�้ ในฤดฝู น และ
ใชใ้ นฤดแู ล้ง

พ้นื ท่ีปลูกขา้ ว ๓๐%
เพ่ือปลูกข้าวในฤดูฝน ซ่ึงท�าเพื่อกิน
ให้เพียงพอตลอดป‚ และขยายเมล็ดพันธุ์
ขา้ ว เพอื่ ชว่ ยลดคา่ ใชจ้ า่ ย และใหเ้ กษตรกร

3๙เห็นคุณคา่ ของการพึง่ พาตวั เอง

พระราชานักแกป้ ัÞหา

• แก้ปัÞหาน�้า ชาวพิจิตรมีป˜ญหาน้�าเยอะและ
กังขังนาน แก้โดยสร้างคันดินที่ใช้ดินและหญ้าแฝก เพื่อ
ป‡องกันการพังทลายของหน้าดิน และเป็นการกักน้�าไว้ใช้
ในพื้นที่อยา่ งเพียงพอ

• ปÞั หาดนิ ชาวนาทา� นาซา้� ๆ โดยไมด่ แู ลดนิ หรอื
ใช้สารเคมีนานๆ ดินก็จะไม่มีคุณภาพ แก้โดยปลูกพืช
หมนุ เวยี น ใชป้ ยุ‰ หมกั แทนการใชส้ ารเคมี
• แก้ปัÞหาคุ³Àาพชีวิต ช่วยชาวบ้านให้มีพันธุ์ข้าว
ทส่ี ะอาด ปลอดภัย ปลูกแลว้ ชาวบา้ นได้ราคาด ี และถ้ามาอบรบ
กับโครงการจะได้สิทธิ์ในการซอื้ พนั ธุ์ขา้ วได้ถกู กวา่ ทอ้ งตลาด

• แก้ปÞั หาที่ตวั เกษตรกร
พระราชาสอนให้พ่งึ พาตวั เอง ดา� เนินชีวิตอย่าง
พอเพียง ให้ปลกู ในสง่ิ ทตี่ วั เองกิน ใชใ้ นสิง่ ท่ตี ัว
เองทา� เหลือแล้วคอ่ ยแบ่ง เหลือแลว้ ค่อยขาย

4๐

กิจกรรมชวนเด็กๆ เรียนรู้

• กิจกรรมเตรียมดนิ เรียนรู้
วิ¸ีการเตรียมดิน เตรียมเมล็ด
พัน¸ุผกั และการทา� ป‰ยุ

• กจิ กรรมแปรรูป ไดล้ องท�าไอศกรีม ทา� นม
พาสเจอรไรซ นมสด เตา้ Îวยนมสด âยเกริ ต และ
ขนมไทยง่ายๆ เช่น ถัว่ แปบ

• กิจกรรมลงแปลงนา เด็กๆ
จะไดล้ งแปลงนา ไดด้ กู ารสา¸ติ การ
ด�านา การหว่าน และรจู้ ักพัน¸ุข้าว
ตา่ งๆ
นอกจากทโ่ี ครงการศนู ยช์ ยั พฒั นาการเกษตรสริ นิ ธร
จะใช้องค์ความรู้ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงในการ
ท�างานแล้ว ยังได้ขยายองค์ความรู้น้ีไปหมู่บ้านท่ีอยู่โดยรอบ เพื่อเป็นแนวทางให้เกษตรกร
สามารถพ่ึงพาตนเองได้ และมอี าชพี ท่ีมัน่ คงยั่งยืน

โครงการศนู ยชัยพฒั นาการเกษตร สริ นิ ธร การเดนิ ทาง
บา้ นสะพานยาว หม่ทู ี ่ ๑๑ ต�าบลเนินมะกอก
4๑
อ�าเภอบางมลู นาก จงั หวัดพจิ ติ ร
เปด ให้เข้าชมโครงการวันจนั ทร-์ ศกุ ร ์ เวลา ๘.3๐-๑๖.3๐ น.
๐๘ ๒๑๖๐ ๖๒๕๐

http://www.phichit.go.th/AgriCenter.htm

เท่ียวชมพชื เมืองหนาว

âครงการพื้นที่ต้นแบบการแกไ้ ขปัÞหาและพั²นาพนื้ ท่ี
ต.แกน่ มะกรูด อ.บ้านไร่ จ.อทุ ัย¸านี
ตามแนวพระราชด�าริ

จากพื้นท่ีป†าท่ีเคยถูกบุกรุก ชาวเขาปลูกพืชเชิงเดี่ยว เกษตรกรเดือดร้อนเรื่อง
ทท่ี า� กนิ พระราชาจงึ มแี นวพระราชดา� รสิ นบั สนนุ ใหพ้ ฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ชาวไทยภเู ขา
เผา่ กะเหรย่ี งบนพนื้ ทส่ี งู โดยสง่ เสรมิ ใหม้ กี ารปลกู พชื เมอื งหนาวทดแทนการปลกู พชื
เชิงเดย่ี ว ลดการบกุ รกุ พน้ื ท่ปี า† เพ่อื เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และเนน้ ให้ประชาชน
ในพน้ื ทม่ี สี ว่ นร่วม พัฒนาในทกุ ๆ ส่วน เพ่อื ต่อยอดองค์ความรู้ท่ยี ง่ั ยืน

4๒

พืชเมืองหนาว
คอื อะไร มอี ะไรบา้ ง

เด็กๆ รู้ไหมนะ

43

ตะลยุ เท่ียวชมพืชเมืองหนาว ท่ีเแกน่ มะกรดู

âครงการพื้นที่ต้นแบบบรู ³าการ เดก็ ๆ รูจ้ ักดอกไม้
แกไ้ ขปÞั หาและพั²นาพืน้ ท่ี ต.แกน่ มะกรดู อะไรกันบ้างเอย่ ?
อ.บา้ นไร่ จ.อุทัย¸านี ตามแนวพระราชด�าริ
ได้รับการพั²นาเปน็ แหลง่ ท่องเท่ียวเชิงเกษตร

มจี ุดไหนบ้างมาตะลุยกันเลยเดก็ ๆ

ชิมสตรอวเ บอรรีและมัลเบอรร ี
เดก็ ๆ จะไดช้ ิมสตรอวเ์ บอรร์ แี ละมลั เบอรร์ ี

รสชาติหวานกรอบสดๆ จากไร่
ซึง่ เป็นพืชเมืองหนาวท่ีสรา้ งรายไดด้ ี

แปลงสา¸ติ ดอกไมเ้ มอื งหนาว
เช่น ดอกเบญจมาศ ดอกลลิ ลี่ ดอกบลซู ลั เวยี ดอกรักเร่ เป็นตน้

สัตวป า† อนรุ ักษ
มีรูปป˜นœ สัตว์ป†าอนรุ กั ษ์ในเขตรกั ษาพันธป์ุ †า

หว้ ยขาแข้ง อยา่ ง กระทงิ
วัวแดง เสือโคร่ง

44

ตลาดกะเหรี่ยง กางเตน ทส ัมผสั วิถีชุมชน
เทยี่ วชมสนิ คา้ และอาหารพนื้ บา้ น บรเิ วณสภาต�าบลแกน่ มะกรดู อ.บา้ นไร่
ในตลาดชมุ ชนกะเหรยี่ ง เป็นการสนับสนนุ มบี ริการท่พี ัก และกางเตนท์นอนเพ่ือสมั ผสั

สร้างรายไดใ้ ห้กบั ชุมชน อากาศหนาวและวถิ ชี ุมชนพื้นบ้าน

เมอ่ื มีการแกป้ ัÞหาพ้นื ท่ี ชาวบ้านก็กนิ ดีอยดู่ ี มีคุ³Àาพชีวิตท่ีดี
สามารถพง่ึ พาตนเองได้ เกดิ การบรหิ ารจัดการภายในทอ้ งถน่ิ

และชมุ ชนท่ดี ขี ึ้นตามมา

โครงการพนื้ ทีต่ ŒนแบบการแกŒไขปญ˜ หาและพฒั นาพ้นื ท่ี
ตามแนวพระราชดาํ ริ อุทัยธานี
ตา� บลแก่นมะกรดู อ�าเภอบา้ นไร่ จังหวดั อุทยั ธานี
เปด ใหเ้ ขา้ ชมโครงการวนั จนั ทร-์ ศกุ ร ์ เวลา ๘.3๐-๑๗.3๐ น.
๐ ๕๖๕๑ ๑๒๙๗ การเดนิ ทาง

http://info.dla.go.th/public/travel.do?cmd=goDetail&id=616193&
random=1507229739492

4๕

ตามรอยâครงการ
ให้ความชว่ ยเหลอื ราษฎร

ตา� บลâคกปรง
จ.เพชรบูร³

เพ่ือชว่ ยเหลือใหเ้ กษตรกรและชาวบ้านมคี วามเป็นอย่ทู ดี่ ีข้นึ
เจา้ หญิงนักพัฒนามีพระราชดา� ริใหจ้ ดั ตั้งโครงการให้ความชว่ ยเหลอื ราษฎร
ต�าบลโคกปรง อ�าเภอวเิ ชียรบรุ ี จงั หวัดเพชรบูรณ์ข้นึ เพ่อื แกป้ ˜ญหาของเกษตรกร
ท่ีมอี าชีพด้านการเกษตร เชน่ การทา� นา ทั้งช่วยเหลือเร่อื งขา้ ว การปลูกพชื หลังนา
เรอ่ื งแหลง่ นา�้ เพื่อการเกษตรและอปุ โภคบริโภค สนบั สนุนกลุม่ อาชีพ และ
ชว่ ยเหลือดา้ นการศกึ ษาแก่โรงเรียน โครงการดา้ นการเกษตรในพื้นทีโ่ รงเรยี น

เพื่อให้ทุกคนมีคณุ ภาพชีวติ ท่ีดีขึน้ โดยใชห้ ลกั ปรัชญาของ

4๖ เศรษฐกจิ พอเพียงตามรอยพระราชา

เศรษฐกจิ พอเพียง
ตามรอยพระราชา
เป็นอย่างไรนะ

4๗

âรงตเร้นียแนบชบุมคชวนาบม้าพนอâเคพกียปงรง

âรงเรียนชุมชนบา้ นâคกปรง คือหน่ึงในâครงการให้ความช่วยเหลอื
ราษฎร ต.âคกปรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูร³ ดา้ นการเกษตร
ในพนื้ ที่âรงเรียนâดยใชห้ ลักปรัชÞาของเศรษฐกจิ พอเพียง
มจี ุดเรียนรไู้ หนบ้างนะ ให้เด็กๆ ได้ตามรอย พชื ไมยล้ังไม้ งลนุกะเป็น

เดก็ ๆ รูไ้ หม ?

ปลูกผกั ปลอดสารพษิ ท�านา
ให้นกั เรียนเรยี นร้กู ารปลกู พชื ฝกƒ ทักษะในการทา� นา ท้ังนาดา�
ล้มลุก พืชทีม่ ใี นท้องถ่ินและตลาด นาหวา่ น นาหยอด เรียนรู้กระบวนการ
ผกั ปลอดสารพิษ ผกั ทไ่ี ดก้ น็ า� ไป ท�านา การดแู ลรักษา การเก็บเกี่ยว
ทา� อาหารกลางวันใหน้ ักเรียน
และการน�าผลผลติ ไปใชใ้ น
รูปแบบตา่ งๆ ตามหลกั ปรชั ญา

ของเศรษฐกจิ พอเพียง

ท�าประมงในâรงเรียน เพาะเหด็ นาง¿า‡
ใหน้ กั เรยี นไดร้ จู้ กั กระบวนการเลย้ี ง ฝƒกทกั ษะการเล้ยี งเห็ดนางฟ‡า
ปลาในบอ่ ในสระ ผลผลิตทไ่ี ด้นา� ไป ใหน้ กั เรยี นได้เรียนรู้ในช่วั โมงเรียน
และในช่วั โมงปรบั ลดเวลา
ท4�า๘อาหารกลางวันในโรงเรยี นได้ดว้ ย


Click to View FlipBook Version