เซโรโทนิน
• มีผลตอ่ ความอยากอาหาร (appetite)
การนอนหลบั (sleep) และเมตาบอลิซมึ (metabolism)
• ในเลือดจะมีเซโรโทนินเก็บไวใ้ น เกลด็ เลือด (platelets)
ซง่ึ เกลด็ เลือด จะเก็บ เซโรโทนิน มาจาก พลาสมา (plasma)
• เม่ือมีเลอื ดออก เกลด็ เลือดจะปลอ่ ย สารเซโรโทนนิ
ซง่ึ จะกระตนุ้ ใหห้ ลอดเลือดเกิดการหดตวั vasoconstriction
• ถา้ enterochromaffin cells ในระบบทางเดนิ อาหาร
ไดร้ บั สารอาหารท่ีทาใหเ้ ซลลเ์ หลา่ นี้ ระคายเคือง
มนั จะปลอ่ ย เซโรโทนิน จานวนมาก
เพ่ือเพ่มิ การเคล่อื นไหวของระบบทางเดนิ อาหาร เพ่ือไลอ่ าหารออกไป
ถา้ เซโรโทนิน จากระบบทางเดนิ อาหารเขา้ สกู่ ระแสเลือดเรว็ เกินกวา่
ความสามารถในการเกบ็ เซโรโทนินของเกลด็ เลือด
จะเกิดการกระตนุ้ 5HT3 receptors
ในบรเิ วณ chemoreceptor trigger zone
และทาใหอ้ าเจียน (vomiting)
7. ความตกใจเกนิ ไป
ทาให้ลมปราณหัวใจ สับสน
• เลือดและลมปราณ ไมอ่ ยใู่ นสมดลุ
มีอาการใจส่นั กระวนกระวาย นอนไมห่ ลบั หายใจขดั
• ถา้ เป็นมาก
อาจมีอาการโรคจิต
ในทศั นะของศาสตร์การแพทยแ์ ผนจีน
มีแนวคดิ วา่
"สรรพสงิ่ ในโลกล้วนมคี วามสัมพนั ธซ์ งึ่ กันและกัน
อาศัยเกอื้ กูลกัน ขัดแยง้ หรือข่มกัน"
ซง่ึ จะเหน็ ไดจ้ ากทฤษฎีปัญจธาตุ
ซง่ึ ประกอบดว้ ย "ธาตุทงั้ 5"
คือ ไม้ ไฟ ดนิ ทอง และ นา้
• การเกอื้ กูลกัน
คือ ไมก้ อ่ เกิดไฟ ไฟกอ่ เกิดดิน ดินกอ่ เกิดโลหะ โลหะกอ่ เกิดนา้ และนา้ กอ่ เกิดไม้
เป็นวฏั จกั รท่ีเกือ้ กลู กนั เช่นนีเ้ ร่อื ยไป
• การขัดแย้งหรือข่มกัน
คือ ไมข้ ่มดิน ไฟขม่ ทอง ดินขม่ นา้ ทองขม่ ไม้
และนา้ ขม่ ไฟ โดยการท่ีข่มกนั เพ่ือไมใ่ หม้ ีสิ่งใดส่งิ หนึง่ มากเกินไปน่นั เอง
https://bit.ly/3jQPFXA
ความสัมพนั ธ์ระหว่างปัญจธาตุแบบปกติ
• การให้กาเนิด การสร้าง การเกอื้ กูล
(相生 เซียงเซงิ )
หมายถงึ การช่วยเหลอื เกือ้ กลู ใหเ้ ตบิ โต
หนนุ ใหก้ า้ วหนา้
ใหเ้ กิดกาเนิดขนึ้
ไม้ ---> ไฟ ---> ดิน ---> ทอง ---> น้า ---> ไม้
เป็นวฏั จกั รวงจรเชน่ นีไ้ ปเรอ่ื ย ๆ
ทกุ ธาตใุ นปัญจธาตุ เป็นทงั้ ผใู้ หก้ าเนิด และ ผถู้ กู ใหก้ าเนิด เหมือนแมใ่ หก้ าเนิดลกู เชน่
- ไมใ้ นป่าเสียดสีกนั เกิดไฟ
- ไฟเม่อื มอดดบั กลายเป็นเถา้ ถ่าน (ดิน)
- ดินเป็นแหลง่ สรา้ งทกุ อยา่ ง เช่น โลหะทอง
- ทองเม่อื นามาแปรสภาพเกิดเป็นของเหลว (นา้ )
- นา้ จะมาหลอ่ เลยี้ งใหต้ น้ ไม้ (ไม)้ เจรญิ งอกเตบิ โต
การข่ม การยบั ย้งั การทาลาย
(相克 เซียงเค่อ)
• การขม่ กนั จะข่มกนั โดย เวน้ 1 ธาตุ
เชน่ ไมก้ าเนิดไฟ ไมไ้ มข่ ม่ ไฟ แตจ่ ะไปขม่ ดนิ
การข่ม การยบั ย้งั การทาลาย
(相克 เซียงเค่อ)
- ไมข้ ม่ ดิน คือ ไมย้ ดึ ดินไวเ้ พ่ือไมใ่ หด้ ินพงั ทลาย จงึ สมดลุ
- ดนิ ขม่ นา้ คือ แนวดนิ กนั้ นา้ ได้ ดดู ซบั นา้ ไว้
- ทองข่มไม้ คือ โลหะลม้ ไมไ้ มใ่ หไ้ มม้ ากเกินไป
- นา้ ขม่ ไฟ คือ นา้ ดบั ไฟไมใ่ หล้ กุ ลามได้
- ไฟข่มทอง คือ ไฟทาใหโ้ ลหะออ่ นตวั ลง
ความสัมพนั ธ์ระหว่างปัญจธาตุแบบผดิ ปกติ
• ข่มเกนิ (相乘เซยี งเฉิง)
• ข่มกลับ (相侮เซยี งอู่)
ข่มเกนิ (相乘เซียงเฉิง)
• หมายถงึ ภาวะท่ีแข็งแกรง่ รงั แก ข่มเหง ออ่ นแอ
หรอื มีการขม่ มากกวา่ ปกติ
• การขม่ เกิน มี 2 แบบ
เช่น ขณะท่ีไมข้ ม่ ดินมากเกินไป
เพราะเหตไุ มแ้ กรง่ เกิน
ภาวะนีเ้ รยี กว่า ไมแ้ กรง่ เกินขม่ ดิน
ทาใหเ้ กิดโรคแกรง่
• อีกแบบหนง่ึ คือ ดนิ ออ่ นแอมากเกินไป
ไมเ้ ลยข่มเกินได้
เรยี กวา่ ดนิ พร่อง ไมเ้ ลยขม่ เกิน
ทาใหเ้ กิดโรคพรอ่ ง
ข่มกลบั (相侮เซียงอู่)
• หมายถงึ ปัญจธาตทุ ่ีถกู ขม่ ปกติ ขม่ สวนทิศกลบั ไป
เช่น ปกติ ทองขม่ ไม้
แตใ่ นกรณีผิดปกติ ไมไ้ มย่ อมใหท้ องข่ม แตก่ ลบั ขม่ ทองสวนกลับ
มี 2 ลกั ษณะ
• คือ แบบหน่งึ แรงข่มปกตไิ ม่เพยี งพอ
เช่น ทองออ่ นแอไมม่ ีแรงขม่ ไมไ้ ดต้ ามปกติ ไมเ้ ลยขม่ กลบั
เรยี กวา่ ทองพรอ่ ง ไมเ้ ลยข่มกลบั
(金虚木侮 จินซฺวีมอู่ ่)ู
อีกแบบหน่ึง
• ปัญจธาตุทถี่ กู ข่ม แขง็ แกรง่ เกินไป
เช่น ไมแ้ กรง่ ไมย่ อมใหท้ องขม่ ซา้ กลบั ข่มสวน
เรยี กวา่ ไมแ้ กร่งเกนิ ข่มทองสวนกลบั
(木旺侮金 มวู่ า่ งอจู่ ิน)
การข่มเกินและข่มกลบั สามารถเกิดไดใ้ นเวลาเดียวกนั
เช่น ไมแ้ กร่งเกินข่มดิน ขณะเดียวกนั กข็ ่มทองดว้ ย
ความผดิ ปกตทิ ี่เกิดจากปัญจธาตุ
ทส่ี ัมพนั ธ์กนั แบบแม่ลูก มี 2 แบบ ดงั น้ี
• แบบที่ 1 แม่ป่ วยกระทบถงึ ลูก (母病及子 หมปู่ ิง้ จ๋ีจ่ือ)
• แบบท่ี 2 ลูกป่ วยกระทบถงึ แม่ (子病犯母 จ่ือปิง้ ฟ่ านหม)ู่
แบบท่ี 1 แม่ป่ วยกระทบถงึ ลูก
(母病及子 หมู่ปิ้ งจี๋จ่ือ)
• เม่ือมีอวยั วะตนั อนั ใดอนั หนง่ึ ของแม่ เกดิ ป่ วย
จะกระทบถงึ อวยั วะตนั ของลกู เชน่
ตบั (ไม)้ เป็นโรค จะกระทบถงึ หวั ใจ (ไฟ)
หวั ใจ (ไฟ) เป็นโรค จะกระทบถงึ มา้ ม (ดนิ )
แบบท่ี 2 ลูกป่ วยกระทบถงึ แม่
(子病犯母 จื่อปิ้ งฟ่ านหมู่)
• หมายถึง เม่ืออวยั วะตนั ของลกู ป่วย
จะกระทบถึงอวยั วะตนั ของแม่
เชน่
ตบั (ไม)้ เป็นโรค จะกระทบไปถงึ ไต (นา้ )
ไต (นา้ ) เป็นโรค จะกระทบไปถงึ ปอด (ทอง)
ความสัมพนั ธ์ระหว่างปัญจธาตุกบั อวยั วะตนั
• จากทฤษฎีปัญจธาตุ
จะเหน็ ไดว้ า่ ความสามารถของหนา้ ท่ีอวยั วะตัน
นอกจากจะขนึ้ กบั อวยั วะตนั นนั้ ๆ แลว้
ยงั ขนึ้ กบั อวยั วะตนั ท่ีมาใหก้ าเนิดสรา้ งเกือ้ กลู
หรอื อวยั วะตันท่ีมาขม่
ความสัมพนั ธ์ระหว่างปัญจธาตุกบั อวยั วะตนั
กอ่ เกิด ตวั เอง ข่ม
ความสามารถของหน้าทข่ี นึ้ กบั อวยั วะตันท่ีสร้าง
https://bit.ly/3jQPFXA
ความสามารถของหน้าท่ขี นึ้ กบั อวยั วะตนั ท่ีสร้าง
การสรา้ งไฟ
ตบั (ไม)้ ใหก้ าเนิดหวั ใจ (ไฟ)
• ตบั มีหนา้ ท่ีเก็บเลอื ด
เพ่ือมาเกือ้ กลู หลอ่ เลยี้ งหวั ใจ เพ่ือฉีดไปเลยี้ งท่วั รา่ งกาย
เรยี กวา่ ตบั (ไม)้ สรา้ งไฟ (หวั ใจ)
การสร้างดิน
• หวั ใจ (ไฟ) ฉีดเลือดไปเลยี้ งมา้ ม (ดนิ )
ใหค้ วามอบอนุ่ พลงั งานแกม่ า้ ม (ดิน)
เรยี กวา่ หวั ใจ (ไฟ) สรา้ งมา้ ม (ดนิ )
ลกั ษณะการผนั แปร
https://medium.com/@QiMenAlchemy/tian-ren-di-aba89d25e551
การสร้างทอง
• มา้ ม สรา้ งเลือดและจิง สง่ ไปใหป้ อด (ทอง)
เรยี กวา่ มา้ ม (ดนิ ) สรา้ งปอด(ทอง)
การสร้างน้า
• ปอด (ทอง) จะเกือ้ กลู หนนุ อนิ ของไต (นา้ )
หรอื กลา่ วไดว้ า่ ปอดเป็นตน้ นา้
ซง่ึ ช่วยให้ ไตอนิ
สามารถยบั ยงั้ ไตหยาง ใหอ้ ยใู่ นภาวะสมดลุ
เรยี กวา่ ปอด (ทอง) สรา้ งไต (นา้ )
การสร้างไม้
• สารจาเป็นของไต คือ จงิ (精)
จะแปรสภาพไปเป็นเลอื ดในตบั (ไม)้
เรยี กวา่ ไต (นา้ ) สรา้ งตบั (ไม)้
ความสามารถของหน้าที่อวยั วะตนั
ขนึ้ กบั อวยั วะตนั ทข่ี ่ม
• ไม้ (ตบั ) ขม่ ดนิ (มา้ ม)
คือ ตบั มีหนา้ ท่ีควบคมุ การไหลเวียนของพลังชขี่ องม้าม ใหอ้ ยใู่ นภาวะปกติ
ไมใ่ หช้ ขี่ องม้ามติดขดั
ดิน (มา้ ม) ข่มนา้ (ไต)
คือ มา้ มขบั ความชืน้ และนา้ ไดป้ กติ
จะมีผลใหไ้ ตขับนา้ ปกติ ไมเ่ กิดการค่งั ของนา้
นา้ (ไต) ขม่ ไฟ (หวั ใจ)
คือ อนิ ของไตไปควบคมุ ไฟของหัวใจ ไมใ่ หม้ ากเกินไป
เซโรโทนิน (Serotonin)
https://bit.ly/3Ao7OnQ
• เซโรโทนิน
เป็นสารส่อื ประสาท
ท่ีถกู จดั วา่ เป็นสารแหง่ ความสขุ
(Happiness molecule)
ทางานเก่ียวขอ้ งกบั อารมณผ์ ่อนคลาย
ความรูส้ กึ มีความสขุ และการรบั รู้
พบไดม้ ากในสมอง และลาไส้
หากระดบั ของเซโรโทนิน ผิดปกติ ก็จะนาไปสอู่ าการซมึ เศรา้
และ กอ่ ใหเ้ กิดความผิดปกตขิ องการนอนหลบั ได้
ทฤษฎีปัญจธาตุ
• ไฟ (หวั ใจ) ขม่ ทอง (ปอด)
คือ ไฟของหวั ใจ
สามารถควบคมุ ไมใ่ ห้ ช่ีของปอด กระจายมากเกินไป
• ทอง (ปอด) ขม่ ไม้ (ตบั )
คือ ช่ีของปอด ท่ีกระจายและลงลา่ ง
จะข่ม ช่ีของตับ ไมใ่ หข้ นึ้ บนมากไป
เดือน มกราคม – นกั ษตั ร ฉลู
มค.
ตารางท่ี 2
จานวนวนั ในแต่ละเดือนของราศีล่าง
ตารางท่ี 2
• ธาตไุ มเ้ อีย้ ง 寅 (戊 丙 甲)
ตน้ เดือนกมุ ภาพนั ธ์
นบั จาก วนั ท่ีหน่งึ ของ วันเปลยี่ นสารทใหญ่
มีราศีแฝง เรยี งตามลาดบั คือ ดนิ โบ่ว 戊 จะมีกาลงั ใน 7 วนั แรก
อีก 7 วนั ตอ่ มาไฟเปี้ ย 丙 จะมีกาลงั
และครง่ึ เดือนหลงั เขา้ สารทเลก็ ไม้กะ 甲 เป็นพลงั แท้ จะมีกาลงั 16 วนั
ปลายเดือน เอีย้ ง 寅
กลางเดือน เอีย้ ง 寅
ตน้ เดือน เอีย้ ง 寅
กลางเดือน เอีย้ ง 寅
ปลายเดือน เอีย้ ง 寅
ตน้ เดือน เอีย้ ง 寅
ธาตุไมเ้ บา้ 卯
ตน้ เดือนมีนาคม กลางฤดูไม้
• ไมก้ ะ 甲 จากเดือนกอ่ น
จะลน้ เขา้ มาในเดือนเบา้ 10 วนั แรก
หลงั จากนนั้
ไมอ้ ิก 乙 พลงั แท้
จะมีกาลงั 20 วนั
ปลายเดือน เบา้ 卯
ตน้ เดือน เบา้ 卯
ธาตุดินซิ้ง 辰
ตน้ เดือนเมษายน
• ไมอ้ ิก 乙 มีกาลงั ใน 9 วนั แรกของเดือนซิง้ 辰
ถดั มาอีก 3 วนั นา้ กยุ่ 癸จะมีกาลงั จากคลงั นา้ 水库
และในครง่ึ เดือนหลงั
ดนิ โบว่ 戊 จะมีกาลงั 18 วนั
ไตรภาคีน้า
ปลายเดือน ซงิ้ 辰
ตน้ เดือน ซงิ้ 辰
กลางเดือน ซงิ้ 辰
ปลายเดือน ซงิ้ 辰
ตน้ เดอื น ซงิ้ 辰
กลางเดือน ซงิ้ 辰
ฤดูร้อน
ธาตุไฟจ๋ี 巳
ตน้ เดือนพฤษภาคม
• ดนิ โบว่ 戊 จะมีกาลงั ใน 7 วนั แรก
ถดั มา ทอง 庚 มีกาลงั 7 วนั
และเขา้ สารทเลก็ ไฟ 丙 มีกาลงั 16 วนั
ไตรภาคีทอง
ปลายเดือน จ๋ี 巳
ตน้ เดือน จ๋ี 巳
กลางเดือน จ๋ี 巳