หวีไม้ ท ี่ซ ี่หวถ ีี่จนแทบไม่เห ็ นช่องวำ่งน ้ ี ยังได้รับกำรสืบทอดมำจนถึงปัจจุบัน นอกจำกจะช่วยจดัระเบ ี ยบทรงผมแลว ้ ผมยังดูเงำงำม และเป็ นวธ ิี กำ จดัเหำและไข่เหำ ดังที่บ้ำนเรำ ใชห ้ วเ ี สน ี ยดนนั่เอง
ดงัท ี่ไดเ ้ ล่ำไปในเบ ้ ื องตน ้ แลว ้ สำวจ ี นโบรำณสระผมดว ้ ยน ้ ำ ขำ ้ ว จวบจนปัจจุบัน กย ็ งัม ีปฏ ิ บตัิ ตำมอย ู่ ผลลพัธ ์ มนัด ี แค่ไหน ให้ภำพอธิบำย น ี่ค ื อผห ู ้ ญ ิ งในหม ู่บำ ้ นชำวเยำ ้ แดงในจ ี น ที่ยังรักษำประเพณีไว้ผมยำว รำวกบั รำพันเซล
หลำยคน แมว ้ ำ่จะอำยเุขำ ้ส ู่วยักลำงคนแลว ้ กย ็งมีผมยำวดกด ำเงำงำม ั
พวกเธอจะใชน ้้ ำ จำกกำรหุงข้ำวมำหมักไว้1-2 วัน มำสระผม น ้ ำ ขำ ้ ว ที่เปี่ ยมไปด้วยกรด Amino และ Vitamin ช่วยใหผ ้ มด ู สวยน่ำอ ิ จฉำ จนเรำต้องมองผล ิ ตภณัฑบ ์ ำ รุงผมในช ้ นัวำง ด้วยควำมน้อยใจเลยทีเดียว!
นอกจำกจะใชน ้ ้ ำ ขำ ้ ว ท ำควำมสะอำดและบ ำรุงผมแล้ว ยังมีเจ้ำเจี่ยว นนั่ค ื อฝักของฮันนี่โลคัสท์
เม ื่อขยำ เปล ื อกแหง ้ กบัน ้ ำ แลว ้ จะเก ิ ดฟอง ท ี่ช่วยทำ ใหส้ ะอำดได ้ (ขอบอกวำ่ตอนเป็ นเดก ็ ประถมกม ็ี เพ ื่อนทำ ใหด ้ ู พวกเรำเร ี ยกวำ่ ฝักทำ ฟองค่ะ)
จีนในยุคปัจจุบัน กย ็ งัม ี กำรนำ เจำ ้ เจ ี่ยว มำทำ เป็ นส่วนผสมแชมพ ู มีผู้ทดลองใช้ฝักเจ้ำเจี่ยว และยืนยันมำแล้ววำ่ สำมำรถลดอำกำรผมหลุดร่วงและรังแคได ้
วิถีเพื่อควำมงำมของผู้หญิงจีน ยงัม ี อ ี กมำกมำยเล่ำกนัไม่จบไม่ส ิ ้ น แต่มนักอ ็ ดสะก ิ ดใจน ิ ดๆไม่ได ้ ในยุคที่ผู้ชำยสำมำรถมีภรรยำได้หลำยคน และมีอ ำนำจปกครองผู้หญิง ที่ไม่สำมำรถม ีปำกม ี เส ี ยง ขดัใจชำยผเ ู ้ป็ นใหญ่ในครอบครัว กำรใช้ควำมงำมดึงดูดใจชำย เพ ื่อใหไ้ ดแ ้ ต่งงำนเขำ ้ไปในสกลุด ี ๆ และตอ ้ งคอยแยง่ช ิ งควำมโปรดปรำนจำกสำม ี เป็ นตัวแปรส ำคัญให้ผู้หญิง ตอ ้ งทุ่มเทไปกบักำรปรุงโฉมใหง ้ ดงำมตลอดเวลำ
แต่แมจ ้ ะสวยล ้ ำ ขนำดไหน กม ็ิ อำจกำรันต ีไดว ้ ำ่ จะไม่ถ ู กทอดท ิ ้ งในอนำคต ผู้หญิง ยงัตอ ้ งอยอ ู่ยำ่งหวำดระแวง จำกกำรแก่งแยง่ช ิ งด ี กบัภรรยำคนอ ื่นๆ ตอ ้ งวต ิ กกงัวล เรื่องกำรมีทำยำทสืบสกุล เพ ื่อใหส้ ถำนะในครอบครัวใหญ่มนั่คงข ้ึ น
และไหนจะควำมเปลี่ยนแปลงของสังขำร ไปตำมกำลเวลำ เร ื่องเหล่ำน ้ ี ท ำให้รู้สึกขอบคุณ ท ี่ไดเ ้ ก ิ ดมำในยคุท ี่ม ี กฎหมำย เรื่องผัวเดียวเมียเดียว และยงัมนั่ใจเตม ็ ท ี่วำ่ผห ู ้ ญ ิ งยคุใหม่ สำมำรถสวย"เพื่อตัวเอง" โดยไม่ตอ ้ งแบกรับควำมหวำดกลวั วำ่ จะกลำยเป็ นคนไร้ควำมหมำย พ่ึ งพำตวัเองไม่ได ้ หำกสวยไม่พอ
8 ต านานนักเขียนหญิงที่โลกลืม https://www.sm-thaipublishing.com/content/6954/6-forgotten-female-authors เมื่อพูดถึงงำนเขียนคลำสสิค เรำมักได้ยินชื่อเสียงเรียงนำม ของนกัเข ี ยนชำยเส ี ยเป็ นส่วนใหญ่ แต่ท ี่จริงแล้ว... ม ี นกัเข ี ยนหญ ิ งจำ นวนไม่นอ ้ ยท ี่ม ี ท ้ งัพรสวรรคแ ์ ละ ควำมมุมำนะต่อกำรเข ี ยน
เรำขอแนะน ำนักประพันธ์หญิง 8 คน ที่ได้ฝำกผลงำนเลื่องชื่อ ใหแ ้ ก่วงกำรวรรณกรรม ย ้ ำ เต ื อนกนัอ ี กคร ้ัง ก่อนท ี่พวกเธอจะหำยไปจำกควำมทรงจำ
1. จอร์จ ซองด์ (George Sand) ‘จอร์จ ซองด์’ เป็ นนำมปำกกำของนักเขียนสตรี ท ี่ม ี ช ื่อจร ิ งวำ่ ลูซิล ดูแปง เธอใช้ชื่อของบุรุษ มำเป็ นนำมแฝง เหม ื อนเช่นนกัเข ี ยนสตร ี องักฤษ ที่ชื่อ‘จอร์จอีเลียต’
งำนเขียนนิยำยของจอร์จ ซองด์ จดัอยใ ู่นยคุโรแมนต ิ ค เช่นเด ี ยวกบันกัเข ี ยน นักประพันธ์สตรีในสมัยศตวรรษที่19 แทบท ้ งัหมด ไม่วำ่จะเป็ น เจน ออสเตน, จอร์จอีเลียต และพี่น้องตระกูลบรองเต (ชำร์ล็อตต์, เอมิลีและแอนน์) งำนเข ี ยนของนกัเข ี ยนสตร ี องักฤษเหล่ำน ้ ี ม ี แบบอยำ่งของกำรเร ี ยกร ้ องควำมเท่ำเท ี ยมบุรุษเพศ ไม่ทำงตรงกท ็ ำงออ ้ ม แต่งำนของจอร์จ ซองด์ มีอิสระมำกกวำ่
กำรใช้ชีวิตของเธอ กโ็ ลดโผนมำกกวำ่ หลงัจำกช ี วต ิ แต่งงำนลม ้ เหลว จอร์จ ซองด์ กใ็ ชช ้ี วต ิ เป็ นค ู่นอนกบัค ี ตกว ี - เฟรเดริก ฟรองซัวส์โชแปง และนักประพันธ์ - อัลเฟรด เดอ มุสเซท์ จนกลำยเป็ นเหมือนตัวแบบ เรื่อง ‘สำมคนผัวเมีย’แบบชำย2 หญิง1
ชีวิตในควำมเป็ นจริง ของจอร์จ ซองด์ ค่อนขำ ้ งโลดโผน ตรงขำ ้ มกบัน ิ ยำยของเธอท ี่ด ู อ่อนโยน และนำ เสนอช ี วต ิ เร ี ยบง่ำยในชนบท มำกกวำ่ช ี วต ิ วนุ่วำยในเม ื อง นิยำยเรื่อง Indiana เป็ นงำนสร้ำงชื่อเสียงให้เธอในยุคแรก และที่มีชื่อเสียงอีกเรื่องหนึ่งของเธอ คือ La mare au diable ที่ฉบับภำษำอังกฤษ ใชช ้ื่อวำ่ The Devil’s Pool
จอร์จ ซองด์ เข ี ยนถ ึ งพอ่หมำ ้ ยล ู กสำม ที่มีเหตุต้องเดินทำง ไปพบสำวใหญ่เจำ ้ ของท ี่ด ิ น โดยมีเด็กสำวชื่อ‘มำรี’ (Mare) ร่วมเด ิ นทำงไปดว ้ ย ระหวำ่งทำง ท ้ งัค ู่ไปหยดุท ี่สระน ้ ำ แห่งหน่ึ ง และได้พบภำพหลอนแปลกๆ คล้ำยกบัวำ่ ในอดีตชำติ ท ้ งัสองเคยเป็ นคนรักกนั
นอกจำกจะม ี ช ี วต ิ ส่วนตวัโลดโผนแลว ้ ยังมีผู้เขียนประวัติของจอร์จ ซองด์ ไปในทำ นองวำ่ เธอเป็ นผน ู ้ิ ยมรักเพศเด ี ยวกนั (lesbianism) อีกด้วย
2. แอนน์บรองเต (Anne Brontë) งำนเข ี ยนของสำมพ ี่นอ ้ งในตระกล ู น ้ ี ‘บรองเต’ มีนิยำย ท ี่แปลเป็ นไทยอยแ ู่ลว ้สองเร ื่องคือJane Eyre โดย ชำร์ล็อต บรองเต ในชื่อเยนแอร์แปลโดยจูเลียต และ Wuthering Heights โดยเอมิลีบรองเต ในชื่อ ต้นรักดอกโศกแปลโดย พิมพำควำมจริงยังมี งำนเขียนของพี่น้องในตระกูล‘บรองเต’อยอ ู่ ี กหน่ึ งคน
คือแอนน์บรองเต งำนนิยำยในลีลำ ‘กอธิกแบบ อังกฤษ’ของเธอผน ู ้้ ี ม ี ลกัษณะจร ิ งจงัมำกกวำ่พ ี่สำวท ้ งั สองและน่ำจะไดร ้ับกำรแปลเป็ นภำษำไทยเส ี ยใหค ้ รบ ท ้ งัสำมคนพ ี่นอ ้ ง ผลงำนเรื่อง The Tenant of Wildfell Hall ของแอนน์บรองเต นำ เสนอเร ื่องชวั่ร ้ ำยอยำ่งไม่ปิ ดบงั เป็ นเรื่องควำมเสื่อมท ี่ไม่ม ี ทำงออก เช่น กำรติดเหล้ำกำรทำ ร ้ ำยร่ำงกำยและกำรขืนใจ นักวิจำรณ์อังกฤษบำงคน กล่ำววำ่น ิ ยำยของแอนน์บรองเต ม ี ลกัษณะท ี่เป็ นคต ิ สมยัใหม่(modernism) มำกกวำ่น ิ ยำยของพ ี่สำวท ้ งัสอง
และได้ให้ควำมส ำคัญ กบัคำ วำ่‘สตรีนิยม’อยำ่งม ี ช ้ นัเช ิ งมำกกวำ่ น่ำเสียดำยที่นกัแปลในรุ่น ‘จูเลียต’และ‘พิมพำ’ และในรุ่นต่อๆ มำ กลับมองข้ำม แอนน์บรองเต ไป เหม ื อนไม่เห ็ นควำมสำ คญัของเธอ
3. เอลิซาเบธกัสเคลล์ (Elizabeth Gaskell) น ิ ยำยของนกัเข ี ยนสตร ี ชำวองักฤษผน ู ้้ ี เขำ ้ใจวำ่ ไม่เป็ นท ี่ร ู ้ จกัในบำ ้ นเรำเช่นเด ี ยวกนั
ท ้ งัท ี่เธอเป็ นนกัเข ี ยนสตร ี ผู้สนใจประเด็นทำงสังคม ไม่แตกต่ำงไปจำก นิยำยของ ชำร์ลส์ดิกเกนส์ และโธมัส ฮำร ์ ด ้ ี งำนเขียนคลำสสิค ของ เอลิซำเบธกสัเคลล ์ที่ ม ี ผย ู ้ กยอ่งไว ้ คือนิยำยเรื่อง North and South
น ิ ยำยเช ิ งสงัคมเร ื่องน ้ ี น ำเสนอภำพชีวิตของคนอังกฤษ ยุคปฏิวัติอุตสำหกรรม ที่วิถีชีวิตแบบชนบท กำ ลงัจะกลำยเป็ นวถ ิี แบบเม ื อง และวิถีชีวิตแบบสังคมเกษตรที่พึ่งตนเอง กำ ลงัจะแปรสภำพ ไปเป็ นวิถีชีวิตแบบ ‘ขำยแรงงำน’ ในโรงงำนอุตสำหกรรม (วำ่ ไปแลว ้ กไ็ ม่ต่ำงจำกสงัคมไทยในปัจจุบนั )
North and South เป็ นนิยำย‘เพื่อชีวิต’ ในลีลำแบบอังกฤษ สมัยกลำงศตวรรษที่19 ท ี่ไม่เคยเด ิ นทำงมำถ ึ ง ขบวนกำรฝ่ ำยซ้ำยในสังคมไทย ภำพช ี วต ิ ต ี นถ ี บปำกกดั ของตัวละคร ชื่อ มำร์กำเร็ต เฮล (Margaret Hale) ในน ิ ยำยเร ื่องน ้ ี นอกจำกจะน ำเสนอภำพ ท ี่ลงรำยละเอ ี ยดเก ี่ยวกบัผค ู ้ นในยุคปฏิวัติอุตสำหกรรม ของอังกฤษแล้ว
ยังถือเป็ นนิยำยในบริบท ‘กำ ้ วพน ้ วยั’ หรือ‘coming of age’ ท ี่น่ำสนใจ อีกเรื่องหนึ่งด้วย นี่คือนักเขียนสตรีของอังกฤษ ในสมัยปลำยยุควิกตอเรียน ที่ผลงำนของเธอ ยังมีผู้ศึกษำวิจัย และใหก ้ ำรยกยอ่งในปัจจุบนั
4. จอร์จอีเลียต (George Eliot) นักเขียนสตรี ผใ ู ้ ชน ้ ำมปำกกำเหม ื อนบุรุษผน ู ้้ ี ม ี นำมจร ิ งวำ่ แมรีแอนน์อีวำนส์
งำนนิยำยของเธอ มีชื่อเสียง ไม่แพง ้ ำนน ิ ยำย ของ เจน ออสเตน และ พี่น้องตระกูลบรองเต (Brontë family) ผลงำน มีชื่อของ ‘จอร์จอีเลียต’ เร ิ่มมำจำกน ิ ยำย เรื่อง Adam Bede และ Silas Marner
แต่น ิ ยำยคลำสสิค อีกสองเรื่องของเธอ ท ี่ม ี ผก ู ้ ล่ำวยกยอ่งเอำไว ้ คือ The Mill on the Floss และ Middlemarch งำนประพันธ์ ของ ‘จอร์จอีเลียต’ ก่อเก ิ ดร่วมสมยั กบัส ี แดงกบัส ี ดำ ของสต็องดำล น่ำเส ี ยดำยท ี่น ิ ยำยของเธอ ไม่ม ี ฉบบัแปลเป็ นภำษำไทยเลย แมแ ้ ต่เร ื่องเด ี ยว
ตรงกนัขำ ้ ม กบัน ิ ยำยของ มำรีคอเรลลิ ท ี่ม ี ผแ ู ้ปลเป็ นภำษำไทยมำกกวำ่ 5 เรื่อง และบำงเร ื่องม ี แปลซ ้ ำ กนัดว ้ ย เช่นเร ื่อง เต็ลมำ ท ี่ม ี ท ้ งัสำ นวนแปล ของ ‘แม่อนงค’ ์ และ ‘อมรำวดี’
นิยำย เรื่อง The Mill on the Floss จัดเป็ นงำนแบบโศกนำฏกรรม แก่นแกน วำ่ดว ้ ยภยัธรรมชำต ิ (อุทกภัย) ที่ท ำให้ควำมบำดหมำงในครอบครัวยุติลง นี่เป็ นพล็อตเรื่อง ‘เมโลดรำม่ำ’ ท ี่ต่อไปเรำจะเห ็ นบร ิ บททำ นองน ้ ี ในนิยำยและภำพยนตร์อีกหลำยเรื่อง
และวำ่กนั ใหล ้ึ กมำกข ้ึ น กน ็ ่ำจะส ื บขนบ มำจำกเรื่อง บทละคร The Tempest ของวิลเลียม เชกสเปี ยร์ กล่ำวค ื อเมื่อเรื่องร้ำยๆ ผำ่นพน ้ เรื่องดีๆ กจ ็ ะเก ิ ดข ้ึ นตำมมำ
5. เซลมาลาเกอร์เลิฟ (Selma Lagerlöf) นี่คือผลงำนนิยำย‘ระดับโลก’ ของนักเขียนสตรีคนแรก ของสวีเดนที่ได้รับรำงวัลโนเบล สำขำวรรณกรรม เมื่อปีค.ศ. 1909
ผลงำน ของ เซลมำลำเกอร์เลิฟ เร ื่องน ้ ี เป็ นเหม ื อนมหำกำพยข ์ องกลุ่มชน ในประเทศแถบยุโรปเหนือ งำนเขียนของเธอ อยใ ู่นขนบแบบเก่ำ ที่มีลักษณะคล้ำยนิทำนเปรียบเทียบ นี่คือนิยำยของสตรีรุ่นบุกเบิกของสวีเดน และของโลกวรรณกรรม ในสมัยปลำยศตวรรษที่19
ท ี่อยใ ู่นยคุเด ี ยว กบั โธมัส ฮำร ์ ด ้ ี และเซอร์อำเธอร์โคแนน ดอยส์ นกัอ่ำนเร ื่องแปลบำ ้ นเรำ พอจะรู้จักโธมัส ฮำร ์ ด ้ ี และอำเธอร์โคแนน ดอยส์ ผำ่นทำงงำนแปลอยบ ู่ำ ้ ง แต่ผลงำน ของ เซลมำลำเกอร์เลิฟ ที่เป็ นเหมือน ตัวแทนของนกัเข ี ยนสตร ี แห่ง ‘ยุโรปเหนือ’ผน ู ้้ ี เรำกลบัไม่ร ู ้ จกัแมแ ้ ต่นอ ้ ย
นิยำย เรื่อง The Saga of Gösta Berling เป็ นงำนเขียนเรื่องแรกของเธอ ท ี่ม ี ส่วนฟ ้ ื นฟ ู วรรณกรรมโรแมนต ิ คของสวเ ี ดน ในสมัยปลำยศตวรรษที่19 นิยำย เรื่อง The Miracles of Antichrist ของลำเกอร์เลิฟ ใช้ฉำกที่ซิซิลี
กำรไปเยือนอียิปต์และปำเลสไตน์ ท ำให้ลำเกอร์เลิฟ เขียนผลงำน เรื่อง Jerusa-lem I และJerusalem II จนเป็ นผลงำนที่สร้ำงชื่อให้เธอ เป็ นนักเขียนสตรีแถวหน้ำ ของสวีเดน งำนรวมเร ื่องส ้ นั ชุด Invisible Links น ำควำมส ำเร็จมำให้เธอ ในฐำนะนกัประพนัธ ์ ช ้ นัยอด
แต่เซลมำลำเกอร์เลิฟ มกัถ ู กมองวำ่ เป็ นเพียง ‘นกัเล่ำน ิ ทำน’ เหม ื อนเช่น ไอแซคไดนีเสน นักเขียนสตรีของเดนมำร์ก เจ้ำของผลงำน เรื่อง Out of Africa (มีฉบับแปลภำษำไทย ในชื่อ พรำกจำกแสงตะวัน แปลโดย สุริยฉัตร ชัยมงคล)
6. เคท โชแปง (Kate Chopin) เคท โชแปง (Kate Chopin: 1850-1904)
นักเขียนหญิงคนแรกๆ ของอเมริกำ ที่เขียนถึงตัวละครผู้หญิง ในประเดน ็ ท ี่ทำ ้ ทำยสงัคมยคุน ้ นั อยำ่งเร ื่องเพศกำรหยำ่ร ้ ำง อิสรภำพ เรื่องชู้สำว ควำมสัมพันธ์ของสำมีภรรยำ และศำสนำกบักำรกดข ี่ผห ู ้ ญ ิ ง นิยำยของ เคท โชแปง เล่ำเร ื่องผห ู ้ ญ ิ ง ที่แสวงหำสมดุล ระหวำ่งควำมตอ ้ งกำรของตัวเอง และควำมรับผด ิ ชอบท ี่ตนม ี ต่อสงัคม
น ิ ยำยท ี่โดดเด่นท ี่สุดของเธอ คือเรื่อง The Awakening (1899) หรือในชื่อภำษำไทย วำ่ ' กำรฟ ้ ื นต ื่นของเอด ็ น่ำ '
เคท เข ี ยนเร ื่องส ้ นักวำ่100 เรื่อง ตีพิมพ์ในนิตยสำรชื่อดัง เช่น Vogue, Atlantic Monthly, Harper’s Young People และ The Century ในวัย18 ปี เมื่อถึงเวลำต้องออกงำนสังคม เพ ื่อหำค ู่ครองท ี่เหมำะสม เคท เขียนในบันทึกของเธอวำ่“ท ้ งัหมดช่ำงน่ำร ำคำญ -- ฉันอยำกให้มันจบเสียที... งำนปำร ์ ต ้ ีโอเปร่ำ คอนเสิร์ต กำรเล่นสเกต ็ และงำนร ื่นเร ิ งไม่ร ู ้ จบส ิ ้ น ท ำฉันเสียเวลำไปมำก
กำรอ่ำนและกำรเข ี ยนท ี่ฉนัรักมำก ตอ ้ งถ ู กทอดท ิ ้ ง” เธอเข ี ยนอ ี กดว ้ ยวำ่“ฉนัเตน ้ ร ำกบัคนท ี่ฉนัชงั สนุกกบัผช ู ้ ำยท ี่ม ี ด ี แต่ท ี่เทำ ้” เอมิลีทอร์ธ (Emily Toth) ศำสตรำจำรย์ด้ำนภำษำอังกฤษและสตรีศึกษำ กล่ำววำ่ “ฉนัอ่ำนงำนของเธอคร ้ังแรก เมื่อได้หนังสือ The Awakening จำกผู้หญิง ท ี่บอกฉนัวำ่‘เธอควรอ่ำนเล่มน ้ ี ’
และคำ ถำมขอ ้ใหญ่ ที่เรำถำมตัวเอง กค ็ื อเคท โชแปง ร ู ้ ท ้ งัหมดน ้ ีไดอ ้ ยำ่งไร ในปี1899” เป็ นเร ื่องท ี่น่ำโศกเศร ้ ำไม่นอ ้ ย ที่นักเขียนคนหนึ่ง อยำ่ง เคท โชแปง จะเสียชีวิตไป โดยไม่ม ีโอกำสร ู ้ วำ่ ปัจจุบนัผค ู ้ นช ื่นชมยกยอ่งและ ศึกษำงำนเขียนของเธอ และเห ็ นวำ่ เธอเป็ นหนึ่งในนักเขียนที่‘มำก่อนกำล’
7. ไอแซค ไดนีเสน (Isak Dinesen) เธอควรได้รับรำงวัลโนเบล สำขำวรรณกรรม ในปีค.ศ.1959 ปี เด ี ยวกบัท ี่Graham Greene, John Steinbeck และ Salvatore Quasimodo มีชื่อเสนอชิงรำงวัล
ไอแซคไดนีเสน (Isak Dinesen) เป็ นช ื่อท ี่นกัอ่ำนอเมร ิ กนัร ู ้ จกัเธอ แท้จริงแล้ว เป็ นนำมปำกกำ ของคำเรน บลิกเซน (Karen Blixen) ไดนีเสน เก ิ ดวนัท ี่17 เมษำยน ค.ศ.1885 ควำมฝันวัยเด็กของเธอคือจิตรกร แต่เม ื่อตอ ้ งออกเด ิ นทำงไปแอฟร ิ กำ ควำมฝันท ี่กถ ็ ู กเกบ ็ ไวใ้ นซอกหล ื บ
ค.ศ.1985 มหำวท ิ ยำลยัหลำยแห่งในโคเปนเฮเกน เฉลิมฉลอง ‘100 ปี ชำตกำลของคำเรน บลิกเซน’ และในปี เด ี ยวกนัน ้ ี บำ ้ นไร่ บร ิ เวณไร่กำแฟของเธอในเคนยำ กก ็ ลำยเป็ นพ ิ พ ิ ธภณัฑ ์ ต่อมำในปี ค.ศ.1991 ‘พิพิธภัณฑ์คำเรน บลิกเซน’ ในโคเปนเฮเกน กเ ็ สร ็ จสมบ ู รณ ์
น ี่ค ื อควำมยง ิ่ใหญ่ของนกัเข ี ยนหญ ิ งคนหน่ึ ง ท ี่เคยท ิ ้ งกำรเข ี ยน เพื่อค้นหำชีวิตที่ด ี กวำ่ ในแอฟร ิ กำ
และใช้เวลำอีกสำมสิบปี ที่เหลือ กลบัมำทุ่มเทกบังำนเข ี ยนอ ี กคร ้ัง ในเดนมำร์ก หลงัจำกท ี่ผลเข ี ยนช ิ ้ นแรกต ี พ ิ มพ ์ ในช่วงอำยยุส ี่ิ บ กล่ำวไดว ้ ำ่ช ี วต ิ ช่วงหลงัน ้ ี เป็ น ‘หว ้ งเวลำแห่งกำรเข ี ยนโดยแท’้
8. เวอร์จิเนียว ู ล ์ฟ (Virginia Woolf) เธอเก ิ ดมำดว ้ ยช ื่อเตม ็ วำ่ อเดไลน์เวอร์จิเนีย สตีเฟน เมื่อปี1882