The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sunny Strong, 2023-02-02 21:38:25

ชีวา ณ 1

ชีวา ณ 1

51 เจ้าแห่งความรู้และสติปัญญา เปี่ยมด้วยความสามารถด้านวิชาการ ฉะนั้นจึงส่งผลให้ท่านที่นั่งท างาน หรือบุตรหลานที่มีโต๊ะท าการบ้าน ที่ตั้งอยู่ณ ต าแหน่งตรงกลางห้อง หรือตรงกลางของบ้าน หรือต าแหน่งตรงกลางของร้านค้า หรือส านักงาน ในปีเถาะ 2566 นี้ จะเกิดการพัฒนาที่ก้าวหน้า มีประสิทธิผลความเจริญรุ่งเรืองเป็นพิเศษ เงินทองไหลมาเทมา มีหัวคิดสติปัญญาที่ดี บังเกิดความคิดสร้างสรรค์ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสรรพวิชา มีชื่อเสียงโด่งดัง


52 ทั้งมีโอกาสเลื่อนขั้นเลื่อนต าแหน่ง หรือก้าวหน้าในต าแหน่งหน้าที่การงานที่สูงขึ้น เนื่องจากดาวสี่เขียวนี้ อีกนัยหนึ่ง แฝงพลังแห่ง “ดาวถ่อฮวย”(ดาวเจ้าเสน่ห์) เอาไว้ด้วย จึงยิ่งส่งผลดีเป็นพิเศษ ส าหรับท่านที่ท าการค้าหรือประกอบธุรกิจส่วนตัว จะช่วยเสริมให้มีลูกค้าอุดหนุนเนืองแน่น มีฝีปากในการเจรจาค้าขายดี ท าให้ธุรกิจการค้าของท่านโดดเด่นเป็นพิเศษ เห็นตัวเลขรายรับเพิ่มพูนเป็นกอบเป็นก า


53 ฉะนั้นหากท่านต้องการกระตุ้นเสริม เพิ่มพลังมงคลของดาวบิน“สี่เขียว”นี้ ให้มีก าลังอ านาจปรากฏชัดยิ่งๆ ขึ้นแล้ว ท่านควรแขวน “โมบายป้ายไม้ไท้เสียงเล่ากุง” ไว้เหนือต าแหน่งโต๊ะเก็บเงิน โต๊ะท างาน, โต๊ะท าการบ้านของบุตรหลานในบ้านท่าน ณ ต าแหน่งจุดกึ่งกลางของห้องนั้นๆ พอดี การแขวน “โมบายป้ายไม้ไท้เสียงเล่ากุง” ไว้ ก็จะช่วยเสริมให้กิจการงานทุกอย่าง รวมถึงการศึกษาเล่าเรียน สามารถส าเร็จผลเห็น ความก้าวหน้าพัฒนาไปด้วยดี ทั้งจะได้รับแรงส่งเสริมสนับสนุนจากลูกค้า และบุคคลรอบข้างมากยิ่งขึ้น


54 “โมบายป้ายไม้ไท้เสียงเล่ากุง” นี้ ช่วยกระตุ้นดาวบินสี่เขียว ให้มีก าลังแข็งแกร่ง ส่งผลต่อความเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าเป็นพิเศษ


55 ความอ่อนไหวของโมบายส่วนล่าง แสดงถึงก าลังของธาตุน ้า ที่ไปช่วยส่งเสริมธาตุไม้ของดาวสี่เขียว ให้มีพลังที่ชัดเจน และเป็นนัยมงคล เรื่องเงินทองที่หลั่งไหลพรั่งพรูประดุจกระแสน ้า และช่วยจัดสมดุลขจัดเคราะห์ภัยอีกทางหนึ่งด้วย


56 การเลือกสีใช้สีภายนอก > ธาตุของอาคารบ้านเรือน > บ้านธาตุไม้


57 วิชาฮวงจุ้ย ก าหนดสีของตัวบ้าน ตามทศ ิ ทบ ี่้ านห ั นประจ ั น ควรเลือกใช้สีในกลุ่มธาตุเดียวกับตัวบ้าน หร ื อในกล ุ่มทส ี่่งเสร ิ มก ั น เพราะฉะน ั ้ น ต ้ องด ู ว่าบ ้ านของท่าน ต ั ง ้ อย ู่ตรงทศ ิ อะไร


58 บ้านธาตุไม้ หมายถึง บ้านที่ตั้งอยู่ในทิศตะวันออก (หันหลังให้ทิศตะวันออก) หรืออาจตั้งอยู่ในโซนใดๆ ก็ได้ ยกเว้น ทิศตะวันตก (ธาตุโลหะ) ซึ่งเป็นทิศพิฆาตกับธาตุไม้ บ้านธาตุไม้ ต้องปลูกต้นไม้หรือท าสวนหย่อม และควรมีอ่างน ้า หรือบ่อเล็กๆตั้งประกอบ เพราะถือว่า น ้าช่วยหล่อเลี้ยง เสริมสร้างไม้ให้เจริญเติบโต


59 สีที่ควรใช้ตกแต่ง ควรเป็นสีเขียว หรือสีน ้าตาล ซึ่งเป็นสีของธาตุไม้เอง หรืออาจจะใช้สีฟ้า สีเทา หรือสีด า ซึ่งเป็นสีของธาตุน ้าก็ได้ สีที่ไม่ควรใช้ตกแต่ง สีขาว สีทอง สีเงิน


60 พลังเบญจธาตุ สัมพันธ์กับคุณได้อย่างไร http://www.fengshuibizdesigner.com/request.php?id=15&&sub=content เนื่องจากฮวงจุ้ย เป็นศาสตร์แห่งวิชาที่ได้ถูกรวบรวมขึ้น จากการสังเกตปรากฏการณ์ต่างๆ


61 ที่มีความสัมพันธ์อย่างลงตัว กับหลักความสมดุลแห่งธรรมชาติ ไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไป โดยจะส่งผลกระทบระหว่างกันและกันอย่างกลมกลืน และยังคงเป็นเอกลักษณ์ในตัวเอง ดังเช่นตัวอย่าง ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติน ้าขึ้น-น ้าลง ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงห้วงแห่งเวลาใด ไม่ว่าจากอดีตสู่ปัจจุบันตลอดจนไปอนาคตก็ตาม ปรากฏการณ์ธรรมชาติดังกล่าว ล้วนย่อมเกิดจากความสัมพันธ์ ระหว่างแรงดึงดูดโลกกับดวงจันทร์ ที่มีผลกระท าต่อกันและกันทั้งสิ้น


62 มนุษย์ก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของธรรมชาติ ที่มีความสัมพันธ์ต่อสรรพสิ่งในโลกใบนี้เช่นกัน ด้วยการส่งอิทธิพลของกระแสพลังต่อกันและกัน อย่างเป็นระบบวงจร เหตุเพราะความส าเร็จ ในการคิดค้นพัฒนาวิทยาการใหม่ๆ แล้วน ามาประยุกต์ใช้ ท าให้เกิดความเจริญรุดหน้าอย่างมากมาย จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมดั่งที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ การเผาผลาญน ้ามันจ านวนมหาศาล จนเกิดปฏิกิริยาเรือนกระจก อุณหภูมิบนโลกใบนี้ร้อนขึ้น ที่ขั้วโลกน ้าแข็งละลายมากขึ้น


63 ผลิตภัณฑ์ทางเคมี ส่งผลกระทบต่อระดับโอโซนในชั้นบรรยากาศ แสงอัลตราไวโอเลตที่ส่องมายังพื้นโลกเกินระดับ การพัฒนาทางชีวภาพย่อมเปลี่ยนไป เกิดอันตรายต่อสรรพสิ่งมีชีวิต อย่างยากที่จะคาดเดาได้ในปัจจุบันและอนาคต จะเห็นได้ว่า มนุษย์สิ่งแวดล้อม และสรรพสิ่งในธรรมชาติ ล้วนมีความสัมพันธ์ต่อกัน ส่งผลและมีอิทธิพลถึงกันและกัน ในรูปแบบของระบบเบญจธาตุ


64 ในทางกลับกัน บรรดาสรรพสิ่งธรรมชาติในโลกใบนี้ อีกทั้งดวงดาวต่างๆในระบบสุริยจักรวาล อิทธิพลของกระแสพลังเบญจธาตุ ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อมนุษย์ได้ด้วยเช่นกัน


65 ดงันั้ นมน ุ ษยเ ์ รา จึงย่อมหนีไม่พ้นระบบเบญจธาตุ ทเ ี่ป็ นหลักกระแสพลังธรรมชาตท ิ งั้ สน ิ ้ สัมพันธภาพ ระหว่างการก่อเกิดกับการท าลาย ในระบบกระแสพลังเบญจธาตุ ทุกสรรพสิ่งทั้งหลายย่อมอาศัยดิน ซึ่งนับว่าธาตุดินนั้นยิ่งใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ แต่เมื่อพลังดิน เกิดการสั่งสมเป็นเวลานานๆเข้า จากกระแสพลังธาตุดิน จะก่อเกิดเป็นกระแสพลังธาตุทอง (เหล็ก โลหะแร่ธาตุ)


66 เมื่ออัดแน่นเนิ่นนานเข้าก็ จะถูกปลดปล่อยเป็นลาวาออกมา ก่อเกิดเป็นของเหลวต่างๆ ที่เป็นกระแสพลังธาตุน ้า เมื่อมีน ้าก็ก่อเกิดพืชและต้นไม้ เพราะน ้าย่อมหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของต้นไม้ จึงเกิดเป็นกระแสพลังธาตุไม้ จากต้นไม้เมื่อแห้งกรอบเกิดการสันดาปเป็นไฟ ก่อเกิดเป็นกระแสพลังธาตุไฟ จึงเป็นที่มาที่ไปในระบบวัฏจักรก่อเกิด ของกระแสพลังเบญจธาตุ


67 ทางกลับกัน เมื่อมีการก่อเกิดย่อมมีการท าลายได้ด้วยเช่นกัน อาทิเช่น ต้นไม้มีรากเป็นเครื่องชอนไชท าลายดิน ดินจะท าให้น ้าใสกลับกลายเป็นน ้าขุ่น น ้าสามารถดับไฟได้ ไฟหลอมทองให้ทองเป็นรูปเป็นร่าง ทองคือโลหะที่ตัดต้นไม้ให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นับว่าเป็นวัฏจักรแห่งการท าลายล้าง ในระบบเบญจธาตุนั่นเอง


68 หลักกระแสพลังเบญจธาตุ ที่ใช้ประกอบในการวิเคราะห์พื้นชะตาชีวิต ตามแบบต้นฉบับโหราศาสตร์จีนโบราณ ที่เรียกกันว่า “八字四柱” (โป๊ ยหยี่ซี๊เถียว) สี่เสาแปดตัวอักษร คือ หลักการบริหารความสมดุล ของพื้นชะตาของแต่ละบุคคล ว่าธาตุส าคัญที่ต้องการนั้น คือธาตุใด เพื่อจะได้น าธาตุส าคัญดังกล่าว มาปรับเสริมเพิ่ม หรือปรับลดธาตุในพื้นชะตา ให้เกิดความสมดุลยิ่งๆขึ้นไป อาทิเช่น


69 ต้องการเสริมธาตุไม้ oควรท างานทางภาคตะวันออก หรือตะวันออกเฉียงใต้ oหาท าเลร้านค้าที่เปิดประตูทางทิศตะวันออก หรือตะวันออกเฉียงใต้ oท าอาชีพเกี่ยวกับสมุนไพรใบหญ้า เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ oเสริมด้วยสีเขียว วิชาดวงจีน สี่เสาแปดตัวอักษร “八字四柱” (โป๊ ยหยี่ซี๊เถียว) จึงสามารถช่วยให้ผู้ที่ศึกษาวิชาดังกล่าว สามารถทราบถึงธาตุส าคัญ ที่มีผลผูกพันธ์กับพื้นชะตาชีวิต


70 เมื่อตั้งดวงจีนขึ้นมา ก็จะรู้ว่าบุคคลคนนั้น เป็นธาตุใด และต้องการเสริมธาตุใด เพื่อช่วยก าหนด ค้นหาอัตลักษณ์ ความเป็นหนึ่งในตัวตน จะด้วยสีสัน ทิศทางอาชีพ โลโก้ฯลฯ หรือแม้แต่ไลฟ์ สไตล์ และที่ใกล้ตัวที่สุด ก็คือ การตั้งชื่อ ด้วยธาตุที่ต้องการจะเสริม ก็สามารถกระท าได้ด้วยเช่นกัน โดยการวางรากฐานธุรกิจอย่างมั่นคง ด้วยความมั่นใจ เพราะฮวงจุ้ยออกแบบได้จริง


71 ถอดรหัสปฎิทินจีน ตอน ฤดก ู าลยบ ิ ย ่ อย https://www.facebook.com/MandarinTheory/posts/1736044329906954 ปฎิทินจีน เป็นจันทรคติหรือสุริยคติ❓ ปีนักษัตรคืออะไร❓ เปลี่ยนที่วันไหน❓ ท าไมรอบนักษัตรใหญ่ถึงเท่ากับ 60 ปี❓ เดือนเล็ก เดือนใหญ่คืออะไร❓ ท าไมบางปีมีเดือนซ ้า❓ และค าถามอื่นๆเกี่ยวกับปฎิทินจีน อันแสนยุ่งเหยิงและซับซ้อน❓ ... มาหาค าตอบ ในซีรี่ส์“ถอดรหัสปฎิทินจีน” ที่เพจ #MandarinTherory กันค่า


72 ก่อนสิ่งอื่นใด หากใครยังชอบเรียก “ปฎิทินจีน” ว่า “ปฎิทินจันทรคติจีน” ผู้เขียน ขอแนะน าว่า ให้ตัดค าว่าจันทรคติ..นั้น..ทิ้งไป เหลือไว้แค่ ปฎิทินจีน ก็พอค่ะ เพราะว่าจริงๆแล้ว “ปฎิทินจีน” หรือ 农历 nong2-li4 (แปลตรงตัวว่า ปฏิทินเกษตรกรรม) ไม่ใช่ปฎิทินจันทรคติ100%


73 แต่เป็นปฎิทิน ที่เรียกว่า 阴阳历 yin1-yang2-li4 = Lunisolar calendar หรือปฎิทินแบบ “สุริยจันทรคติ” ซึ่ง ๑.ใช้จันทรคติ เป็นหลักในการนับวันกับดือน ๒.ใช้สุริยคติ เป็นหลักในการนับปี ๓.และใช้การเพิ่ม “อธิกมาส” (เหมือนของไทย) เพื่อให้ปีทางจันทรคติกับสุริยคติ ไม่เคลื่อนออกห่างกันมากเกินไป


74 อาจจะดูซับซ้อนกว่า ที่เคยรู้ขึ้นมาเล็กน้อย แต่จริงๆแล้ว ตรงนี้ไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นค่ะทุกคน เพราะการนับวันเดือนปี ในลักษณะนี้ ไม่ใช่เอกลักษณ์ของปฎิทินจีน แต่อย่างใด เป็นแนวทางปฏิบัติที่ใช้กัน ในหลายๆวัฒนธรรม ค าว่า “อธิกมาส” ก็เป็นค าไทยบาลีของเรา นี่แหละค่ะ


75 สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ ปฎิทินจีน และท าให้“ปฎิทินจีน” ถูกเรียกว่า “ปฎิทินเกษตรกรรม” (农历) คือ สิ่งที่เรียกว่า 二十四节气 er4-shi2-si4-jie2-qi4 หรือ24 เทศกาล / ฤดูกาลย่อย / ฯลฯ / หรือ ถ้าแปลตามภาษาอังกฤษ (Solar term) อาจจะต้องเรียกว่า “ช่วง(เวลา)ทางสุริยคติ”


76 ทุกคนคุ้นเคยกับฤดูกาล(ใหญ่) ทั้ง4 ฤดู คือ 春夏秋冬 chun1-xia4-qiu1-dong1 หรือใบไม้ผลิฤดูร้อน ใบไม้ร่วงและฤดูหนาว


77 แต่ประเทศ “จีน” ซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมนั้น เนื่องจากผลผลิตและชีวิตความเป็นอยู่ มีความสัมพันธ์กับดินฟ้าอากาศ แน่นแฟ้นเป็นพิเศษ จึงมีการแบ่งฤดูกาลลงไปยิบย่อยกว่านั้น โดยแบ่ง1 ฤดูกาลใหญ่ ( 季 ji4 หรือ 时 shi2) ออกเป็น 6 ฤดูกาลย่อย ( 气 qi4) คนโบราณเรียกว่า.. 三候为气,六气为时, 四时为岁 San1-hou4-wei2-qi4, liu4-qi4-wei2-shi2, si4-shi2-wei2-sui4


78 3 候 (โฮ่ว/hou4 = ช่วงสภาพอากาศ ; 1 โฮ่ว มี5 วัน) = 1 ฤดูกาลย่อย (气 qi4) ; 6 ฤดูกาลย่อย (气) = 1 ฤดูกาลใหญ่ (时 shi2) ; 4 ฤดูกาลใหญ่ (时) = 1 ปี(岁 sui4) ; 1 ฤดูกาลใหญ่ (季 ji4 หรือ 时 shi1) จึงเท่ากับ 3 เดือน (ทางสุริยคติ)


79 ดังนั้น 1 เดือน จึงประกอบด้วย 2 ฤดูกาลย่อย (节气 jie2-qi4)


80 และฤดูกาลย่อยนี้ ถ้าแบ่งลงไปอีกและเรียกด้วยศัพท์ที่เคร่งครัดจริงๆ วันเริ่มต้นของฤดูกาลย่อยที่ 1 จะเรียกว่า 节气 jie-qi4 หรือ 节 jie2 ซึ่งนับเป็นวันเริ่มต้นของเดือนทางสุริยคติด้วย วันเริ่มต้นฤดูกาลย่อยที่ 2 เรียกว่า 中气 zhong1-qi4 หรือ 中 zhong1 (เนื่องจากเป็นกลางเดือน) หรือ气 qi4 อยู่ประมาณวันที่ 14-15 ของเดือน(สุริยคติ)นั้นๆ (เลขคี่ = 节 ; เลขคู่ = 气 / 中气)


81 แต่ทั้ง 24 ฤดูกาลนี้ สามารถเรียกอย่างรวมๆ ทั้งหมด ได้ว่า 节气 jie2-qi4


82 และน่าจะเพราะว่า ทุกๆ 节/气/节气 มักจะมีพิธีเซ่นไหว้ หรือกิจกรรมต่างๆที่ท าให้ผู้คนมารวมกลุ่มกัน มีความคึกคัก เกิดเป็นการเฉลิมฉลองหรือเทียบเท่า ต่อมาค าว่า 节 jie2 หรือ"เจี๋ย" จึงถูกใช้มากกว่า ในความหมาย ที่ตรงกับค าว่า “เทศกาล” ในภาษาไทย โดยไม่แบ่งว่าจะเป็นทางสุริยะจันทรคติหรืออื่นๆ ที่คนแต้จิ๋วรู้ จักกันในนาม “โจ่ย” (เทศกาลจีน) ต่างๆ นั่นเอง


83


84 ต่อมา ความรู้ทางดาราศาสตร์สมัยใหม่ พบว่า วันเปลี่ยนฤดูกาลย่อยเหล่านี้ ก็คือวันที่โลกเคลื่อนที่ ไปตามวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ทุกๆ15 องศา และหลายๆวัน ก็ตรงกับวันส าคัญทางดาราศาสตร์สากล โดยไม่ได้นัดหมาย เช่น 二分二至 er4-fen1-er4-zhi4


85 春分 chun1-fen1 = Vernal equinox = วสันตวิษุวัต (หรือที่คนแต้จิ๋ว น่าจะรู้จักดีในนาม “ชุงฮุง”) 秋分 qiu1-fen1 = Autumn equinox = ศารทวิษุวัต (“ชิวฮุง”) 夏至 xia4-zhi4 = Summer solstice = ครีษมายัน ("แห่จี่")


86 冬至 dong1-zhi4 = Winter solstice = เหมายัน (“ตังโจ่ย” = 冬节 ซึ่งหมายถึง เทศกาลฤดูหนาว หรือ"ตังจี่" = 冬至)


87 วัน 至 zhi4 ซึ่งแปลว่า “ถึงที่สุด” ก็คือวันที่ กลางคืนหรือกลางวัน “นานที่สุด” (วันครีษมายัน 夏至 กลางวันนานที่สุด หลังจากวันนี้ เวลากลางคืนจะเริ่มยาวขึ้น ; วันเหมายัน 冬至 กลางคืนนานที่สุด หลังจากวันนี้ กลางคืนจะค่อยๆสั้นลง)


88 วัน 分 fen1 ซึ่งแปลว่า “แบ่ง” ก็คือวันที่ กลางวันกับกลางคืนยาวเท่ากัน โดยหลังจาก 分 ในฤดูใบไม้ผลิ (春分 วสันตวิษุวัต) กลางวันจะเริ่มยาวกว่ากลางคืน จนยาวสุดในวัน 夏至 (ครีษมายัน) ; หลังจาก 分 ในฤดูใบไม้ร่วง (秋分 ศารทวิษุวัต) กลางคืนจะเริ่มยาวกว่ากลางวัน จนยาวที่สุดในวัน 冬至 (เหมายัน) นั่นเอง


89 ฤดูกาลย่อยเหล่านี้ ท าให้สามารถคาดคะเนสภาพอากาศ (โดยเฉพาะแถบลุ่มแม่น ้าฮวงโห ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรม) ได้อย่างละเอียด และแม่นย า เอื้ออ านวยอย่างมากต่อเกษตรกรรม เช่น การประมาณช่วงฝน 雨水 yu2-shui4 ; 谷雨 gu2-yu3 หรือหิมะ 小雪 xiao2-xue3 ; 大雪 da4-xue4 เป็นต้น


90 แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายพันปี วิถีชีวิตของผู้คนจะเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไร้เงาแล้ว แต่ความส าคัญ ของข้อมูลต่างๆบนปฏิทินจีน ก็ยังคงไม่เลือนหายไป เห็นได้ง่ายๆจากคนจีนโพ้นทะเล หลายหมื่น แสน ล้านคนที่ยังคงมี“ปฎิทินจีน” ที่บางคนเรียก 农历 บางคนเรียก 黄历 บางคนเรียก 万年历 บางคนเรียก 通胜 บางคนเรียก “น ่าเอี๊ยง”ฯลฯ ประดับอยู่ที่บ้านเพื่อความสวยงามบ้าง


91 เพื่อการใช้งานบ้าง เพื่อขอโชคขอลาภ (อ่านหวย ) บ้าง ต่างๆกันไป ในปัจจุบันที่ประเทศจีน วัน “เทศกาล” ต่างๆเหล่านี้ ก็ยังมีความส าคัญอยู่ไม่น้อย


92 โดยเฉพาะวันเริ่มต้นของฤดูกาลทั้ง 4 ที่เรียกว่า 四立 si4-li4 (立春 li4-chun1、立夏 li4-xia4、 立秋 li4-qiu1、立冬 li4-dong1) ซึ่งสภาพอากาศ มักจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรู้สึกได้ หรือวันที่คนไทยทุกคนต้องรู้จักดี ในฐานะวันไหว้บรรพบุรุษใหญ่ของคนจีน ก็คือวัน 清明 qing1-ming2 หรือ“เชงเม้ง” นั่นเอง


93 ส าหรับรายละเอียดของเทศกาล (节气) ต่างๆ เอาไว้ผู้เขียนอาจจะรวมมาเล่าให้ฟัง หรือมาเล่าในวันที่ตรงกับเทศกาลนั้นๆอีกทีนะคะ.. และวันเทศกาล หรือ"เจี๋ย" หรือ"โจ่ย" (节) ต่อไป ที่ก าลังจะมาถึง ก็คือเทศกาล 大雪 (หิมะหนัก) ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 7 ธันวาคม นับเป็นวันเริ่มต้น ของเดือน 戊子 ปี庚子 ถ้ายังไม่รู้ว่าคืออะไร ต้องติดตามตอนต่อไป ของซีรี่ส์“ถอดรหัสปฎิทินจีน” ที่จะมาพูดถึง “ต้นฟ้า-กิ่งดิน” อันแสนลึกลับและลึกซึ้ง ?


94


95


96 ประวัติการแพทย์จีน ตอน ซางหางล ุ ่ น https://www.doctor.or.th/article/detail/4882 ท่านผู้อ่านที่ติดตาม “การแพทย์ตะวันออก” ตอนที่แล้ว คงจะจ ากันได้ถึง..จางจงจิ่ง แพทย์จีนที่มีชื่อเสียงสมัย..ตงฮั่น ท่านเป็นคนแรกที่ได้ท าการรวบรวมทฤษฎีและ ประสบการณ์ทางการแพทย์ ก่อนสมัยฮั่นตะวันออก มาใช้ในการเขียนหนังสือ..ซางหางจ๋าปิ้งลุ่น ซึ่งต่อมาได้มีผู้รวบรวมเขียนเพิ่มเติม และจัดหมวดหมู่ใหม่ โดยใช้ชื่อว่า ซางหางลุ่น


97 ซางหางลุ่น เป็นหนังสือที่อธิบายถึงโรคติดต่อ ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก นอกจากนั้น ยังได้รวบรวมเอาหลักทฤษฎีวิธีการ ต ารับยาและตัวยาสมุนไพร มาประสานกับการรักษาอย่างเป็นกฎเกณฑ์ ได้มีการใช้กฎการวิเคราะห์โรคอย่างรอบด้าน แล้วด าเนินการรักษาอย่างพลิกแพลง ในการปฏิบัติทางคลินิกอีกด้วย รายละเอียดที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ..ซางหางลุ่น ยังมีอีกมาก ครั้งนี้จึงขอน ามาเสนอให้อ่านกันต่อ


98 ซางหางลุ่น ได้ใช้ค าว่าซางหาง ไปเรียกชื่อ ชนิดของโรค ซางหาง ในทรรศนะของการแพทย์จีน มีความหมายอยู่ 2 ประการ คือ 1. ความหมายของ...ซางหาง ในทรรศนะกว้าง ได้กล่าวไว้ใน...เน่ยจิง ว่า “โรคติดต่อทุกชนิดล้วนจัดอยู่ในซางหาง” และใน...หนานจิง ได้เขียนไว้ว่า “ซางหางมี5 ชนิด คือจ่งเฟิ งซางหาง สือเวิน เวินปิ้งและเย่อปิ้ง”


99 2. ความหมายของ...ซางหาง ในทรรศนะแคบ เป็นการชี้เฉพาะลงไปถึงโรคที่เกิดขึ้น เนื่องจากมนุษย์ได้รับผลกระทบจากความเย็น เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง และร่างกายไม่สามารถปรับตัว ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมรอบข้างได้ แม้หนังสือ...ซางหางลุ่น จะใช้...ซางหาง มาเป็นชื่อหนังสือก็ตาม แต่ในบท..ไท่หยาง ได้แบ่ง...ซางหาง ออกเป็น จ่งเฟิ ง ซางหาง เวน ิปิ ้ ง เป็นต้น


100 ดังนั้นจะเห็นได้ว่า หนังสือซางหางลุ่น นอกจากจะกล่าวถึง...ซางหาง ในทรรศนะกว้างแล้ว ยังได้กล่าวถึง ซางหาง...ในทรรศนะแคบ...ด้วย และได้แบ่งซางหางในทรรศนะแคบ ออกเป็นตอนๆอย่างละเอียด โดยน าเอา...ลิ่วจิง (เส้นลมปราณทั้ง 6) อันได้แก่ ไท่หยาง ซ่าวหยาง หยางหมิง ไท่ยิน ซ่าวยิน และเจ ี ย ๋ ยนิ มาอธิบายถึงขัน ้ ตอนการเปลี่ยนแปลงของโรค


Click to View FlipBook Version