The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยคณิต-ป.1การลบ2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by www.pj2531, 2023-09-12 22:08:44

วิจัยคณิต-ป.1การลบ2566

วิจัยคณิต-ป.1การลบ2566

วิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบโดยใช้แบบฝึกทักษะการลบของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่า หลวงสงเคราะห์) อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร นางสาวปิยนุช จั่นแก้ว ตำแหน่งครูโรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวง สงเคราะห์) โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร สำนักเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2565


ชื่อเรื่อง : การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบโดยใช้ แบบฝึกทักษะการบวกของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ผู้วิจัย : นางสาวปิยนุช จั่นแก้ว พ.ศ. : 2566 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบของนักเรียนก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะ เรื่องการลบกลุ่มเป้าหมาย ในการวิจัย คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 12 คน โรงเรียนโรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวง สงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร ที่มีปัญหาในด้านการขาดทักษะการลบจึงต้องได้รับการพัฒนา ซึ่งนวัตกรรม ที่ใช้ใน การพัฒนาได้แก่ แบบฝึกทักษะเรื่องการลบ การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบทดสอบก่อนและ หลังเรียน จำนวน 50 ข้อ โดยนำมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง รายการข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ (Index of Item - Objective Congruence : IOC) และสถิติใน การวิเคราะห์ข้อมูลรายบุคคลโดยการหาคะแนนความก้าวหน้ารายบุคคล ผลการวิจัย สรุปได้ว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวง สงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ ซึ่งเนื่องจากการที่ นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะเรื่องการลบหลังจากการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบสูงกว่าก่อนเรียน ก


คำนำ การวิจัยเรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ โดยใช้แบบฝึก ทักษะการบวกของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตรโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบทักษะการบวกของนักเรียนก่อนและหลังการใช้แบบฝึก ทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ ได้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ด้วยดีเหมาะแก่ผู้วิจัยเป็นอย่างยิ่งในเรื่อง ของการเรียน การสอนและนำไปปรับปรุงใช้และได้รู้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยได้รับ ความร่วมมือและด้วยความกรุณาเป็นอย่างยิ่ง ดังรายนามต่อไปนี้ ขอขอบพระคุณ ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) และคุณครู โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) ที่ชี้แนะแนวทางและอำนวยความสะดวกพร้อมกับให้ กำลังใจในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้เป็นอย่างดี ท้ายที่สุด ผู้วิจัยขอขอบคุณผู้เชี่ยวชาญที่ปรากฏนามในบรรณานุกรมทุกท่านที่มีส่วนช่วยให้ วิจัยเล่มนี้มีคุณค่า มีประโยชน์ในการศึกษาสำหรับครูผู้สอน และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารในการแก้ไข ปัญหาการเรียนในรายวิชานี้ต่อไป ข


สารบัญ หน้า บทคัดย่อ…………………………………………………………………………………………………………….. (ก) คำนำ.................................................................................................................................. (ข) สารบัญ............................................................................................................................... (ค) สารบัญตาราง..................................................................................................................... (ง) บทที่ 1 บทนำ................................................................................................................. 1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา................................................................... 1 คำถามการวิจัย.......................................................................................................... 2 วัตถุประสงค์การวิจัย................................................................................................. 2 ขอบเขตของการวิจัย................................................................................................. 2 นิยามศัพท์เฉพาะ...................................................................................................... 2 ประโยชน์ที่ได้รับ....................................................................................................... 3 กรอบความคิดในการวิจัย.......................................................................................... 3 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง.......................................................................... 4 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ........................... 5 ทักษะการบวก............................................................................................... ........... 7 แบบฝึกทักษะการบวก.............................................................................................. 7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง.................................................................................................... 13 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย............................................................................................... 15 แบบแผนการวิจัย...................................................................................................... 15 กลุ่มเป้าหมายในการศึกษา........................................................................................ 15 การสร้างและพัฒนานวัตกรรม.................................................................................. 16 การสร้างและพัฒนาเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล...................................................... 17 การดำเนินการวิจัย.................................................................................................... การเก็บรวบรวมข้อมูล.............................................................................................. 19 20 การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้............................................................................... 20 บทที่ 4 ผลการวิจัย......................................................................................................... 22 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย................................................ 22 ค


สารบัญ (ต่อ) หน้า บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผลแลข้อเสนอแนะ……………………………………………………….… 24 สรุปผลการวิจัย........................................................................................................ 24 อภิปรายผล.............................................................................................................. 24 ข้อเสนอแนะ............................................................................................................ 25 บรรณานุกรม................................................................................................................... 26 ภาคผนวก........................................................................................................................ 27 ประวัติผู้วิจัย.................................................................................................................... 62


สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 1 แสดงผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก 22ง


1 บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ปัจจุบันการศึกษาเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาสังคมให้คนของสังคมเป็นคนมี คุณภาพ คุณธรรม และช่วยสร้างจิตสำนึกในการเป็นมนุษย์ ดังนั้นการศึกษาจึงมีความสำคัญกับ นักเรียน นักศึกษาเพราะการศึกษาเป็นพื้นฐานความรู้ที่จะนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตในอนาคต จะเห็น ได้นักเรียนต้องได้รับการเรียนรู้ การฝึกฝนเป็นอย่างมากซึ่งวิชาคณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการ พัฒนาความคิดมนุษย์ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหาและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังเป็น เครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและด้านอื่นๆ คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการ ดำเนินชีวิต ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ดังนั้น การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Mathematical problem solving) เป็นความสามารถ หนึ่งในทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่นักเรียนควรจะเรียนรู้ ฝึกฝน และพัฒนาให้เกิดขึ้นในตัว นักเรียน เพราะการเรียนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์จะช่วยให้นักเรียนมีแนวทางการคิดที่ หลากหลาย มีนิสัยกระตือรือร้น ไม่ย่อท้อและมีความมั่นใจในการแก้ปัญหาที่เผชิญอยู่ทั้งภายในและ ภายนอกห้องเรียน ตลอดจนเป็นทักษะพื้นฐานที่นักเรียนสามารถนำติดตัวไปใช้แก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวันได้ จากการจัดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จากการทดสอบในเรื่องของการลบในแบบเรียน พบว่า นักเรียนจำนวน 12 คน ไม่สามารถทำได้เนื่องด้วยไม่เข้าใจในเรื่องของการลบ และด้วยในด้านของสื่อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการลบ ที่ไม่มี ทำให้นักเรียนมีปัญหาด้านทักษะในด้านการลบ ดังนั้นจากปัญหาดังกล่าวจึงต้องได้รับการแก้ไข จากปัญหาดังกล่าว การนำแบบฝึกมาใช้เป็นการฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ เข้ามาช่วย เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะการลบให้กับนักเรียนสามารถช่วยพัฒนาทักษะพื้นฐานให้นักเรียนสามารถทำ แบบฝึกการลบได้มากยิ่งขึ้น โดยนวัตกรรมแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ ที่นำมาช่วยแก้ไข ปัญหาดังกล่าว จะช่วยพัฒนาการเรียน การสอนให้ประสบผลความสำเร็จโดย ได้กล่าวไว้ว่าการเรียนรู้ โดยการฝึกฝนคือการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีต่อเมื่อได้ฝึกฝนหรือกระทำซ้ำผู้เรียนจะมีทักษะดีมีความรู้ ความเข้าใจและเกิดทัศนคติที่ดีก็ต่อเมื่อได้ฝึกฝนกระทำซ้ำฝึกฝนทำแบบฝึกมากก็ช่วยให้มีทักษะที่ดี มากขึ้น ดังนั้นการฝึกฝนต้องควบคู่กับการเรียนรู้โดยการกระทำการลงมือทำเพื่อนักเรียนจะได้ ประสบการณ์โดยตรงและเกิดการเรียนรู้และใช้กฎแห่งผลเมื่อเรียนแล้วนักเรียนได้ทราบผลการเรียนมา


2 จะเห็นได้ว่าการนำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบเข้ามาช่วยเพื่อเป็นการเพิ่มทักษะ การลบและทำให้นักเรียนมีการพัฒนาการด้านการลบมากขึ้น จะเห็นได้ว่าปัญหาของผู้เรียน คุณครูจะ เป็นผู้ที่ต้องหาวิธีแก้ไขปัญหา ดังนั้นการใช้นวัตกรรมมาประยุกต์ในระบบการบริหารจัดการเป็นการ พัฒนาการเรียนการสอนก็เพื่อให้มีนักเรียนได้มีพัฒนาการทักษะประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและในด้าน ครูผู้สอนก็เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาซึ่งการนำแนวความคิดใหม่ ๆ ในวงการศึกษาในอนาคต คำถามการวิจัย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการลบของนักเรียนหลังจากพัฒนาทักษะการลบด้วยแบบฝึก ทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบสูงกว่าก่อนเรียนหรือไม่ วัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบของนักเรียนก่อนและ หลังการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการลบ ขอบเขตของการวิจัย 1. ตัวแปรที่ศึกษา ได้แก่ 1.1 ตัวแปรอิสระ คือ แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ 1.2 ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่องการลบ 2. กลุ่มเป้าหมายในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) นักเรียนจำนวน 12 คน ที่ขาดทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ 3. เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เนื้อหาตามหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 บทที่ 13 4. ระยะเวลาในการวิจัย คือ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โดยดำเนินการวิจัย 4 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 5 คาบ รวมเป็น 20 คาบ ครั้งละ 60 นาที โดยใช้ช่วงเวลาตามกำหนดการสอนปกติของ ผู้วิจัย นิยามศัพท์เฉพาะ 1. แบบฝึกทักษะการ หมายถึงแบบฝึกทักษะเป็นชุดการเรียนรู้ที่ครูจัดทำขึ้นให้ผู้เรียนได้ ทบทวนเนื้อหาที่เรียนรู้มาแล้วเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจจะช่วยเพิ่มทักษะความชำนาญและช่วยฝึก ทักษะการคิดให้มากขึ้นทั้งยังมีประโยชน์ในการลดภาระให้กับครูอีกทั้งพัฒนาความสามารถของผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนมองเห็นความก้าวหน้าจากผลการเรียนรู้ของตนเองได้


3 2. ทักษะการลบ หมายถึงความสามารถในคิด วิเคราะห์ ในด้านของการคำนวณเรื่องการลบ เพื่อฝึกทักษะการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบที่สร้างขึ้นจำนวน 5 แบบฝึกทักษะ มีจำนวน 50 ข้อ โดยกำหนดเกณฑ์การผ่านไว้ที่ 30 ข้อ ประโยชน์ที่ได้รับ 1. ช่วยให้นักเรียนมีทักษะเรื่องการลบ 2. เป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ในการพัฒนาเรียนการสอน ในวงการศึกษา กรอบความคิดในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ เรื่องการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการลบเพื่อพัฒนาทักษะการลบของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร โดยนำแบบ ฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ เข้ามาช่วยเพื่อเป็นการเพิ่มทักษะการลบและทำให้นักเรียนมีการ พัฒนาการด้านการลบมากยิ่งขึ้น ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยได้กำหนดกรอบแนวคิดประกอบด้วยตัวแปรสองตัว ได้แก่แบบฝึก ทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบเป็นตัวแปรอิสระ และ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ เป็นตัวแปรตาม โดยแนวคิดของความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่การใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบในการพัฒนาทักษะการลบ ส่งผลต่อพัฒนาการทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ เป็นไปตาม การเรียนรู้โดยการฝึกฝนซึ่งการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีต่อเมื่อได้ฝึกฝนหรือกระทำซ้ำผู้เรียนจะมีทักษะดีมี ความรู้ความเข้าใจและเกิดการเรียนรู้การพัฒนาโดยใช้ชุดกิจกรรมแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการ ลบ ทำให้มีการพัฒนาการด้านการลบได้มากขึ้น ดังนั้นจะเห็นว่าการนำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบเข้ามาช่วยเพื่อเป็นการเพิ่มทักษะคณิตศาสตร์การลบและส่งผลให้นักเรียนมีการพัฒนาการด้าน การลบมากยิ่งขึ้น แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ


4 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบโดยใช้แบบ ฝึกทักษะการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จังหวัด พิจิตร ผู้วิจัยได้ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องสำหรับใช้เป็นแนวทางการในการศึกษา ดังนี้ 1. หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 1.1 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 1.2 คุณภาพของผู้เรียน 2. ทักษะการลบ 2.1 ความมายของการลบ 3. แบบฝึกทักษะการลบ 3.1 ความหมายของแบบฝึกทักษะ 3.2 ความสำคัญ และประโยชน์ของแบบฝึกทักษะ 3.3 ส่วนประกอบของแบบฝึกทักษะ 3.4 ขั้นตอนการสร้างแบบฝึกทักษะ 3.5 การหาความเชื่อมั่นของแบบฝึกทักษะ 4. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4.1 งานวิจัยในประเทศ 4.2 งานวิจัยต่างประเทศ


5 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 คณิตศาสตร์มีบทบทสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เนื่องจาก คณิตศาสตร์ช่วยให้มนุษย์มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถ วิเคราะห์ปญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ป ญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่น ๆ อันเป็น รากฐาน ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของชาติให้มีคุณภาพและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ ทัดเทียม กับนานาชาติ การศึกษาคณิตศาสตร์จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันสมัย และสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้า อย่างรวดเร็วในยุคโลกาภิวัตน์ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบับนี้ จัดทำขึ้น โดย คำนึงถึงการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นสำคัญ นั่นคือ การเตรียมผู้เรียนให้มีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา การคิด สร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี การสื่อสารและการร่วมมือ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนรู้เท่าทัน การ เปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม สามารถแข่งขันและ อยู่ร่วมกับ ประชาคมโลกได้ ทั้งนี้การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จนั้น จะต้อง เตรียมผู้เรียนให้มี ความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบอาชีพเมื่อจบการศึกษาหรือ สามารถศึกษาต่อใน ระดับที่สูงขึ้น ดังนั้นสถานศึกษาควรจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน 1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวนระบบจำนวนการ ดำเนินการของจำนวนผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการสมบัติของการดำเนินการและนำไปใช้ มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูปความสัมพันธ์ฟงก์ชันลำดับและอนุกรม และนำไปใช้ มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นิพจน์สมการาและอสมการอธิบายความสัมพันธ์หรือช่วย แก้ปัญหาที่กำหนดให้ สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ ต้องการวัด และนำไปใช้ มาตรฐาน


6 มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่าง รูปเรขาคณิต และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช้ สาระที่ 3 สถิติและความน่าจะเป็น มาตรฐาน ค 3.1เข้าใจกระบวนการทางสถิติและใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา มาตรฐาน ค 3.2 เข้าใจหลักการนับเบื้องต้นความน่าจะเป็นและนำไปใช้ สรุปได้ว่า การสาระ และการเรียนรู้ในประดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จะเห็นได้ว่าคณิตศาสตร์ มีบทบทสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เนื่องจาก คณิตศาสตร์ช่วยให้มนุษย์มี ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถ วิเคราะห์ปญหาหรือ สถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปญหาได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. คุณภาพของผู้เรียน การพัฒนาผู้เรียน คือคุณภาพในตัวผู้เรียนที่มีความครอบคลุมในด้านความสามารถและ ทักษะ ตลอดจนคุณลักษณะที่จะช่วยเสริมสร้างให้ผู้เรียนมีคุณภาพบรรลุตามเป้าหมายของหลักสูตร ได้กำหนดไว้ ดังนี้ 2.1 อ่าน เขียนตัวเลข ตัวหนังสือแสดงจำนวนนับ เศษส่วน ทศนิยมไม่เกิน ๓ ตำแหน่ง อัตราส่วน และร้อยละ มีความรู้สึกเชิงจำนวน มีทักษะการบวก การลบ การคูณ การหาร ประมาณ ผลลัพธ์และนำไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ 2.2 อธิบายลักษณะและสมบัติของรูปเรขาคณิต หาความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูป เรขาคณิตสร้างรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยมและวงกลมหาปริมาตรและความจุของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก และนำไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ 2.3 นำเสนอข้อมูลในรูปแผนภูมิแท่งใช้ข้อมูลจากแผนภูมิแท่ง แผนภูมิรูปวงกลมตารางสอง ทาและกราฟเส้น ในการอธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆและตัดสินใจ ดังนั้นสรุปได้ว่า การพัฒนาผู้เรียน ได้รอบคลุมทั้งในด้านการอ่าน เขียนตัวเลข ตัวหนังสือ แสดงจำนวนนับ เศษส่วน ทศนิยม อัตราส่วน และร้อยละ มีความรู้สึกเชิงจำนวน มีทักษะการบวก การลบ การคูณ การหาร ประมาณผลลัพธ์และนำไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ อธิบายลักษณะและสมบัติ ของรูปเรขาคณิต หาความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปเรขาคณิต และนำเสนอข้อมูลในรูปแผนภูมิแท่ง ใช้ข้อมูลจากแผนภูมิแท่ง แผนภูมิรูปวงกลมตารางสองทางและกราฟเส้นในการอธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ และตัดสินใจได้ จากการสาระ และการเรียนรู้ คุณภาพของผู้เรียน พอสรุปได้ว่าในช่วงชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 คณิตศาสตร์ช่วยให้มนุษย์มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถ วิเคราะห์ปญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน


7 ตัดสินใจ แก้ปญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาผู้เรียน จะต้องรอบคลุมทั้งในด้านการอ่าน เขียนตัวเลข ตัวหนังสือแสดงจำนวนนับ เศษส่วน ทศนิยม อัตราส่วน และร้อยละ มีความรู้สึกเชิงจำนวน มีทักษะการบวก การลบ การคูณ การ หาร ประมาณผลลัพธ์และนำไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ อธิบายลักษณะและสมบัติของรูปเรขาคณิต และนำเสนอข้อมูลในรูปแผนภูมิแท่งใช้ข้อมูลจากแผนภูมิแท่งได้ ทักษะการลบ 1. ความหมายของการลบ การลบ คือ การหักออก เอาออกไป ระหว่างเลขจำนวนเต็มบวกกับจำนวนเต็มลบ เช่น 6 - 4 = 2 การลบ(ไม่มีการกระจาย) ที่มีตัวตั้งมากกว่าตัวลบ จำนวนตัวตั้งในหลักหน่วยมากกว่า ตัวลบในหลักหน่วยให้นำมาลบกันได้ไม่ต้องกระจายจากหลักสิบไปให้หลักหน่วย สรุป การลบจำนวนที่มีสองหลักต้องลบทีละหลัก จากหลักที่มีค่าน้อยไปหาหลักที่มีค่ามาก กล่าวคือ ลบจำนวนในหลักหน่วยกับหลักหน่วยก่อน แล้วจึงลบหลักสิบกับหลักสิบ การลบที่มีการ กระจายที่มีตัวตั้งน้อยกว่าตัวลบ อธิบายได้ว่า การกระจายจำนวนหลักสิบไปให้จำนวนหลักหน่วย 1 สิบ ค่าในหลักหน่วยเพิ่มขึ้น 1 สิบ แล้วค่าของหลักสิบก็ลดลง 1 สิบ แบบฝึกทักษะการลบ นวัตกรรมทางการศึกษาที่ถือว่ามีความสำคัญในการจัดการเรียนรู้ประเภทหนึ่ง คือแบบฝึก ทักษะที่ทำให้การเรียนการสอนบรรลุตามเป้าหมายได้เป็นอย่างดี แบบฝึกมักมีนักวิจัยและ นัก การศึกษาเรียกชื่อแตกต่างกันออกไป เช่น ชุดการฝึก แบบฝึก แบบฝึกทักษะ แบบฝึกเสริมทักษะ แบบฝึกหัดเป็นต้น ในที่นี้ผู้วิจัยขอใช้ว่าแบบฝึกทักษะ 1. ความหมายของแบบฝึกทักษะการลบ มีนักการศึกษาหลายท่านได้ให้ความหมายของแบบฝึกไว้ ดังนี้ อุษา ขันแข็ง (2545, หน้า 17) กล่าวว่า แบบฝึกทักษะหรือแบบฝึกหัด หมายถึง งาน หรือ กิจกรรมที่ครูมอบหมายให้นักเรียนทำ เพื่อเป็นการฝึกฝนหรือทบทวนความรู้ที่เรียนไปแล้วให้เกิด ความชำนาญ ถวัลย์ มาศจรัส (2550, หน้า 38) กล่าวว่าแบบฝึกทักษะเป็นสื่อที่ใช้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ ที่ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม มีความหลากหลายและมีปริมาณเพียงพอที่สามารถตรวจสอบ และพัฒนาทักษะกระบวนการคิด กระบวนการเรียนรู้ สามารถนำผู้เรียนสู่การสรุปความคิดรวบยอด และหลักการสำคัญของสาระการเรียนรู้ รวมทั้งผู้เรียนสามารถตรวจสอบความเข้าใจในบทเรียนได้ด้วย ตนเอง


8 วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์ (2551, หน้า 111) อธิบายว่า แบบฝึกหรือแบบฝึกเสริมทักษะ เป็นสื่อการสอนประเภทหนึ่งที่เป็นส่วนเพิ่มเติมหรือเสริมสำหรับให้นักเรียนฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะเพิ่มขึ้น สุคนธ์ สินธพานนท์ (2551, หน้า 87) กล่าวว่า แบบฝึกทักษะเป็นสื่ออย่างหนึ่งที่จะช่วย ให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในบทเรียน หรือเรื่องที่กำลังเรียนซึ่งผู้สอนได้ออกแบบชุดการฝึกเพื่อฝึกทักษะ การเรียนรู้ให้กับผู้เรียน ทำให้เกิดการเรียนรู้ตามศักยภาพของตน และมีความแม่นยำในเรื่องที่ต้องการ ฝึก นอกจากนี้ยังเป็นการเสริมสร้างคุณลักษณะของผู้เรียนให้คิดเป็น มีความรับผิดชอบและมีเจตคติที่ดี ต่อการเรียนรู้ กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า แบบฝึกทักษะ หมายถึง สื่อที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ฝึกทักษะในด้าน ต่างๆ ให้แก่ผู้เรียน เป็นการทบทวนและฝึกทักษะเพิ่มเติมหลังจากที่ได้เรียนเนื้อหาไปแล้วเพื่อให้ผู้เรียน มีความรู้ ความเข้าใจในบทเรียนสามารถปฏิบัติจนเกิดความชำนาญและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 2. ความสำคัญ และประโยชน์ของแบบฝึกทักษะ 2.1 ความสำคัญของแบบฝึกทักษะ แบบฝึกทักษะมีความสำคัญและจำเป็นต่อการจัดการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก ซึ่งมีนักการศึกษาได้กล่าวถึงความสำคัญของแบบฝึกทักษะไว้ ดังนี้ วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์ (2551, หน้า 111) ได้กล่าวถึงความสำคัญของแบบฝึกหัดว่า แบบฝึก เป็นวิธีการสอนที่สนุกอีกวิธีหนึ่ง คือการให้นักเรียนได้ทำแบบฝึกหัดมากๆ สิ่งที่จะช่วยให้ พัฒนาการเรียนรู้ในเนื้อหาวิชาได้ดีขึ้น คือ แบบฝึกเพราะนักเรียนมีโอกาสนำความรู้ที่เรียนมาแล้วมา ฝึกให้เกิดความเข้าใจกว้างขวางยิ่งขึ้น จากที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า ความสำคัญของแบบฝึกทักษะมีความจำเป็นต่อการจัดการ เรียนการสอน เนื่องจากเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะในเนื้อหาวิชาต่างๆ การทำแบบฝึกมาก ๆ จะส่งเสริมให้นักเรียนมีพัฒนาการทางการเรียนรู้ที่ดีขึ้น เพราะนักเรียนมีโอกาสนำความรู้ที่เรียนมาแล้ว มาฝึกให้เกิดความเข้าใจกว้างขวางยิ่งขึ้น 2.2 ประโยชน์ของแบบฝึกทักษะ ในเรื่องของประโยชน์ของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ได้มีนักการศึกษาได้กล่าวถึง ประโยชน์ของแบบฝึกไว้ ดังนี้ สุคนธ์ สินธพานนท์ (2551, หน้า 88 - 89) กล่าวว่า ประโยชน์ของแบบฝึกมีหลาย อย่าง เช่น ช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองตามอัตภาพตามความสามารถที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล ช่วยเสริมให้เกิดทักษะที่คงทนสามารถซ่อมเสริมซ้ำให้เกิดความแม่นยำในเรื่องที่ฝึกตรวจสอบวัดความรู้ ของตนเองได้สามารถฝึกได้ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ฝึกความรับผิดชอบต่อตนเองสร้างประสบการณ์ ให้นำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตตลอดจนช่วยลดสภาวการณ์ของครูผู้สอนประไทย


9 จากที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า แบบฝึกทักษะมีประโยชน์หลายอย่างแบบฝึกช่วยให้ผู้เรียน เข้าใจบทเรียนได้ดีขึ้น และเสริมให้เกิดทักษะเพิ่มขึ้นแล้วยังช่วยให้ครูทราบข้อบกพร่องของนักเรียน สามารถซ่อมเสริมเพื่อให้เกิดทักษะความรู้ ความเข้าใจและความแม่นยำมากยิ่งขึ้นช่วยให้ประหยัดเวลา และลดภาระได้มาก นอกจากนี้ยังทำให้นักเรียนเกิดความสนุกสนานในขณะเรียนและสามารถนำแบบ ฝึกมาทบทวนเนื้อหาด้วยตนเองได้ 3. ส่วนประกอบของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ แบบฝึกทักษะเป็นสื่อการเรียนการสอนที่มีความสำคัญอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งแบบฝึกทักษะในแต่ ละเล่มนั้นจะมีองค์ประกอบต่างๆ ซึ่งมีนักการศึกษาหลายท่านได้เสนอแนะไว้ดังต่อไปนี้ สุนันทา สุนทรประเสริฐ (2534, หน้า 11-12) ได้กล่าวไว้ว่า แบบฝึกทักษะมีส่วนประกอบ หลายส่วน ดังนี้ 1. คู่มือการใช้แบบฝึก 2. แบบฝึกเป็นสื่อที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนฝึกทักษะ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ถาวร ควรมีส่วนประกอบ ดังนี้ 1. ชื่อชุดฝึกในแต่ละชุดย่อย 2. จุดประสงค์ 3. คำสั่ง 4. ตัวอย่าง 5. ชุดฝึก 6. ภาพประกอบ 7. ข้อทดสอบก่อนและหลังเรียน 8. แบบประเมินบันทึกผลการใช้ มุทิตา อังคุระษี (2559, หน้า 19) กล่าวไว้ว่าแบบฝึกเสริมทักษะควรมีองค์ประกอบ ที่สำคัญดังต่อไปนี้ (1) ปกหน้า (2) ปกใน (3) ภาพประกอบ (4) คำนำ (5) คำแนะนำหรือคำชี้แจงในการใช้แบบฝึก (6) สารบัญ (7) แบบทดสอบก่อนเรียน (8) ใบความรู้


10 (9) ตัวอย่าง (10) แบบฝึกทักษะ (11) แบบทดสอบหลังเรียน (12) เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน (13) เฉลยคำตอบแบบฝึกหัด (14) เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน (15) บรรณานุกรม (16) ปกหลัง จากที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า องค์ประกอบที่สำคัญของแบบฝึกทักษะมีดังนี้ ปกนอก ปกใน คำ นำ สารบัญ คำชี้แจงสำหรับการใช้แบบฝึกจุดประสงค์การเรียนรู้แบบทดสอบก่อนเรียน ใบความรู้ ใบ กิจกรรม/แบบฝึกทักษะแบบทดสอบหลังเรียนบรรณานุกรม เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เฉลย คำตอบแบบฝึกหัด เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน และปกหลัง 4. ขั้นตอนการสร้างแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ การสร้างเครื่องมือที่นำมาใช้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนมีความสำคัญมาก ดังนั้นใน การสร้างแบบฝึกทักษะจึงต้องมีการสร้างตามขั้นตอนซึ่งได้อธิบายไว้ ดังนี้ 1. ศึกษาปัญหาและความต้องการ โดยศึกษาจากการผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้และ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หากเป็นไปได้ควรศึกษาความต่อเนื่องของปัญหาในทุกระดับชั้น 2. วิเคราะห์เนื้อหาหรือทักษะที่เป็นปัญหาออกเป็นเนื้อหาหรือทักษะย่อยๆ เพื่อใช้ใน การสร้างแบบทดสอบและแบบฝึกหัด 3. พิจารณาวัตถุประสงค์รูปแบบและขั้นตอนการใช้แบบฝึก เช่นจะนำแบบฝึกไปใช้อย่างไร ในแต่ละชุดประกอบด้วยอะไรบ้าง 4. สร้างแบบทดสอบ ซึ่งอาจมีแบบทดสอบเชิงสำรวจแบบทดสอบเพื่อวินิจฉัยข้อบกพร่อง แบบทดสอบความก้าวหน้าเฉพาะเรื่องหรือเฉพาะตอนแบบทดสอบที่สร้างจะต้องมีความสอดคล้องกับ เนื้อหาหรือทักษะที่วิเคราะห์ไว้ใน 5. สร้างแบบฝึกหัดเพื่อใช้พัฒนาทักษะย่อยแต่ละทักษะในแต่ละบัตรจะมีคำถามให้ นักเรียนตอบการกำหนดรูปแบบ ขนาดของบัตร พิจารณาตามความเหมาะสม 6. สร้างบัตรอ้างอิงเพื่อใช้อธิบายคำตอบหรือแนวทางการตอบแต่ละเรื่องการสร้างบัตร อ้างอิงนี้อาจทำเพิ่มเติมเมื่อนำบัตรฝึกหัดไปทดลองใช้แล้ว 7. สร้างแบบบันทึกความก้าวหน้า เพื่อใช้บันทึกผลการทดสอบหรือผลการเรียนโดยจัดเป็น ตอนเป็นเรื่องเพื่อให้เห็นความก้าวหน้าเป็นระยะ ๆ สอดคล้องกับแบบทดสอบความก้าวหน้า


11 8. นำแบบฝึกไปทดลองใช้เพื่อหาข้อบกพร่องคุณภาพแบบฝึกเสริมทักษะและคุณภาพของ แบบทดสอบ 9. ปรับปรุงแก้ไข 10. รวบรวมเป็นชุดจัดทำคำชี้แจง คู่มือการใช้สารบัญชีเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป จากแนวคิดของนักการศึกษาข้างต้นสรุปได้ว่า การสร้างแบบฝึกทักษะจึงต้องมีการสร้างตาม ขั้นตอน คือศึกษาปัญหาและความต้องการวิเคราะห์เนื้อหาหรือทักษะที่เป็นปัญหา พิจารณา วัตถุประสงค์ รูปแบบ และขั้นตอนการใช้แบบฝึกศึกษาจิตวิทยาการเรียนรู้ ลงมือเขียนแบบฝึกแต่ละชุด นำแบบฝึกนั้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องความตรงตามเนื้อหาและจัดพิมพ์เพี่อให้ผู้เรียน นำไปใช้เสริมการเรียนรู้ 5. การหาความเชื่อมั่นของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ความเที่ยงตรง (validity) โดยการให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาและนำมาหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of item-objective congruence: IOC) ซึ่งจะหาความเที่ยงตรงของแบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์เพื่อจะได้สอดคล้องกับเนื้อหาที่เรียนและเพื่อความชัดเจนของเนื้อหาทั้งหมดที่จะเป็นตัว ช่วยให้นักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการลบ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากได้ผ่านขั้นตอนการหาความเที่ยงตรงของนวัตกรรมแล้วขั้นตอนต่อไปเป็น การ ประเมินผลการใช้นวัตกรรม โดยข้อมูลที่ได้จากการทดลองจะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรม เพื่อจัดทำเป็นนวัตกรรมและนำไปใช้ต่อไป 1. กำหนดผู้เชี่ยวชาญที่เป็นครูผู้สอนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวง สงเคราะห์) 2. ให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาโจทย์การหารวัดจุดประสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่โดยให้คะแนนใน 3 ลักษณะ ดังนี้ เกณฑ์การประเมิน ดังนี้ ให้ค่าคะแนน +1 คือ ถ้าแน่ใจว่าคำศัพท์วัดจุดประสงค์นั้นจริง ให้ค่าคะแนน 0 คือ ถ้าไม่แน่ใจว่าคำศัพท์วัดจุดประสงค์นั้นจริง ให้ค่าคะแนน -1 คือ ถ้าแน่ใจว่าคำศัพท์ไม่ได้วัดจุดประสงค์นั้นจริง 3. นำคะแนนของผู้เชี่ยวชาญมาหาค่าเฉลี่ยในรายข้อตัวเลขที่ได้เรียกว่า ดัชนีความสอดคล้อง ระหว่างความแต่ละข้อกับจุดประสงค์


12 โดยสูตรการคำนวณ = ∑ IOC หมายถึง ดัชนีความสอดคล้องระหว่าข้อคำถามกับจุดประสงค์ ∑ หมายถึง ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N หมายถึง จำนวนผู้เชี่ยวชาญ 4. พิจารณาโดยค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไปแสดงว่าโจทย์การบวก นั้นวัดตรงจุดประสงค์ ข้อใดมีค่า (IOC) น้อยกว่า 0.50 แสดงว่าโจทย์การบวกนั้นวัดไม่ตรงจุดประสงค์ ควรจะหรือนำไปปรับปรุงแก้ไข จากความข้างต้นสรุปได้ว่าการหาความเชื่อมั่นของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์จะต้องหาความ เที่ยงตรง (validity) โดยการให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาและนำมาหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of item-objective congruence: IOC) ซึ่งจะหาความเที่ยงตรงของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เพื่อจะได้ สอดคล้องกับเนื้อหาที่เรียนและเพื่อความชัดเจนของเนื้อหาทั้งหมดที่จะเป็นตัวช่วยให้นักเรียนได้รับ การพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากได้ผ่านขั้นตอนการหาความ เที่ยงตรงของนวัตกรรมแล้วขั้นตอนต่อไปเป็นการประเมินผลการใช้นวัตกรรม โดยข้อมูลที่ได้จากการ ทดลองจะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรมเพื่อจัดทำเป็นนวัตกรรมและนำไปใช้ต่อไป จากการศึกษาแนวคิดของนักวิชาการด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ในด้านของความหมาย ความสำคัญ ประโยชน์ ส่วนประกอบ ขั้นตอนการสร้างแบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์ การหาความเชื่อมั่นของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ พอที่จะสรุปได้ว่าแบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์เรื่องการบวก นวัตกรรมทางการศึกษาที่ถือว่ามีความสำคัญในการจัดการเรียนรู้ประเภท หนึ่งคือแบบฝึกทักษะที่ทำให้การเรียน การสอนบรรลุตามเป้าหมายได้เป็นอย่างดีโดยแบบฝึกทักษะมี ความสำคัญและประโยชน์มากต่อการจัดการเรียนการสอน เนื่องจากเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึก ทักษะในเนื้อหาวิชาต่างๆ การทำแบบฝึกมาก ๆ จะส่งเสริมให้นักเรียนมีพัฒนาการทางการเรียนรู้ที่ดี ขึ้นซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญของแบบฝึกทักษะได้แก่ ปกนอก ปกใน คำนำ สารบัญ คำชี้แจงสำหรับการ ใช้แบบฝึกจุดประสงค์การเรียนรู้แบบทดสอบก่อนเรียน ใบความรู้ ใบกิจกรรม/แบบฝึกทักษะ แบบทดสอบหลังเรียนบรรณานุกรม เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เฉลยคำตอบแบบฝึกหัด เฉลย แบบทดสอบหลังเรียน และปกหลังเมื่อรู้องค์ประกอบครบถ้วนจึงเข้าสู่การสร้างแบบฝึกทักษะจึงต้องมี การสร้างตามขั้นตอน คือศึกษาปัญหาและความต้องการ วิเคราะห์เนื้อหาหรือทักษะที่เป็นปัญหา พิจารณาวัตถุประสงค์ รูปแบบ และขั้นตอนการใช้แบบฝึกศึกษาจิตวิทยาการเรียนรู้ ลงมือเขียนแบบฝึก แต่ละชุดนำแบบฝึกนั้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้อง ความตรงตามเนื้อหาและจัดพิมพ์ เพี่อ


13 ให้ผู้เรียนนำไปใช้เสริมการเรียนรู้และสุดท้ายการนำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบไปใช้จัด กิจกรรมการเรียนการสอน งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1. งานวิจัยในประเทศ ศักดิ์ชาย ขวัญสิน (2557) ได้วิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหา คณิตศาสตร์เรื่อง ทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่6 ผลการศึกษา พบว่า1) ชุดฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ เรื่อง ทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ 79.47/78.72 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ที่กำหนดไว้ คือ 75/75 2) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละที่เพิ่มขึ้นเท่ากับ 52.71 โดยคะแนน การ ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละเท่ากับ 26.52 และ 78.85 ตามลำดับ วีรนาท ศาลางาม (2561) ได้วิจัยเรื่อง รายงานผลการใช้และพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผลการศึกษา พบว่า 1) ผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4ในปีการศึกษา2560- 2561 พบว่า ในปีการศึกษา 2560 แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้ค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 84.43/83.52 และใน ปีการศึกษา 2561 ได้ค่าประสิทธิภาพ เท่ากับ 85.36/84.69 ถือว่าสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้ โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การหาร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ก่อนเรียนและหลัง เรียนนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนแตกต่างกัน จิระพันธุ์ ปากวิเศษ (2561) ได้วิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่องการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผลการศึกษา พบว่าการจัดการ เรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่องการคูณ มีประสิทธิภาพ(E1/E2) เท่ากับ82.08/81.82ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ 80/80 2. งานวิจัยต่างประเทศ ลอเรย์(Lowray, 1978) ได้ศึกษาผลของการใช้แบบฝึกทักษะกับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวนนักเรียนทั้งหมด 87 คน สรุปได้ว่าแบบฝึกหัดเป็นเครื่องมือที่ ช่วยนักเรียนในการเรียนรู้ นักเรียนที่ได้รับการฝึกโดยใช้แบบฝึกหัดทักษะมีคะแนนการทดสอบหลังจาก การทำแบบฝึกหัดได้ถูกต้องเฉลี่ยถึงร้อยละ 98.8 แบบฝึกหัดช่วยในเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล เนื่องจากนักเรียนมีความสามารถทางด้านภาษาแตกต่างกัน การนำแบบฝึกหัดมาใช้จึงเป็นการช่วยให้ นักเรียนประสบผลสำเร็จในการเรียนเพิ่มขึ้น


14 จากการทบทวนงานวิจัยในอดีตเกี่ยวกับการลบการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ เพื่อพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ ด้านการลบพอสรุปได้ว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะเป็น เครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดเรียนรู้ และพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบให้ดีขึ้นและออก เสียงได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษา การใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ เพื่อพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ด้านการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่า หลวงสงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร


15 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย ในการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบโดยใช้แบบ ฝึกทักษะการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร ผู้วิจัยได้กำหนดวิธีดำเนินการวิจัยตามขั้นตอน ดังนี้ 1. แบบแผนการวิจัย 2. กลุ่มเป้าหมายในการศึกษา 3. การสร้างและพัฒนานวัตกรรม 4. การสร้างและพัฒนาเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล 5. วิธีดำเนินการวิจัย 6. การเก็บรวบรวมข้อมูล 7. การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ แบบแผนการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงทดลองแบบ The one-group pretest-posttest design โดยมีรูปแบบดังนี้ T1 หมายถึง การทดสอบทักษะการหารก่อนเรียน X หมายถึง การเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะ T2 หมายถึง การทดสอบทักษะการหารหลังเรียน กลุ่มเป้าหมายในการศึกษา กลุ่มเป้าหมายในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร จำนวน 12 คน ที่มีปัญหาด้านทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการลบ โดย นักเรียนไม่เข้าใจในเรื่องของการลบ และด้วยในด้านของสื่อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการลบที่ไม่มี ทำให้ นักเรียนมีปัญหาด้านทักษะในด้านการลบ T1 X T2


16 การสร้างและพัฒนานวัตกรรม การวิจัยครั้งนี้ นวัตกรรมที่ใช้ในวิจัยคือ แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ โดยการสร้าง แบบฝึกช่วยพัฒนาการเรียน การสอนให้ประสบผลความสำเร็จโดยจากแนวคิดของบลูม ที่กล่าวว่า ธรรมชาติของผู้เรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ผู้เรียนสามารถเรียนรู้เนื้อหาในหน่วยต่าง ๆ ได้โดยใช้ เวลาเรียนที่แตกต่างกัน จากทฤษฎีความแตกต่างระหว่าบุคคลที่กล่าวได้ว่านักเรียนในแต่ละคนจะมี ความรู้ความถนัดความสามารถและความสนใจทางภาษาแตกต่างกัน จึงจะต้องมีการเรียนรู้การฝึกฝนที่ แตกต่างกัน อย่างที่เช่นการเรียนรู้โดยการฝึกฝน คือ การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีต่อเมื่อได้ฝึกฝนหรือ กระทำซ้ำผู้เรียนจะมีทักษะทางภาษาดีมีความรู้ความเข้าใจและเกิดทัศนคติที่ดีก็ต่อเมื่อได้ฝึกฝนกระทำ ซ้ำฝึกฝนทำแบบฝึกมากก็ช่วยให้มีทักษะที่ดีมากขึ้น ดังนั้นการสร้างแบบฝึกทักษะพัฒนาการลบจะช่วยเพิ่มทักษะความชำนาญและช่วยฝึกทักษะ การคิดให้มากขึ้นเพื่อฝึกทักษะด้านการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งแบบฝึกมี จุดประสงค์ที่สำคัญในการเพิ่มทักษะรวมทั้งพัฒนาการเรียนรู้ และในส่วนสำหรับเนื้อหาในการเรียนรู้ มี เป้าหมายในด้านของการพัฒนาทักษะด้านการลบ โดยแบบฝึกทักษะเป็นการใช้เพื่อช่วยเพิ่มทักษะ การลบให้กับนักเรียนได้ทำอย่างถูกต้อง โดยมีลักษณะสำคัญ คือมีคำชี้แจงการใช้แบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์ เรื่องการลบ โดยจะมีซึ่งแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบที่สร้างขึ้นจำนวน 5 แบบ ฝึกทักษะ มีจำนวน 50 ข้อ แล้วมีการแจ้งเกณฑ์การประเมินผลการทดสอบ โดยกำหนดเกณฑ์การผ่าน ไว้ที่ 30 ข้อ เพื่อให้ผู้เรียนทราบ และในแบบฝึกทักษะมีการออกแบบโดยใช้ภาพหรือการ์ตูนประกอบ เพื่อให้นักเรียนเกิดความสนใจ ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างนวัตกรรมแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการลบ เพื่อพัฒนาทักษะ ด้านการลบ มีกระบวนการในการสร้างและตรวจสอบคุณภาพ ดังนี้ 1. ศึกษาสภาพปัญหานักเรียนที่มีปัญหาด้านทักษะการลบ 2. ศึกษาเนื้อหาตามหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่ม สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 บทที่ 13 และศึกษาแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับแบบฝึกทักษะ จากเอกสาร ตำรา และ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 3. คัดเลือกโจทย์การลบในการจัดทำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ ผู้วิจัยได้คัดเลือก จากหนังสือเรียนหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 บทที่ 13 4. จัดทำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ จำนวน 5 ชุด


17 5. นำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ ที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คน ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบฝึกทักษะ 6. ปรับปรุงแก้ไขแบบฝึกทักษะตามที่ผู้เชี่ยวชาญ เสนอแนะเพื่อให้ได้แบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์ เรื่องการลบ 7. นำแบบฝึกทักษะไปใช้ประกอบการเรียนการสอน เรื่องการลบ ที่ปรับปรุงแล้วไปใช้กับ นักเรียนกลุ่มเป้าหมายต่อไป การสร้างและพัฒนาเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยต้องการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ด้านทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลและเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลจาก แบบทดสอบการลบ โดยนำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์การลบเข้ามาช่วยเพื่อเป็นการเพิ่มทักษะการ คำนวณการลบ และทำให้นักเรียนมีการพัฒนาการ เรื่องการลบได้ถูกต้องมากขึ้น การสร้างและการหาคุณภาพของเครื่องมือ 1. เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล แบบฝึกทักษะเรื่อง การลบ 2. รายละเอียดของเครื่องมือ ผู้วิจัยจะแบ่งแบบฝึกทักษะ เรื่อง การบวกออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ แบบฝึกทักษะก่อนการ เรียนการสอนแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการลบ จำนวน 50 ข้อ และแบบฝึกทักษะหลังการเรียน การสอนแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ จำนวน 50 ข้อ โดยแบบฝึกทักษะด้านคำนวณจะใช้ ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการลบ จากหนังสือเรียนหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 บทที่ 13 3. ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ ขั้นที่ 1 การวางแผนสร้างแบบฝึกทักษะการลบ ผู้วิจัยเลือกโจทย์การลบ จำนวน 50 ข้อ คำโดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่องการลบ


18 ขั้นที่ 2 กำหนดเนื้อหาและพฤติกรรม ในการสร้างแบบฝึกทักษะ เรื่องการลบ ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ แบบฝึกทักษะ ก่อนการเรียนการสอนแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการลบ จำนวน 50 ข้อ และแบบฝึกทักษะหลัง การเรียนการสอนแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ จำนวน 50 ข้อ โดยแบบฝึกทักษะด้าน คำนวณจะใช้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการลบ จากหนังสือเรียนหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 บทที่ 13 ขั้นที่ 3 กำหนดลักษณะและส่วนประกอบของแบบทดสอบ ผู้วิจัยจะแบ่งแบบทดสอบ เรื่องการลบออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ แบบทดสอบก่อน การเรียนการสอนแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ จำนวน 50 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน และ แบบทดสอบหลังการเรียนการสอนแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการลบ จำนวน 50 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน โดยกำหนดเกณฑ์การให้คะแนนคือ 30 ข้อ เท่ากับ ผ่านเกณฑ์ และต่ำกว่า 30 ข้อ เท่ากับ ไม่ ผ่านเกณฑ์ 4. การหาคุณภาพของเครื่องมือ ผู้วิจัยได้ดำเนินการคุณภาพของนวัตกรรมโดยหาความเที่ยงตรง (validity) โดยการให้ ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาและนำมาหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of item-objective congruence: IOC) ซึ่งจะหาความเที่ยงตรงของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ เพื่อจะได้สอดคล้องกับเนื้อหา ที่เรียนและเพื่อความชัดเจนของเนื้อหาทั้งหมดที่จะเป็นตัวช่วยให้นักเรียนได้รับการพัฒนาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ หลังจากได้ผ่านขั้นตอนการหาความเที่ยงตรงของนวัตกรรมแล้วขั้นตอนต่อไปเป็นการ ประเมินผลการใช้นวัตกรรม โดยข้อมูลที่ได้จากการทดลองจะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรม เพื่อจัดทำเป็นนวัตกรรมและนำไปใช้ต่อไป วิธีการหาคุณภาพของเครื่องมือ มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. กำหนดผู้เชี่ยวชาญที่เป็นครูผู้สอนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวง สงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร 2. ให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาคำศัพท์วัดจุประสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่โดยให้คะแนนใน 3 ลักษณะ ดังนี้


19 เกณฑ์การประเมิน ดังนี้ ให้ค่าคะแนน +1 คือ ถ้าแน่ใจว่าคำศัพท์วัดจุดประสงค์นั้นจริง ให้ค่าคะแนน 0 คือ ถ้าไม่แน่ใจว่าคำศัพท์วัดจุดประสงค์นั้นจริง ให้ค่าคะแนน -1 คือ ถ้าแน่ใจว่าคำศัพท์ไม่ได้วัดจุดประสงค์นั้นจริง 3. นำคะแนนของผู้เชี่ยวชาญมาหาค่าเฉลี่ยในรายข้อตัวเลขที่ได้เรียกว่า ดัชนีความสอดคล้อง ระหว่างความแต่ละข้อกับจุดประสงค์ โดยสูตรการคำนวณ = ∑ IOC หมายถึง ดัชนีความสอดคล้องระหว่าข้อคำถามกับจุดประสงค์ ∑ หมายถึง ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N หมายถึง จำนวนผู้เชี่ยวชาญ 4. พิจารณาโดยค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไปแสดงว่าคำศัพท์นั้นวัด ตรงจุดประสงค์ ข้อใดมีค่า (IOC) น้อยกว่า 0.50 แสดงว่าคำศัพท์นั้นวัดไม่ตรงจุดประสงค์ ควรจะหรือ นำไปปรับปรุงแก้ไข การดำเนินการวิจัย ผู้วิจัยดำเนินการทดสอบตามขั้นตอน โดยนำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการลบ ที่ได้รับการตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขแล้วไปใช้ทดสอบนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน อนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 1. ให้นักเรียนได้ทำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบก่อนเรียน จำนวน 50 ข้อ ก่อน จัดการเรียนรู้ จดบันทึกคะแนนไว้เพื่อประเมินผลการทำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบก่อน เรียนเป็นรายบุคล 2. ดำเนินการสอนนักเรียนทำโจทย์การลบ ตามแผนจัดการเรียนรู้โดยให้นักเรียนฝึกทำ ตามขั้นตอนการลบ 3. อธิบายเกณฑ์การประเมินผล โดยกำหนดเกณฑ์การให้คะแนน 1 ข้อเท่ากับ 1 คะแนน ซึ่งเกณฑ์ ในการทำโดยกำหนดเกณฑ์การผ่านไว้มากกว่า 30 ข้อ เท่ากับ ผ่านเกณฑ์ และต่ำกว่า 30 ข้อ เท่ากับ ไม่ผ่านเพื่อให้ผู้เรียนทราบ 4. ให้นักเรียนได้ทำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการลบหลังเรียน จำนวน 50 ข้อ หลัง จัดการเรียนรู้ จดบันทึกคะแนนเพื่อสรุปผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกเป็นรายบุคคล


20 การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ ผู้วิจัยดำเนินการดังนี้ 1. ก่อนการเรียนโดยใช้แบบฝึก เรื่องการลบ ผู้วิจัยนำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ ที่ได้สร้างและพัฒนาขึ้นไปดำเนินการทดสอบนักเรียนกลุ่มเป้าหมายในการวิจัย จำนวน 12 คน ใน วันที่ 1 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 และบันทึกคะแนนก่อนเรียน (pretest score) 2. หลังการเรียนโดยใช้แบบฝึกการลบ ผู้วิจัยนำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ ที่ได้ สร้างและพัฒนาขึ้นไปดำเนินการทดสอบนักเรียนกลุ่มเป้าหมายในการวิจัย จำนวน 12 คน ในวันที่ 31 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 และบันทึกคะแนนหลังเรียน (pretest score) การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ ในการศึกษาเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบโดยใช้แบบ ฝึกทักษะการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบของ นักเรียนก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร ก่อนและหลังการเรียนการสอนโดยใช้แบบ ฝึกฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ ผู้วิจัยใช้สถิติสำหรับการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือและสถิติใน การวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1. สถิติสำหรับการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือด้านความเที่ยงตรง สถิติในการตรวจสอบคุณภาพด้านความเที่ยงตรง ได้แก่ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของ ข้อคำถามกับจุดประสงค์(Index of Item - Objective Congruence : IOC) โดยมีวิธีคำนวณดังนี้ IOC = ∑ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ ∑ R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญ 2. สถิติสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบของนักเรียนก่อน และหลังการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1


21 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร ก่อนและหลังการเรียนการสอนโดยใช้แบบ ฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการ][ ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้การหาความร้อยละก้าวหน้าของผล การเรียนรู้แบบเป็นรายบุคคล โดยดำเนินการดังนี้ สถิติสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล 2.1 สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลรายบุคคลโดยการใช้ข้อมูลจากการสอบก่อนและหลังเรียน (pretest-posttest) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการ][ของนักเรียน ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร ก่อนและหลังการเรียนการสอนโดยใช้แบบ ฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการลบ ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การหาคะแนนความก้าวหน้ารายบุคคล โดยสูตรคำนวณดังนี้ ความก้าวหน้า = X2 - X1 เมื่อ X1 แทน คะแนนก่อนเรียน X2 แทน คะแนนหลังเรียน 2.2 สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลรายบุคคลโดยการใช้การหาคะแนนความก้าวหน้ารายบุคคล โดยการหาร้อยละความก้าวหน้าของคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนก่อนเรียน-หลังเรียนโดยการใช้สูตรดังนี้ เกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ คือตั้งแต่ร้อยละ 25 ขึ้นไป โดยสูตรคำนวณดังนี้ ร้อยละความก้าวหน้า = 25 100 × คะแนนเต็ม


22 บทที่ 4 ผลการวิจัย ในการศึกษาเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบโดยใช้แบบ ฝึกทักษะการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ ของนักเรียนก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร ก่อนและหลังการเรียนการสอนโดยใช้ แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ มีผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ ผลการเปรียบเทียบทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร ก่อนและหลังการเรียนการสอนโดยใช้แบบ ฝึกทักษะ คณิตศาสตร์ เรื่องการลบ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร ก่อนและหลังการ เรียนการสอนโดยใช้ แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการลบ แสดงในตารางที่ 1 ดังนี้ ตารางที่ 1 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่1 ก่อนและหลังการเรียนจากแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ นักเรียนคนที่ คะแนนก่อนเรียน (X1) คะแนนหลังเรียน (X2) คะแนนความก้าวหน้า (X2 – X1) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 6 9 8 7 7 6 9 8 6 17 18 14 18 15 16 17 19 18 +11 +9 +6 +11 +8 +10 +8 +11 +12


23 นักเรียนคนที่ คะแนนก่อนเรียน (X1) คะแนนหลังเรียน (X2) คะแนนความก้าวหน้า (X2 – X1) 10 11 12 9 5 9 17 14 19 +8 +9 +10 คะแนนรวม 89 202 +113 คะแนนเฉลี่ย 7.42 16.83 + 9.41 ข้อมูลตารางข้างต้น พบว่า คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 7.42 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 16.83 โดยคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น +9.41 เมื่อพิจารณาจากคะแนนความก้าวหน้าเป็นรายบุคคล พบว่านักเรียนมีคะแนนเพิ่มขึ้นทุกคนตั้งแต่ +6 คะแนน ถึง +12 คะแนน และเมื่อนำไปเทียบกับ เกณฑ์ความก้าวหน้าที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 25 ซึ่งเท่ากับ +5 คะแนน พบว่านักเรียนมีคะแนน ความก้าวหน้าสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด แสดงว่านักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการ ลบ มีทักษะการลบสูงขึ้น


24 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบโดยใช้แบบฝึก ทักษะการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จังหวัด พิจิตร มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบของ นักเรียนก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร ก่อนและหลังการเรียนการสอนโดย ใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ ในเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนจำนวน 12 คน ใน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 มีผลการวิจัยโดยสรุปการอภิปรายผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้ สรุปผลการวิจัย ในการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบของนักเรียนก่อนและ หลังการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาล เมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร ก่อนและหลังการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์เรื่องการลบพบว่า คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 7.42 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 16.83 โดยคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น +9.41 เมื่อพิจารณาจากคะแนนความก้าวหน้าเป็นรายบุคคลพบว่า นักเรียนมีคะแนนเพิ่มขึ้นทุกคนตั้งแต่ +6 คะแนน ถึง +12 คะแนน และเมื่อนำไปเทียบกับเกณฑ์ ความก้าวหน้าที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 25 ซึ่งเท่ากับ +5 คะแนน พบว่านักเรียนมีคะแนนความก้าวหน้าสูง กว่าเกณฑ์ที่กำหนด แสดงว่านักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบมีทักษะการลบ สูงขึ้น อภิปรายผล จากผลการวิจัยการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ เพื่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา คณิตศาสตร์ เรื่องการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวง สงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร ผลวิจัยพบว่า ในการเปรียบเทียบทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ เพื่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวง สงเคราะห์) จังหวัดพิจิตร ก่อนและหลังการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง การ


25 ลบ นักเรียนมีคะแนนสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จึงแสดงให้เห็นว่านักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์ เรื่องการลบมีพัฒนาการทักษะการลบสูงขึ้น ดังนั้นการนำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบเข้ามาช่วยเพื่อเป็นการเพิ่มทักษะ การ ลบและทำให้นักเรียนมีการพัฒนาการด้านการลบมากขึ้น และสามารถทำโจทย์การลบได้ถูกต้องมาก ขึ้น ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1.1 การจัดกิจกรรมด้วยแบบฝึกทักษะการฝึกทำโจทย์การลบโดยให้ผู้เรียนได้มีทักษะการ ลบทำได้ดียิ่งขึ้น ครูควรนำวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ไปใช้ในการสอนเทคนิคเพื่อเพิ่มศักยภาพของ ผู้เรียน โดยคัดเลือกแบบฝึกทักษะให้เหมาะสมกับระดับชั้นจะทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างเข้าใจ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรนำแบบฝึกทักษะ เพื่อนำไปสร้างและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่น ๆ เพื่อเป็นการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น 2.2 ควรมีการเสริมแรง เช่น การกล่าวชมเชย ซึ่งเป็นการให้ข้อมูลย้อนกลับช่วยส่งเสริมให้ บรรยากาศการเรียนการสอนมีความสนุกสนาม มีความสุขในการเรียนเกิดการเรียนรู้ที่ดีและพัฒนาไป ถึงขั้นสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้


26 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและหลักสูตรแกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรัปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด. จิระพันธุ์ ปากวิเศษ. (2561). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้แบบฝึก ทักษะเรื่องการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดพืชนิมิต (คำสวัสดิ์ ราษฎร์บำรุง).วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาคณิตศาสตร์ศึกษา มหาวิทยาลัย รามคำแหง. ถวัลย์ มาศจรัส. (2550). นวัตกรรมการศึกษา ชุดแบบฝึกหัด-แบบฝึกเสริมทักษะ. กรุงเทพฯ : ธารอักษรจำกัด. วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์. (2551). นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้. มหาสารคาม : ภาควิชาหลักสูตรและ การสอนคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วีรนาท ศาลางาม. (2561). รายงานผลการใช้และพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนหนองเหล็กเบญจวิทยา. สุรินทร์. ศักดิ์ชาย ขวัญสิน. (2557). การพัฒนาชุดฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ เรื่องทักษะ การแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านปงแม่ลอย. วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. สุคนธ์ สินธพานนท์. (2551). นวัตกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพของเยาวชน. กรุงเทพฯ : 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง. สุนันทา สุนทรประเสริฐ. (2534). การสร้างแบบฝึก. ชัยนาท : ชมรมพัฒนาความรู้ด้านระเบียบ กฎหมาย. Lowery, Eleanor Blodwyn. (1978). The Effects of Four Drills and Practice Time Units on the Decoding Performances of Student with Specific Learning Disabilities. DissertationAbstracts International, 39, 817-A.


27 ภาคผนวก


28 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย


29 แบบฝึกทักษะ ก่อนเรียน – หลังเรียน


30


31 คำชี้แจง แบบฝึกทักษะชุดพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ เล่มนี้จัดทำขึ้นสำหรับใช้เสริมทักษะ คณิตศาสตร์ เรื่องการลบ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีเนื้อหาสำระสำคัญและผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (ฉบับ ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ตรงตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช พ.ศ.2551 แบบฝึกทักษะชุดนี้ ผู้เรียนสามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง และจะเกิดประโยชน์เป็นอย่างมากถ้า ครูผู้สอนคอยให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่ผู้เรียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแบบฝึกทักษะเล่มนี้ จะเป็น ประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้ และเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาทักษะทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ให้ได้ผลดียิ่งขึ้น และขอขอบพระคุณผู้ที่ เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ให้คำแนะนำและคำปรึกษาด้วยดีเสมอมา เกณฑ์การประเมินไว้ดังนี้ ➢ ทำได้สูงกว่า 30 ข้อ = ผ่าน ➢ ทำได้ต่ำกว่า 30 ข้อ = ไม่ผ่าน


32 ชื่อ........................................................................ชั้นป….. เลขที่.............. ให้นักเรียนเติมจ ำนวนนับลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง แบบฝึกทักษะที่ 1 คณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ การลบจ านวนที่มีตัวตั้งไม่เกิน 20 ค าชี้แจง 7 - 2 = 17 - 15 = 14 - 11 = 16 - 9 = 15 - 4 = 12 - 6 = 19 - 2 = 20 - 11 = 14 - 12 = 20 - 7 = 1. 2. 3. 4. 5. 10. 9. 8. 7. 6. รวมคะแนน


33 ชื่อ........................................................................ชั้นป.1 เลขที่.............. ให้นักเรียนโยงเส้นจับคู่หำผลลบต่อไปนี้ให้ถูกต้อง แบบฝึกทักษะที่ 2 คณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ การลบจ านวนที่มีตัวตั้งไม่เกิน 20 ค าชี้แจง 4 - 1 13 - 0 16 - 2 11 - 11 19 - 12 13 14 3 0 7 1. 2. 3. 4. 5.


34 20 - 5 16 - 5 16 - 7 12 - 4 13 - 9 15 11 8 4 9 10. 9. 8. 7. 6. รวมคะแนน


35 ชื่อ................................... .....................................ชั้นป.1 เลขที่.............. ให้นักเรียนเติมจ ำนวนนับลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง แบบฝึกทักษะที่ 3 คณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ การลบจ านวน 2 จ านวนที่ผลลบไม่เกิน 100 ค าชี้แจง 1). 85 - 5 4). 28 - 11 2). 44 - 4 3). 45 - 1 5). 78 - 24 6). 87 - 16 7). 94 - 33 8). 73 - 20 9). 35 - 11 10). 36 - 13 รวมคะแนน


36 ชื่อ... .....................................................................ชั้นป.1 เลขที่.............. ให้นักเรียนเติมจ ำนวนนับลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง แบบฝึกทักษะที่ 4 คณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ การลบจ านวน 2 จ านวนที่ผลลบไม่เกิน 100 ก ค าชี้แจง 1). 25-12=…… 4). 81-10=…… 2). 52-30=…… 3). 75-14=…… 5). 35-33=…… 6). 43-10=…… 7). 88-51=…… 8). 91-60=…… 9). 77-23=…… 10). 40-0=…… รวมคะแนน


37 ชื่อ........................................................................ชั้นป.1 เลขที่.............. ให้นักเรียนเติมจ ำนวนนับลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง แบบฝึกทักษะที่ 5 คณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ การลบจ านวน 2 จ านวนที่ผลลบไม่เกิน 100 ค าชี้แจง 1). 24 - 22 4). 59 - 45 2). 93 - 53 3). 75 - 44 5). 99 - 5 6). 38 -15 7). 53 - 12 8). 64 - 24 9). 74 - 14 10). 46 - 22 รวมคะแนน


38 เฉลย


39 ชื่อ........................................................................ชั้นป.1 เลขที่.............. ให้นักเรียนเติมจ ำนวนนับลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง เฉลยแบบฝึกทักษะที่ 1 คณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ การลบจ านวนที่มีตัวตั้งไม่เกิน 20 ค าชี้แจง 7 - 2 = 5 17 - 15 = 2 14 - 11 = 3 16 - 9 = 7 15 - 4 = 11 12 - 6 = 6 19 - 2 = 17 20 - 11 = 9 14 - 12 = 2 20 - 7 = 13 1. 2. 3. 4. 5. 10. 9. 8. 7. 6. รวมคะแนน


40 ชื่อ........................................................................ชั้นป.1 เลขที่.............. ให้นักเรียนโยงเส้นจับคู่หำผลลบต่อไปนี้ให้ถูกต้อง เฉลยแบบฝึกทักษะที่ 2 คณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ การลบจ านวนที่มีตัวตั้งไม่เกิน 20 ค าชี้แจง 4 - 1 13 - 0 16 - 2 11 - 11 19 - 12 13 14 3 0 7 1. 2. 3. 4. 5.


41 20 - 5 16 - 5 16 - 7 12 - 4 13 - 9 15 11 8 4 9 10. 9. 8. 7. 6. รวมคะแนน


42 ชื่อ................................... .....................................ชั้นป.1 เลขที่.............. ค าชี้แจง ให้นักเรียนเติมจ ำนวนนับลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง 1). 85 - 5 4). 28 - 11 2). 44 - 4 3). 45 - 1 5). 78 - 24 6). 87 - 16 7). 94 - 33 8). 73 - 20 9). 35 - 11 10). 36 - 13 40 44 80 17 54 71 61 53 24 23 รวมคะแนน เฉลยแบบฝึกทักษะที่ 3 คณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ การลบจ านวน 2 จ านวนที่ผลลบไม่เกิน 100


43 ชื่อ... .....................................................................ชั้นป.1 เลขที่.............. ให้นักเรียนเติมจ ำนวนนับลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง เฉลยแบบฝึกทักษะที่ 4 คณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ การลบจ านวน 2 จ านวนที่ผลลบไม่เกิน 100 ก ค าชี้แจง 1). 25-12=…13… 4). 81-10=…71… 2). 52-30=…22… 3). 75-14=…61… 5). 35-33=…2… 6). 43-10=…33… 7). 88-51=…37… 8). 91-60=…31… 9). 77-23=…54… 10). 40-0=…40… รวมคะแนน


44 ชื่อ........................................................................ชั้นป.1 เลขที่.............. ให้นักเรียนเติมจ ำนวนนับลงในช่องว่ำงให้ถูกต้อง เฉลยแบบฝึกทักษะที่ 5 คณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ การลบจ านวน 2 จ านวนที่ผลลบไม่เกิน 100 ค าชี้แจง 1). 24 - 22 4). 59 - 45 2). 93 - 53 3). 75 - 44 5). 99 - 5 2 40 31 14 94 6). 38 -15 7). 53 - 12 41 23 8). 64 - 24 9). 74 - 14 10). 46 - 22 40 60 24 รวมคะแนน


Click to View FlipBook Version