ก
ข คู่มือการจัดกิจกรรม โครงการพัฒนานักศึกษา วิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก ผ่านกระบวนการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลงและสหสาขาวิชาชีพ (IPE: Inter Professional Education) ระหว่างวันที่ ๓๐ เมษายน - ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ณ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
ค คณะที่ปรึกษา ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.นายแพทย์วิชัย เทียนถาวร อธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก นายแพทย์วิศิษฏ์ตั้งนภากร รองอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก รองศาสตราจารย์ ดร.วสุธร ตันวัฒนกุล รองอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก นายแพทย์รายิน อโรร่า รองอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก นายแพทย์ปภัสสร เจียมบุญศรี รองอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก ศาสตราจารย์ เรือเอกอากาศหญิง แพทย์หญิงวณิชา ชื่นกองแก้ว รองอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก รองศาสตราจารย์ ดร.อรัญญา เชาวลิต รองอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.กมลรัตน์ เทอร์เนอร์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก รองศาสตราจารย์ดร.วิทยา อยู่สุข คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์สถาบันพระบรมราชชนก ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์สวรรค์ ขวัญใจพานิช คณบดีคณะแพทยศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ศุกร์ใจ เจริญสุข ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี (รก.) และผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ชลบุรี
ง คณะผู้จัดทำ ผศ.ดร.อมาวสี อัมพันศิริรัตน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ดร.จุฬารัตน์ ห้าวหาญ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดนนทบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก นายดุสิต สกุลปิยะเทวัญ ผู้อำนวยการกองกิจการนักศึกษา สถาบันพระบรมราชชนก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ ใจเที่ยง รองคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ดร.เพ็ญพรรณ พิทักษ์สงคราม รองคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ดร.ปลื้มจิต โชติกะ รองผู้อำนวยการงานวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ดร.ณัฐปาลิน นิลเป็ง รองผู้อำนวยการงานกิจการนักศึกษาและกิจการพิเศษ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ดร.เกศราภรณ์ ชูพันธ์ รองผู้อำนวยการงานวิจัย นวัตกรรม บริการวิชาการและบริการสุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ดร.ชูศักดิ์ยืนนาน รองผู้อำนวยการงานบริหารและยุทธศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก อาจารย์ปราณี แสดคง วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น
จ คำนำ คู่มือการจัดกิจกรรม โครงการพัฒนานักศึกษาวิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก ผ่านกระบวนการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลงและสหสาขาวิชาชีพ (IPE: Inter Professional Education) เล่มนี้ พัฒนาขึ้นจากคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง และสหสาขาวิชาชีพ (IPE: Interprofessional Education) สำหรับอาจารย์ปีการศึกษา 2564 โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการพัฒนานักศึกษาวิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระ บรมราชชนกผ่านกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงและสหสาขาวิชาชีพ (IPE: Inter Professional Education) ปีการศึกษา 2566” มีความเข้าใจในแนวคิด กิจกรรม และกระบวนการ รวมถึงนำไปใช้เพื่อการ เตรียมความพร้อมก่อนการเข้าร่วมโครงการ เนื้อหาในคู่มือ ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ (IPE: Inter Professional Education) ประกอบด้วยความหมาย และเนื้อหาความรู้เรื่องการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ (IPE) และ ส่วนที่ 2 เอกสารการดำเนินโครงการ ประกอบด้วยรายละเอียดและกำหนดการของการดำเนิน โครงการ ข้อมูลชุมชนที่นักศึกษาใช้สำหรับการเตรียมความพร้อมทั้งด้านความรู้และทักษะก่อนการเข้าร่วม โครงการ รวมถึงแบบประเมินต่างๆ ที่ใช้เพื่อประเมินพัฒนาการของนักศึกษา ความสำเร็จของการดำเนิน โครงการ และสิ่งที่ผู้รับผิดชอบโครงการจะนำไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนาการดำเนินโครงการในครั้งต่อไป ผู้รับผิดชอบโครงการขอขอบคุณคณะที่ปรึกษา ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.นายแพทย์วิชัย เทียนถาวร อธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก และผู้บริหารทุกท่านที่ให้การสนับสนุน ให้คำปรึกษามาอย่างต่อเนื่อง ผู้รับผิดชอบโครงการหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เกี่ยวข้องในด้านความรู้ ทักษะ และ ความพร้อมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการเข้าร่วมโครงการ กองกิจการนักศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก เมษายน 2567
ฉ สารบัญ หน้า คำนำ จ สารบัญ ฉ ส่วนที่ 1 โครงการและกำหนดการดำเนินโครงการ 1 1.1 โครงการพัฒนานักศึกษาวิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก ผ่านกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงและสหสาขาวิชาชีพ (IPE: Inter Professional Education) ประจำปีการศึกษา 2566 1 1.2 กำหนดการการดำเนินโครงการ 4 ส่วนที่ 2 การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ (IPE: Inter Professional Education) 7 2.1 ความหมายของการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ 7 2.2 ความสำคัญของการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ 8 2.3 นโยบาย ยุทธศาสตร์ และเป้าหมายการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ 9 2.4 ผลลัพธ์การเรียนรู้ของการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ 11 2.5 แนวทางการจัดการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ 13 2.6 สมรรถนะวิชาชีพที่ต้องการพัฒนานักศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลง และสหสาขาวิชาชีพ (IPE) และกิจกรรมการดำเนินโครงการ 15 2.7 บทบาทของผู้เข้าร่วมโครงการ 16 2.8 กิจกรรมการเรียนรู้สำหรับนักศึกษา 18 2.9 ชิ้นงาน 19 ภาคผนวก 20 ภาคผนวก ก แบบฟอร์มชิ้นงาน - แบบฟอร์มบันทึกการติดตามดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องที่บ้าน - แบบบันทึกการสะท้อนคิดและเรื่องเล่า 21 22 27 ภาคผนวก ข แบบประเมินผู้เข้าร่วมโครงการ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนที่ 2 แบบประเมินความสามารถการทำงานร่วมระหว่างวิชาชีพ ส่วนที่ 3 แบบประเมินสมรรถนะหลักของบัณฑิต สถาบันพระบรมราชชนก (4Cs for C) ส่วนที่ 4 แบบประเมินอัตลักษณ์บัณฑิตสถาบันพระบรมราชชนก ส่วนที่ 5 แบบประเมินสมรรถนะนักศึกษาในศตวรรษที่ 21 ส่วนที่ 6 แบบประเมินสมรรถนะโดดเด่นด้านการดูแลชุมชน ส่วนที่ 7 แบบประเมินคุณภาพของบัณฑิตตามกรอบคุณวุฒิมาตรฐานการศึกษา (TQF) ส่วนที่ 8 แบบประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนแบบสหสาขาวิชาชีพ 30 31 31 32 34 38 39 41 42
ช สารบัญ (ต่อ) หน้า ภาคผนวก ค แนวคิด สบช.โมเดล 44 ภาคผนวก ง ความรู้เรื่องความจำเป็นชั้นพื้นฐาน (จปฐ.) 50 ภาคผนวก จ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงาน 57 รายการอ้างอิง 62
- 1 - ส่วนที่ 1 โครงการและกำหนดการดำเนินโครงการ 1.1 โครงการพัฒนานักศึกษาวิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก ผ่านกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงและสหสาขาวิชาชีพ (IPE: Inter Professional Education) ประจำปีการศึกษา 2566 ๑. หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ 1) กองกิจการนักศึกษา สถาบันพระบรมราชชนก 2) วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ ๒. หลักการและเหตุผล การจัดการศึกษาแบบสหวิชาชีพ (IPE) เป็นการเตรียมกำลังคนทางด้านสุขภาพ มักพบในระดับ ปริญญาตรีเพื่อให้มีความพร้อมหลังสำเร็จการศึกษาให้สามารถทำงานเป็นทีมสุขภาพได้ สร้างความ เข้มแข็งในระบบสุขภาพ ส่งผลให้ประชาชนมีผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีและได้รับบริการที่มีคุณภาพ (วณิชา ชื่นกองแก้ว, 2556) ทั้งนี้การจัดการศึกษาแบบสหวิชาชีพมีความสำคัญและส่งผลดีต่อผู้เรียนดังนี้ 1) สร้างความเข้าใจในบทบาทของการทำงานเป็นทีมสุขภาพผ่านกระบวนการทางสังคม (socialization process) 2) สร้างอัตลักษณ์ทางวิชาชีพ (professional identity) 3) มีความรู้ ทักษะ จากการเรียนใน สถานการณ์จริงที่ซับซ้อนของระบบสุขภาพ 4) ได้เรียนรู้ต้นแบบของการทำงานแบบร่วมมือ (collaboration) ของสมาชิกในทีมที่มีการปฏิสัมพันธ์กันแบบเพื่อนร่วมงาน 5) เข้าใจชีวิตจริงของการ ทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ สามารถแก้ปัญหาร่วมกันระหว่างวิชาชีพโดยใช้งานเป็นหลัก (interprofessional work - based problems) 6) เข้าใจการดูแลผู้ป่วยหรือผู้รับบริการแบบองค์รวม 7) มีความรู้ทั่วไปในศาสตร์ของวิชาชีพอื่น ความหลากหลายของวิชาชีพ 8) เข้าใจบทบาทของวิชาชีพ ตนเอง ตระหนักในคุณค่าของวิชาชีพตนเองและวิชาชีพอื่น (Illingworth & Chelvanayagam, 2007) ผลดีต่อสถาบันการศึกษา 1) พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ 2) เข้าใจในวัฒนธรรมของวิชาชีพอื่นที่มาร่วมมือ กัน 3) มีความยืดหยุ่น ปฏิสัมพันธ์และเข้าใจผู้เรียน 4) สร้างความร่วมมือในการทำงานเป็นเครือข่าย 5) ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ร่วมกัน (Illingworth & Chelvanayagam, 2007)ผลดีต่อผู้รับบริการ 1) กระบวนการทำงานในการดูแลสุขภาพจิตของผู้ป่วยดีขึ้น (Reeves, Perrier, Goldman, Freeth & Zwarenstein, 2013) 2) ผลลัพธ์ทางสุขภาพของผู้ป่วยดีขึ้น (Wilhelmsson, Pelling, Uhlin , Owe Dahlgren, Faresjö, Forslund, 2012) ผลดีต่อผู้ให้บริการ 1) วัฒนธรรมการทำงานดีขึ้น 2) ผู้ให้บริการใน ทีมมีการสื่อสารที่ดี ลดความผิดพลาดในการสื่อสารระหว่างวิชาชีพ สร้างแรงจูงใจในการทำงานลดความ ขัดแย้งในทีม และลดอัตราการลาออกของบุคลากร (Bridges, Davidson, Odegard, Maki & Tomkowiak, 2011) กองกิจการนักศึกษาเห็นความสำคัญของการจัดการศึกษาแบบสหวิชาชีพ จึงจัดโครงการพัฒนา นักศึกษาวิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก ผ่านกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงและ สหสาขาวิชาชีพ (IPE: Interprofessional Education) ประจำปีการศึกษา 2566 เพื่อให้ผู้เรียนได้มี โอกาสเรียนรู้ร่วมกันผ่านมุมมองและประสบการณ์การดูแลสุขภาพของวิชาชีพอื่นๆ ภายใต้สถานการณ์ เดียวกัน ประสานความร่วมมือหนุนเสริมแบบไม่แยกส่วน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สุดท้าย คือ สุขภาพผู้ป่วยที่ดีขึ้น
- 2 - การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ จึงเป็นการที่ผู้สอนและผู้เรียนร่วมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ร่วมกัน (collaborative learning) ทำให้เกิดการทำงานเป็นทีมและการปฏิบัติงานเป็นทีมสุขภาพ (collaborative practice) เกิดผลลัพธ์ในการพัฒนาการดูแลผู้รับบริการหรือผู้ป่วยต่อไป ๓. วัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนานักศึกษาให้มีความรู้ ความสามารถและเกิดทักษะด้าน IPE (Interprofessional Education) รวมทั้งมีประสบการณ์การเรียนรู้แบบสหสาขาวิชาชีพเมื่อออกไปประกอบวิชาชีพจะสามารถ ปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ 2) เพื่อให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะทางร่างกาย ทักษะทางอารมณ์ สังคมและสติปัญญา ตลอดจน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21 3) เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสในการระดมความคิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่าง วิชาชีพและสร้างสัมพันธภาพระหว่างสถาบันการศึกษาในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก ๔.แผนการดำเนินโครงการ/ วิธีการดำเนินการ ประกอบด้วย กิจกรรม ดังนี้ 1) กองกิจการนักศึกษา ร่วมกับ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ อาจารย์และนักศึกษา วิทยาลัยในสังกัดพระบรมราชชนก จำนวน 42 แห่ง ร่วมกันวางแผนการจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษา วิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก ผ่านกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงและสหสาขา วิชาชีพ ประจำปีการศึกษา 2566 ๒) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนานักศึกษาวิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก เพื่อ พัฒนาการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงและสหสาขาวิชาชีพ 3) สรุปและประเมินผลโครงการ (รายงานผลสำเร็จ/ ปัญหาอุปสรรคของการจัดโครงการ ต่อที่ ประชุมคณะกรรมการบริหาร) 4) นำผลการประเมินเพื่อใช้พัฒนางานในปีการศึกษา 2567 ๕. ระยะเวลาดำเนินการ ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 8 พฤษภาคม 2567 6. สถานที่ดำเนินการ 1. วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ 2. สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินีในจังหวัดแม่ฮ่องสอน 3. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน 4. ห้องประชุมโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน 7. กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 280 คน ประกอบด้วย 1) ผู้บริหารสถาบันพระบรมราชชนก (ส่วนกลาง) จำนวน 10 คน 2) นักศึกษาทุกหลักสูตรในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก จำนวน 210 คน 3) อาจารย์ วิทยากร จำนวน 50 คน 4) ผู้จัดโครงการ ฯ อาจารย์ บุคลากร กองกิจการนักศึกษา จำนวน 10 คน
- 3 - 8. งบประมาณ ได้รับเงินสนับสนุนจากงบประมาณสถาบันพระบรมราชชนก งบประมาณรายจ่ายจากเงินรายได้ ของสถาบันพระบรมราชชนก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 แผนงานยุทธศาสตร์ของสถาบันพระ บรมราชชนก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ผลผลิต การผลิตกำลังคนด้านสุขภาพที่มีคุณภาพตาม มาตรฐานสากลสอดคล้องกับความต้องการของระบบสุขภาพชุมชน สังคม งบรายจ่ายอื่น รวมเป็นเงิน ทั้งสิ้น 1,373,450 บาท (หนึ่งล้านสามแสนเจ็ดหมื่นสามพันสี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วน) รายละเอียดดังนี้ กิจกรรมที่ 1 ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 3 - 4 เมษายน 2567 ณ ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อวางแผนการดำเนินงานร่วมกับ สำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน , สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน, โรงพยาบาลศรีสังวาลย์, สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษานวมินทราชินีและ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ กิจกรรมที่ 2 จัดโครงการพัฒนานักศึกษาวิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนกผ่านกระบวนการ เรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงและสหสาขาวิชาชีพ (IPE: Interprofessional Education) ประจำปีการศึกษา 2566 9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ ความสามารถด้าน IPE (Interprofessional Education) และมีประสบการณ์การเรียนรู้แบบสหสาขาวิชาชีพที่สามารถปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ ร่วมกันเป็นทีม โดยสามารถปฏิบัติงานเป็นทีมสุขภาพ (Collaborative Practice) แลกเปลี่ยนประสบการณ์และเกิด เครือข่ายการทำงานระดมความคิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างวิชาชีพของนักศึกษา สถาบันพระบรมราชชนกร่วมกัน รวมถึงการสร้างจิตสำนึกที่ดีในการปฏิบัติต่อชุมชน และเป็นส่วนหนึ่งใน การสร้างสุขภาวะชุมชนด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์
- 4 - 1.2 กำหนดการโครงการพัฒนานักศึกษาวิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก ผ่านกระบวนการ เรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงและสหสาขาวิชาชีพ (IPE: Inter Professional Education) ประจำปี การศึกษา 2566 ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 8 พฤษภาคม 2567 ณ จังหวัดแม่ฮ่องสอน
- 5 -
- 6 -
- 7 - ส่วนที่2 การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ (IPE: Inter Professional Education) การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ เป็นวิธีการเรียนที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาความสามารถในการ แบ่งปันความรู้ทักษะ เสริมสร้างความเข้าใจ และความร่วมมือทั้งในด้านการศึกษา การทำงาน และการ วิจัยร่วมกันของสหสาขาวิชาชีพ สามารถช่วยเตรียมความพร้อมให้บุคลากรทำงานร่วมกันแบบสหสาขา วิชาชีพ ซึ่งเป็นวิธีทำงานที่เหมาะสมสำหรับการดูแลปัญหาสุขภาพของประชากรในอนาคต โดยเฉพาะ อย่างยิ่งประชาชนกลุ่มที่มีปัญหาซับซ้อน หลายประเทศได้นำการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพไปใช้โดยมี วิธีดำเนินการที่หลากหลายในระดับและสถานที่ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นในระดับของการปฏิบัติใน สถานที่ปฏิบัติงาน ในชุมชน หรือในสถาบันการศึกษา 2.1 ความหมายของการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ มีการใช้คำภาษาไทยที่หลากหลาย ได้แก่ การเรียนแบบสห สาขาวิชาชีพ การจัดการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ การจัดการศึกษาแบบสหวิชาชีพ (วณิชา ชื่นกองแก้ว, 2556; Sethasathien, 2015; Tanglakmankhong, et al., 2019) สำหรับในการดำเนินโครงการครั้งนี้ ใช้คำว่า “การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ” ให้สอดคล้องกับการพัฒนาการศึกษาสำหรับวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง กับสุขภาพซึ่งหมายถึงบุคลากรทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุข นักวิชาการและองค์การทางด้านสุขภาพให้ความหมาย “การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ” ว่าหมายถึง “การจัดการเรียนรู้ที่มีผู้เรียนจากสองวิชาชีพขึ้นไป โดยผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับเนื้อหาร่วมกัน เรียนรู้จากความเชี่ยวชาญของกันและกัน และเรียนรู้บทบาทของวิชาชีพซึ่งกันและกัน ด้วยการปฏิสัมพันธ์ ระหว่างวิชาชีพ ในหัวข้อที่ศึกษาร่วมกัน (common education agenda) เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่มี ประสิทธิภาพ และพัฒนาผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพ” (Frenk, et al., 2010) ซึ่งความร่วมมือ หมายถึง กระบวนการสื่อสารระหว่างวิชาชีพ การแบ่งปันความรู้ความเชี่ยวชาญ นำไปสู่การตัดสินใจร่วมกัน เป้าหมายของการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ คือ การพัฒนาความรู้ ทักษะ และทัศนคติจากการเรียนรู้ ร่วมกัน นำไปสู่การมีสมรรถนะการทำงานเป็นทีมสุขภาพ การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ จึงเป็นแนวทางการศึกษาที่มุ่งหวังให้เกิดการแก้ปัญหาอย่าง ครบวงจรโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์และสาธารณสุข (Subcommittee Interprofessional Education, 2020) การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ เป็นการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาด้าน สุขภาพและสาขาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร กายภาพบําบัด นักเทคนิค การแพทย์ นักสาธารณสุข นักรังสีเทคนิค ได้เรียนรู้ร่วมกัน ทำกิจกรรมการเรียนรู้ เกิดประสบการณ์การ เรียนรู้แบบสหวิชาชีพ ทั้งนี้เมื่อบัณฑิตเหล่านี้ได้สำเร็จการศึกษาออกไปประกอบวิชาชีพ จะสามารถ ปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพร่วมกันเป็นทีม มีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศให้ ดีขึ้น เกิดเป็นทีมสุขภาพ (collaborative practice) ที่แข็งแกร่ง (วณิชา ชื่นกองแก้ว, 2556)
- 8 - การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ ช่วยให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเรียนรู้ร่วมกันผ่านมุมมองและ ประสบการณ์การดูแลสุขภาพของวิชาชีพอื่นๆ ภายใต้สถานการณ์เดียวกัน ประสานความร่วมมือหนุน เสริมแบบไม่แยกส่วน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สุดท้าย คือ สุขภาพผู้ป่วยที่ดีขึ้น การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ จึงเป็นการที่ผู้สอนและผู้เรียน อย่างน้อย 2 วิชาชีพขึ้นไปมาร่วมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ร่วมกัน (collaborative learning) ทำให้เกิดการทำงานเป็นทีมและการปฏิบัติงานเป็นทีมสุขภาพ (collaborative practice) เกิดผลลัพธ์ในการพัฒนาการดูแลผู้รับบริการหรือผู้ป่วยต่อไป 2.2 ความสำคัญของการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ เป็นการเตรียมกำลังคนทางด้านสุขภาพ มักพบในระดับ ปริญญาตรีให้มีความพร้อมและสามารถทำงานร่วมกับทีมสุขภาพได้หลังสำเร็จการศึกษา ช่วยสร้างความ เข้มแข็งในระบบสุขภาพ ส่งผลให้ประชาชนมีผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีและได้รับบริการที่มีคุณภาพ (วณิชา ชื่นกองแก้ว, 2556) การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพมีความสำคัญ ส่งผลดีต่อผู้เรียน สถาบันการศึกษา และ ผู้รับบริการ ดังนี้ 2.2.1 ความสำคัญต่อผู้เรียน มีดังนี้ 1) สร้างความเข้าใจในบทบาทของการทำงานเป็นทีม สุขภาพผ่านกระบวนการทางสังคม (socialization process) 2) สร้างอัตลักษณ์ทางวิชาชีพ (professional identity) โดยนำทักษะ ความเชี่ยวชาญ ความรับผิดชอบ คุณธรรม จริยธรรม และทักษะ ทางสังคม มาทำงานเป็นทีมสหสาขาวิชาชีพ (inter professional teamwork) 3) มีความรู้ ทักษะ จาก การเรียนในสถานการณ์จริงที่ซับซ้อนของระบบสุขภาพ ด้วยการออกแบบการทำโครงการ/กิจกรรม (intervention) เป็นทีมสุขภาพเกิดทักษะการทำงานเป็นทีมสุขภาพ ( interprofessional skill) 4) ได้เรียนรู้ต้นแบบของการทำงานแบบร่วมมือ (collaboration) ของคณะ ภาควิชา หน่วยงาน สมาชิก ในทีมที่มีการปฏิสัมพันธ์กันแบบเพื่อนร่วมงาน 5) เข้าใจชีวิตจริงของการทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ สามารถแก้ปัญหาร่วมกันระหว่างวิชาชีพโดยใช้งานเป็นหลัก ( inter professional work-based problems) 6) เข้าใจการดูแลผู้ป่วยหรือผู้รับบริการแบบองค์รวม 7) มีความรู้ทั่วไปในศาสตร์ของวิชาชีพ อื่น ประทับใจความหลากหลายของวิชาชีพ 8) เข้าใจบทบาทของวิชาชีพตนเอง และตระหนักในคุณค่า ของวิชาชีพตนเองและวิชาชีพอื่น (Illingworth & Chelvanayagam, 2007) 2.2.2 ความสำคัญต่อสถาบันการศึกษา มีดังนี้ 1) พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในการสอนและ การวิจัยโดยความร่วมมือระหว่างวิชาชีพของหน่วยงาน 2) เข้าใจในวัฒนธรรมของวิชาชีพอื่นที่มาร่วมมือกัน 3) มีความยืดหยุ่น ปฏิสัมพันธ์และเข้าใจผู้เรียน 4) สร้างความร่วมมือในการทำงาน เครือข่าย ระหว่าง คณะ ภาควิชา และหน่วยงานอื่นที่มาทำงานร่วมกัน 5) เป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ร่วมกันของคณะ ภาควิชา และหน่วยงานอื่นที่มาทำงานร่วมกัน (Illingworth & Chelvanayagam, 2007) 2.2.3 ความสำคัญต่อผู้รับบริการ การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ ถือเป็นการพัฒนากำลังคน ในระบบสุขภาพ ผู้ที่สำเร็จการศึกษา จะให้การดูแลผู้ป่วยหรือผู้รับบริการแบบทีมสุขภาพอย่างมีคุณภาพ
- 9 - ความสำคัญของ IPE ต่อผู้รับบริการ มีดังนี้ 1) กระบวนการทำงานในการดูแลสุขภาพจิตของผู้ป่วยดีขึ้น (Reeves, Perrier, Goldman, Freeth & Zwarenstein, 2013) 2) ผลลัพธ์ทางสุขภาพของผู้ป่วยดีขึ้น เช่น ความดันโลหิต น้ำตาลสะสมเกาะเม็ดเลือดแดง โคเลสเตอรอลลดลง ลดอัตราตาย (Wilhelmsson, Pelling, Uhlin, Owe Dahlgren, Faresjö, Forslund, 2012) 3) วัฒนธรรมการทำงานของแผนกดีขึ้น ผู้ป่วยมีความพึงพอใจ มีการทำงานแบบความร่วมมือของทีมงานลดความผิดพลาดของการทำงานใน คลินิก มีการจัดการดูแลรายกรณีของความรุนแรงที่บ้าน (Reeves, Perrier, Goldman, Freeth & Zwarenstein, 2013) 4) ผู้ให้บริการในทีมมีการสื่อสารที่ดี ลดความผิดพลาดในการสื่อสารระหว่าง วิชาชีพ สร้างแรงจูงใจในการทำงานลดความขัดแย้งในทีม และลดอัตราการลาออกของบุคลากร (Bridges, Davidson, Odegard, Maki & Tomkowiak, 2011) จะเห็นได้ว่า การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพมีความสำคัญต่อผู้เรียนเอง ต่อสถาบันการศึกษา และต่อผู้รับบริการ ซึ่งการเตรียมความรู้จำเพาะในวิชาชีพให้นักศึกษามีความพร้อมมากขึ้น และการเสริม ความมั่นใจในการร่วมกิจกรรมกลุ่มให้แก่ผู้เรียนจะทำให้สามารถให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพได้ 2.3 นโยบาย ยุทธศาสตร์ และเป้าหมายการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2553 องค์การอนามัยโลก (World Health Organization; WHO) ได้มีมติให้ประเทศสมาชิกทำการประเมินและทบทวนสถานการณ์การจัด การศึกษากําลังคนด้านสุขภาพ หนึ่งในแนวทางการปฏิรูปการศึกษา คือ การจัดการศึกษาแบบสหสาขา วิชาชีพ โดยเสนอแนวทางปฏิบัติไว้ว่า “การจัดการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพจะเกิดขึ้นเมื่อมีผู้เรียนจาก สองวิชาชีพขึ้นไปได้เรียนรู้ร่วมกันเพื่อให้เกิดความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพและพัฒนาผลลัพธ์ทางด้าน สุขภาพ” (Gilbert, Yan & Hoffman, 2010) แนวคิดการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพมาจากจุดเริ่มต้นของแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (one health concept) ซึ่งมีแนวคิดในการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างสหสาขาวิชาชีพด้านสุขภาพคน สัตว์ สัตว์ ป่าและสิ่งแวดล้อม ทุกภาคส่วนและทุกระดับ เพื่อนําไปสู่การมีสุขภาพที่ดีโดยองค์รวม โดยตระหนักถึง ความสัมพันธ์ด้านสุขภาพระหว่างคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมว่า มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน คือ มีผลต่อกันทั้งทางบวกและทางลบ โดยในปี พ.ศ. 2555 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้นํา แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว มาใช้เป็นกรอบแนวคิดในการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมป้องกัน และแก้ปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ พ.ศ. 2556-2559 เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันเชิงบูรณาการ ระหว่างสหสาขาวิชาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่เกิดขึ้น จาก สัตว์สู่คน โรคที่เกิดจากการบริโภคอาหาร เป็นต้น สำหรับความร่วมมือเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวในประเทศ ไทยหรือเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวประเทศไทย (Thailand One Health University Network; THOHUN) ได้รับการจัดตั้งในปี พ.ศ. 2555 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเสริมสร้าง ศักยภาพแก่วิชาชีพต่างๆ อย่างยั่งยืน ในการจัดการกับโรคติดต่ออุบัติใหม่โรคติดต่ออุบัติซ้ำ และโรคติดต่อ จากสัตว์สู่คน พัฒนาสมรรถนะและความสามารถของผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานตามแนวทางสุขภาพหนึ่งเดียว
- 10 - ดำเนินงานวิจัยเพื่อสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ของประโยชน์ของแนวทางการทำงานแบบสุขภาพหนึ่งเดียว ดำเนินการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละสาขาวิชาชีพ เพื่อให้เป็นผู้นําด้านสุขภาพหนึ่งเดียว (อังคณา สมนัสทวีชัย, วลัยพร พัชรนฤมล, โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, วันทนีย์ กัลล์ประวิทธ์, ปานเทพ รัตนากร และ วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร, 2557) ต่อมาในปี พ.ศ. 2557 สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นได้รับรองแผนยุทธศาสตร์การศึกษา สำหรับบุคลากรด้านสุขภาพในศตวรรษที่ 21 (พ.ศ. 2557-2561) แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนแผน ยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาสำหรับบุคลากรด้านสุขภาพในศตวรรษที่ 21 (พ.ศ. 2557-2561) มีการ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนจากสถาบันการศึกษา และจากหลากหลายสภาวิชาชีพ เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ หนึ่งในพันธกิจ นั้น คือ ร่วมจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพื่อนําไปสอดแทรกเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรในระดับ ปริญญาและระดับต่อเนื่องหลังปริญญา ทั้งนี้เพื่อหวังผลสัมฤทธิ์ให้บุคลากรทางด้านสาธารณสุขในอนาคต ได้มีทักษะความรู้เจตคติที่ดีในการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และเกิดประสบการณ์การเรียนรู้แบบสหสาขา วิชาชีพ เพื่อประโยชน์ของผู้รับบริการในอนาคตเมื่อนักศึกษาสำเร็จการศึกษา (วณิชา ชื่นกองแก้ว, 2556) การจัดการศึกษาในระดับปริญญา หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต มีเกณฑ์มาตรฐานผู้ประกอบ วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2555 ตามประกาศของแพทยสภา และมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2561 ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการที่กำหนดสมรรถนะของบัณฑิตที่จบการศึกษาจะต้องมีความรู้ ความสามารถในหมวด ค สุขภาพและการสร้างเสริมสุขภาพ ในข้อ 10 บทบาทของสหวิชาชีพ และ สหสาขา (multi-professions and multi-disciplinary) ในการสร้างเสริมสุขภาพ (แพทยสภา, 2555) ส่วนการจัดการศึกษาระดับการศึกษาต่อเนื่องหลังปริญญา หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน ได้มี การจัดทำกรอบมาตรฐานคุณวุฒิความรู้ความชํานาญ ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2561 โดยมี การกำหนดผลสัมฤทธิ์และขีดความสามารถระหว่างการฝึกอบรมที่ประสงค์ ( intended learning outcomes/milestones) ที่ชัดเจน ได้แก่ มีทักษะระหว่างบุคคลและการสื่อสาร (interpersonal and communication skills) การเรียนรู้และการพัฒนาจากฐานการปฏิบัติ (practice-based learning) โดย สามารถปฏิบัติงานร่วมกับสหสาขาวิชาชีพได้ เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของผลสัมฤทธิ์ดังกล่าว (ศูนย์เวช บัณฑิตศึกษาแห่งประเทศไทย, 2561) การจัดการศึกษากลุ่มวิชาชีพสุขภาพอื่น ในระดับปริญญาตรีได้แก่ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต หลักสูตรเภสัชศาสตร์ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคนิค การแพทย์ ได้มีการกำหนดมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี รายละเอียดกำหนดมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่เกี่ยวกับการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ หัวข้อ ความสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบที่คล้ายกัน ได้แก่ มีปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กับผู้รับบริการ ผู้ร่วมงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถทำงานเป็นทีมในบทบาทผู้นําและสมาชิกทีมในบริบทหรือสถานการณ์ ที่หลากหลายในทีมสุขภาพ (health team) หรือเครือข่ายในการเชื่อมโยงบริบททางวิชาชีพในการดูแล และสร้างเสริมสุขภาพ สามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองอย่างเป็นเหตุเป็นผล และเคารพในความ
- 11 - คิดเห็นของผู้อื่น แสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาวิชาชีพและสังคมอย่างต่อเนื่อง สามารถใช้ ความรู้ในวิชาชีพมาบริการสังคมได้อย่างเหมาะสม มีทักษะการบริหารงานบุคคล มีมนุษยสัมพันธ์ สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2561; สภาเทคนิคการแพทย์, 2560; สภาเภสัช กรรม, 2563) จะเห็นได้ว่า เป้าหมายของการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ คือ เพื่อให้ผู้เรียนเกิด 1) การ เรียนรู้ว่าแต่ละวิชาชีพมีบทบาท ความรับผิดชอบอะไร (role, responsibility, respect) 2) การรู้จัก ภาวะความเป็นผู้นำ (leadership) 3) การทำงานเป็นทีมอย่างเข้าใจกันและกัน (teamwork) และ 4) การ สอนสะท้อนย้อนคิด (learning & reflection) ทั้งนี้ในอนาคตตั้งเป้าหมายให้คณะและสาขาวิชาชีพอื่นๆ นอกจากด้านสุขภาพ เข้าร่วมเรียนในลักษณะนี้ด้วย เพราะคนหนึ่งคนจะมีสุขภาวะที่ดีนั้น ไม่ได้หยุดแค่ มิติของสุขภาพอีกต่อไป ต้องมีมิติทางสังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และจิตใจรวมถึงคนรอบข้างเข้ามา เกี่ยวข้องด้วย 2.4 ผลลัพธ์การเรียนรู้ของการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ ในประเทศไทย ได้มีคณะอนุกรรมการการศึกษาวิชาชีพสุขภาพแบบสหสาขาวิชาชีพ (Inter Professional Education) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกจากหลากหลายหน่วยงาน และได้มีการเริ่มนําเสนอ รูปแบบของการศึกษาวิชาชีพสุขภาพแบบสหสาขาวิชา ที่มีการดัดแปลงมาจากรูปแบบของ องค์การ อนามัยโลก ในปี พ.ศ. 2555 และหลังจากที่ได้มีการนําไปใช้ คณะทำงานมีความเห็นว่าควรมีการปรับปรุง โดยเพิ่มเติมองค์ประกอบด้านคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมร่วมมาด้วย (สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์, 2560) ทั้งนี้ได้มีการกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ของการจัดการศึกษาวิชาชีพสุขภาพแบบสหสาขาวิชาชีพไว้5 ด้าน ประกอบด้วย 2.4.1 ด้านบทบาทและความรับผิดชอบ ต้องแสดงถึงการใช้ความรู้เชิงวิชาชีพตามบทบาทเชิง วิชาชีพของตนเอง และวิชาชีพอื่นๆ เพื่อใช้ในการประเมินและระบุความต้องการการบริการสุขภาพของ ผู้ป่วยและกลุ่มคนที่ดูแล 2.4.2 ด้านการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นํา ต้องแสดงถึงการประยุกต์ใช้ค่านิยม และหลักการ พลวัตกลุ่มเพื่อนํามาปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับทีมที่มีความแตกต่างเพื่อจะวางแผนและจัดการ พยาบาลที่เน้นผู้ป่วยและกลุ่มคนที่รับผิดชอบเป็นศูนย์กลาง โดยยึดหลักความปลอดภัย ตรงเวลา มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเป็นธรรม 2.4.3 ด้านการเรียนรู้และการสะท้อนคิด ต้องแสดงถึงการตระหนักรู้และสามารถบอกถึงสิ่งที่รู้แล้ว สิ่งที่จำเป็นต้องเรียนรู้เพิ่มเติม และวางแผนในการจัดการเรียนรู้เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาด 2.4.4 ด้านการสื่อสารระหว่างสหสาขาวิชาชีพ ต้องแสดงถึงความสามารถในการสื่อสารกับ ผู้ป่วย ครอบครัว ชุมชน และสหสาขาวิชาชีพ เพื่อช่วยสนับสนุนทีมสุขภาพในการคงภาวะสุขภาพและการ รักษาโรค
- 12 - 2.4.5 ด้านคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมร่วม ต้องแสดงถึงการทำงานกับสหสาขาวิชาชีพ ท่ามกลางบรรยากาศของการเคารพ ยอมรับและสอดคล้องกับค่านิยมร่วม การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ ต้องมีความสอดคล้องระหว่าง ผลลัพธ์การเรียนรู้การจัดการ เรียนการสอน และการประเมินผล รวมทั้งความสอดคล้องระหว่างคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งแสดงให้เห็นถึง ทักษะในการทำงานกับสหสาขาวิชาชีพด้วยการเคารพและยอมรับ ความแตกต่างระหว่างบุคคลและ ค่านิยมร่วม จำเป็นต้องมีการกำหนดทักษะย่อย (sub domain) กิจกรรมการเรียนการสอน เช่น การ แลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติ สถานการณ์จําลอง โดยมีการกำหนดกิจกรรมให้สอดคล้องกับผลลัพธ์การ เรียนรู้ที่คาดหวัง และกําหนดการประเมินผลให้สอดคล้องกัน เช่น การประเมินความพึงพอใจ ความสุข ของผู้เรียน เป็นต้น (สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์, 2560) การศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ ในรายวิชาที่สอน สมรรถนะหรือผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรวมของหลักสูตร จะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และผลการ เรียนรู้ สมรรถนะ (competency) คือ ข้อความที่ระบุความสามารถทั่วไปมีความเกี่ยวข้องของการ รวมกัน (bundle) ของความรู้ ทักษะและทัศนคติ ที่ต้องการเมื่อสำเร็จการศึกษา (Kennedy, Hyland & Ryan, 2020) เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อต้องการให้การทำงานบรรลุผลสำเร็จ ดังนั้นหลักสูตรจะต้องมีการกำหนด ผลการเรียนรู้ ที่เมื่อสิ้นสุดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแล้ว ผู้เรียนต้องมีผลการเรียนรู้ที่สำคัญ คือ ความรู้ ทักษะ ความสามารถ โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งในกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ เรียกว่า ผลลัพธ์การเรียนรู้ในหลักสูตร (program learning outcomes) วัตถุประสงค์ (objective) หมายถึง ข้อความทั่วไปเกี่ยวกับเป้าหมายของหลักสูตรหรือ โปรแกรม ดังนั้น เมื่อการจัดการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพด้วยการใช้สมรรถนะเป็นฐาน (Frenk, et al., 2010) จึงต้องมีการออกแบบวิธีการจัดการเรียนรู้ กำหนดวัตถุประสงค์ของวิธีการ และติดตามผลผ่าน ผลลัพธ์การเรียนรู้ ผลลัพธ์การเรียนรู้ (learning outcome; LO) หมายถึง ข้อความเฉพาะเจาะจง สามารถวัดได้ (Kennedy, Hyland & Ryan, 2020) อธิบายสิ่งที่ผู้เรียนควรที่จะทำได้หลังเรียนในหัวข้อ ต่างๆ ในหลักสูตรที่ศึกษา โดยหลักสูตรการศึกษา หมายถึง หนึ่งปีหรือรอบระยะเวลาของการศึกษา ทั้งหมด โปรแกรม โมดูล หรือวิชาหรือหน่วยการเรียนรู้ จุดเริ่มต้นสำหรับการเขียนผลลัพธ์การเรียนรู้ คือ การใช้ระดับการเรียนรู้ของ Bloom’s taxonomy (Anderson, et al., 2001) ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ดีจะมี คำกริยาที่ระบุสิ่งที่ผู้เรียนควรกรทำสามารถแสดงได้ ผลลัพธ์การเรียนรู้ คล้ายวัตถุประสงค์การเรียนรู้ แตกต่างกันตรงที่ผลลัพธ์การเรียนรู้ ต้องเขียนถึงเป้าหมายที่อยากให้ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมออกมา หลังจากผ่านกระบวนการเรียนรู้ ดังนั้น เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะ คือ มีการแสดงความสามารถของผู้เรียนตามบทบาทหน้าที่ ของการทำงานเป็นทีมสุขภาพ เมื่อสำเร็จการศึกษาของการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ โดยที่ ความสามารถนั้นเป็นไปตามลำดับขั้นตั้งแต่ระดับเริ่มต้นของการเรียน จนผู้เรียนจบการศึกษา ทั้งนี้ ผลลัพธ์การเรียนรู้และสมรรถนะจะใช้ในการประเมินผลสำเร็จของการจัดการศึกษาสหสาขาวิชาชีพใน
- 13 - ระยะสั้นและระยะยาวต่อไปดังนั้น การจัดการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพจึงต้องมีการออกแบบขั้นตอน การดำเนินการที่เป็นระบบ สำหรับประเทศไทยนั้นมีการกำหนดสมรรถนะของผู้เรียนให้สอดคล้องกับ เนื้อหารายวิชาอย่างเหมาะสม คณะอนุกรรมการการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพได้ให้คำแนะนําให้การ จัดทำหลักสูตรโดยกำหนดสมรรถนะวิชาชีพไว้ 5 หัวข้อ (คณะกรรมการมูลนิธิพัฒนาการศึกษาบคุลากร สุขภาพแห่งชาติ, 2561) ดังนี้ สมรรถนะที่ 1 จริยธรรมและค่านิยมร่วมกัน (ethics and shared values) สมรรถนะที่ 2 บทบาท ความรับผิดชอบตามสาขาวิชาชีพ และการเคารพสาขาวิชาชีพอื่น (roles, responsibility and respect) สมรรถนะที่ 3 การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นํา (teamwork and leadership) สมรรถนะที่ 4 การเรียนรู้และสะท้อนย้อนคิด (learning and reflection) สมรรถนะที่ 5 การสื่อสารระหว่างสหสาขาวิชาชีพ (interprofessional communication) การพัฒนาสมรรถนะหลัก มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีจรณทักษะ (Soft skill) คือ ลักษณะของบุคคลที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานร่วมกันกับผู้อื่น และความสามารถในการที่จะ ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้ประสบความสำเร็จและมีประสิทธิภาพ ได้แก่ การร่วมมือกันทำงานเป็น ทีม ภาวะผู้นํา ระบบการคิด การเข้าใจในความแตกต่างทางวัฒนธรรม จริยธรรม การสื่อสารและการให้ ข้อมูลสารสนเทศและการวางแผนและการจัดการ เป็นต้น 2.5 แนวทางการจัดการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ สำหรับวิธีการจัดการเรียนการสอนวิชาการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ ในระดับปริญญาและ หลังปริญญานั้น ผู้สอนไม่ควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแบบ informative หรือ formative เช่น การจัด บรรยายเนื้อหาในรายวิชาเฉพาะเพียงอย่างเดียว แต่ผู้เรียนควรได้รับการเรียนรู้ที่หลายหลายวิธี เช่น การ เรียนการสอนแบบกลุ่มย่อยในห้องเรียน การแสดงบทบาทสมมุติ โดยผู้เรียนได้ทำการเตรียมข้อมูลจาก การค้นคว้า นอกห้องเรียนมาก่อนเรียน และแทรกเข้าไปในเนื้อหาของรายวิชาที่เกี่ยวข้องของหลักสูตร โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (student centered learning) เช่น การปฏิบัติงานจริงชั้นคลินิกในแต่ละ แผนกสาขา ให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติ (experiential learning) หรือการออกนอกสถานที่ได้ เรียนรู้กับพื้นที่ปฏิบัติงานจริงในอนาคต โดยใช้บุคลากรสหสาขาวิชาชีพในพื้นที่นั้นเป็นอาจารย์พิเศษ แลกเปลี่ยนกันเรียนรู้ เช่น ทีมสุขภาพในระดับชุมชน ชาวบ้านในพื้นที่ ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น เพื่อให้ ผู้เรียนได้เข้าไปเห็นสภาพปัญหาจริงเพื่อนํามาวิเคราะห์ วิจารณ์ค้นคว้าเพิ่มเติม และทำการสัมมนากลุ่ม (seminar) ระหว่างกลุ่มเพื่อนสหสาขาวิชาชีพด้วยกัน นําไปต่อยอดในการจัดทำโครงการหรือการวิจัยใน ชุมชนให้กลุ่มผู้เรียนทดลองคิดและทำการพัฒนาระบบงานที่สามารถนําไปใช้ได้จริงในชุมชน อันเป็นการ แก้ปัญหาระบบสาธารณสุขในพื้นที่และพัฒนาระบบทีมสุขภาพให้มั่นคงและยั่งยืนไปด้วย การจัดการเรียนการสอนวิชาการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ ผู้สอนสามารถออกแบบกิจกรรมการ เรียนรู้สอดแทรกเข้าไปในกิจกรรมหลักที่มีอยู่แล้วในระหว่างการปฏิบัติงานของผู้เรียนในโรงพยาบาล เช่น
- 14 - กิจกรรม multi-disciplinary team medical grand round ที่นําประเด็นปัญหาที่น่าสนใจของผู้ป่วยใน ระหว่างการร่วมดูแลรักษาตัวในโรงพยาบาลของทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพ นอกเหนือจากปัญหา ความเจ็บป่วยเรื่องตัวโรคมาร่วมกันอภิปราย เช่น ปัญหาทางด้านจิตใจของผู้ป่วยและผู้ดูแล ปัญหาทาง สังคม ปัญหาการเตรียมจำหน่ายผู้ป่วยกลับบ้าน สรุปประเด็นปัญหาและหาทางออกแก้ปัญหาให้ผู้ป่วยที่ ดูแลร่วมกัน อันเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์และข้อมูลการดูแลผู้ป่วยกับทีมสหสาขาวิชาชีพ รวมถึงทบทวนและปรับปรุงกระบวนการดูแลผู้ป่วยของผู้เรียน และเกิดองค์ความรู้ในการพัฒนาศักยภาพ การดูแลผู้ป่วยของทีมสหสาขาวิชาชีพ การประเมินผลเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและท้าทายสำหรับการ จัดการเรียนการสอนในวิชาการศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพอย่างมาก เนื่องจากต้องออกแบบเครื่องมือที่ใช้ ในการวัดและประเมินผลในครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ความรู้ (knowledge) ทักษะ (skills) และ เจต คติ(attitude) อันเป็นการประเมินผลทั้งในส่วน cognitive และ psychomotor domain แนวทางใน การเลือกใช้เครื่องมือในการประเมินผล คือ ผู้เรียนในระดับปริญญา และหลังปริญญาตรีต่อเนื่องนั้นเมื่อ จบไปแล้ว ควรจะมีความสามารถในระดับ Does คือ สามารถปฏิบัติงานได้จริงโดยที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้ คำแนะนํา และสามารถเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบสุขภาพ (change agent) ให้กับวงการ สาธารณสุขได้ ดังนั้น เครื่องมือการประเมินผลในระดับข้อสอบชนิดปรนัยเลือกตอบ ชนิดอัตนัย หรือการ สอบด้วยปากเปล่ารายบุคคลนั้น สามารถวัดได้เพียงความสามารถ cognitive domain ในระดับ knows หรือ knows how เท่านั้น จึงจำเป็นที่จะต้องหาเครื่องมือที่เหมาะสม และครอบคลุม เช่น การนําเสนอ โครงการวิจัยปัญหาในการบริบาลผู้ป่วยชุมชนโดยทีมสหสาขาวิชาชีพในระหว่างที่ผู้เรียนได้ลงไปเรียนรู้ และปฏิบัติจริง การสังเกตการณ์ ทางตรง (direct observation) หรือ การใช้เครื่องมือ workplace based assessment เช่น การประเมินผลจากผู้ประเมินหลายแหล่ง (Multi-source Feedback: MSF) ในการประเมินผลระหว่างการปฏิบัติงานจริง เพื่อสามารถวัดในส่วน psychomotor domain ได้ การ เลือกใช้เครื่องมือในการประเมินด้านเจตคตินั้น ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาเนื่องจากเป็นเรื่องยากและมี ข้อจํากัดในการวัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความเป็นตัวตนที่แท้จริง (authenticity) ที่ได้จากการวัด อย่างไรก็ตามนักการศึกษาได้ออกแบบเครื่องมือ และหาความเที่ยงตรงของเครื่องมือแบบประเมินในการ ประเมินด้านเจตคติของผู้เรียน เช่น การประเมินผลจากผู้ประเมินหลายแหล่ง การประเมินการ ปรับเปลี่ยนทัศนคติและการรับรู้ เป็นต้น
- 15 - 2.6 สมรรถนะวิชาชีพที่ต้องการพัฒนานักศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลง และสหสาขาวิชาชีพ (IPE) และกิจกรรมการดำเนินโครงการ สมรรถนะวิชาชีพที่ต้องการ พัฒนานักศึกษา เพื่อการเปลี่ยนแปลง และสหสาขาวิชาชีพ (IPE) วัตถุประสงค์การพัฒนา เพื่อให้ผู้เรียน..... กิจกรรม แบบประเมิน 1 การมีจริยธรรมและ ค่านิยมร่วม (ethics and shared values) 1.แสดงความเห็นอกเห็นใจและให้บริการ ด้วยหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ 2.ร่วมรับผิดชอบกับผลการทำงานของกลุ่ม 3.ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจาก ทีมสหสาขาวิชาชีพได้อย่างเหมาะสม 4.ยอมรับว่าสาขาวิชาชีพอื่นมีความสำคัญ เท่าเทียมกัน - กลุ่มสัมพันธ์ - Small groups - ลงพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ - Share and show Case study - Family care Teams - แบบประเมิน IPE - แบบประเมิน อัตลักษณ์บัณฑิต 2 การรู้จักบทบาท ความ รับผิดชอบตามสาขา วิชาชีพ และการเคารพ สาขาวิชาชีพอื่น (Roles, Responsibility and Respect) 1.เข้าใจในบทบาทหน้าที่ในสาขาวิชาชีพ ตนเอง 2.เข้าใจบทบาทหน้าที่ของสาขาวิชาชีพอื่น 3.ความสามารถในการบูรณาการบทบาทในกลุ่ม 4.การแบ่งปันความรู้หรือแนวปฏิบัติที่ดี ระหว่างสาขาภายในกลุ่ม 5.เคารพในสิทธิและหน้าที่ของสาขาวิชาชีพอื่น - กลุ่มสัมพันธ์ - Small groups - ลงพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ - Share and show Case study - Family care Teams - แบบประเมิน IPE - แบบประเมิน 4Cs for C 3 การทำงานเป็นทีม และมีภาวะผู้นํา (teamwork and leadership) 1.มีการกำหนดงาน วางแผน ทำงานเป็นทีม ได้อย่างลื่นไหล 2.การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของทีม 3.เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง 4.มีส่วนร่วมในกระบวนการทำงานของทีม 5.เป็นผู้ฟังที่ดี ตั้งใจฟังเมื่อมีผู้อื่นพูด 6.มีกลยุทธ์การจัดการความขัดแย้งได้อย่าง เหมาะสม - กลุ่มสัมพันธ์ - Small groups - ลงพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ - Share and show Case study - Family care Teams - การจัดการความรู้ - แบบประเมิน IPE - แบบประเมิน 4Cs for C - แบบประเมิน อัตลักษณ์บัณฑิต 4 การเรียนรู้ และสะท้อนย้อนคิด (learning and reflection) 1.การได้เรียนรู้จากสาขาวิชาชีพอื่น 2.นำความรู้จากสาขาวิชาชีพอื่น มาปรับใช้ กับสาขาตนเองและผู้รับบริการ - BAR/DAR/AAR - Narrative writing - แบบประเมิน C21 - แบบประเมิน สมรรถนะชุมชน
- 16 - สมรรถนะวิชาชีพที่ต้องการ พัฒนานักศึกษา เพื่อการเปลี่ยนแปลง และสหสาขาวิชาชีพ (IPE) วัตถุประสงค์การพัฒนา เพื่อให้ผู้เรียน..... กิจกรรม แบบประเมิน 5 การสื่อสารระหว่าง สหสาขาวิชาชีพ (inter professional communication) 1.มีการสื่อสารในทีมที่มีประสิทธิภาพ 2.พูดคุยสื่อสารกับผู้ป่วยได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 3.สามารถพูดคุยสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่าง ชัดเจน 4.สามารถให้คำปรึกษาแก่ผู้รับบริการได้ อย่างเหมาะสม การสื่อสารระหว่างสหสาขาวิชาชีพ (interprofessional communication) - กลุ่มสัมพันธ์ - Small groups - ลงพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ - Share and show Case study - Family care Teams - Story telling - แบบประเมิน IPE - แบบประเมิน 4Cs for C - แบบประเมิน C21 - แบบประเมินTQF 2.7 บทบาทของผู้เข้าร่วมโครงการ 2.7.1 บทบาทนักศึกษา 1) ทบทวนองค์ความรู้และทักษะการปฏิบัติงานตามศาสตร์ของแต่ละวิชาชีพ 2) ทบทวนการปฏิบัติงานโดยใช้แนวคิด สบช.โมเดล ที่ใช้ปิงปองจราจรชีวิต 7 สี เป็น เครื่องมือในการดำเนินงาน และการเรียนรู้แบบ Case based learning 3) ทบทวนความรู้ และทักษะการเยี่ยมบ้าน (Home visit) การสำรวจความจำเป็น พื้นฐาน (จปฐ.) ในชุมชน การดูแลผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อ (NCD) การดูแลผู้ป่วยระยะยาว (Long term care) โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ 4) ทบทวนและทำความเข้าใจ เครื่องมือในการประเมิน คัดกรอง ภาวะสุขภาพชุมชน ร่วมกับเพื่อนสหสาขาวิชาชีพ และอาจารย์ที่ปรึกษาประจำกลุ่ม 5) ศึกษาข้อมูลสำคัญ ประวัติ แหล่งท่องเที่ยวของเขตอำเภอที่ไปปฏิบัติงาน และ ศึกษาชุมชน และกรณีศึกษาจากเอกสารก่อนลงพื้นที่จากอาจารย์ที่ปรึกษาประจำกลุ่ม และอาจารย์พี่เลี้ยง 6) เตรียมของใช้ส่วนตัว 6.1) ชุดปฏิบัติงานในชุมชน 6.2) ชุดวอร์มของแต่ละสถาบัน 6.3) เสื้อคอโปโลสุภาพหรือของสถาบัน กางเกงขายาวสุภาพ 6.4) รองเท้ากีฬา และรองเท้าลำลอง
- 17 - 6.5) สมุด ดินสอ ปากกา 6.6) คอมพิวเตอร์ (Note Book) กลุ่มละ 2-3 เครื่อง 6.7) ปลั๊กสามตา กลุ่มละ 1-2 ชุด 6.8) กระเป๋าใบเล็ก สำหรับลงชุมชน 6.9) ถุงนอน หมอน คนละ 1 ชุด 6.10) หมวก ร่ม ไฟฉาย ช้อนส้อม ชุดเครื่องอาบน้ำ 6.11) ยาประจำตัว 6.12) ยาทากันยุง 6.13) ชิ้นงานนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น โดยใช้แนวคิด สบช.โมเดล ปิงปองจราจร ชีวิต 7 สี สำหรับดูแลผู้รับบริการในชุมชน 7) ทำแบบประเมินผลส่วนที่ 1-7 (Pre test)ก่อนวันที่ 30 เมษายน 2567 และ ทำ แบบประเมินผลส่วนที่ 1-8 (Post test) ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 2.7.2) บทบาทอาจารย์ที่ปรึกษาประจำกลุ่ม 1) ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการเข้าร่วมโครงการ กับกองกิจการนักศึกษา สถาบันพระบรมราชชนก 2) ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมร่วมกับนักศึกษากลุ่มที่เป็นที่ปรึกษาก่อนเริ่มโครงการ เพื่อทำความเข้าใจและวางแผนดำเนินกิจกรรม 3) เตรียมนักศึกษาด้านความรู้ และทักษะ ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการเข้าร่วมโครงการ 4) ศึกษาข้อมูลชุมชนที่ได้รับมอบหมายร่วมกับนักศึกษา 5) เป็นที่ปรึกษาเรื่องการวางแผนกำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ ในการ ประเมินภาวะสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ในทีมสหสาขาวิชาชีพของนักศึกษาก่อนการเยี่ยมบ้าน 6) นำนักศึกษาลงเยี่ยม ประเมิน คัดกรองภาวะสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมในชุมชน ตลอดกิจกรรม 7) ให้คำแนะนำ ชี้แนะแนวทาง การดูแลผู้ป่วยเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพในผู้ป่วยที่ได้ รับผิดชอบ 8) เป็นที่ปรึกษา แนะนำ ให้การช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา ของนักศึกษาให้ดำเนินการ ตามวัตถุประสงค์ตลอดการดำเนินโครงการ 2.7.3) บทบาทอาจารย์พี่เลี้ยงของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 1) ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการเข้าร่วมโครงการ กับกองกิจการนักศึกษา สถาบัน พระบรมราชชนก ส่งมอบเอกสารข้อมูลด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ให้กับกองกิจการนักศึกษา
- 18 - สถาบันพระบรมราชชนก เพื่อนำไปให้นักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาประจำกลุ่มศึกษา เตรียมความ พร้อม ทำความเข้าใจและวางแผนดำเนินกิจกรรม 2) เป็นผู้ให้รายละเอียด ข้อมูลสุขภาพของชุมชน และผู้ป่วย เพื่อใช้สำหรับการ ปฏิบัติงาน 3) ประสานชุมชน ผู้นำชุมชน อสม.ในพื้นที่ ร่วมเป็นทีมงานการดูแลสุขภาพประชาชน ในโครงการ 4) ประสานที่พัก และยานพาหนะของหน่วยงาน สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาประจำกลุ่ม และนักศึกษาในระหว่างปฏิบัติงานในพื้นที่ 5) ประสานตำรวจในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือ และดูแลความปลอดภัย ในระหว่าง ปฏิบัติงานในพื้นที่ 6) เป็นที่ปรึกษา แนะนำ ให้การช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา ของนักศึกษาให้ดำเนินการตาม วัตถุประสงค์ตลอดการดำเนินโครงการ 2.7.4 บทบาทบุคลากรของกองกิจการนักศึกษา คณะ และวิทยาลัย 1) ลงพื้นที่เตรียมความพร้อม 2) จัดทำและขออนุมัติโครงการ 2) ประสานผู้บริหาร และบุคลากรที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 3) คัดเลือก เตรียมความพร้อมนักศึกษา และขออนุญาตผู้ปกครอง ก่อนเข้าร่วม โครงการ 4) ประสานแหล่งฝึกปฏิบัติงาน ที่พัก และยานพาหนะ 5) ดูแล ติดตาม แก้ไขปัญหาตลอดการดำเนินโครงการ 2.8 กิจกรรมการเรียนรู้สำหรับนักศึกษา 2.8.1 ศึกษาคู่มือก่อนการเข้าร่วมโครงการ 2.8.2 นัดประชุม และเข้าร่วมประชุมสมาชิกกลุ่ม เตรียมความพร้อมร่วมกับอาจารย์ที่ ปรึกษาประจำกลุ่มที่จัดให้ ก่อนเริ่มโครงการ เพื่อทำความเข้าใจและวางแผนดำเนินกิจกรรม 2.8.3 รับเอกสารข้อมูลด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ จากกองกิจการนักศึกษา สถาบันพระบรมราชชนก เพื่อนำไปศึกษา เตรียมความพร้อม ทำความเข้าใจและวางแผนดำเนินกิจกรรม ร่วมกันในกลุ่ม 2.8.4 ประสานอาจารย์พี่เลี้ยงของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล กรณีต้องการข้อมูล เพิ่มเติม
- 19 - 2.8.5 เข้าร่วมกิจกรรมตามวัน เวลา และสถานที่ ที่กำหนด 2.8.6 ลงพื้นที่ คัดกรอง ประเมินภาวะสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชนในชุมชน โดย ใช้แบบประเมินแนวคิด INHOMESS เป็นเครื่องมือในการประเมิน 2.8.7 ค้นหาปัญหา และวิเคราะห์ภาวะสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชนในชุมชน ภาพรวมของพื้นที่ โดยใช้องค์ความรู้ความเชี่ยวชาญ ทักษะ ร่วมกันของสหสาขาวิชาชีพ 2.8.8 แต่ละกลุ่มเลือกประชาชนในชุมชน จำนวนกลุ่มละ 1 ครัวเรือน ที่มีผู้ป่วยที่ต้องได้รับ การดูแลจากผู้ดูแลในครอบครัวแบบระยะยาว (Long term care) มาวางแผนการให้ความรู้ สอน และ แนะนำทักษะการดูแลผู้ป่วย และการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ผู้ป่วยและผู้ดูแล ผู้ป่วยมีความรู้และทักษะในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วย และช่วยฟื้นฟูสุขภาพ ร่างกายของผู้ป่วย รวมถึงการนำชิ้นงานนวัตกรรมด้านสุขภาพไปใช้ให้เกิดประโยชน์สำหรับผู้ป่วย 2.9 ชิ้นงาน 2.9.1 งานชิ้นที่ 1 แบบบันทึกการติดตามดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องที่บ้าน กลุ่มละ 1 ฉบับ โดย จัดทำงานในหัวข้อต่อไปนี้เป็นรายวันที่เยี่ยมผู้ป่วย อย่างน้อย 3 ครั้ง (ครั้งที่ 1 ประเมินตามหลักของ วิชาชีพตนเองนำข้อมูลกลับมาวางแผนให้คำแนะนำ ดูแล วางแผนประเมินเพิ่มในแต่ละบทบาทของ วิชาชีพของตนเอง ครั้งที่ 2 ให้การดูแล ให้คำแนะนำตามแผนที่วางไว้ และครั้งที่ 3 ติดตามประเมิน) 1) แผนการดูแลต่อเนื่อง (ในหน้า 2 ของแบบบันทึก) 2) สรุปการเยี่ยม (ในหน้า 4 ของแบบบันทึก) โดยให้นักศึกษาแต่ละกลุ่ม ส่งคืนข้อมูลที่ยังเป็นปัญหาของครอบครัวที่ดูแลให้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เมื่อสิ้นสุดโครงการ 2.9.2 งานชิ้นที่ 2 สื่อนำเสนอผลการดำเนินงาน (ชิ้นที่ 1) กลุ่มละ 1 ชิ้นงาน (ไม่เกิน 7 นาที) 2.9.3 งานชิ้นที่ 3 Clip VDO นำเสนอบรรยากาศและการเข้าร่วมกิจกรรมในโครงการ กลุ่มละ 1 ชิ้นงาน (ไม่เกิน 3 นาที) 2.9.4 งานชิ้นที่ 4 แบบบันทึกการสะท้อนคิด และเรื่องเล่า คนละ 1 ฉบับ หมายเหตุ 1. งานชิ้นที่ 1-3 ส่ง File งานให้กองกิจการนักศึกษา วันที่ 7 พฤษภาคม 2567 เวลา 8.00 น. 2. งานชิ้นที่ 4 ส่ง File Word งานให้กองกิจการนักศึกษา วันที่ 7 พฤษภาคม 2567 เวลา 8.00 น.
- 20 - ภาคผนวก
- 21 - ภาคผนวก ก แบบฟอร์มชิ้นงาน - แบบฟอร์มบันทึกการติดตามดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องที่บ้าน - แบบบันทึกการสะท้อนคิดและเรื่องเล่า
- 22 -
- 23 -
- 24 -
- 25 -
- 26 -
- 27 - แบบบันทึกการสะท้อนคิด และเรื่องเล่า (Narrative Writing) 1. อธิบายสถานการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นในการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้(สามารถเลือกอธิบายได้ทั้งสถานการณ์ด้านบวกและด้านลบ) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. บอกเล่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นต่อเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ที่กระทบใจเรามากๆ พร้อมทั้งอธิบายเหตุผลว่า เพราะอะไร เหตุการณ์ หรือสถานการณ์นี้จึงกระทบความรู้สึกของเรา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ อะไรบ้างที่ Work สำหรับเรา และอะไรที่ not work สำหรับเรา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
- 28 - 4. เพราะอะไรสิ่งที่เกิดขึ้นจึง Work / not work สำหรับเรา (สาเหตุและปัจจัยอะไรอะไรที่เกี่ยวข้อง) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ในครั้งนี้มีอะไรบ้าง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 6. เราจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปพัฒนาตัวเองอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
- 29 - เรื่องเล่า (Narrative Writing) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
- 30 - ภาคผนวก ข แบบประเมินผู้เข้าร่วมโครงการ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนที่ 2 แบบประเมินความสามารถการทำงานร่วมระหว่างวิชาชีพ ส่วนที่ 3 แบบประเมินสมรรถนะหลักของบัณฑิต สถาบันพระบรมราชชนก (4Csfor C) ส่วนที่ 4 แบบประเมินอัตลักษณ์บัณฑิตสถาบันพระบรมราชชนก ส่วนที่ 5 แบบประเมินสมรรถนะนักศึกษาในศตวรรษที่ 21 ส่วนที่ 6 แบบประเมินสมรรถนะโดดเด่นด้านการดูแลชุมชน ส่วนที่ 7 แบบประเมินคุณภาพของบัณฑิตตามกรอบคุณวุฒิ มาตรฐานการศึกษา (TQF) ส่วนที่ 8 แบบประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอน แบบสหสาขาวิชาชีพ
- 31 - แบบประเมินผู้เข้าร่วมโครงการ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม 1. เพศ ชาย หญิง 2. อายุ………….ปี 3. คณะที่ศึกษา พยาบาลศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ อื่นๆ...................... 4. สาขาวิชาที่ศึกษา พยาบาลศาสตร์ สาธารณสุขชุมชน ทันตสาธารณสุข เทคนิคเภสัชกรรม ปฏิบัติการฉุกฉินทางการแพทย์ การแพทย์แผนไทย เวชระเบียน โสตทัศนศึกษาทางการแพทย์ อื่นๆ...................... 5. ระดับชั้นปีการศึกษา ชั้นปีที่ 1 ชั้นปีที่ 2 ชั้นปีที่ 3 ชั้นปีที่ 4 ส่วนที่ 2 แบบประเมินความสามารถการทำงานร่วมระหว่างวิชาชีพ (ดัดแปลงจาก Inter-professional collaborator assessment rubric: ICAR) โปรดทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด เพียงข้อละ 1 ช่อง ตามเกณฑ์ต่อไปนี้ 5 หมายถึง ท่านมีความสามารถตามหัวข้อการประเมินในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง ท่านมีความสามารถตามหัวข้อการประเมินในระดับมาก 3 หมายถึง ท่านมีความสามารถตามหัวข้อการประเมินในระดับปานกลาง 2 หมายถึง ท่านมีความสามารถตามหัวข้อการประเมินในระดับน้อย 1 หมายถึง ท่านมีความสามารถตามหัวข้อการประเมินในระดับน้อยที่สุด หัวข้อการประเมิน ระดับความคิดเห็น (5) (4) (3) (2) (1) 1. การรู้จักบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบตามสาขาวิชาชีพ การเคารพสาขาวิชาชีพอื่น (role, responsibility, respect) 1.1 ความเข้าใจบทบาทหน้าที่ในสาขาวิชาชีพตนเอง 1.2 ความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของสาขาวิชาชีพอื่น 1.3 ความสามารถในการบูรณาการบทบาทภายในกลุ่ม 1.4 การแบ่งปันความรู้หรือแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างสาขาภายในกลุ่ม 1.5 ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทหน้าที่ของสาขาวิชาชีพของ ตนเอง 1.6 เคารพในสิทธิและหน้าที่ของสาขาวิชาชีพอื่น 2. การทำงานเป็นทีมและการมีภาวะผู้นํา (teamwork and leadership) 2.1 มีการกำหนดงาน วางแผน ทำงานเป็นทีมได้อย่างลื่นไหล 2.2 การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของทีม 2.3 เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง 2.4 มีส่วนร่วมในกระบวนการทำงานของทีม 2.5 เป็นผู้ฟังที่ดี ตั้งใจฟังเมื่อมีผู้อื่นพูด 2.6 มีกลยุทธ์การจัดการข้อขัดแย้งได้อย่างเหมาะสม
- 32 - หัวข้อการประเมิน ระดับความคิดเห็น (5) (4) (3) (2) (1) 3. การเรียนรู้ผ่านการสะท้อนคิดหรือการไตร่ตรองสะท้อนคิด (learning and reflection) 3.1 การได้เรียนรู้จากสาขาวิชาชีพอื่น 3.2 นำความรู้จากสาขาวิชาชีพอื่น มาปรับใช้กับสาขาตนเองและผู้รับบริการ 4. การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (communication) 4.1 มีการสื่อสารภายในทีมที่มีประสิทธิภาพ 4.2 พูดคุย สื่อสารกับผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.3 สามารถพูดคุยสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ชัดเจน 4.4 สามารถให้คำปรึกษาแก่ผู้รับบริการได้อย่างเหมาะสม 5. การสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่นและการยอมรับความต้องการของผู้รับบริการ (relationship with, and recognizing the need of the clients) 5.1 มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้รับบริการและผู้ที่เกี่ยวข้อง 5.2 มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนในทีมสหสาชาวิชาชีพ 5.3 สามารถทำงานร่วมกับเพื่อนในทีมสหสาขาวิชาชีพได้ได้ตามบทบาทหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย 5.4 รวบรวมข้อมูลและแบ่งปันข้อมูลระหว่างสาขาวิชาชีพได้เป็นอย่างดี 5.5 วางแผนการให้บริการและตัดสินใจบนพื้นฐานความต้องการของผู้รับบริการ 6. การมีคุณธรรม จริยธรรม (moral and ethics) 6.1 แสดงความเห็นอกเห็นใจและให้บริการด้วยหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ 6.2 ร่วมรับผิดชอบกับผลของการทำงานของกลุ่ม 6.3 ปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากทีมสหสาขาวิชาชีพได้อย่าง เหมาะสม 6.4 ยอมรับว่าสาขาวิชาชีพอื่นมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ส่วนที่ 3 แบบประเมินสมรรถนะหลักของบัณฑิตสถาบันพระบรมราชชนก (4Cs for C) โปรดทำเครื่องหมาย (√ ) ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด เพียงข้อละ 1 ช่อง ตามเกณฑ์ต่อไปนี้ 5 หมายถึง ท่านมีสมรรถนะตามหัวข้อการประเมินในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง ท่านมีสมรรถนะตามหัวข้อการประเมินในระดับมาก 3 หมายถึง ท่านมีสมรรถนะตามหัวข้อการประเมินในระดับปานกลาง 2 หมายถึง ท่านมีสมรรถนะตามหัวข้อการประเมินในระดับน้อย 1 หมายถึง ท่านมีสมรรถนะตามหัวข้อการประเมินในระดับน้อยที่สุด
- 33 - หัวข้อการประเมิน ระดับความคิดเห็น (5) (4) (3) (2) (1) 1. สมรรถนะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 1.1 ระบุปัญหาโดยใช้ความรู้เหตุผลและแจกแจงผลการวิเคราะห์ได้ 1.2 แสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและหลากหลาย 1.3 รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้วางแผนการทำงานการแก้ไขปัญหาหรือ การตัดสินใจได้ 1.4. บอกความสัมพันธ์เชื่อมโยงเหตุและผลของสิ่งที่ศึกษาและประมวลผลกระทบ ที่มีความซับซ้อนได้ 1.5 ระบุประเด็นและตั้งคำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความกระจ่างเพื่อนำไปสู่แนว ทางการแก้ไขปัญหา 1.6 ตัดสินใจหรือคัดสรรวิธีแก้ปัญหาจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลและหลักฐานเชิง ประจักษ์ 1.7 ใช้กระบวนการหรือวิธีการที่หลากหลายในการแก้ไขปัญหาโดยเชื่อมโยงความรู้ ทางวิชาชีพศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง 1.8 สรุปการเรียนรู้จากประสบการณ์หรืออธิบายผลการเรียนรู้ของตนและกลุ่มได้ 2. สมรรถนะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creative thinking and innovation) 2.1 นำเสนอความคิดแปลกใหม่ความคิดเพื่อพัฒนาการพยาบาลให้ดีกว่าเดิม 2.2 แสดงผลการสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือวิธีการกระบวนการใหม่ในการปฏิบัติงาน 2.3 ใช้ความรู้ผลการวิจัยนวัตกรรมการพยาบาลในการเรียนและฝึกปฏิบัติงาน 2.4 คิดเชิงบวกและพร้อมที่จะเรียนรู้เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีกว่าในการแก้ปัญหา หรือเมื่อมีความยากลำบาก 2.5 ดัดแปลงสิ่งที่มีอยู่เพื่อการเรียนรู้และ/หรือการพัฒนาการปฏิบัติงาน 2.6 แสดงความเชื่อในผลสำเร็จของการทำงานร่วมกันเป็นทีม 3. สมรรถนะด้านความร่วมมือ (Collaboration) 3.1 มีความสามารถในการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนผู้ใช้บริการผู้ร่วมงานและอาจารย์ ด้วยความเป็นมิตร 3.2 แสดงความสามารถในการประสานงานและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ 3.3 แสดงความคิดเห็นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ 3.4 แสดงออกถึงความรับผิดชอบในการทำงานเมื่อเป็นสมาชิกทีม 3.5 แสดงออกถึงความชื่นชอบในการทำงานเป็นหมู่คณะ
- 34 - หัวข้อการประเมิน ระดับความคิดเห็น (5) (4) (3) (2) (1) 3.6 แสดงภาวะผู้นำในการทำงานซึ่งได้รับการยอมรับในทีมงาน 3.7 เป็นผู้นำทางความคิดการลงมือทำเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 3.8 สามารถแก้ไขความขัดแย้งเพื่อให้การทำงานบรรลุเป้าหมาย 3.9 สามารถประเมินเพื่อนร่วมงานและให้ข้อมูลย้อนกลับด้วยวิธีการสร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ต่อทีมงาน 4. สมรรถนะด้านการสื่อสาร การรู้เท่าทันสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ (Communication) 4.1 มีความสามารถในการฟังและจับใจความสำคัญ 4.2 แสดงออกทั้งภาษาพูดและภาษากายได้ถูกต้องและชัดเจน 4.3 อ่านวิเคราะห์และคัดกรองข่าวสารข้อมูลจากสื่อหรือแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย 4.4 ดูวิธีการค้นหาและจัดการข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายเพื่อให้ได้ สารสนเทศที่ถูกต้อง 4.5 อธิบายข้อมูลสารสนเทศแก่ผู้อื่นได้อย่างถูกต้องเข้าใจได้ง่าย 4.6 คัดสรรสารสนเทศอย่างมีเหตุผลเชื่อถือได้ก่อนการนำมาใช้หรือเผยแพร่ 4.7 สามารถใช้โสตทัศนูปกรณ์ในห้องเรียนได้ 4.8 ใช้สื่อสารสนเทศต่าง ๆ ด้วยความระมัดระวังและไม่นำมาสู่อันตรายหรือความ เสื่อมเสียชื่อเสียงแห่งตนและสถาบัน ส่วนที่ 4 แบบประเมินอัตลักษณ์บัณฑิตสถาบันพระบรมราชชนก คำชี้แจง แบบสอบถามฉบับนี้ เป็นแบบประเมินอัตลักษณ์บัณฑิตสถาบันพระบรมราชชนก คือ “บริการ สุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ โดยยึดมั่นประโยชน์เพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” ประกอบด้วย แบบประเมินฉบับนี้ประกอบด้วย 2 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล ตอนที่ 2 ประเมินอัตลักษณ์บัณฑิตของสถาบันพระบรมราชชนก ของผู้สำเร็จการศึกษา ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล คำชี้แจง โปรดเติมข้อความในช่องว่างและเขียนเครื่องหมาย √ ลงในช่องคำตอบ 1. สถานะผู้ตอบแบบประเมิน O อาจารย์ O ผู้ใช้บัณฑิต O ผู้สำเร็จการศึกษาประเมินตนเอง 2. เพศ O หญิง O ชาย 3. ศาสนา O พุทธ O อิสลาม O คริสต์ O อื่นๆ ระบุ....... 4. อายุ ......................................ปี
- 35 - ตอนที่ 2 แบบประเมินอัตลักษณ์บัณฑิตของสถาบันพระบรมราชชนก ของผู้สำเร็จการศึกษา คำชี้แจง แบบประเมินอัตลักษณ์บัณฑิตของสถาบันพระบรมราชชนก ของผู้สำเร็จการศึกษา ตามการรับรู้ของท่าน กรุณาทำเครื่องหมายในข้อที่ตรงกับความเป็นจริงและในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด 5 หมายถึง ข้อความตรงกับคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษามากที่สุด 4 หมายถึง ข้อความตรงกับคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษามาก 3 หมายถึง ข้อความตรงกับคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาปานกลาง 2 หมายถึง ข้อความตรงกับคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาน้อย 1 หมายถึง ข้อความตรงกับคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาน้อยที่สุด หมายเหตุ 1. ข้อมูลจากการแสดงความคิดเห็นของท่านจะนำไปวิเคราะห์โดยภาพรวม จึงไม่มีผลใดๆต่อผู้ให้ข้อมูล 2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจะนำไปพัฒนาให้เกิดอัตลักษณ์บัณฑิตของสถาบันพระบรมราชชนก การตอบแบบ ประเมินตามความเป็นจริง จะทำให้ได้ข้อมูลที่สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาระบบงานให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลำดับ ข้อความ ความคิดเห็น 5 4 3 2 1 วินัย 1 มีความรับผิดชอบ ความตั้งใจที่จะทำงานและติดตาม ผลงานที่ได้กระทำ 2 เคารพในสิทธิของผู้อื่น 3 ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ระเบียบที่เกี่ยวข้อง 4 มีความตรงต่อเวลา รู้จักกาลเทศะ 5 มีความเชื่อมั่นในตนเอง 6 มีความอดทนขยันหมั่นเพียร 7 ไม่ทุจริต /รายงานเท็จ /ปลอมแปลงเอกสาร หน้าที่ 1 การรู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง 2 รู้จักหาวิธีแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง 3 ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจนประสบความสำเร็จ 4 ป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากอันตราย 5 ดำรงชีวิตในทางที่ถูกต้อง 6 มุ่งมั่นต่อการศึกษาให้ประสบความสำเร็จ สามัคคี 1 เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มด้วยความเต็มใจ 2 รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา 3 ร่วมแสดงความคิดเห็นและเคารพการตัดสินใจของกลุ่ม 4 ให้ความร่วมมือในการทำงานของกลุ่มจนประสบ ความสำเร็จ 5 ร่วมรับผิดชอบโดยไม่โยนความผิดให้กับบุคคลอื่น
- 36 - ลำดับ ข้อความ ความคิดเห็น 5 4 3 2 1 เสียสละ 1 เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน 2 เปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็นที่เเตกต่างกัน 3 ให้การยอมรับความเห็นที่แตกต่างและให้ข้อเสนอแนะ ในทางที่สร้างสรรค์ 4 รู้จักการไห้ รู้จักการแบ่งปัน 5 สละความสุขส่วนตัวโดยไม่หวังผลตอบเเทน สัจจะ 1 กระทำตรงกับคำพูดของตัวเองเสมอ 2 กำหนดเป้าหมายการปฏิบัติและพยายามทำให้ประสบ ความสำเร็จ 3 มั่นคงต่อการกระทำความดี 4 ประพฤติต่อบุคคลอื่นอย่างสม่ำเสมอ กตเวที 1 รู้สึกสำนึกในบุญคุณของบิดามารดา 2 รู้สึกสำนึกในบุญคุณของครูอาจารย์ 3 รู้สึกสำนึกในบุญคุณของสถาบันการศึกษา 4 ไม่ลบหลู่ดูหมิ่นผู้มีพระคุณ 5 การปฏิบัติตนตอบแทนผู้มีพระคุณ 6 ดำรงตนไม่ให้นำความเสื่อมเสียมายังครอบครัว/ สถาบันการศึกษา/หน่วยงาน อัตลักษณ์สถาบันพระบรมราชชนก อัตลักษณ์ ความหมาย หัวข้อการประเมิน วินัย คุณลักษณะ/พฤติกรรมของนักศึกษาที่แสดงออก ถึงการยึดมั่นในข้อตกลง กฎเกณฑ์ และระเบียบ ข้อบังคับของสถาบัน ครอบครัว และสังคมที่ เรียบร้อยดีงาม เป็นแบบแผน อันหนึ่งอัน เดียวกัน จะได้อยู่ร่วมกันด้วยความสุขสบาย 1. มีความรับผิดชอบ ความตั้งใจที่จะทำงานและ ติดตามผลงานที่ได้กระทำ 2. เคารพในสิทธิของผู้อื่น 3. ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ระเบียบที่เกี่ยวข้อง 4. มีความตรงต่อเวลา รู้จักกาลเทศะ 5. มีความเชื่อมั่นในตนเอง 6. มีความอดทนขยันหมั่นเพียร 7. ไม่ทุจริต /รายงานเท็จ /ปลอมแปลงเอกสาร หน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ 1. การรู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง 2. รู้จักหาวิธีแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง 3. ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจนประสบ ความสำเร็จ 4. ป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากอันตราย 5. ดำรงชีวิตในทางที่ถูกต้อง 6. มุ่งมั่นในการศึกษาให้ประสบความสำเร็จ
- 37 - อัตลักษณ์ ความหมาย หัวข้อการประเมิน เสียสละ การให้การแบ่งปันสิ่งที่เรามีหรือครอบครองอยู่ หรือที่กำลังจะได้รับเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น โดยการให้นั้นจะต้องไม่เดือดร้อนแก่ตนเอง 1. เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ ส่วนตน 2. เปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างกัน 3. ปรับความคิดเห็นที่ต่างกันด้วยสันติวิธีอย่างมี ความคิดสร้างสรรค์ 4. รู้จักการไห้ รู้จักการแบ่งปัน 5. สละความสุขส่วนตัวโดยไม่หวังผลตอบเเทน สัจจะ การแสดงออกด้วยการประพฤติตนในทาง เที่ยงตรง เป็นคนจริงตามสภาวะที่ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นของแท้ ไม่เป็นอย่างอื่นทางใจ ประกอบด้วย จริงใจ ได้แก่ ความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีจิตทุจริตคิด เป็นอื่นมาแอบแฝง จริงวาจา ได้แก่ พูดจริง และ จริงกาย ได้แก่ ทำจริง 1. กระทำตรงกับคำพูดของตัวเองเสมอ 2. กำหนดเป้าหมายการปฏิบัติและพยายามทำ ให้ประสบความสำเร็จ 3. มั่นคงต่อการกระทำความดี 4. ประพฤติต่อบุคคลอื่นอย่างสม่ำเสมอ สามัคคี การร่วมมือกันของหมู่คณะ หน่วยงาน ชุมชน สังคม เพื่อปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วง การร่วมมือกันของหมู่คณะ หน่วยงาน รวมทั้ง การประสานงานกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและ เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม 1. เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มด้วยความ เต็มใจ 2. รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา 3. ร่วมแสดงความคิดเห็นและเคารพการ ตัดสินใจของกลุ่ม 4. ให้ความร่วมมือในการทำงานของกลุ่มจน ประสบความสำเร็จ 5. ร่วมรับผิดชอบโดยไม่โยนความผิดให้กับบุคคล อื่น กตเวที การรู้บุญคุณ ระลึกถึงบุญคุณของผู้มีพระคุณ และการตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ การ ปฏิบัติตนตอบแทนผู้มีพระคุณในโอกาสอันควร 1. รู้สึกสำนึกในบุญคุณของบิดามารดา 2. รู้สึกสำนึกในบุญคุณของครูอาจารย์ 3. รู้สึกสำนึกในบุญคุณของสถาบันการศึกษา 4. ไม่ลบหลู่ดูหมิ่นผู้มีพระคุณ 5. การปฏิบัติตนตอบแทนผู้มีพระคุณ 6. ดำรงตนไม่ให้นำความเสื่อมเสียมายัง ครอบครัว /สถาบันการศึกษา /หน่วยงาน ความคิดเห็นอื่นของผู้ประเมิน .............................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................. ....................................................................................................................................................... ..........................................................ผู้ประเมิน (.............................................................) วันที่..................เดือน...................................พ.ศ....................
- 38 - ส่วนที่ 5 แบบประเมินสมรรถนะนักศึกษาในศตวรรษที่21 โปรดทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด เพียงข้อละ 1 ช่อง ตามเกณฑ์ต่อไปนี้ 5 หมายถึง ท่านมีความสามารถตามหัวข้อการประเมินในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง ท่านมีความสามารถตามหัวข้อการประเมินในระดับมาก 3 หมายถึง ท่านมีความสามารถตามหัวข้อการประเมินในระดับปานกลาง 2 หมายถึง ท่านมีความสามารถตามหัวข้อการประเมินในระดับน้อย 1 หมายถึง ท่านมีความสามารถตามหัวข้อการประเมินในระดับน้อยที่สุด หัวข้อการประเมิน ระดับความคิดเห็น (5) (4) (3) (2) (1) 1. ความสามารถด้านข้อมูลข้าวสาร สื่อเทคโนโลยี และการสื่อสาร 1.1 สามารถรับและส่งสาร กับบุคคลอื่น ภายใต้วัฒนธรรมที่แตกต่างได้ 1.2 สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ 1.3 สามารถเลือกใช้และบูรณาการสื่อ/เครื่องมือที่หลากหลายเพื่อถ่ายทอดและแลกเปลี่ยน ความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองได้ 1.4 สามารถใช้เทคโนโลยีในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตัวอักษร รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสียงในการสร้างชิ้นงานได้ 1.5 สามารถแสวงหาข้อมูลสืบค้นได้อย่างเหมาะสม 2. ความสามารถในการคิดและการแก้ปัญหา 2.1 สามารถคิดแยกแยะประเด็นปัญหา ในแง่มุมต่างๆ ระหว่างการปฏิบัติงานได้ 2.2 สามารถคิดวิเคราะห์ถึง ปัญหา สาเหตุและวิธีการแก้ไข ในระหว่างการ ปฏิบัติงานได้ 2.3 สามารถคิดวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ 2.4 สามารถคิดแนวทางหลากหลายในการแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่ไม่เคยประสบการณ์มาก่อน 2.5 สามารถใช้ความคิดในการออกแบบสร้างสรรค์งานได้เป็นขั้นตอน 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 3.1 ท่านมีทักษะในการติดต่อสื่อสารสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในเชิงบวกได้ 3.2 ท่านสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.3 ท่านมีความเชื่อมั่น กล้าตัดสินใจ แสดงความคิดในการออกแบบงาน 3.4 ท่านสามารถเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เป็นปัญหาได้ 3.5 ท่านสามารถสร้างงานโดยคำนึงถึงผู้อื่นและสังคมรอบข้าง 3.6 ท่านสามารถปรับเปลี่ยนงานได้ตามคำแนะนำและความต้องการของ สังคมในขณะนั้น 3.7 ท่านมีความรับผิดชอบในหน้าที่ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม 3.8 ท่านสามารถนำชิ้นงานไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่นได้
- 39 - ความคิดเห็นอื่นของผู้ประเมิน .............................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................. .............................................................ผู้ประเมิน (.............................................................) วันที่..................เดือน...................................พ.ศ................... ส่วนที่ 6 แบบประเมินสมรรถนะโดดเด่นด้านการดูแลในชุมชน โปรดทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด เพียงข้อละ 1 ช่อง ตามเกณฑ์ต่อไปนี้ 5 หมายถึง ท่านได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามหัวข้อการประเมินในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง ท่านได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามหัวข้อการประเมินในระดับมาก 3 หมายถึง ท่านได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามหัวข้อการประเมินในระดับปานกลาง 2 หมายถึง ท่านได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามรหัวข้อการประเมินในระดับน้อย 1 หมายถึง ท่านได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามหัวข้อการประเมินในระดับน้อยที่สุด หัวข้อการประเมิน ระดับความคิดเห็น (5) (4) (3) (2) (1) 1. อัจฉริยะด้านสุขภาวะชุมชน (Smart) 1.1 สามารถสร้างการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค การรักษาฟื้นฟู สภาพและดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ทุนทางสังคม และภูมิปัญญา 1.2 สามารถให้บริการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค การรักษา การฟื้นฟูสภาพ และดูแลต่อเนื่องที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนทำให้ชุมชนสามารถ พึ่งตนเองได้ 1.3 สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสังคมในการบริการสุขภาพ 1.4 สามารถออกแบบบริการธุรกิจสุขภาพ เช่น ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก ศูนย์ดูแล ผู้สูงอายุ ศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ดูแลที่บ้าน ศูนย์โฮมสุข 2. นวัตกรรมด้านสุขภาพ (Health Innovator) 2.1 สามารถพัฒนากระบวนการดูแลสุขภาพ โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญา ท้องถิ่นได้ 2.2 สามารถพัฒนาเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพ โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้ 2.3 สามารถพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ในการดูแลสุขภาพ โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญา ท้องถิ่นได้
- 40 - หัวข้อการประเมิน ระดับความคิดเห็น (5) (4) (3) (2) (1) 2.4 สามารถนำนวัตกรรมสุขภาพไปใช้ในการบริการสุขภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมโดยคำนึงถึงความคุ้มค่าคุ้มทุน 3. ผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะชุมชน (Change Agent) 3.1 สามารถพัฒนาตนเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง 3.2 สามารถแนะนำ โน้มน้าวและสร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงการดูแล สุขภาวะชุมชนแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ 3.3 สามารถคิดเชิงกลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงการดูแลสุขภาวะชุมชนได้ 3.4 สามารถนำการเปลี่ยนแปลงการดูแลสุขภาวะชุมชนที่มีความซื่อสัตย์ รับผิดชอบและเอื้ออาทร 4. การดูแลหลากวัฒนธรรม (Multi-cultural care) 4.1 สามารถอธิบายเกี่ยวกับความแตกต่างทางวัฒนธรรมได้ 4.2 สามารถอธิบายความแตกต่างของโครงสร้างทางสังคม สภาพแวดล้อม สภาพ ความเป็นอยู่ การศึกษา เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม สุขภาพของชุมชนได้ 4.3 สามารถวางแผนการดูแลบุคคลที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและ สอดคล้องกับบริบททางสังคมได้อย่างเหมาะสม 4.4 สามารถสื่อสารโดยใช้ภาษาที่เหมาะสมเพื่อให้บริการพยาบาลผู้รับบริการที่มี ความหลากหลายทางวัฒนธรรมด้วยความเสมอภาคและความเคารพในศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ ความคิดเห็นอื่นของผู้ประเมิน .............................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................. .............................................................ผู้ประเมิน (.............................................................) วันที่..................เดือน...................................พ.ศ...................
- 41 - ส่วนที่ 7 แบบประเมินคุณภาพของบัณฑิตตามกรอบคุณวุฒิมาตรฐานการศึกษา (TQF) โปรดทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด เพียงข้อละ 1 ช่อง ตามเกณฑ์ต่อไปนี้ 5 หมายถึง ท่านมีความสามารถตามหัวข้อการประเมินในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง ท่านมีความสามารถตามรหัวข้อการประเมินในระดับมาก 3 หมายถึง ท่านมีความสามารถตามหัวข้อการประเมินในระดับปานกลาง 2 หมายถึง ท่านมีความสามารถตามหัวข้อการประเมินในระดับน้อย 1 หมายถึง ท่านมีความสามารถตามหัวข้อการประเมินในระดับน้อยที่สุด หัวข้อการประเมิน ระดับความคิดเห็น (5) (4) (3) (2) (1) 1. คุณภาพบัณฑิตด้านคุณธรรม จริยธรรม 1.1 มีความรู้และปฏิบัติตามหลักจริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก สิทธิผู้ป่วย สิทธิของผู้ประกอบวิชาชีพและส่งเสริมให้ผู้รับบริการพิทักษ์สิทธิ์ของตนเอง 1.2 แยกแยะความถูกต้อง ความดี และความชั่วได้ 1.3 เป็นแบบอย่างที่ดีเคารพคุณค่า และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 1.4 มีความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย และซื่อสัตย์ 2. คุณภาพบัณฑิตด้านความรู้ 2.1 มีความรู้และความเข้าใจในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน 2.2 มีความรู้และความเข้าใจในระบบสุขภาพ วัฒนธรรม และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงของ ประเทศและสังคมโลกที่มีผลกระทบต่อภาวะสุขภาพ และนำไปประยุกต์ใช้ได้ 2.3 มีความรู้และความเข้าใจในเรื่องเทคโนโลยี สารสนเทศทางการพยาบาล 3. คุณภาพบัณฑิตด้านทักษะทางปัญญา 3.1 ตระหนักรู้ในศักยภาพของตนเอง และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 3.2 สืบค้น วิเคราะห์ข้อมูลและนำข้อมูลไปอ้างอิงและแก้ไขปัญหา 3.3 คิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบโดยใช้องค์ความรู้ทางวิชาชีพจากแหล่งต่างๆ เพื่อให้การ บริการมีคุณภาพและปลอดภัย 3.4 เลือกวิธีการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง 4. คุณภาพบัณฑิตด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ 4.1 ปรับตัวและมีปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กับผู้รับบริการ ผู้ร่วมงาน และผู้บังคับบัญชา 4.2 ทำงานเป็นทีมในบทบาทผู้นำและสมาชิกของทีมสุขภาพ 4.3 มีภาวะผู้นำในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร 4.4 มีความรับผิดชอบต่อตนเอง สังคม และวิชาชีพ 5. คุณภาพบัณฑิตด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 5.1 สามารถวิเคราะห์และถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารแก่ผู้อื่นได้อย่างเข้าใจ 5.2 สามารถสื่อสาร ภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งฟังพูด อ่านและเขียน 5.3 ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐานที่จำเป็นได้
- 42 - หัวข้อการประเมิน ระดับความคิดเห็น (5) (4) (3) (2) (1) 5.4 เลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6. คุณภาพบัณฑิตด้านทักษะการปฏิบัติทางวิชาชีพ 6.1 มีทักษะปฏิบัติการพยาบาลแบบองค์รวมบนพื้นฐานการใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ คำนึงถึง ความเป็นปัจเจกบุคคลและความหลากหลายทางวัฒนธรรมในการดูแลผู้รับบริการ 6.2 มีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาลและฟื้นฟูสุขภาพแก่ ผู้รับบริการ 6.3 ปฏิบัติการพยาบาลด้วยความเอื้ออาทรยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ กฎหมายและสิทธิผู้ป่วย 6.4 ปฏิบัติงาน ร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพตามบทบาทหน้าที่ของตนเองได้อย่างเหมาะสม ความคิดเห็นอื่นของผู้ประเมิน .............................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................... .........................................................ผู้ประเมิน (....................................................................) วันที่..................เดือน...................................พ.ศ.................... ส่วนที่ 8 แบบประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนแบบสหสาขาวิชาชีพ โปรดทำเครื่องหมาย (√ ) ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด เพียงข้อละ 1 ช่อง ตามเกณฑ์ต่อไปนี้ 5 หมายถึง ท่านพึงพอใจตามหัวข้อการประเมินในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง ท่านพึงพอใจตามหัวข้อการประเมินในระดับมาก 3 หมายถึง ท่านพึงพอใจตามหัวข้อการประเมินในระดับปานกลาง 2 หมายถึง ท่านพึงพอใจตามหัวข้อการประเมินในระดับน้อย 1 หมายถึง ท่านพึงพอใจตามหัวข้อการประเมินในระดับน้อยที่สุด หัวข้อการประเมิน ระดับความคิดเห็น (5) (4) (3) (2) (1) 1. รูปแบบการเรียนร่วมกับสหสาขาวิชาชีพช่วยให้กระตุ้นการเรียนรู้ได้จริง 2. ลักษณะกิจกรรมลงพื้นที่อนามัยโรงเรียนทําให้ต้องมีประยุกต์ใช้ความรู้ใน สถานการณ์จริง 3. ความเหมาะสมของรูปการเรียนแบบสหสาขาวิชาชีพที่ผ่านกิจกรรมอนามัย โรงเรียน 4. รายละเอียดกิจกรรมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของรายวิชา
- 43 - หัวข้อการประเมิน ระดับความคิดเห็น (5) (4) (3) (2) (1) 5. นักศึกษาทราบวัตถุประสงค์การเรียนรู้ในรายวิชาชัดเจน 6. บทบาทของนักศึกษาที่ต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง 7. การนําไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์อื่นๆ หรือรายวิชาอื่น ๆ ได้ 8. บทบาทของอาจารย์ ในการทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้ของกลุ่ม 9. อาจารย์เป็นมิตร เข้าถึงได้ง่าย และยอมรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษา 10. จำนวนอาจารย์ที่ปรึกษาต่อกลุ่มมีความเหมาะสม 11. ความน่าสนใจ (ความเหมาะสม) ของกรณีศึกษางานอนามัยโรงเรียน 12. เวลาที่ใช้ททำกิจกรรม (สัดส่วนเหมาะสมในภาคการศึกษา) 13. โอกาสการได้แสดงความคิดเห็นในกลุ่มอย่างอิสระ 14. การประเมินผลการเรียนในรายวิชามีความเหมาะสม 15. ความต้องการให้จัดกิจกรรมนี้อีกในภาคการศึกษาถัดไป