The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พก การเงิน การคลัง 63

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พก การเงิน การคลัง 63

พก การเงิน การคลัง 63

Keywords: เอกสารสรุปผลการดำเนินงาน

àÍ¡ÊÒÃÊÃ»Ø ¼Å¡ÒôíÒà¹Ô¹§Ò¹

â¤Ã§¡Òý¡ƒ ͺÃÁËÅ¡Ñ ÊٵþѲ¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШíÒ¡ÒÃ
ËÅ¡Ñ ÊµÙ Ã¡ÒÃà§Ô¹ ¡ÒäŧÑ

»ÃШíÒ»‚§º»ÃÐÁÒ³ ¾.È. òõöó

ÃØ¹‹ ·èÕ ñ ÃÐËÇҋ §Ç¹Ñ ·Õè ñò – ñó à´×͹ ¸Ñ¹ÇÒ¤Á ¾.È. òõöò
ù‹Ø ·èÕ ò ÃÐËÇҋ §Çѹ·èÕ ñù – òð à´Í× ¹ ¸Ñ¹ÇÒ¤Á ¾.È. òõöò
ÃØ¹‹ ·èÕ ó ÃÐËÇҋ §Çѹ·Õè òö – ò÷ à´×͹ ¸¹Ñ ÇÒ¤Á ¾.È. òõöò

³ ÈÙ¹Âȏ ¡Ö ÉÒáÅо²Ñ ¹ÒªÁØ ª¹¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ

สารบัญ หนา

สารบัญ 1
สว นท่ี 1 หลกั การและเหตุผลโครงการ 2
2
1.1 ท่มี าและวัตถปุ ระสงคโครงการ 2
1.2 กลุมเปาหมาย
1.3 รายชื่อผบู รหิ ารโครงการ 4
1.4 รายช่อื ทมี วิทยากรกระบวนการ 15
สวนท่ี ๒ สรปุ ผลการฝกอบรมรายวิชา
๒.๑ หัวขอวิชา “ระเบียบ ขอบังคบั ในการจดั ซ้ือ จดั จางภาครัฐ ท่ีพัฒนากรควรรู” 23
๒.๒ หวั ขอ วิชา “การตรวจสอบ กลน่ั กรอง ขอบเขตของงาน ราง TOR
26
(Terms of Reference) ” 34
๒.๓ หวั ขอวิชา “แลกเปลยี่ นเรียนรรู ูปแบบการจัดซื้อ จัดจา งภาครัฐ (การจัดซอ้ื จดั จาง
38
แบบวิธีเฉพาะเจาะจง/คดั เลือก/วิธีประกวดราคาอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
(e-Bidding))” 47
๒.๔ หัวขอ วิชา “การบริหารความเส่ยี งดานการเงินงบประมาณฯ” 56
๒.5 หวั ขอ วชิ า “การออกแบบและการจดั ทําแผนบริหารความเสี่ยงองคก ร”
สว นที่ 3 ผลผลิตจากการฝก อบรม
แผนบริหารความเส่ียงองคกร
สว นท่ี 4 สรปุ ผลการประเมินผลโครงการ
สรปุ ผลการประเมนิ ผลโครงการ
ภาคผนวก

สว นที่ 1
หลักการและเหตุผล

1.1 ทมี่ าและวตั ถปุ ระสงคโ ครงการ
กรมการพั ฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปนกลไกหลักของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย

ในการบําบัดทุกข บํารุงสุข มีหนาที่รับผิดชอบดานการพัฒนาชนบท เพือ่ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนใหดียิ่งขึ้น
โดยไดรับความไววางใจจากรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยใหมีบทบาทสําคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย
โครงการ/กิจกรรมสําคัญ เพ่ือขจัดความยากจน ลดความเหล่ือมล้ําในสังคม/ชุมชน ตลอดรวมถึงการสงเสริมเศรษฐกิจ
ฐานราก ใหมีความม่ันคง ชุมชนพึ่งตนเองไดอยางยั่งยืน ภายใตการนอมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ไปสูการปฏิบัติจนเปนวิถีชีวิต (Way of Life) ในการดําเนินงานโครงการ/กิจกรรมตาง ๆ ของกรมการพัฒนาชุมชน
จะตองมีการดําเนินการจัดซ้ือจัดจาง การจัดหาวัสดุครุภัณฑ การจา งเหมา การตรวจรบั และอ่ืน ๆ ตามพระราชบัญญัติ
การจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รวมถึงระเบียบกฎหมายอ่ืน ๆ ที่เกี่ยวของ ซึ่งพัฒนากร
จะตองมีความรู ความชํานาญ และเช่ียวชาญในการดําเนินงานการจัดซ้ือจัดจางภาครัฐ เปนอยางยิ่ง จึงจะทําให
การดําเนินงานเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ และเปนไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ อยางไรก็ตามพัฒนากร
ทีป่ ฏิบัติงานในสํานกั งานพัฒนาชุมชนอําเภอ ยังขาดความรูความเช่ยี วชาญในการปฏิบัติงาน ขาดโอกาสในการพัฒนา
ความรู ทักษะในดา นการจัดซื้อจัดจา งท่คี วรรูหรือตองรู ทาํ ใหเกิดความวิตกกังวล และขาดความมั่นใจในการทํางาน
รวมทั้งเกิดความทุกขใจดวยเกรงวา สงิ่ ที่ตนเองไดปฏบิ ัตนิ น้ั จะผดิ ระเบียบกฎหมายหรือไม

ศูนยศึกษาและพัฒนาชมุ ชนนครราชสีมา ไดรับมอบหมายจากสถาบนั การพฒั นาชุมชนใหดําเนินโครงการ
ฝกอบรมพัฒนากรระหวางประจําการ หลักสูตรการเงิน การคลัง กิจกรรมท่ี 2 ฝกอบรมพัฒนากรระหวาง
ประจําการ หลักสูตรการเงินการคลัง ในเขตพื้นที่ใหบริการ 5 จังหวัด ประกอบดวย จังหวัดมหาสารคาม
จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย และจังหวัดสุรินทร จํานวน 3 รุน ๆ ละ 75 คน รวมทั้งส้ิน
225 คน เพ่ือพัฒนาศักยภาพพัฒนากรใหสามารถนําความรูที่ไดรับจากการฝกอบรมนําไปปรับใชในการ
ดาํ เนินงานใหเ กดิ ประสทิ ธิภาพตามระเบียบกฎหมายของทางราชการ

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШíÒ¡Òà ËÅ¡Ñ ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 1

1.2 กลุมเปาหมาย

กลุมเปาหมายการฝก อบรมโครงการฝกอบรมพัฒนากรระหวางประจาํ การ หลกั สตู รการเงิน การคลัง

ปง บประมาณ พ.ศ. 2563 ระหวา งวนั ท่ี 12 – 27 ธันวาคม 2563 ศนู ยศกึ ษาและพัฒนาชมุ ชนนครราชสมี า

อาํ เภอหนองบุญมาก จงั หวัดนครราชสมี า ดงั นี้

รุนท่ี จงั หวดั จาํ นวน วนั ทดี่ าํ เนินการ หมายเหตุ

1 มหาสารคาม 11 คน

นครราชสีมา 25 คน วนั พฤหัสบดแี ละศกุ ร ที่

ชัยภมู ิ 10 คน 12 – 13 ธันวาคม 2562

บุรีรมั ย 16 คน

สุรนิ ทร 13 คน

รวม 75 คน

2 มหาสารคาม 11 คน

นครราชสีมา 25 คน

ชยั ภูมิ 11 คน วนั พฤหัสบดีและศุกร ท่ี

บุรีรมั ย 15 คน 19 – 20 ธนั วาคม 2562

สรุ นิ ทร 13 คน

รวม 75 คน

3 มหาสารคาม 11 คน

นครราชสมี า 26 คน

ชัยภมู ิ 10 คน วันพฤหัสบดีและศกุ ร ท่ี

บุรรี มั ย 15 คน 26 – 27 ธนั วาคม 2562

สุรนิ ทร 13 คน

รวม 75 คน

1.3 รายชือ่ ผูบรหิ ารโครงการ ตาํ แหนง หนาท่ี
ท่ี ชือ่ – สกุล ผูอาํ นวยการศูนยศ ึกษาและพัฒนาชมุ ชน ประธานคณะทาํ งาน
1 นายทองคณู บุญศร นครราชสีมา อาํ นวยการ
นกั ทรพั ยากรบุคคลชํานาญการ คณะทํางานอํานวยการ
2 ส.ต.ท.สุรยิ า บุญเรือง นักทรพั ยากรบุคคลชํานาญการ คณะทาํ งานอาํ นวยการ
3 นางสาวศิรนิ ุช ศริ สิ ุริยะ นกั ทรพั ยากรบุคคลชาํ นาญการ คณะทาํ งานอาํ นวยการ
4 นางสาวกาญจนา เชิดสูงเนิน นักวิชาการพัฒนาชมุ ชนปฏิบัติการ ผจู ัดการโครงการฯ
5 นางสาวนาตยา พรหมบตุ ร นักทรพั ยากรบุคคล ผชู วยผจู ัดการโครงการฯ
6 นางสาวพทั ธธ ิดา บุญญานุสนธ์ิ

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 2

1.4รายช่ือทีมวิทยากรกระบวนการ ตําแหนง หนาท่ี
ท่ี ชื่อ – สกุล ผอู ํานวยการศนู ยศึกษาและพัฒนาชุมชน วิทยากรกระบวนการ
1 นายทองคณู บญุ ศร นครราชสมี า
นักทรพั ยากรบุคคลชํานาญการ วทิ ยากรกระบวนการ
2 ส.ต.ท.สุรยิ า บุญเรือง นักทรัพยากรบุคคลชาํ นาญการ วิทยากรกระบวนการ
3 นางสาวกาญจนา เชดิ สงู เนนิ นักทรพั ยากรบคุ คลชาํ นาญการ วิทยากรกระบวนการ
4 นางสาวศิรนิ ุช ศิรสิ รุ ยิ ะ นกั วิชาการพฒั นาชมุ ชนปฏบิ ัติการ วิทยากรกระบวนการ
5 นางสาวนาตยา พรหมบุตร นักทรพั ยากรบุคคลชาํ นาญการ วิทยากรกระบวนการ
6 นายสัญชยั แชจอหอ

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШÒí ¡Òà ËÅ¡Ñ ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 3

สวนที่ 2
สรปุ ผลการฝก อบรมรายวชิ า

๒.๑ หัวขอ วิชา “ระเบยี บ ขอบังคบั ในการจัดซ้อื จดั จางภาครัฐที่พัฒนากรควรรู”
พระราชบัญญัติการจดั ซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครฐั พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลงั

วา ดวยการจดั ซ้ือจัดจา งและการบริหารพสั ดภุ าครฐั พ.ศ. 2560
วทิ ยากร : บุคลากร / เจา หนา ที่จากสํานกั งานคลงั จงั หวดั นครราชสมี า
วธิ ีการ/เทคนิค
1. การบรรยาย
2. การตงั้ คําถามใหผูเขารบั การอบรมคดิ ตาม
3. การเตมิ เต็มใหขอคิด ขอเสนอแนะ ตอบขอซกั ถาม โดยวิทยากร
สื่อ/วสั ดุ/อปุ กรณ
1. PPT

สรุปสาระสําคัญของพระราชบญั ญัตกิ ารจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560

1. โครงสราง แบง ออกเปน 15 หมวด จาํ นวน 132 มาตรา ดังนี้
มาตรา 1 – 5 บทนิยาม
มาตรา 6 – 15 หมวด 1 บททัว่ ไป
มาตรา 16 - 19 หมวด 2 การมีสวนรวมของภาคประชาชนและผูป ระกอบการในการปองกนั การทุจรติ
มาตรา 20 - 45 หมวด 3 คณะกรรมการ
สว นท่ี 1 คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดภุ าครฐั
สวนที่ 2 คณะกรรมการวนิ ิจฉัยปญหาการจัดซื้อจัดจา งและการบรหิ ารพสั ดุภาครัฐ
สวนท่ี 3 คณะกรรมการราคากลางและขนึ้ ทะเบยี นผปู ระกอบการ
สว นที่ 4 คณะกรรมการความรวมมือปอ งกันการทุจรติ
สวนท่ี 5 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณแ ละขอรองเรียน
มาตรา 46 - 50 หมวด 4 องคกรสนับสนนุ ดแู ลการจัดซอื้ จดั จา งและการบริหารพสั ดุภาครฐั
มาตรา 51 - 53 หมวด 5 การข้ึนทะเบยี นผปู ระกอบการ
มาตรา 54 - 68 หมวด 6 วธิ กี ารจัดซ้ือจัดจา ง
มาตรา 69 - 78 หมวด 7 วธิ กี ารจางท่ปี รกึ ษา
มาตรา 79 - 92 หมวด 8 วิธกี ารจางออกแบบและควบคุมงาน
มาตรา 93 - 99 หมวด 9 การทําสญั ญา
มาตรา 100 - 105 หมวด 10 การบริหารสญั ญาและการตรวจรับพัสดุ
มาตรา 106 - 108 หมวด 11 การประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ านของผูประกอบการ
มาตรา 109 - 111 หมวด 12 การทิง้ งานและการเพกิ ถอนการเปน ผูท ้ิงงาน
มาตรา 112 - 113 หมวด 13 การบรหิ ารพัสดุ
มาตรา 114 - 119 หมวด 14 การอทุ ธรณ
มาตรา 120 - 121 หมวด 15 บทกําหนดโทษ
มาตรา 122 - 132 บทเฉพาะกาล

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒÃ¤Å§Ñ I หนา 4

2. การบังคับใช (มาตรา 3)
ใหยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับพัสดุ การจัดซื้อจัดจาง หรือการบริหารพัสดุ ในกฎหมาย ระเบียบขอบังคับ

ประกาศขอบัญญัติ และขอกําหนดใดๆ ของหนวยงานของรัฐที่อยูภายใตบังคับแหงพระราชบัญญัติน้ี และใหใช
บังคับเมื่อพนกําหนดหน่ึงรอยแปดสิบวันนับแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป (ประกาศเมื่อวันท่ี
24 กุมภาพันธ 2560)

3. นิยามศพั ทสําคัญ (มาตรา 4)
“การจัดซื้อจัดจาง” หมายความวา การดําเนินการเพ่ือใหไดมาซ่ึงพัสดุโดยการซ้ือ จาง เชา แลกเปล่ียน

หรอื โดยนิติกรรมอื่นตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง
“พัสดุ” หมายความวา สินคา งานบริการ งานกอสราง งานจางที่ปรึกษา และงานจางออกแบบ

หรอื ควบคุมงานกอสรา งรวมทง้ั การดําเนินการอ่นื ตามท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง
“สินคา” หมายความวา วัสดุ ครภุ ัณฑ ที่ดิน ส่งิ ปลูกสราง และทรพั ยสินอื่นๆ รวมถึงงานบริการที่รวมอยู

ในสินคา นน้ั ดว ย แตม ูลคาของงานบรกิ ารตอ งไมส ูงกวา ของมูลคา “สนิ คา ” น้ัน
“บรกิ าร” หมายความวา งานจางบรกิ าร งานจางเหมาบรกิ าร งานจางทําของและการรบั ขนของ
“งานกอสราง” หมายความวา งานกอสราง งานกอสรางสาธารณูปโภค หรือส่ิงปลูกสรางอ่ืนใด

และการซอมแซม ตอเติม ปรับปรุง รื้อถอน หรือการกระทําอื่นใดที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน กับอาคาร
สาธารณูปโภค หรอื ส่ิงปลูกสรา งนั้น รวมถึงงานบรกิ ารที่รวมอยใู นสินคาน้ัน แตม ลู คาของงานบรกิ ารตองไมสงู กวา
มูลคา “งานกอ สราง” นัน้

“อาคาร” หมายความวา ส่ิงปลูกสรา งถาวรท่บี คุ คลเขาอยูห รือใชสอยได เชน อาคารท่ีทําการโรงพยาบาล
โรงเรียน สนามกีฬา หรือส่ิงปลูกสรางอ่ืน ๆ ท่ีมีลักษณะเดียวกนั รวมถงึ งานอื่น ๆ ซงึ่ สรา งข้นึ เพ่อื ประโยชนใชสอย
สาํ หรับ “อาคาร” นั้น เชน เสาธง ร้วั ทอระบายน้ํา ถงั นาํ้ ถนน ประปา ไฟฟา เครือ่ งปรบั อากาศ ลฟิ ต หรอื เครื่องตกแตง

“สาธารณูปโภค” หมายความวา งานที่เกี่ยวกับการประปา การไฟฟา การสื่อสาร การโทรคมนาคม
การระบายนํา้ การขนสง ทางทอ ทางบก ทางนาํ้ ทางอากาศ ทางราง หรอื อนื่ ๆ ทเี่ กย่ี วของ

“งานจางทีป่ รึกษา” หมายความวา งานจางจากบุคคลธรรมดาหรือนติ บิ ุคคล เพื่อเปน ผูใหคาํ ปรึกษา หรือ
แนะนําแกหนวยงานของรฐั ในดานวศิ วกรรม สถาปตยกรรม ผังเมอื ง กฎหมาย เศรษฐศาสตร การเงิน การคลัง
ส่ิงแวดลอม วิทยาศาสตร เทคโนโลยี สาธารณสขุ ศิลปวัฒนธรรม การศึกษาวิจัย หรือดานอื่นที่อยูในภารกิจของ
หนว ยงานภาครฐั

“งานจางออกแบบหรือควบคุมงานกอสราง” หมายความวา งานจางจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
เพ่ือออกแบบหรอื ควบคุมงานกอสรา ง

“กาบรหิ ารพัสดุ” หมายความวา การเกบ็ การบันทึก การเบิกจา ย การยืม การตรวจสอบ การบาํ รุงรกั ษา
และการจาํ หนายพัสดุ

“ราคากลาง” หมายความวา ราคาที่ใชเปนฐานสําหรับเปรียบเทียบราคาท่ีผูยื่นขอเสนอไดยื่นเสนอ
ไวซ่งึ สามารถจดั ซือ้ จดั จางไดจ ริง มีดงั น้ี

1. ราคาท่ีไดจากการคาํ นวณ ตามหลกั เกณฑทีค่ ณะกรรมการราคากลางกําหนด
2. ราคาท่ีไดมาจากฐานขอมลู ราคาอางอิงทก่ี รมบัญชกี ลางจดั ทํา
3. ราคามาตรฐานที่สาํ นกั งบประมาณหรอื หนวยงานกลางอืน่ กาํ หนด
4. ราคาที่ไดจากการสบื ราคาจากทอ งตลาด
5. ราคาท่ีเคยซ้ือหรือจา งครง้ั หลังสดุ ภายในระยะเวลา 2 ปงบประมาณ
6. ราคาอื่นตามหลกั เกณฑ วิธกี าร หรือแนวทางปฏิบัตขิ องหนวยงานของรฐั กรณที ่มี ีราคาตาม

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾Ñ²¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒÃ¤Å§Ñ I หนา 5

(1.) ใหใชราคาตาม (1.) กอ น ถาไมมีราคาตาม (1.) แตมีราคาตาม (2.) หรือ (3.) ใหใชราคาตาม (2.) หรือ (3.) กอน
โดยจะใชราคาตาม (2.) หรือ (3.) ใหคํานึงถึงประโยชนของหนวยงานของรฐั เปนสาํ คัญในกรณที ี่ไมมีราคาตาม (1.)
(2.) และ (3.) ใหใชราคาตาม (4.) , (5.) หรือ (6.) ตามลําดับกอน โดยจะใชราคาตาม (4.) , (5.) หรือ (6.) ใหคํานึงถึง
ประโยชนข องหนวยงานของรัฐเปน สาํ คญั

“เงินงบประมาณ” หมายความวา
- เงินงบประมาณตามกฎหมายวาดวยงบประมาณรายจาย กฎหมายวาดวยวิธีการงบประมาณ

หรอื กฎหมายวา ดวยการโอนงบประมาณ
- เงินซึ่งหนวยงานของรัฐไดรับโดยไดรับอนุญาตจากรัฐมนตรี ใหโดยไมตองนําสงคลังตาม

กฎหมายวาดว ยวธิ ีการงบประมาณหรอื กฎหมายวา ดว ยเงินคงคลงั
- เงินซ่งึ หนวยงานของรัฐไดรบั โดยไมตองนําสงคลังเปน รายไดข องแผนดนิ ตามกฎหมาย
- เงิน ภาษีอากร คา ธรรมเนียม หรือผลประโยชนอ่ืนทตี่ กเปนรายไดของราชการสวนทองถิ่นตาม

กฎหมายหรอื ที่ราชการสว นทองถิน่ มีอาํ นาจเรียกเก็บตามกฎหมาย
- เงินกู เงินชว ยเหลอื และเงินอ่ืนตามท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง

“หนวยงานของรัฐ” หมายความวา ราชการสวนกลาง ราชการสวนภูมิภาค ราชการสวนทองถ่ิน
รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายวาดวยวิธีการงบประมาณองคการมหาชน องคกรอิสระ องคกรตามรัฐธรรมนูญ
หนวยธุรการของศาล มหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ หนวยงานสังกัดรัฐสภาหรือในกํากับของรัฐสภา หนวยงาน
อิสระของรัฐ และหนว ยงานอื่นตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง

“เจาหนาที่” หมายความวา ผูมีหนาที่เก่ียวกับการจัดซ้ือจัดจางหรือการบริหารพัสดุ หรือผูที่ไดรับ
มอบหมายจากผมู อี าํ นาจใหปฏิบตั ิหนา ท่ีเกีย่ วกับการจดั ซื้อจัดจา งหรือการบริหารพัสดขุ องหนวยงานของรัฐ

4. หนว ยงานของรฐั สามารถขอออกกฎ ระเบียบภายใต พ.ร.บ.ข้ึนใชเองเพื่อความยดื หยนุ และคลองตวั
(มาตรา 6 )

กรณีรฐั วิสาหกิจหรอื หนวยงานของรัฐที่ประสงคจะจัดใหมีระเบียบ ขอบังคับ หรือขอบัญญัติเก่ียวกับการ
จัดซ้ือจัดจางและการบริหารพัสดุขึ้นใชเองท้ังหมดหรือแตบางสวน เพื่อเกิดความยืดหยุนและมีความคลองตัว
ใหกระทําไดโดยตองดาํ เนินการใหสอดคลองกับหลักเกณฑการจัดซอ้ื จัดจางและการบรหิ ารพัสดุตามแนวทางของ
พ.ร.บ.น้ี

ระเบียบ ขอบังคับ หรือขอบัญญัติดังกลาวตองไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและ
ใหป ระกาศในราชกิจจานุเบกษา

5. หลกั การการจดั ซื้อจัดจา ง (มาตรา 8)
เพอ่ื กอใหเกดิ ประโยชนส ูงสดุ แกหนวยงานของรัฐ และตองสอดคลองกบั หลกั การ ดังนี้
1. คมุ คา : ตอ งมคี ณุ ภาพ ราคาเหมาะสม และมแี ผนบริหารพัสดุที่เหมาะสมและชัดเจน
2. โปรงใส : ตอ งกระทาํ อยางเปดเผย แขงขนั อยา งเปน ธรรมและเทา เทยี มกนั มีระยะเวลา

เหมาะสมตอการยื่นขอเสนอ มีหลักฐานการดาํ เนินงานชัดเจน และเปด เผยขอ มลู จดั ซอื้ จัดจางในทุกขั้นตอน
3. มีประสทิ ธิภาพและประสิทธิผล : ตองมกี ารวางแผนจัดซือ้ จดั จา งลว งหนา
4. ตรวจสอบได

6. หามไมใ หเปดเผยขอเสนอ (มาตรา 10)
หามไมใหหนวยงานภาครัฐเปดเผยขอเสนอท่เี ปนสาระสําคัญและเปนขอมลู ทางเทคนิคของผูยื่นขอเสนอ

ระหวา งผยู ่ืนขอ เสนอดวยกัน หรือตอ ผูซ ึ่งมิไดเ กีย่ วขอ งกับการจัดซ้ือจัดจา งคร้งั นั้น

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾Ñ²¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШíÒ¡Òà ËÅ¡Ñ ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 6

7. แผนจัดซือ้ จัดจางประจาํ ป (มาตรา 11)
ใหหนวยงานของรัฐจัดทําแผนจัดซ้ือจัดจางประจําป และประกาศเผยแพรในระบบสารสนเทศของ

กรมบัญชีกลางและของหนวยงานของรัฐตามวิธีการท่ีกรมบัญชกี ลางกาํ หนด และใหปดประกาศโดยเปดเผย ณ สถานที่
ปดประกาศของหนว ยงานภาครฐั

8. ผูม ีอํานาจอนุมัติสั่งซ้ือสัง่ จาง
การจัดหาพัสดุโดยวิธีใดตามพระราชบัญญัตินี้จะเปนผูดํารงตําแหนงใดและภายในวงเงินเทาใดใหเปน

ไปตามระเบยี บท่รี ัฐมนตรี (รมต.การคลงั ) กําหนด

9. การมีสวนรวมของภาคประชาชนและผปู ระกอบการในการปอ งกนั การทจุ ริต (มาตรา 16 - 18)
กําหนดใหภาคประชาชนเขามามีสวนรวมในกระบวนการจัดซื้อจัดจางในลักษณะของการทําขอตกลง

คุณธรรม (Integrity Pact) ตามโครงการความรวมมือปองกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจางระหวางหนวยงาน
ของรัฐเจาของโครงการผเู ขายื่นขอเสนอและผูสังเกตการณโดยตองตกลงกันวา จะไมกระทําการทุจริตในการจัดซ้ือ
จัดจางผูสังเกตการณ ตองเปนมคี วามรูความเช่ียวชาญ และประสบการณที่จําเปนตอโครงการจัดซื้อจัดจางนั้น ๆ
เขารวมสังเกตการณในกระบวนการจัดซ้ือจัดจางต้ังแตการจัดทํารา ง TOR จนถึงสิ้นสุดโครงการโดยผูสังเกตการณ
ตองมีความเปน กลาง และไมเ ปนผมู ีสวนไดเ สียในโครงการจดั ซื้อจัดจางน้นั

10. คณะกรรมการที่เกยี่ วขอ ง (มาตรา 20 - 45)
กาํ หนดใหม ีคณะกรรมการ 5 คณะ ประกอบดวย
1. คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐมีหนาที่ กําหนดเสนอ

นโยบาย กฎ ระเบียบภายใต พรบ. น้ี
2. คณะกรรมการวินิจฉัยปญหาการจัดซ้ือจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐมีหนาท่ีปรับปรุง

แกไขปญ หา ตีความและวินิจฉัยปญหาขอหารอื เกี่ยวกบั การปฏิบัตติ าม พรบ.
3. คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผูประกอบการมีหนาท่ี กําหนดหลักเกณฑและ

วธิ กี ารกาํ หนดราคากลาง
4. คณะกรรมการความรวมมือปองกันการทุจริตมีหนาท่ีกําหนดแนวทางและวิธีดําเนินการ

ความรวมมอื ปอ งกนั การทุจรติ และกาํ หนดแบบขอตกลงคณุ ธรรม
5. คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณและรองเรียนมีหนาท่ีพิจารณาขอรองเรียนและวินิจฉัย

อทุ ธรณ

11. องคกรสนบั สนุนดูแลการจัดซอื้ จดั จางและการบริหารพสั ดุภาครัฐ (มาตรา 46 - 50)
กาํ หนดใหก รมบัญชกี ลางเปน องคก รสนบั สนนุ ดูแลการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพสั ดภุ าครฐั มีหนาท่ี
1. ดูแลและจดั หาระบบการจัดซอื้ จดั จา งผา นระบบอเิ ล็กทรอนิกส
2. จัดทาํ ฐานขอมลู ราคาอางอิง
3. รวบรวมวิเคราะหแ ละประเมนิ ผลการปฏิบัตติ าม พรบ.
4. จดั หาหลักสูตรการฝกอบรมเจาหนาทต่ี ามหลักวชิ าชีพ
5. ปฏิบัติหนาท่ีเลขานุการในคณะกรรมการตาม พรบ.
กรณีเจาหนา ท่ีซึ่งผา นการฝก อบรมจากกรมบญั ชกี ลางและไดร บั แตง ตง้ั ใหด าํ รงตําแหนง ทีม่ หี นา ที่เกี่ยวกับ

การจดั ซือ้ จัดจางหรือการบริหารพสั ดุมสี ิทธไิ ดรบั เงินเพ่มิ หรือเงินอ่ืนทาํ นองเดียวกัน

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒÃ¤Å§Ñ I หนา 7

12. การข้ึนทะเบียนผปู ระกอบการ (มาตรา 55 - 53)
1. ใหค ณะกรรมการราคากลางกําหนดหลักเกณฑในการขนึ้ ทะเบียนผปู ระกอบการกอสราง

และตอ งขึ้นทะเบียนผปู ระกอบการกบั กรมบญั ชีกลาง
2. ข้ึนทะเบยี นผูประกอบการพสั ดุอ่นื ใหเปน ไปตามท่คี ณะกรรมการราคากลางเหน็ สมควร
3. กรณขี ้นึ ทะเบยี นไวแลว ไมตอ งข้ึนทะเบียนอกี

13. วิธีการจัดซ้ือจัดจา ง (มาตรา 54 - 68)
กาํ หนดใหมี 3 วิธี ดังน้ี อาจกระทาํ ไดโดยวิธี
1. วิธีประกาศเชิญชวนท่ัวไป : เชิญชวนผูประกอบการทั่วไปท่ีมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข

ที่กาํ หนดใหเ ขา ย่ืนขอเสนอ
2. วธิ ีคัดเลือก : เชญิ ชวนเฉพาะผปู ระกอบการที่มีคณุ สมบตั ิตรงตามเง่อื นไขทก่ี ําหนดซึง่ ตอง ไม

นอ ยกวา 3 รายใหเขาย่ืนขอเสนอเวนแตในงานนั้นมผี ูป ระกอบการทมี่ คี ุณสมบัตติ รงตามท่ีกําหนดนอยกวาสามราย
3. วิธีเฉพาะเจาะจง : เชิญชวนผูประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเง่ือนไขท่ีกําหนดรายใด

รายหน่งึ ใหเ ขา ยื่นขอเสนอหรือใหเขามาเจรจาตอรองราคา
การจดั ซ้ือจดั จา งพัสดุ ตองใหเลอื กใชวิธีประกาศเชญิ ชวนทว่ั ไปกอน เวน แต
วธิ คี ดั เลือก ใหใชใ นกรณตี อไปน้ี
1. ประกาศเชญิ ชวนแลว แตไ มมผี ูเสนอ หรอื ไมไ ดร บั การคดั เลอื ก
2. เปน พัสดทุ ่มี คี ุณลักษณะพิเศษหรือซบั ซอน หรือตองผลติ กอสรา ง หรือท่มี ฝี มือโดยเฉพาะหรือ

มคี วามชํานาญพิเศษ หรือมที ักษะสูง และผปู ระกอบการมีจํานวนจํากัด
3. จําเปน เรง ดว น หากใชวิธีประกาศเชญิ ชวนแลวไมไดผล
4. มีขอจํากดั ที่จาํ เปน ตองระบยุ ี่หอ
5. จาํ เปนตองซื้อจากตางประเทศ
6. พัสดทุ ีต่ อ งปกปดหรือใชในราชการลับ
7. งานซอมท่ีจําเปน ตอ งถอดตรวจ
8. กรณีอนื่ ตามท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง

วธิ ีเฉพาะเจาะจง ใหใชในกรณตี อไปน้ี
1. ใชท้ังวิธีประกาศเชิญชวนและวิธีคัดเลือก หรือใชวิธีคัดเลือกแลว แตไมมีผูย่ืนเสนอหรือ

ขอ เสนอไมไ ดร ับการคัดเลอื ก
2. การจดั ซื้อจดั จา งในวงเงนิ ครงั้ หน่งึ ไมเ กนิ วงเงนิ ทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง
3. มีผูประกอบการท่ีมคี ุณสมบัติโดยตรงเพียงรายเดียว หรือเปนตัวแทนจําหนายโดยชอบดวย

กฎหมายเพยี งรายเดียวในประเทศและไมม ีพัสดุอ่ืนใดท่ีจะใชท ดแทนได
4. มีความจําเปนเรงดวน เนื่องจากภัยธรรมชาติ หรือเกิดโรคติดตอรายแรงและใชวิธีประกาศ

เชิญชวนหรอื วธิ ีคัดเลือกอาจลา ชา กอใหเกดิ ความเสียหายอยางรา ยแรง
5. เปนพัสดุท่ีเกี่ยวพันกับพัสดุท่ีซ้อื จางไวกอนแลว และมีความจําเปน ตองเพ่มิ เตมิ โดยมูลคา พัสดุ

ที่เพิม่ เตมิ ตอ งไมสูงกวามลู คา พัสดทุ ่ไี ดซ อ้ื จางไวกอ นแลว
6. เปนพสั ดุที่จะขายทอดตลาดโดยหนวยงานภาครัฐ
7. เปน ทด่ี ินหรอื สิ่งปลกู สรา งซึง่ จําเปนตอ งซ้ือเฉพาะแหง
8. กรณีอ่ืนตามท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШíÒ¡Òà ËÅ¡Ñ ÊٵáÒÃà§Ô¹ ¡ÒÃ¤Å§Ñ I หนา 8

ใหหนวยงานของรัฐจัดทําประกาศและเอกสารเชิญชวนใหทราบเปนการท่ัวไปในระบบของกรมบัญชีกลาง
และของหนวยงาน ตามวิธีที่กรมบัญชีกลางกําหนด และใหปดประกาศโดยเปดเผย ณ สถานที่ปดประกาศของ
หนว ยงานของรฐั น้ัน วาจะดาํ เนินการจัดซ้ือจดั จา งพสั ดุใด วนั เวลา สถานท่ียนื่ ขอ เสนอและเง่อื นไขอืน่ ๆ

ใหประกาศรายละเอยี ดขอมูลราคากลางและการคาํ นวณราคากลางในระบบของกรมบัญชกี ลาง
ใหกําหนดคุณสมบัติของผูท่ีจะเขาย่ืนขอเสนอ อยางนอยตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม
เปนเงอื่ นไขในประกาศและเอกสารเชญิ ชวน ดังน้ี

1. มีความสามารถตามกฎหมาย
2. ไมเ ปน บคุ คลลมละลาย
3. ไมอ ยรู ะหวางเลกิ กิจการ
4. ไมเ ปนบคุ คลซึง่ อยูระหวา งถูกระงับการยื่นขอเสนอหรอื ทําสญั ญากับราชการ
5. ไมเปนบุคคลซึ่งถูกแจงเวียนช่ือใหเปนผูทิ้งงานอยูระหวางถูกระงับการยื่นขอเสนอหรือ
ทาํ สญั ญากับราชการ
หลักการพิจารณาคดั เลือกขอเสนอการจัดซ้ือจัดจาง
1. ตน ทุนตลอดการใชงาน
2. มาตรฐานของสนิ คาหรือบรกิ าร
3. บริการหลังการขาย
4. พสั ดุท่ีรัฐตองการสง เสริมหรือสนับสนุนทอี่ นุรักษพลังงานหรอื สงิ่ แวดลอ ม
5. การประเมินผลการปฏบิ ัติงานของผปู ระกอบการ
6. ขอเสนอดานเทคนิคหรือขอเสนออืน่
7. เกณฑอืน่ ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
เมอื่ มีการยกเลิกการจดั ซ้ือจดั จา ง ใหหนวยงานของรัฐแจงใหผ ปู ระกอบการซึ่งมารบั หรือซ้ือเอกสาร
เชิญชวนทุกรายทราบถงึ เหตุผลท่ีตอ งยกเลกิ การจัดซอื้ จัดจา งครั้งน้ัน

14. งานจางท่ปี รึกษา (มาตรา 69-78)
กาํ หนดใหมี 3 วิธี ดงั น้ี อาจกระทําไดโ ดยวิธี
1. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป : เชิญชวนท่ีปรึกษาท่ัวไปที่มีคุณสมบัติตรงตามเง่อื นไขท่ีกําหนด

ใหเ ขา ยืน่ ขอเสนอ ใหใ ชก บั งานที่ไมซ บั ซอ น
2. วิธีคัดเลือก : เชิญชวนเฉพาะท่ีปรึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขท่ีกําหนดซ่ึงตองไมนอย

กวา 3 รายใหเ ขา ยน่ื ขอเสนอ เวน แตในงานน้ันมที ปี่ รึกษาท่มี ีคุณสมบตั ติ รงตามท่ีกาํ หนดนอ ยกวา 3 ราย
3. วิธีเฉพาะเจาะจง : เชิญชวนที่ปรึกษาท่ีมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขท่ีกําหนดรายใดรายหน่ึง

ใหเขาย่ืนขอ เสนอหรือใหเขา มาเจรจาตอรองราคา
การจางทปี่ รึกษาดว ยวิธีคดั เลือก ใหกระทําไดในกรณี ตอไปนี้
1. ประกาศเชิญชวนแลว แตไมมผี เู สนอ หรือไมไดรับการคดั เลอื ก
2. เปนงานที่ซบั ซอน ซับซอนมาก หรือมเี ทคนิคเฉพาะไมเหมาะท่ีจะดําเนินการโดยวิธีประกาศ

เชญิ ชวน
3. มที ่ปี รึกษาในงานที่จะจา งจาํ นวนจํากดั
4. กรณอี น่ื ตามทก่ี ําหนดในกฎกระทรวง

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾Ñ²¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒÃ¤Å§Ñ I หนา 9

วิธีเฉพาะเจาะจง ใหใชในกรณีตอไปน้ี
1. ใชท้ังวิธีประกาศเชิญชวนและวิธีคัดเลือก หรือใชวิธีคัดเลือกแลว แตไมมีผูยื่นเสนอ หรือ

ขอ เสนอไมไดร บั การคดั เลือก
2. การจา งในวงเงนิ ครง้ั หนึ่งไมเ กินวงเงนิ ทกี่ ําหนดในกฎกระทรวง
3. เปนงานท่ีจําเปนตองใหท่ีปรึกษารายเดิมทําตอจากงานท่ีไดทําไวแลว เนื่องจากเหตุผล

ทางเทคนิค
4. เปน งานจา งทมี่ ที ี่ปรกึ ษาเพียงรายเดียว
5. เปนงานที่มีความจําเปนเรงดวนหรือที่เก่ียวกับความม่ันคงของชาติ อาจลาชากอใหเกิด

ความเสยี หาย
6. กรณอี ่นื ตามทีก่ ําหนดในกฎกระทรวง

ใหผ ูมอี าํ นาจแตง ต้ังคณะกรรมการดาํ เนินการจา งที่ปรึกษา เพื่อรบั ผดิ ชอบในการดาํ เนิน งานจา งทีป่ รึกษา
หลักเกณฑพิจารณาคดั เลือกขอเสนอการจา งท่ปี รึกษา

1. ผลงานและประสบการณของท่ีปรกึ ษา
2. วิธีการบริหารและวิธีการปฏิบตั งิ าน
3. จํานวนบคุ ลากรท่ีรว มงาน
4. ประเภทของท่ปี รึกษาท่ีรัฐสงเสริมหรือสนับสนนุ
5. ขอเสนอทางการเงิน
6. เกณฑอื่นตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง
กรณีงานจางท่ีปรึกษาเพื่อดําเนินงานประจํา ใหคัดเลือกผูยื่นขอเสนอที่ผานเกณฑคุณภาพแลว และ
ใหคดั เลือกจากรายที่เสนอราคาต่าํ สดุ
กรณีงานจางท่ีปรึกษาที่เปนไปตามมาตรฐานของหนวยงานหรืองานที่ซับซอนใหคัดเลือกผูย่ืนขอเสนอ
ท่ผี านเกณฑด านคุณภาพแลว และใหค ัดเลือกจากรายทีไ่ ด คะแนนดานคุณภาพและดา นราคามากที่สดุ
กรณีงานจางที่ปรึกษาท่ีมีความซับซอนมากใหคัดเลือกผูยื่นขอเสนอที่ผานเกณฑไดคุณภาพแลว และ
ใหคัดเลือกจากรายที่ไดคะแนนดานคุณภาพมากท่สี ดุ

15. งานจางออกแบบหรือควบคมุ งานกอสราง (มาตรา 79-92)
กําหนดใหม ี 3 วธิ ี ดังน้ี อาจกระทําไดโดยวธิ ี
1. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป : ใหใชกับงานจางออกแบบหรือควบคุมงานกอสรางท่ีมีลักษณะ

ไมซ บั ซอน
2. วิธีคัดเลือก : เชิญชวนผูใหบริการที่มีคุณสมบัติตรงตามเง่ือนไขท่ีกําหนดซ่ึงตองไมนอยกวา

3 รายใหเ ขายื่นขอ เสนอ เวนแตใ นงานน้นั มีผูใ หบ รกิ ารท่มี ีคุณสมบัตติ รงตามท่กี ําหนดนอ ยกวา 3 ราย
3. วิธีเฉพาะเจาะจง :เปนงานท่ีเลือกจางผูใหบริการรายใดรายหน่ึงที่เคยทราบหรือเคยเห็น

ความสามารถแลวตามที่คณะกรรมการจัดจางโดยวธิ ีเฉพาะเจาะจงไดเสนอแนะ
4. วิธีประกวดแบบ : เชิญชวนผูใหบริการท่ีมีคุณสมบัติตรงตามเง่ือนไขท่ีกําหนดใหเขา

ย่ืนขอเสนอ เพื่อออกแบบงานกอสรางท่ีมีลักษณะพิเศษ เปนท่ีเชิดชูทางศิลปกรรมหรือ สถาปตยกรรมของชาติ
หรอื งานอ่ืนตามทกี่ ําหนด

การจา งออกแบบฯ ดวยวิธคี ดั เลอื ก ใหกระทาํ ไดในกรณี ตอไปน้ี
1. ประกาศเชญิ ชวนแลว แตไมม ีผูเสนอ หรือไมไ ดรับการคดั เลอื ก
2. เปน งานทีซ่ บั ซอน ซับซอ นมาก มที ปี่ รึกษาในงานท่ีจะจางจํานวนจาํ กดั

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§Ô¹ ¡ÒäÅѧ I หนา 10

3. เปนงานเกี่ยวกับการออกแบบหรือใชความคิด ซึ่งหนวยงานไมมีขอมูลเพียงพอที่จะกําหนด
รายละเอยี ดเบือ้ งตน ได

4. กรณอี ื่นตามทก่ี ําหนดในกฎกระทรวง
วิธีเฉพาะเจาะจง ใหใชในกรณีตอ ไปนี้

1. ใชท้ังวิธีประกาศเชิญชวนและวิธีคัดเลือก หรือใชวิธีคัดเลือกแลว แตไมมีผูยื่นเสนอ
หรอื ขอ เสนอไมไดรบั การคัดเลือก

2. ใหใชกบั งานทม่ี วี งเงินงบประมาณคากอสรา งไมเกนิ วงเงนิ ทกี่ ําหนดในกฎกระทรวง
3. เปนงานที่มีความจําเปนเรง ดวนหรือท่ีเกี่ยวกับความม่ันคงของชาติ อาจลาชากอใหเกิดความ
เสยี หาย
4. เปนงานท่ตี องใหผ ูใ หบ รกิ ารรายเดิมทําตอจากงานท่ีไดทาํ ไวแลว เนอื่ งจากเหตผุ ลทางเทคนคิ
5. กรณอี ื่นตามทกี่ ําหนดในกฎกระทรวง
วิธีประกวดแบบใหผูมีอํานาจแตงต้ังคณะกรรมการดําเนินการจางท่ีปรึกษา เพื่อรับผิดชอบในการ
ดําเนนิ งานจา งท่ีปรกึ ษา
หลักเกณฑพ จิ ารณาคดั เลือกขอเสนอการจา งทป่ี รึกษา
1. ผลงานและประสบการณข องท่ปี รึกษา
2. วิธกี ารบริหารและวิธีการปฏิบัตงิ าน
3. จํานวนบคุ ลากรทรี่ ว มงาน
4. ประเภทของทปี่ รึกษาที่รัฐสง เสริมหรือสนับสนุน
5. ขอ เสนอทางการเงิน
6. เกณฑอนื่ ตามท่กี ําหนดในกฎกระทรวง
ผูใหบริการที่เปนนิติบุคคล ตองมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปตยกรรมหรือวิศวกรรมและตองเปน
ผทู ่ีไดขึน้ ทะเบียนกับสภาวชิ าชพี นั้นดว ย
ผใู หบริการทเี่ ปนคูสญั ญาของหนวยงาน ตอ งไมม ีสว นไดส วนเสยี กบั ผปู ระกอบการงานกอสรา งในงานนนั้

16. การทําสัญญา (มาตรา 93-99)
1. กําหนดใหหนวยงานของรัฐตองทําสญั ญาตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด โดยความเห็นชอบ

ของสํานกั งานอัยการสงู สุด
2. ทั้งนแ้ี บบสญั ญาใหป ระกาศในราชกิจจานุเบกษาดว ย
3. ในกรณีที่หนวยงานของรัฐไมไดทําสัญญาตามแบบหรือไมอาจใชสัญญาที่สํานักงานอัยการสูงสุดให

ความเห็นชอบได หรือไมอาจสงใหสํานักงานอัยการสูงสุดเห็นชอบไดทันเวลา ใหสามารถสงใหสํานักงานอัยการ
สูงสดุ เห็นชอบไดใ นภายหลังได

4. สัญญาท่ีทําในราชอาณาจักรตองมีขอตกลงในการหามคูสัญญาจางชวงใหผูอื่นทําอีกทอดหน่ึงไมวา
ทัง้ หมดหรอื บางสว น เวนแตการจา งชว งแตบ างสวนท่ีไดรบั อนญุ าตจากหนว ยงานของรัฐที่เปนคสู ัญญาแลว

5. หนว ยงานอาจมขี อตกลงเปนหนงั สือ โดยไมทําตามแบบสัญญา เฉพาะในกรณี ดังตอ ไปน้ี
- การจัดซ้ือจัดจางโดยวิธีคัดเลือก หรือโดยวิธีเฉพาะเจาะจง หรือการจางท่ีปรึกษาโดย

วิธีเฉพาะเจาะจง
- การจัดซอื้ จดั จางจากหนวยงานภาครัฐ
- คูสญั ญาสามารถสงมอบพัสดุไดครบถวนภายใน 5 วันทาํ การนับแตว ันถดั จากวันทําขอตกลง
- กรณีอน่ื ตามที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 11

6. สัญญาที่มีการลงนามและแกไขเปล่ียนแปลงสัญญาหรือขอตกลง ตองเผยแพรในระบบของ
กรมบัญชกี ลาง และของหนวยงาน

17. การบริหารสัญญาและการตรวจรับพสั ดุ (มาตรา 100 - 105)
การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุใหผูมีอํานาจแตงต้ังคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพ่ือรับผิดชอบ

การบรหิ ารสญั ญาหรือขอตกลงและการตรวจรับพสั ดุ โดยองคประกอบ องคป ระชุม และหนา ที่ของคณะกรรมการ
ตรวจรบั พัสดุใหเปน ไปตามระเบยี บท่ีรัฐมนตรกี ําหนด

18. การประเมินผลการปฏบิ ัติงานของผูประกอบการ (มาตรา 106 - 108)
กําหนดใหผลการประเมินเปนสวนหนึ่งของเกณฑในการพิจารณาคัดเลือกคุณสมบัติของผูท่ีจะเขายื่น

ขอเสนอหรือเขาทําสัญญากับหนวยงานของรัฐ โดยผูที่ไมผานเกณฑท่ีกําหนดจะถูกระงับการยื่นขอเสนอหรือ
ทาํ สัญญากบั หนว ยงานของรฐั ไวช ่วั คราว จนกวา จะมีผลการปฏิบัติงานผา นเกณฑทกี่ ําหนด

19. การท้ิงงาน (มาตรา 109 - 111)
ผยู ื่นขอเสนอหรอื คูสญั ญา ท่ีมีลักษณะเปน การทงิ้ งาน ดังน้ี
1. เปนผูย่ืนขอเสนอท่ีไดรับการคัดเลือกแลว ไมยอมไปทําสัญญาหรือขอตกลงเปนหนังสือ

ภายในเวลาทก่ี ําหนด
2. คสู ัญญา ไมป ฏบิ ัติตามสญั ญาหรือขอตกลงเปน หนงั สอื
3. ผยู น่ื ขอ เสนอหรอื คูสญั ญา มีลกั ษณะเปน การขัดขวางการแขง ขนั ราคาอยา งเปน ธรรม
4. เมื่อผลของการปฏิบัติตามสัญญาของที่ปรกึ ษาหรอื ผูใหบริการงานออกแบบหรืองานกอสราง

มขี อบกพรอ ง ผิดพลาด หรอื กอใหเกดิ ขอผดิ พลาด
5. ผใู หบริการมสี วนไดสวนเสียกบั ผูประกอบการงานกอสราง

20. การบริหารพัสดุ (มาตรา 112 - 113)
ใหหนวยงานของรัฐจัดใหมีการควบคุมและดูแลพัสดุใหมีการใชและการบริหารพัสดุที่เหมาะสม คุมคา

และเกิดประโยชนมากที่สุดซึ่งรวมถึงการเก็บ การบันทึก การเบิกจาย การยืม การตรวจสอบ การบํารุงรักษา และการ
จาํ หนายพสั ดุ

21. การอทุ ธรณ (มาตรา 114 - 119)
กาํ หนดใหผซู ่งึ ไดย่ืนขอเสนอจัดซ้อื จดั จา งพัสดุกับหนวยงานของรฐั มสี ทิ ธิอทุ ธรณใ นเร่อื ง ดังนี้
1. การเลอื กใชวิธีจัดซือ้ จัดจา งพสั ดุ หรือเกณฑทใ่ี ชใ นการพิจารณาผล
2. หนวยงานของรฐั มไิ ดป ฏบิ ัติใหเปน ไปตามหลักเกณฑและวิธกี ารที่กําหนดใน พรบ.
3. กฎกระทรวง ระเบยี บ หรอื ประกาศทอ่ี อกตามความใน พรบ. น้ี เปน เหตใุ หต นไมไ ดรับ
การประกาศผลเปน ผูช นะ หรือไมไ ดรับการคัดเลอื กเปนคสู ญั ญากบั หนวยงานของรัฐ
1. ใหผ มู ีสิทธิอทุ ธรณยื่นอุทธรณต อหนวยงาน ภายใน 7 วันทําการนับแตวนั ประกาศผลการจัดซื้อจัด

จางในระบบเครอื ขา ยสารสนเทศของกรมบญั ชีกลาง และ ใหหนว ยงานของรฐั พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณใหแลว
เสร็จภายใน 7 วันทาํ การนับแตวันท่ไี ดรบั อทุ ธรณ

2. ในกรณที ่ีเหน็ ดวยกับอุทธรณก ็ใหดําเนินการตามความเห็นนน้ั ภายในกําหนดเวลาดังกลา ว
3. หากไมเหน็ ดวยไมวาท้ังหมดหรอื บางสว น ใหรายงานความเหน็ พรอ มเหตุผลไปยงั คณะกรรมการ
พจิ ารณาอทุ ธรณภายใน 3 วันทําการนบั แตว ันทค่ี รบกําหนดเวลาดงั กลาว
4. เมอ่ื คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณไ ดรบั รายงานจากหนวยงานของรัฐแลว ใหพิจารณาอุทธรณ
ใหแ ลวเสร็จภายใน 30 วนั นับแตว นั ที่ไดรับรายงานดงั กลา ว

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 12

5. หากเรื่องใดไมอ าจพิจารณาไดทนั ในกาํ หนดน้ัน ใหค ณะกรรมการพิจารณาอุทธรณข ยายระยะเวลา
ออกไปไดไ มเกนิ สองครั้ง ครัง้ ละไมเกนิ 15 วันนับแตว ันท่ีครบกําหนดเวลาดงั กลา ว

6. กรณีท่ีคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณเห็นวาอุทธรณฟงขึ้น และมีตอการจัดซ้ือจัดจางมีนัยสําคัญ
ใหคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณสั่งใหหนวยงานของรัฐดําเนินการจัดซื้อจัดจางใหม หรือเร่ิมจากข้ันตอนใด
ตามทเ่ี ห็นสมควร ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณเห็นวาอุทธรณฟงไมข ้ึนหรือไมมผี ลตอการจัดซื้อจัดจา ง
อยางมนี ัยสําคัญใหแจง หนวยงานของรัฐเพ่ือดาํ เนินการจัดซือ้ จดั จางตอไป

7. ถาผูอุทธรณผูใดไมพอใจคําวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ และเห็นวาหนวยงานของรัฐ
ตองรบั ผิดชดใชคาเสียหาย ผูน้ันมีสิทธิฟองตอศาลเพื่อเรียกใหห นวยงานของรฐั ชดใชคาเสียหายได แตก ารฟองคดี
ดังกลาวไมม ผี ลกระทบตอการจัดซือ้ จดั จางทห่ี นวยงานของรฐั ไดล งนามในสัญญาจดั ซอื้ จัดจา งนน้ั แลว

22. บทกําหนดโทษ (มาตรา 120 - 121)
เจา หนาท่ีหรือผมู อี ํานาจหนา ทใ่ี นการดาํ เนินการเกี่ยวกับการจดั ซื้อจดั จางหรือการบริหารพสั ดุ ปฏิบัตหิ รือ

ละเวนการปฏิบัติหนาที่ในการจัดซื้อจัดจางตาม พรบ. น้ี กฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศที่ออกตาม
ความใน พรบ.นี้ โดยมิชอบ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแต 1 ปถึง 10 ป และปรับตั้งแตสี่หม่ืนบาทถึงสี่แสนบาท
และผใู ชหรือผสู นับสนุนในการกระทําความผิดดงั กลาวตองระวางโทษตามที่กําหนดไวสาํ หรบั ความผดิ ดงั กลา วดวย

การกําหนดโทษสําหรับผูท่ีไมปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการวินิจฉัยหรือหลักฐานประกอบ
การพิจารณาอุทธรณ เพ่ือเปนการบงั คับใหผูที่เก่ียวของใหความรวมมือในการสงเอกสารหรือหลักฐานประกอบ
การพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยหรือคณะกรรมการพิจารณาอทุ ธรณ โดยกําหนดใหมีความผิดฐานขดั คาํ สั่ง
เจาพนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญา

23. บทเฉพาะกาล
ใหระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ.2535 และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวย

การพัสดุดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ.2549 และบรรดาระเบียบ ขอบังคับ ประกาศ ขอบัญญัติและ
ขอกําหนดใดๆ เกี่ยวกับพัสดุ การจัดซ้ือจัดจาง หรือการบริหารพัสดุของหนวยงานของรัฐอ่ืน รวมทั้ง
มติคณะรัฐมนตรที เ่ี กี่ยวกบั พัสดุ การจัดซื้อจัดจาง หรือการบริหารพัสดขุ องหนวยงานของรฐั ยังคงใชบังคับไดต อไป
เทาท่ีไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติน้ีจนกวาจะมีกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศ ในเร่ืองน้ันๆ
ตามพระราชบัญญัตินใี้ ชบ ังคบั

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§Ô¹ ¡ÒäÅѧ I หนา 13

รปู ประกอบกจิ กรรม
â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 14

๒.๒ หัวขอวชิ า “การตรวจสอบ กล่ันกรอง ขอบเขตของงาน รา ง TOR (Term of Reference)”
วทิ ยากร : บุคลากรจากสํานกั งานคลงั จังหวัดนครราชสมี า
วิธีการ/เทคนคิ
1. การบรรยายโดยวิทยากร
2. การฝกปฏิบตั ิจรงิ
2. การตัง้ คาํ ถามใหผ ูเขา รับการอบรมคดิ ตาม
3. การเตมิ เต็มใหขอคิด ขอเสนอแนะ ตอบขอซกั ถาม โดยวิทยากร
ส่อื /วัสดุ/อุปกรณ
1. PPT

สรปุ สาระสําคัญของการจดั ทํา TOR

1. ความหมายของ TOR
รางขอบเขตของงาน Terms of Reference (TOR) เปนเอกสารที่กําหนดขอบเขตของงาน และ

รายละเอียดของภารกิจที่ผูจัดทํา TOR ตองการใหผูขายหรือผูรับจางดําเนินการ รวมทั้งความรับผิดชอบอื่น ๆ
ของผูขายหรอื ผูรับจางที่เก่ียวของกบั ภารกิจน้นั ซ่ึงรายการละเอียดของงานที่ผซู ื้อ หรอื ผวู าจางประสงคจ ะใหผูข าย
หรือผูรับจางทํางานให โดยการบอกขอบเขตของงานใหชัดเจน ระยะเวลาท่ีตอ งการ คุณสมบัติของผูเสนอราคา
ซ่ึงผูซ้ือหรือผูวาจางตอ งการใหท ํางานตามขอบเขตดังกลาว รวมถึงขอกําหนดท่ีผูซื้อหรือผูวา จางตอ งการ
ใหด ําเนินการ จะมีก่ีขั้นตอนแตละข้ันตอน ประกอบดวยอะไรบาง ผิดสัญญาจะถูกปรบั อยางไร ส่ิงตาง ๆ เหลาน้ี
ผซู ้ือหรอื ผูวาจางจะจัดใหอยูใน TOR ทั้งหมด เพื่อประกาศหาผูขายหรือผูรับจางตามกรรมวิธตี อไป ซ่ึงผูที่ประสงค
จะเปนผูขายหรือผูรับจางไดศึกษาดูกอน วางานตามประกาศสามารถทําไดห รือมีคุณสมบัติครบถว นหรือไม
เพ่ือเปน ขอมูล เบื้องตนประกอบการพิจารณาในขัน้ ตอนการดาํ เนนิ การจัดหาผูซือ้ หรือผูวาจา ง

ดังน้ัน TOR จึงเทียบไดกับขอกําหนด (Specifications) ของพัสดุที่ผูซื้อหรือผูวาจางทําขึ้น สําหรับ
การจัดหา แตอยางไรก็ตาม การกําหนด TOR หรอื การกําหนดคุณลกั ษณะเฉพาะ (Specification) เพ่ือการจัดซ้ือ
จัดจางของหนวยงานท่ีจะจัดหาพัสดุ ผูท่ีไดรับมอบหมายใหดําเนินการ จะตองพิจารณาและคํานึงถึงกฎหมาย
ระเบียบ ขอบังคับ คาํ สง่ั มตคิ ณะรฐั มนตรี หรือหนงั สอื ซกั ซอม ความเขาใจท่ีเกยี่ วของ

2. ความสาํ คญั ของ TOR ดังนี้
ประการแรก มีความสําคัญมากตอคุณภาพของผลงานที่จะไดจากผูขายหรือผูรับจาง TOR จะตอ ง

มีความชัดเจนที่สามารถจัดหาหรือปฏิบัติได และกําหนดประเด็นตาง ๆ ที่ผูขายหรือผูรับจางจะตองดําเนินการ
ไวอยางชัดเจน TOR ย่ิงมีความชัดเจนเพียงใดย่ิงทําใหการ คัดเลือกผูขายหรือผูรับจางไดงายข้ึน โปรงใสมากขึ้น
ดงั น้ัน TOR จึงตอ งมคี วามชัดเจนเพยี งพอตอ การประเมนิ ปริมาณและคณุ ภาพงานของผขู ายหรอื ผรู ับจา ง

ประการที่สอง เปนเอกสารอางอิงท่ีใชเปนสวนหนึ่งของสัญญา ดังนั้น TOR ที่ดีจะตองไมเปน TOR
ทกี่ วา งจนเกินไปจนทําใหไดสิง่ ทตี่ อ งการแตไมมคี ุณภาพ

ดังนั้นการจัดทํา TOR จึงตองมีการวิเคราะหปญ หาเบ้ืองตน หรือในระดับแนวคิด โดยการรวมหารือกับ
กลมุ ตาง ๆ เพอื่ ใหไดม มุ มองที่หลากหลายครบถวนครอบคลุม

3. ลกั ษณะของ TOR ทด่ี ี
TOR ท่ีดีจะชวยใหสวนราชการไดพัสดุตรงตามวัตถุประสงค การใชงานประหยัด เกิดประโยชนสูงสุด

ควรมลี ักษณะ ดังนี้
3.1 TOR ที่ดีจะระบุความจําเปนและลกั ษณะทต่ี องการนําไปใชประโยชนไดอยางชัดเจน

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§Ô¹ ¡ÒäÅѧ I หนา 15

3.2 TOR ที่ดีจะระบขุ อความที่ไมกาํ กวม ตรวจสอบได
3.3 TOR ที่ดีจะไมระบุรายการท่ีเกินความจําเปน

4. การกําหนดขอบเขตของงาน TOR ควรมีหลักการ ดังน้ี
การกําหนดคุณสมบัติของผูเสนอราคา หรือผูเสนองานและรายละเอียดหรือคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ

หรืองานจาง ตลอดจนการวินิจฉัยตามความคุณสมบัติของผูเสนอราคา หรือผูเสนองานแตละรายวาเปนไปตาม
เง่ือนไขที่กําหนดไวหรือไม ซึง่ ในการกําหนดคุณสมบัติของผูเสนอราคา หรือเสนองาน เปนอํานาจของหนวยงาน
ที่จัดหาพัสดุสามารถใชดุลยพินิจกําหนดและวินิจฉัยไดตามความตองการของหนวยงาน แตตองอยูภายใต
หลักเกณฑตามที่กฎหมาย ระเบยี บ ขอบังคบั คําสั่ง หรอื มติ คณะรฐั มนตรีที่เก่ียวของกําหนดไว ซง่ึ ควรมีหลักการ
ในการพิจารณาดงั นี้

4.1 ความเปดเผย โปรงใส และเปดโอกาสใหมีการแขงขันกันอยา งเปนธรรม
- ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และท่ีแกไขเพ่ิมเติม ขอ 15 ทวิ

วรรคหน่ึง กําหนดวา “ตองดําเนินการโดยเปด เผย โปรง ใส และเปดโอกาสใหม ีการแขงขันกันอยางเปนธรรม
โดยคํานึงถึงคุณสมบัติและความสามารถของผูเสนอราคา หรือผูเสนองาน เวนแตกรณีที่มีลักษณะเฉพาะอันเปน
ขอ ยกเวนตามท่กี าํ หนดไวในระเบียบฯ”

- ระเบียบวาดวยการบรหิ ารงบประมาณ พ.ศ. 2548 ขอ 17 กําหนดวา “การกําหนดรายละเอียด
เฉพาะ การออกแบบรูปรายการกอ สรางโดยละเอียด ใหหัวหนสวนราชการรับผิดชอบควบคุมดูแล
ใหเปน ไปอยางโปรงใส”

4.2 การใชพัสดทุ ีผ่ ลติ ในประเทศและกจิ การของคนไทย
4.2.1 ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และท่ีแกไขเพิ่มเติม ขอ 16

กําหนดใหสวนราชการใชพสั ดุท่ผี ลติ ในประเทศหรือเปนกิจการของคนไทยตามหลักเกณฑ ดงั น้ี
- ตามระเบียบขอ 16 (1) กําหนดวา “หา มกําหนดรายละเอียดหรือคุณลักษณะเฉพาะ

ซ่ึงอาจมีผลกีดกันไมใหผ ูผลิตหรือผูขายพัสดุท่ีผลิตในประเทศหรือเปนกิจการของคนไทยสามารถเขาแขงขันกัน
ในการเสนอราคากบั ทางราชการ”

- ตามระเบียบขอ 16 (2) กําหนดวา “ในกรณีพัสดุที่ตองการซื้อหรือจางทํามีประกาศ
กําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมแลว ใหกําหนดรายละเอียดหรอื คุณลักษณะเฉพาะ หรือรายการในการก
อสรางตามมาตรฐานผลิตภณั ฑอุตสาหกรรม หรือเพอ่ื ความสะดวกจะระบุเฉพาะหมายเลขมาตรฐานก็ได

- ตามระเบียบขอ 16 (3) กําหนดวา “ในกรณีพัสดุที่ตองการซ้ือหรือจางทํา ยังไมมีประกาศ
กําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑอ ุตสาหกรรม แตมีผูไดรับการจดทะเบียนผลิตภัณฑไวกับกระทรวงอุตสาหกรรมแลว
ใหก ําหนดรายละเอียด หรือคุณลักษณะเฉพาะหรือรายการในการกอ สรางใหสอดคลอ งกับรายละเอียดหรือ
คณุ ลกั ษณะเฉพาะตามที่ระบุไวในคูม อื ผซู ื้อ หรอื ใบแทรกคูม ือผซู ื้อทก่ี ระทรวงอุตสาหกรรมจัดทําข้ึน

- ตามระเบียบขอ 16 (4) กําหนดวา “กรณีทีม่ ีความจําเปนจะตองกําหนดรายละเอียดหรือ
คุณลักษณะเฉพาะหรือรายการในการกอสรางแตกตา งจากที่กําหนดไวในขอ 16 (2) หรือ 16 (3) ใหแ จง
สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม (มอก.) และเมื่อไดรับหนังสือกระทรวงอุตสาหกรรมตอบรับทราบ
หรอื ไมทกั ทวงแลว ใหดาํ เนนิ การซื้อหรอื จางตอไปได หรอื ไมรบั พจิ ารณา แลวแตก รณี

4.2.2 มตคิ ณะรฐั มนตรีเม่ือวันท่ี 29 พฤษภาคม 2550 แจงตามหนงั สอื ที่ นร 0505/ ว 83
ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 กําหนดหลกั เกณฑการใชพ สั ดุท่ผี ลิตในประเทศ ดงั น้ี

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§Ô¹ ¡ÒäÅѧ I หนา 16

การจดั หาพสั ดุทีม่ ีผลิตในประเทศ ดังนี้
- ใหหนวยงานของรัฐใชพัสดุท่ีผลิตในประเทศ และถือปฏิบัติตามระเบียบหรือ

ขอ บังคับวา ดว ยการพสั ดุหนวยงานผูด ําเนินการในสวนท่ีเกยี่ วของอยางเครง ครัดดว ยถาไมมีพัสดทุ ่ีมีผลิตในประเทศ
ก็ใหห นว ยงานของรฐั ดาํ เนินการจัดหาตามหลักเกณฑปกตติ อไปได

- ในกรณีท่ีมีพัสดุท่ีมีผลิตในประเทศแลว แตไมเพียงพอตอความตอ งการ
ในประเทศ หรือมีจํานวนนอยราย หรือมีความจําเปนจะตอ งใชพัสดุที่ผลิตจากตางประเทศ หรือจะตอ งมี
การนําเขาพัสดุจากตางประเทศ ในกรณีที่เปนประโยชนย ่ิงกวา ใหหนวยงานของรัฐนําเสนอรัฐมนตรีพิจารณา
เวน แตเปนการจัดหาที่มีวงเงินไมสูง ใหเปนความรับผิดชอบของหัวหนาหนวยงานของรัฐท่ีจะพิจารณาอนุมัติ
ได 2 กรณี คือ

(1) เปนการจัดหาอะไหลซ่ึงมีความจําเปนจะตอ งระบุยี่หอ หรือ
คุณลักษณะเฉพาะและจาํ เปน ตองนําเขา จากประเทศ

(๒) เปนการจัดหาครั้งหน่ึงที่มีวงเงินไมเกินสองลานบาทหรือราคาพัสดุท่ี
นําเขา จากตา งประเทศมรี าคาตอหนวยไมเกินสองลานบาท

การใชพ ัสดุท่ีผลิตจากตา งประเทศ หรือนําเขาพัสดุจากตางประเทศ หมายถึง
การใชห รอื การนาํ เขาพัสดุที่ผลติ สาํ เร็จรปู แลวจากตา งประเทศไมวาจะนาํ เขาโดยคสู ัญญาหรือบคุ คลอ่นื ใด

พสั ดทุ ีผ่ ลิตในประเทศไทย หมายความวา
- ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แกไข

เพิ่มเติม ขอ 5 กําหนดพัสดุที่ผลิตในประเทศ หมายความถึงผลิตภัณฑท่ีผลิตสําเร็จรูปแลว โดยสถานท่ีผลิตตั้งอยู
ในประเทศไทย

- หมายความรวมถึง ผลิตภัณฑท่ีไดจากการประกอบหรือขึ้นรูปในประเทศไทยดวย
(การตคี วามของ กวพ.)

การตรวจสอบวาพัสดุท่ีจะซ้ือหรือจางทํามีผูผลิตหรือรับจางในประเทศไทยหรือไม
ตองตรวจสอบจากกรมโรงงานอตุ สาหกรรม

4.2.3 มติคณะรัฐมนตรีเม่ือวันที่ 21 เมษายน 2552 แจงตามหนังสือดว นท่ีสุดท่ี นร 0505/
ว 89 ลงวันที่ 28 เมษายน 2552 เร่ือง ขอเสนอมาตรการเพ่ือลดผลกระทบจากปญ หาวิกฤตเศรษฐกิจ
ตอภาคอุตสาหกรรมไทย (การใชพัสดุทผ่ี ลิตในประเทศหรือเปนกิจการของคนไทย) โดยใหถือปฏิบัตติ ามระเบียบฯ
ขอ 16 และมติคณะรฐั มนตรีเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2550 อยา งเครงครดั

4.3 การจดั ซ้อื จัดจางสนิ คาและบรกิ ารท่ีเปนมิตรกบั สิง่ แวดลอ ม
4.3.1 มติคณะรัฐมนตรี 22 มกราคม 2551 แจงตามหนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

ที่ นร 0506/2181 ลงวันท่ี 24 มกราคม 2551 เหน็ ชอบตามขอเสนอของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง
แวดลอ ม เร่ือง การจัดซื้อจัดจางสินคา และบ ริการท่ีเปนมิตรกับสิ่งแวดลอมของภาครัฐมอบหมาย
ใหกระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) รับไปพิจารณาปรับปรุงระเบียบพัสดุฯ 35 เพ่ือใหการใชมาตรการ
ตามแผนการจัดซื้อจัดจางสินคาและบริการท่เี ปนมิตรกับสิ่งแวดลอมของภาครัฐและ (ราง) แผนสง เสริมการจดั ซ้ือ
จัดจา งสนิ คาและบรกิ ารท่ีเปนมติ รกบั สงิ่ แวดลอมของภาครฐั พ.ศ. 2551 – 2554 มีความสอดคลองกัน

4.3.2 หนังสือกรมบัญชีกลาง ดวนท่ีสุด ท่ี กค (กวพ) 0421.3/ว 287 ลงวันท่ี 29 สิงหาคม
2551 ขอใหสว นราชการภายใตร ะเบียบพัสดุฯ 35 จัดซื้อจัดจางสินคาและบริการเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม
ตามแผนการจัดซื้อจัดจางสินคา และบริการท่ีเปนมิตรกับส่ิงแวดลอมของภาครัฐ พ.ศ. 2551 – 2554
ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม สนิ คา และบริการใดทีจ่ ะตองจัดซ้ือจัดจา งตามเกณฑขอ กําหนด

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§Ô¹ ¡ÒäÅѧ I หนา 17

ทีเ่ ปนมิตรกับสิ่งแวดลอม หรือไดรบั สลากเขียว หรือไดร บั ใบไมเขียว ใหด ําเนินการตามคูมือการจดั ซื้อจัดจางสินคา
และบริการที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอมของกรมควบคุมมลพิษ และอยูภายใตบ ังคับระเบียบพัสดุฯ 35 ขอ 16
และตอ งไมขดั แยง กับระเบียบพสั ดุ ฯ 35

4.4 การระบุคณุ ลกั ษณะเฉพาะของสงิ่ ของหรือย่ีหอสิ่งของ
4.4.1 มติคณะรัฐมนตรีเม่ือวันที่ 23 มีนาคม 2520 (หนังสือที่ สร 0203/ ว 53 ลง วันท่ี 28

มีนาคม 2520) กาํ หนดรายการในการกอสราง ดังน้ี
- มี มอก. หรือ กระทรวงอุตสาหกรรมรับรองแลว หรือมีมาตรฐานที่สว นราชการอื่น

กาํ หนดไว กใ็ หระบตุ ามมาตรฐานน้ันได ตามความจาํ เปน
- กรณียังไมมีมาตรฐาน ถาสว นราชการจําเปนตองใชส ิ่งของที่เห็นวามีคุณภาพดีเปน

ที่นยิ มใชใ นขณะน้ันและจําเปนตองระบุชื่อย่ีหอสิ่งของก็ใหระบุได แตตองใหมากย่ีหอ ท่สี ุดเทาที่จะสามารถระบุได
และสง่ิ ของทีม่ คี ณุ ภาพเทยี บเทากันก็ใหใชไดด ว ย

4.4.2 มติคณะรัฐมนตรีแจงตามหนังสือที่ สร 0403/ว 93 ลงวันท่ี 7 พฤศจิกายน 2512 และท่ี
สร 0203/ว 157 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2519 กาํ หนดคุณลกั ษณะเฉพาะของส่งิ ของ ดงั นี้

- หามมิใหกําหนดลักษณะเฉพาะของสิ่งของที่จะซื้อใหใกลเ คียงกับย่ีหอใดย่ีหอหนึ่งหรือ
ของผขู ายรายใดรายหนง่ึ

- หามระบุยี่หอสิ่งของที่ตองการจะซอ้ื ทุกชนิด เวนแตท่ีมีขอยกเวน ไว เชน ยารกั ษาโรค
เครอ่ื งอะไหล เปน ตน

และมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวันท่ี 21 เมษายน 2552 แจงตามหนังสือสํานักเลขาธิการ
คณะรัฐมนตรีดว นที่สุด ที่ นร 0505/ว 89 ลงวันที่ 28 เมษายน 2552 แจงใหสวนราชการถือปฏิบัติเกี่ยวกับ
เร่ือง การใชพัสดุท่ีผลิตในประเทศหรือเปนกิจการของคนไทย ขอ 16 ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวย
การพัสดุ พ.ศ. 2535 และท่ีแกไขเพ่ิมเติม และมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวันท่ี 29 พฤษภาคม 2550 แจงตามหนังสอื
สาํ นกั เลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรที ่ี นร 0505/ว 83 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 อยา งเครง ครดั

4.5 คุณสมบัตขิ องผเู สนอราคาตามที่ กวพ. หรือ กวพ.อ. กาํ หนด
4.5.1 ตองเปน ผูมีอาชพี ขาย หรือ รบั จาง
4.5.2 ตองไมเปนผูทีถ่ กู ระบุช่ือไวในบญั ชีรายช่ือผูทิง้ งานและไดแจง เวียนช่อื แลว หรือไมเ ปนผไู ดรับ

ผลของการสง่ั ใหนิตบิ คุ คลหรอื บคุ คลอน่ื เปนผทู ้ิงงาน
4.5.3 ตองไมเ ปนผูม ผี ลประโยชนรว มกันกับผูเสนอราคารายอืน่ ณ วนั ประกาศ
- การซือ้ /จา ง ตามระเบียบพสั ดุฯ 35 ตองไมเปน ผมู ผี ลประโยชนรวมกนั กบั ผูเสนอราคารายอื่น
- การซ้ือ/จาง ตามระเบียบพัสดุฯ 49 ตองไมเปนผูมีผลประโยชนรวมกันกับผูเสนอราคา

รายอื่น และ/หรือตอ งไมเปนผูมผี ลประโยชนร วมกันกับผูใหบริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส หรือไมเปนผกู ระทํา
การอนั เปนการขดั ขวางการแขงยขันราคาอยางเปนธรรมในการซ้อื /จา ง

4.5.4 ไมเปน ผูไดรบั เอกสทิ ธหิ์ รือความคุมกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไมยอมข้นึ ศาลไทย เวนแตรัฐบาลของผู
เสนอราคาไดม คี าํ สั่งใหสละสทิ ธิ์และความคุมกนั เชนวาน้ัน

4.5.5 ตองผานการคดั เลอื กผูม คี ณุ สมบัตเิ บื้องตนในการซ้ือหรอื จาง
4.5.6 ผูเสนอราคาตองเปนนิติบุคคล และมีผลงานกอสรางประเภทเดียวกันกับงานท่ีประกวดราคา
จาง ในวงเงินไมนอยกวา...........................บาท และเปนผลงานท่ีเปนคูสัญญาโดยตรงกับสว นราชการ หนวยงาน
ตามกฎหมายวาดวยระเบียบบรหิ ารราชการสวนทองถิ่น หนวยงานอ่ืนซ่ึงมีกฎหมายบัญญัติใหมีฐานะเปนราชการ
สวนทอ งถ่นิ รฐั วิสาหกิจ หรือหนวยงานเอกชนทก่ี รมเช่อื ถือ

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 18

กรณีงานซื้อ/งานจางทั่วไป ไมมีหลักเกณฑ เร่ือง การกําหนดผลงาน แตหากจําเปนตอง
กําหนดก็เปนดุลยพินิจของสวนราชการท่ีจะอนุโลมนําหลักเกณฑของงานกอ สรางมาใชไ ด (ตามแนววินิจฉัยของ
กวพ. หนังสือดวนทีส่ ดุ ท่ี กค (กวพ) 0408.4/1999 ลงวนั ท่ี 14 สิงหาคม 2550)

4.5.7 ขอกําหนดเง่ือนไขท่ีหนวยงานของรัฐจะตองนําไปกําหนดไวในขอบเขตของงาน
(Term of Reference : TOR) หรือเอกสารประกาศจัดซื้อจัดจางเพื่อใหผูเสนอราคา และคูส ัญญาปฏิบัติ ต้ังแต
วันท่ี 1 เมษายน 2556 ใชบังคับใหหนวยงานของรัฐที่ตองกําหนดไวในขอบเขตของงาน ซ่ึงมีมูลคา ต้ังแต
500,000 บาท ขึน้ ไปกาํ หนดมาตรการเพื่อใหหนวยงานของรัฐปฏิบัติ ดังนี้

ใหหนวยงานของรัฐกําหน ดเง่ือนไขและคุณ สมบัติของบุคคลหรือนิติบุคคล
ที่จะเขาเปนคูสัญญา (ผูเสนอราคา) ไวใ นขอบเขตของงาน (Term of Reference : TOR) และกําหนด
ใหคสู ญั ญาตองปฏิบตั ิ ดังน้ี

- บุคคลหรือนิติบุคคลท่ีจะเขาเปนคูสัญญาตอ งไมอยูในฐานะเปนผูไมแสดง
บัญชีรายรับรายจาย หรอื แสดงบัญชีรายรบั รายจายไมถกู ตอ งครบถวนในสาระสาํ คัญ

- บุ ค ค ล ห รือ นิ ติ บุ ค คล ท่ี จะเขาเป น คู สั ญ ญ ากั บ ห น วย งาน ข อ งรัฐ
ซ่ึงไดดําเนินการจัดซอื้ จัดจางดวยระบบอิเล็กทรอนิกส (e-Government Procurement : e-GP) ตองลงทะเบียน
ในระบบอเิ ล็กทรอนกิ สของกรมบญั ชกี ลางท่ีเวบ็ ไซตศนู ยขอ มูลจดั ซอื้ จดั จางภาครฐั

- คูส ัญญาตองรบั จายเงินผา นบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน เวนแตการรับจาย
เงินแตละคร้ังซง่ึ มีมลู คาไมเ กนิ สามหมื่นบาทคูสญั ญาอาจรับจายเปน เงนิ สดกไ็ ด

ใหหนวยงานของรัฐรายงานขอมูลของคูสัญญาที่ตอ งยนื่ บัญชแี สดงรายรบั รายจาย (แบบ
บช. 1) ใหคณะกรรมการ ป.ป.ช. และกรมสรรพากรทราบ ดงั นี้

- กรณีหนวยงานของรัฐท่ีมิไดดําเนนิ การจัดซ้ือจัดจางดวยระบบอิเล็กทรอนิกส
ของกรมบั ญ ชีกลาง (e-Government Procurement : e-GP) ใหรายงานขอมู ลของคู สั ญ ญ าผานระบ บ
(e-Government Procurement : e-GP) ของกรมบญั ชีกลาง

- กรณี หนวยงานของรัฐใดที่มิไดดําเนินการจัดซ้ือจัดจางดวยระบบ
อิเล็กทรอนิกสของกรมบัญชีกลาง (e-Government Procurement : e-GP) ใหรายงานขอมูลของคูสัญญา
ผานระบบอเิ ล็กทรอนกิ สท่ีสํานักงาน ป.ป.ช. จัดทําขน้ึ

- กรณีงานกอสรา ง วงเงินตงั้ แต 1 ลานบาทข้ึนไปผูเสนอราคา ตองเปนนิติ
บุคคลตามกฎหมาย (รายละเอียดตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2521 อางถึงหนังสือสํานักงาน
รฐั มนตรี ดว นมาก ที่ สร 0203/ว 80 ลงวันที่ 8 มถิ ุนายน 2521)

- การกาํ หนดผลงาน เพ่อื ใหทราบถึงศกั ยภาพของผูขาย หรอื ผรู บั จาง
การกําหนดผลงานกอสรา ง

- กําหนดผลงานไดไมเกินรอยละ 50 ของวงเงินงบประมาณ หรือวงเงิน
ประมาณการ (ตามหนังสือ นร (กวพ) 0305/ว 7914 ลงวันที่ 22 กันยายน 2543 ประกอบมติคณะรัฐมนตรี
เมอ่ื วันที่ 28 ธันวาคม 2536 (หนังสอื ดวนมาก นร 0202/ว 1 ลงวนั ที่ 3 มกราคม 2537)

- ตอ งเปนผลงานในสัญญาเดียวกันเทานั้น (ตามหนังสือ นร (กวพ) 0204/ว
11441 ลงวนั ที่ 28 พฤศจิกายน 2539)

- ผลงานประเภทเดียวกันกับงานท่ีประกวดราคาจาง คือ ผลงานที่ใชเทคนิค
ในการดําเนินการเหมือนกัน เปนผลงานท่ีผูรับจางไดทํางานแลวเสร็จ ตามสัญญาที่ไดมีการสงมอบงานและตรวจ

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 19

รับเรียบรอ ยแลว ตอ งเปนผลงานท่ีกระทําสัญญากับสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ซึ่งเปนผูวาจางโดยตรง
ไมใ ชผ ลงานอนั เกิดจากการรบั จา งชวง (แนววินจิ ฉยั ของ กวพ.)

กรณผี ลงานกิจการรวมคา
- ตามหนังสือที่ นร (กวพ) 1305/ ว 2457 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2543

กําหนดแนวทางปฏบิ ัตใิ นการพิจารณาคณุ สมบัตขิ องผเู สนอราคาทีเ่ ปนกิจการรว มคา ดงั นี้
- กรณีท่ีกิจการรวมคาไดจ ดทะเบียนเปนนิติบุคคลใหม โดยหลักการ

กิจการรวมคาที่จดทะเบียนเปนนิติบุคคลใหมจ ะตองมีคุณสมบัติครบถว นตามเง่ือนไขท่ีกําหนดไวในเอกสาร
ประกวดราคา สวนคุณสมบัติดานผลงานกอ สราง กิจการรวมคาดังกลาวสามารถนําผลงานกอสรางของผูท่ีเขา
รวมคา มาใชแสดงเปนผลงานกอสรางของกิจการรว มคาท่ีเขาประกวดราคาได

- กรณีท่ีกิจการรวมคาไมไดจดทะเบียนเปนนิติบุคคลใหมโดยหลักการ
นิติบุคคลแตละนิติบุคคลท่ีเขารวมคาทุกราย จะตองมีคุณสมบัติครบถวนตามเง่ือนไขท่ีกําหนดไวในเอกสาร
ประกวดราคา เวนแตในกรณีที่กิจการรวมคาไดม ีขอตกลงระหวา งผูเขารวมคา เปนลายลักษณอักษรกําหนด
ใหผ ูเขารวมคา รายใดรายหนึ่งเปนผูรับผิดชอบหลักในการเขาเสนอราคา กับทางราชการและแสดงหลักฐาน
ดังกลาวมาพรอ มซองประกวดราคากิจการรวมคานั้น สามารถใชผลงานกอ สรางของผูรวมคา หลักรายเดียว
เปนผลงานกอ สรางของกิจการรวมคา ท่ียื่นเสนอราคาได ทุนจดทะเบียน จะกําหนดไมได ตามแนววินิจฉัย
ของ กวพ. และหนังสือท่ี นร (กวพ) 1305/ว 7914 ลงวันที่ 22 กันยายน 2543 เรื่องการกําหนดคุณสมบัติ
ของผูเสนอราคา ในการจางกอสราง ซ่ึงนําไปใชส ําหรับงานซ้ือโดยอนุโลม แตตอ งไมเปนการกีดกันหรือขัดขวาง
การแขงขันราคาอยางเปน ธรรม

5. องคประกอบของรางขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
สรุปสาระสําคญั ของงานซอ้ื หรืองานจา ง ดงั นี้
5.1 ความเปน มา
งานหรือโครงการเพ่ือใหเขาใจถึงความจําเปน หรือความสําคัญของภารกิจ และความเช่ือมโยง

ของภารกจิ
5.2 วตั ถุประสงค
การจะดําเนินงานหรือโครงการใด ๆ ใหบรรลุเปาหมายจําเปนตอ งมีการกําหนดวัตถุประสงค

ของงานหรือโครงการ รวมท้ังตองมีการกําหนดเปาหมายเฉพาะของแตละกิจกรรมอยางชัดเจน วัตถุประสงคของ
การซ้ือหรือการจาง คือ ส่ิงที่ผูซื้อหรือผูวาจางตองการจะบรรลุหลังจากท่ีภารกิจเสร็จสิ้นลงผลงานของงานหรือ
โครงการมีจุดมุงหมายที่จะสรางผลลัพธที่มีตัวช้ีวัดที่ตองการท้ังในดานของเวลา พื้นที่ ปริมาณ คุณภาพ
รวมท้ังคา ใชจายตาง ๆ ท่ีชัดเจน เพื่อใหการวัดความสาํ เร็จของโครงการสามารถจะวัดในดานของประสิทธผิ ลหรือ
ผลสัมฤทธ์ไิ ดโ ดยงา ย

5.3 คณุ สมบตั ผิ ูเสนอราคา
ตามตัวอยางเอกสารประกวดราคาท่ี กวพ. กําหนด (ตามหนังสือดวนท่ีสุด ที่ กค (กวพอ)
0421.3/ว289 ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2555
5.4 คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ (งานซื้อ) หรือรายการละเอียดของงาน (งานจาง) เปนการ
พรรณนาอธิบายรายละเอียดกับแบบ รูปลักษณะ ขนาด ชนิด และคุณสมบัติของวัตถุท่ีใชสรางจัดเปนวิธีการ
อยางหนงึ่ ของการจดั หา (Procurement) โดยมคี วามมงุ หมาย ดงั ตอไปนี้

5.4.1 เพ่ือใหไดพ ัสดุถูกตอ งตรงตามความประสงคของผูใชจากรายละเอียดขอกําหนด
คุณลักษณะเฉพาะพัสดุท่ีผูซื้อไดออกประกาศแจง ความใหท ราบทั่วไปแลวนั้น ผูผลิตหรือผูจําหนายสามารถ

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§Ô¹ ¡ÒäÅѧ I หนา 20

ทําความเขาใจและรูถึงจุดประสงคผ ูซื้อวามีความตองการของซึ่งมีคณุ ภาพ และลักษณะอยางไรแมวา จะไมมีรูปแบบ
รายการหรอื ของตวั อยางก็ตามผูผ ลิตหรือผจู ําหนายกส็ ามารถผลิตหรือหาของมาสนองความตองการของผูซื้อได

5.4.2 เพ่ือความสะดวกในการจัดหาพัสดุ กลาวคือ เจาหนาที่พัสดุสามารถดําเนินการ
จัดหาไดทันทีท่ีไดรับแจงขาวสารคํารองขอไมตองเสียเวลาสอบถามหาขอมูลรายละเอียดตาง ๆ อีก เพราะมีหลักฐาน
ทเี่ ตรียมไวพรอมมูลอยูในมอื เรยี บรอยทําใหไดของรวดเร็วทนั กําหนดเวลาตองการ

5.4.3 เพ่ือใหไดพ ัสดุเปนแบบมาตรฐาน ขอกําหนดคุณลักษณะเฉพาะพัสดุจะเปนมูล
ฐานในการผลิตสินคา ของโรงงานอุตสาหกรรมตามความตองการและความนิยมของผูซ้ือ ผูใชของก็จะไดพัสดุท่ีมี
แบบมาตรฐานคุณภาพดตี รงขอกาํ หนดคุณลักษณะเฉพาะ

5.4.4. เพื่อเปน การสนบั สนนุ ใหมีการปรับปรุงคุณภาพสินคา เม่อื ไดกําหนดคุณลักษณะ
เฉพาะขนึ้ แลว ทําใหเกิดการแขงขนั ผลิตสนิ คา ออกจาํ หนายตามขอกาํ หนดคุณลกั ษณะนั้น ๆ ใหมคี ุณภาพดกี วา ผผู ลิตราย
อ่ืน ๆ ซ่ึงจะเปนประโยชนอยางยิ่ง คือ ผูซ้ือไดของท่ีมคี ุณภาพดีกวาขอกําหนดคุณลักษณะเฉพาะไวใช ผผู ลิตและ
ผูจําหนา ยก็มีกําไรเพิม่ ข้นึ เพราะจําหนายผลิตไดมากข้ึน การกําหนดคณุ ลักษณะเฉพาะที่ดี ตองคาํ นึงถึงหลักการ
ดงั ตอไปนี้

- เปนไปตามวตั ถุประสงคในการใชงาน
- มีสาระสําคัญครบถว นสมบูรณ ไมกอใหเ กิดปญหาในการพิจารณาตัดสินใจ
ภายหลงั สิ่งเลก็ ๆ นอย ๆ ทไ่ี มค อ ยมีสาระสาํ คญั อาจละเวน
- ตองมคี วามยืดหยุนและเปลยี่ นแปลงไปตามกาลสมยั
- งายและสะดวกในการปฏิบัติ ควรใชศ ัพทห รือถอ ยคําที่อานเขาใจงาย
มคี วามหมายชัดเจน ไมคลมุ เครอื ซ่ึงจะเปน ปญหากอใหเกดิ การเขาใจผิดไดภายหลงั
5.5 ระยะเวลาดําเนินการ / การกําหนดระยะเวลาการดําเนินงานตั้งแตเริ่มดําเนินการตาม
สญั ญาจนถึงส้นิ สดุ งาน หรอื โครงการ
5.6 ระยะเวลาสงมอบของงานหรือโครงการ / กําหนดความตอ งการของผูวาจางท่ีตอ งการ
ใหผรู บั จา งสงมอบอะไรใหชดั เจน และเหมาะสม
5.7 เง่ือนไขการชําระเงิน / กําหนดการชําระเงินใหเ หมาะสม และสัมพันธตามเงื่อนไข
การสงมอบงาน
5.8 วงเงินในการจัดหา / ตามงบประมาณท่ไี ดรับจัดสรรของหนว ยงาน
5.9 ผรู บั ผิดชอบโครงการ / เจาของโครงการในการดําเนนิ งาน

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§Ô¹ ¡ÒäÅѧ I หนา 21

รปู ประกอบกจิ กรรม
â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 22

๒.๓ หัวขอ วชิ า “แลกเปล่ยี นเรียนรู รูปแบบการจดั ซือ้ จดั จางภาครัฐ (การจัดซื้อจัดจาง แบบวิธีเจาะเจาะจง/
คัดเลือก/วิธีการประกวดราคาอิเลก็ ทรอนิกส (e-bidding))”

วิทยากร : บุคลากรจากสํานักงานคลังจังหวัดนครราชสีมาและเจาหนาท่ีศูนยศึกษาและพุฒนาชุมชน
นครราชสีมา

วิธีการ/เทคนคิ
1. การบรรยายโดยวิทยากร
2. การฝก ปฏบิ ัติจรงิ
2. การตง้ั คาํ ถามใหผ ูเขารบั การอบรมคดิ ตาม
3. การเติมเตม็ ใหข อคิด ขอเสนอแนะ ตอบขอซกั ถาม โดยวิทยากร

สอื่ /วัสดุ/อปุ กรณ
1. PPT

หลังจากการทไ่ี ดเรียนรูกบั วทิ ยากรในชวงเชา เขาสูวิชา “การแลกเปล่ยี นเรยี นรู รูปแบบการจดั ซอ้ื จัดจาง
ภาครฐั (การจัดซ้ือจดั จา ง แบบวิธีเจาะเจาะจง/คดั เลอื ก/วิธกี ารประกวดราคาอิเลก็ ทรอนกิ ส (e-bidding)”
วทิ ยากรแบงกลมุ ผอู บรมเปน 4 กลุม เพ่ือระดมความคิดเห็นภายในกลุม ตามใบงานท่ีวทิ ยากรมอบหมายให ดังน้ี

กรณีศึกษาท่ี 1 บริษัท ตะวัน จํากัด แสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับรางประกาศเชิญชวน “โครงการกอสราง
อาคารสํานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร ดวยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส และมีครุภัณฑประกอบ ไดแก
เคร่ืองปรับอากาศ โคมไฟ เปนตน ในประกาศ ขอ 14 การกําหนดคุณสมบัติผูยื่นขอเสนอ กําหนดวา
“ผยู ื่นขอเสนอจะตอ งเปนตัวแทนจําหนา ยและจะตองมีหนังสอื แตงตงั้ ตัวแทนจําหนา ยในครุภณั ฑน ้ัน” โดยบริษัทฯ
ใหความเห็นวา ขอกําหนดดังกลาวเปนการกําหนดเกินความจําเปน และขัดขวางการแขงขันอยางเปนธรรม
จึงขอใหทางหนวยงานยกเลิกคุณสมบัติดังกลาว จากกรณีดังกลาวนี้ ทานมีความคิดเห็นอยางไร อธิบาย
มาพอสังเขป พรอ มอา งอิงระเบียบ หรอื หนังสอื เวยี นท่ีเกย่ี วของ

ผลการวิเคราะหของผูเขาอบรมและคําตอบท่ีถูกตองตามคําแนะนําของวทิ ยากร ดังน้ี เห็นดวย
วาเปนการกําหนดคณุ สมบัติเกินความจําเปน เร่ือง ขอพิจารณา วาตองระบุวาตองเปนตัวแทนจําหนาย/มีหนังสือ
แตงตั้งเปนตัวแทนจําหนายในครุภัณฑนั้น โดยอางถึงระเบียบที่เกี่ยวของ ไดแก หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค
(กวจ) 0405.2/ว 521 ลงวันท่ี 30 ตลุ าคม 2562 ขอ1.3(3)

กรณีศึกษาท่ี 2 สํานักงานพัฒนาชุมชนจังหวดั นครราชสมี า มีกําหนดจัดงานจาง “โครงการสินคาของดี
แหงเมืองโคราชบานเอง” และทานไดรับมอบหมายใหเปนผูกําหนดคุณสมบัติของผูยื่นขอเสนอ ประกอบไปดวย
อะไรบา ง ใหอธบิ ายมาพอสังเขป พรอ มอางองิ ระเบียบ หรอื หนงั สอื เวยี นท่ีเก่ียวของ

ผลการวิเคราะหข องผเู ขาอบรมและคําตอบที่ถูกตองตามคาํ แนะนาํ ของวทิ ยากร ดงั นี้
ระเบียบที่เกย่ี วของกับการกําหนดงานจา ง ประกอบไปดว ย

1. ระเบียบกระทรวงการคลังวา ดว ยการจดั ซือ้ จดั จางและบริหารพสั ดุภาครฐั ป พ.ศ. 2560
หมวด 8 มาตรา 29 (5) (7)

2. หนงั สอื เว่ยี น ท่ี กค 0405.2/ว496 ลงวนั ท่ี 29 ธันวาคม 2560
3. พรบ.การจดั ซ้ือจัดจางและการบริหารพัสดุภาครฐั พ.ศ. 2560 หมวด 12 การท้งิ งาน มาตรา
109 (1)

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 23

กรณีศึกษาท่ี 3 สํานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดมหาสารคาม ไดประกาศผูชนะการจัดจาง “โครงการ

OTOP นวัตวถิ ี ของดีเมอื งสารคาม” โดยผชู นะการเสนอราคา ไดแก บริษทั ฉลาม จํากัด โดยไดทาํ หนังสือแจงใหผู

ชนะการเสนอราคา มาลงนามในสัญญา ภายใน 7 วันทาํ การ นับถัดจากวันทไี่ ดรบั หนังสือ ปรากฏวา บริษัท ฉลาม

จํากัด ไมไดมาลงนามในสัญญาตามกําหนด ทานจะดําเนินการอยางไร ใหอธิบายมาพอสังเขป พรอมอางอิง

ระเบยี บ หรือหนงั สือเวียน ท่เี กย่ี วขอ ง

ผลการวิเคราะหของผูเขา อบรมและคาํ ตอบท่ีถูกตองตามคาํ แนะนําของวทิ ยากร ดงั นี้

1. ทําหนังสือแจงใหมาทําสัญญา คร้ังที่ 2 ภายในระยะเวลาท่ีกําหนด (หัวหนาหนวยงาน

กําหนด)

2. กรณีไมมาใหทําหนังสือแจงผูชนะตามประกาศการจัดจาง ใหช้ีแจงเหตุผล (คร้ังที่ 3)

โดยสง หนังสือไปยังบรษิ ทั และประธานกรรมการ/ผูจัดการ

3. หากเหตผุ ลฟงไมขึน้ (โดยการพิจารณาของคณะกรรมการ) ใหทําหนงั สือพรอมเอกสารท้งั หมด

(ตามแบบ ทง.)ไปกรมบั ญ ชีกลาง ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ท่ี กค 0405.2/ว 496 ลงวันที่

29 ธันวาคม 2560

กรณีศึกษาที่ 4 สํานักงานพัฒนาชุมชนจงั หวัดชัยภมู ิ กาํ หนดจัดงาน “โครงการของดีเมืองพระยาแล”

จาํ นวนเงนิ งบประมาณ 1,450,000.- บาท โดยใน TOR ไดก าํ หนดการจดั กจิ กรรม ประกอบดวย

กจิ กรรม บริษทั A บรษิ ทั B บริษทั C ราคากลาง

1. งานประชาสัมพันธ 150,000.- 130,000.- 150,000.-

2. งานสถานท่ีพรอ มตกแตง 300,000.- 350,000.- 320,000.-

3. งานแสดงบนเวที พรอมพิธีกร 280,000.- 290,000.- 300,000.-

4. งานอธิปรายเสวนา 70,000.- 80,000.- 70,000.-

5. งานบันทึกภาพและเสยี ง 80,000.- 90,000.- 85,000.-

6. คาอาหารวา งและเคร่อื งด่ืม 100,000.- 140,000.- 120,000.-

7. งานออกแบบตดิ ตงั้ บูธ 400,000.- 380,000.- 420,000.-

บอรด นทิ รรศการ

8. คา เอกสารประกอบกิจกรรม 20,000.- 15,000.- 17,000.-

รวม 1,400,000.- 1,475,000.- 1,482,000.-

ใหคํานวณราคากลางจากโครงการดงั กลาวคดิ เปนจํานวนเงนิ เทาใด และแบบฟอรมที่ใชใ นการเปด เผยราคากลางใช
แบบใด และบริษัท หมอเปง จํากัด เปนผูชนะการเสนอราคาในราคา 1,300,000.- บาท ราคาท่ีกําหนดในสัญญาใน
แตละรายการควรเปนจํานวนเงินเทาใด ใหอธิบายมาพอสังเขป พรอมอางอิงระเบียบ หรือหนังสือเวียน
ทีเ่ กยี่ วของ

ผลการวิเคราะหข องผูเขาอบรมและคาํ ตอบที่ถูกตองตามคาํ แนะนําของวิทยากร ดังนี้

ใหหนว ยงานดาํ เนนิ การตามหนงั สอื ดวนท่สี ุด ท่ี กค (กวจ) 0405.2/ว 452 ลงวนั ท่ี 17 กันยายน 2562

แบบ บก. 06 ตามน้ัน

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§Ô¹ ¡ÒäÅѧ I หนา 24

รปู ประกอบกจิ กรรม
â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 25

๒.๔ หัวขอ วชิ า “การบรหิ ารความเสีย่ งดานการเงินงบประมาณฯ
วทิ ยากร : บคุ ลากรจากสํานักงานคลังจังหวัดนครราชสมี า
วธิ กี าร/เทคนคิ
1. การบรรยายโดยวิทยากร
2. การฝกปฏิบัตจิ รงิ
2. การตง้ั คาํ ถามใหผูเขา รับการอบรมคดิ ตาม
3. การเติมเต็มใหขอคิด ขอเสนอแนะ ตอบขอซกั ถาม โดยวิทยากร
ส่ือ/วัสดุ/อุปกรณ
PPT
วทิ ยากรผบู รรยายแบงเนื้อหาวิชาทีใ่ หความรแู บง เปน 2 วชิ ายอย ดังน้ี 1) คา ใชจ า ยในการเดนิ ทางไป

ราชการในราชอาณาจกั ร 2) การเบิกจายคา ใชจายในการฝกอบรม การจัดงานและการประชมุ ระหวางประเทศ
โดยมีเน้อื หาแตละวชิ า ดังน้ี

1. คาใชจ ายในการเดนิ ทางไปราชการในราชอาณาจักร
ลักษณะการเดนิ ทางไปราชการ แบง ได 3 ลกั ษณะ ดังนี้
1.1 การเดินทางไปราชการช่ัวคราว หมายถงึ การไปปฏิบัตริ าชการช่ัวคราวนอกท่ีตงั้ สํานักงานปกติ

ตามคําสั่งผูบังคับบัญชา หรือตามหนาที่โดยปกติ การไปสอบคัดเลือก หรือรับการคัดเลือกตามท่ีไดรับอนุมัติ
จากผูบังคับบัญชา การไปชวยราชการ ไปรักษาการในตําแหนงหรือไปรักษาราชการแทน การเดินทางไปราชการ
ระหวา งที่ปฏิบัติงานในประเทศสําหรับผูที่รับราชการในตางประเทศ คาใชจายในการเดินทางไปราชการช่ัวคราว
สามารถเบิกคาใชจายได ดังน้ี คาเบี้ยเลี้ยงเดินทางคาเชาที่พัก คาพาหนะรวมถึงคาเชายานพาหนะ คาเช้ือเพลิง
หรอื พลงั งานสําหรบั ยานพาหนะ คาระวางบรรทุก คา จางคนหาบหาม และอนื่ ๆ ทํานองเดยี วกนั และคา ใชจายอ่ืน
ทจ่ี ําเปน ตอ งจา ยเนื่องในการเดนิ ทางไปราชการ

1.1.2 อัตราคาเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปราชการในราชอาณาจกั ร ใหเบกิ ไดในลักษณะเหมาจาย
ในวงเงินและเงอ่ื นไขท่ีกระทรวงการคลงั กาํ หนด ดังนี้

ตําแหนง ขาราชการ อตั รา(บาท/คน/วัน)
ทั่วไป ระดับ 240
วิชาการ
ระดบั ปฏิบัตงิ านและอาวุโส 270
อาํ นวยการ ระดับปฏบิ ตั ิการชาํ นาญการและชํานาญการพิเศษ
ทัว่ ไป
วิชาการ ระดับตน
อํานวยการ หรอื ตําแหนงที่เทยี บเทา หรอื ระดบั 8 ลงมา
ระดบั ทกั ษะพิเศษ
บรหิ าร ระดับเชี่ยวชาญและทรงคุณวุฒิ
ระดับสูง
ระดบั ตน และสงู
หรอื ตาํ แหนง ท่ีเทยี บเทา หรอื 9 ขึ้นไประดับ

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§Ô¹ ¡ÒäÅѧ I หนา 26

1.1.2 การเบกิ คา เชาที่พัก หมายถึง การเดนิ ทางไปราชการชัว่ คราวแตม กี ารพักคาง

ไมส ามารถเดนิ ทางกลับมายงั สาํ นกั งานไดสามารถเบิกจาย ดังน้ี

- หา มเบิกในสถานท่ีราชการจดั ท่พี กั ให

- ผเู ดนิ ทางเบิกคาเชา ที่พักแบบเหมาจาย หรือจา ยจริง

- ทอ งทม่ี ีมคี าครองชีพสูง เปนแหลงทองเท่ยี ว หวั หนา สวนราชการอนมุ ัติใหเบิก

เพ่ิมไดไ มเกินรอ ยละ 25

- การเดินทางไปราชการแบบหมคู ณะ ควรเลือกเบิกคา เชา ท่พี กั ในลักษณะเดียวกนั

ทั้งหมูคณะ

- เบกิ ไดไมเกนิ 120 วนั นับแตว ันท่ีออกเดนิ ทาง ถาเกินขออนุมตั ิจากปลดั กระทรวง

1.1.3 อัตราคา เชาท่ีพักในประเทศ (เหมาจา ย)

ประเภท /ระดับ อตั รา/บาท

ทัว่ ไป : ปฏบิ ัตงิ าน/ชํานาญงาน/อาวุโส 800

วชิ าการ : ปฏิบัตกิ าร/ชาํ นาญการ/ชํานาญการพิเศษ

อาํ นวยการ : ระดบั ตน

ทว่ั ไป : ทักษะพิเศษ 1,200

วชิ าการ : เชยี่ วชาญ/คณุ วฒุ ิ

อาํ นวยการ : ระดบั สงู

บริหาร : ระดับตน/สูง

1.1.4 อตั ราคาเชาที่พักในประเทศ (จายจริง)

ประเภท /ระดับ อัตรา/บาท

หอ งพักคนเดยี ว หองพักคู

ท่วั ไป : ปฏิบตั ิงาน/ชํานาญงาน/อาวุโส 1,500 850

วิชาการ : ปฏบิ ัตกิ าร/ชาํ นาญการ/ชํานาญการพิเศษ

อาํ นวยการ : ระดับตน

ทว่ั ไป : ทักษะพิเศษ 2,200 1,200

วชิ าการ : เชยี่ วชาญ

อาํ นวยการ : ระดบั สงู

บรหิ าร : ระดับตน

วชิ าการ : ทรงคณุ วฒุ ิ 2,500 1,400

บรหิ าร : ระดบั สูง

* ใหพักคู เวนแต ไมเหมาะสมหรือมีเหตุจําเปน อาทิ ตางเพศมิไดเปนคูสมรสกัน เปนโรคติดตอ

มสี ทิ ธกิ ารเบกิ ตา งอตั รากนั ขอ กาํ หนดพิเศษของตํารวจและทหาร

1.2 การเดินทางไปราชการประจาํ

คา ใชจายท่สี ามารถเบกิ ไดส ําหรบั การเดินทางไปราชการประจาํ มีรายละเอียด ดังน้ี

1.2.1 เบี้ยเล้ียงการเดินทาง การนับเวลาเพื่อคาํ นวณเบยี้ เลีย้ ง นับตง้ั แตก ารออกจากสถานที่

อยูจ นถงึ สถานท่ีพกั ท่ีไปรบั ราชการแหง ใหม

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§Ô¹ ¡ÒäÅѧ I หนา 27

1.2.2 คา ขนยายส่ิงของสวนตวั จําเปนตอ งยา ยท่อี ยูใหม เบิกจา ยแบบเหมาจา ย เชน
ระยะทาง 1 - 50 กิโลเมตร เบกิ เหมาจาย 2,000 บาท

1.2.3 คา ใชจ า ยอนื่ ท่ีจาํ เปน สามารถเบิกไดหากมิใชการเดินทางตามรอ งขอของตนเอง
1.2.4 คาเชา ทพ่ี ัก กรณีไมมีบานพกั สามารถเบกิ ไดไมเ กิน 7 วัน ตอ งเบกิ จากผูบังคับบัญชา
กรณโี อนยา ยตางสังกัด สงั กัดเดมิ อนุมตั ิและสงั กดั ใหมรับรองขอ เท็จจรงิ
1.2.5 คาพาหนะ สิทธิในการเบกิ คือ ผเู ดินทาง/บุคคลในครอบครัว ไดแ ก คสู มรส บุตร บดิ า
มารดา (ของตนเอง+คูสมรส) สามารถเบิกไดอัตราเดยี วกับผูเ ดนิ ทาง สว นผูต ดิ ตามตําแหนงวชิ าการปฏิบตั ิการ
ท่วั ไปปฏบิ ตั งิ านและชาํ นาญงาน สามมารถเบิกได 1 คน และบริหารตนและสงู อาํ นวยการตน และสูง วิชาการ
ชาํ นาญการขึ้นไป ทั่วไปอาวุโส และทกั ษะพิเศษ สามารถเบกิ ไดไ มเกนิ 2 คน กรณไี ปประจําตา งสังกัด ใหเบิกจาก
สังกัดใหม
1.3 การเดินทางกลับภูมิลําเนา
สทิ ธใิ นการเบิกเบิกไดในสิทธขิ องตนเองและบุคคลในครอบครัว ไดแ ก คาเชาท่ีพัก คาพาหนะ
และคา ขนยายสิ่งของสว นตัว ตามอัตราในตาํ แหนง สุดทา ย

2. การเบิกจายคา ใชจ า ยในการฝกอบรม การจดั งานและการประชุมระหวางประเทศ

2.1 การฝกอบรม มีความหมาย การอบรม การประชุมทางวชิ าการหรือเชิงปฏิบัติการ การสัมมนา

ทางวิชาการหรือเชิงปฏิบัติการ การบรรยายพิเศษ การฝกศึกษา การดูงาน การฝกงาน หรือที่เรียกชื่ออยางอ่ืน

มีโครงการหรอื หลักสูตรเวลาท่ีจัดแนนอน มีวัตถุประสงคเพ่ือพัฒนาบุคคลหรือเพิ่มประสทิ ธิภาพในการปฏิบัติงาน

ไมม ีการรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ

2.2 การดูงาน มีความหมาย การเพิ่มพูนความรูหรือประสบการณ ดวยการสังเกตการณ กําหนดไว

ในโครงการหรือหลักสูตรการฝกอบรม กําหนดไวในแผนการจัดการประชุมระหวางประเทศ กําหนดใหมีการดูงาน

กอน ระหวาง หรือหลังการฝก อบรม หรือการประชุมระหวางประเทศ โครงการหรอื หลักสตู รการฝกอบรมเฉพาะ

การดูงานภายในประเทศที่หนวยงานของรฐั จัดข้นึ

2.3 ประเภทการฝกอบรม มี ๒ ประเภท

การฝกอบรมประเภท ก ผูเขารบั การอบรมเกนิ กึ่งหน่ึงเปนบุคลากรของรฐั ประเภททั่วไประดับ

ทักษะพิเศษ ประเภทวิชาการระดับเช่ียวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ ประเภทบริหารระดับตนและระดับสูง

หรอื ตาํ แหนงเทียบเทา

การฝกอบรมประเภท ข ผูเขา รับการอบรมเกินก่ึงหนึ่งเปนบุคลากรของรฐั ประเภทท่ัวไประดับ

ปฏิบัติงาน ชํานาญงานและอาวุโส ประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ ชํานาญการและชํานาญการพิเศษ

ประเภทอํานวยการระดับตน หรอื เทยี บเทา

2.4 การฝก อบรมบุคคลภายนอก ผูเขารบั การอบรมเกนิ กง่ึ หนงึ่ มิใชบุคลากรของรัฐ

“การเบิกจายคาใชจายในการฝกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหวางประเทศ

นอกเหนือจากท่ีกําหนดไวในระเบียบนี้ หรือท่ีกําหนดไวแลวแตไมสามารถปฏิบัติได ใหหัวหนาสวนราชการ

ทําขอ ตกลงกบั กระทรวงการคลัง”

2.5 คาใชจ ายในการฝกอบรม

2.5.1 คาใชจายของสวนราชการทจ่ี ัดฝกอบรม

(๑) คาใชจายเก่ียวกับการใชแ ละตกแตง (๒) คา ใชจ า ยในพิธีเปด – ปด

สถานทีฝ่ กอบรม การฝกอบรม

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 28

(๓) คา วสั ดุ เครอ่ื งเขยี นและอุปกรณ (๔) คาประกาศนยี บตั ร

(๕) คาถายเอกสาร คา พิมพเอกสารและสิง่ พมิ พ (๖) คา หนังสือสําหรบั ผูเขารับการ

ฝก อบรม

(๗) คาใชจา ยในการติดตอส่ือสาร (๘) คา เชาอปุ กรณต าง ๆ ในการ

ฝกอบรม

(๙) คาอาหารวางและเครอ่ื งดืม่ (๑๐) คา กระเปาหรอื สง่ิ ท่ีใชบรรจุเอกสาร

สาํ หรบั ผูเขารบั การฝก อบรม

(๑๑) คาของสมนาคุณในการดงู าน (๑๒) คา สมนาคุณวทิ ยากร

(๑๓) คาอาหาร (๑๔) คาเชา ที่พัก

(๑๕) คายานพาหนะ

คา ใชจ ายตาม (๑) – (๙) ใหเบกิ เทาท่ีจายจริง ตามความจําเปน เหมาะสมและประหยัด คา ใชจาย

ตาม (๑๐) ใหเบิกไดเทาที่จายจริง ไมเกินอัตราใบละ ๓๐๐ บาท คาใชจายตาม (๑๑) ใหเบิกไดเทาท่ีจายจริง

ไมเกนิ แหงละ ๑,๕๐๐ บาท คาใชจา ยตาม (๑๒) – (๑๕) ใหเ บิกจายตามหลกั เกณฑที่กาํ หนดตามระเบยี บน้ี

* คา อาหาร อาหารวางและเครื่องดื่ม และคาเชาท่ีพัก ไดรับอนุมัติใหไมตอ งปฏิบัติตามระเบียบ

การพัสดุ

2.5.2 ผมู สี ิทธไิ ดรับคาใชจาย

(๑) ประธานในพธิ ีเปด หรือพิธีปด การฝกอบรม แขกผมู ีเกียรติ และผตู ิดตาม

(๒) เจาหนาที่ (๓) วทิ ยากร

(๔) ผูเ ขารับการอบรม (๕) ผสู ังเกตการณ

2.5.3 การเบิกคา ใชจา ยของผมู ีสิทธิไดร ับคา ใชจาย

(1) ใหส ว นราชการผูจัดการฝก อบรมเปน ผูเบกิ จา ย

(2) การเบกิ คาใชจา ยจากตนสงั กัดทาํ ไดเม่ือสวนราชการผูจดั รองและสว นราชการตนสังกดั

ยนิ ยอม

2.5.4 หลักเกณฑการจายคาสมนาคุณ

(๑) ชว่ั โมงการฝก อบรมท่มี ลี ักษณะเปน การบรรยาย ใหจา ยคา สมนาคุณไดไ มเกิน ๑

(๒) ชั่วโมงการฝกอบรมท่ีมีลักษณะเปนการอภิปรายหรือสัมมนาเปนคณะ ใหจายคาสมนาคุณ

ไดไ มเกนิ ๕ คน โดยรวมถึงผูด าํ เนนิ การอภิปรายหรือสัมมนา ทท่ี าํ หนาที่เชนเดียวกับวิทยากรดวย

(๓) ชั่วโมงการฝกอบรมที่มีลักษณะเปนการแบง กลุมฝกภาคปฏิบตั ิแบงกลุมอภิปรายหรอื สัมมนา

หรอื แบงกลุมทํากิจกรรม ที่กําหนดไวในโครงการหรือหลักสูตรการฝกอบรม และจําเปนตองมีวิทยากรประจํากลุม

ใหจ ายคา สมนาคุณไดไมเ กนิ กลุมละ๒ คน

(๔) ชั่วโมงการฝกอบรมใดมีวิทยากรเกินกวาที่กําหนดไวตาม (๑) (๒) หรือ (๓) ใหเฉลี่ยจาย

คาสมนาคณุ ภายในจํานวนเงนิ ท่ีจายไดต ามหลกั เกณฑ

(๕) การนับชั่วโมงการฝกอบรมใหนับตามเวลาท่ีกําหนดในการฝกอบรม โดยไมหักเวลา

รับประทานอาหารวาง และเคร่ืองด่ืม แตละช่ัวโมงการฝกอบรมตองมีเวลาการฝกอบรมไมนอยกวาหาสิบนาที

กรณกี ารฝก อบรม ไมถึงหา สบิ นาทีแตไ มน อยกวายสี่ ิบหานาที ใหจ ายคาสมนาคณุ ไดกง่ึ หนึง่

2.5.5 อตั ราคาสมนาคุณวทิ ยากร

(๑) วิทยากรที่เปนบุคคลของรัฐไมวาจะสังกัดสวนราชการที่จัดฝกอบรมหรือไมก็ตามใหไดรับ

คา สมนาคณุ ดังนี้

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 29

- การฝกอบรมประเภท ก ไมเ กินชัว่ โมงละ ๘๐๐ บาท

- การฝกอบรมประเภท ข และการฝกอบรมบคุ คลภายนอก ไมเกนิ ช่ัวโมงละ ๖๐๐ บาท

(2) วิทยากรทีไ่ มใชบ ุคคล ตาม (๑) ใหไ ดร บั คา สมนาคณุ ดังน้ี

- การฝกอบรมประเภท ก ไมเ กนิ ช่ัวโมงละ ๑,๖๐๐ บาท

- การฝก อบรมประเภท ข และการฝกอบรมบคุ คลภายนอก ไมเ กินชว่ั โมงละ ๑,๒๐๐ บาท

(3) กรณีจำเปนตองใชวิทยากรท่ีมีความรู ความสามารถ และประสบการณเปนพิเศษ

เพื่อประโยชนในการฝกอบรม จะใหวิทยากรไดรับคาสมนาคุณสูงกวาอัตราที่กำหนดตาม (๑) หรือ (๒)

กไ็ ดโ ดยใหอ ยูในดลุ พนิ ิจของหัวหนาสวนราชการเจาของงบประมาณ

(4) การฝกอบรมที่สวนราชการจัดหรือจัดรวมกับหนวยงานอื่น ถาวิทยากรไดรับคาสมนาคุณ

จากหนวยงานอืน่ แลว ใหสว นราชการทีจ่ ัดฝก อบรม งดเบิกคาสมนาคุณจากสวนราชการที่จัด เวนแตจะทําความตก

ลงกบั กระทรวงการคลังเปนอยางอื่น

2.5.6 การเบิกจายคา อาหาร

การเบิกจายคาอาหารในโครงการหรือหลักสูตรการฝกอบรมท่ีมีการจัดอาหาร สําหรับผูมีสิทธิ

ไดรบั คา ใชจา ย ใหเบกิ จา ยคาอาหารไดเทา ท่จี ายจรงิ ไมเกินอัตรา ดังนี้

ประเภทการฝกอบรม สถานทีร่ าชการในประเทศ ตางประเทศ

ครบมอื้ ไมค รบมือ้

การอบรมประเภท ก ไมเกิน 850 ไมเกิน 600 ไมเกิน 2,500

การอบรมประเภท ข ไมเกนิ 600 ไมเกนิ 400 ไมเกิน 2,500

การอบรมบุคคลภายนอก ไมเกิน 500 ไมเกนิ 300 ไมเกิน 2,500

ประเภทการฝกอบรม สถานทีเอกชนในประเทศ ตางประเทศ

การอบรมประเภท ก ครบมื้อ ไมครบมอ้ื ไมเกิน 2,500
การอบรมประเภท ข ไมเกนิ 2,500
การอบรมบุคคลภายนอก ไมเกิน 1,200 ไมเกนิ 850 ไมเกิน 2,500

ไมเกนิ 950 ไมเกิน 700

ไมเกนิ 800 ไมเกิน 600

2.5.7 การเบิกจายคาเชาที่พกั

ในโครงการหรือหลักสตู รการฝกอบรมทม่ี ีการจา ยคา เชาท่ีพกั สาํ หรับผมู ีสิทธไิ ดรบั คาใชจาย ใหเบกิ คา เชา

ทพ่ี ักไดเทา ท่ีจา ยจริงไมเกินอัตรา ดงั นี้

ประเภทการฝกอบรม คาเชาหองพกั คนเดียว คา เชาหอ งพักคู

การอบรมประเภท ก ไมเกิน 2,400 ไมเกิน 1,300

การอบรมประเภท ข ไมเกิน 1,450 ไมเกิน 900

การอบรมบุคคลภายนอก ไมเกนิ 1,200 ไมเกิน 750

2.5.8 หลกั เกณฑการจดั ที่พักสาํ หรบั ผูเขารับการฝก อบรม
(1) การฝกอบรมขาราชการประเภท ข และการฝกอบรมบุคคลภายนอก ใหพักรวมกันตั้งแต

สองคนข้ึนไปโดยให พักหองพักคู เวนแตเปนกรณีไมเหมาะสมหรือมีเหตุจําเปนไมอาจพักรวมกับผูอ่ืนได หัวหนา
สวนราชการ ผจู ดั อาจจัดใหพกั หองพักคนเดียวได

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§Ô¹ ¡ÒäÅѧ I หนา 30

(2) การจัดท่ีพักใหแกผูสังเกตการณหรือเจาหนาที่ ตําแหนงประเภทอํานวยการระดับตน
ประเภทวิชาการไมเกิน ระดบั ชํานาญการพิเศษ ประเภททวั่ ไปไมเกินระดับอาวโุ ส ใหพกั รวมกันต้ังแตสองคนขน้ึ ไป
โดยใหพักหองพักคู เวนแตเปนกรณีไมเหมาะสมหรือมีเหตุจําเปนไมอาจพักรวมกับผูอื่นได หัวหนาสวนราชการ
ผูจัดอาจจัดใหพักหองพักคนเดียวไดสาํ หรับตําแหนงประเภทบริหารระดับตน ระดับสูง หรือตําแหนงที่เทียบเทา
ประเภทอํานวยการระดับสูง ประเภทวิชาการระดับเช่ียวชาญ ระดับทรงคุณวุฒิ และประเภทท่ัวไประดับทักษะ
พิเศษ จะจดั ใหพ กั หองพกั คนเดียวก็ได

(3) การจัดท่ีพักสําหรับประธานในพิธี ฯ หรือวิทยากร ใหพักหองพักคนเดียวหรือพักหองพักคูก็
ได และเบิกคาเชาทพ่ี ักไดเทาที่จา ยจรงิ

2.5.9 การเบิกจายคา พาหนะ
สวนราชการท่ีจัดการฝกอบรมจัดยานพาหนะใหหรือรับผิดชอบคายานพาหนะ สําหรับผูมีสิทธิ

ไดรบั คาใชจ ายใหดําเนินการตามหลักเกณฑ ดังนี้
(1) กรณีใชยานพาหนะของสวนราชการท่ีจัดฝกอบรม หรือยืมจากสวนราชการ หรือหนวยงาน

อนื่ ใหเ บิกจา ยคา เชือ้ เพลิงไดเทาท่ีจา ยจริง
(2) กรณีใชยานพาหนะประจําทางหรือเชาเหมายานพาหนะ ใหจัดตามระดับของการฝกอบรม

ตามสทิ ธิขา ราชการตามพระราชกฤษฎกี าคาใชจา ยในการเดินทางไปราชการโดยอนุโลม ดังน้ี
- การฝกอบรมขาราชการประเภท ก ใหจัดยานพาหนะตามสิทธิขาราชการประเภทบริหาร

ระดับสูง เวนแตกรณีเดินทางโดยเครื่องบินใหใชช้ันธุรกิจแตถาไมสามารถเดินทางโดยชั้นธุรกิจใหเดินทาง
โดยชนั้ หน่ึง

- การฝกอบรมขาราชการประเภท ข ใหจัดยานพาหนะตามสิทธิขาราชการประเภททั่วไป
ระดบั ชาํ นาญงาน

- การฝกอบรมบุคคลภายนอกใหจัดยานพาหนะตามสิทธิขาราชการประเภทท่ัวไป
ระดบั ปฏบิ ัตงิ าน

* ทงั้ น้ใี หเ บิกจา ยคา พาหนะไดเทาท่ีจา ยจรงิ ตามความจาํ เปน เหมาะสม และประหยดั
(3) กรณีวิทยากรมีถิ่นที่อยูในทองท่ีเดียวกับสถานที่จัดฝกอบรม สวนราชการที่จัดจะจายเงิน
คาพาหนะรับจางไป – กลับ แกวิทยากรแทนรถรับสงวิทยากรได โดยใหใชแบบใบสําคัญรับเงินสําหรับวิทยากร
ท่กี าํ หนดไวในระเบียบนี้
สว นราชการผจู ัดฝก อบรมไมจดั อาหาร ท่พี กั และยานพาหนะใหปฏบิ ัติ ดังนี้
1. ไมจัดใหท้ังหมด หรือจัดใหบางสวน ใหสวนราชการที่จัดฝกอบรมเบิกจายคาใชจายท้ังหมด
หรอื สว นทข่ี าด ใหแ กบ คุ คลทมี่ ีสทิ ธิไดร บั คาใชจา ยทง้ั หมด
2. บุคคลที่มีสิทธิไดรับคาใชจาย ตาม (๔) หรือ (๕) เปนบุคลากรของรัฐใหเบิกจากตนสังกัด
ตามหลกั เกณฑท่ีกําหนดในพระราชกฤษฎีกาคาใชจ า ยในการเดินทางไปราชการ ยกเวน
3. คาเชา ท่พี ัก ใหเบิกจายตามหลกั เกณฑและอัตราที่กาํ หนดไวระเบียบน้ี
4. คาเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ใหนับต้งั แตเวลาท่ีผูมีสิทธิเดินทางออกจากสถานที่อยูหรือสถานท่ีปฏิบัติ
ราชการปกติ จนกลับถึงสถานท่ีอยู หรือสถานท่ีปฏิบัติงานปกติ โดยใหนับยี่สิบสี่ช่ัวโมงเปนหน่ึงวัน ถาไมถึงยี่สิบ
ส่ีชั่วโมง หรือเกินยี่สิบสี่ช่ัวโมง สวนที่ไมถึงหรือเกินย่ีสิบสี่ชั่วโมงน้ันนับไดเกินสิบสองชั่วโมงใหถือเปนหน่ึงวัน
แลวนําจํานวนวันท้ังหมดคูณกับอัตราคาเบ้ียเลี้ยง ในกรณีที่ผูจัดการฝกอบรมจัดอาหารบางมื้อระหวาง
การฝก อบรมใหหกั เบี้ยเล้ยี งเดินทางที่คํานวณไดในอตั รามือ้ ละ ๑ ใน ๓ ของอัตราเบีย้ เลีย้ งเดินทางตอ วัน

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 31

5. การจดั ฝกอบรมบุคคลภายนอก ถาสวนราชการไมจดั อาหาร ที่พักหรอื ยานพาหนะ ใหท้ังหมด
หรอื บางสวน ใหผ ูจัดฝกอบรมเบกิ คาใชจ ายทง้ั หมด หรอื บางสว นแกผเู ขารับการฝกอบรม ดงั น้ี

คาอาหาร
(ก) การฝก อบรมที่จดั อาหารให๒ มื้อ ใหเบิกคาอาหารเหมาจา ยไดไมเ กิน ๘๐ บาท/คน/วนั
(ข) การฝกอบรมที่จัดอาหารให ๑ ม้ือ ใหเบกิ คาอาหารเหมาจา ยไดไ มเกิน ๑๖๐ บาท/คน/วัน
(ค) การฝกอบรมท่จี ัดอาหารใหทงั้ ๓ มอ้ื ใหเ บกิ คาอาหารเหมาจา ยไดไมเกนิ ๒๔๐ บาท/คน/วนั
คาเชาทพ่ี กั ใหเบิกในลกั ษณะเหมาจายไดไมเกิน ๕๐๐ บาท/คน/วัน
คาพาหนะเดินทาง ใหเบิกจา ยตามสิทธิขาราชการประเภทท่ัวไประดบั ปฏิบตั งิ าน
* การเบิกจาย ใหใชแบบใบสําคัญรับเงินคาใชจายในการฝกอบรมบุคคลภายนอกที่ไดกําหนดไวตาม
ระเบียบนเ้ี ปน หลกั ฐานการจา ย
- กรณี ท่ีผูจัดฝกอบรมไดรับความชวยเหลือจากหนวยงานอ่ืน ใหงดเบิกคาใชจาย สวนกรณี
ไดรับคาใชจายบางสวนใหเบิกจายคาใชจายในสวนที่ไมไดรับการชวยเหลือตามหลักเกณฑและอัตราท่ีกําหนด
ในระเบียบนี้
- กรณี สวนราชการที่จัดการฝกอบรมประสงคจะจางจัดฝกอบรมในโครงการหรือหลักสูตร
การฝกอบรมไมวาท้งั หมด หรอื บางสว นใหด ําเนินการไดต ามหลกั เกณฑแ ละอตั ราคาใชจายในระเบียบน้ี
2.5.10 คา ใชจายของผเู ขารับการอบรม
- คาลงทะเบียน คาธรรมเนียม หรือคาใชจายทํานองเดียวกันที่เรียงชื่ออยางอื่นใหผูเขารับ
การอบรม หรอื ผูสงั เกตการณเบิกไดเ ทาทจี่ า ยจรงิ แตไมเ กินอัตราท่ีผูจดั การฝกอบรมเรียกเกบ็ ดงั นี้
- กรณผี ูจัดฝกอบรมไดรวมคาอาหาร คาเชาท่พี กั คา พาหนะ คาลงทะเบยี น หรือ
คา ธรรมเนยี มฯ ไวทง้ั หมดใหผ เู ขา รับการอบรมหรือผูส ังเกตการณง ดเบิกคาลงทะเบียน หรอื คา ธรรมเนียมฯ
- กรณีคาลงทะเบียนไมรวมคาอาหาร คาเชาท่ีพัก หรือคาพาหนะ หรอื รวมไวบางสวนใหผูเขา
รับการฝกอบรมหรือผูสังเกตการณเบิกคาใชจายดังกลาวท้ังหมดหรือเฉพาะสวนท่ีขาดตามหลักเกณฑที่กําหนด
ไวในระเบียบนี้
ก ร ณี บุ ค ล า ก ร ข อ ง รั ฐ ได รั บ อ นุ มั ติ ให เดิ น ท า ง ไป ฝ ก อ บ ร ม ใน ต า ง ป ระ เท ศ โด ย ได รั บ
ความชวยเหลือคาใชจายท้ังหมดใหงดเบิกคาใชจาย แตถาไดรับความชวยเหลือบางสวนใหเบิกคาใชจายสมทบ
ในสวนท่ีไมไดรับความชวยเหลือไดตาม พรบ.คาใชจายการเดินทางไปราชการ แตตองไมเกินวงเงินท่ีไดรับความ
ชว ยเหลือภายใตเ ง่ือนไข ดงั น้ี
- กรณีไดร บั ความชว ยเหลือคา เคร่อื งบนิ ไป – กลับ แมจ ะกาํ หนดตํา่ กวา สิทธทิ ี่ไดรับก็ใหงด
เบิกคาเคร่ืองบิน แตถ าไดรับความชว ยเหลือเที่ยวเดียว ใหเบิกไดอีกหนึ่งเท่ียวในช้ันเดียวกนั แตตองไมสูงกวาสิทธิ
ท่พี งึ ไดร ับ
- กรณีมีการจัดท่ีพักใหแลว ใหงดเบิกแตถาไดรับความชวยเหลือคาเชาท่ีพักตํ่ากวาสิทธิที่พึง
ไดรับใหเบิกสมทบเฉพาะสวนท่ีขาดตามที่จายจริงแตเม่ือรวมกับที่ไดรับความชวยเหลือแลว จะตองไมเกินสิทธิ
ทพ่ี งึ ไดรบั
- กรณีไดร ับความชวยเหลือคาเบ้ียเล้ียงตํ่ากวาสิทธทิ ี่พึงไดรับ ใหเบิกเบ้ียเล้ยี งสมทบเฉพาะสวน
ที่ขาด แตถามีการจัดอาหารระหวางการฝกอบรม ใหหักเบี้ยเล้ียงตามหลักเกณฑท่ีกําหนดใหผูเขารับ
การฝกอบรมหรือผูสังเกตการณท่ีเขารับการฝกอบรมท่ีสวนราชการ หรือหนวยงานอื่นจัดฝกอบรม จัดทํารายงาน
ผลการเขาฝกอบรมตอหัวหนาสวนราชการตนสังกัดภายใน ๖๐ วัน นับแตเดินทางกลับถึงสถานท่ีปฏิบัติงาน

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§Ô¹ ¡ÒäÅѧ I หนา 32

คาอาหารวางและเครื่องด่ืม การจัดฝกอบรมถามีการจัดอาหารวางและเคร่ืองด่ืมใหระหวางการฝกอบรม ใหเบิกจาย
เทาทจี่ ายจรงิ ตามความจําเปนเหมาะสม และประหยดั ดังนี้

- จัดในสถานท่ีราชการ ในอัตราไมเ กนิ ๓๕ บาท/มอื้ /คน
- จดั ในสถานทีเ่ อกชน ในอัตราไมเกิน ๕๐ บาท/มือ้ /คน
การจางจัดฝกอบรม กรณีสวนราชการท่ีจัดการฝกอบรมประสงคจะจางจัดฝกอบรมในโครงการ หรือ
หลักสูตรการฝกอบรมไมวาท้ังหมดหรอื บางสวนใหดําเนินการไดตามหลักเกณฑและอัตราคาใชจายตามระเบียบน้ี
การจายเงินคาจางจัดฝกอบรมใหใชใบเสร็จรับเงินของผูรับจางเปนหลักฐานการจาย แตถาเปนการจายเงิน
โดยกรมบัญชีกลางเพ่ือเขาบัญชีใหกับผูรับจาง หรือผมู ีสิทธิรับเงินโดยตรงใหใชรายงานในระบบตามที่ ก.การคลัง
กาํ หนดเปนหลักฐานการจา ย

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 33

๒.5 หัวขอวชิ า “การออกแบบและจดั ทําแผนบริหารความเส่ียงองคก ร”
วทิ ยากร : เจา หนา ทศ่ี นู ยศึกษาและพฒั นาชมุ ชนนครราชสีมา
วิธีการ/เทคนิค
1. ใชก ระบวนการแบงกลมุ ระดมสมอง
2. การฝกปฏบิ ัติจริง
2. การตั้งคําถามใหผ ูเขา รบั การอบรมคดิ ตาม
3. การเติมเต็มใหขอคดิ ขอเสนอแนะ ตอบขอซกั ถาม โดยวิทยากร
สื่อ/วสั ดุ/อุปกรณ
PPT
วทิ ยากรแบง 4 กลมุ ทาํ งานตามโจทยท่ีกําหนดโดยใหกลมุ รวมกันระดมความคดิ เหน็ แนวทางการบริหาร

จดั การความเสย่ี งใน ๔ งาน ไดแ ก งานสัมมาชีพชุมชน งานหมูบานเศรษฐกิจพอเพยี ง งานชุมชนทองเทีย่ ว OTOP
นวัตวิถี งานทนุ ชมุ ชน รายละเอียดผลการดําเนนิ งาน ดังตอ ไปน้ี

1) งานสัมมาชีพชุมชน

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§Ô¹ ¡ÒäÅѧ I หนา 34

2) งานหมูบา นเศรษฐกจิ พอเพยี ง
â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 35

2) งานชมุ ชนทอ งเท่ยี ว OTOP นวตั วิถี
â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§Ô¹ ¡ÒäÅѧ I หนา 36

3) งานทุนชมุ ชน
â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШíÒ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 37



ผลผลิตจา

๓.๑ แผนบรหิ ารความเสีย่ งองคกร

1) งานสมั มาชีพชมุ ชน

ลาํ ดบั ท่ี กิจกรรมท่ดี ําเนนิ การ ความเสี่ยงทีเ่ กิดข้ึน

1 กิจกรรมกอ นดําเนนิ การ

1) การคดั เลือกหมูบาน

2) การคัดเลือกครัวเรือน

เปาหมาย

- ประชุมเตรยี มความพรอมผูนาํ

หมูบ า น

- ดําเนนิ การคดั เลอื กปราชญ

ทีเ่ ขา รบั การอบรม

- ดําเนินการคัดเลอื กครัวเรือน

เปาหมายที่เขารบั การอบรม

- ประชมุ เตรยี มทีมปราชญ

สมั มาชพี

3) กําหนดแผนการดาํ เนินงาน - การดําเนนิ งานโครงการไมเปนไปตาม

โครงการ แผนการดําเนนิ งานทก่ี าํ หนดไว เกดิ ความ

- การตั้งงบประมาณการดาํ เนิน ลาชา

โครงการ การจัดซื้อจัดจาง - การขออนมุ ตั ยิ ืมเงนิ ราชการฯ อางอิง

เตรยี มรายการวสั ดุ ระเบยี บ หลักเกณฑการเงิน การจดั ซ้ือจัด

- ขออนมุ ตั ดิ ําเนนิ โครงการ จางไมถูกตอง

สว นที่ 3
ากการฝกอบรม

แนวทางการควบคุมความเสี่ยง ผรู ับผดิ ชอบ วันทดี่ าํ เนินการ หมายเหตุ
- สาํ นักงาน
พฒั นาชมุ ชน มกราคม –
อําเภอ มีนาคม 2563
- พฒั นากร (ภายใน
- ผนู ําชุมชน ไตรมาส 2)

- ดาํ เนินการบันทกึ เปลี่ยนแปลงแผนการ
ดาํ เนินงานโครงการ

- เจาหนาท่ีผูปฏิบัติงานศกึ ษาระเบียบ
หลักเกณฑการเงิน การจัดซ้ือจัดจางที่ถูกตอง
และทํารปู แบบที่ถูกตองไวใชในงานตอไป

â¤Ã§¡Òý¡ƒ ͺÃÁ¾Ñ²¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 38

ลาํ ดับที่ กจิ กรรมทด่ี ําเนินการ ความเส่ียงที่เกิดขึ้น
- ขออนุมัติยืมเงินราชการเพ่ือ
เปนคาใชจ ายในการดําเนินการ - เงนิ ยืมโครงการเพ่อื เปน คาใชจา ยในการ
โครงการ ดําเนินงาน ไมไดรับตามแผนทีก่ ําหนดไว
- ราคาวัสดทุ ี่ดาํ เนินการจัดซื้อจดั จางไมมี
2 กิจกรรมระหวางดําเนินการ ราคากลาง
- อบรมผูนําปราชญระดบั จงั หวัด
- อบรมทมี ปราชญระดับอําเภอ - เจาหนาทผ่ี ูปฏิบัติงานไมมีความรูใน
- อบรมครัวเรือนเปาหมายระดบั ระเบียบการเงิน และระเบียบการจดั ซ้ือจัด
หมบู า น จา ง
- เงินยมื จํานวนมากทาํ ใหเก็บหลักฐานลาง
3 กจิ กรรมหลังดําเนินการ เงนิ ยมื ไมทนั
- การลงเบียนขอมูลผูขาย และผรู บั จา งกับ
- สง หลักฐานใชเงินยืมโครงการ ภาครัฐในระบบ e-GP
- กลมุ เปา หมายทเ่ี ขารับการอบรมไมใช
4) การจดั ตง้ั กลุม อาชีพ กลุม เปาหมายท่ีคดั เลือกไว
- จดทะเบียนเปนกลุม OTOP
5) การตดิ ตามประเมนิ ผลงาน - เอกสาร หลักฐานการสงใชเงินยืมโครงการไม
- ตรวจเย่ียมกลมุ อาชพี ที่จัดตง้ั ครบ พิมพผ ิด เกินกําหนดระยะเวลาใชคืนเงิน
- เพิ่มชองทางการตลาด ยมื โครงการ
- วสั ดุท่ีจัดซ้ือไดรับไมตรงตามความตอ งการ
- การพฒั นาอาชีพดาํ เนินการไมตอเน่อื ง

แนวทางการควบคุมความเสี่ยง ผรู ับผดิ ชอบ วนั ทีด่ าํ เนินการ หมายเหตุ
- สอบถามราคาในทองตลาดอยา งนอย
3 ราน เพ่ือเปน ขอมลู ราคากลาง

- เจาหนาท่ีผปู ฏิบัติงานเขารบั การอบรม - สาํ นกั งาน มกราคม –
เพม่ิ เติมเก่ียวกบั ระเบียบการเงิน และระเบียบ พัฒนาชุมชน มนี าคม 2563
การจัดซื้อจัดจา ง ศึกษาคูม ือเพม่ิ เติม หรือ อําเภอ (ไตรมาส 2)
ปรึกษาผมู คี วามรู - สาํ นักงาน
- เนนกลมุ เปาหมายท่เี ขา รับการอบรมใหเปน พัฒนาชมุ ชน เมษายน –
กลมุ เดียวกับกลุมเปาหมายท่ีคัดเลือกไว จังหวัด กันยายน
- พฒั นากร 2563
- ผนู าํ ชมุ ชน ไตรมาส 3 - 4

- ทาํ รายการตรวจสอบเอกสาร (check list) กอน - สาํ นักงาน
ลงพ้ืนที่ และหลงั ลงพื้นที่
พัฒนาชุมชน
- ควบคุมเวลา และบริหารเวลาสง เอกสารลางหนี้
ใหเปนไปตามกําหนด ( 30 วัน) จังหวดั
- พฒั นากร

- พฒั นาผลติ ภณั ฑ
- เพมิ่ ชอ งทางการตลาด เชน จําหนายผลิตภัณฑ
ในตลาดประชารฐั ฯ

â¤Ã§¡Òý¡ƒ ͺÃÁ¾Ñ²¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§Ô¹ ¡ÒäÅѧ I หนา 39

2) งานหมูบานเศรษฐกิจพอเพยี ง

ลาํ ดับ กจิ กรรมทีด่ ําเนินการ ความเสี่ยงทีเ่ กดิ ข้ึน

ที่

1 กิจกรรมที่ 1 เตรยี มความพรอม - กลุมเปาหมายเขารับการอบรมไมครบ -

แกนนาํ หมูบานเศรษฐกิจ ตามจํานวน ล

พอเพียง - ความปลอดภยั ในการเดินทาง -

- การคัดเลอื กหมูบา นเปา หมาย - ผูเขารบั การอบรมเขา รบั การอบรมไม ก

- การคดั เลือกครัวเรอื นเปาหมาย ครบเวลา -

- กลุมเปาหมายผูเขารับการอบรมเขา ก

อบรมไมค รบตามกระบวนการ (เปลี่ยน -

คนเขา รับการอบรมแทนในระหวาง -

กระบวนการอบรม) ค



2 กิจกรรมท่ี 2 สง เสริมการเรียนรู - กลมุ เปาหมายไมค รบตามจาํ นวน และ -

- ดาํ เนนิ การอบรมพัฒนาวิถีชีวติ การเขา รวมกจิ กรรมกลุม เปาหมายมาไม ค

หมูบานเศรษฐกจิ พอเพยี ง ตรงกนั ทุกกิจกรรม (เปลีย่ นคน) -

ครัวเรอื นเปาหมายระดบั หมูบาน - คาอาหาร และคาอาหารวา ง คุณภาพ

จาํ นวน 30 ครัวเรือนตนแบบ ไมค ุมคากับงบประมาณ (สว นใหญใหคน

ในหมบู า นทาํ )

แนวทางการควบคมุ ความเสย่ี ง ผรู บั ผดิ ชอบ วันทีด่ าํ เนินการ หมายเหตุ

- แจงกําหนดการอบรมกลุม เปา หมาย - สํานักงาน พฤษภาคม
ลวงหนาอยา งนอ ย 1 สัปดาห พัฒนาชุมชน 2562
- ปรับเวลาการอบรมใหเหมาะสมกับ อาํ เภอ
กลมุ เปา หมายผูเขารับการอบรม - พัฒนากร
- ทําขอตกลง กฎระเบียบ กลมุ เปาหมายใน - คณะ
การเขารบั การอบรม กรรมกาชมุ ชน
- คดั เลือกกลมุ เปา หมายครัวเรือนท่ีสมัครใจ - คณะ
- ใหกลมุ เปา หมายเขา รบั การอบรมใหมอีก อนุกรรมการ
คร้ัง โดยเจา หนา ที่เดินทางไปรบั -สง หนง่ึ ตําบล
กลุมเปาหมาย หน่ึงผลติ ภัณฑ
ระดับอาํ เภอ
- กําชับกับผนู ําชุมชน ระบุเมนอู าหารให - เครอื ขายฯ
คมุ คากบั งบประมาณ
- กําหนดเมนอู าหารที่มีสญั ญาระบุชัดเจน

â¤Ã§¡Òý¡ƒ ͺÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËNjҧ»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 40

ลาํ ดบั กิจกรรมทด่ี ําเนินการ ความเสี่ยงท่ีเกดิ ขึ้น
ท่ี
3 กจิ กรรมท่ี 3 สรางเสริม - งบประมาณคาพาหนะไมเพียงพอ -
ประสบการณ (ศกึ ษาดงู าน)
- ศกึ ษาดงู านหมูบา นเศรษฐกิจ กับระยะการเดนิ ทาง จ
พอเพยี งพืน้ ทต่ี น แบบ
- พาหนะที่จางเหมาไมเขา สูระบบ e-GP ท
4 กจิ กรรมที่ 4 สนับสนุน
วัสดสุ าธิต - ตองหาเงนิ สํารองจา ยคามัดจํา -
กิจกรรมสาธติ
- วางแผนชวี ติ แผนชมุ ชน คาพาหนะกอน ก
- สนับสนนุ วสั ดฝุ กอาชพี
- คนเขาศึกษาดงู านไมตรงกับ -

กลมุ เปาหมายท่คี ัดเลือกไว เศ

- แหลง เรียนรูไมตรงกบั ความตองการของ ง

ผูอบรมและงบประมาณท่ไี ดรบั จัดสรร -

- พาหนะที่จางเหมาในเอกสารไมต รงกบั ที่ ฝ

ใชจรงิ แ

- คา อาหาร คา วิทยากรในการศกึ ษาดงู าน ท

สงู กวางบประมาณที่ไดรบั จัดสรร ก

- ระบบการเบิกจาย สืบราคา ราคากลาง -

- รานคา ไมมีขอมูลผขู ายในระบบ e-GP จ
-
- ภาพถา ยรายงานประกอบการเบิกจา ย -
- วัสดุอุปกรณไ มไดคุณภาพ ไมตรง
คณุ ลักษณะท่ีกําหนด -

- รา นคาบางรานใหช ําระคา วัสดุ -
เฉพาะเงนิ สด ท

- ราคาวัสดุในแตล ะพืน้ ทีไ่ มเ ทา กัน

แนวทางการควบคุมความเสี่ยง ผรู ับผดิ ชอบ วนั ที่ดําเนินการ หมายเหตุ

- ของบประมาณเพม่ิ เติม และเลือกหมูบา นที่ - สํานกั งาน พฤษภาคม

จะไปศึกษาดงู านใหเหมาะสมกับงบประมาณ พัฒนาชุมชน 2562

ทไ่ี ดรบั จัดสรร อาํ เภอ

- ตรวจสอบกลุมเปาหมายท่ีไปศึกษาดงู าน - พัฒนากร
กอนเดินทาง
- คณะ
- เลือกแหลง เรียนรศู ึกษาดูงานหมบู าน
กรรมกาชมุ ชน
ศรษฐกิจพอเพียงพืน้ ที่ตนแบบใหเพยี งพอกบั - คณะ
งบประมาณทไ่ี ดรับจัดสรร
อนกุ รรมการ
- ถัวเฉลี่ยจายทุกรายการตามระเบียบการ หนง่ึ ตําบล
ฝกอบรม ตอรองราคาคา พาหนะ คาอาหาร หนึ่งผลิตภัณฑ
และคาวิทยากรใหเพียงพอกบั งบประมาณ ระดับอําเภอ
ท่ีจัดสรรให ขอรับเงินสมทบงบประมาณจาก
กลุมเปาหมาย - เครอื ขายฯ

เตรียมความพรอมรายการวัสดุต้ังแตตน
ปงบประมาณเพื่อใหมีเวลาในการบรหิ าร
จัดการ
สืบราคาวัสดุ จากรา นคา กอน
กรอกขอมูลผูคาเขาสรู ะบบ e-GP

ราคาวัสดอุ างอิงตามราคากลางและสัญญาจาง

เปล่ียนกิจกรรมสาธติ ใหสอดคลองกบั วตั ถดุ บิ
ทมี่ ีในพ้นื ท่ี

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 41

ลาํ ดบั กจิ กรรมที่ดําเนนิ การ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
ที่
- วัสดบุ างรายการไมม ใี นพื้นท่ีหรือ -
5 กิจกรรมที่ 5 กิจกรรม ชวงเวลาน้นั -
ถอดบทเรียน - วัสดฝุ ก ไมสอดคลองตามความตอ งการ ก
- ถอดบทเรยี น องคค วามรู และ - วัสดบุ างรายการเปนวัสดุเฉพาะอาชพี -
ประเมนิ ผลการดาํ เนนิ งาน หาราคากลางไมได -
- ใชวัสดุไมคมุ คา (บัญชีครัวเรือน)
- กลุม เปาหมายเขารวมกจิ กรรมฯ -
ไมครบตามจํานวน และการเขารวม แ
กิจกรรมฯกลุมเปาหมายมาไมตรงกัน ใ
ทกุ กิจกรรมฯ (เปลยี่ นคน)

แนวทางการควบคมุ ความเส่ยี ง ผูรับผดิ ชอบ วันที่ดําเนินการ หมายเหตุ

- จดั ซื้อวสั ดุจากแหลงอ่ืน - สํานกั งาน พฤษภาคม

- ระบุรายการ คณุ ลักษณะวสั ดุใหชดั เจน พฒั นาชมุ ชน 2562

กอนจัดซื้อ อาํ เภอ

- นดั ตรวจสอบบัญชที ุกไตรมาส - พัฒนากร

- ติดตามประเมินผลการดําเนินงานทุกเดอื น - คณะ

กรรมการ

- ดาํ เนนิ การจัดกิจกรรมฯอีกคร้ัง ชมุ ชน

และเจาหนาทตี่ ิดตามกลุมเปาหมาย - คณะ

ใหเขา รวมกิจกรรมฯใหครบตามจํานวน อนกุ รรมการ

หนง่ึ ตําบล

หนง่ึ ผลติ ภณั ฑ

ระดบั อาํ เภอ

- เครือขา ยฯ

â¤Ã§¡Òýƒ¡ÍºÃÁ¾²Ñ ¹Ò¡ÃÃÐËÇҋ §»ÃШÒí ¡Òà ËÅÑ¡ÊٵáÒÃà§¹Ô ¡ÒäÅѧ I หนา 42

3) งานชุมชนทอ งเทีย่ ว OTOP นวตั วถิ ี

ลําดับ กจิ กรรมท่ดี ําเนนิ การ ความเสี่ยงทเี่ กิดข้ึน

ที่

1 การเตรยี มโครงการชมุ ชน - เปาหมายในการพฒั นาผลติ ภัณฑ -

ทองเท่ียว OTOP นวตั วิถี จํานวนมากเกนิ ไป อ

- โครงการชมุ ชนทองเท่ียว OTOP นวตั -

วิถีเปนงานใหมท่ีกรมการพัฒนาชุมชนไม ช

เคยดาํ เนนิ การมากอน -

- ระยะเวลาในการดาํ เนนิ โครงการสัน้ -

ภายในระยะเวลา 6 เดอื น อ

- นโยบายเรงเบิกจายงบประมาณ -

- จํานวนงบประมาณจาํ นวนมาก ต

- การอนุมตั ิโดยผมู ีอาํ นาจโครงการมี -

ความลา ชา

- หมบู า นเปา หมายไมม คี วามพรอ มใน

การดาํ เนนิ โครงการ

2 ระหวางดําเนินกิจกรรมชุมชน - รปู แบบ/วิธีการเบิกจายงบประมาณไม -

ทอ งเที่ยว OTOP นวตั วถิ ี ชัดเจน เปล่ยี นแปลงบอย -

- มีการขา ม สลบั ขน้ั ตอนการดาํ เนินงาน อ

แตล ะกิจกรรม เง

- กิจกรรมที่อนุมัติบางกจิ กรรมไมตรงกับ -

ความตอ งการของหมูบานเปา หมาย ร


Click to View FlipBook Version