ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๑
การออกเสยี งคำสมาส
๑. ออกเสยี งพยางคเช่อื มระหวางคำ เชน
เกียรตคิ ณุ เกยี ด – ติ – คนุ
จกั รวรรดิวตั ร จกั – กระ – หวดั – ดิ – วดั
จติ รกรรม จดิ – ตระ- กำ
มาตุภูมิ มา – ตุ – พมู
ราชทรัพย ราด – ชะ – ซบั
โลกนาถ โลก – กะ – นาด
ราชภัฏ ราด – ชะ – พดั
๒. ไมอานออกเสียงพยางคเ ชื่อมระหวา งคำ เชน
เกียรตินยิ ม เกียด – นิ – ยม
จักรวรรดินยิ ม จกั – กระ – หวัด – นิ – ยม
จิตพิสัย จดิ – พิ – ไส
ปรากฏการณ ปรา – กด – กาน
ผลลพั ธ ผน – ลบั
นามบตั ร นาม – บัด
นิเทศศาสตร นิ – เทด – สาด
เพชรบุรี เพด – บุ – รี
๓. อานออกเสียงพยางคเ ชอื่ มระหวา งคำหรอื ไมกไ็ ด
เสยี งอา นท่ีออกงา ย เสยี งอานท่ีออกไดยากกวา
และเปนธรรมชาติ และไมเปนธรรมชาติ
ดุลพนิ จิ ดนุ – พิ – นิด หรอื ดนุ – ละ – พิ – นดิ
มนุษยศาสตร มะ – นดุ – สาด หรือ มะ – นดุ – สะ – ยะ – สาด
อุดมคติ อุ – ดม – คะ – ติ หรือ อุ – ดม – มะ – คะ – ติ
ประวัติศาสตร ประ – หวดั – สาด หรือ ประ – หวัด – ติ – สาด
ฉัตรมงคล ฉัด – มง – คน หรอื ฉัด – ตระ – มง – คน
โบราณวตั ถุ โบ – ราน – วัด – ถุ หรือ โบ – ราน – นะ – วดั – ถุ
พุทธศักราช พดุ – สัก – กะ – หราด หรือ พดุ – ทะ –สกั – กะ – หราด
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๒
๒ คำสมาสแบบมีสนธิ คือ การกลมกลืนเสยี งของคำ โดยการนำคำทม่ี าจากภาษาบาลีสันสกฤต ต้ังแต ๒ คำ
ขนึ้ ไป มาเชื่อมตอกันเขาทำใหเสียงพยางคหลังของคำหนากลมกลืนกับเสยี งพยางคห นา ของคำหลงั มหี ลักดงั น้ี
๑. สระสนธิ คอื การกลมกลืนคำทง้ั สองดวยเสียงสระ พยางคหลงั ของคำหนาลงทา ยดว ยเสยี งสระ และพยางค
หนา ของคำหลังขึ้นตนดว ยเสียงสระ สระทั้งสองพยางคจะกลมกลืนเสยี งกนั
๑.๑ อะ อา + อะ อา = อา เชน
ราช + อภิเษก = ราชาภเิ ษก พทุ ธ + อานุภาพ = พุทธานุภาพ
มหา + อศั จรรย = มหศั จรรย มัจฉา + อาหาร = มัจฉาหาร
๑.๒ อะ อา + อิ อี = อิ อี เอ เชน
นร + อนิ ทร = นรนิ ทร หา + อิสิ = มเหสี
สุริย + อินทร = สุรเิ ยนทร
๑.๓ อะ อา + อุ อู = อุ อู โอ เชน
ชล + อุทร = ชโลทร ราช + อปุ ถัมภ = ราชูปถมั ภ
มคั ค + อุเทศก = มัคคเุ ทศก
๑.๔ อะ อา + เอ โอ ไอ เอา = เอ โอ ไอ เอา เชน
ปย ะ + โอรส = ปโ ยรส มหา + โอฬาร = มโหฬาร
มหา + ไอศวรรย = มไหศวรรย
๑.๕ อิ อี + อิ อี = อิ อี เอ เชน
มุนิ + อนิ ทร = มนุ นิ ทร โกสี + อินทร = โกสินทร
กรี + อินทร = กรินทร
๑.๖ อิ อี + สระอืน่ ตองเปลยี่ น อิ อี เปน ย กอน แลวจงึ สนธติ ามหลักเกณฑ เชน
อัคคี + โอภาส = อัคโยภาส สามัคคี + อาจารย = สามัคยาจารย
รงั สี + อากร = รงั สยิ ากร
๑.๗ อุ อู + อุ อู = อู เชน
ครุ + อปุ กรณ = ครุ ุปกรณ ดนุ + อุปถัมภ = ดนปู ถัมภ
วิธู + อทุ ัย = วธิ ูทัย
๑.๘ อุ อู + สระอืน่ ตอ งเปล่ียน อุ อู เปน ว กอ น แลวจึงสนธติ ามหลกั เกณฑ เชน
ธนู + อาคม = ธันวาคม สาธุ + อาจารย = สาธวาจารย
จักขุ + อาพาธ = จักขวาพาธ
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๓
๒. พยญั ชนะสนธิ คือการเช่ือมและกลมกลืนเสียงระหวางพยัญชนะของคำหนากับพยัญชนะของคำขน้ึ ตน ใน
คำท่ีมาสนธกิ นั
๒.๑ อสฺ + พยญั ชนะใด ๆ เปลยี่ น อสฺ เปน โอ เชน
มนสฺ + รถ = มโนรถ มนสฺ + มยั = มโนมัย
รหสฺ + ฐาน = รโหฐาน
๒.๒ อิสฺ + พยญั ชนะใด ๆ เปลย่ี น อสิ ฺ เปน อิร เชน
นสิ ฺ + ภัย = นริ ภยั นสิ ฺ + โทษ = นริ โทษ
นสิ ฺ + ทกุ ข = นิรทุกข
๒.๓ อุสฺ + พยญั ชนะใด ๆ เปล่ยี น อุสฺ เปน อุร เชน
ทุสฺ + ชน = ทรุ ชน ทสุ ฺ + พล = ทุรพล
ทสุ ฺ + จิต = ทุรจติ
ขอสงั เกต พยัญชนะสนธิ มีลกั ษณะคำ ดงั นี้
๑. พรหม....... , อาตม......
๒. มโน.......... , เตโช........ , รโห......
๓. ทุร............. , ทร........... , นริ ........
๓. นิคหิตสนธิ คือ การตอ เช่ือมและกลมกลนื เสยี งระหวางคำตนทลี่ งทายดว ยนคิ หิตกบั คำที่ข้นึ ตนดวยสระ
หรอื พยญั ชนะ
๓.๑ ถา นฤคหติ สนธกิ บั สระ ใหแปลงนฤคหติ เปน ม เสยี กอน แลวจึงคอยเชอื่ มกนั เชน
สํ + อาคม = สมาคม สํ + อาจาร = สมาจาร
สํ + โอสร = สโมสร
๓.๒ ถานฤคหิตสนธกิ ับพยญั ชนะวรรค ใหแปลงนฤคหิตเปน พยัญชนะตวั สดุ ทายของวรรคน้นั
เสยี กอ น ( ง ญ ณ น ม ) แลวจงึ คอยเช่ือมกนั เชน
สํ + คม = สังคม สํ + จร = สัญจร
สํ + ฐาน = สณั ฐาน สํ + ธาน = สนั ธาน
สํ + ผสั = สัมผัส
๓.๓ ถานฤคหติ สนธกิ ับพยญั ชนะเศษวรรค ใหแปลงนฤคหติ เปน ง เสยี กอน แลว จงึ คอยเช่อื มกนั
เชน
สํ + หาร = สงั หาร สํ + วร = สงั วร
สํ + สรรค = สงั สรรค
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๔
ขอสงั เกต
๑. นิคหิต เปนเสยี งนาสิก ดังน้ัน จงึ สลายเปล่ียนเปนพยัญชนะไปตาม
แถวท่ี ๕ ของแตละวรรค ( พยัญชนะเศษวรรค ย ร ล ว ส ห ฬ )
๒. มคี ำขึ้นตน สง... สัง..... สัม.... สัน.... สัณ...
สัญ...... สม.... สมา.... สม.ุ .... สโม....
ตวั อยา งคำสมาสแบบมีสนธิ
นครินทร ราโชวาท ราชานุสรณ คมนาคม ผลานิสงส
ศิษยานุศิษย ราชนิ ยา สมาคม จลุ นิ ทรยี ธนาคาร
นสุ รณ
มหิทธิ นภาลัย ธนาณัติ สนิ ธวานนท หิมาลัย
ราชานุสรณ จฬุ าลงกรณ มโนภาพ รโหฐาน สงสาร
หัสดาภรณ จกั ขวาพาธ หตั ถาจารย วลั ยาภรณ นโยบาย
อินทรธิบดี มหศั จรรย มหรรณพ มหานสิ งส ดรโุ ณทยาน
ภยาคติ บรรณารกั ษ เทพารักษ ทนั ตานามัย วโรดม
สินธวาณัติ ศลิ ปาชพี ปรเมนทร ทุตานทุ ูต นเรศวร
กุศโลบาย ราโชบาย ชลาลัย สโุ ขทัย สงั คม
สมาทาน สรุ ิโยทยั ขีปนาวธุ บดนิ ทร พนาลยั
อนามัย สังหรณ กินนรี สโมสร กาญจนามยั
พลานามยั นิรภัย คณาจารย มีนาคม มกราคม
กุมภาพนั ธ เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม
สงิ หาคม กันยายน ตลุ าคม พฤศจิกายน ธนั วาคม
ทรุ ชาติ ยโสธร อมรินทร หัสดนิ ทร มนนิ ทร
มหนิ ทร อายรุ เวช อุปรากร ทรพั ยากร วราภรณ
จฬุ าภรณ ราชูปโภค ราชินทร เคหาภิบาล คงคาลัย
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๕
แบบฝกหัด
ตอนท่ี ๑ คำท่กี ำหนดใหตอ ไปนเ้ี ปน คำมาจากภาษาบาลี หรอื สันสกฤต
คำ ภาษา คำ ภาษา
๑. จฬุ า ๑๑. อุทธรณ
๒. เมตตา ๑๒. ปราชญ
๓. จักรี ๑๓. กตัญชลี
๔. ประพฤติ ๑๔. ขตั ติยะ
๕. กษาปณ ๑๕. อัศจรรย
๖. ปจ จุบัน ๑๖. ดรรชนี
๗. บษุ บา ๑๗. คฤหาสน
๘. มัชฌิม ๑๘. เคารพ
๙. ธดุ งค ๑๙. อัมพร
๑๐. ศัพท ๒๐. กกั ขฬะ
ตอนท่ี ๒ ใหน กั เรียนประสมสระสนธติ อไปน้ี
๑. ศลุ ก +อากร ............................................... ๒. มหา + อรรณพ ..............................................
๓. เทพี + อินทร ............................................... ๔. ชล + อทุ ร ...............................................
๕. ปรม + อณู ............................................... ๖. ภัตต + อาคาร ...............................................
๗. ยุทธ + อปุ กรณ ............................................... ๘. ผล + อานสิ งส ...............................................
๙. บรรณ + อารักษ ...............................................๑๐. ทักษิณ + อทุ ก ...............................................
๑๑. ราช + อปุ ถัมภ ...............................................๑๒. จุฬา + อลงกรณ ...............................................
๑๓. นย + อบุ าย ...............................................๑๔. คมน + อาคม ...............................................
๑๕. สุข + อารมณ ...............................................๑๖. สุร + อาลัย ...............................................
๑๗. มหา + โอฬาร ...............................................๑๘. วร + อดุ ม ...............................................
๑๙. ราช + อธิปไตย ...............................................๒๐. ธน + อาณตั ิ ...............................................
๒๑. ประชา + อธปิ ไตย ...............................................๒๒. กลั ป + อวสาน ...............................................
๒๓. พัสตร + อาภรณ ...............................................๒๔. เทศ + อภบิ าล ...............................................
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๖
ตอนที่ ๓ จงบอกชนดิ ของคำตอไปนี้ ( ใสเฉพาะหมายเลข )
๑. คำสมาสแบบไมมสี นธิ ๒. คำสมาสแบบมสี นธิ
ขอ คำ ชนิดของคำ ขอ คำ ชนิดของคำ
๑ อติพจน ๒ จกั ขวาพาธ
๓ พุทโธวาท ๔ สนุ ทราภรณ
๕ คณุ ธรรม ๖ มโนคติ
๗ โลกาภิวัตน ๘ กุศโลบาย
๙ ชโลทร ๑๐ โจรภยั
๑๑ ฆาตกร ๑๒ สัจนยิ ม
๑๓ พระกัณฐ ๑๔ อตุ สาหกรรม
๑๕ เอกภาพ ๑๖ ปรมินทร
๑๗ มหาราช ๑๘ นริ มล
๑๙ ทรลักษณ ๒๐ อัคคภี ัย
๒๑ กายกรรม ๒๒ เบญจวรรณ
๒๓ ทศชาติ ๒๔ รโหฐาน
๒๕ วราภรณ ๒๖ พระชลนัยน
๒๗ วศิ วกรรม ๒๘ บตุ รทาน
๒๙ ภัตตาหาร ๓๐ วาตภัย
๓๑ วทิ ยฐานะ ๓๒ ศลิ ปาชพี
๓๓ ครศุ าสตร ๓๔ ปโ ยรส
๓๕ ราชูปโภค ๓๖ จลาจล
๓๗ ดาราศาสตร ๓๘ ภาพยนตร
๓๙ บดีศวร ๔๐ ทันตแพทย
๔๑ สงสาร ๔๒ ยโสธร
๔๓ วรรณคดี ๔๔ พลศึกษา
๔๕ ธรณนิ ทร ๔๖ พระสมุทร
๔๗ นเรนทร ๔๘ มคั คเุ ทศก
๔๙ สงั ฆราช ๕๐ พธิ ีกร
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๗
แบบทดสอบเกบ็ คะแนน เร่อื ง ภาษาบาลี สันสกฤต และคำสมาส (คะแนน ๕ คะแนน)
๑. ขอใดเปนคำยืมจากภาษาบาลีทกุ คำ
ก. เกษม ราตรี สวัสดี ประทปี ข. เศวต อทิ ธิ สรุ ิยะ นิทรา
ค. ภรรยา วทิ ยุ วชิ า มเหสี ง. สัญชาติ กิเลส ขนั ติ จุฬา
๒. ขอใดเปน คำยืมจากภาษาสันสกฤตทกุ คำ
ก. อัคคี มัลลกิ า ฤกษ ทฤษฎี ข. มณโฑ ปรญิ ญา วัลลภ สุวรรณ
ค. เศรษฐี ปรัชญา สวรรค จกั ษุ ง. วัฒนา อกั ขระ พิมพ ไมตรี
๓. คำประพันธตอ ไปนี้วรรคใดไมมีคำภาษาบาลี
( ๑ ) สแี สดประเสรฐิ เจิดจาองคฟ าหญิง ( ๒ ) นำ้ เงนิ มิง่ กษตั ริยาฟาสยาม
( ๓ ) มงคลสถิตอยูคเู ขตคาม ( ๔ ) ปรากฏนามจฬุ าภรราชวทิ ยาลัย
ก. วรรคที่ ๑ ข. วรรคที่ ๒
ค. วรรคท่ี ๓ ง. วรรคท่ี ๔
๔. คำประพันธต อ ไปนว้ี รรคใดมีคำภาษาสันสกฤตมากท่สี ดุ
( ๑ ) มุงสงเสรมิ สรางสรรคจรรโลงชาติ ( ๒ ) สรา งนกั วิทยาศาสตรใหย ิ่งใหญ
( ๓ ) สรา งเกียรตยิ ศชื่อเสยี งใหเ กรียงไกร ( ๔ ) นำชาติไทยกา วหนาชั่วฟาดนิ
ก. วรรคท่ี ๑ ข. วรรคที่ ๒
ค. วรรคท่ี ๓ ง. วรรคท่ี ๔
๕. ขอ ใดมคี ำภาษาบาลี
ก. ความกตัญูคือเคร่ืองหมายของคนดี ข. คฤหบดคี ือผมู ีอนั จะกินซ่ึงเปนเจา ของบาน
ค. คนท่ไี ดร บั ความเดือดรอนควรสงเคราะหเขา ง. การแสดงทรรศนะคือความคดิ ทเ่ี ปนเหตุผล
๖. ขอ ความตอ ไปนม้ี ีคำบาลีสนั สกฤตกีค่ ำ
“ความฝน ทม่ี นุษยจะไดไปเหยียบดาวองั คารใกลจ ะเปน จรงิ แลว ในปน ้ีองคกรการบินอวกาศแหง ชาติ
สหรัฐอเมริกา หรอื นาซาเตรยี มสง ยานสำรวจแลว”
ก. ๔ คำ ข. ๕ คำ ค. ๖ คำ ง. ๗ คำ
๗. ขอใดมีคำท่ีมาจากภาษาบาลีสันสกฤต
ก. นี่คือสิ่งที่เรียกวา ความรัก ข. ความหวังคือน้ำหลอเล้ียงชีวิต
ค. คนทำงานในเมืองกรุงชอบเดินเทา ง. ของขวัญท่ีฉันชอบมากที่สุดคือน้ำใจ
๘. คูคำศัพท บาลี - สันสกฤต ในขอใดท่ีความหมายตางกัน
ก. สิงคาร-ศฤงคาร ข. อุตุ-ฤดู
ค. เวชช-แพทย ง. กิริยา-กริยา
๙. ขอใดมีคำสมาสแบบมสี นธิมากท่สี ดุ
ก . ผลไมไทยมีคณุ ภาพ รสชาตอิ รอ ย อกี ทั้งยงั มีคณุ คาทางโภชนาการ
ข. ผูมาเยอื นตลาดนำ้ สามารถสัมผัสไดถึงบรรยากาศของสังคมไทยทีส่ งบ
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๘
ค. ปจจุบันเครือ่ งเบญจรงคไดรบั ความนิยมและพฒั นาการทางการผลติ ข้ึนเปน ลำดบั
ง. ชา งเปน หน่ึงในสามของสัญลกั ษณประจำชาติไทย เพราะในสมัยโบราณเราใชช า งทำสงครามและ
ลากซุง
๑๐. ขอความตอ ไปนม้ี ีคำสมาสแบบไมมสี นธิก่ีคำ
“เขาตงั้ สจั จาธษิ ฐานตอพระพุทธรูปในโบสถวาขออยา ใหธญั ญาหารเสียหายจากภัยธรรมชาติ เขาจะดำรงชวี ติ
อยูในธรรมตลอดไป”
ก. ๒ คำ ข. ๓ คำ ค. ๔ คำ ง. ๕ คำ
๑๑. ขอ ใดไมมคี ำสมาส
ก. ทหารมีหนา ท่ีรบเพอ่ื ปกปองมาตุภูมขิ องตนไมใ หขาศึกรุกราน
ข. ประชาชนสง ไปรษณียบัตรทายผลฟตุ บอลยูโร ๒๐๑๖ จำนวนมาก
ค. ประธานในพิธกี ลาวคาถาอัญเชญิ เทวดามาชุมนุมเพ่ือความเปน มงคล
ง. ชีวเคมีเปนวชิ าวิทยาศาสตรส าขาหนึ่งทศี่ ึกษาเกย่ี วกับองคป ระกอบทางเคมีของส่งิ มีชวี ิต
๑๒. ขอ ใดมีคำสมาสที่มีการสนธทิ ุกคำ
ก. มโนมยั สัมมาทฐิ ิ โยธาธกิ าร ข. คณุ ปู การ นามาภิไธย ชราภาพ
ค. วทิ ยาลัย ธนาณัติ รชั นกี ร ง. ทศั นูปกรณ ชโลทร คมนาคม
๑๓. ขอ ความตอ ไปนม้ี ีคำสมาสกค่ี ำ
“เมื่อกอนชาวนาในบางภาคประสบปญหาเพาะปลูกไมไดผล เพราะผนื ดนิ แหงแลง แมจะทำงานหนักอยางไม
ยอทอ แตก็มีชีวิตอยอู ยา งอดอยาก มหี น้ีสนิ แตในปจจบุ นั ยคุ โลกาภิวัตนพ วกเขารูเกี่ยวกับวิทยาการและ
เทคโนโลยใี หมๆ ทำใหไดผลิตผลมากขนึ้ ชีวติ จงึ ดีขน้ึ ทุกดา น บางคนร่ำรวยจนสามารถใชโ ทรศัพทมือถือและ
โทรสารไดด วย”
ก. ๒ คำ ข. ๓ คำ ค. ๔ คำ ง. ๕ คำ
๑๔. ขอใดไมมีคำสมาส
ก. คณะนาฏศิลปไทยไปแสดงตางประเทศ
ข. วรรณกรรมที่มีอายุ ๕๐ ปจะไมมีคาลิขสิทธ์ิ
ค. บทความบางเรื่องตองมีภาพประกอบ
ง. ทหารที่สละชีพเพ่ือชาติไดรับยกยองใหเปนวีรบุรุษ
๑๕. ขอ ใดมีคำสมาสมากท่สี ุด
ก. ผมเริ่มเรยี นทีค่ ณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพมิ พท ี่มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากรในสมยั นน้ั
ข. บรรยากาศในงานบญุ กอนวันมาฆบชู าจงึ เตม็ ไปดวยความสวยงาม นาตืน่ ตา และรน่ื เริงสนกุ สนาน
ค. ชาวมอญแหง อาณาจักรหรภิ ญุ ชัยมีอกั ษรใชเปนของตวั เองมาตั้งแตพทุ ธศตวรรษท่ี ๑๗-๑๘ ปแ ลว
ง. ความย่งิ ใหญของนกอินทรีในธรรมชาติทัง้ ใบหนา ดวงตา และทว งทากางปกจึงถูกใชเปนสญั ลกั ษณ
แหงความเหนือกวา
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๙
ภาษาตา งประเทศในภาษาไทย
๑. อทิ ธพิ ลของภาษาตา งประเทศในภาษาไทย
ประเทศไทยมีการติดตอสื่อสาร มอี าณาเขตติดตอกับประเทศอ่นื การเจริญสัมพันธไมตรีท้ังการติดตอ
คาขาย หรือทางการทตู ศาสนา ยอ มทำใหมีการรบั วัฒนธรรม ประเพณี และอิทธพิ ลของภาษาตางประเทศมา
ใชในภาษาไทย เชน ภาษาบาลี-สันสกฤต ภาษาเขมร ภาษาจีน ภาษาชวา-มลายู ภาษาอังกฤษ ซึ่งแตละภาษา
มอี ทิ ธพิ ลและบทบาทตอภาษาไทยแตกตา งกนั ดงั นี้
๑. ภาษาบาลี-สันสกฤต
ประเทศไทยไดรับอิทธิพลทางดานศาสนา โดยเฉพาะพระพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณไดนำคำ
สอนของพระพุทธศาสนาและคติของศาสนาพราหมณมาใชในชีวติ ประจำวนั จงึ รับคำศพั ทของท้ัง ๒ ศาสนามา
ใชในภาษาไทย เชน อริยสัจ สัจจะ เมตตา นอกจากนี้อิทธิพลดานประเพณีวัฒนธรรมทั้งสาขาศิลปะ การแตง
กาย สถาปตยกรรม เครื่องมือ เครื่องใช ตลอดจนคำราชาศัพทไดรับอิทธิพลเชนเดียวกัน เชน อุโบสถ วิหาร
ชฎา พระนาสกิ
๒. ภาษาเขมร
ในสมัยโบราณไทยเคยใชอักษรขอมจงึ มีความสัมพนั ธกับเขมรมาชานาน ภาษาไทยนำภาษาเขมรมาใช
ทั้งคำในชีวิตประจำวัน เชน เดิน เกิด ถนน หรือใชเปนคำราชาศัพท เชน ตรัส เสวย โปรด และอาจนำมาใช
เปน คำศพั ทใ นวรรณคดี เชน ขจี เรยี ม
๓. ภาษาจนี
ประเทศไทยมคี วามสัมพันธทางการทตู กับจีนตัง้ แตอดีต ชาวจีนอพยพมาอยปู ระเทศไทยทำใหปจจุบัน
มีคนไทยเชื้อสายจีนเปนจำนวนมาก จึงมีการรับอิทธิพลทางภาษาและวัฒนธรรมมาใชทั้งใชเปนคำเรียกชื่อ
อาหาร ผัก ผลไม เชน พะโล เตา หู เกาลดั เกก ฮวย ซาลาเปา หรือใชเ ปนคำเรียกเครอื ญาติ เชน เจ กง ต๋ี อามา
ตลอดจนเรียกชือ่ เครอ่ื งมือเครื่องใช ส่งิ กอ สราง และประเพณวี ฒั นธรรมตาง ๆ เชน เกง งว้ิ ฮวงจยุ
๔. ภาษาชวา-มลายู
ภาษาชวา-มลายูเขามาสูประเทศไทยเพราะสัมพันธไมตรี ถายทอดวัฒนธรรมประเพณี การคา
วรรณคดี เชน แบหลา พันตู ปนเหนง แดหวา สังคามารตา กิดาหยัน สะตาหมัน โนรี กุหนุง หรือชื่อเรียกพืช
ผลไม เชน จำปาดะ ทุเรียน มงั คุด
๕. ภาษาองั กฤษ
ปจจุบันภาษาอังกฤษเปนภาษาที่ยอมรับและเปนมาตรฐานสากลในการติดตอสื่อสาร การยืมคำมาใช
ในภาษาไทยจึงเกิดขึ้นในรูปแบบของคำทับศัพท การแปลศัพท หรือการบัญญัติศัพทนำมาใชทั้งในวงวิชาการ
เทคโนโลยี กีฬา ดนตรี อาหาร สิ่งของ หรือคำกริยาบางคำ เชน วิดีโอ โปรตีน นิวเคลียส ฟุตบอล เปยโน
เฟอรนิเจอร ไมโครโฟน
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๐
แบบฝกเสรมิ ทักษะ เรือ่ ง ภาษาตา งประเทศในภาษาไทย
๑. นกั เรียนวิเคราะหคำทก่ี ำหนดวามาจากภาษาใด
กงั วล ปรัชญา โคช วตั ถุ วสั ดุ แปะ ซะ
สถาน บุหงา บำเพญ็
โอฬาร มัสยดิ แบตเตอร่ี กฬี า ปก ษ อัจฉรา
แท็กซ่ี ทลู จบั ฉาย
ปสสาวะ แข เตาฮวย ไพฑูรย อังกะลงุ โบนัส
ถนน โปรด สกิ ขา
ไถง รตั ติ ภรรยา
ภาษาบาลี : ..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ภาษาสันสกฤต : ....................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ภาษาเขมร : ..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ภาษาจีน : ..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ภาษาชวา-มลายู : ....................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ภาษาองั กฤษ : ..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๑
๒. นักเรียนเขยี นคำที่มาจากภาษาตางประเทศตามเง่ือนไขท่กี ำหนดอยางละ ๕ คำ
๒.๑ คำภาษาบาลี-สันสกฤตที่นำมาใชใ นดานศาสนา ความเช่ือ ประเพณี หรือพิธีกรรม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๒.๒ คำภาษาเขมรทนี่ ำมาใชเปน คำราชาศพั ท
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๒.๓ คำภาษาจนี ทีน่ ำมาใชเรียกชื่ออาหาร เครอ่ื งด่มื
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๒.๔ คำภาษาชวา-มลายูท่ีนำมาใชด า นวรรณคดี
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๒.๕ คำภาษาอังกฤษทนี่ ำมาใชดา นวิทยาการหรือเทคโนโลยี
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ช่ือ-สกุล......................................................................................................เลขท.ี่ .............ชัน้ .................
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๒
ศพั ทบญั ญัติ
๑. ประวตั ิศัพทบัญญตั ิ
ตั้งแตรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวเปนตนมา คำภาษาอังกฤษหลั่งไหลเขามาใน
ภาษาไทยมากขึ้นพรอมกับความเจริญกาวหนาทางวิทยาการตาง ๆ ที่ไทยรับจากตะวันตก คำสวนใหญเปน
ศัพทเทคนิคหรือศัพทที่ใชเฉพาะสาขาวิชา เชน ศัพทวิทยาศาสตร. ศัพทคณิตศาสตร, ศัพทปรัชญา, ศัพท
รัฐศาสตร เปนตน การใชศัพทเทคนิคดังกลาวทำใหภาษาไทยมีคำตางชาติเขามาปะปนอยูมากเกินไป
พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลาเจาอยูหวั และพระบามสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจา อยูหวั ไดทรงเลง็ เหน็ ถึงความ
เปนไปในภาษาไทยที่เกิดขึ้นนี้ในรัชสมัยของพระองคจึงไดมีการคิดคำศัพทภาษาไทยขึ้นใชแทนศัพท
ภาษาอังกฤษเปนจำนวนมาก คำเหลานี้หลายคำผูกขึ้นหรือประกอบขึ้นจากคำศัพทภาษาบาลีและสันสกฤต
และไดผ าน การพิจารณาจากคณะผูเ ช่ยี วชาญทางภาษาแลว และมีการประกาศใช ถา ศพั ทใ ดผูใชยอมรับก็จะมี
การใชตอกนั เร่อื ยมา คำศพั ททค่ี ิดขึน้ ในลักษณะน้ี เรียกไดว า เปน ศัพทบ ัญญัติ
ตัวอยา งศพั ทบัญญัติสมัยรชั กาลที่ ๕
ประปา water supply สถานี station
รถยนต motor car เรอื ยนต motor boat
ตัวอยางศัพทบ ัญญตั ิสมัยรชั กาลท่ี ๖
ลกู เสือ boyscout นามสกุล surname
มหาวทิ ยาลัย university วิทยาศาสตร science
จารบุรุษ spy วิศวกรรมศาสตร engineering
สถาปนกิ architect สนามบิน airport
เครอ่ื งบนิ aeroplane
ราชบัณฑิตยสถานไดแตงตัง้ คณะกรรมการบัญญัติศัพทสาขาวิชาตาง ๆ ขึ้นหลายชุดโดยเชิญอาจารย
ผทู รงคุณวฒุ จิ ากมหาวทิ ยาลยั ตาง ๆ รวมท้งั ผูมีความรูความสามารถเฉพาะสาขาวชิ าจากสถาบันอื่น ๆ ตามแต
จะเห็นเหมาะสม คณะกรรมการเหลานี้ ตองเปนผูรอบรูและมีความรอบคอบทางดานภาษา กับยังตองมี
ประสบการณอยางลึกซ้ึงทางดานความหมายของคำศัพทภ าษาตา งประเทศในวงวชิ าการของตน เพื่อใหศัพทท่ี
บัญญัติขึ้นเปนศัพทที่ถูกตองตามหลักภาษา รูปคำกะทัดรัด ออกเสียงสะดวก และมีความหมายกระชับตาม
ท่ีตอ งการ
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๓
๒. วิธีการบญั ญัติศัพทไทยในปจจุบนั
คณะกรรมการบญั ญตั ศิ พั ทข องราชบัณฑิตยสถาน มีหลักสำคัญในการบัญญตั ศิ พั ทอยู ๓ ขอ ดังนี้
๑) คิดหาศัพทไทยมาประกอบขึ้นเปนคำศัพทที่มีความหมายตรงกับความหมายเดิมของคำ
ภาษาองั กฤษน้ัน เชน
ดินเปร้ียว, ดนิ กรด acid soil
ตลาดมืด black market
รวมแฟมเรียง collate
ชอ งส่อื สาร communication channel
น้ำแข็งแหง dry ice
ความหมายโดยตรง denotation
น้ำคา งแข็ง frost
ปแสง light year
รายการเลอื ก menu
เครอื ขาย, ขา ยงาน network
ทะเลหลวง open sea
จุดยืน stand point
คา ผา นทาง toll
ตัวแปร variable
ลบเลอื นได volatile
๒) ถาหาคำไทยที่เหมาะสมไมไดก็พยายามสรางคำใหมดว ยคำภาษาบาลีและสันสกฤต โดยยึดหลักวา
ตอ งเปน คำทม่ี ีใชอยูกอนแลว ในภาษาไทยและคนไทยสามารถออกเสยี งไดโ ดยงา ย เชน
กจิ กรรม activity
นริ โทษกรรม amnesty
วัฒนธรรม cuiture
สดมภ column
นทิ รรศการ exhibition
ปรัชญา philosophy
อปรกติ abnormal
เสรีนิยม liberalism
มลพิษ pollution
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๔
ทฤษฎี theory
สญั ญาณภาพ video signal
๓) ถาไมสามารถบัญญัติศัพทตามขอ ๑) และขอ ๒) ได ก็ใหใชคำตางประเทศนั้น ในแบบทับศัพท
ไปกอน เชน
Bazaar บาซาร
Beer เบียร
Bonus โบนสั
Cream ครมี
Cement ซีเมนต
Film ฟล ม
Dinosaur ไดโนเสาร
Fashion แฟชน่ั
Computer คอมพวิ เตอร
Manganese แมงกานีส
Mouse เมาส
๓. การใชคำบาลแี ละสันสกฤตในการบญั ญตั ศิ พั ท
การบัญญัติศัพทโดยใชคำบาลีและสันสกฤต ดังที่กลาวไวในขอ ๒ (๒) นั้น มีหลักเกณฑและวิธีการท่ี
อาจอธิบายใหเ หน็ พอสังเขปไดด งั นี้
๑) ใชคำภาษาบาลแี ละสนั สกฤตเปนศัพทบ ัญญตั ิ
จติ รกรรม ใชเ ปน ศัพทบ ัญญัตแิ ทนภาษาองั กฤษวา painting
ไวยากรณ ใชเ ปนศพั ทบัญญัตแิ ทนภาษาอังกฤษวา grammar
ปรัชญา ใชเ ปน ศัพทบญั ญัติแทนภาษาองั กฤษวา philosophy
อกุ กาบาต ใชเ ปนศัพทบญั ญัติแทนภาษาอังกฤษวา meteorite
๒) ใชค ำยืมภาษาบาลีและสันสกฤตมาสรางเปน ศพั ทบ ัญญัติ
พชี คณิต ใชเปน ศพั ทบ ัญญัตแิ ทนภาษาอังกฤษวา algebra
ธญั พชื ใชเ ปนศัพทบ ัญญตั ิแทนภาษาอังกฤษวา cereal
มหาวิทยาลัย ใชเปนศัพทบ ัญญัตแิ ทนภาษาองั กฤษวา university
โทรคมนาคม ใชเปนศัพทบ ญั ญตั ิแทนภาษาอังกฤษวา telecommunication
เศรษฐศาสตร ใชเปนศัพทบ ัญญัติแทนภาษาอังกฤษวา economics
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๕
ภาษาศาสตร ใชเ ปนศพั ทบัญญัติแทนภาษาองั กฤษวา linguistics
ธรณีวิทยา ใชเปนศัพทบ ัญญัตแิ ทนภาษาอังกฤษวา geology
สัตววิทยา ใชเ ปน ศัพทบ ญั ญัตแิ ทนภาษาองั กฤษวา zoology
จิตนยิ ม ใชเปนศัพทบ ัญญตั ิแทนภาษาอังกฤษวา idealism
สังคมนยิ ม ใชเ ปนศัพทบ ญั ญตั แิ ทนภาษาองั กฤษวา socialism
กษัยการ ใชเปนศัพทบัญญัติแทนภาษาองั กฤษวา erosion
สามญั การ ใชเปนศพั ทบ ญั ญัติแทนภาษาอังกฤษวา generalization
บคุ ลกิ ภาพ ใชเ ปน ศัพทบ ัญญตั แิ ทนภาษาอังกฤษวา personality
ศกั ยภาพ ใชเ ปนศัพทบ ัญญัติแทนภาษาอังกฤษวา potentiality
บุรพคดศี ึกษา ใชเ ปน ศพั ทบ ญั ญตั ิแทนภาษาองั กฤษวา oriental studies
สตรีศึกษา ใชเ ปน ศัพทบญั ญตั ิแทนภาษาองั กฤษวา woman studies
๔. ศัพทบ ัญญัติในปจจุบนั
ปจจุบันราชบณั ฑิตยสถานไดตพี ิมพศพั ทบัญญตั ิออกจำหนายมากมายหลายสาขาวิชา สวนใหญใ ชชอ่ื
วา “พจนานุกรมศัพท” เชน ศัพทคณิตศาสตร, ศัพทเทคโนโลยีสารสนเทศ, ศัพทนิติศาสตร, ศัพทรัฐศาสตร,
ศัพทคอมพิวเตอร,ศัพทประกันภัย, ศัพทสัทศาสตร, ศัพทวรรณคดี, ศัพทกฎหมายไทย, ศัพทปรัชญา ฯลฯ
นักวิชาการสาขาตาง ๆ และประชาชนผูสนใจก็พยายามใชศัพทบัญญัติเหลานั้น โดยเฉพาะเมื่อตองการเขียน
ตำราทางวิชาการ ทำใหศัพทบัญญัติแพรหลายออกไปพอสมควร แตก็ยังไมใชศัพทที่คนทั่วไปรูจักและใชกัน
แมจะมีศัพททบ่ี ญั ญตั ิไวเปน ทางการ แตก ย็ ังมผี ูใ ชคำศพั ทภาษาองั กฤษในลักษณะคำทับศพั ทอยูมาก
ตวั อยางศัพทบัญญัติบางสาขาวิชา
ศพั ทคณิตศาสตร
การบวก addition
สว นลด discount
ภาวะเทากัน equality
การหารยาว long division
ตวั คณู multiplier
ศัพทเ ทคโนโลยีสารสนเทศ
แฟม , แฟม ขอ มลู file
เทคโนโลยสี ารสนเทศ (ไอท)ี information technology (IT)
รายการเลือก menu
โทรศัพทเคลอ่ื นที่ mobile phone
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๖
ตัวจอภาพ monitor
หนุ ยนต robot
กราดตรวจ, กราดภาพ scan
รูดบตั ร swipe
ไรส าย wireless
ดึงภาพ zoom
ศพั ทน ิติศาสตร
นายหนา broker
budget
งบประมาณ calling
canvass
การประกอบอาชพี
การตรวจนบั คะแนนเสียงเลอื กต้งั , การออกหาเสียง
ศพั ทส ัทศาสตร
การกลมกลืนเสียง assimilation
เสียงพดู ลมแทรก breathy voice
สระกลางล้ิน central vowel
พยางคต าย dead syllable
เสียงเสียดแทรก fricative sound
เสยี งเลอื่ น glide
ทำนองเสียง intonation
ลักษณะการออกเสียงขนึ้ จมกู nasalization
สระประสมสามเสียง triphthong
ศัพทว รรณคดี
อุปมานิทัศน allegory
การอางถึง allusion
ความขัดแยง conflict
การเปรียบตาง contrast
ความหมายโดยตรง denotation
ภาพพจน figure of speech
อติพจน hyperbole
ภาพลกั ษณ, จนิ ตภาพ image
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๗
การแฝงนัย irony
อปุ ลักษณ metaphor
การบรรยาย narration
การเลียนเสียงธรรมชาติ onomatopoeia
ปฏทิ รรศน paradox
บุคลาธิษฐาน, บุคคลวัต personification
การกลาวซำ้ repetition
ตัวละครหลายมติ ิ round character
การเสียดสี satrie
ฉากทอ งเรื่อง setting
แกน เรอื่ ง theme
โศกนาฏกรรม tragedy
เรอ่ื งเหลือเชอื่ yarn
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๘
แบบทดสอบ เรอ่ื ง คำยมื ภาษาตา งประเทศ คำทับศัพท และศพั ทบัญญัติ
คำชีแ้ จง เลอื กคำตอบท่ีถูกตองท่ีสุดเพียงขอเดียว
๑. ขอใดจำเปน ตองใชค ำทับศัพท
ก. รถคันน้ใี ชน ้ำมนั ดเี ซลในการขับเคล่ือน
ข. ชว ยชัทดาวนเ ครอื่ งขา ง ๆ หนอ ย
ค. เขาถูกดลี ที ความทรงจำบางสวน
ง. นกั เรยี นโอเพน หนังสอื หนา 19
๒. ขอใดจบั คูศัพทบญั ญัติไดถูกตอ ง
ก. Scan – ตรวจจบั
ข. CPU - หนว ยประมวลผลกลาง
ค. Keyboard – แปนพมิ พ
ง. Mouse - ตวั จวิ๋
๓. ขอ ใดใชคำทับศัพทถ ูกตองทกุ คำ
ก. เฟสบคุ ไลน อนิ สตราแกรม
ข. อปั โหลด อัปเดต ทวิตเตอร
ค. เซฟ ดิจิทัล โปรแกรม
ง. ไลค แอพพลิเคช่นั คราวน
๔. เหตุใดจึงมีการยืมคำภาษาตา งประเทศมาใชใ นภาษาไทย
ก. เพราะในปจ จบุ นั มีคนนยิ มใชกนั มาก
ข. เพราะมวี ทิ ยากรเขามาเผยแพรในประเทศไทย
ค. เพราะมีการตดิ ตอระหวา งประเทศทง้ั ดานการทตู การคาขาย
ง. เพราะภาษาตา งประเทศมีมากจึงตองนำมาใชในประเทศไทยบา ง
๕. สาเหตทุ ่ที ำใหภ าษาตางประเทศเขามาในภาษาไทยมากทีส่ ดุ
ก. อิทธพิ ลทางภูมิศาสตร
ข. อิทธิพลทางดานการพาณิชย
ค. อทิ ธพิ ลทางดานการทูต
ง. อิทธิพลทางดานศิลปกรรม
๖. ขอใดไมใ ชส าเหตุท่ที ำใหมีภาษาตางประเทศเขามาปะปนในภาษาไทย
ก. มีอาณาเขตใกลเ คยี งตดิ ตอกัน
ข. นับถือสถาบนั กษตั รยิ เ หมือนกัน
ค. มีการไปศึกษาตอตา งประเทศ
ง. ความเจรญิ ทางเทคโนโลยี
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๙
๗. ขอ ใดเปนคำทม่ี าจากภาษาตางประเทศทุกคำ
ก. เกาเหลา ขาวเปลา
ข. บันได แกว น้ำ
ค. ทเุ รยี น มะขาม
ง. กลั ปงหา กีตาร
๘. คำทบั ศพั ทภ าษาอังกฤษในขอใดเขียนถูกตองทุกคำ
ก. เคนข้ึนแท็กซ่ไี ปคลีนิกเพ่อื เอ็กซเรยกระดูก
ข. ดอนไปแบงกเพ่ือแลกดอลลารแลวเลยเอาเชค็ ไปขึน้ บญั ชี
ค. สปาเกตตแี ละมะกะโรนีท่ีเสรฟิ วนั นีถ้ ูกปากมอสทง้ั นน้ั
ง. กอ นไปพทั ยาเจมสเอารถไปซอ มเบรกแลวเปล่ยี นคลัตชและแบตเตอรีใ่ หม
๙ .ขอ ใดจำเปนตองใชค ำทับศัพทภาษาองั กฤษ
ก. ผหู ญิงชอบขบั รถเกียรอ ัตโนมตั ิ เพราะงา ยดี
ข. นกั เรยี นโรงเรียนนเี้ ขาคิวรอใชบริการเสมอ
ค. เขาจับสลากไดเบอรหน่ึง จึงตอ งพูดกอน
ง. เขามคี วามรบั ผิดชอบ เพื่อจงึ โหวตใหเ ปน หวั หนา
๑๐. ขอใดใชภาษาตางประเทศโดยไมจำเปน
ก. เมอ่ื ไฟดับควรตรวจดวู า เปนเพราะฟว สขาดหรือปลกั๊ หลุด
ข. เดก็ ๆ ชอบรบั ประทานไอศกรมี ชอ็ กโกแลตมากกวาไอศกรมี กะทิสด
ค. กอ นเขาแบงกผ ูขับขีร่ ถจักรยานยนตต องถอดหมวกกันน็อก และแวน ตาดำออก
ง. นักกอลฟ หลายคนอยากเปลยี่ นวงสวิงใหค ลา ยกับไทเกอรว ดู ส เพื่อใหตีลูกไดแ มน และไกล
คะแนนท่ีได
ชือ่ ..................................................................................................เลขท.ี่ ....................ชัน้ .....................
ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๒๐
แลว้ พบกนั ใหม่ เลม่ ที่ ๒ ค่ะ