The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารรายวิชา หลักภาษาไทยในชีวิตประจำวัน ท๓๐๑๐๕

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mameow.anisara, 2022-05-02 03:11:02

เอกสารรายวิชา หลักภาษาไทยในชีวิตประจำวัน ท๓๐๑๐๕

เอกสารรายวิชา หลักภาษาไทยในชีวิตประจำวัน ท๓๐๑๐๕

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๑

การออกเสยี งคำสมาส

๑. ออกเสยี งพยางคเช่อื มระหวางคำ เชน

เกียรตคิ ณุ เกยี ด – ติ – คนุ

จกั รวรรดิวตั ร จกั – กระ – หวดั – ดิ – วดั

จติ รกรรม จดิ – ตระ- กำ

มาตุภูมิ มา – ตุ – พมู

ราชทรัพย ราด – ชะ – ซบั

โลกนาถ โลก – กะ – นาด

ราชภัฏ ราด – ชะ – พดั

๒. ไมอานออกเสียงพยางคเ ชื่อมระหวา งคำ เชน

เกียรตินยิ ม เกียด – นิ – ยม

จักรวรรดินยิ ม จกั – กระ – หวัด – นิ – ยม

จิตพิสัย จดิ – พิ – ไส

ปรากฏการณ ปรา – กด – กาน

ผลลพั ธ ผน – ลบั

นามบตั ร นาม – บัด

นิเทศศาสตร นิ – เทด – สาด

เพชรบุรี เพด – บุ – รี

๓. อานออกเสียงพยางคเ ชอื่ มระหวา งคำหรอื ไมกไ็ ด

เสยี งอา นท่ีออกงา ย เสยี งอานท่ีออกไดยากกวา

และเปนธรรมชาติ และไมเปนธรรมชาติ

ดุลพนิ จิ ดนุ – พิ – นิด หรอื ดนุ – ละ – พิ – นดิ

มนุษยศาสตร มะ – นดุ – สาด หรือ มะ – นดุ – สะ – ยะ – สาด

อุดมคติ อุ – ดม – คะ – ติ หรือ อุ – ดม – มะ – คะ – ติ

ประวัติศาสตร ประ – หวดั – สาด หรือ ประ – หวัด – ติ – สาด

ฉัตรมงคล ฉัด – มง – คน หรอื ฉัด – ตระ – มง – คน

โบราณวตั ถุ โบ – ราน – วัด – ถุ หรือ โบ – ราน – นะ – วดั – ถุ

พุทธศักราช พดุ – สัก – กะ – หราด หรือ พดุ – ทะ –สกั – กะ – หราด

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๒

๒ คำสมาสแบบมีสนธิ คือ การกลมกลืนเสยี งของคำ โดยการนำคำทม่ี าจากภาษาบาลีสันสกฤต ต้ังแต ๒ คำ

ขนึ้ ไป มาเชื่อมตอกันเขาทำใหเสียงพยางคหลังของคำหนากลมกลืนกับเสยี งพยางคห นา ของคำหลงั มหี ลักดงั น้ี

๑. สระสนธิ คอื การกลมกลืนคำทง้ั สองดวยเสียงสระ พยางคหลงั ของคำหนาลงทา ยดว ยเสยี งสระ และพยางค

หนา ของคำหลังขึ้นตนดว ยเสียงสระ สระทั้งสองพยางคจะกลมกลืนเสยี งกนั

๑.๑ อะ อา + อะ อา = อา เชน

ราช + อภิเษก = ราชาภเิ ษก พทุ ธ + อานุภาพ = พุทธานุภาพ

มหา + อศั จรรย = มหศั จรรย มัจฉา + อาหาร = มัจฉาหาร

๑.๒ อะ อา + อิ อี = อิ อี เอ เชน

นร + อนิ ทร = นรนิ ทร หา + อิสิ = มเหสี

สุริย + อินทร = สุรเิ ยนทร

๑.๓ อะ อา + อุ อู = อุ อู โอ เชน

ชล + อุทร = ชโลทร ราช + อปุ ถัมภ = ราชูปถมั ภ

มคั ค + อุเทศก = มัคคเุ ทศก

๑.๔ อะ อา + เอ โอ ไอ เอา = เอ โอ ไอ เอา เชน

ปย ะ + โอรส = ปโ ยรส มหา + โอฬาร = มโหฬาร

มหา + ไอศวรรย = มไหศวรรย

๑.๕ อิ อี + อิ อี = อิ อี เอ เชน

มุนิ + อนิ ทร = มนุ นิ ทร โกสี + อินทร = โกสินทร

กรี + อินทร = กรินทร

๑.๖ อิ อี + สระอืน่ ตองเปลยี่ น อิ อี เปน ย กอน แลวจงึ สนธติ ามหลักเกณฑ เชน

อัคคี + โอภาส = อัคโยภาส สามัคคี + อาจารย = สามัคยาจารย

รงั สี + อากร = รงั สยิ ากร

๑.๗ อุ อู + อุ อู = อู เชน

ครุ + อปุ กรณ = ครุ ุปกรณ ดนุ + อุปถัมภ = ดนปู ถัมภ

วิธู + อทุ ัย = วธิ ูทัย

๑.๘ อุ อู + สระอืน่ ตอ งเปล่ียน อุ อู เปน ว กอ น แลวจึงสนธติ ามหลกั เกณฑ เชน

ธนู + อาคม = ธันวาคม สาธุ + อาจารย = สาธวาจารย

จักขุ + อาพาธ = จักขวาพาธ

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๓

๒. พยญั ชนะสนธิ คือการเช่ือมและกลมกลืนเสียงระหวางพยัญชนะของคำหนากับพยัญชนะของคำขน้ึ ตน ใน

คำท่ีมาสนธกิ นั

๒.๑ อสฺ + พยญั ชนะใด ๆ เปลยี่ น อสฺ เปน โอ เชน

มนสฺ + รถ = มโนรถ มนสฺ + มยั = มโนมัย

รหสฺ + ฐาน = รโหฐาน

๒.๒ อิสฺ + พยญั ชนะใด ๆ เปลย่ี น อสิ ฺ เปน อิร เชน

นสิ ฺ + ภัย = นริ ภยั นสิ ฺ + โทษ = นริ โทษ

นสิ ฺ + ทกุ ข = นิรทุกข

๒.๓ อุสฺ + พยญั ชนะใด ๆ เปล่ยี น อุสฺ เปน อุร เชน

ทุสฺ + ชน = ทรุ ชน ทสุ ฺ + พล = ทุรพล

ทสุ ฺ + จิต = ทุรจติ

ขอสงั เกต พยัญชนะสนธิ มีลกั ษณะคำ ดงั นี้

๑. พรหม....... , อาตม......

๒. มโน.......... , เตโช........ , รโห......
๓. ทุร............. , ทร........... , นริ ........

๓. นิคหิตสนธิ คือ การตอ เช่ือมและกลมกลนื เสยี งระหวางคำตนทลี่ งทายดว ยนคิ หิตกบั คำที่ข้นึ ตนดวยสระ

หรอื พยญั ชนะ

๓.๑ ถา นฤคหติ สนธกิ บั สระ ใหแปลงนฤคหติ เปน ม เสยี กอน แลวจึงคอยเชอื่ มกนั เชน

สํ + อาคม = สมาคม สํ + อาจาร = สมาจาร

สํ + โอสร = สโมสร

๓.๒ ถานฤคหิตสนธกิ ับพยญั ชนะวรรค ใหแปลงนฤคหิตเปน พยัญชนะตวั สดุ ทายของวรรคน้นั

เสยี กอ น ( ง ญ ณ น ม ) แลวจงึ คอยเช่ือมกนั เชน

สํ + คม = สังคม สํ + จร = สัญจร

สํ + ฐาน = สณั ฐาน สํ + ธาน = สนั ธาน

สํ + ผสั = สัมผัส

๓.๓ ถานฤคหติ สนธกิ ับพยญั ชนะเศษวรรค ใหแปลงนฤคหติ เปน ง เสยี กอน แลว จงึ คอยเช่อื มกนั

เชน

สํ + หาร = สงั หาร สํ + วร = สงั วร

สํ + สรรค = สงั สรรค

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๔

ขอสงั เกต
๑. นิคหิต เปนเสยี งนาสิก ดังน้ัน จงึ สลายเปล่ียนเปนพยัญชนะไปตาม
แถวท่ี ๕ ของแตละวรรค ( พยัญชนะเศษวรรค ย ร ล ว ส ห ฬ )
๒. มคี ำขึ้นตน สง... สัง..... สัม.... สัน.... สัณ...

สัญ...... สม.... สมา.... สม.ุ .... สโม....

ตวั อยา งคำสมาสแบบมีสนธิ

นครินทร ราโชวาท ราชานุสรณ คมนาคม ผลานิสงส
ศิษยานุศิษย ราชนิ ยา สมาคม จลุ นิ ทรยี  ธนาคาร

นสุ รณ
มหิทธิ นภาลัย ธนาณัติ สนิ ธวานนท หิมาลัย
ราชานุสรณ จฬุ าลงกรณ มโนภาพ รโหฐาน สงสาร
หัสดาภรณ จกั ขวาพาธ หตั ถาจารย วลั ยาภรณ นโยบาย
อินทรธิบดี มหศั จรรย มหรรณพ มหานสิ งส ดรโุ ณทยาน
ภยาคติ บรรณารกั ษ เทพารักษ ทนั ตานามัย วโรดม
สินธวาณัติ ศลิ ปาชพี ปรเมนทร ทุตานทุ ูต นเรศวร
กุศโลบาย ราโชบาย ชลาลัย สโุ ขทัย สงั คม
สมาทาน สรุ ิโยทยั ขีปนาวธุ บดนิ ทร พนาลยั
อนามัย สังหรณ กินนรี สโมสร กาญจนามยั
พลานามยั นิรภัย คณาจารย มีนาคม มกราคม
กุมภาพนั ธ เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม
สงิ หาคม กันยายน ตลุ าคม พฤศจิกายน ธนั วาคม
ทรุ ชาติ ยโสธร อมรินทร หัสดนิ ทร มนนิ ทร
มหนิ ทร อายรุ เวช อุปรากร ทรพั ยากร วราภรณ
จฬุ าภรณ ราชูปโภค ราชินทร เคหาภิบาล คงคาลัย

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๕

แบบฝกหัด

ตอนท่ี ๑ คำท่กี ำหนดใหตอ ไปนเ้ี ปน คำมาจากภาษาบาลี หรอื สันสกฤต

คำ ภาษา คำ ภาษา
๑. จฬุ า ๑๑. อุทธรณ
๒. เมตตา ๑๒. ปราชญ
๓. จักรี ๑๓. กตัญชลี
๔. ประพฤติ ๑๔. ขตั ติยะ
๕. กษาปณ ๑๕. อัศจรรย
๖. ปจ จุบัน ๑๖. ดรรชนี
๗. บษุ บา ๑๗. คฤหาสน
๘. มัชฌิม ๑๘. เคารพ
๙. ธดุ งค ๑๙. อัมพร
๑๐. ศัพท ๒๐. กกั ขฬะ

ตอนท่ี ๒ ใหน กั เรียนประสมสระสนธติ อไปน้ี

๑. ศลุ ก +อากร ............................................... ๒. มหา + อรรณพ ..............................................

๓. เทพี + อินทร ............................................... ๔. ชล + อทุ ร ...............................................

๕. ปรม + อณู ............................................... ๖. ภัตต + อาคาร ...............................................

๗. ยุทธ + อปุ กรณ ............................................... ๘. ผล + อานสิ งส ...............................................

๙. บรรณ + อารักษ ...............................................๑๐. ทักษิณ + อทุ ก ...............................................

๑๑. ราช + อปุ ถัมภ ...............................................๑๒. จุฬา + อลงกรณ ...............................................

๑๓. นย + อบุ าย ...............................................๑๔. คมน + อาคม ...............................................

๑๕. สุข + อารมณ ...............................................๑๖. สุร + อาลัย ...............................................

๑๗. มหา + โอฬาร ...............................................๑๘. วร + อดุ ม ...............................................

๑๙. ราช + อธิปไตย ...............................................๒๐. ธน + อาณตั ิ ...............................................

๒๑. ประชา + อธปิ ไตย ...............................................๒๒. กลั ป + อวสาน ...............................................

๒๓. พัสตร + อาภรณ ...............................................๒๔. เทศ + อภบิ าล ...............................................

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๖

ตอนที่ ๓ จงบอกชนดิ ของคำตอไปนี้ ( ใสเฉพาะหมายเลข )

๑. คำสมาสแบบไมมสี นธิ ๒. คำสมาสแบบมสี นธิ

ขอ คำ ชนิดของคำ ขอ คำ ชนิดของคำ
๑ อติพจน ๒ จกั ขวาพาธ
๓ พุทโธวาท ๔ สนุ ทราภรณ
๕ คณุ ธรรม ๖ มโนคติ
๗ โลกาภิวัตน ๘ กุศโลบาย
๙ ชโลทร ๑๐ โจรภยั
๑๑ ฆาตกร ๑๒ สัจนยิ ม
๑๓ พระกัณฐ ๑๔ อตุ สาหกรรม
๑๕ เอกภาพ ๑๖ ปรมินทร
๑๗ มหาราช ๑๘ นริ มล
๑๙ ทรลักษณ ๒๐ อัคคภี ัย
๒๑ กายกรรม ๒๒ เบญจวรรณ
๒๓ ทศชาติ ๒๔ รโหฐาน
๒๕ วราภรณ ๒๖ พระชลนัยน
๒๗ วศิ วกรรม ๒๘ บตุ รทาน
๒๙ ภัตตาหาร ๓๐ วาตภัย
๓๑ วทิ ยฐานะ ๓๒ ศลิ ปาชพี
๓๓ ครศุ าสตร ๓๔ ปโ ยรส
๓๕ ราชูปโภค ๓๖ จลาจล
๓๗ ดาราศาสตร ๓๘ ภาพยนตร
๓๙ บดีศวร ๔๐ ทันตแพทย
๔๑ สงสาร ๔๒ ยโสธร
๔๓ วรรณคดี ๔๔ พลศึกษา
๔๕ ธรณนิ ทร ๔๖ พระสมุทร
๔๗ นเรนทร ๔๘ มคั คเุ ทศก
๔๙ สงั ฆราช ๕๐ พธิ ีกร

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๗

แบบทดสอบเกบ็ คะแนน เร่อื ง ภาษาบาลี สันสกฤต และคำสมาส (คะแนน ๕ คะแนน)

๑. ขอใดเปนคำยืมจากภาษาบาลีทกุ คำ

ก. เกษม ราตรี สวัสดี ประทปี ข. เศวต อทิ ธิ สรุ ิยะ นิทรา

ค. ภรรยา วทิ ยุ วชิ า มเหสี ง. สัญชาติ กิเลส ขนั ติ จุฬา

๒. ขอใดเปน คำยืมจากภาษาสันสกฤตทกุ คำ

ก. อัคคี มัลลกิ า ฤกษ ทฤษฎี ข. มณโฑ ปรญิ ญา วัลลภ สุวรรณ

ค. เศรษฐี ปรัชญา สวรรค จกั ษุ ง. วัฒนา อกั ขระ พิมพ ไมตรี

๓. คำประพันธตอ ไปนี้วรรคใดไมมีคำภาษาบาลี

( ๑ ) สแี สดประเสรฐิ เจิดจาองคฟ าหญิง ( ๒ ) นำ้ เงนิ มิง่ กษตั ริยาฟาสยาม

( ๓ ) มงคลสถิตอยูคเู ขตคาม ( ๔ ) ปรากฏนามจฬุ าภรราชวทิ ยาลัย

ก. วรรคที่ ๑ ข. วรรคที่ ๒

ค. วรรคท่ี ๓ ง. วรรคท่ี ๔

๔. คำประพันธต อ ไปนว้ี รรคใดมีคำภาษาสันสกฤตมากท่สี ดุ

( ๑ ) มุงสงเสรมิ สรางสรรคจรรโลงชาติ ( ๒ ) สรา งนกั วิทยาศาสตรใหย ิ่งใหญ

( ๓ ) สรา งเกียรตยิ ศชื่อเสยี งใหเ กรียงไกร ( ๔ ) นำชาติไทยกา วหนาชั่วฟาดนิ

ก. วรรคท่ี ๑ ข. วรรคที่ ๒

ค. วรรคท่ี ๓ ง. วรรคท่ี ๔

๕. ขอ ใดมคี ำภาษาบาลี

ก. ความกตัญูคือเคร่ืองหมายของคนดี ข. คฤหบดคี ือผมู ีอนั จะกินซ่ึงเปนเจา ของบาน

ค. คนท่ไี ดร บั ความเดือดรอนควรสงเคราะหเขา ง. การแสดงทรรศนะคือความคดิ ทเ่ี ปนเหตุผล

๖. ขอ ความตอ ไปนม้ี ีคำบาลีสนั สกฤตกีค่ ำ

“ความฝน ทม่ี นุษยจะไดไปเหยียบดาวองั คารใกลจ ะเปน จรงิ แลว ในปน ้ีองคกรการบินอวกาศแหง ชาติ

สหรัฐอเมริกา หรอื นาซาเตรยี มสง ยานสำรวจแลว”

ก. ๔ คำ ข. ๕ คำ ค. ๖ คำ ง. ๗ คำ

๗. ขอใดมีคำท่ีมาจากภาษาบาลีสันสกฤต

ก. นี่คือสิ่งที่เรียกวา ความรัก ข. ความหวังคือน้ำหลอเล้ียงชีวิต

ค. คนทำงานในเมืองกรุงชอบเดินเทา ง. ของขวัญท่ีฉันชอบมากที่สุดคือน้ำใจ

๘. คูคำศัพท บาลี - สันสกฤต ในขอใดท่ีความหมายตางกัน

ก. สิงคาร-ศฤงคาร ข. อุตุ-ฤดู

ค. เวชช-แพทย ง. กิริยา-กริยา

๙. ขอใดมีคำสมาสแบบมสี นธิมากท่สี ดุ

ก . ผลไมไทยมีคณุ ภาพ รสชาตอิ รอ ย อกี ทั้งยงั มีคณุ คาทางโภชนาการ

ข. ผูมาเยอื นตลาดนำ้ สามารถสัมผัสไดถึงบรรยากาศของสังคมไทยทีส่ งบ

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๘

ค. ปจจุบันเครือ่ งเบญจรงคไดรบั ความนิยมและพฒั นาการทางการผลติ ข้ึนเปน ลำดบั

ง. ชา งเปน หน่ึงในสามของสัญลกั ษณประจำชาติไทย เพราะในสมัยโบราณเราใชช า งทำสงครามและ

ลากซุง

๑๐. ขอความตอ ไปนม้ี ีคำสมาสแบบไมมสี นธิก่ีคำ

“เขาตงั้ สจั จาธษิ ฐานตอพระพุทธรูปในโบสถวาขออยา ใหธญั ญาหารเสียหายจากภัยธรรมชาติ เขาจะดำรงชวี ติ

อยูในธรรมตลอดไป”

ก. ๒ คำ ข. ๓ คำ ค. ๔ คำ ง. ๕ คำ

๑๑. ขอ ใดไมมคี ำสมาส

ก. ทหารมีหนา ท่ีรบเพอ่ื ปกปองมาตุภูมขิ องตนไมใ หขาศึกรุกราน

ข. ประชาชนสง ไปรษณียบัตรทายผลฟตุ บอลยูโร ๒๐๑๖ จำนวนมาก

ค. ประธานในพิธกี ลาวคาถาอัญเชญิ เทวดามาชุมนุมเพ่ือความเปน มงคล

ง. ชีวเคมีเปนวชิ าวิทยาศาสตรส าขาหนึ่งทศี่ ึกษาเกย่ี วกับองคป ระกอบทางเคมีของส่งิ มีชวี ิต

๑๒. ขอ ใดมีคำสมาสที่มีการสนธทิ ุกคำ

ก. มโนมยั สัมมาทฐิ ิ โยธาธกิ าร ข. คณุ ปู การ นามาภิไธย ชราภาพ

ค. วทิ ยาลัย ธนาณัติ รชั นกี ร ง. ทศั นูปกรณ ชโลทร คมนาคม

๑๓. ขอ ความตอ ไปนม้ี ีคำสมาสกค่ี ำ

“เมื่อกอนชาวนาในบางภาคประสบปญหาเพาะปลูกไมไดผล เพราะผนื ดนิ แหงแลง แมจะทำงานหนักอยางไม

ยอทอ แตก็มีชีวิตอยอู ยา งอดอยาก มหี น้ีสนิ แตในปจจบุ นั ยคุ โลกาภิวัตนพ วกเขารูเกี่ยวกับวิทยาการและ

เทคโนโลยใี หมๆ ทำใหไดผลิตผลมากขนึ้ ชีวติ จงึ ดีขน้ึ ทุกดา น บางคนร่ำรวยจนสามารถใชโ ทรศัพทมือถือและ

โทรสารไดด วย”

ก. ๒ คำ ข. ๓ คำ ค. ๔ คำ ง. ๕ คำ

๑๔. ขอใดไมมีคำสมาส

ก. คณะนาฏศิลปไทยไปแสดงตางประเทศ

ข. วรรณกรรมที่มีอายุ ๕๐ ปจะไมมีคาลิขสิทธ์ิ

ค. บทความบางเรื่องตองมีภาพประกอบ

ง. ทหารที่สละชีพเพ่ือชาติไดรับยกยองใหเปนวีรบุรุษ

๑๕. ขอ ใดมีคำสมาสมากท่สี ุด

ก. ผมเริ่มเรยี นทีค่ ณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพมิ พท ี่มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากรในสมยั นน้ั

ข. บรรยากาศในงานบญุ กอนวันมาฆบชู าจงึ เตม็ ไปดวยความสวยงาม นาตืน่ ตา และรน่ื เริงสนกุ สนาน

ค. ชาวมอญแหง อาณาจักรหรภิ ญุ ชัยมีอกั ษรใชเปนของตวั เองมาตั้งแตพทุ ธศตวรรษท่ี ๑๗-๑๘ ปแ ลว

ง. ความย่งิ ใหญของนกอินทรีในธรรมชาติทัง้ ใบหนา ดวงตา และทว งทากางปกจึงถูกใชเปนสญั ลกั ษณ

แหงความเหนือกวา

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๐๙

ภาษาตา งประเทศในภาษาไทย
๑. อทิ ธพิ ลของภาษาตา งประเทศในภาษาไทย

ประเทศไทยมีการติดตอสื่อสาร มอี าณาเขตติดตอกับประเทศอ่นื การเจริญสัมพันธไมตรีท้ังการติดตอ
คาขาย หรือทางการทตู ศาสนา ยอ มทำใหมีการรบั วัฒนธรรม ประเพณี และอิทธพิ ลของภาษาตางประเทศมา
ใชในภาษาไทย เชน ภาษาบาลี-สันสกฤต ภาษาเขมร ภาษาจีน ภาษาชวา-มลายู ภาษาอังกฤษ ซึ่งแตละภาษา
มอี ทิ ธพิ ลและบทบาทตอภาษาไทยแตกตา งกนั ดงั นี้

๑. ภาษาบาลี-สันสกฤต
ประเทศไทยไดรับอิทธิพลทางดานศาสนา โดยเฉพาะพระพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณไดนำคำ
สอนของพระพุทธศาสนาและคติของศาสนาพราหมณมาใชในชีวติ ประจำวนั จงึ รับคำศพั ทของท้ัง ๒ ศาสนามา
ใชในภาษาไทย เชน อริยสัจ สัจจะ เมตตา นอกจากนี้อิทธิพลดานประเพณีวัฒนธรรมทั้งสาขาศิลปะ การแตง
กาย สถาปตยกรรม เครื่องมือ เครื่องใช ตลอดจนคำราชาศัพทไดรับอิทธิพลเชนเดียวกัน เชน อุโบสถ วิหาร
ชฎา พระนาสกิ
๒. ภาษาเขมร
ในสมัยโบราณไทยเคยใชอักษรขอมจงึ มีความสัมพนั ธกับเขมรมาชานาน ภาษาไทยนำภาษาเขมรมาใช
ทั้งคำในชีวิตประจำวัน เชน เดิน เกิด ถนน หรือใชเปนคำราชาศัพท เชน ตรัส เสวย โปรด และอาจนำมาใช
เปน คำศพั ทใ นวรรณคดี เชน ขจี เรยี ม
๓. ภาษาจนี
ประเทศไทยมคี วามสัมพันธทางการทตู กับจีนตัง้ แตอดีต ชาวจีนอพยพมาอยปู ระเทศไทยทำใหปจจุบัน
มีคนไทยเชื้อสายจีนเปนจำนวนมาก จึงมีการรับอิทธิพลทางภาษาและวัฒนธรรมมาใชทั้งใชเปนคำเรียกชื่อ
อาหาร ผัก ผลไม เชน พะโล เตา หู เกาลดั เกก ฮวย ซาลาเปา หรือใชเ ปนคำเรียกเครอื ญาติ เชน เจ กง ต๋ี อามา
ตลอดจนเรียกชือ่ เครอ่ื งมือเครื่องใช ส่งิ กอ สราง และประเพณวี ฒั นธรรมตาง ๆ เชน เกง งว้ิ ฮวงจยุ
๔. ภาษาชวา-มลายู
ภาษาชวา-มลายูเขามาสูประเทศไทยเพราะสัมพันธไมตรี ถายทอดวัฒนธรรมประเพณี การคา
วรรณคดี เชน แบหลา พันตู ปนเหนง แดหวา สังคามารตา กิดาหยัน สะตาหมัน โนรี กุหนุง หรือชื่อเรียกพืช
ผลไม เชน จำปาดะ ทุเรียน มงั คุด
๕. ภาษาองั กฤษ
ปจจุบันภาษาอังกฤษเปนภาษาที่ยอมรับและเปนมาตรฐานสากลในการติดตอสื่อสาร การยืมคำมาใช
ในภาษาไทยจึงเกิดขึ้นในรูปแบบของคำทับศัพท การแปลศัพท หรือการบัญญัติศัพทนำมาใชทั้งในวงวิชาการ
เทคโนโลยี กีฬา ดนตรี อาหาร สิ่งของ หรือคำกริยาบางคำ เชน วิดีโอ โปรตีน นิวเคลียส ฟุตบอล เปยโน
เฟอรนิเจอร ไมโครโฟน

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๐

แบบฝกเสรมิ ทักษะ เรือ่ ง ภาษาตา งประเทศในภาษาไทย

๑. นกั เรียนวิเคราะหคำทก่ี ำหนดวามาจากภาษาใด

กงั วล ปรัชญา โคช วตั ถุ วสั ดุ แปะ ซะ
สถาน บุหงา บำเพญ็
โอฬาร มัสยดิ แบตเตอร่ี กฬี า ปก ษ อัจฉรา
แท็กซ่ี ทลู จบั ฉาย
ปสสาวะ แข เตาฮวย ไพฑูรย อังกะลงุ โบนัส

ถนน โปรด สกิ ขา

ไถง รตั ติ ภรรยา

ภาษาบาลี : ..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ภาษาสันสกฤต : ....................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ภาษาเขมร : ..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ภาษาจีน : ..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ภาษาชวา-มลายู : ....................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ภาษาองั กฤษ : ..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๑

๒. นักเรียนเขยี นคำที่มาจากภาษาตางประเทศตามเง่ือนไขท่กี ำหนดอยางละ ๕ คำ
๒.๑ คำภาษาบาลี-สันสกฤตที่นำมาใชใ นดานศาสนา ความเช่ือ ประเพณี หรือพิธีกรรม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

๒.๒ คำภาษาเขมรทนี่ ำมาใชเปน คำราชาศพั ท
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

๒.๓ คำภาษาจนี ทีน่ ำมาใชเรียกชื่ออาหาร เครอ่ื งด่มื
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

๒.๔ คำภาษาชวา-มลายูท่ีนำมาใชด า นวรรณคดี
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

๒.๕ คำภาษาอังกฤษทนี่ ำมาใชดา นวิทยาการหรือเทคโนโลยี
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ช่ือ-สกุล......................................................................................................เลขท.ี่ .............ชัน้ .................

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๒

ศพั ทบญั ญัติ

๑. ประวตั ิศัพทบัญญตั ิ

ตั้งแตรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวเปนตนมา คำภาษาอังกฤษหลั่งไหลเขามาใน

ภาษาไทยมากขึ้นพรอมกับความเจริญกาวหนาทางวิทยาการตาง ๆ ที่ไทยรับจากตะวันตก คำสวนใหญเปน

ศัพทเทคนิคหรือศัพทที่ใชเฉพาะสาขาวิชา เชน ศัพทวิทยาศาสตร. ศัพทคณิตศาสตร, ศัพทปรัชญา, ศัพท

รัฐศาสตร เปนตน การใชศัพทเทคนิคดังกลาวทำใหภาษาไทยมีคำตางชาติเขามาปะปนอยูมากเกินไป

พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลาเจาอยูหวั และพระบามสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจา อยูหวั ไดทรงเลง็ เหน็ ถึงความ

เปนไปในภาษาไทยที่เกิดขึ้นนี้ในรัชสมัยของพระองคจึงไดมีการคิดคำศัพทภาษาไทยขึ้นใชแทนศัพท

ภาษาอังกฤษเปนจำนวนมาก คำเหลานี้หลายคำผูกขึ้นหรือประกอบขึ้นจากคำศัพทภาษาบาลีและสันสกฤต

และไดผ าน การพิจารณาจากคณะผูเ ช่ยี วชาญทางภาษาแลว และมีการประกาศใช ถา ศพั ทใ ดผูใชยอมรับก็จะมี

การใชตอกนั เร่อื ยมา คำศพั ททค่ี ิดขึน้ ในลักษณะน้ี เรียกไดว า เปน ศัพทบ ัญญัติ

ตัวอยา งศพั ทบัญญัติสมัยรชั กาลที่ ๕

ประปา water supply สถานี station

รถยนต motor car เรอื ยนต motor boat

ตัวอยางศัพทบ ัญญตั ิสมัยรชั กาลท่ี ๖

ลกู เสือ boyscout นามสกุล surname

มหาวทิ ยาลัย university วิทยาศาสตร science

จารบุรุษ spy วิศวกรรมศาสตร engineering

สถาปนกิ architect สนามบิน airport

เครอ่ื งบนิ aeroplane

ราชบัณฑิตยสถานไดแตงตัง้ คณะกรรมการบัญญัติศัพทสาขาวิชาตาง ๆ ขึ้นหลายชุดโดยเชิญอาจารย
ผทู รงคุณวฒุ จิ ากมหาวทิ ยาลยั ตาง ๆ รวมท้งั ผูมีความรูความสามารถเฉพาะสาขาวชิ าจากสถาบันอื่น ๆ ตามแต
จะเห็นเหมาะสม คณะกรรมการเหลานี้ ตองเปนผูรอบรูและมีความรอบคอบทางดานภาษา กับยังตองมี
ประสบการณอยางลึกซ้ึงทางดานความหมายของคำศัพทภ าษาตา งประเทศในวงวชิ าการของตน เพื่อใหศัพทท่ี
บัญญัติขึ้นเปนศัพทที่ถูกตองตามหลักภาษา รูปคำกะทัดรัด ออกเสียงสะดวก และมีความหมายกระชับตาม
ท่ีตอ งการ

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๓

๒. วิธีการบญั ญัติศัพทไทยในปจจุบนั

คณะกรรมการบญั ญตั ศิ พั ทข องราชบัณฑิตยสถาน มีหลักสำคัญในการบัญญตั ศิ พั ทอยู ๓ ขอ ดังนี้

๑) คิดหาศัพทไทยมาประกอบขึ้นเปนคำศัพทที่มีความหมายตรงกับความหมายเดิมของคำ

ภาษาองั กฤษน้ัน เชน

ดินเปร้ียว, ดนิ กรด acid soil

ตลาดมืด black market

รวมแฟมเรียง collate

ชอ งส่อื สาร communication channel

น้ำแข็งแหง dry ice

ความหมายโดยตรง denotation

น้ำคา งแข็ง frost

ปแสง light year

รายการเลอื ก menu

เครอื ขาย, ขา ยงาน network

ทะเลหลวง open sea

จุดยืน stand point

คา ผา นทาง toll

ตัวแปร variable

ลบเลอื นได volatile

๒) ถาหาคำไทยที่เหมาะสมไมไดก็พยายามสรางคำใหมดว ยคำภาษาบาลีและสันสกฤต โดยยึดหลักวา

ตอ งเปน คำทม่ี ีใชอยูกอนแลว ในภาษาไทยและคนไทยสามารถออกเสยี งไดโ ดยงา ย เชน

กจิ กรรม activity

นริ โทษกรรม amnesty

วัฒนธรรม cuiture

สดมภ column

นทิ รรศการ exhibition

ปรัชญา philosophy

อปรกติ abnormal

เสรีนิยม liberalism

มลพิษ pollution

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๔

ทฤษฎี theory

สญั ญาณภาพ video signal

๓) ถาไมสามารถบัญญัติศัพทตามขอ ๑) และขอ ๒) ได ก็ใหใชคำตางประเทศนั้น ในแบบทับศัพท

ไปกอน เชน

Bazaar บาซาร

Beer เบียร

Bonus โบนสั

Cream ครมี

Cement ซีเมนต

Film ฟล ม

Dinosaur ไดโนเสาร

Fashion แฟชน่ั

Computer คอมพวิ เตอร

Manganese แมงกานีส

Mouse เมาส

๓. การใชคำบาลแี ละสันสกฤตในการบญั ญตั ศิ พั ท
การบัญญัติศัพทโดยใชคำบาลีและสันสกฤต ดังที่กลาวไวในขอ ๒ (๒) นั้น มีหลักเกณฑและวิธีการท่ี

อาจอธิบายใหเ หน็ พอสังเขปไดด งั นี้
๑) ใชคำภาษาบาลแี ละสนั สกฤตเปนศัพทบ ัญญตั ิ
จติ รกรรม ใชเ ปน ศัพทบ ัญญัตแิ ทนภาษาองั กฤษวา painting
ไวยากรณ ใชเ ปนศพั ทบัญญัตแิ ทนภาษาอังกฤษวา grammar
ปรัชญา ใชเ ปน ศัพทบญั ญัติแทนภาษาองั กฤษวา philosophy
อกุ กาบาต ใชเ ปนศัพทบญั ญัติแทนภาษาอังกฤษวา meteorite
๒) ใชค ำยืมภาษาบาลีและสันสกฤตมาสรางเปน ศพั ทบ ัญญัติ
พชี คณิต ใชเปน ศพั ทบ ัญญัตแิ ทนภาษาอังกฤษวา algebra
ธญั พชื ใชเ ปนศัพทบ ัญญตั ิแทนภาษาอังกฤษวา cereal
มหาวิทยาลัย ใชเปนศัพทบ ัญญัตแิ ทนภาษาองั กฤษวา university
โทรคมนาคม ใชเปนศัพทบ ญั ญตั ิแทนภาษาอังกฤษวา telecommunication
เศรษฐศาสตร ใชเปนศัพทบ ัญญัติแทนภาษาอังกฤษวา economics

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๕

ภาษาศาสตร ใชเ ปนศพั ทบัญญัติแทนภาษาองั กฤษวา linguistics

ธรณีวิทยา ใชเปนศัพทบ ัญญัตแิ ทนภาษาอังกฤษวา geology

สัตววิทยา ใชเ ปน ศัพทบ ญั ญัตแิ ทนภาษาองั กฤษวา zoology

จิตนยิ ม ใชเปนศัพทบ ัญญตั ิแทนภาษาอังกฤษวา idealism

สังคมนยิ ม ใชเ ปนศัพทบ ญั ญตั แิ ทนภาษาองั กฤษวา socialism

กษัยการ ใชเปนศัพทบัญญัติแทนภาษาองั กฤษวา erosion

สามญั การ ใชเปนศพั ทบ ญั ญัติแทนภาษาอังกฤษวา generalization

บคุ ลกิ ภาพ ใชเ ปน ศัพทบ ัญญตั แิ ทนภาษาอังกฤษวา personality

ศกั ยภาพ ใชเ ปนศัพทบ ัญญัติแทนภาษาอังกฤษวา potentiality

บุรพคดศี ึกษา ใชเ ปน ศพั ทบ ญั ญตั ิแทนภาษาองั กฤษวา oriental studies

สตรีศึกษา ใชเ ปน ศัพทบญั ญตั ิแทนภาษาองั กฤษวา woman studies

๔. ศัพทบ ัญญัติในปจจุบนั

ปจจุบันราชบณั ฑิตยสถานไดตพี ิมพศพั ทบัญญตั ิออกจำหนายมากมายหลายสาขาวิชา สวนใหญใ ชชอ่ื

วา “พจนานุกรมศัพท” เชน ศัพทคณิตศาสตร, ศัพทเทคโนโลยีสารสนเทศ, ศัพทนิติศาสตร, ศัพทรัฐศาสตร,

ศัพทคอมพิวเตอร,ศัพทประกันภัย, ศัพทสัทศาสตร, ศัพทวรรณคดี, ศัพทกฎหมายไทย, ศัพทปรัชญา ฯลฯ

นักวิชาการสาขาตาง ๆ และประชาชนผูสนใจก็พยายามใชศัพทบัญญัติเหลานั้น โดยเฉพาะเมื่อตองการเขียน

ตำราทางวิชาการ ทำใหศัพทบัญญัติแพรหลายออกไปพอสมควร แตก็ยังไมใชศัพทที่คนทั่วไปรูจักและใชกัน

แมจะมีศัพททบ่ี ญั ญตั ิไวเปน ทางการ แตก ย็ ังมผี ูใ ชคำศพั ทภาษาองั กฤษในลักษณะคำทับศพั ทอยูมาก

ตวั อยางศัพทบัญญัติบางสาขาวิชา

ศพั ทคณิตศาสตร

การบวก addition

สว นลด discount

ภาวะเทากัน equality

การหารยาว long division

ตวั คณู multiplier

ศัพทเ ทคโนโลยีสารสนเทศ

แฟม , แฟม ขอ มลู file

เทคโนโลยสี ารสนเทศ (ไอท)ี information technology (IT)

รายการเลือก menu

โทรศัพทเคลอ่ื นที่ mobile phone

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๖

ตัวจอภาพ monitor

หนุ ยนต robot

กราดตรวจ, กราดภาพ scan

รูดบตั ร swipe

ไรส าย wireless

ดึงภาพ zoom

ศพั ทน ิติศาสตร

นายหนา broker
budget
งบประมาณ calling
canvass
การประกอบอาชพี

การตรวจนบั คะแนนเสียงเลอื กต้งั , การออกหาเสียง

ศพั ทส ัทศาสตร

การกลมกลืนเสียง assimilation

เสียงพดู ลมแทรก breathy voice

สระกลางล้ิน central vowel

พยางคต าย dead syllable

เสียงเสียดแทรก fricative sound

เสยี งเลอื่ น glide

ทำนองเสียง intonation

ลักษณะการออกเสียงขนึ้ จมกู nasalization

สระประสมสามเสียง triphthong

ศัพทว รรณคดี

อุปมานิทัศน allegory

การอางถึง allusion

ความขัดแยง conflict

การเปรียบตาง contrast

ความหมายโดยตรง denotation

ภาพพจน figure of speech

อติพจน hyperbole

ภาพลกั ษณ, จนิ ตภาพ image

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๗

การแฝงนัย irony
อปุ ลักษณ metaphor
การบรรยาย narration
การเลียนเสียงธรรมชาติ onomatopoeia
ปฏทิ รรศน paradox
บุคลาธิษฐาน, บุคคลวัต personification
การกลาวซำ้ repetition
ตัวละครหลายมติ ิ round character
การเสียดสี satrie
ฉากทอ งเรื่อง setting
แกน เรอื่ ง theme
โศกนาฏกรรม tragedy
เรอ่ื งเหลือเชอื่ yarn

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๘

แบบทดสอบ เรอ่ื ง คำยมื ภาษาตา งประเทศ คำทับศัพท และศพั ทบัญญัติ
คำชีแ้ จง เลอื กคำตอบท่ีถูกตองท่ีสุดเพียงขอเดียว
๑. ขอใดจำเปน ตองใชค ำทับศัพท

ก. รถคันน้ใี ชน ้ำมนั ดเี ซลในการขับเคล่ือน
ข. ชว ยชัทดาวนเ ครอื่ งขา ง ๆ หนอ ย
ค. เขาถูกดลี ที ความทรงจำบางสวน
ง. นกั เรยี นโอเพน หนังสอื หนา 19
๒. ขอใดจบั คูศัพทบญั ญัติไดถูกตอ ง
ก. Scan – ตรวจจบั
ข. CPU - หนว ยประมวลผลกลาง
ค. Keyboard – แปนพมิ พ
ง. Mouse - ตวั จวิ๋
๓. ขอ ใดใชคำทับศัพทถ ูกตองทกุ คำ
ก. เฟสบคุ ไลน อนิ สตราแกรม
ข. อปั โหลด อัปเดต ทวิตเตอร
ค. เซฟ ดิจิทัล โปรแกรม
ง. ไลค แอพพลิเคช่นั คราวน
๔. เหตุใดจึงมีการยืมคำภาษาตา งประเทศมาใชใ นภาษาไทย
ก. เพราะในปจ จบุ นั มีคนนยิ มใชกนั มาก
ข. เพราะมวี ทิ ยากรเขามาเผยแพรในประเทศไทย
ค. เพราะมีการตดิ ตอระหวา งประเทศทง้ั ดานการทตู การคาขาย
ง. เพราะภาษาตา งประเทศมีมากจึงตองนำมาใชในประเทศไทยบา ง
๕. สาเหตทุ ่ที ำใหภ าษาตางประเทศเขามาในภาษาไทยมากทีส่ ดุ
ก. อิทธพิ ลทางภูมิศาสตร
ข. อิทธิพลทางดานการพาณิชย
ค. อทิ ธพิ ลทางดานการทูต
ง. อิทธิพลทางดานศิลปกรรม
๖. ขอใดไมใ ชส าเหตุท่ที ำใหมีภาษาตางประเทศเขามาปะปนในภาษาไทย
ก. มีอาณาเขตใกลเ คยี งตดิ ตอกัน
ข. นับถือสถาบนั กษตั รยิ เ หมือนกัน
ค. มีการไปศึกษาตอตา งประเทศ
ง. ความเจรญิ ทางเทคโนโลยี

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๑๙

๗. ขอ ใดเปนคำทม่ี าจากภาษาตางประเทศทุกคำ
ก. เกาเหลา ขาวเปลา
ข. บันได แกว น้ำ
ค. ทเุ รยี น มะขาม
ง. กลั ปงหา กีตาร

๘. คำทบั ศพั ทภ าษาอังกฤษในขอใดเขียนถูกตองทุกคำ
ก. เคนข้ึนแท็กซ่ไี ปคลีนิกเพ่อื เอ็กซเรยกระดูก
ข. ดอนไปแบงกเพ่ือแลกดอลลารแลวเลยเอาเชค็ ไปขึน้ บญั ชี
ค. สปาเกตตแี ละมะกะโรนีท่ีเสรฟิ วนั นีถ้ ูกปากมอสทง้ั นน้ั
ง. กอ นไปพทั ยาเจมสเอารถไปซอ มเบรกแลวเปล่ยี นคลัตชและแบตเตอรีใ่ หม

๙ .ขอ ใดจำเปนตองใชค ำทับศัพทภาษาองั กฤษ
ก. ผหู ญิงชอบขบั รถเกียรอ ัตโนมตั ิ เพราะงา ยดี
ข. นกั เรยี นโรงเรียนนเี้ ขาคิวรอใชบริการเสมอ
ค. เขาจับสลากไดเบอรหน่ึง จึงตอ งพูดกอน
ง. เขามคี วามรบั ผิดชอบ เพื่อจงึ โหวตใหเ ปน หวั หนา

๑๐. ขอใดใชภาษาตางประเทศโดยไมจำเปน
ก. เมอ่ื ไฟดับควรตรวจดวู า เปนเพราะฟว สขาดหรือปลกั๊ หลุด
ข. เดก็ ๆ ชอบรบั ประทานไอศกรมี ชอ็ กโกแลตมากกวาไอศกรมี กะทิสด
ค. กอ นเขาแบงกผ ูขับขีร่ ถจักรยานยนตต องถอดหมวกกันน็อก และแวน ตาดำออก
ง. นักกอลฟ หลายคนอยากเปลยี่ นวงสวิงใหค ลา ยกับไทเกอรว ดู ส เพื่อใหตีลูกไดแ มน และไกล

คะแนนท่ีได

ชือ่ ..................................................................................................เลขท.ี่ ....................ชัน้ .....................

ร า ย วิ ช า ห ลั ก ภ า ษ า ไ ท ย ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น ท ๓ ๐ ๑ ๐ ๕ | ๑๒๐

แลว้ พบกนั ใหม่ เลม่ ที่ ๒ ค่ะ


Click to View FlipBook Version