The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงาน กระถินริมทาง สร้างอาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by amnuaywitjaidee, 2023-01-15 02:41:06

โครงงาน กระถินริมทาง สร้างอาชีพ

โครงงาน กระถินริมทาง สร้างอาชีพ

จัดท ำโดย เด็กชำยณัฐภัธร เขียวเซ็น เด็กชำยภัทรพล ศรีประทุม เดก ็ หญ ิ งรต ิ รต ั น ์ จำ ปำทอง โรงเรียนอ่ทูอง เลขที่9 หมู่9 ต.อ่ทูอง อ.อ่ทูอง จ.สุพรรณบุรี 72160 ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำมัธยมศึกษำ สุพรรณบุรี


โครงงานอาชีพ เรื่อง กระถินริมทาง สร้างอาชีพ โดย เด็กชายณัฐภัธร เขียวเซ็น ชั้นมัธยมศึกษา 3/10 เด็กชายภัทรพล ศรีประทุม ชั้นมัธยมศึกษา 3/10 เด็กหญิงรติรัตน์ จำปาทอง ชั้นมัธยมศึกษา 3/10 ครูที่ปรึกษาโครงงาน นางสาวอำนวยวิทย์ ใจดี นางสาวสุนิสา เครือปาน โรงเรียนอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สุพรรณบุรี


โครงงาน : กระถินริมทาง สร้างอาชีพ ผู้จัดทำ : เด็กชาย ณัฐภัธร เขียวเซ็น เด็กชายภัทรพล ศรีประทุม เด็กหญิงรติรัตน์ จำปาทอง อาจารย์ที่ปรึกษา : นางสาว อำนวยวิทย์ ใจดี นางสาวสุนิสา เครือปาน สถานศึกษา : โรงเรียนอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี บทคัดย่อ โครงงานกระถินริมทาง สร้างอาชีพ เป็นโครงงานที่เกิดจากที่เราได้เห็นได้สังเกตุพืชที่ขึ้นกระจายทั่วทุก แห่งไม่มีคนสนใจมากนัก เพราะเรามองเป็นวัชพืชชนิดหนึ่งแต่พืชชนิดนี้เมื่อได้ศึกษาแล้วมีประโยชน์อย่าง มหาศาลถ้าเรารู้จักนำประโชน์ของกระถินมาใช้ โดยทางผู้จัดทำได้ศึกษาเรียนรู้ในรายวิชาโครงงานอาชีพอยู่ แล้วจึงนำมาประยุกต์ใช้การทำโครงงานครั้งนี้ เพราะเล็งเห็นว่าเป็นวัตถุดิบหนึ่งที่หาง่ายไม่ต้องซื้อหา โดยเฉพาะบริเวณรอบๆโรงเรียนซึ่งก็เป็นแหล่งวัตถุดิบให้เรานำมาทำโครงงานในครั้งนี้ด้วย โดยเราได้ประยุกต์ กับความต้องการศึกษาที่หลายด้านของสมาชิกในกลุ่มเอง เป็นการนำเอาความรู้เก่าที่ได้เรียนมาก่อนหน้านี้ใน รายวิชาอื่นๆ เช่น งานเกษตร การงานอาชีพ ธุรกิจ วิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่งานทางด้านช่าง มาปรับประยุกต์ ให้ในครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นมุมมองทางอาชีพได้กว้างขึ้น จากการหาความรู้และขยายความรู้จากพืชกระถิน ผลจากการศึกษาโครงงานนี้ทำให้เราสามารถสร้างผลิตภัณฑ์สินค้าจากกระถินได้ถึง 3 ด้าน ทั้งทางด้าน การเกษตร เช่น กระถางที่ย่อยสลายได้และใส่ส่วนประกอบของกระถินที่มีแร่ธาตุสูงเช่นไนโตรเจน ฟอสฟอรัส เป็นการเพิ่มอาหารให้กับพืชและยังปลูกลงดินได้ทั้งกระถางเนื่องจากเป็นวัสดุจากธรรมชาติล้วน ๆ ด้านของ อาหารซึ่งสามารถพัฒนาอาหารที่มีส่วนผสมของ ใบ เมล็ด ดอก ได้ถึง 5 ชนิด ซึ่งเป็นการนำเอากระบวนการ แปรรูปอาหารและการเพาะปลูกทางด้านการเกษตรมาใช้ และสุดท้ายทางด้านการประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ เครื่องประดับ กระถินก็สามารถนำไปพัฒนาสร้างเป็นสินค้าในครั้งนี้มาได้ถึง 3 ชนิด ด้วยกันสามารถนำไป ประยุกต์ขายหรือใช้ตกแต่งบ้านเรือนได้ ดังนั้นจะเห็นว่ากระถินมีประโยชน์อย่างมหาศาลแทบทุกด้าน และเป็นพืชที่น่าสนใจในการใช้เป็นแหล่ง อาหารและแหล่งพลังงานที่สำคัญ ด้วยเหตุที่เห็นไม้โตเร็ว ก


กิตติกรรมประกาศ การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับโครงงานอาชีพเรื่องกระถินริมทางสร้างอาชีพในครั้งนี้ประสพ ความสำเร็จลุล่วงด้วยดี เนื่องจากคณะผู้จัดทำได้รับความอนุเคราะห์จากบุคคลหลายท่าน และ ภาคส่วนทั้งครูผู้บริหารทุกท่านที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ครูที่ปรึกษา เพื่อนๆ และผู้ปกครอง ของคณะผู้จัดทำ ที่ช่วยทั้งในด้านการให้ความรู้ ฝึกสอนทักษะกระบวนการจนเกิดความชำนาญใน การแปรรูปมากขึ้น สนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์และยังสนับสนุนในด้านงบประมาณต่างๆ ที่ใช้ใน ครั้งนี้ ทางผู้คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการศึกษาในครั้งนี้จะเป็นอยู่ประโยชน์ต่อท่านสนใจ ทั้งนี้ในการดำเนินการหรือการจัดทำอาจยังมีขอบกพร่องหรือผิดพลาดบางประการ คณะผู้จัดทำ ทุกคนต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย การศึกษาและการสร้างอาชีพให้กับประชาชนทั่วไปรวมทั้งเป็น พลังในการเสริมสร้างการเรียนรู้ตามแนวทาง เศรษฐกิจพอเพียงอันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา ประเทศชาติต่อไป คณะผู้จัดทำ ข


สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข บทที่ 1 บทนำ 1 ที่มาและความสำคัญของโครงงาน 1 วัตถุประสงค์ของโครงงาน 2 ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า 2 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 2 สมมุติฐาน 2 เป้าหมาย 2 นิยามศัพท์ 2 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 3 กระถิน 3 การเพาะเมล็ดงอก 13 บทที่ 3 วิธีการดำเนินโครงงาน 15 ขั้นที่ 1 การระดมสมอง เพื่อออกแบบการจัดสร้างโครงงาน 15 ขั้นที่ 2 การศึกษาข้อมูลเพื่อนำมาใช้ ออกแบบการจัดทำโครงงาน 15 ขั้นที่ 3 การดำเนินงาน 16 ขั้นที่ 4 การประเมินผลการดำเนินการ 17 ขั้นที่ 5 ปรับปรุงปรุงพัฒนา ต่อยอด 17 บทที่ 4 ผลการดำเนินการ 43 บทที่ 5 สรุปผลการดำเนินการและข้อเสนอแนะ 76 บรรณานุกรม 78


1 บทที่ 1 ที่มาของการใช้กระถินเพื่อแปรรูปอาหาร เนื่องจากเราจะพบเห็นกระถินเป็นพืชที่ขึ้นทั่วไปทุกสถานที่เวลาเราเดินทางไปที่ใดก็ตามเป็นพืชที่ขึ้นและเติมโต แทรกกับพืชอื่นๆ และไม่ตายง่าย เกิดขึ้นได้ง่ายตามข้างทางหรือพื้นที่รกร้าง ป่าเขาทั่วไปในประเทศไทย มีดอกและมี เมล็ดตลอดทั้งปี เราจะมักเห็นว่าบางบ้านก็ปลูกกระถินเป็นผักริมรั้ว ทางคณะผู้จัดทำจึงเชื่อแน่นอนว่าในประเทศไทย ของเราไม่มีใครไม่รู้จักพืชชนิดนี้แต่ทั้งนี้แล้ว กระถินยังเป็นพืชที่ทุกคนมองข้ามจึงไม่มีใครเห็นถึงความสำคัญของกระถิน โดยส่วนมาก กระถินจะถูกนำมาทำเป็นอาหารสัตว์ เช่น แพะ เป็นต้น และในภาคอีสาน ผู้คน หมู่มาก จะนำยอดและ เมล็ดของกระถิน มาเป็นผักเคียงในอาหาร อย่างเช่น ส้มตำ และใน ภาคใต้จะนำไปรับประทานกับหอยนางรม โดยที่ กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้นจะเห็นได้ว่า พืชกระถินนั้นจะถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้มากในด้านของการเกษตร ปศุสัตว์แต่ใน ด้านของการนำมาบริโภคเป็นอาหารของคนนั้นยังไม่ได้รับความนิยมนำมาแปรรูปนอกจากเป็นผักจิ้นผักเคียงทาน ร่วมกับอาหารอื่น ๆ ด้วยเหตุนี้ทางผู้จัดทำจึงมีความสนใจในการนำพืชชนิดนี้มาใช้ประโยชน์ให้หลากหลายมากขึ้นเพราะเป็นพืชที่ หาง่ายต้นไม้พุ่มข้างทางที่ไม่ค่อยมีคนสนใจมากนัก ซึ่งเมื่อพวกเราได้มาศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจึงพบว่าสรรพคุณและ ประโยชน์จากพืชกระถินนี้มีมากมายตั้งแต่ยอดจรดราก ผู้คนอาจจะยังไม่ทราบถึงสรรพคุณ ประโยชน์ของกระถิน และ ต้นกระถินยังมีเยอะเป็นจำนวนมากเลยอาจถูกมองข้าม ทางคณะ ผู้จัดทำได้เห็นถึง วิธีที่จะทำให้กระถินมีมูลค่าเพิ่มมาก ยิ่งขึ้นจากการที่ได้ศึกษาเพิ่มเติม จึงพบได้ว่า ส่วนเมล็ดและรากของกระถิน เป็นอายุวัฒนะ ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้ แข็งแรงยิ่งขึ้น ช่วยแก้ อาการนอนไม่หลับ ขับถ่ายพยาธิตัวกลม ขับลมในลำไส้ ขับระดูของสตรี ลดการเกิดนิ่ว ใน กระเพาะอาหาร ช่วยบำรุงไตและตับ ในส่วนยอดนั้น ช่วยเสริมสร้างกระดูก ช่วยลดระดับ น้ำตาลในเลือด ช่วยรักษาโรค ความดันโลหิตสูง บำรุงรักษาสายตาและหัวใจ ช่วยทำให้เจริญ อาหาร แก้ร้อนในกระหายน้ำ ลดการเกิดนิ่วในกระเพาะ อาหาร ในส่วนสรรพคุณของใบอ่อน นั้น กระถิน มีฟอสฟอรัสสูง สรรพคุณคล้ายส่วนของยอด แต่มีสรรพคุณสมานแผล อีกด้วย ดอกกระถินมีสรรพคุณแก้เกล็ดกระดี่ขึ้นตา ช่วยบำรุงตับ นอกจากนี้ใบกระถินยังมีธาตุไนโตรเจนและโพรแท สเซียมสามารถนำไปทำปุ๋ยได้เนื่องจากเป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกลูถั่วสามารถตึงไนโตรเจนจากปมรากที่มีไรโซเบียมอยู่ได้ ตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชดำริไว้เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ดำเนินการในหลายส่วนราชการทั้งกรมป่า ไม้และศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริทุกแห่ง คือ การปลูกป่าใช้สอย โดยดำเนินการปลูกพันธุ์ไม้โต เร็วสำหรับตัดกิ่งมาทำฟืนเผาถ่าน ตลอดจนไม้สำหรับใช้ในการก่อสร้างและหัตถกรรมส่วนใหญ่ได้มีการปลูกพันธุ์ไม้โต เร็วเป็นสวนป่า เช่น ยูคาลิปตัส ขี้เหล็ก ประดู่ แค กระถินยักษ์ และสะเดา โดยที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น จะเห็นได้ว่าหาก ศึกษาคุณประโยชน์ของกระถินแล้ว จะพบว่ากระถินนั้น สามารถนำมาเพิ่มมูลค่าได้มากมาย โดยทางคณะจัดทำได้คิดค้น ขึ้น อย่างเช่น นำไปเป็นส่วนผสมในอาหารและขนมที่ทานเล่นหรือใช้กระบวนการแปรรูปในการพัฒนาเป็นส่วนประกอบ ในอาหาร หรือใช้ต้นอ่อนเป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์สูง หรือแม้แต่การนำส่วนต่างๆที่เป็นลำต้นมาใช้ประโยชน์ในแง่ของ งานประดิษฐ์ตกแต่งเป็นของใช้ของประดับ ที่เป็นรากดึงคุณสมบัติพิเศษชองรากกระถินนั้นมาใช้ประโยชน์ต่อการเกษตร ให้มากยิ่งขึ้น หรือต่อยอดเพิ่มมูลค่าในของเศษฐกิจ เปลี่ยนต้นไม้สีเขียวข้างทาง รุกรานพืชอื่น ๆ ที่คนต่างละเลย ให้เกิด ประโยชน์สูงสุด


2 วัตถุประสงค์ของโครงงาน 1. เพื่อศึกษาถึงการใช้ประโยชน์ของต้นกระถินแต่ละส่วน 2. เพื่อหาแนวทางในการใช้ประโยชน์จากกระถินให้ครบทุกด้าน ด้านเกษตร อาหารคน อาหารพืช อาหารสัตว์ เครื่องใช้เครื่องประดับ 3. เพื่อเพิ่มมูลค่าจากนำต้นกระถินมาใช้ประโยชน์แต่ละด้าน 4. เพื่อเผยแพร่ความรู้เพิ่มเติมในการนำพืชกระถินมาใช้ประโยชน์ได้ ขอบเขตของการศึกษา 1. ต้นกระถินที่ขึ้นในบริเวณชุมชนที่อยู่อาศัยและโรงเรียน 2. พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าได้ใน ด้านของการเกษตรอาหารของพืช ด้านอาหารสำหรับมนุษย์ ด้านของ เครื่องใช้เครื่องประดับ ประโยชน์ที่ผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้องได้รับ ด้านผู้เรียน 1. ได้รับความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับประโยชน์ของพืชกระถิน 2. เป็นแนวทางในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและต่อยอดสู่การประกอบชีพ 3. ฝึกทักษะการต่าง ๆ เช่นการปฏิบัติ การทำงานเป็นทีม การแก้ไขปัญหา ด้านชุมชน 1. สามารถหาแนวทางในการใช้วัตถุดิบที่มีอยู่มากมายจะตามข้างถนน ที่รกร้าง ให้เป็นประโยชน์ 2. สร้างความร่วมมืออันดีให้กับชุมชน สมมุติฐาน สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เพิ่มมูลค่าจากการใช้ส่วนต่างๆของกระถินได้ทั้งในด้านของ การเกษตรอาหาร ของพืช ด้านอาหารสำหรับมนุษย์ ด้านของเครื่องใช้เครื่องประดับ เป้าหมายของโครงงาน เชิงปริมาณ สามารถสร้างผลิตภัณฑ์หรือสินค้าได้ครบทั้ง 3 ด้าน เชิงคุณภาพ ได้ผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่สามารถนำไปใช้งานและใช้ประโยชน์ได้ นิยามศัพท์ สินค้าหรือผลิตภัณฑ์จากกระถิน มีส่วนประกอบหรือส่วนผสมของ ส่วนต่าง ๆ ของต้นกระถินหรือรอบบริเวณ รอบๆต้นกระถินขึ้น อยู่ในผลิตภัณฑ์สินค้านั้นๆ


3 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 1.กระถิน 1.1 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ชื่อสามัญ: Lead Tree ชื่อวิทยาศาสตร์: Leucaena leucocephala (Lamk.) de Wit ชื่อท้องถิ่นอื่นๆ: โดยทั่วไปจะเรียกว่า กระถิน, กระถินน้อย, กระถินบ้าน, ผักก้านถิน 1. ในแถบภาคกลาง จะเรียกว่า กระถินไทย, กระถินหัวหงอก, กะถินดอกขาว 2. ในแถบภาคเหนือ จะเรียกว่า ผักก้านถิน, ผักหนองบก 3. ในแถบภาคอีสาน จะเรียกว่า กะเสด 4. ในแถบภาคตะวันตก จะเรียกว่า กะเส็ดบก, กะเส็ดโคก และ กระถินบ้าน 5. ในแถบภาคใต้ จะเรียกว่า สะตอเบา, สะตอเท และ สะตอบ้าน 6. แถบเขมร จะเรียกว่า กันเชด และในภูมิภาคต่างๆก็จะเรียกไม่เหมือนกันเช่น กิถินน้อย, กะถินน้อย, กะดง(สมุทรสงคราม) กระถิน (Leucaena) จัดเป็นได้ทั้งพืชผัก สมุนไพร และไม้เศรษฐกิจ เนื่องจากสามารถนำส่วนของยอด ดอก และฝักมา รับประทานเป็นอาหาร ใช้ในด้านสมุนไพร ใช้เป็นส่วนผสมอาหารสัตว์ รวมถึงเนื้อไม้ที่สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบในการ ผลิตกระดาษในอุตสาหกรรม การทำไม้ค้ำยัน ไม้ใช้สอย และใช้เป็นเชื้อเพลิง กระถิน มีชื่อวิทยาศาสตร์ Leucaena leucocephala อยู่ในวงศ์ (Family) : Leguminosae มีถิ่นกำเนิดในอเมริกา กลาง และเริ่มแพร่เข้ามาในประเทศแถบเอเชียครั้งแรกเมื่อสมัยที่สเปนปกครอง ฟิลิปปินส์ (ค.ศ. 1565 – 1825) และ ถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยในช่วงสมัยอยุธยา ส่วนกระถินยักษ์ถูกนำเข้ามาปลูกเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2509 โดย ดร.รอย ซีเกฟัส จากมหาวิทยาลัยเคนตักกี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ขณะนั้นมาประจำที่ศูนย์เกษตรภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น โดยนำเข้ามา 9 สายพันธุ์ คือ Australia, Ivory Coast (PI286295 No.62), New Guinea. 70, 71, 72, Columbia, El Salvador และTaiwan ในปี 2519 กรมปศุสัตว์นำเข้ากระถินพันธุ์ Cunningham และในปี 2520-2523 นำเข้าสายพันธุ์ K-line โดยกรมป่าไม้ และสำนักงานวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี แห่งชาติในปี 2539 นำเข้ากระถินพันธุ์ลูกผสม โดยกรมปศุสัตว์ และในปี 2550 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นำเข้า กระถินพันธุ์ทารัมบ้า (Tarramba) จากประเทศออสเตรเลีย


4 กระถิน จัดเป็นไม้โตเร็ว สามารถเจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน และทนต่อโรค แมลง และสภาพอากาศหนาว หรือแห้งแล้งได้ดี นอกจากนั้น ยังสามารถแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากออกฝักจำนวนมาก และแต่ละฝักมี เมล็ดมาก ประกอบกับเมล็ดมีอัตราการงอกสูง และสามารถเติบโตแข่งกับพืชทุกชนิดได้ดี แม้กระทั่งพื้นที่ที่มีหญ้ารก หรือต้นไม้อื่นปกคลุมแน่นหนา จึงมักพบเห็นต้นกระถินได้ในทุกสภาพพื้นที่ ส่วนต่างๆของกระถิน 1. ราก กระถินมีระบบรากเป็นรากแก้ว และแตกเป็นรากแขนง และรากฝอย แทงออกขนานผิวดิน รากสามารถตรึง ไนโตรเจนจากอากาศได้ด้วยไรโซเบียม (rhizobium) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.0-2.5 มิลลิเมตร รากฝอยจะมีเชื้อราไม โครไรซ่า (mychorrhiza) ทำหน้าที่ช่วยให้กระถินดูดธาตุฟอสฟอรัส และธาตุอาหารอื่นๆในดินได้มากขึ้น 2. ลำต้น กระถินเป็นพืชยืนต้นตระกูลถั่วที่มีอายุหลายปี ลำต้นตั้งตรง สูงตั้งแต่ 3 เมตร สำหรับพันธุ์พื้นเมืองมีการแตกกิ่ง ตั้งแต่เหนือลำต้นไม่ถึงเมตร และจำนวนกิ่งมากจนมีลักษณะทรงพุ่มทั้งต้น ส่วนกระถินยักษ์มีการแตกกิ่งมากเฉพาะ บริเวณส่วนยอด และจำนวนกิ่งน้อย ทำให้เห็นเป็นทรงพุ่มเฉพาะส่วนยอดของลำต้น ลักษณะเปลือกของกระถินจะ บางติดลำต้น ผิวเปลือกมีลักษณะสากมือเล็กน้อย มักพบรอยแผลของการสลัดกิ่งเป็นปุ่ม ตามระยะความสูงของต้น เนื้อไม้มีสีเหลืองอ่อนเกือบขาว ส่วนมีน้ำตาลแดง ซึ่งจะพบได้ในกระถินที่มีอายุมากแล้ว


5 3.ใบ ใบมีลักษณะเป็นใบประกอบแบบขนนก (bipinnate) ยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร ประกอบด้วยก้านของ กลุ่มใบย่อย จำนวน 5 ก้าน แตกออกตรงข้ามกัน ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร แต่ละก้านประกอบด้วยใบย่อย ลักษณะเรียวยาว มีปลายมนคล้ายใบหอก แตกออกตรงข้ามกัน จำนวน 12-13 คู่ แตกใบตลอดทั้งปี ส่วนใบแก่จะแห้ง และร่วงล่น โดยเฉพาะหน้าแล้งจะมีจำนวนใบน้อยกว่าทุกฤดู 3. ดอก ดอกมีลักษณะเป็นดอกรวม มีก้านดอกยาว ดอกออกเป็นช่อ ประกอบด้วยเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมียที่มี ลักษณะเป็นเส้น ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เกสรของดอกมีสีขาวนวลในระยะแรก และเมื่อดอกแก่จะมีสีเหลือง โดยเกสรจะร่วงหลังการผสมเกสรได้ไม่กี่วัน


6 4. ฝัก และเมล็ด ฝักมีลักษณะแบน บาง และตรง กว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร สำหรับกระถิน พื้นเมืองจะมีขนาดฝักเล็ก และสั้นกว่ากระถินยักษ์เกือบเท่าตัว ฝักจะเจริญจากช่อดอกที่มีฝักประมาณ 15-20 ฝัก/ช่อ ดอก ฝักอ่อนมีสีเขียวสด เมื่อแก่จะมีสีเขียวเข้ม และกลายเป็นสีแดงหรือน้ำตาลเมื่อแก่เต็มที่ หลังจากนั้นฝักจะแตก ออกเป็น 2 แผ่น ตามความยาวของขอบฝัก 1 ฝักจะมีเมล็ดประมาณ 8-15 เมล็ด เมล็ดอ่อนจะแบนเรียบ เมื่อแก่จะมีสี เขียวเข้ม มีลักษณะนูนตรงกลาง กว้างประมาณ 3-4 มิลลิเมตร มีความหนาประมาณ 2 มิลลิเมตร ระยะนี้ชาวบ้านมัก เก็บนำมาบริโภคเมล็ด แต่เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาล และมีสีดำเมื่อแก่เต็มที่ พันธุ์กระถินแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1. พันธุ์พื้นเมือง (common type) หรือเรียก พันธุ์ฮาวาย มีลักษณะลำต้นเล็ก สูงประมาณ 3-5 เมตร เปลือกมีสี น้ำตาลปนเทาหรือสีน้ำตาล ออกดอกได้ทั้งปี และออกดอกเร็วตั้งแต่ต้นยังมีอายุไม่ถึงปี ฝักมีขนาดเล็ก สั้น มี เมล็ดมาก ในประเทศไทยสามารถพบโดยทั่วไป 2. กระถินยักษ์ (giant type) เป็นกระถินที่มีการผสมพันธุ์กัน และพัฒนาจนได้พันธุ์ที่มีลำต้นใหญ่ทนต่อ สภาพแวดล้อม และโรคแมลงได้ดี แบ่งเป็น 2 สายพันธุ์ คือ – สายพันธุ์ซัลวาดอร์ (Salvador) มีลักษณะลำต้นสูงใหญ่ สูงประมาณ 20 เมตร แต่แตกกิ่งก้านน้อย โตเร็ว ออก ดอกไม่ต่อเนื่อง ใบ และฝักใหญ่ และยาว – สายพันธุ์เปรู (Peru) มีลักษณะลำต้นสูงใหญ่ แต่สูงน้อยกว่าสายพันธุ์ Salvador โดยสูงประมาณ 15 เมตร แต่ แตกกิ่งก้านมาก แตกกิ่งในระยะต่ำจากลำต้น ออกดอกไม่ต่อเนื่อง ให้ขนาดใบ และฝักใหญ่ และยาว 1.2 การขยายพันธุ์กระถิน กระถินเป็นพัน์ไม้ที่ทนต่อสภาวะอาการได้ดี เจริญเติบโตได้ดีในที่แห้งแล้ว และยังเจริญเติบโตได้ในทุกสภาพดิน ทนต่อ โรคและแมลง เป็นได้โตเร็ว และยังสามารถแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับการขยายพันธุ์กระถินนั้น สามารถ ขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ด และการปักชำ แต่วิธีที่นิยมคือ การเพาะเมล็ด โดยวิธีการเพาะเมล็ดและการปลูก สามารถทได้เช่นเดียวกันกับการเพาะเมล็ดและการปลูกไม้ยืนต้นหรือไม้พุ่มชนิดอื่นๆ ที่ได้กล่าวมาแล้วในบทความก่อน หน้านี้


7 1.3 ประโยชน์ของกระถิน 1) ใช้เป็นยา กระถินเป็นผักพื้นบ้านที่คนสมัยก่อนให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะมีสรรพคุณเป็นยา โดยสามารถ นำมาใช้รักษาโรคต่างๆ และใช้ในการบำรุงดูแลผิว ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและมีสุขภาพดี รวมถึงภายในเมล็ด ของกระถินก็ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยป้องกันมะเร็งได้ 2) ใช้เป็นอาหารสัตว์สำหรับต้นกระถินนั้นจะใช้ในส่วนของยอด ฝัก และใบในการนำมาทำเป็นอาหารสัตว์ให้กับ วัว ไก่ และแพะ 3) ใช้เพื่อการเกษตร กระถินถือว่าเป็นต้นไม้ที่อุดมไปด้วยประโยชน์ในการใช้เพื่อการเกษตร เพราะอย่างแรกกระถิน สามารถที่จะนำมาใช้เป็นปุ๋ยหมักให้กับต้นไม้ได้ เนื่องจากภายในลำต้นนั้นจะมีไนโตรเจนและโพแทสเซียม จึง เป็นอาหารที่ดีให้กับต้นไม้ นอกจากนี้ ลำต้นของกระถินยังสามารถนำมาใช้ทำเป็นด้ามจับให้กับอุปกรณ์ทาง การเกษตร หรือสำหรับบางคนก็อาจจะนำมาทำเป็นน้ำส้มควันไม้เพื่อใช้ในการไล่แมลงให้กับต้นไม้ 4) ปลูกเป็นรั้วกันลมรอบบ้าน กระถินสามารถที่จะนำมาใช้ปลูกเป็นรั้วบ้านได้ โดยเฉพาะกระถินยักษ์ ซึ่งจะมี ขนาดลำต้นใหญ่พอสมควร ดังนั้นหากนำมาปลูกเป็นแนวรอบรั้วบ้านก็จะช่วยทำแนวกันลมให้กับบ้านได้เป็น อย่างดี และที่สำคัญไม่จำเป็นที่จะต้องดูแลอะไรมากมาย เพราะกระถินสามารถที่จะเติบโตเองได้ตามธรรมชาติ 5) ประโยชน์การใช้งานด้านอื่นๆ ประโยชน์ด้านอื่นๆ ได้แก่ การนำเปลือกของต้นกระถินมาใช้ในการย้อมสีเส้น ไหม การนำเปลือกต้นกระถินมาทำให้เกิดเส้นใย แล้วนำไปใช้เป็นกระดาษ และในส่วนเมล็ดของต้นกระถินเองก็ มีประโยชน์ไม่แพ้กัน เพราะสามารถที่จะนำเมล็ดมาทำเป็นเครื่องประดับ อย่างเช่น สร้อยคอ และเข็มขัดได้ 1.4 คุณค่าทางโภชนาของใบกระถิน คุณค่าทางโภชนาการของยอดอ่อนกระถิน ต่อ 100 กรัม - พลังงาน 62 กิโลแคลอรี - คาร์โบไฮเดรต 5 กรัม - โปรตีน 8.4 กรัม - ไขมัน 0.9 กรัม - เส้นใยอาหาร 3.8 กรัม - น้ำ 80.7 กรัม - วิตามินเอ 7,883 หน่วยสากล - วิตามินบี 1 0.33 มิลลิกรัม - วิตามินบี 2 0.09 มิลลิกรัม - วิตามินบี 3 1.7 มิลลิกรัม - วิตามินซี 8 มิลลิกรัม - ธาตุแคลเซียม 137 มิลลิกรัม - ธาตุเหล็ก 9.2 มิลลิกรัม


8 - ธาตุฟอสฟอรัส 11 มิลลิกรัม แหล่งที่มา : สถาบันการแพทย์แผนไทย คุณค่าทางโภชนาของใบกระถิน 1) Crude protein 25.90 % 2) Ether extract 2.64 % 3) Crude fiber 11.88 % 4) Ash 11.05 % 5) Gross energy (MJ/kg DM) 20.10 6) Amino acid composition (g/16g N) – Aspartic acid 8.71 – Threonine 3.79 – Serine 3.92 – Glutamic acid 10.13 – Glycine 4.63 – Alanine 4.25 – Valine 4.08 – Cystine 0.67 – Methionine 1.33 – Isoleucine 7.21 – Leucine 7.67 – Tyrosine 3.71 – Phenylalanine 4.00 – Lysine 5.58 – Histidine 1.79 – Arginine 5.58 – Tryptophan ไม่พบ ที่มา: D’Mello and Taplin, 1978. จากข้อมูลทางด้านโภชนากการของกระถินนี้พบว่ามีสารอาหารที่สูงและโดดเด่นอยู่หลายชนิด เช่น มีโปรตีน และใยอาหารที่สูง นอกจากนั้นยังพบว่ามีวิตมินเอ ธาตุเหล็ก แคลเซี่ยมที่ค่อนข้างสูง 1.5 ความเป็นพิษกระถิน เนื่องจากกระถินสามารถสังเคราะห์สารพิษมิโมซีน (mimosine : ß-N-(3-hydroxy 4-pyridone)-oe-amino propionic acid) ซึ่งเป็นสารมีโครงสร้างคล้ายกรดอะมิโนไทโรซีนมีผลในการยับยั้งการสร้าง โปรตีน และลดการย่อยได้ ของโปรตีนใบกระถินมีมิโมซีนประมาณ 3 – 5% ของน้ำหนักแห้ง โดยพบในใบอ่อนมากกว่าใบแก่ประมาณ 3 เท่า


9 นอกจากนี้ยังมีสาร procyanidines สามารถจับกับโปรตีนเกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่ย่อยไม่ได้ และออกฤทธิ์ยับยั้ง เอนไซม์ proteases และ galactomannan gum พิษของมิ โมซีน คือ มีอาการเบื่ออาหาร รับประทานอาหารได้น้อยลง เจริญเติบโตช้า ต่อมไธรอยด์ขยายใหญ่ มีอาการ ทางประสาท มีปัญหาของระบบสืบพันธุ์ ขนร่วงขนไม่งอก เพราะมิโมซีนเข้ายับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Cystathionine synthetase และ Cystathionase ทำให้เมทไธโอนีนเปลี่ยนเป็นซีสเตอีนไม่ได้ผล จากสารมิโมซีนที่ เป็นสาเหตุทำให้ขนร่วง เนื่องจากสารมิโมซีนสามารถเข้าทำลายเซลล์ที่เชื่อมระหว่าง hair follicle ทำให้สารอาหารไม่ สามารถส่งไปเลี้ยงเซลล์ขนได้จนเป็นเหตุทำให้ขนร่วง ผล จากสารมิโมซีนที่เป็นสาเหตุทำให้ต่อมไทรอยด์ขยายใหญ่ในสัตว์เคี้ยวเอื้อง เนื่องจาก สารมิโมซีนสามารถ เปลี่ยนเป็น 3,4-dihydroxypyridine (DHP) ได้โดยจุลินทรีย์ สารนี้จะทำหน้าที่คล้าย goitrogen ที่ยับยั้งการสร้าง ฮอร์โมน Thyroxin ทำให้ต่อมไทรอยด์ขยายใหญ่ตามมา ใน โค กระบือ และแพะ สามารถทนต่อมิโมซีนได้ไม่เกิน 0.18 g/kgBW ส่วนแกะทนได้น้อยกว่าคือไม่เกิน 0.14 g/kgBW โดยสัตว์เคี้ยวเอื้องทนพิษของมิโมซีนได้ดีกว่าสัตว์กระเพาะเดี่ยว วิธีลดสารมิโมซีนในใบกระถิน 1) การให้ความร้อนทั่วไป เช่น การต้ม และการผึ่งแดด ซึ่งพบว่า การผึ่งแดดประมาณ 11 ชั่วโมง สามารถลดสาร มิโมซีนในกระถินยักษ์ได้ 51.13% และในกระถินพื้นเมืองลดได้ 33.8% ดังนั้น การผึ่งแดดจึงเป็นวิธีการที่นิยม สำหรับนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ ส่วนการนำมารับประทานมักใช้วิธีการต้มหรือลวกผ่านน้ำร้อนก่อนจึงจะลดสาร มิโม ซีนได้ดี และสามารถช่วยปรับรสกระถินให้ดีขึ้นได้ 2) การอบ เป็นวิธีที่ใช้สำหรับนำใบกระถินเป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ โดยพบว่า การอบที่อุณหภูมิ 70 o องศา เซลเซียส เป็นเวลา 12 ชั่วโมง สามารถลดมิโมซีนได้มากกว่า 50% 3) การแช่น้ำ เป็นวิธีที่นำมาใช้ก่อนนำใบหรือฝักกระถินมารับประทาน รวมถึงใช้สำหรับการผสมในอาหารสัตว์ โดยพบว่า กระถินที่แช่น้ำนาน 12 – 24 ชั่วโมง สามารถลดมิโมซินได้ถึง 90% 4) การนำกระถินไปให้อาหารสัตว์ โดยมีการลดสารมิโมซินก่อนอาจใช้วิธีการเสริม FeSO4 0.1% ผสมใบกระถิน ด้วย หรือ นำกระถินแช่ในสารละลาย 0.2% FeSO4 นาน 15 นาที แล้วนำมาตากแดดให้แห้งจะช่วยลดมิโมซิน ได้มากถึง 90% เนื่องจาก FeSO4 จะเข้าจับตัวกับมิโมซีนแล้วตกตะกอน ทำให้สารมิโมซินไม่ดูดซึมในลำไส้ 5) การหมัก มักใช้สำหรับเป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ เนื่องจากการหมักทำให้เกิดการย่อยสลายมิโมซิน และ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างได้ในกระบวนการหมัก องค์ประกอบทางเคมี มีรายงานผลการศึกษาวิจัยถึงองค์ประกอบทางเคมีของกระถินระบุว่าพบสารออกฤทธิ์ที่สำคัญหลายชนิดอาทิ เช่น สารที่พบในเมล็ดกระถินได้แก่ C-glycosidic 2-propanol derivative , sulphated derivative และ leucenine เป็นต้นอีกทั้งในใบกระถินยังมีสาระสำคัญ และกรดอะมิโนอีกหลายชนิด อาทิเช่น β-carotene , xanthophyll , Aspartic acid , Glutamic acid , Threonine , Serine , Glycine , Cystine, Alanine , Methionine , Valine , Isoleucine , Phenylalanine, Leucine , Lysine, Histidine , Tyrosine , Arginine เป็นต้น ที่สำคัญในใบกระถินยัง มีสารที่มีความเป็นพิษต่อสัตว์ ได้แก่ mimosine และ tannin


10 การศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาของกระถิน มีรายงานข้อมูลผลการศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาของกระถินทั้งในและต่างประเทศดังนี้ มีรายงานการ ศึกษาวิจัยพบว่าใบกระถินมี b-carotene ซึ่งเป็นแหล่งวิตามินเอและสาร xanthophyll ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidance) ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาวิจัยฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของ polysaccharides ที่สกัดได้จากเมล็ด กระถินและอนุพันธ์ของ polysaccharides ที่ได้จากการดัดแปลงทางเคมี ได้แก่ C-glycosidic 2- propanol derivative (PE) และ sulphated derivative (SPE) โดยการศึกษาผลของสารเหล่านี้ต่อ raw macrophage 264.7 fumctions (Murine macrophage cell line) และหา antioxidant activity ของสาร ผลที่ได้ พบว่า PE. มีประสิทธิภาพในการจับกับอนุมูลอิสระได้แก่ lnydeowyl. Peroxyl และ superoxide เพิ่มจำนวนได้อย่าง รวดเร็วและเกิด phagocytosis ของ FITC-zymosan โดย PE ยับยั้งการสร้าง Nitric oxide (NO) และการหลั่ง tumor manrophage 264.7 ส่วน SPE ไปชักนำการสร้าง NO และเพิ่มการหลั่ง TNF-a แสดงให้เห็นว่า PE มีฤทธิ์ต่อต้านการ อักเสบได้ และ SPE อาจมีบทบาทชักนำ macrophage frnctions ในการต่อต้าน pathogens ได้และยังมีการ ศึกษาวิจัยคุณสมบัติในการต่อต้าน tumor cell ของสารสกัดจากพืชกินได้ในประเทศไทย 112 ชนิด พบว่า สารสกัด จากเมล็ดกระถิน 200 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร มีฤทธิ์ในการยับยั้งการกระตุ้น Epstein-Barr virus ใน human Blymphoblastoid cells (Raji cells) ที่ถูกชักนำด้วย 12-o-hexadecanoylphorbol-13-acctate ความเข้มข้น 40 นาโนกรัม/มิลลิลิตร ได้ค่อนข้างต่ำ คือ อยู่ในช่วง 30-50% อีกทั้งยังมีสารนำ galactomanmams จากเมล็ด Mimasa scabrella และเมล็ดกระถินที่ผ่านการเติมหมู่ซัลเฟต (Sulfation) มาทดสอบการต่อต้าน yellow fiever virus (BeH111 strain) และ dengae I virus (Hawaii strain) ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคไข้เหลืองและไข้เลือดออก (Type I) พบว่า sulfated palactomannans จากพืชทั้ง 2 ชนิดสามารถลดการตายของหนูที่ได้รับไวรัสทั้งสองชนิดได้ ดีในระดับที่ใช้ทดสอบอีกด้วย การศึกษาทางพิษวิทยาของกระถิน ไม่มีข้อมูล ข้อแนะนำและข้อควรระวัง กระถินมีสารพิษที่เรียกว่า mimosine ซึ่งเป็นสารมีโครงสร้างคล้ายกรดอะมิโนไทโรซีนซึ่งมีผลในการยับยั้งการ สร้าง โปรตีน และลดการย่อยของโปรตีนได้ แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่มีรายงานความเป็นพิษเนื่องจากการกินกระถินในคน แต่ อย่างไรก็ตามก็ยังมีรายงานว่ากระถินเป็นพืชที่มีคุณสมบัติดูดธาตุซีลีเนียมจากดินมาสะสมไว้ได้มาก


11 ดังนั้นผู้ที่บริโภคกระถินจึงอาจทำให้เกิดพิษเนื่องจากธาตุนี้ได้ หากรับประทานมากจนเกินไป นอกจากนี้ผู้ที่ป่วย เป็นโรคเก๊าท์ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานทุกส่วนของกระถิน เนื่องจากกระถินจัดเป็นหนึ่งในผักที่มีกรดยูริกสูง ซึ่งอาจ ทำให้อาการแย่ลงได้ 1.6 สรรพคุณของกระถิน สำหรับสรรพคุณของต้นกระถิน สามารถที่จะแบ่งได้ตามแต่ละส่วนของต้นกระถิน ดังนี้ 1) เมล็ด เมล็ดของต้นกระถินถือเป็นยาอายุวัฒนะชั้นดี โดยอุดมไปด้วยฟอสฟอรัสสูงทำให้เสริมสร้างกระดูกได้ อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับ ช่วยขับลมในลำไส้เป็นยารักษาระบบ ทางเดินอาหาร เมล็ดแก่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด 2) ดอก ดอกกระถินมีรสมันช่วยบำรุงตับ และช่วยแก้โรคเกล็ดกระดี่ขึ้นตาได้ 3) ฝัก ช่วยแก้อาการท้องร่วง ฝักอ่อนยังสามารถช่วยแก้อาการกระหายน้ำ และช่วยให้เจริญอาหารได้ดีมาก ยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้บำรุงหัวใจได้อีกด้วย 4) ยอดอ่อน ยอดอ่อนของกระถินมีระดับฟอสฟอรัสสูงเช่นเดียวกันกับเมล็ดจึงช่วยเสริมสร้างและบำรุงกระดูก ภายในยอดอ่อนก็ยังมีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังสามารถช่วยให้เจริญอาหารยิ่งขึ้น 5) ใบ ใบกระถินนั้นมีเบต้า-แคโรทีนอยู่มาก จึงช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งได้ และช่วยบำรุง สายตา นอกจากนี้ใบและเมล็ดช่วยแก้โรคเบาหวาน ความดันโลหิต และช่วยแก้โรคท้องร่วง กระถิน พืชผักรอบรั้วบ้านที่มากมายด้วยคุณประโยชน์ ไปดูกันว่าเราสามารถนำกระถินมาใช้เป็นไอเดียการกินการ ใช้เพื่อสุขภาพได้อย่างไรบ้าง 1.7 โทษหรือผลเสียของต้นกระถิน กระถินยักษ์และกระถินบ้าน เป็นพืชชนิดเดียวกัน (Leucaena leucocephala) มีความแตกต่างกันเพียงระดับ สายพันธุ์ปลูก (cultivar) เท่านั้น ทั่วโลกมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ ปัจจุบันกระถินสายพันธุ์ต่างๆ กระจายพันธุ์ได้เองตาม ธรรมชาติ พบในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก ขึ้นปะปนกันจนยากต่อการแยกสายพันธุ์ พันธุ์กระถินแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ 1. กระถินบ้าน หรือเรียกว่า พันธุ์อะคาพัลโค มีลักษณะเป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 3-5 เมตร ลำต้นเล็ก แตกกิ่งต่ำ และออกดอกเร็วตั้งแต่อายุ 4-6 เดือน ออกดอกตลอดทั้งปี ฝักมีขนาดค่อนข้างเล็กและสั้น ติดฝักและเมล็ดจำนวนน้อย และโตช้ากว่ากระถินยักษ์ จึงเป็นวัชพืชที่ไม่รุนแรงต่อระบบนิเวศป่าไม้มากเท่ากับกระถินยักษ์ ถูกนำเข้ามาผ่านประเทศ ฟิลิปปินส์ตั้งแต่สมัยอยุธยา ประมาณ 400 ปีมาแล้ว นิยมปลูกไว้กินยอด 2. กระถินยักษ์มี 2 สายพันธุ์หลัก คือ พันธุ์ซัลวาดอร์ และ พันธุ์เปรูเป็นกระถินที่มีการผสมข้ามสายพันธุ์กัน ตามธรรมชาติ และพัฒนาสายพันธุ์ต่อมาจนได้พันธุ์ปลูกอีกนับ 100 สายพันธุ์ มีลำต้นสูงใหญ่ทนต่อสภาพแวดล้อมและ โรคแมลงได้ดี เป็นไม้ต้นสูง 15-20 เมตร ลำต้นเดี่ยว-แตกกิ่งต่ำ โตเร็ว ขนาดใบย่อยและฝักใหญ่และยาวกว่ากระถินบ้าน ติดฝักดก ออกดอกนานๆ ครั้ง ยอดกินได้แต่รสชาติขมอมฝาดและมีกลิ่นฉุนมากกว่ากระถินบ้าน กระถินยักษ์ทั้ง 2 สายพันธุ์ ถูกนำเข้ามาในไทยประมาณ 50 ปีมาแล้ว ส่วนใหญ่มาจากเกาะฮาวาย ประเทศ


12 สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย โดยใช้เป็นพืชอาหารสัตว์ ปรับปรุงดิน และปลูกฟื้นฟูป่า กระถินยักษ์ชอบขึ้นตามที่รก ร้าง ที่เปิดโล่งทั่วไป ทั้งในเขตเมืองและชนบท ป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบแล้งที่เสื่อมโทรมมีการเปิดแสงลงสู่พื้นดิน หรือตามชายขอบป่า ในพื้นที่ระดับต่ำจนถึง 500 ม. จากระดับน้ำทะเล ออกดอกและติดผลตลอดทั้งปี ชอบสภาพ ภูมิอากาศที่มีปริมาณน้ำฝน 600-2,000 มม./ปี และมีช่วงฤดูแล้งที่ยาวนานมากกว่า 4 เดือน เช่นเขตประเทศไทย ตอนบน ส่วนภาคใต้ของประเทศไทยที่มีอากาศชุ่มชื้น กระถินยักษ์จะมีการเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้ไม่ดีนัก เพราะ มีโรค แมลง และพรรณพืชท้องถิ่นจำนวนมากควบคุมเอาไว้ กระถินยักษ์จะชอบขึ้นในดินที่สลายตัวมาจากหินปูนหรือ หินดินดาน หรือดินที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง ตั้งแต่ 5.5 ขึ้นไป ไม่ทนทานต่อพื้นที่น้ำท่วมและดินชื้นแฉะในช่วงฤดูฝน *ไม่ควรใช้กระถินยักษ์ในการปลูกฟื้นฟูป่า หรือนำไปปลูกในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หรือการปลูกในระบบวนเกษตรที่ ไม่มีการดูแลจัดการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นพืชที่มีนิสัยรุกรานพืชชนิดอื่นๆ อย่างรุนแรง และใบ กิ่งก้าน ฝักที่ร่วงลง มายังปล่อยสารเคมียับยั่งการงอกและเจริญเติบโตพืชชนิดอื่นๆ อีก (สามารถหาข้อมูลเพิ่มโดยพิมพ์คำว่า Allelopathic effect of Leucaena leucocephala) จึงทำให้พืชป่าไม่สามารถแข่งขันกับมันได้ ผลก็คือป่าไม้จะไม่มีการฟื้นฟูตัวเอง กลับมาเป็นป่าที่สมบูรณ์ได้ หากเราไม่เข้าไปช่วยจัดการตัดสางมันออก แล้วปลูกพืชพื้นเมืองแทรกเข้าไป การควบคุม : หากพบมีการแพร่ระบาดจำนวนน้อยให้ใช้วิธีตัดทำลาย ส่วนต้นกล้าที่เกิดขึ้นภายใต้เรือนยอด ซึ่งจะเจริญงอก งามเมื่อต้นแม่ตายลงไปแล้ว ให้ใช้วิธีถอน/ขุด หรือไถพรวนแล้วเก็บออกให้หมด หากยังมีการแตกหน่อขึ้นมาอีกจาก ชิ้นส่วนราก/เหง้าเดิมให้ขุดออกซ้ำอีกครั้ง หลังจากนั้นให้ตรวจหาเพื่อทำลายต้นกล้าไม้ที่อาจงอกขึ้นมาอีกจากเมล็ดที่ ตกค้างในดินใต้ต้นต่อไปอีกประมาณ 1 ปี ซึ่งอาจใช้วิธีการปล่อยแพะ แกะ หรือวัว เข้าไปแทะเล็มต้นอ่อนอยู่เป็นประจำ จะยิ่งได้ประโยชน์ทั้งสองทาง หลังจากนั้นให้รีบปลูกพันธุ์ไม้ป่าโตเร็วพวก พืชเบิกนำ (pioneer species) ที่เป็นไม้ พื้นเมืองของไทยเข้าไปทดแทนเพื่อให้ยึดครองพื้นที่แทนหญ้าและไม้ต่างถิ่นอื่นๆ ที่อาจจะกลับเข้ามาอีก (ยกตัวอย่าง เช่น พังแหร ปอกระสา อะราง มะเดื่อปล้อง เดื่อปล้องหิน มะหาด โพบาย กะอวม ตีนเป็ด ลำพูป่า กระทุ่ม/ตะกู ลำ ป้าง กะขนานปลิง ปออีเก้ง สมพง ติ้ว ยมหิน ขี้เหล็กเลือด แสมสาร ปันแถ เพกา ตองแตบ ตองเต๊า สอยดาว กล้วยป่า เป็นต้น) ซึ่งจะเป็นไม้พี่เลี้ยง แล้วตามด้วยพันธุ์ไม้ป่าดั้งเดิมต่อไป (หาข้อมูลพืชป่าเพื่อการปลูกฟื้นฟูป่าได้จาก การใช้สารเคมี: มีความจำเป็นกรณีที่มีการระบาดจำนวนมาก ช่วยประหยัดเงิน เวลา และแรงงานมาก เป็นวิธีที่อาจส่งผลต่อ สิ่งแวดล้อมบ้างในช่วงที่รอเวลาการสลายตัวตามธรรมชาติของสารเคมี ซึ่งใช้เวลาภายใน 3-18 เดือน แต่ก็ถือว่าเป็น ช่วงเวลาที่สั้นมาก ทำโดยถากรอบโคนต้น (กาน) สูงจากพื้นดินไม่เกิน 1 ม. ให้ถึงเนื้อเยื่อเจริญ (Cambium) กว้าง ประมาณ 10-20 ซม. ใช้ Glyphosate (ชื่อการค้าว่า Roundup) ผสมกับน้ำเข้มข้น 50 % หรืออีกสูตรใช้ Garlon 4E ผสมกับน้ำมันดีเซลเข้มข้น 5 % ปริมาณ 100-200 ซีซี (ต่อต้นไม้ขนาดเส้นรอบวงไม่เกิน 150 ซม.) ทาหรือพ่นไปที่ บาดแผล ให้ทำในช่วงฤดูแล้งและไม่มีฝนตกลงมาภายใน 48 ชั่วโมง ต้นไม้จะเริ่มเหี่ยวเฉาแล้วยืนต้นตายภายใน 6-8 เดือน การใช้สารเคมีอาจประยุกต์คู่กับวิธีการตัดทำลาย กรณีที่ต้นไม้มีความสามารถแตกหน่อได้ดี ด้วยการทาสารเคมีที่ ตอไม้หลังจากตัดก็จะช่วยฆ่าตอไม้ไม่ให้แตกหน่อกลับขึ้นมาใหม่ไอเดียการกินเพื่อสุขภาพของกระถิน


13 1.8 การกินและการใช้เพื่อสุขภาพ การรับประทานกระถินเพื่อสุขภาพ 1) เป็นผักเครื่องเคียงจิ้มน้ำพริก กระถิน นิยมนำมาใช้เป็นผักเครื่องเคียงจิ้มกับน้ำพริก ซึ่งก็มีประโยชน์และได้ คุณค่าสารอาหารสูงไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะกระถินนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย และจะ ยังคงคุณค่าสูงมากเมื่อทานแบบสดๆ อีกด้วย ดังนั้นลองนำกระถินมาจิ้มกับน้ำพริกกันดู 2) ผักเคียงยำปลากระป๋องยำปลากระป๋อง สามารถรับประทานคู่กับผักสดได้หลากหลายชนิด โดยกระถิน ถือ เป็นผักเคียงที่ให้ความกรุบกรอบ อร่อยเข้ากันดีมากทีเดียว เรียกว่าเป็นเมนูเพื่อสุขภาพที่ให้คุณค่าทางอาหาร ครบถ้วน 3) ทำไข่เจียวกระถินนอกจากไข่เจียวมะเขือยาว ไข่เจียวชะอมแล้ว ก็ยังมีไข่เจียวกระถินอีกด้วย ซึ่งวิธีทำก็ เหมือนกับการทำไข่เจียวทั่วไป เพียงแต่ใส่ยอดกระถินลงไปด้วย เท่านี้ก็จะได้ไข่เจียวกระถินที่ทั้งอร่อยและดี ต่อสุขภาพแล้ว อีกทั้งยังนำมารับประทานร่วมกับน้ำพริกได้อย่างอร่อยสุดๆ อีกด้วย 4) นำมารับประทานคู่กับยำกระถินสามารถนำมากินเป็นผักเครื่องเคียงกับยำได้ โดยจะให้รสชาติที่กลมกล่อม และเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้กับเมนูยำมากขึ้นไปอีก ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าได้รับความนิยมมากทีเดียว โดยจะ อร่อยและดีต่อสุขภาพมากแค่ไหน ก็ต้องลองหามากินกันดู หรือใครจะลองยำยอดกระถินกินก็ได้เช่นกัน สำหรับไอเดียการนำกระถินมาใช้เพื่อสุขภาพ มีไอเดียดังต่อไปนี้ 1) รักษาโรคเบาหวาน เมล็ดกระถินสามารถที่จะนำมาชงเป็นชาเพื่อใช้ในการรักษาและควบคุมโรคเบาหวานได้ แต่ควรที่จะต้องเป็นเมล็ดกระถินแก่และผ่านการตากแห้งแล้วเท่านั้น หลังจากนั้นนำมาบดและผสมกับน้ำ แล้วดื่มวันละ 1 แก้ว เป็นประจำทุกวัน 2) ใช้รักษาพยาธิเมล็ดแก่ของกระถินสามารถนำมาใช้เป็นยาถ่ายพยาธิตัวกลมได้ 3) รักษาอาการนอนไม่หลับ เมล็ดแก่และใบของกระถินสามารถช่วยแก้อาการนอนไม่ไหลับได้ 4) แก้ร้อนใน ยอดและฝักของกระถินสามารถนำมารับประทานเป็นผักสดแก้อาการร้อนในกระหายน้ำได้ 5) ป้องกันภาวะโลหิตจาง ธาตุเหล็กมีความสำคัญในการสร้างฮีโมโกลบิลในเม็ดเลือดและโดยส่วนใหญ่จะพบใน อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ การขาดธาตุเหล็กจะทำให้เกิดโรคลหิตจางได้ ซึ่งยอดกระถินเป็นพืชที่มีธาตุเหล็กสูง ดังนั้นผู้ที่รับประทานมังสวิรัติควรบริโภคยอดกระถินเป็นประจำเพื่อช่วยป้องกันโรคโลหิตจางที่อาจจะ เกิดขึ้นได้ 2.การเพาะเมล็ดงอก ปัจจุบันการเพาะเมล็ดพืชเพื่อนำมารับประทานนั้นมีความนิยมเป็นอย่างมาก นอกจากเมล็ดถั่วเขียว ที่นำมา เพาะเพื่อให้ได้ถั่วงอกแล้ว ยังมีเมล็ดพืชอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น เมล็ดทานตะวัน ถั่วลูกไก่ ถั่วเหลือง ซึ่งการรับประทาน เมล็ดพืชเพาะงอก หรือ ต้นอ่อนพืช ได้ประโยชน์มากมาย เมล็ดพืชเพาะงอก (Sprouted grains) เมล็ดพืชเพาะงอกเป็นพืชที่เติบโตในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน โดยกระบวนการเพาะงอกสามารถทำได้โดยการนำเมล็ด ธัญพืชไม่แช่น้ำนานหลายชั่วโมง จากนั้นนำเมล็ดธัญพืชที่แช่น้ำใส่ภาชนะโดยให้มีอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม หลังจากนั้นรอให้ต้นงอกขึ้นมา โดยจะใช้เวลาประมาณ 2-7 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของเมล็ดธัญพืช หลังจากนั้นรอให้ ต้น


14 อ่อนพืช มีความยาวสัก 2-5 เซนติเมตร จึงสามารถนำมารับประทานได้ มีเมล็ดธัญพืชหลากหลายชนิดที่สามารถนำมา ทำเมล็ดพืชเพาะงอกได้ ดังนี้ • พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเลนทิล ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเขียว และถั่วลันเตา • ธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ควินัว ข้าวโอ๊ต • ถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืช เช่น อัลมอนด์เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน เมล็ดงา ไควาเระ โดยส่วนใหญ่แล้วเมล็ดพืชเพาะงอกนิยมรับประทานแบบดิบ ไม่ว่าจะนำมาใส่สลัด รับประทานกับน้ำพริก หรือ อาจจะนำมาปรุงสุก โดยผ่านความร้อนเพียงเล็กน้อย เช่น การผัดน้ำมัน ก็ช่วยให้รับประทานได้ง่ายขึ้น ประโยชน์ของ เมล็ดพืชเพาะงอก อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์โดยปกติแล้วเมล็ดพืชเหล่านี้อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย เช่น โปรตีน โฟเลต แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส แมงกานีส วิตามินซีวิตามินเอ และวิตามินเค แต่จากการศึกษาพบว่า การนำเมล็ดพืช เหล่านี้มาผ่านกระบวนการแตกหน่อจะช่วยให้ได้สารอาหารบางชนิดเพิ่มขึ้น เช่น โปรตีน กรดอะมิโนจำเป็น นอกจากนี้ การรับประทานพืชเพาะงอกยังดีต่อระบบย่อยอาหาร ที่สำคัญ พืชเพาะงอก เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี 1) ช่วยในการย่อย การรับประทาน พืชเพาะงอก มีส่วนช่วยในระบบการย่อยมากมาย โดย พืชเพาะงอก จะมีเอนไซม์ที่มีชีวิตใน ปริมาณที่สูง ซึ่งเอนไซม์เหล่านั้นมีส่วนช่วยในการส่งเสริมกระบวนการเผาผลาญและปรับปรุงปฏิกิริยาทางเคมีในการ ย่อยอาหาร นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหารอีกด้วย ที่สำคัญเมล็ดพืชเพาะงอกเหล่านี้มี ปริมาณไฟเบอร์สูงช่วยให้ขับถ่ายได้ดี 2) ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จากการวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่า พืชเพาะงอก มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตลดลง นอกจากนี้ยังเพิ่มการทำงานของ เอนไซม์แอไมเลส (Amylase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ร่างกายใช้ย่อยและดูดซึมน้ำตาล ซึ่งดีสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน แต่ อย่างไรก็ตามการศึกษาเรื่องนี้ยังมีข้อจำกัด จึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างแน่ชัด 3) บ ำรุงสุขภาพดวงตา พืชเพาะงอก ปริมาณวิตามินเอ ซึ่งวิตามินเอเป็นวิตามินที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสุขภาพดวงตา ช่วยปรับปรุงการ มองเห็นและสายตาให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ดวงตาอีกด้วย 4) ปรับปรุงสุขภำพหัวใจ ต้นอ่อนพืช หรือ พืชเพาะงอก มีปริมาณกรดไขมันโอเมกา 3 ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้มีส่วนช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล ดีให้กับร่างกาย และยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในเลือดอีกด้วย นอกจากนี้กรดไขมันโอเมกา 3 ยังมีคุณสมบัติ ในการต้านการอักเสบของร่างกาย และยังช่วยปรับปรุงการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจ 5) ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน วิตามินซีเป็นอีกหนึ่งสารอาหารที่สามารถพบได้ใน ต้นอ่อนพืช ที่ผ่านกระบวนการแตกหน่อ ซึ่งวิตามินซีมีส่วนช่วน ในการเพิ่มการทำงานให้กับเม็ดเลือดขาว เพื่อให้ต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมได้ดียิ่งขึ้น เมื่อเม็ดเลือดขาวทำงานได้ดี ร่างกาย ก็จะมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีตามไปด้วย


บทที่3 การดำเนินงาน จากการศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับกระถินทำให้ยิ่งเห็นถึงประโยชน์ของกระถินในแต่ละส่วนซึ่งจะเห็นว่ามี ประโยชน์อย่างมากตั้งแต่ยอดถึงรากด้วยเหตุนี้ทางคณะผู้จัดทำได้ศึกษาแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากส่วนต่างๆ ของกระถินเพื่อให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากเดิมที่ส่วนใหญ่เน้นไปทางด้านของปศุสัตว์หรือเพื่อการเกษตรเพื่อฟื้นฟู พื้นที่ป่าโดยในการศึกษาในครั้งนี้เป็นการประยุกต์ ต่อยอด เพื่อให้เกิดแนวความคิดในการสร้างหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยมีขั้นตอนในการทำโครงงานพัฒนาแนวทางการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จาก ขั้นที่ 1 การระดมสมอง เพื่อออกแบบการจัดสร้างโครงงาน 1. จัดหาสมาชิกเข้าร่วมโครงงาน 2. เขียนเค้าโครงเรื่องเพื่อเสนอขออนุมัติการจัดทำโครงงาน 3. ดำเนินการประชุมเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการในการจัดสร้างโครงงาน ขั้นที่ 2 การศึกษาข้อมูลเพื่อนำมาใช้ ออกแบบการจัดทำโครงงาน 1. ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับกระถินแต่ละด้าน แต่ละส่วน 2. ศึกษาถึงแนวทางการนำมาพัฒนา 3. ศึกษาเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ 4. ศึกษาถึงแนวทางขั้นตอนในการดำเนินงาน ศึกษาข้อมูลของกระถินในแต่ละถึงส่วนถึงคุณลักษณะเด่น ประโยชน์ หรือสรรพคุณ วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำคุณประโยชน์นั้นพิจารณาถึงการนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ ในแต่ส่วนของต้นกระถิน ด้านการเกษตร ด้านอาหาร ด้านสิ่งของใช้เครื่องประดับ ตกแต่ง ราก ลำต้น เมล็ด ใบ ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอน วิธีการ ในการผลิตผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่เพิ่มมูลค่าได้ ผลิตภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ ขั้นตอนแนวทางการปฏิบัติ กรอบขั้นตอนการศึกษาข้อมูล


ขั้นที่ 3 การดำเนินงาน 1. วางแผนการทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแต่ละด้าน 2. ออกแบบการทดลองเพื่อหาวิธีการ กระบวนการหรือขั้นตอนการผลิต จัดหาเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการพัฒนาสร้างสินค้า/ผลิตภัณฑ์ 3. ทดลองเพื่อให้ได้สูตร กระบวนการ และผลิตภัณฑ์สินค้า 4. คำนวนต้นทุนในการผลิต 5. ส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้สู่ชุมชน กำหนดผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ส่วนต่างๆของกระถินในแต่ละประเภท ทำการทดลองหรือทดสอบ ตามวิธีการ/ขึ้นตอนที่กำหนด เพื่อให้นำมากำหนดเป็นกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์หรือสินค้า ออกแบบ กำหนดวิธีการหรือขั้นตอนในการทำ เป็นวิธีการผลิตภัณฑ์หรือสินค้าแต่ละชนิด คำนวณต้นทุนในการผลิตหรือการดำเนินการเพื่อกำหนดราคาขาย เผยแพร่ความรู้แนวทางการผลิตที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้จากกระถิน เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปต่อยอดประกอบอาชีพ ทดลองจำหน่าย แสดงสินค้าหรือผลงาน เผยแพร่ความรู้ทางสื่อออนไลน์ วัสดุ วัตถุดิบที่ใช้ เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ วิธีการ ขั้นตอน กรอบขั้นตอนการดำเนินงาน


ขั้นที่ 4 การประเมินผลการดำเนินการ 1. ประเมินความพึงพอใจการตอบรับในสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ 2. ประเมินช่องทางการขาย กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายในแต่ละผลิตภัณฑ์ ขั้นที่ 5 ปรับปรุงปรุงพัฒนา ต่อยอด 1. นำข้อบกพร่องต่างๆที่พบในระหว่างการดำเนินงานทั้ง ด้านกระบวนการผลิต ด้านคุณภาพสินค้า และอื่น ๆ มาปรับปรุงแก้ไข 2. พัฒนาต่อยอดขยายแนวทางการสร้างผลิตภัณฑ์ในแต่ละกลุ่มทีมีแนวโม้นทางการจำหน่ายได้โดย ใช้ศาสตร์ต่างๆ มาบูรณาการใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ขั้นที่ 1 การระดมสมอง เพื่อออกแบบการจัดสร้างโครงงาน จากการจัดตั้งทีมเพื่อทำโครงงานนี้ทางคณะผู้จัดทำมีผู้จัดทำ 3 คนโดยทำการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบใน การดำเนินงานร่วมกัน 1.ค้นคว้าหาข้อมูลในแต่ละด้านโดยจากการศึกษารายละเอียดของกระถินแล้วให้รวบรวมผลิตภัณฑ์ที่ได้สามารถ พัฒนาหรือผลิตได้จากส่วนต่างๆของกระถิน 2.นำข้อมูลค้นคว้าได้มาร่วมกันวิเคราะห์หาแนวโม้นของผลิตภัณฑ์ที่จะพัฒนาผลิตขึ้นเพื่อนำคุณลักษณะและ ประโยชน์ของแต่ละส่วนของกระถินมาใช้ 3.เมื่อทราบแนวทางแล้วในการพัฒนาสร้างผลิตภัณฑ์หรือสินค้าแล้วจัดประชุมทีม นำเอาแนวความคิดปรึกษา กับอาจารย์ถึงแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อให้อาจารย์ที่มีความรู้เชี่ยวชาญด้านนี้ช่วยประเมินแนวโน้มความเป็นไปได้ และชี้แนะถึงขั้นตอนรายละเอียดเพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติต่อไปให้ครอบคลุมทุกขั้นตอน ขั้นที่ 2 การศึกษาข้อมูลเพื่อนำมาใช้ ออกแบบการจัดทำโครงงาน จากการศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับกระถินถึงคุณประโยชน์ และสรรพคุณแยกทีละส่วนแล้วพบว่าทุกส่วนของ ต้นกระถินมีประโยชน์อย่างมากมาย ทั้งในด้านของการเกษตร ปศุสัตว์ อุตสาหกรรมและการนำไปบริโภคเป็นอาหาร รับประทานของมนุษย์ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะนำไปรับประทานสดเป็นประเภทเครื่องจิ้ม เครื่องเคียงโดยส่วนใหญ่ ยังไม่ การนำไปแปรรูปเซิงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทางคณะผู้จัดทำโครงงานนำเอาข้อมูลที่ได้รวมรวบทั้งหมดเกี่ยวกับ กระถินในแต่ละส่วนตั้งแต่ยอดจรดรากมาวิเคราะห์เพื่อพิจารณาถึงแนวทางการพัฒนานำไปใช้ประโยชน์ผลิตเป็น สินค้าและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ตามตารางด้านล่าง


ส่วนต่างๆของกระถิน ประโยชน์ในการใช้สอยหรือสรรพคุณ ยอดกระถิน 1.มีระดับฟอสฟอรัสสูง ธาตุเหล็กและยังมีวิตามินเอ ช่วยช่วยเสริมสร้างและบำรุงกระดูก บำรุงสายตา บำรุงหัวใจ สูตรสรรพคุณทางยา แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ป้องกันภาวะโลหิต จาง ลดความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด 2.ยอดอ่อนเป็นผักเครื่องเคียงจิ้มเช่นทานคู่กับส้มตำ หอยนางรม ยำ จิ้มน้ำพริกทั้งแบบ สดหรือลวก 3.เป็นอาหารสัตว์ เช่น วัว กระบือ แพะ แกะ และไก่ ใบกระถิน 1.ใบกระถินนั้นมีเบต้า-แคโรทีนอยู่มาก จึงช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเกิด โรคมะเร็งได้ และช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ใบและเมล็ดช่วยแก้โรคเบาหวาน ความดัน โลหิต และช่วยแก้โรคท้องร่วงลดความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด รักษาอาการ นอนไม่หลับ 2.เป็นอาหารสัตว์ เช่น วัว กระบือ แพะ แกะ และไก่ 3.ใบมีไนโตรเจน ฟอสฟอรัสสูง และโพแทสเซียม สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยหมักเพิ่มแร่ ธาตุอาหารให้แก่ดินและพืชได้ ดอกกระถิน 1.ช่วยบำรุงตับ และช่วยแก้โรคเกล็ดกระดี่ขึ้นตาได้ 2.เป็นอาหารสัตว์ เช่น วัว กระบือ แพะ แกะ และไก่ ฝักและเมล็ดอ่อน ฝักอ่อน 1.ฝักของกระถินสามารถนำมารับประทานเป็นผักสดแก้อาการร้อนในกระหายน้ำได้ ช่วยแก้อาการท้องร่วง และช่วยให้เจริญอาหารได้ดีมากยิ่งขึ้น บำรุงหัวใจช่วยลดการเกิด นิ่วในกระเพาะอาหาร 2.มีฟอสฟอรัสสูง จึงช่วยเสริมสร้างและบำรุงกระดูก เป็นยาฝาดสมาน ใช้ห้ามเลือด 3.รับประทานจิ้มน้ำพริก 4.เป็นอาหารสัตว์ เช่น วัว กระบือ แพะ แกะ และไก่ เมล็ดอ่อน 1.มีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมโรคเบาหวานช่วยขับลมในลำไส้เป็นยา รักษาระบบทางเดินอาหาร 2.กระถินมีฟอสฟอรัสสูง จึงช่วยเสริมสร้างและบำรุงกระดูก 3.ทานคู่กับส้มตำ หอยนางรม ยำ ต่างๆ


ส่วนต่างๆของกระถิน ประโยชน์ในการใช้สอยหรือสรรพคุณ เมล็ดแก่ 1. เมล็ดแก่ของต้นกระถินถือเป็นยาอายุวัฒนะชั้นดี โดยอุดมไปด้วยฟอสฟอรัสสูงทำ ให้เสริมสร้างกระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยบำรุงไตและตับ 2. มีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยลดไขมันในช่วยในเรื่องอาการนอนไม่ หลับ ช่วยขับลมในลำไส้ช่วยขับระดูขาวของสตรี 3. สามารถนำมาใช้เป็นยาถ่ายพยาธิตัวกลม (Ascariasis) 4. เมล็ดสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องประดับได้หลายชนิด เช่น เข็มกลัด สายสร้อย เข็ม ขัด ฯลฯ ลำต้น กิ่ง ก้าน 1. นำมาใช้ทำด้ามอุปกรณ์เครื่องมือทางการเกษตร ไม้ค้ำยัน 2. ทำฟืน เผาทำถ่าน เป็นเชื้อเพลิงชีวมวล 3. น้ำส้มควันไม้ 4. เปลือกต้นกระถินให้เส้นใยที่สามารถนำไปใช้ทำเป็นกระดาษ สามารถนำมาใช้ย้อม สีเส้นไหมได้จะให้สีน้ำตาล 5. ใช้ในงานประดิษฐ์ต่างๆ เช่นการทำดอกไม้ไม้กระถิน ราก 1. ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยขับระดูขาว ขับลม 2.รากสามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้ด้วยไรโซเบียม รากฝอยจะมีเชื้อราไมโครไร ซ่า (mychorrhiza) ทำหน้าที่ช่วยให้กระถินดูดธาตุฟอสฟอรัส และธาตุอาหารอื่นๆใน ดินได้มากขึ้น


จากการศึกษารายละเอียดด้านบนจึงนำประโยชน์ต่างๆนำมาพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ดังนี้ จากจุดเด่นของรากกระถินที่มีความสามารถตรึงไนโตรเจนได้ด้วยไรโซเบียมเนื่องจากเป็นพืชตระกูลถั่ว รากฝอยจะมีเชื้อราไมโครไรซ่า (mychorrhiza) ทำหน้าที่ช่วยให้กระถินดูดธาตุฟอสฟอรัส และธาตุอาหารอื่นๆใน ดินได้มากขึ้น ดังนั้นดินบริเวณรากของกระถินจะมีความอุดมสมบูรณ์นอกจากนั้นใบของกระถินเอามีโปรตีน และ แร่ธาตุอาหารเช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เหล็ก แคลเซียม ถ้าเรานำดินบริเวณรากและใบไปเป็นส่วนผสม ร่วมกับกระถางที่ผลิตจากเศษขี้เลื่อยจากก้อนเห็ดเหลือใช้เพื่อนำไปใช้ในการเพาะพืชอนุบาลพืชเมื่อพืชโตขึ้น สามารถนำเอาพืชที่อยู่ในกระถางลงดินปลูกได้เลยโดยไม่ต้องนำกระถางหรือภาชนะปลูกออกเพื่อให้กระถางเป็น ปุ๋ยของพืชต่อไป พืชได้ใช้ในการเจริญเติบโตหลังจากกระถางผ่านเยื่อสลายซึ่งจะเป็นการเพิ่มมีไนโตรเจน ฟอสฟอรัสสูง และโพแทสเซียม เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีไม่ต้องใช้กระถางพลาสติกซึ่งไม่สามารถย่อยสลายได้ ด้านการเกษตร กระถางเศษขี้เลื่อยผสมดินไรโซเบียม จากรากกระถินและใบกระถิน ส่วนรากของกระถิน พัฒนาจาก ส่วนใบกระถิน


กระถินแผ่นกรอบปรุงรส พัฒนาจาก ในปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์ขนมยอดนิยมอย่างหนึ่งที่วัยเด็กและวัยรุ่นนิยมรับประทานกันมากคือสาหร่าย แผ่นอบกรอบ หรือสาหร่ายทอดกรอบ โดยทานเล่นหรือใช่ห่อกับอาหารดองของเกาหลีหรืออาหารญี่ปุ่นที่ห่อซูซิ ข้าวปั้น เมื่อย้อนกับมามองถืงวัฒนธรรมอาหารการกินของไทยเรา จะพบว่ากระถินเป็นผักที่เป็นเครื่องจิ้มเครื่อง เคียงอยู่แล้วโดยเฉพาะอาหารขึ้นชื่ออย่างส้มตำ ซึ่งขาดไม่ได้ที่จะต้องโรยเมล็ดกระถินกินควบคู่ไปด้วย หรือหอย นางรมที่รับประทานกับหอมทอดและพริกเผาหรือนำจิ้มซีฟู๊ด จะขาดไม่ได้ด้วยเช่นกันกับการทานยอดกระถิน แก้มทำให้เพิ่มความอร่อยและเข้ากันเป็นอย่างดี ดังนั้นถ้าเราพัฒนาให้แผ่นกระถินนี้ที่คุณลักษณะคล้ายกับผัก แผ่นอบกรอบหรือสาหร่าย ก็จะทำให้ง่ายสะดวกต่อการรับประทานมากขึ้นสามารถเก็บไว้ได้นาน หรือจะทาน เล่นกับอาหารอื่น ๆ เทียบเคียงกับสาหร่าย ด้วยคุณประโยชน์ที่อุดมในใบ ยอด และเมล็ดเช่นเบต้า-แคโรทีน ที่ มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดน วิตามินเอ แร่ธาตุอื่นเช่นธาตุเหล็ก โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โปรตีน และ ไฟเบอร์ที่สูง รวมถึงสรรพคุณทางยา แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ป้องกันภาวะโลหิตจาง ลดความดันโลหิต ลดระดับ น้ำตาลในเลือด ควบคุมโรคเบาหวานช่วยขับลมในลำไส้เป็นยารักษาระบบทางเดินอาหาร จะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ อาหารบริโภคที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ส่วนใบกระถิน ด้านอาหารของคน ส่วนใบกระถิน ส่วนเมล็ดอ่อนกระถิน แนวคิดในการพัฒนา


กระถินแผ่นกรอบปรุงรส พัฒนาจาก ส่วนใบกระถิน ด้านอาหารของคน ด้วยคุณประโยชน์ที่อุดมในใบ และเมล็ดเช่นเบต้า-แคโรทีน ที่มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดน วิตามินเอ แร่ธาตุอื่นเช่นธาตุเหล็ก โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โปรตีน และไฟเบอร์ที่สูง รวมถึงสรรพคุณทางยา แก้ร้อนใน กระหาย น้ำ ป้องกันภาวะโลหิตจาง ลดความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมโรคเบาหวานช่วยขับลมในลำไส้ เป็นยารักษาระบบทางเดินอาหาร การนำใบมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบจะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์อาหาร บริโภคที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง และผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กระบวนการแปรรูปมาใช้ให้สามารถ จัดเก็บได้นานในรูปแบบของอาหารแห้ง เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัย ขั้นตอนกระบวนการทำไม่ ยากและสามารถเป็นอาหารทานเล่นได้ เป็นกับแกล้ม ของว่าง มีส่วนผสมที่เป็นประโยชน์ เช่น กระเทียม พริกไทย โดยเฉพาะถ้านำเอาคุณโยชน์ของใบกระถินไปเพิ่มในสูตรหรือส่วนผสมก็จะทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณค่าและ มีประโยชน์มากขึ้น แนวคิดในการพัฒนา


กระถินแผ่นกรอบปรุงรส พัฒนาจาก ส่วนใบกระถิน ส่วนใบกระถิน ด้านอาหารของคน ด้วยคุณประโยชน์ที่อุดมในใบ และเมล็ดเช่นเบต้า-แคโรทีน ที่มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดน วิตามิน เอ แร่ธาตุอื่นเช่นธาตุเหล็ก โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โปรตีน และไฟเบอร์ที่สูง รวมถึงสรรพคุณทางยา แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ป้องกันภาวะโลหิตจาง ลดความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมโรคเบาหวานช่วยขับลมใน ลำไส้เป็นยารักษาระบบทางเดินอาหาร และ สำหรับเมล็ดกระถิน มีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุม โรคเบาหวานช่วยขับลมในลำไส้เป็นยารักษาระบบทางเดินอาหาร มีฟอสฟอรัสสูง จึงช่วยเสริมสร้างและบำรุง กระดูก การนำใบและเมล็ดที่ผ่านกระบวนการแปรรูปเบื้องต้นแล้ว พัฒนาสูตรเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์คุกกี้และ เมล็ดที่เพิ่มความกรุบกรอบให้กับคุกกี้ น่าจะเป็นการเพิ่มคุณค่าที่เป็นประโยชน์และเพิ่มสรรพคุณให้กับผลิตภัณฑ์ มากขึ้น และคุกกี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในวัยเด็กหรือวัยรุ่นที่ไม่ชอบรับประทาน ผักหรือกระถินที่เป็นผักที่หลายคนไม่รับประทาน หันมารับประทานได้ง่าย สะดวก และน่าสนใจมากขึ้น แนวคิดในการพัฒนา


ดอกกระถินมีสพรรคุณช่วยบำรุงตับ และช่วยแก้โรคเกล็ดกระดี่ขึ้นตาได้นอกจากนั้นเราจะพบว่าดอก กระถินออกดอกและฝักตลอดปีมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ผึ้งต่างๆก็จะมาช่วยในการผสมเกสร นอกจากนั้นกระถินเป็น พืชที่ขึ้นทั่วไปไม่ค่อยมีใครดูแล ดังนั้นทำให้ปลอดภัยจากยาฆ่าแมลงต่างๆ และในปัจจุบันนี้จะได้ว่าเทรนของ สุขภาพมาแรงขึ้นผู้บริโภคหันมาบริโภคอาหารใช้วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ จำพวกออร์แกนนิค ปลอดสารเคมี ดอกกระถินจึงเป็นพืชชนิดหนึ่งมีความปลอดภัยจากเคมีต่างๆที่ใช้ในการกำจัดศัตรูพืชอย่างแน่นอน จากสพรรคุณ น่าจะสามารถทำเป็นชาจากดอกไม้รับประทานได้ ชาดอกกระถิน พัฒนาจาก ส่วนดอกกระถิน แนวคิดในการพัฒนา ด้านอาหารของคน


จากการศึกษาในเมล็ดแก่ของต้นกระถินถือเป็นยาอายุวัฒนะชั้นดี โดยอุดมไปด้วยฟอสฟอรัสสูงทำให้ เสริมสร้างกระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยบำรุงไตและตับ มีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยลด ไขมันในช่วยในเรื่องอาการนอนไม่หลับ ช่วยขับลมในลำไส้ช่วยขับระดูขาวของสตรีจากสพรรคุณที่ได้ศึกษามานี้ จะเห็นว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับจากศึกษามีบางคนนำมาเพาะเป็นเมล็ดงอกซึ่งกระถินเองก็จัดเป็นพืช ตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง ในปัจจุบันนี้โดยเฉพาะช่วงของการระบาดโควิดมีผู้คนหันมาสนใจการรับประทานเมล็ดงอก กันเยอะขึ้นและมีการนำเอาธัญพืชหลายชนิดมาผลิตเป็นต้นอ่อน ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย เช่น โปรตีน โฟเลต แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส แมงกานีส วิตามินซีวิตามินเอ และวิตามินเค และในกระบวนการงอกของพืชจะ ช่วยให้ได้สารอาหารบางชนิดเพิ่มขึ้น เช่น โปรตีน กรดอะมิโนจำเป็น การทานต้นอ่อนงอกดีระบบย่อยอาหาร เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ กระถินงอก พัฒนาจาก ส่วนเมล็ดแก่กระถิน แนวคิดในการพัฒนา ด้านอาหารของคน


กระถินจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์นั้นเข้ามาในไทยด้วยวัตถุประสงค์ทางด้านการนำไปใช้เป็นอาหาร ของสัตว์และในปัจจุบันนี้ก็มักจะเห็นคนตัดกระถินข้างทางหรือข้างถนน พื้นที่รกร้างเพื่อไปใช้เลี้ยง วัว กระบือ แพะ แกะ ไก่ อยู่แล้วด้วยคุณค่าของสารอาหารที่มีอยูในต้นกระถินซึ่งอุดมไปด้วยโปรตีน ใยอาหารซึ่งเป็น คุณสมบัติที่สำคัญในการนำไปเป็นส่วนที่สำคัญในการผลิตอาหาร เพื่อลดต้นทุนในการซื้ออาหารสัตว์จากที่ ทำการศึกษาพบว่าในบ้านเรามีผู้ผลิตเพื่อนำจำหน่ายเป็นอาชีพอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเรานำสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นของเรา มาใช้ประโยชน์ก็จะทำให้สามารถเพิ่มมูลค่าจากพืชกระถินได้ ใบกระถินตากแห้งและป่น พัฒนาจาก ส่วน ใบ กิ่ง ก้าน แนวคิดในการพัฒนา ด้านอาหารของสัตว์


จากการศึกษาพบว่ามีการนำเอาส่วนต่างๆกระถินมาใช้ในการทำงานประดิษฐ์ เพื่อใช้ในการตกแต่งอยู่ หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่เป็นกิ่งกระถินที่มีเนื้อไม้สีขาว เบา ละเอียด หรือเมล็ดแก่ที่มีลักษณะสีน้ำตาล เป็นเงา งาม และมีความแข็งเหนียวมีรูปทรงที่สวยงาม จึงมีแนวคิดว่าถ้ามีการนำมาทำปประโยชน์ด้วยการออกแบบนำมาใช้ เป็นสิ่งของที่ใช้ตกแต่งบ้านหรือเครื่องประดับน่าจะน่าสนใจมากขึ้นเพิ่มมูลค่าจากสิ่งเหล่านี้ได้ไม่น้อย กระถินงอก พัฒนาจาก ส่วนเมล็ดแก่กระถิน ด้านของสิ่งของเครื่องใช้ เครื่องประดับ ส่วนเมล็ดแก่กระถิน แนวคิดในการพัฒนา


ด้วยไม้กระถินเป็นได้ทีโตเร็วแผ่กิ่งก้านสาขาเยอะ กิ่งของกระถินเบาและมีลักษณะที่ตรง และกลม ถ้า นำเอามาใช้เป็นโครงไม้เพื่อใช้งานเป็นเครื่องประดับผนัง หรืออาจเป็นโครงเพื่อใช้โครงจัดด้วยไม้พวงมาลา หรือหรีด ใช้สอยได้ตลอดปีสามารถ ลดการใช้ไม้อื่น เราสามารถหาวัตถุดิบนี้ได้ตลอดทางหรือในชุมชนหลาย ๆที่ เพื่อมิให้ กระถินแผ่ก้านระเกะระกะ โครงหรีด โครงไม้ พัฒนาจาก ด้านของสิ่งของเครื่องใช้ เครื่องประดับ ส่วนของลำต้นกระถิน แนวคิดในการพัฒนา


กระบวนการสร้างผลิตภัณฑ์หรือสินค้า 1.กระถางย่อยสลายได้และเพิ่มธาตุอาหารในดินจากรากและใบกระถิน 1.1 ศึกษาขั้นตอนการทำกระถางจากเศษวัสดุธรรมชาติ 1.2 เตรียมวัสดุและอุปกรณ์ 1.3 ดำเนินการทำกระถาง 1.4 ทำการทดสอบเพื่อดูประสิทธิภาพ 1.5 สรุปผลและขั้นตอนการผลิตสินค้า ขั้นตอนการผลิตกระถาง การทำกาวแป้งเพื่อยึดผสานผสานเศษวัสดุ วัตถุดิบที่ใช้ 1) แป้งมันสำปะหลัง 2) น้ำ อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ 1) กระทะไฟฟ้า 2) พายกวน 3) กะละมัง 4) เครื่องชั่ง 5) ภาชนะตวงน้ำ ขั้นตอนการทำ 1) นำแป้งมันสำประหลังชั่งโดยใช้สัดส่วนแป้ง 200 g ต่อน้ำ 1 ลิตร 2) ตวงน้ำ 1ลิตร ใส่ในภาชนะกวน 3) นำแป้งละลายในน้ำให้แป้งละลายทั้งหมดไม่จับเป็นก้อนโดยไม่ต้องเปิดไฟให้ความร้อน. 4) เปิดไฟให้กระทะร้อนขึ้นโดยระหว่างนี้ใช้พายคนตลอดเวลาเพื่อให้เกิดกาวแป้งเปียกที่มี เนื้อเนียนสม่ำเสมอ 5) เมื่อแป้งมีลักษณะเปลี่ยนเป็นกาวเหนียวแล้วปิดไฟในระหว่างถ้ายังไม่ถ่ายใส่ภาชนะอื่น ให้ใช้พายกวนก่อนเพื่อมิให้แป้งติดก้นกระทะ 6) รอให้กาวแป้งเปียกเย็นตัวลงอุ่น ๆ พอที่มือจะสัมผัสได้ การผลิตกระถาง วัตถุดิบที่ใช้ 1) เศษขี้เลื่อยจากก้อนเห็ดเก่าแห้ง 2) ดินบริเวณราก 3) ใบกระถิน 4) กาวแป้งเปียก ขั้นตอนการทำ 1) นำเศษขี้เลื่อย ดินรากกระถิน ใบกระถิน ใส่ในภาชนะผสม คลุกเคล้าผสมให้ เข้ากัน กระจายตัวให้ทั่วแบบที่ 1 และใช้เศษขี้เลื่อยเก่าอย่างเดียวแบบที่ 2 2) ทยอยเอากาวแป้งเปียกที่กวนไว้ทีละน้อยคนผสมให้เข้ากันกับเศษวัสดุ 3) สังเกตุให้เศษวัสดุยึดเกาะและจับตัวกันทดสอบโดยใช้มือกำส่วนผสมแล้วบีบ วัสดุเศษขี้เลื่อยจับตัวกันเป็นก้อน 4) นำเอาเศษวัสดุที่ผสมเคล้ากันดีแล้วอัดใส่พิมพ์กระถางทรงที่ต้องการอัดให้ แน่นเพื่อขึ้นรูปเป็นกระถาง 5) เมื่อได้ความสูงที่ต้องการแล้วนำพิมพ์กระถางขนาดเล็กใส่ตรงกลางเพื่อให้ เกิดชองว่างตรงแกนกลาง 6) อัดดินให้เต็มด้านข้างโดยรอบ 7) นำกระถางที่ได้ออกจากพิมพ์แล้วตากแดดให้แห้งสนิทในระหว่างตากให้กลับ พลิกแต่ละด้านให้โดยแดดแห้งสม่ำเสมอกัน อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ 1) กระถางทรงต่างๆ 2) พายไม้ 3) ภาชนะใส่ผสม


การทดสอบประสิทธิภาพของกระถาง 1) ความแข็งแรง 2) ความทนทาน 3) การใช้งานได้จริง 4) การเจริญของพืช 5) แนวโม้นการสลายตัวเมื่อปลูก โดยการนำไปเพาะต้นไม้และรดน้ำดูการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละด้านเปรียบเทียบระหว่างกระถางทั้ง 2 แบบ คือแบบที่มีส่วนผสมของกระถินในก้อนขี้เลื่อยเก่า และแบบที่ที่มีการผสม บันทึกผลการทดลอง จากนั้นสรุปผล 2.การผลิตอาหารแปรรูป 2.1 ศึกษาการผลิตอาหารแต่ละแบบ 2.2 ปรับสูตรโดยนำ ส่วนต่างๆของกระถินเป็นส่วนผสม 2.3 ทดลองผลิตเบื้องต้นเพื่อหาสูตรต้นแบบเช่น วัตถุดิบที่ใช้ เครื่องมืออุปกรณ์วิธีการผลิต 2.4 ทดสอบทางด้านประสาทสัมผัสเบื้องต้น 2.5 ปรับปรุงให้ผลิตภัณฑ์สินค้านี้ได้คุณลักษณะหรือคุณภาพตามที่ต้องการ 2.6 สรุปผลและขั้นตอนการผลิตภัณฑ์


(1) กระถินแผ่นอบกรอบ ทำการทดลองสูตรโดยใช้สูตรพื้นฐานดังนี้ ลำดับที่ วัตถุดิบ การชั่ง 1 ยอดกระถิน/เมล็ดกระถิน/ใบกระถิน 50 g 2 น้ำ 100 ml 3 แป้งสาลีเอนกประสงค์ 5 g 4 แป้งข้าวเจ้า 4 g 5 น้ำตาล 5 g 6 ซีอิ้วขาว 5 g 7 พริกไทย 2 g 8 ผงปรุงรส 3 g รวม 155.00 ทำการทดลองโดยใช้ส่วนต่างๆของกระถิน 3 สูตร • สูตรยอดกระถินสด • สูตรเมล็ดกระถินสด • สูตรใบกระถินแห้ง(ใช้น้ำหนัก 1ใน3 ของกระถินสด) ทำลองกระบวนการแปรรูป2 วิธี • การทอดในน้ำมัน • การสเปรน้ำมันแล้วอบด้วยเตาอบ อุปกรณ์เครื่องใช้ - เครื่องปั่นผสม - เครื่องชั่ง - เครื่องอบลมร้อน - เตาอบ - ภาชนะตวง (ช้อนตวง ถ้วยตวง) - ภาชนะใส่วัตถุดิบ - หม้อ - ไม้พาย ตะหลิว ทัพพี - กระถาดหรือแผ่นรองอบ - กระทะ


ขั้นตอนการผลิต 1) ชั่งส่วนผลต่างๆ เตรียมไว้ 2) เตรียมกระถินทั้ง 3 แบบ 3) ยอดสด และเมล็ด ทำการลวกในน้ำเดือดแล้วรีบนำขึ้นเพื่อลดความเหม็นเขียวและช่วยให้สีสวย 4) ใบตากแห้งบดให้มีขนาดเล็กหรือเป็นผงหยาบ 5) นำกระถินทั้ง 3 แบบปั่นกับน้ำให้ละเอียด 6) เมื่อปั่นแล้วนำแป้งสาลีแป้งข้าวเจ้าลงไปปั่นร่วมด้วยให้เกิดการกระจายตัวทั่ว ๆ 7) นำเอาน้ำที่ปั่นแล้วไปต้มให้เดือด 8) ใส่ส่วนผสมที่เป็นเครื่องปรุงต่างๆ ใส่ลงไปพร้อมกันคนให้ทั่ว 9) สังเกตว่าถ้าน้ำกระถินปรุงรสเริ่มมีความหนืดเหนียวขึ้นให้ปิดไฟแล้วยกลง 10) นำกระดาษวางรองในถาด แล้วเกลี่ยปาดผักให้แผ่เป็นแผ่นมีความสม่ำเสมอ 11) นำเข้าเครื่องอบลมร้อน หรือเตาอบ โดยใช้อุณหภูมิในการอบที่ 60-70 องศาเซลเซียส นาน 7-8ชั่วโมง จน แผ่นมีลักษณะแห้ง 12) ลอกแผ่นที่แห้งออกแล้วตัดเป็นชิ้นตามขนาดที่ต้องการทำให้กรอบด้วย 2 วิธีการเปรียบเทียบกัน - การทอดในน้ำมัน =เทน้ำมันในกระทะควรเป็นกระทะแบน จากนั้นนำแผ่นผักที่ตัดแล้วทอดให้พองโดยใช้ไฟ อ่อน ๆ - การสเปรน้ำมันแล้วอบด้วยเตาอบ=นำน้ำมันพืชสเปร์หรือพรมที่แผ่นผักแล้วนะเข้าเตาอบ 13) นำแผ่นผักที่เสร็จแล้วพึ่งสเด็ดน้ำมันหรือซับด้วยกระดาษซับมัน แล้วรีบบรรจุใส่ซอง ไม่ควรทิ้งไว้ด้านนอก สัมผัสอากาศนานจะทำให้ชื้นไม่กรอบ 14) นำเข้าเครื่อง seal ปากถุงให้สนิทมิให้อากาศเข้า


(2) ข้าวเกรียบกระถิน ทำการทดลองโดยใช้ใบกระกระถินผงใส่ใน 2 สูตร • สูตรใช้แป้งมันอย่างเดียว • สูตรใช้แป้งมันผสมกับแป้งสาลี สูตรการผลิตที่ 1 ข้าวเกรียบกระถิน ลำดับที่ วัตถุดิบ การชั่ง 1 แป้งมันสำปะหลัง 1000 g 2 น้ำตาล 30 g 3 กระเทียมบด 10 g 5 ผงใบกระถิน 10 g 6 เกลือ 5 g 7 พริกไทยป่น 5 g 8 น้ำเดือด 500 ml รวม 1560.00 g สูตรการผลิตที่ 2 ข้าวเกรียบกระถิน ลำดับที่ วัตถุดิบ การชั่ง 1 แป้งมันสำปะหลัง 800 g 2 แป้งอเนกประสงค์ 200 g 2 น้ำตาล 30 g 3 กระเทียมบด 10 g 5 ผงใบกระถิน 10 g 6 เกลือ 5 g 7 พริกไทยป่น 5 g 8 น้ำเดือด 500 ml รวม 1560.00 g


อุปกรณ์เครื่องใช้ - เครื่องชั่ง - เครื่องอบลมร้อน - ตู้เย็นช่องแช่แข็ง - ภาชนะตวง (ช้อนตวง ถ้วยตวง) - ภาชนะใส่วัตถุดิบ - หม้อนึ่ง - ไม้พาย ตะหลิว ทัพพี ขั้นตอนการผลิต 1) ชั่งส่วนผลต่างๆ เตรียมไว้ 2) นำแป้งนวดผสมกับน้ำร้อน ทยอยให้น้ำร้อนทีละน้อย 3) ในขณะที่ทยอยใส่แป้งช่วงท้ายให้นำผงกระถินที่บดและน้ำตาลทรายที่ชั่งเตรียมไว้ใส่กระจายให้ทั่ว 4) เมื่อนวดผสมน้ำร้อนจนแป้งเริ่มเป็นก้อนโดผงกระถินกระจายตัวดีแล้วใส่เครื่องปรุงรสตาม กระเทียม เกลือ พริกไทย 5) เมื่อนวดส่วนผสมเข้ากันทั้งหมดแล้วนำเอาแป้งปั้นเป็นก้อนชั่งน้ำหนักก้อนละ 150-200 g 6) คลึงให้เป็นก้อนกลมทรงกระบอกขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-2.5 cm 7) นำใบตองมาห่อให้รอบ 8) วางเรียงในเตานึ่งแล้วนึ่งประมาณ 30-45 นาที ให้แป้งสุกทั้งแท่ง 9) ทิ้งไว้ให้เย็น นำไปแช่แข็งไว้ 1 คืน 10) นำมาหั่นสไลด์บาง ๆ ขนาดหนาไม่เกิน 2 mm 11) วางแผ่นข้าวเกี่ยวที่สไลด์ตากในเครื่องอบลมร้อน หรือตากแตกให้แห้งสนิท 12) จัดเป็นแผ่นแห้งไว้ เมื่อต้องการรับประทานนำมาทอด ในน้ำมันที่ร้อนจัด หรือทอดแล้วทิ้งให้สะเด็ดน้ำมัน บรรจุใส่บรรจุภัณฑ์เพื่อจำหน่าย การตรวจสอบสูตร 1 และสูตร 2 สังเกตการณ์ถีบตัวของแผ่นข้าวเกรียบในขณะทอดทั้ง 2 สูตร พองสม่ำเสมอทั้งแผ่นหรือไม่ ลักษณะของความ กรอบทั้ง 2 สูตร และเมื่อทิ้งไว้ในอากาศสูตรใดที่เริ่มหนืด


(3) ข้าวเกรียบกระถิน ทำการทดลองโดยใช้ใบกระกระถินผงใส่ใน 2 สูตร • สูตรคุกกี้แบบคาวใช้ใบกระถินอบแห้ง • สูตรคุกกี้ชาเขียวใช้ใบกระถินอบแห้งบดและเมล็ดกระถินคั่ว สูตรการผลิตที่ 1 คุกกี้ส้มตำกระถิน ลำดับ วัตถุดิบ การชั่ง 1 แป้งสาลีอเนกประสงค์ 125 g 2 มาการีน 85 g 3 น้ำตาลทรายขาวป่น 75 g 4 ไข่ไก่ 35 g 5 ผงฟู 1 g 6 เบคกิ้งโซดา 1 g 9 กุ้งแห้งป่น 15 g 11 ใบกระถินแห้ง 3 g 12 กระเทียมเจียว 3 g 13 มะนาวผง 3 g 14 พริกขี้หนูซอยละเอียด 2 g รวม 348.00 สูตรการผลิตที่ 2 คุกกี้เมล็ดกระถิน ลำดับ วัตถุดิบ การชั่ง 1 แป้งสาลีเอนกประสงค์ 100 g 2 น้ำตาลทราย 60 g 3 มาการีน 90 g 4 ไข่ไก่ 50 g 5 วนิลา 3 g 6 ผงฟู 3 g 8 ใบกระถิน (ผง) 5 g 9 เมล็ดกระถินคั่วกรอบ 15 g รวม 326.00


อุปกรณ์เครื่องใช้ - เครื่องชั่ง - เตาอบ - เครื่องตีผสม - ภาชนะตวง (ช้อนตวง ถ้วยตวง) - ภาชนะใส่วัตถุดิบ - ไม้พาย ตะหลิว ทัพพี ขั้นตอนการผลิต 1) ชั่งส่วนผลต่างๆ เตรียมไว้ 2) การเตรีมกระถิน - ใบแห้งอบลมร้อน จากนี้นำไปบดละเอียด - เมล็ดอ่อนอบอุณหภูมิ ไม่เกิน70-80 องศาเพื่อระเหยน้ำในเมล็ดออก นำไปคั่วให้พองตัวและกรอบ 3) ตีผสมเนยกับน้ำตาลให้มีลักษณะขึ้นฟูเล็กน้อย 4) ใส่ไข่ตีผสมให้เข้ากัน ใส่ส่วนผสม 5) นำแป้งร่วนรวมกับผงฟูเบกิ้งโซดาเตรียมไว้ 6) เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีทยอยใส่แป้งตีด้วยระดับความเร็วต่ำผสมให้เข้ากัน 7) ทยอยใส่ส่วนผสมอื่นที่เตียมไว้คนผสมให้กระจายตัวทั่ว ไม่ควรตีผสมนาน 8) ให้ช้อนหรือที่ตักไอศกรีมตักเนื้อคุกกี้วางในถาดที่ทาเนยหรือรองด้วยแผ่นรองอบ โดยเว้นระยะห่างเพื่อให้ คุกกี้แผ่ตัวเมื่อโดนความร้อน 9) นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 150-160 ํc นาน 15-20 นาที (ขึ้นอยู่กัปริมาณและขนาดชิ้น 10) ใช้ที่แซะนำขนมออกจากถาดทิ้งให้เย็นลงแล้วรีบรรจุใส่บรรจุภัณฑ์ การตรวจสอบสูตร 1 และสูตร 2 สังเกตการณ์ขึ้นขณะอบและเนื้อสัมผัส และทำการทดสอบทางด้านประสาทสัมผัสเปรียบเทียบความชอบใน แต่ละด้านของคุกกี้


(4) ชาดอกกระถิน ทำการทดลองโดยใช้ใบกระกระถินผงใส่ใน 2 สูตร • สูตรชาดอกกระถิน • สูตรชาดอกกระถิน+หญ้าหวาน สูตรการผลิตที่ 1 ชาดอกกระถินผสมหญ้าหวาน ลำดับ ที่ วัตถุดิบ การชั่ง 1 ดอกกระถินแห้ง 100 g 2 ใบกระถินแห้ง 100 g รวม 200.00 สูตรการผลิตที่ 2 ชาดอกกระถินผสมหญ้าหวาน ลำดับ ที่ วัตถุดิบ การชั่ง 1 ดอกกระถินแห้ง 100 g 2 ใบกระถินแห้ง 100 g 3 ผงหญ้าหวาน 10 g รวม 210.00 อุปกรณ์เครื่องใช้ - เครื่องชั่ง - เครื่องอบลมร้อน - ถุงชงชา - เครื่องซีลผนึก


ขั้นตอนการผลิต 1) ชั่งส่วนผลต่างๆ เตรียมไว้ 2) การเตรียมดอกกระถินและใบกระถิน - นำดอกกระถินเด็ดทำความสะอาดดอกตูมล้างผ่านน้ำสะอาดแล้วอบด้วยอุณหภูมิ ไม่เกิน70-80 องศาเซลเซียสเพื่อระเหยน้ำออก - ใบนำมาเด็ดก้านกิ่งใบออกนำไปล้างน้ำทำความสะอาดอบด้วยอุณหภูมิ ไม่เกิน70-80 องศาเซลเซียส เพื่อระเหยน้ำออก 3) นำดอกที่แห้งแล้วปนผสมระหว่างดอกบานและดอกตูมชั่ง 4) นำใบที่อบแห้งแล้วชั่งเตรียมไว้ 5) สำหรับสูตรที่มีหญ้าหวานใบหญ้าหวานหรือหญ้าหวานผงชั่งเตรียมไว้เช่นกัน 6) นำดอกใบและในสูตรทีมีหญ้าหวานมาผสมให้กระจายตัวทั่ว 7) บรรจุใส่ในซองชา ซองละ 10กรัม 8) ปิดปากซองด้วยเครื่อง sale การตรวจสอบสูตร 1 และสูตร 2 ทำการทดสอบทางด้านประสาทสัมผัสเปรียบเทียบความชอบในแต่ละด้านของชาทั้ง 2 สูตร


(5) เมล็ดกระถินงอก - ศึกษาขั้นตอนการเพาะเม็ดงอกในผักตระกูลถั่ว - เตรียมวัสดุและอุปกรณ์ - ดำเนินการเพาะ - สรุปผลและขั้นตอนการทำเมล็ดงอก วัสดุที่ใช้เพาะ 1) เมล็ดกระถินแก่ 2) ผ้าขาวบาง 3) กระบะเพาะเมล็ด 4) ดินเพาะ 5) ที่รดน้ำ 6) กรรไกร 7) ภาชนะใส่ ทำการทดลองเพื่อหาขั้นตอนในการเพาะดูอัตราการงอกระหว่าง • การเพาะแบบแช่เมล็ดให้งอกก่อน • การเพาะแบบไม่แช่เมล็ดก่อน ขั้นตอนการเพาะ การเตรียมเมล็ด 1) นำเมล็ดมาคัดเลือกเอาเมล็ดที่เสีย ลีบออก เพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์การงอก 2) สำหรับเมล็ดที่แช่ให้นำเมล็ดที่คัดแล้วไปแช่น้ำอุ่นทิ้งไว้1คืน จากนั้นห่อด้วยผ้าขาวบาง แช่น้ำเล็กน้อยไม่ให้ห่อ ผ้าแห้งหรือพรมน้ำเป็นช่วง ๆ ต่ออีก 1 คืน การเพาะ 1) นำดินเพาะเทใส่กะบะเพาะหรือภาชนะที่ใช้เพาะ(ควรใช้เป็นภาชนะทรงเตี้ย เพื่อมิให้เปลืองดิน ประมาณ 2/4 ของกระบะเพาะ 2) นำเอาเมล็ดที่เตรียมไว้ทั้ง 2แบบโรยให้ทั่วบนดินเพาะ 3) นำดินเพาะโรยกลบด้านหน้าเมล็ด ให้ได้ ¾ ของกระบะเพาะ ไม่ควรโรยหนาเกินไปให้พอกลบเมล็ด เพื่อเวลารด น้ำเมล็ดไม่กระเด็นและสามารถฝังรากลงดินได้ดี 4) รดน้ำเช้าเย็น ให้ฟอกกี้พ่นฝอยรดให้ชุ่ม ไม่แฉะ 5) ให้กระบะหรือภาชนะอีกใบครอบเพื่อให้เมล็ดงอกมีใบเลี้ยงสีเหลืองไม่เขียวเกินไป 6) สังเกตอัตราการงอกเปรียบเทียบกันในแต่ละวัน 7) เมื่อครบ 6-7 วันแล้ว ตัดต้นอ่อนมารับประทานสังเกตยังไม่ควรให้ต้นกระถินแตกยอดอ่อนควรเก็บรับประทาน ก่อน 8) ตัดรากออก นำมาล้างน้ำ บรรจุใส่บรรจุภัณฑ์ : การรับประทานสามารถมานำไปรับประทานสด เป็นผักสลัด ผักจิ้ม หรือนำไปผัด ยำ


3. การทำงานประดิษฐ์ สิ่งของเครื่องใช้ 3.1 ทำการศึกษาส่วนที่จะนำมาใช้ได้ทำสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้ได้ จากการศึกษาพบว่าส่วนที่เป็นลำต้นนอกจากใช้ เผาผ่าน เป็นไม้ค้ำยัน น่าจะนำมาใช้ในแง่ของการเพิ่มมูลค่าได้และเมล็ดกระถินเองมีความสวยงาม มีสีสันที่ สวยรูปทรงสามรถนำมาเป็นเครื่องประดับได้ 3.2 ออกแบบสิ่งประดิษฐ์ หรือของใช้ 3.3 เตรียมวัสดุและอุปกรณ์ในการประดิษฐ์ 3.4 ทดสอบและประเมินความพึงพอใจในการใช้งาน ดอกไม้จากต้นกระถิน ขั้นตอนการทำ การเตรียมไม้กระถิน 1) ตัดไม้กระถินในขนาดที่สามารถเหลาด้วยกบเหลาดินสอได้ 2) นำไม้กระถินมาลอกเอาเปลือกออก 3) ใช้กบเหลาดินสอเหลาให้กรวยม้วนกลม 4) ถ้าต้องการย้อมสีนำไปย้อมในสีผสมอาหารที่ละลายน้ำไว้แช่ให้ได้สีตาม ต้องการ 5) นำไปตากแดดให้แห้ง ต้องกลับพลิกด้านให้สัมผัสแดดโดยตรงจะทำให้ แห้งเร็วและไม่มีรา การทำดอกไม้กระถิน 1) ส่วนที่ติดธูปเทียนกำธูปเทียนเป็นใช้ไม้เสียบลูกชิ้นไม้ทำก้าน พันติดด้วย ฟลอล่าเทป 2) นำกลีบดอกติดกับวัสดุยึดอาจเป็นแกนไม้เม็ดโฟม กระดาษ 3) ใช้ปืนกาวหยอดที่วัสดุยึดแล้วติดกลับทีละกลีบให้เป็นวงกลมทั่วจนเป็น ทรงกลม 4) พันก้านดอกด้วยฟลอล่าเทป 5) ติดใบให้เรียบร้อย วัสดุอุปกรณ์ 1) ไม้กิ่งกระถิน 2) กบเหลาดินสอ 3) สีผสมอาหารชนิดผง 4) ไม้กาวลาเท๊กซ์ 5) ปืนกาว 6) ก้านดอกไม้ 7) กระดาษพันด้าน 8) ธูป เทียน 9) ใบไม้ผ้าสำเร็จ 10) ไม้เสียบลูกชั้น


ขั้นตอนการทำ การเตรียมเม็ดกระถิน 1) คัดเลือกเมล็ดกระถินที่เป็นราเมล็ดลีบออก 2) นำเมล็ดไปตากแดด 3) ใช้เหล็กแหลมหรือเข็มใหญ่เจาะรู การทำดอกไม้กระถิน 1) ร้อยลูกปัดและเม็ดกระถินเป็นลวดลายที่ต้องการ หรือเป็นส่วนประกอบ ต่างๆของพวงกุญแจ 2) นำส่วนต่างผูกประกอบติดกัน 3) ตกแต่งด้วยกระพวนหรือลูกปัดสีต่างๆโดยในส่วนที่ตกแต่งนี้อาจให้ปืน กาวยึดติด 4) นำตะขอหรือพวงกุญแจมาติดกับประกอบ วัสดุอุปกรณ์ 1) เมล็ดกระถินแก่ 2) ลูกปัด 3) เข็ม 4) ด้าย 5) พวงกุญแจ 6) กระพรวนเล็ก 7) กรรไกร 8) กาว เครื่องประดับจากเมล็ด กระถิน


เครื่องประดับจากเมล็ด กระถิน ขั้นตอนการทำ การเตรียมไม้กระถิน 1) ต้นไม้ส่วนที่เป็นกิ่งขนาดต่าง ๆ โดยริดตาไม้ออกให้ได้ไม่ที่ตรง 2) นำไม่ไปตากแดดให้แห้ง การทำดอกไม้กระถิน 1) ตัดไม้กระถินตามขนาดที่วัดไว้ 2) ประกอบและยึดติดกันด้วยปืนยิงหรือลวด 3) เก็บงานที่เกินไม่เรียบร้อยให้สวยงาม 4) ทาสีหรือแลคเกอร์เคลือบ วัสดุอุปกรณ์ 1) ไม้กิ่งกระถิน 2) เครื่องยิง 3) ลวด 4) มีด 5) กรรไกร 6) เลื่อย


43 บทที่ 4 ผลการดำเนินการ จากการศึกษาและได้ดำเนินงานตามรายละเอียดที่ได้วางแผนไว้ในการศึกษาถึง วิธีการขั้นตอนการผลิต และผลิตภัณฑ์และสินค้าที่ได้จากการการนำแนวคิดมาปรับประยุกต์ให้โดยใช้ต่างของกระถินมาใช้ในการเพิ่มมูลค่ามี ผลการปฏิบัติดังนี้ 1.ผลการศึกษกระถางย่อยสลายได้และเพิ่มธาตุอาหารในดินจากรากและใบกระถิน จากการศึกษาการกระถางย่อยสลายได้และเพิ่มธาตุอาหารในดินจากรากและใบกระถิน พบว่า ขั้นตอนที่ ศึกษาสามารถขึ้นรูปเป็นกระถางจากวัสดุธรรมชาติได้ สามารถนำมาปลูกพืชได้โดยรายละเอียดและกระบวนการทำ มีดังนี้ วัตถุดิบที่ใช้ 1) แป้งมันสำปะหลัง 2) น้ำ อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ 1) กระทะไฟฟ้า 2) พายกวน 3) กะละมัง 4) เครื่องชั่ง 5) ภาชนะตวงน้ำ


44 วัตถุดิบที่ใช้ 1) เศษขี้เลื่อยจากก้อนเห็ดเก่าแห้ง 2) ขุยมะพร้าว 3) ดินบริเวณราก 4) ใบกระถิน 5) กาวแป้งเปียก อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ 1) กระถางทรงต่างๆ 2) พายไม้ 3) ภาชนะใส่ผสม ละลายแป้งมันกับน้ำ กวนผสม กาวแป้งเปียก การทำกาวแป้งเปียก


45 ผสมกาวแป้งเปียกในวัสดุต่าง วัสดุที่มีส่วนผสมต่างๆทั้งขี้เลื่อยเก่า ขลุย มะพร้าว ผสมดินรากกระถิน ใบกระถินลงไปใน ส่วนผสม อัดขึ้นรูเป็นกระถาง นำกระถางตากแดด กระถาง แบบที่ 1 ไม่มีดินรากและใบกระถิน แบบที่ 2 มีดินจากรากและใบกระถิน


Click to View FlipBook Version