51
ผลการสอนของครู
เฉลยแบบฝกหดั หนว ยท่ี 3
จงทําเครื่องหมายวงกลม ในหวั ขอท่ีถกู ท่ีสุดเพียงขอเดยี ว
1. ขอใดเปน แทก็ สาํ หรบั การขน้ึ บรรทดั ใหม ?
ก. <br /> ข. <br>...</br>
ค. <nobr> ง. ถกู ทงั้ ขอ ก. และ ข.
52
2. ขอใดเปน แทก็ สาํ หรับการจัดขอความแบบเปนยอ หนา ?
ก. <p /> ข. <p>
ค. <br> ง. <pre>
3. ขอ ใดเปนการจดั หนา เวบ็ เพจโดยใหข อความแสดงเหมอื นตามท่ีเรากําหนดไว ?
ก. <br> ข. <p>
ค. <nobr> ง. <pre>
4. ขอ ใดเปนการตัดคําเฉพาะจดุ เพ่ือชว ยใหบราวเซอรตดั คําไดดขี น้ึ
ก. <br> ข. <nobr>
ค. <wbr> ง. <p>
5. ขอ ใดไมใ ชแ อททริบวิ ททใ่ี ชในการกาํ หนดคุณสมบตั ขิ องเสนคั่น ?
ก. width ข. nobr
ค. noshade ง. align
6. ขอใดคือการใชแ ทก็ <hr> แสดงเสน คนั่ แนวนอนยาว 30% ของความกวางหนาจอ ?
ก. <hr="30%" /> ข. <30%:hr />
ค. <hr width="30%" /> ง. <width="30%":HR />
. ขอใดคือแอททรบิ ิวททใ่ี ชในการจดั ตาํ แหนงเสนคัน่ ?
ก. noshade ข. nobr
ค. size ง. align
8. แทก็ ใดท่ีไมมใี ชใ น XHTML ? ข. br
ก. p ง. ถูกทุกขอ
ค. wbr
53
9. ขอ ใดกลาวถูกตอ ง ?
ก. แท็ก br ใน XHTML คอื <br/>
ข. แท็ก br ใน HTML คอื <br/>
ค. แทก็ br ใน HTML คือ </br>
ง. แทก็ br ใน XHTML คือ <br />
10. ขอใดคือรปู แบบของการเพม่ิ หมายเหตเุ ตอื นความจาํ ?
ก. <!--หมายเหตุ--> ข. <!--หมายเหต-ุ -!>
ข. //หมายเหตุ ง. /*หมายเหต*ุ /
ตอนที่ 2 จงใสเ ครือ่ งหมาย หนา ขอความท่ถี กู และใสเครื่องหมาย หนา ขอความทผ่ี ิด
......... 1. แท็ก <br> เปนการตัดคําขนึ้ บรรทัดใหม
......... 2. การเขยี นแทก็ <p> ตอ งอยใู นแท็ก <body>...</body> เสมอ
......... 3. center เปน อกี แทก็ หนง่ึ ท่ใี ชใ นการจดั วางตาํ แหนง เนอื้ หาในเว็บเพจ
จัดวางไดท้งั ขอ ความและรูปภาพ
......... 4. <hr size ="30" /> เปน การกําหนดความยาวของเสนคัน่ ของ XHTML
......... 5. align กําหนดตําแหนงของเสน ใหอยู center (ก่งึ กลาง), left (ชดิ ซา ย)
และ right (ชิดขวา)
......... 6. <hr noshade="noshade" width="200" size="6" /> เปน รูปแบบใน HTML4
......... 7. การทาํ ใหความยาวของเสนคั่น มีสัดสวนทพี่ อดกี บั หนาจอของบราวเซอร
สามารถทําไดโ ดยการกาํ หนดความยาวใหเ ปน พกิ เซล
......... 8. <hr align="right" /> เปนการจดั ตาํ แหนงเสนคัน่ ใหอ ยชู ิดขวา
......... 9. <pre> เปน การกําหนดจุดใหบราวเซอรต ัดคาํ
......... 10. การใชเสนคัน่ ทางแนวนอน (Horizontal Rule) จะชวยแบงเนอื้ หาออกเปน สวนๆ
ทาํ ใหอา นไดงา ย
54
ตอนที่ 3 จงตอบคําถามตอไปน้ี
1. จงเขยี น HTML ทม่ี ีการจัดวางตําแหนง ขอ ความใหอ ยกู ึ่งกลางหนา
<body>
<center>บอกรกั แมไ ดทกุ วนั ไมจ ําเปน ตอ งรอเทศกาลวนั แมเ พราะวาในใจของคุณแมน ั้น ทานรักและ
หวงใยเราทกุ วนั ดังน้ันเราไมจ าํ เปน ตอ งรอวนั ไหนทจี่ ะแสดงออกวา รกั ทาน กแ็ สดงออกไปทกุ
วนั จะไดสมกบั ทท่ี านรกั เรา </center>
</body>
2. จงเขียน HTML กาํ หนดความยาว และความหนาของเสน คน่ั
<body>
ความแตกตางของความยาว <br/>
Widts = 40 <hr Widts =40/>
Widts=200 <hr Widts=200/>
ความแตกตางของความหนา <br/>
Size=6 <hr size=6/>
Size=10 <hr size=10/>
</body>
3. จงบอกความสาํ คัญของแทก็ หมายเหตุ วาทําไมเราจึงควรใสแทก็ นไี้ วเ สมอ
เราควรเขียนหมายเหตุไวในสวนตางๆของโปรแกรม เพ่ืออธิบายการทํางานของโปรแกรม
เพราะเราอาจหลงลืมโปรแกรมท่ีเราเขียน หรือตองสงตอใหผูอ่ืนไปทําการปรับปรุงแกไข หมาย
เหตุจะปรากฏในโปรแกรมทเี่ ราเขยี นเทานนั้ จะไมาถูกนาํ มาแสดงเมอ่ื เปดดทู างบราวเซอร
55
แผนจัดการเรียนรู วิชา การสรางเวบ็ เพจดวยภาษา(HTML) รหัสวชิ า 2201-2414 ช้นั ปวช.
หนวยท่ี 4 เรื่อง การจัดการขอความ สัปดาห 4-5 เวลา 8 ช่วั โมง
1. สาระสาํ คัญ
ขอความในเว็บเพจ จะดูนาสนใจ จูงใจใหผูใชเขามาอาน โดยการตกแตงดวยแท็กตางๆ ใน
ภาษา HTML เชน รูปแบบของตวั อักษร สขี องตัวอกั ษร สพี ื้นของเวบ็ เพจ ตัวอกั ษรเคลอื่ นไหว
2. จุดประสงคการเรียนรู
2.1 จุดประสงคทวั่ ไป (จุดประสงคน ําทาง)
1. มีความรูค วามเขา ใจเก่ยี วกับแทก็ ตา งๆ ในแบงขอ ความเปน สว นยอย
2. มีความรคู วามเขาใจเกย่ี วกบั แทก็ ตา งๆ ในการจัดขอ ความ
2.2 จดุ ประสงคเ ชงิ พฤตกิ รรม (จุดประสงคป ลายทาง)
1. แบง ขอ ความเปนสวนยอ ยโดยใชห ัวเร่อื งได
2. กําหนดลักษณะของตวั อักษรแบบ Physical และ Logical ได
3. ปรบั เปล่ียนขนาดของตัวอักษรได
4. กําหนดขนาดตวั อักษรจากตัวอกั ษรปกตทิ ี่ใชอยไู ด
5. กาํ หนดรูปแบบของตัวอักษรตามความตอ งการได
6. กาํ หนดสีพน้ื เวบ็ เพจและกําหนดสขี องตัวอักษรได
7. กําหนดตวั อักษรในเอกสารใหม สี ีแตกตา งกนั ได
8. กําหนดใหต ัวอกั ษรเคลือ่ นไหวบนหนาเวบ็ เพจได
3. กจิ กรรมการเรยี นรู
กจิ กรรมครู กจิ กรรมผูเรยี น
ข้ันเตรียม(สัปดาหละ10 นาท)ี
1. ใหผูเรียนอานหนังสือเรียน เพื่อทําความรูจักกับ การ 1. ผูเรียนอานหนงั สือเรียน และทําความ
จดั การขอความ ในเว็บเพจ ประมาณ 10 นาที เขา ใจ
2. ครตู อบขอ สงสยั ของผูเรียน 2. ผูเรยี น ซกั ถามขอสงสยั
3. จดบนั ทึกคําตอบของครูผูส อน
56
ขนั้ นําเขาสูบ ทเรียน(สัปดาหล ะ20 นาท)ี
1. ครูเขียนตัวอยางแท็กตาง ๆ ท่ีใชในการจัดการขอความ 1. ผูเรยี นชวยกันวเิ คราะหต วั อยา ง
ในเว็บเพจ แลวถามผูเรียน เพ่ือใหทราบความรู 2. ผูเรียนชวยกันแสดงความคิดเห็น
พื้นฐานของผูเรยี น และตอบคําถาม
2. ครูชมเชยผูเรียนที่มีความพยายามตอบคําถามและ 3. ผูเรียนชวยกันแสดงความช่ืนชมกับผู
แสดงความคิดเห็น และใหผูเรียนในหองมีสวนรวม ที่มีสวนรวมในการแสดงความคิดเห็น
ในการแสดงความชื่นชมกับผูที่ตอบคําถาม ท้ังผูที่ และตอบคําถาม
ตอบถูก และผูท ่ีตอบไมถูก
ขนั้ ดาํ เนินการสอน(สปั ดาหล ะ 180 นาท)ี
3. บรรยาย อธบิ าย และยกตัวอยางประกอบ 4. จดบันทกึ
4. ครูแนะนําเทคนิค และวิธี แบงขอความเปนสวนยอย 5.ผูเ รียนปฎิบัตติ าม
โดยใชห วั เร่ือง กําหนดลักษณะของตัวอักษรแบบ Physical 6.ผูเรียนซกั ถามขอสงสัย
และ Logical ปรับเปล่ียนขนาดของตัวอักษร กําหนด 7.ทําใบงานและแบบฝกหัดหลังเรียนที่
ขนาดตัวอักษรจากตัวอักษรปกติท่ีใชอยู กําหนดรูปแบบ ไดรับมอบหมายใหเสร็จทันภายในเวลา
ของตัวอักษรตามความตองการ กําหนดสีพ้ืนเว็บเพจและ ทกี่ ําหนด
กําหนดสีของตัวอักษร กําหนดตัวอักษรในเอกสารใหมีสี 8.ผูเ รียนและครูผูสอนรว มกันสรุปสาระ
แตกตางกัน กําหนดใหตัวอักษรเคล่ือนไหวบนหนาเว็บ การเรยี นรจู ากสิ่งที่ไดรบั มอบหมายตาม
เพจ ใหผเู รียนปฎบิ ัติแลวคอยใหค าํ แนะนาํ ใบงานและแบบฝก หดั
5. ใหผเู รียนทําใบงานโดยการตอบคาํ ถามและปฎิบัติตาม
วิธที ่ีสอนไดถูกตอ ง
6. ทําแบบฝกหัดหลังเรียนและใหผูเรียนสงภายในเวลาที่
กาํ หนด
57
กจิ กรรมครู กจิ กรรมผูเรยี น
7. ตรวจใบงานและแบบฝกหัด 9.ผูเรียนจดบันทึกผลการสรุป และเทคนิค
8.ครูและผูเรียนรวมกันเฉลยใบงานและ วิธีการจดจาํ ท่ีครผู ูส อนแนะนํา
แบบฝก หดั 10. ผูเรียนบอกวิธีที่นําความรูจากบทเรียนไป
ข้ันสรุป(สัปดาหล ะ30 นาท)ี ป ร ะ ยุ ก ต ใ ช ใ ห เ กิ ด ป ร ะ โ ย ช น แ ล ะ
9. ครูใหผูเรียนในหองสรุปความรูท่ีไดจากการ ประสทิ ธภิ าพสูงสดุ ตอ ไป
เรยี นทกุ หวั ขอการเรยี นรู
10. ครูสุมถามผูเรียนในหองเรียนเพื่อตอบ
คําถาม ครูดําเนินการถามจนผูเรียนจนกวา
ผูเ รยี นจะถามคําถามไดอ ยา งถกู ตอ ง
11.ครูกับผูเรียนรวมกันสรุปบทเรียนและวิธีการ
นาํ ไปประยกุ ตใช
4. กจิ กรรมการเรียนรู
กอนเรียน
1. ผูเรียนทําแบบฝกหัดกอนเรียน โดยการตอบคําถามเกี่ยวกับหนวยการเรียนตามภูมิความรู
ความสามารถของผูเรยี น
2. ครใู หผูเ รียนอา นใบความรูเ พ่ือเตรยี มความพรอมในการเรียนและตอบคําถามครผู ูสอน
ขณะเรยี น
1. ผูเ รยี นรวมกนั ศึกษาเนอ้ื หาตามใบงานแลวตอบคาํ ถามและแสดงความคิดเห็น
2. ทําใบงานและแบบฝก หดั หลงั เรยี น
3. รวมกนั เฉลยใบงานและแบบฝกหัดหลังเรียน
4. จดบนั ทึก เทคนิค แนวการทเี่ ปน ประโยชนต อ ผูเรียน จากขอ แนะนําของครผู สู อน
5. ผเู รียนสรุปความรูท ไ่ี ดจ ากการเรยี นตามความเปน จริง จากภมู ิความรขู องผูเ รยี นแตละคน
6. ผูเรยี นซักถามในหัวขอที่สงสยั ในเน้ือหาการเรียนรู
5. สื่อการเรยี นการสอน
1. หนังสอื เรียนวิชาการสรางเว็บเพจ (ดว ยภาษา HTML)
1. ใบความรปู ระจาํ หนว ย
2. ใบงานและแบบฝกหัด
58
3. เครื่องไมโครคอมพิวเตอร
4. แผน ใสและเคร่อื งฉายภาพขามศรี ษะ
5. ซดี สี ื่อการสอน
6. วัดผลประเมินผล
1. ผเู รียนปฏบิ ตั ิภาระงานทีม่ อบหมายเสรจ็ ทนั เวลาทก่ี าํ หนด
2. ตอบคาํ ถามและสรุปผลงานไดอ ยา งถูกตอง
3. ทําแบบฝก หดั หลังเรียนเสรจ็ ทันเวลาทีก่ าํ หนดและถูกตอ ง
4. สนใจกระตือรือรนในการเรียนรู ตอบคําถาม สรุปสาระการเรียนรู และกลาแสดงความ
คดิ เหน็
7. กิจกรรมเสนอแนะ
ถาผูเรียนมีการเตรียมตัวในการเรียนที่ดี เชน อาน และทําการศึกษาหนังสือเก่ียวกับหนวยการ
เรียนมากกอน ถึงช่ัวโมงเรียน ผูเรียน จะสามารถเรียน และทํากิจกรรมตาง ๆ ที่ครูผูสอนมอบหมาย ได
อยางมีความสขุ และเกิดความชอบ และสนกุ กบั การเรยี นในช้ันเรยี น
เกณฑการประเมนิ ผล
วัดผลสมั ฤทธิจ์ ากแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู
รอยละ 80-100 หมายถงึ ผลการเรยี นดีมาก
ผลการเรยี นดี
รอ ยละ 70-79 หมายถึง ผลการเรยี นปานกลาง
ผลการเรียนผา นเกณฑ
รอยละ 60-69 หมายถงึ ผลการเรยี นไมผ า นเกณฑ
รอ ยละ 50-59 หมายถงึ
ตํา่ กวารอยละ 50 หมายถงึ
แบบประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคล หมายถึง มพี ฤตกิ รรมดี
หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมพอใช
8-10 คะแนน หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมท่ตี อ งปรับปรงุ
5-7 คะแนน
ต่ํากวา 5 คะแนน
59
แบบและเกณฑป ระเมินพฤติกรรมรายบคุ คล
คําช้แี จง ใหผ ปู ระเมินขีดเคร่อื งหมายถกู 9ในชอ งพฤตกิ รรมทคี่ าดหวังใหเ กดิ กบั นกั เรียน
เกณฑการตัดสนิ
2 คะแนน หมายถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับแบบสมํา่ เสมอ
1 คะแนน หมายถงึ มีพฤตกิ รรมในระดับผา นเกณฑ
0 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับไมผ านเกณฑ
เกณฑการประเมิน หมายถงึ มพี ฤติกรรมดี
หมายถึง มีพฤติกรรมพอใช
8 - 10 คะแนน หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมทต่ี อ งปรบั ปรุง
5 - 7 คะแนน
ตํา่ กวา 5 คะแนน
เลข ชือ่ – สกลุ พฤติกรรมของนักเรียน ความ รวม
ท่ี ผรู บั การ รอบคอบ 20
ความมีวนิ ัย ความ มนษุ ย ขยันหม่นั
ประเมนิ รบั ผิดชอบ สมั พนั ธ เพยี ร 4321
1
2 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 21
3
4
5
6
7
60
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
ผปู ระเมนิ ……………………………
(…………………………..)
บันทึกหลังการสอน (ปญหาและขอเสนอแนะ)
ผลการใชแ ผนการสอน
61
ผลการเรียนของนักเรยี น
ผลการสอนของครู
เฉลยแบบฝกหัด หนว ยที่ 4
จงทําเคร่ืองหมายวงกลม ในหัวขอ ท่ีถูกที่สุดเพียงขอ เดยี ว
1. ขอใดกลา วไมถ ูกตอ งเก่ยี วกบั การใชแ ทก็ <hn> ?
ก. รปู แบบของแท็กทใ่ี ช <hn>....</hn>
ข. n ทใี่ ชม ีคาต้ังแต 1 ถึง 6
62
ค. <h6> จะมีตวั อกั ษรใหญท ่สี ดุ ใชก ับขอ ความหลกั
ง. แบง ขอความโดยการใชหวั เรอื่ งท่มี ีขนาดตา งกนั
2. ขอ ใดไมถ กู ตอ งเกย่ี วกับการกําหนดตวั อกั ษรแบบ Physical ?
ก. กําหนดรปู แบบตัวอักษรขอ ความได เชน ตัวหนา ตัวเอน
ข. กาํ หนดรูปแบบของตวั อกั ษรตามลักษณะขอ ความ
ค. ไมเปลย่ี นแปลงแมบราวเซอรทใ่ี ชเ ปด ดแู ตกตา งกัน
ง. ขอ ข, ค ถูกตอง
3. ขอใดไมใชแ ทก็ การกาํ หนดลกั ษณะตวั อกั ษรแบบ Logical ?
ก. <strong>..</strong>
ข. <xmp>...</xmp>
ค. <var>..</var>
ง. <sup>...</sup>
4. ขอ ใดคอื การกาํ หนดสีขอความเปนสีเขยี ว ?
ก. font color="ff0000"
ข. font color="00ff00"
ค. font color="0000ff"
ง. font color="pink"
5. ขอ ใดใชก ําหนดรูปแบบใหกบั ขอ ความทเี่ ปนนยิ าม ?
ก. Strong
ข. Citations
ค. Definition
ง. Sample
63
6. ขอใดใชกาํ หนดรปู แบบใหก บั ขอ ความทเ่ี ปน ตวั อยาง ?
ก. Strong
ข. Citations
ค. Definition
ง. Sample
7. ขอใดกลา วถูกตอ งเก่ียวกบั การเปลี่ยนขนาดของตวั อักษร ?
ก. รปู แบบแท็ก <font size="n">....</font>
ข. รูปแบบแทก็ <font size= "+/-ขนาด"> ขอความ </font>
ค. ขนาดของตัวอกั ษร คือ 1 ถงึ 7
ง. ถกู ทกุ ขอ
8. ขอใดคอื ความหมายของการใชรปู แบบของคาํ สง่ั
<font face ="ชอ่ื ฟอนต1 , ชอ่ื ฟอนต2 , ...">
ขอความ </font> ในการกําหนดรูปแบบตวั อักษร ?
ก. สมุ ใชฟอนตท รี่ ะบเุ พ่อื ความหลากหลาย
ข. เมอื่ ไมมีฟอนตต วั ท่ี 1 ก็จะไปใชฟ อนตต วั ที่ 2 และตวั ตอ ไปแทน
ค. เรยี งฟอนตต ามลําดบั ขอความ ฟอนตต วั แรกคอื หวั เรือ่ ง
ง. ถูกทกุ ขอ
9. ขอใดกลาวไมถ กู ตอ งเกย่ี วกบั การใสสตี ัวอกั ษรในเว็บเพจ ?
ก. สามารถกาํ หนดสีได 2 รูปแบบคอื กําหนดจากรหสั สแี ละช่ือสี
ข. แอททรบิ ิวท text ใชในการกาํ หนดสตี วั อกั ษร, ใสในแทก็ font
ค. แอททริบวิ ท color ใชใ นการกําหนดสีตวั อกั ษร, ใสในแทก็ font
ง. ไมมขี อถกู
10. ขอ ใดกลาวไมถ กู ตอ ง ?
64
ก. สีในคอมพิวเตอรเ กดิ จากแมส ี RGB สามสี
ข. เราสามารถดูคา สีไดจ ากโปรแกรม Print
ค. คา รหัสสเี ลขฐานสบิ หกตองมี 6 หลกั เสมอจงึ จะใหผลถกู ตอง
ง. เราสามารถเลอื กใชคา "#0000ff" หรอื "blue" กไ็ ด
ตอนท่ี 2 จงใสเ ครือ่ งหมาย หนาขอความทีถ่ กู และใสเคร่ืองหมาย หนาขอ ความทผ่ี ดิ
......... 1. <h1> จะมขี นาดตวั อักษรใหญท ส่ี ดุ และถกู ใชกบั ขอ ความหลัก
จะมีขนาดโดยปกติ 24 พอยต สวน <h6> จะมขี นาดโดยปกติ 8 พอยต
......... 2. การกาํ หนดลักษณะตัวอักษรในเวบ็ เพจนนั้ มีอยู 1 วิธี
คือ แบบ Physical เปนการกาํ หนดรูปแบบตัวอกั ษรอยางเจาะจง
......... 3. Superscript คือ การกําหนดตวั อกั ษรหอ ย
......... 4. คือ การใชแ ทก็ Delete (ขดี ฆา) <del>...</del>
......... 5. <u> เปน การกําหนดตวั อกั ษรการขดี ฆา
......... 6. Emphasis ใชเ นนขอ ความคาํ พดู หรอื วลี
......... 7. <dfn>..</dfn> เปน รูปแบบแทก็ ทแี่ สดงขอ ความที่เปนคํานยิ าม
......... 8. ตวั อกั ษรขนาด size="7" จะมขี นาดเลก็ สดุ
......... 9. สีในคอมพวิ เตอรเ กดิ ขนึ้ จากการผสมคาสีโหมด RGB ซง่ึ ประกอบดว ยสี 3 สี
คอื Red (แดง) Green (เขียว) และ Blue (น้ําเงิน)
......... 10. <body bgcolor="lightgreen" text="#0000ff">
แท็กแสดงการกําหนดสีพื้นของเว็บเพจ และการกําหนดสตี วั อักษร
ตอนท่ี 3 จงตอบคําถามตอไปนี้
1. จงเขียนแท็กกาํ หนดลกั ษณะตัวอักษรมา 5 แท็ก
<b>..</b> ทําตัวหนา <i>..</i>ทําตัวเอียง
<u>..</u>ขดี เสนใต <sup>..</sup>ทาํ ตวั อักษรยก 65
หรอื วลี
<sub>..</sub>ทําตัวอกั ษรหอ ย <em>..</em>ใชเ นนขอความคําพดู
<strong>..</strong>ใชเนน ขอ ความท่สี ําคญั มาก <code>..</code>ขอ ความท่ี
เปนโคด โปรแกรม
2. จงเขียน HTML กําหนดขนาดของตัวอกั ษร
<body>
<font size=7>font size=7</font><br/>
<font size=6>font size=6</font><br/>
<font size=5>font size=5</font><br/>
<font size=4>font size=4</font><br/>
<font size=3>font size=3</font><br/>
<font size=2>font size=2</font><br/>
<font size=1>font size=1</font><br/>
</body>
3. ในการหาคาสีใน HTML มขี อ ควรระวงั อะไรบาง
1. คาสีจะตองเรยี งลําดบั RGB เสมอถาเราใสคาสสี ลับ เชน d5..,cc,60 จะถือวาเปนคนละสี
2. คา สีตอ งมคี รบ 6 หลัก หรอื คาสลี ะ 2 หลกั เชน 00, fo , 06 ไมใ ช 0,fo, 6 แบบหลังจะไดสีท่ีไมตรง
ความตองการ
3. ในการกําหนดคาสีในเวบ็ เราจะนาํ ดวยเครอ่ื งหมาย # และตอ ดว ยคาสีแดง 2 หลัก คาสเี ขยี ว 2 หลัก
คา สีนา้ํ เงิน 2 หลกั เชน # 00ff00 จะแสดงสเี ขยี ว
66
แผนจดั การเรียนรวู ิชา การสรางเว็บเพจดว ยภาษา(HTML) รหัสวิชา 2201-2414 ชนั้ ปวช.
หนว ยที่ 5 เร่อื ง การใชล สิ ตส รา งรายการ สปั ดาหที่ 6-7 เวลา 8 ชั่วโมง
1. สาระสําคญั
การนําเสนอขอมูลในเว็บควรมีความกระชับ วิธีหน่ึงท่ีจะชวยได คือ การยกขอมูลเปนประเด็น
โดยจัดเปน รายการหรอื ลสิ ต ในภาษา HTML สามารถสรา งลสิ ตไ ด 5 แบบดวยกัน
2. จุดประสงคก ารเรยี นรู
2.1 จดุ ประสงคทวั่ ไป (จุดประสงคน าํ ทาง)
1. มคี วามรคู วามเขา ใจเกยี่ วกบั แทก็ ตา งๆสําหรบั สรา งลิสต
2.2 จุดประสงคเชงิ พฤติกรรม (จุดประสงคป ลายทาง)
1. สรา งลสิ ตแ บบไมมีลาํ ดบั ได
2. สรางลิสตแบบมลี ําดบั ได
3. สรางลิสตแ บบ เมนไู ด
4. สรา งลสิ ตแบบไดเรก็ ทอรีเวบ็ ได
5. สรางลิสตแ บบจํากดั ความได
6. สรางลสิ ตหลายลสิ ตซ อ นกนั ได
3. กจิ กรรมการเรียนรู
67
กจิ กรรมครู กจิ กรรมผเู รยี น
ขนั้ เตรยี มกิจกรรม(สัปดาหละ10 นาท)ี
1. ใหผูเรียนอานหนังสือเรียน เพื่อทําความรูจักกับการ 1. ผูเรียนต้งั ใจสนใจฟง และจดบนั ทกึ
ใชลิสตส รา งรายการ ในเว็บเพจ ประมาณ 10 นาที 2 ซกั ถามเมอื่ เกิดความสงสยั
2. ครูตอบขอ สงสัย ของผูเรยี น
ขั้นนาํ เขาสบู ทเรยี น(สปั ดาหละ20 นาที)
1. ครูเขียนตัวอยางแท็กตาง ๆ ท่ีใชสําหรับสรางลิสต 1. ผเู รยี นชว ยกันวิเคราะหต วั อยาง
แลวถามผูเรียน เพื่อใหทราบความรูพื้นฐานของ 2. ผูเรียนชวยกันแสดงความคิดเห็น และ
ผูเรยี น ตอบคําถาม
2. ครูชมเชยผูเรียนที่มีความพยายามตอบคําถามและ 3. ผูเรียนชวยกันแสดงความชื่นชมกับผูที่
แสดงความคิดเห็น และใหผูเรียนในหองมีสวน มีสวนรวมในการแสดงความคิดเห็นและ
รวมในการแสดงความชื่นชมกับผูที่ตอบคําถาม ตอบคาํ ถาม
ท้ังผทู ีต่ อบถูก และผทู ่ตี อบไมถูก
ขั้นดาํ เนินการสอน(สัปดาหละ 180 นาท)ี
1. บรรยาย อธบิ าย และยกตัวอยางประกอบ 1. ต้งั ใจฟง จดบันทกึ
2. ครูแนะนําเทคนิค และวิธีสรางลิสตแบบไมมีลําดับ 2 .ผเู รียนปฎบิ ตั ติ าม
สรางลิสตแบบมีลาํ ดับ สรา งลสิ ตแ บบ เมนู สรางลิสต 3 . ผูเรยี นซักถามขอสงสยั
แบบไดเร็กทอรีเว็บ สรางลิสตแบบจํากัดความ สราง 4. ทําใบงานและแบบฝกหัดหลังเรียนที่
ลิสตหลายลิสตซอนกัน ใหผูเรียนปฎิบัติแลวคอยให ไดรับมอบหมายใหเสร็จทันภายในเวลาที่
คาํ แนะนํา กําหนด
5. ผูเรียนและครูผูสอนรวมกันสรุปสาระ
3. ใหผูเรียนทําใบงานโดยการตอบคําถามและปฎิบัติ การเรียนรูจากส่ิงที่ไดรับมอบหมายตาม
ตามวธิ ที ี่สอนแตล ะวิธไี ดถูกตอ ง ใบงานและแบบฝก หัด
68
กจิ กรรมครู กิจกรรมผเู รียน
4.ทําแบบฝกหัดหลังเรียนและใหผูเรียนสง
ภายในเวลาทีก่ าํ หนด
5.ตรวจใบงานและแบบฝก หดั
6.ค รู แ ล ะ ผู เ รี ย น ร ว ม กั น เ ฉ ล ย ใ บ ง า น แ ล ะ
แบบฝก หัด
ข้ันสรุป(สปั ดาหละ30 นาท)ี 6. ผูเรียนบอกวิธีท่ีนําความรูจากบทเรียนไป
7.ครูแนะนําใหผูเรียนศึกษาจากเอกสาร ประยุกตใชใหเกิดประโยชนและประสิทธิภาพ
ประกอบการเรียน,ใบงาน,แบบฝกหดั สูงสดุ ตอไป
8.ครูและผูเรียนรวมกันสรุปสาระการเรียนรูจาก
บทเรยี น ความสาํ คัญและการนาํ ไปประยกุ ตใ ช
4. กิจกรรมการเรียนรู
กอ นเรยี น
1. ครูช้แี จงการปฏิบตั ิของผเู รียนตามภาระงานทม่ี อบหมาย
2. ครบู อกแนวทางในกระบวนการเรียนการสอน
3. ครูใหผ เู รียนทบทวนบทเรียน
ขณะเรียน
1. จดบันทึกการเรยี น
2. สนใจการปฏิบตั ติ ามใบงานและกลา ในการแสดงความคิดเหน็ และตอบคําถาม
3. ทาํ แบบฝก หดั
4. ผเู รียนสรุปความรูที่ไดจากการเรียนการการสอน
69
5. ผูเรียนหาแนวทางและเทคนิคการหาคําตอบ ดวยความรูความเขาใจของตนเองพรอมจด
บันทึกเปนลําดับขนั้ ตอนท่จี ะทาํ ใหต นเองไมล ืมสาระการเรียนรู
6. ผูเรียนซักถามเมื่อไมเขา ใจหรอื สงสัยเนอ้ื หาการเรียนรู
5. สอื่ การเรยี นการสอน
1. หนังสือเรยี นวชิ าการสรา งเวบ็ เพจ (ดวยภาษา HTML)
2. ใบความรปู ระจาํ หนวย
3. ใบงานและแบบฝกหัด
4. เคร่ืองไมโครคอมพิวเตอร
5. แผนใสและเคร่ืองฉายภาพขา มศรี ษะ
6. ซดี ีสอ่ื การสอน
6. วดั ผลประเมินผล
1. ผูเ รียนปฏบิ ตั ภิ าระงานท่ีมอบหมายเสร็จทันเวลาที่กาํ หนด
2. ตอบคาํ ถามและทําใบงานและแบบฝก หัดไดถ ูกตอง
3. ความสะอาดเรยี บรอ ยของใบงานและแบบฝก หัด
4. สนใจกระตือรือรนในการเรียนรู ตอบคําถาม สรุปสาระการเรียนรู และกลาแสดงความ
คิดเห็น
7. กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ผเู รียนตอ งทบทวนบทเรยี นทั้งกอ นเรียนและหลงั เรียนอยอู ยางสมํา่ เสมอ
2. ผเู รยี นหม่ันเขาช้ันเรียนเพอื่ รบั ฟง เทคนคิ วิธี และแนวทางที่ดกี ับครสู อนอยางตง้ั ใจ
3. ผเู รียนสนใจทําใบงาน แบบฝก หดั และขยันปรบั ปรุงแกไขใบงานและแบบฝกหัดใหถูกตอง
ทกุ ครงั้ ท่ีทาํ ผิด
70
เกณฑก ารประเมนิ ผล
วดั ผลสัมฤทธจ์ิ ากแบบประเมินผลการเรยี นรู
รอยละ 80-100 หมายถงึ ผลการเรยี นดีมาก
ผลการเรียนดี
รอยละ 70-79 หมายถงึ ผลการเรยี นปานกลาง
ผลการเรียนผา นเกณฑ
รอยละ 60-69 หมายถงึ ผลการเรียนไมผ า นเกณฑ
รอยละ 50-59 หมายถงึ
ตํ่ากวา รอยละ 50 หมายถึง
แบบประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคล หมายถึง มีพฤติกรรมดี
หมายถึง มีพฤตกิ รรมพอใช
8-10 คะแนน หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมทีต่ อ งปรบั ปรุง
5-7 คะแนน
ต่าํ กวา 5 คะแนน
71
แบบและเกณฑประเมินพฤตกิ รรมรายบุคคล
คําชแี้ จง ใหผ ูประเมินขีดเครือ่ งหมายถกู 9ในชองพฤตกิ รรมทค่ี าดหวังใหเ กิดกับนักเรียน
เกณฑการตัดสนิ
2 คะแนน หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดับแบบสม่ําเสมอ
1 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับผา นเกณฑ
0 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมในระดบั ไมผ านเกณฑ
เกณฑการประเมนิ หมายถึง มพี ฤตกิ รรมดี
หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมพอใช
8 - 10 คะแนน หมายถงึ มีพฤตกิ รรมทต่ี องปรบั ปรงุ
5 - 7 คะแนน
ตาํ่ กวา 5 คะแนน
เลข ช่อื – สกุล พฤตกิ รรมของนกั เรียน ความ รวม
ที่ ผรู บั การ รอบคอบ 20
ความมวี นิ ัย ความ มนุษย ขยนั หมนั่
ประเมนิ รบั ผดิ ชอบ สัมพันธ เพียร 4321
1
2 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 21
3
4
5
6
7
8
9
72
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
ผปู ระเมนิ ……………………………
(…………………………..)
บันทึกหลังการสอน (ปญ หาและขอเสนอแนะ)
ผลการใชแผนการสอน
ผลการเรยี นของนักเรยี น
73
ผลการสอนของครู
เฉลยแบบฝกหดั หนวยที่ 5
จงทําเคร่ืองหมายวงกลม ในหวั ขอ ที่ถกู ที่สดุ เพียงขอ เดยี ว
1. ขอ ใดกลา วถูกตอ งเก่ยี วกบั การใชแ ทก็ <ul> ?
ก. ul ยอ มาจาก Unordered List
ข. แยกแตล ะรายการโดยใชส ญั ลกั ษณพ เิ ศษ
ค. ลิสตแบบไมมลี ําดับ
ง. ถูกทุกขอ
74
2. ขอ ใดคือความหมายของการใชแ ทก็ <li> ?
ก. กําหนดชนดิ ของรายการ
ข. สรา งหวั ขอใหญของรายการ
ค. กําหนดสญั ลกั ษณดา นหนา รายการ
ง. สรางรายการ
3. ขอใดคอื แทก็ ในการกาํ หนดเคร่ืองหมายนาํ หนา รายการใหเ ปน วงกลมทบึ เหมือนกนั หมดทกุ
รายการ ?
ก. <ul type="disc"> ข. <ul type="circle">
ค. <li type="disc"> ง. <li type="circle">
4. ขอ ใดกลาวไมถ ูกตอ งเกีย่ วกบั Ordered List ?
ก. เปนการสรางลสิ ตแบบมลี าํ ดบั
ข. หากไมมกี ารกาํ หนดชนดิ ของเลขลาํ ดับจะใชเ ปน เลขโรมนั
ค. ใชแทก็ <ol> ในการสรางรายการแบบ Ordered List
ง. ชนิดของเลขลาํ ดบั ท่กี ําหนดไดแ ก ตวั อักษร, เลขโรมัน และเลขอารบกิ
5. ขอใดคือแทก็ ทีใ่ ชส รา งรายการแบบ Ordered List ทมี่ ีชนิดลาํ ดับเปนอักษรพิมพใหญ ?
ก. <li type="A"> ข. <li type="capitals">
ค. <ol type="capitals"> ง. <ol type="A">
6. ขอ ใดคือคาํ ส่ังที่ใชส รางรายการแบบ Ordered List ใหค าเร่ิมตน การจัดลาํ ดบั ที่ 20 ?
ก. <li start="20"> ข. <li type="20">
ค. <ol start="20"> ง. <ol type="20">
7. การสรา งลสิ ตใ นขอใดทใ่ี หผลลัพธแตกตา งกับลิสตแบบอนื่ ๆ ?
ก. Ordered List ข. Definition List
75
ค. Menu List ง. Directory List
8. ขอ ใดกลาวไมถ ูกตองเกี่ยวกบั ลิสตแบบจํากัดความ ?
ก. ใชแยกคาํ และความหมายออกจากกัน
ข. Definition List คอื ลสิ ตแบบจาํ กดั ความ
ค. สามารถกาํ หนดเครอ่ื งหมายนําหนา ขอ ความได
ง. แบง ออกไดเ ปน 2 สว น สว นแรกคือคาํ ศพั ท และความหมายของศัพท
9. <dt> และ <dd> เปนคาํ ส่งั ในการสรา งลิสตแ บบใด ?
ก. ลิสตแบบไมมลี ําดับ ข. ลิสตแบบมลี ําดบั
ค. ลสิ ตแ บบจาํ กดั ความ ง. ลสิ ตแ บบซอ นกัน
10. ขอใดไมใ ชร ปู แบบของลิสต เพียงแตเ ปน การนาํ รปู แบบของลิสตมาประยกุ ตใชเ ทา น้นั ?
ก. ลสิ ตแบบไมมลี ําดบั ข. ลสิ ตแ บบเมนลู ิสต
ค. ลิสตแบบจาํ กัดความ ง. ลสิ ตแบบซอ นกนั
ตอนที่ 2 จงใสเครอ่ื งหมาย หนาขอ ความที่ถกู และใสเครื่องหมาย หนาขอความที่ผิด
......... 1. ลิสตแบบไมมลี าํ ดบั (Unordered List) จะแยกแตล ะรายการโดยใชส ญั ลักษณพเิ ศษ
......... 2. สญั ลกั ษณของเคร่ืองหมายวงกลมโปรง ใสคือ disc
......... 3. type="a" แสดงเปน ตัวอักษรพมิ พเ ลก็ คือ A,B,C,...
......... 4. <dir> เปนการสรา งลิสตแบบไดเรก็ ทอรล่ี สิ ต
......... 5. ลิสตแบบไดเรก็ ทอร่ลี ิสต (Directory List) ใชแยกคาํ และความหมายออกจากกัน
......... 6. เราสามารถซอ นลิสตก ีช่ ัน้ กไ็ ด แตไ มแนะนําใหซ อนมากกวา 3 ชน้ั เพราะจะทําใหเ รา
สบั สน
และขอ มลู ทป่ี รากฏในลสิ ตอ าจเลยออกนอกจอภาพของบราวเซอร ทําใหอ า นยาก
76
......... 7. แทก็ Ordered List จะแสดงเลขลาํ ดบั ทก่ี าํ หนด
ไดแ ก ตวั อกั ษร, เลขโรมัน และเลขอารบิก
......... 8. คาที่กาํ หนดใหใ ชในแอททรบิ วิ ท type ของเครอื่ งหมายหนา ลาํ ดับ
ไดแก disc, circle และ square
......... 9. dl (Definition List) ไมตองอยูภ ายในแท็ก <body>...</body>
......... 10. ลสิ ตแ บบจํากดั ความ แบงออกไดเ ปน 2 สว น
สว นแรกคือคาํ ศพั ท และความหมายของศพั ท
ตอนที่ 3 จงตอบคําถามตอไปนี้
1. ชนดิ ของเลขลาํ ดับใน Ordered List มอี ะไรบา ง
Type=A แสดงเปนตัวอกั ษรพมิ พใ หญค อื A,B,C,..
Type=a แสดงเปนตัวอกั ษรพิมพเ ลก็ คอื a,b,c,..
Type=I แสดงตัวเลขโรมันตวั พิมพใ หญคอื I,II,III,..
Type=i แแสดงตวั เลขโรมันตวั พมิ พเ ล็กคอื i,ii,iii,
Type=1 แสดงเปนตัวเลขคอื 1 2 3 (คา ปกต)ิ
2. จงเขียน HTML เพอ่ื สรา งลสิ ตดังตอ ไปนี้
77
<body>
<ultype=circle>
รายการสนิ คา ท่มี ีขายในเวบ็ ไซตข องเรา
<li>นติ ยสาร วารสาร</li>
<li type=square>หนังสือ How to </li>
<li>หนงั สอื คอมพิวเตอรและเทคโนโลย<ี /li>
<li type=disc>หนังสือนวนิยาย การตนู </li>
<li>หนงั สือแบบเรยี นวชิ าการ</li>
</ul>
</body>
3. จงเขยี นลกั ษณะผลลัพธท จ่ี ะเกิดข้นึ ในหนาจอบราวเซอรของโคด HTML ตอไปนี้
<body>
<dl>
อธิบายศัพทอ นิ เทอรเ นต็
<dt>Address
78
<dd>ตําแหนง ท่ีเก็บไฟลขอ มลู ในอนิ เทอรเ นต็
<dt>Bandwidth
<dd>การวดั ความเร็วการสง ขอ มูลของสายสัญญาณ
</dl>
</body>
79
แผนจัดการเรยี นรูวชิ า การสรางเว็บเพจดวยภาษา(HTML) รหสั วิชา 2201-2414 ช้นั ปวช.
หนวยท่ี 6 เร่อื ง เชอ่ื มโยงเวบ็ เพจดวยลิงค (Link) สปั ดาหที่ 8-9 เวลา 8 ชั่วโมง
1.สาระสาํ คัญ
เว็บเพจจํานวนนับลานในอินเตอรเน็ต จะไมมีประโยชนเลยหากขาดการเชื่อมโยงถึงกันโดย
ลงิ ค (Link)ซงึ่ ชวยใหผูใ ชส ามารถทอ งอินเตอรเ นต็ โดยการคลิก เพื่อเปล่ียนไปดูหนาเว็บตางๆซ่ึงอาจจะ
อยหู นาเดยี วกนั หรอื หนาใหม หรือ เว็บไซตอนื่ ก็ได นอกจากนีเ้ รายังสามารถเชอ่ื มโยงผานภาพกไ็ ด
2. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
2.1 จุดประสงคทั่วไป (จดุ ประสงคน ําทาง)
1. มีความรูความเขาใจเก่ียวกับรูปแบบของคําส่ังและวิธีการเช่ือมโยงขอมูลของลิงค
ได
2. มีความรูความเขาใจเกยี่ วกบั แท็กตางๆ ทีใ่ ชส าํ หรบั การเชอ่ื มโยงได
3. มีความรูความเขา ใจเก่ยี วกบั การสรางลงิ คดวยวิธี Rollover ได
2.2 จดุ ประสงคเ ชิงพฤตกิ รรม (จุดประสงคป ลายทาง)
1. ใชลงิ คเช่อื มโยงขอมูลภายในเวบ็ เพจได
2. ใชล ิงคเ ชอื่ มโยงขอมลู ไปยังเวบ็ เพจหนา อ่นื ได
3. ใชลงิ คเช่อื มโยงขอมลู ไปยังเว็บไซตอนื่ ได
4. ใชภาพเปนลงิ คแทนขอ ความได
5. ลงิ คไปยงั ไฟลอ ื่นๆท่ีไมใชเ อกสาร HTML ได
6. ใชลิงคเพื่อสง Emailได
7. กําหนดสีของลงิ คท่ีใชได
8. สรางลิงคโดยวิธี Rollover ได
4. กิจกรรมการเรยี นรู
80
กจิ กรรมครู กจิ กรรมนกั เรยี น
ขน้ั เตรียมกิจกรรม(สปั ดาหละ10 นาที)
1. ครชู แี้ จงจุดประสงคและเปา หมายในการเรียน 1. ผูเรียนตง้ั ใจสนใจฟง และจดบนั ทึก
2.ครูกําหนดเวลาใหผูเรียนอานหนังสือเตรียม 2.ทาํ ความเขา ใจกบั บทเรยี น
ความพรอมในการเรียนการสอนการเรยี น 3. ซกั ถามเมอื่ เกดิ ความสงสยั
ขนั้ นาํ เขาสูบทเรียน(สัปดาหล ะ20 นาที)
1. ทดสอบกอนเรียน โดยการถามผเู รยี นในหอ ง 1. นกั เรียนปรกึ ษาหารอื เพอ่ื ตอบคาํ ถาม
2. ผเู รยี นชวยกนั หาคําตอบจากสิ่งทคี่ รกู ําหนด
ข้นั ดําเนนิ การสอน(สัปดาหล ะ 180 นาที)
1. ครูอธิบาย พรอมยกตัวอยางและแสดงวิธีการ 1. ตั้งใจฟง จดบันทึก
ปฎิบัติทีละขั้นแตละหัวขอการเรียนใหผูเรียน 2. ผูเรยี นปฎบิ ัติตามทลี ะข้นั
ปฎบิ ตั แิ ลวคอยใหค ําแนะนํา 3. นักเรียนถามเม่ือสงสยั หรือไมเ ขาใจบทเรียน
3. ครบู อกเทคนิค และแนวคดิ ท่งี า ยและรวดเรว็ 4. ทาํ ใบงานสง
ในการปฎบิ ัตทิ ถี่ กู ตองใหแ กผ ูเรยี น 5. แกไ ขใบงานใหถ กู ตอ ง
4. ใหผเู รยี นทาํ ใบงาน และกาํ หนดเวลาสงทกุ 6. ผูเ รยี นรว มกบั ครผู ูส อนเฉลยใบงาน
ครั้งท่ีเรยี นจบแตละหัวขอ การเรียน 7. จดเทคนิคและหลกั การคดิ ที่ครผู ูส อนแนะนาํ
5. ครตู รวจใบงานและใหคะแนนสําหรับผทู ่ีทาํ 8. ทําแบบฝก หัดสง
ถูกตองและเสรจ็ ทนั เวลา ผทู ที่ ําผิดนํากลับไป 1. ผูเรียนสรุปสาระการเรียนทุกหัวขอการเรียน
แกไ ขใหมใ หถ กู ตอง แลวจดบันทกั
6. ครเู ปด โอกาสใหผเู รยี นซกั ถามขอสงสยั 2. ผเู รียนกบั ครรู วมกนั เฉลยแบบฝกหดั
7. กาํ หนดเวลาใหผูเรยี นทําแบบฝก หดั หลงั เรยี น 3. ผูเรียนบอกวิธีท่ีนําความรูจากบทเรียนไป
ขัน้ สรปุ (สปั ดาหละ30 นาที) ป ร ะ ยุ ก ต ใ ช ใ ห เ กิ ด ป ร ะ โ ย ช น แ ล ะ
9.ใหท บทวนบทเรียน เขา เรียนทุกครัง้ ประสทิ ธภิ าพสงู สุดตอ ไป
10.ครแู ละนกั เรียนรว มกนั สรุปสาระการเรยี นรู
5. กิจกรรมการเรยี นรู
กอนเรียน
1. ครชู ้ีแจงการปฏิบัติของผเู รยี นตามภาระงานที่มอบหมาย
81
2. ครบู อกแนวทางในกระบวนการเรยี นการสอน
3. ครูใหผเู รียนทบทวนบทเรยี น
ขณะเรียน
1. จดบันทกึ การเรยี น
2. สนใจการปฏบิ ตั ติ ามใบงานและกลาในการแสดงความคิดเห็นและตอบคาํ ถาม
3. ทาํ แบบฝกหดั
4. ผเู รียนสรปุ ความรทู ีไ่ ดจากการเรยี นการการสอน
5. ผูเรียนหาแนวทางและเทคนิคการปฎิบัติ ดวยความรูความเขาใจของตนเองพรอมจด บันทึก
เปนลาํ ดับขน้ั ตอนท่จี ะทาํ ใหตนเองไมล ืมสาระการเรยี นรู
6. ผเู รียนซกั ถามเมอ่ื ไมเ ขา ใจหรือสงสัยเน้ือหาการเรยี นรู
6. สอื่ การเรยี นการสอน
1. หนังสือเรยี นวิชาการสรางเวบ็ เพจ (ดว ยภาษา HTML)
2.ใบความรปู ระจําหนว ย
3.ใบงานและแบบฝกหดั
4. เครอื่ งไมโครคอมพิวเตอร
5.แผนใสและเครอ่ื งฉายภาพขามศรี ษะ
6.ซดี สี ื่อการสอน
7. วดั ผลประเมินผล
1. ผูเ รยี นปฏิบัตภิ าระงานทมี่ อบหมายเสรจ็ ทันเวลาที่กําหนด
2. ตอบคาํ ถามและทาํ ใบงานและแบบฝกหัดไดถูกตอ ง
3. ความสะอาดเรยี บรอยของใบงานและแบบฝก หดั
4. กระตือรือรน ในการเรยี นรู ตอบคําถาม สรปุ บทเรียน และกลาแสดงความคิดเห็น
8. กิจกรรมเสนอแนะ
1. ผเู รียนตองทบทวนบทเรียนทง้ั กอ นเรยี นและหลังเรียนอยูอ ยางสม่ําเสมอ
2. ผูเรยี นหม่ันเขา ชนั้ เรยี นเพ่อื รบั ฟง เทคนคิ วธิ ี และแนวทางทดี่ กี บั ครสู อนอยา งต้ังใจ
3. ผเู รยี นสนใจทําใบงาน แบบฝก หดั และแกไ ขใหถ กู ตอ งทกุ คร้งั ท่ีทาํ ผดิ
82
4. กลาท่จี ะถามทกุ ครง้ั ที่เกิดความสงสยั และไมเขาใจหรอื ตามบทเรียนไมทนั
เกณฑการประเมินผล
วัดผลสัมฤทธิ์จากแบบประเมนิ ผลการเรียนรู
รอยละ 80-100 หมายถงึ ผลการเรยี นดมี าก
ผลการเรียนดี
รอยละ 70-79 หมายถึง ผลการเรียนปานกลาง
ผลการเรียนผา นเกณฑ
รอ ยละ 60-69 หมายถงึ ผลการเรยี นไมผ านเกณฑ
รอยละ 50-59 หมายถึง
ต่าํ กวารอยละ 50 หมายถงึ
แบบประเมนิ พฤตกิ รรมรายบคุ คล หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมดี
หมายถึง มีพฤติกรรมพอใช
8-10 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมทต่ี อ งปรับปรงุ
5-7 คะแนน
ต่าํ กวา 5 คะแนน
83
แบบและเกณฑประเมินพฤตกิ รรมรายบุคคล
คําชแี้ จง ใหผ ูประเมินขีดเครือ่ งหมายถกู 9ในชองพฤตกิ รรมทค่ี าดหวังใหเ กิดกับนักเรียน
เกณฑการตัดสนิ
2 คะแนน หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดบั แบบสม่ําเสมอ
1 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับผา นเกณฑ
0 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับไมผ านเกณฑ
เกณฑการประเมนิ หมายถึง มพี ฤตกิ รรมดี
หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมพอใช
8 - 10 คะแนน หมายถงึ มีพฤตกิ รรมทต่ี องปรบั ปรงุ
5 - 7 คะแนน
ตาํ่ กวา 5 คะแนน
เลข ช่อื – สกุล พฤตกิ รรมของนกั เรียน ความ รวม
ที่ ผรู บั การ รอบคอบ 20
ความมวี นิ ัย ความ มนุษย ขยนั หมนั่
ประเมนิ รบั ผดิ ชอบ สัมพันธ เพียร 4321
1
2 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 21
3
4
5
6
7
8
9
84
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
ผปู ระเมนิ ……………………………
(…………………………..)
บันทึกหลังการสอน (ปญ หาและขอเสนอแนะ)
ผลการใชแผนการสอน
ผลการเรยี นของนักเรยี น
85
ผลการสอนของครู
เฉลยแบบฝกหดั หนวยท่ี 6
จงทําเครื่องหมายวงกลม ในหวั ขอ ที่ถกู ท่ีสดุ เพียงขอ เดียว
1. ขอ ใดคอื รูปแบบการลิงคโ ดยใชแทก็
<a href="#ชอ่ื จุดเช่อื มโยง">...</a> ?
ก. การเชอ่ื มโยงขอ มลู ภายในเวบ็ เพจเดียวกัน
ข. การเชอ่ื มโยงกบั เวบ็ เพจอน่ื ภายในเว็บไซตเ ดยี วกัน
ค. การเช่อื มโยงไปยังเวบ็ ไซตอน่ื
ง. การเชอ่ื มโยงไปยังไฟลอ นื่ ทไี่ มใ ชเ อกสาร HTML
86
2. ขอใดคือรปู แบบการลิงคโ ดยใชคําสัง่
<a href="http://www.microsoft.com">... </a> ?
ก. การเช่ือมโยงขอ มลู ภายในเวบ็ เพจเดยี วกัน
ข. การเช่อื มโยงกบั เวบ็ เพจอื่นภายในเวบ็ ไซตเดยี วกนั
ค. การเชอ่ื มโยงไปยังเวบ็ ไซตอ น่ื
ง. การเช่อื มโยงไปยงั ไฟลอื่นทไี่ มใ ชเ อกสาร HTML
3. ขอ ใดกลาวถูกตองเกี่ยวกับ Relative Path Names ?
ก. ใชใ นการระบตุ ําแหนงเก็บของไฟลต างๆ
ข. การระบตุ ําแหนง เปน การอา งอิง ไมใชเจาะจง
ค. ไมตองเปลย่ี นตําแหนง ในโคด HTML เม่ือนาํ ไปใชใ นเครอื่ งเซิรฟ เวอร
ง. ถูกทกุ ขอ
4. ขอใดคือความหมายของขอความทข่ี ีดเสนใตใ นคาํ สัง่ ตวั อยางนี้
<a href="http://www.microsoft.com" target="_blank"> ... </a> ?
ก. ใชรูปแทนขอ ความในการลงิ ค
ข. เปน การกาํ หนดลงิ คเ พอื่ สงอเี มล
ค. เปนการลงิ คเ ปด หนา ตางใหมเ ปนหนา วาง
ง. เปด เว็บเพจทล่ี งิ คใ นหนา ตางใหม
5. ขอใดเปนการเขียนคําส่ังเพ่ือใชภ าพ picture.jpg เปน ตัวลงิ คไ ปเวบ็ ไซต adobe ?
ก. <a href="http://www.adobe.com"><img src="picture.jpg"></a>
ข. <a href="http://www.adobe.com">"picture.jpg"</a>
ค. <a href="http://www.adobe.com" img src="picture.jpg"></a>
ง. ไมมขี อถกู
87
6. คําส่ัง <body link="สี" vlink="สี" alink="ส"ี >
เปน คําส่ังท่ีใชก าํ หนดสขี องลงิ ค ซึ่งสีท่กี ําหนดแตละตวั มีความหมายตามขอ ใดตามลาํ ดบั ?
ก. ไมเ คยถกู ใช กาํ ลังคลกิ เมาสอ ยู ถกู ใชแ ลว
ข. ไมเ คยถกู ใช ถูกใชแ ลว กาํ ลงั คลกิ เมาสอ ยู
ค. กําลงั คลกิ เมาสอยู ไมเคยถกู ใช ถกู ใชแ ลว
ง. ถูกใชแ ลว ไมเคยถกู ใช กําลงั คลิกเมาสอ ยู
7. ขอใดกลา วไมถ ูกตองเกยี่ วกบั Image Map ?
ก. ภาพท่ีบางสว นถูกกําหนดไวเปนลงิ ค
ข. พนื้ ที่ที่ถกู กาํ หนดใหเ ปนลงิ คจ ะมชี ่อื เรยี กวา hotspot
ค. square เปน การกําหนดพนื้ ทรี่ ูปสเ่ี หลยี่ ม
ง. default เปน การใชพนื้ ทส่ี วนท่เี หลือที่ไมไ ดก าํ หนดไว
8. ขอใดกลา วไมถ ูกตอ งเกย่ี วกบั จุดโคออรดเิ นต ?
ก. เปนจดุ ทกี่ ําหนดพกิ ดั ของรปู ทรง
ข. รูปทรงกลมใชค า โคออรด เิ นต 3 คา
ค. รูปส่ีเหลยี่ มจะใชจดุ โคออรด เิ นตทงั้ หมด 4 จุด
ง. หากใชค า default ไมตอ งทาํ การกําหนดจดุ โคออรด ิเนต
9. จากรปู วงกลม โคออรด ิเนตทก่ี าํ หนดในการสรา ง Image map คือขอ ใด ?
ก. "5,10,10" ข.
ค. "5,10,5" ง. "10,10,5"
10. ขอใดกลา วไมถ ูกตองเกีย่ วกบั การสรางลงิ คโ ดยวธิ ี Rollover ?
ก. คาํ สัง่ ท่ีเขยี นเพม่ิ เรยี กวา Event Handler หรอื คาํ สงั่ ตอบสนองเหตกุ ารณ
ข. ตองใชแ อททรบิ ิวทท ีส่ ําคญั คอื OnMouseDown และ OnMouseOut
ค. ตอ งเขยี นคําสง่ั ของ Javascript เพมิ่ เติม
88
ง. ไมม ขี อ ถกู
11. ขอใดเปนการลิงคภ ายในเวบ็ ไซตเ ดียวกนั โดยลงิ คจ ากเวบ็ เพจ home.html
ไปยงั success.html ซง่ึ มีการเก็บหนาเวบ็ เพจในไดเร็กทอรี่ ดังรปู ?
ก. <a href="../../success.html">
ข. <a href="/../../success.html">
ค. <a href="../../../success.html">
ง. <a href="project1/success.html">
12. จากขอ 11 ถา เราจะสรา งลิงคก ลบั จาก success.html กลบั สู home.html
เราจะใชลงิ คข อ ใด ?
ก. <a href="project1/project2/home.html">
ข. <a href="/project1/project2/home.html">
ค. <a href="/project2/project3/home.html">
ง. <a href="project2/project3/home.html">
ตอนที่ 2 จงใสเ ครอ่ื งหมาย หนา ขอ ความทีถ่ กู และใสเครือ่ งหมาย หนาขอความทีผ่ ิด
......... 1. เม่อื คลก้ิ ทล่ี งิ คการเชื่อมโยงขอ มลู ภายในเวบ็ หนา เดียวกนั จะเกดิ การกระโดดไปที่
จดุ เชือ่ มโยง โดยหนา เว็บจะเลอ่ื นข้นึ หรือลงไปท่ีตําแหนง จดุ ปลายทางนน้ั
......... 2. ลงิ คส ามารถเช่อื มโยงขอ มลู ได 2 วธิ ี คือ การเชอ่ื มโยงขอ มลู ภายในเวบ็ หนา เดียวกนั
และการเชอ่ื มโยงขอมลู ในเวบ็ ไซตทีอ่ ื่น
......... 3. การเขยี นลงิ คเ ชือ่ มโยงขอมลู ภายในเว็บเพจตอ งกาํ หนดการเชอ่ื มโยง
ไปยังจดุ หมายปลายทาง และกาํ หนดจุดหมายปลายทางดว ย
......... 4. เราจะใชแท็ก <img> เพ่ือนําภาพมาทาํ เปน ลงิ ค
......... 5. <a href="mail: ช่ือ email address">ขอ ความทีล่ งิ ค< /a>
เปน การสรา งลงิ คเ พอ่ื สง Email
89
......... 6. เมือ่ ใดกต็ ามท่ีเรานาํ เมาสไ ปวางบนรปู ภาพกจ็ ะเปลี่ยนไปเปน อีกภาพหนึ่ง
และเมือ่ ใดกต็ ามทีเ่ รานําเมาสออกจากรูป ภาพนน้ั กจ็ ะกลับมาเปน รปู เดมิ
เหตกุ ารณเ ชน นเ้ี ราเรยี กกนั วา Rollover
......... 7. คําส่งั ตอบสนองเหตกุ ารณทเ่ี ราจะใชในการสรา งลิงค Rollover มี 2 แอททรบิ วิ ท
น่นั กค็ ือ onMouseIn และ onMouseOut
......... 8. การกาํ หนดแม็พ (map) ก็คอื การกาํ หนดพ้ืนท่หี ลายๆ พนื้ ท่ีไวภ ายในแมพ็ เดยี วกนั
......... 9. ปญ หาการไมมีหนา เวบ็ เพจท่ีเราจะเช่ือมโยงดว ย
ปญ หานเี้ รยี กวา Lost link หรอื Break link
......... 10. สขี องลงิ คท ีเ่ คยถกู คลกิ ไปแลวเรยี กวา Hyperlink
ตอนท่ี 3 จงตอบคําถามตอ ไปน้ี
1. จงเขียน HTML เพ่ือสรา งลงิ คส ง Email
<body>
<a href=mailto:[email protected]>ขอความถงึ webmaster</a>
</body>
2. จงเขยี น HTML เพ่อื เช่ือมโยงขอมลู ในเวบ็ ไซตที่อ่ืน
<body>
<a href=http://www.mtv.com>MTV Online</a><br/>
<a href=http://www.discovery.com>Discovery Channel</a><br/>
<a href=http://www.microsoft.com>Microsoft Corporation</a><br/>
</body>
90
3. จงเขียนแทก็ <area> ทีก่ าํ หนดพน้ื ทด่ี งั รปู
<area shape=circle cords=200,180,170 href=hetp..www.successmedia.com/>
91
แผนจดั การเรยี นรวู ชิ า การสรางเวบ็ เพจดวยภาษา(HTML) รหสั วิชา 2201-2414 ชน้ั ปวช.
หนวยท่ี 7 เร่อื ง จัดขอ มูลใหเปนสัดสว นดว ยตาราง สปั ดาหท ่ี 10-11 เวลา 8 ชั่วโมง
1. สาระสาํ คัญ
การจัดเก็บขอมูลจํานวนมาก จําเปนมากท่ีตองนําตารางเขามาชวยในการจัดขอมูลเหลานี้ ใหดู
เปนระเบียบและเปนสัดสวน ซ่ึงเว็บเพจโดยสวนใหญจะใชแท็กภาษา HTML ท่ีเกี่ยวกับตารางมาชวย
ทงั้ สน้ิ
2. จุดประสงคก ารเรยี นรู
2.1 จดุ ประสงคท ัว่ ไป (จุดประสงคน ําทาง)
1. มคี วามรูความเขา ใจเกย่ี วกับการใชต ารางในการจดั ขอ มูล
2. มคี วามรคู วามเขาใจเกยี่ วกบั แท็กตา งๆ การสรา งตาราง
3. มคี วามรคู วามเขา ใจเกยี่ วกบั แทก็ ตางๆในการจัดการชองเซลล
2.2 จดุ ประสงคเ ชงิ พฤตกิ รรม (จุดประสงคปลายทาง)
1. สรา งตารางโดยใชร ูปแบบคาํ สงั่ ตารางได
2. กํากับขอความใหกับตารางตามความตอ งการได
3. ปรับขนาดของชองตารางรปู แบบตา งๆได
4. กําหนดสใี นชอ งหรอื กรอบของตารางได
5. ใสรปู ภาพในพื้นหลังของตารางได
6. จัดขอ มูลในตารางใหเ ปนระเบียบทัง้ แนวตั้งและแนวนอนได
7. สรางตารางซอนได
8. ใสรูปในตารางได
9. ทาํ การจาํ แนกสว นตา งๆของตารางใหเ ปนกลมุ ได
4. กจิ กรรมการเรียนรู
92
กจิ กรรมครู กจิ กรรมผูเรยี น
ขน้ั เตรยี มกิจกรรม(สัปดาหละ10 นาที)
1. ครชู ีแ้ จงจดุ ประสงคแ ละเปา หมายในการเรยี น 1. ผเู รียนตัง้ ใจสนใจฟง และจดบนั ทกึ
2.ครูกําหนดเวลาใหผูเรียนอานหนังสือเตรียม 2.ทาํ ความเขาใจกบั บทเรียน
ความพรอ มในการเรียนการสอนการเรียน 3. ซักถามเมอ่ื เกิดความสงสยั
ขัน้ นําเขาสบู ทเรยี น(สัปดาหละ20 นาท)ี
1. ทดสอบกอนเรียน โดยการถามเพ่ือประเมิน 1. ผูเรียนตอบคาํ ถามจากภมู คิ วามรขู องตน
ความรูพื้นฐานของผูเ รยี นในหอง 2. ผเู รียนแสดงความคิดเหน็ จากสงิ่ ท่ีครูถาม
93
กจิ กรรมครู กจิ กรรมผูเรยี น
ขั้นดําเนินการสอน(สัปดาหละ 180 นาท)ี
1. ครูอธิบาย พรอมยกตัวอยางและแสดงวิธีการ 1. ต้งั ใจฟง จดบนั ทึก
ปฎิบัติทีละขั้นแตละหัวขอการเรียนใหผูเรียน 2. ผูเรียนปฎบิ ตั ิตามทลี ะขั้น
ปฎิบัตแิ ลว คอยใหคาํ แนะนาํ 3. ผเู รียนถามเมอื่ สงสยั หรือไมเ ขาใจบทเรยี น
4. ครูบอกเทคนิค และแนวคิดทงี่ า ย ๆ 4. ทําใบงานสง
5. ใหผ ูเรียนทาํ ใบงาน และกาํ หนดเวลาสง ทกุ 5. แกไขใบงานใหถ กู ตอง
ครง้ั ที่เรยี นจบแตละหวั ขอการเรียน 6. ผูเ รยี นรว มกบั ครูผูส อนเฉลยใบงาน
6. ครูตรวจใบงานและใหคะแนนสําหรับผูที่ทํา 7. จดเทคนิคและหลักการทคี่ รูผสู อนแนะนํา
ถูกตองและเสร็จทันเวลาท่ีกําหนด และผูที่ทํา 8. ทาํ แบบฝก หดั สง
ใบงานผิดตองนํากลับไปแกไขใหมจนกวาจะ 10. ผเู รยี นกับครรู วมกันเฉลยแบบฝก หัด
ใบงานจะถกู ตอ งทกุ ขอ 11. ผูเรียนบอกวิธีท่ีนําความรูจากบทเรียนไป
7. ครูเปด โอกาสใหผ เู รียนซกั ถามขอสงสยั ประยุกตใชใหเกิดประโยชนและประสิทธิภาพ
8. กําหนดเวลาใหผูเ รยี นทาํ แบบฝกหดั หลงั เรียน สงู สุดตอ ไป
ข้ันสรปุ (สปั ดาหละ30 นาท)ี
9. ครูและผูเรียนรวมกันสรุปสาระการเรียนรู
ประจําหนวยการเรยี น
10. ครูแนะนําเทคนิคและวิธีการปฎิบัติที่
ถูกตองและรวดเร็วใหแ กผ เู รยี น
5. กิจกรรมการเรียนรู
กอนเรียน
1. ครูช้แี จงการปฏบิ ัตขิ องผเู รยี นตามภาระงานที่มอบหมาย
2. ครบู อกแนวทางในกระบวนการเรยี นการสอน
3. ครใู หผเู รียนทบทวนบทเรยี น
94
ขณะเรยี น
1. จดบันทกึ การเรียน
2. สนใจการปฏิบตั ิตามใบงานและกลา ในการแสดงความคิดเห็นและตอบคาํ ถาม
3. ทาํ แบบฝก หดั
4. ผเู รยี นสรปุ ความรูท่ไี ดจ ากการเรยี นการการสอน
5. ผูเรียนหาแนวทางและเทคนิคการปฎิบัติดวยความรูความเขาใจของตนเองพรอมจด บันทึก
เปน ลําดบั ข้นั ตอนทจ่ี ะทําใหต นเองไมล ืมสาระการเรียนรู
6. ผเู รียนซักถามเม่อื ไมเ ขา ใจหรือสงสัยเนือ้ หาการเรยี นรู
6. สื่อการเรยี นการสอน
1. หนังสือเรียนวชิ าการสรา งเว็บเพจ (ดว ยภาษา HTML)
2.ใบความรปู ระจําหนว ย
3.ใบงานและแบบฝก หัด
4.เครื่องไมโครคอมพวิ เตอร
5.แผนใสและเครื่องฉายภาพขามศีรษะ
6.ซดี ีส่ือการสอน
7. วดั ผลประเมนิ ผล
1. ผูเ รยี นปฏบิ ตั ภิ าระงานที่มอบหมายเสรจ็ ทนั เวลาท่ีกาํ หนด
2. ตอบคําถามและทําใบงานและแบบฝก หัดไดถ ูกตอ ง
3. ความสะอาดเรยี บรอ ยของใบงานและแบบฝกหดั
4. กระตอื รอื รนในการเรยี นรู ตอบคาํ ถาม สรุปบทเรยี น และกลา แสดงความคดิ เห็น
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ผเู รียนตองทบทวนบทเรยี นทง้ั กอ นเรยี นและหลงั เรียนอยอู ยา งสมํา่ เสมอ
2. ผเู รียนหมนั่ เขา ชั้นเรยี นเพ่ือรบั ฟง เทคนิค วิธี และแนวทางทด่ี กี ับครูสอนอยางต้งั ใจ
3. ผเู รียนสนใจทาํ ใบงาน แบบฝก หัด และแกไ ขใหถ ูกตองทุกคร้ังท่ีทําผดิ
4. กลาท่ีจะถามทุกครง้ั ทเี่ กดิ ความสงสยั และไมเ ขา ใจหรอื ตามบทเรยี นไมทนั
95
เกณฑก ารประเมนิ ผล
วดั ผลสัมฤทธจ์ิ ากแบบประเมินผลการเรยี นรู
รอยละ 80-100 หมายถงึ ผลการเรยี นดีมาก
ผลการเรียนดี
รอยละ 70-79 หมายถงึ ผลการเรยี นปานกลาง
ผลการเรียนผา นเกณฑ
รอยละ 60-69 หมายถงึ ผลการเรียนไมผ า นเกณฑ
รอยละ 50-59 หมายถงึ
ตํ่ากวา รอยละ 50 หมายถึง
แบบประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคล หมายถึง มีพฤติกรรมดี
หมายถึง มีพฤตกิ รรมพอใช
8-10 คะแนน หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมทีต่ อ งปรบั ปรุง
5-7 คะแนน
ต่าํ กวา 5 คะแนน
96
แบบและเกณฑประเมินพฤตกิ รรมรายบุคคล
คําชแี้ จง ใหผ ูประเมินขีดเครือ่ งหมายถกู 9ในชองพฤตกิ รรมทค่ี าดหวังใหเ กิดกับนักเรียน
เกณฑการตัดสนิ
2 คะแนน หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดับแบบสม่ําเสมอ
1 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับผา นเกณฑ
0 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมในระดบั ไมผ านเกณฑ
เกณฑการประเมนิ หมายถึง มพี ฤตกิ รรมดี
หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมพอใช
8 - 10 คะแนน หมายถงึ มีพฤตกิ รรมทต่ี องปรบั ปรงุ
5 - 7 คะแนน
ตาํ่ กวา 5 คะแนน
เลข ช่อื – สกุล พฤตกิ รรมของนกั เรียน ความ รวม
ที่ ผรู บั การ รอบคอบ 20
ความมวี นิ ัย ความ มนุษย ขยนั หมนั่
ประเมนิ รบั ผดิ ชอบ สัมพันธ เพียร 4321
1
2 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 21
3
4
5
6
7
8
9
97
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
ผปู ระเมนิ ……………………………
(…………………………..)
บันทึกหลังการสอน (ปญ หาและขอเสนอแนะ)
ผลการใชแผนการสอน
ผลการเรยี นของนักเรยี น
98
ผลการสอนของครู
เฉลยแบบฝกหดั หนวยที่ 7
จงทําเคร่ืองหมายวงกลม ในหัวขอ ท่ีถกู ที่สุดเพียงขอ เดยี ว
1. ขอ ใดเปน แทก็ ในการสรา งแถวและคอลมั นต ามลาํ ดับ ?
ก. <tr>...</tr> และ <td>.. </td>
ข. <th>...</th> และ <td>.. </td>
ค. <td>...</td> และ <tr>.. </tr>
ง. <tr>...</tr> และ <th>.. </th>
99
2. ขอ ใดเปน ความหมายของการใสเ แอททริบวิ ท border หลังแทก็ <table> ?
ก. ขอ ความในตารางเปน ตวั หนา ข. ใสเสน ตาราง
ค. ใสหวั ขอใหก ับตาราง ง. สรา งกรอบลอ มรอบตาราง
3. ขอ ใดเปนความหมายของการใชแ ทก็ <caption align="ตาํ แหนง">....</caption> ?
ก. กําหนดตาํ แหนง ของคาํ อธิบายตาราง
ข. กาํ หนดตําแหนงของตารางในหนา เวบ็ เพจ
ค. กาํ หนดตําแหนง ของขอความในตาราง
ง. กําหนดตาํ แหนงของ caption
4. ขอใดเปน แทก็ ทใี่ ชกาํ หนดใหม ที ่วี า งระหวา งขอบเซลลแ ละขอ มลู ?
ก. <cellspacing> ข. <cellpadding>
ค. <cellwidth> ง. <cellspan>
5. ขอใดเปนแทก็ ทีใ่ ชใ นการกาํ หนดสีลงในชอ งตาราง ?
ก. backcolor ข. background
ค. color ง. Bgcolor
6. ขอใดเปน การปรบั ขนาดของตารางทงั้ ตารางใหม ีความกวา งเปน 60% ของหนาจอบราวเซอร ?
ก. <table width="60">
ข. <table border="60%">
ค. <colgroup width="60">
ง. <table width="60%">
7. ขอ ใดเปน การใสร ปู ภาพ sea.gif ใหเ ปนภาพพนื้ หลังของตาราง ?
ก. <table src="sea.gif">
ข. <table background="sea.gif">
ค. <table><img src="sea.gif"></table>
100
ง. <table bgimage="sea.gif">
8. ในการกําหนดเสนของตาราง คาแอททรบิ วิ ท frame="void" มคี วามหมายตรงตามขอใด ?
ก. แสดงเสนดานลา งของชองตาราง ข. ไมแสดงเสน
ค. แสดงเสน ดานบนของชอ งตาราง ง. แสดงเฉพาะเสน void
9. หากเราตองการกําหนดเสนของตารางใหแ สดงเฉพาะเสน แนวนอนทง้ั หมด
เราจะกําหนดคาของแอททรบิ ิวท rules ดว ยคาใด ?
ก. horizon ข. rows
ค. horizons ง. row
10. ขอ ใดกลาวไดถ ูกตองเกีย่ วกบั แอททริบวิ ท valign ท่ีกําหนดในแทก็ <td> ?
ก. เปนการจดั ขอมลู ในแนวนอน
ข. รปู แบบคาํ สัง่ คอื valign="ตาํ แหนง "
ค. ตัวเลอื กทีก่ าํ หนดได คอื top, middle และ bottom
ง. ถูกทกุ ขอ
ตอนท่ี 2 จงใสเ ครอ่ื งหมาย หนาขอ ความทถี่ กู และใสเคร่ืองหมาย หนา ขอ ความทผ่ี ดิ
......... 1. คา Border คือระยะหางระหวางชอ งภายในตาราง
......... 2. <table border="1" width="70%">
กาํ หนดความกวา งของตารางเปน 70%ของความกวา งบราวเซอร
......... 3. เราสามารถใสส ใี หก ับกรอบตาราง โดยใชแ อททริบิวท bgcolor ใสล งไปในแทก็ <table>
......... 4. การใสรูปภาพใหก บั พนื้ หลังของตาราง เราจะใชแ อททรบิ วิ ท bgimage
......... 5. box และ hsides เปนตัวเลือกของแอททรบิ วิ ท frame
......... 6. ตวั เลอื กของแอททริบวิ ท rules ประกอบดว ย all, cols, groups, none, rows
......... 7. <td valign="top">Top</td> เปนการจดั ขอมูลในแนวตั้ง
......... 8. <thead> (Table Header) เปนการแบงสว นของหัวตาราง