101
......... 9. ในการแบงสว นตาราง <thead>, <tfoot>, <tbody>
ตอ งใสเรยี งกนั ตามลาํ ดับกอ นหลงั ของตาราง
......... 10. backcolor เปน แทก็ ท่ใี ชใ นการกาํ หนดสลี งในชอ งตาราง
ตอนที่ 3 จงตอบคําถามตอ ไปนี้
1. จงเขียนตาราง 3 แถว 3 คอลัมน ทีม่ ีความกวา ง 90% จากหนาตางบราวเซอร
<table width="90%">
<tr><td>data1</td><td>data2</td><td>data3</td></tr>
<tr><td>data4</td><td>data5</td><td>data6</td></tr>
<tr><td>data7</td><td>data8</td><td>data9</td></tr>
</table>
2. จงเขยี นHTMLทีไ่ ดผ ลลพั ธต รงกับรูป
<table border="10" cellspacing="15">
<tr><td>data1</td><td>data2</td><td>data3</td></tr>
<tr><td>data4</td><td>data5</td><td>data6</td></tr>
</table>
3. กฏของแอททริบิวท rules มีอะไรบาง จงอธิบาย
All แสดงเสน แบง ของเซลลทุกเสน
Cols แสดงเสนแบงของเซลลเ ฉพาะเสน แนวคอลมั น(แนวต้งั )
Groups แสดงเฉพาะเสนแบงกลมุ ทเ่ี กิดจากแทก็ thead,tbody,tfoot หรือ colgroup
None ไมแสดงเสน แบงของเซลล
Rows แสดงเสนแบงของเซลลเ ฉพาะเสนแนวแถว(แนวนอน)
102
แผนจัดการเรยี นรวู ิชา การสรา งเว็บเพจดว ยภาษา(HTML) รหสั วชิ า 2201-2414 ชน้ั ปวช.
หนวยที่ 8 เรอ่ื ง แตงเติมเว็บเพจดวยกราฟก สปั ดาหที่ 12-13 เวลา 8 ชัว่ โมง
1. สาระสาํ คัญ
กราฟกท่ีใชสําหรับการสรางเว็บเพจน้ัน โดยสวนใหญจะเปนชนิด GIF และ JPEG ซึ่งมีขอดี
และขอเสยี แตกตา งกนั ไป ในภาษา HTML มแี ทก็ สาํ หรบั ใชแสดงและควบคุมภาพน่ิงท่ัวไป รวมถึงการ
สรา งภาพเคลอ่ื นไหวดว ย GIF Animation
2. จุดประสงคก ารเรียนรู
2.1 จดุ ประสงคทั่วไป (จุดประสงคนาํ ทาง)
1. มคี วามรูค วามเขาใจเกี่ยวกบั ภาพกราฟก ทนี่ าํ มาประกอบการสรา งเวบ็ เพจได
2. มคี วามรูความเขาใจเกย่ี วกับแท็กตางๆ ทจ่ี ดั การกับรปู ภาพได
3. มคี วามรคู วามเขา ใจเกย่ี วกบั แท็กทใ่ี ชแ สดงภาพเคลือ่ นไหว
1.2 จุดประสงคเชงิ พฤติกรรม (จดุ ประสงคปลายทาง)
1. อธบิ ายภาพกราฟก ชนดิ ตา งๆ ท่ีเหมาะกับการสรางเว็บเพจได
2. แสดงภาพทตี่ อ งการบนเวบ็ เพจได
3. ปรบั ขนาดของรูปภาพใหเ หมาะกับหนาเว็บเพจได
4. จดั รปู ภาพรว มกับขอความใหเ หมาะสมได
5. นาํ ภาพท่ตี อ งการมาแสดงเปนพ้นื หลงั เว็บได
6. แสดงภาพเคล่ือนไหวบนเวบ็ ได
4. กิจกรรมการเรยี นรู
103
กจิ กรรมครู กจิ กรรมผเู รยี น
ขั้นเตรียมกจิ กรรม(สปั ดาหล ะ10 นาที)
1. ครูชแี้ จงจดุ ประสงคและเปา หมายในการเรียน 1.ผูเรียนตัง้ ใจสนใจฟง และจดบันทกึ
หนว ยที่ 8 2 ซักถามเม่ือเกดิ ความสงสยั
3. ใหผเู รียนอา นเอกสารใบความรปู ระจาํ หนว ย
ข้ันนาํ เขา สูบทเรียน(สปั ดาหล ะ20 นาท)ี
1.ทดสอบกอนเรียน โดยการถามถึง ภาพกราฟก 1. ผูเรยี นปรึกษาหารอื เพื่อหาคาํ ตอบ
ท่ีนํามาประกอบการสรางเว็บเพจ แท็กตางๆ 2.ผูเรียนลุกข้ึนแสดงความคิดเห็นและตอบ
ที่ จั ด ก า ร กั บ รู ป ภ า พ แ ท็ ก ที่ ใ ช แ ส ด ง คาํ ถามตามภูมิรขู องตนเอง
ภาพเคล่ือนไหว 3.ผูเรียนชวยกันประเมินคําตอบของเพื่อน และ
2. สุม ผูเรยี นตอบคําถามจากขอ 1. ชวยกันสืบคนเพื่อหาคําตอบท่ีคิดวาถูกตองที่สุด
เสนอครผู ูสอน
ขนั้ ดาํ เนนิ การสอน(สัปดาหละ 180 นาท)ี
1. ครอู ธบิ ายจากคาํ ถามท่ีนําเสนอในข้ันนําเขาสู 1. ต้งั ใจฟง จดบนั ทึก
บทเรยี นแลวใหผเู รยี นตอบคาํ ถามใหม 2. ผูเรยี นปฎิบัตติ ามทีละขนั้
2. ครูอธิบาย พรอมยกตัวอยางและแสดง 3. ผูเ รียนถามเมอ่ื สงสัยหรอื ไมเขา ใจบทเรยี น
วิธีการปฎิบตั ทิ ีละขน้ั แตล ะหวั ขอ การเรยี นให 4. ทําใบงานสง
ผูเ รียนปฎิบตั ิแลว คอยใหคาํ แนะนาํ 5. แกไ ขใบงานใหถูกตอง
4. ครูบอกเทคนิค และแนวคดิ ท่ีงาย ๆ 6. ผเู รียนรวมกบั ครูผูส อนเฉลยใบงาน
5. ใหผเู รยี นทาํ ใบงาน และกาํ หนดเวลาสง ทุก 7. จดเทคนคิ และหลักการทค่ี รผู สู อนแนะนาํ
คร้งั ทเี่ รียนจบแตละหัวขอ การเรยี น 8. ทาํ แบบฝก หดั สง
6. ครูตรวจใบงานและใหคะแนนสําหรับผูท่ีทํา 10. ผเู รยี นกบั ครูรว มกนั เฉลยแบบฝกหัด
ถูกตองและเสร็จทันเวลาที่กําหนด และผูท่ีทํา 11. ผูเรียนบอกวิธีท่ีนําความรูจากบทเรียนไป
ใบงานผิดตองนํากลับไปแกไขใหมจนกวาจะ ประยุกตใชใหเกิดประโยชนและประสิทธิภาพ
ใบงานจะถูกตอ งทุกขอ สูงสดุ ตอ ไป
7. ครเู ปด โอกาสใหผ ูเ รยี นซกั ถามขอ สงสัย
8. กาํ หนดเวลาใหผ เู รยี นทาํ แบบฝก หดั หลงั เรยี น
104
กจิ กรรมครู กจิ กรรมผูเ รยี น
ขน้ั สรุป(สปั ดาหล ะ30 นาที) 1. ผูเรียนบอกวิธีท่ีนําความรูจากบทเรียนไป
1. ครูและผูเรียนรวมกันสรุปสาระการเรียนรู ประยุกตใชใหเกิดประโยชนและประสิทธิภาพ
บทเรียนและวธิ กี ารนาํ ไปประยกุ ตใช สงู สุดตอไป
5. กจิ กรรมการเรยี นรู
กอ นเรยี น
1. ครชู ี้แจงการปฏิบัตขิ องผูเ รยี นตามภาระงานทีม่ อบหมาย
2. ครบู อกแนวทางในกระบวนการเรยี นการสอน
3. ครใู หผูเ รียนทบทวนบทเรยี น
ขณะเรยี น
1. จดบนั ทึกการเรียน
2. สนใจการปฏบิ ตั ติ ามใบงานและกลาในการแสดงความคดิ เห็นและตอบคําถาม
3. ทําแบบฝก หดั
4. ผเู รียนสรุปความรูทไี่ ดจากการเรียนการการสอน
5. ผเู รยี นหาแนวทางและเทคนิคการปฎบิ ตั ิ ดว ยความรคู วามเขาใจของตนเองพรอมจด
บันทกึ
6. ผูเรียนซกั ถามเพอื่ ขอ สงสยั ในหัวขอ หรอื เนื้อหาการเรยี นรทู ่ยี ังไมเขาใจกบั ผูส อน
6. สอื่ การเรียนการสอน
1. หนังสอื เรยี นวิชาการสรา งเว็บเพจ (ดวยภาษา HTML)
2. ใบความรปู ระจําหนว ย
3. ใบงานและแบบฝก หดั
4. เครือ่ งไมโครคอมพิวเตอร
5. แผน ใสและเครอื่ งฉายภาพขา มศีรษะ
6. ซีดสี ื่อการสอน
105
7. วดั ผลประเมินผล
1. ผูเรียนปฏบิ ตั ภิ าระงานที่มอบหมายเสร็จทนั เวลาที่กําหนด
2. ตอบคาํ ถามและทําใบงานและแบบฝกหดั ไดถกู ตอ ง
3. ความสะอาดเรียบรอยของใบงานและแบบฝกหดั
4. สนใจกระตือรืนรนในการเรียนรู ตอบคําถาม สรุปสาระการเรียนรู และกลาแสดงความ
คิดเห็น
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ผเู รยี นตองทบทวนบทเรียนท้ังกอ นเรียนและหลังเรียนอยูอยางสมาํ่ เสมอ
2. ผเู รียนหมน่ั เขา ชน้ั เรยี นเพ่อื รบั ฟงเทคนคิ วธิ ี และแนวทางทีด่ ีกบั ครสู อนอยางตงั้ ใจ
3. ผูเรียนสนใจทําใบงาน แบบฝกหัด และขยันปรับปรุงแกไขใบงานและแบบฝกหัดให
ถูกตองทุกครง้ั ทท่ี ําผดิ
เกณฑก ารประเมินผล
วดั ผลสัมฤทธิ์จากแบบประเมนิ ผลการเรียนรู
รอยละ 80-100 หมายถึง ผลการเรยี นดีมาก
ผลการเรียนดี
รอยละ 70-79 หมายถึง ผลการเรียนปานกลาง
ผลการเรยี นผา นเกณฑ
รอยละ 60-69 หมายถงึ ผลการเรียนไมผ านเกณฑ
รอ ยละ 50-59 หมายถึง
ตํ่ากวา รอยละ 50 หมายถงึ
แบบประเมนิ พฤตกิ รรมรายบุคคล หมายถงึ มพี ฤติกรรมดี
หมายถึง มีพฤติกรรมพอใช
8-10 คะแนน หมายถงึ มพี ฤติกรรมทต่ี อ งปรบั ปรุง
5-7 คะแนน
ตา่ํ กวา 5 คะแนน
106
แบบและเกณฑป ระเมินพฤติกรรมรายบุคคล
คําชีแ้ จง ใหผ ปู ระเมินขดี เครื่องหมายถกู 9ในชองพฤตกิ รรมทคี่ าดหวังใหเกดิ กับนักเรียน
เกณฑก ารตัดสนิ
2 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับแบบสมํา่ เสมอ
1 คะแนน หมายถงึ มีพฤตกิ รรมในระดบั ผา นเกณฑ
0 คะแนน หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดบั ไมผ านเกณฑ
เกณฑก ารประเมนิ หมายถึง มีพฤติกรรมดี
หมายถึง มีพฤติกรรมพอใช
8 - 10 คะแนน หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมที่ตองปรบั ปรุง
5 - 7 คะแนน
ต่าํ กวา 5 คะแนน
เลข ช่ือ – สกลุ พฤติกรรมของนักเรียน ความ รวม
ที่ ผูรบั การ รอบคอบ 20
ความมวี นิ ัย ความ มนุษย ขยันหม่ัน
ประเมนิ รับผิดชอบ สมั พันธ เพยี ร 4321
1
2 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 21
3
4
5
6
7
8
9
107
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
ผปู ระเมนิ ……………………………
(…………………………..)
บันทึกหลงั การสอน (ปญ หาและขอเสนอแนะ)
ผลการใชแ ผนการสอน
ผลการเรยี นของนักเรียน
108
ผลการสอนของครู
เฉลยแบบฝกหดั หนว ยที่ 8
จงทําเคร่ืองหมายวงกลม ในหัวขอ ที่ถูกที่สุดเพียงขอเดียว
1. ขอใดคอื ไฟลภ าพทน่ี ยิ มนํามาใชบนเวบ็ เพจมากทีส่ ุด ?
ก. GIF และ TIFF ข. GIF และ JPEG
ค. PSD และ JPEG ง. PSD และ TIFF
2. หากตองการแสดงภาพวิวที่เปน ภาพถายบนเวบ็ เพจควรแสดงเปนไฟลต ามขอ ใด ?
ก. GIF ข. TIFF
109
ค. JPEG ง. PSD
3. ขอ ใดควรระวงั ในการนําไฟลภ าพขึน้ ใชงานบนเว็บเพจ ?
ก. ขนาดไมควรใหญจนเกนิ ไป
ข. ตรวจสอบใหด กี อนวา ภาพน้ันมลี ิขสทิ ธหิ์ รอื ไม
ค. ควรเลือกชนิดภาพที่ใชอ ยางเหมาะสม และใชภ าพเทา ทีจ่ าํ เปน
ง. ถูกทุกขอ
4. แทก็ <br clear="left" /> หมายความวา อยา งไร ?
ก. ขึน้ บรรทดั ใหมในบริเวณทดี่ า นซายไมม วี ตั ถใุ ดวางอยู
ข. ขึ้นบรรทดั ใหมโ ดยวางขอ ความไวด า นซา ย
ค. ขนึ้ บรรทัดใหมโ ดยวางขอ ความเสมอขอบดา นซายของรปู และไมท ับรปู
ง. ถูกท้ังขอ ก. และ ค.
5. ขอใดไมใ ชค าทีส่ ามารถกําหนดในแอททรบิ ิวท align ได ?
ก. top ข. down
ค.left ง. right
6. ขอใดเปน แอททรบิ ิวทท ใ่ี ชในการใสขอความกาํ กบั ภาพ ?
ก. alt ข. shift
ค. ctrl ง. txt
7. ขอใดเปนความหมายของการใชแ ท็กทม่ี รี ปู แบบดังน้ี
<img hspace="10" src="ช่อื ไฟลภ าพ"> ?
ก. ระยะหา งทขี่ อบบนและลางของภาพมคี า เทากับ 10 พกิ เซล
ข. ระยะหา งทข่ี อบซา ยและขวาของภาพมีคาเทา กับ 10 พกิ เซล
ค. ระยะหา งท่ีขอบทุกดา นของภาพมีคาเทา กบั 10 พิกเซล
ง. ภาพมขี อบหนาเทากบั 10
110
8. ขอ ใดหมายถึงการใสแอททรบิ ิวท bgproperties="fixed" ภายในแท็ก <body> ?
ก. รูปทีเ่ ราใชเ ปนพื้นหลังจะอยกู ับทแี่ มจ ะเลอื่ น Scrollbar
ข. ภาพพ้นื หลงั จะเปน ภาพเดมิ ตลอดแมเ ราจะเปลย่ี นเวบ็ เพจไปหนา อืน่
ค. การใสภาพพนื้ หลงั ท่มี ชี อ่ื วา "fixed" ใหกับหนาเว็บเพจ
ง. ไมมีขอ ถกู
9. การโหลดภาพโดยบราวเซอรข ้นึ มาอยา งรวดเรว็ แบบไมช ดั กอ น และคอ ยๆ ชัดข้นึ ตามลาํ ดับเปน
การใชเทคนิคในขอใดกบั ภาพ ?
ก. Interlaced ข. loading
ค. Transparency ง. Slicing
10. ขอ ใดไมถ กู ตอ งเก่ยี วกบั ภาพเคลื่อนไหวบนเวบ็ เพจ ?
ก. จะใชแ ทก็ ในการแสดงเหมอื นกับภาพปกติ
ข. ใชไดเฉพาะไฟลภ าพ FWS เทานน้ั
ค. นําภาพนงิ่ หลายภาพมาประกอบกนั เปน ภาพเคล่ือนไหวเพอ่ื แสดงบนเวบ็ ได
ง. โปรแกรม GIF Construction Set สามารถสรางภาพเคลอื่ นไหวเพื่อแสดงบนเวบ็ ได
ตอนท่ี 2 จงใสเครอ่ื งหมาย หนา ขอความทถ่ี กู และใสเ ครือ่ งหมาย หนา ขอ ความท่ผี ิด
......... 1. การใชไฟลภ าพใหญเกนิ ไปจะทาํ ใหการแสดงผลในเวบ็ เพจชา
......... 2. กราฟก ชนดิ GIF ใชก ารบบี อดั ขอมูลเพื่อลดพน้ื ท่กี ารจดั เกบ็ ขอ มลู
......... 3. เราสามารถกําหนดระดับการบีบอัดของภาพชนิด JPEG เปน High, Medium หรือ
Low ไดโ ดยใชโ ปรแกรมตกแตง ภาพเชน Photoshop
......... 4. การแทรกขอความกาํ กบั ภาพทําไดโ ดยใชแ อททรบิ ิวท Ctrl
......... 5. <img src="ชื่อภาพ" border="ความหนาของกรอบ" />เปนรูปแบบใน XHTML
......... 6. การใช Interlacing จะชว ยใหภ าพถูกโหลดโดยบราวเซอรข ้นึ มาอยา งรวดเรว็
แบบไมชดั กอน และคอยๆ ชดั ขึน้ ตามลําดบั
111
......... 7. การทาํ Transparency คือการกําหนดสีใดสหี นึง่ ในรูปชนดิ JPEG
ใหเปนสีท่ไี มถ กู นาํ มาแสดงบนบราวเซอร
......... 8. การโหลดภาพประเภท Slicing ก็คอื ภาพจะถกู โหลดเขา มาแปะบนเว็บเพจทลี ะชนิ้
จนครบทง้ั รปู ภาพคลา ยจก๊ิ ซอว
......... 9. ขอจาํ กดั ของ GIF ทส่ี ําคญั ก็คอื สามารถใชสีไดส งู สุดเพียงครงั้ ละ 512 สีเทาน้ัน
......... 10. GIF และ JPEG เปน กราฟกท่ีเหมาะสมในการสรา งเว็บเพจ
ตอนท่ี 3 จงตอบคําถามตอ ไปน้ี
1. จงเขียน HTML ทต่ี รงกับผลลพั ธด งั รูป
ขอความกํากบั ภาพ
จะปรากฏเม่อื ไมส ามารถแสดงรปู ได
<body>
<b>ตวั อยา งการแสดงภาพบนในเวบ็ เพจ</b><br/>
<img src=boat.jpg alt=ภาพเรอื ใบ />ภาพชนดิ jpeg<br/>
<img src=boat.gif alt=ภาพเรอื ประมง />ภาพชนดิ gif<br/>
112
</body>
2. แอททรบิ วิ ท align มีรูปแบบการจัดตําแหนง แบบใดบางจงอธบิ าย
bottom ใหขอบลา งภาพเสมอขอบลางขอ ความ
left จดั ภาพอยูทางซา ย
middle ใหกงึ่ กลางภาพเสมอก่งึ กลางขอ ความ
right จัดภาพอยทู างขวา
top ใหข อบบนภาพเสมอขอบบนขอ ความ
3. จงอธิบายคาํ ศพั ทตอไปนี้
vspace
กําหนดระยะหา งระหวา งรปู กบั ขอความแนวตั้ง(vertical space)ดานบนและลาง
hspace
กําหนดระยะหา งระหวางรปู กับขอ ความแนวนอน(horizontal space)ดานซายและขวา
clear
ท้งิ ระยะขอ ความใหพ นขอบเขตรปู
Transparency
การกาํ หนดสีใดสีหนึง่ ในรปู ชนิด GIF ใหเ ปน สีที่ไมถ กู นาํ มาแสดงบนบราวเซอร
GIF Animation
ภาพ GIF ทแี่ สดงตอเนื่องหลายๆภาพจนเกดิ เปน ภาพเคลอ่ื นไหว
113
แผนจัดการเรยี นรวู ิชา การสรางเว็บเพจดวยภาษา(HTML) รหัสวิชา 2201-2414 ช้ัน ปวช.
หนว ยท่ี 9 เรอ่ื ง แบงหนาจอโดยใชเ ฟรม สปั ดาหท ี่ 14-15 เวลา 8 ช่ัวโมง
1. สาระสาํ คัญ
เฟรมเปนการแบงหนาจอของบราวเซอรออกเปนสวนยอย ทําใหเราสามารถใชพ้ืนท่ีบนหนาจอ
ทั้งหมด บนจอไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยแตละสวนยอยจะเปนอิสระแกกัน เมื่อเราเลื่อนขอมูลข้ึนลงท่ี
สวนใด จะไมสงผลตอสวนอื่นๆ ในภาษา HTML มีแท็กสําหรับสรางเฟรมในแนวตางๆ รวมถึงแท็กใน
การปรับแตงเฟรมดวย
2. จดุ ประสงคการเรยี นรู
2.1 จุดประสงคท ั่วไป (จดุ ประสงคนาํ ทาง)
1. มีความรูความเขา ใจเก่ียวกบั การวิธกี ารสรา งเฟรม
2. มคี วามรูความเขา ใจเก่ยี วกบั แท็กตางๆที่ใชใ นการสรา งเฟรม
3. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับการแทรกเฟรมในเว็บเพจ
2.2 จุดประสงคเ ชิงพฤตกิ รรม (จดุ ประสงคป ลายทาง)
1. สรา งเฟรมโดยใชคาํ สัง่ frameset ได
2. กาํ หนดลักษณะของกรอบในเฟรมได
3. กาํ หนดชอ งวา งระหวา งขอ มลู กบั เฟรมได
4. ปรับขนาดเฟรมตามตอ งการได
5. ใชแถบเลอื่ นในเฟรมได
6. สรา งเฟรมซอนกนั ได
7. ใชลงิ ค (Link) ใหส ัมพนั ธกนั ในเฟรมได
8. แทรกเฟรมภายในเว็บเพจได
4. กิจกรรมการเรยี นรู
กจิ กรรมครู กจิ กรรมผูเรยี น
ข้นั เตรียม(สัปดาหละ10 นาท)ี
1. ใหผ เู รยี นศึกษาบทเรยี น ประมาณ 5 นาที 1. ผูเรียนอานหนังสือเรียน และทําความ
2. ครตู อบขอสงสยั ของผูเรยี น เขาใจในระบบเลขฐาน ตา ง ๆ
2. ผเู รยี น ซักถามขอ สงสัย
114
ขน้ั นาํ เขา สูบทเรยี น(สัปดาหล ะ20 นาที)
1. ทดสอบกอนเรียน โดยการถามเพื่อประเมิน 1. ผเู รยี นชว ยกนั แสดงความคิดเห็น และตอบ
ความรพู ้ืนฐานของผูเรยี นในหอง คําถาม
2. ครูชมเชยผูเรียนท่ีมีความพยายามตอบคําถาม 4. ผูเรียนชวยกันแสดงความชื่นชมกับผูที่มี
และแสดงความคิดเห็น และใหผูเรียนในหองมี สวนรวมในการแสดงความคิดเห็นและ
สวนรวมในการแสดงความช่ืนชมกับผูท่ีตอบ ตอบคําถาม
คําถาม ทัง้ ผทู ต่ี อบถกู และผทู ี่ตอบไมถูก
115
กจิ กรรมครู กจิ กรรมผเู รยี น
ข้ันดําเนินการสอน(สัปดาหละ 180 นาท)ี
1.บรรยาย และแสดงวิธีการพรอมภัยตัวอยาง 1. ตั้งใจฟง จดบนั ทึก
ประกอบ 2. ผเู รียนปฎบิ ัตติ ามทีละขนั้
2. ครูอธิบาย พรอมยกตัวอยางและแสดงวิธีการ 3. ผูเรียนถามเมอ่ื สงสยั หรอื ไมเ ขา ใจบทเรียน
ปฏิบัติทลี ะขั้นแตล ะหัวขอการเรียนใหผูเรียน 4. ทําใบงานสง
ปฏบิ ัติแลว คอยใหค ําแนะนํา 5. แกไ ขใบงานใหถ กู ตอง
4. ครูบอกเทคนคิ และแนวท่งี า ย ๆ 6. ผเู รียนรว มกบั ครผู ูส อนเฉลยใบงาน
5. ใหผ ูเรียนทาํ ใบงาน และกาํ หนดเวลาสง ทุก 7. จดเทคนคิ และหลักการทีค่ รูผสู อนแนะนาํ
ครัง้ ทีเ่ รียนจบแตละหัวขอการเรยี น 8. ทาํ แบบฝก หดั สง
6. ครูตรวจใบงานและใหคะแนนสําหรับผูท่ีทํา 10. ผเู รียนกบั ครรู ว มกนั เฉลยแบบฝกหดั
ถูกตองและเสร็จทันเวลาท่ีกําหนด และผูท่ีทํา
ใบงานผิดตองนํากลับไปแกไขใหมจนกวาจะ
ใบงานจะถูกตองทกุ ขอ
7. ครเู ปดโอกาสใหผเู รียนซกั ถามขอ สงสัย
8. กําหนดเวลาใหผ เู รียนทาํ แบบฝกหดั หลังเรยี น
ข้ันสรปุ (สปั ดาหละ30 นาท)ี
8. ครูใหผูเรียนในหองสรุปสาระการเรียนรู
ประจําหนว ยการเรียน
9. ครูกับผูเรียนรวมกันสรุปบทเรียนและวิธีการ 11. ผูเรียนบอกวิธีท่ีนําความรูจากบทเรียนไป
นาํ ไปประยุกตใช ป ร ะ ยุ ก ต ใ ช ใ ห เ กิ ด ป ร ะ โ ย ช น แ ล ะ
ประสิทธภิ าพสงู สุดตอ ไป
5. กจิ กรรมการเรียนรู
กอ นเรียน
1. ผูเรียนทําแบบฝกหัดกอนเรียน โดยการตอบคําถามเก่ียวกับหนวยการเรียนตามภูมิความรู
ความสามารถของผเู รียน
2. ครูใหผเู รยี นอานใบความรูเพือ่ เตรียมความพรอ มในการเรยี นและตอบคําถามครูผูสอน
116
ขณะเรียน
1. ผูเ รยี นรวมกันศกึ ษาเนื้อหาตามใบงานแลวตอบคาํ ถามและแสดงความคิดเหน็
2. ทาํ ใบงานและแบบฝกหัดหลังเรียน
3. รวมกันเฉลยใบงานและแบบฝก หัดหลงั เรยี น
4. จดบนั ทึก เทคนคิ แนวการทีเ่ ปน ประโยชนตอผูเ รยี น จากขอแนะนาํ ของครูผสู อน
5. ผเู รียนสรุปความรทู ี่ไดจ ากการเรียนการสอน
6. ผูเ รียนซักถามในหัวขอ ทส่ี งสยั ในเนอ้ื หาการเรยี นรู
6. ส่ือการเรียนการสอน
1. หนงั สือเรียนวชิ าการสรา งเวบ็ เพจ (ดว ยภาษา HTML)
2.ใบความรปู ระจาํ หนวย
3.ใบงานและแบบฝก หัด
4.เครื่องไมโครคอมพิวเตอร
5.แผน ใสและเครอ่ื งฉายภาพขา มศรี ษะ
6.ซีดีสื่อการสอน
7. วดั ผลประเมินผล
1. ผเู รยี นปฏิบตั ภิ าระงานทม่ี อบหมายเสร็จทันเวลาทกี่ าํ หนด
2. ตอบคาํ ถามและสรปุ ผลงานไดอยา งถกู ตอ ง
3. ทําแบบฝกหัดหลังเรียนเสร็จทันเวลาทีก่ าํ หนดและถกู ตอง
4. สนใจกระตือรือรนในการเรียนรู ตอบคําถาม สรุปสาระการเรียนรู และกลาแสดงความ
คดิ เหน็
5. มคี วามพยายามปรบั ปรงุ แกไขใบงานและแบบฝกหัดใหถูกตองแลวนาํ สงครูผสู อน
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ถาผูเรียนมีการเตรียมตัวในการเรียนที่ดี เชน อาน และทําการศึกษาหนังสือเกี่ยวกับหนวย
การเรียนมากกอน ถึงช่ัวโมงเรียน ผูเรียน จะสามารถเรียน และทํากิจกรรมตาง ๆ ที่ครูผูสอนมอบหมาย
ไดอ ยา งมีความสุข และเกดิ ความชอบ และสนุกกบั การเรียนในชัน้ เรียน
2. ผเู รยี นตอ งมีความขยัน หมน่ั ฝกฝนบทเรียนอยูเสมอทงั้ กอนและหลังเรียน
4. ผเู รียนตอ งมีความพยายามและมีทัศนคติท่ีดใี นเน้ือหาบทเรยี น
3. ผเู รยี นตอ งมีความกลา ทจี่ ะถามเมือ่ สงสัยท้ังในหองและนอกหองเรยี นกบั ครูผสู อน
117
เกณฑก ารประเมนิ ผล
วดั ผลสมั ฤทธ์จิ ากแบบประเมินผลการเรยี นรู
รอยละ 80-100 หมายถงึ ผลการเรียนดีมาก
ผลการเรยี นดี
รอยละ 70-79 หมายถงึ ผลการเรยี นปานกลาง
ผลการเรยี นผา นเกณฑ
รอยละ 60-69 หมายถงึ ผลการเรียนไมผ านเกณฑ
รอยละ 50-59 หมายถงึ
ตา่ํ กวา รอยละ 50 หมายถงึ
แบบประเมนิ พฤตกิ รรมรายบคุ คล หมายถงึ มพี ฤติกรรมดี
หมายถงึ มพี ฤติกรรมพอใช
8-10 คะแนน หมายถงึ มีพฤตกิ รรมท่ตี อ งปรบั ปรุง
5-7 คะแนน
ตํา่ กวา 5 คะแนน
118
แบบและเกณฑป ระเมินพฤติกรรมรายบุคคล
คําชีแ้ จง ใหผ ปู ระเมินขดี เครื่องหมายถกู 9ในชองพฤตกิ รรมทคี่ าดหวังใหเกดิ กับนักเรียน
เกณฑก ารตัดสนิ
2 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับแบบสมํา่ เสมอ
1 คะแนน หมายถงึ มีพฤตกิ รรมในระดบั ผา นเกณฑ
0 คะแนน หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดบั ไมผ านเกณฑ
เกณฑก ารประเมนิ หมายถึง มีพฤติกรรมดี
หมายถึง มีพฤติกรรมพอใช
8 - 10 คะแนน หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมที่ตองปรบั ปรุง
5 - 7 คะแนน
ต่าํ กวา 5 คะแนน
เลข ช่ือ – สกลุ พฤติกรรมของนักเรียน ความ รวม
ที่ ผูรบั การ รอบคอบ 20
ความมวี นิ ัย ความ มนุษย ขยันหม่ัน
ประเมนิ รับผิดชอบ สมั พันธ เพยี ร 4321
1
2 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 21
3
4
5
6
7
8
9
119
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
ผปู ระเมนิ ……………………………
(…………………………..)
บันทึกหลงั การสอน (ปญ หาและขอเสนอแนะ)
ผลการใชแ ผนการสอน
ผลการเรยี นของนักเรียน
120
ผลการสอนของครู
เฉลยแบบฝกหัด หนว ยที่ 9
จงทําเครื่องหมายวงกลม ในหัวขอ ที่ถกู ที่สดุ เพียงขอเดยี ว
1. ขอใดคือความหมายของเครอื่ งหมาย * ทใี่ สเ พือ่ แบง ขนาดของแถวและคอลมั นข องเฟรม ?
ก. พ้นื ทท่ี ่เี หลอื จากสว นอน่ื ข. ครงึ่ หนึ่งของพนื้ ที่ทง้ั หมด
ค. เต็มพืน้ ที่ทง้ั หมด ง. ไมมขี อ ใดถกู
2. ขอ ใดถกู ตองในการแบง เฟรมออกเปนจาํ นวน 4 แถว ?
121
ก. <frameset cols="*,*,*,*">
ข. <frameset rows="4">
ค. <frameset cols="25%,30%,30%,35%">
ง. <frameset rows="25%,40%,20%,*">
3. ขอใดกลาวไดถ กู ตองเกีย่ วกบั การใชคาํ สงั่ frameset ?
ก. ในการแบงเฟรมนนั้ ผลรวมทงั้ หมดจะตองเทา กับ 100%
ข. เฟรมแตล ะเฟรมจะแสดงหนาเวบ็ เพจเดียวกันเสมอ
ค. เมื่อเราใชแ ถบเลอื่ นขอ มลู ขอมลู เฟรมที่อยตู ดิ กันจะเลอื่ นไปพรอ มกนั
ง. แท็ก <frameset> จะใชต อทา ยแท็ก <body>
4. ขอ ใดคอื แทก็ ท่ีใชแสดงขอ ความใหผใู ชทราบเมื่อบราวเซอรรนุ เกาไมส ามารถแสดงเฟรมได ?
ก. <noframe> ข. <notframe>
ค. <notframes> ง. <noframes>
5. ขอใดเปน แอททริบวิ ทใ นการกาํ หนดชองวางระหวางเวบ็ เพจกบั เฟรมทัง้ 4 ดา น ?
ก. cellpadding ข. width และ height
ค. colspan และ rowspan ง. marginwidth และ marginheight
. ขอใดเปน การกาํ หนดใหเ ฟรมมขี นาดท่ีแนน อนและไมส ามารถทําการปรบั ขนาดได ?
ก. ใชแอททรบิ ิวท notresize แทรกในแทก็ <frame...>
ข. ใชแ อททรบิ วิ ท notresize แทรกในแทก็ <frameset...>
ค. ใชแ อททริบวิ ท noresize แทรกในแทก็ <frame...>
ง. ใชแอททริบิวท noresize แทรกในแทก็ <frameset...>
7. ขอใดเปน การกาํ หนดใหเฟรมไมแ สดงแถบเลอ่ื น ?
ก. ใชแ อททรบิ วิ ท scrolling="no" แทรกในแท็ก <frame...>
ข. ใชแ อททริบิวท scroll="no" แทรกในแท็ก <frame...>
ค. ใชแ อททรบิ วิ ท noscrolling="noscrolling" แทรกในแทก็ <frameset...>
122
ง. ใชแอททริบวิ ท noscrolling="noscrolling" แทรกในแทก็ <frame...>
8. ขอใดกลาวไมถ ูกตอ งในการใชแ อททริบิวท target เพอ่ื การแสดงผล ?
ก. แทรกในแทก็ <frame...>
ข. ใชใ นการกําหนดเฟรมปลายทางทตี่ องการใหห นา เวบ็ ท่ีลงิ คไปแสดง
ค. รปู แบบคอื target="ช่ือเฟรมปลายทาง"
ง. ไมมขี อ ถกู
9. ขอ ใดเปน การใชแ อททริบิวท target กําหนดใหล งิ คเปด หนา เว็บในเฟรมปจ จุบัน ?
ก. target="_top" ข. target="_self"
ค. target="_me" ง. target="_now"
10. ขอใดกลา วไมถ กู ตอ งเกีย่ วกบั การแทรกเฟรมภายในเวบ็ เพจ ?
ก. ใชแ ท็ก <iframe> แทนทแ่ี ทก็ <body>
ข. เราสามารถจดั ตําแหนงเฟรมในหนาเวบ็ เพจไดโ ดยใชแ อททริบวิ ท align
ค. รูปแบบแทก็ คอื <iframe src="ชอ่ื ไฟล HTML">...</iframe>
ง. แทรกแอททรบิ ิวท width และ height ในแทก็ <iframe>
เพ่ือกาํ หนดความกวางและสงู ของเฟรม
ตอนที่ 2 จงใสเ ครอื่ งหมาย หนา ขอ ความที่ถกู และใสเครอ่ื งหมาย หนา ขอความท่ผี ิด
......... 1. การใชเ ฟรมเปน การแบง หนาจอของบราวเซอรออกเปน สว นยอย
ทาํ ใหเราสามารถใชพนื้ ทที่ ง้ั หมดบนหนาจอไดอ ยา งมีประสิทธภิ าพ
......... 2. ช่อื แอททรบิ วิ ท columns และ rows เปน การแบง พ้ืนทต่ี ามแนวต้งั และแนวนอน
......... 3. frameborder เปน ตัวเลอื กหนึ่งในการกําหนดลกั ษณะของกรอบเฟรม
123
......... 4. border, bordercolor, frameborder, framespacing
เปนแอททรบิ วิ ทท ่กี าํ หนดโดยInternet Explorer
......... 5. แอททรบิ ิวท marginwidth และ marginheight ไมสนับสนุน Netscape
......... 6. leftmargin เปน แอททริบวิ ททก่ี าํ หนดชอ งวา งทางดานซา ย
สนบั สนนุ เฉพาะ Internet Explorer
......... 7. scrolling มีคา ท่กี ําหนดได 2 คา คอื no และ yes
......... 8. การปรบั ขนาดเฟรมสามารถปรับขนาดได โดยการคลกิ เมาสท ก่ี รอบของเฟรม
จะปรากฏเคอรเ ซอรเ ปน สญั ลกั ษณล ูกศร 2 หวั เพ่อื ใชเ ลอื่ นปรับขนาด
......... 9. noresize คือ แอททรบิ ิวทที่ปองกนั ไมใหปรบั ขนาดเฟรม
......... 10. target="_blank" เปน การเปดไฟลลิงคน น้ั ในพนื้ ทเี่ ฟรมของตนเอง
ตอนท่ี 3 จงตอบคําถามตอไปนี้
1. จงเขียน HTML เพ่ือสรางเฟรมตามรปู
<frameset rows="30%,40%,*">
<frame /><frame /><frame />
</frameset>
2. จงอธิบายคาํ ศพั ทตอ ไปนี้
border กําหนดความหนาใหกรอบของเฟรม
bordercolor กําหนดสใี หกรอบของเฟรม
frameborder เปด ปด การแสดงเสน กรอบ
framespacing กําหนดความหางระหวางเฟรม
124
3. ถา เราตอ งการใชเ ฟรมกบั บราวเซอรท ดี่ เู ฟรมได และดูเฟรมไมได
เราตองเขยี น HTML อยา งไร
<frameset cols="30%,*">
<frame src="menu.html" name="menu" />
<frame src="web1.html" name="main" />
<noframes> Sorry, this browser does not support frames. </noframes>
</frameset>
4. จงอธบิ ายคาท่ีสามารถกาํ หนดใหแ อททรบิ วิ ท target ได
target=" เปด ไฟลลงิ คใ นเฟรมนัน้
target="_blank" เปดไฟลล งิ คน น้ั ในหนา ตา งใหม
target="_parent" เปด ไฟลล งิ คนั้นเตม็ พนื้ ทีก่ รอบของเฟรมพอ
target="_self" เปดไฟลลงิ คน นั้ ในพน้ื ทเ่ี ฟรมของตนเอง
target="_top" เปดไฟลลงิ คน นั้ เตม็ พื้นทกี่ รอบบราวเซอร
125
แผนจัดการเรียนรวู ิชา การสรา งเวบ็ เพจดว ยภาษา(HTML) รหัสวชิ า 2201-2414 ชน้ั ปวช.
หนว ยท่ี 10 เร่อื ง การสรา งแบบฟอรม สัปดาหท ่ี 16-17 เวลา 8 ช่ัวโมง
1. สาระสาํ คัญ
ปจจุบัน เราใชฟอรมเพื่อประโยชน หลายดาน เชน รายละเอียดของผูท่ีมาเยี่ยมชมเว็บ หรือ
รวบรวมความสนใจตางๆ โดยอันดับแรกตองทําความเขาใจกับการทํางานรวมกันของฟอรม และ CGI
กอน ในภาษา HTML มีแท็กท่ีชวยในการสรางฟอรมและรูปแบบการเลือกและการกรอกขอมูลที่ใชกัน
บอยๆ
2. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
2.1 จดุ ประสงคทว่ั ไป (จดุ ประสงคนําทาง)
1. มีความรูค วามเขา ใจเก่ยี วกบั การทาํ งานของฟอรม และ CGI
2. มีความรูความเขาใจเกย่ี วกับแทก็ ตา งๆทีใ่ ชสรางฟอรม
3. มคี วามรคู วามเขาใจเกยี่ วกับการสง (Submit)และลา ง (Clear)คาขอมูลในฟอรม
2.2 จุดประสงคเ ชิงพฤตกิ รรม (จดุ ประสงคปลายทาง)
1. อธิบายถึงรปู แบบการทาํ งานของฟอรมและ CGI
2. ใชแ ทก็ ตา งๆสรา งฟอรม ได
3. ทําการสง (Submit)และลาง (Clear)คาขอมลู ในฟอรม
4. สรางปุมโดยการใชร ปู ภาพได
5. สรา งชอ งรับขอมูลประเภทไฟลไ ด
6. สรา งชอ งกรอกขุอมลู แบบรหัสผาน (password)ได
7. สรา งชองรับขอ มูลแบบตางๆได
8. ทาํ การแบง ฟอรมเปนสดั สวนได
9. ทาํ การตงั้ ช่อื หัวขอใหก บั ฟอรมทจี่ ดั แบง สว นได
126
4. กิจกรรมการเรียนรู
กจิ กรรมครู กจิ กรรมผเู รยี น
ข้ันเตรยี ม(สัปดาหละ10 นาท)ี
1. ใหผ ูเรยี นศกึ ษาบทเรียน ประมาณ 5 นาที 1. ผูเรยี นศกึ ษาใบความรปู ระมาณ 10 นาที
2. ครตู อบขอ สงสัย ของผูเรยี น 2. ผเู รียน ซกั ถามขอ สงสัย
ข้นั นาํ เขา สูบ ทเรยี น(สปั ดาหล ะ20 นาที)
1. ทดสอบผูเ รียนโดยการสมุ ถามประมาณ 10 นาที 1. ตอบคาํ ถาม
2. ครูชมเชยผูเรียนท่ีตอบคําถามและแสดงความ
คิดเห็นพรอมกับใหผูเรียนในหองมีสวนรวม
ในการแสดงความชื่นชมกับผูท่ีตอบคําถาม ทั้ง
ผูทตี่ อบถูก และผูทต่ี อบไมถกู
127
กจิ กรรมครู กจิ กรรมผูเ รยี น
ข้นั ดําเนนิ การสอน(สปั ดาหล ะ 180 นาที)
1.บ ร ร ย า ย แ ล ะ แ ส ด ง วิ ธี ก า ร พ ร อ ม กั บ 1. ตง้ั ใจฟง จดบนั ทึก
ยกตัวอยา งประกอบ 2. ผเู รยี นปฎิบตั ิตามทีละขัน้
2. ครูอธิบาย พรอมยกตัวอยางและแสดงวิธีการ 3. ผูเรียนถามเมือ่ สงสยั หรือไมเ ขาใจบทเรยี น
ปฎบิ ัติทลี ะขั้นแตละหัวขอ การเรียนใหผูเรียน 4. ทาํ ใบงานสง
ปฎิบตั ิแลว คอยใหคําแนะนาํ 5. แกไ ขใบงานใหถกู ตอง
4. ครบู อกเทคนิค และแนวที่งาย ๆ 6. ผูเรยี นรว มกับครผู สู อนเฉลยใบงาน
5. ใหผ ูเรียนทาํ ใบงาน และกาํ หนดเวลาสงทกุ 7. จดเทคนคิ และหลักการท่ีครผู สู อนแนะนํา
ครงั้ ที่เรียนจบแตล ะหัวขอการเรียน 8. ทําแบบฝก หัดสง
6. ครูตรวจใบงานและใหคะแนนสําหรับผูที่ทํา 10. ผูเรียนกบั ครูรวมกนั เฉลยแบบฝก หัด
ถูกตองและเสร็จทันเวลาท่ีกําหนด และผูท่ีทํา
ใบงานผิดตองนํากลับไปแกไขใหมจนกวาจะ
ใบงานจะถกู ตอ งทกุ ขอ
7. ครูเปด โอกาสใหผ ูเรียนซกั ถามขอ สงสัย
8. กําหนดเวลาใหผเู รียนทาํ แบบฝก หัดหลังเรียน
ข้ันสรุป(สัปดาหละ30 นาที)
8. ครูใหผูเรียนในหองสรุปสาระการเรียนรู 11. ผูเรียนบอกวิธีที่นําความรูจากบทเรียนไป
ประจําหนวยการเรียน ประยุกตใชใหเกิดประโยชนและประสิทธิภาพ
9. ครูกับผูเรียนรวมกันสรุปบทเรียนและวิธีการ สงู สดุ ตอ ไป
นาํ ไปประยกุ ตใ ช
5. กิจกรรมการเรยี นรู
กอ นเรยี น
1. ผเู รยี นทาํ แบบฝก หัดกอนเรียนเพ่ือทดสอบความรูพื้นฐาน โดยการตอบคําถามเกี่ยวกับหนวย
การเรียนตามภมู คิ วามรูค วามสามารถของผูเ รยี น
2. ครูใหผ ูเรียนอานใบความรูเ พ่ือเตรียมความพรอมในการเรยี นและตอบคาํ ถามครูผูส อน
128
ขณะเรียน
1. ผูเ รยี นรวมกันศกึ ษาเนอื้ หาตามใบงานแลวตอบคาํ ถามและแสดงความคิดเหน็
2. ตัง้ ใจฟงการอธบิ าย และแนะนําจากครู
3. ทําใบงานและแบบฝก หดั หลงั เรียน
4. รวมกนั เฉลยใบงานและแบบฝก หดั หลังเรยี น
5. จดบันทึก เทคนคิ แนวการทเี่ ปนประโยชนต อผูเรยี น จากขอแนะนําของครผู ูสอน
6. ผเู รียนสรุปความรูท่ไี ดจ ากการเรียนการสอน
7. ผเู รียนซกั ถามในหัวขอทีส่ งสยั ในเนื้อหาการเรยี นรู
6. สือ่ การเรียนการสอน
1. หนงั สอื เรียนวิชาการสรา งเวบ็ เพจ (ดวยภาษา HTML)
2.ใบความรูประจาํ หนวย
3.ใบงานและแบบฝก หัด
4.เครอ่ื งไมโครคอมพวิ เตอร
5.แผนใสและเคร่ืองฉายภาพขา มศรี ษะ
6.ซีดสี ่ือการสอน
7. วัดผลประเมินผล
1. ผูเรียนปฏิบตั ิภาระงานทม่ี อบหมายเสร็จทนั เวลาท่กี ําหนด
2. ตอบคาํ ถามและสรุปผลงานไดอ ยางถูกตอง
3. ทําแบบฝก หัดหลังเรยี นเสรจ็ ทันเวลาทกี่ าํ หนดและถูกตอง
4. สนใจกระตือรือรนในการเรียนรู ตอบคําถาม สรุปสาระการเรียนรู และกลาแสดงความ
คดิ เห็น
5. มคี วามพยายามปรบั ปรงุ แกไ ขใบงานและแบบฝกหดั ใหถกู ตอ งแลว นาํ สง ครผู สู อน
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ถาผูเรียนมีการเตรียมตัวในการเรียนที่ดี เชน อาน และทําการศึกษาหนังสือเกี่ยวกับหนวย
การเรียนมากกอน ถึงชั่วโมงเรียน ผูเรียน จะสามารถเรียน และทํากิจกรรมตาง ๆ ที่ครูผูสอนมอบหมาย
ไดอ ยา งมีความสุข และเกิดความชอบ และสนกุ กบั การเรยี นในชัน้ เรียน
129
2. ผูเรยี นตอ งมคี วามขยัน หมัน่ ฝก ฝนบทเรียนอยูเสมอทัง้ กอนและหลังเรยี น
3. ผูเรยี นตองมีความกลาทจ่ี ะถามเมือ่ สงสยั ท้ังในหอ งและนอกหอ งเรียนกับครูผูสอน
เกณฑก ารประเมินผล
วัดผลสัมฤทธ์จิ ากแบบประเมนิ ผลการเรียนรู
รอ ยละ 80-100 หมายถึง ผลการเรียนดีมาก
ผลการเรยี นดี
รอ ยละ 70-79 หมายถงึ ผลการเรียนปานกลาง
ผลการเรียนผา นเกณฑ
รอ ยละ 60-69 หมายถึง ผลการเรยี นไมผ า นเกณฑ
รอยละ 50-59 หมายถงึ
ตาํ่ กวารอ ยละ 50 หมายถงึ
แบบประเมนิ พฤตกิ รรมรายบคุ คล หมายถึง มีพฤตกิ รรมดี
หมายถึง มีพฤตกิ รรมพอใช
8-10 คะแนน หมายถึง มพี ฤติกรรมทต่ี อ งปรบั ปรงุ
5-7 คะแนน
ตาํ่ กวา 5 คะแนน
130
แบบและเกณฑป ระเมินพฤติกรรมรายบุคคล
คําชีแ้ จง ใหผ ปู ระเมินขดี เครื่องหมายถกู 9ในชองพฤตกิ รรมทคี่ าดหวังใหเกดิ กับนักเรียน
เกณฑก ารตัดสนิ
2 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับแบบสมํา่ เสมอ
1 คะแนน หมายถงึ มีพฤตกิ รรมในระดบั ผา นเกณฑ
0 คะแนน หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดบั ไมผ านเกณฑ
เกณฑก ารประเมนิ หมายถึง มีพฤติกรรมดี
หมายถึง มีพฤติกรรมพอใช
8 - 10 คะแนน หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมที่ตองปรบั ปรุง
5 - 7 คะแนน
ต่าํ กวา 5 คะแนน
เลข ช่ือ – สกลุ พฤติกรรมของนักเรียน ความ รวม
ที่ ผูรบั การ รอบคอบ 20
ความมวี นิ ัย ความ มนุษย ขยันหม่ัน
ประเมนิ รับผิดชอบ สมั พันธ เพยี ร 4321
1
2 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 21
3
4
5
6
7
8
9
131
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
ผปู ระเมนิ ……………………………
(…………………………..)
บันทึกหลงั การสอน (ปญ หาและขอเสนอแนะ)
ผลการใชแ ผนการสอน
ผลการเรยี นของนักเรียน
132
ผลการสอนของครู
เฉลยแบบฝกหัด หนว ยที่ 10
จงทําเคร่ืองหมายวงกลม ในหัวขอท่ีถูกท่ีสุดเพยี งขอ เดียว
1. ขอ ใดกลาวไมถ ูกเกีย่ วกบั รปู แบบการทาํ งานของฟอรม และ CGI ?
ก. CGI ยอมาจาก Common Gateway Interface
ข. โปรแกรมทใี่ ชใ นการประมวลผลขอมลู มชี อ่ื เรยี กวา CGI Script
ค. ขอ มลู ทีไ่ ดจากฟอรมและนาํ ไปประมวลผลเรียบรอ ยแลว เรียกวา CGI
ง. เราใชภ าษา HTML ในการสรางฟอรม เพ่อื สง ขอ มูลใหกบั เซริ ฟเวอร
133
2. ขอ ใดไมใชภ าษาท่ีใชเขยี น CGI Script ? ข. PHP
ก. Perl ง. HTML
ค. ASP
3. ขอ ใดคอื ความหมายของการกาํ หนด method="post" ภายในแทก็ <form...> ?
ก. การสง ขอ มลู ภายในฟอรม ไปยงั CGI ทลี ะตัวอกั ษร
ข. การสง ขอ มลู ภายในฟอรม ไปยงั CGI ทีละบรรทดั
ค. การสง ขอมลู ภายในฟอรม ไปยงั CGI พรอ มกันท้งั หมด
ง. ไมม ีขอ ถกู
4. ขอ ใดไมใชแ อททรบิ ิวทท ่อี ยใู นอปุ กรณร บั ขอ มลู ทีส่ รา งโดยใชแ ท็ก <input>?
ก. name ข. size
ค. maxlength ง. action
5. ขอ ใดไมใชช นดิ ของอุปกรณใ นแทก็ <input> ?
ก. name ข. image
ค. hidden ง. button
6. ขอถกู ตอ งเกี่ยวกบั ชอ งกรอกขอมลู แบบ Password ?
ก. ส่งิ ทพ่ี ิมพจ ะปรากฏขนึ้ ภายในชอ ง
ข. กําหนด input type="text"
ค. ไมส ามารถใชห ลายๆ ตัวในฟอรม หน่ึงได
ง. ใช maxlength ในการกาํ หนดจาํ นวนตวั อักษรสูงสุดของ Password
7. หากเราตองการทําแบบสอบถามเก่ียวกบั การใชสนิ คาที่สามารถตอบคําถามไดมากกวา 1 ขอ ควร
เลือก input type ในขอ ใด ?
134
ก. checkbox ข. password
ค. radio ง. textarea
8. ขอ ใดคือความหมายของการใส checked="checked" เพิม่ ลงในแท็ก <input> ?
ก. กําหนดตวั เลอื กตั้งแตต อนเรม่ิ
ข. หา มเลอื กตัวเลอื กทกี่ าํ หนด checked="checked"
ค. เลือกไดเ ฉพาะตวั เลอื กทก่ี ําหนด checked="checked" ไว
ง. ไมม ขี อ ถูก
9. ขอ ใดเปนแทก็ ท่ีใชในการจัดหมวดหมูรายการ ?
ก. <group> ข. <optgroup>
ค. <fieldgroup> ง. <formgroup>
10. ขอ ใดเปนแทก็ ทใี่ ชในการจดั แบง แบบฟอรม ออกเปน สวนๆ ?
ก. <formset> ข. <formgroup>
ค. <fieldset> ง. <fieldgroup>
ตอนที่ 2 จงใสเคร่ืองหมาย หนาขอความที่ถูกและใสเครือ่ งหมาย หนาขอความท่ีผิด
......... 1. CGI Script เปน โปรแกรมทีใ่ ชใ นการประมวลผลขอมูล
......... 2. วิธกี ารนําขอ มลู ไปประมวลผลมชี อ่ื เรียกวา CGI
......... 3. CGI หรอื Common Gateway Interface เปน ภาษาหนึง่ ท่ใี ชใ นการเขยี นโปรแกรม
......... 4. CGI เปน วธิ ีหรือขบวนการท่ีทาํ ใหเว็บเพจสามารถเรยี กโปรแกรมอน่ื มาทาํ งานได
......... 5. CGI Applications คอื โปรแกรมท่ถี ูก CGI เรยี กขน้ึ มาทํางาน
......... 6. ภาษา PHP, ASP และภาษา C เปนท่นี ิยมใชใ นการเขยี นโปรแกรม CGI Script
......... 7. maxlength คอื แอททรบิ วิ ทท ีอ่ ยภู ายในแท็กเปด <input...>
135
......... 8. การสรางปุมกดในนฟอรม HTML จะมี 3 ลักษณะ คอื submit, reset และ button
......... 9. แท็ก <optgroup> คือ ตัวเลอื กรายการแบบจัดกลมุ
......... 10. HTML เปนภาษาทีใ่ ชเขียน CGI Script
ตอนท่ี 3 จงตอบคําถามตอไปน้ี
1. ปมุ ในฟอรม HTML มีลกั ษณะใดบาง จงอธบิ าย
ปุม submit เมอื่ กดปมุ น้ขี อ มลู ในฟอรมทัง้ หมดจะถกู สงไปให CGI Scripts หรอื
CGI programs
ปมุ reset เม่อื กดน้อี ปุ กรณใ นฟอรมทัง้ หมดจะกลับสคู าเร่ิมตน
ปมุ button เปนปมุ ที่สรา งขึ้นมาเพื่อทาํ งานใดๆโดยจะไปเรยี ก javascript หรือ
VDScript ข้นึ มาทํางาน
2. จงอธบิ ายข้ันตอนการทํางานของ CGI พอเขาใจ
1. เมื่อผใู ชป อนขอ มลู ในแบบฟอรมเสร็จสน้ิ จากนน้ั คลกิ ปุม สงหรือทเ่ี ราเรยี กวาปมุ Submit เพอ่ื สง
ขอ มูลในแบบฟอรมไปท่ี CGI programs
2. CGI programs รับขอ มูลและประมวลผล(ในขัน้ ตอนนี้จะเกิดที่เครื่องเซิรฟเวอร ดังนั้นผูใชจะไมเห็น
การทาํ งาน)
3. จากน้ัน CGI programs จะนําผลลัพธท่ีไดจากการคํานวณมาใสรูปแบบแท็ก HTML และสงกลับมาท่ี
บราวเซอรใหผ ใู ชไ ดเ หน็ ผลลัพธการทาํ งานของ CGI programs
3. จงเขยี น HTML เพ่ือสรางคอนโทรลดังรูป
136
<select name=color>
<option value=#ff0000>Red</option>
<option value=#00ff00>Green</option>
<option value=#0000ff>Blue</option>
<option value=#dd2222>Pink</option>
<option value=#555555>Gray</option>
</ select>
<textarea cols="30" rows="5">
...ขอ ความเริ่มตน ...
</textarea>
<input type="radio" name="sex" value="male" />ชาย
<input type="radio" name="sex" value="female" />หญงิ <br /><br />
<input type="radio" name="age" value="19" />10-19 ป
<input type="radio" name="age" value="29" />20-29 ป
<input type="radio" name="age" value="39" />30-39 ป< br /><br />
137
ภาคผนวก
รปู แบบการประเมนิ ผลใหคะแนน
กจิ กรรมการเรยี นรู ทุกหนว ยการเรยี น
138
แบบประเมินคุณธรรมจรยิ ธรรม
วิชา การสรางเว็บเพจ(ดว ยภาษา HTML) รหัสวชิ า 2201-2414
ภาคเรียนท่ี …….. ปก ารศึกษา
ระดับช้นั ปวช สาขางานคอมพวิ เตอรธ รุ กจิ
(ผเู รยี นประเมนิ ตนเอง) สอนโดย ครู
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หวั ขอ ประเมิน
1. การปฏบิ ัตติ ามกฎระเบยี บของสถานศกึ ษา
2. มีความรับผดิ ชอบใฝด ใี ฝร ู
3. สนใจปฏบิ ตั ิงานทม่ี อบหมายดว ยความกระตือรอื รน
4. สะอาดเปน ระเบยี บและมคี วามรอบคอบในการทาํ งาน
5. ซ่อื สตั ย เสยี สละ และมนี ้ําใจ
6. รูหนาทแ่ี ละตระหนกั ในความพอเพยี งตามศกั ยภาพของการเปน นกั เรยี นนักศกึ ษา
.............................................................................................................................................................
รูปแบบการประเมินใหค ะแนน
5 = ดีมาก , 4 = ดี , 3 = พอใช , 2 = ควรปรับปรงุ , 1 = รว มกจิ กรรม ,0 = ไมร ว มกิจกรรม
หวั ขอประเมนิ
เลขท่ี ช่ือ – สกุล 1. 2. 3. 4. 5. 6. รวม ลงชอ่ื ผปู ระเมนิ
(5) (5) (5) (5) (5) (5) คะแนน
1
2
3
4
5
ขอ คดิ เหน็ จากผูป ระเมิน
……………………………………………………………………………………………………….…
ลงชอื่ ...............................................ผูประเมิน
(……………………………)
วันท…่ี ………เดอื น……………ปพ .ศ.………
139
แบบประเมนิ สาระการเรยี นรู
วชิ า การสรางเว็บเพจ(ดว ยภาษา HTML) รหัสวชิ า 2201-2414
ภาคเรยี นที่ …….. ปการศึกษา …ระดบั ช้นั ปวช สาขางานคอมพวิ เตอรธ รุ กจิ
(ผูเรยี นประเมนิ ตนเอง) สอนโดย
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หัวขอ ประเมนิ
1. เขาใจกระบวนการและโครงสรา งการทาํ งานของเว็บเพจเบื้องตน
2.เขาใจโครงสรางและไวยกรณของโปรแกรมและภาษา หรือ หรือกระบวนการการใช
เครอื่ งมอื การสรางเว็บเพจ
3.สามารถออกแบบและกําหนดสว นประกอบทีจ่ าํ เปนของเวบ็ เพจไดถ ูกตองและเหมาะสม
4.มที ักษะในการใชโ ปรแกรมภาษาหรอื โปรแกรมสาํ เรจ็ รูปสาํ หรบั สรา งเวบ็ เพจ
5.มีกจิ นิสัยและสง เสริมคุณธรรม จริยธรรม คานิยมทด่ี ี ในการใชค อมพวิ เตอร
……………………………………………………………………………………………………….
รปู แบบการประเมินใหค ะแนน
5 = ดีมาก , 4 = ดี , 3 = พอใช , 2 = ควรปรบั ปรงุ , 1 = รว มกจิ กรรม ,0 = ไมรว มกจิ กรรม
หวั ขอประเมนิ
เลขที่ ชอื่ – สกลุ 1. 2. 3. 4. 5. 6. รวม ลงช่ือผูป ระเมนิ
(5) (5) (5) (5) (5) (5) คะแนน
1
2
3
4
5
6
ขอคดิ เหน็ จากผูป ระเมนิ
……………………………………………………………………………………………………….…
ลงชอ่ื ...............................................ผูประเมิน
(……………………………)
วนั ท…ี่ ………เดือน……………ปพ .ศ.………
140
แบบประเมินคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
วิชา การสรา งเว็บเพจ(ดว ยภาษา HTML) รหสั วชิ า 2201-2414
ภาคเรียนที่ …….. ปก ารศกึ ษา
ระดับชน้ั ปวช สาขางานคอมพวิ เตอรธ รุ กจิ วิทยาลยั
(ผสู อนประเมนิ ผูเรยี น) สอนโดย
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หวั ขอ ประเมนิ
1. การปฏบิ ัตติ ามกฎระเบยี บของสถานศกึ ษา
2. มีความรบั ผดิ ชอบใฝด ใี ฝร ู
3. สนใจปฏิบตั ิงานทีม่ อบหมายดว ยความกระตือรอื รน
4. สะอาดเปน ระเบียบและมคี วามรอบคอบในการทาํ งาน
5. ซือ่ สตั ย เสียสละ และมีน้าํ ใจ
6. รูหนา ท่ีและตระหนกั ในความพอเพยี งตามศกั ยภาพของการเปน นกั เรยี นนกั ศึกษา
.............................................................................................................................................................
รูปแบบการประเมนิ ใหค ะแนน
5 = ดีมาก , 4 = ดี , 3 = พอใช , 2 = ควรปรับปรงุ , 1 = รวมกิจกรรม ,0 = ไมรว มกจิ กรรม
หวั ขอประเมนิ
เลขที่ ชือ่ – สกลุ 1. 2. 3. 4. 5. 6. รวม หมายเหตุ
(5) (5) (5) (5) (5) (5) คะแนน
1
2
3
4
5
ขอ คดิ เหน็ จากผูประเมนิ
……………………………………………………………………………………………………….…
ลงชอื่ ...............................................ผปู ระเมิน
(……………………………)
วันท…ี่ ………เดอื น……………ปพ .ศ.………
141
แบบประเมนิ สาระการเรยี นรู
วชิ า การสรา งเวบ็ เพจ(ดว ยภาษา HTML) รหัสวชิ า 2201-2414
ภาคเรยี นท่ี …….. ปการศกึ ษา
ระดบั ช้นั ปวช สาขางานคอมพวิ เตอรธ รุ กจิ วทิ ยาลยั
(ผูสอนประเมนิ ผเู รยี น) สอนโดย
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หัวขอ ประเมิน
1. เขา ใจกระบวนการและโครงสรา งการทาํ งานของเวบ็ เพจเบ้ืองตน
2.เขาใจโครงสรางและไวยกรณของโปรแกรมและภาษา หรือ หรือกระบวนการการใช
เคร่อื งมอื การสรา งเว็บเพจ
3.สามารถออกแบบและกาํ หนดสว นประกอบที่จาํ เปน ของเว็บเพจไดถ กู ตองและเหมาะสม
4.มที กั ษะในการใชโปรแกรมภาษาหรือโปรแกรมสาํ เรจ็ รูปสําหรับสรางเว็บเพจ
5.มกี ิจนสิ ยั และสง เสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา นิยมทด่ี ี ในการใชคอมพวิ เตอร
……………………………………………………………………………………………………….
รปู แบบการประเมนิ ใหค ะแนน
5 = ดมี าก , 4 = ดี , 3 = พอใช , 2 = ควรปรับปรงุ , 1 = รวมกจิ กรรม ,0 = ไมร ว มกิจกรรม
หัวขอ ประเมนิ
เลขท่ี ชื่อ – สกุล 1. 2. 3. 4. 5. 6. รวม หมายเหตุ
(5) (5) (5) (5) (5) (5) คะแนน
1
2
3
4
5
ขอคดิ เหน็ จากผูประเมิน
……………………………………………………………………………………………………….…
ลงชอ่ื ...............................................ผูป ระเมนิ
(……………………………)
วันท…ี่ ………เดอื น……………ปพ.ศ.………
142
แบบสอบถามความพึงพอใจ/ความคดิ เหน็ ตอ สอ่ื การสอน
วิชา การสรางเว็บเพจ(ดว ยภาษา HTML) รหสั วชิ า 2201-2414
ประจาํ ภาคเรียนท่ี ปการศกึ ษา
ระดบั ปวช สาขางานคอมพิวเตอรธ รุ กจิ วทิ ยาลยั โดย
...................................................................
เพ่ือทราบผลการจัดกิจกรรมการเรียนรูและการใชส่ือการสอนวิชา การสรางเว็บเพจ(ดวยภาษา
HTML) ซ่ึงจะเปนประโยชนอยางมากตอการปรับปรุงและพัฒนาใหมีประสิทธิภาพตอผูใชและ
ผเู รียนมากยง่ิ ขน้ึ ในการดําเนนิ กจิ กรรมการเรียนรูตอไป
ความหมายของระดบั ความคดิ เห็น
4 หมายถงึ ระดบั ความคิดเหน็ ดีมาก
3 หมายถึง ระดบั ความคิดเห็น ดี
2 หมายถงึ ระดบั ความคดิ เหน็ นอ ย
1 หมายถึง ระดบั ความคดิ เหน็ นอ ยมาก
ตอนท่ี 1 โปรดกาเครอ่ื งหมาย 3 ลงในชองทต่ี รงกบั ความคิดเห็นของทาน
1. ขอมูลทวั่ ไปเก่ยี วกับผตู อบแบบสอบถาม
1.1 สถานภาพ
143
2.1.6 ชวยใหผูใ ชความเชอ่ื มน่ั ในตนเองในหลกั การทถ่ี กู ตอ งเพียงใด
2.1.7 ชวยเสรมิ สรางใหเกดิ ความคิดรวบยอดนาํ ไปประยกุ ตใ ชเ พยี งใด
2.1.8 การเรยี งลาํ ดับความสําคญั ของเน้ือหาสาระมีความเหมาะสมเพียงใด
ระดับความ
รายการ คิดเห็น
4321
2.1.9 กจิ กรรมในการจดั การเรียนการสอนเหมาะสม เพยี งใด
2.1.10 ใบงาน/แบบฝก หัดมคี วามเหมาะสมเพยี งใด
2.2 ดา นการจดั กจิ กรรมการเรียนรขู องผสู อน
2.2.1 ครผู สู อนมีความรูค วามสามารถในการสอนเพยี งใด
2.2.2 ครผู ูสอนมีเทคนิคในการสอนมากนอยเพยี งใด
2.2.3 ครผู สู อนมกี ารบรู ณาการสอนและการจัดกจิ กรรมการสอนนา สนใจเพยี งใด
2.2.4 ครูผูสอนมีการเฉลยแบบฝก หัดหลงั บทเรยี นในชน้ั เรยี นเพื่อใหผ เู รยี นได
รับรแู ละปรบั ปรงุ ขอ ผิดพลาดทกุ หนว ยการเรยี นมากนอย เพยี งใด
2.2.5 ครูผูสอนมกี ารแทรกและอบรมคณุ ธรรมจรยิ ธรรมใหแ กนักเรยี นใน
การจดั กิจกรรมการสอนในระดบั ใด
2.3 ความคดิ เหน็ ดา นอ่นื ๆ
2.3.1 สํานวนภาษาทใ่ี ชง า ยตอความเขาใจเพยี งใด
2.3.2 รูปแบบเหมาะสมเพียงใด
2.3.3 มคี วามถกู ตอ งชดั เจนมากนอยเพยี งใด
2.3.4 ผสู รา งส่อื นม้ี คี วามรู ทกั ษะ และเทคนคิ ในการถายทอดอยู ในระดับใด
2.3.5 ความพงึ พอใจของทานจากการใชส อ่ื นีอ้ ยูใน ระดบั ใด
ตอนที่ 2
1. ผเู รียนมีความคดิ เหน็ อยา งไรในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรขู องครผู ูสอนความรคู วามสามารถในการ
สรา งและใชสอ่ื การสอนรวมทงั้ บรู ณาการจดั กิจกรรมการเรยี นรู
1.1 ขอ ดีและ/หรอื ขอทปี่ ระทับใจ
...................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
1.2 ขอควรปรบั ปรงุ
144
...................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
1.3 ขอ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………….................
.............................................................................................................................................................