è٠ѡÀÒÉÕÁÅÙ ¤Ò à¾èÁÔ
ÃÐàºÂÕ º¡ÃÁÊÃþҡÃ
ÇÒ´Ç¡Òû¯ºÔ ѵԧҹ¡ÃÃÁÇ¸Ô Õ
ÀÒÉÕÁÅÙ ¤Òà¾ÔèÁ ¾.È. 2551
เพอื ให้การปฏิบตั ิเกียวกับงานกรรมวิธภี าษีมูลค่าเพมิ ตาม
ประมวลรษั ฎากร เปนไปด้วยความเหมาะสม และเปน
แนวทางเดียวกัน กรมสรรพากรจึงกําหนดระเบยี บไว้ดังต่อ
ไปนี
ขอ้ 1 ระเบยี บนีเรยี กว่า “ ระเบยี บกรมสรรพากรว่าด้วยการ
ปฏิบตั ิงานกรรมวิธภี าษีมูลค่าเพมิ พ.ศ. 2551 ”
ขอ้ 2 ระเบยี บนีให้ใชบ้ งั คับตังแต่วันที 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
เปนต้นไป
ขอ้ 3 ให้ยกเลิก
3.1 ระเบยี บกรมสรรพากรว่าด้วยการปฏิบตั ิงานกรรมวิธแี บบ
แสดงรายการภาษีมูลค่าเพมิ พ.ศ. 2539
3.2 ระเบยี บกรมสรรพากรว่าด้วยการปฏิบตั ิงานกรรมวิธแี บบ
แสดงรายการภาษีมูลค่าเพมิ (ฉบบั ที 2) พ.ศ. 2545
บรรดาระเบยี บ และคําสงั อืนใดในสว่ นทีกําหนดไว้แล้วใน
ระเบยี บนี หรอื ซงึ ขดั หรอื แยง้ กับระเบยี บนี ให้ใชร้ ะเบยี บนีแทน
ข้อ 4 ในระเบียบนี
“ภาษีมูลค่าเพิม” หมายความว่า ภาษีมูลค่าเพิมทีจัด
เก็บตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายอืนทีเกียวข้อง
“ผู้ประกอบการ” หมายความว่า บุคคลซึง
ขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ ไม่
ว่าการกระทําดังกล่าวจะได้รับประโยชน์ หรอื ได้รบั ค่า
ตอบแทนหรือไม่ และไม่ว่าจะได้จดทะเบียนภาษีมูลค่า
เพิมแล้วหรือไม่
“สถานประกอบการ” หมายความว่า สถานที
ซึงผู้ประกอบการ ใช้ประกอบกิจการเปนประจํา และ
ให้หมายความรวมถึง สถานทีซึงใช้เปนทีผลิตหรอื เก็บ
สินค้าเปนประจําด้วย
ในกรณีผู้ประกอบการไม่มีสถาน
ประกอบการตามวรรคหนึง ให้ถือว่าทีอยูอ่ าศัยของผู้
ประกอบการนันเปนสถานประกอบการ ถ้าผู้ประกอบ
การมีทีอยูอ่ าศัยหลายแห่งให้ผู้ประกอบการเลือกเอาที
อยูอ่ าศัยแห่งหนึงเปนสถานประกอบการ
“สาขาที” หมายความว่าเลขทีทีกําหนดเพือ
ประโยชน์ในการจัดทําฐานข้อมูล ซึงได้แก่สาขาที
๐๐๐๐๐สําหรับสถานประกอบการอันเปนสํานักงาน
แห่งใหญ่ และสาขาที๐๐๐๐๑ ๐๐๐๐๒ ๐๐๐๐๓
...สําหรับกรณีมีสถานประกอบการหลายแห่งซึงผู้
ประกอบกิจการจดทะเบียนกําหนดเรียงลําดับต่อเนือง
กันไปตามจํานวนสาขาทีมีการยืนคําขอจดทะเบียน
หรือคําขอแจ้งการเปลียนแปลงทะเบยี นไว้
“ผู้ประกอบการจดทะเบียน” หมายความว่า
ผู้ประกอบการทีได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมตาม
มาตรา ๘๕ หรือมาตรา ๘๕/๑ แห่งประมวลรษั ฎากร
หรือทีได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมชัวคราวตามมาตรา
๘๕/๓ แห่งประมวลรัษฎากร
“นายทะเบียนภาษีมูลค่าเพิม” หมายความว่า
ผู้มีอํานาจออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมตามระเบียบ
นี
“หน่วยจดทะเบียน” หมายความว่า หน่วย
งานซึงทําหน้าทีจดทะเบียนและเปลียนแปลงทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพิม ณ สํานักงานสรรพากรพืนที สาํ นักงาน
สรรพากรพืนทีสาขา สํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาด
ใหญ่ หรือหน่วยงานอืนทีกรมสรรพากรกําหนด
ข้อ 5 ให้ผู้อํานวยการสํานักมาตรฐานการจัดเก็บภาษี
รักษาการตามระเบียบนี
ÊÇ ¹·Õè 1
¤ÇÒÁ·ÑèÇä»
ขอ้ 6 หลักเกณฑ์การจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
6.1 ผู้มีสทิ ธยิ นื หรอื ผู้ต้องยนื คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ได้แก่
บุคคลดังต่อไปนี
6.1.1 ผู้ประกอบการซงึ จะเรมิ ประกอบกิจการขายสนิ ค้าหรอื ให้
บรกิ ารทีอยูใ่ นบงั คับต้องเสยี ภาษีมูลค่าเพมิ มีแผนงานทีสามารถ
พสิ จู น์ได้ว่า ได้เตรยี มการเพอื ประกอบกิจการขายสนิ ค้าหรอื ให้
บรกิ ารทีอยูใ่ นบงั คับต้องเสยี ภาษีมูลค่าเพมิ และมีการดําเนินการ
เพอื เตรยี มประกอบกิจการอันเปนเหตใุ ห้ต้องมีการซอื สนิ ค้า หรอื
รบั บรกิ ารทีอยูใ่ นบงั คับต้องเสยี ภาษีมูลค่าเพมิ เชน่ การก่อสรา้ ง
โรงงาน การก่อสรา้ งอาคารสาํ นักงาน หรอื การติดตังเครอื งจักร
เปนต้น
6.1.2 ผู้ประกอบการซงึ ประกอบกิจการขายสนิ ค้าหรอื ให้บรกิ าร
แล้ว และมีมูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของ
ฐานภาษีของกิจการขนาดยอ่ มตามทีกําหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
ทีออกตามมาตรา 81/1 แหง่ ประมวลรษั ฎากร
6.1.3 ผู้ประกอบการซงึ ประกอบกิจการทีได้รบั ยกเว้นภาษีมูลค่า
เพมิ ต่อไปนี มีสทิ ธแิ จ้งต่ออธบิ ดีกรมสรรพากรเพอื ขอจดทะเบยี น
ภาษีมูลค่าเพมิ
(1) กิจการขายสนิ ค้าตามทีระบุไว้ในมาตรา 81(1) (ก) ถึง (ฉ) แหง่
ประมวลรษั ฎากร
(2) กิจการขนาดยอ่ มตามมาตรา 81/1 แหง่ ประมวลรษั ฎากร
(3) กิจการอืนตามทีกําหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
การยนื คําขอแจ้งขอใชส้ ทิ ธเิ พอื ขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้ผู้
ประกอบการยนื คําขอแจ้งขอใชส้ ทิ ธเิ พอื ขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่า
เพมิ ตามแบบทีอธบิ ดีกรมสรรพากรกําหนด ได้แก่ ภ.พ.01.1
จํานวน 1 ชุด มี 3 ฉบบั
6.1.4 ในกรณที ีผู้ประกอบการอยูน่ อกราชอาณาจักร และได้ขาย
สนิ ค้าหรอื ให้บรกิ ารในราชอาณาจักรเปนปกติธุระโดยมีตัวแทนอยู่
ในราชอาณาจักร ให้ตัวแทนดังกล่าวเปนผู้มีหน้าทีรบั ผิดชอบในการ
จดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ของผู้ประกอบการทีอยูน่ อกราช
อาณาจักรด้วย
6.1.3 ผู้ประกอบการซงึ ประกอบกิจการทีได้รบั ยกเว้นภาษีมูลค่า
เพมิ ต่อไปนี มีสทิ ธแิ จ้งต่ออธบิ ดีกรมสรรพากรเพอื ขอจดทะเบยี น
ภาษีมูลค่าเพมิ
(1) กิจการขายสนิ ค้าตามทีระบุไว้ในมาตรา 81(1) (ก) ถึง (ฉ) แหง่
ประมวลรษั ฎากร
(2) กิจการขนาดยอ่ มตามมาตรา 81/1 แหง่ ประมวลรษั ฎากร
(3) กิจการอืนตามทีกําหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
การยนื คําขอแจ้งขอใชส้ ทิ ธเิ พอื ขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้ผู้
ประกอบการยนื คําขอแจ้งขอใชส้ ทิ ธเิ พอื ขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่า
เพมิ ตามแบบทีอธบิ ดีกรมสรรพากรกําหนด ได้แก่ ภ.พ.01.1
จํานวน 1 ชุด มี 3 ฉบบั
6.1.4 ในกรณที ีผู้ประกอบการอยูน่ อกราชอาณาจักร และได้ขาย
สนิ ค้าหรอื ให้บรกิ ารในราชอาณาจักรเปนปกติธุระโดยมีตัวแทนอยู่
ในราชอาณาจักร ให้ตัวแทนดังกล่าวเปนผู้มีหน้าทีรบั ผิดชอบในการ
จดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ของผู้ประกอบการทีอยูน่ อกราช
อาณาจักรด้วย
6.2 การยนื คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้ผู้ประกอบการยนื
คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ตามแบบทีอธบิ ดีกรมสรรพากร
กําหนด ได้แก่ ภ.พ.01 จํานวน 1 ชุด มี 3 ฉบบั และเอกสารหลักฐาน
ประกอบการจดทะเบยี น ดังนี
6.2.1 กรณผี ู้ประกอบการเปนบุคคลธรรมดา
(1) ภาพถ่ายสญั ญาเชา่ อสงั หารมิ ทรพั ย์ โดยสญั ญาเชา่ ดังกล่าวต้อง
ระบุชอื ทีอยู่ ของเจ้าของอสงั หารมิ ทรพั ยด์ ้วย (กรณเี ปนการเชา่
อสงั หารมิ ทรพั ย์ เชน่ ตึกแถว บา้ น อาคาร อาคารชุด พนื ทีในห้าง
สรรพสนิ ค้า เปนต้น) หรอื ภาพถ่ายหนังสอื ยนิ ยอมให้ใช้
อสงั หารมิ ทรพั ยเ์ ปนทีตังสถานประกอบการ (กรณเี จ้าของ
อสงั หารมิ ทรพั ยใ์ ห้ใชอ้ สงั หารมิ ทรพั ยน์ ันโดยไมไ่ ด้ค่าตอบแทน)
หรอื ภาพถ่ายหนังสอื รบั รองของผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดทีระบุ
ว่าสถานทีดังกล่าวอยูใ่ นพนื ทีประกอบการค้าของอาคารชุด (กรณี
สถานทีอยูอ่ าศัยหรอื สถานประกอบการตังอยูใ่ นอาคารชุดตาม
กฎหมายว่าด้วยอาคารชุด)
(2) แผนทีซงึ แสดงทีตังของสถานประกอบการโดยสงั เขปพรอ้ ม
ภาพถ่ายของสถานประกอบการ
(3) หนังสอื มอบอํานาจ ภาพถ่ายบตั รประจําตัวประชาชนของผู้
มอบอํานาจ และผู้รบั มอบอํานาจ (กรณมี ีการมอบอํานาจให้ผู้อืน
ยนื คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ แทน)
(4) กรณเี ปนบุคคลต่างด้าว นอกจากเอกสารตาม (1) – (3) แล้วต้อง
แนบเอกสารต่อไปนีด้วย
(4.1) ภาพถ่ายหนังสอื เดินทางหรอื เอกสารใชแ้ ทนหนังสอื เดินทาง
พรอ้ มฉบบั จรงิ หรอื ภาพถ่ายใบสาํ คัญประจําตัวคนต่างด้าว
(4.2) ภาพถ่ายใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
6.2.2 กรณผี ู้ประกอบการเปนคณะบุคคลทีมิใชน่ ิติบุคคล (ห้างหุ้น
สว่ นสามัญ กองทนุ มูลนิธทิ ีมิใชน่ ิติบุคคล หนว่ ยงานหรอื กิจการของ
เอกชนทีกระทําโดยบุคคลธรรมดาตังแต่สองคนขนึ ไปอันมิใช่
นิติบุคคล)
(1) ภาพถ่ายหนังสอื การจัดตังคณะบุคคลทีมิใชน่ ิติบุคคล
(2) เอกสารตามขอ้ 6.2.1
6.2.3 กรณผี ู้ประกอบการเปนนิติบุคคลทีเปนบรษิ ัท ห้างหุ้นสว่ น
นิติบุคคล
(1) ภาพถ่ายเอกสารการดําเนินกิจการรว่ มค้า (ถ้ามี)
(2) เอกสารตามขอ้ 6.2.1
6.2.4 กรณผี ู้ประกอบการเปนนิติบุคคลทีเปนองค์การรฐั บาล
สหกรณ์ และองค์กรอืนทีกฎหมายกําหนดให้เปนนิติบุคคล
(1) ภาพถ่ายหลักฐานทีแสดงฐานะนิติบุคคล
(2) เอกสารตามขอ้ 6.2.1
6.2.5 กรณผี ู้ประกอบการทีอยูน่ อกราชอาณาจักรและได้ประกอบ
กิจการในราชอาณาจักรเปนปกติธุระ โดยมีตัวแทนทีอยูใ่ นราช
อาณาจักรเปนผู้ยนื คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ แทน
(1) ภาพถ่ายหนังสอื ตังตัวแทนเปนลายลักษณอ์ ักษร ซงึ มีการ
รบั รองโดยสถานทตู หรอื สถานกงสลุ หรอื บุคคลอืนทีได้รบั ความ
เห็นชอบจากอธบิ ดีกรมสรรพากร
(2) ภาพถ่ายเอกสารการดําเนินกิจการรว่ มค้า (ถ้ามี)
(3) เอกสารตามขอ้ 6.2.1
6.3 กําหนดเวลายนื คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
6.3.1 กรณจี ะเรมิ ประกอบกิจการขายสนิ ค้าหรอื ให้บรกิ าร ผู้
ประกอบการมีสทิ ธยิ นื คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ภายใน
กําหนด 6 เดือนก่อนวันเรมิ ประกอบกิจการขายสนิ ค้าหรอื ให้บรกิ าร
เว้นแต่จะมีสญั ญา หรอื หลักฐานทีสามารถพสิ จู น์ได้ว่า จะดําเนิน
การก่อสรา้ งโรงงานหรอื อาคารสาํ นักงาน หรอื ติดตังเครอื งจักร หรอื
มีการกระทําในลักษณะทํานองเดียวกัน ให้มีสทิ ธยิ นื คําขอจด
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ได้ภายในเวลาทีเหมาะสมและจําเปนต่อ
การก่อสรา้ งโรงงานหรอื อาคารสาํ นักงานหรอื ติดตังเครอื งจักร
6.3.2 กรณผี ู้ประกอบการไมม่ ีสทิ ธยิ นื คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่า
เพมิ ตามขอ้ 6.3.1 ให้ยนื คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ เมือเรมิ
ประกอบกิจการขายสนิ ค้าหรอื ให้บรกิ าร
6.3.3 กรณปี ระกอบกิจการขายสนิ ค้าหรอื ให้บรกิ ารแล้ว ให้ผู้
ประกอบการยนื คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ภายใน 30 วันนับ
แต่วันทีมูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของ
ฐานภาษีของกิจการขนาดยอ่ ม สาํ หรบั กรณที ีมีพระราชกฤษฎีกา
กําหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดยอ่ มไว้แล้ว หรอื วันที
พระราชกฤษฎีกาใชบ้ งั คับ สาํ หรบั กรณที ีมีการตราพระราช
กฤษฎีกากําหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดยอ่ มขนึ ใหม่
หรอื มีการแก้ไขเพมิ เติมพระราชกฤษฎีกากําหนดมูลค่าของฐาน
ภาษีของกิจการขนาดยอ่ มน้อยกว่าทีกําหนดไว้ก่อน
6.3.4 กรณปี ระกอบกิจการทีได้รบั ยกเว้นภาษีมูลค่าเพมิ และได้แจ้ง
ต่ออธบิ ดีกรมสรรพากรเพอื ขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้ผู้
ประกอบการยนื คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ภายใน 30 วันนับ
แต่วันทีได้แจ้งต่ออธบิ ดีกรมสรรพากร
6.4 สถานทียนื คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ และคําขอแจ้งขอ
ใชส้ ทิ ธเิ พอื ขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
6.4.1 ผู้ประกอบการจะต้องยนื ภ.พ.01 และ ภ.พ.01.1 ณ สถานที
ดังต่อไปนี
(1) ในเขตกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สาํ นักงานสรรพากรพนื ที หรอื
สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขาทีสถานประกอบการ หรอื สถาน
ประกอบ
(2) นอกเขตกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา
ทีสถานประกอบการ หรอื สถานประกอบการทีเปนสาํ นักงานใหญ่
(กรณมี ีสถานประกอบการหลายแหง่ ) ตังอยู่
กรณสี ถานประกอบการตังอยูใ่ นท้องทีอําเภอหรอื กิงอําเภอตังใหมท่ ี
กรมสรรพากรมิได้จัดอัตรากําลังไว้ ให้ยนื ณ สาํ นักงานสรรพากร
พนื ทีสาขาทีเคยควบคมุ ท้องทีของอําเภอหรอื กิงอําเภอนัน
(3) สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สาํ หรบั ผู้ประกอบการทีอยู่
ในการกํากับดแู ลของสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่
(4) สถานทีอืนตามทีอธบิ ดีกรมสรรพากรกําหนด
6.4.2 ผู้ประกอบการทีมีสถานประกอบการหลายแหง่ หรอื ใชส้ ถาน
ทีอยูอ่ าศัยเปนสถานประกอบการ ผู้ประกอบการจะต้องยนื ภ.พ.01
และ ภ.พ.01.1 ณ สถานทีตามขอ้ 6.4.1 ในท้องทีต่อไปนี
(1) ท้องทีซงึ สถานประกอบการทีเปนสาํ นักงานใหญต่ ังอยู่ หากไมม่ ี
สถานประกอบการทีเปนสาํ นักงานใหญ่ ให้ผู้ประกอบการเลือก
สถานประกอบการแหง่ ใดแหง่ หนึงเปนสาํ นักงานใหญ่
(2) ท้องทีซงึ สถานประกอบการ (ทีผู้ประกอบการใชส้ ถานทีอยู่
อาศัยของตนเอง หรอื ของบุคคลอืนเปนสถานประกอบการ) ตังอยู่
หากมีสถานทีอยูอ่ าศัยหลายแหง่ แต่ละแหง่ ใชเ้ ปนสถานประกอบ
การ ให้ผู้ประกอบการเลือกสถานทีอยูแ่ หง่ ใดแหง่ หนึงเปน
สาํ นักงานใหญ่
6.5 ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ตามแบบทีอธบิ ดีกรมสรรพากร
กําหนด ได้แก่ ภ.พ.20
6.6 ใน ภ.พ.20 ให้ระบุ
“ วันทีให้เปนผู้ประกอบการจดทะเบยี น ” “ ออกให้เมือวันที ”
ดังนี
“ วันทีให้เปนผู้ประกอบการจดทะเบยี น ” ให้ระบุวันทีเจ้าหน้าทีรบั
ภ.พ.01
“ ออกให้เมือวันที ” ให้ระบุวันทีผู้มีอํานาจอนุมัติลงนามใน ภ.พ.20
6.7 ผู้มีอํานาจออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ได้แก่
“๖.๗.๑ สรรพากรพนื ที หรอื ผู้ทีสรรพากรพนื ทีมอบหมาย สาํ หรบั
สถานประกอบการ หรอื สถานประกอบการทีเปนสาํ นักงานใหญ่
(กรณมี ีสถานประกอบการหลายแหง่ ) ทีตังอยูใ่ นท้องที
“๖.๗.๒ ผู้อํานวยการสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ หรอื ผู้ทีผู้
อํานวยการ
สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญม่ อบหมาย สาํ หรบั ผู้ประกอบการ
ทีอยูใ่ นการกํากับดแู ลของสาํ นักบรหิ าร
ภาษีธุรกิจขนาดใหญ”่
ÊÇ ¹·èÕ 2
¡Òû¯ºÔ µÑ àÔ ¡èÂÕ Ç¡ºÑ ¡Òè´·ÐàºÕ¹ÀÒÉÕ
ÁÅÙ ¤Òà¾ÁÔè
ขอ้ 7 การรบั คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (ภ.พ.01) ให้หนว่ ยจด
ทะเบยี น ปฏิบตั ิดังต่อไปนี
7.1 ในเขตกรุงเทพมหานคร
7.1.1 สาํ นักงานสรรพากรพนื ที
ก. ฝายบรหิ ารงานทัวไป
(1) เมือได้รบั คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (ภ.พ.01) พรอ้ ม
เอกสารแนบจากผู้ประกอบการ ให้ปฏิบตั ิดังนี
(1.1) ตรวจว่าสถานประกอบการตังอยูใ่ นท้องทีของสาํ นักงาน
สรรพากรพนื ทีหรอื ไม่ ถ้าไมใ่ ช่ ให้แนะนําผู้ประกอบการไปยนื ณ
หนว่ ยจดทะเบยี นท้องทีทีสถานประกอบการตังอยู่
(1.2) ตรวจการยนื ภ.พ.01 จากระบบคอมพวิ เตอรว์ ่า เคยยนื
ภ.พ.01แล้วหรอื ไม่
(1.2.1) ถ้าเคยยนื ให้สอบถามว่ายงั เปนผู้ประกอบการจดทะเบยี น
ภาษีมูลค่าเพมิ อยูห่ รอื ไม่
- ถ้ายงั เปนผู้ประกอบการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ อยู่ ไมใ่ ห้รบั
ภ.พ.01 และสอบถามขอ้ เท็จจรงิ จากผู้ประกอบการ แล้วพจิ ารณา
ตามควรแก่กรณตี ่อไป
- ถ้าไมเ่ ปนผู้ประกอบการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้รบั ภ.พ.01
ไว้ดําเนินการต่อไป
(1.2.2) ถ้ายงั ไมเ่ คยยนื ให้รบั ภ.พ.01 ไว้ดําเนินการต่อไป
(1.2.3) กรณเี ปนผู้ประกอบการตามขอ้ 6.1.3 ให้ตรวจการยนื
ภ.พ.01.1 จากระบบคอมพวิ เตอร์ หรอื สอบถามว่า ได้ยนื ภ.พ.01.1
แล้วหรอื ไม่ ถ้ายงั ไมไ่ ด้ยนื ให้แจ้งผู้ประกอบการยนื ภ.พ.01.1 ด้วย
(1.3) ค้นหาเลขประจําตัวผู้เสยี ภาษีอากรในระบบคอมพวิ เตอร์
หรอื ขอดบู ตั รประจําตัวผู้เสยี ภาษีอากร (ถ้ามี) แล้วแนะนําให้กรอก
เลขประจําตัวผู้เสยี ภาษีอากรใน ภ.พ.01 หากยงั ไมม่ ีให้แนะนําให้
ยนื คํารอ้ งขอมีเลขประจําตัวผู้เสยี ภาษีอากร
(1.4) ตรวจรายการอืนๆ ทีกรอกใน ภ.พ.01 ว่า ถกู ต้องครบถ้วนและ
ชดั เจนหรอื ไม่ หากพบว่ารายการใดยงั ไมถ่ กู ต้องครบถ้วน หรอื ไม่
ชดั เจน ให้แนะนําให้กรอกให้ถกู ต้องครบถ้วนและชดั เจน ได้แก่
- ชอื ทีอยูข่ องผู้ประกอบการ
- เลขประจําตัวประชาชน วันเดือนปเกิดของผู้ประกอบการ
- วันเดือนปทีจดทะเบยี นนิติบุคคล และเลขทะเบยี นนิติบุคคล
- ชอื ทีอยูข่ องสถานประกอบการ
- วันเรมิ ประกอบกิจการทีต้องเสยี ภาษีมูลค่าเพมิ
- ประเภทของการประกอบการ
- จํานวนเอกสารทีแนบ
- ลายมือชอื ผู้ประกอบการ
- วันเดือนปทียนื คําขอจดทะเบยี น
กรณบี ุคคลธรรมดา ให้ตรวจชอื ผู้ประกอบการ ทีอยู่ เลขประจําตัว
ประชาชนและวันเดือนปเกิดของผู้ประกอบการ จากบตั รประจําตัว
ประชาชน หรอื ฐานขอ้ มูลทะเบยี นราษฎร (MOI)
กรณนี ิติบุคคล ให้ตรวจชอื ผู้ประกอบการ วันเดือนปทีจดทะเบยี น
นิติบุคคล เลขทะเบยี นนิติบุคคล และทีอยูข่ องสถานประกอบการ
จากขอ้ มูลในระบบ Business Online (BOL) หรอื จากเว็บไซต์ของ
กรมพฒั นาธุรกิจการค้า (http://www.dbd.go.th)
(1.5) ตรวจว่ามีเอกสารแนบตามขอ้ 6.2 หรอื ไม่ กรณไี มไ่ ด้แนบ
เอกสาร หรอื แนบเอกสาร แต่ไมถ่ กู ต้องครบถ้วน ไมใ่ ห้รบั ภ.พ.01
(1.6) ตรวจวันทีผู้ประกอบการยนื ภ.พ.01 ว่า ยนื ภายในกําหนด
เวลา ตามขอ้ 6.3 หรอื ไม่ หากเกินกําหนดเวลา ให้พจิ ารณาเสนอผู้มี
อํานาจเพอื สงั เปรยี บเทียบปรบั
(1.7) บนั ทึกการรบั ภ.พ.01 เขา้ ทะเบยี นคมุ รายการและจัดทําบญั ชี
ด้วยระบบคอมพวิ เตอร์ (TCL)
(1.8) คืน ภ.พ.01 ฉบบั ที 3 ให้ผู้ประกอบการเก็บไว้เปนหลักฐาน
(1.9) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.01 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” แล้ว
จัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบบั ที 1 ใชน้ ํา
สง่ ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) ไป
ให้ฝายกรรมวิธี ภายในวันทีได้รบั ภ.พ.01 เพอื ทําการบนั ทึกขอ้ มูล
สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 แนบกับ ภ.พ.01 ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสาร
แนบ เก็บเขา้ แฟม
(1.10) เมือได้รบั ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ พรอ้ ม ภ.พ.01 ฉบบั ที 1
และรายงานการประมวลผลขอ้ มูลจากฝายกรรมวิธี ให้ตรวจความ
ถกู ต้องของขอ้ ความในใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ และรายงานการ
ประมวลผลขอ้ มูลกับ ภ.พ.01 และเอกสารแนบ
- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้สง่ ฝายกรรมวิธี เพอื ทําการแก้ไขให้ถกู ต้องตาม
ค่มู ือการบนั ทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่าเพมิ และให้ประทับคําว่า
“ ยกเลิก ” ด้วยหมึกสแี ดงลงบนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ฉบบั ที
ขอ้ ความไมถ่ กู ต้อง แล้วเก็บเขา้ แฟม “ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
ยกเลิก ”
- ถ้าถกู ต้อง ให้เสนอผู้มีอํานาจออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ เพอื
สงั การและลงนามในชอ่ ง “ คําสงั ” ของ ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 และฉบบั
ที 2 พรอ้ มลงนามในใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
(1.11) มอบใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้ผู้ประกอบการ หรอื จัดสง่
ทางไปรษณยี ล์ งทะเบยี นตอบรบั ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันทีผู้มี
อํานาจฯ ลงนาม
กรณที ีปฏิบตั ิตามวรรคหนึงไมไ่ ด้ ให้สง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ไป
ยงั สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา เพอื นําสง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่า
เพมิ ให้ผู้ประกอบการต่อไป
(1.12) บนั ทึกรายการเกียวกับการออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ไว้ใน
ภ.พ.01 ว่า ได้ออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ เมือใด พรอ้ มลงชอื เจ้า
หน้าทีไว้เปนหลักฐาน
(1.13) นํา ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 และฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบ และ
รายงานการประมวลผลขอ้ มูลเก็บเขา้ แฟมเก็บคําขอจดทะเบยี นภาษี
มูลค่าเพมิ แยกเปนรายสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา เรยี งตามลําดับ
เลขคมุ เอกสาร (DLN)
(2) กรณไี ด้รบั ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบจาก
สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา ให้ปฏิบตั ิดังนี
(2.1) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.01 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” แล้วสง่
ใบนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) ทีได้รบั จากสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา
พรอ้ ม ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) ไปให้
ฝายกรรมวิธี ภายในวันทีได้รบั ภ.พ.01 เพอื ทําการบนั ทึกขอ้ มูล และ
ถ่ายเอกสาร บ.ช.12.1 แนบกับ ภ.พ.01 ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบ
เก็บเขา้ แฟม
(2.2) ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.10) - (1.13) ของ (1)
(3) กรณไี ด้รบั ภ.พ.01 และเอกสารแนบของผู้ประกอบการในการกํากับ
ดแู ลของสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.2)
- (1.8) ของ (1) แล้วจัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั
ฉบบั ที 1 ใชน้ ําสง่ ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบ
โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) ไปให้สาํ นักงานบรหิ ารภาษี
ธุรกิจขนาดใหญภ่ ายในวันทีได้รบั ภ.พ.01 ทางไปรษณยี ด์ ่วนพเิ ศษ
(EMS) เว้นแต่เห็นว่า การให้เจ้าหน้าทีนําสง่ เองจะสะดวกและรวดเรว็
กว่า ก็ให้กระทําได้ สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเขา้ แฟม
ข. ฝายกรรมวิธี
(1) เมือได้รบั ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 จากฝายบรหิ ารงานทัวไป ให้ทําการ
บนั ทึกขอ้ มูลตามค่มู ือการบนั ทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่าเพมิ ภายใน
3 วันทําการนับแต่วันทีได้รบั ภ.พ.01 และตรวจความถกู ต้องของการ
บนั ทึกขอ้ มูล
- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้ทําการแก้ไขให้ถกู ต้อง
- ถ้าถกู ต้อง ให้สง่ ประมวลผลขอ้ มูล
(2) จัดพมิ พใ์ บทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ด้วยคอมพวิ เตอรเ์ ปนรายสถาน
ประกอบการหรอื รายสาขา พรอ้ มทังตรวจความครบถ้วนของจํานวนใบ
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ และรายงานการประมวลผลขอ้ มูล
- ถ้าไมค่ รบถ้วน ให้ทําการจัดพมิ พใ์ ห้ครบถ้วน
- ถ้าครบถ้วน ให้สง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ พรอ้ ม ภ.พ.01 ฉบบั ที 1
และรายงานการประมวลผลขอ้ มูลไปให้ฝายบรหิ ารงานทัวไป ภายใน 3
วันทําการนับแต่วันทีประมวลผลขอ้ มูลแล้วเสรจ็ เพอื ดําเนินการต่อไป
7.1.2 สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา
(1) เมือได้รบั คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (ภ.พ.01) พรอ้ มเอกสาร
แนบจากผู้ประกอบการ ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.1) - (1.8) ของขอ้
7.1.1 ก. (1) ยกเว้น ภ.พ.01 ของผู้ประกอบการในการกํากับดแู ลของ
สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับขอ้ 7.1.1 ก.
(3)
(2) จัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบบั ที 1 ใชน้ ํา
สง่ ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบ โดยเรยี งตาม
ลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีทีรบั ผิดชอบ
ภายในวันทีได้รบั ภ.พ.01 สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเขา้ แฟม
7.2 สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่
ก. ฝายบรหิ ารงานทัวไป
(1) กรณไี ด้รบั ภ.พ.01 พรอ้ มเอกสารแนบจากผู้ประกอบการในการ
กํากับดแู ลของสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ปฏิบตั ิดังนี
(1.1) ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.2) - (1.8) ของขอ้ 7.1.1 ก. (1)
(1.2) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.01 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” แล้วจัด
พมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบบั ที 1 ใชน้ ําสง่
ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบโดยเรยี งตามลําดับ
เลขคมุ เอกสาร (DLN) ไปให้สว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี ภายในวันทีได้รบั
ภ.พ.01 เพอื ทําการบนั ทึกขอ้ มูล สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเขา้ แฟม
(1.3) เมือได้รบั ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 พรอ้ มเอกสารแนบจากสว่ นกรรมวิธี
และคืนภาษี ให้เก็บเขา้ แฟมเก็บคําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ แยก
เปนรายสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา เรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร
(DLN)
(2) กรณไี ด้รบั ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบจาก
สาํ นักงานสรรพากรพนื ที หรอื สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา แล้วแต่
กรณี ให้ปฏิบตั ิดังนี
(2.1) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.01 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” แล้วสง่
ใบนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) ทีได้รบั จากสาํ นักงานสรรพากรพนื ที หรอื
สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา แล้วแต่กรณี พรอ้ ม ภ.พ.01 ฉบบั ที 1
ฉบบั ที 2 และเอกสารแนบ โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) ไป
ให้สว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี ภายในวันทีได้รบั ภ.พ.01 เพอื ทําการ
บนั ทึกขอ้ มูล และถ่ายเอกสาร บ.ช.12.1 เก็บเขา้ แฟม
(2.2) ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.3) ของ (1)
ข. สว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี
(1) เมือได้รบั ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบจาก
ฝายบรหิ ารงานทัวไป ให้ทําการบนั ทึกขอ้ มูลตามค่มู ือการบนั ทึกขอ้ มูล
ระบบงานภาษีมูลค่าเพมิ ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันทีได้รบั ภ.พ.01
และตรวจความถกู ต้องของการบนั ทึกขอ้ มูล
- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้ทําการแก้ไขให้ถกู ต้อง
- ถ้าถกู ต้อง ให้สง่ ประมวลผลขอ้ มูล
(2) จัดพมิ พใ์ บทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ด้วยคอมพวิ เตอรเ์ ปนรายสถาน
ประกอบการหรอื รายสาขา พรอ้ มทังตรวจความครบถ้วนของจํานวนใบ
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ และรายงานการประมวลผลขอ้ มูล
- ถ้าไมค่ รบถ้วน ให้ทําการจัดพมิ พใ์ ห้ครบถ้วน
- ถ้าครบถ้วน ให้ตรวจความถกู ต้องของขอ้ ความในใบทะเบยี นภาษี
มูลค่าเพมิ และรายงานการประมวลผลขอ้ มูลกับ ภ.พ.01 และเอกสาร
แนบ
- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้ทําการแก้ไขให้ถกู ต้องตามค่มู ือการบนั ทึกขอ้ มูลระบบ
งานภาษีมูลค่าเพมิ และให้ประทับคําว่า “ ยกเลิก ” ด้วยหมึกสแี ดงลง
บนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ฉบบั ทีขอ้ ความไมถ่ กู ต้อง แล้วเก็บเขา้
แฟม “ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ยกเลิก ”
- ถ้าถกู ต้อง ให้เสนอผู้มีอํานาจออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ เพอื สงั
การและลงนามในชอ่ ง “ คําสงั ” ของ ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 และฉบบั ที 2
และลงนามในใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ แล้วเก็บรายงานการประมวล
ผลขอ้ มูลเขา้ แฟม
(3) มอบใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้ผู้ประกอบการ หรอื จัดสง่ ทาง
ไปรษณยี ล์ งทะเบยี นตอบรบั ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันทีผู้มีอํานาจ
ออกใบทะเบยี นฯ ลงนาม
กรณที ีปฏิบตั ิตามวรรคหนึงไมไ่ ด้ ให้สง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ไปยงั
สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา เพอื นําสง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้ผู้
ประกอบการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ต่อไป
(4) บนั ทึกรายการเกียวกับการออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ไว้ใน
ภ.พ.01 ว่า ได้ออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ เมือใด พรอ้ มลงชอื เจ้า
หน้าทีไว้เปนหลักฐาน
(5) สง่ ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 พรอ้ มเอกสารแนบ ให้ฝายบรหิ ารงานทัวไป
เพอื ดําเนินการต่อไป สว่ น ภ.พ.01 ฉบบั ที 2 สง่ ให้สาํ นักงานสรรพากร
ภาคทีเปนทีตังสถานประกอบการของผู้ประกอบการ เพอื แจ้งให้หนว่ ย
ปฏิบตั ิทราบต่อไป
7.3 นอกเขตกรุงเทพมหานคร
7.3.1 สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา
(1) เมือได้รบั ภ.พ.01 พรอ้ มเอกสารแนบจากผู้ประกอบการ ให้ปฏิบตั ิ
เชน่ เดียวกับ (1.1) - (1.8) ของขอ้ 7.1.1 ก. (1) ยกเว้น ภ.พ.01 ของผู้
ประกอบการในการกํากับดแู ลของสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้
ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับขอ้ 7.1.1 ก. (3)
(2) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.01 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” แล้วจัด
พมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบบั ที 1 ใชน้ ําสง่
ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) ไปให้
สาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ) ภายในวันทีได้รบั
ภ.พ.01 เพอื ทําการบนั ทึกขอ้ มูล สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 ใชน้ ําสง่
ภ.พ.01 ฉบบั ที 2 และเอกสารแนบ ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีทีรบั
ผิดชอบภายในวันทีได้รบั ภ.พ.01
(3) เมือได้รบั ภ.พ.01 ฉบบั ที 2 (ทีสรรพากรพนื ทีสงั การแล้ว) จาก
สาํ นักงานสรรพากรพนื ที ให้เก็บเขา้ แฟมเก็บคําขอจดทะเบยี นภาษี
มูลค่าเพมิ เรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN)
7.3.2 สาํ นักงานสรรพากรพนื ที (ฝายบรหิ ารงานทัวไป)
(1) เมือได้รบั ภ.พ.01 ฉบบั ที 2 และเอกสารแนบจากสาํ นักงาน
สรรพากรพนื ทีสาขา ให้เก็บเขา้ แฟมรอไว้จนกว่าจะได้รบั ภ.พ.01 ฉบบั
ที 1 จากสาํ นักงานสรรพากรภาค
(2) เมือได้รบั ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ พรอ้ ม ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 และ
รายงานการประมวลผลขอ้ มูลจากสาํ นักงานสรรพากรภาค ให้ดําเนิน
การเชน่ เดียวกับ (1.10) - (1.13) ของขอ้ 7.1.1 ก. (1) แล้วสง่ ภ.พ.01
ฉบบั ที 2 ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขาทีเปนทีตังสถานประกอบ
การของผู้ประกอบการทียนื คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
7.3.3 สาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ)
(1) เมือได้ ภ.พ.01 จากสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา ให้ทําการบนั ทึก
ขอ้ มูลตามค่มู ือการบนั ทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่าเพมิ ภายใน 3 วัน
ทําการนับแต่วันทีได้รบั ภ.พ.01 และตรวจความถกู ต้องของการบนั ทึก
ขอ้ มูล
- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้ทําการแก้ไขให้ถกู ต้อง
- ถ้าถกู ต้อง ให้สง่ ประมวลผลขอ้ มูล
(2) จัดพมิ พใ์ บทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ด้วยคอมพวิ เตอรเ์ ปนรายสถาน
ประกอบการหรอื รายสาขา พรอ้ มทังตรวจความครบถ้วนของจํานวนใบ
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ และรายงานการประมวลผลขอ้ มูล
- ถ้าไมค่ รบถ้วน ให้ทําการจัดพมิ พใ์ ห้ครบถ้วน
- ถ้าครบถ้วน ให้สง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ภ.พ.01 ฉบบั ที 1 และ
รายงานการประมวลผลขอ้ มูล ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีที
เกียวขอ้ ง ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันทีประมวลผลแล้วเสรจ็ เพอื
ดําเนินการต่อไป
ขอ้ 8 ในกรณที ีได้รบั แจ้งหรอื ตรวจพบว่า ผู้ประกอบการรายใดยงั มิได้
จดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ที สาํ นักงาน
สรรพากรพนื ทีสาขา หรอื สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ แล้วแต่
กรณี สง่ หนังสอื แจ้งให้จดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (ภ.พ.70) พรอ้ ม ภ.พ.
01 ไปให้ผู้ประกอบการรายนัน เพอื แจ้งให้มายนื ภ.พ.01 ต่อไป
ขอ้ 9 การรบั คําขอแจ้งขอใชส้ ทิ ธเิ พอื ขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
(ภ.พ.01.1)
9.1 ในเขตกรุงเทพมหานคร
9.1.1 สาํ นักงานสรรพากรพนื ที
ก. ฝายบรหิ ารงานทัวไป
(1) เมือได้รบั ภ.พ.01.1 จากผู้ประกอบการ ให้ปฏิบตั ิดังนี
(1.1) ตรวจการยนื ภ.พ.01.1 จากระบบคอมพวิ เตอรว์ ่า เคยยนื
ภ.พ.01.1 แล้วหรอื ไม่
- ถ้าเคยยนื ให้ตรวจว่าเกินกําหนดเวลา 30 วันแล้วหรอื ไม่ หากเกิน
กําหนดเวลาแล้ว และยงั ไมไ่ ด้ยนื ภ.พ.01 ให้แนะนําผู้ประกอบการยนื
ภ.พ.01.1 ใหม่ และยกเลิก ภ.พ.01.1 ฉบบั เดิม
- ถ้ายงั ไมเ่ คยยนื ให้รบั ภ.พ.01.1 ไว้ดําเนินการต่อไป
(1.2) ตรวจรายการทีกรอกใน ภ.พ.01.1 ว่า ถกู ต้องครบถ้วน และ
ชดั เจนหรอื ไม่
(1.3) บนั ทึกการรบั ภ.พ.01.1 เขา้ ทะเบยี นคมุ รายการและจัดทําบญั ชี
ด้วยระบบคอมพวิ เตอร์ (TCL)
(1.4) คืน ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 3 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบยี นเก็บไว้เปน
หลักฐาน และแจ้งผู้ประกอบการให้ยนื ภ.พ.01 ภายใน 30 วันนับแต่วัน
ทียนื ภ.พ.01.1 โดยไมต่ ้องรอการตอบรบั จากกรมสรรพากร หรอื จะยนื
พรอ้ ม ภ.พ.01.1 ก็ได้
(1.5) จัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบบั ที 1 ใช้
นําสง่ ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 1 โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) ไป
ให้ฝายกรรมวิธี ภายในวันทีได้รบั ภ.พ.01.1 เพอื ทําการบนั ทึกขอ้ มูล
สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 แนบกับ ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 2 เก็บเขา้ แฟมเก็บ
คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ แยกเปนรายสาํ นักงานสรรพากรพนื ที
สาขา เรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN)
(1.6) เมือได้รบั ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 1 จากฝายกรรมวิธี ให้ตรวจผลขอ้ มูล
จากระบบ FVAT online กับ ภ.พ.01.1
- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้สง่ ฝายกรรมวิธี เพอื ทําการแก้ไขให้ถกู ต้องตามค่มู ือ
การบนั ทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่าเพมิ
- ถ้าถกู ต้อง ให้นํา ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 1 เก็บเขา้ แฟมรวมกับภ.พ.01.1
ฉบบั ที 2
(2) กรณไี ด้รบั ภ.พ.01.1 จากสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา ให้ปฏิบตั ิ
ดังนี
(2.1) นําใบนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) ทีได้รบั จากสาํ นักงานสรรพากร
พนื ทีสาขา เยบ็ ติดกับ ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 1 โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ
เอกสาร (DLN) สง่ ให้ฝายกรรมวิธี ภายในวันทีได้รบั ภ.พ.01.1 เพอื
ทําการบนั ทึกขอ้ มูล และถ่ายเอกสาร บ.ช.12.1 แนบกับ ภ.พ.01.1 ฉบบั
ที 2 เก็บเขา้ แฟม
(2.2) ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.6) ของ (1)
(3) กรณไี ด้รบั ภ.พ.01.1 ของผู้ประกอบการในการกํากับดแู ลของสาํ นัก
บรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.1) - (1.4) ของ (1)
แล้วจัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบบั ที 1 ใชน้ ํา
สง่ ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร
(DLN) ไปให้สาํ นักงานบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ภายในวันทีรบั
ภ.พ.01.1 ทางไปรษณยี ด์ ่วนพเิ ศษ (EMS) เว้นแต่ เห็นว่า การให้เจ้า
หน้าทีนําสง่ เองจะสะดวกและรวดเรว็ กว่า ก็ให้กระทําได้ สว่ น บ.ช.12.1
ฉบบั ที 2 เก็บเขา้ แฟม
ข. ฝายกรรมวิธี
(1) เมือได้รบั ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 1 จากฝายบรหิ ารงานทัวไป ให้ทําการ
บนั ทึกขอ้ มูลตามค่มู ือการบนั ทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่าเพมิ ภายใน
3 วันทําการนับแต่วันทีได้รบั ภ.พ.01.1 และประทับคําว่า “ บนั ทึก
ขอ้ มูลแล้ว ” ด้วยหมึกสแี ดงลงบน ภ.พ.01.1
(2) สง่ ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 1 ไปให้ฝายบรหิ ารงานทัวไป ภายใน 3 วัน
ทําการนับแต่วันทีบนั ทึกขอ้ มูลแล้วเสรจ็ เพอื ดําเนินการต่อไป
9.1.2 สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา
(1) เมือได้รบั คําขอแจ้งขอใชส้ ทิ ธเิ พอื ขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
(ภ.พ.01.1) จากผู้ประกอบการ ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.1) - (1.4) ของ
ขอ้ 9.1.1 ก. (1) ยกเว้น ภ.พ.01.1 ของผู้ประกอบการในการกํากับดแู ล
ของสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับขอ้ 9.1.1
ก. (3)
(2) จัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบบั ที 1 ใชน้ ํา
สง่ ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร
(DLN) ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีทีรบั ผิดชอบ ภายในวันทีได้รบั
ภ.พ.01.1 สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเขา้ แฟม
9.2 สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่
ก. ฝายบรหิ ารงานทัวไป
(1) กรณไี ด้รบั ภ.พ.01.1 จากผู้ประกอบการในการกํากับดแู ลของสาํ นัก
บรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ปฏิบตั ิดังนี
(1.1) ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.1) - (1.4) ของขอ้ 9.1.1 ก. (1)
(1.2) จัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบบั ที 1 ใช้
นําสง่ ภ.พ.0.1.1 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ
เอกสาร (DLN) ไปให้สว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี ภายในวันทีได้รบั
ภ.พ.01.1 เพอื ทําการบนั ทึกขอ้ มูล สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเขา้ แฟม
(1.3) เมือได้รบั ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 1 จากสว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี ให้เก็บ
เขา้ แฟมเก็บคําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ แยกเปนรายสาํ นักงาน
สรรพากรพนื ทีสาขา เรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN)
(2) กรณไี ด้รบั ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 จากสาํ นักงาน
สรรพากรพนื ที หรอื สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา แล้วแต่กรณี ให้
ปฏิบตั ิดังนี
(2.1) สง่ ใบนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) ทีได้รบั จากสาํ นักงานสรรพากร
พนื ที หรอื สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา แล้วแต่กรณี พรอ้ ม ภ.พ.01.1
ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) ไปให้
สว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี ภายในวันทีได้รบั ภ.พ.01.1 เพอื ทําการบนั ทึก
ขอ้ มูล และถ่ายเอกสาร บ.ช.12.1 เก็บเขา้ แฟม
(2.2) ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.3) ของ (1)
ข. สว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี
(1) เมือได้รบั ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 จากฝายบรหิ ารงาน
ทัวไป ให้ทําการบนั ทึกขอ้ มูลตามค่มู ือการบนั ทึกขอ้ มูลระบบงานภาษี
มูลค่าเพมิ ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันทีได้รบั ภ.พ.01.1 และประทับ
คําว่า “ บนั ทึกขอ้ มูลแล้ว ” ด้วยหมึกสแี ดงลงบน ภ.พ.01.1
(2) สง่ ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 1 ให้ฝายบรหิ ารงานทัวไป เพอื ดําเนินการต่อ
ไป สว่ น ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 2 สง่ ให้สาํ นักงานสรรพากรภาคทีเปนทีตัง
สถานประกอบการของผู้ประกอบการเพอื แจ้งให้หนว่ ยปฏิบตั ิทราบต่อ
ไป
9.3 นอกเขตกรุงเทพมหานคร
9.3.1 สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา
(1) เมือได้รบั ภ.พ.01.1 จากผู้ประกอบการจดทะเบยี น ให้ปฏิบตั ิเชน่
เดียวกับ (1.1) - (1.4) ของขอ้ 9.1.1 ก. (1) ยกเว้นแบบ ภ.พ.01.1 ของผู้
ประกอบการในการกํากับดแู ลของสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้
ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับขอ้ 9.1.1 ก. (3)
(2) จัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบบั ที 1 ใชน้ ํา
สง่ ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 1 โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) ไปให้
สาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ) ภายในวันทีได้รบั
ภ.พ.01.1 เพอื ทําการบนั ทึกขอ้ มูล สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 ใชน้ ําสง่
ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 2 ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีทีรบั ผิดชอบ ภายใน
วันทีได้รบั ภ.พ.01.1
(3) เมือได้รบั ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 2 จากสาํ นักงานสรรพากรพนื ที ให้เก็บ
เขา้ แฟมเก็บคําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ เรยี งตามลําดับเลขคมุ
เอกสาร (DLN)
9.3.2 สาํ นักงานสรรพากรพนื ที (ฝายบรหิ ารงานทัวไป)
(1) เมือได้ ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 2 จากสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขาให้เก็บ
เขา้ แฟมรอไว้จนกว่าจะได้รบั ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 1 จากสาํ นักงาน
สรรพากรภาค
(2) เมือได้รบั ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 1 จากสาํ นักงานสรรพากรภาค ให้
ดําเนินการเชน่ เดียวกับ (1.6) ของขอ้ 9.1.1 ก. (1) แล้วนํา ภ.พ.01.1
ฉบบั ที 1 เก็บเขา้ แฟมเก็บคําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ แยกเปนราย
สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา เรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN)
แล้วสง่ ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 2 ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขาทีปนที
ตังสถานประกอบการของผู้ประกอบการทียนื คําขอแจ้งขอใชส้ ทิ ธิ เพอื
ขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
9.3.3 สาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ)
(1) เมือได้รบั ภ.พ.01.1 จากสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา ให้ทําการ
บนั ทึกขอ้ มูลตามค่มู ือการบนั ทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่าเพมิ ภายใน
3 วันทําการนับแต่วันทีได้รบั ภ.พ.01.1 และประทับคําว่า “ บนั ทึก
ขอ้ มูลแล้ว ” ด้วยหมึกสแี ดงลงบน ภ.พ.01.1
(2) สง่ ภ.พ.01.1 ฉบบั ที 1 ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีทีเกียวขอ้ ง
ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันทีบนั ทึกขอ้ มูลแล้วเสรจ็ เพอื ดําเนินการต่อ
ไป
ขอ้ 10 การยกเลิกคําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
10.1 กรณผี ู้ประกอบการยนื แบบคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมและ
แนบเอกสารถกู ต้องครบถ้วนแล้ว แต่ถ้าปรากฏข้อเท็จจรงิ ต่อไปนี ให้
หนว่ ยจดทะเบยี นยกเลิกคําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมและไมอ่ นุมัติให้
ออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ แก่ผู้ประกอบการรายนัน
(1) แสดงเอกสารหลักฐานเปนเท็จหรอื ไม่ตรงกับเอกสารของทางราชการ
(2) ผู้ประกอบการหรอื ผู้มีอํานาจทําการแทนผู้ประกอบการเปนตัวแทน
เชดิ ของเจ้าของกิจการทีแท้จรงิ เชน่ จากการไต่สวนพบว่าผู้ยืนคําขอจด
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ เปนลกู จ้าง พนักงาน แต่ยืนคําขอจดทะเบียนภาษี
มูลค่าเพมิ ในฐานะเปนหุ้นสว่ นผู้จัดการ หรอื กรรมการผู้จัดการ
(3) ไมม่ ีสถานประกอบการจรงิ ตามเอกสารทียืนพรอ้ มคําขอจดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพมิ
(4) ผู้ประกอบการใชส้ าํ นักงานกฎหมายหรอื สาํ นักงานบญั ชขี องบุคคลอืน
เปนสถานประกอบการ เว้นแต่กรณีเปนตัวแทนของผู้ประกอบการทีอยู่
นอกราชอาณาจักร
(5) ผู้ประกอบการมิได้ประกอบกิจการขายสนิ ค้าหรอื ให้บรกิ ารทีต้องเสีย
ภาษีมูลค่าเพมิ หรอื มิใชผ่ ู้ประกอบการซงึ ขายสนิ ค้าหรอื ให้บรกิ ารทีแท้จริง
(6) เคยเปนผู้ประกอบการจดทะเบียน แต่ภายหลังถกู อธบิ ดีกรมสรรพากร
หรอื ผู้ทีอธบิ ดีกรมสรรพากรมอบหมายสงั เพกิ ถอนการจดทะเบียนภาษี
มูลค่าเพมิ ไปครงั หนึงแล้ว โดยมูลเหตจุ ากกรณตี าม (1) - (5)
ทังนี ถือว่าผู้ประกอบการดังกล่าวมิได้เปนผู้ประกอบการจดทะเบยี น
ตังแต่วันเดือนปทีเจ้าหน้าทีรบั คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
10.2 การยกเลิกคําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ กรณอี ืน ๆ เชน่ ยืน
ภ.พ.01 ซา เปนต้น
10.3 การยกเลิกคําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ของผู้ประกอบการ ให้
ดําเนินการดังนี
(1) กรณตี รวจพบความผิดก่อนสง่ ภ.พ.01 ไปบันทึกข้อมูลเพอื ออกใบ
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้ฝายบรหิ ารงานทัวไปเสนอยกเลิกคําขอจด
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ และไมอ่ นุมัติออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม โดย
ไมต่ ้องสง่ ภ.พ.01 ไปบนั ทึกขอ้ มูล และหมายเหตุใน บ.ช.12.1 ว่ามีการ
ยกเลิก ภ.พ.01 จํานวนกีฉบบั พรอ้ มทังระบุเลขคมุ เอกสาร (DLN)
(2) กรณตี รวจพบความผิดเมือได้จัดพมิ พใ์ บทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมแล้ว
แต่มิได้สง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้ผู้ประกอบการ ให้ฝายบรหิ ารงาน
ทัวไปเสนอยกเลิกคําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมและใบทะเบียนภาษี
มูลค่าเพมิ โดยประทับคําว่า “ ยกเลิก ” ด้วยหมึกสแี ดงลงบนใบทะเบยี น
ภาษีมูลค่าเพมิ แล้วเก็บเขา้ แฟมใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมยกเลิก และแจ้ง
ฝายกรรมวิธใี ห้ดําเนินการลบฐานขอ้ มูลผู้ประกอบการดังกล่าวออกจาก
ระบบภาษีมูลค่าเพมิ
เมือได้ดําเนินการตาม (1) หรอื (2) แล้ว ให้ฝายบรหิ ารงานทัวไปสง่ หนังสอื
แจ้งเหตผุ ลให้ผู้ประกอบการทราบทางไปรษณยี ล์ งทะเบยี นตอบรบั
ภายใน 7 วันนับแต่วันทีผู้มีอํานาจออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ อนุมัติ
ยกเลิก ภ.พ.01
(3) กรณตี รวจพบความผิดเมือได้จัดสง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมให้ผู้
ประกอบการแล้ว ให้ฝายบรหิ ารงานทัวไปเสนอยกเลิกคําขอจดทะเบยี น
ภาษีมูลค่าเพมิ และแจ้งฝายกรรมวิธใี ห้ดําเนินการลบฐานขอ้ มูลผู้ประกอบ
การดังกล่าวออกจากระบบภาษีมูลค่าเพมิ แล้วสง่ หนังสอื แจ้งเหตผุ ลให้ผู้
ประกอบการทราบทางไปรษณยี ล์ งทะเบยี นตอบรบั ภายใน 7 วันนับแต่วัน
ทีผู้มีอํานาจออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ อนุมัติยกเลิก ภ.พ.01 พร้อมทัง
แจ้งให้สง่ คืน ภ.พ.20 ภายใน 15 วันนับแต่วันทีได้รบั หนังสอื
ขอ้ 11 กรณผี ู้ประกอบการมีสถานประกอบการหลายแหง่ ในขณะยนื คําขอ
จดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้หนว่ ยจดทะเบยี นออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่า
เพมิ เปนรายสถานประกอบการ และลงชอื ผู้มีอํานาจอนุมัติในใบทะเบยี น
ภาษีมูลค่าเพมิ ทังของสถานประกอบการทีเปนสํานักงานใหญแ่ ละ
สาํ นักงานสาขา
ขอ้ 12 กรณผี ู้ประกอบการมีสถานประกอบการหลายแหง่ อยูแ่ ล้วในขณะ
ยนื คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม แต่มิได้ระบุสถานประกอบการแหง่
หนึงแหง่ ใดไว้ในคําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้ถือว่าสถานประกอบ
การแหง่ นัน ๆ ได้จดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ณ วันเดือนปเดียวกันกับที
สาํ นักงานใหญไ่ ด้ยนื คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ โดยผู้ประกอบการ
ต้องแจ้งเพมิ สถานประกอบการแหง่ นัน ๆ ด้วย
Êǹ·Õè 3
¡ÒÃá¡ä ¢à»ÅèÂÕ ¹á»Å§·ÐàºÕ¹ÀÒÉÕÁÙÅ¤Ò à¾ÁÔè
ขอ้ 13 หลักเกณฑ์การแก้ไขเปลียนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิม
13.1 ผู้ทีจะยนื แบบแจ้งการเปลียนแปลงทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม (ภ.พ.09)
ได้แก่ ผู้ประกอบการจดทะเบยี นซงึ มีรายการแก้ไขเปลียนแปลงต่อไปนี
(1) แก้ไขเปลียนแปลงรายการทีได้จดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ในสาระ
สาํ คัญ เชน่ ชอื ผู้ประกอบการ ชอื สถานประกอบการ ทีตังสถานประกอบ
การ (รวมถึงการเปลียนแปลงรายละเอียดของทีตังสถานประกอบการตาม
ประกาศของทางราชการ) ประเภทกิจการทีกระทําเปนปกติ ประเภท
สนิ ค้าหรอื บรกิ ารทีกระทําเปนสว่ นใหญ่ และเลขประจําตัวผู้เสยี ภาษีอากร
(2) เปดสถานประกอบการเพมิ เติม
(3) ปดสถานประกอบการบางแหง่
(4) ยา้ ยสถานประกอบการ
(5) หยุดประกอบกิจการชวั คราวเปนเวลาติดต่อกันเกินกว่า 30 วัน
(6) โอนกิจการบางสว่ นหรอื ทังหมด
(7) ควบเขา้ กันของนิติบุคคล
(8) เลิกประกอบกิจการ
(9) ผู้ประกอบการจดทะเบยี นซงึ เปนบุคคลธรรมดาถึงแก่ความตาย
13.2 การแจ้งแก้ไขเปลียนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิม ให้ผู้ประกอบการ
จดทะเบยี นยนื คําขอแจ้งการเปลียนแปลงทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ตาม
แบบทีอธบิ ดีกรมสรรพากรกําหนด ได้แก่ ภ.พ.09 จํานวน 1 ชุด มี 3 ฉบบั
พรอ้ มเอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งการเปลียนแปลงทะเบยี น ดังนี
13.2.1 กรณแี ก้ไขเปลียนแปลงรายการทีได้จดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมใน
สาระสาํ คัญ เชน่ ชอื ผู้ประกอบการ ชอื สถานประกอบการ ทีตังสถาน
ประกอบการ ประเภทกิจการทีทําเปนปกติ ประเภทสนิ ค้าหรอื บรกิ ารที
กระทําเปนสว่ นใหญ่ และเลขประจําตัวผู้เสยี ภาษีอากร
(1) ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (เฉพาะกรณที ีมีการเปลียนแปลงข้อความ
ในใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ )
(2) ภาพถ่ายหนังสอื แสดงการเปลียนชอื ชอื สกลุ (กรณเี ปนบุคคลธรรมดา)
13.2.2 กรณเี ปดสถานประกอบการเพมิ
(1) ภาพถ่ายสญั ญาเชา่ อสงั หารมิ ทรพั ย์ โดยสญั ญาเชา่ ดังกล่าวต้องระบุ
ชอื ทีอยู่ ของเจ้าของอสงั หารมิ ทรพั ยด์ ้วย (กรณเี ปนการเชา่
อสงั หารมิ ทรพั ย์ เชน่ ตึกแถว บา้ น อาคาร อาคารชุด พนื ทีในห้างสรรพ
สนิ ค้า เปนต้น) หรอื ภาพถ่ายหนังสือยินยอมให้ใชอ้ สงั หารมิ ทรพั ย์เปนทีตัง
สถานประกอบการ (กรณเี จ้าของอสงั หาริมทรพั ย์ให้ใชอ้ สงั หาริมทรัพยน์ ัน
โดยไมไ่ ด้ค่าตอบแทน) หรอื ภาพถ่ายหนังสอื รบั รองของผู้จัดการนิติบุคคล
อาคารชุดทีระบุว่าสถานทีดังกล่าวอยูใ่ นพนื ทีประกอบการค้าของอาคาร
ชุด (กรณสี ถานทีอยูอ่ าศัยหรอื สถานประกอบการตังอยูใ่ นอาคารชุดตาม
กฎหมายว่าด้วยอาคารชุด)
(2) แผนทีแสดงทีตังของสถานประกอบการโดยสงั เขป พรอ้ มภาพถ่าย
สถานประกอบการแหง่ ใหม่
13.2.3 กรณปี ดสถานประกอบการบางแหง่
ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ของสถานประกอบการแหง่ ทีต้องการปด
13.2.4 กรณยี า้ ยสถานประกอบการ
(1) ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ของสถานประกอบการแหง่ ทีต้องการย้าย
ออก
(2) ภาพถ่ายสญั ญาเชา่ อสงั หารมิ ทรพั ย์ โดยสญั ญาเชา่ ดังกล่าวต้องระบุ
ชอื ทีอยู่ ของเจ้าของอสงั หารมิ ทรพั ย์ด้วย (กรณเี ปนการเชา่
อสงั หารมิ ทรพั ย์ เชน่ ตึกแถว บา้ น อาคาร อาคารชุด พนื ทีในห้างสรรพ
สนิ ค้า เปนต้น) หรอื ภาพถ่ายหนังสอื ยนิ ยอมให้ใชอ้ สงั หารมิ ทรพั ยเ์ ปนทีตัง
สถานประกอบการแหง่ ใหม่ (กรณเี จ้าของอสังหารมิ ทรพั ยใ์ ห้ใช้
อสงั หารมิ ทรพั ยน์ ันโดยไมไ่ ด้ค่าตอบแทน) หรอื ภาพถ่ายหนังสอื รบั รอง
ของผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดทีระบุว่าสถานทีดังกล่าวอยูใ่ นพนื ที
ประกอบการค้าของอาคารชุด (กรณีสถานทีอยูอ่ าศัยหรอื สถานประกอบ
การตังอยูใ่ นอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด)
(3) แผนทีแสดงทีตังของสถานประกอบการโดยสงั เขป พร้อมภาพถ่าย
สถานประกอบการแหง่ ใหม่
13.2.5 กรณโี อนกิจการบางสว่ นหรอื ทังหมด
ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (กรณโี อนกิจการทังหมด)
13.2.6 กรณนี ิติบุคคลควบเขา้ กัน
(1) ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ของนิติบุคคลทีจะควบเข้ากัน
(2) ภาพถ่ายสญั ญาเชา่ อสงั หารมิ ทรพั ย์ โดยสญั ญาเชา่ ดังกล่าวต้องระบุ
ชอื ทีอยู่ ของเจ้าของอสงั หารมิ ทรพั ยด์ ้วย (กรณเี ปนการเชา่
อสงั หารมิ ทรพั ย์ เชน่ ตึกแถว บา้ น อาคาร อาคารชุด พนื ทีในห้างสรรพ
สนิ ค้า เปนต้น) หรอื ภาพถ่ายหนังสือยินยอมให้ใชอ้ สงั หารมิ ทรพั ย์เปนทีตัง
สถานประกอบการแหง่ ใหม่ (กรณเี จ้าของอสังหาริมทรพั ย์ให้ใช้
อสงั หารมิ ทรพั ยน์ ันโดยไมไ่ ด้ค่าตอบแทน) หรอื ภาพถ่ายหนังสอื รบั รอง
ของผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดทีระบุว่าสถานทีดังกล่าวอยูใ่ นพนื ที
ประกอบการค้าของอาคารชุด (กรณสี ถานทีอยูอ่ าศัยหรอื สถานประกอบ
การตังอยูใ่ นอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด)”
(3) แผนทีแสดงทีตังของสถานประกอบการโดยสงั เขป พรอ้ มภาพถ่าย
สถานประกอบการแหง่ ใหม่
13.2.7 กรณเี ลิกประกอบกิจการ
(1) ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ของสถานประกอบการทกุ แหง่
(2) ภาพถ่ายหนังสอื เลิกนิติบุคคล (กรณแี จ้งเลิกนิติบุคคล)
13.2.8 กรณผี ู้ประกอบการซงึ เปนบุคคลธรรมดาถึงแก่ความตาย
(1) ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
(2) ภาพถ่ายใบมรณบตั ร
13.2.9 กรณผี ู้ประกอบการมิได้ยนื ภ.พ.09 ด้วยตนเอง
หนังสอื มอบอํานาจพรอ้ มภาพถ่ายบตั รประจําตัวประชาชนของผู้มอบ
อํานาจและผู้รบั มอบอํานาจ
13.3 สถานทีและกําหนดเวลายนื ภ.พ.09
ผู้ประกอบการจดทะเบยี นจะต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี
13.3.1 กรณแี ก้ไขเปลียนแปลงรายการทีได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมใน
สาระสาํ คัญ เชน่ ชอื ผู้ประกอบการ ชอื สถานประกอบการ ทีตังของสถาน
ประกอบการ (รวมถึงการเปลียนแปลงรายละเอียดของทีตังสถานประกอบ
การตามประกาศของทางราชการ) ประเภทกิจการทีกระทําเปนปกติ
ประเภทสนิ ค้าหรอื บรกิ ารทีกระทําเปนสว่ นใหญ่ และเลขประจําตัวผู้เสีย
ภาษีอากร จะต้องยนื ภ.พ.09 ณ หนว่ ยจดทะเบยี น ซงึ สถานประกอบการ
หรอื สถานประกอบการทีเปนสาํ นักงานใหญ่ (กรณมี ีสถานประกอบการ
หลายแหง่ ) ตังอยูใ่ นปจจุบนั ภายใน 15 วันนับจากวันทีมีการเปลียนแปลง
เกิดขนึ และถ้ามีเหตุต้องเปลียนแปลงข้อความในใบทะเบียน ภาษีมูลค่า
เพมิ จะต้องคืนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมพรอ้ มกับการแจ้งการ
เปลียนแปลงดังกล่าวด้วย
13.3.2 กรณเี ปดสถานประกอบการเพิมเติม จะต้องยนื ภ.พ.09 ณ หนว่ ย
จดทะเบยี น ซงึ สถานประกอบการทีเปนสํานักงานใหญต่ ังอยูใ่ นปจจุบนั
ก่อนวันเปดสถานประกอบการเพมิ เติมไมน่ ้อยกว่า 15 วัน
13.3.3 กรณปี ดสถานประกอบการบางแห่ง จะต้องยนื ภ.พ.09 พรอ้ มกับ
คืนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ของสถานประกอบการนัน ณ หนว่ ยจด
ทะเบยี นซงึ สถานประกอบการทีเปนสาํ นักงานใหญต่ ังอยูใ่ นปจจุบัน
ภายใน 15 วันนับจากวันปดสถานประกอบการ
13.3.4 กรณยี า้ ยสถานประกอบการ
(1) กรณมี ีสถานประกอบการแหง่ เดียว
(1.1) กรณยี า้ ยสถานประกอบการภายในท้องทีหนว่ ยจดทะเบียนจะต้อง
ยนื ภ.พ.09 พรอ้ มกับคืนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมของสถานประกอบการ
เดิม ณ หนว่ ยจดทะเบยี น ซงึ สถานประกอบการตังอยูใ่ นปจจุบัน ก่อนวัน
ยา้ ยสถานประกอบการไมน่ ้อยกว่า 15 วัน
- ในเขตกรุงเทพมหานคร
ตัวอยา่ งที 1 บรษิ ัท ก มีสถานประกอบการตังอยูใ่ นท้องทีเขตดุสติ ได้จด
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ณ สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีกรุงเทพมหานคร 6
(ต่อไปจะเรยี กยอ่ ว่า สท. กทม. 6) ต่อมาได้ย้ายสถานประกอบการไปอยูใ่ น
ท้องทีเขตบางซอื (ซงึ อยูใ่ นท้องที สท. กทม. 6 เชน่ เดียวกัน) บรษิ ัทฯ จะ
ต้องยนื ภ.พ.09 พรอ้ มกับคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมของสถานประกอบ
การเดิม ณ สท. กทม. 6
- นอกเขตกรุงเทพมหานคร
ตัวอยา่ งที 2 บรษิ ัท ข มีสถานประกอบการตังอยูใ่ นท้องทีอําเภอสารภี
จังหวัดเชยี งใหม่ ได้จดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม ณ สาํ นักงานสรรพากร
พนื ทีสาขาสารภี (ต่อไปจะเรยี กยอ่ ว่า สส.สารภี) ต่อมาบรษิ ัทฯ ได้ย้าย
สถานประกอบการ ซงึ ยงั คงอยูใ่ นท้องทีอําเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
บรษิ ัทฯ จะต้องยนื ภ.พ.09 พรอ้ มกับคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ ของ
สถานประกอบการเดิม ณ สส. สารภี
(1.2) กรณยี า้ ยสถานประกอบการต่างท้องทีหนว่ ยจดทะเบยี น จะต้องยนื
ภ.พ.09 เพอื แจ้งยา้ ยออก ณ หนว่ ยจดทะเบยี นซงึ สถานประกอบการตังอยู่
ในปจจุบนั ก่อนวันยา้ ยสถานประกอบการไม่น้อยกว่า 15 วัน และต้องยนื
ภ.พ.09 อีก 1 ชุด เพอื แจ้งยา้ ยเขา้ พร้อมกับคืนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
ของสถานประกอบการเดิม ณ หน่วยจดทะเบยี นแห่งใหม่ ก่อนวันเปด
สถานประกอบการแหง่ ใหมไ่ มน่ ้อยกว่า 15 วัน
- ในเขตกรุงเทพมหานคร
ตัวอยา่ งที 1 บรษิ ัทฯ ก มีสถานประกอบการตังอยูใ่ นท้องทีเขตดสุ ติ ได้จด
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ณ สท.กทม. 6 ต่อมาได้ย้ายสถานประกอบการไป
อยูใ่ นท้องทีเขตพญาไท (ซงึ อยูใ่ นท้องที สท. กทม. 4) บรษิ ัทฯ จะต้องยนื
ภ.พ.09 จํานวน 1 ชุด เพอื แจ้งยา้ ยออก ณ สท. กทม. 6 และต้องยืน
ภ.พ.09 อีก 1 ชุด เพอื แจ้งยา้ ยเขา้ พร้อมกับคืนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
ของสถานประกอบการเดิม ณ สท.กทม. 4
- นอกเขตกรุงเทพมหานคร
ตัวอยา่ งที 2 บรษิ ัท ข มีสถานประกอบการตังอยูใ่ นท้องทีอําเภอสารภี
จังหวัดเชยี งใหม่ ได้จดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ณ สส.สารภี ต่อมาบริษัทฯ
ได้ยา้ ยสถานประกอบการไปอยูท่ ีอําเภอแม่รมิ จังหวัดเชียงใหม่ บรษิ ัทฯ
จะต้องยนื แบบ ภ.พ.09 จํานวน 1 ชุด เพอื แจ้งยา้ ยออก ณ สส.สารภี และ
ต้องยนื ภ.พ.09 อีก 1 ชุด เพอื แจ้งยา้ ยเขา้ พรอ้ มกับคืนใบทะเบยี นภาษี
มูลค่าเพมิ ของสถานประกอบการเดิม ณ สส.แม่รมิ
(2) กรณมี ีสถานประกอบการหลายแหง่
(2.1) กรณสี าํ นักงานใหญย่ า้ ยสถานประกอบการ
(2.1.1) สาํ นักงานใหญย่ า้ ยสถานประกอบการภายในท้องทีหนว่ ยจด
ทะเบยี น จะต้องยนื ภ.พ.09 พรอ้ มกับคืนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ของ
สถานประกอบการเดิม ณ หนว่ ยจดทะเบยี นซึงสถานประกอบการทีเปน
สาํ นักงานใหญต่ ังอยูใ่ นปจจุบนั ก่อนวันย้ายสถานประกอบการไม่น้อยกว่า
15 วัน
- ในเขตกรุงเทพมหานคร
ตัวอยา่ งที 1 เชน่ เดียวกับ ตัวอยา่ งที 1 ของ (1) (1.1)
- นอกเขตกรุงเทพมหานคร
ตัวอยา่ งที 2 เชน่ เดียวกับ ตัวอยา่ งที 2 ของ (1) (1.1)
(2.1.2) สาํ นักงานใหญย่ า้ ยสถานประกอบการต่างท้องทีหนว่ ยจดทะเบยี น
จะต้องยนื ภ.พ.09 เพอื แจ้งยา้ ยออก ณ หนว่ ยจดทะเบียนซึงสถาน
ประกอบการทีเปนสาํ นักงานใหญต่ ังอยูใ่ นปจจุบนั ก่อนวันยา้ ยสถาน
ประกอบการไมน่ ้อยกว่า 15 วัน และต้องยืน ภ.พ.09 อีก 1 ชุด เพอื แจ้ง
ยา้ ยเขา้ พรอ้ มกับคืนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมของสถานประกอบการเดิม
ณ หนว่ ยจดทะเบยี นซงึ สถานประกอบการทีเปนสํานักงานใหญแ่ ห่งใหม่ตัง
อยู่ ก่อนวันเปดสถานประกอบการแห่งใหม่ไม่น้อยกว่า 15 วัน
- ในเขตกรุงเทพมหานคร
ตัวอยา่ งที 1 เชน่ เดียวกับ ตัวอยา่ งที 1 ของ (1) (1.2)
- นอกเขตกรุงเทพมหานคร
ตัวอยา่ งที 2 เชน่ เดียวกับ ตัวอยา่ งที 2 ของ (1) (1.2)