The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการปฏิบัติงานกรรมวิธีภาษีมูลค่าเพิ่ม พ.ศ. 2559 part1 (อัปเดตแล้ว)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chiangmairevenue1, 2021-08-10 00:22:06

ระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการปฏิบัติงานกรรมวิธีภาษีมูลค่าเพิ่ม พ.ศ. 2551

ระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการปฏิบัติงานกรรมวิธีภาษีมูลค่าเพิ่ม พ.ศ. 2559 part1 (อัปเดตแล้ว)

(2.2) กรณสี าํ นักงานสาขายา้ ยสถานประกอบการ

(2.2.1) สาํ นักงานสาขายา้ ยสถานประกอบการภายในท้องทีหนว่ ยจด
ทะเบยี นทีสาํ นักงานสาขาตังอยู่ จะต้องยืน ภ.พ.09 พรอ้ มคืนใบทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพมิ ของสถาน ประกอบการเดิม ณ หนว่ ยจดทะเบยี นซึงสถาน
ประกอบการทีเปนสาํ นักงานใหญต่ ังอยูใ่ นปจจุบนั ก่อนวันยา้ ยสถาน
ประกอบการไมน่ ้อยกว่า 15 วัน

- ในเขตกรุงเทพมหานคร

ตัวอยา่ งที 1 บรษิ ัท ค มีสาํ นักงานใหญต่ ังอยูใ่ นท้องทีอําเภอเมืองตรัง
จังหวัดตรงั มีสาํ นักงานสาขา 1 แหง่ ตังอยูท่ ีเขตดุสติ กรุงเทพมหานคร
(ซงึ อยูใ่ นท้องที สท.กทม. 6) จดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม ณ สส. เมืองตรงั
ต่อมาบรษิ ัทฯ ยา้ ยสาํ นักงานสาขาไปอยูใ่ นท้องทีเขตบางซือ
กรุงเทพมหานคร (ซงึ อยูใ่ นท้องที สท.กทม. 6 เชน่ เดียวกัน) บรษิ ัทฯจะต้อง
ยนื ภ.พ.09 พรอ้ มกับคืนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ของสาํ นักงานสาขาเดิม
ณ สส. เมืองตรงั

- นอกเขตกรุงเทพมหานคร

ตัวอยา่ งที 2 บรษิ ัท ค มีสาํ นักงานใหญต่ ังอยูใ่ นท้องทีอําเภอเมืองตรัง
จังหวัดตรงั มีสาํ นักงานสาขา 1 แห่ง ตังอยูใ่ นท้องทีอําเภอสารภี จังหวัด
เชยี งใหม่ จดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม ณ สส. เมืองตรงั ต่อมาบรษิ ัทฯ ย้าย
สาํ นักงานสาขา ซงึ ยงั คงอยูใ่ นท้องทีอําเภอสารภี จังหวัดเชยี งใหม่ บริษัทฯ
จะต้องยนื ภ.พ.09 พรอ้ มกับคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมของสาํ นักงาน
สาขาเดิม ณ สส. เมืองตรงั

(2.2.2) สาํ นักงานสาขายา้ ยสถานประกอบการต่างท้องทีหนว่ ยจดทะเบียน
ทีสาํ นักงานสาขาตังอยู่ จะต้องยนื ภ.พ.09 เพือแจ้งย้ายออก ณ หนว่ ยจด
ทะเบยี นซงึ สถานประกอบการทีเปนสาํ นักงานใหญต่ ังอยูใ่ นปจจุบัน ก่อน
วันยา้ ยสถานประกอบการไมน่ ้อยกว่า 15 วัน และต้องยืน ภ.พ.09 อีก 1
ชุด เพอื แจ้งยา้ ยเขา้ พรอ้ มกับคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมของสถาน
ประกอบการเดิม ณ หนว่ ยจดทะเบยี นซึงสถานประกอบการทีเปน
สาํ นักงานสาขาแหง่ ใหมต่ ังอยู่ ก่อนวันเปดสถานประกอบการแหง่ ใหมไ่ ม่
น้อยกว่า 15 วัน

- ในเขตกรุงเทพมหานคร

ตัวอยา่ งที 1 บรษิ ัท ค มีสาํ นักงานใหญต่ ังอยูใ่ นท้องทีอําเภอเมืองตรงั
จังหวัดตรงั มีสาํ นักงานสาขา 1 แหง่ ตังอยูท่ ีเขตดุสติ กรุงเทพมหานคร
(ซงึ อยูใ่ นท้องที สท. กทม. 6) จดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ณ สส. เมืองตรงั
ต่อมาบรษิ ัทฯ ยา้ ยสาํ นักงานสาขาไปอยูใ่ นท้องทีเขตพญาไท
กรุงเทพมหานคร (ซงึ อยูใ่ นท้องที สท. กทม. 4) บรษิ ัทฯ จะต้องยนื ภ.พ.
09 เพอื แจ้งยา้ ยออก ณ สส.เมืองตรงั และต้องยนื ภ.พ. 09 อีก 1 ชุด เพือ
แจ้งยา้ ยเขา้ พรอ้ มกับคืนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ของสาํ นักงานสาขา
เดิม ณ สท. กทม. 4

- นอกเขตกรุงเทพมหานคร

ตัวอยา่ งที 2 บรษิ ัท ค มีสาํ นักงานใหญต่ ังอยูใ่ นท้องทีอําเภอเมืองตรัง
จังหวัดตรงั มีสาํ นักงานสาขา 1 แหง่ ตังอยูใ่ นท้องทีอําเภอสารภี จังหวัด
เชยี งใหม่ จดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ณ สส. เมืองตรงั ต่อมาบรษิ ัทฯ ยา้ ย
สาํ นักงานสาขา ไปอยูใ่ นท้องทีอําเภอแม่รมิ จังหวัดเชียงใหม่ บรษิ ัทฯ จะ
ต้องยนื ภ.พ.09 เพอื แจ้งยา้ ยออก ณ สส. เมืองตรงั และต้องยืน ภ.พ. 09
อีก 1 ชุด เพอื แจ้งยา้ ยเขา้ พรอ้ มกับคืนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมของ
สาํ นักงานสาขาเดิม ณ สส. แมร่ มิ

13.3.5 กรณหี ยุดประกอบกิจการชวั คราวเปนเวลาติดต่อกันเกินกว่า 30
วัน จะต้องยนื ภ.พ.09 ณ หนว่ ยจดทะเบียนซงึ สถานประกอบการหรือ
สถานประกอบการทีเปนสาํ นักงานใหญ่ (กรณมี ีสถานประกอบการหลาย
แหง่ ) ตังอยูใ่ นปจจุบนั ภายใน 15 วันนับจากวันทีหยุดประกอบกิจการ
ชวั คราว

13.3.6 กรณโี อนกิจการ

(1) กรณโี อนกิจการบางสว่ น

(1.1) ผู้โอนกิจการ จะต้องยนื ภ.พ.09 พรอ้ มกับคืนใบทะเบยี นภาษีมูลค่า
เพมิ (เฉพาะกรณที ีมีการเปลียนแปลงขอ้ ความในใบทะเบยี นภาษีมูลค่า
เพมิ ) ณ หนว่ ยจดทะเบยี นซงึ สถานประกอบการหรอื สถานประกอบการที
เปนสาํ นักงานใหญ่ (กรณมี ีสถานประกอบการหลายแหง่ ) ของผู้โอนตังอยู่
ในปจจุบนั ก่อนวันโอนกิจการไมน่ ้อยกว่า 15 วัน

(1.2) ผู้รบั โอนกิจการ จะต้องยนื ภ.พ.09 หรอื ภ.พ.01 แล้วแต่กรณี ดังนี

(1.2.1) ถ้าผู้รบั โอนกิจการเปนผู้ประกอบการจดทะเบยี น จะต้องยนื
ภ.พ.09 ณ หนว่ ยจดทะเบยี นซงึ สถานประกอบการหรอื สถานประกอบการ
ทีเปนสาํ นักงานใหญ่ (กรณมี ีสถานประกอบการหลายแหง่ ) ของผู้รบั โอน
ตังอยูใ่ นปจจุบนั ก่อนวันรบั โอนกิจการไม่น้อยกว่า 15 วัน

(1.2.2) ถ้าผู้รบั โอนกิจการมิใชผ่ ู้ประกอบการจดทะเบียน จะต้องยืน
ภ.พ.01 เพอื ขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ และ ภ.พ.09 เพือแจ้งรบั โอน
กิจการ ณ หนว่ ยจดทะเบยี นซงึ สถานประกอบการหรอื สถานประกอบการ
ทีเปนสาํ นักงานใหญ่ (กรณมี ีสถานประกอบการหลายแหง่ ) ของผู้รบั โอน
ตังอยู่ ก่อนวันรบั โอนกิจการไมน่ ้อยกว่า 15 วัน

(2) กรณโี อนกิจการทังหมด

(2.1) ผู้โอนกิจการ จะต้องยนื ภ.พ.09 เพอื แจ้งโอนกิจการทังหมด และเลิก
ประกอบกิจการ พรอ้ มกับคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิม ณ หนว่ ยจด
ทะเบยี นซงึ สถานประกอบการหรอื สถานประกอบการทีเปนสํานักงาน
ใหญ่ (กรณมี ีสถานประกอบการหลายแห่ง) ของผู้โอนตังอยูใ่ นปจจุบัน
ก่อนวันโอนกิจการไมน่ ้อยกว่า 15 วัน

(2.2) ผู้รบั โอนกิจการ จะต้องยนื ภ.พ.09 หรอื ภ.พ.01 แล้วแต่กรณี ดังนี

(2.2.1) ถ้าผู้รบั โอนกิจการเปนผู้ประกอบการจดทะเบยี น จะต้องยนื
ภ.พ.09 ณ หนว่ ยจดทะเบยี นซงึ สถานประกอบการหรอื สถานประกอบการ
ทีเปนสาํ นักงานใหญ่ (กรณมี ีสถานประกอบการหลายแหง่ ) ของผู้รบั โอน
ตังอยูใ่ นปจจุบนั ก่อนวันรบั โอนกิจการทังหมดไม่น้อยกว่า 15 วัน

(2.2.2) ถ้าผู้รบั โอนกิจการมิใชผ่ ู้ประกอบการจดทะเบยี น จะต้องยนื
ภ.พ.01 เพอื ขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ และ ภ.พ.09 เพอื แจ้งรบั โอน
กิจการทังหมด ณ หนว่ ยจดทะเบยี น ซงึ สถานประกอบการหรอื สถาน
ประกอบการทีเปนสาํ นักงานใหญ่ (กรณมี ีสถานประกอบการหลายแหง่ )
ของผู้รบั โอนตังอยู่ ก่อนวันรบั โอนกิจการทังหมดไมน่ ้อยกว่า 15 วัน

13.3.7 กรณนี ิติบุคคลควบเขา้ กัน

(1) นิติบุคคลเดิมจะต้องยนื ภ.พ.09 แจ้งการควบกิจการ และการเลิก
ประกอบกิจการพรอ้ มกับคืนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ณ หนว่ ยจด
ทะเบยี นซงึ สถานประกอบการหรอื สถานประกอบการทีเปนสํานักงาน
ใหญ่ (กรณมี ีสถานประกอบการหลายแห่ง) ของนิติบุคคลเดิมตังอยูใ่ น
ปจจุบนั ภายใน 15 วันนับจากวันเลิกประกอบกิจการ

(2) นิติบุคคลใหมซ่ งึ ได้ควบเขา้ กันจะต้องยนื ภ.พ.01 ณ หนว่ ยจดทะเบยี น
ซงึ สถานประกอบการหรอื สถานประกอบการทีเปนสํานักงานใหญ่ (กรณมี ี
สถานประกอบการหลายแหง่ ) ของนิติบุคคลใหม่ตังอยู่ ภายใน 15 วันนับ
แต่วันทีได้จดทะเบยี นนิติบุคคลใหม่

13.3.8 กรณเี ลิกประกอบกิจการจะต้องยนื ภ.พ.09
พรอ้ มกับคืนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ณ หนว่ ยจดทะเบียนซึงสถาน
ประกอบการหรอื สถานประกอบการทีเปนสํานักงานใหญ่ (กรณมี ีสถาน
ประกอบการหลายแหง่ ) ตังอยูใ่ นปจจุบัน ภายใน 15 วันนับจากวันเลิก
ประกอบกิจการ

13.3.9 กรณผี ู้ประกอบการจดทะเบียนซึงเปนบุคคลธรรมดาถึงแก่ความ
ตาย

(1) ผู้ครอบครองทรพั ยม์ รดกทีรบั ผิดชอบในการดําเนินกิจการของผู้ตาย
จะต้องแจ้งให้นายทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ทราบถึงการตายของผู้ประกอบ
การจดทะเบยี น โดยยนื ภ.พ.09 ณ หนว่ ยจดทะเบียนซงึ สถานประกอบ
การหรอื สถานประกอบการทีเปนสาํ นักงานใหญ่ (กรณมี ีสถานประกอบ
การหลายแหง่ ) ของผู้ตายตังอยูใ่ นปจจุบนั โดยเรว็ ทีสดุ

กรณผี ู้ครอบครองทรพั ยม์ รดกไมใ่ ชส้ ทิ ธดิ ําเนินกิจการของผู้ตาย จะต้อง
คืนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ของผู้ตาย ภายใน 15 วันนับแต่วันทีผู้
ประกอบการจดทะเบยี นถึงแก่ความตาย

กรณผี ู้ครอบครองทรพั ยม์ รดกใชส้ ิทธดิ ําเนินกิจการของผู้ตายแล้ว แต่พน้
กําหนดเวลา 60 วัน หรอื พน้ กําหนดระยะเวลาทีอธบิ ดีกรมสรรพากรได้
ขยายให้ตามมาตรา 85/16 แหง่ ประมวลรัษฎากรแล้ว ไมม่ ีผู้จัดการมรดก
หรอื ทายาทขอโอนกิจการของผู้ตาย จะต้องคืนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม
ของผู้ตาย ภายใน 15 วันนับแต่วันพน้ กําหนดดังกล่าว

(2) ถ้าผู้จัดการมรดกหรอื ทายาทประสงค์จะประกอบกิจการของผู้ตายต่อ
ไป ผู้จัดการมรดกหรอื ทายาทนันจะต้องยนื ภ.พ.09 หรอื ภ.พ.01 แล้วแต่
กรณี ดังนี

(2.1) ถ้าเปนผู้ประกอบการจดทะเบียน จะต้องยืน ภ.พ.09 พรอ้ มกับคืนใบ
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ของผู้ตาย ณ หนว่ ยจดทะเบียนซงึ สถานประกอบ
การหรอื สถานประกอบการทีเปนสํานักงานใหญ่ (กรณมี ีสถานประกอบ
การหลายแหง่ ) ตังอยูใ่ นปจจุบนั ก่อนวันรับโอนกิจการไมน่ ้อยกว่า 15 วัน

(2.2) ถ้ามิใชผ่ ู้ประกอบการจดทะเบยี น จะต้องยนื ภ.พ.01 เพือขอจด
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ และยนื ภ.พ.09 เพือแจ้งรบั โอนกิจการ พรอ้ มกับ
คืนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ของผู้ตาย ณ หนว่ ยจดทะเบียนซงึ สถาน
ประกอบการหรอื สถานประกอบการทีเปนสาํ นักงานใหญ่ (กรณมี ีสถาน
ประกอบการหลายแหง่ ) ตังอยู่ ก่อนวันรบั โอนกิจการไมน่ ้อยกว่า 15 วัน

13.3.10 กรณผี ู้ประกอบการในการกํากับดูแลของสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจ
ขนาดใหญ่ จะต้องยนื ภ.พ.09 ณ สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่
ภายในกําหนดเวลา แต่ละกรณตี ามข้อ 13.3.1 - 13.3.8

ขอ้ 14 การรบั คําขอแจ้งการเปลียนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ (ภ.พ.09)

14.1 ในเขตกรุงเทพมหานคร

14.1.1 สาํ นักงานสรรพากรพนื ที

ก. ฝายบรหิ ารงานทัวไป

(1) เมือได้รบั ภ.พ.09 พรอ้ มเอกสารแนบจากผู้ประกอบการจดทะเบยี น
ให้ปฏิบตั ิดังนี

(1.1) ตรวจว่าสถานประกอบการตังอยูใ่ นท้องทีของสาํ นักงานสรรพากร
พนื ทีหรอื ไม่ ถ้าไมใ่ ช่ ให้แนะนําผู้ประกอบการจดทะเบยี นไปยนื ณ หนว่ ย
จดทะเบยี นท้องทีทีสถานประกอบการ หรอื สถานประกอบการทีเปน
สาํ นักงานใหญ่ (กรณมี ีสถานประกอบการหลายแหง่ ) ตังอยู่

(1.2) ตรวจรายการทีกรอกใน ภ.พ.09 และเอกสารแนบว่า ถูกต้องครบ
ถ้วน และชดั เจนหรอื ไม่

(1.3) ตรวจวันทียนื ภ.พ.09 ว่า ยนื
ภายในกําหนดเวลาทีกฎหมายกําหนดหรอื ไม่ หากเกินกําหนดเวลา ให้
พจิ ารณาเสนอผู้มีอํานาจเพอื สงั เปรยี บเทียบปรบั

(1.4) กรณที ีไมไ่ ด้แนบเอกสารหรอื แนบเอกสารแต่ไม่ครบถ้วน ให้รบั
ภ.พ.09 ไว้ก่อนพรอ้ มทังบนั ทึกขอ้ โต้แยง้ และติดตามให้ผู้ประกอบการจด
ทะเบยี นนําหลักฐานมาสง่ มอบให้ครบถ้วนต่อไป

(1.5) บนั ทึกการรบั ภ.พ.09 เขา้ ทะเบยี นคมุ รายการและจัดทําบัญชดี ้วย
ระบบคอมพวิ เตอร์ (TCL)

(1.6) คืน ภ.พ.09 ฉบบั ที 3 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเก็บไว้เปนหลัก
ฐาน

(1.7) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.09 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” พร้อมทัง
ระบุว่า ออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ฉบับใหม่หรอื ไม่ แล้วจัดพมิ พใ์ บนํา
สง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบับ ฉบบั ที 1 ใช้นําสง่ ภ.พ.09 ฉบบั ที 1
โดยเรยี งตามลําดับเลขคุมเอกสาร (DLN) ไปให้ฝายกรรมวิธี ภายในวันทีได้
รบั ภ.พ.09 เพอื ทําการบนั ทึกขอ้ มูล สว่ น บ.ช.12.1 ฉบับที 2 แนบกับ
ภ.พ.09 ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบเก็บเข้าแฟม

(1.8) เมือได้รบั ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม (ถ้ามี) และ
รายงานการประมวลผลขอ้ มูลจากฝายกรรมวิธี ให้ตรวจความถูกต้องของ
ขอ้ ความในใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ฉบับใหม่ (ถ้ามี) และรายงานการ
ประมวลผลขอ้ มูลกับ ภ.พ.09 และเอกสารแนบ

- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้สง่ ฝายกรรมวิธี เพอื ทําการแก้ไขให้ถูกต้องตามค่มู ือการ
บนั ทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่าเพมิ และประทับคําว่า “ ยกเลิก ” ด้วย
หมึกสแี ดงลงบนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ฉบบั ทีขอ้ ความไม่ถูกต้อง (ถ้ามี)
แล้วเก็บเขา้ แฟม “ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ยกเลิก ”

- ถ้าถกู ต้อง ให้เสนอผู้มีอํานาจออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
เพอื สงั การและลงนามในชอ่ ง “ คําสงั ” ของ ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที
2 พรอ้ มลงนามในใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (ถ้ามี)

(1.9) มอบใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (ถ้ามี) ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียน
หรอื จัดสง่ ทางไปรษณยี ล์ งทะเบยี นตอบรบั ภายใน 3 วันทําการนับแต่วัน
ทีผู้มีอํานาจฯ ลงนาม กรณใี บทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมสง่ ไมถ่ ึงผู้ประกอบ
การจดทะเบยี น ให้สง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมไปยังสาํ นักงานสรรพากร
พนื ทีสาขา เพอื นําสง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมให้ผู้ประกอบการต่อไป

สาํ หรบั ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (ภ.พ.20) ฉบับทีได้รบั คืนจากผู้ประกอบ
การจดทะเบยี น (ถ้ามี) ให้เจาะรูในสว่ นทีเปนสาระสาํ คัญ เย็บติดกับ
ภ.พ.09

(1.10) บนั ทึกรายการเกียวกับการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ (ถ้ามี) ไว้
ใน ภ.พ.09 ว่า ได้ออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมเมือใด พรอ้ มลงชอื เจ้า
หน้าทีไว้เปนหลักฐาน

(1.11) นํา ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบ และ
รายงานการประมวลผลขอ้ มูล เก็บเขา้ แฟมเก็บคําขอแจ้งการเปลียนแปลง
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ แยกเปนรายสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา เรยี ง
ตามลําดับเลขคุมเอกสาร (DLN)

(2) กรณไี ด้รบั ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 และ ฉบับที 2 พรอ้ มเอกสารแนบจาก
สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา ให้ปฏิบัติดังนี

(2.1) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.09 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” พร้อมทัง
ระบุว่า ออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ฉบบั ใหมห่ รอื ไม่ แล้วสง่ ใบนําสง่
เอกสาร (บ.ช.12.1) ทีได้รบั จากสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา พรอ้ ม
ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 โดยเรยี งตามลําดับเลขคุมเอกสาร ( DLN) ไปให้ฝาย
กรรมวิธี ภายในวันทีได้รบั ภ.พ.09 เพอื ทําการบนั ทึกขอ้ มูล และถ่าย
เอกสาร บ.ช.12.1 แนบกับ ภ.พ.09 ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบ เก็บเข้า
แฟม

(2.2) ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.8) - (1.11) ของ (1)

(3) กรณไี ด้รบั ภ.พ.09 และเอกสารแนบของผู้ประกอบการในการกํากับ
ดแู ลของสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ปฏิบัติเชน่ เดียวกับ (1.2) -
(1.6) ของ (1) แล้วจัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบับ
ฉบบั ที 1 ใชน้ ําสง่ ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 และฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบโดย
เรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) ไปให้สาํ นักงานบรหิ ารภาษีธุรกิจ
ขนาดใหญ่ ภายในวันทีได้รบั ภ.พ.09 ทางไปรษณยี ด์ ่วนพเิ ศษ (EMS) เว้น
แต่เห็นว่า การให้เจ้าหน้าทีนําสง่ เองจะสะดวกและรวดเรว็ กว่า ก็ให้กระทํา
ได้ สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเข้าแฟม

ข. ฝายกรรมวิธี

(1) เมือได้รบั ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 จากฝายบรหิ ารงานทัวไป ให้ทําการบันทึก
ขอ้ มูลตามค่มู ือการบนั ทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่าเพิม ภายใน 3 วัน
ทําการนับแต่วันทีได้รบั ภ.พ.09 และตรวจความถูกต้องของการบันทึก
ขอ้ มูล

- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้ทําการแก้ไขให้ถูกต้อง
- ถ้าถกู ต้อง ให้สง่ ประมวลผลขอ้ มูล

(2) จัดพมิ พใ์ บทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ด้วยคอมพวิ เตอรเ์ ปนรายสถาน
ประกอบการ หรอื รายสาขา (กรณที ีต้องออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม
ฉบบั ใหม)่ พรอ้ มทังตรวจความครบถ้วนของจํานวนใบทะเบียนภาษีมูลค่า
เพมิ (ถ้ามี) และรายงานการประมวลผลข้อมูล

- ถ้าไมค่ รบถ้วน ให้ทําการจัดพมิ พใ์ ห้ครบถ้วน

- ถ้าครบถ้วน ให้สง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (ถ้ามี) ภ.พ.09 ฉบับที 1
และรายงานการประมวลผลขอ้ มูล ไปให้ฝายบรหิ ารงานทัวไป ภายใน 3
วันทําการนับแต่วันทีประมวลผลขอ้ มูลแล้วเสรจ็ เพือดําเนินการต่อไป

14.1.2 สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา

(1) เมือได้รบั ภ.พ.09 พรอ้ มเอกสารแนบจากผู้ประกอบการจดทะเบยี น
ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.1) - (1.6) ของข้อ 14.1.1 ก. (1) ยกเว้น ภ.พ.09
ของผู้ประกอบการในการกํากับดแู ลของสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่
ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับขอ้ 14.1.1 ก. (3)

(2) จัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบับที 1 ใชน้ ําสง่
ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบ โดยเรยี งตามลําดับเลข
คุมเอกสาร (DLN) ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีทีรบั ผิดชอบ ภายในวันที
ได้รบั ภ.พ.09 สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเขา้ แฟม

14.2 สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่

ก. ฝายบรหิ ารงานทัวไป

(1) กรณไี ด้รบั ภ.พ.09 พรอ้ มเอกสารแนบจากผู้ประกอบการในการกํากับ
ดแู ลของสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ปฏิบัติดังนี

(1.1) ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.2) - (1.6) ของขอ้ 14.1.1 ก. (1)

(1.2) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.09 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” พรอ้ มทัง
ระบุว่าออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ฉบับใหมห่ รอื ไม่ แล้วจัดพมิ พใ์ บนํา
สง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบบั ที 1 ใช้นําสง่ ภ.พ.09 ฉบับที 1
และ ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบ โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร
(DLN) ไปให้สว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี ภายในวันทีได้รบั ภ.พ.09 เพือ
ทําการบนั ทึกขอ้ มูล สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเขา้ แฟม

(1.3) เมือได้รบั ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 พรอ้ มเอกสารแนบจากสว่ นกรรมวิธแี ละ
คืนภาษี ให้เก็บเขา้ แฟมเก็บคําขอแจ้งการเปลียนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่า
เพมิ แยกเปนรายสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา เรยี งตามลําดับเลขคมุ
เอกสาร (DLN) สาํ หรบั ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (ภ.พ.20) ฉบับทีได้รบั
คืนจากผู้ประกอบการ (ถ้ามี) ให้เจาะรูในสว่ นทีเปนสาระสาํ คัญ เยบ็ ติดกับ
ภ.พ.09
(2) กรณไี ด้รบั ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 และ ฉบับที 2 พรอ้ มเอกสารแนบจาก
สาํ นักงานสรรพากรพนื ที หรอื สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา แล้วแต่กรณี
ให้ปฏิบตั ิดังนี

(2.1) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.09 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” พร้อมทัง
ระบุว่า ออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ฉบับใหม่หรอื ไม่ แล้วสง่ ใบนําสง่
เอกสาร (บ.ช.12.1) ทีได้รบั จากสาํ นักงานสรรพากรพนื ที หรอื สาํ นักงาน
สรรพากรพนื ทีสาขา แล้วแต่กรณี พร้อม ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 ฉบบั ที 2 และ
เอกสารแนบ โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) ไปให้สว่ นกรรมวิธี
และคืนภาษี ภายในวันทีได้รบั ภ.พ.09 เพอื ทําการบนั ทึกขอ้ มูล และถ่าย
เอกสาร บ.ช.12.1 เก็บเขา้ แฟม

(2.2) ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.3) ของ (1)

ข. สว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี

(1) เมือได้รบั ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบจากฝาย
บรหิ ารงานทัวไป ให้ทําการบนั ทึกข้อมูลตามคู่มือการบันทึกข้อมูลระบบ
งานภาษีมูลค่าเพมิ ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันทีได้รบั ภ.พ.09 และ
ตรวจความถกู ต้องของการบนั ทึกขอ้ มูล

- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้ทําการแก้ไขให้ถูกต้อง

- ถ้าถกู ต้อง ให้สง่ ประมวลผลขอ้ มูล

(2) จัดพมิ พใ์ บทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ด้วยคอมพวิ เตอร์เปนรายสถาน
ประกอบการหรอื รายสาขา (กรณที ีต้องออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ
ฉบบั ใหม)่ พรอ้ มทังตรวจความครบถ้วนของจํานวนใบทะเบยี นมูลค่าเพมิ
(ถ้ามี) และรายงานการประมวลผลขอ้ มูล

- ถ้าไมค่ รบถ้วน ให้ทําการจัดพมิ พใ์ ห้ครบถ้วน

- ถ้าครบถ้วน ให้ตรวจความถกู ต้องของขอ้ ความในใบทะเบยี นภาษีมูลค่า
เพมิ ฉบบั ใหม่ (ถ้ามี) และรายงานการประมวลผลข้อมูลกับ ภ.พ.09 และ
เอกสารแนบ

- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้ทําการแก้ไขให้ถูกต้องตามค่มู ือการบนั ทึกข้อมูลระบบ
งานภาษีมูลค่าเพมิ และให้ประทับคําว่า “ ยกเลิก ” ด้วยหมึกสแี ดงลงบน
ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ฉบบั ทีขอ้ ความไม่ถกู ต้อง (ถ้ามี) แล้วเก็บเข้า
แฟม “ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ยกเลิก ”

- ถ้าถกู ต้อง ให้เสนอผู้มีอํานาจออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ เพอื สงั การ
และลงนามในชอ่ ง “ คําสงั ” ของ ภ.พ.09 ฉบับที 1 และฉบับที 2 พรอ้ มลง
นามในใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (ถ้ามี) แล้วเก็บรายงานการประมวลผล
ขอ้ มูลเขา้ แฟม

(3) มอบใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (ถ้ามี) ให้ผู้ประกอบการจดทะเบยี น
หรอื จัดสง่ ทางไปรษณยี ล์ งทะเบยี นตอบรบั ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันที
ผู้มีอํานาจ ฯ ลงนาม กรณใี บทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมสง่ ไม่ถึงผู้ประกอบการ
จดทะเบยี น ให้สง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ไปยงั สาํ นักงานสรรพากรพืนที
สาขา เพอื นําสง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบยี นต่อ
ไป

(4) บนั ทึกรายการเกียวกับการออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (ถ้ามี) ไว้ใน
ภ.พ.09 ว่า ได้ออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมเมือใด พรอ้ มลงชอื เจ้าหน้าที
ไว้เปนหลักฐาน

(5) สง่ ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 พรอ้ มเอกสารแนบ ให้ฝายบรหิ ารงานทัวไปเพือ
ดําเนินการต่อไป สว่ น ภ.พ.09 ฉบับที 2 สง่ ให้สาํ นักงานสรรพากรภาคที
เปนทีตังสถานประกอบการของผู้ประกอบการจดทะเบียน เพอื แจ้งให้
หนว่ ยปฏิบตั ิทราบต่อไป

14.3 นอกเขตกรุงเทพมหานคร

14.3.1 สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา

(1) เมือได้รบั ภ.พ.09 พรอ้ มเอกสารแนบจากผู้ประกอบการจดทะเบยี น
ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.1) - (1.6) ของขอ้ 14.1.1 ก. (1) ยกเว้น ภ.พ.09
ของผู้ประกอบการในการกํากับดแู ลของสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่
ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับขอ้ 14.1.1 ก. (3)

(2) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.09 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” ว่าออกใบ
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ฉบบั ใหมห่ รอื ไม่ แล้วจัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร
(บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบบั ที 1 ใชน้ ําสง่ ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 โดยเรยี ง
ตามลําดับเลขคมุ เอกสาร ( DLN) ไปให้สาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ น
เทคโนโลยสี ารสนเทศ) ภายในวันทีได้รบั ภ.พ.09 เพอื ทําการบนั ทึกขอ้ มูล
สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 ใชน้ ําสง่ ภ.พ.09 ฉบบั ที 2 และเอกสารแนบ ไปให้
สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีทีรบั ผิดชอบ ภายในวันทีได้รบั ภ.พ.09

(3) เมือได้รบั ภ.พ.09 ฉบบั ที 2 (ทีสรรพากรพนื ทีสงั การแล้ว) จาก
สาํ นักงานสรรพากรพนื ที ให้เก็บเขา้ แฟมเก็บคําขอแจ้งการเปลียนแปลง
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ เรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN)

14.3.2 สาํ นักงานสรรพากรพนื ที (ฝายบรหิ ารงานทัวไป)

(1) เมือได้รบั ภ.พ.09 ฉบบั ที 2 และเอกสารแนบจากสาํ นักงานสรรพากรพนื ที
สาขา ให้เก็บเขา้ แฟมรอไว้จนกว่าจะได้รบั ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 จากสาํ นักงาน
สรรพากรภาค

(2) เมือได้รบั ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (ถ้ามี) และรายงาน
การประมวลผลขอ้ มูลจากสาํ นักงานสรรพากรภาค ให้ดําเนินการต่อเชน่ เดียว
กับ (1.8) - (1.11) ของขอ้ 14.1.1 ก. (1) แล้วสง่ ภ.พ.09 ฉบบั ที 2 ไปให้
สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขาทีสถานประกอบการตังอยู่

14.3.3 สาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ)

(1) เมือได้รบั ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 จากสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา ให้ทําการ
บนั ทึกขอ้ มูลตามค่มู ือการบนั ทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่าเพมิ ภายใน 3 วัน
ทําการนับแต่วันทีได้รบั ภ.พ.09 และตรวจความถกู ต้องของการบนั ทึกขอ้ มูล

- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้ทําการแก้ไขให้ถกู ต้อง

- ถ้าถกู ต้อง ให้สง่ ประมวลผลขอ้ มูล

(2) จัดพมิ พใ์ บทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ด้วยคอมพวิ เตอรเ์ ปนรายสถานประกอบ
การ หรอื รายสาขา (กรณที ีต้องออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ฉบบั ใหม)่ พรอ้ ม
ทังตรวจความครบถ้วนของจํานวนใบทะเบยี นมูลค่าเพมิ (ถ้ามี) และรายงาน
การประมวลผลขอ้ มูล

- ถ้าไมค่ รบถ้วน ให้ทําการจัดพมิ พใ์ ห้ครบถ้วน

- ถ้าครบถ้วน ให้สง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (ถ้ามี) ภ.พ.09 ฉบบั ที 1 และ
รายงานการประมวลผลขอ้ มูล ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีทีเกียวขอ้ ง
ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันทีประมวลผลขอ้ มูลแล้วเสรจ็ เพอื ดําเนินการต่อ
ไป

ขอ้ 15 การปฏิบตั ิเพมิ เติมเกียวกับการเปลียนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่า
เพมิ ในกรณตี ่าง ๆ

15.1 กรณแี ก้ไขเปลียนแปลงรายการทีได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมใน
สาระสาํ คัญทีมีเหตตุ ้องเปลียนแปลงข้อความในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ
ให้ออกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ฉบบั ใหม่

15.2 กรณปี ดสถานประกอบการบางแห่งและเปดสถานประกอบการเพิม
เติม เลขทีสาขาทีแสดงในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิม ให้ใชเ้ ลขทีสาขาต่อ
เนืองกันไป ห้ามนําเลขทีสาขาของสถานประกอบการทีปดมาเปนเลขที
สาขาของสถานประกอบการทีเปดเพิมเติม

15.3 กรณเี ลิกประกอบกิจการ ให้ผู้มีอํานาจลงนามในชอ่ ง “ คําสงั ” ของ
ภ.พ.09 ว่า “ รบั ทราบ ” พรอ้ มกับมีหนังสอื แจ้งให้สว่ นกํากับดูแลผู้เสยี
ภาษีดําเนินการต่อไป กรณไี ด้รบั แจ้งจากสว่ นกํากับดูแลผู้เสยี ภาษีว่า ผู้
ประกอบการจดทะเบยี นมิได้เลิกประกอบกิจการจรงิ ให้ทําการยกเลิกการ
แจ้งเลิกประกอบกิจการของผู้ประกอบการจดทะเบียนรายดังกล่าว

15.4 กรณหี ยุดประกอบกิจการชวั คราว ให้มีหนังสอื แจ้งสาํ นักงาน
สรรพากรพนื ทีสาขาหรอื หนว่ ยงานอืนทีสรรพากรพนื ทีเห็นสมควร เพือ
ดําเนินการต่อไป

15.5 กรณไี ด้รบั เอกสารหลักฐานเพิมเติมเกียวกับการแจ้งการเปลียนแปลง
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ จากผู้ประกอบการจดทะเบียน ภายหลังจากการ
รบั ภ.พ.09 แล้ว ให้นําเก็บเขา้ แฟมรวมกับ ภ.พ.09 ของผู้ประกอบการจด
ทะเบยี นรายนัน

ʋǹ·èÕ 4

¡ÒÃÍÍ¡ãºá·¹ãº·ÐàºÕ¹ÀÒÉÁÕ ÅÙ ¤‹Òà¾ÔÁè

ขอ้ 16 การยนื ขอใบแทนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ

16.1 กรณที ีใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ชํารุดในสาระสาํ คัญ หรอื
สญู หาย หรอื ถกู ทําลาย ผู้ประกอบการจดทะเบยี นจะต้องยืนคําขอ
รบั ใบแทนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ตามแบบทีอธบิ ดีกรมสรรพากร
กําหนด (ภ.พ.04 จํานวน 1 ชุดมี 3 ฉบับ) ณ หนว่ ยจดทะเบียน ซงึ
สถานประกอบการ หรอื สถานประกอบการทีเปนสํานักงานใหญ่
(กรณมี ีสถานประกอบการหลายแห่ง) ตังอยูใ่ นปจจุบนั หรอื สาํ นัก
บรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ แล้วแต่กรณี ภายใน 15 วันนับแต่วันที
ทราบถึงการชาํ รุด สญู หาย หรอื ถกู ทําลาย

16.2 กรณใี บทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมชํารุด ให้แนบใบทะเบยี นภาษี
มูลค่าเพมิ ทีชาํ รุดมาพรอ้ มกับ ภ.พ.04 ด้วย

16.3 กรณใี บทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมสญู หายหรอื ถูกทําลาย ให้แนบ
สาํ เนาบนั ทึกประจําวันการแจ้งความของเจ้าพนักงานสอบสวนมา
พรอ้ มกับ ภ.พ.04 ด้วย

16.4 ผู้มีอํานาจออกใบแทนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม ได้แก่

“๑๖.๔.๑ สรรพากรพนื ที หรอื ผู้ทีสรรพากรพนื ทีมอบหมาย สาํ หรบั
สถานประกอบการ หรอื สถานประกอบการทีเปนสํานักงานใหญ่
(กรณมี ีสถานประกอบการหลายแห่ง) ทีตังอยูใ่ นท้องที

“๑๖.๔.๒ ผู้อํานวยการสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาด
ใหญ่ หรอื ผู้ทีผู้อํานวยการสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญม่ อบ
หมาย

ขอ้ 17 การออกใบแทนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ

17.1 ในเขตกรุงเทพมหานคร

17.1.1 สาํ นักงานสรรพากรพนื ที

ก. ฝายบรหิ ารงานทัวไป

(1) เมือได้รบั ภ.พ.04 พรอ้ มเอกสารแนบจากผู้ประกอบการจด
ทะเบยี น ให้ปฏิบตั ิ ดังนี

(1.1) ตรวจหลักฐานการจดทะเบยี นจากฐานข้อมูลผู้ประกอบการจด
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ

(1.2) ตรวจรายการทีกรอกใน ภ.พ.04 ว่า ถกู ต้องครบถ้วน และ
ชดั เจนหรอื ไม่

(1.3) บนั ทึกการรบั ภ.พ.04 เขา้ ทะเบียนคมุ รายการและจัดทําบญั ชี
ด้วยระบบคอมพวิ เตอร์ (TCL)

(1.4) คืน ภ.พ.04 ฉบบั ที 3 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเก็บไว้เปน
หลักฐาน

(1.5) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.04 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” แล้ว
จัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบับ แนบกับ ภ.พ.04
ฉบบั ที 1 และฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบ เสนอผู้มีอํานาจออกใบ
แทนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ เพือสังการและลงนามในชอ่ ง “ คําสัง
” ของ ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 และฉบบั ที 2

(1.6) นําใบนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) ฉบับที 1 เย็บติดกับ ภ.พ.04
ฉบบั ที 1 โดยเรยี งตามลําดับเลขคุมเอกสาร (DLN) สง่ ให้ฝายกรรมวิธี
ภายในวันทําการถัดจากวันทีผู้มีอํานาจ ฯ ลงนาม เพอื ทําการบนั ทึก
ขอ้ มูล สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 แนบกับ ภ.พ.04 ฉบบั ที 2 พรอ้ ม
เอกสารแนบ เก็บเขา้ แฟมเก็บคําขอรับใบแทนใบทะเบยี นภาษีมูลค่า
เพมิ แยกเปนรายสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา เรยี งตามลําดับเลข
คมุ เอกสาร (DLN)

(1.7) เมือได้รบั ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ พรอ้ ม ภ.พ.04 ฉบบั ที 1
จากฝายกรรมวิธี ให้ตรวจความถกู ต้องของขอ้ ความในใบทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพมิ กับ ภ.พ.04 และเอกสารแนบ

- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้สง่ ฝายกรรมวิธเี พอื ทําการแก้ไขให้ถกู ต้องตามคู่มือ
การบนั ทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่าเพมิ และให้ประทับคําว่า “
ยกเลิก ” ด้วยหมึกสแี ดง ลงบนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ฉบบั ที
ขอ้ ความไมถ่ กู ต้อง แล้วเก็บเขา้ แฟม “ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
ยกเลิก ”

- ถ้าถกู ต้อง ให้ประทับคําว่า “ ใบแทน ” ด้วยหมึกสแี ดงไว้ตรง
กึงกลางด้านบนของใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมนัน แล้วเสนอผู้มี
อํานาจ ฯ เพอื ลงนามในใบแทนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ

(1.8) มอบใบแทนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมให้ผู้ประกอบการจด
ทะเบยี น หรอื จัดสง่ ทางไปรษณยี ล์ งทะเบยี นตอบรบั ภายใน 3 วัน
ทําการนับแต่วันทีผู้มีอํานาจฯ ลงนาม

กรณปี ฏิบตั ิตามวรรคหนึงไมไ่ ด้ ให้สง่ ใบแทนใบทะเบยี นภาษีมูลค่า
เพมิ ไปยงั สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา เพอื นําสง่ ใบแทนใบ
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบยี นต่อไป

(1.9) บนั ทึกรายการเกียวกับการออกใบแทนใบทะเบียนภาษีมูลค่า
เพมิ ไว้ใน ภ.พ.04 ว่า ได้ออกใบแทนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ เมือใด
พรอ้ มลงชอื เจ้าหน้าทีไว้เปนหลักฐาน

(1.10) นํา ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 เก็บเขา้ แฟมรวมกับ ภ.พ.04 ฉบับที 2

(2) กรณไี ด้รบั ภ.พ.04 พรอ้ มเอกสารแนบ จากสาํ นักงานสรรพากร
พนื ทีสาขา ให้ปฏิบตั ิดังนี

(2.1) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.04 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” แล้ว
เสนอผู้มีอํานาจออกใบแทนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ เพอื สงั การ
และลงนามในชอ่ ง “ คําสงั ” ของ ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2

(2.2) นําใบนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) ทีได้รบั จากสาํ นักงานสรรพากร
พนื ทีสาขา เยบ็ ติดกับ ภ.พ.04 ฉบับที 1 โดยเรยี งตามลําดับเลขคุม
เอกสาร (DLN) สง่ ให้ฝายกรรมวิธี ภายในวันทําการถัดจากวันทีผู้มี
อํานาจ ฯ ลงนาม เพอื ทําการบนั ทึกข้อมูล แล้วถ่ายเอกสาร บ.ช.12.1
แนบกับ ภ.พ.04 ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบ เก็บเขา้ แฟมเก็บคําขอ
รบั ใบแทนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ แยกเปนรายสาํ นักงาน
สรรพากรพนื ทีสาขา เรยี งตามลําดับเลขคุมเอกสาร (DLN)

(2.3) ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.7) - (1.10) ของ (1)

(3) กรณไี ด้รบั ภ.พ.04 และเอกสารแนบของผู้ประกอบการในการ
กํากับดแู ลของสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียว
กับ (1.2) - (1.4) ของ (1) แล้วจัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1)
จํานวน 2 ฉบบั ฉบบั ที 1 ใชน้ ําสง่ ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2
พรอ้ มเอกสารแนบ โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) ไปให้
สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ภายในวันทีได้รบั ภ.พ.04 ทาง
ไปรษณยี ด์ ่วนพเิ ศษ (EMS) เว้นแต่เห็นว่า การให้เจ้าหน้าทีนําสง่ เอง
จะสะดวกและรวดเรว็ กว่าก็ให้กระทําได้ สว่ น บ.ช.12.1 ฉบับที 2 เก็บ
เขา้ แฟม

ข. ฝายกรรมวิธี

(1) เมือได้รบั ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 จากฝายบรหิ ารงานทัวไป ให้ทําการ
บนั ทึกขอ้ มูลตามคู่มือการบนั ทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่าเพมิ
ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันทีได้รบั ภ.พ.04 และประทับคําว่า “
บนั ทึกขอ้ มูลแล้ว ” ด้วยหมึกสแี ดงลงบน ภ.พ.04

(2) จัดพมิ พใ์ บทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ด้วยคอมพวิ เตอร์เปนราย
สถานประกอบการ หรอื รายสาขา แล้วสง่ ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ
และ ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 ไปให้ฝายบรหิ ารงานทัวไป ภายใน 3 วันทําการ
นับแต่วันทีประมวลผลขอ้ มูลแล้วเสรจ็ เพอื ดําเนินการต่อไป

17.1.2 สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา

(1) เมือได้รบั ภ.พ.04 พรอ้ มเอกสารแนบจากผู้ประกอบการจด
ทะเบยี น ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.1) - (1.4) ของขอ้ 17.1.1 ก. (1)
ยกเว้น ภ.พ.04 ของผู้ประกอบการในการกํากับดูแลของสาํ นักบรหิ าร
ภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับขอ้ 17.1.1 ก. (3)

(2) จัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบับที 1 ใช้
นําสง่ ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบ โดยเรยี ง
ตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีทีรบั
ผิดชอบ ภายในวันทีได้รบั ภ.พ.04 สว่ น บ.ช.12.1 ฉบับที 2 เก็บเข้า
แฟม

17.2 สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่
ก. ฝายบรหิ ารงานทัวไป

(1) กรณไี ด้รบั ภ.พ.04 พรอ้ มเอกสารแนบจากผู้ประกอบการจดทะเบยี น
ในการกํากับดแู ลของสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ปฏิบตั ิดังนี

(1.1) ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.1) - (1.4) ของขอ้ 17.1.1 ก. (1)

(1.2) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.04 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” แล้วจัด
พมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบบั ที 1 ใชน้ ําสง่
ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบ โดยเรยี งตามลําดับเลข
คมุ เอกสาร (DLN) ไปให้สว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี ภายในวันทีได้รบั
ภ.พ.04 เพอื ทําการบนั ทึกขอ้ มูล สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเขา้ แฟม

(1.3) เมือได้รบั ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 พรอ้ มเอกสารแนบจากสว่ นกรรมวิธแี ละ
คืนภาษี ให้เก็บเขา้ แฟมเก็บคําขอรบั ใบแทนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ
แยกเปนรายสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา เรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร
(DLN)

(2) กรณไี ด้รบั ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบจาก
สาํ นักงานสรรพากรพนื ที หรอื สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา แล้วแต่กรณี
ให้ปฏิบตั ิดังนี

(2.1) ตรวจหลักฐานการจดทะเบยี นจากฐานขอ้ มูลผู้ประกอบการจด
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ

(2.2) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.04 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” แล้วสง่ ใบ
นําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) ทีได้รบั จากสาํ นักงานสรรพากรพนื ที หรอื
สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา แล้วแต่กรณี พรอ้ ม ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 ฉบบั
ที 2 และเอกสารแนบ โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) ไปให้สว่ น
กรรมวิธแี ละคืนภาษี ภายในวันทีรบั ภ.พ.04 เพอื ทําการบนั ทึกขอ้ มูล และ
ถ่ายเอกสาร บ.ช.12.1 เก็บเขา้ แฟม

(2.3) ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.3) ของ (1)

ข. สว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี

(1) เมือได้รบั ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 และ ฉบับที 2 พรอ้ มเอกสารแนบจาก
ฝายบรหิ ารงานทัวไป ให้เสนอผู้มีอํานาจออกใบแทนใบทะเบียนภาษี
มูลค่าเพมิ เพอื สงั การและลงนามในชอ่ ง “ คําสงั ” ของ ภ.พ.04 ฉบบั
ที 1 และ ฉบบั ที 2 แล้วทําการบนั ทึกขอ้ มูลตามคู่มือการบันทึกขอ้ มูล
ระบบงานภาษีมูลค่าเพมิ ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันทีผู้มีอํานาจ ฯ
ลงนาม และประทับคําว่า “ บนั ทึกขอ้ มูลแล้ว ” ด้วยหมึกสแี ดงลงบน
ภ.พ.04

(2) จัดพมิ พใ์ บทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ด้วยคอมพวิ เตอรเ์ ปนราย
สถานประกอบการหรอื รายสาขา พรอ้ มทังตรวจความถูกต้องของ
ขอ้ ความในใบทะเบยี นมูลค่าเพมิ กับ ภ.พ.04 และเอกสารแนบ

- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้ทําการแก้ไขให้ถูกต้องตามคู่มือการบันทึกขอ้ มูล
ระบบงานภาษีมูลค่าเพมิ และให้ประทับคําว่า “ ยกเลิก ” ด้วยหมึกสี
แดง ลงบนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมฉบบั ทีขอ้ ความไมถ่ กู ต้อง แล้ว
เก็บเขา้ แฟม “ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ยกเลิก ”

- ถ้าถกู ต้อง ให้ประทับคําว่า “ใบแทน ” ด้วยหมึกสแี ดงไว้ตรงกึงกลาง
ด้านบนของใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ นัน แล้วเสนอผู้มีอํานาจ ฯ เพอื
ลงนามในใบแทนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ

(3) มอบใบแทนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมให้ผู้ประกอบการจด
ทะเบยี น หรอื จัดสง่ ทางไปรษณยี ล์ งทะเบยี นตอบรบั ภายใน 3 วัน
ทําการนับแต่วันทีผู้มีอํานาจ ฯ ลงนาม

กรณที ีปฏิบตั ิตามวรรคหนึงไมไ่ ด้ ให้สง่ ใบแทนใบทะเบียนภาษีมูลค่า
เพมิ ไปยงั สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา เพอื นําสง่ ใบแทนใบ
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนต่อไป

(4) บนั ทึกรายการเกียวกับการออกใบแทนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ
ไว้ใน ภ.พ.04 ว่า ได้ออกใบแทนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ เมือใด
พรอ้ มลงชอื เจ้าหน้าทีไว้เปนหลักฐาน

(5) สง่ ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 พรอ้ มเอกสารแนบ ให้ฝายบรหิ ารงานทัวไป
เพอื ดําเนินการต่อไป สว่ น ภ.พ.04 ฉบบั ที 2 สง่ ให้สาํ นักงานสรรพากร
ภาคทีเปนทีตังสถานประกอบการของผู้ประกอบการจดทะเบียน เพอื
แจ้งให้หนว่ ยปฏิบตั ิทราบต่อไป

17.3 นอกเขตกรุงเทพมหานคร

17.3.1 สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา

(1) เมือได้รบั ภ.พ.04 พรอ้ มเอกสารแนบจากผู้ประกอบการจด
ทะเบยี น ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.1) - (1.4) ของข้อ 17.1.1 ก. (1)
ยกเว้น ภ.พ.04 ของผู้ประกอบการจดทะเบียนในการกํากับดูแลของ
สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ปฏิบัติเชน่ เดียวกับข้อ 17.1.1
ก. (3)

(2) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.04 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” แล้วจัด
พมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบบั ที 1 ใช้นําสง่
ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบ โดยเรยี งตาม
ลําดับเลขคุมเอกสาร (DLN) ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีทีรบั ผิด
ชอบ ภายในวันทีได้รบั ภ.พ.04 สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเข้าแฟม

(3) เมือได้รบั ภ.พ.04 ฉบบั ที 2 (ทีสรรพากรพนื ทีสงั การแล้ว) จาก
สาํ นักงานสรรพากรพนื ที ให้เก็บเขา้ แฟมเก็บคําขอรับใบแทนใบ
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ เรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN)

17.3.2 สาํ นักงานสรรพากรพนื ที (ฝายบรหิ ารงานทัวไป)

(1) เมือได้ ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 พรอ้ มเอกสารแนบจาก
สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา ให้เสนอผู้มีอํานาจออกใบแทนใบ
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ เพอื สงั การและลงนามในชอ่ ง “ คําสงั ” ของ
ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2

(2) นําใบนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) ฉบับที 1 ทีได้รบั จากสาํ นักงาน
สรรพากรพนื ทีสาขา เยบ็ ติดกับ ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 โดยเรยี งตามลําดับ
เลขคุมเอกสาร (DLN) สง่ ให้สาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ นเทคโนโลยี
สารสนเทศ) ภายในวันทําการถัดจากวันทีผู้มีอํานาจ ฯ ลงนาม เพอื
ทําการบนั ทึกขอ้ มูล และถ่ายเอกสาร บ.ช.12.1 เก็บเข้าแฟม แล้วสง่
ภ.พ.04 ฉบบั ที 2 ให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขาทีเปนทีตังสถาน
ประกอบการของผู้ประกอบการจดทะเบยี น

(3) เมือได้รบั ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ พรอ้ ม ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 จาก
สาํ นักงานสรรพากรภาค ให้ดําเนินการเชน่ เดียวกับ (1.7) - (1.9) ของ
ขอ้ 17.1.1 ก. (1) แล้วนํา ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 พรอ้ มเอกสารแนบ เก็บ
เขา้ แฟมเก็บคําขอรบั ใบแทนใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม แยกเปนราย
สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา เรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN)

17.3.3 สาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ)

(1) เมือได้รบั ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 จากสาํ นักงานสรรพากรพนื ที ให้
ทําการบนั ทึกขอ้ มูลตามค่มู ือการบนั ทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่า
เพมิ ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันทีได้รบั ภ.พ.04 และประทับคําว่า
“ บนั ทึกขอ้ มูลแล้ว ” ด้วยหมึกสแี ดงลงบน ภ.พ.04

(2) จัดพมิ พใ์ บทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ด้วยคอมพวิ เตอร์เปนราย
สถานประกอบการหรอื รายสาขา แล้วสง่ ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ
พรอ้ ม ภ.พ.04 ฉบบั ที 1 ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีทีเกียวข้อง
ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันทีประมวลผลข้อมูลแล้วเสร็จ เพอื
ดําเนินการต่อไป

ÊNj ¹·Õè 5

¡ÒâͶ͹·ÐàºÂÕ ¹ÀÒÉÁÕ ÅÙ ¤Ò‹ à¾ÁèÔ

ขอ้ 18 หลักเกณฑ์การขอถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ

18.1 ผู้ประกอบการจดทะเบยี นมีสทิ ธขิ อให้อธบิ ดีสงั ถอนทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพมิ ได้ ในกรณตี ่อไปนี

(1) กรณผี ู้ประกอบการจดทะเบยี น มีมูลค่าของฐานภาษีของกิจการ
ตากว่ามูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดยอ่ ม เปนเวลาติดต่อกันไม่
น้อยกว่า 3 ป ก่อนการขอถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิม

(2) กรณที ีประกอบกิจการทีได้รบั ยกเว้นภาษีมูลค่าเพมิ ซงึ ได้ใชส้ ิทธิ
แจ้งต่ออธบิ ดี เพอื จดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม ได้เสยี ภาษีมูลค่าเพิม
เปนระยะเวลาติดต่อกันไมน่ ้อยกว่า 2 ปนับแต่วันทีเรมิ เปนผู้ประกอบ
การจดทะเบยี น และต้องมีมูลค่าของฐานภาษีของกิจการตากว่า
มูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดยอ่ มตลอดระยะเวลาดังกล่าว

18.2 การยนื คําขอถอนทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ให้ผู้ประกอบการจด
ทะเบยี นยนื คําขอถอนทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมตามแบบทีอธบิ ดีกรม
สรรพากรกําหนด ได้แก่ ภ.พ.08 จํานวน 1 ชุด มี 3 ฉบบั

18.3 สถานทียนื คําขอถอนทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม

ผู้ประกอบการจดทะเบยี นจะต้องยนื แบบคําขอถอนทะเบียนภาษี
มูลค่าเพมิ ณ สถานทีทียนื คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม ตามข้อ
6.4

18.4 ผู้มีอํานาจอนุมัติให้ถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ ได้แก่ อธบิ ดี
กรมสรรพากร หรอื ผู้ทีอธบิ ดีกรมสรรพากรมอบหมาย

ขอ้ 19 การรบั คําขอถอนทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (ภ.พ.08)

19.1 ในเขตกรุงเทพมหานคร

19.1.1 สาํ นักงานสรรพากรพนื ที

ก. ฝายบรหิ ารงานทัวไป

(1) เมือได้รบั ภ.พ.08 จากผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้ปฏิบตั ิดังนี

(1.1) ตรวจรายการใน ภ.พ.08 ว่าถกู ต้องครบถ้วน และชดั เจนหรอื ไม่

(1.2) บนั ทึกการรบั ภ.พ.08 เขา้ ทะเบยี นคุมรายการและจัดทําบญั ชี
ด้วยระบบคอมพวิ เตอร์ (TCL)

(1.3) คืน ภ.พ.08 ฉบบั ที 3 ให้ผู้ประกอบการ และให้แจ้งผู้ประกอบ
การว่ายงั มีหน้าทียนื ภ.พ.30 ต่อไปจนกว่าอธบิ ดีจะสงั ขีดชือผู้
ประกอบการออกจากทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ

(1.4) จัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบับ แนบกับ
ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 และฉบบั ที 2

(1.5) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.08 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” แล้ว
สง่ ไปให้สาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ นวางแผนและประเมินผล)
ภายในวันทําการถัดจากวันทีสรรพากรพนื ทีลงนาม เพอื เสนอผู้มี
อํานาจอนุมัติ พจิ ารณาสงั การและลงนามในชอ่ ง “ คําสงั ” ของ
ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2

(1.6) เมือได้รบั ภ.พ.08 จากสาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ นวางแผน
และประเมินผล) ให้นําใบนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) ฉบบั ที 1 เย็บติด
กับ ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 โดยเรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) สง่ ให้
ฝายกรรมวิธี ภายในวันทําการถัดจากวันทีผู้มีอํานาจอนุมัติลงนาม
เพอื ทําการบนั ทึกขอ้ มูล สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเข้าแฟม

(1.7) สง่ ภ.พ.08 ฉบบั ที 2 ไปให้สว่ นกํากับดูแลผู้เสยี ภาษี เพอื ตรวจ
สอบการเสยี ภาษีหรอื เรง่ รดั ภาษีอากรค้าง

(1.8) เมือได้รบั ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 จากฝายกรรมวิธี ให้ตรวจผลขอ้ มูล
จากระบบ FVAT online กับ ภ.พ.08

- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้สง่ ฝายกรรมวิธี เพอื ทําการแก้ไขให้ถกู ต้อง ตาม
คู่มือการบนั ทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่าเพิม

- ถ้าถกู ต้อง ให้นํา ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 เก็บเขา้ แฟมเก็บคําขอถอน
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ แยกเปนรายสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา
เรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN)

(1.9) จัดทําหนังสอื แจ้งให้ผู้ประกอบการจดทะเบยี นทราบ

(1.9.1) กรณที ีมีคําสงั ให้ถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิม ให้เสนอผู้มีอํา
นาจฯ สงั ขดี ชอื แล้วแจ้งผู้ประกอบการจดทะเบียนให้สง่ ใบทะเบยี น
ภาษีมูลค่าเพมิ คืน ณ สาํ นักงานสรรพากรพืนที หรอื สาํ นักงาน
สรรพากรพนื ทีสาขาทีสถานประกอบการหรอื สถานประกอบการที
เปนสาํ นักงานใหญ่ (กรณมี ีสถานประกอบการหลายแหง่ ) ตังอยู่
ภายใน 7 วันนับแต่วันทีได้รบั แจ้ง ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนไมส่ ง่
ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ คืนภายในกําหนดเวลา ให้จัดทําประกาศ
ยกเลิกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ (ภ.พ.76) ให้ทราบโดยทัวกันด้วย

(1.9.2) กรณมี ีคําสงั ไมใ่ ห้ถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิม ให้แจ้งผู้
ประกอบการจดทะเบยี นว่ายงั คงมีหน้าทีต้องยืน ภ.พ.30 ต่อไป

(1.10) ปดประกาศรายชอื และเลขประจําตัวผู้เสยี ภาษีอากรของผู้
ประกอบการจดทะเบยี นทีได้รบั อนุมัติให้ถอนทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม
ในทีเปดเผย

(2) กรณไี ด้รบั ภ.พ.08 จากสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา ให้ปฏิบัติ
ดังนี

(2.1) ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.5) ของ (1)

(2.2) เมือได้รบั ภ.พ.08 จากสาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ นวางแผน
และประเมินผล) ให้นําใบนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) ทีได้รบั จาก
สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา เยบ็ ติดกับ ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 โดยเรยี ง
ตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) สง่ ให้ฝายกรรมวิธี ภายในวันทําการ
ถัดจากวันทีผู้มีอํานาจอนุมัติลงนาม เพอื ทําการบนั ทึกข้อมูล แล้ว
ถ่ายเอกสาร บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเขา้ แฟม

(2.3) ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.7) - (1.10) ของ (1)

(3) กรณไี ด้รบั ภ.พ.08 ของผู้ประกอบการในการกํากับดแู ลของสาํ นัก
บรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ปฏิบัติเชน่ เดียวกับ (1.1) - (1.3) ของ
(1) แล้วจัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบับที 1
ใชน้ ําสง่ ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 และฉบับที 2 โดยเรยี งตามลําดับเลขคุม
เอกสาร (DLN) ไปให้สาํ นักงานบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ภายใน
วันทีได้รบั ภ.พ.08 ทางไปรษณยี ด์ ่วนพเิ ศษ (EMS) เว้นแต่เห็นว่า การ
ให้เจ้าหน้าทีนําสง่ เองจะสะดวกและรวดเรว็ กว่า ก็ให้กระทําได้ สว่ น
บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเขา้ แฟม

ข. ฝายกรรมวิธี

(1) เมือได้รบั ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 จากฝายบรหิ ารงานทัวไป ให้ทําการ
บนั ทึกขอ้ มูลตามค่มู ือการบนั ทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่าเพิม
ภายใน 3 วันทําการนับแต่ได้รบั ภ.พ.08 และประทับคําว่า “ บันทึก
ขอ้ มูลแล้ว ” ด้วยหมึกสแี ดงลงบน ภ.พ.08

(2) สง่ ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 ไปให้ฝายบรหิ ารงานทัวไป ภายใน 3 วัน
ทําการนับแต่วันทีบนั ทึกขอ้ มูลแล้วเสรจ็ เพอื ดําเนินการต่อไป

19.1.2 สาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ นวางแผนและประเมินผล)

(1) เมือได้รบั ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 จากสาํ นักงาน
สรรพากรพนื ที ให้เสนอผู้มีอํานาจอนุมัติ เพอื พจิ ารณาสังการและลง
นามในชอ่ ง “ คําสงั ” ของ ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2

(2) สง่ ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 และฉบบั ที 2 โดยเรยี งตามลําดับเลขคุม
เอกสาร (DLN) ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีภายในวันถัดจากวันที
ผู้มีอํานาจอนุมัติลงนาม เพอื ดําเนินการต่อไป

19.1.3 สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา

(1) เมือได้รบั ภ.พ.08 จากผู้ประกอบการจดทะเบยี น ให้ปฏิบตั ิเชน่
เดียวกับ (1.1) - (1.3) ของขอ้ 19.1.1 ก. (1) ยกเว้น ภ.พ.08 ของผู้
ประกอบการจดทะเบยี นในการกํากับดแู ลของสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจ
ขนาดใหญ่ ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับขอ้ 19.1.1 ก. (3)

(2) จัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบบั ที 1 ใช้
นําสง่ ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 โดยเรยี งตามลําดับเลขคุม
เอกสาร (DLN) ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีทีรบั ผิดชอบ ภายในวัน
ทีได้รบั ภ.พ.08 สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเขา้ แฟม

19.2 สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่
ก. ฝายบรหิ ารงานทัวไป

(1) กรณไี ด้รบั ภ.พ.08 จากผู้ประกอบการจดทะเบยี นในการกํากับ
ดแู ลของสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ปฏิบตั ิดังนี

(1.1) ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.1) - (1.4) ของข้อ 19.1.1 ก. (1)

(1.2) บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.08 ชอ่ ง “ ความเห็นเจ้าหน้าที ” แล้ว
เสนอผู้มีอํานาจอนุมัติ เพอื พจิ ารณาสงั การและลงนามในชอ่ ง “ คํา
สงั ” ของ ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 และ ฉบับที 2

(1.3) นําใบนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) ฉบบั ที 1 เย็บติดกับ ภ.พ.08
ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 โดยเรยี งตามลําดับเลขคุมเอกสาร (DLN) สง่
ให้สว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี ภายในวันถัดจากวันทีผู้มีอํานาจอนุมัติ
ลงนาม เพอื ทําการบนั ทึกขอ้ มูล สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเขา้ แฟม

(1.4) เมือได้รบั ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 จากสว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี ให้
เก็บเขา้ แฟมเก็บคําขอถอนทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ แยกเปนราย
สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา เรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN)

(1.5) สง่ ภาพถ่าย ภ.พ.08 ไปให้สว่ นกํากับดแู ลผู้เสยี ภาษี เพอื ตรวจ
สอบการเสยี ภาษี หรอื เรง่ รดั ภาษีอากรค้าง

(1.6) จัดทําหนังสอื แจ้งให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนทราบเชน่ เดียว
กับขอ้ (1.9) - (1.10) ของขอ้ 19.1.1(ก) (1)

(2) กรณไี ด้รบั ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 และฉบบั ที 2 จากสํานักงาน
สรรพากรพนื ที หรอื สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา แล้วแต่กรณี ให้
ปฏิบตั ิดังนี

(2.1) ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับ (1.2) ของ (1)

(2.2) นําใบนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) ทีได้รบั จากสาํ นักงานสรรพากร
พนื ที หรอื สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา แนบกับ ภ.พ.08 ฉบับที 1
และฉบบั ที 2 โดยเรยี งตามลําดับเลขคุมเอกสาร (DLN) สง่ ให้สว่ น
กรรมวิธแี ละคืนภาษี ภายในวันถัดจากวันทีผู้มีอํานาจอนุมัติลงนาม
เพอื บนั ทึกขอ้ มูล และถ่ายเอกสาร บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเข้าแฟม

ข. สว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี

(1) เมือได้รบั ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 จากฝายบรหิ ารงาน
ทัวไป ให้ทําการบนั ทึกขอ้ มูลตามค่มู ือการบันทึกข้อมูลระบบงานภาษี
มูลค่าเพมิ ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันทีได้รบั ภ.พ.08 และประทับ
คําว่า “ บนั ทึกขอ้ มูลแล้ว ” ด้วยหมึกสแี ดงลงบน ภ.พ.08

(2) ตรวจผลขอ้ มูลจากระบบ FVAT online กับ ภ.พ.08

- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้ทําการแก้ไขให้ถกู ต้องตามค่มู ือการบนั ทึกขอ้ มูล
ระบบงานภาษีมูลค่าเพมิ

- ถ้าถกู ต้อง ให้สง่ ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 ไปให้ฝายบรหิ ารงานทัวไป สว่ น
ภ.พ.08 ฉบบั ที 2 สง่ ให้สาํ นักงานสรรพากรภาคทีเปนทีตังสถาน
ประกอบการของผู้ประกอบการจดทะเบียน เพอื แจ้งให้หนว่ ยปฏิบตั ิ
ทราบต่อไป

19.3 นอกเขตกรุงเทพมหานคร

19.3.1 สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา

(1) เมือได้รบั ภ.พ.08 จากผู้ประกอบการจดทะเบยี น ให้ปฏิบัติเชน่
เดียวกับ (1.1) - (1.3) ของขอ้ 19.1.1 ก. (1) ยกเว้น ภ.พ.08 ของผู้
ประกอบการจดทะเบยี นในการกํากับดูแลของสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจ
ขนาดใหญ่ ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกับข้อ 19.1.1 ก. (3)

(2) จัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบับ ฉบบั ที 1 ใช้
นําสง่ ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 และฉบบั ที 2 โดยเรยี งตามลําดับเลขคุม
เอกสาร (DLN) ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีทีรบั ผิดชอบภายในวัน
ทีได้รบั ภ.พ.08 สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเข้าแฟม

(3) เมือได้รบั ภ.พ.08 ฉบบั ที 2 (ทีผู้มีอํานาจอนุมัติลงนามแล้ว) จาก
สาํ นักงานสรรพากรพนื ที ให้เก็บเขา้ แฟมเก็บคําขอถอนทะเบยี นภาษี
มูลค่าเพมิ เรยี งตามลําดับเลขคุมเอกสาร (DLN)

19.3.2 สาํ นักงานสรรพากรพนื ที (ฝายบรหิ ารงานทัวไป)

(1) เมือได้รบั ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 และ ฉบับที 2 จากสํานักงาน
สรรพากรพนื ทีสาขา ให้บนั ทึกความเห็นใน ภ.พ.08 ชอ่ ง “ ความเห็น
เจ้าหน้าที ”

(2) นําใบนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) ทีได้รบั จากสาํ นักงานสรรพากร
พนื ทีสาขา เยบ็ ติดกับ ภ.พ.08 ฉบับที 1 และฉบับที 2 โดยเรยี งตาม
ลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) สง่ ให้สาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ น
วางแผนและประเมินผล) ภายในวันถัดจากวันทีสรรพากรพืนทีลง
นาม เพอื เสนอผู้มีอํานาจอนุมัติพจิ ารณาสังการและลงนามในชอ่ ง “
คําสงั ” ของ ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2

(3) เมือได้รบั ภ.พ.08 ฉบบั ที 2 จากสาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ น
วางแผนและประเมินผล) ให้สง่ สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขาทีเปนที
ตังสถานประกอบการของผู้ประกอบการจดทะเบียน

(4 ) สง่ ภาพถ่าย ภ.พ.08 ไปให้สว่ นกํากับดแู ลผู้เสยี ภาษี เพอื ตรวจ
สอบการเสยี ภาษี หรอื เรง่ รดั ภาษีอากรค้าง

(5) เมือได้รบั ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 จากสาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ น
เทคโนโลยสี ารสนเทศ) ให้ตรวจผลข้อมูลจากระบบ FVAT online กับ
ภ.พ.08

- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้สง่ สาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ นเทคโนโลยี
สารสนเทศ) เพอื ทําการแก้ไขให้ถกู ต้องตามคู่มือการบนั ทึกข้อมูล
ระบบงานภาษีมูลค่าเพมิ

- ถ้าถกู ต้อง ให้นํา ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 เก็บเขา้ แฟมเก็บคําขอถอน
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ แยกเปนรายสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา
เรยี งตามลําดับเลขคุมเอกสาร (DLN)

(6) จัดทําหนังสอื แจ้งให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนทราบ

(6.1) กรณที ีมีคําสงั ให้ถอนทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม ให้เสนอผู้มีอํา
นาจฯ สงั ขดี ชอื แล้วแจ้งผู้ประกอบการให้สง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่า
เพมิ คืน ณ สาํ นักงานสรรพากรพนื ที หรอื สาํ นักงานสรรพากรพนื ที
สาขาทีสถานประกอบการหรอื สถานประกอบการทีเปนสาํ นักงาน
ใหญ่ (กรณมี ีสถานประกอบการหลายแหง่ ) ตังอยู่ ภายใน 7 วันนับแต่
วันทีได้รบั แจ้ง ถ้าผู้ประกอบการไม่สง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ คืน
ภายในกําหนดเวลา ให้จัดทําประกาศยกเลิกใบทะเบียนภาษีมูลค่า
เพมิ (ภ.พ.76) ให้ทราบโดยทัวกันด้วย

(6.2) กรณมี ีคําสงั ไมใ่ ห้ถอนทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม ให้แจ้งผู้ประกอบ
การว่ายงั คงมีหน้าทีต้องยนื ภ.พ.30 ต่อไป

(7) ปดประกาศรายชอื และเลขประจําตัวผู้เสยี ภาษีอากรของผู้
ประกอบการทีได้รบั อนุมัติให้ถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ ในทีเปด
เผย

19.3.3 สาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ นวางแผนและประเมินผล)

(1) เมือได้รบั ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2 จากฝายบรหิ ารงาน
ทัวไป ให้เสนอผู้มีอํานาจอนุมัติ เพอื พิจารณาสงั การและลงนามใน
ชอ่ ง “ คําสงั ” ของ ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 และ ฉบบั ที 2

(2) สง่ ใบนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) และ ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 โดยเรยี ง
ตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN) ไปให้สว่ นเทคโนโลยีสารสนเทศ
ภายในวันถัดจากวันทีผู้มีอํานาจอนุมัติลงนาม เพอื ทําการบนั ทึก
ขอ้ มูล สว่ น ภ.พ.08 ฉบบั ที 2 สง่ ให้สํานักงานสรรพากรพนื ทีเพอื
ดําเนินการต่อไป

19.3.4 สาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ)

(1) เมือได้รบั ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 จากสว่ นวางแผนและประเมินผล ให้
ทําการบนั ทึกขอ้ มูลตามคู่มือการบันทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่า
เพมิ ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันทีได้รบั ภ.พ.08 และประทับคําว่า
“ บนั ทึกขอ้ มูลแล้ว ” ด้วยหมึกสแี ดงลงบน ภ.พ.08

(2) สง่ ภ.พ.08 ฉบบั ที 1 ไปให้สาํ นักงานสรรพากรพนื ที ภายใน 3 วัน
ทําการนับแต่วันทีบนั ทึกขอ้ มูลแล้วเสร็จ เพอื ดําเนินการต่อไป

ʋǹ·Õè 6

¡ÒÃà¾Ô¡¶Í¹¡Òè´·ÐàºÕ¹ÀÒÉÁÕ ÅÙ ¤‹Òà¾ÁèÔ

ขอ้ 20 การเพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม

20.1 หลักเกณฑ์การพจิ ารณาสงั เพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่า
เพมิ มีดังนี

(1) สถานประกอบการของผู้ประกอบการจดทะเบียนเปนของบุคคล
อืน โดยบุคคลดังกล่าว มิได้อนุญาตให้ใชเ้ ปนสถานประกอบการ หรอื
ผู้ประกอบการจดทะเบยี นใชส้ าํ นักงานกฎหมาย หรอื สาํ นักงานบัญชี
ของบุคคลอืนเปนสถานประกอบการ และเจ้าหน้าทีได้แจ้งให้ผู้
ประกอบการจดทะเบยี นยนื คําขอแจ้งการเปลียนแปลงทีตังสถาน
ประกอบการแล้ว แต่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมิได้ดําเนินการ
ภายในระยะเวลาทีกําหนดโดยไมม่ ีเหตอุ ันควร

(2) ผู้ประกอบการจดทะเบยี นไมย่ นื แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิม
เปนระยะเวลาติดต่อกันตังแต่ 6 เดือนขนึ ไป

(3) ผู้ประกอบการจดทะเบยี นไมไ่ ด้ประกอบกิจการ เนืองจากเลิก
ประกอบกิจการหรอื เสยี ชวี ิต และไมม่ ีทายาทดําเนินการต่อ หรอื มี
การเปลียนแปลงรายการทีได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ โดยมิได้ยนื
แบบแจ้งการเปลียนแปลงทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ โดยไมม่ ีเหตุอันควร

(4) ผู้ประกอบการจดทะเบยี นโดยเจตนาหลีกเลียงหรอื พยายามหลีก
เลียงภาษีมูลค่าเพมิ กระทําการใด ๆ โดยความเท็จ ฉ้อโกงหรอื อุบาย
หรอื โดยวิธกี ารอืนใดทํานองเดียวกัน

(5) ผู้ประกอบการจดทะเบยี นโดยเจตนาหลีกเลียงหรอื พยายามหลีกเลียงภาษีมูลค่า
เพมิ ไมอ่ อกใบกํากับภาษี ใบเพมิ หนีหรอื ใบลดหนี หรอื ใบแทนเอกสารดังกล่าว

(6) ผู้ประกอบการจดทะเบยี นโดยเจตนาออกใบกํากับภาษี โดยมิได้ขายสนิ ค้า หรอื
ให้บรกิ ารแก่ผู้ซอื สนิ ค้าหรอื ผู้รบั บรกิ าร

(7) ผู้ประกอบการจดทะเบยี นโดยเจตนาทําใบกํากับภาษีปลอม หรอื ใบกํากับภาษีที
ออกโดยไมช่ อบด้วยกฎหมาย

(8) กรณอี ืนทีอธบิ ดีกรมสรรพากรเห็นสมควร

20.2 ผู้มีอํานาจสงั เพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ได้แก่ อธบิ ดีกรม
สรรพากร หรอื ผู้ทีอธบิ ดีกรมสรรพากรมอบหมาย

20.3 กรณที ีมกํากับดแู ลของสาํ นักงานสรรพากรพนื ที หรอื สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจ
ขนาดใหญ่ แล้วแต่กรณี ตรวจพบว่า ผู้ประกอบการจดทะเบยี นกระทําความผิดตาม
หลักเกณฑ์ตามขอ้ 20.1 ให้รวบรวมหลักฐานขอ้ เท็จจรงิ แล้วดําเนินการดังนี

(1) ตรวจเอกสารหลักฐานตาม ภ.พ.01 ภ.พ.02 และ ภ.พ.09 ว่า มีการแจ้งยา้ ย เลิก
ควบ โอนกิจการ หรอื ได้รบั อนุมัติให้ยนื แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพมิ รวมกันหรอื
ไม่
(2) ออกตรวจสถานประกอบการ

(2.1) กรณพี บสถานประกอบการและพบผู้ประกอบการจดทะเบยี น ให้ไต่สวนขอ้
เท็จจรงิ และแจ้งให้ดําเนินการให้ถกู ต้องตามกฎหมาย ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบยี น
ไมด่ ําเนินการ ให้เสนอเพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ หากไมพ่ บผู้ประกอบ
การจดทะเบยี น ให้ทําหนังสอื เชญิ พบเจ้าของกิจการ หรอื ผู้อํานวยการหรอื ผู้จัดการ
ห้างหุ้นสว่ นสามัญหรอื คณะบุคคล หรอื หุ้นสว่ นผู้จัดการ หรอื กรรมการผู้จัดการ โดย
ทําเปนสองฉบบั สง่ ไปยงั สถานประกอบการตาม (1) และสง่ ไปยงั ภูมิลําเนาของบุคคล
ดังกล่าวด้วย ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบยี นไมม่ าพบภายในกําหนดเวลานัด โดยมี
หลักฐานว่าได้รบั หนังสอื แล้ว ให้เสนอเพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ต่อไป

(2.2) กรณไี มพ่ บสถานประกอบการ ให้ตรวจสอบทะเบียนราษฎร
เพอื ให้ได้ขอ้ เท็จจรงิ ก่อน ถ้าขอ้ เท็จจรงิ ปรากฏว่าไม่มีสถานประกอบ
การ เชน่ สถานประกอบการได้ถกู รอื ถอนไปแล้ว หรอื ไม่มีเลขทีบ้าน
ตามทีผู้ประกอบการจดทะเบยี นจดแจ้งไว้ เปนต้น ให้เสนอเพิกถอน
การจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ แต่ถ้าเลขทีบา้ นตามทีจดแจ้งไว้มีการ
เปลียนแปลงตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ให้เชญิ พบผู้
ประกอบการจดทะเบยี น โดยสง่ ไปยังทีอยูซ่ ึงเปลียนแปลงใหม่ หากผู้
ประกอบการจดทะเบยี นไมม่ าพบภายในกําหนดเวลานัด โดยมีหลัก
ฐานว่าได้รบั หนังสอื แล้ว ให้เสนอเพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่า
เพมิ ต่อไป

(3) ได้หลักฐานตาม (1) - (2) แล้ว ให้ดําเนินการดังนี

(3.1) กรณผี ู้ประกอบการจดทะเบียนกระทําความผิดตามหลักเกณฑ์
ในขอ้ 20.1 ให้เสนอความเห็นต่อผู้มีอํานาจ ฯ เพอื พจิ ารณาเพิกถอน
การจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ต่อไป

(3.2) กรณผี ู้ประกอบการจดทะเบียนมิได้กระทําความผิดตามหลัก
เกณฑ์ในขอ้ 20.1 ให้เสนอความเห็นต่อผู้มีอํานาจ ฯ เพอื ยุติเรอื ง

(3.3) กรณมี ีเหตอุ ันควรสงสยั ในพฤติกรรมของผู้ประกอบการจด
ทะเบยี นรายดังกล่าว ให้รายงานต่อผู้มีอํานาจ ฯ เพอื พจิ ารณาสงั การ
ต่อไป

20.4 เมือผู้มีอํานาจ ฯ สงั เพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ของ
ผู้ประกอบการจดทะเบยี นรายใดแล้ว ให้ดําเนินการดังนี

ก. ฝายบรหิ ารงานทัวไป สาํ นักงานสรรพากรพนื ที หรอื สาํ นักบรหิ าร
ภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ แล้วแต่กรณี

(1) จัดทําคําสงั เพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม (ภ.พ.77)
พรอ้ มสาํ เนา 1 ฉบบั เสนอผู้มีอํานาจ ฯ เพอื ลงนาม

(2) บนั ทึก ภ.พ.77 เขา้ ทะเบยี นคุมรายการและจัดทําบญั ชดี ้วยระบบ
คอมพวิ เตอร์ (TCL)

(3) สง่ ภ.พ.77 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบยี นทางไปรษณยี ์ลงทะเบยี น
ตอบรบั ภายใน 3 วันนับแต่วันทีมีคําสงั พรอ้ มกับแจ้งผู้ประกอบการ
จดทะเบยี นสง่ ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ คืน ณ หนว่ ยจดทะเบียนที
สถานประกอบการ หรอื สถานประกอบการทีเปนสํานักงานใหญ่
(กรณมี ีสถานประกอบการหลายแห่ง) ตังอยู่ ภายใน 7 วันนับแต่วันที
ได้รบั ภ.พ.77

(4) จัดพมิ พใ์ บนําสง่ เอกสาร (บ.ช.12.1) จํานวน 2 ฉบบั ฉบับที 1 ใช้
นําสง่ สาํ เนาภ.พ.77 โดยเรยี งตามลําดับเลขคุมเอกสาร (DLN) ไปให้
ฝายกรรมวิธี สาํ นักงานสรรพากรพนื ที หรอื สว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี
สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ หรอื สว่ นเทคโนโลยีสารสนเทศ
สาํ นักงานสรรพากรภาค แล้วแต่กรณี ภายใน 3 วันนับแต่วันทีมีคําสงั
เพอื ทําการบนั ทึกขอ้ มูล สว่ น บ.ช.12.1 ฉบบั ที 2 เก็บเขา้ แฟม

(5) เมือได้รบั สาํ เนา ภ.พ.77 จากฝายกรรมวิธี สํานักงานสรรพากร
พนื ที หรอื สว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาด
ใหญ่ หรอื สว่ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ สํานักงานสรรพากรภาค แล้วแต่
กรณี ให้ปฏิบตั ิดังนี

(5.1) กรณสี าํ นักงานสรรพากรพนื ที ให้ตรวจผลขอ้ มูลจากระบบ
FVAT online กับสาํ เนา ภ.พ.77

- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้สง่ ฝายกรรมวิธี สาํ นักงานสรรพากรพนื ที หรอื สว่ น
เทคโนโลยสี ารสนเทศ สาํ นักงานสรรพากรภาค แล้วแต่กรณี เพือ
ทําการแก้ไขให้ถกู ต้องตามคู่มือการบันทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่า
เพมิ

- ถ้าถกู ต้อง ให้เก็บสาํ เนา ภ.พ.77 เข้าแฟมคําสงั เพกิ ถอนการจด
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ แยกเปนรายสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา
เรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN)

(5.2) กรณสี าํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้เก็บสาํ เนา ภ.พ.77
เขา้ แฟมคําสงั เพกิ ถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมแยกเปนราย
สาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา เรยี งตามลําดับเลขคมุ เอกสาร (DLN)

(6) ปดประกาศรายชอื และเลขประจําตัวผู้เสยี ภาษีอากรของผู้
ประกอบการจดทะเบยี นทีถกู สงั เพิกถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่า
เพมิ ในทีเปดเผย กรณสี าํ นักงานสรรพากรพนื ที ให้รายงานสาํ นักงาน
สรรพากรภาคทีเกียวขอ้ งเพอื ทราบด้วย

(7) เสนอสรรพากรพนื ที หรอื ผู้อํานวยการสาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจ
ขนาดใหญ่ แล้วแต่กรณี เพอื พจิ ารณาสงั การตรวจสอบการเสยี ภาษี
การเรง่ รดั ภาษีอากรค้าง

ข. ฝายกรรมวิธี สาํ นักงานสรรพากรพนื ที หรอื สว่ นกรรมวิธแี ละคืน
ภาษี สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ หรอื สว่ นเทคโนโลยี
สารสนเทศ สาํ นักงานสรรพากรภาค แล้วแต่กรณี

(1) เมือได้รบั สาํ เนา ภ.พ.77 จากฝายบรหิ ารงานทัวไป สาํ นักงาน
สรรพากรพนื ที สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ แล้วแต่กรณี ให้
ทําการบนั ทึกขอ้ มูลตามค่มู ือการบนั ทึกขอ้ มูลระบบงานภาษีมูลค่า
เพมิ ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันทีได้รบั สาํ เนา ภ.พ.77 และประทับ
คําว่า “ บนั ทึกขอ้ มูลแล้ว ” ด้วยหมึกสแี ดงลงบนสาํ เนา ภ.พ.77

(2) เมือปฏิบตั ิตาม (1) แล้ว ให้ดําเนินการต่อดังนี

(2.1) กรณสี าํ นักงานสรรพากรพนื ที หรอื สาํ นักงานสรรพากรภาค
แล้วแต่กรณี ให้สง่ สาํ เนา ภ.พ.77 ไปให้ฝายบรหิ ารงานทัวไป
สาํ นักงานสรรพากรพนื ที ภายใน 3 วันทําการนับแต่วันทีบนั ทึกขอ้ มูล
แล้วเสรจ็ เพอื ดําเนินการต่อไป

(2.2) กรณสี าํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ตรวจผลขอ้ มูลจาก
ระบบ FVAT online กับสาํ เนา ภ.พ.77

- ถ้าไมถ่ กู ต้อง ให้ทําการแก้ไขให้ถูกต้องตามค่มู ือการบนั ทึกขอ้ มูล
ระบบงานภาษีมูลค่าเพมิ

- ถ้าถกู ต้อง ให้สง่ สาํ เนา ภ.พ.77 ไปให้ฝายบรหิ ารงานทัวไป เพอื
ดําเนินการต่อไป

20.5 กรณคี รบกําหนดเวลา 30 วันนับจากวันทีสง่ คําสงั เพกิ ถอนการ
จดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ดังกล่าวแล้ว ให้ฝายบรหิ ารงานทัวไป
สาํ นักงานสรรพากรพนื ที หรอื สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ แล้ว
แต่กรณี ดําเนินการ ดังนี

(1) กรณไี ด้รบั ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ คืนจากผู้ประกอบการจด
ทะเบยี นหรอื ได้รบั จากสาํ นักงานสรรพากรพนื ทีสาขา ให้ประทับ
ขอ้ ความว่า “ เพกิ ถอนโดยคําสงั ที..............ลงวันที.......................”
ด้วยหมึกสแี ดง แล้วเก็บใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมดังกล่าวรวมไว้กับ
ภ.พ.01 หรอื ภ.พ.09 ของผู้ประกอบการจดทะเบยี นรายนัน

(2) กรณไี มไ่ ด้รบั ใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ คืนจากผู้ประกอบการจด
ทะเบยี น ให้ตรวจสอบว่า ผู้ประกอบการจดทะเบยี นรายดังกล่าวได้
รบั ทราบคําสงั เพกิ ถอนฯ หรอื ไม่ หากปรากฏหลักฐานแนช่ ดั ว่า ผู้
ประกอบการจดทะเบยี นได้รบั หรอื ทราบคําสงั เพกิ ถอน ฯ แล้ว ให้จัด
ทําประกาศยกเลิกใบทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม (ภ.พ.76) ทันที แล้วปด
ประกาศในทีเปดเผยเพอื ให้ทราบโดยทัวกัน แต่หากไม่ปรากฏหลัก
ฐานแนช่ ดั ว่า ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รบั หรอื ทราบคําสงั เพกิ
ถอน ฯ ดังกล่าว ให้สง่ คําสงั เพกิ ถอน ฯ ไปให้ผู้ประกอบการจด
ทะเบยี นโดยวิธอี ืนตามมาตรา 8 แหง่ ประมวลรัษฎากร

20.6 หากผู้ประกอบการจดทะเบยี นรายทีเคยถกู สงั เพกิ ถอนการจด
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ แล้ว มายนื คําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิม
ณ หนว่ ยจดทะเบยี น ให้เจ้าหน้าทีผู้รบั คําขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่า
เพมิ รายงานต่อสรรพากรพนื ที หรือผู้อํานวยการสาํ นักบรหิ ารภาษี
ธุรกิจขนาดใหญ่ แล้วแต่กรณี เพอื สอดสอ่ งพฤติการณ์ของผู้ประกอบ
การจดทะเบยี นรายนันเปนกรณพี เิ ศษ

“ขอ้ ๒๑ การคัดค้านคําสงั เพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม

๒๑.๑ สถานทีและกําหนดเวลายนื คัดค้านคําสงั เพกิ ถอนการจด
ทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ

๒๑.๑.๑ ในกรณที ีผู้ประกอบการจดทะเบียนรายใดไมเ่ ห็นด้วยกับคํา
สงั เพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ จะต้องยนื หนังสอื คัดค้าน
คําสงั เพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมต่ออธบิ ดีกรมสรรพากร
ณ สว่ นบรหิ ารงานทัวไป สาํ นักงานสรรพากรพนื ที หรอื ฝายบรหิ าร
งานทัวไป สาํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ แล้วแต่กรณี ภายใน ๓๐
วันนับแต่วันทีได้รบั หรอื ทราบคําสังเพกิ ถอนการจดทะเบียนภาษี
มูลค่าเพมิ โดยชแี จงขอ้ เท็จจรงิ และแนบเอกสารหลักฐานมาเพือ
ประกอบการพจิ ารณา

๒๑.๑.๒ ในกรณที ีผู้ประกอบการจดทะเบียนรายใดไมเ่ ห็นด้วยกับคํา
สงั เพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ ได้ยนื หนังสอื คัดค้านคําสัง
เพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิมเกิน ๓๐ วัน นับตังแต่วันทีได้
รบั ทราบคําสงั เพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม และปรากฏขอ้
เท็จจรงิ ว่า ผู้ประกอบการยงั คงดําเนินกิจการอยูแ่ ละได้ปฏิบัติเกียว
กับการเสยี ภาษีมูลค่าเพมิ เปนปกติ หรอื กรณมี ีเหตอุ ันสมควรอืน
อธบิ ดีกรมสรรพากร หรอื ผู้ทีได้รบั มอบหมายจะสงั ให้ขยายเวลาการ
ยนื คัดค้านคําสงั เพกิ ถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ ออกไปได้
ตามทีเห็นสมควร

๒๑.๒ การพจิ ารณาการคัดค้านคําสงั เพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษี
มูลค่าเพมิ

๒๑.๒.๑ กรณสี าํ นักงานสรรพากรพนื ที เมือสว่ นบรหิ ารงานทัวไปได้
รบั หนังสอื คัดค้านคําสงั เพกิ ถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ จากผู้
ประกอบการจดทะเบยี น ให้เสนอขอ้ เท็จจริงและความเห็นว่า เห็น
ด้วยหรอื ไมเ่ ห็นด้วยกับการคัดค้านคําสงั เพกิ ถอนการจดทะเบียนภาษี
มูลค่าเพมิ ของผู้ประกอบการจดทะเบยี น พรอ้ มแนบเอกสารหลักฐาน
ทีเกียวขอ้ งเสนอสรรพากรพนื ที ภายใน ๗ วันนับแต่วันทีได้รบั
หนังสอื คัดค้านคําสงั เพกิ ถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิม เพอื สงั
การ

(๑) กรณเี ห็นด้วยกับการคัดค้านคําสังเพกิ ถอนการจดทะเบียนภาษี
มูลค่าเพมิ ของผู้ประกอบการจดทะเบยี น ให้สว่ นบรหิ ารงานทัวไป จัด
ทําคําสงั ยกเลิกคําสงั เพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม
(ภ.พ.๗๘) พรอ้ มสาํ เนา ๑ ฉบบั เสนอสรรพากรพนื ทีเพอื พจิ ารณาลง
นามแล้วสง่
ภ.พ.๗๘ พรอ้ มสาํ เนาให้สว่ นกรรมวิธแี ละคืนภาษี และสํานักงาน
สรรพากรภาค (สว่ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ) เพอื ดําเนินการต่อไป
ภายใน ๕ วันนับแต่วันทีสรรพากรพนื ทีได้ลงนาม

(๒) กรณไี มเ่ ห็นด้วยกับการคัดค้านคําสงั เพกิ ถอนการจดทะเบียนภาษี
มูลค่าเพมิ ของผู้ประกอบการจดทะเบยี น ให้สว่ นบรหิ ารงานทัวไป
รายงานความเห็นพรอ้ มเหตผุ ลเสนอสรรพากรพืนทีเพือรายงานไป
ยงั สรรพากรภาคพรอ้ มกับทําหนังสอื แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้คัดค้าน
ทราบไว้ชนั หนึงก่อน ภายใน ๕ วันนับแต่วันทีได้รบั เรอื ง และให้
สาํ นักงานสรรพากรภาค (สว่ นวางแผนและประเมินผล) พจิ ารณา
รายงานความเห็นพรอ้ มเหตุผลไปยังสาํ นักมาตรฐานการจัดเก็บภาษี
ภายใน ๕ วันนับแต่วันทีได้รบั เรอื ง และให้สาํ นักมาตรฐานการจัดเก็บ
ภาษีรายงานความเห็นพรอ้ มเหตุผลไปยังผู้มีอํานาจพจิ ารณาอุทธรณ์
(รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากล่มุ ภารกิจด้านรายได้) เพอื
ดําเนินการตามพระราชบญั ญตั ิวิธปี ฏิบตั ิราชการทางปกครอง พ.ศ.
๒๕๓๙ ต่อไป

๒๑.๒.๒ กรณสี าํ นักบรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ เมือฝายบรหิ ารงาน
ทัวไปได้รบั หนังสอื คัดค้านคําสงั เพิกถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่า
เพมิ จากผู้ประกอบการจดทะเบยี น ให้สง่ หนังสอื คัดค้านคําสงั เพกิ
ถอนการจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพมิ พร้อมเอกสารหลักฐานทีเกียวข้อง
ให้สว่ นกํากับดแู ลผู้เสยี ภาษีภายในวันถัดจากวันทีได้รบั หนังสอื
คัดค้านคําสงั เพกิ ถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิม เมือสว่ นกํากับ
ดแู ลผู้เสยี ภาษีได้รบั เรอื งดังกล่าว ให้พจิ ารณาเสนอความเห็นว่า เห็น
ด้วยหรอื ไมเ่ ห็นด้วยกับการคัดค้านคําสงั เพกิ ถอนการจดทะเบยี นภาษี
มูลค่าเพมิ ของผู้ประกอบการจดทะเบียนต่อผู้อํานวยการสาํ นัก
บรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ เพอื สงั การ

(๑) กรณเี ห็นด้วยกับการคัดค้านคําสังเพกิ ถอนการจดทะเบียนภาษี
มูลค่าเพมิ ของผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้ฝายบรหิ ารงานทัวไป จัด
ทําคําสงั ยกเลิกคําสงั เพกิ ถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพมิ
(ภ.พ.๗๘) พรอ้ มสาํ เนา ๑ ฉบบั เสนอผู้อํานวยการสาํ นักบรหิ ารภาษี
ธุรกิจขนาดใหญ่ เพอื ลงนาม ภายใน ๗ วันนับแต่วันทีได้รบั เรอื งจาก
สว่ นกํากับดแู ลผู้เสยี ภาษี

(๒) กรณไี มเ่ ห็นด้วยกับการคัดค้านคําสังเพกิ ถอนการจดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพมิ ของผู้ประกอบการจดทะเบยี น ให้สาํ นักบรหิ ารภาษี
ธุรกิจขนาดใหญ่ (สว่ นกํากับดแู ลผู้เสยี ภาษี) รายงานความเห็นพรอ้ ม
เหตุผลไปยงั สาํ นักมาตรฐานการจัดเก็บภาษี พรอ้ มกับทําหนังสอื แจ้ง
ผลการพจิ ารณาให้ผู้คัดค้านทราบไว้ชนั หนึงก่อน ภายใน ๕ วันนับแต่
วันทีได้รบั เรอื ง และให้สาํ นักมาตรฐานการจัดเก็บภาษีรายงานความ
เห็นพรอ้ มเหตผุ ลไปยงั ผู้มีอํานาจพิจารณาอุทธรณ์ (รองปลัด
กระทรวงการคลัง หัวหน้ากล่มุ ภารกิจด้านรายได้) เพอื ดําเนินการ
ตามพระราชบญั ญตั ิวิธปี ฏิบตั ิราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ต่อ
ไป


Click to View FlipBook Version