ปก
คํานาํ
การศึกษาทักษะศิลปะการแสดง เปนรายวิชาท่ีกําหนดไวในหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต
สาขาวิชานาฏศิลปไทยศึกษา คณะศิลปศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลปรอยเอ็ด สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป
กระทรวงวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค ใหนกั ศึกษา ไดศึกษาพัฒนาและแสดงความสามารถในเชิงปฏิบัติ
นาฏยศิลปไทยอยางเตม็ รูปแบบ
การแสดงรําเดี่ยว ทางดานนาฏยศิลปไทย เปนการวัดผลสัมฤทธิ์ในการศึกษาในรายวิชาทักษะ
ศิลปะการแสดง มุงเนนใหนักศึกษาไดแสดงความสามารถในดานนาฏยศิลปไทยในบทบาทตาง ๆ ตาม
ความเหมาะสม โดยไดรบั การถายทอดความรูจ ากนาฏยศลิ ปน ผูเชี่ยวชาญ รวมถึงใหนักศึกษามีทักษะใน
การคิดและปฏิบัติอยางมีระบบและไดกลวิธีในการแสดงเฉพาะของตนท่ีแสดงออกผานการรําเด่ียว อีกท้ัง
เปน การสืบสานนาฏยศิลปไ ทยมใิ หสูญหาย
นักศึกษาสาขาวิชานาฏศิลปไทยศึกษา ขอกราบขอบพระคุณ ทานนาฏยศิลปน ทานผูเช่ียวชาญ
ครู-อาจารยประจําวิทยาลัยนาฏศิลปรอยเอ็ดทุกทาน ที่สละเวลาอันมีคาในการใหคําแนะนําและถายทอด
ทารํา ตลอดจนการช้ีแนะแนวทางในการแสดงทักษะศิลปะการแสดง ดานนาฏยศิลปไทย จนสามารถ
แสดงออกตอสาธารณชนไดอยางถูกตองตามแบบแผนและเพ่ือเปนการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรมไทย
ตลอดจนจารีตในการแสดงใหค งอยเู ปนมรดกองชาติสืบตอไป
นกั ศึกษาช้ันปท ี่ ๓
สาขาวชิ านาฏศิลปไทยศึกษา
สารบญั
เรอื่ ง หนา
คาํ นํา ก
สารบญั ข
๑
เบิกโรงก่ิงไมเงนิ ทอง ๔
สหุ รานากงราํ กรชิ ๖
จับนางสพุ รรณมจั ฉา ๘
กรมนารายณ ๑๐
ฉุยฉายนางมณี ๑๓
ลงสรงแขก ๑๖
วยิ ะดาทรงเคร่ือง ๑๙
สาวเครอื ฟา แตงตัว ๒๑
เกศสรุ ยิ งศช มดง ๒๔
วนั ทองแตงตวั ๒๗
พลายชมุ พลแตง ตวั ๓๐
พระลอลงสรง ๓๓
ฉยุ ฉายนาฏราช ๓๖
ลงสรงมอญพระยานอย ๓๘
มโนราหบชู ายัญ ๔๐
ยาหลนั ตามนกยูง ๔๓
ลงสรงโทนอิเหนา ๔๕
เมขลานง่ั วมิ าร ๔๘
ฉยุ ฉายอินทรชิต ๕๑
พลายบวั เก้ียวนางตานี ๕๔
ฉุยฉายยอพระกลิน่ ๕๗
ฉยุ ฉายฤาษแี ดง ๖๐
หนุมานรบองั กาศตะไล ๖๓
ลงสรงมอญพระสังข ๖๖
ลงสรงมณโฑหุงนาํ้ ทพิ ย
ผถู ายทอดทา ราํ แสดงโดย
อาจารยนจุ รินทร พลแสน นางสาวนฤมล บตุ รดี
นางสาวฐติ ยิ า งามหนองออ
อาจารยทป่ี รึกษา
อาจารยน จุ รนิ ทร พลแสน
รํากิ่งไมเงินทอง เปนการแสดงเบิกโรงของละครใน ที่มีรูปแบบและลักษณะการแสดง
ตลอดจนกระบวนทาราํ ที่มเี อกภาพชดุ หนึง่ นับไดว าเปนพระอัจฉริยภาพของลนเกลาฯ รัชกาลที่ ๔
ท่ีทรงพระราชนิพนธบาทขับรอง ประกอบกับรูปแบบและลักษณะการแสดง และความสามารถ
ของบรมครูทางดานนาฏศลิ ปไทยทรี่ วมกนั ประดิษฐ รังสรรคกระบวนทารําขึ้น เพ่ือสืบสานและสืบ
ทอดศิลปะทีแ่ สดงเอกลักษณ ความเปน อารยธรรมของไทยมาจนทกุ วนั นี้
ลักษณะการแสดงเปนศิลปะการรําคู ของผูแสดงฝายพระ ซ่ึงมีกระบวนทางดงาม
มีอุปกรณประกอบการแสดง ไดแก ดอกไมเงินและดอกไมทอง โดยมือขวาจะถือดอกไมทอง
และมือซายจะถือดอกไมเงิน ผูแสดงจะตองมีฝมือในการรํา ตลอดจนไดรับการฝกจนเกิดความ
ชํานาญ และความสอดคลองประสานสัมพันธซ่ึงกันและกัน ดวยเหตุนี้จึงมักใชผูแสดงตัวนายโรง
ของละครในเปน ผรู ําเบิกโรงกิง่ ไมเ งินทองมาอยา งตอเน่อื ง
เปนการแสดงเบิกโรงของละครใน ท่ีมีรูปแบบและลักษณะการแสดงตลอดจนทารําท่ีมี
เอกภาพชุดหนึ่ง ลักษณะของการแสดงเปนการรําคูของผูแสดงฝายพระ ซึ่งมีกระบวนทางดงาม
มีอุปกรณก ารแสดง ไดแก ดอกไมเงนิ และดอกไมท อง โดยมอื ขวาจะถือดอกไมทองและมือซายจะ
ถอื ดอกไมเงิน
-๒-
บ�ร�อ�แ�ะ�าํ �อ�เ�ล�
ก�ร�ส�ง�ุด เ�ิก�ร�ก่ิง�ม�เ�ิน�อ�
- ปพ าทยโ คมเวยี น – รัว -
-รอ งเพลงเชิดฉิ่ง -
เมือ่ นั้น ไททาวเทพบตุ รบรุ ุษสอง
สองมอื ถอื ดอกไมเ งินทอง ปอ งหนา ออกมาวาจะราํ
เบกิ โรงละครในใหประหลาด มวี ลิ าศนา ชมคมขํา
ทา กง็ ามตามตามครดู ูแมน ยํา เปนแตทําอยา งใหมม ใิ ชฟอน
หางนกยูงอยางเกา เขาเลน มาก ไมเห็นหลากจืดตามาแตก อ น
คงแตทาไวใ หง ามตามละคร ทีแ่ ตง ตนกอนไมง อนตามโบราณ
รําไปใหเห็นเปน เกียรติยศ ปรากฏทกุ ตําแหนงแหลงสถาน
วา พวกฟอนฝา ยในใชราชการ สําหรับพระภบู าลสาํ ราญรมย
ยอ มชวงใชด อกไมเ งนิ ทอง ไมเ หมอื นของเขาอ่ืนมีดน่ื ถม
ถงึ ผดิ อยา งไปใครจะไมช ม ก็ควรนิยมวา เปน มงคลเอย
- ปพาทยรบั เพลงเชิดจนี – ตวั สาม -
-๓-
ผถู ายทอดทา ราํ แสดงโดย
อาจารยเวณิกา บนุ นาค นางสาววลยั ลักษณ ประสพดี
อาจารยท ่ีปรึกษา
อาจารยส ินนี าฏ ทองขาว
สุหรานากงรํากริช เปนการแสดงรําเดี่ยวปรากฏในการแสดงละครใน เรื่อง อิเหนา
ตอน บวงสรวง (แกบน) การรําชดุ นี้ตอ งใชผูแสดงที่มคี วามสามารถ ความชํานาญและฝม ือในการรําที่
งดงาม ในบทบาทของสุหรานากงไดอยางสมบูรณ เน่ืองจากตัวละครสุหรานากง เปนบุรุษรูปงาม
คนหนึ่งในวงศเทวา มีความชํานาญในการใชกริช เปนอาวุธประจํากาที่องคปะตาระกาหราประทานให
สุหรานากงตั้งแตเกิด ซ่ึงตองแสดงออกทางการแสดงที่ใชกริช เปนอุปกรณประกอบในการแสดงอยาง
ชัดเจน โดยการถือกริชรํา ในลักษณะพิเศษหลายประการ เชน การถือกริชในลักษณะตาง ๆ การเปล่ียน
มือถอื กริชในขณะโยนและรบั ผาผูกกริชหลายครง้ั
บ � ร� อ � แ � ะ �ํา � อ � เ � ล �
ก � ร � ส � ง �ุ ด สุ ห � า � า � ง �าํ � ริ ช
- ปพาทยท าํ เพลงฝรั่งรําเทา -
- รอ งเพลงฝร่งั รําเทา -
ยอกรประนมเหนอื เกศ ไหวไ ทเทเวศรรังสรรค
ศกั ดส์ิ ิทธ์ิฤทธไิ กรใครจะทัน ซึ่งรบั พลีกรรมบาํ บวง
องคอสัญแดหวาวราฤทธ์ิ สิงสถติ อยใู นไศลหลวง
เชญิ ดูขับรําทั้งปวง ซง่ึ ไดบวงสรวงถวายเอย
- ปพาทยท ําเพลงสะระหมา -
-๕-
แสดงโดย
นางสาวปาจารีย กลดั ขวัญ
ผถู ายทอดทา รํา
อาจารยสุดคนึง สนุ าคราช
อาจารยท่ปี รกึ ษา
อาจารยสุดคนงึ สุนาคราช
หลงั จากท่ีทศกัณฐไดลักพานางสีดาไปจากพระรามมาไวยังกรุงลงกา เพื่อหวังไดนางสี
ดาเปนพระมเหสี แลวพระราม พระลักษณ พรอมดวยไพรพลทัพวานรก็ออกติดตามเพ่ือไป
ทวงคนื นางสีดา แตแ ลว หนทางที่จะมงุ หนาสกู รุงลงกาน้ันกลับถูกขวางหนาดวยมหาสมุทรอัน
กวางใหญ จนยากที่จะยกกองทัพผานไปได พระรามจึงมีคําสั่งใหนํากําลังพลทําการจองถนน
(สรางถนน) เพื่อยกไพรพ ลขามไปยงั ฝง กรุงลงกาไดสะดวก “สุครีพ” ใหหนุมานคุมไพรพล
ฝายเมืองขีดขิน และนิลพัทคุมไพรพลเมืองชมพู ไประดมขนกอนหินถมลงไปในมหาสมุทร
เพื่อทําถนน ในระหวางการกอสรางนั้นหนุมานและนิลพัทเกิดวิวาทกัน พระรามจึงใหทั้งคูแยก
จากกัน โดยใหนิลพัทกลับไปดูแลเมืองขีดขิน เปนนายกองเสบียงคอยสงอาหารมาเล้ียง
กองทัพ สวนหนุมานทําโทษใหคุมไพรพลสรางถนนตอ กําหนดใหแลวเสร็จภายในสามวัน มิ
เชนน้ันจะไดร ับโทษ
ในขณะที่หนุมานกําลังควบคุมไพรพลขนหินถมลงไปในมหาสมุทรอยูนั้นนางสุพรรณ
มัจฉาซ่ึงเปนลูกสาวของทศกัณฐไ ดรบั คาํ สัง่ จากทศกณั ฐผ ูเ ปน บดิ า ใหคุมบริวารปลามาคาบขน
กอนหินไปท้ิงในทะเลลึก เพื่อมิใหฝายพระรามสรางถนนขามมายังกรุงลงกาได ฝายหนุมาน
เห็นผิดสังเกตดวยเหตุที่ถมกอนหินลงไปในมหาสมุทรเทาไหร กอนหินก็กลับจมหายลงไปไม
กอตัวข้นึ เปนถนน จงึ ดํานาํ้ ลงไปใตม หาสมุทร พบบริวารปลาและนางสุพรรณมัจฉากําลังคาบ
ขนกอนหิน หนุมานจึงมุงเขาไลตีเหลาบริวารปลาจนแตกกระจาย และเขาจับนางสุพรรณ
มัจฉาและไดนางเปนภรรยาในที่สุด หนุมานจึงขอใหนางส่ังบริวารปลาใหคาบขนกอนหิน
กลบั มาคืนดงั เดิม ซ่งึ นางก็ยินดปี ฏบิ ัตติ าม
-๗-
ผูถา ยทอดทารํา แสดงโดย
อาจารยณ ุทชากร เกชณยี บตุ ร นายธวชั ชัย ประทุมมา
อาจารยทปี่ รึกษา
อาจารยณ ุทชากร เกชณยี บุตร
พระนารายณท่ีปรากฏในบทพระราชนิพนธเร่ือง รามเกียรต์ิ อยูในมเหศวรพงศซ่ึงเปนมเหสักข
เทวราชลําดับที่สองรองลงมาจากพระอิศวร เปนเทพเจาผูรักษาความดีมีกายสีมวงดอกตะแบก หนึ่งหนา
สกี่ ร ทรงมงกุฎยอดชัย ทรงตรีคฑา จกั รและสงั ขเ ปนอาวุธ มีครฑุ เปนพาหนะ
หนาพาทยเพลงกลม เปนศิลปะการแสดงท่ีมีการสืบทอด โดยปรากฏท้ังในการแสดงโขนและละคร
ตั้งแตค รัง้ กรุงศรอี ยธุ ยา ทใี่ ชในความหมายของการเดนิ ทางไกลอยางสงา งาม และการตรวจพลยกทัพของ
เทวดา ตลอดจนเปนการอวดฝมือในการแสดงทางนาฎยศิลปไทย การแสดงกลมนารายณไดปรากฎในการ
แสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระนารายณปราบนนทุกเปนการรําในบทบาทของพระนารายณซ่ึงเปนเทพ
ผูพิทกั ษความสงบสุขบนสรว งสวรรค จะเดนิ ทางไปปราบอสรู รา ยใหสูญสนิ้
กระบวนทารําหลักท่ีใชสวนใหญเรียกวา การใชหนาหนัง ซึ่งตองมีความสัมพันธกับหนาทับไม
กลองและทํานองเพลงเปนอยางดีการแสดงชุดนี้ตองใชความสามารถของผูแสดงสูง ถือเปนการรําอวด
ฝมือตลอดจนเปนการใชอาวธุ ประกอบการแสดงในคราวเดยี วกันอีกดวย
บ � ร� อ � แ � ะ �ํา � อ � เ � ล �
ก � ร � ส � ง �ุ ด ก � ม � า � า � ณ�
- ปพ าทยท าํ เพลงเชิด -
- รอ งเพลงเหาะ -
เมอื่ เอยเมอื่ น้นั องคพ ระนารายณเ ปน ใหญ
มาถงึ เชิงบรรพตดวยทนั ใด ทรงรายเวทยแปลงไปดว ยฤทธ์ิ
- ปพาทยทําเพลงตระนารายณ,รวั -
-๙-
ผูถา ยทอดทารํา แสดงโดย
อาจารยว รัทยา ดว งปลี นางสาวแวนแกว ทิรานนทวิทย
อาจารยทป่ี รึกษา
อาจารยว รทั ยา ดวงปลี
รําฉุยฉายนางมณี อยูในการแสดงละครนอก เรื่องแกวหนามา ซึ่งกรมศิลปากรปรับปรุง
ขึ้นบทใหม จากบทพระราชนิพนธของพระเจาบรมวงศเธอช้ัน ๒ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์
และจัดแสดงเปนครงั้ แรก ณ สงั คตี ศาลา ในบรเิ วณพพิ ธิ ภณั ฑส ถานแหง ชาติ เมอ่ื ปพ.ศ.๒๕๐๕
พระปนทอง ทรงวาวดวยความสําราญพระทัย วาวขาดลอยไปตกอยูที่กระทอมของนาง
แกวหนา มา พระปนทองตามไปขอคืน นางแกวหนามาขอใหพระปนทองรับนางเปนชายา และพา
นางไปอยูในวังดวย จึงจะยอมคืนวาวใหพระปนทองอยากไดวาวคืน จึงรับคําขอของ
นางแกวหนามา เวลาผานไปหลายวัน นางแกวหนามาใหตายายเขาไปทวงสัญญาในที่ ในวัง
พระปนทองจึงจําใจรับนางแกวหนามาเขามาอยูในวังดวย ตอมาพระปนทองตองเดินทางไป
อภิเษกสมรสกับนางทัศมาลีที่เมืองโรมวิถี กอนเสด็จจากเมืองไดตรัสส่ังใหนางแกวหนามา
มีลูกถวายเมื่อเสร็จกลับมาถาทําไมไดจะประหารชีวิต เม่ือพระปนทองเสด็จออกจากเมืองแลว
นางแกวหนามาก็ลอบติดตามไปเมืองโรมวิถีดวยโดยถอดรูปหนามาออกกลายเปนหญิงสาว
สวยงามช่อื นางมณี ดกั รออยูที่กระทอมชายปาตามเสนทางทพ่ี ระปนทองเสด็จ พระปนทองพบ
นางมณแี ละ ไดน างเปน ชายา
การแสดงชุดน้ีจับตอนที่นางมณีหรือนางแกวหนามาแตงองคทรงเครื่องทรงโฉมตัวเอง
เพอื่ จะไปเขาเฝา พระปน ทอง
การแสดงชุดน้ี จับตอนที่นางมณีรัตนาหรือนางแกวหนามา แตงองคทรงเคร่ือง ชมโฉม
ตวั เองเพ่ือจะไปเขาเฝา พระปนทอง
-๑๑-
บ�ร�อ�แ�ะ�าํ �อ�เ�ล�
ก�ร�ส�ง�ุด ฉุย�า�น�ง�ณี
- ปพ าทยทาํ เพลงรัว -
รองฉุยฉาย
ฉุยฉายเอย รปู มากลบั หาย กลายเปนนางมณี
อรชรออ นแอน งามแมน กนิ รี ตามพรพระมุนี ท้งั เพง ทง้ั พิศ
ทว งทาพาไป ยา งไว จรติ ใครไดไกลช ิด ตอ งติดใจเอย
- รอ งแมศรี -
แมศ รี เอย แมศรี พโนมัย
นงุ ผา ผืนใหม หม สไบสีตอง
แตง องคนงลกั ษณ ผัดพกั ตรผุดผอ ง
ไปเฝา พระปนทอง ทใ่ี น บุรเี อย
- เพลงเรว็ /ลา -
-๑๒-
ผถู ายทอดทารํา แสดงโดย
อาจารยนรีชล สวนสาํ ราญ
นายอโณทัย กณั หารตั น
อาจารยท ีป่ รึกษา
อาจารยนรีชล สวนสาํ ราญ
อาจารยฐปนี ภูมิพันธุ
ลงสรงแขกแทรกอยูในละครในเรื่องอิเหนา ตอน ประสันตาตอนก เปน
บทพระราชนิพนธในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยรัชกาลท่ี ๒ การแสดงชุดนี้
กลาวถึงอิเหนาทไี่ ดปลอมตวั เปน โจรปา และเปลย่ี นนามใหมวา มิสารปนหยี วันหนึ่งประสนั ตา
พีเ่ ล้ียงของอิเหนาไดช วนบา วไพรอ อกไปตอนกจนไดล วงล้ําเขาไปถึงคายพักของระตูบุศิหนา
ทําใหเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกับไพรพลของฝายระตูบุศิหนา ตางฝายตางก็ยุยงนายของตน
จนเกิดเหตุใหมีการสูรบเกิดข้ึน กอนออกรบน้ีจึงมีบทของการรําลงสรง ซึ่งเปนศิลปะการ
ราํ แตง องคส รงเครอื่ งอันงดงามตามแบบแผนทีจ่ ารึกไวใ นตาํ ราพระพิชยั สงคราม
บทรองกลาวถึง เครื่องแตงกาย เครื่องประดับ และอาวุธประจํากายของอิเหนา
ท่ีปลอมตนเปนโจรปาชอื่ มิสารปนหยี
นางสุวรรณี ชลานุเคราะห ศิลปนแหงชาติ ป พ.ศ.๒๕๕๓ สาขาศิลปะการแสดง
นาฏศิลป ละครรํา ไดสรางสรรคข้ึน โดยนํากระบวนทารําทางนาฏศิลปแบบอินโดนีเซียมา
ผสมผสานกับกระบวนทารําทางดานนาฏศิลปไทยรําประกอบเพลงไทยสําเนียงชวา
เครื่องแตงกายนําแบบนาฏศิลปสุรากาตาและแบบนาฏศิลปยกยาการตามาเปนตนแบบใน
การสรา งสรรคใ นการแสดงชุดน้ี
-๑๔-
บ � ร� อ � แ � ะ �ํา � อ � เ � ล �
ก�ร�ส�ง�ุด ล�ส�ง�ข�
- ปพ าทยทาํ เพลงเสมอแขก -
- เพลงรายแขก -
เมื่อน้นั มิสาระปนหยีสกุ าหรา
จึงสระสรงมทรงเครื่องมรุ ธา ตามตาํ ราณรงคย งยทุ ธ
- เพลงลงสรงแขก -
บรรจงทรงสอดสนับเพลา ภษู านงุ หนวงเนาไมเลอื่ นหลุด
ฉลององคเกราะสุวรรณกนั อาวธุ เจียระบาดผาดผุดพรรณราย
(สรอย) นอมิโยระมา นอตลิ งเว เหเ ฮ นอมโิ ยร ะมา มารีมารีมารี มารมี า
ตาบทศิ ทบั ทรวงดวงกุดัน่ คาดเขม็ ขัดรดั มน่ั กระสันสาย
สังวาลยป ระดับทับทิมพราย ทองกรจําหลักลายลงยา
(สรอ ย) นอมิโยร ะมา นอตลิ งเว เหเฮ นอมิโยร ะมา มารมี ารมี ารี มารีมา
ธํามรงคค า เมอื งเรืองระยับ ตาดทิบพนั โพกเกศา
แตง เปนเชนชาวอรญั วา กมุ กรชิ ฤทธาสําหรับมือ
(สรอย) นอมิโยร ะมา นอตลิ งเว เหเ ฮ นอมโิ ยร ะมา มารมี ารีมารี มารีมา
- ปพ าทยท ําเพลงแขกไทร (ทางชวา ๑ เทยี่ ว) -
-๑๕-
ผถู า ยทอดทารํา ผแู สดง
อาจารย ดร.นนั ทวนั สังขะวร นางสาวณัฐวรรณ โพธิ์ทอง
อาจารยทีป่ รึกษา
อาจารย ดร.นนั ทวัน สังขะวร
การแสดงวยิ ะดาทรงเครื่องเปนการราํ เด่ียวชดุ หนึง่ ในละครใน เรื่อง อิเหนา
ตอน ลมหอบ บทพระราชนพิ นธข องพระบาทพระพุทธเลศิ หลานภาลัย ซึ่งมเี น้อื
เรื่องยอ วาเมอ่ื อิเหนาลักพานางบษุ บาไปไวในถาํ้ อิเหนากล็ านางบุษบาเพอ่ื ไปแก
สงสยั ในเมืองดาหาทอี่ ิเหนาลอบวางเพลงิ เพ่ือเปนอุบายลักพานางบษุ บาเมอื่ ส้ิน
สงสัยจากคนทั้งปวงอิเหนาก็กลับมาหานางบษุ บาโดยพานางวิยะดาพระขนิษฐา
มาดว ยกอนที่จะออกเดนิ ทางนางวิยะดาไดลงสรงทรงเครื่องแลวจึงเดินทางไปกับ
อิเหนาการแสดงชุดนเ้ี ปนการราํ ในลักษณะของการราํ ทบ่ี ง บอกถึงเคร่ืองแตง กาย
แตละชน้ิ ท่ีสวมใส ทาํ ใหเ ห็นถงึ ลีลาการรายรําอนั สวยงามและใหค วามหมายโดย
ใชเพลงชมตลาดทม่ี ีทาํ นองเพลงชา
-๑๗-
บ � ร� อ � แ � ะ �ํา � อ � เ � ล �
ก�ร�ส�ง�ุด วิย�ด�ท�ง�ค�ื่อ�
ปพาทยท ําเพลงตน เขา มา น
รอ งเพลงชมตลาด
สระสรง ทรงสคุ นธ ปนทอง ผัดพักตร นวลละออง ผองศรี
กนั กวด ขมวดมุน เมาฬี เกยี้ วรา ชาวดี ดอกลาํ ดวน
(ปพ าทยร บั )
กรอบพักตร จําหลกั ลายกดุ ่นั หอ ยอบุ ะ ปะกนั หอมหวน
ทรงภูษา ชอชาย ลายกระบวน สไบสอด สีนวล ขลบิ สวุ รรณ
(ปพาทยร บั )
บานพับ ประดบั พระพาหา ปะวะหล่ํา ลงยา โมราคั่น
ทองกร รปู วา สุกรพี ัน ทรงสงั วาลวรรณ วิเชียรชู
(ปพาทยรับ)
สรอ ยประดบั ทับทมิ สีประเทือง ตาบจนิ ดา คา เมอื ง ควรคู
เขม็ ขัด ประจํายาม กามปู ธาํ มรงค รูปงู เพชรเพรา
(ปพ าทยรบั )
ปพ าทยท าํ เพลงเสมอ
-๑๘-
ผถู า ยทอดทาราํ แสดงโดย
อาจารยนรีชล สวนสําราญ นางสาวธิดาทิพย สดี าจติ ร
อาจารยทป่ี รกึ ษา
อาจารยนรีชล สวนสําราญ
สาวเครอื ฟาแตงตัว อยใู นการแสดงองคท ี่ท่ี ๔ (กลบั ) หลงั จากรอยตรีพรอม
จากไปเครือฟา ก็ไดแ ตเฝา คอยแตกไ็ มไดขาวใด ๆ วันหน่ึงเจา สายนาํ้ ผง้ึ เชอ้ื สายเจาเมือง
เชยี งใหม มาเกีย้ วพาราสแี ตน างปฏิเสธไป พระรามพลพายเขามาสง ขา ววา รอ ยตรพี รอ ม
มาถงึ ลาํ พูนแลว จะถงึ เชยี งใหมใ นไมช า เครอื ฟา ดใี จมากจงึ ไดแ ตง ตวั จัดเกบ็ บา นเรอื นให
เรยี บรอยคอยสามี ปรากฏวา รอ ยตรพี รอ มซ่งึ ไดเลือ่ นยศเปนรอยเอก ไดร ับตาํ แหนง
“หลวงณรงคร กั ษศ ักดเิ จริญ” กลบั มาพรอ มกับภรรยาใหมช อ่ื “จาํ ปา” เครือฟาถกู จําปา
ดา ทอเสียดสแี ละคิดจะมาพรากลูกชายไป ทาํ ใหเครอื ฟาเสียใจมากจนตัดสินใจ
เชือดคอตาย
-๒๐-
ผถู า ยทอดทา รํา แสดงโดย
อาจารยสินนี าฏ ทองขาว นางสาวรสกร พรดั ชู
อาจารยท ่ีปรึกษา
อาจารยสินนี าฏ ทองขาว
การแสดงชดุ ราํ เกศสุริยงชมดง เปนการแสดงทตี่ ัดตอนมาจาก ละครนอก
เรอ่ื ง สุวรรณหงส ตอน ชมดง กลาวถงึ พระสวุ รรณหงสท่ถี ูกหอกพยนตโดยพี่
เลีย้ งของนางเกศสุรยิ ง แลวหลบหนีไปสิน้ พระชนในทีส่ ดุ เปนตนเหตุใหน างเกศ
สุรยิ ง ออกตามหาพระสวุ รรณหงสในปา เพียงลาํ พัง ความทราบถึงพระอนิ ทร
เกรงวา จะเกดิ อนั ตรายแกน าง จงึ เสด็จลงมาชวย โดยแปลงกายใหนางเปน
พราหมณ พรอมมอบศรกบั น้าํ ทิพยใหแกนาง ในการแสดงชุดน่ี มเี อกลักษณ
เฉพาะที่แสดงออกถึงกระบวนทา ราํ ของตวั พระแตแ ฝงไปดวยความออนชอยของ
ตวั นาง
-๒๒-
บ � ร� อ � แ � ะ �ํา � อ � เ � ล �
ก�ร�ส�ง�ุด เ�ศ�ุร�ย�ช�ด�
ปพาทยท าํ เพลงรัว
รองเพลงมอญแปลง
เมอื่ นัน้ โฉมเจาพราหมณสี ใี ส
เหน็ โกสยี เหาะกลบั ลบั ไป ใหเ ปลาเปลย่ี วเศราในวิญญาณฯ
สรอ ย
เจา พราหมณแ ปลงจําแลงกาย เย้อื งยาตรกรายมาในปา
ใฝคะนึงถึงภัสดา พอคูช ีวาของนอ งเอย ช่ืนใจเอย
พากยชมดง
สรุ ยิ งแปลงองคเปน พราหมณ จลุ เจมิ เฉลมิ งาม
เดนิ ตามพนสั แนวดงฯ
ไมใ หญย างยูงสงู ระหง ปรางปรงิ ปรปู รง
คันทรงสงกล่ินฝนฝางฯ
ไทรยอยหอยระยา ขานาง ชมพลางเดนิ พลาง
มาขางธารวารีฯ
เดนิ พลางคะนึงถึงสามี กําสรดโศกี
เมรคี รวญคร่าํ รํ่าโศกาฯ
ปพาทยทําเพลงโอด
รอ งเพลงกระบอกทอง
พระหัตถยกศรศรีของตรีเนตร ทูนไวเหนอื เกศเกศา
คิดจะแผลงศรศิลปของอนิ ทรา กัลยากมุ ศรทอดกรกราย
รองเพลงรา ยรดุ
เดชะพระแสงศรสทิ ธ์ิ ใหเหน็ อิทธิ์ฤทธิไ์ กลดงั ใจหมาย
ยา งเทา นาวศรเอยี งออกกาย ล่ันสายแผลงไปดวยฤทธี
ปพ าทยท ําเพลงรัว
ปพ าทยท าํ เพลงเขมรราชบรุ ี
-๒๓-
ผูถา ยทอดทาราํ แสดงโดย
อาจารยส ดุ คนึง สดุ นาคราช นางสาวอารียา แสงดี
อาจารยท ีป่ รึกษา
อาจารยส ุดคนงึ สุดนาคราช
การแสดงชดุ วนั ทองแตง ตวั อยูใ นละครเรื่องขุนชา งขนุ แผน ตอน พระไวยแตกทพั
ในความตอนนั้นกลา วไววา พลายงามหรอื จมืน่ ไวยวรนาถไดร บั พระราชบญั ชาการให
ยกทพั ไปปราบมอญใหม เปรตนางวันทองรขู า วจึงกลายรา งเปน นางงามแตงตวั สวยงาม
มาดกั รอลูกชาย เพ่อื สง ขา ววา กองทัพมอญใหมคอื ขนุ แผนผเู ปนบดิ ากับนอ งชาย
ชื่อพลายชุมพล แตจ มน่ื ไวยวรนาถไมร ูว า งนางคือแมตน จึงไดเขา ไปเกยี้ วพาราสี
นางวันทองเหน็ วา เปนการไมส มควรจงึ กลายรางกลบั เปน เปรตอสูรกายตามเดิม
และเตือนใหพระไวยรถู ึงการศกึ ครัง้ น้ี
-๒๕-
บ�ร�อ�แ�ะ�าํ �อ�เ�ล�
ก�ร�ส�ง�ุด วัน�อ�แ��ง�ัว
ปพาทยทาํ เพลงรวั
รอ งเพลงชมตลาด
นวลละอองผอ งศรฉี วขี าว เมอ่ื แรกรนุ รปู ราวกับนางหาม
มวยกระหมวดกวดเกลา เหมอื นเจา พราหมณ ใสส งั วาลประจํายามประดับพลอย
นา เอ็นดูใสต า งหูระยา เพชร แตล ะเมด็ สุกย่ิงดัง่ หิ่งหอย
ใสแหวนงมู รกตชดชอ ย สวมสรอ ยปะวะหลํ่ากาํ ไล
นงุ สงั เวยี นพนื้ มว งดวงทอง หมตาดลํายองผอ งใส
ใสก รอบพกั ตรวเิ ชียรเจียระไน ทดั ดอกไมพ วงเพชรเมด็ พราย
กาํ ไลเทา ทองปลั่งทงั้ คู แลดงู ามเลศิ เฉิดฉาย
เย้ืองยางยรุ ยาตรนาดราย รองฉยุ ฉายเสยี งเฉ่อื ยระเร่ือยมา
ปพ าทยทาํ เพลงเรว็ - ลา
- ๒๖ -
ผถู ายทอดทา ราํ แสดงโดย
อาจารยฐปนี ภมู ิพนั ธุ นางสาวกฤติยากร อุนเมอื ง
อาจารยทีป่ รึกษา
อาจารยฐปนี ภมู พิ ันธุ
ราํ พลายชมุ พล เปน การแสดงชดุ หนง่ึ ซ่ึงอยูในละครเสภา เรือ่ ง ขนุ ชา งขนุ แผน
ตอน พระไวยแตกทัพ โดยเฉพาะตอนทพี่ ลายชมุ พลแตง ตวั เปน มอญ ซง่ึ มเี น้อื รองโดยยอ
วา ขุนแผนไดค บคดิ กับลกู ชายคือพลายชมุ พล ลูกชายของตนอกี คนหนง่ึ ซ่ึงเกิดจาก
นางแกวกริ ิยา ธิดาเจาเมืองสโุ ขทยั นดั แนะอบุ ายใหพลายชมุ พลปลอมตนเปน มอญใหม
ยกทัพหุน พยนต ทําทใี่ หข า วระบอื ไปวาพวกมอญใหมย กกองทพั มาตีกรงุ ศรีอยธุ ยา
แตความจริงเปนศกึ แกแ คน ระหวา งสมาชกิ ในครอบครัวเดียวกนั เอง หรอื ถา จะกลา วใหต รง
ก็คอื ศึกแกแ คนระหวา งพอกบั ลกู (ขุนแผนกบั พระไวย) การแสดงราํ พลายชมุ พลแตง
-๒๘-
บ � ร� อ � แ � ะ �ํา � อ � เ � ล �
ก�ร�ส�ง�ุด พ�า�ชุม�ล�ต�ง�ัว
-ปพ าทยท ําเพลงมอญดดู าว-
-รองเพลงมอญดดู าว-
แลว จัดแจงแตงกายพลายชมุ พล -รับ- ปลอมตนเปน มอญใหมด คู มสัน
นุงผา ตาหมากรกุ ของรามัญ -รบั - ใสเสอ้ื ลงยนั ตย อมวา นยา
-รับ-
คอผูกผาประเจียดของอาจารย โอมอานเศกผงผดั หนา
คาดตะกรุดโทนทองของบิดา โพกผา สที ับทมิ ริมขลิบทอง
ถอื หอกสัตตะโลหะชนะชยั เหมอื นสมิงมอญใหมด ูไววอ ง
ขนุ แผนขี่สหี มอกออกลาํ พอง ชมุ พลขน้ึ กะเลยี วผยองนาํ โยธา ฯ
-ปพ าทย ทาํ เพลงมอญดูดาวและเพลงมายอ ง-
-๒๙-
ผถู า ยทอดทา รํา แสดงโดย
อาจารยส ินีนาฏ ทองขาว นางสาวปวีณา หลงั คา
อาจารยทป่ี รึกษา
อาจารยสนิ นี าฏ ทองขาว
พระลอลงสรงเปนการแสดงรําเดี่ยวของพระลอ ปรากฏอยูในละครพันทาง
เรื่องพระลอ ตอนตน ฉากที่ ๖ พระลอคล่ังจนจากเมืองแมนสรวง บทพระนิพนธใน
พระเจาบรมวงศเธอเจาฟาฯ กรมพระนราธิปประพันธพงศ กลาวถึงพระลอท่ีตอง
มนตเสนหของปูเจาสมิงพรายจนเกิดอาการคลุมคลั่งจึงไดทูลลาพระมารดา ลามเหสี
พรอ มเหลาสนมนางกาํ นัล จากน้นั ไดทาํ การลงสรงทรงเคร่อื ง ออกเดนิ ทางไปประพาส
จนสุดเขตเมืองแมนสรวง ระหวางนั้นไดปลอมตัวเปนขุนดาน เสด็จลงแพขามแมนํ้า
กาหลงพรอมนายแกวนายขวัญ เพื่อไปพบพระเพื่อนพระแพงยังเมืองสรอง
การแสดงชุดพระลอลงสรง เปนการ พรรณนาถึงการอาบนํ้า การประพรมเคร่ืองหอม
รวมท้ังการแตงตัว ลักษณะทารํามีการใชเทคนิคลีลา การตีไหล กระทายไหล ใชตัว
และการเดิน มีความงดงามของการเคล่ือนไหวสวนตาง ๆ บงบอกถึงลักษณะของ
ละครพนั ทางไดอยา งชัดเจน
-๓๑-
บ�ร�อ�แ�ะ�าํ �อ�เ�ล�
ก�ร�ส�ง�ุด พ�ะ�อ�ง�ร�
-ปพ าทยท ําเพลงตน เขามา น-
-รองเกร่นิ -
นางในไขทอปทมุ ถวาย นํ้าฝอยปรอยปรายดงั สายฝน
ทรงแปงรํา่ นา้ํ อบปรบสคุ นธ คอยแชม ชน่ื ฟน กมลทุรนทรุ าย
-รอ งเพลงลงสรงลาว-
ผจงจบั สนับเพลาเพราตา ทรงภูษาสุวรรณเลิศเฉดิ ฉาย
รัตตะพัตรร ดั พระองคพ รรณราย พศิ ชายไหวยะยาบทาบชายแครง (รับ)
สะอางองคสอดทรงสนอบกรู กรองศรอนิ ทรธ นูประเสรฐิ แสง
สรอยสังวาลตาบประดับทบั ทิมแดง ทบั ทรวงแผงพาหรุ ดั จินดา (รับ)
ทองกรแกว กอ งทองแกม ธํามรงคงามแอรม หัตถา
กระหมวดมนุ เมาลีศรีจฬุ า เสยี บจุฑามณรี ัตนามัย (รับ)
ทรงปรัดผัดพกั ตรเพรศิ แพรว มกุฎแกวกอ งเพชรเม็ดใหญ
เฉลิมรัชทดั กระเจยี้ งจอมไม จบั พระขรรคสวมมาลยั ไคลคลา (รบั )
-ปพ าทยท ําเพลงเสมอลาว-
-๓๒-
ผถู า ยทอดทารํา แสดงโดย
อาจารยฐปนี ภูมพิ ันธุ นางสาวสธุ าสนิ ี เงินเรว็
อาจารยดวงใจ โพธพิ ร นางสาวอภิญญา ทวิไชย
อาจารยทีป่ รึกษา
อาจารยฐ ปนี ภูมิพนั ธุ
อาจารยด วงใจ โพธพิ ร
ฉุยฉายนาฏราชเปนการแสดงในละครเบิกโรงเรอ่ื งนาฏราช ตอนกาํ เนิดทา รํา
กลา วถงึ การอวตารของพระอศิ วรและพระนารายณไ ดอ วตารลงมา ณ ปาตาระกะ
ที่มีเหลา บรรดาฤๅษีท้งั ชายและหญงิ ตา งพากนั ตั้งอาศรมบําเพ็ญพรตอยูก ันเปนจํานวนมาก
ตอมาบรรดาฤๅษีเหลานั้นไดป ระพฤตผิ ิดเทวบญั ญตั ิ มกั มากไปดว ยกามราคะ ตางกระทํา
ผิดในทางพรหมจรรยกนั วุนวาย รอนถงึ พระอศิ วรเมอ่ื ทรงทราบเหตุ จงึ ชวนพระนารายณ
ลงไปปราบเหลาฤๅษี พระอิศวรจงึ อวตารลงมาเปน ดาบสหนุมรปู งามและพระนารายณท รง
อวตารเปน ดาบสสนิ สี าวมีสริ โิ ฉมงดงามเพื่อกาํ ราบฤๅษเี หลา นนั้ ประดษิ ฐท า รําโดย
อาจารยล มุน ยมะคปุ ต ประพนั ธบ ทโดยอาจารยเสรี หวงั ธรรม (ศิลปนแหงชาติ
สาขาศิลปะการแสดงศลิ ปะการละคร) มเี น้อื เร่อื งไดก ลา วถงึ ความสวยงามของรูปโฉม
พระอศิ วรและพระนารายณห ลังจากอวตารเปนดาบสและดาบสสนิ ี
-๓๔-
บ � ร� อ � แ � ะ �ํา � อ � เ � ล �
ก � ร � ส � ง �ุ ด ฉุ ย � า � น � ฏ � า � ( ร� อ � รั บ �ี่)
-ปพ าทยทาํ เพลงรวั -
-รอ งฉุยฉาย-
ฉยุ ฉายเอย สองเทพพระนิมติ แสนวิจิตรบรรจง (รบั ป)
หญงิ ยลโฉมหนมุ จะลมุ จะหลง ชายยลโฉมยงจะหลงจะลุม (รบั ป)
ใครยลสองโฉมจะโลมตะลงึ แปลงเสนห ร อ นรงึ ดงั เพลงิ ไฟรมุ (รับป)
-ปพาทยรับ-
-รอ งเพลงแมศรี-
แมศรเี อย สองสีสองสวย
เจางามงมระทดระทวย รวยงามแลงาม (รบั ป)
ใครเหน็ ใครหลง หลงแลชะแงต าม
รักงามหลงงาม สดุ จะหามหกั เอย (รบั ป)
-ปพาทยรับ-
-ปพาทยทาํ เพลงรัว - ลา -
-๓๕-
ผูถ า ยทอดทา รํา แสดงโดย
รศ.ดร.ศุภชัย จนั ทรส ุวรรณ นางสาวน้าํ ทิพย อาษาวิเศษ
อาจารยทีป่ รกึ ษา
อาจารยนรชี ล สวนสาํ ราญ
ลงสรงมอญ เปนการแสดงชุดหน่งึ ในละครพนั ทาง เร่อื ง ราชาธริ าช ตอนพระ
ยานอ ยชมตลาด เนือ้ เรือ่ งกลาวถงึ วันหนง่ึ พระยานอ ยไดเ ดนิ ชมตลาดในเมอื งตะเลง
และไดพบกบั นางเมยมะนกิ เขา ทงั้ สองตา งมจี ิตปฏิพัทธต อ กัน พระยานอยจึงพานาง
เมยมานิกเขา มาอยใู นวังดวย กอ นจะพบนางเมยมะนกิ กไ็ ดช ําระรา งกายแตง องค
ทรงเครอ่ื งอยา งงดงาม
-๓๗-
ผูถา ยทอดทา รํา แสดงโดย
อาจารยสุดคนึง สนุ าคราช นางสาวณฐั วรา ศิลาสงู เนิน
อาจารยท ่ปี รึกษา
อาจารยสดุ คนึง สนุ าคราช
การแสดงชุดน้ีมาจากบ ทละครเร่ืองพระสุธน -มโนราห ตอนบูชายั ญ
กรมศิลปากรไดปรับปรงุ ออกแสดงสําหรับประชาชน เม่ือป พ.ศ.๒๔๙๘ ในตอนบูชายัญมี
เรื่องตามบทวา ทาวอาทิตยวงศ สุบินนิมิตรประหลาด พราหมณปุโรหิต ซ่ึงหาทางแกแคน
พระสุธนอยู จึงแสรงทํานายวาฝนราย จะตองสะเดาะเคราะหดวยการเอาสัตวท่ีมีชีวิตมา
บูชายัญ รวมทั้งนางมโนราหชายาของพระสุธนซ่ึงมีเพศเปนกินนรดวยซ่ึงขณะน้ันพระสุธน
ไปทัพ นางมโนราหจึงออกอุบายขอปกขอหางเพื่อฟอนรําถวายกอนตาย ทางอาทิตยวงศ
ทรงอนญุ าต พอไดป ก ไดหางมาสวมใสน างมโนราหกอ็ อกรา ยราํ แลวพอไดโ อกาสก็บินหนีไป
การแสดงชุดน้ี ทานผูหญิงแผว สนิทวงศเสนี เปนผูประดิษฐทารําขึ้น ใชเพลงแขก
บูชายัญ โดยอาจารยมนตรี ตราโมท ไดนําเพลงเร็วของคุณครูหลวงประดิษฐ ไพเราะ
มาบรรเลงรวมกบั โทนและกลองชาตรี
-๓๙-
ผูถา ยทอดทา รํา แสดงโดย
อาจารยสนิ ีนาฏ ทองขาว นางสาวฑติ ยา ฟองเสยี ง
นางสาวพิยดา ดวงมณีย
อาจารยที่ปรึกษา
อาจารยส ินีนาฏ ทองขาว
เปนการแสดงจากละครเรื่อง อเิ หนา เนื้อเรอื่ งมีอยูวา ศรียะตา ซ่ึงเปน อนุชา
ของนางบษุ บามพี รรษาครบ ๑๕ ป ทา วดาหาผเู ปน บิดาจงึ จดั พธิ โี สกรรณแลวแตงตั้ง
ใหด าํ รงอยวู ังหนา แตศ รยี ะตามีความคดิ ถงึ บุษบาและอเิ หนา จึงออกอุบายทูลลา
ทาวดาหาออกประพาสปา โดยปลอมตัวเปนชาวปา ชอ่ื ยา หรัน พ่เี ล้ยี งและทหารท่ี
ตามเสด็จมาก็เปลี่ยนช่อื ทุกคน ศรียะตาในนามใหมว า ยาหรนั เทยี่ วตดิ ตามหาบุษบา
และอเิ หนาเปนเวลานานกไ็ มพบ ทาํ ใหเดอื ดรอ นถงึ เทพเจาปะตาละกาหลา ซึง่ มศี ักดิ์
เปน ปขู องศรียะตา ตอ งแปลงพระองคเปน นกยูง มาลอ ใหยาหรนั หลงตดิ ตามไปจนถงึ
เมืองกาหลง
-๔๑-
บ � ร� อ � แ � ะ �าํ � อ � เ � ล �
ก � ร � ส � ง �ุ ด ย� า � รั น � า � น � ยู ง
-ปพาทยท ําเพลงเชิด-
-รอ งเพลงเชดิ ฉิ่ง-
เม่อื นั้น บหุ รงสรุ ารักษปก ษี
เห็นยาหรนั ดนั้ ดดั พนาลี ควบขบั พาชตี ามมา
-ดนตรีรับ-
จึงโผผินบนิ ไปใหหา ง แลวเย้ืองยา งหยดุ ยนื คอยทา
ฟอนราํ ทําทีกริ ิยา ปก ษาแกลง ลอรอรัง้
-ดนตรรี ับ-
-ปพาทยทาํ เพลงเชิดฉง่ิ -เชดิ จีน-
-๔๒-
แสดงโดย
นางสาวอไุ รวรรณ ท่รี ัก
ผถู ายทอดทา รํา
อาจารยฐปนี ภมู ิพนั ธุ
อาจารยท ี่ปรึกษา
อาจารยฐปนี ภูมพิ นั ธุ
การแสดงลงสรงโทน (อิเหนา) เปนการแสดงทตี่ ัดตอนมาจากละครใน
เรื่อง อเิ หนา ตอน ศกึ กระหมงั กหุ นงิ ครน้ั อิเหนาไดรับสาสนจากทา วกเุ รปน
ใหย กทัพไปเมืองดาหา เพ่ือชว ยปองกนั ขาศึก อเิ หนาจึงทําการลงสรงเครอื่ งกอ นการ
เดินทาง เพื่อใหเ กดิ ความเปน สิริมงคลตามประเพณใี นการยกทัพ
บ � ร� อ � แ � ะ �าํ � อ � เ � ล �
ก � ร � ส � ง �ุ ด ล � ส � ง � ท � ( อิ เ � น � )
-ปพาทยทําเพลงตน เขามา น-
-รองเพลงลงสรงโทน-
ทรงภูษาแยง ยกกนกกระหนาบ ฉลององคเขม ขาบคดกรชิ
หอ ยหนาปก ทองกรองดอกชดิ สังวาลวรรณวิจติ รจาํ รสั เรอื ง
ทบั ทรวงพวงเพชรเมด็ แตง ทองกรแกว แดงประดบั เนอ่ื ง
ธํามรงคร จนาคาเมือง อรา มเรืองเพชรรัตนต รัสไตร
ทรงมงกุฎกรรเจยี กจอนสวุ รรณ วาวแววแกว กุด่นั ดอกไมไ หว
หอยอบุ ะบุหงามาลยั เหนีบกรชิ ฤทธไิ กรแลวไคลคลา
-ปพาทยท ําเพลงเสมอ-
-๔๔-
แสดงโดย
นางสาวพมิ ลดา แกว คาํ
ผูถายทอดทา ราํ
อาจารยนันทวนั สงั ขะวร
อาจารยทีป่ รกึ ษา
อาจารยนนั ทวัน สงั ขะวร
การแสดงชดุ เมขลาน่ังวิมาน (เชิดฉิ่งเมขลา) ปรากฏในบทละครเร่ือง รามเกียรติ์
ไดกลาวถึงนางเมขลา เทพธิดารักษามหาสมุทร มีแกวมณีประจํากายครั้นถึงวสันตฤดูก็
ออกจากวิมาน ไปรวมรองรําอยางสําราญกับเทพบุตรเทพธิดา ฝายรามสูรเปนอสูร
เทพบุตรเหาะผานมาเห็นนางเมขลาโยนแกวมีแสงสวยงาม ก็อยากไดดวงแกวน้ันจึงขอ
ดวงแกว แตนางเมขลาไมยอมใหและโยนดวงแกวลออยูไปมารามสูรโกรธจึงขวางขวาน
เพชรไปยงั นางเมขลา ทําใหเ กดิ เสยี งกัมปนาทหวาดไหว จึงเกดิ เปน ตาํ นานฟาแลบฟา รอง
การแสดงชุดเมขลานั่งวิมาน (เชิดฉ่ิงเมขลา) ปรากฏแสดงบอยคร้ังและมี
ความแตกตางของรูปแบบกระบวนการรําซ่ึงข้ึนอยูกับการรับถายทอดทารําจากครูตนแบบ
ที่สืบสายจากละครหลวง กระบวนทารําเชิดฉิ่งเมขลาสายละครเจาคุณพระประยูรวงศ
(เจาจอมมารดาแพ)มีการสืบทอดมาจากละครหลวงในรัชกาลที่ ๔ คือ เจาจอม
มารดาเขียน หมอมเครือ ไดมีการถายทอดใหคุณครูเจริญจิต ภัทรเสวี ตอมา
คุณครูรัจนา พวงประยงคไดรับการถายทอดกระบวนทารําเชิดฉ่ิงเมขลาจาก
คุณครูเจริญจิตโดยตรงบทรับรองในชุดน้ี ไดปรับปรุงและตัดทอนมาจากพระราชนิพนธ
เร่ือง รามเกียรต์ิสํานวนของรัชกาลท่ี ๑ สวนเพลงดนตรีประกอบระบํา เปนเพลง
หนาพาทยที่สมเด็จเจาฟากรมหลวงนครราชสีมาทรงบรรจุไวแตเดิม ดวยการเริ่มต้ังแต
น่งั วิมานของนางเมขลา -๔๖-
บ�ร�อ�แ�ะ�าํ �อ�เ�ล�
ก�ร�ส�ง�ุด เ�ข�า�ั่ง�ิม�น
-รอ งเพลงเขมรปากทอ-
เมอื่ นน้ั นวลนางมณเี มขลา
อยูในวิมานรตั นา สาํ หรับรักษาสมทุ รไท
เคยไปประชมุ ดว ยเทวญั เปนนิจนริ ันดรหาขาดไม
ครัน้ ถึงฤดูกาํ หนดไว อรทยั ชื่นชมยนิ
-รองร้ือรา ย-
จึงอา องคท รงเคร่ืองอาภรณ งามงอนจํารสั รัศมี
มือถือดวงแกว มณี เทวกี ็ออกจากวมิ าน
-เชดิ ฉิ่ง-
-๔๗-